ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    วิวาห์ว้าวุ่น

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ดาราสาวเมษาหลังจากหวิดเจอปังตอของไอรดา ต้องเผ่นหนีตายกลับมานั่งร้องไห้ขี้มูกโป่ง เสี่ยปรีชาผู้พ่อต้องมานั่งปลอบใจ   ส่วนพี่ตุลย์ก็สมน้ำหน้าน้องสาวที่บอกว่านายปวีร์มันเจ้าชู้จะตาย ยังไปหลงคารมมัน...เสี่ยปรีชาจึงปลอบเมษาว่า เตี่ยจะหาทางช่วยไม่ให้แม่คนนั้นแต่งกับนายปวีร์ให้ได้ ให้แม่คนนั้นมันหายไปให้ได้ เตี่ยชี้ไปที่นายตุลย์ในฐานะพี่ชายให้ไปจัดการ...

    ส่วนที่บ้านคุณปยุตกับคุณหญิงพจนีย์นั้นเล่า นับแต่ ได้พบนวลตอง หลังจากไม่ได้พบกันมาหลายสิบปี ปยุตถึงกับเพ้อหานวลตอง ยังบังเอิญได้พบรูปถ่ายเก่าๆคู่กับนวลตองสมัยรักหวานชื่น ยิ่งเก็บมาเพ้อ จนบางครั้งต้องหลบการจับผิดของคุณหญิงไปได้
    อย่างหวุดหวิด

    ทางด้านนายปวีร์นั้นเล่า...ใจหนึ่งก็หลงใหลได้ปลื้มไอรดา แต่ยังมีสัญญาเรื่องว่าถ้าไอรดาขอหย่าก่อน เธอจะไม่ได้อะไรเลย แต่ถ้าเขาขอหย่าจะต้องเสียสี่สิบล้านให้ไอรดา...ยิ่งคิดก็ยิ่งหนาวจับขั้วหัวใจ...

    ยามนี้...ปวีร์นั่งจิบกาแฟที่โต๊ะอาหาร แล้วไอรดาในชุดสั้นจู๋มีผ้ากันเปื้อนทับ ยกอาหารเช้ามาวาง ปวีร์เห็นแล้วลืมมองอาหาร กลับจ้องไอรดาไปทั่วร่างสุดเซ็กซี่ ตาจ้องมือถึงบั้นท้าย ถูกเธอตีเพี๊ยะให้ บอกให้กินอาหารก่อน แล้วจะให้กินของหวาน โดยชี้มาที่อกเธอ...ปวีร์จอมไว (อากร้า) รีบสวาปามอาหารเช้าแทบจะแค้นคอกา ซดกาแฟ น้ำเปล่า และลุยอาหารพริบตาเดียวหมดเกลี้ยง...พอจะทวงสัญญากินของหวาน เกิดอาการจุกร้องโอดโอยเหมือนจะตายชัก

    "เอ๊ะ...ผม...ผมเป็นอะไรไป...มันแน่น แน่นที่หน้าอก... โฮ้ย" มองเห็นไอรดาหัวร่อร่าฮ่าๆเอิ๊ก "มันอะไรกันเนี่ย"

    "ก็ยาพิษน่ะซียะ...ชีวิตคุณมีเวลาเหลือแค่ 5 นาที"

    ปวีร์สิงห์ร้ายลุ่มเจ้าพระยาถูกกุดหาง ร้องถามไอรดา "คุณจะฆ่าผมเรอะ?" ไอรดายิ้มหวานปานน้ำผึ้ง สั่นหัวดิกๆ

    "เปล๊า...ตรงกันข้าม...ที่รัก ฉันจะช่วยชีวิตคุณต่างหาก...ฉันถึงเตรียมไอ้นี่มา" ชูขวดยาสมุนไพร "ยาแก้พิษ...แค่จิบเดียวจะช่วยชีวิตคุณได้ทันที"

    "งั้น ขอ...ขอผม ได้โปรด..."

    ไอรดาบอกทันทีว่าได้เลย...พร้อมกับยื่นเอกสารกับปากกาให้ "แต่ต้องเซ็นนี่ก่อน"

    "เซ็นอะไร...นี่ผมจะตายอยู่แล้ว ขอยาแก้พิษก่อน"

    "เซ็นใบคำร้องขอหย่าน่ะสิ...ถ้าไม่อยากตายก็รีบๆเซ็นซะ...เร็วเข้า"

    "เซ็น...ถ้าเซ็นผมก็ต้องเสียเงินสี่สิบล้านให้คุณ... สี่สิบล้าน" ปวีร์ตะโกนลั่น

    "ฮะฮ้า..." ไอรดาหัวเราะ หน้าเหมือนนางยักษ์เขี้ยวใหญ่ "ก็ใช่น่ะสิยะ แล้วจะเอาไหมยาแก้พิษเนี่ย" ไอรดายื่นหน้ามา ปวีร์เห็นเหมือนแยกเขี้ยว เสียงเกรี้ยวกราดคุกคามเอาชีวิต "จะยอมเซ็นดีๆ หรือว่าจะยอมตายโหง..."

    ปวีร์ดิ้นทุรนทุราย มีหมอนและผ้าห่มปิดหน้าอยู่บนเตียง ดิ้นสุดชีวิต พยายามหายใจ

    "ไม่...ผมไม่เซ็น...โอ๊ย...ผม...ผมหายใจไม่ออก...ผมจะตายแล้ว..."

