ตอนที่ 15
วันนี้ชายมาพร้อมกับครูแนบ ศักดาจึงอนุญาตให้เยี่ยมทิพยาได้ ขณะสองคนพาทิพยาออกไปที่สนามหน้าบ้าน บัญชายืนมองอยู่ในบ้าน แล้วหันมาถามศักดา อย่างไม่เข้าใจ
"ไหนแกพูดไว้ว่าห้ามคนในออกคนนอก เข้า นอกจากไอ้พ่อเลี้ยงกับลูกเลี้ยงของมัน"
"ไอ้เชิงชายมาหลายครั้ง ผมก็ไม่ให้เยี่ยม แต่วันนี้มากับครูแนบ ผมก็เลยให้มันเยี่ยมทิพทั้งคู่เลย"
"พ่อ ไม่เข้าใจกับความคิดของแก"
"ผมทำทางไว้ให้มันเรียบ เผื่อวันข้างหน้าเราจะได้วิ่งหรือเดินไม่สะดุดไงครับพ่อ"
"เอา...ตามใจ แก หลายชั้นนักพ่อคิดไม่ทันหรอก" บัญชา เดินหนี ศักดามองออกไปยังคนทั้งสาม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดพรายอย่างมีแผน
ชายหยุดรถเข็นที่ทิพยานั่ง โดยมีครูแนบยืนขนาบอีกข้าง...ชายลงนั่งใกล้ๆทิพยา และขอความเห็นเรื่องชกมวย
"นาย หญิงครับ จำที่นายหญิงเคยพูดเคยสอนผมที่ฝางได้ไหมครับ ถ้านายหญิงยังจำได้...ผมก็อยากจะขอความเห็นจากนายหญิง คือผมจะขึ้นชกกับสิงหราชอีกทีครับ เขาเสนอ เงินค่าชกไม่น้อย บางทีคุณเทพฤทธิ์จะมีเดิมพันกับคุณศักดาด้วย นายหญิงเห็นว่ายังไงครับ"
ทิพ ยานิ่งเงียบ สายตาเหม่อลอยไกล ชายมองหน้าครูแนบ แล้วต่างก็ถอนใจไปพร้อมกัน
ส่วน พ่อธนาธรของทิพยา เมื่อวานเขาจะกลับเชียงใหม่ แต่พอไปถึงสนามบินแล้วเกิดเปลี่ยนใจกะทันหันกลับมาอยู่ที่บ้านเทพฤทธิ์ต่อ อีก เนื่องจากเขาเป็นห่วงทิพยานั่นเอง เนียนกับน้อยก็ติดสอยห้อยตามกลับมาด้วยเช่นกัน
ขณะธนาธรกำลังตรวจดู แฟ้มงานต่างๆ เทพฤทธิ์เดินเข้ามาด้วยอารมณ์โกรธ วางบิลเงินสดปึกใหญ่ลงตรงหน้าธนาธร
"มันสองคนพ่อลูกเป็นไอ้ผีดูด เลือด ใบเบิกทั้งหมดนี้ มันจะปั้นแต่งยังไงก็ได้ คุณพ่อครับ ผมจะทนไม่ไหวแล้วครับ"
"เอาให้มันเห็นดำเห็นแดงกันเลยดีไหม"
ขาดคำ ของพ่อเลี้ยงธนาธร เทพฤทธิ์ก็ต่อสายถึงศักดาทันที
"สำหรับผมไม่มี ปัญหาครับคุณเทพฤทธิ์ มันขึ้นอยู่กับว่าคุณเทพฤทธิ์จะว่างเมื่อไหร่"
"เอา ทางคุณเป็นหลักดีกว่า คุณว่างเมื่อไหร่ผมก็ว่างเมื่อนั้น"
"มันต้อง เด็ดขาดอย่างนี้สิถึงจะคุยกันรู้เรื่อง พรุ่งนี้เป็นไง 9 โมงเช้าเราจะพบกัน" ศักดาตัดสายแล้วหัวเราะหึๆ ไม่ยี่หระ
ครั้นถึง เวลานัดในวันรุ่งขึ้น สองคนก็มาประจันหน้ากันที่ค่ายมวยเทพฤทธิ์ โดยศักดาหนีบเอาทนายชาญมาด้วย
"คุณศักดา ไหนๆเรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ผมอยากประณาม ว่าคุณเป็นคนที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้อย่างที่ผมไม่เคยพบเห็นใครเหมือนคุณมา ก่อนเลย" เทพฤทธิ์เปิดฉาก
