สมาชิก

สามหัวใจ

ตอนที่ 10

ครูแนบเดินทางพร้อมนันทาและชาย มุ่งหน้าสู่บ้านเนียนที่เมืองฝาง เนียนเป็นน้องสาวของครูแนบ มีอาชีพทำไร่ดอกไม้ และยังเป็นหัวหน้าฝ่ายบัญชีให้กับสวนส้มของพ่อเลี้ยงธนาธรด้วย

เนียนต้อนรับพี่ชายกับหลานสาวรวมทั้งแขกหนุ่มหน้าตาดีอีกคนด้วยความเต็มใจ นำชาน้ำค้างชั้นดีจากไร่มาให้ทุกคนดื่ม ครูแนบส่งต่อให้ชายถ้วยหนึ่ง บรรยายว่าหอม แล้วก็ชื่นใจดี

"เป็นชาปลูกไว้ชงดื่มเอง ตอนเล็กๆ ยัยหนูก็เคยตามอาไปเก็บนี่"

นันทาพยักหน้ากับอาเนียน และกอดประจบ

"ทีนี้ฉันไม่ให้นันทาไปไหนอีกแล้ว ฉันจะเลี้ยงของฉันเองนะ อยู่กับอาบนดอยมีงานให้ทำเยอะเลย ดอกไม้ไม่ ทันส่งซักปี โรงแรมเชียงใหม่ยังออเดอร์ที่นี่"

"นึกว่ารักหลาน ที่แท้เอาไว้ใช้งานนี่เอง" ครูแนบกระเซ้าขำๆ คนอื่นๆพลอยหัวเราะตาม

จากนั้นในตอนค่ำ ทุกคนลงมารับลมหน้าบ้าน นันทาเดินคุยกับอาเนียนอย่างร่าเริงมีความสุขกับบรรยากาศรอบตัวที่มีชาย ผู้ชายที่เธอหลงรักเต็มหัวใจ ส่วนครูแนบนั่งคุยกับชายข้างกองไฟที่ก่อขึ้นเพื่อขับไล่ความหนาวเย็น

"ครูหลงทางไปเสียนาน ชีวิตที่นี่เหมาะกับลูกครูมากกว่าที่ไหน ชายอยู่ให้สบายนะ เนียนมันเตรียมทุกอย่างไว้ให้แล้ว คงพออยู่กันได้"

"ครูครับ ผมเสียใจและขอโทษครูด้วย ที่ผมชกแพ้เพราะผมแยกไม่ออกระหว่างเรื่องส่วนตัวกับเรื่องชกมวย ช่วงเวลานั้นผมสับสนเจ็บปวด แม้แต่เดี๋ยวนี้ผมก็ยังอธิบายให้ครูฟังไม่ได้ มันเป็นเรื่องของผมกับผู้หญิงคนนั้น"

"เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป อย่านั่งนานนัก ที่นี่น้ำค้างมันแรง" แนบลุกเดินเข้าไปในบ้าน ชายนั่งซึมคิดหนัก ยังตัดใจจากโฉมไม่ได้

ในขณะเดียวกัน โฉมเองก็นั่งเหม่อคิดถึงชาย คิดถึงมากถึงกับเข้าไปในห้องของเขา คว้าเสื้อที่แขวนมาจูบ พอจะกลับออกมาต้องชะงักกึก เห็นชาญยืนมองอยู่ตรงประตู สีหน้าชาญแดงก่ำบ่งบอกว่าดื่มมาอย่างหนัก

"ถ้าคิดถึงมันมาก ทำไมไม่ตามมันขึ้นฝางซะล่ะ จะมาเสียเวลาเศร้าสร้อยอยู่ทำไม" ชาญกระชากเสียงใส่ โฉมคร้านจะต่อปากจึงนิ่งเสีย "ไม่มีคำตอบ กลัวความลับมันจะล้นออกมาจากปากหรือไง"

โฉมแค้นใจจนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว "เมื่อชาติก่อนโฉมคงสร้างเวรกรรมไว้กับพี่ชาญ พี่ชาญถึงได้ทำกับโฉมเหมือนโฉมเป็นคนไม่มีชีวิตจิตใจ"

