ตอนที่ 14
ทันทีที่ฟื้นขึ้นมา ธนาธรก็รีบเดินทางพร้อมเนียนและน้อย ธนาธรตั้งใจจะรับทิพยาที่ประสบอุบัติเหตุจนเป็นอัมพาตทั้งตัวต้องนั่งรถเข็นกลับไปอยู่ที่ฝาง แต่เทพฤทธิ์ทักท้วงเพราะอยู่ที่นี่ใกล้หมอจะมีโอกาสหายเร็วกว่า
"จะอยู่ที่นี่หรือที่โน่นโอกาสก็เหมือนกัน ตอนนี้เริ่มอยู่ในขั้นบำบัด ขั้นตอนการรักษาเราก็จ้างหมอจากที่นี่บินไปบินกลับได้...ไปอยู่กับพ่อนะลูก ไปอยู่ที่บ้านของเรา ไร่ส้มของเรา"
ทันใดนั้น ศักดาถือช่อดอกไม้เดินเข้ามาแสดงสีหน้าท่าทางเป็นห่วงทิพยาอย่างที่สุด
"ทิพไม่ไปไหนหรอกครับคุณพ่อ เมียผมก็ต้องอยู่กับผม ยังไงเมียผมก็ต้องหาย ตอนนี้ผมกำลังเดินอยู่สองทาง หมอผ่าตัดที่เก่งที่สุดในอังกฤษ และอีกทางคือหมอจีนมือหนึ่งของเซี่ยงไฮ้ ตอนนี้กำลังเดินทางมาดูอาการเมียผมแล้ว"
เทพฤทธิ์กับธนาธรมองหน้ากันอย่างต่างรู้แก่ใจ แม้แต่ เนียนและน้อยก็รู้ทัน เหลือบมองศักดาอย่างชิงชัง
ชายตั้งใจมาเยี่ยมทิพยา แต่ถูกศักดาขัดขวางจนต้องล่าถอยกลับไปอย่างหงุดหงิด โฉมกับเอมแม้เพิ่งเคยเจอทิพยาเพียงครั้งเดียว ก็ยังอดเป็นห่วงเธอไปด้วยไม่ได้
ooooooo
ทิพยาในสภาพอัมพาตทั้งตัวและพูดไม่ได้ยังต้องรักษาและทำกายภาพบำบัดอยู่โรงพยาบาล ธนาธรเองร่างกายก็ไม่เต็มร้อย เดินไม่ได้ต้องใช้รถเข็นมาหลายปี เมื่อต้องมาประสบพบเจอเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับลูกสาวสุดที่รัก ธนาธรรู้สึกแย่มากๆ แต่ก็ต้องทำเข้มแข็งเพื่อเป็นที่พึ่งให้ลูก
เมื่อยังต้องอยู่ต่ออีกหลายวัน เทพฤทธิ์จึงพาธนาธร มาพักที่บ้านของเขาชั่วคราว รวมทั้งเนียนกับน้อยด้วย
"คุณพ่อหิวหรือยังครับ ผมจะได้สั่งเด็กตั้งโต๊ะ"
"พ่อยังกินอะไรไม่ลงหรอก เนียนกับน้อยมันทำอะไร"
"นั่งสุมหัวร้องไห้กันอยู่ในครัวครับ คุณพ่อไม่ต้องห่วง ผมสั่งแม่บ้านดูแลอย่างดีแล้ว"
"ไอ้ศักดามันไว้ใจไม่ได้จริงๆ พ่อถามเรื่องใบหย่ามันบอกว่าไม่รู้เรื่อง ถามเรื่องเงิน 50 ล้าน มันบอกว่ายัยทิพเอามาช่วยมัน"
"ไม่ทันไรมันเบิกค่ารักษาตัวคุณทิพไปล้านกว่าแล้วครับ ที่ผมทนเพราะผมเห็นแก่คุณทิพ"
"แกทำดีแล้ว ช่างหัวมันไม่ต้องคิดอะไรมาก ถือเสียว่ามันเป็นเวรเป็นกรรมของพ่อกับยัยทิพก็แล้วกัน"
