ตอนที่ 4
นุชขับรถมาถึงบ้านสร้อยสอางค์ พวงสร้อยเอ่ยขอบคุณแล้วแขวะตามว่าถ้าออกรถให้มันสักคันก็ไม่ต้องเสียเวลายกโขยงกันมาเต็มรถแบบนี้ นันรีบบอกว่ารถจองไว้แล้วแต่ยังต้องรออยู่ กระนั้นพวงสร้อยก็มีเรื่องว่าจนได้ว่าทำไมไม่เอายี่ห้อที่ซื้อปุ๊บได้ปั๊บล่ะ กลัวแพงหรือ
"นันเขาเป็นคนเลือกรถเองนะคะ" นวลใจชี้แจงและต้องพยายามสะกดอารมณ์เมื่อพวงสร้อยก้าวลงบ่นกระปอด กระแปดว่านั่งอึดอัดมานาน
นุชยกมือไหว้ พวงสร้อยรับไหว้อย่างขอไปที นันบอกยายว่าแล้วจะโทร.มาคุยพลางปิดประตูรถ ทันใดนั้นสร้อยสอางค์ เดินออกมาพอดีร้องถามแม่ว่าใครมาส่งหรือ พลางเพ่งมองไปเห็นนวลใจนั่งคู่มากับนุชรี นุชยกมือไหว้ สร้อยสอางค์เชิดใส่ชี้หน้า นวลใจเสียงแปร๋นลั่นซอยทันทีถามพวงสร้อยว่า
"ทำไมแม่ไม่เรียกแท็กซี่กลับมาเอง ไปพึ่งใบบุญให้เป็นหนี้บุญคุณมันทำไม"
"ข้าไม่ได้ขอร้อง มันสาระแนจะมาส่งเอง" พวงสร้อยเสียงดังพอกับลูกสาว
นันทวดีแอบยิ้มอยู่เบาะหลัง นวลใจบอกนุชเบาๆว่ากลับกันเถอะ แต่สร้อยสอางค์ไม่ยอมให้กลับง่ายๆ เดินเข้ามาทุบกระจกหน้าต่างด้านที่นวลใจนั่ง ตะโกนด่าท้าว่าแน่จริงให้ลงมา ทำเอาชาวบ้านแถวนั้นพากันออกมาดู
แววตาออกมาดูบ้าง เห็นรถของนุชจำได้ เพ่งมองอย่างสงสัย ในขณะที่สร้อยสอางค์ยังจงใจด่าฉีกหน้าประจานนวลใจไม่หยุดจนนวลใจน้ำตาคลอ นันทำเป็นอาสาจะลงไปพูดกับแม่ นวลใจบอกว่าไม่ต้องแล้วเร่งนุชให้ออกรถ
พอนุชขับรถออกไป พวงสร้อยยืนหัวเราะสะใจ ถูกสร้อยสอางค์หันมาแว้ดใส่ว่าทีหลังอย่าให้มาส่งอีกแล้วเดินกระฟัดกระเฟียดเข้าบ้าน พวงสร้อยยังยิ้มไม่หุบเดินตามลูกสาวเข้าไป
ชาวบ้านที่มายืนดูวิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆนานา แต่แววที่ยืนดูอยู่ห่างๆถอนใจด้วยความสงสารนุช
เมื่อนุชขับรถออกมาแล้ว นันทำเป็นขอโทษแทนแม่ ตำหนิตัวเองว่าน่าจะห้ามนุชไม่ให้มาส่งยายตั้งแต่แรกแล้ว นวลใจบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนัน ส่วนนุชก็บอกพี่สาวว่าอย่าคิดมาก ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้หรอก นันยังทำหน้าไม่สบายใจอยู่อย่างนั้น จนนวลใจเอื้อมมือมาตบที่ตักปลอบโยนว่า
"อย่าคิดมาก ถ้าหนูนันไม่สบายใจ แม่ยิ่งรู้สึกไม่ดีมากขึ้นนะลูก"
"ค่ะคุณแม่" นันทำเป็นฝืนยิ้ม นวลใจยิ้มให้นันทวดีแต่พอหันกลับมาสีหน้าก็กลับขรึมลง
ooooooo
แววตานัดท่องหนังสือเตรียมสอบกับสีดา เมื่อเจอกันที่ร้านกาแฟเธอเล่าเรื่องที่พบเห็นให้สีดาฟัง สีดาอุทานอย่างไม่อยากเชื่อว่าทำไมถึงปากร้ายกันอย่างนั้น แล้วแม่นุชว่าอย่างไรบ้าง
ครั้นแววตาบอกว่าเก็บตัวเงียบอยู่ในรถ สีดาพาดพิงถึงนันทวดีว่าพี่สาวนุชก็ร้ายกาจเหมือนแม่เขานั่นแหละ แล้วพลั้งปากพึมพำ "ระวังเถอะจะโดนแย่งแฟนไม่รู้ตัว"
แววตาสะดุดหูถามว่าใครแย่งแฟนใคร สีดาถูกเพื่อนดักคอจนตัดสินใจจะเล่าให้ฟังแต่มีข้อแม้ว่าแววตาต้องช่วยตนวางแผนช่วยนุชด้วยจะได้ตาสว่างเสียที แววตารีบพยักหน้าอย่างอยากรู้เรื่อง
ไปถึงห้องเสื้อก็พอดีนุชได้รับโทรศัพท์จากสารัตถ์นวลใจจูงมือนันเดินเข้าไปในห้องเสื้อส่วนนุชรับสายสารัตถ์คุยกันอยู่แถวนั้น เธอบอกสารัตถ์ว่าคุณแม่พานันทวดีมาเรียนออกแบบเสื้อผ้า ต้องมาทุกวัน หยุดฟังปลายสายซักแล้วบอกว่า "ร้านที่เราเคยมาเอาเสื้อให้คุณแม่พี่รัตถ์ไงคะ"
สารัตถ์ซักถามรายละเอียดจนรู้วันเวลาเรียนและการเดินทางไปกลับของนันทวดีก่อนวางสาย
พอดีนุชเหลือบเห็นนัดดา อาใหญ่กับอาเล็กกำลังเดินจูงลากกันมา เธอดีใจรีบเดินไปสวัสดี คุยกันแล้วจึงรู้ว่านัดดาเป็นคนเคี่ยวเข็ญให้อาใหญ่กับอาเล็กออกมาช็อปปิ้ง ส่วนนุชกับแม่พานันมาเรียนออกแบบเสื้อที่ร้านแถวนี้
เมื่อนวลใจส่งนันทวดีให้เพื่อนแล้วออกมา นุชจึงแนะนำให้ผู้ใหญ่สองฝ่ายได้รู้จักกัน เมื่อทักทายกันอย่างมีอัธยาศัยแล้วนุชขอตัวบอกว่าคุณแม่จะเอาขนมไปฝากเพื่อนอีกคนหนึ่ง
นวลใจบอกว่าไม่ต้องไปแล้วเพราะเพื่อนคนนั้นไม่อยู่ เลยฝากขนมกลีบลำดวนให้อาเล็กกับอาใหญ่เอาไปลองชิมดู พออาเล็กเห็นชื่อร้านขนม "คุณวารีขนมหวาน" ก็อุทานอย่างตื่นเต้นว่าร้านนี้เป็นเจ้าโปรดเลยทีเดียว แล้วชมไม่ขาดปากว่าทำขนมอร่อย ตนพยายามทำตามเท่าไรก็ไม่ได้อย่างนี้สักที
เมื่อคุยกันรู้ว่าคุณวารีเป็นคุณย่าของนุชทั้งนุชยังชวนไปเอาสูตรขนมจากคุณย่าด้วย อาใหญ่ดีใจเลยพากันไปบ้านวารี อาใหญ่บอกว่าให้นัดดาไปส่งแล้วตัวเองจะไปไหนก็ไป นัดดาขำๆที่อาเล่นทิ้งกันง่ายๆ
