ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบไร้หนาม

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

กุหลาบไร้หนาม ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

แผ่นหลังกว้าง มีกล้ามแต่พองาม ภายใต้เสื้อกล้าม สีขาว นุ่งกางเกงบอกเซอร์ที่กำลังเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดทหารยศร้อยโทออกมาเตรียม ใส่  ดูจากข้างหลังที่เคลื่อนไหว อย่างทะมัดทะแมง ก็คาดเอาได้ถึงบุคลิกที่คล่องแคล่ว ใบหน้าที่หล่อเท่สง่าสมกับชุดทหารที่สวมใส่

เขาคือ ร้อยโทสารัตถ์ เขาบรรจงสวมหมวกมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง

อีกหนึ่งหนุ่มหล่อนักการทูตมาดเท่ สุขุมลุ่มลึกมาดผู้ดี ใส่เสื้อกล้ามสีขาวเช่นกัน แต่นุ่งกางเกงผ้ากำลังเดินมาหน้ากระจก หยิบหวีขึ้นหวีผมอย่างพิถีพิถัน หันมองไปด้านข้างอมยิ้มเหมือนพบสิ่งสุขใจ

เขาคือ นัดดา นักการทูตผู้เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และคุณสมบัติ แต่งตัวเสร็จเขาเดินมานั่งที่โต๊ะทำงานหน้าโน้ตบุ๊กที่เปิดออนไลน์เอาไว้ พิมพ์ตอบกลับยิ้มๆ

ณ อีกมุมหนึ่งของการเคลื่อนไหว ที่บ้านไม้แบบเก่าที่บ่งบอกถึงอายุการปลูกสร้างมานานปี ภายในบ้านนันทวดี สาวสวยผู้มีแววตาและลีลาร้อนแรงทุกก้าวย่าง ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำ กำลังกรีดกรายมาหยิบชุดที่เตรียมไว้

เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำให้เธอชะงัก มองไปที่ประตูห้องส่งเสียงตอบไปว่า

"จะเสร็จแล้ว เดี๋ยวตามลงไป" พลางเอาชุดสวยมาทาบที่ตัวตรงหน้ากระจกเอี้ยวตัวดูไปมา
เวลาเดียวกันนั้น  นุชรีในชุดเรียบร้อยแต่ทันสมัย  เปิดประตูห้องตัวเองเข้ามาอย่างรีบร้อน  ตรงไปที่เตียงกวาดตามองหาโทรศัพท์ที่ส่งเสียงเรียกตลอดเวลา  พอเจอเธอคว้าขึ้นมากดรับ  คุยกับปลายสายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพลางเดินออกจากห้องนอน

"วันนี้นุชไปเรียนไม่ได้หรอกแขก" แขกที่นุชรีคุยสาย อยู่นั้นคือสีดา เพื่อนสนิทของนุชรีที่เรียนอยู่ด้วยกัน แล้วเธอก็บอกเหตุผลที่ไปเรียนไม่ได้กับเพื่อนรักว่า "คุณทนายจะมาเปิดพินัยกรรมของคุณพ่อ"

นุชรีหันไปปิดประตูห้องนอนให้เรียบร้อยเดินคุยโทรศัพท์ออกไป

ooooooo

ที่บ้านของวารีผู้เป็นย่าของนุชรีสาวน้อยวัย 17 ปี ผู้ใสซื่อบริสุทธิ์ เช้านี้ทั้งวารี นุชรี และนวลใจ ผู้เป็นแม่ นั่งกันอยู่พร้อมหน้า โดยมีทนายผู้ใหญ่เป็นผู้อ่านพินัยกรรมของธวัช หัวหน้าครอบครัว

ฟังพินัยกรรมแล้ว นวลใจน้ำตาคลอนุชรีจับมือแม่บีบเบาๆอย่างให้กำลังใจ

หลังจากอ่านพินัยกรรมบางส่วนแล้วทนายถามว่าถึงตรงนี้มีข้อสงสัยอะไรไหม วารีตอบเสียงสั่นเครือว่า

"ไม่มีหรอกค่ะคุณทนาย พ่อธวัชเขียนไว้ชัดเจนและยุติธรรมที่สุด"

"งั้นผมอ่านต่อเลยนะครับ...ข้อสุดท้าย...ข้าพเจ้าขอยกเงินสดจำนวน 30 ล้านบาท ให้กับนันทวดี ลูกสาวของข้าพเจ้าที่เกิดกับสร้อยสอางค์"

นวลใจกับนุชรีฟังนิ่งๆ สีหน้าเรียบเฉย แต่วารีแสดงความไม่พอใจสวนโพล่งไปว่า

"ไปยกให้มันทำไม ฉันไม่เห็นด้วย"

คำโต้แย้งของวารีทำให้บรรยากาศในห้องเงียบกริบตึงเครียดขึ้นทันที

ooooooo

ที่บ้านสร้อยสอางค์...

นันทวดีเดินกรีดกรายบ่นลงมาจากข้างบนกับพวงสร้อยผู้เป็นยาย ว่า

"นันเป็นอะไรก็ไม่รู้ยาย เขม่นตาซ้ายตั้งแต่อาบน้ำแล้ว" พูดพลางเดินไปที่โต๊ะอาหาร
พวงสร้อยที่นั่งชันเข่าที่โต๊ะอาหารทานข้าวอยู่กับสร้อยสอางค์ ทานไปรอหลานสาวไป ฟังหลานบ่นก็ทำนายทันทีว่า

"หลานยายกำลังจะเฮงนะสิลูก ขวาร้ายซ้ายดี เขม่นตาซ้ายแน่นะ" พอหลานสาวยืนยัน ยายก็แนะทันที "เดี๋ยวออกไปเจอแผงลอตเตอรี่ก็ซื้อไว้ซักคู่นะลูก"

นันทวดีรับคำยายอย่างเบิกบานใจ ก็พอดีเสียงสร้อยสอางค์แว้ดใส่สวาทเพื่อนที่หน้าตาดูแก่จนต้องปลดระวางตัว เองจากพาร์ตเนอร์มาทำงานเป็นแม่บ้านให้สร้อยสอางค์ สวาทกำลังคดข้าวให้นันทวดีเสียพูนจาน

"นี่แม่หวาด พอแล้ว ตักข้าวออกไปอีก เดี๋ยวลูกสาวฉันก็อ้วนตายหรอก"

นันทวดีหยอกน้าหวาดของเธอว่า "นันทวดีอ้วนก็เพราะน้าหวาด นี่แหละ" สวาทเลยถือโอกาสเหน็บทั้งเพื่อนรักเลยไปถึงยายด้วยว่า

"ทำใจไว้เถอะนัน ดูหุ่นแม่กับยายหนูสิ กินน้อยแค่ไหนก็หนีไม่พ้นหรอกจ้ะ"

สร้อยสอางค์ค้อนเพื่อนรักตาแทบกลับ ไล่ให้เข้าครัวไปเลยพูดไม่เข้าหูแต่เช้า แล้วเตือนนันว่า

"อย่าตามใจปากนะลูก ผู้หญิงเรามีดีก็ที่ความสวยนี่ล่ะ อยากสบายมีผัวรวยได้อยู่บ้านหลังโตๆ มีบริวารล้อมหน้าล้อมหลัง แกก็ต้องดูแลรักษารูปร่างหน้าตาตัวเองให้สะสวยอยู่ตลอดเวลา ไม่งั้นมัดใจพวกผู้ชายไม่อยู่หรอก"

นันทวดียิ้มให้แม่อย่างเห็นด้วย ยายถามว่าวันนี้เฮียฮั้วนัดไปหาซื้อจี้เพชรใส่ออกงานกับเขาไม่ใช่หรือ นันทวดีทำหน้าเซ็งๆบ่นกับยายว่า งานการกุศลอะไรของรุ่นน้องเขาก็ไม่รู้ตนไม่เห็นอยากไปเลย แต่พอนึกถึงจี้เพชรก็ตาโต ยิ้มระรื่น บอกยายว่า "แต่อยากได้จี้เพชร"

พวงสร้อยมองสำรวจการแต่งตัวของนันแล้วถามว่า ทำไมถึงแต่งตัวมิดชิดอย่างนี้ นันก้มมองตัวเองย้อนถามว่าอย่างนี้ยังมิดชิดอีกหรือยาย

"อยากได้จี้เพชรเม็ดเป้งๆ คอเสื้อมันต้องคว้านลึกกว่านี้ แค่เนี้ย...ก็ได้แค่ขี้เพชรล่ะวะ"

นันคิดตามยาย บอกยายว่าจริงด้วย แล้วกระวีกระวาดลุกวิ่งขึ้นไปเปลี่ยนชุดใหม่

ทั้งแม่และยายมองตามนันไปต่างยิ้มปลื้ม แย่งกันชมว่า

"ฉลาดมีไหวพริบแล้วก็สวยเหมือนแม่ไม่มีผิด" สร้อยสอางค์ปลื้มลูกแต่ชมตัวเอง

"มารยาก็ 100 เล่มเกวียนไม่แพ้ยายตอนสาวๆเลย" พวงสร้อยยกตัวเองบ้าง แล้วสองแม่ลูกที่เป็นสาววัยดึกและใกล้ดึกก็พากันหัวเราะต่อกระซิก ปลื้มอกปลื้มใจที่ลูกสาว หลานสาวได้เชื้อไม่ทิ้งแถว

ooooooo

ที่บ้านนัดดา เป็นบ้านแบบผู้ดีเก่า มีต้นไม้ใหญ่ ร่มรื่นดูร่มเย็น

เช้านี้  นัดดาเดินยิ้มแย้มแจ่มใสลงมาจากข้างบน  ทักถามอาใหญ่กับอาเล็ก ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารก่อนแล้วว่า

"วันนี้มีอะไรทานครับคุณอา"

"ข้าวต้มเครื่องฝีมือชาววังจ้ะ" อาเล็กตอบ

"ชาววงชาววังอะไรแม่นงค์นี่" อาใหญ่ติงพลางโรยผักชีกับกระเทียมเจียวในชามหลานชายสุดที่รัก

อาเล็กถามว่าเห็นอาบน้ำเสร็จตั้งนานแล้วทำไมถึงเพิ่งลงมา นัดตอบอาพลางนั่งลงว่า

"เข้าเน็ตคุยกับแขกอยู่น่ะครับ เอ้อ นี่แขกเขายังไม่รู้ว่าผมกลับมาเมืองไทยแล้วเหรอครับอา"

เมื่ออาเล็กบอกว่ายังไม่ได้คุยกับน้องเลย นัดนึกสนุกขึ้นมาบอกว่าวันนี้จะแกล้งไปเซอร์ไพรส์ดีกว่า อาเล็กนึกสนุกขึ้น มาด้วยยุให้ไปหาที่คณะ แอบโผล่ไปจ๊ะเอ๋เลยรับรองว่าช็อกตาตั้งแน่ๆ

อาใหญ่มองสองอาหลานวางแผนกันสนุกสนาน เลยเอ็ดเบาๆว่า

"อะไรกันสองคนเนี่ย เล่นเป็นเด็กๆไปได้ หนูแขกเขาคิดถึงเราจะตาย ยังจะไปแกล้งเขาอีก โทร.ไปบอกน้องเขาเดี๋ยวนี้เลยนะตานัด"

อาเล็กแอบขยิบตากับนัด อาใหญ่เห็นเข้าทำตาดุใส่ อาเล็กเลยยิ้มแหยๆ นัดดูอาทั้งสองแล้วก็อดยิ้มไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

ถึงกลางวัน ที่บ้านสร้อยสอางค์ก็ได้ต้อนรับทนายโดยสวาทเป็นคนพาเข้าไป ทนายทักสร้อยสอางค์ว่าไม่ได้พบกันเสียตั้งนาน เลยถูกเชิดใส่แขวะซ้ำว่า

"ค่ะ เชิญนั่งค่ะ ถ้าไม่รังเกียจโซฟาเก่าๆ มีธุระอะไรกับฉันคะ หวังว่าคงไม่ใช่มาเจรจาขอตัดค่าเลี้ยงดูรายเดือนยายนันหรอกนะคะ"

ทนายถูกสร้อยสอางค์ค้อนขว้างใส่ซ้ำยังถูกแขวะถูกประชดอีกแต่ก็ยังใจเย็นบอก ว่าเมื่อเช้าถึงกำหนดวันเปิดพินัยกรรมของคุณธวัช ทำเอาสร้อยสอางค์หูผึ่ง แต่ก็ทำยักท่าว่า

"ฉันไม่อยากรู้หรอกรนะคะว่านังนวลกับลูกสาวมันได้ อะไรไปมั่ง แสลงหู" พูดแล้วขว้างค้อนใส่ทนายอีกสองสามรอบ

เป็นเวลาที่นันกำลังอยู่ในร้านเครื่องเพชรกับหาญพงษ์ หรือฮั้ว นักธุรกิจหนุ่มตี๋ลูกชายเจ้าของร้านทองที่หลงรักนันหัวปักหัวปำ เขาเป็นคนเลือกจี้เพชรเม็ดงามให้นัน นันดีใจจนเนื้อเต้นแต่ทำทีเกรงใจ เอียงอาย พอดีมีโทรศัพท์เข้ามือถือ นันหยิบกดรับยิ้มหวานให้หาญพงษ์ก่อนทักปลายสายเสียงหวาน

เป็นสายจากสร้อยสอางค์เร่งให้รีบกลับมาเดี๋ยวนี้ นันเลี่ยงออกไปนิดหนึ่ง พูดเสียงเบาๆบอกแม่ว่ากำลังจะได้จี้เพชรอยู่แล้วจะให้รีบกลับไปทำไม

"เอ็งจะเอาเงิน 30 ล้านไหม จะเอาก็รีบกลับมาเดี๋ยวนี้" เสียงสร้อยสอางค์แว้ดๆแล้ววางสาย นันฟังแล้วตาโตเป็นไข่ห่านด้วยความดีใจ

ooooooo

หลังจากโทรศัพท์ตามนันทวดีแล้ว สร้อยสอางค์ กลับมาบอกทนายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เสียงพูดอ่อนหวานจนผิดหูว่า

"ยัยนันกำลังกลับมาค่ะคุณทนาย อีกเดี๋ยวก็ถึงบ้านแล้วค่ะ พอยัยนันกลับมาถึงก็เซ็นชื่อรับเช็คได้เลยใช่ไหมคะคุณทนาย"

"ไม่ใช่ยังงั้นนะครับ คุณธวัชท่านเขียนข้อแม้เอาไว้ว่า คุณนันทวดีต้องย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านคุณธวัช 3 ปีถึงจะได้รับเงินก้อนนี้ครับ"

สร้อยสอางค์หุบยิ้มทันที ถามเสียงสูงว่า "ต้องอยู่บ้านนั้นตั้ง 3 ปีเลยเหรอคะ"

"ครับคุณสอางค์ลองอ่านพินัยกรรมดูเองก็ได้ครับ" ทนายส่งพินัยกรรมให้ สร้อยสอางค์คว้าหมับไปดู ครู่เดียวก็หน้าเครียด คิดหนัก

ooooooo

ที่โถงบ้านวารี เมื่อทนายกลับไปแล้ว ก็เกิดปัญหาคิดไม่เหมือนกันระหว่างแม่ผัวกับลูกสะใภ้และหลานสาว โดยวารีไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะให้นันทวดีมาอยู่ร่วมชายคาด้วย เสนอว่าให้เอาเงินฟาดหัวไปสักแสนสองแสนขี้คร้านจะคว้าหมับ แต่นวลไม่เห็นด้วยเพราะนั่นเท่ากับขัดความต้องการของธวัช

"ความต้องการไม่เข้าท่า จะชักศึกเข้าบ้านไม่รู้ตัว เลือด ของมันไม่ดี ทั้งยายทั้งแม่เชื้อมันคงไม่ทิ้งแถว เด็กมันต้องโดนเสี้ยมสอนมาแต่เล็ก จะเอามาเลี้ยงให้เชื่องได้ยังไงกันแม่นวล" วารีถอนใจอย่างเหนื่อยหน่ายที่กล่อมสะใภ้ไม่สำเร็จ

"ก็ต้องลองดูแหละค่ะคุณแม่ คุณธวัชเธอคงต้องการให้ลูกอยู่ด้วยกัน ไม่อยากเห็นกระจัดกระจายกันอยู่อย่างนี้ นี่ถ้าคุณธวัชเธอยังอยู่ นวลก็คงไม่ยอมเหมือนกัน เพราะคงทนเห็นคุณธวัชลำเอียงไม่ได้ แต่นี่คนกลางไม่อยู่แล้ว นวลคิดว่าคงรักเด็กคนนี้ได้ไม่ยาก ถึงจะไม่ใช่ลูกตัวก็เถอะ นวลก็จะให้แกทุกอย่างเท่าๆกับที่หนึ่งกับนุชได้"

วารีไม่เห็นด้วยแต่ก็ตามใจย้ำว่าถือว่าตนได้เตือนแล้วก็แล้วกัน ฟังย่าแล้วนุชรีดีใจยิ้มร่าเข้าไปจับมือแม่บอกว่าดีใจจังที่จะได้มีพี่สาว แล้ว วารีอดไม่ได้หันมาค้อนอีกที พูดลอยๆปลงๆว่า

"แม่ลูกคู่นี้พอกันเลย แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้ามันมารังแกยัยนุชเมื่อไหร่ ได้กระเด็นออกจากบ้านนี้แน่"

สาวใช้เข้ามารายงานขัดจังหวะว่า "คุณสารัตถ์มาแล้วค่ะ"

"คู่หมั้นมารับแล้วจ้ะ" นวลใจบอกลูกสาวยิ้มแซวๆ นุชรียิ้มทำหน้างอนแม่เขินๆ

เมื่อทุกคนมองไปที่หน้าโถง เห็นร้อยโทสารัตถ์เดินผึ่งผายเข้ามา เขายกมือไหว้นวลใจกับวารีแล้วหันมายิ้มหวานให้นุชรี เธอยิ้มหวานตอบด้วยความดีใจ

ooooooo

เช่นเดียวกัน ที่หน้าคณะบริหารในมหาวิทยาลัย

สีดาเดินคุยออกจากตึกกับแววตา สีดาพูดถึงนุชรีอย่างดีใจว่า นุชมันรวยแล้วพรุ่งนี้ต้องให้เลี้ยงใหญ่ ส่วนแววตาก็ชื่นชมว่า

"น่าอิจฉานุชจังเนอะแขก สวย รวย เก่ง แถมคู่หมั้นหล่อล้ำอีกตะหาก"

สีดาพูดขำๆว่าแต่ยังใช้ชีวิตสาวโสดไม่คุ้มเลย จบปุ๊บก็แต่งปั๊บ แววตาเลยหยอกว่าได้อย่างนั้นบ้างเอาไหมล่ะ แขกสวนไปทันทีอย่างไม่ลังเลว่า "เอา" สองสาวเลยหัวเราะขำกันเอง

พลันแววตาก็เหลือบเห็นหนุ่มหล่อมาดเท่ยืนกอดอกเหมือนดักรอใครอยู่ แววตาถามว่านั่นคู่หมั้นใครอีกล่ะ สีดามองแว้บไป เธอดีใจจนลืมบอกเพื่อน วิ่งถลาเข้าไปหาชายหนุ่มเรียกอย่างตื่นเต้น

"พี่นัด...พี่นัดกลับมาเมื่อไหร่" พอนัดบอกว่าสองสามวันแล้ว เธอทำเป็นหยิกแขนพี่ชายทำหน้าง้ำต่อว่า "น่าเกลียด หลอกเขา เมื่อเช้าเอ็มกันไม่บอกซักคำ โกรธแล้วด้วย"

นัดดามองไปที่แววตา หญิงสาวรีบยกมือไหว้ นัดดารับไหว้ ยิ้มแย้ม รอยยิ้มของชายหนุ่มทำเอาแววตาเขิน สีดาเหล่มองเพื่อนรัก แอบคิดจับคู่ให้เพื่อนในใจ

ooooooo

เมื่อนันทวดีกลับมารู้เรื่องพินัยกรรมระบุไว้ว่าตัวเองจะได้มรดก 30 ล้าน แต่ต้องไปอยู่บ้านโน้น 3 ปี

ก็ถามอย่างกังวลว่าทำไมเขาไม่สั่งให้ยายกับแม่ไปด้วย สร้อยสอางค์ชักสีหน้าสบถอย่างชิงชังว่า

"ให้ให้เข้าไปตบอีนวลรึไง พ่อแกเป็นแค่พ่อแก ไม่ใช่

ผัวฉัน จำเอาไว้ ตอนมันแต่งงานกันใหม่ๆน่ะ กลัวมากว่าฉันจะไปรังแกอีเมียผู้ดีของมัน ฉันต้องยับยั้งใจแทบกระอักเลือดตายก็เพราะห่วงแกกลัวแกจะลำบาก ขี้หมูขี้หมาก็ยังได้ค่าเลี้ยงดูทุกเดือน"

ส่วนยายพวงสร้อยก็ฟ้องบ้างว่าพ่อของนันเกลียดตนจนไม่พูดด้วยสักคำ หางตาก็ไม่เคยแล สร้อยสอางค์หว่านล้อมนันว่าให้กลั้นใจไปอยู่สัก 3 ปี เงินตั้ง 30 ล้านตายแล้วเกิดใหม่อีกกี่หนก็ยังหาไม่ได้