"ถ้าไม่ใช่พี่เมียผมล่ะก็ คุณโดนฟ้องหมิ่นประมาทยับเยินแน่ คุณมันก็ไอ้แค่ลูกเลี้ยง พ่อตาผมยังไม่โวย แล้วนี่คุณ จะมาโวยทำไม"
"แม้แต่บิลค่ารักษาคุณทิพที่ส่งไปเก็บเงิน เมื่อวานนี้มันก็เว่อร์เกินความจริง"
"น้องคุณถูกรถชนปางตายนะ ไม่ใช่ถูกมดกัด ค่ารักษา ส่วนตัวอีกเท่าไหร่ที่ผมจ่าย คุณอยากรู้ไหม อยากรู้ผมจะเอามาให้ดู"
"เอาล่ะ ขอโทษด้วยครับ ผมขอให้คุณทั้งสองฟังข้อสรุป ที่ตกลงกันไว้ดีกว่าครับ เถียงกันไปมันก็ไม่เกิดประโยชน์หรอกครับ ข้อสรุปของทั้งสองฝ่ายมีว่าอย่างนี้นะครับ" ชาญไกล่เกลี่ยและเริ่มทำหน้าที่ของตน...เสร็จแล้วสองฝ่ายต่างแยกย้าย ขณะจะเดินผ่านชายกับครูแนบ ชาญขอคุยกับชายสักครู่
"วันสองวันนี้ฉัน จะเข้าไปเยี่ยมแม่ ฉันฝากขอบใจทุกคนนะ รวมทั้งแกด้วย"
"ขอบใจเรื่อง อะไร" ชายไม่เข้าใจ
"ที่ทุกคนให้โฉมมาบอกฉันว่าแม่ร้องไห้ แม่อยากพบฉัน"
ชายไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ฟังชาญแล้วนิ่งอึ้งไปทันที
ooooooo
พอชายกลับถึงบ้าน ปรากฏว่าเอมกับทุกคนกำลังสอบสวนโฉมที่ไปพบชาญแล้วถูกพิมพรรณเล่นงานกลับมา
"เอ้ าเปิดศาลได้ พี่โฉมก่อน มีอะไรจะพูดอีกหรือเปล่า"
"ไม่มีแล้วเอม ทุกอย่างทุกคำพูดของพี่ชาญกับผู้หญิงคนนั้นฉันได้เล่าให้ฟังอย่างละเอียดหมด แล้ว"
"ศักดิ์ศรีโว้ยโฉม เอ็งปล่อยให้นังคนนั้นมันด่าว่าเอ็งฟรีๆได้ยังไง อย่างน้อยหลังมือสักฉาดสองฉาดก็ยังดี" อิ่มของขึ้น
"ฉันตกใจน่ะป้า อิ่ม ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออกอยากจะกลับมาบ้านอย่างเดียว พอกลับมาถึงยังนั่งงงอยู่ตั้งนาน"
"เออใช่ แม่ยังเข้ามาถามเลยว่าโฉมไม่สบายหรือเปล่า เฮ้อ มีกันอยู่แค่นี้ทีหน้าทีหลังจะไปไหนมาไหนจะทำอะไร บอกเล่าเก้าสิบกันก่อนแหละดี เอาล่ะ แล้วให้มันแล้วไป"
"เมื่อคืนที่แม่ร้องไห้พูดถึงพี่ชาญ แล้วชัชเข้าไปกอดแม่ โฉมเห็นแล้วก็ทนไม่ได้ โฉมอยากให้พี่ชาญได้รู้ว่าแม่รัก แม่คิดถึงพี่ชาญ โฉมขอโทษค่ะที่ทำให้ทุกคนเดือดร้อน"
ชื่นเข้ามากอดปลอบโฉม เอมสงสารโฉมเหมือนกัน แต่วางฟอร์มทอมบอยชวนพ่อกะเทยกลับไปบ้านก่อนที่ใครๆอาจจะได้เห็นน้ำตาของ ทอม...โฉมเหลือบมองชายที่มองมานิ่งๆ สุดจะคาดเดาว่าเขาคิดอะไรอยู่