ooooooo
หลังจากตกลงกับแววตาว่าจะช่วยกันวางแผนช่วยนุชแล้ว สีดาโทร.มาหานุชปรากฏว่านุชถึงบ้านแล้ว จึงถามทางไปร้านเสื้อที่นันทวดีจะไปเรียนออกแบบ สีดากับแววตาตามหาร้านจนเจอ สีดาท้าแววตาว่า สารัตถ์จะต้องแวะมาหานันทวดีบ้างเป็นแน่ แนะแววตาให้เอาหนังสือสอบมาอ่านไปด้วยคอยดูไปด้วยคาดว่าสารัตถ์คงมาตอนเย็น แต่ถ้าหลงกันมากก็คงแวบมาตอนพักเที่ยงด้วย
พูดกันไม่ทันขาดคำแววตาก็ลากสีดาหลบไปเพราะเห็นสารัตถ์ในชุดเครื่องแบบครึ่งท่อนกำลังเดินคุยโทรศัพท์ ตรงมาที่ห้องเสื้อ ทั้งสองซุ่มดูใจเต้นไม่เป็นส่ำเสียเอง
สารัตถ์มาถึง นันทวดีก็ออกมาพบแล้วเดินคุยกันไปแบบห่างๆอย่างระมัดระวังตัว สีดากับแววตารีบตามไป
ที่บ้านนัดดา อาใหญ่ อาเล็ก วารี และนวลใจ คนในวัยใกล้เคียงกัน ต่างคุยกันอย่างถูกคอ เข้าครัวทำขนมกลีบลำดวนกันอย่างเพลิดเพลินทั้งคนสอนและคนเรียน โดยอาใหญ่กับวารีเป็นคนทำ ส่วนอาเล็กกับนวลใจคอยช่วยชิม ชิมทั้งกลีบลำดวนและมะม่วงน้ำปลาหวานกันเพลิน
ที่เรือนกล้วยไม้ นัดดากับนุชรีไปนั่งคุยกัน นุชเอาการ์ดแต่งงานสองแบบให้นัดดู ถามว่าชอบแบบไหน นัดบอกว่าชอบสวนดอกไม้เพราะดูสดชื่น คนเรารักกันถึงขั้นตกลงใจแต่งงานก็ต้องมีความสดชื่นสวยงาม พูดแล้วตบท้ายติดตลกนิดๆว่า "ชั้นเดียวพอ ไม่ต้องคิดอะไรเยอะแยะ"
แต่พอดูภาพทะเลเขาบอกว่าภาพนี้จะดูสดชื่นก็ได้ เศร้าก็ได้ ลึกลับก็ได้ ไม่ชัดเจน
เมื่อเขาถามนุชว่าชอบภาพไหน เธอบอกว่าวาดเองก็ชอบหมดนั่นแหละ แต่สารัตถ์เลือกภาพชายทะเล พูดแล้วบอกนัดดาอย่างอารมณ์ดีว่า "งี้การ์ดเชิญพี่นัดจะพิเศษกว่าคนอื่นเป็นภาพสวนดอกไม้อยู่คนเดียว แต่ของพี่นัดจะเป็นการ์ดทำมือนะคะ ไม่ได้เข้าโรงพิมพ์"
"ด้วยความยินดี ได้เลยครับ" ชายหนุ่มยิ้มแย้มยินดีที่จะได้ของต่างแต่ถูกใจและพิเศษ
ทันใดนั้นเองมีเสียงมือถือเข้า นุชดูเบอร์แล้วยิ้มบอกว่าน้องสาวพี่นัดอีกแล้ว กดรับถามเสียงใสไปว่ามีอะไรยะ แต่แล้วก็หน้าเจื่อนเมื่อสีดาที่อยู่ปลายสายพูดอย่างเร่งร้อนเหมือนมีเรื่องว่า
"นุช เธอออกมาหาฉันเดี๋ยวนี้เลย รีบออกมาเลยนะ ไม่งั้นเธอจะเสียใจจริงๆนะนุช"
ooooooo
นุชรีบออกไปตามน้ำเสียงที่ร้อนใจของเพื่อนรัก พอเจอกันก็ถูกสีดาลากถลาตามไป พอเจอแววตา สีดาถามว่ากลับมากันหรือยัง แววตาบอกว่ายัง ทำให้นุชยิ่งสงสัยว่าสองคนนี้เป็นอะไร
"มาแล้ว!" น้ำเสียงแววตาตื่นเต้นตกใจ สีดาลากนุชหลบมุมแล้วจับหน้านุชหันมองไปทางห้องเสื้อ
นุชมองอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นสารัตถ์เดินมาส่งนันทวดีที่หน้าห้องเสื้อ ชายหนุ่มบอกว่าเย็นนี้จะมารับ นันทำเป็นเกรงใจว่าไม่ต้องดีกว่า ตนลำบากใจจริงๆ
"ตอนนี้ผมมีเวลาเหลืออีกไม่มาก ผมอยากใช้เวลาทั้งหมดหาคำตอบให้ตัวเอง" สารัตถ์พูดจริงจังมองหน้าเธอนิ่งจับมือเธอไปกุมไว้ "ผมไม่อยากตัดสินใจแต่งงานผิดพลาด"
นุชน้ำตาท่วม ช็อกทั้งคำพูดและความใกล้ชิดของทั้งสอง สีดารีบขอโทษเพื่อน แต่พริบตานั้นนุชปาดน้ำตาทิ้งเดินดิ่งไปหาสารัตถ์กับนันทวดี ทำเอาทั้งสีดาและแววตาตะลึงอึ้งได้แต่ยืนดู
นันทวดีเป็นฝ่ายหันมาเห็นนุชก่อน เธอตกใจรีบดึงมือออกมองนุชอย่างไม่สบายใจ นุชไม่สนใจนันทวดีเธอเดินตรงเข้าไปหาสารัตถ์ถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่น้ำตาคลอว่า
"นุชตกข่าวอะไรไปรึเปล่าคะพี่รัตถ์"
สารัตถ์มองนุชอย่างอึดอัดใจ บอกว่าไม่รู้จะเริ่มต้นพูดกับนุชอย่างไรดี นุชตัดบทว่าถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องพูด เพราะตนเข้าใจได้ไม่ยาก สารัตถ์จำนนต่อหลักฐานได้แต่บอกว่า "พี่เสียใจนะนุช"
นันทวดียกมือปิดปากวิ่งร้องไห้ออกไปอีกทาง สารัตถ์
ร้องเรียกมองตามอย่างเป็นห่วง นุชเห็นแค่นั้นก็วัดใจเขาได้ กล้ำกลืนความรู้สึก พูดทั้งที่ลำคอตีบตันไปหมดว่า
"เราค่อยหาฤกษ์แต่งงานกันใหม่ดีกว่านะคะพี่รัตถ์ ฤกษ์นี้คงไม่ใช่วันดีที่สุดของรอบปีหรอกค่ะ"
พูดแล้วนุชเดินหนีไปอีกทางหนึ่ง สารัตถ์มองสองสาวละล้าละลัง แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจวิ่งไปทางนันทวดี นุชเห็นเงาสารัตถ์จากกระจกในร้านค้า เธอหัวใจแทบสลายเมื่อสารัตถ์เลือกที่จะทิ้งเธอ น้ำตาร่วงพรูวิ่งเตลิดไปจากความจริงนั้นราวกับจะไปไกลให้สุดโลก...