พวงสร้อยกับสร้อยสอางค์ช่วยกันยุยงปลุกปั่นนันว่า เข้าไปอยู่บ้านนั้นจะได้แก้แค้นแทนแม่ด้วย ทั้งวารีและนวลใจล้วนแต่แสบทั้งนั้น รวมทั้งพวกลูกใหม่ของธวัชที่เสวยสุขบนกองเงินกองทอง ทั้งที่ความจริงควรจะเป็นของนัน สร้อยสอางค์ ปลุกปั่นว่า

"เอาคืนให้สาสมกับที่แกต้องลำบาก ต้องอับอายมาตลอดชีวิต รู้ไหมนัน"

นันทวดีนิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วมองหน้าแม่กับยายพูดด้วยสีหน้าสู้ตายว่าจะยอมไป อยู่บ้านนั้น แต่กังวลกลัวจะถูกทางโน้นบังคับให้เรียนต่อ

"จะกลัวมันทำไมล่ะ มันเป็นพ่อเป็นแม่แกเหรอ มันสั่งอะไรถ้าเราไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ เงินมรดกมันของพ่อแก ไม่ใช่เงินของพวกมันซะหน่อย" สร้อยสอางค์ยุ

"แกจะมีเงินตั้ง 30 ล้าน จะเรียนไปทำไม เดี๋ยวมีผัวก็ต้องอยู่บ้าน เรียนไปให้ปวดสมองเปล่าๆ เครียดแล้วแก่เร็ว ไม่สวยเหมือนแม่แกยายไม่รู้ด้วยนะ" พวงสร้อยขู่

สร้อยสอางค์ยังสอนลูกว่าได้เป็นลูกเศรษฐีแล้วอย่าโง่ไปหาผัวจนๆ เงินมันต้องต่อเงิน ได้เป็นคุณหนูแล้วก็ให้ขยันออกงาน เวลา 3 ปีหาผัวเศรษฐีไม่ได้ก็โง่เต็มทนแล้ว

"ใช่...เสียยี่ห้อแม่แกหมด รู้ถึงไหนอายเขาถึงนั่น" พวงสร้อยยุส่ง

"ไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะยาย หนูไม่ทำให้แม่กับยายผิดหวังหรอกจ้ะ"

คำมั่นสัญญาของนันทวดีทำเอาทั้งแม่และยายเป็น

ปลื้มสุดๆ พากันเข้าลูบหัวกอดหอมกันไปมา

แต่พอสวาทเข้ามาบอกว่าขาไพ่มากันแล้วจะตั้งวงเลยไหม พวงสร้อยก็ผละจากหลานสาวบอกให้ตั้งวงเลย สร้อยสอางค์ขอเล่นด้วยเชื่อว่าวันนี้ต้องมือขึ้นแน่ๆ

"ข้าบอกแล้วเห็นไหมขยิบตาซ้ายมีแต่เฮงๆๆ เร็วๆเข้า เวลามีน้อย" พวงสร้อยร้องบอกแล้วแม่ลูกพากันหัวเราะต่อกระซิกช่วยกันปูผ้าที่โต๊ะกินข้าว อย่างมีชีวิตชีวา

ooooooo

ค่ำนี้เอง นวลใจกับนุชรี ก็พาสาวใช้เข้าไปวางแผนจัดแต่งห้องนอนเพื่อต้อนรับนันทวดี ห้องนั้นเป็นห้องนอนของอนุธวัชพี่ชายของนุชรีที่กำลังเรียนอยู่ที่อเมริกา สองแม่ลูกดูการจัดห้องไปก็คุยกันไปอย่างสบายอกสบายใจ โดยนวลใจเกริ่นเรื่องของนันท-วดีให้ลูกสาวรับรู้ว่า

"พี่เขาแก่กว่าหนูเกือบ 2 ปี เรียกเขาว่าพี่นันนะลูก อย่าเรียกชื่อเฉยๆ ไม่น่ารัก มันดูว่าเราไม่นับถือพี่เขา" นุชรีถามว่านันอายุเท่าพี่หนึ่งใช่ไหม ให้นวลใจชะงักไปนิดหนึ่งกับเรื่องในอดีตแต่พริบตาเดียวก็ปรับสีหน้ายิ้มแย้ม บอกนุชว่า "จ้ะ...แม่อยากให้นุชต้อนรับพี่เขาให้เหมือนกับเป็นพี่สาวแท้ๆ คนนึงของลูกจะได้ไหมจ๊ะ"

นุชบอกว่าตนคิดแบบนั้นอยู่แล้ว นวลใจย้ำกับลูกว่าไม่อยากให้นันเข้ามาแล้วรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางคนแปลก หน้า หว่านล้อมลูกว่า

"หนูเป็นหลานที่คุณย่ารักมาก มากจนแม่กลัวว่าคุณย่าจะไม่เหลือความรักไว้ให้หนูนันอีกเลย" บอกอีกว่า "คุณย่าท่านเกลียดแม่ของหนูนันมาก เกลียดชนิดหน้ายังไม่อยากจะมอง แม่อยากให้คุณย่าเอ็นดูนันทวดีเหมือนลูกบ้าง คนที่จะโน้มน้าวคุณย่าได้ก็มีแต่ลูกคนเดียว อย่าคิดอิจฉาริษยาพี่เขาว่าเข้ามาแย่งอะไรต่ออะไรที่นุชเคยได้รับอยู่คน เดียวนะลูก"

"คุณแม่อย่าคิดมากสิคะ ยังไงพี่นันก็ลูกสาวคุณพ่อเป็นหลานคุณย่าแท้ๆ เลือดเนื้อเชื้อไข ยังไงก็ต้องรักค่ะ คุณแม่ไม่ต้องห่วงค่ะ นุชเห็นใจพี่เขามาก มันถึงเวลาที่พี่เขาควรได้รับชดเชยให้สมกับที่เขาต้องลำบากมานานเสียทีนะคะ"

นวลใจยิ้มปีติกอดลูกไว้ เอ่ยอย่างปลื้มใจว่า "แม่ไม่เคยผิดหวังในตัวหนูเลยจริงๆนะลูก"

ooooooo

เพียงเช้าวันรุ่งขึ้น รถหรูคันหนึ่งก็แล่นช้าๆเข้ามาจอดที่หน้าบ้านของวารี  คนขับรถรีบลงมาเปิดประตูรถด้านหลัง นันทวดีในชุดสวยเต็มที่ก้าวลงจากรถอย่างมีมาด เธอมองไปรอบๆแล้วมาหยุดที่ตัวบ้าน อมยิ้มอย่างพอใจ

จากนั้นพวงสร้อยกับสร้อยสอางค์ก็ตามลงมา พวงสร้อยมองบริเวณบ้านแล้วอุทานอย่างริษยาว่าที่จอดรถบ้านนี้เอาบ้านเรามา ตั้งได้เลย จนสร้อยสอางค์ต้องหยิกแขนแม่ให้วางมาดหน่อยเดี๋ยวเขาดูถูกเอา

"เออ...ข้าลืมตัวไปหน่อย" พวงสร้อยคอแข็งเชิดหน้าวางมาดขึ้นมาทันที

สาวใช้ออกมาเชิญเข้าบ้านอย่างยิ้มแย้มนอบน้อม ทั้งหมดจึงพากันเดินเชิดเข้าไปราวกับเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง

นวลใจคอยต้อนรับอยู่แล้ว เธอยิ้มแย้มทักทายด้วยอัธยาศัยเป็นมิตรยินดี นันรีบไหว้อย่างอ่อนน้อม นวลใจรับไหว้มองด้วยแววตาเอ็นดู แต่พอมองไปเจอสีหน้าแววตาของสร้อยสอางค์กับพวงสร้อยที่มองอย่างไม่เป็นมิตร ก็ชะงัก กระนั้นก็ยังยกมือไหว้ตามมารยาท

ตอนที่ 2

ส่งนุชรีแล้วสารัตถ์ลากลับ แต่ขณะเขาเดินมาที่รถ รู้สึกเหมือนมีคนมองตนอยู่เลยหันมองขึ้นไปที่ระเบียงชั้นบน เห็นนันทวดีสวมเสื้อคลุมชุดนอนมายืนมองตนอยู่ด้วยสีหน้าแววตาเศร้า พอเขามองขึ้นไปเธอก็ผลุบกลับเข้าไป ลีลาของนันทวดีทำให้สารัตถ์ เริ่มสงสัยและสนใจผู้หญิงคนนี้มากขึ้นทุกที

พอผลุบเข้าไปในห้อง นุชก็มาเคาะประตูบอกว่าคุณย่าให้มาตามลงไปพบ นันทำหน้าเศร้าเปรยๆว่าคงเรียกตนไปด่า นุชตกใจรีบบอกว่าคุณย่าไม่ด่าใครหรอกคงแค่ตักเตือนมากกว่า

นุชปลอบใจนันว่าไม่ต้องกลัวเพราะทำไปโดยไม่ตั้งใจ เร่งให้รีบลงไปเสีย เดี๋ยวคุณย่ารอนานจะอารมณ์เสีย นันขอเวลาเปลี่ยนเสื้อก่อน นุชย้ำว่าให้ลงไปเร็วๆ แต่ตอนนี้ตนจะลงไปรับหน้าคุณย่าก่อน

เมื่อนันลงไป นวลใจที่นั่งอยู่กับนุชตรงข้ามคุณย่าที่นั่งหน้าบึ้งอยู่  นวลใจเรียกนันให้ไปนั่งข้างๆตน  นันเดินหงอๆ  ไปนั่งอย่างเรียบร้อยที่สุด

วารีตำหนินันอย่างไม่พอใจ ห้ามแต่งวับๆ แวมๆ แบบนี้มาให้เห็นอีก

นันตีหน้าจ๋อยอ้างว่าตนไม่รู้ว่ามีแขก และชุดนอนที่มีอยู่ก็มีแต่แบบนี้เพราะไม่มีเงินซื้อของดีๆ แพงๆใส่ ครั้นวารีเอ็ดว่าชุดนอนถูกๆ ที่เรียบร้อยมิดชิดก็มีถมไป นันก็ตะแบงไปอีกว่าตนเป็นคนขี้ร้อน ที่บ้านไม่มีแอร์เหมือนที่นี่ มีแต่พัดลมเก่าๆตัวเดียว หน้าต่างก็ไม่กล้าเปิดกลัวคนร้ายเข้ามาทำอันตราย

นวลใจสงสาร ช่วยชี้แจงว่านันคงไม่ได้ตั้งใจจริงๆ และเพิ่งมาอยู่เป็นวันแรกด้วยคงต้องค่อยๆปรับตัวกันไป วารีจึงมอบหมายให้นวลใจไปหาซื้อชุดนอนใหม่มาให้จะได้ไม่ทำประเจิดประเจ้ออีก

หลังจากสั่งนวลใจแล้ว วารีหันมาอบรมนันทวดีแบบสอนไปด่าไปว่า

"ฉันจะแนะนำให้นะนันทวดี เธออาจจะคิดว่าแต่งเนื้อแต่งตัววับๆ แวมๆ แบบนั้นมันเป็นแฟชั่นสมัยใหม่ แต่สำหรับฉันมันเหมือนให้ท่าผู้ชายมากกว่า"

นันทำหน้าตกใจ นวลใจเองก็รู้สึกวารีว่าแรงเกินไป แต่วารีขัดขึ้นว่าตนเป็นคนพูดตรง คิดยังไงก็พูดยังงั้น แล้วโยงไปถึงสารัตถ์ว่า

"ที่ตาสารัตถ์มองเธอ ฉันก็ไม่โทษเขาหรอกนะ ผู้ชาย

ถึงจะดีแค่ไหนมันก็ผู้ชาย ถ้าเธอคิดจะอยู่บ้านหลังนี้ไปอีกนานๆ อย่ามาแต่งตัวล่อตะเข้เหมือนแม่เธอให้ฉันเห็นอีก ฉันไม่ชอบ"

นันทวดีบีบน้ำตาจนสุดท้ายร้องไห้โฮวิ่งขึ้นข้างบน

นวลใจตกใจ นุชรีเปรยๆว่า คุณย่าว่าแรงจัง ตนสงสารพี่เขา

"อยากมาเป็นหลานฉันก็ต้องโดนฉันอบรมยังงี้แหละ

ทนไม่ได้ก็กลับไปอยู่กับแม่ตัวสิ" วารีค้อนลมๆ แล้งๆ อย่างไม่หายเคือง

ooooooo

นวลใจสงสารนันทวดีจึงลุกตามขึ้นไป นุชรีตามแม่ไปอีกคน

นันทวดีร้องไห้โฮๆ วิ่งเข้าห้องปิดประตูล็อก พอพ้นสายตาคนอื่นสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเคียดแค้นชิงชัง ทั้งด่าทั้ง

สบถอย่างสะใจ อึดใจเดียวได้ยินเสียงเคาะประตู เธอพึมพำอย่างแค้นไม่หายว่า

"มึงจะเอายังไงกับกูอีก!"

พอได้ยินเสียงนวลใจที่หน้าห้อง นันทวดีก็ทำหน้าเซ็งแต่พอไปเปิดประตูก็ปั้นหน้าเศร้าปาดน้ำตาถามเสียงเครือ "มีอะไรคะคุณแม่"

นวลใจยิ่งสงสารจับใจ ขอเข้าไปข้างใน ปลอบใจว่าอย่า โกรธคุณย่าเลย ท่านดุท่านเตือนก็เพราะท่านรัก ถ้าท่านไม่เห็นว่าเป็นลูกเป็นหลานท่านไม่มาสนใจหรอก

นันทวดีมารยาสาไถยพูดทั้งน้ำตาว่าตนเข้าใจแต่ไม่ได้ ตั้งใจ  นวลใจจึงจะให้เงินพิเศษอีกเดือนละหมื่นเพื่อไปซื้อเสื้อผ้า ใส่อยู่กับบ้านใหม่ นันรีบยกมือไหว้ขอบคุณ นวลใจย้ำว่า เลือก ซื้อที่ถูกใจคุณย่าจะได้ไม่มีปัญหาอีก

นันขอบคุณอีกครั้งแล้วโผเข้ากอดนวลใจอย่างแสนจะซาบซึ้งใจ ครู่เดียวนุชรีก็มาเคาะประตูเข้ามาพร้อมชุดนอน 2-3 ชุด บอกว่าเป็นชุดใหม่ที่ตนยังไม่เคยใส่  ให้ลองดูว่าจะใส่ได้หรือเปล่า

"ขอบคุณมากจ้ะนุช แม่กับนุชดีกับพี่ที่สุดเลย" พูดแล้วเข้าไปกอดร้องไห้สะอึกสะอื้นอีกรอบ

"ไม่ต้องร้องค่ะพี่นัน คุณย่าท่านพูดตรงไปหน่อยแต่หวังดีกับเราจริงๆนะคะ" นุชกอดปลอบมองหน้าแม่ยิ้มให้กันด้วยความรู้สึกดีๆที่มีให้นันทวดี

ooooooo

เช้าวันเสาร์ ท่านนายพลกับสารัตถ์ในชุดไปออก รอบกอล์ฟกำลังซ้อมวาดวงสวิงอยู่ที่หน้าบ้าน สาวใช้ ถือชุดไทยงานเช้ามาให้คุณหญิงตรวจสภาพของชุด สารัตถ์เข้ามาถามแม่ว่าทำอะไร เตรียมชุดไว้ใส่ไปงาน แต่งตนตั้งแต่วันนี้เลยหรือที่แท้เป็นชุดไทยที่คุณหญิงใส่ตอนรดน้ำสังข์กับนายพล แต่ก่อนโน้น คุณหญิงคลี่ออกดูชมว่ายังสวยอยู่ ถามว่าดูซิว่า นุชเขาจะชอบไหม

"แม่ต้องถามเขาเองครับ ผมไม่กล้าตัดสินใจแทนน้องเขาหรอก  แต่ถ้าให้ผมเดานะ  ลองทุ่นค่าใช้จ่ายได้นุชเขาต้องชอบ อยู่แล้วล่ะ"

"ผู้หญิงยังงี้ถึงจะเหมาะเป็นสะใภ้ของบ้านเรา แม่ถึงอยากให้รีบๆแต่งงานกันไปซะ" สารัตถ์แซวว่ากลัวหนุ่มอื่นจะมาคว้าไปหรือ  ถูกคุณหญิงหางตาใส่ย้อนเอาว่า  "กลัวเราจะเสียท่าผู้หญิงเหลี่ยมจัดโดนจับเอามากกว่า"

สารัตถ์เข้าไปกอดเอาใจแม่ บอกแม่ว่าไม่ต้องห่วง ตนรักนุช ไม่มีผู้หญิงคนไหนทำให้ตนหวั่นไหวได้หรอก ปากพูดไปอย่างนั้นแต่ในใจแอบนึกเห็นภาพนันทวดีแว้บๆเข้ามาไม่ได้

ooooooo

แม้ว่าชีวิตจะไม่เดือดร้อนอะไร  แต่วารียังทำขนม กลีบลำดวนส่งขาย โดยทุกคนในบ้านจะช่วยกันทำทุกขั้นตอน เช้านี้ขณะที่วารี นวลใจ และสาวใช้กำลังช่วยกันแพ็กขนมอยู่นั้น นันทวดีก็กรีดกรายเข้ามาชำเลืองดูแล้วบ่นอุบอิบ "รวยจะตายยังงกอีก" พริบตาเดียวก็ฉีกยิ้มเข้าไปถามเสียงหวาน "ทำอะไรกันอยู่คะ"

พอนวลใจบอกว่าจะเอาขนมไปส่ง นุชรีชวนให้ลองชิมดูคุยอวดว่าอร่อยมากเลยนะ  วารีขัดขึ้นขวางๆว่า  รู้จักรึเปล่า ก็ไม่รู้เขาเรียกว่าขนมอะไร นันทวดีแอบค้อนเคืองๆแล้วทำเป็นกระวีกระวาดเข้าไปนั่งพับเพียบข้างๆนุช อาสาช่วยติดสติกเกอร์ให้ถามว่า

"คุณย่าจะทำขนมขายไปทำไมคะ เราก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ได้เงินนิดหน่อยเองไม่คุ้มเหนื่อยหรอกค่ะ"

ทุกคนหยุดกึกทันที ต่างรู้ดีว่าวารีรู้สึกอย่างไรกับคำถามทิ่มใจแบบนี้ แล้วนันทวดีก็โดนดีจนได้เมื่อวารีเปิดฉากอบรมทันทีว่า

"คนเราถึงจะมั่งมีสักแค่ไหนก็ต้องรู้จักทำงาน คนขยันที่ทำงานสุจริตไม่ผิดศีลธรรม ไม่ทำอาชีพผิดวิสัยของผู้หญิงดี น่าชื่นชมจะตายไป"

นันทวดีพยายามข่มอารมณ์ที่โดนแขวะไปถึงแม่ วารีไม่สนใจยังคงพูดต่ออย่างสะใจที่ได้โอกาส

"ไอ้คนจำพวกที่นอนทอดอารมณ์ คิดแต่ว่าเงินข้ามีอยู่ในคลังถมเถไม่รู้จักขวนขวาย ไม่เท่าไหร่มันก็หมด"

นวลใจเห็นบรรยากาศไม่ดี กอปรกับสงสารนันทวดีเลยพูดแก้ต่างให้ว่านันคงไม่คิดอย่างนั้น คงแค่สงสัยเท่านั้นเอง แล้วเปลี่ยนเรื่องถามวารีว่า "แล้วเรื่องแต่งงานของนุช คุณแม่จะ ว่ายังไงคะ"

นันหูผึ่งทันทีแต่ทำเป็นไม่สนใจก้มหน้าทำงานแต่เงี่ยหูฟัง วารีถามนุชว่าพร้อมแน่หรือ นุชบอกว่าแล้วแต่คุณแม่กับคุณย่า แต่ตนยังอยากจะเรียนโทต่อกลัวคุณลุงกับคุณป้าจะไม่ยอมเพราะทั้งสองอยากเลี้ยงหลานเร็วๆ

"จะเรียนต่อสูงๆไปทำไมกันนุช" นันพูดยิ้มขำๆ "ผู้หญิง เราแต่งงานชีวิตก็จบแล้ว ทำหน้าที่ภรรยาให้เพอร์เฟกต์ก่อนเถอะ สามีจะได้ไม่ทิ้งไปมีคนอื่น"

นวลใจแอบถอนใจที่เพิ่งแก้ต่างให้ไปหยกๆ นันก็พูดให้เป็นปัญหาขึ้นมาอีก วารีได้ทีเลยถามว่าแม่กับยายเธอคงสอนมาอย่างนี้สินะ ย้ำเสียงเข้มคำชัดว่า "แล้วเน้นมาด้วยรึเปล่าว่าต้องหาแต่สามีรวยๆเท่านั้น"

นวลใจอดไม่ได้พูดแก้ต่างให้นันอีก แต่ก็อบรมในทีว่า

"หนูนันจ๊ะ ที่หนูพูดมันก็มีส่วนถูก พอเราแต่งงานแล้วก็ไม่ควรบกพร่องหน้าที่ภรรยา แต่การได้เรียนสูงๆก็จะเสริมบารมีให้สามีได้นะจ๊ะ สามีน่าจะภูมิใจมากกว่า"

นันทำเป็นหัวอ่อนเชื่อฟังบอกว่าจะจำไว้ใส่ใจ จากนั้นนวลใจให้กำลังใจนุชว่าเรื่องเรียนต่อคงไม่ต้องห่วงเพราะ