    ปวีร์ค่อยๆดิ้นพลิกตัว รวบรวมสติดึงหมอนปิดจมูกออก เหวี่ยงผ้าห่มทิ้ง หอบหายใจลึกๆหลายที รวบรวมสติได้ลุกขึ้นนั่ง ลำดับเรื่องด้วยความแค้น...

    "โธ่เว้ย...ก็แค่ฝัน...ฮี่ธ่อ...ฝันไปเลย...แต่ถ้าเป็นจริง บาทเดียวก็อย่าหวังได้เลย นังหมอดูลวงโลก"

    ยิ่งเมื่อลงมาเดินคุยกันที่หน้าบ้าน...ปวีร์ยิ่งมั่นใจว่าไอรดาไม่มีทางได้แอ้มเงินสี่สิบล้านของเขาแน่ๆ เขามองแฟ้มบางๆที่เธอหนีบมา แล้วหัวเราะเยาะถามว่า นั่นร่างสัญญาที่เอามาด้วยใช่ไหม เธอพยักหน้ารับ เขายิ่งยิ้มเยาะ ถามอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า

    "หน้าตาผมมันดูโง่นักเรอะ คุณคิดจะได้สี่สิบล้านจริงๆหรือ...ผมว่าไม่มีทาง"

    "อ้าว ถ้าคุณขอหย่าก่อน  คุณต้องจ่ายสี่สิบล้านตามสัญญา"

    "แล้วถ้าไม่มีสัญญาล่ะ" ว่าแล้วปวีร์ดึงแฟ้มมาฉีกอย่างเมามัน  เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย  ไอรดายืนมองเฉย  ปวีร์ย้อนถามว่าไหนสัญญา รีบเก็บเศษพวกนี้ไปปะติดต่อดังเดิมสิ... ไอรดาด่าว่าเขาบ้ารึเปล่า ปวีร์ร้องรับว่าเขาบ้าแล้วหัวร่อร่า ถามว่าไหนสัญญา?

    "อยู่ในบ้านไง" ไอรดาตอบ...เสียงหัวร่อของปวีร์สะดุด ชี้ไปที่เศษกระดาษ เธอจึงบอก "อยู่ในบ้านที่ผู้ใหญ่กำลังเซ็น" ชี้ไปที่พื้น "พวกนี้เป็นสำเนาที่ฉันปริ๊นต์ไว้ร้อยชุด...อยากได้อีกไหม จะไปแบกมาให้...โธ่ ตาบ๊องเอ๊ย" ปวีร์มองไอรดาอยากจะฉีกอกเธอ แล้วดูดเลือดกินให้หมดด้วยความแค้น

    ขณะเดียวกันบนบ้าน...นวลตองกับคุณหญิงพจนีย์กำลังอ่านสัญญาก่อนจะเซ็น ปยุตนั้นมองนวลตองแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มเหมือนกำลังเป่าถ่านไฟเก่าอย่างสุดแรงข้าวต้มให้มันคุขึ้นมาอีก ส่วนพจนีย์ก็ได้แต่ต่อรองให้นวลตองลดลงมา เมื่อผิดสัญญาแค่ยี่สิบหรือ
    สามสิบล้านไม่ได้หรือ นวลตองปากหวานบอกไม่ใช่คิดจะเอาเงิน แต่อยากให้ปวีร์รักกันแล้วอยู่กับไอรดานานๆ เงินนั้นก็ไม่มีใครแตะได้ เป็นการป้องการการเบี้ยวของปวีร์เท่านั้น

    "พูดง่ายๆ   ถ้าลูกชายคุณดูแลลูกสาวฉันดีๆด้วยความรัก จริงใจ ไม่ว่าอนาคตจะเป็นไง ฉันก็ไม่แตะต้องเงินคุณเลย จะช่วยให้ไอรดาเป็นภรรยาที่ดีของลูกชายคุณตลอดไป"

    "อือม์  ถ้าพูดแบบนี้...ฉันก็จะช่วยดูแลปวีร์ให้เป็นสามีที่ดีของหนูไอรดา"

    "อือม์...ดี เราทุกคนช่วยสอดส่องเด็กสองคนให้อยู่กินกันราบรื่น อีกหน่อยจะมีเจ้าตัวน้อยๆๆ" ปยุตพูดแล้วยิ้มจนหุบไม่ลง คุณพจนีย์ต้องเตือนสามีอย่าเว่อร์ รีบเซ็นเอกสารซะดีๆ

    ที่หน้าบ้าน...ปวีร์กับไอรดายังไม่มีใครยอมใคร ปวีร์ ยังย้ำว่า อย่าฝันหวานนัก นอกจากจะไม่ได้เงินแล้วยังต้องชดใช้ อย่างสาสมที่มาเล่นกับเขา...ทั้งสองต่อปาก ยื่นหน้า จมูกแทบชนกัน ต่างกำหมัด จวนจะซัดกันด้วยกำปั้นไม่มีรู...