สีดากับแววตาวิ่งตามไปทันคว้าร่างเพื่อนรักไว้ นุชบอกสีดาน้ำตานองหน้าว่าตนทำอะไรไม่ถูกแล้ว สีดากอดเพื่อนไว้ตบหลังเบาๆ แววตาลูบหลังนุชอย่างปลอบประโลม อึดใจเดียวนุชก็กอดสีดาแน่น ร้องไห้โฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่...
ooooooo
นันทวดีวิ่งไปทางบันไดหนีไฟ สารัตถ์วิ่งตามสุดชีวิตปากก็ร้องให้รอด้วย นันหยุดตามเสียงร้องบีบน้ำตาทำเป็นคนดีบอกให้เขาไปปลอบนุชเสีย ปล่อยตนไปตามทางของตนดีกว่า ตำหนิตัวเองว่ารู้สึกแย่มากเหมือนคนเลวแย่งคู่หมั้นน้อง ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะให้อภัยได้เลย พูดแล้วบีบน้ำตาเป็นเผาเต่า เมื่อสารัตถ์จับมือบีบให้กำลังใจก็ยิ่งคร่ำครวญว่าอยากหายไปจากโลกนี้จะได้ไม่ต้องเจอนุชและเจอใครๆ อีกเลย แล้วทำท่าจะหนีต่อ สารัตถ์พูดจริงจังว่า
"พาผมไปด้วยสิครับ"
ฟังคำนี้แล้วนันทวดีแทบจะยิ้มออกมา แต่ยังต้องบีบน้ำตาต่อให้เนียน...
หลังจากนั้นทั้งคู่ไปคอนโดฯที่พัทยา นันทวดีทำท่าเสียใจจนอ่อนระโหย สารัตถ์ประคองเธอไปที่เตียง ลูบไล้
คลอเคลียอย่างทะนุถนอม ต่างมองกันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา แต่แล้วนันทวดีก็ลุกขึ้นไปยืนกอดตัวเองร้องไห้จนตัวสั่นสะท้านที่นอกระเบียง
สารัตถ์เดินไปกอดจากข้างหลัง เธอคร่ำครวญอย่างสำนึก มีคุณธรรมสูงส่ง ไม่อาจทรยศต่อน้องได้ ทำร้ายน้องไม่ลง ขอให้ทุกอย่างจบตรงนี้ เพราะมันเป็นไปไม่ได้แล้ว
"เป็นไปได้สิครับ" สารัตถ์จับร่างนันทวดีพลิกมาเผชิญ
หน้าพูดด้วยสีหน้าจริงจัง "ผมไม่อยากตัดสินใจผิดพลาด ผมรู้ใจตัวเองแล้ว...ผมรักคุณ ผมจะถอนหมั้นกับนุช"
นันทวดีบีบน้ำตาไหลพรากมองเขาอย่างตื้นตันแล้วทำเป็นตกใจเมื่อเขาจะถอนหมั้น
"คุณคนเดียวเท่านั้นที่จะเป็นเจ้าสาวตัวจริงของผม...
ให้นุชเสียใจตอนนี้ ดีกว่าเราทั้งสามคนต้องทุกข์ทรมานใจไปตลอดชีวิตนะครับ" สารัตถ์ดึงนันทวดีเข้าไปกอดไว้แน่น เธอยิ่งร้องไห้หนักขึ้นเพียงใด เขาก็ยิ่งกอดเธอไว้แน่นเพียงนั้น....
ooooooo
เมื่อกลับถึงบ้านกลางดึก สารัตถ์ตัดสินใจไปเคาะประตูห้องนอนของพ่อกับแม่ บอกแม่ว่าอยากจะปรึกษาบางเรื่อง รุจิราเรียกให้เข้าห้องคุยกันต่อหน้าทั้งพ่อแม่ลูก
นายพลเรียกลูกเข้าไปนั่งใกล้ๆ ถามอย่างรักใคร่ว่ามีอะไรหรือ สารัตถ์รวบรวมความกล้าโพล่งออกไปว่า
"ผมคิดว่าผมเจอเนื้อคู่แล้วครับ แต่...ไม่ใช่น้องนุชนะครับแม่...ผมอยากถอนหมั้นกับนุช"
รุจิรากับนายพลที่ยิ้มแย้มดีใจตอนแรกกลายเป็นตกใจ นายพลถามอย่างไม่พอใจว่างานแต่งจะจัดอยู่ไม่กี่วันนี้แล้วจะทำอย่างไร เลื่อนออกไปก่อนหรือ
"ไม่เลื่อนหรอกครับ แต่ผมอยากเปลี่ยนตัวเจ้าสาว"
คราวนี้ทั้งพ่อและแม่ตกใจมองลูกชายค้าง แล้วรุจิราเป็นฝ่ายถามว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร
"นันทวดี พี่สาวของนุชครับ"
คำตอบนี้ทำให้ทั้งพ่อและแม่หน้าเครียดไปทันที นายพลถึงกับต้องหลับตาตั้งสติ ส่วนคุณหญิงยกมือทาบอก ต่างนิ่งงัน มีแต่สารัตถ์เท่านั้นที่ถอนใจอย่างโล่งอกที่ได้พูดออกไปแล้วมองพ่อกับแม่ลุ้นๆว่าจะว่าอย่างไร
ooooooo
นุชไม่กล้าบอกความจริงกับนวลใจ ปดแม่ว่าปวดหัวแต่ร้องไห้จนตาบวม จนนวลใจถามว่ามีอะไรจะเล่าให้แม่ฟังไหม เธอร้องไห้ออกมาอย่างทนไม่ได้ บอกแม่ว่าไม่มั่นใจว่าจะแต่งงานดีหรือเปล่า
แต่จนแล้วจนรอดนุชก็ไม่กล้าพูดความจริงกลัวกระทบกระเทือนไปถึงนันทวดี สุดท้ายบอกแม่ว่าไม่มีอะไร นวลใจเข้าใจเอาเองว่าลูกคงคิดถึง ไม่อยากจากบ้านนี้ไปเหมือนคราวที่ตัวเองแต่งงาน เลยปลอบลูกอย่างเอ็นดู และนุชก็เอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นพูดไม่ออก เริ่มต้นไม่ถูก
ฝ่ายสารัตถ์หลังจากบอกพ่อกับแม่แล้ว ปรากฏว่าคุณหญิงกับนายพลเห็นต่างกัน คุณหญิงยอมลูกเพราะอยากให้ลูกมีความสุข แต่นายพลเห็นว่าเป็นการเสียหายทั้งไม่รู้ด้วยว่าคนใหม่ที่ลูกเลือกนั้นเป็นคนอย่างไร เทือกเถาเหล่ากอเป็นอย่างไร เพราะเท่าที่เคยฟังธวัชพ่อของนุชพูดนั้นร้ายกาจเอาเรื่องทีเดียว
ในที่สุดนายพลก็ต้องยอมคุณหญิง เลยยกให้คุณหญิงไปจัดการเองทั้งหมด โดยเฉพาะไปบอกบ้านโน้นเรื่องถอนหมั้น แม้คุณหญิงจะเครียดแต่ก็ต้องทำเพื่อความสุขของลูก
ส่วนนันทวดีก็โทรศัพท์คุยกับสารัตถ์ถามว่าคุยกับคุณพ่อคุณแม่แล้วเป็นอย่างไร เขาบอกว่าคุณแม่เข้าใจแต่คุณพ่อโกรธมาก ตอนนี้คุณแม่กำลังช่วยพูดกับคุณพ่ออยู่คิดว่าไม่น่ามีปัญหา