ธนาธรพูดอย่างปลงๆ แต่ขณะเดียวกันนั้น สองพ่อลูกบัญชากับศักดาที่ยังมีกิเลสหนา พวกเขากำลังดื่มฉลองความสำเร็จกันอย่างมีความสุข
"สำหรับผมถือว่ามีโชค 2 ชั้น มันไม่ตายแต่ไม่มีทางพูดได้"
"แกอย่าให้ไอ้พ่อเลี้ยงพานังง่อยเมียแกไปไหนเด็ดขาด"
"โธ่พ่อ ผมจะตัดท่อน้ำเลี้ยงก็บ้าแล้ว"
เสียงโทรศัพท์มือถือศักดาดังขึ้น ศักดาเห็นชื่อที่โทร. เข้ามาแล้วยิ้มร่า เท่านี้บัญชาก็พอจะรู้ว่าต้องเป็นสาวๆ จึงเปิดโอกาสให้ลูกชายเต็มที่ด้วยการเดินจิบไวน์ห่างออกไป
ศักดาทำปากหวานใส่พิมพรรณว่าเขาคิดถึงเธอจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว พิมพรรณยิ้มกระหยิ่มก่อนบอกให้เขาพิสูจน์คำพูดด้วยการออกมาพบเธอที่ร้านมายเลิฟตอนสองทุ่ม ศักดาตกลงทันที พอวางสายก็หันมาเจอแม่บ้านยืนรออยู่ แม่บ้านรายงานว่านักมวยที่ชื่อสิงหราชมาขอพบ พอศักดาออกมาหน้าบ้านก็เห็นสิงหราชยืนรออยู่ข้างมอเตอร์ไซค์สุดเท่
"นายครับ แม่ผมอยู่หนองคายอาชีพทำนา ตอนนี้แม่ผมทำไม่ไหว ผมต้องส่งเงินไปให้แม่ ถ้าคุณไม่ให้ผมชก ผมก็ต้องขายรถ ถ้าให้ผมขายรถคันนี้ให้ผมตายดีกว่า" สิงหราชเว้าซื่อๆ
"แล้วเรื่องการซ้อม แกจะซ้อมวันเว้นวันหรือเปล่า"
"ผมจะซ้อมทุกวันครับ ให้ซ้อมผมซ้อม ให้วิ่งผมวิ่ง ให้ทำอะไรผมทำทุกอย่างครับ"
"ถ้าแกทำเหมือนปากพูด ฉันก็จะจัดให้แกขึ้นชก"
สิงหราชดีใจสุดๆ ยกมือไหว้ศักดาอย่างนอบน้อม
ooooooo
ระยะหลังมานี่พิภพเริ่มไม่พอใจการทำงานของชาญที่พลาดบ่อยครั้ง แม้คดีง่ายๆก็ยังพลาด บ่ายวันนี้พิภพจึงเรียกชาญเข้ามาเตือน และให้คิดหาทางแก้ไขเสียก่อนที่ตนจะถอดใจจากเขา
ชาญฟังแล้วอึ้งไปเหมือนกัน ครั้นกลับมาอยู่ลำพังคนเดียวในห้องทำงาน ชาญจึงต่อสายไปหาพนักงานหน้าห้องให้ช่วยตามคุณพิมพรรณเข้ามาพบเขาหน่อย
"คุณพิมออกไปทำผมค่ะ"
"ออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่"
"ได้ซักพักแล้วค่ะ เห็นบอกว่ามีนัดทานข้าวกับเพื่อน"
"เท่านี้แหละ ขอบคุณ" ชาญวางสายสีหน้าเครียดๆ
ooooooo
ตกเย็น ชัชกับเอมพากันไปอาบน้ำคลอง เอม ท้าชัชแข่งว่ายน้ำข้ามคลอง ถ้าใครแพ้จะต้องเป็นเบ๊ให้ผู้ชนะเป็นเวลาสามวัน ชัชตกลงทันที พลางพูดเยาะว่าตนกำลังจะมีทอมเป็นคนรับใช้ เอมฉุนกึก โต้ว่าชาติหน้ายังไม่มีทางชนะคนอย่างตนได้
