ตอนที่ 2
ชาญเข้าไปสอบสัมภาษณ์ที่บริษัทแรก พอนั่งหน้าพนักงานหญิงคนหนึ่ง เธอพลิกแฟ้มดูประวัติแล้วมองหน้าชาญ ปิดแฟ้มแล้วบอก
"คุณชาญ ม่านเมฆ ถ้าคุณผ่านสัมภาษณ์ บริษัทฯจะมีจดหมายถึงคุณภายในเจ็ดวัน เรียบร้อยค่ะ กลับได้แล้ว"
พอชาญลุกเดินออกไป พนักงานหญิงคนนั้นก็บ่น
"ใบสมัครไม่มีเลยแม้แต่ชื่อเดียว ไม่ว่าเส้นกวยจั๊บเส้นใหญ่ เส้นเล็กหรือแม้แต่เส้นหมี่ แถมของติดไม้ติดมือก็ไม่มีอีก เฮ้อ...เรียกคนต่อไปเข้ามา"
ชาญออกจากบริษัทนี้ไปยังอีกบริษัทหนึ่ง พอถูกเรียกเขาเข้าไปรายงานตัวเห็นคนยืนรออยู่แล้ว 3 คน เลขาที่มาเรียกตัวชาญบอกเขาว่า พวกนั้นมาสมัครตำแหน่งทนายประจำบริษัทเหมือนเขา
ชาญถามว่าบริษัทต้องการกี่ตำแหน่ง เลขาทำนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว ชาญเห็นแล้วเซ็ง มองออกไปเห็นคนมานั่งรอสัมภาษณ์ อยู่ยาวเหยียด บ้างนั่งหน้าเซ็ง บ้างหลับ ชาญตัดสินใจหมุนตัวกลับออกไป
ooooooo
หลังจากชายทำงานที่บ้านช่วยแม่ชื่นเสร็จก็ไปรับรถเช่าจากครูแนบ ขับส่งผักสดที่ตลาด เขาขับรถรับและแบกผักไปส่งเอง จนเจ๊ในตลาดชมว่า ใครมีลูกเหมือนชาย ต้องถือว่าชาติก่อนทำบุญมาดี
วันนี้ ชายขับรถส่งผักไม่กี่เที่ยวก็เอารถไปส่งครูแนบพร้อมค่าเช่ารถ ในมือถือถุงขนมติดมาด้วย
"ยังไม่ห้าโมงเย็น คืนรถจ่ายค่าเช่าแล้ว ยังงี้ข้าได้กำไรซิวะชาย" ครูแนบวางมือจากทำวงกบประตูหน้าต่างทักอารมณ์ดี
"ที่สวนเขาตัดผักเร็ว ฉันก็ส่งเร็ว วันนี้ไม่ได้ซ้อม ฉันก็ไปช่วยแม่เก็บร้าน เดี๋ยวนะครู...เอาขนมให้นันทามันก่อน" ชายถือถุงขนมเลี่ยงเข้าไป แนบมองตามด้วยความรัก
ชายซื้อข้าวเหนียวปิ้งไส้เผือกมาฝากนันทาลูกสาวครูแนบที่เป็นใบ้ เธอหลงรักชายลูกศิษย์ของพ่อ เมื่อชายเอาข้าวเหนียวปิ้งมาฝาก เธอยกมือไหว้และแกะกินอย่างเอร็ดอร่อยเหมือนจะให้ชายชื่นใจ
ooooooo
แม่ชื่นทำขนมเสร็จก็มาขายที่หน้าบ้าน ขายดิบขายดีไม่ทันไรก็ใกล้จะหมดแล้ว อิ่มเดินยักย้ายเข้ามายกมือเท้าสะเอวบ่น
"เฮ้อ อ่อนใจกับไอ้ลูกคนนี้จริงๆ นึกว่ามันจะมาช่วยแม่ชื่น หลบไปไหนของมันอีก"
"ก็เห็นมันวิ่งๆเดินๆอยู่แถวนี้แหละ เออ...ฉันเห็น มันถือจานข้าวเข้าไปในบ้าน สงสัยจะกินข้าวแล้วเล่นเกมมั้ง" แม่ชื่นเดา
อิ่มบอกว่าตนยึดโทรศัพท์มือถือไว้แล้วจะไปเล่นได้ยังไง แม่ชื่นพูดให้สบายใจว่ามันไม่ติดผงติดยาก็ดีแล้วอย่าไปอะไรนักหนากับมันเลย