"พี่ยืนยันได้ว่าหัวเด็ดตีนขาดยังไงพี่ก็ไม่ยอมแต่งกับนุช ถ้าขืนบังคับพี่แต่งงานก็ต้องลักลอบคบกับนันอยู่ดีเพราะพี่รักนัน"
นันทวดีถามว่าเขาบอกนุชหรือยัง เขาตอบอย่างหนักใจว่ายังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี
"นันก็เหมือนกันค่ะ ตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน นันยังไม่กล้าสู้หน้านุชเลยสงสารน้องน่ะค่ะ" ปากพูดอย่างนั้นแต่ยิ้มสะใจ สมน้ำหน้า
ooooooo
หลังจากนั้น นันทวดีไปหานุชที่ห้องนอน นุชไม่อยู่จึงเดินหา เจอนุชนั่งอ่านตำราเตรียมสอบอยู่ที่โถงบ้าน เธอเดินเข้าไปเลียบเคียงบอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย
นุชเลี่ยงที่จะคุยอ้างว่าไม่พร้อมกำลังจะสอบต้องการสมาธิแล้วลุกจะเดินหนี ถูกนันทวดีคว้าแขนไว้พูดดีแต่เสียงเครียดว่า
"คุยกับพี่เดี๋ยวได้ไหม พี่รบกวนเวลานุชไม่มากหรอก" นุชตอบเสียงแข็งว่าไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น นันทวดีก็โกรธขึ้นมาทำเสียงดังกว่าข่มว่า "แต่นุชต้องฟัง" แล้วผลักนุชปลิวไปกระแทกนั่งที่โซฟา เล่นบทโหดแล้วบีบน้ำตาเข้าไปขอโทษ "พี่ขอโทษนะนุช พี่ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเลย แต่พี่กับคุณรัตถ์รักกัน เรารักกันมากเข้าใจไหมนุช"
นุชทนฟังไม่ได้ผลักนันทวดีออกไปแล้วหอบตำราลุกหนีขึ้นบันได นันทวดีมองตามอย่างสะใจ แต่พอนุชหันมองก็รีบยกมือปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น
ooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้น นายพลโกรธจนไม่มองหน้าสารัตถ์ สองแม่ลูกมองหน้ากันอย่างไม่สบายใจแล้วสายๆก็พากันไปที่บ้านวารี พอดีไปเจอนุชกำลังจะออกไปนุชรีบเดินหนี สารัตถ์ลงจากรถร้องเรียก เมื่อนุชไม่หยุดคุยด้วย รุจิราบอกลูกชายให้ตามไปคุยกับนุช ทางนี้ให้เป็นหน้าที่ของแม่เอง
คุณหญิงรุจิราตั้งหลักปั้นหน้าอยู่นานกว่าจะกล้าพูดธุระกับนวลใจและวารีที่เชิญทานอาหารด้วยกัน ทีแรกก็เกริ่นแค่ว่างานแต่งของนุชกับสารัตถ์คงต้องมีการเปลี่ยนแปลงหน่อย
"เลื่อนวันหรือเปลี่ยนโรงแรมคะ ถ้าทั้งสองอย่างได้ยิ่งดี วันมันกระชั้นชิดไป โรงแรมก็แพงเกินไปค่ะ" วารียิ้มแย้มอยากให้เป็นอย่างที่ตนคิด รุจิราฝืนยิ้มก่อนตัดสินใจบอกว่า
"วันกับโรงแรมคงไม่เปลี่ยน แต่ขอเปลี่ยนตัวเจ้าสาวได้ไหมคะ"
ทั้งวารีและนวลใจที่ยิ้มแย้มอยู่ดีๆ หุบยิ้มกลายเป็นเครียดอึ้งไปทั้งคู่ นันทวดีรู้แกวมาแอบฟังอยู่ พอคุณหญิงแบปัญหาออกมาเท่านั้นเธอก็ยิ้มอย่างโล่งใจ สะใจ
ส่วนนุชวิ่งไปหลบสารัตถ์ที่สวนหลังบ้าน สารัตถ์ตามไปทัน เธอพูดโดยไม่หันมองหน้าว่า
"เดี๋ยวพี่รัตถ์ช่วยตรวจแบบการ์ดแต่งงานด้วยนะคะ นุชต้องรีบส่งโรงพิมพ์แล้ว"
สารัตถ์นิ่งไปนานก่อนจะกล้าพูดโพล่งออกมาว่า "พี่คงแต่งงานกับนุชไม่ได้แล้วนะครับ" นุชช็อกนิ่งไปก่อนจะยกมือปิดปากร้องไห้จนพูดไม่ออก สารัตถ์เองก็เสียใจ เขาพูดน้ำตาคลอว่า
"พี่รักคุณนัน พี่ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าพี่จะรักเขามากขนาดนี้ พอพี่เจอคุณนันเลยมีตัวเปรียบเทียบ พี่ถึงได้รู้ใจ
ตัวเองว่า ความรู้สึกที่พี่มีกับนุชมันเป็นความใกล้ชิดผูกพัน แต่กับคุณนัน..."
"พอแล้วพี่รัตถ์" นุชหันกลับมาน้ำตานองหน้า บอกเขาว่าไม่อยากฟัง ผลักเขาแล้ววิ่งหนีไป
สารัตถ์รีบไปดึงแขนเธอไว้ นุชหยุดโดยง่ายเพราะหมดแรงที่จะวิ่งไปไหนแล้วเอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น
ooooooo
หลังจากรุจิราคุยกับวารีและนวลใจจนหมดเปลือก แล้ว นันทวดีรีบวิ่งขึ้นข้างบนเงียบกริบ พอเข้าห้องก็ปิดประตูล็อก
วารีกับนวลใจเดินขึ้นไปอย่างร้อนใจ รุจิราตามไปห่างๆ วารีทุบประตูห้องโครมๆตะโกนให้เปิดประตูเดี๋ยวนี้ นวลใจกับรุจิราหน้าเสียกลัวเรื่องจะรุนแรง
นันทวดีตั้งสติตีหน้าซื่อเปิดประตูออกมาถามว่ามีเรื่องอะไรหรือเสียงดังเชียว วารีไม่ปล่อยให้นันทวดีเล่นละครต่อไป เปิดฉากด่าเป็นชุด ก้าวเข้าไปผลักนันทวดีจนกระแทกตู้เสื้อผ้า นวลใจพยายามเรียกแม่เตือนสติแต่กลับถูกไล่ให้หลีกไป
นันทวดีบีบน้ำตาไหลพราก พูดเสียงปนสะอื้นว่า
"นันไม่ต้องการให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้เลยนะคะคุณย่า แต่นันห้ามมันไม่ได้ ห้ามมันไม่ได้จริงๆ นันกับคุณรัตถ์เรารักกันค่ะคุณย่า"
วารีตบหน้าฉาดใหญ่ด่าว่าหน้าด้าน นวลใจรีบเข้าไปขอร้องให้พอเถอะคุยกันด้วยเหตุผลดีกว่า ส่วนรุจิรายืนแข็งทื่อเป็นหุ่นทำอะไรไม่ถูก
"ไม่มีเหตุผลอะไรอีกแล้ว แกออกไปจากบ้านฉันเลยนะ ไปให้พ้น ไปสิ!"