    "อ้าว...ว่าไง ว่าที่เจ้าบ่าว เจ้าสาว" คุณหญิงพจนีย์เดินนำหน้านวลตองและปยุตมาหา "กำลังคุยกันหนุงหนิงละสินี่" ไอรดารีบมากอดนวลตองไว้...ปยุตจึงแนะว่า เพื่อให้ทั้งสองสร้างสัมพันธ์อันดี ปวีร์ควรพาน้องไปทานอาหารข้างนอกกัน ปวีร์ จะค้าน ปยุตกำชับให้ดูแลน้องให้ดีๆในฐานะแม่ของลูกในอนาคต ปวีร์จะค้านอีก คุณหญิงกลับเร่งให้พาน้องไป ไอรดาบอกว่าเธอจะต้องไปส่งแม่ นวลตองรีบเร่งให้ลูกสาวไปกับปวีร์ ปยุต หันมาสั่งและเร่งลูกชายให้พาไอรดาไป ปวีร์เหมือนถูกจับหมดประตูสู้ ตีหน้าแหย รับคำชนิดหมดท่า...

    ooooooo

    ไม่เฉพาะแต่ทั้งสองจะจำใจไปด้วยกันอย่างรังเกียจเท่านั้น พอสั่งอาหาร บริกรแนะนำแต่ละอย่าง ไอรดารับหมด จนปวีร์ทนไม่ไหวร้องว่า จะกินแก้บนหรือจะเอาโล่ กินเปลืองแบบนี้ ทีหลังไม่พามาด้วย

    "นึกว่าฉันอยากมากินกับคุณนักเรอะ"

    "ก็เหมือนกัน...มานั่งกินกับคุณ หันหน้าเข้าข้างฝา ยังกินอร่อยกว่า"

    "งั้นเอาสิ หันไปกัดข้างฝาก็ได้ หันมามองฉันทำไม...หันไปเลย"

    "โธ่...โถ...ฟ้าดินเป็นพยาน..." บ่นอู้อี้ "จะได้แต่งงานแต่งการทั้งที ก็ดันมาได้เมียแบบนี้...ชีช้ำ"

    "บ่นอะไร...ฉันได้ยินนะ" ปวีร์หันหน้าเข้าข้างฝา เงยขึ้นไปทางหน้าต่าง...ไอรดาตาเขียวใส่

    ขณะที่บริกรลำเลียงอาหารมาวางจนล้นโต๊ะ และกำลังลงมือกินไป พอสบตากัน มีเพียงสี่ตาที่ทั้งเขียวและขวางใส่กัน...

    หารู้ไม่ว่า ตุลย์นั่งรถมากับโชค โดยมีชัยเป็นคนขับ เมื่อใกล้ร้านอาหารอันเป็นเป้าหมาย ตุลย์สั่งให้เตรียมตัว โดยใส่หมวกไหมพรมคลุมหน้าตา สั่งให้เรียกเขาว่าเจ้านายเท่านั้น ห้ามเรียกชื่อตุลย์เป็นอันขาด...

    เมื่อกินเสร็จ ถึงคราวคิดเงิน ปวีร์มีหน้าที่จ่าย แต่ควักหากระเป๋า บอกลืมไว้ที่รถ จึงขอให้ไอรดาออกให้ก่อน ไปถึงรถจะคืนให้ ไอรดาจำต้องจ่ายไปก่อน...พอไปถึงรถ ก็ไม่เห็นลืมไว้ตรงไหน ไอรดาไหวทัน ล้วงกระเป๋ากางเกงปวีร์จนเขาดิ้นจั๊กจี้ แต่เธอดึงกระเป๋ามาจากกางเกง ที่แท้ปวีร์หลอกให้เธอจ่าย เธอจึงดึงเงินในกระเป๋าตามชอบใจ เพราะไม่บอกว่าจ่ายไปแล้วเท่าใด ปวีร์ไม่ยอมจะดึงกระเป๋าคืน

    ขณะแย่งกันนั้น รถตู้ของตุลย์วิ่งมาจอดใกล้ๆ บุกมารวบตัวไอรดา มีโชคตามลงมาช่วย ขณะกอดไอรดา ตุลย์มองลอดช่องไหมพรม เกิดปิ๊งเธอขึ้นมาทันที ขณะตะลึง โชครีบเข้ามากระชากไอรดาช่วยกันพาเธอขึ้นรถตู้ ปวีร์ห่วงแต่กระเป๋าเงิน รีบผวาตามขึ้น
    รถตู้ไปด้วยอีกคน...

    ขณะรถตู้ห้อตะบึงไป โชคเห็นปวีร์มาด้วย มองตุลย์ แล้วถามว่า คนนี้ใครกันเจ้านาย ปวีร์เองก็งงถามทันที

    "นี่มันอะไรกันวะ พวกแกเป็นใคร" ตุลย์ให้โชคปิดปากไอรดาไว้ ตัวเขาหันมาตะบันหน้าปวีร์หนึ่งเปรี้ยง แล้วถามว่า แกขึ้นมาทำไมวะ ตุลย์ซัดอีกหมัด ไอรดาพลอยเจ็บไปด้วย พอตุลย์ซัดอีกหมัด ปวีร์จึงรวบตัวตุลย์กอดฟัดกัน ขณะที่ประตูยังไม่มีใครปิด...ตุลย์เสียท่าถูกปวีร์กดคอไว้ใกล้ประตูอย่างหวาดเสียว พอหัวตุลย์ยื่นออกไปนอกรถ ทั้งกลัวตกและกลัวประตูเลื่อนมางับคอขาด ตุลย์หวาดเสียวร้องสั่งให้จอด...