"ยุติธรรมกับพี่บ้างสิโฉม เวลาศาลตัดสินคดีความเขาก็ยังมองกันทั้งสองฝ่าย โฉมต้องมองถึงหัวใจของพี่บ้าง"

"แม้แต่พี่ชาย น้องของตัวเองแท้ๆก็ยังทำร้ายได้"

"แล้วพี่ไม่ดี สู้มันไม่ได้ตรงไหน ไหนโฉมบอกพี่ซิว่าไอ้ชายมันดีกว่าพี่ตรงไหน เอ้า ต่อให้ไอ้ชายบวกกับไอ้ชัช มันสองคนมีอะไรเทียบพี่ได้บ้าง ทั้งหน้าตา การศึกษา หรือแม้แต่ หน้าที่การงาน"

โฉมคร้านจะต่อปากต่อคำ จะเดินออก แต่ถูกชาญขวางไว้

"พี่ไม่พูดถึงมันก็ได้ เรามาพูดถึงเรื่องของเราสองคนดีกว่า"

"โฉมไม่มีอะไรต้องพูดกับพี่ชาญ"

"แต่เราให้มันจบไปเลยไม่ดีกว่าหรือ"

"จบยังไง"

"ก็โฉมแต่งงานกับพี่เสีย พี่ชาญสัญญาว่าจะดูแล ให้ความสุขกับโฉมทุกอย่าง"

"คนอย่างพี่ชาญไม่น่าเลวถึงขนาดนี้ พี่ชาญไม่น่าเกิดมาเป็นลูกของแม่ชื่น ไม่น่าเกิดมาเป็นพี่ของพี่ชายกับชัช พรุ่งนี้โฉมจะไปจากที่นี่" พูดจบโฉมจะออกไป กลับถูกชาญรวบตัวแล้วดึงไปที่เตียงนอน

"ถ้าจะไป...โฉมก็ต้องเป็นของพี่ก่อน"

ชาญพยายามจะปลุกปล้ำ โฉมต่อสู้สุดชีวิต แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ โฉมไม่สามารถต้านแรงชาญได้ แต่ก่อนที่ชาญจะทำอะไรเลยเถิด โชคดีที่ชัชเข้ามาเห็น ชัชปรี่เข้าชกชาญอย่างโกรธจัด

"ไอ้ชาญมึง...มึงไม่ใช่พี่กู ไอ้คนเลว มึงทำยังงี้ได้ยังไง ...หา"

"ไอ้ชัช มึงกล้าชกกู..."

"กูจะฆ่ามึงด้วย นึกว่าสิ่งที่มึงทำ กูไม่รู้กูไม่เห็นงั้นเหรอ"

"มาไอ้ชัช มาเลย มึงนึกว่ามึงแน่ มาเลย"

ทั้งคู่เข้าแลกกันสองสามหมัดแล้วกอดล้มไปด้วยกัน ชัชบีบคอชาญเต็มแรง โฉมเห็นดังนั้นรีบเข้ามาดึงชัชออก...พอเป็นอิสระชาญก็ตะเบ็งเสียงไล่ชัช ทันที

"ไอ้ชัช มึงออกไปจากบ้านกูเดี๋ยวนี้"

"กูไม่ไป ที่นี่บ้านของพ่อกู แม่กูเหมือนกัน"

"ไม่ใช่ บ้านนี้เป็นของกู เป็นชื่อกู กูเป็นคนไถ่ถอนมา มึงอยากดูชื่อไหมว่าใครเป็นเจ้าของบ้าน"

"ได้...กูไปก็ได้ คนอย่างมึงกูไม่อยากอยู่ร่วมชายคาบ้านด้วยหรอก เพราะมึงมันไม่ใช่คน มึงมันมาจากนรก" ชัชสะบัดออกไป โฉมร้องเรียกแล้ววิ่งตาม ชาญเจ็บแค้นจนทำอะไรไม่ถูก