"เอาละนะ ฉันนับนะ" เอมตั้งท่า
"ไม่ได้ ข้าต้องเป็นคนนับ...พี่ชาย นับให้หน่อย ไอ้เอม มันท้าให้ฉันว่ายน้ำแข่ง" ชัชตะโกนเรียกพี่ชายที่นั่งอยู่กับโฉมและชื่น
"พี่โฉมดูให้ด้วย เดี๋ยวพี่น้องมันจะโกงฉัน" เอม รีบสำทับ
"ไอ้สองคนนี้เมื่อไหร่มันจะรู้จักโตซักทีนะ" ชื่นบ่นยิ้มๆ
"เอานะ หนึ่ง สอง สาม..." ขาดคำของชาย ทั้งเอมและชัช ต่างก็พุ่งตัวลงน้ำว่ายแข่งกัน โฉมกับชื่นเชียร์เอมเสียงดังลั่น ขณะที่ชายเชียร์ชัชไม่เบาเหมือนกัน พอถึงกลางคลองชัชว่ายมือเดียว เอมจึงถึงฝั่งก่อนกลายเป็นผู้ชนะอย่างใสสะอาด ทำให้โฉมกับชื่นได้เฮ
"ไอ้ชัช เอ็งนี่ไม่ได้เรื่องเลย แล้วทำไมต้องว่ายมือเดียววะ" ชัชบ่นอุบ
"ผ้าขาวม้ามันหลุด ฉันไม่ได้นุ่งกางเกงในด้วย"
ทุกคนหัวเราะ เอมยืนยิ้มเต๊ะท่า แล้วชัชกับโฉมก็เร่งทั้งคู่ขึ้นจากน้ำซะที แม่หิวข้าวแล้ว เอมได้ทีสั่งชัชให้รีบไป จัดเตรียมข้าวปลาอาหารให้เรียบร้อย เดี๋ยวพี่จะมากิน
"ไอ้เอม เดี๋ยวโดนเตะจนได้"
"เฮ้ย อย่าลืมสิวะ เป็นเบ๊สามวัน"
ชัชชะงักนึกได้รีบกลับคำทันที "ครับพี่เอม น้องชัชจะไปตั้งสำรับกับข้าวให้พี่เอมครับ"
"สะใจจริงๆโว้ย" เอมส่งเสียงพร้อมกับเต้นสวิงสวายไปมา ชัชจับตามองด้วยความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นในใจ ครั้นเอม หันมาเห็นสายตาของชัชก็เล่นเอาเอมเขินๆอายๆไปเหมือนกัน
ooooooo
พิมพรรณและศักดามาพบกันยังจุดนัดหมาย ทั้งคู่เคยสนิทสนมกันมาก่อนจึงไม่แปลกที่จะต่อกันติดอย่างรวดเร็ว ขณะเขาและเธอออกไปเต้นรำและหัวเราะเริงร่ากันกลางฟลอร์ ชาญเดินเข้ามายืนจ้องอย่างไม่พอใจ พิมพรรณเห็นเข้าถึงชะงักตกใจนิดๆ
"เขามาที่นี่ได้ยังไง" เสียงเปรยของพิมพรรณทำให้ศักดา ต้องมองตาม
"คุณพิมบอกเขาหรือเปล่า"
"แม้แต่พูด พิมยังไม่อยากพูดกับเขาเลย"
"เกือบลืม เขาเป็นทนายความถึงได้ตามคุณเจอ"
พิมพรรณหน้าตึงด้วยความโกรธชาญ พอแยกจากศักดากลับไปบ้าน พิมพรรณก็โวยใส่ชาญ แทนที่ชาญจะเป็นฝ่ายเอาเรื่องเธอ
"สิ่งที่คุณทำคืนนี้ คุณรู้ไหมว่าคุณไม่ให้เกียรติฉัน"
"ก็ตรงไหนล่ะที่คุณว่าผมไม่ให้เกียรติคุณ"
"คุณแอบตามฉันไป เพื่อฉีกหน้าฉัน เพื่อประกาศให้เขารู้ว่าคุณเป็นเจ้าของฉัน"