    "ไอ้ชัย...จอดรถก่อนเว้ย"

    รถตู้วิ่งเข้าข้างทาง เบรกสนั่นจอดทันที เจ้าชัยคนขับหันมาต่อว่าตุลย์ที่ยังถูกกดคอ

    "เจ้านาย...ไหนตกลงกันแล้วว่าจะไม่เรียกชื่อจริงไง"

    "มาพูดอะไรตอนนี้ รีบมาช่วยฉันก่อนเร็ว" ตุลย์บอก แล้วรวบรวมกำลังดีดตัว ปวีร์ไม่ปล่อย ทั้งสองตกลงไปข้างรถ ออกแรงฟัดกันอย่างนัวเนียต่อ ผู้คนริมถนนแตกตื่นวิ่งมาเป็นไทยมุง ปวีร์ยังได้เปรียบ...ไอรดาเห็นได้ที กัดมือโชคเต็มเขี้ยว มันร้องจ๊ากเหมือนควายถูกเชือด...ไอรดาได้ช่องโดดรถ แต่ ปวีร์จะลั่นหมัดใส่ตุลย์ ถูกไอรดาพุ่งมาชนหกคะเมนแอ้งแม้ง ตุลย์กับชัยช่วยกันรุมอัดรุมตื้บ โชคตามมาเอี่ยวอีกคน...ไอรดา วิ่งหนีพลางร้องลั่น

    "ช่วยด้วย...ช่วยด้วย...ตำรวจ ตำรวจ...ใครเรียกตำรวจที" ตุลย์กับพวกวิ่งตามไอรดาไปไม่กี่ก้าว เห็นคนฮือมา ตุลย์สั่งหนีก่อน ตำรวจมาแน่...ทั้งสามหันหลังกลับมาที่รถ ปวีร์ลุกขึ้นมานั่งสะบัดหัวไปมา จึงถูกเจ้าสามตัวฉลองอีกคนละมือละตีนจนล้มลงไป
    โอดโอยอีกครั้ง พอเงยหน้ามองตามรถตู้ จึงได้แต่ถามว่าพวกมันเป็นใครกันแน่?

    ไอรดาเห็นพวกมันไปแล้ว จึงกลับมาหาปวีร์ ถามว่าเป็นอะไรมากไหมเนี่ย...ปวีร์แตะหางคิ้ว พอเห็นเลือด จึงร้องขึ้นว่าได้แผลเลย...ไอรดาค่อยยอมเห็นใจ ว่าไปบ้านเธอจะใส่ยาให้...

    จากนั้นไม่กี่อึดใจพระพุทธ...ไอรดาก็พาปวีร์มาบ้านเช่าของเธอ ทำการชำระบาดแผลและใส่ยาให้ โดยมีเสียงร้องอย่างเจ็บแสบแผลของปวีร์เป็นการสลับฉาก จนเธอหาว่าเขาเป็นผู้ชายใจเสาะ

    ปวีร์ถามเธอว่า ทำไมไอ้พวกนั้นถึงมาจับตัวเธอ ไอรดาตอกกลับทันทีว่า จะไปรู้มันหรือ

    "นี่ถ้าไม่เห็นว่าคุณโดนตื้บสภาพเนี้ย ฉันคงคิดว่าคุณจ้างคนมาอุ้มฉัน"

    "บ้าเรอะ จะอุ้มคุณ ผมอุ้มเองไม่ดีกว่ารึ ไปจ้างคนอื่นให้เมื่อยมือทำไม คืนนั้นยังอุ้มคุณขึ้นเตียงมาแล้ว...ทำลืม... โอ๊ย" เจอทิงเจอร์จิ้มพรวดเดียว ร้องเจี๊ยกทันที "ไม่ช่วยไม่ว่า ยังจะมาซ้ำแผลอีก ถามจริงแน่ใจนะว่าไม่มีศัตรูที่ไหน" ไอรดายืนกรานไม่มีแน่นอน "หรือว่า...คุณเคยไปดูหมอทำนายให้เขาแค้นจนมาเล่นงานคุณ...ไม่งั้นจะมาจับตัวไปทำไม"

    "ไม่ต้องเดาได้ไหม" ไอรดาจิ้มทิงเจอร์ใส่อีก ตานี้ร้องดังกว่าเก่า "บอกว่าไม่มีศัตรู ถ้าจะมีก็คุณนี่แหละ...ฉันคิดว่ามันจะปล้นหรือรังแกฉัน หวังจะเอาไปขาย...เฮ้ย หยุดถาม รำคาญเต็มทีแล้ว"

    "ถามด้วยความเป็นห่วง...ก็มาย้อนศรเอาอีกแฮะ"

    "โทษที...อันที่จริง ถ้าคุณไม่ตามไปช่วยฉันไว้ ไม่รู้ ป่านนี้ฉันจะอยู่ในสภาพไหน ขอบใจมากนะ"

    "ขอบใจผมเนี่ยนะ" จ้องหน้าไอรดา แล้วหัวร่อร่าฮ่าๆๆ

    "หยุดนะ...ขำอะไรนักหนา"