สารัตถ์เป็นคนทันสมัยมองการณ์ไกล เขาคงไม่ขัดอยู่แล้ว ทำให้นุชสบายใจขึ้น

วารีอดไม่ได้หันมาถามนันทวดีว่าแล้วเราจะเรียนต่อเมื่อไหร่ ลอยชายมาหลายปีแล้วสมัยนี้เรียนจบแค่ ม.6 มันไม่พอหรอก

นันทวดีฉุนจี๊ดขึ้นมาเพราะเกลียดกลัวการถูกบังคับ ให้เรียนอยู่แล้ว ตัดบทอย่างไม่แคร์ว่าที่ตนเดินมานี่ก็เพื่อจะขออนุญาตไปเยี่ยมแม่กับยาย ว่าแล้วยกมือไหว้วารีกับนวลใจ แล้วลุกไปเลย

ทั้งนวลใจและนุชรีพากันตามนันทวดีออกมาต่างจะให้เอารถของตนไป นวลใจย้ำให้เอารถของตนเพราะวันนี้ไม่ได้ไปไหน เผื่อนุชมีธุระจะออกไปหาเพื่อนจะได้มีรถใช้ พลางส่งกุญแจรถให้นัน เธอรับแล้วขึ้นรถแล้วขับออกไปเลย

จากนั้นนวลใจยังปรารภกับนุชว่าต้องขอคุณย่าให้ซื้อรถให้นันใช้สักคัน นุชอาสาจะขอให้

"น่ารักมากลูก" นวลใจชมลูกสาวที่มีน้ำใจ

ส่วนนันทวดีพอขับรถออกไปก็พึมพำด้วยน้ำเสียงเยาะหยันแค้นฝังใจว่า

"คิดทำดีไถ่บาปเหรอ ฉันไม่ให้อภัยพวกแกหรอก!"

ooooooo

นันทวดีขับรถคันหรูไปถึงหน้าบ้านจอดพรืดแล้วบีบแตรลั่นอวดชาวบ้าน แววตาผ่านมาพอดีเจอ พวงสร้อยถามว่าแต่งตัวสวยจะไปไหน นัดหนุ่มไว้หรือ แววตายิ้มเขินๆ  พวงสร้อยเลยสั่งให้ไปบอกป้าเธอด้วยว่าขายของเสร็จให้รีบเข้ามาเลยเพราะวันนี้ขาขาด

พวงสร้อยกับสร้อยสอางค์ตื่นเต้นกับรถหรูที่นันขับมา พวงสร้อยรู้ว่าเป็นรถของนวลใจก็ยุว่าอย่าไปเสียรู้เขา ให้ถอยรถป้ายแดงออกมาเลยเพราะเรามีสิทธิ์ที่จะต้องได้จากกองมรดกอยู่แล้ว

"เอารถให้หรูให้แพงกว่าของลูกสาวมันด้วย แล้วก็อย่าไปโง่ยอมใช้รถต่อจากพวกมันเพราะมันจะใช้เป็นข้ออ้างถอยรถใหม่ให้ตัวเอง" สร้อยสอางค์ยุ

ถูกทั้งแม่ทั้งยายช่วยกันเสี้ยม นันทวดีพยักหน้าอย่างพร้อมลุย

ooooooo

วันนี้เป็นวันที่แววตามีนัดกับนัดดาตามที่สีดาไปอ้อนวอนขออนุญาตจากอาเล็กกับอาใหญ่ไว้ นัดแนะกันที่ร้านอาหารโดยสีดาจะมาเป็นเพื่อน

แต่พอมาจริงๆปรากฏว่าสีดาเบี้ยวเสียงั้น แววตาเลยขอให้นุชรีมาเป็นเพื่อนแทน

ปรากฏว่านัดดามาถึงก่อนแล้ว เขาฆ่าเวลารอหญิงสาวด้วยการวาดรูปไปเพลินๆ เมื่อแววตามาถึงเธอยกมือไหว้ นัดเงยหน้าดูถามว่าแล้วแขกล่ะ แววตาชี้แจงว่า

"เบี้ยวค่ะพี่นัด แววก็เลยพา..." เธอหันมองไปข้างหลังร้องอ้าว เพราะนุชรีไม่ได้เดินตามเข้ามา แววตาเลยต้องขอเวลา ย้อนกลับไปตามเพื่อน เจอหลบอยู่ที่มุมร้าน แววตาไปลากนุชออกมาถามว่ามาหลบทำไม แล้วลากไปที่โต๊ะร้องบอก "เพื่อนแววมาแล้วค่ะ"

นัดที่ก้มหน้าก้มตาวาดรูปอยู่เงยขึ้นมอง เขาชะงักเมื่อนุชรียกมือไหว้ ชายหนุ่มรีบลุกยืนเลื่อนเก้าอี้ให้สองสาวนั่ง สองสาวมองกันยิ้มๆกับความสุภาพและมารยาทดีของชายหนุ่ม

นัดหยิบเมนูขึ้นมาถามว่าจะทานอะไรกันดี แต่นุชแอบเห็นกระดาษที่นัดวาดรูปไว้ถามว่านั่นเขาวาดหรือขอดูหน่อยได้ไหม นัดส่งกระดาษแผ่นนั้นให้ นุชกางดูเหมือนเป็นรูปมุมด้านหลังที่พวกตนนั่ง หันมองเทียบแล้วชมว่าเหมือนจังเลย ถามอย่างตื่นเต้นว่า "พี่เรียนดรออิ้งมาเหรอคะ"

นัดดาพยักหน้ายิ้มๆ นุชดูรูปและมองชายหนุ่มอย่างชื่นชมคนคอเดียวกัน

ooooooo

คุณหญิงรุจิราตื่นเต้นกับการจัดเตรียมงานแต่งให้ลูกชาย ชวนนวลใจไปหาของชำร่วยกันที่คลับเฮาส์ สนามกอล์ฟ หยิบชิ้นน่ารักมาดูพอเห็นราคาก็ติว่าแพงไปหน่อย นวลใจกลับเห็นว่าให้เป็นของที่ระลึกราคานี้ถูกไปด้วยซ้ำ แล้วหยิบชิ้นอื่นมาให้ดูอีก

ครั้นนายพลกับสารัตถ์เดินมาสมทบ นวลใจถามชายหนุ่มว่าชอบชิ้นไหน เขาบอกว่าชิ้นไหนก็ได้ เสนอให้นุชเป็นคนเลือกดีกว่า นายพลแทรกขึ้นว่า

"ถ้าถามผมนะ ผมอยากให้ของชำร่วยเป็นของที่ใช้ได้จริงๆ มีประโยชน์แล้วก็ราคาไม่แพงเกินไป" คุณหญิงเลยเสนอประชดว่าซื้อยาหม่องแจกดีไหม นายพลประชดคืนว่า "เข้าท่านะ"

คุณหญิงตัดบทให้นายพลสั่งอะไรมาทานกันดีกว่าเรื่องพวกนี้ให้เป็นหน้าที่ของผู้หญิง เมื่อผู้ชายสองคนไปแล้ว คุณหญิงปรึกษากับนวลใจถึงชุดงานกลางคืนของนุช เพราะชุดรดน้ำเรียบร้อยแล้ว

จากนั้นชวนกันมาลิสต์รายชื่อแขกกันอย่างตื่นเต้นที่จะได้ดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน

ooooooo

ที่ร้านอาหารกลายเป็นว่านุชรีกับนัดดาคุยกันถูกคอมาก เพราะเป็นคนชอบวาดรูปเหมือนกัน จนแววตา พยายามจะชวนคุยเรียกความสนใจบ้าง แต่ทำไม่สำเร็จ ในที่สุดตัวเองเกือบกลายเป็นส่วนเกินไป

ก่อนแยกจากกัน แววตาชวนนัดดาว่าคืนวันศุกร์นี้ที่คณะพวกเราจะมีงานไวท์ ไนท์ อยากให้เขาไปสนุกด้วย นุชรีบเชียร์บอกว่าเป็นงานการกุศลจะได้ทำบุญร่วมกันด้วย

"คอนเซปต์งานคืออะไรเหรอครับ" นัดถามอย่างสนใจ

ooooooo

ค่ำแล้วนันทวดียังอ้อยอิ่งตามสร้อยสอางค์ไปที่คลับที่แม่ตัวเองเป็นหัวหน้าพาร์ตเนอร์อยู่ บ่นว่าเบื่อไม่อยากอยู่ที่บ้านโน้น ถูกวารีเรียกไปด่าอยู่เรื่อย ทนไม่ได้เมื่อไหร่ได้เห็นฤทธิ์กันบ้าง

สร้อยสอางค์บอกให้ต้องอดทน ท่องไว้ต้องทนเพื่อ 30 ล้าน นึกถึง 30 ล้านเดี๋ยวก็หายหงุดหงิดเองแหละ นันทำหน้าท้อใจว่า กว่าจะครบ 3 ปีมีหวังตนเป็นบ้าตายก่อนได้เงินแน่ๆ

สร้อยสอางค์ลุ้นให้กำลังใจให้นันทนต่อไป ถ้าเบื่อก็ให้ออกมาหาแม่แบบนี้แหละ บอกให้ไปสั่งอะไรกินแก้เซ็งลงบัญชีแม่ไว้ ตอนนี้แม่ต้องไปทำงานก่อน

พอสร้อยสอางค์แยกไป นันทวดีเหลือบเห็นหาญพงศ์

เดินเข้ามา เธอดีใจมากรีบเข้าไปทักทาย หาญพงศ์บอกว่า

ม้าของเขาโทร.บอกว่าเธออยู่ที่นี่เลยรีบมาพล่ามความรักความคิดถึงพะเรอเกวียน แล้วเอาสร้อยเพชรกับจี้เพชรมาล่อว่า วันก่อนเลือกค้างไว้

นันทวดีดีใจมาก แต่หาญพงศ์ไม่ให้ตอนนี้บอกว่าต้องออกไปนั่งรถเล่นเป็นเพื่อนตนก่อนถึงจะให้

สร้อยและจี้เพชรทำให้นันทวดีตัดสินใจไม่ยาก ทั้งสองจึงขับรถตามกันไป ดึกแล้วสร้อยสอางค์กลับมาไม่เห็นนันก็ถามเด็กสาวแถวนั้น ปรากฏว่าไม่มีใครรู้เห็น สร้อยสอางค์เลยโทร.เข้ามือถือ นันรับสายบอกแม่ว่าเจอเพื่อนเก่าก็เลยออกมากินข้าวกัน สร้อยสอางค์เตือนว่ากินข้าวไม่ว่าอย่าให้ใครกินฟรี ก็แล้วกัน

นันทวดีออกจากห้องคอนโดฯมาคุยโทรศัพท์ข้างนอก แล้วเดินไปมองสร้อยกับจี้เพชรที่คอกับกระจกหน้าต่างรถที่จอดอยู่แถวนั้น ยิ้มปลื้มกับน้ำเพชรที่ล้อแสงไฟวิบวับ

หาญพงศ์นอนอยู่ที่ห้องคอนโดฯของเขา ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงโทรศัพท์มือถือจากคุณนายเฮียงผู้เป็นแม่เร่งให้รีบไปรับเพราะเล่นกับพวงสร้อยเสียหมดแล้ว หาญพงศ์มองไปข้างตัวไม่เห็นนันทวดีแล้วบ่นอย่างเสียดายที่เธอไปเสียก่อน แต่ก็อดมองไปที่เตียงด้วยความประทับใจในความสุขที่ได้รับไม่ได้

ooooooo

สายวันนี้ นันทวดีเดินจะลงไปข้างล่างผ่านห้องนุชรี ได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกันขำๆอยู่ในนั้นเลยชะโงกไปดู เห็นนวลใจกับนุชรีสองแม่ลูกกำลังเต้นรำกันอยู่ นุชรีอยู่ในชุดขาวสะอาดน่ารักจึงแกล้งทักว่าจะซ้อมเต้นรำไปไหนกันหรือ

นุชรีกับนวลใจช่วยกันเล่าว่าที่คณะของนุชจะจัดงานการกุศล นุชอยู่ซุ้มลีลาศใครมาโค้งขอเต้นต้องจ่ายเงินทำบุญ 1,000 บาท ที่ซุ้มนี้รวมดาวคณะตั้งแต่ปี 1 ถึงปี 4 ถูกกว่านี้ไม่มีแล้ว

นันฟังแล้วพูดขำๆว่าเหมือนสาวรำวงเลย นุชชวน

ไปด้วยกัน คอนเซปต์ของงานเป็นราตรีสีขาว ถามว่ามีชุดออกงานสีขาวไหม

"ก็พอมีจ้ะ แต่พี่ไม่รู้จักใคร ไปก็เบื่อเปล่าๆ" นันตอบแบ่งรับแบ่งสู้ แต่พอนุชบอกว่ามีตนเป็นเพื่อนและสารัตถ์ก็จะไปด้วย เขาจะได้มีเพื่อนคุยตอนตนทำงาน นันก็สนใจขึ้นมาบอกว่าจะพยายามไปก็แล้วกัน

นวลใจบอกให้นุชรีบไปเปลี่ยนชุดเสีย โชคดีมีชุดแล้วจะได้ไม่ต้องไปซื้อใหม่ เอาเงินที่จะซื้อชุดใส่กล่องทำบุญในงานดีกว่า สองแม่ลูกเห็นพ้องต้องกัน นันทวดีแอบหมั่นไส้ แต่พอนึกถึงคนที่จะได้เจอในงานก็ยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างมีแผนการ

ค่ำวันงาน  บรรดานักศึกษาช่วยกันขายบัตรอยู่หน้างาน สีดาอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย แววตามาหาสีดาถามว่าซุ้มลีลาศพร้อมแล้วจะเปิดเลยไหม สีดาบอกให้เปิดเลย แล้วหยิบกล่องบริจาคให้แววตาย้ำว่าเพลงละพัน แล้วป้องปากบอกเป็นการเฉพาะว่า "เดี๋ยวพี่นัดมาแล้วจะโทร.เข้าไปตาม"

"ไม่ต้องหรอก" แววตาหน้านิ่ง "ฉันว่าแกไม่ต้องจับคู่ฉันกับพี่ชายแกแล้วล่ะแขก คุยกันไม่ค่อยถูกคอ เหมาะเป็นพี่ชายมากกว่า เสียเวลาเปล่า ไม่คลิก ไปทำงานแล้ว" ว่าแล้วแววตา เดินเข้าไปเลย

พอแววตาเข้าไปเท่านั้นนัดดาก็มาถึง เขาร้องเรียก

สี ดา เธอหันมองทำตาโตอุทานตื่นเต้น เมื่อเห็นนัดดามาในชุดสูทขาวร่วมสมัยหล่อเนี้ยบ

"โอ้โหพี่นัด อย่างหล่อเลย จะหาแฟนได้ก็วันนี้ล่ะ" แซวแล้วแบมือขอค่าบัตรผ่านประตู "500 จ่ายมาเลย"

ทั้งสองหยอกล้อกัน นัดดาถามว่าจ่ายเกินได้ไหมอยากช่วยทำบุญ สีดาขอให้เก็บตังค์ไว้จ่ายซุ้มลีลาศดีกว่า กระซิบกระซาบว่า "คู่เต้นดาวคณะทุกคน"

นัดดาหยิบใบละพันให้บอกว่าไม่ต้องทอน สีดารีบเก็บใส่กระเป๋าทำหน้าทะเล้นล้อพี่ชาย

ooooooo

ที่ซุ้ม ลีลาศคึกคักสวยงามกว่าซุ้มอื่นๆ นุชรีเต้นอยู่กับนักศึกษารุ่นพี่ เธอเต้นได้พลิ้วสวยงามกว่าทุกคู่  นัดดามายืนดูอยู่อย่างชื่นชม  เมื่อจบเพลง  เธอเดินมาทักเขา แววตารีบเอากล่องบริจาคมายุให้บริจาคในเพลงต่อไปเลย ชายหนุ่มหยิบกระเป๋าเงินมาอย่างว่าง่าย สองสาวมองหน้ากันยิ้มดีใจที่ได้เงินทำบุญ

ส่วนสีดาอยู่ที่หน้าสถาน ที่จัดงาน เมื่อสารัตถ์มาถึงเขาถามว่าฟลอร์เปิดหรือยัง วันนี้เตรียมมาแดนซ์อย่างเดียวเลย ถามว่าต้องทำยังไงมั่ง

"จ่ายเงิน ค่าบัตรก่อนเลยค่ะ ทางนี้ค่ะ" สีดาจูงมือเขาไปดีใจที่จะได้ขายบัตร

ที่ ซุ้มลีลาศ นุชรีกับนัดดาเต้นรำกันอยู่คู่เดียวที่กลางฟลอร์ ทั้งสองเต้นไปคุยกันไปอย่างถูกคอ

นัดดาเล่าว่างานของเขาต้องออกงาน สังคมบ่อยก็เลยหัดให้เป็นเอาไว้ มันทำให้เราดูพร้อมทุกด้าน ถามว่าเธอล่ะ นุชบอกว่าคุณแม่บังคับให้เรียนเพราะคุณแม่ชอบเต้นลีลาศ ตอนอยู่มัธยมคุณแม่ก็ลากไปเต้นเป็นเพื่อนทุกวันพุธเลย

ระหว่างที่นุช รีกับนัดดาเต้นรำกันอยู่นั้น สารัตถ์ยืนมองอยู่อย่างไม่พอใจ เมื่อนุชหันมาเห็นก็ยิ้มทักทายคู่หมั้นโดยไม่คิดอะไร สารัตถ์คอยอยู่จนเพลงจบ เขาตรงเข้าไปตัดพ้อต่อว่านุชว่าทำไมไม่รอตน ไหนว่าจะเต้นรำด้วยเป็นคนแรกไง

นัดดาชำเลืองมองสารัตถ์เล็กน้อย นุชรีจึงแนะนำให้รู้จักกัน สารัตถ์รีบบอกว่าตนเป็นคู่หมั้นของนุช พอนุชสอบเสร็จเราก็จะแต่งงานกันทันที เชิญนัดดาไปงานด้วย

นัดดา ขอบคุณยิ้มรับทั้งที่รู้ว่าสารัตถ์พูดข่มและกีดกันในที นุชกำลังจะแนะนำว่านัดดาเป็นใคร สารัตถ์ก็ตัดบทชวนออกไปเต้นรำกัน จูงมือนุชออกไปบอกว่า "พี่ขอจอง 5 เพลงรวด"

"จริงๆ นะคะ" นุชดีใจกวักมือเรียกแววตา "แววเร็วๆ" แววตารีบอุ้มกล่องบริจาคมาอย่างเร็ว

สา รัตถ์หันกลับมามองนัดดาอีกครั้งด้วยแววตาและท่าทางแสดงความเป็นเจ้าของนุชรี เต็มที่ นัดเห็นดังนั้น เดินเลี่ยงออกจากซุ้มลีลาศไปเงียบๆ สารัตถ์มองตามอย่างสะใจที่กันคู่แข่งออกไปได้

นัดเดินออกมาเจอสีดา ที่หน้าสถานที่จัดงาน เธอทักว่าทำไมกลับเร็วจัง

"คู่หมั้นเพื่อนเรา ดูเขม่นๆพี่ พี่ก็เลยขี้เกียจอยู่ แขกน่าจะเตือนพี่ก่อนว่าเขาขี้หึง" สีดาบอกว่าปกติสารัตถ์ไม่ใช่คนอย่างนั้น อาจเป็นเพราะพี่นัดหล่อล้ำหน้าเขากระมัง "ไม่ตลกเลยนะ พี่มาทำบุญไม่อยากรู้สึกไม่ดี ไม่อยากให้เสียบรรยากาศการกุศลด้วย พี่กลับก่อนดีกว่า เราไปขายบัตรต่อเถอะ ขอให้ได้เงินบริจาคเยอะๆนะ"

สี ดาขอบคุณพี่ชายแล้ววิ่งกลับไปทำงาน ส่วนนัดดาเดินหงอยๆออกไป

ooooooo

สี ดาวิ่งกลับมาก็ต้องเบรกตัวโก่งเมื่อเห็นหญิงสาวนางหนึ่งที่มาร่วมงานแต่งกาย ด้วยชุดสีชมพูแจ๋ ท่ามกลางทุกคนที่แต่งสีขาว เพื่อนนักศึกษากวักมือเรียกสีดาให้รีบเข้าไปช่วย เธอเข้าไปทัก "สวัสดีค่ะ" แต่นันทวดีกลับเชิดใส่ หันหน้าที่แต่งจัดจ้านมองสีดา พอสีดาถามว่ามาผิดงานหรือเปล่า ก็ได้รับคำตอบอย่างยโสว่า

"ไม่ผิด หรอกค่ะ งานไวท์ไนท์ใช่ไหมค่ะ ฉันเป็นพี่สาวนุชรี" สีดาฟังแล้วอึ้งถามว่าพี่นันใช่ไหม "ใช่ นุชอยู่ข้างในใช่ไหม" ถามแล้วจะเดินเข้าไป

"เดี๋ยวค่ะ ต้องจ่ายค่าบัตรเข้างานห้าร้อยก่อนค่ะ ร่วมทำบุญด้วยกันนะคะพี่นัน" สีดาบอก