นันทวดีวิ่งร้องไห้ออกจากห้องบีบน้ำตา เบี่ยงตัวจากรุจิราไป นวลใจร้องเรียกถูกวารีตวาดว่า จะไปเรียกมันทำไม จะไปไหนก็ช่างหัวมันแล้วทำท่าจะหน้ามืด นวลใจต้องรีบประคองให้ไปนั่งที่เตียง
นันทวดีวิ่งร้องไห้โฮออกมาจากบ้าน เห็นสารัตถ์กำลังวิ่งไล่ตามนุชมาพอดี นุชวิ่งขึ้นรถปิดประตูล็อกแล้วขับพรืดออกไป นันทวดีสวมรอยทันทีวิ่งร้องไห้ไปทางสนาม สารัตถ์หันมาเห็นหันกลับมาวิ่งไล่ตามนันทวดี พอคว้าตัวได้ก็กอดปลอบให้กำลังใจ
นุชอดหันมองตามไม่ได้ เห็นแล้วน้ำตาไหลอาบแก้มขับรถตะบึงไปไม่เหลียวมองอีกเลย
ooooooo
วารีทำใจไม่ได้จนต้องเข้าไปนั่งสงบอารมณ์ในห้องพระ เมื่อรุจิราจะกลับนวลใจขึ้นไปถามว่า จะลงไปส่งไหม วารีส่ายหน้าฝากนวลใจส่งแทนบอกว่า "ฉันอายคุณหญิงเธอจริงๆ"
เมื่อนวลใจจะออกไป วารีปรารภว่าวันนี้ตนคงทำกิริยาน่าเกลียดมากสินะ แล้วอดบ่นไม่ได้ว่า
"แม่บอกแล้วเห็นไหม ลูกเสือลูกตะเข้เลี้ยงยังไงก็ไม่เชื่อง"
นวลใจยกคำพูดของรุจิรามาพูดว่าสารัตถ์อาจเป็นคนเริ่มก็ได้ วารีไม่สนใจแต่ยังไงตนก็ไม่ไว้ใจนันทวดีอยู่ดี หูตาท่าทางเหมือนคนมีลับลมคมในเจ้าแผนการ ไม่หวังดีกับพวกเราแน่ ทั้งยังเชื่อว่านันทวดีต้องถูกแม่กับยายเสี้ยมมาให้บ่อนทำลายพวกเรา คิดแล้วเลยพานโทษธวัชว่าชักศึกเข้าบ้านมาทำลายลูกสาวตัวเองแท้ๆ
บ่นๆด่าๆแล้วก็คิดถึงนุชขึ้นมาถามว่าอยู่ไหน นวลใจบอกว่าออกไปหาสีดาตั้งแต่เช้าแล้ว วารีสีหน้าดีขึ้นบอกว่าค่อยยังชั่ว แต่พอคิดได้ก็พูดปลงๆว่าจะช้าหรือเร็วก็ต้องรู้อยู่ดี
"บางทีนุชอาจจะรู้แล้วก็ได้นะคะคุณแม่" นวลใจฉุกคิดถึงที่นุชคุยกับตนเมื่อคืน
ooooooo
เมื่อคุณหญิงรุจิราออกมาที่ระเบียงบ้าน เจอสารัตถ์กับนันทวดี สารัตถ์พานันทวดีเข้าไปคุกเข่าอ้อนวอนแม่ "ให้โอกาสเราด้วยนะครับคุณแม่"
รุจิราบ่นอย่างหนักใจว่า รู้ไหมว่าที่ทั้งสองคนทำสร้างความลำบากใจให้ผู้ใหญ่ขนาดไหน เรื่องเสียชื่อเสียหน้าไม่ต้องพูดถึงมันไม่มีอะไรเหลือแล้ว สารัตถ์แก้ต่างปกป้องนันทวดีว่าเธอพยายามหนีตนด้วยซ้ำแต่ตนไม่ยอม ต้องตัดสินใจเลือก เพราะถ้าปล่อยไปมีแต่ต้องเสียใจด้วยกันทั้งสามคน
"นันฝากเนื้อฝากตัวกับคุณแม่ด้วยนะคะ เราเริ่มต้นไม่ดีเลย นันกลัวจะเป็นปัญหาให้คุณรัตถ์ไม่สบายใจ" นันทวดีเล่นบทคนดีไม่ซ้ำแบบ
"เธอรู้ตัวอย่างนี้ก็ดี ทำอะไรจะได้คิดให้มันเยอะๆ ฉันรักและฝังใจจะได้หนูนุชมาเป็นลูกสะใภ้ ใครหน้าไหนก็คงมาแทนที่ไม่ได้ง่ายๆ เธอต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างมากนะ ถึงจะเอาชนะใจฉันได้"
สารัตถ์เรียกแม่อย่างไม่สบายใจ แต่คุณหญิงไม่สนใจพูดต่อไปอย่างไม่อ้อมค้อมว่า
"ถึงเวลานี้ ใจคิดอะไรก็ต้องพูดไปเลย ทีลูกยังไม่เห็นถนอมน้ำใจใครสักคน แม่ขี้เกียจปั้นหน้าแม่เหนื่อย อยากกลับบ้านแล้ว" พูดแล้วหันเดินไปเลย สารัตถ์ปลอบใจนันว่าอย่าคิดมากเดี๋ยวค่อยโทร.คุยกันแล้วลุกตามแม่ไป นันทวดีจิกตามองตามพูดอย่างมาดหมายว่า
"ฉันจะทำให้แกลืมมัน แล้วจำชื่อฉันได้ขึ้นใจเลยล่ะ!"
ooooooo
นวลใจว้าวุ่นเมื่อนุชขับรถหายไปจากบ้าน โทร. ไปเล่าให้สีดาฟัง สีดาอยู่กับนัดดา พอนัดดารู้ว่าเกิดเรื่องกับนุชก็ตกใจเป็นห่วง
ทั้งนวลใจและสีดาช่วยกันโทร.เข้ามือถือของนุช แต่ โทร.คนละนับสิบครั้งก็ไม่มีการตอบรับ
นุชขับรถไปบ้านพักชายทะเลของครอบครัวที่หัวหิน แม้ความกดดันจะน้อยลงแต่ก็ยังไม่สบายใจ ลองกดโทรศัพท์ดูเห็นมีแต่แม่กับสีดาโทร.กันเข้ามานับสิบๆครั้ง เธอนึกน้อยใจเหมือนกันที่ไม่มีสายของสารัตถ์แม้แต่ครั้งเดียว พอดีสีดาโทร.เข้ามา นุชบอกเพื่อนทั้งน้ำตาว่ามีแต่แม่กับแขกเท่านั้นที่รักตนจริง
เมื่ออาเล็กกับอาใหญ่รู้เรื่องนุชต่างพากันสงสารเห็นใจ พอดีสีดาวิ่งเข้ามาบอกข่าวดีว่าติดต่อนุชได้แล้วเวลานี้ไปอยู่ ที่บ้านพักริมทะเลที่หัวหิน นัดดาถามว่ารู้ใช่ไหมว่าบ้านอยู่ตรงไหน สีดาบอกว่าตนเคยไป
"พี่ว่าแขกตามไปปลอบเพื่อนเราดีกว่า อารมณ์แบบนี้ปล่อยให้อยู่คนเดียวไม่ค่อยดีหรอก เดี๋ยวพี่ขับรถให้เอง"
สีดาเห็นด้วยเพราะตัวเองก็ห่วงนุชมาก ทั้งอาเล็กอาใหญ่ สนับสนุนกันเต็มที่ การเดินทางจึงเริ่มขึ้นทันที
ooooooo