"แล้วทุกวันนี้เราเป็นอะไรกันอยู่"
"เป็นอะไรงั้นเหรอ...ฉันมันก็เป็นผู้หญิงใจง่าย เป็นนางบำเรอของคุณน่ะซิ"
"คุณตอบไม่ตรงประเด็น"
"ก็ฉันไม่ใช่ทนายความ ฉันอยากจะตอบ ฉันอยากจะพูด ฉันก็ทำตามที่ใจฉันอยากจะทำ เอาไหม คุณบงการชีวิต ฉันได้ทุกอย่าง ถ้าคุณแต่งงานกับฉันจดทะเบียนกับฉัน คุณจะกล้าไหม คุณก็ไม่กล้า เพราะคุณยังรักอีนังผู้หญิงในรูปนั่น"
"ผมมาอยู่กับคุณ ผมก็ไม่เคยติดต่อกับเขาอีก และคุณก็ไม่ควรเรียกเขาว่าอีด้วย"
"อีโฉมๆๆ มันชื่ออีโฉม อย่านึกว่าฉันไม่รู้จัก คุณอยู่ กับฉัน กอดฉัน แต่ในใจคุณยังรักมัน ในใจคุณยังคิดถึงมันตลอดเวลา"
ชาญนิ่งเงียบเหมือนยอมรับ ยิ่งทำให้พิมพรรณเจ็บใจกรีดร้องแทบคลั่ง
ooooooo
เทพฤทธิ์ปรึกษาครูแนบหลังได้ข่าวว่าศักดาส่งเซียนมวยมาติดต่อขอให้เชิงชายขึ้นชกกับสิงหราชอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้มีเงินเดิมพันไม่อั้น
"ผมยังรับปากคุณเทพฤทธิ์ไม่ได้ ต้องปรึกษาเจ้าชายมันก่อน" ครูแนบท่าทีลำบากใจไม่น้อย
ระหว่างนี้ พ่อเลี้ยงนั่งรถเข็นไฟฟ้าออกมาหาเทพฤทธิ์ โดยมีน้อยและเนียนตามหลังมาด้วย
"เทพฤทธิ์ ให้รถไปส่งพ่อที่โรงพยาบาลหน่อย"
"พ่อครับ ไอ้ศักดามารับตัวคุณทิพไปไว้ที่บ้านมันแล้วครับ หมอเวรโทร.มาบอกผมสักครู่นี่เอง"
"หน้ามันฉันยังไม่อยากเห็น แล้วบ้านมันคิดว่าฉันอยากจะไปหรือไง ฉันจะกลับฝางวันนี้"
พ่อเลี้ยงเลื่อนรถเข็นเข้าบ้านอย่างฉุนเฉียว เนียนกับน้อยน้ำตาซึม ก้าวตามพ่อเลี้ยงกลับเข้าไป เทพฤทธิ์มองตามอย่างหนักใจ
ooooooo
รถของศักดานำหน้ารถพยาบาลเข้ามาจอดหน้าบ้าน...ทิพยานั่งรถเข็นถูกพยาบาลที่จ้างพิเศษพาเข้าไปในบ้าน จากนั้นศักดาก็สั่งให้แม่บ้านพาพยาบาลไปดูห้องคนป่วย แล้วอีกเดี๋ยวเขาจะพาทิพยาไปส่ง
ศักดาเข็นรถพาทิพยาเข้ามาในห้องนอนอันโอ่อ่ากว้างขวาง
"ห้องนี้ไงที่คุณจะต้องมานอนกับผมทุกคืน ตอนนี้ผมพบผู้หญิงคนใหม่แล้วนะ เซ็กซี่กว่าคุณ แล้วเรื่องบนเตียงท่าทางเขาต้องเก่งกว่าคุณแน่ๆ อีกไม่นานจ้ะที่รัก แล้วคุณก็จะได้เห็น"
ทิพยารับรู้ทุกอย่าง เพียงแต่ร่างกายเธอขยับและพูดไม่ได้เท่านั้น ถ้อยคำของศักดาทำให้เธอเจ็บปวดร้าวรานใจจนน้ำตาไหลเอ่อออกมา...