"ฉันก็แค่จะถามมันว่าห่อหมกอร่อยไหม ถ้าอร่อยจะได้รับมาขาย ซื้อมาสองห่อมันก็เอาไปทั้งสองห่อ เออ...ฉันไม่ยักรู้ว่าไอ้เอมมันชอบห่อหมก" อิ่มบ่นกระปอดกระแปดตามประสา
ที่แท้ เอมเอาห่อหมกมาให้โฉมกินอย่างเอาอกเอาใจ นอกจากนี้ยังเอาเสื้อผ้ามาให้โฉมเปลี่ยนด้วย โฉมถามว่าเอาของใครมา เอมบอกหน้าตาเฉยว่า "ของพ่อฉันเอง" บอกให้โฉมเปลี่ยนแก้ขัดไปก่อน บ่นงงๆว่า
"เฮ้อ...ให้ตายซิพี่โฉม ฉันยังคิดไม่ออกจริงๆว่า พี่ชัชมันจะไปเอาของพี่โฉมมาได้ยังไง"
โฉมนิ่งไปอย่างคิดหนักเหมือนกัน นึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่าชัชจะเข้าไปเอาของของตนออกมาจากบ้านกำพลได้ยังไง
ooooooo
ที่บ้านกำพลที่เปิดเป็นบ่อนนั้น ตัวบ้านและประตูหน้าต่างปิดมิดชิด ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีเวรยามเฝ้าอย่างเข้มงวดกวดขัน มีรถเก๋งขับเข้าไปเป็นระยะๆ
ชัชกับจอน ปลอมตัวเป็นคนส่งน้ำแข็งท่าทางขี้ยา เข็นรถใส่น้ำแข็งขอเข้าไปข้างในอ้างว่าเสี่ยอู๋ให้เอามาส่ง เมื่อถูกยามซักถาม ชัชก็ทำเป็นเมายาตอบรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง หลอกด่ามันบ้างเลยถูกสมุนคนหนึ่งเตะเสียกระเด็น
สมุนอีกคนท่าทางจะเป็นลูกพี่สองคนนั้น ด่าลูกน้องแล้วไล่มันให้ขึ้นไปคอยดูแลบนตึกดีกว่า ข้างล่างนี่ตนจะจัดการเอง จากนั้นไล่ชัชกับจอนให้เอาน้ำแข็งเข้าไปแล้วรีบออกมาไวๆ
ชัชกับจอนเข็นรถใส่น้ำแข็งเข้าไปแล้วหยุดพักเหนื่อย ได้ยินเสียงจิตที่สั่งให้เอาน้ำแข็งไปใส่ถังแช่ถามหาซุปเปอร์แมนจะตามให้มา ดูชัชกับจอนลงน้ำแข็ง
สองคนได้ยินก็สงสัยว่าใครคือซุปเปอร์แมน ครู่เดียวทั้งสองก็สะดุ้ง เมื่อเด็กชายวัย 5-6 ขวบคนหนึ่งกระโดดแผล็วลงมาจากข้างบนส่งเสียงอย่างคึกคะนอง
"มาแล้ว มาด้วยหมัดพิฆาต ตามด้วยเตะฟ้าผ่า" ไม่พูดเปล่ายังชกและเตะชัชจริงๆด้วย
จอนเลยผสมโรงเล่นด้วยเป็นตุเป็นตะ หลอกล่อจนซุปเปอร์แมนพาทั้งสองเข้าไปถึงข้างใน
ooooooo
เอมยังประกบโฉมอยู่ที่ห้องชัช หลังจากเอาชุดของพ่อมาให้โฉมเปลี่ยนแล้ว ถามว่าชัชจีบเธอหรือเปล่า โฉมส่ายหน้า เอมถามอีกว่าแล้วเธอมีแฟนหรือยัง