เมื่อสร้อยสอางค์กับพวงสร้อยรู้เรื่องจากนันทวดี สองแม่ลูกพากันกระดี้กระด้าที่ลูกสาวหลานสาวตนทำสำเร็จแล้ว คุยฟุ้งฝันเฟื่องจะได้เป็นพวกไฮโซกับเขาแล้ว แต่งตั้งกันเองและจองตำแหน่งกันเอง โดยพวงสร้อย จองเป็นคุณท่าน สร้อยสอางค์ให้เป็นคุณผู้หญิงเพราะอายุน้อยกว่า
ครั้นคุยถึงงานแต่ง พวงสร้อยถามว่าจะชี้แจงกับแขกอย่างไรเรื่องเปลี่ยนตัวเจ้าสาว นันทวดีบอกว่าไม่มีใครรู้ตัวเจ้าสาว ที่รู้กันก็มีแต่เฉพาะในเครือญาติที่ใกล้ชิดเท่านั้น
นันทวดีวางแผนว่า "รอให้นันแต่งงานก่อนเถอะ นันจะหาทางบีบเอาเงินสามสิบล้านของนันมาจากพวกมันให้ได้ นันไม่รอสามปีห้าปีหรอก คอยดูฤทธิ์นันมั่งก็แล้วกัน"
สร้อยสอางค์เตือนนันทวดีว่าอย่าลืมไถเงินนวลใจมาตัดชุดหรูๆให้แม่กับยายใส่ไปงานด้วย
ทั้งสามคุยกันอย่างกระเหี้ยนกระหือรือกับฐานะที่จะได้เปลี่ยนไป นันทวดีเองก็มีความสุขมากที่เห็นแม่กับยายมีความสุข
ooooooo
นวลใจนำข่าวดีไปบอกวารีที่ห้องพระว่าตามตัวนุชเจอแล้ว อยู่ที่บ้านพักชายทะเลที่หัวหิน วารีเบาใจ เพราะที่นั่นมีป้าผิวดูแลอยู่ขาดเหลืออะไรก็ช่วยเหลือได้ หรืออาจให้คนขับรถเอาไปส่งก็ได้ ขอแต่ให้หลานได้อยู่พักใจให้คลายเศร้า
สีดากับนัดดาไปถึงบ้านพักที่หัวหินอย่างเร็ว พอรู้จากป้าผิวว่านุชไปท่องหนังสือที่ชายหาดก็รีบตามไป
นุชไปอ่านหนังสือแต่ไม่มีสมาธิจนต้องพับหนังสือเก็บ เดินลงทะเลไปอย่างสับสนเจ็บปวด แต่พอเดินไปจนน้ำท่วมเลยเอว ก็คิดถึงความรักความอบอุ่นที่ได้รับจากแม่และย่า เธอได้สติหยุดกึกพึมพำด่าตัวเอง
"ทำไมโง่ยังงี้"
นุชหันหลังเดินกลับเข้าชายหาดแต่ถูกคลื่นซัดดูดลงทะเลไปอีก นุชถลาหน้าคว่ำจมหายไปใต้น้ำ
โชคดีที่สีดากับนัดดามาตามหาที่ชายหาดพอดี เห็นคนจมน้ำจึงพากันลงไปช่วย นัดดาคว้าตัวนุชได้รีบอุ้มขึ้นมาวางที่ชายหาด สีดาถามนุชว่าเป็นอย่างไรบ้าง นุชบอกว่าขาตนเป็นตะคริว แล้วเล่าว่า
"นุชถูกน้ำดูดออกไป นุชสู้แรงไม่ไหวจริงๆค่ะพี่นัด"
"ไม่ต้องกลัวนะ นุชปลอดภัยแล้ว" นัดดาปลอบพลางนวดขาที่เป็นตะคริวให้ นุชร้องไห้ ความทั้งกลัวและรู้สึกผิดกับความคิดชั่ววูบ จนนัดดาสงสารกอดปลอบ "ไม่มีอะไรแล้วนะ ไม่ต้องกลัวนะครับ"
สีดามาช่วยนวดขานุช เหลือบมองทั้งคู่ คิดจับคู่ให้ในใจ คิดแล้วยิ้มดีใจกับแผนการของตัวเอง
ooooooo
สีดาเดาใจเพื่อนรักออก คาดคั้นถามจนนุชยอมรับว่าตัวเองคิดสั้นจริงๆ แต่พอนึกถึงหน้าคุณแม่กับคุณย่าก็คิดได้ว่ายังมีคนที่รักตัวเองอยู่ เขาคงเสียใจแทบขาดใจตายถ้าตนเป็นอะไรไป เล่าไปร้องไห้ไปว่า
"นุชเปลี่ยนใจจะกลับเข้าฝั่ง แต่ใต้น้ำมันเหมือนมีแรงดูดอะไรก็ไม่รู้ นุชถูกดูดจมน้ำไปเลย วินาทีนั้นนุชกลัวตายนุชอยากกลับไปหาคุณแม่หาคุณย่า แต่นุชทำไม่ได้แค่เสี้ยววินาทีเดียวนะแขก นุชจะไม่มีโอกาสได้เจอทุกคนอีกเลย นุชจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว"
สีดากอดเพื่อนรักร้องไห้ไปด้วยกัน ดีใจที่ยังมีกัน และกันอยู่
ตกเย็นสีดาบอกนัดดาว่านุชยังไม่อยากกลับกรุงเทพฯ คงยังทำใจไม่ได้ บอกให้นัดดากลับไปก่อนตนจะอยู่เป็นเพื่อนนุชเอง
นัดดาเองก็เป็นห่วงขออยู่เป็นเพื่อนอีกคน พูดสบายๆ ว่า ถือว่าเป็นการพักผ่อนทิ้งทวนก่อนกลับไปทำงานก็แล้วกัน สีดาดีใจเพราะอยากให้เขาอยู่อยู่แล้ว แต่เกรงใจไม่กล้าชวน
เมื่อตกลงกันได้แล้ว นัดดาชวนสีดาออกไปหาซื้อของใช้กัน สีดาเห็นด้วยเพราะตนก็หิวแล้วเหมือนกัน บอกให้เขารอประเดี๋ยว แล้วเธอก็เดินย้อนกลับไปที่บ้านพัก
เมื่อพากันไปเดินหาซื้อของ ระหว่างนั้นนัดดาพูดแสดงความเห็นใจนุชที่ต้องมาตั้งรับกับเรื่องที่คาดไม่ถึง แต่พูดเตือนสติว่า ถึงจะทำใจได้ยากแต่ตอนนี้ต้องตัดเรื่องนี้ทิ้งไปก่อน ตอนนี้เรื่องสำคัญกว่าอะไรทั้งหมดคือเรื่องสอบ ให้กำลังใจว่า "นุชมีสิทธิ์ได้เกียรตินิยมนะ พี่เชื่อว่านุชทำได้แน่ถ้ายังมีสมาธิกับมัน"
"นุชถึงหลบมาอยู่ที่หัวหินนี่ไงคะพี่นัด อยู่ที่บ้านอะไรๆ ก็ตอกย้ำให้นุชคิดถึงเรื่องพี่รัตถ์อยู่ตลอดเวลา"
"ดีแล้วล่ะครับ ถ้าที่นี่ช่วยให้นุชลืมอะไรๆได้บ้างก็อยู่ไปก่อนจะได้มีสมาธิท่องหนังสือสอบ ถ้านุชได้เกียรตินิยม คุณย่ากับคุณแม่นุชคงชื่นใจมาก จนลืมเรื่องร้ายๆไปได้เลย คิดซะว่าทำเพื่อท่านก็แล้วกันนะ"
"ค่ะ...คุยกับพี่นัดแล้วนุชสบายใจขึ้นเยอะเลย"