เช้าวันรุ่งขึ้น ครูแนบแวะมาหาชายที่บ้าน คนอื่นๆก็อยู่กันพร้อมหน้า รวมทั้งเอมและอิ่มเพื่อนบ้านที่สนิทชิดเชื้อกันมาก ครูแนบซดกาแฟแกล้มด้วยปาท่องโก๋ ก่อนเริ่มเจรจากับชายเรื่องชกมวย แต่ไม่ทันที่ชายจะตอบว่ากระไร เอมก็โพล่งขึ้นเสียก่อนว่า
"โอ้โฮ สุดยอดเลยครูแนบ"
"ใช่ กาแฟเขาสุดยอดจริงๆ"
"ไม่ใช่ครูแนบ ฉันบอกค่าตัวพี่ชาย 2 แสน มันสุดยอดจริงๆ"
"ไอ้สิงหราชเจอแข้งพี่ชายอีก มันก็นับสิบอีก" ชัชเสริมขึ้นอย่างมั่นใจ
"เอาเลยพี่ชาย...โอ๊ย อะไรเนี่ยพ่อ" เอมพูดได้แค่นั้นก็ถูกอิ่มดึงคอเสื้อออกจากวงสนทนาไป
"ฉันขอเวลาคิดอีกวันสองวัน แล้วฉันจะให้คำตอบได้ไหมครู"
"ดีแล้ว จะทำอะไรมันก็ต้องปรึกษากันก่อน ครูก็แค่มาบอกเท่านั้น" ครูแนบสรุป แต่ก็นึกรู้ว่าครั้งนี้ชายต้องคิดหนักแน่ๆ
ด้านเอมที่ถูกอิ่มลากกลับไปบ้านก็ถูกเหวี่ยงจนตัวปลิว เอมแหกปากโวยวายไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อต้องทำขนาดนี้
"ทำไมเอ็งจะต้องลอยหน้าลอยตาเสนอความเห็นเขาด้วย"
"เงินตั้ง 2 แสน พี่ชายไม่เอาก็โง่แล้ว"
"แล้วถ้าไอ้ชายมันเกิดแพ้ล่ะ อายเขาไหม ทุกคนแถวนี้ยกย่องไอ้ชายเป็นขวัญใจ ข้าไม่อยากให้ไอ้ชายมันชกอีกแล้ว เงินได้มาเดี๋ยวก็ใช้หมด แต่ชื่อเสียงทุกคนต้องจำไปจนตายโว้ย" ว่าแล้วอิ่มก็เดินก้นบิดเข้าข้างใน ทิ้งเอมนั่งอึ้งอยู่กับที่...
ส่วนชาย พอครูแนบกลับไปแล้ว ชายก็บอกกล่าวกับแม่เรื่องชกมวย ชื่นนั้นไม่สนับสนุนอยู่แล้ว จึงเตือนชายด้วยความเป็นห่วง โฉมเองก็ไม่อยากให้ชายขึ้นชกเหมือนกัน ชายรู้แต่ก็อดที่จะลังเลไม่ได้กับเงินจำนวนสองแสนบาท
"วันข้างหน้าโฉมไม่อยากมีบ้านเป็นของเราเหรอ"
"ถ้าพี่ชายคิดจะแยกไปจากแม่ชื่น พี่ชายก็ไปอยู่คนเดียว ให้สบายเถอะ จ้างให้โฉมก็ไม่ไปด้วย"
"โฉมคิดผิดคิดใหม่ได้นะ แม่ชื่นเป็นใคร แล้วนี่พี่ชายเป็นใคร"
"พี่ชายจะให้โฉมคิดเป็นร้อยเป็นพันครั้ง โฉมก็เลือกแม่ชื่น" โฉมพูดจบก็ลุกหนีไปทันที ชายพอใจกับความคิดของโฉมที่รักแม่ของตนอย่างจริงใจ แต่สำหรับเรื่องชกมวย ชายก็ยังคิดไม่ตกอยู่ดี
ooooooo
ตกกลางคืน ชัชแอบเห็นแม่หยิบรูปชาญมาดูแล้วร้องไห้ แต่พอชัชถามแม่ว่าคิดถึงพี่ชาญมากเหรอ ชื่นกลับนิ่งไม่ยอมตอบ
"แม่ครับ บางทีแม่มีอะไรในใจแล้วแม่พูดออกมาบ้าง ถึงผมจะช่วยแม่ไม่ได้ อย่างน้อยใจของแม่ก็จะสบายขึ้น"
"ใครสอนแกให้พูดแบบนี้"
"ไอ้เอมครับแม่"
"เอมน่ะมันเป็นผู้หญิงแท้ๆนะ...แม่ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องห่วงแม่ แม่ก็เป็นอย่างนี้แหละ พอว่างก็คิดแต่เรื่องลูก แม่อยากให้ลูกอยู่ด้วยกันเหมือนเมื่อตอนเล็กๆ ไม่ใช่มีพี่ขาดน้อง มีน้องขาดพี่ ดูซิ ไม่เคยอยู่พร้อมกันซักที"