"ฉัน มาหาน้องสาวฉันแป๊บเดียว" นันทวดีอ้างดื้อๆ แล้วดันตัวเองเข้าไปในงานเลย ทำเอาสีดาเหวอ แต่ก็ไม่ยอม เดินตามเข้าไปติดๆ

ooooooo

นันท วดีในชุดสีชมพูแจ๋ ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนในงาน บ้างมองอย่างแปลกใจ บ้างมองอย่างไม่พอใจ สารัตถ์เต้นรำอยู่กับนุชรีเห็นนันทวดีก่อนเขา

มอง อึ้งจนนุชมองตาม พอเห็นนันเธอรีบออกมารับ

นันทำเป็นตีหน้าซื่อตกใจ ว่าตนลืมไปว่าต้องแต่งสีขาว นุชรีให้กำลังใจว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวตนเคลียร์ให้เอง พลางจูงมือนันไปบอกหนุ่มๆที่ต่อแถวลีลาศอยู่ ประกาศเสียงใสว่า

"ขอแนะนำนะคะ นี่พี่นันอดีตดาวมหาวิทยาลัยเหมือนกัน อยากมาร่วมทำบุญด้วยกันกับเรา แต่คนนี้พิเศษหน่อยนะ

คะ ดีกรีนางงามพ่วงท้ายมาด้วย เพราะฉะนั้นเพลงละ 2 พัน"

"งั้นผมขอจองทำบุญคนแรกเลยครับ" สารัตถ์เสนอตัวทันที พลางหยิบเงินสองพันให้นุช เธอขอบคุณด้วยความดีใจที่ได้เงินและคู่หมั้นช่วยให้งานคึกคัก

ครู่ หนึ่งแววตาเข้ามาถามนุชว่าพี่นันนี่พี่สาวเธอหรือ อยู่บ้านใกล้ๆตนเองแหละ นุชร้องอ้าวพูดขำๆว่าโลกกลม

จังเลย อวดว่าพี่สาวตนสวยไหมล่ะ

"สวย แป๋นมาเลยแหละ ช่างกล้านะ" สีดาพูดอย่างไม่ถูกชะตานัก

"สงสัยนุชจะ ลืมบอกคอนเซปต์งานกับพี่เขาน่ะแขก" นุชแก้ต่างให้นันอีกตามเคย มองนันเต้นรำกับสารัตถ์แล้วยิ้มปลื้ม

นันทวดีสะใจนักที่ทุกอย่างเป็น ไปตามแผน เธอเต้นรำกับสารัตถ์จ้องหน้าชายหนุ่มไม่วางตา สีดาจับสังเกตอยู่อย่างไม่ไว้ใจนัก แต่นุชรีกลับยิ้มแย้มดีใจที่พี่สาวกับคู่หมั้นของตนได้เต้นรำด้วยกัน

ooooooo

แผนการ ขั้นต่อไปของนันทวดีคือ ทำเป็นเสียใจที่ตัวเองผิดแผกจากคนอื่น ถูกคนอื่นมองกันมาก พอเพลง จบก็เดินอ้าวออกมาจนสารัตถ์ไม่สบายใจตามมาถามว่า ทำไมรีบกลับ เธอพูดเสียงเครือว่าตนแต่งตัวแปลกอยู่

คนเดียวจนใครๆพา กันมอง

ครั้นสารัตถ์ถามว่าแล้วจะกลับอย่างไร เดี๋ยวรถจะมารับหรือ นันคร่ำครวญน่าสงสารว่าตนไม่ใช่นุช คุณแม่กับคุณย่า ไม่ห่วงตนขนาดนั้นหรอก สารัตถ์จึงอาสาไปส่งเอง

"ขอบคุณค่ะ" นันทวดีรีบขอบคุณ แอบดีใจจนแทบจะกรี๊ดออกมาเมื่อทุกอย่างลงเอยตามแผน

ระหว่างที่สารัต ถ์ขับรถไปส่งนั้น เธอแกล้งทำเป็นหลับแอบถลกกระโปรงขึ้นโชว์ขาอ่อน จนชายหนุ่มอดชำเลืองมองไม่ได้

นวลใจกับวารียังไม่นอนตามเคย พอได้ยินเสียงรถก็ดีใจว่านุชรีกลับมาแล้ว แต่เห็นรถจอดอยู่นานนวลใจเลยเดินไปดู

ที่แท้นันทวดีแกล้งทำเป็นหลับ ไม่รู้ตัว สารัตถ์พยายามเรียกอยู่นาน พอทำเป็นตื่นก็แกล้งตกใจถามว่าตนนอนหลับไปนานแค่ไหน เขาตอบแซวๆว่า  "นั่งรถได้ไม่เท่าไหร่ก็หลับเลยครับ" เมื่อนันทวดีทำเขินบ่นว่าน่าอายจัง เขาแซวว่า "ไม่เป็นไรหรอกครับกรนเบาๆเอง"

อารมณ์ขันของชายหนุ่มทำให้ นันทวดีได้ทีตีแขนเขาเบาๆแก้เขิน มองหน้าเขาประกายตาวิบวับแล้วอ้อยอิ่งเอ่ยลา แต่พอชายหนุ่มไม่รั้งไว้ ก็เป็นฝ่ายพูดเสียเองว่า

"ที่นันแต่งตัวสีนี้เพราะนันจงใจนะคะ ไม่ใช่ไม่รู้คอนเซปต์ ของงาน" พูดแล้วมองตาเขาแน่วนิ่งลึกซึ้งก่อนบอกว่า "นันอยากเป็นจุดเด่นให้คุณมองเห็นนันบ้าง  ไม่งั้นในสายตาคุณก็คงมองเห็นแต่นุชอยู่คนเดียว"

สารัตถ์อึ้งสนิทกับ การจู่โจมของนัน อดรู้สึกวูบวาบหวิวหวามในใจไม่ได้ โชคดีที่นวลใจเดินมาถึงรถพอดี สารัตถ์ รีบเปิดประตูรถลงไปสวัสดี นันทวดีเปิดประตูรถตามลงมา ทำเอานวลใจอุทาน

"อ้าว...หนูนัน...มาด้วย กันได้ยังไงเนี่ย"

วารียืนดูอยู่ที่ระเบียง เมื่อนวลใจกลับเข้ามาในบ้านเข้าไปไหว้พระกับวารี เลยถูกถามว่าเขามาด้วยกันได้ยังไง นวลใจก็ยังปกป้องนันทวดี มองในแง่ดีว่านันไปงานของนุชสารัตถ์เลยอาสามาส่งคงไม่มีอะไร เพราะอีกไม่ถึงเดือนสารัตถ์

กับนุชก็จะแต่งงานกันแล้ว

วารี ไม่วางใจเร่งนวลใจให้รีบซื้อรถให้นันทวดีเสียจะได้ไม่ต้องมาอาศัยรถของสารัต ถ์อีก เพราะเห็นหูตาแพรวพราวแบบนั้นแล้วไม่ไว้ใจเลย ย้ำแล้วย้ำอีกว่า

"รีบ ไปถอยรถให้เขาเสีย แล้วก็ช่วยจับตามองแม่ลูกสาวคนใหม่ของเธอเอาไว้ให้ดีด้วยล่ะ บอกตามตรงแม่ไม่ไว้ใจเอาเสียเลย"

"ค่ะคุณแม่" นวลใจรับคำไปอย่างนั้นแต่ในใจอดสงสารนันทวดีไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

นันทวดีวางแผนซับซ้อนลึกซึ้งกว่านั้น เมื่อกลับเข้าห้องนอนกะว่าสารัตถ์ไปถึงที่จัดงานแล้วเธอหยิบโทรศัพท์โทร.ออก

สารัตถ์งงๆที่เสียงโทรศัพท์ไม่ใช่ของตนและเครื่องของตัวเองก็ไม่มีเสียง เรียก มองลงไปจึงเห็นโทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่งที่พื้นรถ หยิบมารับสาย เสียงนันทวดีถามมาอย่างกังวลว่า สารัตถ์ใช่ไหม โทรศัพท์ตนตกอยู่ในรถเขา ทำเป็นถอนใจอย่างโล่งอกว่านึกว่าทำตกหายเสียแล้ว ถามว่าเขาอยู่ไหน

สารัตถ์บอกว่าถึงที่จัดงานแล้วเดี๋ยวจะฝากโทรศัพท์ ของเธอไปกับนุชก็แล้วกัน นันแอบด่าในใจว่างี่เง่าแล้วอ่อยให้เขามาส่งเอง ครั้นเขาจะขับรถมาเธอกลับบอกว่าไม่ต้องรีบขนาดนั้นนัดเจอกันพรุ่งนี้ก็ได้

หลังจากบอกจุดนัดแนะที่จะเจอกันแล้ว สารัตถ์กดตัดสายมองดูโทรศัพท์อีกที ที่หน้าจอเป็นรูปของนันทวดีโพสท่าด้วยสีหน้าท่าทางเซ็กซี่ขี้เล่น

สารัตถ์ดูภาพแล้วเผลอใจอมยิ้มมองรูปอย่างหลงใหล

ส่วนนันทวดีวางสายจากสารัตถ์แล้วลุกเดินไปนั่งที่เตียง ยิ้มสะใจกับผลสำเร็จของตัวเอง นิ่งคิดแววตาร้ายกาจกับแผนขั้นต่อไป...

ooooooo

ตอนที่ 3

ที่สวนสาธารณะที่นันทวดีนัดสารัตถ์ให้เอาโทรศัพท์มือถือมาคืน ชายหนุ่มมาถึงเขามองหาเธอไปรอบๆ พลันก็เห็นหญิงสาวในชุดกางเกงกีฬาขาสั้นวิ่งผ่านมา เธอโบกมือทักทายอย่างร่าเริง แล้ววิ่ง
เข้ามาหาถามเสียงหวานว่า "รอนานไหมคะ"

"เพิ่งมาถึงนี่ล่ะครับ คุณนันชอบจ๊อกกิ้งที่นี่เหรอครับ" ถามพลางลอบมองเรือนร่างประเปรียวที่ยืดคลายเส้นไปมาตรงหน้า

"ทุกเช้าเลยล่ะค่ะ" เธอเน้นเหมือนจงใจให้เขาจำ เมื่อเขาส่งโทรศัพท์คืนให้ เธอขอบคุณมองการแต่งตัวของเขาถามว่า "นี่คุณรัตถ์จะไปไหนต่อคะเนี่ย แต่งตัวแบบนี้ไม่ไปทำงานเหรอคะ"

"วันนี้ลาหยุดน่ะครับ ต้องไปจัดการเรื่องงานแต่งหลายอย่าง" พลางก้มดูนาฬิกาข้อมือเลยไม่เห็นนันที่เหยียดยิ้มอย่างหมั่นไส้ เขาเงยหน้าขึ้นถามว่า "นี่คุณนันจะจ๊อกกิ้งต่อรึเปล่าครับ"

"วันนี้พอแล้วล่ะค่ะ ตั้งใจจะขับรถเล่นไปหาอะไรกินแถวชายทะเลซะหน่อย" พูดแล้วมองหน้าสารัตถ์สีหน้าแววตาเจ้าชู้ชวนบ่นๆ "เสียดายที่คุณรัตถ์ไม่ว่าง ไม่งั้นจะชวนไปด้วยกัน"

สารัตถ์มองเข้าไปในดวงตานันทวดีเคลิ้มหลงเหมือนต้องมนตร์

ooooooo

สายวันเดียวกันนี้ คุณหญิงรุจิรา นวลใจ และนุชรีไปช่วยกันดูห้องจัดเลี้ยงที่โรงแรมหรู คุณหญิงกวาดตามองไปรอบห้องอย่างพอใจ นุชถามว่าห้องไม่ใหญ่ เกินไปหรือ คุณหญิงตอบล้อๆยิ้มๆว่า

"ไม่ใหญ่หรอกจ้ะนุช  แค่แขกของลุงกับป้าก็ล้นห้องแล้ว" แล้วหันไปถามนวลใจว่าชอบไหม นวลใจตอบอย่างถ่อมตัวว่าสุดแท้แต่คุณพี่จะเห็นควร ก็พอดีโทรศัพท์มือถือของคุณหญิงดังขึ้น พอดู
เบอร์กดรับคุณหญิงถามทันที "อยู่ไหนแล้วตารัตถ์"

สารัตถ์โทร.มาจากพัทยา เขาพานันทวดีไปที่คอนโดฯ ชายหาด  เชิญเธอเข้าห้องบอกว่าเป็นคอนโดฯที่คุณแม่ซื้อทิ้งเอาไว้นานแล้ว จะขายหลายครั้งแต่ก็ตัดใจไม่ลงสักที ถามเธอว่าชอบไหม

"ชอบมากๆเลยค่ะ" นันลากเสียงยาวอย่างพอใจ เดินไปเกาะราวระเบียงมองไปที่ท้องทะเล รำพึงเคลิ้มๆ "นันฝันไว้นานแล้วว่า อยากมีคอนโดฯชายทะเลเป็นของตัวเอง"

สารัตถ์ให้กำลังใจว่าอีก 3 ปีก็ซื้อได้แล้ว เธอหันชำเลืองมองหน้าเขาพูดด้วยสายตาเจ้าเล่ห์มีแผนการว่า "นันใจร้อน รอนานขนาดนั้นไม่ไหวหรอกค่ะ" เห็นชายหนุ่มยังมองอยู่เธออ้อนเย้ายวน "นัน
อยากเล่นน้ำทะเลจังเลย คุณรัตถ์พอมีเวลาอีกแป๊บไหมคะ"

สารัตถ์สีหน้ากังวลเล็กน้อย ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเหมือนจะตัดสินใจ แต่นันทวดีมองอย่างมั่นใจแล้วว่าตนต้องได้เล่นน้ำแน่นอน

ooooooo

หลังจากดูห้องจัดเลี้ยงที่โรงแรมแล้ว คุณหญิง นวลใจ และนุชรีก็ไปที่ห้องเสื้อเพื่อลองชุดแต่งงาน คุณหญิงเริ่มหงุดหงิดที่จนป่านนี้สารัตถ์ยังไม่มา พอบ่นนวลใจก็ปลอบใจว่าเดี๋ยวคงมา คงยังคุย
ธุระกับเพื่อนไม่เสร็จกระมัง

"รู้ก็รู้ว่ามีนัดลองเสื้อ ยังจะไปนัดเพื่อนซ้อนอีก" คุณหญิง อดบ่นไม่ได้

นุชรีในชุดเจ้าสาวเดินออกมาพอดี คุณหญิงและนวลใจต่างมองตะลึง คุณหญิงเอ่ยชมอย่างพอใจว่า "สวยที่สุดเลยลูก" ส่วนนวลใจก็ชมเมื่อนุชถามว่าชอบไหม ว่านุชใส่อะไรก็สวยทั้งนั้น

ดีไซเนอร์เข้ามายืนดูแนะนำว่าถ้าคุณหญิงชอบ เช่าก็ได้จะได้ไม่สิ้นเปลือง ชุดนี้เพิ่งออกแบบเสร็จยังไม่มีใครใช้เลยตนจะล็อกเอาไว้ให้   ครั้นคุณหญิงถามว่าแล้วชุดเจ้าบ่าวล่ะออกแบบใหม่ไว้รึเปล่า

"หนูแนะนำให้ตัดใหม่ดีกว่าค่ะ จะได้ออกแบบให้ แมตช์กัน ใช้เวลาไม่นานหรอกค่ะ รับรองว่าทันวันงานแน่นอน"

ฟังแล้วคุณหญิงก็หงุดหงิดสารัตถ์ขึ้นมาอีกที่จนป่านนี้ยังไม่มา ราวกับสารัตถ์รู้เขาโทร.เข้ามาพอดี คุณหญิงดูเบอร์ พึมพำว่าอายุยืนจริงๆ แล้วกดรับถามว่าตอนนี้อยู่ไหน ทุกคนรอเขาอยู่คนเดียว

สารัตถ์นั่งคุยโทรศัพท์อยู่ในรถที่ปิดประตูมิดชิด เขาดึงโทรศัพท์ออกห่างหูทำหน้าสยองเล็กน้อยที่ถูกแม่ว่ามาเป็นชุด ตั้งสติแล้วตอบเสียงอ้อนๆว่า

"ผมขอโทษจริงๆครับแม่ ฝากขอโทษน้านวลกับนุชด้วยนะครับ ผมกลับไปไม่ทันจริงๆ..."เขาเงียบฟังปลายสายก่อนตอบไปว่า "แม่เลือกแบบแทนผมไปเลยแล้วกัน ผมเชื่อเทสต์แม่ อยู่แล้ว แล้วผม
จะตามไปให้เขาวัดตัวอีกที"

พูดเสร็จนิ่งฟังปลายสายอีกครู่หนึ่งสีหน้าจ๋อยๆแล้วกดตัดสาย

ooooooo

นันทวดีกับสารัตถ์พากันลงเล่นน้ำทะเลอย่างเพลิดเพลิน   ชายหนุ่มหลงไปกับการหลอกล่อยั่วยวนของเธอ

นันทวดีรุกอย่างต่อเนื่อง เล่นน้ำแล้วพากันมานอนคว่ำ แช่น้ำครึ่งตัวคู่กันที่ชายหาด ขณะสารัตถ์คุ้ยหาเปลือกหอยสวยๆ จนเจอปูเสฉวนตัวเล็กๆในเปลือกหอยน่ารัก เขาหยิบหันมา ให้นันดู เจอสายตาเธอมองเขาอยู่ก่อนแล้ว ตาต่อตามองกันในระยะใกล้ พริบตานั้น นันขโมยหอมแก้มเขาเฉียดริมฝีปากไปนิดเดียว ทำเอาชายหนุ่มอึ้ง

ขโมยหอมแก้มแล้ว นันทำท่าเขินๆลุกเดินหนีขึ้นหาดไป สารัตถ์ยังอึ้งไม่หาย เขานอนมองตามหญิงสาวไปไม่วางตา...

จนเมื่อพากันกลับ นันทวดีทำเป็นนั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง สารัตถ์เองก็เดาอารมณ์เธอไม่ออกเลยไม่กล้าชวนคุย ต่างคนต่างเงียบอยู่อย่างนั้นจนถึงกรุงเทพฯ

ขณะที่สารัตถ์เปิดไฟขอทางเพื่อเลี้ยวเข้าสวนสาธารณะนั้น เจอรถสีดาที่ขับสวนมาพอดี เธอจำรถสารัตถ์ได้ แต่แปลกใจ ที่คนนั่งคู่มาด้วยนั้นเป็นนันทวดี เธอหยุดให้สารัตถ์เลี้ยวรถเข้าไปแล้วตัดสินใจเลี้ยวตามเข้าไปดูให้รู้แน่

ooooooo

พานันทวดีมาส่งที่สวนสาธารณะแล้ว เธอขอบคุณ ทำท่าจะลงจากรถ ชายหนุ่มคว้ามือเธอไว้ถามว่าเป็น อะไรหรือเปล่าไม่พูดไม่จามาตลอดทาง นันทวดีทำเป็น มองหน้าเขาพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า

"นันอยากเว้นระยะห่างของเราให้เหมาะสมน่ะค่ะ" เมื่อสารัตถ์ถอนใจบอกว่าเขาเข้าใจ เธอปั้นยิ้มบอกว่า "วันนี้ นันสนุกมากเลยนะคะ ไม่อยากให้หมดวันเลย"

"เหมือนกันครับ" สารัตถ์ตอบในอารมณ์เดียวกัน พลันก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาดูเบอร์แล้วกดรับทักเสียงอ่อนโยน "ว่าไงจ๊ะนุช...พี่ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ นุชเตรียมอะไรไว้ให้พี่ล่ะ... โอ้โห...อยากได้เจ้าบ่าวอ้วนรึไง"

นันทวดีเงี่ยหูฟังตลอดเวลา เห็นหวานใส่กันก็ยิ่งหมั่นไส้ เปิดประตูลงจากรถ สารัตถ์มองตามรีบตัดบทกับนุช "งั้นเดี๋ยวพี่รีบไปนะ แค่นี้ก่อนนะจ๊ะ" เขากดตัดสายแล้วรีบลงไปเรียกนันทวดีไว้

นันทวดีหยุดข้างรถหันมองเขา สารัตถ์บอก "ขับรถดีๆนะครับ"

นันทำสีหน้าเกรงใจถามว่าเขาต้องรีบไปหานุชใช่ไหม พอเขาถามว่ามีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า เธอก็ทำเสียงอ่อยว่า ช่างเถอะค่ะ แล้วจะเข้ารถ สารัตถ์คว้ามือไว้ถามอย่างเอาใจว่าอยากให้ช่วยอะไรบอกมาเถอะ นันดึงมือออกอย่างรักษามารยาท หลอกล่อเขาต่อไปว่า

"คือคุณแม่จะซื้อรถใหม่ให้นัน นี่นันกะจะไปโชว์รูมรถต่อ แต่นันไม่มีความรู้เลยน่ะค่ะ เลือกไม่ถูกจริงๆ"

"คุณนันปรึกษาถูกคนเลยครับ" ชายหนุ่มกระตือรือร้น ดูนาฬิกาข้อมือแล้วบอก "ยังพอมีเวลาผมพาไปโชว์รูมเพื่อนผมดีกว่า จะแนะนำให้รู้จัก รับรองได้รถถูกใจราคาพิเศษด้วย"

นันทวดีดีใจนักที่ล่อสารัตถ์ติดกับอีกจนได้ เขาชวนไปรถของเขาแล้วเดี๋ยวจะกลับมาส่งที่นี่ จากนั้นพากันขับรถออกจากสวนสาธารณะไป

สีดาตามมาซุ่มดูอยู่ เธอตกใจครั้งแล้วครั้งเล่าที่เห็นทั้งสองสนิทสนมกระทั่งจับมือถือแขนกัน ยิ่งเห็นทั้งสองนั่งรถออกไปด้วยกันอีก เธอยิ่งคิดหนัก ถอนใจออกมาอย่างเป็นห่วง แทนเพื่อน

ooooooo

สีดาขับรถไปหานุชที่บ้านทันที ทั้งสองไปนั่งคุยและทานของว่างกันที่สนามหน้าบ้าน   สีดาหน้าตาไม่สบายใจ จนนุชชวนว่าถ้าหิวก็ทานก่อนไม่ต้องรอพี่รัตถ์หรอก เธอเลยย้อนถามไปว่า "คิดเหรอว่าเขาจะมา"

นุชแปลกใจกับคำพูดนั้นมองหน้าเพื่อนรักงงๆ สีดา ถอนใจหนักๆก่อนพูดลอยๆ ว่าขนาดไปลองชุดแต่งงานเขายังไม่ไปเลย นุชแก้ต่างให้ว่าสารัตถ์ติดธุระ ตนเป็นแฟนของเขา แท้ๆยังไม่เห็นน้อยใจเลย แล้วบอกให้เพื่อนสบายใจว่า

"นุชกับพี่รัตถ์รู้จักกันมานานแล้วนะแขก เรื่องหยุมหยิม เล็กๆน้อยๆแบบนี้นุชไม่เก็บมาน้อยใจให้เสียเวลาหรอก นุชกับพี่รัตถ์ข้ามจุดนั้นมาแล้วล่ะแขก ไม่งั้นคงไม่ตัดสินใจแต่งงานกันหรอก เรามีความเข้าใจแล้วก็เชื่อใจกันมากนะแขก"

"ความไว้ใจที่มากเกินไปมันก็ไม่ดีหรอกนุช" สีดายังไม่กล้าบอกสิ่งที่ตนเห็น แต่พอนุชติติงว่าเธอขี้ระแวงแบบนี้ แหละถึงไม่ยอมมีแฟนกับเขาเสียที สีดาเลยท้าว่า "พนันกันไหมล่ะว่าพี่รัตถ์เบี้ยวเธออีก"

"เราเพิ่งโทร.นัดกันก่อนเธอมาแป๊บเดียว ป่านนี้ถึงหน้าปากซอยแล้วล่ะ" นุชพูดขำๆ พอดีมือถือของเธอดังขึ้น นุชบอกสีดาว่า "พี่รัตถ์โทร.มาแล้ว..."