"ชีวิตฉันเป็นนักเรียนประจำตลอด ปิดเทอมถึงจะได้มาอยู่กับแม่ ผู้ชายคนเดียวที่ฉันรู้จักใกล้ชิด คือผู้ชายที่เป็นพ่อเลี้ยงฉัน ถ้าเขาเพียง...เพียงแต่จะรักฉันเหมือนพ่อ..." โฉมเล่าแล้วจะร้องไห้
"พี่โฉมมาเป็นแฟนฉันดีกว่า" เอมจับมือโฉม วางมาดแมนเต็มที่
ooooooo
ชัชกับจอนผสมโรงเล่นกับซุปเปอร์แมน แล้วชัชก็หลอกซุปเปอร์แมนน้อยว่าฉากต่อไปซุปเปอร์แมนจะปลอมตัวเป็นตำรวจมา เต็มบ้านไปหมด หลอกซุป-เปอร์แมนน้อยว่าต้องถูกทำร้ายจนเลือดออก ซุปเปอร์แมนน้อยคิดออกว่าต้องเอาน้ำหวานมาทำเป็นเลือดว่าแล้ววิ่งลงไปเอาน้ำ หวานข้างล่าง
ชัชรีบเก็บของของโฉมใส่กระเป๋า พลางติดต่อกับจอน ถามว่าตำรวจมาหรือยัง จอนบอกว่าติดต่อไปตั้งนานแล้วน่าจะมาถึงแล้ว ถ้าไม่ถึงก็คงจวนถึง
ชัชเอากระเป๋าและถุงที่ใส่ของของโฉมโยนลงไปให้จอน ก็พอดีรถตำรวจแล่นเข้ามาสามคัน ซุปเปอร์แมนน้อยเห็นตำรวจมาก็สนุกมากเอาน้ำแดงราดทำเป็นบาดเจ็บสาหัส
กำพลเห็นชัชกับจอนสะพายกระเป๋าและห่อของสวนมาก็ตะโกนว่าขโมยชักปืนจะยิง แต่ชัชหนีไปได้ กำพลวิ่งมาหยุดที่หน้าห้องเจอยายจิตแม่ของซุปเปอร์แมนน้อยถามว่าเกิดอะไร ขึ้น ยายจิตร้องไห้โฮยังพูดไม่ทันรู้เรื่องกัน สมุนของกำพลก็วิ่งเข้ามารายงานว่า
"นายแย่แล้ว ตำรวจมาเต็มไปหมดเลย"
กำพลวิ่งไปชะโงกหน้าต่างดู เห็นตำรวจกระจายกำลังกันเต็มพื้นที่ นักพนันบ้างถูกจับบ้างก็วิ่งหนี
"ค่าคุ้มครองกูก็จ่ายให้แล้ว แล้วทำไมทำกับกูอย่างนี้ ทำไม" กำพลโกรธสุดๆ
อีกมุมหนึ่ง จอนอุ้มซุปเปอร์แมนน้อยที่มีเลือดไหลจากปากและจมูก ชัชถือถุงกับกระเป๋าที่ใส่ของของโฉมวิ่งตามกันออกมา ปากก็ร้องขอทางเด็กได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล
แต่พออุ้มซุปเปอร์แมนน้อยมาถึงรถมอเตอร์ไซค์ ชัชรีบขึ้นรถสตาร์ตทันที จอนวางซุปเปอร์แมนลงรีบจัดของ ปะเหลาะว่า เดี๋ยวจะไปเอาแผ่นซีดีหนังใหม่มาให้ แล้วชัชก็ออกรถไปเลย
"เจ๋งเลย เอามาเร็วๆ นะ.." ซุปเปอร์แมนตะโกนโหวกเหวกสนุกเต็มที่
จิตรู้ว่าเสียท่าแล้ว คว้าไม้มาไล่ตามซุปเปอร์แมนลูกชายวัย 5-6 ขวบ ซุปเปอร์แมนน้อยวิ่งหนี เลยถูกจิตวิ่งไล่ตามกันไปจนวุ่นวาย
ooooooo
ครูแนบซ้อมมวยให้นักมวยคนอื่นๆจนเสร็จ เดินกลับเข้าไปในบ้านเห็นชายนอนหลับปุ๋ยมีพัดลมเปิดส่องให้นอนสบาย ไม่ไกลนัก นันทาสีซออยู่อย่างมีความสุข พอเห็นพ่อมาก็ทำหน้าไม่ให้เสียงดัง