เอมกลับไปบ้านไม่ทันไร ชัชก็ตามเอากล่องของขวัญมาให้ พอชัชคล้อยหลัง เอมรีบเปิดกล่องของขวัญ ปรากฏว่าเป็นเสื้อผ้าผู้หญิงหวานแหวว เอมบ่นชัชว่าบ้าหรือเปล่า แต่ก็เอาเสื้อผ้ามาทาบตัวแล้วหมุนไปมาหน้ากระจกอย่างเขินๆอายๆ
ส่วนโฉมที่ยังคาใจ เธอเข้ามาพบชายในห้อง เห็นชายนั่งห่อลูกอมใส่ถุงจำนวนมากเพื่อเอาไปแจกเด็กที่วัด โฉมยิ้มชื่นชม ก่อนเข้ามานั่งใกล้ๆชาย
"เมื่อเย็นนี้ที่ฉันขึ้นศาล นายมีอะไรสงสัยคาใจฉันไหม" ชายส่ายหน้าแทนคำตอบ "แต่นายน่าจะถามฉันบ้าง นายเงียบจนฉันไม่สบายใจ"
"ก็ทุกคนเขาพูดไปหมดแล้ว เธอก็ตอบให้ทุกคนได้ เข้าใจแล้ว ฉันก็ไม่มีอะไรจะต้องพูดอีก จะมีก็นิดเดียว"
"นั่นแหละไอ้นิดเดียว โฉมอยากฟัง"
"พูดแล้วจำไว้นะยัยโฉมตัวดี ทำอะไรคิดอะไรหรือจะไปไหน เธอต้องรู้ว่ามีคนที่เขารักเธอห่วงเธอและหวงเธอ เข้าใจไหม" ชายไม่พูดเปล่า สองมือจับแก้มโฉมเย้าอย่างมันเขี้ยว โฉมพยักหน้ายิ้มๆมีความสุข แต่แล้วเอาคืนด้วยการทุบหลังเขาก่อนวิ่งหนีออกไป
ooooooo
แม้ทิพยาจะร่างกายพิการไปแล้วด้วยน้ำมือของบัญชา แต่ศักดาผู้เป็นลูกชายของบัญชาและเป็นสามีของทิพยาก็ยังไม่สาแก่ใจ...คืนนี้ ศักดาทำร้ายจิตใจทิพยาด้วยการพาพิมพรรณที่กำลังมีปัญหากับชาญไปกินเหล้าแล้ว พาเธอเข้ามานอนในบ้าน และแสดงบทรักอันเร่าร้อนต่อหน้าต่อตา ทำให้ทิพยาที่พิการแต่ ร่างกายต้องเจ็บแค้นและเจ็บช้ำแสนสาหัสกับการกระทำของศักดาในครั้งนี้
ด้วยจิตใจที่พะวงเป็นห่วงลูกสาวสุดที่รัก กลางดึกธนาธรฝันว่าศักดาทำร้ายตนแล้วให้สมุนจับทิพยาโยนเข้ากองไฟ พอสะดุ้งตื่นเหงื่อกาฬแตกเต็มหน้า ธนาธรใจคอไม่ดี ดูนาฬิกาเป็นเวลาตีสอง ตัดสินใจเรียกเนียนกับน้อยมาสั่งการให้ไปบอกเทพฤทธิ์ให้โทร.หาทิพยาเดี๋ยว นี้
เสียงโทรศัพท์ดังอยู่นาน ทิพยาได้ยินเสียงแต่ไม่สามารถ จะรับสาย ได้แต่กระดิกนิ้วมือที่เริ่มมีความรู้สึกขึ้นบ้างแล้ว เมื่อเสียงโทรศัพท์ยังดังอย่างต่อเนื่อง ศักดาซึ่งนอนกอดก่ายกับพิมพรรณอยู่บนเตียงเลยต้องงัวเงียลุกขึ้นมารับด้วย ความรำคาญ
"ฮัลโหล...เออใช่ แล้วนั่นใครพูด...แล้วมันมีเรื่องอะไร มิทราบ"
"คุณศักดา คุณพ่ออยากให้ถามว่าคุณทิพเป็นยังไงบ้าง"
"นี่มันตีสองกว่าแล้วนะ แล้วน้องสาวคุณสบายดี มีความสุขทุกอย่าง...แค่นี้นะ" ศักดาวางสายดื้อๆ แล้วหันมาหงุดหงิดใส่ทิพยาที่ยังนั่งตาโพลงหลับไม่ลง "พี่ชายของคุณมันบ้า มันไม่รู้หรอกว่าผัวเอาใจเมียขนาดไหน ขอนอนก่อนนะที่รัก"
พูดเสร็จศักดาก็หันกลับไปนอนกอดก่ายพิมพรรณต่อ ทิ้งให้ทิพยานั่งมองบาดภาพตาบาดใจนั้นอย่างชอกช้ำระคนเคียดแค้น...