แต่พอกดรับ ฟังปลายสายแล้วสีหน้านุชกลับนิ่งไป ก่อนบอกปลายสายว่า "ไม่เป็นไรค่ะ พี่รัตถ์ จัดการธุระให้เรียบร้อยก่อนเถอะค่ะ คืนนี้ค่อยโทร.คุยกันนะคะ สวัสดีค่ะ" วางสายจากสารัตถ์แล้ว นุชหันมาหยอกสีดายิ้มๆว่า "เธอน่าจะไปเป็นหมอดูเพราะพี่รัตถ์มาไม่ได้จริงๆ"

สีดายิ่งเครียดชวนนุชไปนั่งรถเล่นกันดีกว่า ทำเอานุชงงว่า วันนี้เพื่อนรักเป็นอะไรไป

ooooooo

สารัตถ์พานันทวดีไปที่โชว์รูมรถของเพื่อน ระหว่างดูรถกันนั้น คุณนายคนหนึ่งกำลังเข้าไปทดลองนั่งรถสไตล์ครอบครัวอยู่เหลือบเห็นสารัตถ์จะลงไปทัก พอดีนันทวดีมาจูงมือเขาไปดูรถอีกคันหนึ่ง คุณนายคนนั้นชะงักพึมพำ "ไม่ใช่หนูนุชนี่นา" แล้วนั่งมองทั้งสองเงียบๆ

สีดาพานุชไปที่บ้าน นัดดากับนุชที่มีความชอบเหมือนกันทั้งในเรื่องวาดรูปและดนตรี พากันไปนั่งดีดเปียโนประสานเสียงกันที่ห้องโถง ทั้งสองยิ้มแย้มเล่นเปียโนคู่กันอย่างเข้าขา

อาเล็กกับสีดาจูงมือกันไปแอบดูนัดดากับนุชเล่นเปียโนกันอย่างถูกใจ จนอาใหญ่มาเจอเอ็ดว่าสองคนนี้ไปแอบดูเขาทำไม อาเล็กจึงบอกอาใหญ่ว่า "รูสึกถูกชะตากับเพื่อนยัยแขกคนนี้จัง ไม่รู้เคยเห็นหน้าที่ไหนมาก่อน"

"ฉันก็ชอบใจเหมือนกัน ดูกิริยามารยาท การพูดจา ก็รู้ว่าถูกอบรมมาอย่างดี" อาใหญ่ชม

สีดาดักคอว่าเสียใจด้วยเพราะนุชกำลังจะแต่งงานหลัง สอบเสร็จ  อาเล็กบ่นเสียดายจังแล้วก็ร้องว่า  นึกได้แล้วว่า  เคย เห็นหน้าแม่หนูคนนี้ที่ไหน   พลันก็ยกมือปิดปากสีหน้าไม่ สบายใจ  จนอาใหญ่ถามว่าเป็นอะไรของเธอ  อาเล็กรีบบอกว่า ไม่มีอะไร  จำผิด  แล้วฉีกยิ้มกลบเกลื่อนไม่อยากให้อาใหญ่รู้

ooooooo

สารัตถ์กลับถึงบ้านเอาตอนหัวค่ำ เจอคุณหญิงนั่งหน้าบึ้งคอยอยู่ พอเจอหน้าก็ถามทันทีว่าหายไปไหนมาทั้งวัน  สารัตถ์ยิ้มแย้มตอบเนียนๆว่า  ไปธุระกับเพื่อนอย่างที่บอกคุณแม่ไว้แล้ว

คุณหญิงรุกทันทีถามว่าเพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชาย สารัตถ์ เริ่มเอะใจตอบมั่วๆไปว่าทั้งผู้หญิงผู้ชาย จนเมื่อคุณหญิงจ้องหน้าถามจี้ไปว่า "แล้วเราพาสาวที่ไหนไปโชว์รูมรถเพื่อนของเรา"

สารัตถ์หัวเราะขำๆถามว่ามีคนโทร.มาฟ้องหรือ คุณหญิงไม่ขำด้วยคาดคั้นว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ครั้นสารัตถ์จะบอกตรงๆว่าเป็นใครก็กลัวว่าใกล้ตัวเกินไป  เลยปดว่าเป็นเพื่อน

ของเพื่อน  เขาอยากได้รถใหม่ตนเลยพาไป  อยากหาลูกค้าใหม่ให้ เพื่อนด้วยไม่มีอะไรหรอก

ฟังแล้วคุณหญิงค่อยโล่งใจปรามว่า "จะแต่งงานอยู่แล้วอย่าให้มีปัญหายังไงคุณนวลใจเขาก็เป็นญาติพ่อเรา ถึงจะห่างกันก็เถอะ ก็อย่าให้พวกเขามาถอนหงอกพ่อเราได้"

"คิดมากไปใหญ่แล้วครับแม่  ไม่มีอะไรเลยครับ...เพื่อนจริงๆ"  พูดแล้วขอตัวไปอาบน้ำ  คุณหญิงพูดตามหลังว่านุชฝากแบบการ์ดแต่งงานมาให้เลือกดูให้น้องเขาด้วย  เขารับตอบทั้งที่ กำลังเดินขึ้นบันได

คุณหญิงถอนใจอย่างโล่งอก เชื่อที่ลูกปดอย่างสนิทใจ

ooooooo

นันทวดีไปเล่าเรื่องที่ตนอ่อยสารัตถ์ให้แม่กับ ยายฟัง คุยอวดจนสร้อยสอางค์พูดอย่างไม่อยากเชื่อว่า "พูดเป็นเล่น ไม่กี่วันเนี่ยนะ แกจะแย่งผัวมันมาได้" เมื่อลูกสาวยิ้มอย่างมั่นใจ สร้อยสอางค์ยุว่า "แย่งมันมาให้ได้ นะนัน เอาให้งานแต่งมันล่มไปเลย มันขายหน้าเท่าไหร่ ยิ่งดี เอาคืนให้สาสมกับที่อีนวลใจมันทำไว้กับแม่ เข้าใจไหมนัน"

"งานแต่งคงไม่ล่มหรอกค่ะแม่ แต่ต้องเปลี่ยนตัวเจ้าสาวกะทันหันตะหาก แม่เตรียมตัวมีลูกสาวเป็นหลานสะใภ้คุณหญิงไว้ได้เลย" นันมั่นใจเกินร้อย ทำเอาทั้งแม่และยายพากันยิ้มปลื้มไปตามกัน

ooooooo

หลังจากเล่นเปียโนและทานข้าวบ้านสีดาแล้ว นุชขอโทษนัดดาที่มาโดยไม่บอกล่วงหน้า ลากลับพร้อมกับบอกล่วงหน้าว่าจะเอาการ์ดแต่งงานมาเรียนเชิญคุณอากับเขาอีกที  ส่วนของขวัญที่นัดดาถามว่าอยากได้ อะไร นุชตอบยิ้มๆทีเล่นทีจริงว่า

"เงินขวัญถุงดีกว่าค่ะ ธีมของงานคือ ของขวัญไม่ต้องซองอย่างเดียว"

สีดารุนหลังเพื่อนขึ้นรถทั้งขำทั้งหมั่นไส้ นุชบ๋ายบายนัดดาอย่างสนิทสนมเหมือนน้องสาวกับพี่ชาย ส่วนนัดดาก็โบกมือให้ยิ้มแย้มอย่างเอ็นดู

แต่พอนุชกลับไปแล้ว อาเล็กก็เอาความลับที่เก็บงำไว้ ขึ้นไปถามหลานชายที่ห้องพร้อมรูปลายเส้นที่เขาวาดไว้ บังคับให้อธิบายมาว่าหมายความว่าอย่างไร

นัดดายิ้มขำๆย้ำกับอาเล็กว่าไม่มีอะไรจริงๆ เจอกันครั้งแรกเห็นว่าสวยถูกใจ แต่พอรู้ว่าเธอกำลังจะแต่งงานทุกอย่างก็จบ พูดให้อาเล็กสบายใจว่า

"ผมมีสติแล้วก็รู้ตัวดีนะครับอาเล็กว่า กำลังทำอะไรอยู่ อาเล็กครับ  ผมมุ่งมั่นจะสอบเลขานุการเอกให้ได้  อนาคตผมอีกไกลครับ  ผมยังมีโอกาสเจอผู้หญิงดีๆที่ผมรักอีกเยอะ  ผมไม่ ทำลายอนาคตตัวเองเพราะเรื่องรักๆใคร่ๆหรอกครับ"

ฟังแล้วอาเล็กสบายใจจนกอดเขาไว้ นัดดากอดอาไว้ ขำๆไปด้วยกัน

ooooooo

สารัตถ์ขึ้นไปที่ห้องนอนหยิบภาพเขียนสีน้ำที่นุชออกแบบเป็นการ์ดแต่งงานขึ้น มาดู ตาดูรูปแต่ใจไพล่คิดถึงความรู้สึกวูบวาบที่ถูกนันทวดีขโมยจูบที่ชายหาด   สุดท้ายทนไม่ได้วางแบบการ์ดแต่งงานหยิบโทรศัพท์กดโทร.ถึงนันทวดี

สาว เจ้ากำลังแปรงผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง พอดูหน้าจอรู้ว่าสารัตถ์โทร.มาก็ยิ้มอย่างพอใจแต่พึมพำว่า "โทร.มาช้าไปหน่อยนะ" แล้วปล่อยให้เสียงเรียกดังจนหยุดไปเอง

เมื่อ โทร.แล้วนันทวดีไม่รับสาย รุ่งขึ้นสารัตถ์ในชุดเครื่องแบบทหารครึ่งท่อนก็ดิ่งไปที่สวนสาธารณะที่นันท วดีบอกว่ามาจ๊อกกิ้งทุกเช้า  กวาดตาหาเท่าไรก็ไม่เห็น  จนใกล้ เวลาทำงาน เขามองหาอีกรอบก่อนตัดสินใจกลับไป

วันเดียวกันนี้ สีดาทนอึดอัดใจไม่ไหว โทร.ตามนัดดาออกมาพบที่ร้านไอศกรีมปรึกษาว่า

"ถ้า พี่นัดรู้ความลับเรื่องนึง ถ้าบอกเพื่อนไปทุกอย่างจะล้มครืนพังทันที กับเราปิดบังเอาไว้เพื่อนอาจจะไม่รู้เลยตลอดไป แต่ถ้าซวยรู้ขึ้นมา ชีวิตอาจจะไม่มีความสุขอีกเลย แก้ไขอะไรก็ไม่ได้แล้ว พี่นัดจะเลือกบอกเพื่อนหรือว่าปิดทำไม่รู้ไม่ชี้ไป"

นัดดาฟังแล้วคิด หลายแง่หลายมุม สุดท้ายถามว่าทำไมไม่จัดฉากให้เพื่อนรู้โดยที่เราไม่ต้องพูดให้เพื่อนรู้ ด้วยตัวเอง ตัดสินใจด้วยตัวเอง เราจะได้รู้สึกผิดน้อยลงหน่อย

สีดา ดีใจกับทางเลือกนี้ เผลอพึมพำ "ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้กับนุชมันได้" พอนึกได้รีบยกมือปิดปาก นัดดามองแล้วยิ้มขำๆพูดลอยๆว่าถือว่าพี่ไม่ได้ยินก็แล้วกัน แล้วต่างทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ให้กัน

ooooooo

เมื่อไปดักพบนันท วดีที่สวนสาธารณะแล้วไม่เจอ สารัตถ์ว้าวุ่นใจจนไปหาถึงบ้าน แต่ทำทีว่าไปหานุช พอรู้ว่านุชไปเรียนก็เลียบเคียงถามว่านันทวดีก็ไม่อยู่หรือ

นวลใจบอก ว่าอยู่ ชวนชายหนุ่มทานกลางวันด้วยกัน บอกสาวใช้ให้ไปตามนันลงมาทานด้วย

ที่แท้ นันทวดีแอบฟังอยู่แล้ว เธอรีบวิ่งขึ้นห้องพอสาวใช้มาบอกก็ฝากความไปบอกนวลใจว่าตนไม่หิว สารัตถ์ แปลกใจ รู้สึกว่านันทวดีพยายามเลี่ยงที่จะพบเขา จนเมื่อทานอาหารเสร็จเดินมาขึ้นรถ อดไม่ได้ที่จะแหงนมองขึ้นข้างบนเป็นห่วงกลัวนันทวดีจะเป็นอะไรหรือเปล่า

นันท วดีแอบอยู่หลังม่านหน้าต่าง มองลงไป เห็นสารัตถ์แหงนมองขึ้นมาก็พึมพำอย่างสะใจ "กระวนกระวายอยากเจอฉันมากสินะ" แล้วยิ้มร้ายที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

ooooooo

ตกเย็น สารัตถ์ในชุดลำลองขับรถมาที่บ้านนุชรี นวลใจแซววารีว่า ว่าที่หลานเขยคุณแม่เช้าถึงเย็นถึง

เลยนะ วารีพูดอย่างมีประสบการณ์ว่า ยามหวานก็อย่างนี้แหละ แต่งกันไปคงพากันหายหัวทิ้งให้คนแก่อยู่บ้านเหงาๆ นวลใจผสมโรงด้วย นุชรีบอกทั้งแม่และย่าว่า

"ไม่หรอกค่ะ นุชจะมาหาคุณย่ากับคุณแม่ทุกวันเลย"

ทั้งแม่และย่ามองลูกมองหลาน อย่างรักใคร่ นวลใจเร่งให้ออกไปรับสารัตถ์เสีย นุชจึงลุกเดินออกไป โดยไม่รู้ว่าทั้งหมดนั้นนันทวดีมาแอบฟังอยู่ พอเห็นนุชเดินออกไปก็เบะปากพูดอย่างหมั่นไส้ว่า "แน่ใจเหรอยะว่าเขามาหาเธอ" แล้วรีบวิ่งขึ้นข้างบน จัดแจงแต่งตัวฉีดน้ำหอมมองตัวเองในกระจกยิ้มอย่างมีแผนการ

นุชกับสา รัตถ์นั่งคุยกันที่เก้าอี้สนามที่นวลใจจัดของว่าง เตรียมไว้ให้แล้ว ทั้งสองคุยกันถึงแผนการจัดงานและนุชช่วยร่างสคริปต์คำขอบคุณที่สารัตถ์ต้อง พูดบนเวที

ระหว่างนั้น นันทวดีก็กรีดกรายเดินผ่านไป เธอทำเป็นไม่มองนุชกับสารัตถ์ แต่แอบปรายตาไปแวบหนึ่งเหมือนจะดูว่าสารัตถ์ก็เห็นตนหรือเปล่า

สารัต ถ์ชะงักกึกพูดอะไรค้างอยู่ จนนุชถามให้พูดต่อ เขากลับบอกนุชว่า "พี่ต้องกลับแล้วล่ะนุช"

นุชแปลกใจกับการเปลี่ยนใจกะทันหันของเขา ติงว่ายังไม่ได้ทานของว่างเลย

"พี่ลืมไป พี่นัดไปเอาของกับเพื่อน พี่ไปก่อนนะ เดี๋ยว เราค่อยโทร.คุยเรื่องสคริปต์กันใหม่"

สารัตถ์รีบ ร้อนลุกไป นุชมองตามยิ้มขำๆเธอเชื่อใจไว้ใจเขาจนไม่คิดอะไร ก้มหน้าก้มตาร่างสคริปต์ต่อ

ooooooo

นันทวดีวางแผนล่อสารัตถ์ ออกมา เธอจอดรถ

รอจนเห็นเขาขับรถตามมาก็ออกรถให้เขาไล่ตามไปจนถึง ห้างสรรพสินค้า เธอรีบลงจากรถเข้าห้างแล้วหลบหายไป สารัตถ์เที่ยวมองหาไล่ตามคิดว่าไม่เจอแล้ว

ทันใดนั้น ในสายตาเขารู้สึกเห็นนันทวดีเดินจูงมือกับชายคนหนึ่งอยู่ที่บันไดเลื่อน พอหันมองเต็มตาเขาตกใจมากที่เห็นเธอมากับชายอื่น

ที่แท้คือหาญพงษ์ นั่นเอง นันทวดีพูดคุยยิ้มแย้มกับหาญพงษ์ แล้วทำเป็นหันมาเห็นสารัตถ์เธอปั้นสีหน้าไม่สบายใจ แล้วเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ยั่วให้สารัตถ์หึง เขารีบตามขึ้นไปมองแบบไม่ให้คลาดสายตา

จนเมื่อนันทวดีไปเข้าห้องน้ำ ออกมาเจอสารัตถ์ดักอยู่ เขาคว้ามือเธอดึงไปคุยในที่ลับตาถามว่า ทำไมต้องคอยหลบหน้าตน นันตีหน้าเศร้าถามเสียงเครือว่าเขาอยากให้เรื่องของเราถึงหูนุชหรือ ย้ำเขาว่า

"เราโตๆกันแล้ว ทำอะไรต้องคิดเยอะๆ คุณกำลังจะแต่งงานกับน้องสาวนันอีกไม่กี่วันแล้วนะคะ" พูดแล้วบีบน้ำตาคลอ เมื่อชายหนุ่มพูดอย่างอัดอั้นว่าเขาสับสนไปหมดแล้ว เธอจ้องหน้าเขาผ่านม่านน้ำตาที่เอ่อท้นพูดเสียงเครือ "นันเข้าใจค่ะ

ว่า คุณกำลังรู้สึกยังไง นันก็ไม่ต่างจากคุณหรอกค่ะ"

ทั้งสองจ้องตากัน ด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวด นันทวดีพูดเสียงจริงจังขึ้นว่า

"นันเชื่อ เรื่องรักแรกพบ นันรอจะได้เจอมันมาตลอดชีวิต ไม่น่าเชื่อว่านันจะโชคดีจะได้เจอจริงๆ แต่...นันทำร้ายความรู้สึกนุชไม่ได้ นันสงสารน้อง แกบอบบางเกินไป ชีวิตน้องไม่ควรเจอปัญหา ไม่ควรเจออุปสรรคอะไรทั้งนั้น นันขอเป็นคนเสียใจเองดีกว่า...เราไม่ควรเจอกันอีกเลยนะคะคุณรัตถ์"

นันท วดีสูดลมกลั้นสะอื้นแล้วสะบัดหน้าตัดใจเดินจากไป สารัตถ์คว้ามือเธอไว้อย่างว้าวุ่นใจ นันทวดีหยุดกึกทำหน้ากล้ำกลืนความรู้สึกเต็มที่

หาญพงษ์เดินมาหานันท วดีที่หน้าห้องน้ำพอดี เธอดึงมือตัวเองออกจากสารัตถ์แล้วเดินไปหาหาญพงษ์จูงมือกันเดินไป แต่จงใจหันกลับมองสารัตถ์ในจังหวะที่น้ำตาหยดลงพอดี