ชัชวิ่งผ่านชื่นที่ก้าวออกมาจากห้องด้วยสีหน้าตื่น ตระหนกตกใจ ชื่นเรียกแต่ชัชไม่ยอมเหลียวหลัง

"ชัช...ชัชกลับมานี่ก่อน มันอะไรกันอีก...โฉม มันเกิดอะไรขึ้น แม่ได้ยินเสียงสองคนนั่น แล้วชาญล่ะอยู่ไหน"

โฉมไม่ตอบแต่หันมองไปที่ห้องของชาย ชื่นจึงหันขวับไปที่นั่นทันที พอรู้ว่าชาญขับไล่ชัชออกจากบ้าน ชื่นโกรธจนตัวสั่น

"ชาญ แม่ไม่เข้าใจว่าลูกไล่น้องออกไปจากบ้านได้ยังไง บ้านนี้เป็นทรัพย์สินของทุกคน แม่คนเดียวเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ให้ใครอยู่หรือไม่ให้ใครอยู่"

"แม่ได้ยินแค่เสียง แต่แม่ไม่เห็นว่าไอ้ชัชมันทำอะไรกับผม ถ้าโฉมไม่ห้ามไว้ มันต้องฆ่าผมแน่ แล้วแม่คิดดูซิ มันเป็นน้อง มันทำบ้าๆกับผมแบบนี้ได้ยังไง"

"แล้วทำไมพี่ชาญไม่เล่าให้แม่ฟังบ้างล่ะ ว่าพี่ชาญทำอะไรกับโฉม"

"ก็พี่รักโฉม..."

"แต่โฉมไม่ได้รักพี่ชาญ โฉมรักพี่ชาย พี่ชายที่พี่ชาญฆ่าเขาทุกอย่าง ทั้งอนาคต ทั้งความรู้สึก ทั้งหัวใจ พี่ชาญทำลายพี่ชายหมดทุกอย่าง แม่คะ โฉมขอบอกแม่คืนนี้เดี๋ยวนี้เลยว่าพรุ่งนี้โฉมจะขอย้ายไปอยู่ที่อื่น เพราะโฉมก็คงอยู่ร่วมชายคากับลูกของแม่คนนี้ไม่ได้แล้ว"

"โฉมไม่ต้องไปไหน อยู่ที่นี่ อยู่ที่บ้านหลังนี้กับแม่"

"ทุกคนในบ้านหลังนี้เป็นเหมือนกันหมด เธอไม่ต้องไปหรอกโฉม เธออยู่ที่นี่กับแม่ ไอ้ชาญมันคนไม่ดี มันก็ขอไปตามทางของคนไม่ดี" ชาญประชดแล้วเดินกระแทกกระทั้นออกไป ชื่นทรุดลงร้องไห้โฮ พร่ำรำพันด้วยความเสียใจและความรักผูกพันต่อลูก โดยมีโฉมปลอบประโลมด้วยความสงสาร

ooooooo

เช้าวันใหม่เกิดเรื่องราวไม่ดีขึ้นที่ไร่ส้มของธนาธร มีคนงานหัวหมอบางคนแอบโกงค่าแรงจนคนอื่นๆทำงานแต่ไม่ได้รับเงิน เมื่อทิพยาลูกสาวของธนาธรและเป็นผู้บริหารงานทราบเรื่องนี้ก็เต้นผาง เดินทางไปพบเนียนถึงบ้าน เพราะเนียนเป็นคนทำบัญชี จึงได้เจอครูแนบเพื่อนเก่าของพ่อด้วย

"ทุกครั้งมีหลักฐานลายเซ็นเรียบร้อย รวมทั้งค่าแรง

ที่จ่ายเป็นอาทิตย์ด้วย" เนียนรายงาน

"งั้นป้าเนียนไปเอาหลักฐานทั้งหมดตามไปเจอฉันที่ศาลาพักคนงานนะ"

"ค่ะนายหญิง"

"ยินดีที่ได้พบกันค่ะครูแนบ...ขอตัวก่อนนะคะ ฉันมีธุระต้องจัดการไอ้พวกฉ้อโกง"