ทางฝ่ายเทพฤทธิ์ที่ถูกศักดาพูดจากวนประสาทและวางสายไปอย่างไร้มารยาท เทพฤทธิ์ไม่พอใจแต่ก็ต้องข่มมันเอาไว้ หันไปบอกธนาธรที่จดจ่อรอฟังข่าวทิพยาว่า
"คุณทิพไม่เป็นอะไรหรอกครับ คุณพ่อไม่ต้องห่วง คุณพ่อทำใจให้สบายเถอะครับ"
"ใจพ่อจะสบายก็ต่อเมื่อแกพาทิพยาขึ้นไปอยู่ที่ฝางได้"
เทพฤทธิ์ฟังคำพ่อแล้วก็นิ่งอึ้งไปอย่างหนักใจ
ooooooo
พิมพรรณหายไปทั้งคืน เพิ่งจะกลับเข้ามาเอาตอนเช้า ชาญทนพฤติกรรมของเธอไม่ไหว ตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าข้าวของลงกระเป๋าเพื่อไปจากเธอ พอพิมพรรณเห็นกระเป๋าของชาญก็เป็นเรื่อง เธอโวยวายเสียงดังคับบ้านอย่างไม่แคร์ใคร
"จะไปไหน ย้ายที่ซุกหัวนอนใหม่งั้นเหรอ อีนังโฉมคงไปเช่าห้องตั้งท่ารออยู่แล้วสินะ"
"คุณพิม...ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคุณจะกลายเป็นผู้หญิงที่ก้าวร้าวหยาบคาย"
"เมื่อก่อนฉันก็ไม่เคยเป็น แต่คุณนั่นแหละสอนให้ฉันเป็น"
"ผมงั้นเหรอสอน พูดได้ไม่อายปาก ผมจะบอกให้นะ เมื่อผมไปจากที่นี่แล้ว สิ่งที่คุณควรจะทำก็คือไปหาหมอเช็กประสาทเสีย เพราะขณะนี้คุณมันป่วยเป็นโรคจิตโรคประสาทอย่างแรงแล้ว"
พิมพรรณโกรธจี๊ด ร้องกรี๊ดราวกับสติแตก
"ไปเลย...จะไปไหนไปเลย แต่แกไม่ต้องมาสั่งสอนคนอย่างฉัน แกเป็นใครมาจากไหน ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองเสียบ้างว่าก่อนมาอยู่กับฉันสารรูปแกเป็น ยังไง ฉันเลี้ยงฉันขุนแกทุกอย่าง แล้วแกจะถีบหัวฉันไปง่ายๆเหรอ"
ชาญคว้ากระเป๋าเดินไปถึงประตู พิมพรรณใจเสียไม่นึกว่าเขาจะกล้า แต่ก็ยังไม่วายแผดเสียงข่มเขาอีก
"จำไว้นะถ้าแกก้าวพ้นจากห้องนี้ไป แกจะต้องเสียใจ"
ชาญเหมือนจะตอบโต้ แต่แล้วเปลี่ยนใจเดินออกไป พิมพรรณทั้งเสียใจทั้งโมโห ร่ำไห้คร่ำครวญผสมด่าทอเขาเอ็ดอึง
"ไอ้เนรคุณ กลับมาก่อน แกทำกับฉันอย่างนี้ไม่ได้นะ ได้ยินไหม แกทิ้งฉันไม่ได้"
ooooooo
เมื่อคืนชายย้ายมานอนที่ค่ายเทพฤทธิ์ โดยมีครูแนบครูมวยประจำตัวมาอยู่ด้วย เช้าขึ้นครูแนบทบทวนเชิงมวยให้ชาย ส่วนนักมวยอื่นๆในค่ายก็บริหารร่างกายกันไปตามปกติ
เอมนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ชัชเข้ามาจอดไม่ห่างจากชายที่กำลังขะมักเขม้นกับ การซ้อม พอเอมส่งเสียงทัก ชายจึงหันมาหา
"เอ้า พี่โฉมฝากมาให้ เมื่อกี้ฉันแอบเปิดดูแล้ว มีเสื้อผ้า และของใช้จุกจิก ไอ้ที่สำคัญมี กกน.สามตัว" เอมรายงานเสียงดังฟังชัด แต่ชายไม่เข้าใจคำย่อของเอม จึงทวนคำพร้อมทำหน้างงๆ
"กกน.?"