สารัตถ์มองตาม นันทวดีที่จูงมือหาญพงษ์เดินจากไปด้วยแววตาโหยหา

นันทวดีรู้ว่าสารัต ถ์มองตามตนอยู่ตลอดเวลา เธอแกล้งออดอ้อนหาญพงษ์ยั่วเขา ทำให้สารัตถ์ยิ่งเจ็บปวด สับสน กระวนกระวายใจ

ooooooo

ยิ่ง ใกล้วันแต่งงาน วารีกับนวลใจก็ยิ่งเร่งตระเตรียม งาน วันนี้ทั้งสองก็มาเลือกเครื่องเพชรที่โถงรับแขก นวลใจหยิบขึ้นมาชุดหนึ่ง วารีท้วงติงว่าชุดนี้ไม่เอาเพราะเพชรใหญ่กว่าแหวนแต่งงาน ต้องรักษาหน้าเจ้าบ่าวหน่อย นวลใจแย้งยิ้มๆว่า "ไม่เป็นไรมังคะ"

"คุณ หญิงแม่เขาช่างคิด เจ้ายศเจ้าอย่างจะตายไป เสียตังค์ข้าไม่ว่าเสียหน้าข้าไม่ยอม อย่าให้มีปัญหาหยุมหยิมเลยรำคาญใจเปล่าๆ" วารีตัดบทแล้วรำพึง "ลึกๆ ก็ห่วงยัยนุช อยู่เหมือนกันนะ แต่งเข้าบ้านเขาคงเจอฤทธิ์เดชแม่ผัวเข้า

มั่ง ล่ะ รายนั้นไม่ธรรมดาหรอก"

นวลใจคิดตามที่วารีพูดแล้วก็อดไม่สบายใจ ไม่ได้ เหมือนกัน

พอดีนันทวดีกลับมาถึง วารีเห็นเข้าเรียกไปถามเรื่องเรียนว่าไปถึงไหนแล้ว พอรู้ว่ายังไม่ได้ไปติดต่อที่ไหนก็ไม่พอใจถามว่าทำไมไม่รีบหาเสีย วันๆก็ไม่เห็นทำอะไร นวลใจไม่อยากให้ตึงเครียดรับอาสาว่าพรุ่งนี้จะไปช่วยเอาไหม

"ไม่เอา หรอกค่ะ นันไม่อยากเรียน นันหัวไม่ไปจริงๆ"

นวลใจถามว่าจะเรียน วิชาชีพไหม นันทวดีบอกว่าตนชอบงานออกแบบเสื้อผ้า เพราะเคยฝันอยากเป็นดีไซเนอร์ นวลใจบอกว่าตนรู้จักเจ้าของห้องเสื้อดังๆหลายคนพรุ่งนี้จะพาไปทำความรู้จัก ให้เขาช่วยแนะนำให้

ระหว่างนั้นวารีก็พูดแทรกอบรมด่าจิกเป็นระยะ แต่นันไม่สนใจพยายามเก็บกลั้นไว้ เมื่อนวลใจบอกเช่นนั้นเธอขอบคุณแล้วขอตัวขึ้นข้างบน ระหว่างเดินไปยังถูกวารีว่าตามหลัง

"มาอยู่บ้านนี้ ก็ต้องทำตามกฎเกณฑ์ของคนบ้านนี้ ถ้าคิดจะอยู่บ้านนี้แค่รอเวลา 3 ปีแล้วทำตัวลอยไปลอยมาเพื่อรับมรดกละก็ คงอยู่ลำบาก เพราะฉันคงไม่ปล่อยให้เธอสบายขนาดนั้นหรอก"

นันหยุดกึก แล้วขบกรามเก็บกลั้นอารมณ์เต็มที่ นวลไม่สบายใจแต่ไม่กล้าขัดแม่

"มี เงินร้อยล้านพันล้านยิ่งใช้เท่าไหร่ก็ยิ่งหมดเร็วเท่านั้น แต่ถ้าเธอมีความรู้ยิ่งใช้ก็ยิ่งเพิ่มพูนไม่มีวันอดตายหรอก"

วารี เทศน์จบหรือยังนันไม่สนใจ เดินขึ้นข้างบนไปโดยไม่หันมองหรือตอบโต้

"แม่ นวลดูมันสิ ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่รักดีเอาซะเลย" วารียังบ่นกระปอดกระแปด

"เดี๋ยว นวลจัดการเองค่ะคุณแม่ เราไม่ได้เลี้ยงดูเขามา จะให้ได้ดั่งใจเราทุกอย่างไม่ได้หรอกค่ะ ต้องใจเย็นๆค่อยๆ ตะล่อมกันไปนะคะ" นวลใจพูดกับแม่ไปอย่างนั้นแต่ที่จริงตัวเองก็หนักใจเหมือนกัน

ooooooo

ตอนที่ 4

นุชขับรถมาถึงบ้านสร้อยสอางค์ พวงสร้อยเอ่ยขอบคุณแล้วแขวะตามว่าถ้าออกรถให้มันสักคันก็ไม่ต้องเสียเวลายกโขยงกันมาเต็มรถแบบนี้ นันรีบบอกว่ารถจองไว้แล้วแต่ยังต้องรออยู่ กระนั้นพวงสร้อยก็มีเรื่องว่าจนได้ว่าทำไมไม่เอายี่ห้อที่ซื้อปุ๊บได้ปั๊บล่ะ กลัวแพงหรือ

"นันเขาเป็นคนเลือกรถเองนะคะ" นวลใจชี้แจงและต้องพยายามสะกดอารมณ์เมื่อพวงสร้อยก้าวลงบ่นกระปอด กระแปดว่านั่งอึดอัดมานาน

นุชยกมือไหว้ พวงสร้อยรับไหว้อย่างขอไปที นันบอกยายว่าแล้วจะโทร.มาคุยพลางปิดประตูรถ ทันใดนั้นสร้อยสอางค์ เดินออกมาพอดีร้องถามแม่ว่าใครมาส่งหรือ พลางเพ่งมองไปเห็นนวลใจนั่งคู่มากับนุชรี นุชยกมือไหว้ สร้อยสอางค์เชิดใส่ชี้หน้า นวลใจเสียงแปร๋นลั่นซอยทันทีถามพวงสร้อยว่า

"ทำไมแม่ไม่เรียกแท็กซี่กลับมาเอง ไปพึ่งใบบุญให้เป็นหนี้บุญคุณมันทำไม"

"ข้าไม่ได้ขอร้อง มันสาระแนจะมาส่งเอง" พวงสร้อยเสียงดังพอกับลูกสาว

นันทวดีแอบยิ้มอยู่เบาะหลัง นวลใจบอกนุชเบาๆว่ากลับกันเถอะ แต่สร้อยสอางค์ไม่ยอมให้กลับง่ายๆ เดินเข้ามาทุบกระจกหน้าต่างด้านที่นวลใจนั่ง ตะโกนด่าท้าว่าแน่จริงให้ลงมา ทำเอาชาวบ้านแถวนั้นพากันออกมาดู

แววตาออกมาดูบ้าง เห็นรถของนุชจำได้ เพ่งมองอย่างสงสัย ในขณะที่สร้อยสอางค์ยังจงใจด่าฉีกหน้าประจานนวลใจไม่หยุดจนนวลใจน้ำตาคลอ นันทำเป็นอาสาจะลงไปพูดกับแม่ นวลใจบอกว่าไม่ต้องแล้วเร่งนุชให้ออกรถ

พอนุชขับรถออกไป พวงสร้อยยืนหัวเราะสะใจ ถูกสร้อยสอางค์หันมาแว้ดใส่ว่าทีหลังอย่าให้มาส่งอีกแล้วเดินกระฟัดกระเฟียดเข้าบ้าน พวงสร้อยยังยิ้มไม่หุบเดินตามลูกสาวเข้าไป

ชาวบ้านที่มายืนดูวิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆนานา แต่แววที่ยืนดูอยู่ห่างๆถอนใจด้วยความสงสารนุช

เมื่อนุชขับรถออกมาแล้ว นันทำเป็นขอโทษแทนแม่ ตำหนิตัวเองว่าน่าจะห้ามนุชไม่ให้มาส่งยายตั้งแต่แรกแล้ว นวลใจบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนัน  ส่วนนุชก็บอกพี่สาวว่าอย่าคิดมาก   ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้หรอก   นันยังทำหน้าไม่สบายใจอยู่อย่างนั้น  จนนวลใจเอื้อมมือมาตบที่ตักปลอบโยนว่า

"อย่าคิดมาก ถ้าหนูนันไม่สบายใจ แม่ยิ่งรู้สึกไม่ดีมากขึ้นนะลูก"

"ค่ะคุณแม่" นันทำเป็นฝืนยิ้ม นวลใจยิ้มให้นันทวดีแต่พอหันกลับมาสีหน้าก็กลับขรึมลง

ooooooo

แววตานัดท่องหนังสือเตรียมสอบกับสีดา เมื่อเจอกันที่ร้านกาแฟเธอเล่าเรื่องที่พบเห็นให้สีดาฟัง สีดาอุทานอย่างไม่อยากเชื่อว่าทำไมถึงปากร้ายกันอย่างนั้น แล้วแม่นุชว่าอย่างไรบ้าง

ครั้นแววตาบอกว่าเก็บตัวเงียบอยู่ในรถ สีดาพาดพิงถึงนันทวดีว่าพี่สาวนุชก็ร้ายกาจเหมือนแม่เขานั่นแหละ แล้วพลั้งปากพึมพำ "ระวังเถอะจะโดนแย่งแฟนไม่รู้ตัว"

แววตาสะดุดหูถามว่าใครแย่งแฟนใคร สีดาถูกเพื่อนดักคอจนตัดสินใจจะเล่าให้ฟังแต่มีข้อแม้ว่าแววตาต้องช่วยตนวางแผนช่วยนุชด้วยจะได้ตาสว่างเสียที แววตารีบพยักหน้าอย่างอยากรู้เรื่อง

ไปถึงห้องเสื้อก็พอดีนุชได้รับโทรศัพท์จากสารัตถ์นวลใจจูงมือนันเดินเข้าไปในห้องเสื้อส่วนนุชรับสายสารัตถ์คุยกันอยู่แถวนั้น เธอบอกสารัตถ์ว่าคุณแม่พานันทวดีมาเรียนออกแบบเสื้อผ้า ต้องมาทุกวัน หยุดฟังปลายสายซักแล้วบอกว่า "ร้านที่เราเคยมาเอาเสื้อให้คุณแม่พี่รัตถ์ไงคะ"

สารัตถ์ซักถามรายละเอียดจนรู้วันเวลาเรียนและการเดินทางไปกลับของนันทวดีก่อนวางสาย

พอดีนุชเหลือบเห็นนัดดา อาใหญ่กับอาเล็กกำลังเดินจูงลากกันมา เธอดีใจรีบเดินไปสวัสดี  คุยกันแล้วจึงรู้ว่านัดดาเป็นคนเคี่ยวเข็ญให้อาใหญ่กับอาเล็กออกมาช็อปปิ้ง ส่วนนุชกับแม่พานันมาเรียนออกแบบเสื้อที่ร้านแถวนี้

เมื่อนวลใจส่งนันทวดีให้เพื่อนแล้วออกมา นุชจึงแนะนำให้ผู้ใหญ่สองฝ่ายได้รู้จักกัน เมื่อทักทายกันอย่างมีอัธยาศัยแล้วนุชขอตัวบอกว่าคุณแม่จะเอาขนมไปฝากเพื่อนอีกคนหนึ่ง

นวลใจบอกว่าไม่ต้องไปแล้วเพราะเพื่อนคนนั้นไม่อยู่ เลยฝากขนมกลีบลำดวนให้อาเล็กกับอาใหญ่เอาไปลองชิมดู พออาเล็กเห็นชื่อร้านขนม "คุณวารีขนมหวาน" ก็อุทานอย่างตื่นเต้นว่าร้านนี้เป็นเจ้าโปรดเลยทีเดียว แล้วชมไม่ขาดปากว่าทำขนมอร่อย ตนพยายามทำตามเท่าไรก็ไม่ได้อย่างนี้สักที

เมื่อคุยกันรู้ว่าคุณวารีเป็นคุณย่าของนุชทั้งนุชยังชวนไปเอาสูตรขนมจากคุณย่าด้วย อาใหญ่ดีใจเลยพากันไปบ้านวารี อาใหญ่บอกว่าให้นัดดาไปส่งแล้วตัวเองจะไปไหนก็ไป นัดดาขำๆที่อาเล่นทิ้งกันง่ายๆ

ooooooo

หลังจากตกลงกับแววตาว่าจะช่วยกันวางแผนช่วยนุชแล้ว สีดาโทร.มาหานุชปรากฏว่านุชถึงบ้านแล้ว จึงถามทางไปร้านเสื้อที่นันทวดีจะไปเรียนออกแบบ สีดากับแววตาตามหาร้านจนเจอ สีดาท้าแววตาว่า สารัตถ์จะต้องแวะมาหานันทวดีบ้างเป็นแน่ แนะแววตาให้เอาหนังสือสอบมาอ่านไปด้วยคอยดูไปด้วยคาดว่าสารัตถ์คงมาตอนเย็น แต่ถ้าหลงกันมากก็คงแวบมาตอนพักเที่ยงด้วย

พูดกันไม่ทันขาดคำแววตาก็ลากสีดาหลบไปเพราะเห็นสารัตถ์ในชุดเครื่องแบบครึ่งท่อนกำลังเดินคุยโทรศัพท์ ตรงมาที่ห้องเสื้อ ทั้งสองซุ่มดูใจเต้นไม่เป็นส่ำเสียเอง

สารัตถ์มาถึง นันทวดีก็ออกมาพบแล้วเดินคุยกันไปแบบห่างๆอย่างระมัดระวังตัว สีดากับแววตารีบตามไป

ที่บ้านนัดดา อาใหญ่ อาเล็ก วารี และนวลใจ คนในวัยใกล้เคียงกัน ต่างคุยกันอย่างถูกคอ เข้าครัวทำขนมกลีบลำดวนกันอย่างเพลิดเพลินทั้งคนสอนและคนเรียน โดยอาใหญ่กับวารีเป็นคนทำ ส่วนอาเล็กกับนวลใจคอยช่วยชิม ชิมทั้งกลีบลำดวนและมะม่วงน้ำปลาหวานกันเพลิน

ที่เรือนกล้วยไม้ นัดดากับนุชรีไปนั่งคุยกัน นุชเอาการ์ดแต่งงานสองแบบให้นัดดู ถามว่าชอบแบบไหน นัดบอกว่าชอบสวนดอกไม้เพราะดูสดชื่น คนเรารักกันถึงขั้นตกลงใจแต่งงานก็ต้องมีความสดชื่นสวยงาม พูดแล้วตบท้ายติดตลกนิดๆว่า "ชั้นเดียวพอ ไม่ต้องคิดอะไรเยอะแยะ"

แต่พอดูภาพทะเลเขาบอกว่าภาพนี้จะดูสดชื่นก็ได้ เศร้าก็ได้ ลึกลับก็ได้ ไม่ชัดเจน

เมื่อเขาถามนุชว่าชอบภาพไหน เธอบอกว่าวาดเองก็ชอบหมดนั่นแหละ แต่สารัตถ์เลือกภาพชายทะเล พูดแล้วบอกนัดดาอย่างอารมณ์ดีว่า "งี้การ์ดเชิญพี่นัดจะพิเศษกว่าคนอื่นเป็นภาพสวนดอกไม้อยู่คนเดียว แต่ของพี่นัดจะเป็นการ์ดทำมือนะคะ ไม่ได้เข้าโรงพิมพ์"

"ด้วยความยินดี ได้เลยครับ" ชายหนุ่มยิ้มแย้มยินดีที่จะได้ของต่างแต่ถูกใจและพิเศษ

ทันใดนั้นเองมีเสียงมือถือเข้า นุชดูเบอร์แล้วยิ้มบอกว่าน้องสาวพี่นัดอีกแล้ว กดรับถามเสียงใสไปว่ามีอะไรยะ แต่แล้วก็หน้าเจื่อนเมื่อสีดาที่อยู่ปลายสายพูดอย่างเร่งร้อนเหมือนมีเรื่องว่า

"นุช เธอออกมาหาฉันเดี๋ยวนี้เลย รีบออกมาเลยนะ ไม่งั้นเธอจะเสียใจจริงๆนะนุช"

ooooooo

นุชรีบออกไปตามน้ำเสียงที่ร้อนใจของเพื่อนรัก พอเจอกันก็ถูกสีดาลากถลาตามไป พอเจอแววตา สีดาถามว่ากลับมากันหรือยัง แววตาบอกว่ายัง ทำให้นุชยิ่งสงสัยว่าสองคนนี้เป็นอะไร

"มาแล้ว!" น้ำเสียงแววตาตื่นเต้นตกใจ สีดาลากนุชหลบมุมแล้วจับหน้านุชหันมองไปทางห้องเสื้อ


นุชมองอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นสารัตถ์เดินมาส่งนันทวดีที่หน้าห้องเสื้อ ชายหนุ่มบอกว่าเย็นนี้จะมารับ นันทำเป็นเกรงใจว่าไม่ต้องดีกว่า ตนลำบากใจจริงๆ

"ตอนนี้ผมมีเวลาเหลืออีกไม่มาก ผมอยากใช้เวลาทั้งหมดหาคำตอบให้ตัวเอง" สารัตถ์พูดจริงจังมองหน้าเธอนิ่งจับมือเธอไปกุมไว้ "ผมไม่อยากตัดสินใจแต่งงานผิดพลาด"

นุชน้ำตาท่วม ช็อกทั้งคำพูดและความใกล้ชิดของทั้งสอง สีดารีบขอโทษเพื่อน แต่พริบตานั้นนุชปาดน้ำตาทิ้งเดินดิ่งไปหาสารัตถ์กับนันทวดี ทำเอาทั้งสีดาและแววตาตะลึงอึ้งได้แต่ยืนดู

นันทวดีเป็นฝ่ายหันมาเห็นนุชก่อน เธอตกใจรีบดึงมือออกมองนุชอย่างไม่สบายใจ นุชไม่สนใจนันทวดีเธอเดินตรงเข้าไปหาสารัตถ์ถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่น้ำตาคลอว่า

"นุชตกข่าวอะไรไปรึเปล่าคะพี่รัตถ์"

สารัตถ์มองนุชอย่างอึดอัดใจ บอกว่าไม่รู้จะเริ่มต้นพูดกับนุชอย่างไรดี นุชตัดบทว่าถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องพูด เพราะตนเข้าใจได้ไม่ยาก สารัตถ์จำนนต่อหลักฐานได้แต่บอกว่า "พี่เสียใจนะนุช"

นันทวดียกมือปิดปากวิ่งร้องไห้ออกไปอีกทาง สารัตถ์

ร้องเรียกมองตามอย่างเป็นห่วง นุชเห็นแค่นั้นก็วัดใจเขาได้ กล้ำกลืนความรู้สึก พูดทั้งที่ลำคอตีบตันไปหมดว่า

"เราค่อยหาฤกษ์แต่งงานกันใหม่ดีกว่านะคะพี่รัตถ์ ฤกษ์นี้คงไม่ใช่วันดีที่สุดของรอบปีหรอกค่ะ"

พูดแล้วนุชเดินหนีไปอีกทางหนึ่ง สารัตถ์มองสองสาวละล้าละลัง แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจวิ่งไปทางนันทวดี นุชเห็นเงาสารัตถ์จากกระจกในร้านค้า เธอหัวใจแทบสลายเมื่อสารัตถ์เลือกที่จะทิ้งเธอ น้ำตาร่วงพรูวิ่งเตลิดไปจากความจริงนั้นราวกับจะไปไกลให้สุดโลก...

สีดากับแววตาวิ่งตามไปทันคว้าร่างเพื่อนรักไว้ นุชบอกสีดาน้ำตานองหน้าว่าตนทำอะไรไม่ถูกแล้ว สีดากอดเพื่อนไว้ตบหลังเบาๆ แววตาลูบหลังนุชอย่างปลอบประโลม อึดใจเดียวนุชก็กอดสีดาแน่น ร้องไห้โฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่...

ooooooo

นันทวดีวิ่งไปทางบันไดหนีไฟ สารัตถ์วิ่งตามสุดชีวิตปากก็ร้องให้รอด้วย นันหยุดตามเสียงร้องบีบน้ำตาทำเป็นคนดีบอกให้เขาไปปลอบนุชเสีย ปล่อยตนไปตามทางของตนดีกว่า ตำหนิตัวเองว่ารู้สึกแย่มากเหมือนคนเลวแย่งคู่หมั้นน้อง ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะให้อภัยได้เลย พูดแล้วบีบน้ำตาเป็นเผาเต่า เมื่อสารัตถ์จับมือบีบให้กำลังใจก็ยิ่งคร่ำครวญว่าอยากหายไปจากโลกนี้จะได้ไม่ต้องเจอนุชและเจอใครๆ อีกเลย แล้วทำท่าจะหนีต่อ สารัตถ์พูดจริงจังว่า

"พาผมไปด้วยสิครับ"

ฟังคำนี้แล้วนันทวดีแทบจะยิ้มออกมา แต่ยังต้องบีบน้ำตาต่อให้เนียน...

