ตอนที่ 12
เมื่อเกิดเรื่องฉาวโฉ่กระฉ่อนเมืองเช่นนี้ หาญพงศ์นัดพบกับนันทวดีที่สวนสาธารณะเงียบๆแห่งหนึ่ง พูดอย่างแค้นใจแทนนันทวดีว่า "พ่อผัวคุณนี่มันร้ายกาจจริงๆ กะฝังคุณทั้งเป็นเลยนะเนี่ย"
แม้นันทวดีจะเจ็บใจ แต่สิ่งที่กังวลมากกว่าเวลานี้คือ เมื่อโปรเจกต์ต่างๆล้มคว่ำหมดอย่างนี้แล้วตนต้องเอาเงินคืนเขาไหม หาญพงศ์ตอบไม่ได้แต่ตอนนี้แนะให้เธอหลบหน้าไปก่อนดีกว่า ถามว่าแล้วเธอจะหย่ากับสารัตถ์ไหม
"อยากให้ฉันหย่านักก็เอาเงินมาจ้างฉันสิ ประจานลงหนังสือพิมพ์ซะขนาดนี้ฉันไม่ยอมหย่าให้ฟรีๆหรอก" หาญพงศ์ถามว่าไม่กลัวเขาฟ้องเอาหรือ นันทวดีตอบอย่างมั่นใจว่า "คุณรัตถ์ไม่มีทางใจร้ายทำกับนันแบบนั้นได้ลงคอหรอก"
ส่วนงามพิศสะใจนักคิดไม่ถึงว่าสวีจะลงโทษนันทวดีด้วยวิธีนี้ รุจิราเห็นว่ายังน้อยไปด้วยซ้ำ พูดอย่างสะใจว่า "ป่านนี้คงอับอายจนแทรกแผ่นดินหนีไปแล้วล่ะ"
มีเสียงโทรศัพท์มือถือขัดจังหวะขึ้น รุจิราดูเบอร์แล้วบอกงามพิศก่อนกดรับสายว่า
"คุณลุงโทร.มา...สวัสดีค่ะคุณพี่ ฉันได้อ่านโฆษณาเตือนภัยนังจิ้งจอกนั่นแล้วนะคะ ถูกใจมากค่ะ หนามยอกต้องเอาหนามบ่งยังงี้ล่ะค่ะ คิดไม่ถึงจริงๆว่าคุณพี่จะสั่งสอนมันด้วยวิธีนี้" พูดแล้วรุจิรานั่งฟังปลายสาย สีหน้าที่ยิ้มแย้มค่อยๆเจื่อนลงจนกลายเป็นขรึม แล้วตอบรับปลายสายว่า "ได้ค่ะ ค่ะไม่เป็นไรค่ะ งานนี้ฉันออกหน้าเองค่ะ สวัสดีค่ะ"
พอตัดสาย งามพิศถามอย่างเป็นห่วงว่ามีอะไรหรือ รุจิราเล่าอย่างหนักใจว่า เย็นนี้สวีให้ตนพาสารัตถ์ไปคุยเรื่องหย่าที่บ้านวารี งามพิศถามว่าเขาจะยอมหย่าหรือ รุจิราบอกว่าถ้าไม่ยอม สวีให้ฟ้องหย่าทันที พูดแล้วทั้งป้าทั้งหลานสาวก็มองหน้ากันอย่างหนักใจ
ooooooo
นันทวดีหวาดกลัวว้าวุ่นสับสนวิ่งหาที่ปรึกษาขอความช่วยเหลือ รู้ว่าอนงควดีมักไปที่สปาหรูที่เคยไปประจำก็รีบไปหา ปรากฏว่าอนงควดีอ่านข่าวจากหนังสือ- พิมพ์ แล้วก็ร้อนตัวกลัวเรื่องจะสาวมาถึงตน เพื่อนสนิทเลยแนะว่าเธอต้องทำอะไรสักอย่างแล้วไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะตกเป็นเป้าสังคมรังเกียจตามไปอีกคน
ขณะที่อนงควดีกำลังว้าวุ่นใจนั่นเอง นันทวดีก็เข้าไปหาบอกเพื่อนรักว่าต้องช่วยตน เพื่อนที่ให้คำแนะนำเมื่อครู่นี้รีบปลีกตัวไปไม่อยากเกี่ยวข้องด้วย ส่วนอนงควดีก็รีบลุกมองนันทวดีอย่างคนแปลกหน้าบอกว่าทักคนผิดแล้วล่ะค่ะ แล้วหันไปถามพนักงานว่าห้องพร้อมแล้วใช่ไหม ว่าแล้วลุกหนีไป เมื่อนันทวดีเรียกอีกเธอบอกพนักงานว่า "พี่ไม่รับแขกนะคะ"
เมื่อถูกเพื่อนทิ้งกันแบบไม่มีเยื่อใยเช่นนี้ นันทวดีว้าเหว่มองไม่เห็นที่จะพึ่งพิงจึงขับรถไปที่บ้านแม่ แล้วก็ต้องสะอึกอึ้งเมื่อมีป้ายเขียนติดไว้หน้าบ้านว่า "ไปต่างประเทศ" แม้เธอจะทั้งกดออดและตะโกนเรียกคนในบ้านก็เงียบกริบ เลยต้องขับรถกลับไปอย่างหัวเสียท่ามกลางสายตาชาวบ้านที่ทำทีออกมาทำโน่นทำนี่แต่ที่จริงมาดูหน้าตัวจริงเสียงจริงของพวก "18 มงกุฎ" ที่ลงหนังสือพิมพ์หราในเช้านี้
นันทวดีขับรถออกจากบ้านแม่ไปปานคนหัวใจสลาย ในยามนี้ไม่มีแม้แต่คนที่จะพูดคุยด้วย เธอ
ขับรถกลับไปที่ร้านขนมของนุชไปจอดรถซุ่มอยู่เยื้องๆออกไป นั่งร้องไห้ในรถอย่างเจ็บปวด
ขณะนั้นเอง นัดดาขับรถมาหานุชเห็นเข้านึกสงสัยเลยลงจากรถไปถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า นันทวดีรีบเช็ดน้ำตาลงไปถามว่าเขาได้อ่านข้อความประจานตนในหน้าหนังสือพิมพ์ แล้วหรือยัง พอนัดดาบอกว่าอ่านแล้ว เธอก็ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก คราวนี้ไม่ใช่น้ำตาที่เจ็บปวดแต่เป็นน้ำตามารยาที่จะเรียกความสงสารสนใจจาก นัดดา
แล้วก็สำเร็จ เมื่อชายหนุ่มที่มีจิตใจดีขี้สงสาร ไม่อาจปฏิเสธการโผเข้ากอดอย่างหาที่พึ่งของเธอได้ เขาเพียงแต่กอดตอบหลวมๆ ลูบหลังเบาๆอย่างปลอบใจขณะฟังนันทวดีคร่ำครวญ
"นันโดนเพื่อนสนิทหลอก นันคิดไม่ถึงว่าเพื่อนรักจะทำกับนันได้ลงคอ ตอนนี้พ่อสามีก็ไล่นันออกจากบ้าน บ้านแม่นวลก็แสดงท่าทางรังเกียจนัน แม้แต่แม่กับยายแท้ๆของนันก็ปิดบ้านไม่ต้อนรับ นันไม่มีที่ไปแล้ว นันไม่เหลือใครแล้วจริงๆคุณนัด"
ครู่หนึ่ง นุชเอาถุงขนมมาส่งลูกค้าที่รถ เห็นภาพบาดตานั้นเข้าอย่างจัง เธอชะงักงันยืนอึ้งใจร้อนผ่าว ตัดสินใจหันหลังก้มหน้าเดินกลับเข้าร้าน แต่ใจยังร้อนรุ่มจนต้องเดินย้อนกลับมาดูอีกครั้ง จึงเห็นนัดดาประคองนันทวดีไปที่รถของเขาแล้วขับออกไป
กระนั้นเมื่อกลับมาหลับตานั่งคิดก็ยังพูดเหมือนสะกดจิตตัวเองว่า "อย่าคิดไปเอง รอฟังพี่นัดก่อน อย่าคิดไปเองเด็ดขาดนะนุช" ครู่หนึ่งจึงลืมตาขึ้น ดวงตาแดงก่ำเคลือบด้วยน้ำตา...แม้ใจจะสั่งให้เข้มแข็งแต่อารมณ์เตลิดไป แล้ว...
ooooooo
เย็นนี้ รุจิราพาสารัตถ์ไปพบนวลใจและวารีที่บ้าน พอเจอหน้าผู้ใหญ่ทั้งสองสารัตถ์สวัสดีแล้วถามทันทีว่านันทวดีอยู่หรือเปล่า พอนวลใจบอกว่าไม่อยู่ วารีก็ถล่มทันทีว่าคนหน้าด้านหน้าทนมีข่าวตัวเองแรงขนาดนี้ยังจะมีหน้าออกไป ไหนต่อไหนอีก รุจิราซ้ำว่าคนจิตใจกระด้างก็อย่างนี้แหละ
"หนูนันไม่อยู่ก็ดี เราจะได้คุยกันนอกรอบก่อน จะได้ไม่ต้องกระทบกระทั่งกันหนักกว่านี้" นวลใจเสนอ สารัตถ์รีบสนับสนุน รุจิราหมั่นไส้เลยพูดใส่หน้าลูกชายว่ากระทบกระทั่งหรือไม่ก็ต้องหย่ากัน อยู่ดี ทำเอาสารัตถ์หน้าจ๋อย วารีจึงชวนเข้าไปนั่งคุยกันข้างในดีกว่า
ที่ร้านขนม นุชยังต้องนั่งทำใจอยู่หลังร้าน จนสีดาที่เพิ่งกลับจากไปเที่ยวปายมาเข้ามาทักอย่างร้อนใจว่าเกิดอะไรขึ้น นันทวดีถึงโดนสวีลงโฆษณาประจานถึงขนาดนี้ นุชได้แต่
ถอนใจออกมา สีดาฟันธงว่า ว่ากันขนาดนี้ต้องหย่ากันแหงๆ เตือนนุชว่า "เธอต้องโดนหางเลขแน่ๆเลยนุช"
"เกี่ยวอะไรกับนุชล่ะ"
"เกี่ยวสิยะ ยัยนั่นเล็งๆพี่นัดของฉันอยู่ด้วย ผัวทิ้งยังงี้
มันต้องจับพี่นัดชัวร์"
นุชเงียบกริบไปเลยเพราะกำลังไม่สบายใจกับภาพบาดตาอยู่ก็มาถูกซ้ำด้วยคำเตือนของเพื่อนอีก
ooooooo
นัดดาขับรถพานันทวดีไปผ่อนคลายที่สวน สาธารณะ นันทวดีเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเล่าไปร้องไห้ไปแล้วยืนยันว่าตนไม่ยอมหย่าเด็ด ขาด ครั้นนัดดาถามว่าเธอจะทำอย่างไรให้พวกนั้นเชื่อว่าสิ่งที่เธอเล่ามาเป็นความ จริง นันทวดีพูดอย่างสิ้นหวังว่าพูดอย่างไรก็คงไม่มีคนเชื่อเพราะพวกเขาเกลียดตน มาก แล้วอ้อนนัดดาว่า
"อย่างน้อยมีคุณนัดเชื่อที่นันพูดก็ดีใจแล้วล่ะค่ะ..." นันทวดีกุมมือนัดดาไว้อย่างซาบซึ้ง เขาพยายามดึงมือออกแต่ ถูกเธอกุมไว้แน่น ซ้ำยังจ้องตาบอกเขาว่า "ขอบคุณมากนะคะ ที่ช่วยให้นันรู้สึกว่าโลกนี้ยังน่าอยู่ ทำให้นันอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป"
นัดดาขอร้องเธออย่าคิดสั้นเด็ดขาด นันทวดีฝืนยิ้มแล้วชวนกลับ เธอลุกเดินนำไป นัดดาลุกเดินตาม เขามีแต่ความเห็นใจ หารู้ไม่ว่านันทวดีที่หันหลังให้เขาอยู่นั้น กำลังยิ้มสะใจกับแผนการอ่อยที่สำเร็จง่ายดายของตน
เวลาเดียวกัน สีดาบอกนุชว่ามีเรื่องเครียดแบบนี้ต้องอัดของหวานเข้าไปแล้ว เอาขนมหวานมาตั้งเต็มโต๊ะ เหลือบไปเห็นสารัตถ์เดินเข้ามา นุชยกมือไหว้สีดาเลยต้องไหว้ตาม
สารัตถ์มาถามหานันทวดีเมื่อรู้ว่ายังไม่มาก็ฝากบอกว่าถ้ามาบอกให้กลับไปที่ บ้านนุชด้วย แล้วขอกลับไปรอที่บ้านก่อน สีดาเห็นท่าทางของสารัตถ์แล้วเตือนเพื่อนอย่างเป็นห่วงว่า
"เธอระวังถ่านไฟเก่าจะคุขึ้นมาด้วยล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าฉันไม่เตือน"
นุชจับขนมหวานยัดใส่ปากสีดาที่กำลังพูดบอกว่ากินเข้าไปจะได้ไม่พูดมาก แต่ตัวเองก็แอบคิดกังวลเหมือนกันกับเรื่องวุ่นวายที่จะตามมาภายหลัง
ooooooo
สารัตถ์เดินออกไป สวนกับรถของนัดดาที่พา
นันทวดีกลับมาพอดี เขาออกไปขวางรถ ทั้งสามคนเผชิญหน้ากันอย่างจัง นัดดาอึดอัดใจมาก สารัตถ์หึงจนพูดไม่ออก ส่วนนันทวดีแอบดีใจที่ทำให้ทั้งสองเผชิญหน้ากันได้
นัดดาพยายามที่จะชี้แจงกับสารัตถ์แต่เขาไม่ฟังเดินหน้าบึ้งไปเลย นันทวดีบอกนัดดาว่าช่างเถอะเดี๋ยวตนจะอธิบายเอง แล้วขอบคุณเขาสำหรับกำลังใจดีๆที่มีให้ตน นัดดายังมีแก่ใจบอกว่าถ้าคิดเครียดมากๆจนคิดจะทำอะไรแบบขาดสติก็ให้โทร.หาตน ก่อน นันทวดีทำท่าใจน้อยว่ากลัวเขาจะไม่รับสาย
"ทำไมผมต้องไม่รับสายล่ะครับ การแสดงน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเป็นเรื่องสมควรทำอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ครับ" พูดแล้วบอกนันทวดีให้รีบไปเคลียร์กับสารัตถ์เสีย เดี๋ยวเรื่องจะบานปลายไปใหญ่
"ค่ะ คุณก็รีบไปหานุชเถอะค่ะ ป่านนี้ชะเง้อคอมองหาคุณแย่แล้ว" พูดหยอกยิ้มๆ แต่ใจริษยามองหน้าเขาอ้อยอิ่งแล้วบอก "เดี๋ยวนันเดินกลับไปที่รถเองค่ะ"
นอกจากเจตนาอย่างอื่นแล้ว นันทวดีมีความรู้สึกลึกๆต่อนัดดาที่เขามีน้ำใจอย่างที่เธอไม่เคยเห็นและไม่เคยได้รับจากผู้ชายคนไหนมาก่อนเลย
ooooooo
เมื่อนัดดาเข้าไปที่ร้าน นุชกำลังขายขนมต้อนรับลูกค้าอยู่ เขาพูดเชิงบอกลอยๆว่าวันนี้รถติดจริงๆ นุชเงี่ยหูฟังว่าเขาจะเล่าอะไรอีก แต่เขาก็ไม่เล่าไพล่พูดว่าเห็นรถของแขกจอดอยู่ไม่รู้ตัวหายไปไหน นุชเลยได้แต่ถอนใจไม่พูดอะไรเหมือนกัน
จนสีดาเข้ามาชวนออกไปหาอะไรทานกัน เธอต่อว่านัดดาว่าทำไมมาช้า นัดดาตอบเรียบๆอย่างไร้พิรุธว่ารถติดเลยมาถึงช้า นุชได้แต่ฟังเงียบๆเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ
เมื่อสารัตถ์กลับไปที่บ้านวารี ไม่นานนักนันทวดีก็ตามไปถึง ฉากการเจรจาจึงเริ่มขึ้นอย่างตึงเครียด นันทวดีประกาศหัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็ไม่ยอมหย่า จนวารีลุกขึ้นมาชี้ให้เห็นผลที่จะตามมาว่า
"ถ้าเรื่องขึ้นศาลหล่อนแพ้เห็นๆ โกงเขาหน้าด้านๆขนาดนั้นแก้ตัวยังไงก็ฟังไม่ขึ้น พยานหลักฐานพยานบุคคลมัดตัวหล่อนแน่นจนดิ้นไม่หลุด ยังกล้ามาลอยหน้าเถียงฉอดๆจะไม่มีเงาหัวอยู่แล้วยังไม่สำนึก"
นวลใจหว่านล้อมว่าให้จบทุกอย่างเสียตอนนี้ เธอก็จะเจ็บตัวน้อยที่สุด รุจิราเสริมว่า
"ถ้าเธอยอมหย่ากับตารัตถ์ดีๆ ตอนนี้เธอก็แค่เอาเงินที่โกงใต้โต๊ะไปคืนเขาน่าจะ 3 ล้านใช่ไหม ก็จบแค่นั้น แต่ถ้าต้องฟ้องหย่า อย่าหาว่าพวกฉันใจร้ายใจดำนะ มันต้องเรียก
ค่าเสียชื่อเสียง ไอ้มรดกที่เธอได้มาอาจจะไม่พอก็ได้"
เมื่อถูกบรรดาผู้ใหญ่ยกเหตุผล ผลได้ผลเสียให้ฟังแล้ว นันทวดีลุกพรวดจะออกไป วารีไม่ยอมให้ไปไหนจนกว่าจะให้คำตอบรุจิราก่อนว่าเอาอย่างไร
นันทวดีหยุดกึก หันขวับจ้องหน้ารุจิราเขม็งอย่างโกรธจัด
แล้วในที่สุดนันทวดีก็ต้องยอมตามข้อเรียกร้องของรุจิรา ยอมคืนเงินใต้โต๊ะและยอมหย่า จากนั้นเธอขอเบิกเงินมรดกจากนวลใจอีก 10 ล้านเพื่อเอาไปใช้หนี้ 3 ล้านที่เอามา นวลใจพยายามหว่านล้อมให้เอาเครื่องเพชรเครื่องทองที่ซื้อมาไปขายเอาเงินไป ใช้หนี้ เงินมรดกจะได้อยู่เก็บไว้ใช้ต่อไป
นันทวดีถือว่าตนอยู่ในฐานะเป็นต่อ พูดอย่างไม่แยแสว่าถ้าไม่ให้เบิกก็ให้นวลใจโทร.ไปบอกรุจิราเลยว่าให้ฟ้อง หย่าไปเลย นวลใจเลยต้องตัดใจนัดว่าพรุ่งนี้เช้าไปธนาคารด้วยกัน นันทวดีพูดอย่างยโสว่า
"ช่วงบ่ายแล้วกันค่ะ นันอยากนอนตื่นสายๆสักวัน"
นวลใจต้องกลั้นใจก่อนสูดลมหายใจลึกๆอย่างควบคุมอารมณ์เต็มที่
ต่อมาเมื่อไปหย่าที่สำนักงานเขต นันทวดีเซ็นชื่อในใบหย่าอย่างไม่ลังเลไม่แยแส ผิดกับสารัตถ์ที่ละล้าละลังแต่สุดท้ายก็ยอมเซ็น อ้อนนันทวดีว่าเรายังเจอกันอีกได้ใช่ไหม นันทวดีถามว่าอยากโดนคุณแม่เขาจิกด่าอีกใช่ไหม สารัตถ์ต่อรองเป็นโทรศัพท์คุยกันก็ได้ เขาเดินตามไปสวมกอดนันทวดีไว้แน่นอ้อนว่า
"อย่าขาดการติดต่อไปนะครับ" แล้วยืนมองนันทวดีที่ผละไปอย่างไม่แยแสด้วยความอาลัยอาวรณ์
ooooooo
เมื่อรุจิรากลับไปบอกสวีว่าเจรจาทุกอย่าง เรียบร้อย สวีหันไปบ่นลูกชายว่าถ้าเชื่อฟังพ่อกับแม่แต่แรกก็ไม่มีเรื่องวุ่นวายเกิด ขึ้นมากมายอย่างนี้ รุจิราจึงวางแผนจะให้สารัตถ์กลับไปคบกับนุชใหม่ สารัตถ์ไม่ยอม รุจิรายื่นคำขาดว่า ตนจะไม่ตามใจเขาอีกแล้ว
"แล้วแม่คิดว่านุชจะมองผมอีกเหรอครับ เขามีท่านทูตตามประกบแจซะขนาดนั้น" สารัตถ์ถามประชดแล้วลุกเดินขึ้นข้างบน ไปเจองามพิศกำลังเก็บเสื้อผ้านันทวดีออกจากห้อง เขาขอร้องให้เว้นไว้สักอย่างได้ไหม งามพิศเลยออกไปงอนๆ สารัตถ์ หันไปหยิบเสื้อผ้าเหล่านั้นเข้าไปแขวนไว้ในตู้ตามเดิม
ooooooo
นัดดาสอบเลขานุการเอกอยู่คาดว่าปีหน้าคงไปประจำที่เมืองนอกได้ วารีชมปลื้มว่ายังหนุ่มแน่นอนาคตอีกไกล
ระหว่างนั้นนุชไม่ได้ร่วมพูดคุยด้วยเลย เธอแพ็กขนมไปเงียบๆจนวารีถามว่าไม่สบายใจเรื่องนันทวดีหย่ากับสามีหรือเปล่า ปรารภว่า "ย่าก็เหมือนกัน สังหรณ์ใจยังไงบอกไม่ถูก"
พูดแล้วชำเลืองไปทางนัดดาพูดตรงๆว่า "ใจฉันอยากให้คุณนัดไปทำงานต่างประเทศซะวันนี้พรุ่งนี้เลยจะได้พานุชไปด้วย"
นุชถามย่าเขินๆว่าตนจะไปได้ยังไง วารีบอกว่าจะจับคลุมถุงชนแต่งงานกันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
"ไม่ต้องรอย้ายไปต่างประเทศก็คลุมถุงชนได้เลยครับคุณย่า" นัดดายุย่าชอบใจ ทำเอาวารีขำ แซวว่าเห็นทำหงิมๆแต่ไม่เบาเหมือนกัน ส่วนนุชทำเป็นไม่สนใจก้มหน้าก้มตาแพ็กของแต่ในความคิดยังนึกถึงภาพบาดตาที่นัดดากอดปลอบนันทวดีที่ข้างรถแล้วพากันหายไป ร้ายกว่านั้นคือจนวันนี้เขายังไม่พูดถึงเรื่องนั้นเลย
ooooooo
หาญพงศ์พานันทวดีไปพักที่รีสอร์ตต้อนรับการกลับสู่ความโสดของเธอ นันทวดีถามว่าต่อไปไม่รู้จะหาเงินที่ไหนใช้อีกแล้ว หาญพงศ์บอกว่าไม่ต้องห่วงอยู่กับตนเธอไม่มีวันกระเป๋าแห้ง ให้เธอหลบอยู่ที่นี่ได้ตามที่ต้องการจนกว่าจะสบายใจ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน
เพียงวันรุ่งขึ้น หาญพงศ์ก็หาทางให้เธอลงทุนทำธุรกิจใหม่นั้นคือการเก็งกำไรทองเพราะทองตอนนี้กำลังราคาดี โดยเธอไม่ต้องทำอะไรแค่เซ็นเช็คให้เขาแล้วทองก็จะส่งมาถึงที่เลย ยุให้ซื้อทองรูปพรรณเพราะยังใส่ไปโชว์ได้ไม่เหมือนทองแท่งที่ซื้อมาเก็บอย่างเดียว
นันทวดีตกลงใช้เงินสองล้านในธุรกิจเก็งกำไรทอง พอได้รับเช็คหาญพงศ์ก็กลับไปทันที
ระหว่างเว้นจากการโอ้โลมของหาญพงศ์ นันทวดีโทร.ถึงนัดดา ทำเสียงเศร้าอย่างหดหู่กับชีวิต พูดให้นัดดาเป็นห่วงแล้วตัดสายให้เขาว้าวุ่นใจ ทิ้งระยะจนบ่ายแก่ๆก็โทร.ไปอีกครั้ง คราวนี้ร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับจะฆ่าตัวตายเดี๋ยวนั้น
นัดดาเป็นห่วงมากบอกให้ใจเย็นๆหยุดคิดสั้นและอย่าอยู่คนเดียว นันทวดีได้ทีอ้อนว่าตนอยู่คนเดียวตนไม่มีใครแล้ว นัดดาเป็นห่วงถามว่าอยู่ไหน เมื่อรู้รายละเอียดเขาบอกให้รอเดี๋ยวจะไปหา
พอวางสายจากนัดดา นันทวดียิ้มอย่างเจ้าเล่ห์มีความสุขที่อ่อยนัดดาได้สำเร็จ รีบแต่งหน้าแต่งตัวในชุดวาบหวิวคอยชายหนุ่มผู้มีน้ำใจงามที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา...
ooooooo
สารัตถ์ไปคอยดักพบนันทวดีที่ร้านของนุชบอกว่าจะกลับไปก่อนที่นัดดาจะมา แต่ไม่นานนุชก็ได้รับโทรศัพท์จากนัดดาบอกว่าวันนี้ติดธุระมาช่วยปิดร้านไม่ได้ สารัตถ์เลยถือโอกาสขอนั่งต่อไปจนกว่าจะปิดร้าน
สีดาหงุดหงิดมากที่สารัตถ์มานั่งเฝ้าที่ร้าน แอบโทร.
หาแววตาบอกว่าปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้แล้ว เดี๋ยวตนต้องไปรับแม่ด้วยทำไงดี
นัดดาขับรถไปรับนันทวดีเดินทางกลับกรุงเทพฯ เธอให้พาไปส่งที่คอนโดฯของหาญพงศ์โกหกว่ามาพักกับเพื่อน ชายหนุ่มลงมาช่วยขนของเธอลงจากรถ ระหว่างนั้น นันทวดีเอาโทรศัพท์มือถือโทร.หานุช
พอนุชรับสาย นันทวดีไม่พูดด้วย แต่แกล้งพูดเสียงดังเข้าโทรศัพท์ว่า
"ขอบคุณมากค่ะคุณนัด" เสียงนัดดาตอบว่าไม่เป็นไรครับแว่วเข้าไปด้วย จากนั้นก็ยังคุยกันถึงทางไปลิฟต์ เท่านั้นไม่พอ นันทวดีจงใจย้ำใส่โทรศัพท์ว่า "เดี๋ยวคุณนัดอยู่ทานข้าวเป็นเพื่อนนันบนห้องก่อนนะคะ"
นุชทนฟังไม่ได้กดตัดสายทันที หน้าร้อนผ่าวใจเต้นแรงจนต้องยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น
นัดดาปฏิเสธที่จะอยู่ทานข้าวกับนันทวดีเพราะต้องรีบกลับไปทำงานต่อ นันทวดีไม่ตื๊อแต่พออึดใจต่อมาเธอก็กดโทรศัพท์ถึงนุชอีก คราวนี้ส่งรูปภาพหน้าตัวเองกำลังยิ้มระรื่นไปเยาะเย้ยนุช
ขณะนุชกำลังยืนมึนอยู่นั้น สารัตถ์เข้ามาเตือนว่าลูกค้าถามว่ามีเค้กฝอยทองเหลืออีกไหม นุชสังเกตเห็นสารัตถ์ยิ้ม
แปลกๆ แล้วอีกครู่เดียวนันทวดีก็ได้รับรูปที่ส่งมาทางโทรศัพท์
พอเปิดดูก็โกรธเลือดขึ้นหน้าเมื่อเห็นเป็นรูปนุชกับสารัตถ์กำลังยืนยิ้มแย้มคุยกันอย่างสนิทสนมที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์
นันทวดีโกรธแค้นนุช แต่ที่แท้สารัตถ์เป็นคนถ่าย จนเมื่อได้เวลาจึงช่วยกันปิดร้านแล้วขอเดินไปส่งนุชที่บ้าน เจอนันทวดีขับรถมาอย่างโกรธแค้น พอเห็นสารัตถ์กับนุชก็รีบหลบ ซุ่มดูจนสารัตถ์ส่งนุชที่หน้าบ้านแล้วกลับ
ooooooo
คืนนี้ นันทวดีนั่งดักรอนุชที่ห้องโถง พอนุชเดินลงมาก็หาเรื่องทันทีถามว่าสารัตถ์ไปหานุชที่ร้านทำไม นุชบอกว่าเขามารอดักพบเธอ นันทวดีก็ไม่เชื่อ นุชไม่แยแสจะเดินไป ก็ถูกกระชากมาถามว่านุชเป็นมือที่สามทำให้ครอบครัวตนแตกใช่ไหม
"เมื่อไหร่คุณจะเลิกโทษคนอื่นแล้วมองการกระทำของตัวเองเสียที" นุชย้อนถามอย่างไม่พอใจ นันทวดีจับนุชเหวี่ยงไปกระแทกผนัง ด่าว่าปากแข็งแล้วเข้าไปจับแขนบีบเต็มแรง ด่าอีกว่านุชเกิดมาเพื่อแย่งทุกอย่างไปจากตน
นุชพยายามดิ้นจะผลักนันทวดีออก ทันใดนั้นนวลใจลงมาจากข้างบนร้องเสียงดัง
"ปล่อยน้องเดี๋ยวนี้!"
นันทวดียังไม่ยอมปล่อย นวลใจจึงเข้าไปกระชากเหวี่ยงจนนันทวดีกระแทกกับเก้าอี้โต๊ะอาหารล้มกระแทกพื้นอีกทอดหนึ่ง พอลุกขึ้นได้ก็ชี้หน้าด่านุชอีก "แกจงใจทำลายชีวิตฉัน"
"แกนั่นแหละที่จงใจทำลายพวกเรา" เสียงวารีตวาดลั่น "บ้านฉันร้อนเป็นไฟก็เพราะแก ตั้งแต่แกเหยียบเข้าบ้านฉัน ก็มีแต่เรื่องเดือดร้อน แกเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านฉันได้แล้ว บ้านนี้ไม่ต้อนรับคนอย่างแก"
นันทวดีได้ทีบอกให้จ่ายเงินอีก 10 ล้านมาแล้วตนจะไป นวลใจนัดทันทีว่าพรุ่งนี้จะจัดการให้แล้วขอให้ถือว่าเราไม่เกี่ยวข้องอะไรกันอีก นันทวดีก็ยังกวนประสาทจนได้ว่าถ้าได้เงินแล้วตนเปลี่ยนใจขึ้นมาใครจะทำอะไรตนได้
"หน้าด้าน" วารีด่า
"ขอบคุณค่ะ" นันทวดีเอ่ยเสียงหวานแล้วกรีดกรายไป ท่ามกลางสายตาของวารีและนวลใจที่มองตามไปอย่างเกลียดเข้ากระดูกดำ
ooooooo
หลังจากเฉดหัวนันทวดีออกจากบ้านไปได้แล้ว รุจิราเตรียมจัดงานวันเกิดตัวเอง โดยมีแผนบางอย่างเตี๊ยมกับงามพิศไว้ จนเมื่อวันเสาร์ก็ย้ำกับงามพิศอีกครั้งว่าอย่าลืมที่เตี๊ยมกันไว้ เราต้องทำทุกวิถีทางที่จะกู้คะแนนคืนให้สารัตถ์ งามพิศรับรองว่าจะไม่ยอมให้น้องสะใภ้หลุดมือไปอีกแล้ว รุจิราถอนใจบ่นว่าจะหนักใจก็ที่วารีนี่แหละ
งานนี้ทั้งวารี นวลใจ และนุชรีไปทำบุญอวยพรวันเกิดรุจิราด้วย รุจิราถือโอกาสเลียบเคียงถามความเห็นนวลใจว่าเด็กๆจะกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม เพราะสารัตถ์ก็ได้รับผลกรรมไปแล้ว
ไม่ว่ารุจิราจะหว่านล้อมอย่างไร นวลใจก็ยังคงยืนกรานว่าทุกอย่างต้องแล้วแต่ลูก ตนไม่อยากจะยุ่งเรื่องส่วนตัวของลูกอีกแล้ว รุจิราถามว่าถ้านุชยอมให้โอกาสสารัตถ์เธอจะขัดขวางไหม นวลใจก็ยังยืนยันคำเดิมว่า "นวลบอกแล้วไงคะว่าแล้วแต่นุชเขา"
"ได้ยินแบบนี้พี่ค่อยใจชื้นขึ้นหน่อย ถ้าคุณพี่ได้ยินคงดีใจมาก" รุจิราเข้าไปกอดนวลใจไว้อย่างมีความหวัง แต่นวลใจกลับหน้านิ่งอย่างหนักใจ
สวีเองก็ถึงกับช่วยพูดด้วยตัวเอง ถามนุชว่ายังโกรธสารัตถ์อยู่หรือเปล่า นุชตอบเรียบๆว่า
"นุชเป็นคนทำใจได้เร็ว แต่เจ็บแล้วจำค่ะ"
"จะจำไว้ให้รกสมองทำไมลูก คนที่มันคิดผิดไม่เชื่อฟังพ่อแม่ก็ได้รับกรรมไปแล้ว ถ้าเราไม่ให้อภัยคนสำนึกผิดจะมีแรงใจกลับเนื้อกลับตัวได้ยังไงล่ะลูก"
นุชฟังแล้วก้มหน้าไม่ตอบ ในใจเดาได้ว่าสวีกำลังพยายามทำอะไรอยู่
ooooooo
ส่วนนันทวดีพอรู้ว่าพวกวารีไปงานที่บ้านรุจิราก็ต่อว่านุชว่าไม่ชวนกันเลย นุชบอกว่าเจ้าภาพไม่ได้
เชิญ นันทวดีเลยฝากความคิดถึงสารัตถ์และรับอาสาจะไปดูร้านให้นุช
แต่พอนุชไปจริงๆ นันทวดีก็ไปซื้อของสดที่ตลาด
ลิ่วไปที่บ้านนัดดา เพราะเขารับปากไว้ว่าจะคุยกับอาเล็กอาใหญ่ให้ว่าเธอจะมาเรียนทำอาหารระหว่างที่ยังทำใจเรื่องสารัตถ์ไม่ได้
แต่วันนี้อาเล็กกับอาใหญ่ไม่อยู่ นันทวดีสั่งสาวใช้ให้
ขนของสดไปไว้ที่ตู้เย็นแล้วเดินไปหานัดดาที่สาวใช้บอกว่าทำสวนอยู่หลังบ้าน
พอเห็นนัดดาใส่เสื้อกล้ามทำสวนอยู่ นันทวดีหลงใหลรูปลักษณ์ชายชาตรีของเขาทันที หาทางอ่อยอย่างไรก็ไม่สำเร็จเลยใช้มุกเดิมๆ ทำเป็นช่วยฉีดน้ำรดต้นไม้แล้วทำน้ำรดตัวเองจนเปียกปอนผ้าแนบเนื้อ นัดดาจึงให้ขึ้นไปเอาเสื้อผ้าของตนเปลี่ยนไปก่อน
นันทวดีใส่เสื้อของนัดดาคลุมยาวลงมาจนเห็นแค่ขากางเกงสั้นๆ แพลมนิดๆ อาใหญ่กับอาเล็กกลับมาเห็นพอดี สองอามองตาค้างนึกว่าหลานชายตนพลาดท่าเสียทีแล้ว พอนัดดาเข้ามาอาเล็กจึงเรียกไปคาดคั้นที่ห้องนอน นัดดายืนยันว่าตนไม่ได้ทำอะไรอย่างที่อาเล็กคิด แล้วเล่าสาเหตุที่นันทวดี
ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฟัง ยืนยันหนักแน่นว่า
"อาเล็กครับ ผมเจอคนที่ผมรักและอยากใช้ชีวิตคู่ด้วยแล้ว ผมไม่หาเศษหาเลยกับคนใกล้ตัวหรอกครับ"
อาเล็กหยิกแขนนัดดาอย่างหมั่นไส้ ปรามว่าคนไกลตัวก็ไม่ได้ต้องอดเปรี้ยวไว้กินหวาน แล้วกำหนดกะเกณฑ์แกมบังคับว่า
"ตำแหน่งหลานสะใภ้ของอา อาล็อกไว้ให้หนูนุชรี
คนเดียวเท่านั้น ท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจเลยนะ ห้ามทำให้อาผิดหวังเด็ดขาด" พอนัดดารับปากอาเล็กยังไม่หายหมั่นไส้หยิกบิดอีกที นัดดาร้องเสียงหลงขำๆว่า
"พอแล้วครับอา จำขึ้นใจแล้วครับ"
แต่เวลาเดียวกันนั้น นันทวดีเข้าครัวไปเรียนทำอาหารกับอาใหญ่ ซึ่งอาใหญ่ก็สอนให้ด้วยความเมตตาเหมือนลูกศิษย์คนหนึ่ง นันทวดีดีใจที่เข้าได้ถูกทาง ยิ้มที่มุมปากอย่างมีแผนการในใจ
ooooooo