"ก็ชายมันบอกกับพ่อว่าจะไปช่วยแม่เก็บร้าน" ครูแนบพูดงงๆ นันทาส่ายหน้า ครูแนบเลยบอกว่า "ไม่ไปก็ไม่ต้องปลุก แล้วหุงข้าวหรือยัง" นันทาพยักหน้า แต่พอถามว่ากับข้าวก็ทำแล้วหรือเธอกลับส่ายหน้า บอกให้พ่อไปทำ
"ให้พ่อทำกับข้าว เฮ้อ ให้มันได้ยังงี้ซิลูก" ครูแนบบ่นขำๆแล้วเดินไปที่ครัว
นันทามองตามพ่อแล้วหันมาสีซอนั่งมองชายที่หลับปุ๋ยอยู่อย่างมีความสุข
ครูแนบทำแกงเขียวหวานหอมฉุย พอชายตื่นขึ้นมาบอกนันทาว่าวันนี้ต้องฟาดสามจานเลย ว่าแล้วก็ไปกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย
กินข้าวเสร็จ ระหว่างนันทาไปล้างจาน ครูแนบเล่าอดีตให้ชายฟังว่า
"ตอนนั้น นันทาซักแปดขวบได้ ข้าเอามวยไปชกที่เชียงใหม่ กลับมา..บ้านก็ถูกไฟไหม้หมดทั้งหลัง นันทามันช็อกสลบไปหลายวัน มันคงเห็นภาพที่แม่มันตายในกองไฟ ข้าพามันไปรักษายังไงก็พูดไม่ได้ เราสองพ่อลูกจึงจากเมืองฝางมาอยู่ที่นี่"
นอกจากนั้น ชายยังรู้อีกว่าครูแนบซึ่งทำธุรกิจก่อสร้างในช่วงฟองสบู่แตก บ้านที่เอาไปจำนองไว้ก็มีปัญหาเข้าตาจน หาเงินมาได้ก็ต้องจ่ายดอกหมด ฝากความหวังไว้กับชายว่า
"ถ้าคราวหน้าเอ็งชกชนะข้าก็รอดไปอีกปี"
ครูแนบบอกว่าทุกอย่างมันบังคับให้ต้องวางเดิมพัน ต้องเสี่ยง เพราะรายได้ที่มีก็ใช้กินไปวันๆ รถก็ยังผ่อนไม่หมด
"ฉันยังไม่เคยชกแพ้ใคร ครั้งนี้ฉันจะตั้งใจกว่าทุกครั้ง แต่ถ้าฉันชกแพ้ ก็หมายความว่าฉันสลบคาเวที"
ครูแนบซึ้งใจในความกตัญญูมีน้ำใจของชายจนพูดไม่ออก ได้แต่ตบไหล่เบาๆ แล้วหันหลังเดินปาดน้ำตา เข้าบ้าน ส่วนชายมองตามครูไปด้วยความเห็นใจก่อนหันหลังกลับบ้าน
ooooooo
วันต่อมา อิ่มอาบน้ำเสร็จเดินออกมาก็เห็นมีผู้หญิงเดินอยู่ในห้องของชัช รีบมาบอกแม่ชื่นเพราะรับไม่ได้ถ้าชัชจะมีเมียตั้งแต่ยังเรียนหนังสือไม่จบ
ระหว่างที่อิ่มฟ้องแม่ชื่นฉอดๆ ว่าเห็นผู้หญิงอยู่ในห้องชัชนั้น ทั้งชัช โฉม และเอมแอบได้ยินต่างตกใจหาทางแก้ปัญหากันหัวปั่น
อิ่มโวยวายจนแม่ชื่นต้องพาไปร้องเรียกชัชอยู่หน้าห้อง พอเปิดประตูเข้าไปก็ขำแทบหัวเราะก๊าก เพราะเห็นชัชนั่งกรีดกรายแต่งตัวในชุดสาวพยาบาลอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
ชัชจีบปากจีบคอบอกแม่ชื่นว่า อาทิตย์หน้าจะมีประกวดแฟนซีที่โรงเรียนเพื่อนเลยลงทุนให้แต่งแบบนี้ พอแม่ชื่น