"พี่ก็ดีใจครับ ที่ช่วยให้นุชรู้สึกแบบนี้ได้" นัดดายิ้มอ่อนโยนอบอุ่น ทั้งสองเดินคุยกันไปเรื่อยๆด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลายสบายใจขึ้นทุกที
สีดามองเพื่อนกับพี่แล้วพึมพำยิ้มๆ "ฝันร้ายอาจจะกลายเป็นดีก็ได้นะนุช"
ooooooo
นันทวดีพาสารัตถ์ไปหายายกับแม่ที่บ้าน ทั้งยายกับแม่พากันต้อนรับสารัตถ์อย่างกระตือรือร้นสุดขีด สร้อยสอางค์พูดออกตัวว่าบ้านคับแคบไปหน่อย ส่วนพวงสร้อยนั่งมองสารัตถ์โมเมนับญาติชมเปาะว่า "หน้าตาหล่อเหลาเชียวหลานเขยยาย" นันทวดีทำเขิน ส่วนสารัตถ์เริ่มเรื่องอย่างใจจดจ่อว่า
"ผมจะให้คุณแม่มาพูดสู่ขอให้ เป็นเรื่องเป็นราวอีกทีนะครับ"
สร้อยสอางค์ทำเป็นปฏิเสธพัลวันว่าไม่ ต้องตนไม่ใช่คนมีพิธีรีตองอะไร พวงสร้อยรีบเสริมว่ายายก็เหมือนกัน เผลอพูดความจริงไปว่าขืนเรื่องมากเดี๋ยวไม่ได้แต่งกันพอดี พอถูกนันทวดีทักท้วงก็พูดแก้ว่า
"ยายเห็นว่าเราสองคนรักกันหรอกนะถึง ได้ไม่อยากเรื่องมาก"
ระหว่างนั้นสร้อยสอางค์กับพวงสร้อยแอบสบตาและ โบ้ยใบ้ให้กัน เมื่อพวงสร้อยทำไขสือ สร้อยสอางค์เลยพูดออกมาเป็นการโยนกลองให้พวงสร้อยว่า "คุณยายมีอะไรจะคุยกับคุณรัตถ์ก็พูดไปสิจ๊ะ"
พวงสร้อยถลึงตาใส่ ลูกสาวอย่างขัดใจแล้วจึงหันมาวางมาดพูดกับสารัตถ์ว่า
"คืองี้จ้ะ ไหนๆคุณก็มาแล้ว ยายก็อยากพูดๆให้จบไปทีเดียวเลย ตกลงคุณจะให้ค่าสินสอดเราเท่าไหร่เหรอคะ" นันทวดีทำฟอร์มท้วงติงยายว่าอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลย สร้อยสอางค์แทรกขึ้นอย่างขัดใจว่า
"ไม่พูดได้ยังไงลูก มันเป็นธรรมเนียม ไหนๆก็มาแล้วจะได้ไม่ต้องเสียเที่ยว" พอสารัตถ์ถามว่าคุณแม่กับคุณยายจะเรียกเท่าไหร่ สร้อยสอางค์ชิงตอบว่า "ก็เรียกแต่พอสมควรแล้วกัน ไหนๆคุณก็เสียสินสอดให้นุชรีไปรอบนึงแล้ว เห็นใจน่ะค่ะ"
ระหว่างนั้น พวงสร้อยแอบชู 2 นิ้ว ขณะที่นันทวดีแบขึ้นไป 5 นิ้ว สร้อยสอางค์มองแม่กับลูกแล้วลังเล สารัตถ์มองอย่างรอคำตอบ พวงสร้อยรีบเปลี่ยนเป็นชู 3 นิ้ว นันทวดียังแบ 5 นิ้วตามเดิม
สร้อยสอางค์ได้แต่นั่งฉีกยิ้มให้สารัตถ์กล้าๆกลัวๆที่จะ เรียกค่าสินสอด
ooooooo
ส่วนวารีกับนวลใจโล่งใจที่รู้ว่านุช อยู่ที่บ้านพักชายทะเลกับสีดาและนัดดา โทรศัพท์ให้กำลังใจกันให้มีสมาธิดูตำราเตรียมสอบไม่ต้องไปเสียดายกับผู้ชาย โลเลแบบนั้น นวลใจขอให้ลูกโทร.มารายงานตัวทุกวันด้วย
ขณะนั้นเอง วารีเห็นนันทวดีกลับมากำลังจะย่องขึ้นข้างบน ก็รีบวางสายจากนุชลุกไปแว้ดใส่
"นี่ เธอยังกล้ากลับบ้านนี้อีกเรอะ" นันทวดีทำเป็นมองตีหน้าเศร้า วารีไม่แยแสเอ่ยปากไล่ "กลับไปอยู่บ้านแม่เธอได้แล้ว บ้านนี้ไม่ต้อนรับคนอย่างเธอ หน้าเนื้อใจเสือ แย่งได้ แม้กระทั่งคู่หมั้นน้องตัวเอง"
นวลใจรีบบอกนันทวดีว่าให้ขึ้นข้างบน เสียคุณย่ากำลังอารมณ์ไม่ดี แต่นันทวดียังยืนเฉย พูดตอบอย่างเล่นลิ้นดื้อแพ่งว่า ตนไม่กล้าขัดคำสั่งของคุณพ่อออกไปจากบ้านนี้หรอก วารีจ้องตาเขียวปั้ด นันก็ยังพูดต่ออย่างท้าทายว่า
"บางทีหลังงานแต่งนันอาจจะชวนคุณรัตถ์ มาอยู่บ้านนี้ด้วยเลย จะได้ไม่ผิดเจตนารมณ์ของคุณพ่อ นันกลัวไม่ได้ 30 ล้านน่ะค่ะ" พูดเสร็จก็เดินบิดสะโพกขึ้นไป
วารีโกรธจนด่าไม่ออก หันมาถามนวลใจว่า เห็นไหมว่ามันจองหองกับแม่แค่ไหน นวลใจก็ยังแก้ต่างให้ว่านันเป็นคนตรง ใครๆก็ต้องอยากได้มรดกกันทั้งนั้น เลยถูกวารีดุว่า
"ขนาดนี้แล้วแม่นวลยังเข้าข้างมันอีกเรอะ ดูมันทำกับยัยนุชสิไม่สงสารลูกรึไง"
"ผู้ชายไม่หนักแน่นมั่นคงแบบ นั้น แต่งกันไปจะสงสารนุชมากกว่านี้นะคะ"
วารีหงุดหงิดที่นวลใจช่าง ไม่ได้ดั่งใจเลย พูดประชดว่า "ถ้าแม่นวลอยากเห็นแม่ตายเร็วก็ให้มันอยู่ที่นี่ต่อไป"
นวลใจขอให้ ผ่านงานแต่งไปก่อนค่อยให้ย้ายออกไป กระนั้นก็ยังไม่ถูกใจวารีอยู่ดี
ooooooo
ฝ่าย นันทวดีพอขึ้นข้างบนก็เข้าไปในห้องนอนของนุชรีด้วยสีหน้าชื่นมื่น เดินไปที่โต๊ะทำงาน เห็นการ์ดแต่งงานที่พร้อมจะส่งไปร้านทำการ์ดก็หยิบการ์ดรูปชายทะเลมีหญิงสาว กับชายหนุ่มจูงมือกันมองออกไปทางทะเล มีเขียนอักษร เอสแอนเอ็น บนพื้นทรายก็พึมพำอย่างสะใจ
"เธอออกแบบไว้ไม่เสียของจริงๆนะนุช สารัตถ์ แอนด์นันทวดี" จากนั้นกรีดกรายไปยืนจ้องรูปนุชพูดกับรูปถ่าย "ขอบใจมากนะนุช การ์ดแต่งงานถูกใจพี่ที่สุดเลยจ้ะ"