"กางเกงในสามตัว" เอมโพล่งขึ้น
"เฮ้ยไอ้เอม พูดให้มันเบาๆหน่อยซิวะ"
"อะไรกัน ฉันไม่เห็นมีผู้หญิงซักคน มีแต่ผู้ชายกับทอม" ว่าแล้วเอมวิ่งไปเตะกระสอบทราย ชัชมองตามยิ้มๆ แล้วบ่นกับพี่ชายว่า
"ไอ้เอม...ไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างนี้อีกนานแค่ไหน"
ชายหัวเราะ กอดคอชัชเดินผ่านเอมเข้าไปข้างใน
"ถ้าแกอยากให้มันเป็นผู้หญิงจริงๆ ก็ต้องพยายามมากๆหน่อย"
"พี่ชายว่าไอ้เอมเป็นผู้หญิงได้เหรอ"
"เฮ้ยๆ นินทาอะไรวะ มาเลยใส่นวม มาทั้งพี่ทั้งน้อง วันนี้ไอ้เอมจะบวกให้คว่ำทั้งคู่เลย" เอมทำก๋ากั่นราวกับเก่งกาจ ชัชกับชายเห็นท่าทางเอมแล้วอดหัวเราะกันไม่ได้
ooooooo
ชาญตัดสินใจกลับบ้าน ขณะเขาเดินผ่านร้านของอิ่ม ชาญไม่ได้หยุดทักทาย ทำให้อิ่มนึกเคืองถึงกับค้อนไปบ่นไปว่า ทีหน้าทีหลังอย่าได้มายืมเงิน แม่จะคิดดอกให้ร้องจ๊ากเชียว...
ชาญเดินมาหยุดตรงหน้าน้าเล็กกับโฉมที่ขายขนมอยู่หน้าบ้าน โฉมทักทายชาญด้วยความดีใจ ก่อนบอกให้ชาญเข้าไปหาแม่ข้างในได้เลย ขณะนั้นชื่นกำลังนึ่งขนม พอเหลือบเห็นลูกชายคนโต ชื่นถึงกับผวามาหาทั้งน้ำตา
"ชาญ...แม่ดีใจ ดีใจที่ชาญกลับมาหาแม่แล้ว ลูกเป็นอะไรหรือเปล่า หมู่นี้แม่ฝันไม่ค่อยดีเลย"
"ผมไม่เป็นไรครับ ผมสบายดี แม่ไม่ต้องห่วง ลูกแม่ คนนี้โตแล้วครับ"
ชัชกับเอมเพิ่งกลับจากค่ายมวยเทพฤทธิ์ พอจอดรถหน้าบ้าน ชัชย้ำถามเอมอีกครั้งว่าเมื่อไหร่จะใส่ชุดที่ให้ไป เอมออกอาการเขินขึ้นมาทันที กลบเกลื่อนด้วยการบอกว่า ตนฉีกทิ้งไปหมดแล้ว
"มากันแล้วเหรอ" โฉมเดินออกมาทักก่อนถาม "พี่ชายเป็นไงบ้าง บ่นอะไรถึงพี่โฉมหรือเปล่า"
"จะบ้าเหรอพี่โฉม พี่ชายเพิ่งจะไปนอนที่ค่ายคืนเดียวเอง ถามยังกะพี่ชายไปเป็นปีแล้ว"
ถูกเอมเบรกซึ่งหน้าเข้าแบบนี้ โฉมเลยต้องแก้เก้อว่า
"ก็ถามเผื่อที่โน่นขาดเหลืออะไร"
"พี่โฉม สงกรานต์ปีนี้ฉันหาคนประกวดได้แล้ว"