บอกว่าอิ่มเห็นมีผู้หญิงอยู่ในห้อง ชัชก็แขวะว่าอิ่มคงกินยาคุมจนเพี้ยนไปกระมัง เอมผสมโรงหาว่าพ่อตาฝาด พอถูกเด็กคราวลูกคราวหลานว่าเอา อิ่มก็จีบปากจีบคอด่าว่า มารุมกันว่าผู้มีพระคุณอย่างนี้มันไม่เจริญหรอก แล้วสะบัดพรืดออกไป
พออิ่มกับแม่ชื่นไปแล้ว เอมจึงบอกให้โฉมที่ซ่อนอยู่
ให้ออกมาได้แล้ว จากนั้นทั้งสามก็ช่วยกันจัดของที่ชัชกับจอนช่วยกันไปเอามาจากบ้านกำพล
"ขอบใจมากนะชัช อุตส่าห์ไปเอามาจนได้ ฉันรู้นะว่ามันไม่ใช่ง่ายๆ ฉันจะพยายามหาทางเรียนให้จบ จะได้มีงานทำ แต่ฉันยังไม่รู้เลยว่าทางข้างหน้าจะเป็นยังไง ชีวิตฉันต้องอยู่ในห้องนี้จริงๆ เหรอ"
โฉมร้องไห้อย่างสงสารตัวเอง ทำเอาชัชกับเอมพลอยเศร้าไปด้วย
ooooooo
ตกค่ำแม่ชื่นจัดโต๊ะอาหารไว้พร้อมแล้ว ชัช
แต่งชุดสาวพยาบาลออกมากินข้าว ชาญมองอย่างขวางหูขวางตา เอมก็ทำหน้าตายนั่งกินข้าวด้วยถือตัวเองเป็นลูกแม่ชื่นคนหนึ่งเหมือนกัน
ชาญหมั่นไส้ชัชจนอดพูดแขวะไม่ได้ ทั้งสองโต้เถียงกันอีกตามเคย จนแม่ชื่นถามว่าทำไมต้องหาเรื่องทะเลาะกันทุกวัน
"แก้เซ็ง แม่รู้ไหมวันนี้ผมไปสัมภาษณ์งานมา ขนาดเรียนจบกฎหมาย สอบตั๋วทนายได้อันดับหนึ่ง แต่งานสมัยนี้ มันอยู่ที่เส้นสายเท่านั้น พรุ่งนี้ผมจะเข้ากรุงเทพฯ หนังสือพิมพ์ ลงประกาศรับทนาย บางทีผมจะค้างกับเพื่อนซักคืนสองคืน" ชาญบอกแม่ชื่น
แม่ชื่นเอาเงินให้สามพัน ชาญไหว้รับเงินไว้ ขอบคุณแม่ สัญญาว่าจะต้องหางานให้ได้
"ไม่ต้องคิดมากซิลูก ยังไงเราก็มีบ้านอยู่ มีข้าวกิน เดี๋ยวแม่ตักแกงให้" แม่ชื่นให้กำลังใจลูกอีกตามเคย
เมื่อถึงเวลานอน ชัชเป็นฝ่ายหามุ้งหมอนเสื่อออกไปนอนนอกห้อง จนแม่ชื่นแปลกใจถามว่าทำไมไม่นอนในห้อง ชัชปดแม่ว่า เอมทำน้ำปลาหกไว้เหม็นหึ่งไปทั้งห้อง นอนไม่ไหว แม่ชื่นบอกว่าพรุ่งนี้จะให้เอมมาช่วยทำให้
ชัชโล่งอก ปะเหลาะแม่ชื่นว่า พี่ชายยังไม่มาเดี๋ยวตนช่วยแม่ทำขนมดีกว่า พอดีเสียงชายตะโกนเข้ามาว่า "มาแล้วโว้ย"
ชายบ่นว่าทีหลังเอากางเกงไปใส่ก็ซักมาคืนด้วย แล้วชายก็เข้าไปหยิบกางเกงที่ชัชถอดแขวนไว้ พอชายออกจากห้อง ชัชก็ย่องเข้าไป เห็นโฉมกำลังกราบพระอยู่ ชัชถามเบาๆ ว่า พี่ชายเข้ามาเอากางเกงหรือ เห็นโฉมหรือเปล่า
พอรู้ว่าชายไม่เห็น ชัชก็ถอนใจโล่งอก บอกว่าถามแค่นี้แหละ นอนได้แล้ว