หลังจากนันทวดีพา สารัตถ์ไปพบแม่กับยายแล้ว วันรุ่งขึ้นสารัตถ์ก็พาเธอไปพบคุณหญิงรุจิรากับท่านนายพลสวีผู้เป็นพ่อตาม ที่คุณหญิงนัดแนะไว้
สวีไม่ยินดียินร้ายกับว่าที่สะใภ้และไม่สนใจ ลูกชาย พูดอย่างตัดใจว่าในเมื่อตัดสินใจกันแล้วตนกับแม่ไม่เห็นด้วยอย่างไรก็คง ทัดทานไม่ได้ คุณหญิงจึงเริ่มธุระที่นัดมาว่า เพื่อจะบอกว่างานแต่งคงต้องมีการเปลี่ยนแปลง สารัตถ์ถามอย่างร้อนใจว่า "ไหนคุณแม่บอกว่าจะไม่เลื่อนไงครับ"
"ฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะเลื่อนสัก คำ ใจร้อนกลัวไม่ได้แต่งเมียนักรึไง" พูดแล้วทิ้งจังหวะก่อนบอกว่า "เราจะลดขนาดงานให้เล็กลงหน่อย พ่อกับแม่คงเชิญเฉพาะแขกที่สนิทชิดเชื้อจริงๆ งานตอนเช้าจะจัดที่บ้าน ส่วนงานเลี้ยงกลางคืนจากโต๊ะจีนจะลดเหลือแค่ค็อกเทล"
นันทวดีเจ็บ จี๊ดที่ใจแต่พยายามอดกลั้น ส่วนสวีพอคุณหญิงพูดจบก็ถามทันทีว่าหวังว่าคงไม่ขัดข้องอะไรนะ สารัตถ์ นั่งอย่างอึดอัดหันมองหน้านัน เธอฝืนยิ้มตอบเสียงใสฉะฉานแต่จิกกัดในทีว่า
"ดี ค่ะ จัดงานแต่พอเพียง"
ooooooo
นันทวดีแค้นใจที่คุณหญิงจัด งานแต่งไม่เลิศหรูอย่างที่เตรียมจัดให้นุช ไปเล่าให้แม่กับยายฟัง ด่าลับหลังว่า "พวกมันหลงอีนุชกันมาก หายใจเข้าออกก็อยากได้อีนั่นเป็นลูกสะใภ้ มันจะพูดจะทำอะไรไม่ได้ แคร์ความรู้สึกนันเลย"
สร้อยสอางค์ฟังแล้วเจ็บใจแทนบอกนันว่าใจเย็นๆ ไว้รอเข้าบ้านนั้นก่อนแล้วค่อยเอาคืน ให้ถอนหงอกมันรายตัวเลย ส่วนพวงสร้อยก็เสี้ยมหลานว่า
"ปรนิบัติพัดวีให้ผัวรักผัวหลงเอ็งคน เดียวก็พอ ส่วนพ่อแม่มันอย่าไปหงอให้มันเชียวนะ มันด่ามาก็ด่ามันกลับ ถ้าด่าสู้มันไม่ได้โทร.มาตามยาย ยายจะไปจัดการให้เอง" พูดแล้วถูมือไปมาอย่างมันมือ "กูจะได้ตบคุณหญิงก็คราวนี้ล่ะวะ"
"หลัง แต่งงานแกก็ลองทนอยู่บ้านเดียวกับพวกมันไปก่อน ถ้าทนไม่ไหวจริงๆก็ย้ายออกมาอยู่กันเอง รวยขนาดนั้นจะซื้อบ้านอีกกี่หลังก็ได้" สร้อยสอางค์ยุ นันพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
ooooooo
เมื่อใกล้วันสอบ นุช สีดา และนัดดาก็กลับกรุงเทพฯ นุชขอโทษแม่กับย่าที่ไปโดยไม่บอกก่อน ทั้ง แม่และย่าต่างเข้าใจ เห็นใจ พูดให้กำลังใจและปลอบใจ ทั้งลุ้นให้นุชสอบให้ได้เกียรตินิยมอันดับ 1 มาให้ได้ ผู้ชาย ดีๆมีอีกเยอะแยะ
สีดารีบสนับสนุนแอบมองไปทางนัดดาฝ่ายนั้นเลยแอบทำตา ดุใส่บ้าง
ต้อนรับปลอบขวัญกันแล้ว นวลใจชวนเข้าไปทานของว่างนั่งคุยกันในบ้านดีกว่า สีดารีบเห็นด้วย นวลใจโอบเอว สีดาเดินนำ วารีเข้าไปโอบเอวหลานสาวอย่างแสนรักตามไป ส่วนนัดดาเดินตามหลังเห็นความอบอุ่นน่ารักของคนในครอบครัวนี้ แล้วยิ้มอย่างสบายใจ
ตกบ่ายเมื่อนันทวดีกลับจากบ้านแม่ตัวเอง เจอนุชก็รีบเข้าไปประจ๋อประแจ๋แสดงความดีใจที่นุชกลับมาแล้ว แต่ครู่เดียวก็เอ่ยปากขอการ์ดแต่งงานที่นุชเตรียมไว้เพราะชื่อย่อของคู่บ่าว สาวเหมือนกันพอดี
นุชให้ตามคำขอแล้วขอตัวไปท่องหนังสือสอบ แต่พอนุชจะเข้าห้องนันทวดีก็ตามไปขออีกว่า
"วันงานแต่งพี่อย่าลืมไป นะจ๊ะนุช ไม่งั้นพี่คงไม่สบายใจ คิดว่านุชยังโกรธพี่อยู่"
นุชรับฟัง แล้วปิดประตูล็อกทันที ต้องยืนสูดลมหายใจลึกๆเพื่อตั้งสติจึงเดินไปในห้องได้
ooooooo
วัน งานมาถึงแล้ว เช้านี้นัดดากับสีดาพากันวิ่งจ๊อกกิ้งอยู่ที่ชายหาด ครู่หนึ่งนุชเดินมาชวนกลับ กรุงเทพฯกัน ตนอยากไปงานแต่งของสารัตถ์คืนนี้ สีดา กับนัดดาฟังแล้วอึ้ง สีดาถามว่าจะไปทำไมให้ช้ำใจอีก
"ไปเพื่อจบ ความรู้สึกทั้งหมดไงแขก ถ้านุชกล้าไปงานคืนนี้แล้วผ่านมันไปได้ ทุกอย่างคงจบไม่น่ามีอะไรเลวร้ายกว่านี้ อีกแล้วล่ะ"
นัดดาก็เป็น ห่วงถามว่าแน่ใจแล้วหรือ นุชมองหน้านิ่ง ส่งการ์ดเชิญที่เป็นรูปสวนดอกไม้ให้เขาบอกว่า ตนรับปากเอาไว้ว่าจะใช้การ์ดแบบนี้เชิญเขา ไม่ผิดคำพูดเลย แค่เปลี่ยนชื่อเจ้าสาวนิดหน่อยเอง
สีดามองเพื่อนด้วยความเห็นใจ นุชพูดให้ทั้งสองสะดวกใจสบายใจว่าจะไปหรือไม่ไปก็ไม่เป็นไรแต่ตนจะไป พูดอย่างพยายามกลั้นน้ำตาว่า
"ถึงไม่ได้แต่งงานกัน ก็เป็นพี่น้องกันได้ ไม่จำเป็นต้องเกลียดกันจริงไหมคะ" ว่าแล้วเดินนำกลับเข้าบ้านพักไปก่อน สีดากับนัดดามองหน้ากันอย่างตรึกตรองแล้วเดินตามเข้าไป
ooooooo