    "ก็ขำน่ะสิ นี่คิดจริงๆหรือว่า ผมช่วยคุณ"

    "ก็คุณขึ้นรถมา แล้วต่อยกับพวกมัน"

    "ก็ใช่...แต่ผมจะเอากระเป๋าสตางค์ของผมคืน"

    "อ้าว...คุณไม่ได้ตั้งใจจะช่วยฉันหรอกหรือ"

    "เปล่า...ฮ่าๆๆๆ จะให้ผมช่วยคุณเนี่ยนะ" พูดใส่หน้า "ฝันไปเหอะ ผมจะช่วยคุณทำไม ยิ่งคุณเป็นอะไรไปสิ ยิ่งดี ผมจะได้ช่วยที่ล้าน ประหยัดไปตั้งสี่สิบล้าน...โอ๊ยยยย"

    ไอรดากดสำลีใส่ทิงเจอร์ บีบแผลด้วยความแค้น ปวีร์ ร้องดังไปแปดสิบบ้าน เธอเอาสำลีปาใส่หน้าซ้ำ "งั้นก็ทำแผลเองแล้วกัน ที่ทำให้เพราะคิดว่าช่วยฉันนะ เฮ้ยยย..."

    ไอรดาลุกปึงปังไป โกรธจนมือไม้สั่น...ปวีร์ร้องเจ็บแสบแสนสาหัส มองตามไป แล้วเกิดความรู้สึกขำ...จบลงด้วยหัวใจที่ลดดีกรีวูบ มีความเอ็นดูแทรกขึ้นมาแทนที่...

    ไอรดากลับไปบนห้องอย่างขุ่นในอารมณ์ เดินหาปลาสเตอร์มาปิดแผล...เดินพลางบ่นอู้ผิดหวังที่เธอนึกว่านายปวีร์จะตามเธอขึ้นรถไปช่วย ที่ไหนได้ ตามไปเอาชีวิตเข้าแลกเพราะกระเป๋าสตางค์ ฟังแล้วแสนเซ็ง...ขณะที่ไอรดากำลังเขย่งตัวค้นปลาสเตอร์มาปิดแผลบนตู้ ไม่รู้ปุ๊กกี้เก็บไว้ไหน...

    "คุณไอ..." เสียงปวีร์ดังลั่นขึ้นข้างหลัง หัวใจเธอตกถึงตาตุ่ม ร้องว้ายได้คำเดียว ไอรดาหงายผลึ่งลงมาหาปวีร์ มือกำปลาสเตอร์แน่น ปวีร์ทำท่าโอบรับไว้ แต่ไม่สง่างาม จึงถูกร่างไอรดาม้วนทับใส่ ไขว้หัวหางกันไร้ทิศทาง...เสียงร้องพร้อมกันแต่คนละระดับเสียง เท้าไอรดากางอยู่แถวหน้าปวีร์ เธอกอดขาเขาไว้ พอตั้งสติพยายามลุกหนี แต่ไม่ไหว...ทั้งสองต่างกล่าวหากันว่า มาไม่ให้สุ้มเสียง...แต่พอจะขยับขยายจากกัน กลับพันกันยุ่ง จะลุกขึ้น จึงเสียหลักทับกันลงไปอีก...คราวนี้หน้าคนทั้งสองมาจ้องตากันใกล้ชิด มือไม้สอดรับกอดกันพอดิบพอดี ทั้งสองตาโตตกใจตัวแข็งทื่อ...

    ปุ๊กกี้ไม่รู้เข้าบ้านมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ร้องว้ายสุดเสียง เมื่อเห็นภาพคนกอดและจูบกันอย่างแน่นิ่งเหมือนคนตายแข็งทื่อ แล้วทั้งสองคนต่างตกใจ...ปุ๊กกี้ตะลึงคาประตู หันไปบอกนวลตองที่ตามมาอย่าเพิ่งเข้าไป แต่ช้าไป นวลตองเห็นทั้งสอง ที่ยังทำท่าเหมือนจูบกันนิ่งอยู่ จึงหวีดร้องเหมือนเห็นผี จึงปิดตาแต่กางนิ้วดู...ว่าที่สามีภรรยาทั้งสองคนพยายามผละจากกันอย่างลำบากแสนเข็ญ นวลตองออกตัวว่า...แม่ไม่เห็นอะไรเลยนะจ๊ะ แล้วสั่งปุ๊กกี้ให้ถอยออกมา แล้วปิดประตูทันที

    ไอรดามองไปมาสุดจะคับแค้นแน่นหน้าอก แล้วทั้งสองเปิดฉากฉะกันอีกรอบ เธอหาว่าเขาเข้ามาไม่ให้สุ้มเสียง แล้วสั่งให้ผละไปจากตัวเธอได้แล้ว ปวีร์กลับตอกกลับว่า ตัวเธอทับเขาอยู่ จะให้เขาลุกได้ยังไง ไอรดามองตัวเองแล้วยิ้มแหย ยอมรับจะพยายาม
    แกะดึงตัวออก ปวีร์ยิ้มทำหน้าเป็น