ทิพยาผละไปขึ้นรถ ส่วนเนียนรีบเตรียมเอกสารแล้วตามไปสมทบที่ศาลาพักคนงาน พอทุกคนเผชิญหน้ากัน ฉายซึ่งเป็นตัวการวางท่ายียวนไม่ประหวั่นพรั่นพรึง ยืนรวมอยู่กับลูกน้องสามคน

"นายหญิงก็พูดไปโน่น ผมทำงานกับพ่อเลี้ยงก่อนที่นายหญิงจะกลับมาทำอีก พวกนี้มันหาเช้ากินค่ำ เงินไม่จ่ายมัน แล้วมันไม่ยอมทำงาน ผมจะช่วยอะไรได้"

"ป้าเนียน เอาหลักฐานลายเซ็นให้นายฉายดูซิ"

"นี่ไงลายเซ็นของนายฉาย แล้วก็นั่นอีก 3 คนเอาไปให้ดูกัน"

"ลายเซ็นนี่ของผมที่ไหน เห็นชัดๆว่าลายเซ็นมันปลอม"

ฉายไม่ยอมรับ จึงเกิดการโต้เถียงกันเซ็งแซ่ไปหมด

"เอาล่ะ ทุกคนหยุด หยุดเดี๋ยวนี้ เหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในบริษัทฯ และฉันก็เชื่อใจป้าเนียนว่าเป็นคนเก่าของคุณพ่อ แต่ป้าเนียนก็ต้องไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจกับฉัน รวมทั้งลูกน้องป้าเนียนด้วย"

"ได้ค่ะนายหญิง"

"ดีครับนายหญิง ให้ตำรวจขังคุกยาวเลย พวกบัญชีทำเอกสารกันเอง พวกผมก็ซวยล่ะสิ"

"นายฉายกับพวกก็ต้องไปโรงพักด้วย ยามคุมตัวทั้งหมดไปขึ้นรถ"

ทันใดนั้น ฉายชักปืนออกยิงขึ้นฟ้าหนึ่งนัด ทุกคนสะดุ้งแตกตื่นตกใจ

"ใครกล้ามาพาตัวไอ้ฉายไป พ่อจะยิงให้ไส้แตกเลย เฮ้ย...ไปโว้ย" ว่าแล้วฉายขึ้นรถขนส้มโดยมีลูกน้องตามประกบ ทิพยาโกรธจัดกลับไปเล่าให้พ่อฟังอย่างมีอารมณ์

"มันยิงปืนขู่ลูกแล้วพากันหนีไป ตอนนี้ตำรวจกำลังตามจับตัวพวกมันอยู่ คุณพ่อไม่ต้องห่วง ลูกจัดการได้"

"พ่อเชื่อว่าลูกของพ่อจัดการได้ นี่แหละปัญหา ยิ่งเราโตเท่าไหร่ปัญหามันก็โตตามเท่านั้น ค่อยๆแก้กันไป"

"พร้อมแล้วค่ะนายหญิง"

"ลูกนัดประชุมด่วน ขอตัวนะคะคุณพ่อ"

ทิพยาเดินนำเนียนออกไปยังห้องประชุม ซึ่งมีพนักงานจำนวนหนึ่งรออยู่ก่อนแล้ว

"เรื่องที่เกิดเป็นเพราะความหละหลวมของบริษัทฯ เมื่อก่อนเรามีคนงานแค่หลักสิบหลักร้อย แต่ปัจจุบันเรามีถึงหลักพัน แต่บริษัทฯก็ยังคงใช้ระบบเก่า กฎกติกาเก่าๆ ซึ่งมันมีช่องโหว่ให้คนเลวฉวยโอกาสโกงได้ ความรัดกุมของทุกฝ่ายเป็นสิ่งแรกที่ต้องนำมาใช้"

เสียงโทรศัพท์มือถือทิพยาดังขึ้น เห็นเป็นชื่อศักดา ทิพยาจึงให้เนียนพูดต่อ เธอขอตัวสักครู่