ที่หน้าห้อง โฉมยืนมองเข้ามาด้วยความสงสารและเห็นใจชื่น ครั้นรุ่งขึ้นโฉมจึงตัดสินใจไปพบชาญถึงสำนักงาน ชาญพอเห็นโฉมก็ตะลึงแทบไม่เชื่อตาตัวเอง
"โฉม...นี่โฉมจริงๆใช่ไหม"
"หวัดดีค่ะ พี่ชาญ"
"หวัดดีจ้ะโฉม นั่งก่อนๆ พี่ชาญดีใจมากนะที่เห็นหน้าโฉม ดื่มอะไรดีจ๊ะ"
"ไม่ค่ะ ขอบคุณ...พี่ชาญคะ พี่ชาญกลับบ้านหาแม่ชื่นบ้างเถอะค่ะ แม่คิดถึงพี่ชาญมาก เมื่อคืนนี้แม่ชื่นเอารูปพี่ชาญมาดู แล้วแม่ชื่นก็ร้องไห้"
"ขอบใจนะโฉมที่อุตส่าห์เป็นธุระมาบอกพี่ พี่ขอบใจจริงๆ" ชาญพูดพร้อมกับกุมมือโฉมไว้ ทันใดนั้นเองประตูห้องถูกเปิดเข้ามาโดยพิมพรรณ โฉมตกใจมากรีบดึงมือออกทันที
ลมเพชรหึงของพิมพรรณพุ่งปี๊ด สีหน้าเธอดุดันจนน่ากลัว
"ไอ้ความคิดถึงของคนเรามันมีพลังแอบแฝงซ่อนเร้นอยู่จริงๆ ฉะนั้นไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ ดูซิแค่บ่นคิดถึงคุณโฉมสุดา อยู่เมื่อคืน เช้านี้ก็มานั่งกุมมือรำพันพลอดรักกันแล้ว"
"ขอโทษค่ะ คุณพูดแบบนี้คุณพูดผิดมองผิดแล้วค่ะ ฉันมาหาพี่ชาญด้วยความบริสุทธิ์ใจ"
"ฉันไม่เถียง คนรักกันคิดถึงกันจะไม่มีความบริสุทธิ์ใจได้ยังไง"
โฉมอึกอักจะเถียงอีก แต่พอเห็นสายตาของชาญ จึงนิ่งเสีย
"โฉมกลับไปก่อนดีกว่า แล้วพี่จะหาเวลาไปพบแม่"
โฉมลุกขึ้นออกไปโดย ไม่พูดอะไรกับใครอีกแม้แต่ คำเดียว...ทันทีที่ประตูห้องปิดสนิท ชาญก็ต่อว่าพิมพรรณอย่างมีอารมณ์
"คุณพูดแบบนี้กับเขาได้ยังไง พูดเหมือนคนไม่มีความคิด เมื่อคืนนี้แม่ผมร้องไห้เพราะอยากพบผม คิดถึงผม และที่เขามาก็แค่มาบอกเรื่องนี้กับผม"
"ทำไม...ทำไมฉันจะพูดไม่ได้ แล้วไอ้อาการจับมือถือแขนกัน มีความคิดงั้นเหรอ โทรศัพท์ก็มี กดฉึกเดียวก็หายคิดถึงแล้ว ไม่จำเป็นต้องถ่อมาด้วยตัวเองหรอก"
"คุณ พิม...ความอดทนของคนเรามันมีขีดจำกัดนะ ถ้าผมจะต้องมานั่งรองรับอารมณ์คุณอย่างนี้ทุกวันทุกเวลา ซักวันมันต้องระเบิดออกมา ถ้ามันถึงเวลานั้นเมื่อไหร่ทุกสิ่งทุกอย่าง มันจะขาดวิ่นจนหารอยต่อไม่ได้"
"ลองมานั่งกุมมือส่งสายตาเยิ้มหากัน ฉันต่างหากที่จะหมดความอดทน ฉันต่างหากที่จะทนไม่ได้ ฉันต่างหากที่จะระเบิด เพราะฉันก็ทนไม่ได้เหมือนกัน ที่นังโฉมมาเหยียบหน้าฉันถึงที่นี่"
พิม พรรณแผดเสียงแล้วผลุนผลันออกจากห้องทันที ชาญโมโหจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ทุบโต๊ะระบายอารมณ์
ooooooo