หลังจากนั้นทั้งคู่ไปคอนโดฯที่พัทยา นันทวดีทำท่าเสียใจจนอ่อนระโหย สารัตถ์ประคองเธอไปที่เตียง ลูบไล้

คลอเคลียอย่างทะนุถนอม ต่างมองกันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา แต่แล้วนันทวดีก็ลุกขึ้นไปยืนกอดตัวเองร้องไห้จนตัวสั่นสะท้านที่นอกระเบียง

สารัตถ์เดินไปกอดจากข้างหลัง เธอคร่ำครวญอย่างสำนึก มีคุณธรรมสูงส่ง ไม่อาจทรยศต่อน้องได้ ทำร้ายน้องไม่ลง ขอให้ทุกอย่างจบตรงนี้ เพราะมันเป็นไปไม่ได้แล้ว

"เป็นไปได้สิครับ" สารัตถ์จับร่างนันทวดีพลิกมาเผชิญ

หน้าพูดด้วยสีหน้าจริงจัง "ผมไม่อยากตัดสินใจผิดพลาด ผมรู้ใจตัวเองแล้ว...ผมรักคุณ ผมจะถอนหมั้นกับนุช"

นันทวดีบีบน้ำตาไหลพรากมองเขาอย่างตื้นตันแล้วทำเป็นตกใจเมื่อเขาจะถอนหมั้น

"คุณคนเดียวเท่านั้นที่จะเป็นเจ้าสาวตัวจริงของผม...

ให้นุชเสียใจตอนนี้ ดีกว่าเราทั้งสามคนต้องทุกข์ทรมานใจไปตลอดชีวิตนะครับ" สารัตถ์ดึงนันทวดีเข้าไปกอดไว้แน่น เธอยิ่งร้องไห้หนักขึ้นเพียงใด เขาก็ยิ่งกอดเธอไว้แน่นเพียงนั้น....

ooooooo

เมื่อกลับถึงบ้านกลางดึก สารัตถ์ตัดสินใจไปเคาะประตูห้องนอนของพ่อกับแม่ บอกแม่ว่าอยากจะปรึกษาบางเรื่อง รุจิราเรียกให้เข้าห้องคุยกันต่อหน้าทั้งพ่อแม่ลูก

นายพลเรียกลูกเข้าไปนั่งใกล้ๆ ถามอย่างรักใคร่ว่ามีอะไรหรือ สารัตถ์รวบรวมความกล้าโพล่งออกไปว่า

"ผมคิดว่าผมเจอเนื้อคู่แล้วครับ แต่...ไม่ใช่น้องนุชนะครับแม่...ผมอยากถอนหมั้นกับนุช"

รุจิรากับนายพลที่ยิ้มแย้มดีใจตอนแรกกลายเป็นตกใจ นายพลถามอย่างไม่พอใจว่างานแต่งจะจัดอยู่ไม่กี่วันนี้แล้วจะทำอย่างไร เลื่อนออกไปก่อนหรือ

"ไม่เลื่อนหรอกครับ แต่ผมอยากเปลี่ยนตัวเจ้าสาว"

คราวนี้ทั้งพ่อและแม่ตกใจมองลูกชายค้าง แล้วรุจิราเป็นฝ่ายถามว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร

"นันทวดี พี่สาวของนุชครับ"

คำตอบนี้ทำให้ทั้งพ่อและแม่หน้าเครียดไปทันที นายพลถึงกับต้องหลับตาตั้งสติ ส่วนคุณหญิงยกมือทาบอก ต่างนิ่งงัน มีแต่สารัตถ์เท่านั้นที่ถอนใจอย่างโล่งอกที่ได้พูดออกไปแล้วมองพ่อกับแม่ลุ้นๆว่าจะว่าอย่างไร

ooooooo

นุชไม่กล้าบอกความจริงกับนวลใจ ปดแม่ว่าปวดหัวแต่ร้องไห้จนตาบวม จนนวลใจถามว่ามีอะไรจะเล่าให้แม่ฟังไหม เธอร้องไห้ออกมาอย่างทนไม่ได้ บอกแม่ว่าไม่มั่นใจว่าจะแต่งงานดีหรือเปล่า

แต่จนแล้วจนรอดนุชก็ไม่กล้าพูดความจริงกลัวกระทบกระเทือนไปถึงนันทวดี สุดท้ายบอกแม่ว่าไม่มีอะไร นวลใจเข้าใจเอาเองว่าลูกคงคิดถึง ไม่อยากจากบ้านนี้ไปเหมือนคราวที่ตัวเองแต่งงาน เลยปลอบลูกอย่างเอ็นดู และนุชก็เอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นพูดไม่ออก เริ่มต้นไม่ถูก

ฝ่ายสารัตถ์หลังจากบอกพ่อกับแม่แล้ว ปรากฏว่าคุณหญิงกับนายพลเห็นต่างกัน คุณหญิงยอมลูกเพราะอยากให้ลูกมีความสุข แต่นายพลเห็นว่าเป็นการเสียหายทั้งไม่รู้ด้วยว่าคนใหม่ที่ลูกเลือกนั้นเป็นคนอย่างไร เทือกเถาเหล่ากอเป็นอย่างไร เพราะเท่าที่เคยฟังธวัชพ่อของนุชพูดนั้นร้ายกาจเอาเรื่องทีเดียว

ในที่สุดนายพลก็ต้องยอมคุณหญิง เลยยกให้คุณหญิงไปจัดการเองทั้งหมด โดยเฉพาะไปบอกบ้านโน้นเรื่องถอนหมั้น แม้คุณหญิงจะเครียดแต่ก็ต้องทำเพื่อความสุขของลูก

ส่วนนันทวดีก็โทรศัพท์คุยกับสารัตถ์ถามว่าคุยกับคุณพ่อคุณแม่แล้วเป็นอย่างไร เขาบอกว่าคุณแม่เข้าใจแต่คุณพ่อโกรธมาก ตอนนี้คุณแม่กำลังช่วยพูดกับคุณพ่ออยู่คิดว่าไม่น่ามีปัญหา

"พี่ยืนยันได้ว่าหัวเด็ดตีนขาดยังไงพี่ก็ไม่ยอมแต่งกับนุช ถ้าขืนบังคับพี่แต่งงานก็ต้องลักลอบคบกับนันอยู่ดีเพราะพี่รักนัน"

นันทวดีถามว่าเขาบอกนุชหรือยัง เขาตอบอย่างหนักใจว่ายังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี

"นันก็เหมือนกันค่ะ ตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน นันยังไม่กล้าสู้หน้านุชเลยสงสารน้องน่ะค่ะ" ปากพูดอย่างนั้นแต่ยิ้มสะใจ สมน้ำหน้า

ooooooo

หลังจากนั้น นันทวดีไปหานุชที่ห้องนอน นุชไม่อยู่จึงเดินหา เจอนุชนั่งอ่านตำราเตรียมสอบอยู่ที่โถงบ้าน เธอเดินเข้าไปเลียบเคียงบอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย

นุชเลี่ยงที่จะคุยอ้างว่าไม่พร้อมกำลังจะสอบต้องการสมาธิแล้วลุกจะเดินหนี ถูกนันทวดีคว้าแขนไว้พูดดีแต่เสียงเครียดว่า

"คุยกับพี่เดี๋ยวได้ไหม พี่รบกวนเวลานุชไม่มากหรอก" นุชตอบเสียงแข็งว่าไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น นันทวดีก็โกรธขึ้นมาทำเสียงดังกว่าข่มว่า "แต่นุชต้องฟัง" แล้วผลักนุชปลิวไปกระแทกนั่งที่โซฟา เล่นบทโหดแล้วบีบน้ำตาเข้าไปขอโทษ "พี่ขอโทษนะนุช พี่ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเลย แต่พี่กับคุณรัตถ์รักกัน เรารักกันมากเข้าใจไหมนุช"

นุชทนฟังไม่ได้ผลักนันทวดีออกไปแล้วหอบตำราลุกหนีขึ้นบันได นันทวดีมองตามอย่างสะใจ แต่พอนุชหันมองก็รีบยกมือปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น นายพลโกรธจนไม่มองหน้าสารัตถ์ สองแม่ลูกมองหน้ากันอย่างไม่สบายใจแล้วสายๆก็พากันไปที่บ้านวารี พอดีไปเจอนุชกำลังจะออกไปนุชรีบเดินหนี สารัตถ์ลงจากรถร้องเรียก เมื่อนุชไม่หยุดคุยด้วย รุจิราบอกลูกชายให้ตามไปคุยกับนุช ทางนี้ให้เป็นหน้าที่ของแม่เอง

คุณหญิงรุจิราตั้งหลักปั้นหน้าอยู่นานกว่าจะกล้าพูดธุระกับนวลใจและวารีที่เชิญทานอาหารด้วยกัน ทีแรกก็เกริ่นแค่ว่างานแต่งของนุชกับสารัตถ์คงต้องมีการเปลี่ยนแปลงหน่อย

"เลื่อนวันหรือเปลี่ยนโรงแรมคะ ถ้าทั้งสองอย่างได้ยิ่งดี วันมันกระชั้นชิดไป โรงแรมก็แพงเกินไปค่ะ" วารียิ้มแย้มอยากให้เป็นอย่างที่ตนคิด รุจิราฝืนยิ้มก่อนตัดสินใจบอกว่า

"วันกับโรงแรมคงไม่เปลี่ยน แต่ขอเปลี่ยนตัวเจ้าสาวได้ไหมคะ"

ทั้งวารีและนวลใจที่ยิ้มแย้มอยู่ดีๆ หุบยิ้มกลายเป็นเครียดอึ้งไปทั้งคู่ นันทวดีรู้แกวมาแอบฟังอยู่ พอคุณหญิงแบปัญหาออกมาเท่านั้นเธอก็ยิ้มอย่างโล่งใจ สะใจ

ส่วนนุชวิ่งไปหลบสารัตถ์ที่สวนหลังบ้าน สารัตถ์ตามไปทัน เธอพูดโดยไม่หันมองหน้าว่า

"เดี๋ยวพี่รัตถ์ช่วยตรวจแบบการ์ดแต่งงานด้วยนะคะ นุชต้องรีบส่งโรงพิมพ์แล้ว"

สารัตถ์นิ่งไปนานก่อนจะกล้าพูดโพล่งออกมาว่า "พี่คงแต่งงานกับนุชไม่ได้แล้วนะครับ" นุชช็อกนิ่งไปก่อนจะยกมือปิดปากร้องไห้จนพูดไม่ออก สารัตถ์เองก็เสียใจ เขาพูดน้ำตาคลอว่า

"พี่รักคุณนัน พี่ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าพี่จะรักเขามากขนาดนี้  พอพี่เจอคุณนันเลยมีตัวเปรียบเทียบ  พี่ถึงได้รู้ใจ

ตัวเองว่า ความรู้สึกที่พี่มีกับนุชมันเป็นความใกล้ชิดผูกพัน แต่กับคุณนัน..."

"พอแล้วพี่รัตถ์" นุชหันกลับมาน้ำตานองหน้า บอกเขาว่าไม่อยากฟัง ผลักเขาแล้ววิ่งหนีไป

สารัตถ์รีบไปดึงแขนเธอไว้ นุชหยุดโดยง่ายเพราะหมดแรงที่จะวิ่งไปไหนแล้วเอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น

ooooooo

หลังจากรุจิราคุยกับวารีและนวลใจจนหมดเปลือก แล้ว นันทวดีรีบวิ่งขึ้นข้างบนเงียบกริบ พอเข้าห้องก็ปิดประตูล็อก

วารีกับนวลใจเดินขึ้นไปอย่างร้อนใจ รุจิราตามไปห่างๆ  วารีทุบประตูห้องโครมๆตะโกนให้เปิดประตูเดี๋ยวนี้ นวลใจกับรุจิราหน้าเสียกลัวเรื่องจะรุนแรง

นันทวดีตั้งสติตีหน้าซื่อเปิดประตูออกมาถามว่ามีเรื่องอะไรหรือเสียงดังเชียว วารีไม่ปล่อยให้นันทวดีเล่นละครต่อไป เปิดฉากด่าเป็นชุด ก้าวเข้าไปผลักนันทวดีจนกระแทกตู้เสื้อผ้า นวลใจพยายามเรียกแม่เตือนสติแต่กลับถูกไล่ให้หลีกไป

นันทวดีบีบน้ำตาไหลพราก พูดเสียงปนสะอื้นว่า

"นันไม่ต้องการให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้เลยนะคะคุณย่า แต่นันห้ามมันไม่ได้ ห้ามมันไม่ได้จริงๆ นันกับคุณรัตถ์เรารักกันค่ะคุณย่า"

วารีตบหน้าฉาดใหญ่ด่าว่าหน้าด้าน นวลใจรีบเข้าไปขอร้องให้พอเถอะคุยกันด้วยเหตุผลดีกว่า ส่วนรุจิรายืนแข็งทื่อเป็นหุ่นทำอะไรไม่ถูก

"ไม่มีเหตุผลอะไรอีกแล้ว แกออกไปจากบ้านฉันเลยนะ ไปให้พ้น ไปสิ!"

นันทวดีวิ่งร้องไห้ออกจากห้องบีบน้ำตา เบี่ยงตัวจากรุจิราไป นวลใจร้องเรียกถูกวารีตวาดว่า จะไปเรียกมันทำไม จะไปไหนก็ช่างหัวมันแล้วทำท่าจะหน้ามืด นวลใจต้องรีบประคองให้ไปนั่งที่เตียง

นันทวดีวิ่งร้องไห้โฮออกมาจากบ้าน เห็นสารัตถ์กำลังวิ่งไล่ตามนุชมาพอดี นุชวิ่งขึ้นรถปิดประตูล็อกแล้วขับพรืดออกไป นันทวดีสวมรอยทันทีวิ่งร้องไห้ไปทางสนาม สารัตถ์หันมาเห็นหันกลับมาวิ่งไล่ตามนันทวดี พอคว้าตัวได้ก็กอดปลอบให้กำลังใจ

นุชอดหันมองตามไม่ได้ เห็นแล้วน้ำตาไหลอาบแก้มขับรถตะบึงไปไม่เหลียวมองอีกเลย

ooooooo

วารีทำใจไม่ได้จนต้องเข้าไปนั่งสงบอารมณ์ในห้องพระ เมื่อรุจิราจะกลับนวลใจขึ้นไปถามว่า จะลงไปส่งไหม วารีส่ายหน้าฝากนวลใจส่งแทนบอกว่า "ฉันอายคุณหญิงเธอจริงๆ"

เมื่อนวลใจจะออกไป วารีปรารภว่าวันนี้ตนคงทำกิริยาน่าเกลียดมากสินะ แล้วอดบ่นไม่ได้ว่า

"แม่บอกแล้วเห็นไหม ลูกเสือลูกตะเข้เลี้ยงยังไงก็ไม่เชื่อง"

นวลใจยกคำพูดของรุจิรามาพูดว่าสารัตถ์อาจเป็นคนเริ่มก็ได้ วารีไม่สนใจแต่ยังไงตนก็ไม่ไว้ใจนันทวดีอยู่ดี หูตาท่าทางเหมือนคนมีลับลมคมในเจ้าแผนการ ไม่หวังดีกับพวกเราแน่ ทั้งยังเชื่อว่านันทวดีต้องถูกแม่กับยายเสี้ยมมาให้บ่อนทำลายพวกเรา คิดแล้วเลยพานโทษธวัชว่าชักศึกเข้าบ้านมาทำลายลูกสาวตัวเองแท้ๆ

บ่นๆด่าๆแล้วก็คิดถึงนุชขึ้นมาถามว่าอยู่ไหน นวลใจบอกว่าออกไปหาสีดาตั้งแต่เช้าแล้ว   วารีสีหน้าดีขึ้นบอกว่าค่อยยังชั่ว แต่พอคิดได้ก็พูดปลงๆว่าจะช้าหรือเร็วก็ต้องรู้อยู่ดี

"บางทีนุชอาจจะรู้แล้วก็ได้นะคะคุณแม่" นวลใจฉุกคิดถึงที่นุชคุยกับตนเมื่อคืน

ooooooo

เมื่อคุณหญิงรุจิราออกมาที่ระเบียงบ้าน เจอสารัตถ์กับนันทวดี สารัตถ์พานันทวดีเข้าไปคุกเข่าอ้อนวอนแม่ "ให้โอกาสเราด้วยนะครับคุณแม่"

รุจิราบ่นอย่างหนักใจว่า รู้ไหมว่าที่ทั้งสองคนทำสร้างความลำบากใจให้ผู้ใหญ่ขนาดไหน เรื่องเสียชื่อเสียหน้าไม่ต้องพูดถึงมันไม่มีอะไรเหลือแล้ว สารัตถ์แก้ต่างปกป้องนันทวดีว่าเธอพยายามหนีตนด้วยซ้ำแต่ตนไม่ยอม ต้องตัดสินใจเลือก เพราะถ้าปล่อยไปมีแต่ต้องเสียใจด้วยกันทั้งสามคน

"นันฝากเนื้อฝากตัวกับคุณแม่ด้วยนะคะ เราเริ่มต้นไม่ดีเลย นันกลัวจะเป็นปัญหาให้คุณรัตถ์ไม่สบายใจ" นันทวดีเล่นบทคนดีไม่ซ้ำแบบ

"เธอรู้ตัวอย่างนี้ก็ดี ทำอะไรจะได้คิดให้มันเยอะๆ ฉันรักและฝังใจจะได้หนูนุชมาเป็นลูกสะใภ้ ใครหน้าไหนก็คงมาแทนที่ไม่ได้ง่ายๆ เธอต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างมากนะ ถึงจะเอาชนะใจฉันได้"

สารัตถ์เรียกแม่อย่างไม่สบายใจ แต่คุณหญิงไม่สนใจพูดต่อไปอย่างไม่อ้อมค้อมว่า

"ถึงเวลานี้ ใจคิดอะไรก็ต้องพูดไปเลย ทีลูกยังไม่เห็นถนอมน้ำใจใครสักคน แม่ขี้เกียจปั้นหน้าแม่เหนื่อย อยากกลับบ้านแล้ว" พูดแล้วหันเดินไปเลย สารัตถ์ปลอบใจนันว่าอย่าคิดมากเดี๋ยวค่อยโทร.คุยกันแล้วลุกตามแม่ไป นันทวดีจิกตามองตามพูดอย่างมาดหมายว่า

"ฉันจะทำให้แกลืมมัน แล้วจำชื่อฉันได้ขึ้นใจเลยล่ะ!"

ooooooo

นวลใจว้าวุ่นเมื่อนุชขับรถหายไปจากบ้าน โทร. ไปเล่าให้สีดาฟัง สีดาอยู่กับนัดดา พอนัดดารู้ว่าเกิดเรื่องกับนุชก็ตกใจเป็นห่วง

ทั้งนวลใจและสีดาช่วยกันโทร.เข้ามือถือของนุช แต่ โทร.คนละนับสิบครั้งก็ไม่มีการตอบรับ

นุชขับรถไปบ้านพักชายทะเลของครอบครัวที่หัวหิน แม้ความกดดันจะน้อยลงแต่ก็ยังไม่สบายใจ ลองกดโทรศัพท์ดูเห็นมีแต่แม่กับสีดาโทร.กันเข้ามานับสิบๆครั้ง เธอนึกน้อยใจเหมือนกันที่ไม่มีสายของสารัตถ์แม้แต่ครั้งเดียว พอดีสีดาโทร.เข้ามา นุชบอกเพื่อนทั้งน้ำตาว่ามีแต่แม่กับแขกเท่านั้นที่รักตนจริง

เมื่ออาเล็กกับอาใหญ่รู้เรื่องนุชต่างพากันสงสารเห็นใจ พอดีสีดาวิ่งเข้ามาบอกข่าวดีว่าติดต่อนุชได้แล้วเวลานี้ไปอยู่ ที่บ้านพักริมทะเลที่หัวหิน   นัดดาถามว่ารู้ใช่ไหมว่าบ้านอยู่ตรงไหน สีดาบอกว่าตนเคยไป

"พี่ว่าแขกตามไปปลอบเพื่อนเราดีกว่า อารมณ์แบบนี้ปล่อยให้อยู่คนเดียวไม่ค่อยดีหรอก เดี๋ยวพี่ขับรถให้เอง"

สีดาเห็นด้วยเพราะตัวเองก็ห่วงนุชมาก ทั้งอาเล็กอาใหญ่ สนับสนุนกันเต็มที่ การเดินทางจึงเริ่มขึ้นทันที

ooooooo

เมื่อสร้อยสอางค์กับพวงสร้อยรู้เรื่องจากนันทวดี สองแม่ลูกพากันกระดี้กระด้าที่ลูกสาวหลานสาวตนทำสำเร็จแล้ว คุยฟุ้งฝันเฟื่องจะได้เป็นพวกไฮโซกับเขาแล้ว แต่งตั้งกันเองและจองตำแหน่งกันเอง โดยพวงสร้อย จองเป็นคุณท่าน สร้อยสอางค์ให้เป็นคุณผู้หญิงเพราะอายุน้อยกว่า

ครั้นคุยถึงงานแต่ง พวงสร้อยถามว่าจะชี้แจงกับแขกอย่างไรเรื่องเปลี่ยนตัวเจ้าสาว นันทวดีบอกว่าไม่มีใครรู้ตัวเจ้าสาว ที่รู้กันก็มีแต่เฉพาะในเครือญาติที่ใกล้ชิดเท่านั้น

นันทวดีวางแผนว่า "รอให้นันแต่งงานก่อนเถอะ นันจะหาทางบีบเอาเงินสามสิบล้านของนันมาจากพวกมันให้ได้ นันไม่รอสามปีห้าปีหรอก คอยดูฤทธิ์นันมั่งก็แล้วกัน"