"ฉันบอกคุณแล้วไงว่าไม่ต้องโทร.มาหาฉันอีก" ทิพยาเสียงแข็งใส่ ศักดากลับทำหวานสวนมา

"อะไรกัน ผัวรักเมีย คิดถึงเมีย โทร.หาเมีย แล้วเมียจะอารมณ์เสียใส่ผัวมันถูกหรือจ๊ะเมียจ๋า"

"คุณศักดา ฉันไม่มีเวลามาตีสำนวนโวหารกับคุณ ฉันจะยินดีพูดกับคุณ เมื่อคุณโทร.มานัดเซ็นใบหย่าเท่านั้น"

"โอ้โฮ ใจร้ายจังเมียจ๋า" ศักดาหัวเราะลั่นแล้วตัดสาย บัญชาที่อยู่ข้างๆถึงกับเปรยขึ้นว่าแกเล่นแรงไปหรือเปล่า "ผู้หญิงแบบนี้ เล่นค่อยๆไม่ได้หรอกครับ"

"แต่พ่อว่าถ้าแกขืนยั่วเขาบ่อยๆแบบนี้ เกิดแม่นั่นเส้นโลหิตฝอยแตกหรือเป็นบ้าไปแกจะทำยังไง"

"ผมต้องการอย่างนั้นอยู่แล้วนี่ครับ" ศักดายิ้มเจ้าเล่ห์... บัญชาหัวเราะลงลูกคออย่างชอบใจ

ooooooo

ชัชหลบออกมาขลุกอยู่ที่บ้านเอม ครั้นโฉมมาตาม ให้กลับไปหาแม่ชื่น กลับไปอยู่บ้านเหมือนเดิม ชัชก็โพล่งขึ้นว่า

"ผมเกลียดมันครับพี่โฉม อย่าให้ผมกลับไปเห็นหน้ามันอีกเลย ไอ้ชาญมันไม่ใช่พี่ของผมอีกต่อไปแล้ว"

"เขาออกไปจากบ้านแล้ว"

"ออกไปเดี๋ยวมันก็กลับมา"

"เขาบอกแม่ชื่นว่าเขาจะไปตามทางของคนไม่ดี...ชัช กลับบ้านกับพี่โฉมเถอะนะ"

ชัชส่ายหน้าดิก เอมจึงช่วยอีกแรงขอชัชให้เชื่อพี่โฉมเถอะ ชัชกลับเข้าใจว่าเอมไม่อยากให้อยู่ที่นี่ เลยหน้าตึงลุกพรวดทันที

"ไม่ต้องกลัวว่าข้าจะทำให้เอ็งเดือดร้อนหรอก ที่บ้านเอ็งข้าก็ไม่อยู่ ข้าจะไปอยู่ที่อื่น"

"เฮ้ย ไปกันใหญ่แล้ว อารมณ์บ่จอย ฉันไม่พูดดีกว่า"

"ชัช...ชัชรักแม่ชื่นไหม"

"พี่โฉมก็รู้ว่าผมรักแม่ ผมมีแม่อยู่คนเดียว"

"ถ้ารักแม่ ชัชต้องไปหาแม่กับพี่ แม่ชื่นน่าสงสาร แม่ชื่นไม่ยอมทำอะไรทั้งนั้น เอาแต่ร้องไห้ ไปกับพี่นะชัช"

ที่สุดชัชก็อ่อนลง ยอมให้โฉมจูงมือพากลับไปบ้าน

ooooooo

รู้จักกันไม่นานพิมพรรณก็มีสัมพันธ์ลึกซึ้ง กับชาญ พนักงานดาวเด่นในบริษัทของบิดา พิภพพอจะระแคะระคายจึงถือโอกาสถามกึ่งเตือนลูกสาวเมื่ออยู่ กันตามลำพัง

"พ่อว่าเขาเป็นหนุ่มที่มีไฟแรง เชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก ถ้าชั่วโมงบินเขามากกว่านี้เราจะคุมลำบาก เหมือนมีดสองคม เผลอเป็นถูกบาด พิมสนิทกับเขาขนาดไหน"

"ไม่มาก แล้วก็ไม่น้อยค่ะ"

"ลองพูดแบบนี้ไม่มีน้อยแน่ มีแต่มาก"