    "หรือว่า...ไหนๆก็ไหนๆแล้ว มาต่อจิ๊กซอว์ปากต่อปากกันไปเลยดีกว่า" ปวีร์หลับตา ห่อปากจู๋ ยื่นมาทำท่าจะให้จุ๊บ... ไอรดายิ้มเหี้ยม แปะปลาสเตอร์ในมือปิดปากปวีร์ทันที...เสียงร้องลอดออกมาอู้อี้ ด่าเปิงที่ไอรดาเล่นไม่ซื่อ...ไอรดาถอยไปยืนยืด หัวเราะลง
    ลูกคออย่างผู้ชนะ

    จากนั้นไอรดาก็ไปแก้ตัวสารพัดกับแม่และปุ๊กกี้ว่า เธอไม่ได้ทำอะไรอย่างที่แม่คิด แต่แม่ก็บอกว่า แม่อาบน้ำร้อนมาก่อน รู้ดีว่าข้าวใหม่ปลามันเป็นยังไง ไอรดาให้เพื่อนช่วยชี้แจง แต่ปุ๊กกี้กลับเห็นตามแม่นวลตอง...ไอรดาพยายามชี้แจง แต่แม่ไม่เปลี่ยนใจ

    "ลูกกำลังจะแต่งงานวันสองวันนี้แล้ว เรื่องจุ๊กจิ๊กไม่น่าเกลียดหรอกน่า สมัยนี้แล้ว ไม่ต้องอายน่า"

    "โฮ้ย...ไปกันใหญ่แล้ว..." ไอรดาหันรีหันขวาง มองปวีร์ที่ยืนซื่อบื้อ "นี่คุณ...ช่วยฉันพูดด้วยซี"

    "ผมดูท่าทางของลูกขุนทั้งสองแล้ว คุณปฏิเสธข้อหาอะไรไม่ทันแล้ว" ปวีร์บอกแล้วหนีไปหัวร่อร่าห่างๆ ข้างนวลตองกับปุ๊กกี้

    "ดี...ดีเลย เป็นไปกันหมด ฉันเสียหายอยู่คนเดียวนะงานนี้" ว่าแล้วระดมกำปั้นใส่ปวีร์ไม่นับ...

    ครั้นถึงตาไอรดาเดินมาส่งปวีร์ถึงรถของเขาที่จอดหน้าบ้าน...นวลตองกับปุ๊กกี้ยืนส่งหน้าบ้าน ปวีร์ขอบคุณที่เธอมาส่งเขา ไอรดาบอกอยากแสดงให้แม่ดีใจและสบายใจ ปวีร์จึงชวนสร้างภาพให้ดีขึ้นกว่า ว่าแล้วจุ๊บแก้มเธอหนึ่งฟอด เธอตวาดแว้ด ไม่พอใจ ถึงตบไปหนึ่งฉาดมือแบ ด่าซ้ำอีตาบ้า ปวีร์จุ๊ปากอย่านะ แม่กำลังมอง...เธอหันไปเห็นแม่กับเพื่อนตบมือชอบใจ ปวีร์จึงบอกลาเมียจ๋า ไอรดาตาขวางรับไม่ได้ แต่แม่นวลตองที่ยืนมองอยู่หันไปบอกปุ๊กกี้ว่า คู่นี้ช่างน่ารักแท้... ปุ๊กกี้สอพลอทันที

    "ต้องได้อุ้มหลานเร็วๆนี้แน่นอน"

    แล้วคู่ที่ได้ชื่อว่ากำลังรักกันจี๋จ๋า แม่จะได้อุ้มหลานนั้น...ไอรดายังจะถูกตามราวีต่อไป เพราะเมื่อนายตุลย์ถอดหมวกไหมพรมทำเป็นไอ้โม่งทิ้งไป เพราะฉุดไอรดาไม่สำเร็จ ตุลย์ รับรองกับน้องสาวว่า ต่อไปจะไม่พลาด และไม่ฉุด จะใช้ วิธีนิ่มนวล...เมษาฟังแล้วโกรธ

    "พูดเหมือนพี่ตุลย์จะจีบนังไอรดา...อย่าบอกนะว่าพี่ปลื้มนังนั่น"

    "เปล๊า...ไม่ได้ปลื้ม...ที่ฝืนใจเพราะเสียสละให้น้องสาวของพี่...คอยดู จะทำให้คุณไอหลงรักพี่ปานจะกลืน คลั่งไคล้ใหลหลงหัวปักหัวปํา..."

    "พอแล้วพี่ตุลย์ แค่นี้ก็เป็นปลื้มลืมตายแล้ว เมษาฝันว่าจะได้คุณปวีร์คืนสู่อ้อมกอดอันแสนอบอุ่น ชาตินี้ไม่อาจรักใครได้อีกแล้ว ให้ตายดับ" ตุลย์มองน้องสาว ไม่น่าเชื่อจะหลุดโลกไปเสียแล้วน้องข้า...

    ooooooo

    ปวีร์เริ่มจะคิดทำงานการจริงจัง โดยเฉพาะรีสอร์ตที่ผู้พันปยุตยกให้เขาไปบริหารให้เป็นเรื่องเป็นราว ปวีร์คิดไปมาไม่นาน จึงเดินทางไปพบธราดล เพื่อนซี้ที่ถนัดในทางการเกษตร...ปวีร์ไปพบเขาที่สวนผัก ธราดลแต่งตัวซอมซ่อแบบชาวสวน แต่อ้างว่าเป็นการแต่งเสื้อผ้าช่วยภาวะโลกร้อน ปวีร์จึงดีดมือเปาะ บอกเพื่อนว่า ที่เขามาหาก็เพราะเรื่องนี้