รุ่งขึ้น ทุกคนทำกิจวัตรประจำวันของตัวเองตามปกติ โฉมนั่งซึมกับชีวิตของตัวเองในห้อง
สองวันแล้วที่โฉมมาอยู่ที่ห้องชัช แต่ยังรักษาความลับไว้ได้อย่างดี จนวันนี้ ชัชแต่งตัวจะไปเรียน เขาบอกโฉมที่นั่งซึมอยู่ที่โต๊ะว่า
"อีกวันสองวันได้ห้องเช่า พี่โฉมก็ได้ไปเรียนแล้ว หิวข้าวไหมพี่ ไอ้เอมเอามาให้ก็ยังไม่ได้กิน งั้นฉันไปโรงเรียนก่อนนะ"
ooooooo
เมื่อลูกๆ ออกไปหางาน ออกไปทำงาน และออกไปเรียนกันหมดแล้ว แม่ชื่นก็จัดเตรียมขนมที่ทำไว้จะเอาไปวางขาย แต่ขณะยกหม้อนึ่งจากเตา แม่ชื่นเสียหลักน้ำร้อนหกลวกเท้าอย่างจัง แม่ชื่นร้องด้วยความ เจ็บปวด
โฉมแอบดูอยู่ เธอตกใจรีบคว้ายาสีฟันวิ่งออกไป บอกแม่ชื่นว่า
"อยู่เฉยๆค่ะ อยู่เฉยๆก่อน เดี๋ยวหนูช่วยเอง" โฉมปฐมพยาบาลอย่างมืออาชีพ
แม่ชื่นตะลึงมองโฉมจนเกือบลืมความเจ็บปวด ถามงงๆว่า
"เธอเข้ามาได้ยังไง แล้วเธอเป็นใคร"
โฉมนึกได้เงยหน้ามอง ต่างจ้องหน้ากันนิ่ง
จากนั้น อดีตในวัยเด็กของโฉม ก็พรั่งพรูออกมาอย่างเจ็บปวด เธอเล่าให้แม่ชื่นฟังอย่างละเอียด นับแต่เด็ก จนกระทั่งถึงวันนี้...
ooooooo
โฉมเล่าถึงคืนงานสวดศพแม่บุญธรรมที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็ก และประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ในงานนี้ กำพลดูแลเธออย่างใกล้ชิด ทั้งพาเธอนั่งฟังพระสวด ลูบผมอย่างปลอบโยน
คืนนั้น โฉมนั่งพนมมือหน้ารูปของแม่ มองรูปและโลงที่แม่นอนอยู่ด้วยสายตาหมองเศร้า เลื่อนลอย
"เมื่อคุณแม่ได้จากชีวิตฉันไป ฉันถึงรู้ว่า...ความทุกข์ ที่ให้ความรู้สึกเจ็บปวดมันเป็นอย่างนี้เอง คุณแม่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตฉัน แม้ท่านจะไม่ใช่ผู้ให้กำเนิดที่แท้จริง แต่ ท่านก็รักฉัน เมตตาฉันกว่าทุกคนที่ฉันรู้จัก แม้ทุกวันนี้ ฉันก็ยังถามตัวเองว่า คุณแม่ที่แสนดี...ท่านจากฉันไปจริงๆหรือ..."
โฉมทบทวนถึงชีวิตเด็ก กำพร้าในวันที่แม่ไปรับมาโอบอุ้มว่า
"สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าคือบ้าน ของฉัน ความจำบอกฉันอย่างนี้ ฉันคือเด็กกำพร้า เด็กที่ถูกทางบ้านเมืองเก็บมาเลี้ยง เพราะฉันไม่มีพ่อแม่หรือญาติพี่น้องเหมือนเด็กอื่น เด็กกำพร้าทุกคนที่นี่คือพี่น้องฉัน จนกระทั่งวันนั้น ผู้หญิงคนนั้นได้ยื่นมือแห่งความรัก ความเมตตามาให้ฉัน..."