"ไม่ดีเหรอคะ คุณพ่อจะได้ใช้งานเขาโดยไม่ต้องระวัง มีพิมคอยระวังให้อยู่แล้ว"

"นั่นไง พ่อทายแล้วผิดที่ไหน ระวังตัวเอาไว้บ้างนะลูก เล่นกับไฟบ่อยๆมันจะไหม้เราซักวัน"

"ลูกสาวทนายพิภพ พิชิตคดีเสียอย่าง ทนไฟเสมอค่ะ" พิมพรรณพูดอย่างเชื่อมั่น ขณะที่พิภพหัวเราะเบาๆอย่างชอบใจ

ooooooo

ชัชกลับมาพร้อมโฉมแต่ยังไม่กล้าเข้าไปหาแม่ ในห้องเพราะกลัวแม่จะโกรธ ชื่นได้ยินเสียงชัชพูดกับโฉมหน้าห้อง จึงลุกออกมาทั้งที่ยังอ่อนแรง

"แม่อาจจะโกรธลูก แต่แม่ไม่มีวันเกลียดลูก"

"แม่..." ชัชครางหน้าจ๋อย

"ทำผิดอะไรมากนักเหรอ ถึงไม่กล้าเข้าไปหาแม่"

"แม่ครับ ผมขอโทษแม่ครับ" ชัขขยับมากราบแทบตักแม่ "ผมทำผิดที่ทำให้แม่เสียใจ ผมทำผิดที่ทำให้หลายคนต้องออกไปจากบ้านหลังนี้ ผมเลยกลัวว่าแม่จะโกรธผมเกลียดผม"

"แม่มีดวงใจอยู่สามดวง ดวงใจทั้งสามดวงคือลูกชายของแม่ทั้งสามคน ตั้งแต่ลูกทุกคนเกิดมา แม่ก็ทุ่มเทความรักความห่วงใย วนเวียนอยู่แต่กับลูก สิ่งที่แม่อยากเห็นก่อนตายคือความสุขความรักปรองดองของพี่น้อง แต่แม่คงไม่มีวันได้เห็น"

"แม่ครับ ลูกคนนี้จะอยู่กับแม่ จะไม่ทิ้งแม่ไปไหนอีกแล้วครับ"

"ชัชรู้ใช่ไหมว่าแม่รักลูกของแม่"

ชัชโผเข้ากอดร้องไห้กับอกแม่ ชื่นลูบหัวลูกชายและร้องไห้ไปด้วยกัน โฉมยืนมองน้ำตาซึมด้วยความสะเทือนใจ

ooooooo

พระอาทิตย์กำลังจะลับเหลี่ยมเขา คนงานในไร่ส้มของธนาธรต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน...แล้วพอตกดึก ฉายที่ก่อเรื่องเอาไว้ให้ทิพยาเจ็บใจก็ย้อนกลับมาที่บ้านเนียน ฉายกับลูกน้องสองคนตั้งใจมาฆ่าปิดปากเนียนเรื่องเงินค่าแรงคนงานที่ฉายโกงไป แต่โชคไม่เข้าข้างคนเลว พวกเขาถูกชายกับครูแนบจับตัวไว้ได้ แล้วพาไปยังบ้านพ่อ
เลี้ยงธนาธรในเช้าวันรุ่งขึ้น

"อ้าว แม่เนียน ว่าอีกครู่หนึ่งจะให้คนไปตามอยู่เชียว มากินข้าวด้วยกันก่อน"

"ขอจัดการเรื่องงานก่อนค่ะพ่อเลี้ยง...นายหญิงคะ พี่แนบจับไอ้ฉายได้แล้ว"

"ดีจริงๆป้าเนียน"

"อ้าวครูแนบมา ไม่เห็นมีใครบอกพ่อเลย" ธนาธรแปลกใจ

"มัวแต่ยุ่งกันอยู่ค่ะ...ได้ตัวครบหมดไหมป้าเนียน"

"ขาดไอ้ผิวอีกคน พี่แนบบอกมันมากันสามคน"