    หลังจากคุยกันพอท้วมๆ จึงเข้าจุดว่าขณะนี้โลกร้อน เศรษฐกิจการท่องเที่ยวลำบากมาก

    "อยากให้เพื่อนช่วยคิด...ตอนนี้กระแสเรื่องสุขภาพกำลังแรง เราจะจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพให้กับรีสอร์ตของฉัน เอาที่มันน่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวน่ะ เอาชนิดที่ให้ทั้งความสนุก และเพื่อสุขภาพด้วย"

    "งั้นเรอะ...ได้เลย เรื่องแบบนี้ฉันถนัดอยู่แล้ว"

    ธราดลเริ่มนึกสนุก...จากนั้นไอเดียเริ่มกระฉูด แล้วเสนอปวีร์ คนสมัยนี้รักสุขภาพและชอบปรุงอาหารเอง เราก็จะจัดกิจกรรมสอนปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ โดยให้แขกที่มาพักทุกคนได้มีโอกาสปรุงอาหารด้วยตนเอง โดยมีเชฟช่วยสอน เสร็จแล้วจะได้กินอาหารที่ตนปรุง ทั้งสนุกทั้งอร่อยด้วย... ยังไม่เท่านั้น ธราดลยังมีข้อเสนอเด็ดดวงยิ่งกว่า ถ้ารีสอร์ตจัดให้มีการสอนโยคะตอนเช้าๆที่ชายหาดวิวสวยๆ ตอนนี้สาวๆคงมาที่รีสอร์ตปวีร์กันตรึม ธราดลดักคอว่า ปวีร์คงไปกอดเสารีสอร์ตไม่ไปไหนแน่ละตานี้  ปวีร์ต่อว่าเพื่อนที่รู้ทัน

    "แต่ว่า...จะไปหาคนสอนทำอาหารเพื่อสุขภาพและสอนโยคะได้จากที่ไหนล่ะ"

    "ฉันรู้จักอยู่คน รับรองว่าตรงกับที่แกต้องการเป๊ะเลย" สิ้นคำธราดล...ปวีร์โล่งใจสบายตัวทันที

    ปวีร์ยังไม่แก่จึงใจร้อนอย่างวัยรุ่น ให้ธราดลพาไปพบครูสอนโยคะ ถึงบ้านที่จัดทำเป็นสำนักสอนโยคะ บางครั้งก็เปิดคอร์สล้างพิษ สอนทำเครื่องดื่มและอาหารเพื่อสุขภาพ และยังมีรายการทีวีเรื่องสุขภาพ มีสอนทั้งโยคะ เรื่องการกินอยู่เพื่อสุขภาพด้วย...ปวีร์ฟังแล้วตามเพื่อนลิ่วๆไปหาคุณครู ซึ่งเพื่อนบอกว่าเธอคือครูมาตติกา...

    พอปวีร์เข้าไปเห็นมาตติกาในชุดโยคะ ปวีร์เห็นแล้วตาค้างเติ่ง มองสำรวจถี่ยิบไปตามเรือนร่างที่กำลังร่ายรูปแบบให้ลูกศิษย์สามคนทำตาม...ภาพนั้นมาตติกาช่างสวยน่ารัก จนปวีร์ต้องซื้ดเอาลมเข้าปอดไปอัดไว้ ไม่ให้กระเส่าเกินเหตุ... ปวีร์ยิ้มอย่างลืมตัว ไม่รู้ว่ารักแรกพบมันเป็นแบบนี้หรือไฉน

    จากนั้นไม่นาน ปวีร์ก็ได้สัมผัสกลิ่นนวลเนื้อนางในระยะใกล้จะเป็นเผาขน ทุกสัดส่วนล้วนแม่เจ้าโว้ย...มองแล้วมันน่าร้องโอดโอยอย่างเจ็บปวดเสียจริงๆ น่ารักไปหมด จนเพื่อนสะกิดให้เริ่มเรื่องราว...ว่าจะให้ไปเปิดคลาสโยคะ และสอนทำอาหารที่รีสอร์ตของปวีร์

    "ก็เป็นได้นะคะ ถ้านานๆครั้ง มาตว่า...มาตก็น่าจะไหว"

    "จริงๆนะครับ" ปวีร์ปากสั่นดีใจ "งั้นเดี๋ยวผมขอเบอร์ โทร.คุณมาตไว้ จะได้ไม่ต้องผ่านนายดล..." ปวีร์ลายออก เจอสาวงามแล้วหวงก้าง จนนายดลกระแอมรู้ทันในนิสัยของเพื่อน มาตติกาส่งนามบัตรให้...จากนั้นนายปวีร์จึงบอกเขาขี้เกรงใจ แต่คุณมาตเพิ่งสอนโยคะเสร็จท่าจะหิว เราไปหาอะไรทาน แล้วคุยกันต่อดีกว่า มาตติกาจะปฏิเสธ แล้วเธอจึงชวนคุณดลไปด้วย ปวีร์กันทันที บอกว่านายดลกำลังจะกลับบ้าน ปวีร์ดึงดันร้องตัดบทว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวซื้อใส่ห่อฝากที่บ้านให้...ธราดลได้แต่ถอนใจในความกะล่อนทองของเพื่อน...