ชีวิตใน บ้านที่โฉมได้รับความรักความอบอุ่นจากแม่ อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ในวันแรกที่ก้าวย่างเข้าไปในบ้าน ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากท่าทีของพ่อที่แม่แนะนำให้รู้จัก โฉมบรรยายว่า
"จาก บ้านเด็กกำพร้ามาสู่บ้านหลังใหม่ แม้ฉันจะได้ชื่อ ว่าเป็นลูกบุญธรรม แต่ชีวิตฉันก็ผันเปลี่ยนไปทุกอย่าง บัดนี้ ฉันเป็นเด็กที่มีทั้งพ่อทั้งแม่แล้ว เมื่อคุณแม่แนะนำให้ฉันได้ รู้จักคุณพ่อ ความรู้สึกก็บอกฉันว่า คุณพ่อไม่ได้ให้ความสนใจ ฉันเลย ชีวิตฉันจึงผูกพันอยู่กับคุณแม่เพียงคนเดียว..."
โฉมเล่าว่า แม้แต่การไปโรงเรียนคุณพ่อก็ไม่เคยมาส่งเลยแม้แต่วันเดียว มีแต่คุณแม่เท่านั้นที่คอยรับส่งทุกเช้าเย็น ทำให้ยิ่งผูกพันกันมากขึ้น
เวลา ผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งโฉมสอบเข้าเรียนพยาบาลได้ดั่งใจ ความเปลี่ยนแปลงของคุณพ่อก็เผยให้เห็นอย่างเด่นชัด โฉมเล่าด้วยสีหน้าที่สลดลงว่า
"ฉันสอบเข้าเรียนพยาบาลได้สมใจ ฉันเป็นสาวแล้ว คุณพ่อหันมาสนใจฉันมากกว่าคุณแม่ ความเปลี่ยนแปลงของคุณพ่อทำให้ฉันเลือกเรียนประจำเพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้อง ใกล้ชิด กับคุณพ่อที่บ้าน คุณแม่อยู่ใสภาพน้ำท่วมปาก คุณแม่ตามใจฉันทุกอย่าง แม้แต่การไปอยู่ประจำที่โรงเรียน..."
โฉม หยุดเล่า น้ำตาท่วมขึ้นมาอีก เมื่อเล่าถึงปัจจุบันก่อนเกิดเรื่องจนชีวิตเธอต้องเปลี่ยนแปลงและได้มาเจอ กับครอบครัวของแม่ชื่นว่า
"เมื่อสิ้นคุณแม่ คุณพ่อทั้งขอทั้งขู่บังคับให้ฉันกลับมาอยู่ที่บ้าน คุณพ่อบอกว่า ได้ขายบ้านหลังเก่าและซื้อหลังใหม่เพราะต้องการลืมคุณแม่ คุณพ่อบอกฉันว่า ท่านรักคุณแม่ มาก มีฉันคนเดียวที่จะทำให้คุณพ่อลืมความทุกข์ได้ ฉันไม่สังหรณ์ เลยว่าจะมีสิ่งที่ทำให้ฉันเสียใจที่สุดเกิดขึ้นในคืนนั้น..."