"ไอ้ผิวอยู่นี่ครับนายหญิง" ยามสองคนนำผิวเข้ามา และรายงานว่าไอ้ผิวมันขอเข้ามอบตัวกับนายหญิง

"นึกยังไง นายผิวถึงอยากมอบตัว" ทิพยาซัก

"ไอ้ฉายมันคิดถึงขั้นฆ่าปิดปากป้าเนียน ผมหนีมันมาครับ"

"นายฉาย เล่นกันถึงขั้นนี้เลยเหรอ" ทิพยาคำรามก่อนเดินออกไปหน้าบ้านที่ครูแนบกับชายควบคุมตัวฉายกับลูกน้องซึ่งถูกมัดอยู่บนรถกระบะ

"นายหญิง...ที่ผมยิงปืนขู่เพราะนายหญิงเชื่อยายเนียนมากกว่าเชื่อผม นี่มันก็ให้ไอ้สองคนที่มาทำร้ายผม" ฉายชี้แจงเอาตัวรอด

"นายฉายสามคน แต่เขาแค่สองคน"

"มันเล่นทีเผลอ ผมไม่ทันระวังตัว" พูดแล้วฉายผงะตกใจ เห็นผิวเดินเข้ามา

"คราวนี้นายฉายจะเลิกเล่นละครกับฉันได้หรือยัง" ทิพยายิ้มอย่างเหนือกว่า ส่วนธนาธรต่อสายถึงตำรวจทันที

"สวัสดีท่านผู้กำกับ พอดีมีเรื่องรบกวนหน่อยครับ คือผมต้องการให้ตำรวจมารับตัวคนร้ายที่นี่ หรือจะให้ผมส่งไปให้ก็ได้ รอเดี๋ยวครับ ทิพจะแจ้งข้อหานายฉายกับพวกคดีอะไร" ธนาธรชูโทรศัพท์มือถือตรงหน้าลูกสาว

"ยิงปืนข่มขู่ในที่ส่วนบุคคล ฉ้อโกง แล้วก็พยายามฆ่า"

"ฮัลโหล...ท่านผู้กำกับ...ครับ ชัดเจนนะครับ ได้ครับผมจะรอครับ" ธนาธรตัดสาย ทุกคนยิ้มเยาะฉายอย่างสะใจ ฉายหมดทางสู้ได้แต่ฮึดฮัดไปตามเรื่อง

ooooooo

เสร็จเรื่องแล้ว ธนาธรกับทิพยาเชิญพวกครูแนบกินข้าวเช้า พอไม่เห็นชายเข้ามาร่วมโต๊ะ ธนาธรจึงถามครูแนบว่าทำไมไม่ให้ไอ้หนุ่มนั่นเข้ามากินข้าวด้วยกัน

"ไม่เป็นไรครับพ่อเลี้ยง ให้รอที่รถดีแล้วครับ เผื่อพ่อเลี้ยงอยากรู้อะไรจะได้ตอบสะดวกครับ"

"ถ้าอยากจะทำงานก็ไม่มีปัญหา แต่ก็ต้องรู้นะว่างานแบบไหนที่เขาชอบหรือเหมาะสมกับเขา"

ชายนั่งเหม่อลอยมองบัวตองที่ออกดอกเหลืองเต็มลานเนิน สักครู่เหลือบเห็นทิพยาเดินมาหยุดมอง ชายรีบลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีสำรวม

"นายชื่อชายใช่ไหม"

"ครับนายหญิง ผมชื่อชาย"

"นายเคยมาฝางหรือเปล่า"

"ไม่เคยครับนายหญิง"

"แล้วเคยทำงาน หรือรู้เรื่องส้มเขียวหวานบ้างหรือเปล่า"

"ไม่เคยครับ เคยแต่กินครับนายหญิง"

"ตอนอยู่ที่บ้านทำมาหากินอะไร"

"ส่งผักที่ตลาด แล้วก็ช่วยแม่ขายขนมครับ"

"มีขนมอะไรบ้าง"

"หลักๆก็ขนมใส่ไส้ ขนมตาล ข้าวต้มมัด สาคูไส้หมู ตอนนี้ก็มีตะโก้แห้วครับ"