สร้อยสอางค์เตือนนันทวดีว่าอย่าลืมไถเงินนวลใจมาตัดชุดหรูๆให้แม่กับยายใส่ไปงานด้วย

ทั้งสามคุยกันอย่างกระเหี้ยนกระหือรือกับฐานะที่จะได้เปลี่ยนไป  นันทวดีเองก็มีความสุขมากที่เห็นแม่กับยายมีความสุข

ooooooo

นวลใจนำข่าวดีไปบอกวารีที่ห้องพระว่าตามตัวนุชเจอแล้ว อยู่ที่บ้านพักชายทะเลที่หัวหิน วารีเบาใจ เพราะที่นั่นมีป้าผิวดูแลอยู่ขาดเหลืออะไรก็ช่วยเหลือได้ หรืออาจให้คนขับรถเอาไปส่งก็ได้ ขอแต่ให้หลานได้อยู่พักใจให้คลายเศร้า

สีดากับนัดดาไปถึงบ้านพักที่หัวหินอย่างเร็ว พอรู้จากป้าผิวว่านุชไปท่องหนังสือที่ชายหาดก็รีบตามไป

นุชไปอ่านหนังสือแต่ไม่มีสมาธิจนต้องพับหนังสือเก็บ เดินลงทะเลไปอย่างสับสนเจ็บปวด แต่พอเดินไปจนน้ำท่วมเลยเอว ก็คิดถึงความรักความอบอุ่นที่ได้รับจากแม่และย่า เธอได้สติหยุดกึกพึมพำด่าตัวเอง

"ทำไมโง่ยังงี้"

นุชหันหลังเดินกลับเข้าชายหาดแต่ถูกคลื่นซัดดูดลงทะเลไปอีก นุชถลาหน้าคว่ำจมหายไปใต้น้ำ

โชคดีที่สีดากับนัดดามาตามหาที่ชายหาดพอดี เห็นคนจมน้ำจึงพากันลงไปช่วย นัดดาคว้าตัวนุชได้รีบอุ้มขึ้นมาวางที่ชายหาด สีดาถามนุชว่าเป็นอย่างไรบ้าง นุชบอกว่าขาตนเป็นตะคริว แล้วเล่าว่า

"นุชถูกน้ำดูดออกไป นุชสู้แรงไม่ไหวจริงๆค่ะพี่นัด"

"ไม่ต้องกลัวนะ นุชปลอดภัยแล้ว" นัดดาปลอบพลางนวดขาที่เป็นตะคริวให้ นุชร้องไห้ ความทั้งกลัวและรู้สึกผิดกับความคิดชั่ววูบ จนนัดดาสงสารกอดปลอบ "ไม่มีอะไรแล้วนะ ไม่ต้องกลัวนะครับ"

สีดามาช่วยนวดขานุช เหลือบมองทั้งคู่ คิดจับคู่ให้ในใจ คิดแล้วยิ้มดีใจกับแผนการของตัวเอง

ooooooo

สีดาเดาใจเพื่อนรักออก คาดคั้นถามจนนุชยอมรับว่าตัวเองคิดสั้นจริงๆ แต่พอนึกถึงหน้าคุณแม่กับคุณย่าก็คิดได้ว่ายังมีคนที่รักตัวเองอยู่ เขาคงเสียใจแทบขาดใจตายถ้าตนเป็นอะไรไป เล่าไปร้องไห้ไปว่า

"นุชเปลี่ยนใจจะกลับเข้าฝั่ง แต่ใต้น้ำมันเหมือนมีแรงดูดอะไรก็ไม่รู้ นุชถูกดูดจมน้ำไปเลย วินาทีนั้นนุชกลัวตายนุชอยากกลับไปหาคุณแม่หาคุณย่า แต่นุชทำไม่ได้แค่เสี้ยววินาทีเดียวนะแขก นุชจะไม่มีโอกาสได้เจอทุกคนอีกเลย นุชจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว"

สีดากอดเพื่อนรักร้องไห้ไปด้วยกัน ดีใจที่ยังมีกัน และกันอยู่

ตกเย็นสีดาบอกนัดดาว่านุชยังไม่อยากกลับกรุงเทพฯ คงยังทำใจไม่ได้ บอกให้นัดดากลับไปก่อนตนจะอยู่เป็นเพื่อนนุชเอง

นัดดาเองก็เป็นห่วงขออยู่เป็นเพื่อนอีกคน พูดสบายๆ ว่า ถือว่าเป็นการพักผ่อนทิ้งทวนก่อนกลับไปทำงานก็แล้วกัน สีดาดีใจเพราะอยากให้เขาอยู่อยู่แล้ว แต่เกรงใจไม่กล้าชวน

เมื่อตกลงกันได้แล้ว นัดดาชวนสีดาออกไปหาซื้อของใช้กัน สีดาเห็นด้วยเพราะตนก็หิวแล้วเหมือนกัน บอกให้เขารอประเดี๋ยว แล้วเธอก็เดินย้อนกลับไปที่บ้านพัก

เมื่อพากันไปเดินหาซื้อของ ระหว่างนั้นนัดดาพูดแสดงความเห็นใจนุชที่ต้องมาตั้งรับกับเรื่องที่คาดไม่ถึง แต่พูดเตือนสติว่า ถึงจะทำใจได้ยากแต่ตอนนี้ต้องตัดเรื่องนี้ทิ้งไปก่อน ตอนนี้เรื่องสำคัญกว่าอะไรทั้งหมดคือเรื่องสอบ ให้กำลังใจว่า "นุชมีสิทธิ์ได้เกียรตินิยมนะ พี่เชื่อว่านุชทำได้แน่ถ้ายังมีสมาธิกับมัน"

"นุชถึงหลบมาอยู่ที่หัวหินนี่ไงคะพี่นัด อยู่ที่บ้านอะไรๆ ก็ตอกย้ำให้นุชคิดถึงเรื่องพี่รัตถ์อยู่ตลอดเวลา"

"ดีแล้วล่ะครับ ถ้าที่นี่ช่วยให้นุชลืมอะไรๆได้บ้างก็อยู่ไปก่อนจะได้มีสมาธิท่องหนังสือสอบ ถ้านุชได้เกียรตินิยม คุณย่ากับคุณแม่นุชคงชื่นใจมาก จนลืมเรื่องร้ายๆไปได้เลย คิดซะว่าทำเพื่อท่านก็แล้วกันนะ"

"ค่ะ...คุยกับพี่นัดแล้วนุชสบายใจขึ้นเยอะเลย"

"พี่ก็ดีใจครับ ที่ช่วยให้นุชรู้สึกแบบนี้ได้" นัดดายิ้มอ่อนโยนอบอุ่น ทั้งสองเดินคุยกันไปเรื่อยๆด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลายสบายใจขึ้นทุกที

สีดามองเพื่อนกับพี่แล้วพึมพำยิ้มๆ "ฝันร้ายอาจจะกลายเป็นดีก็ได้นะนุช"

ooooooo
นันทวดีพาสารัตถ์ไปหายายกับแม่ที่บ้าน ทั้งยายกับแม่พากันต้อนรับสารัตถ์อย่างกระตือรือร้นสุดขีด สร้อยสอางค์พูดออกตัวว่าบ้านคับแคบไปหน่อย ส่วนพวงสร้อยนั่งมองสารัตถ์โมเมนับญาติชมเปาะว่า "หน้าตาหล่อเหลาเชียวหลานเขยยาย" นันทวดีทำเขิน ส่วนสารัตถ์เริ่มเรื่องอย่างใจจดจ่อว่า

"ผมจะให้คุณแม่มาพูดสู่ขอให้ เป็นเรื่องเป็นราวอีกทีนะครับ"

สร้อยสอางค์ทำเป็นปฏิเสธพัลวันว่าไม่ ต้องตนไม่ใช่คนมีพิธีรีตองอะไร พวงสร้อยรีบเสริมว่ายายก็เหมือนกัน เผลอพูดความจริงไปว่าขืนเรื่องมากเดี๋ยวไม่ได้แต่งกันพอดี พอถูกนันทวดีทักท้วงก็พูดแก้ว่า

"ยายเห็นว่าเราสองคนรักกันหรอกนะถึง ได้ไม่อยากเรื่องมาก"

ระหว่างนั้นสร้อยสอางค์กับพวงสร้อยแอบสบตาและ โบ้ยใบ้ให้กัน เมื่อพวงสร้อยทำไขสือ สร้อยสอางค์เลยพูดออกมาเป็นการโยนกลองให้พวงสร้อยว่า "คุณยายมีอะไรจะคุยกับคุณรัตถ์ก็พูดไปสิจ๊ะ"

พวงสร้อยถลึงตาใส่ ลูกสาวอย่างขัดใจแล้วจึงหันมาวางมาดพูดกับสารัตถ์ว่า

"คืองี้จ้ะ ไหนๆคุณก็มาแล้ว ยายก็อยากพูดๆให้จบไปทีเดียวเลย ตกลงคุณจะให้ค่าสินสอดเราเท่าไหร่เหรอคะ" นันทวดีทำฟอร์มท้วงติงยายว่าอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลย   สร้อยสอางค์แทรกขึ้นอย่างขัดใจว่า

"ไม่พูดได้ยังไงลูก มันเป็นธรรมเนียม ไหนๆก็มาแล้วจะได้ไม่ต้องเสียเที่ยว" พอสารัตถ์ถามว่าคุณแม่กับคุณยายจะเรียกเท่าไหร่ สร้อยสอางค์ชิงตอบว่า "ก็เรียกแต่พอสมควรแล้วกัน ไหนๆคุณก็เสียสินสอดให้นุชรีไปรอบนึงแล้ว เห็นใจน่ะค่ะ"

ระหว่างนั้น พวงสร้อยแอบชู 2 นิ้ว ขณะที่นันทวดีแบขึ้นไป 5 นิ้ว สร้อยสอางค์มองแม่กับลูกแล้วลังเล สารัตถ์มองอย่างรอคำตอบ พวงสร้อยรีบเปลี่ยนเป็นชู 3 นิ้ว นันทวดียังแบ 5 นิ้วตามเดิม

สร้อยสอางค์ได้แต่นั่งฉีกยิ้มให้สารัตถ์กล้าๆกลัวๆที่จะ เรียกค่าสินสอด

ooooooo

ส่วนวารีกับนวลใจโล่งใจที่รู้ว่านุช อยู่ที่บ้านพักชายทะเลกับสีดาและนัดดา โทรศัพท์ให้กำลังใจกันให้มีสมาธิดูตำราเตรียมสอบไม่ต้องไปเสียดายกับผู้ชาย โลเลแบบนั้น นวลใจขอให้ลูกโทร.มารายงานตัวทุกวันด้วย

ขณะนั้นเอง   วารีเห็นนันทวดีกลับมากำลังจะย่องขึ้นข้างบน ก็รีบวางสายจากนุชลุกไปแว้ดใส่

"นี่ เธอยังกล้ากลับบ้านนี้อีกเรอะ" นันทวดีทำเป็นมองตีหน้าเศร้า วารีไม่แยแสเอ่ยปากไล่ "กลับไปอยู่บ้านแม่เธอได้แล้ว บ้านนี้ไม่ต้อนรับคนอย่างเธอ หน้าเนื้อใจเสือ แย่งได้ แม้กระทั่งคู่หมั้นน้องตัวเอง"

นวลใจรีบบอกนันทวดีว่าให้ขึ้นข้างบน เสียคุณย่ากำลังอารมณ์ไม่ดี แต่นันทวดียังยืนเฉย พูดตอบอย่างเล่นลิ้นดื้อแพ่งว่า ตนไม่กล้าขัดคำสั่งของคุณพ่อออกไปจากบ้านนี้หรอก วารีจ้องตาเขียวปั้ด นันก็ยังพูดต่ออย่างท้าทายว่า

"บางทีหลังงานแต่งนันอาจจะชวนคุณรัตถ์ มาอยู่บ้านนี้ด้วยเลย จะได้ไม่ผิดเจตนารมณ์ของคุณพ่อ นันกลัวไม่ได้ 30 ล้านน่ะค่ะ" พูดเสร็จก็เดินบิดสะโพกขึ้นไป

วารีโกรธจนด่าไม่ออก หันมาถามนวลใจว่า เห็นไหมว่ามันจองหองกับแม่แค่ไหน นวลใจก็ยังแก้ต่างให้ว่านันเป็นคนตรง ใครๆก็ต้องอยากได้มรดกกันทั้งนั้น เลยถูกวารีดุว่า

"ขนาดนี้แล้วแม่นวลยังเข้าข้างมันอีกเรอะ ดูมันทำกับยัยนุชสิไม่สงสารลูกรึไง"

"ผู้ชายไม่หนักแน่นมั่นคงแบบ นั้น แต่งกันไปจะสงสารนุชมากกว่านี้นะคะ"

วารีหงุดหงิดที่นวลใจช่าง ไม่ได้ดั่งใจเลย พูดประชดว่า "ถ้าแม่นวลอยากเห็นแม่ตายเร็วก็ให้มันอยู่ที่นี่ต่อไป"

นวลใจขอให้ ผ่านงานแต่งไปก่อนค่อยให้ย้ายออกไป กระนั้นก็ยังไม่ถูกใจวารีอยู่ดี

ooooooo

ฝ่าย นันทวดีพอขึ้นข้างบนก็เข้าไปในห้องนอนของนุชรีด้วยสีหน้าชื่นมื่น เดินไปที่โต๊ะทำงาน เห็นการ์ดแต่งงานที่พร้อมจะส่งไปร้านทำการ์ดก็หยิบการ์ดรูปชายทะเลมีหญิงสาว กับชายหนุ่มจูงมือกันมองออกไปทางทะเล มีเขียนอักษร เอสแอนเอ็น บนพื้นทรายก็พึมพำอย่างสะใจ

"เธอออกแบบไว้ไม่เสียของจริงๆนะนุช   สารัตถ์ แอนด์นันทวดี" จากนั้นกรีดกรายไปยืนจ้องรูปนุชพูดกับรูปถ่าย "ขอบใจมากนะนุช การ์ดแต่งงานถูกใจพี่ที่สุดเลยจ้ะ"

หลังจากนันทวดีพา สารัตถ์ไปพบแม่กับยายแล้ว   วันรุ่งขึ้นสารัตถ์ก็พาเธอไปพบคุณหญิงรุจิรากับท่านนายพลสวีผู้เป็นพ่อตาม ที่คุณหญิงนัดแนะไว้

สวีไม่ยินดียินร้ายกับว่าที่สะใภ้และไม่สนใจ ลูกชาย พูดอย่างตัดใจว่าในเมื่อตัดสินใจกันแล้วตนกับแม่ไม่เห็นด้วยอย่างไรก็คง ทัดทานไม่ได้ คุณหญิงจึงเริ่มธุระที่นัดมาว่า เพื่อจะบอกว่างานแต่งคงต้องมีการเปลี่ยนแปลง สารัตถ์ถามอย่างร้อนใจว่า "ไหนคุณแม่บอกว่าจะไม่เลื่อนไงครับ"

"ฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะเลื่อนสัก คำ ใจร้อนกลัวไม่ได้แต่งเมียนักรึไง" พูดแล้วทิ้งจังหวะก่อนบอกว่า "เราจะลดขนาดงานให้เล็กลงหน่อย พ่อกับแม่คงเชิญเฉพาะแขกที่สนิทชิดเชื้อจริงๆ งานตอนเช้าจะจัดที่บ้าน    ส่วนงานเลี้ยงกลางคืนจากโต๊ะจีนจะลดเหลือแค่ค็อกเทล"

นันทวดีเจ็บ จี๊ดที่ใจแต่พยายามอดกลั้น  ส่วนสวีพอคุณหญิงพูดจบก็ถามทันทีว่าหวังว่าคงไม่ขัดข้องอะไรนะ สารัตถ์ นั่งอย่างอึดอัดหันมองหน้านัน  เธอฝืนยิ้มตอบเสียงใสฉะฉานแต่จิกกัดในทีว่า

"ดี ค่ะ จัดงานแต่พอเพียง"

ooooooo

นันทวดีแค้นใจที่คุณหญิงจัด งานแต่งไม่เลิศหรูอย่างที่เตรียมจัดให้นุช   ไปเล่าให้แม่กับยายฟัง   ด่าลับหลังว่า "พวกมันหลงอีนุชกันมาก หายใจเข้าออกก็อยากได้อีนั่นเป็นลูกสะใภ้ มันจะพูดจะทำอะไรไม่ได้ แคร์ความรู้สึกนันเลย"

สร้อยสอางค์ฟังแล้วเจ็บใจแทนบอกนันว่าใจเย็นๆ ไว้รอเข้าบ้านนั้นก่อนแล้วค่อยเอาคืน ให้ถอนหงอกมันรายตัวเลย ส่วนพวงสร้อยก็เสี้ยมหลานว่า

"ปรนิบัติพัดวีให้ผัวรักผัวหลงเอ็งคน เดียวก็พอ ส่วนพ่อแม่มันอย่าไปหงอให้มันเชียวนะ มันด่ามาก็ด่ามันกลับ ถ้าด่าสู้มันไม่ได้โทร.มาตามยาย ยายจะไปจัดการให้เอง" พูดแล้วถูมือไปมาอย่างมันมือ "กูจะได้ตบคุณหญิงก็คราวนี้ล่ะวะ"

"หลัง แต่งงานแกก็ลองทนอยู่บ้านเดียวกับพวกมันไปก่อน ถ้าทนไม่ไหวจริงๆก็ย้ายออกมาอยู่กันเอง รวยขนาดนั้นจะซื้อบ้านอีกกี่หลังก็ได้" สร้อยสอางค์ยุ นันพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ooooooo

เมื่อใกล้วันสอบ  นุช  สีดา  และนัดดาก็กลับกรุงเทพฯ นุชขอโทษแม่กับย่าที่ไปโดยไม่บอกก่อน ทั้ง แม่และย่าต่างเข้าใจ เห็นใจ พูดให้กำลังใจและปลอบใจ ทั้งลุ้นให้นุชสอบให้ได้เกียรตินิยมอันดับ 1 มาให้ได้ ผู้ชาย ดีๆมีอีกเยอะแยะ

สีดารีบสนับสนุนแอบมองไปทางนัดดาฝ่ายนั้นเลยแอบทำตา ดุใส่บ้าง

ต้อนรับปลอบขวัญกันแล้ว นวลใจชวนเข้าไปทานของว่างนั่งคุยกันในบ้านดีกว่า สีดารีบเห็นด้วย นวลใจโอบเอว สีดาเดินนำ วารีเข้าไปโอบเอวหลานสาวอย่างแสนรักตามไป ส่วนนัดดาเดินตามหลังเห็นความอบอุ่นน่ารักของคนในครอบครัวนี้ แล้วยิ้มอย่างสบายใจ

ตกบ่ายเมื่อนันทวดีกลับจากบ้านแม่ตัวเอง เจอนุชก็รีบเข้าไปประจ๋อประแจ๋แสดงความดีใจที่นุชกลับมาแล้ว แต่ครู่เดียวก็เอ่ยปากขอการ์ดแต่งงานที่นุชเตรียมไว้เพราะชื่อย่อของคู่บ่าว สาวเหมือนกันพอดี

นุชให้ตามคำขอแล้วขอตัวไปท่องหนังสือสอบ แต่พอนุชจะเข้าห้องนันทวดีก็ตามไปขออีกว่า

"วันงานแต่งพี่อย่าลืมไป นะจ๊ะนุช ไม่งั้นพี่คงไม่สบายใจ คิดว่านุชยังโกรธพี่อยู่"

นุชรับฟัง แล้วปิดประตูล็อกทันที  ต้องยืนสูดลมหายใจลึกๆเพื่อตั้งสติจึงเดินไปในห้องได้

ooooooo

วัน งานมาถึงแล้ว เช้านี้นัดดากับสีดาพากันวิ่งจ๊อกกิ้งอยู่ที่ชายหาด ครู่หนึ่งนุชเดินมาชวนกลับ กรุงเทพฯกัน ตนอยากไปงานแต่งของสารัตถ์คืนนี้ สีดา กับนัดดาฟังแล้วอึ้ง สีดาถามว่าจะไปทำไมให้ช้ำใจอีก

"ไปเพื่อจบ ความรู้สึกทั้งหมดไงแขก ถ้านุชกล้าไปงานคืนนี้แล้วผ่านมันไปได้ ทุกอย่างคงจบไม่น่ามีอะไรเลวร้ายกว่านี้ อีกแล้วล่ะ"

นัดดาก็เป็น ห่วงถามว่าแน่ใจแล้วหรือ นุชมองหน้านิ่ง ส่งการ์ดเชิญที่เป็นรูปสวนดอกไม้ให้เขาบอกว่า ตนรับปากเอาไว้ว่าจะใช้การ์ดแบบนี้เชิญเขา ไม่ผิดคำพูดเลย แค่เปลี่ยนชื่อเจ้าสาวนิดหน่อยเอง

สีดามองเพื่อนด้วยความเห็นใจ   นุชพูดให้ทั้งสองสะดวกใจสบายใจว่าจะไปหรือไม่ไปก็ไม่เป็นไรแต่ตนจะไป พูดอย่างพยายามกลั้นน้ำตาว่า

"ถึงไม่ได้แต่งงานกัน ก็เป็นพี่น้องกันได้ ไม่จำเป็นต้องเกลียดกันจริงไหมคะ" ว่าแล้วเดินนำกลับเข้าบ้านพักไปก่อน สีดากับนัดดามองหน้ากันอย่างตรึกตรองแล้วเดินตามเข้าไป

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 07:10 น.