ooooooo
คืน นั้น...คืนที่ฝนตกหนัก ขณะที่โฉมกำลังจัดหนังสือและชุดเรียนอยู่นั้น กำพลมาเคาะประตูในสภาพที่เมาหนัก
เมื่อโฉมถามว่าคุณพ่อมีธุระอะไร หรือเปล่า กำพลตอบอย่างมีเลศนัยว่ามีมากเลย พลางเข้าไปจูงมือโฉมที่ไม่เหมือนพ่อจูงลูก โฉมพยายามบอกว่าพ่อเมามากแล้วพ่อไปนอนก่อน ไว้พูดกันพรุ่งนี้ดีกว่า
"พ่อ จะนอนกับหนูที่นี่ พ่อรักหนูนะ" กำพลบอกแล้วกอดโฉมไว้
โฉมตกใจดิ้น สุดฤทธิ์ กำพลก็กอดไว้สุดแรง จนสุดท้ายโฉมดิ้นหลุดวิ่งออกมาได้ เธอวิ่งเตลิดออกมาท่ามกลางสายฝน จนมาเจอชัชเข้า เมื่อเธอร้องขอความช่วยเหลือชัชจึงย้อนรถกลับมาและพาเธอหนีจากเงื้อมมือของ พ่อเลี้ยงโฉดมาได้
เล่าจบโฉมก็ทำแผลเสร็จพอดี ในขณะที่แม่ชื่นนั่งน้ำตาไหลเงียบๆ โฉมบอกแม่ชื่นว่าแผลต้องทายาทุกวันอย่าให้โดนน้ำ สักอาทิตย์ก็คงหาย แต่เหมือนแม่ชื่นไม่ได้สนใจฟัง เรียกโฉมแล้วบอกว่า
"หนู...หนูไม่ ต้องไปไหนอีกแล้ว มาอยู่ที่นี่ อยู่เป็นลูกสาวป้าอีกคน"
แม่ชื่นลูบ แก้มลูบผมโฉมอย่างสงสารจับใจ โฉมร้องไห้ ออกมาอย่างตื้นตันใจ ก้มกราบแม่ชื่นพึมพำ "ขอบคุณ...ขอบคุณค่ะ..." แม่ชื่นดึงโฉมเข้าไปกอด ต่างร้องไห้สะอึกสะอื้นไปด้วยกันด้วยความซาบซึ้งสะเทือนใจ
ooooooo
ชัช ยังไม่รู้อะไร เร่งจอนขณะเปลี่ยนชุดทำงานในอู่ให้หาห้องเช่าให้โฉมเร็วๆ จอนบ่นกระปอดกระแปดว่าจะเอาทั้งดีทั้งถูกไม่ใช่จะหาได้ง่ายๆ แต่คาดว่าอีกวันสองวันน่าจะหาได้เพราะบอกไปกับหลายคนแล้ว
ขณะกำลัง คุยกันอยู่นั้น ชัชก็หยุดกึก เมื่อเห็นกำพลเดินออกมากับวิบูลย์ ชัชรีบหลบ ได้ยินทั้งสองคุยกันถึงเรื่องบ่อนของกำพลที่ถูกตำรวจบุกเข้าไปเมื่อวันก่อน วิบูลย์พูดอย่างทึ่งว่า
"ผมนึกว่าบ่อนโดนปิดไปแล้ว เฮียกำพลนี่เส้นใหญ่ จริงๆ"
"เส้นกวยจั๊บโว้ยไม่ใช่เส้นใหญ่" กำพลลูกเล่นแล้วหัวเราะกันอย่างครื้นเครง
วิบูลย์บอกกำพลว่า เด็กของเขาบอกว่าคนของเฮียมาตามหาลูกสาว กำพลหัวเราะในลำคอก่อนตอบว่า "ลูกสาวที่ไหน อีนี่มันเด็กกำพร้า สงสารเลยขอมาเลี้ยง ไม่ไหวใจแตกเสียคนไปแล้ว สันดานมันเลว เลี้ยงยังไงก็เลี้ยงไม่เชื่อง"
ทั้ง คู่หยุดคุยกัน กำพลเตือนวิบูลย์อย่าลืมผ่านเช็คให้เรียบร้อยด้วย วิบูลย์รับคำขอให้กำพลโชคดีแล้วเดินย้อนกลับไปที่ห้องรับรอง ส่วนกำพลไปขึ้นรถขับออกไป
จอนจ้องเขม็ง บอกชัชว่ากำพลนี่เองที่ทำกับโฉมจนต้องหนีออกจากบ้าน เตือนชัชว่า
"ต้อง ระวังตัวกันให้ดีแล้วโว้ย ขืนมันรู้หรือจับได้ว่าเป็นเราสองคน ดูไม่จืดแน่"
คำ เตือนของจอนทำให้ชัชชักคิดหนักเหมือนกัน
ooooooo