"จริงเหรอชัช ดีจังเลย พี่โฉมจะได้ช่วยเชียร์"
"แต่คนที่ฉันจะส่งเข้าประกวดยังไม่ยอมใส่ชุด"
เอมสะดุ้ง รีบปิดปากชัชหมับ พร้อมกับสำทับว่า "ฉันโกรธยันแก่เลยนะ ฉันไม่พูดเล่นด้วย"
ชัชหัวเราะชอบใจ แต่โฉมทำหน้างงๆ จากนั้นทั้งหมดก็เดินเข้าไปในบ้าน ซึ่งอิ่มกำลังสนทนาอยู่กับชาญและชื่น
"แม่ชื่นเขาก็พูดถูก มีอะไรไม่สบายใจก็กลับมาอยู่บ้านของเรา"
"ขอบคุณครับป้าอิ่ม"
"กองไว้ตรงนั้นแหละ หน็อย เดินผ่านร้านมันน่าจะแวะมาเซย์ฮัลโหลกันก่อน จ้ำอ้าวไม่รู้ว่าอะไรมันหาย" อิ่มพูดแล้วทิ้งค้อนให้ชาญ ทำเอาคนอื่นๆ พากันยิ้มขำ ไม่เว้นแม้ แต่ชาญซึ่งรู้จักอิ่มดีว่าปากร้ายแต่ใจดี...
ใกล้ถึงวันศึกบัญชาชัย ศักดาถูกนักข่าวตามสัมภาษณ์ถึงขอบเวทีที่สิงหราชฟิตซ้อม
"ผมให้สิงหราชชกกับเชิงชายอีกครั้ง เพราะว่าแฟนมวยเรียกร้องครับ ครั้งนี้สิงหราชมาใหม่ และจะทำให้ท่านตื่นตะลึงทีเดียว ถ้าไม่เชื่อผม ดูการฟิตซ้อมของเขาสิครับ"
ศักดาผายมือไปยังสิงหราชที่กำลังซ้อมดุดัน นักข่าวต่างถ่ายภาพสิงหราชอย่างมันมือ แล้วหลังจากภาพข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป สร้างความพอใจให้กับบัญชาอย่างมาก ถึงกับชื่นชมศักดาขณะร่วมโต๊ะอาหารกันที่บ้าน
"ข่าวศึกบัญชาชัยแกทำได้ไม่เลว วงในก็พูดถึงมาก เหมือนกัน แล้วไอ้สิงหราชล่ะเป็นไง"
"มันตั้งใจมากขึ้น แบบนี้มันค่อยสูสีหน่อย"
"อะไรสูสี แกอย่าทำบ้าๆนะศักดา ขืนไอ้สิงหราชเกิดแพ้อีก เราจะไม่เหลืออะไรเลย"
"อย่าห่วงครับพ่อ ผมมีแผนสองรองรับเมื่อแผนหนึ่งพลาดอยู่แล้ว"
"เออ พ่อค่อยเบาใจหน่อย ยังไงหนูทิพจะได้อยู่กับพ่อ ที่แสนดีไปนานๆ" บัญชาหัวเราะ พลางมองไปยังทิพยาที่พยาบาลกำลังป้อนอาหาร...ทิพยารับรู้ทุกอย่างด้วยความเจ็บแค้นใจ แต่เธอพูดไม่ได้ นอกจากนิ้วที่กระดิกถี่ขึ้นแต่ไม่มีใครสังเกตเห็น...
ooooooo