"นายทำเป็นมั้ย ฉันหมายถึงขนมที่นายพูดมาทั้งหมด นายทำเป็นหรือเปล่า"

"เป็นครับ แต่ผมทำอร่อยสู้แม่ไม่ได้ แต่ถ้านายหญิงอยากทาน ผมก็ทำให้ทานได้ครับ"

"ทำไมนายไม่หาอะไรที่มันเป็นหลักของลูกผู้ชายทำเหมือนคนอื่นเขาล่ะ"

"ตอนนี้ผมกำลังขอความเมตตาจากนายหญิงนี่แหละครับ"

"ฉันรู้นะว่าที่นายมาที่นี่ เพราะนายอกหักมาใช่ไหม"

ชายชะงักเล็กน้อย ทิพยายิ้มบางๆ เปรยขึ้นอย่างเข้าใจ

"อกหักเพียงครั้งยังไม่ตาย ผู้ชายอย่างนายโลกนี้จะมีซักกี่คนนะ"

"คงมีผมคนเดียวครับนายหญิง"

"หลงตัวเองมากไปหรือเปล่า"

"ผมหมายถึงว่าคงไม่มีผู้ชายคนไหนโง่เหมือนผมอีกแล้วครับ"

"นายไม่ได้โง่หรอก แต่นายมัน..."

"เซ่อเหมือนควาย แถมปัญญาอ่อนอีกด้วยครับ"

ทิพยายิ้มอีกครั้งกับถ้อยคำเถรตรงของเขา

"ครูแนบเป็นเพื่อนของพ่อฉันตั้งแต่ฉันยังไม่เกิด ครูแนบเล่าว่าเธอเป็นคนดี ชอบช่วยเหลือเพื่อนบ้าน เป็นนักมวยชื่อดัง สามสิบกว่าครั้ง ชกแพ้ครั้งเดียว เพราะอกหักเพียงครั้งยังไม่ตายไง ทีนี้เราจะพูดความจริงกันได้หรือยัง"

"ผม ยังไม่เคยพูดโกหกกับนายหญิงนะครับ"

"เอาเถอะ ฉันเองก็ไม่ชอบต่อความยาวสาวความยืดหรอก นายอยากทำอะไรว่ามา"

"คนงาน เก็บส้มครับนายหญิง"

หลังตกลงเรื่องงานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชายก็เริ่มทำงานในทันที ทิพยาให้ชายทำทุกอย่างทุกขั้นตอนของงานในไร่ส้ม ชายก็บ่ยั่น หนักเอาเบาสู้ทุกอย่าง จนธนาธรเห็นแล้วก็อดเรียกทิพยามาถามไม่ได้

"นี่ทิพ เรื่องพ่อหนุ่มลูกศิษย์ครูแนบ ลูกใช้งานเขาหนักไปหรือเปล่า"

"รักจะ เป็นชาวสวนส้ม มันก็ต้องเรียนรู้ทุกอย่างสิคะ"

"ก็ใช่ แต่พ่อว่าไม่ต้องเรียนถึงขั้นเก็บส้มหรอก"

"เมื่อเด็กๆ พ่อก็ให้ลูกเก็บส้มเหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ"

"นายหญิงคะ...บนดอยโทร.มา เรื่องดอกไม้ค่ะ" น้อยถือโทรศัพท์เข้ามาส่งให้ทิพยาคุย

"ฮัลโหล ว่าไงแก้ว จ้ะๆ เอาล่ะเดี๋ยวฉันขึ้นไป คุณพ่อคะดอกไม้ไม่พอส่ง ตอนนี้ลูกค้าสองรายขึ้นไปรับเอง กำลังมีปัญหา ลูกขอตัวนะคะ...น้อย ฉันจะขึ้นไปเอากระเป๋า น้อยให้คนงานใหม่ขับรถมารอฉันด่วนด้วย เอาคันไหนมาก็ได้ บอกจะขึ้นดอย"

น้อยรับคำแล้วจัดการตามที่นายหญิง สั่งทันที

ooooooo

สามหัวใจ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด