ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    วิวาห์ว้าวุ่น

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    รถแล่นมาถึงหน้าบ้านปวีร์  ทุกคนลงจากรถมายืนยิ้มแย้มมีความสุข  พอปวีร์จะเดินนำเข้าบ้าน พจนีย์ ก็ท้วงขึ้นทันทีว่า

    "ลืมอะไรหรือเปล่าจ๊ะลูก"

    "ก็ไม่ได้ลืมอะไรนี่ครับคุณแม่"

    "จะพาเจ้าสาวเข้าหอ แต่ลืมเจ้าสาวไว้ในรถเนี่ยนะ แม่ไม่ไหวนะลูก"

    ปวีร์สะดุ้งนึกขึ้นได้  รีบเดินย้อนไปเปิดประตูให้ไอรดา

    "แต่งครั้งแรกก็งี้แหละครับ ไว้ต่อไปแต่งบ่อยๆเดี๋ยวก็ชิน อุ๊ย" ธงชัยรีบหุบปาก เพราะไอรดามายืนจิกสายตาใส่ ก่อนจะเดินสวยสง่าในชุดเจ้าสาวเข้าบ้าน นวลตองมองด้วยสายตาปลาบปลื้มชื่นชม

    "สวยจริงๆ ลูกสาวแม่"

    "ผมไม่แปลกหรอกครับ อย่างที่โบราณว่า ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่" ปยุตทอดสายตามองนวลตองอย่างกรุ้มกริ่ม แต่ก็เจอพจนีย์กระทุ้งศอกเข้าให้ ปยุตสะดุ้งยิ้มแหยๆ แล้วยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูก่อนหันมาพยักหน้าให้พจนีย์และนวลตอง

    "ได้เวลาแล้ว"

    ในห้องหอ ปยุตกับพจนีย์นั่งอยู่ปลายเตียงที่โรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบ กลีบบัว ดอกบานไม่รู้โรย และดอกรัก...

    ปวีร์กับไอรดากราบแทบตักของปยุตและพจนีย์

    "พ่อก็ได้อวยพรลูกๆไปหลายครั้งแล้ว สำคัญที่สุดก็คือลูกๆต้องมีความรักต่อกัน เพราะความรักคือการให้ ให้ความไว้วางใจ ให้อภัย ให้ความห่วงใย เอ่อ...แล้วก็...แล้วยังไงต่อนะคุณที่คุณให้ผมท่องน่ะ"

    "พอแล้ว ไม่เป็นไร...แม่ขอให้รักกันจนถือไม้เท้า

    ยอดทอง ตะบองยอดเพชร หนักนิดเบาหน่อยก็ต้องรู้จักอภัยต่อกัน แล้วก็...ถ้าจะมีหลานย่าให้อุ้มเร็วๆ ว่าที่คุณย่าคนนี้ก็จะดีใจที่สุดเลยล่ะจ้ะ"

    "ได้ครับ งั้นผมจะรีบทำให้คุณแม่สมหวังซะคืนนี้เลย"

    ไอรดาค้อนขวับ ขยับปากด่าไม่ออกเสียง นวลตองลงนั่งบนเตียง พูดกับเจ้าบ่าวเป็นเชิงฝากฝัง

    "ลูกสาวแม่อาจจะไม่ได้เก่งเรื่องการบ้านการเรือน หรือมีเสน่ห์ปลายจวักอะไร บางทีก็ใจร้อน เอาแต่ใจบ้าง บางครั้งก็ขี้เกียจ..."

    "แม่...พูดเรื่องดีๆมั่งก็ได้" ไอรดาท้วง

    "ก็ดีตรงที่เป็นเด็กกตัญญูไง...ยังไงก็ขอให้เอ็นดูลูกสาวแม่ด้วย มีอะไรก็ค่อยๆตักเตือน ค่อยๆปรับตัวกันไป ช่วยปกป้องคุ้มครอง แล้วก็อย่าทอดทิ้งลูกสาวแม่นะลูกนะ"

    สองคนก้มกราบนวลตอง เสร็จแล้วพจนีย์กำกับให้ปวีร์ นอนฝั่งขวา แต่ปวีร์ต่อรองขอนอนฝั่งซ้าย จะได้กอดเจ้าสาวให้ถนัด

    "นี่เลิกพูดเล่นได้แล้ว นอนลง" พจนีย์ปรามยิ้มๆ พอบ่าวสาวนอนเคียงกัน นวลตองยังไม่วายฝากปวีร์ดูแลไอรดาอีกครั้ง...

    "เอาละ พวกเราต้องออกไปแล้วใช่มั้ย" ปยุตลุกขึ้น พจนีย์และนวลตองลุกตาม

    ทันทีที่ประตูห้องปิดสนิท...ไอรดากับปวีร์ถอนใจ

    โล่งอกออกมาดังๆพร้อมกัน...สองคนนอนลืมตามองเพดาน แล้วปวีร์ค่อยๆตะแคงหันมองไอรดาด้วยสายตาแวววามกะลิ้มกะเหลี่ย ไอรดาตะแคงหันมาเห็น ถลึงตาใส่เขาทันที

    "อย่าเชียวนะ อย่าแม้แต่จะคิด"

    "คิดอะไร มาถึงขนาดนี้ไม่ต้องคิดแล้ว ทำจริงๆเลยดีกว่า" ปวีร์ส่งยิ้มยักคิ้วกรุ้มกริ่มให้ไอรดา...

    ที่หน้าบ้าน พจนีย์เพิ่งนึกได้ว่าลืมโทรศัพท์มือถือเอาไว้ ปยุตง่วงจัดเร่งภรรยาให้รีบเข้าไปเอา เดี๋ยวเราต้องไปส่งนวลตองอีกจะดึกไปกันใหญ่

    "แต่ว่า...โทรศัพท์ฉันอยู่ในห้อง...เอ่อ...ห้องหอน่ะ"

    "อ้าว...เอ...ตามประเพณีเขาให้เราย้อนกลับเข้าไปในห้องอีกได้เหรอ"

    "อันนี้ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันนะ แต่ถ้าเราก็แค่เคาะห้องเรียกให้เขาหยิบมาให้ตรงหน้าประตูก็คงไม่เป็นไรมังคะ"

    ขาดคำของนวลตอง...ทุกคนหันมองธงชัยเป็นตาเดียว

    "เอ่อ...จะดีเหรอครับ จะให้ผมไปเคาะห้องขัดจังหวะคู่บ่าวสาว เกรงว่ากรรมจะสนองกับตัวผมเองวันหลังน่ะครับ" ธงชัยออกตัวอย่างแหยงๆ

    "เรื่องแค่นี้จะต้องเกี่ยงกันให้เสียเวลาทำไม มา...ใครอยากเจอหน้าลูกอีกครั้งก็ตามมา" ปยุตเดินนำ พจนีย์กับนวล-ตองก้าวตาม...ธงชัยมองตามแล้วแอบยิ้มทะเล้น

    "เดี๋ยวเหอะ เดี๋ยวได้เจอช็อตเด็ดคนดังกันบ้างล่ะ"

    ooooooo

    ในห้องหอ ไอรดายังอยู่ในชุดเจ้าสาว เธอนำสิ่งของหลายอย่างมาวางเรียงเป็นแนวกั้นกลางแบ่งเตียงเป็นสองฝั่ง และสั่งปวีร์ห้ามยื่นแขนขาหรืออวัยวะใดๆล้ำเขตแดนมาเด็ดขาด ไม่งั้นเธอจะไม่รับประกันความปลอดภัยของเขา

    "โธ่...คุณเจ้าสาว อย่าให้เสียฤกษ์เสียพิธีสิครับ นี่ฤกษ์ ปูเตียงเคียงหมอน ส่งตัวเจ้าสาวเข้าหอเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็ ต้องถึงเวลาของ..."

    "ไม่ต้องพูดต่อเลยนะ ขอบอกว่าอย่า...แม้แต่จะคิด"

    ไอรดาเดินงุ่นง่านมองหาของเหมาะมือเป็นอาวุธ...หยิบรองเท้าส้นสูงของตนขึ้นมาเงื้อขู่

    "ฉันเตือนแล้วนะ เขตแดนฉัน ถ้าคุณขืนบุกขึ้นมา ก็เจอส้นสูงฉันไปแล้วกัน"

    "คิดเหรอว่าทั้งป้อมปราการนี่ แล้วก็อาวุธนั่น จะป้องกันการรุกรานของผมได้ วันนี้เขาเรียกวันดีเดย์ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมก็จะยกพลขึ้นบกให้สำเร็จให้ได้" ปวีร์ยิ้มตาวาวเหมือนเสือผู้หญิงกำลังจะขย้ำเหยื่อสาว

    "ก็เอาสิ ฉันจะฟาดรถถังคุณให้กระจุยเลย" ไอรดาไม่พูดเปล่า เงื้อรองเท้าเตรียมฟาด ปวีร์ถึงกับชะงักเสียววาบ...

    ปยุต พจนีย์ นวลตองมาถึงหน้าห้องแล้ว ทั้งสามคนกล้าๆกลัวๆที่จะรบกวนคู่บ่าวสาว แล้วยิ่งต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงซี้ดซ้าดและคำพูดสองแง่สองง่ามของทั้งคู่ดังรอดออกมา ...นวลตองเลยแนะนำให้ใช้มือถือของตนโทร.เข้ามือถือพจนีย์ ก่อนแล้วค่อย
    เคาะประตู

    เสียงสัญญาณมือถือในห้องดังขึ้น ทำให้ปวีร์กับไอรดายุติกิจกรรมที่กำลังทำกันอยู่ ปวีร์ในชุดกางเกงกับเสื้อกล้ามผละมาหยิบมือถือของแม่ พร้อมๆกับได้ยินเสียงเคาะประตู พอเขาเดินไปเปิด ปยุตรีบยกมือห้ามไม่ให้เขาออกมา บอกว่าโบราณถือคืนส่ง
    ตัวห้ามก้าวออกจากห้องอย่างเด็ดขาด...ปวีร์เลยยื่นมือถือให้แม่ พลางทำหน้างงๆว่าพ่อแม่และแม่ยายทำไมทำท่าแปลกๆพิกล

    แล้วทั้งสามคนก็กลับออกมาขึ้นรถในสภาพเงอะๆงะๆ เขินๆอายๆ เพราะเข้าใจเตลิดเปิดเปิงไปว่าปวีร์กับไอรดากำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม...ที่แท้แล้วปวีร์กำลังพยายามช่วยถอดชุดเจ้าสาวให้ไอรดาต่างหาก

    "เบาๆสิ ก็บอกว่ามันติด รูดแรงๆไปซิปมันโดนหลังฉันเนี่ย มันเจ็บ เข้าใจมั้ย"

    "โอ๊ย...ชุดบ้าอะไรเนี่ย ถอดยากถอดเย็น"

    "ก็ชุดเจ้าสาวไง"

    "ไม่ต้องบอกก็ได้ ผมแค่พูดเฉยๆ ไม่ได้ถาม แต่ก็เอาละนะ ถึงจะถอดยากแค่ไหน ผมว่ามันก็คุ้ม"

    "คุ้มอะไร หมายความว่าไงยะ ฉันแค่ให้คุณช่วยรูดซิปลง เพราะฉันเอื้อมไม่ถึงหรอกย่ะ ขอร้อง อย่าฝันหวานคิดไปไกล"

    "โอ๊ย แม่คู้ณ...จะอะไรนักหนา ก็ไหนคุณบอกว่าคืนแรกที่เจอกัน คุณก็เสร็จผมไปแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วนี่คุณเพิ่งจะมาทำหวงตัวอะไรเอาป่านนี้"

    "คืนแรกก็เรื่องของคืนแรก ไม่เกี่ยวกับคืนนี้"

    "แต่ตอนคืนแรก ผมทั้งง่วงทั้งเบลอจนจำไม่ได้ว่าทำอะไรลงไปมั่ง งั้นคืนนี้ผมจะขอทบทวนรื้อฟื้นความทรงจำแล้วกันนะ" พูดขาดคำปวีร์พุ่งเข้ารวบกอดเอวไอรดา แล้วพยายามยื่นหน้าจูบซุกไซ้ ไอรดาหวีดร้องพร้อมกับผลักไส ปวีร์ไม่สนใจ บุกตะลุย
    ตั้งใจจะจัดการไอรดาให้ได้

    "นี่...ถ้าไม่ปล่อยฉันตบจริงๆนะ"

    เมื่อเขาไม่ฟังและไม่หยุด ไอรดาเลยตบหน้าเขาดังฉาด ปวีร์ชะงักด้วยความเจ็บ แต่แล้วกลับฮึดขึ้นมาอีก ระดมจูบเธอพัลวัน จนที่สุดตกจากเตียงในสภาพนอนทับทาบปากประกบปากกันพอดิบพอดี...ทั้งคู่ตะลึงนิ่งกันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ไอรดาจะได้สติ
    ผลักปวีร์ออกไป

    "อี๋...แหวะ...น่ารังเกียจที่สุด...ออกไป๊"

    "แหม...มาทำรังเกียจ ทีเมื่อกี้ล่ะหลับตาพริ้ม"

    "ไอ้ขี้เม้าท์ ใครหลับตาพริ้มยะ ตาฉันแทบจะถลนออกมาอยู่แล้ว"

    "โห...ผมทำให้คุณตื่นเต้นขนาดนั้นเลยเหรอ"

    "ตื่นเต้นบ้าอะไรเล่า เขาเรียกตกใจตะหาก...ฉันเข้าห้องน้ำไปถอดชุดเองดีกว่า ให้คุณช่วยถอดฉันไม่ไว้ใจ"  ไอรดารีบเดินหนีเข้าห้องน้ำ ปวีร์อมยิ้ม ตะโกนไล่หลัง

    "รีบๆออกมานะ สามีจะนอนรอนะจ๊ะ" ว่าแล้วปวีร์ ก็จัดหมอนจัดเตียงหมายมั่นปั้นมือว่าคืนนี้ยังไงซะไอรดาก็ไม่รอดจากตนแน่ๆ

    ผ่านไปครู่ใหญ่ ไอรดาออกจากห้องน้ำในชุดมิดชิดรัดกุมหลายชั้น ปวีร์เห็นแล้วแทบหมดอารมณ์

    "คุณจะแต่งชุดนี้นอนจริงๆเนี่ยนะ"

    "ใช่...ฉันรู้นะว่าคุณคิดอะไร ฉันก็ต้องเซฟตัวเองไว้ก่อนสิ"

    "คิดเหรอว่าจะหยุดผมได้"

    "ก็น่าจะได้นะ กว่าคุณจะถอดชุดฉันได้ก็คงเช้าพอดี ฉันใส่ทับอยู่สิบกว่าชุดข้างในเนี้ย รีบนอน แล้วก็เลิกฟุ้งซ่านซะ"

    "เฮ้อ คุณนี่เป็นเจ้าสาวที่แย่ที่สุดในโลก มีอย่างที่ไหน คืนส่งตัวแท้ๆก็ยังไม่ยอมทำการบ้าน"

    "สมน้ำหน้า" พูดเสร็จเธอล้มตัวลงนอนบนเตียง...ปวีร์ หมั่นไส้ยื่นหน้ามาโวย

    "นี่ยังกล้ามาสมน้ำหน้าผมเหรอ เดี๋ยวปั๊ด"

    "อ๊ะๆๆ อย่าล้ำเขตแดนมาเด็ดขาด นี่ฉันเตือนครั้งสุดท้ายแล้วนะ"

    ปวีร์อึดอัดขัดใจ หันซ้ายหันขวาทำอะไรไม่ถูก โวยขึ้นดังๆก่อนทิ้งตัวลงนอนในเขตของตนอย่างหงุดหงิด "โธ่โว้ย..."

    ไอรดาแอบยิ้ม แต่ยังระแวงระวัง เหลือบตามองปวีร์ ที่นอนหันหลังให้ เห็นนิ่งอยู่พักหนึ่ง พลันจู่ๆปวีร์ก็ลุกพรวดยื่นหน้ามาจนไอรดาสะดุ้งโหยงตกใจ

    "ก็ได้...คืนนี้ฝากไว้ก่อน อยากรู้เหมือนกันว่าคุณจะรอดไปได้ซักกี่คืน"

    ooooooo

    เช้าแล้ว ไอรดาตื่นมาไม่เห็นปวีร์บนเตียง สำรวจเนื้อตัวของตนเสื้อผ้ายังอยู่ครบถ้วน...อีกครู่ลงมาข้างล่าง เห็นปวีร์นั่งจ้องจอทีวีตาแป๋ว มาตติกากำลังสอนโยคะให้สาวๆผู้รักสุขภาพ

    "นี่คุณมาตที่เจอวันนั้นนี่ เขาเป็นครูสอนโยคะออกทีวีด้วยเหรอ เอ๊ะ ว่าแต่คุณสนใจเรื่องโยคะตั้งแต่เมื่อไหร่"

    "เอ่อ...คือ..." ปวีร์อึกอัก

    "อ๋อ สนใจครูสอนโยคะล่ะสิ น่าเกลียดที่สุดเลย เมื่อคืนเพิ่งแต่งงานกับฉัน เช้ามาก็ส่องดูส่วนสัดของผู้หญิงคนอื่นซะแล้ว"

    "เอ๊า ก็หรือจะให้ดูส่วนสัดของคุณ เอาสิ จัดมาเลย"

    "ฝันไปเหอะ คุณไม่มีวันได้แอ้มของหวานหรอก"

    "ไม่เป็นไร งั้นผมขอดูนี่ก่อน...หลบไปสิ"

    ไอรดาถูกผลักไปพ้นจอทีวี เธอหมั่นไส้เขาเหลือกำลัง คว้ารีโมตมากดปิดมันซะเลย

    "จะปิดทำไมเนี่ย"

    "ก็จะปิดอ่ะ มีอะไรมั้ย"

    "อ๋อ นี่คุณท่าจะหึงผมล่ะสิ"

    "ใครไปหึงคุณยะ เอ้านี่ อยากดูก็ดูไป" ไอรดาเขวี้ยงรีโมตใส่เขา แล้วเดินหนีไปอย่างขัดใจ

    จากนั้นอีกพักใหญ่ๆ ปวีร์ก็ไปนั่งเซ็งอยู่ที่บ้านธราดล บ่นแล้วบ่นอีกว่ามีเมียแย่ๆเหมือนมีแม่มดในบ้าน แต่ถ้าได้อย่างคุณมาต เขาจะไม่บ่นซักนิด

    "ไอ้ปวีร์ แกเคยได้ยินอะไรมั้ย"

    "ได้ยินอะไร"

    "กาเมสุมิจฉา จารา เวระมณี..."

    "พอ...พอเลยไอ้ดล ทำไมฉันจะไม่รู้จักศีลข้อ 3 แต่คุณมาตเขายังไม่แต่งงาน ก็เท่ากับฉันไม่ได้ไปยุ่งกับเมียคนอื่นซะหน่อย"

    "เอ๊ะ ไอ้นี่ ฉันไม่ได้หมายถึงคุณมาตเขา ฉันหมายถึงแกนั่นแหละ แต่งงานแค่ข้ามคืนก็ลืมซะแล้ว แกน่ะมีเมียแล้วนะ"

    "ของฉันไม่นับเว้ย"

    "ไม่นับได้ไง จัดงานแต่งซะเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนั้น"

    "แต่ฉันก็เล่าให้แกฟังไปแล้วไง ยัยไอจ้องจะจับฉัน ก็เพราะหวังเงินก้อนใหญ่ ถ้าฉันเป็นฝ่ายขอหย่ายัยนั่นก็จะได้เงินสี่สิบล้านทันที เห็นไหมผู้หญิงคนนี้ไม่ได้รักฉัน ไม่ได้จริงใจกับฉัน แกก็รู้"

    "แต่ถึงยังไงฉันก็ไม่อยากจะช่วยแกทำเรื่องที่มันผิดศีลธรรมนะ แล้วอีกอย่างฉันเองยังเอาตัวไม่รอดเลย ไม่เห็นเหรอ ตั้งแต่เกิดจนปูนนี้ฉันเคยมีแฟนซักคนมั้ย"

    "ไม่เคยเลยว่ะ แต่ก่อนฉันยังคิดว่าแกเป็นเกย์ด้วยซ้ำ"

    "นั่นไง แล้วดูแกสิ เพลย์บอยยังเรียกพ่อ ฉันยังไม่เคยเห็นแกจีบใครแล้วไม่สำเร็จเลยสักราย"

    "แต่กับคุณมาตมันไม่เหมือนกันเว้ย ผู้หญิงดีๆอย่างคุณมาต เขาไม่ยอมคุยกับคนที่แต่งงานแล้วอย่างฉันแน่ๆ ถ้าไม่มีแกไปด้วย ฉันคงเนียนลำบาก"

    "แล้วฉันจะสวดมนต์ไหว้พระไปทำไมให้เมื่อยปาก ถ้าฉันยังช่วยให้แกทำผิดศีลน่ะ"

    "เออ ก็ได้ ไอ้เพื่อนรัก แกคงอยากเห็นฉันแก่ตัวไปกับยัยแม่มดที่ไม่ได้รักฉัน และฉันก็ไม่ได้รักเขาอย่างงั้นใช่มั้ย ฉันนะอุตส่าห์ได้เจอกับคุณมาต ผู้หญิงคนเดียวที่ฉันคิดอยากจะรัก อยากจะคบหาจริงจัง แต่แกกลับไม่ช่วย ฉันว่าแกคงอยากเห็นฉันไม่มี
    ความสุข ไม่สมหวัง ห่อเหี่ยว..."

    "พอๆๆ เอาละ เย็นนี้คุณมาตเขาจัดกิจกรรมเล็กๆที่บ้านเขา แกเอาการ์ดเชิญของฉันไปร่วมกิจกรรมกับเขาแล้วกัน"

    "ต้องอย่างงี้สิวะ ไอ้เพื่อนยาก" ปวีร์เริงร่ารับการ์ดจากธราดลไป...

    ooooooo

    ขณะปวีร์ไปปรับทุกข์กับธราดล...ไอรดาก็เผ่นกลับไปหาปุ๊กกี้ที่บ้านเช่า โดยที่แม่นวลตองของเธอก็ยังอยู่ แต่นวลตองก็ตั้งใจไว้ว่าจะกลับพัทยาเร็ววันนี้...แล้วนวลตองแอบได้ยินไอรดา กับปุ๊กกี้คุยกันเรื่องปวีร์ที่ไอรดาไม่ได้อยากแต่งงานด้วยสักนิด นวล
    ตองเลยอยู่เฉยไม่ได้ ทำการคาดคั้นลูกสาวอย่างเอาเป็นเอาตาย

    "แม่ได้ยินลูกพูดทำนองว่าถ้าใช้ชีวิตคู่กับนายปวีร์ก็คงต้องเจ็บช้ำเสียใจไป จนตาย บอกมานะว่ามันหมายความว่ายังไง"

    "เอ่อ...คือ...ไอแค่พูดเล่นน่ะค่ะแม่"

    "แต่ชีวิตคู่ไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดเล่นนะ แม่ว่านะ ถึงเราจะพลาดพลั้งตกเป็นของเขา แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะไปทนอยู่กับเขา ถ้าเราไม่ได้มีความสุขจริงๆ"

    "แม่หมายความว่ายังไงเหรอจ๊ะ"

    "ก็หมายความว่า ถ้าลูกแม่ไม่มีความสุข แม่จะไปสบายใจได้ยังไง เอางี้ แม่ว่าถ้าลูกต้องทนอยู่กับอนาคตที่ไม่แน่นอน เราขอเลิกกับเขาตอนนี้ซะเลยดีมั้ย"

    ไอรดาตาเหลือกนึกถึงเงินสี่สิบล้านที่ลอยหายไป เพราะถ้าเธอขอหย่าก่อนเธอจะไม่ได้อะไรเลย จึงปฏิเสธพัลวัน ปุ๊กกี้ซึ่งแอบฟังอยู่ก็อ้าปากค้างตกใจ

    "ไม่ต้องกลัวลูก แม่รู้ว่าไอกลัว เราผู้หญิงยังไงมันก็เสียเปรียบวันยังค่ำ แต่ถ้าเราไม่มีความสุขแล้วจะไปใช้ชีวิตอยู่กับเขาได้ยังไง จริงไหม แม่จะไปหาผู้พัน"

    "ไม่ได้นะแม่ ยังไงไอก็ไม่ยอมหย่า ไออุตส่าห์มาถึงขนาดนี้แล้ว"

    "นี่เอาแต่คิดเรื่องเงินนั่นอีกแล้วใช่มั้ย จะรอให้เขาเป็นฝ่ายหย่าเพื่อจะได้เงินสี่สิบล้านอะไรนั่นใช่ไหม"

    "ก็...ก็ไม่เชิงหรอกแม่ แต่มันก็ดีกว่าไม่ได้อะไรไม่ใช่ เหรอ"

    "ชีวิตเราสองคนก็ไม่ได้ถึงกับอดอยาก ที่ซุกหัวนอนก็มี อะไรที่นอกเหนือไปจากนี้ แม่ว่ามันเกินจำเป็น เอามั้ย ถ้าไม่อยากอยู่ก็เจรจาแยกทางกันซะ แล้วขนเสื้อผ้ากลับมานอนนี่"

    "ไม่เอาค่ะแม่ ไอแฮปปี้ดี ไอพูดเล่นน่ะ จริงๆ คุณปวีร์ เขาก็ดีกับไอม้ากมาก...โอ๊ย มีความสุขจะตายไป มีความสุขเว่อร์เลยแม่ เมื่อคืนเนี้ย"

    "งั้นก็แล้วแต่ลูกเถอะ แต่จำเอาไว้นะ ถ้าจะอยู่กับใคร ลูกต้องรักเขาให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็เดินออกมาซะ หรือถ้าลูกไม่เดินออกมา แม่นี่แหละจะเป็นคนฉุดลูกออกมาเอง"

    ไอรดาพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่แม่พูด แต่แล้วลอบถอนใจด้วยความรู้สึกกลัดกลุ้ม ยิ่งพอลับหลังแม่ ไอรดาถึงกับนั่งกอดเข่าเหมือนคนคิดไม่ตกอยู่ต่อหน้าปุ๊กกี้

    "ไม่เห็นต้องเครียดเลย ถ้าแกอยากให้แม่แกสบายใจ แล้วก็จะได้ไม่ต้องเสียแผนกับเงินสี่สิบล้านนั่น แกต้องทำยังไงรู้มั้ย"

    "ทำยังไง?"

    "แกก็แค่สร้างภาพให้แม่เห็นว่าแกกับคุณปวีร์อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข รักกันหวานชื่น ก็แค่เนี้ย"

    "พูดน่ะมันง่ายนะ แต่ฉันกลัวว่าถ้าแม่รู้ความจริงเมื่อไหร่ อย่าว่าแต่สี่สิบล้านเลย สี่สิบบาทก็ยังจะไม่ได้ด้วยซ้ำ"

    "ใช่...ดูๆแล้วแม่แกคงไม่ยอมเอาเงินของผู้พันปยุตอะไรนั่นแน่ๆ เอาน่ะ แกอย่าเครียดเลย อย่างน้อยถ้าแม่แกรู้ว่าแกทำเพื่อเขา เขาก็คงจะเข้าใจแหละ แต่บางทีฉันก็รู้สึกนิดๆเหมือนกันนะว่าแกกำลังจะกตัญญูแบบไม่ถูกทางหรือ เปล่า"

    "แกจะมาพูดอะไรป่านนี้ ฉันมาไกลแล้วน่ะ คงกลับหลังไม่ได้แล้ว อุตส่าห์หาทางแต่งงานจนสำเร็จ ตอนนี้ก็เหลืออีกแค่ขั้นตอนเดียว"

    "ก็คือทำให้เขาทนแกไม่ได้จนต้องยอมขอหย่ากับแกใช่ไหม"

    "ใช่...แล้วฉันก็จะได้เงินสี่สิบล้านตามสัญญา แต่ถ้าฉันไม่เดินหน้าต่อ ทุกอย่างที่ทำมามันก็สูญเปล่าหมดสิ"

    "ถ้างั้นแกก็ไม่มีทางเลือก ยังไงก็ต้องสร้างภาพให้เนียนที่สุด ให้แม่แกเชื่อให้ได้ว่าแกรักคุณปวีร์เขาจริงๆ แล้วก็มีความสุขกับชีวิตแต่งงานนี้ด้วย"

    "ไม่ใช่แค่ให้แม่ฉันเชื่อหรอกนะ ฝ่ายพ่อแม่เขาก็ด้วย ยิ่งคุณพ่อเขาสนิทกับแม่ฉันขนาดนี้ มีอะไรเขาคงรู้ถึงกันแน่ๆ"

    "เฮ้อ...แกจะรอดไหมวะไอ ดูๆแล้วไอ้สัญญาค่าหย่าสี่สิบล้านอะไรนี่ มันไกลเกินความเป็นจริงซะเหลือเกิ๊น แกเอ๊ย"

    ไอรดาฟังแล้วยิ่งหนักใจ เป็นกังวลมากขึ้น...ฝ่ายแม่ นวลตองของไอรดาก็ยังไม่สบายใจ เธอตัดสินใจโทร.ไปหาปยุต บอกเล่าเรื่องที่ได้ยินไอรดาเปรยว่าไม่มีความสุขกับชีวิตแต่งงาน เธอเลยอยากจะนัดคุยกับเขาก่อนที่เธอจะกลับพัทยา ปยุตตกลงทันที
    ทันใด ให้นวลตองนัดมาเลยว่าที่ไหนเมื่อไหร่...โดยปยุต ไม่รู้เลยว่าพจนีย์แอบฟังอยู่ หูกระดิก ตาลุกวาวด้วยความหึงหวง แต่เธอไม่กระโตกกระตากให้ไก่ตื่น ทำเป็นหันมาพูดคุยกับขวัญตาที่มาขออนุญาตพาไข่มุกลูกสาวตัวน้อยที่ตอนนี้ ไม่มีคนดูแลที่
    บ้านนอก จะขอเอาไปอยู่บ้านปวีร์ด้วยกันกับเธอ

    "ฉันไม่ติดอะไร จะไปอยู่บ้านตาปวีร์ ขวัญตาก็ไปคุยกับเจ้าของบ้านเขา"

    "ตามสบายเถอะ ลูกสาวขวัญตากับธงชัยนี่ ฉันเคยเห็นแต่แบเบาะ ไม่รู้ป่านนี้โตแค่ไหนแล้วนะ" ปยุตแซมขึ้นมา แล้วทำเป็นนึกได้บอกคุณหญิงว่า "เอ้อ เดี๋ยวเย็นนี้ผมจะออกไปข้างนอกนะ นัดกับคนคนนึงไว้ มีธุระต้องพูดคุยกันนิดหน่อยน่ะ"

    พจนีย์ไม่พอใจ แต่ต้องฝืนใจตอบว่าตามสบาย...ว่าแล้วก็แอบหรี่ตา ทั้งระแวงทั้งหมายมั่นปั้นมือจ้องจะจับผิดสุดๆ

    ooooooo

    ด้านปวีร์ หลังได้การ์ดเชิญของธราดลเป็นใบ เบิกทางไปพบมาตติกาถึงบ้าน ปวีร์หลงฝันหวานว่าจะได้ใกล้ชิดกับเธอสมใจอยาก แต่กลับกลายเป็นว่า ปวีร์ต้องมานอนให้พยาบาลทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพด้วยวิธีดีท็อกซ์สวนทางทวาร ปวีร์เจ็บถึงร้องจ๊าก
    จะลุกหนีก็หมดสิทธิ์ เพราะพยาบาลแต่ละคนไซส์ยักษ์กันทั้งนั้น

    ขณะที่ปวีร์กำลังทุกข์ทรมานอยู่นั้น...ไอรดากลับกำลังยิ้มหวานมีความสุขอยู่ ต่อหน้ารุจน์ที่สำนักพิมพ์ของเขา รุจน์ ได้ดูรูปแต่งงานของไอรดากับปวีร์คืนก่อน เขาชมว่าไอรดาสวยมาก ไม่เคยเห็นงานไหนที่เจ้าสาวจะสวยสมบูรณ์แบบ อย่างนี้มาก่อน...
    ไอรดายิ้มแก้มแทบแตก เหมือนสาวน้อยที่เขินอายเมื่ออยู่หน้าชายหนุ่มในฝันของตน

    "สมบูรณ์แบบอะไรกันคะ  ไอก็แค่เจ้าสาวบ้านๆ ธรรมดาๆคนนึง"

    "บ้านๆอะไรกันครับ คุณไอสวมชุดเจ้าสาวแล้วสวยอย่างกับเจ้าหญิงเลยนะ ผมว่า...คำว่าสมบูรณ์แบบยังน้อยไป"

    "แต่ไอว่า...ถ้าจะใช้คำว่าสมบูรณ์แบบ งานแต่งของไอคงต้องเปลี่ยนอะไรซักอย่างนึง" ว่าแล้วไอรดายิ้มตาหวานเชื่อมเหมือนอยู่ในฝัน...วาดฝันไปว่าเธอได้แต่งงาน กับรุจน์ ในงานอบอวลไปด้วยความสุขสมหวังอย่างหาใดเปรียบ...

    รุจน์เห็นไอรดานิ่งเงียบไปนาน เรียกอยู่หลายครั้งกว่าเธอจะเอ้ออ้ารู้สึกตัวขึ้นมา...ถามเขาว่ามีอะไรเหรอ คะ?

    "คือผมอยากถามว่า ผมจะขออนุญาตนำรูปงานแต่งของคุณไปตีพิมพ์ลงในนิตยสารเลิฟแอนด์เวดดิ้งของผม ได้ไหมครับ"

    "เอ่อ...เอางั้นเลยเหรอ จะดีเหรอคะ"

    "ดีสิครับ ถือซะว่าเป็นการเปิดตัวหมอไอ ผู้เขียนคอลัมน์ ดูดวงคนใหม่ของเราไปด้วย นะครับ ผมขอเลือกมาซัก 3-4 รูป"

    "ก็...ก็ได้ค่ะ แต่มีข้อแม้ข้อนึง"

    "ว่ามาสิครับ"

    "ไอจะอนุญาตให้ตีพิมพ์เฉพาะภาพของไอนะคะ ภาพไหนที่ถ่ายร่วมกับเจ้าบ่าว ไอไม่อนุญาตให้ตีพิมพ์ค่ะ"

    รุจน์ได้ฟังข้อแม้...ขมวดคิ้วประหลาดใจและสงสัย

    ooooooo

    ที่ร้านกาแฟใกล้บ้านเป็นสถานที่นัดหมายของนวลตองกับปยุต สองคนเข้ามานั่งจิบกาแฟโดยไม่รู้ว่าพจนีย์แอบตามมาประชิดติดอยู่โต๊ะข้างๆ ใช้หนังสือพิมพ์ บังหน้า ซึ่งพจนีย์ต้องอดทนอดกลั้นอย่างยิ่งเมื่อได้ยินปยุตพูดจาจีบนวลตอง

    ขนาดว่าอายุก็ไม่ใช่น้อยๆกันแล้ว แต่เจอลูกหยอดของปยุตเข้าไป นวลตองก็อดเขินอายไม่ได้เหมือนกัน...พจนีย์ นั้นเล่า สองมือแทบจะขยี้ขยำหนังสือพิมพ์ให้ป่นปี้

    "เข้าเรื่องดีกว่านะคะ คือฉันเป็นห่วงลูกสาวฉันก็เลยอยากจะมาปรึกษา แล้วก็ขอความช่วยเหลือจากคุณ"

    "ว่ามาเลยนวลตอง คุณก็รู้ว่าถ้าเป็นคุณ ผมก็ยินดีช่วยทุกเรื่องอยู่แล้ว"

    "คือฉันห่วงว่าลูกสาวฉันกับลูกชายคุณจะอยู่กันอย่างไม่มีความสุข แล้วก็จะอยู่กันไม่ยืดน่ะค่ะ"

    "อะไรทำให้คุณคิดอย่างงั้น"

    "คือฉันระแคะระคายว่าเด็กสองคนนี้มาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันทั้งที่ในใจไม่ได้รัก กันเลยน่ะค่ะ"

    "อืม...ดูๆแล้วก็เป็นไปได้นะ ผมก็เคยคิดเหมือนกันว่าถ้าเขาสองคนไม่ไปพลั้งเผลอเกินเลยกันในคืนนั้น งานแต่งงานครั้งนี้ก็คงไม่มีวันเกิดขึ้น แต่ในเมื่อเขาแต่งกันแล้ว เราจะทำอะไรได้"

    "ได้สิคะ ถ้าเราช่วยกันทำให้เด็กคู่นี้รักกันให้ได้ ฉันอยากเห็นลูกสาวฉันมีความสุขน่ะ ในเมื่อเขาต้องอยู่ร่วมชายคากับลูกชายคุณแล้ว ฉันก็อยากจะให้เขาอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ด้วยความสุขอย่างคู่แต่งงานที่รักกันจริงๆ"

    "ผมเข้าใจ ว่าแต่...ผมนึกไม่ออกว่าจะทำยังไงน่ะสิ ไอ้ปวีร์มันเป็นลูกชายผมก็จริง แต่มันก็ไม่ใช่ลูกชายในโอวาท ที่ผมจะไปสั่งให้มันรักใครได้"

    "งั้นคุณก็ตั้งเงื่อนไขกับเขาสิ"

    "เงื่อนไข? ยังไงเหรอ ผมไม่เข้าใจ"

    "ก็ถ้าคุณยื่นคำขาดว่า ถ้าไม่รักไม่ดูแลลูกสาวฉัน คุณก็จะตัดหางปล่อยวัด ยึดทรัพย์สินคืนทุกบาททุกสตางค์ซะ"

    "โห...ไม่โหดไปหรือคุณ"

    "นี่ยังไม่หมดนะคะ แล้วก็ต้องริบรถ ริบบัญชีเงินฝาก ริบบ้าน มรดกทุกอย่างก็ไม่มีวันยกให้...เรียกว่าถ้าไม่อยากอยู่แบบคนสิ้นเนื้อประดา ตัว ก็ต้องรัก ต้องดูแลลูกสาวฉันให้ดีที่สุด"

    ปยุตรับฟังหน้าเครียด ครุ่นคิดไปมา ที่สุดแล้วก็ตกลงตามที่นวลตองเสนอ เขาจะลองดูสักตั้ง...เมื่อเสร็จธุระ สองคนกลับออกจากร้าน พจนีย์ลุกตาม แล้วเกือบจะพลาดท่าทำให้สองคนรู้ตัว เพราะความหึงหวงที่เห็นปยุตประคับประคองนวลตองที่เสีย
    หลักเกือบล้ม...

    ทางด้านปวีร์ หลังผ่านขั้นตอนดีท็อกซ์มหาโหดมาแล้ว...ปวีร์ยังไม่วายก้อร่อก้อติกมาตติกา โดยย้ำกับเธอว่า อย่าลืมเรื่องที่เธอรับปากจะไปช่วยงานที่รีสอร์ตของเขา มาตติกา บอกว่าไม่ลืมแน่ ช่วงนี้งานอะไรที่พอจะเป็นเงิน เธอไม่เกี่ยงทั้งนั้น ปวีร์ได้ฟัง
    เกิดสงสาร เสนอตัวให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินหรือเรื่องอื่นใด ขอแค่เขาได้แสดงน้ำใจนิดๆหน่อยๆกับเพื่อนที่แสนดีอย่างเธอก็พอ

    "โอ๊ะๆ ไม่ใช่อย่างงั้นค่ะ อย่าเข้าใจมาตผิดนะคะ"

    "เข้าใจผิดเรื่องอะไรครับ"

    "คือที่มาตเล่าให้ฟัง ไม่ได้หมายความว่ามาตจะรบกวนขอยืมเงินคุณปวีร์หรอกนะคะ"

    "โธ่ คุณมาต ผมไม่มีวันเข้าใจคุณผิดแบบนั้นหรอกครับ ว่าแต่คุณเถอะ เข้าใจผมผิดอยู่หรือเปล่า"

    "เข้าใจผิดอะไรเหรอคะ"

    "ไม่รู้สิครับ ทุกคนที่ผมได้เจอ เขาจะเชื่อข่าวลือว่าผมเป็นพวกเพลย์บอย กะล่อน ไม่รับผิดชอบ"

    "แล้วจริงๆ ไม่ใช่เหรอคะ"

    ปวีร์หน้าเสีย แต่รีบคุมสติทำเป็นเศร้า "ขอโทษนะครับ ถ้าผมเป็นคนที่ไม่รับผิดชอบจริงๆ แล้วผมจะฝืนแต่งงานกับผู้หญิงที่ผมไม่ได้รักทำไมล่ะครับ"

    "คุณปวีร์ไม่ได้รักคุณไอเขาหรอกเหรอคะ"

    "รักอะไรล่ะครับ คุณมาตก็เคยเห็นฤทธิ์คุณไอเขาแล้ว แต่เพราะผมเป็นคนรู้จักรับผิดชอบ กล้าทำ กล้ารับ ชีวิตผมถึงต้องเป็นแบบนี้"

    "คุณปวีร์...มาตขอโทษที่ว่าคุณ มาตยอมรับค่ะว่ามาต เองก็มองคุณผิดไป แต่ก็ว่ามาตไม่ได้นะคะ ก็คุณปวีร์เพิ่งแต่งงานเมื่อคืนนี้แท้ๆ แต่ก็มาพูดหยอกเล่นกับมาตซะแล้ว...คุณปวีร์... นี่โกรธมาตเหรอคะ"

    ปวีร์แสร้งทำตาแดงๆสุดเศร้า ซึ่งก็เรียกคะแนนสงสารจากมาตติกาได้ไม่น้อยทีเดียว เธอหยิบทิชชู่ยื่นให้ ปวีร์ได้ทีจับมือเธอมาแนบแก้มหน้าตาเฉย...จากนั้นก็ฝันหวานไปไกลว่าเขาได้ แต่งงานกับเธอสมใจหวัง เป็นงานแต่งงานที่สุดแสนโรแมนติกมี
    ความสุข...มาตติกาแปลกใจที่ปวีร์เงียบงัน ไปนาน จนต้องสะกิดเรียก...ปวีร์สะดุ้งตื่นจากภวังค์รักอันแสนหวาน แล้วยังย้ำกับเธออีกว่า เขารู้สึกดีกับเธอจริงๆ

    "งั้นมาตก็ต้องขอขอบคุณค่ะ แต่มาตว่าวันนี้คุณควรให้ความรู้สึกดีๆกับเจ้าสาวหมาดๆของคุณก่อนดีกว่า ป่านนี้เขาคงรอคุณอยู่ที่บ้านแล้ว"

    "อย่างคุณไอเนี่ยนะครับเขาจะรอผม"

    "แต่ถึงยังไง ถ้าจะคุยกันนานกว่านี้ มาตคงรู้สึกไม่ดี ที่ไปแย่งเวลาของคู่บ่าวสาวที่เพิ่งได้อยู่ด้วยกันเป็นวันแรก นะคะ อย่าให้มาตรู้สึกผิดเลย"

    "ครับ ก็ได้ งั้นเราค่อยเจอกันใหม่วันหลังนะครับ" ปวีร์ ยิ้มแย้มให้เธอ แต่พอหันหลังก็หุบยิ้มอย่างรวดเร็ว เพราะยังหนักใจที่ดูจะตะล่อมมาตติกาไม่ได้ผล...

    กลับมาถึงบ้านด้วยอาการเซ็งๆ พอเจอไอรดายียวนกวนประสาทเข้าใส่ ปวีร์เลยมุ่งมั่นคราวนี้จะไม่ปล่อยให้ไอรดาลอยนวล ว่าแล้วปวีร์ก็โรมรันกอดรัดฟัดจูบ ไม่สนว่าเธอจะทุบตี ด่าทอยังไง...สักพักไอรดาก็เริ่มหมดเรี่ยวแรง ลดอาการแข็งขืนลง ปวีร์
    ยิ้มพอใจที่ไอรดาเริ่มมีอาการเคลิบเคลิ้มตามที่ตนหวังไว้ แต่แล้วสวรรค์ที่เห็นรำไรก็อันตรธานหายไปในพริบตา เมื่อมีเสียงของเด็กหญิงคนหนึ่งดังขึ้น

    "ทำอะไรกันน่ะ"

    ทั้งคู่ตกใจเด้งออกจากกันทันใด รีบลุกขึ้นยืนจัดผมเผ้าเสื้อผ้า ขณะที่แม่หนูน้อยพนมมือไหว้อ่อนช้อย พร้อมกับแนะนำตัวว่า

    "สวัสดีค่ะ หนูชื่อไข่มุก"

    "ไข่มุก..." ปวีร์กับไอรดาทวนคำ สีหน้างงๆ

    "ใช่ค่ะ หรือจะเรียกหนูว่าไอ้ไข่ก็ได้นะคะ" หนูไข่มุกฉีกยิ้มกว้างอย่างน่ารักน่าชัง...

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:15 น.