    ooooooo

    วันนี้มีโทรศัพท์ติดต่อมาจากสำนักพิมพ์ของนิตยสาร "เลิฟแอนด์เวดดิ้ง" ให้ไอรดาไปเขียนคอลัมน์ "ดูดวง" ซึ่งไอรดารีบบอกทันทีว่า เธอถนัดเรื่องดูดวงอยู่แล้ว ทางนั้นจึงให้เธอไปติดต่อนิตยสารดังกล่าว โดยให้ไปพบคุณรุจน์เย็นวันนี้เลย ซึ่งไอรดารีบจดที่อยู่ และเบอร์โทร.ไว้เรียบร้อย

    วางสาย แม่นวลตองก็แต่งตัวเดินออกมา โดยมีปุ๊กกี้หิ้วกระเป๋าตามมา นวลตองบอกลูกสาวว่าจะกลับพัทยาเพราะทิ้งร้านมาหลายวันแล้ว แล้วแม่จะกลับมาช่วยเรื่องจัดงานแต่งงานของลูกด้วย แม่ลูกกอดกันด้วยความรักคิดถึงและห่วงใย แม่เตือนว่า ลูกกำลัง
    จะออกเรือน อย่าทำตัวเป็นเด็กๆ แล้วรีบหาหลานมาให้แม่อุ้มเร็วๆ

    ปุ๊กกี้เอากระเป๋าใส่ท้ายรถให้นวลตอง แม่ร่ำลาแล้วสตาร์ตรถ แต่แล้วสตาร์ตไม่ติด ไอรดากับปุ๊กกี้ต้องช่วยกันเข็นครู่ใหญ่จึงติด ไอรดากำชับให้แม่ขับระวังให้ดีๆ อย่าตายกลางทาง เธออยากให้แม่ขับรถดีๆ แต่ก็ไม่มีเงิน แม่ขับรถไปแล้ว ไอรดาจึงมีความคิด
    ที่ติดแน่นในใจว่า เธอจะต้องหารถใหม่ให้แม่ขับให้ได้...

    พอได้เวลานัด ไอรดาเดินทางไปพบคุณรุจน์ตามที่นัดไว้ คุณรุจน์ต้อนรับ เชิญให้เข้าไปนั่งรอคุณรุจน์ในห้อง แล้วไอรดาก็ได้เห็นคุณรุจน์ ก็คือคนที่ต้อนรับเธอนั่นเอง...ที่สำคัญคือความรู้สึกของไอรดาในนาทีแรกที่พบคุณรุจน์ บอกได้ทันทีว่า นี่คือผู้ชายในสเปก ผู้ชายที่เธอฝันไว้นานมาแล้ว

    ไอรดาชมว่า แทนที่จะเป็นคนแก่ แต่ บก.รุจน์ ไม่นึกว่าจะหนุ่มแน่นแล้วก็ยังดูดี รุจน์ฟังให้หูผึ่ง แล้วรีบตอบด้วยคำหวานอย่างยืดยาว จนไอรดาฟังแล้วเคลิ้ม เพราะแต่ละคำ ชมเธอว่าแต่งตัวดีพร้อม เป็นหมอดูรุ่นใหม่ ไปกันได้กับแฟนนิตยสารที่ล้วนมีแต่คนรุ่นใหม่สดใสวัยสาว...ไอรดายิ้มม้วนไป มาสามรอบ

    "เออ...ผมพูดไปเรื่อย...ยังไม่รู้เลยว่าคุณไอจะปฏิเสธเราหรือเปล่า"

    "ไม่ปฏิเสธเลยค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก และร่วมงานกับคุณรุจน์ ค่ะ" ยิ้มให้ ส่งใจให้รุจน์อย่างแรง...

    พอดีเลขาฯโทร.มาเตือนรุจน์เรื่องเวลาอาหารเย็น

    ไอรดาเห็นเข้าทางเธอพอดี จึงสวมรอยฉับ

    "ทำไมเราไม่ไปคุยงานกันต่อที่ร้่านอาหารเลยล่ะคะ" รุจน์หรือจะปฏิเสธ ไอรดายิ้มพอใจที่จะได้ไปทานอาหารกับคุณรุจน์อย่างไม่คาดฝันมาก่อน...

    ooooooo

    ณ ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งของบางกอก ปวีร์กับมาตติกาช่วยกันดูเมนูว่าจะสั่งอะไรดี มาตติกาเริ่มสั่งเซ็ตปลาย่าง ผักนึ่งแล้วซุปเต้าหู้ แต่พอปวีร์สั่งสเต๊กเนื้อติดมันพร้อมเฟรนช์ฟราย เห็ดผัดเนย เท่านั้น

    มาตติการีบค้านว่าเนยนี้คอเลสเทอรอลสูง ปวีร์รีบให้ บริกรเปลี่ยนทันที มาตติกาย้ำว่า เนื้อติดมัน เฟรนช์ฟราย ไขมันสูงมาก ปวีร์หัวหดรีบเปลี่ยนทั้งหมด แล้วเอาเนื้อวัว มาตติกาบอก เนื้อไม่เป็นมิตรกับลำไส้ ปวีร์รีบบอกไม่เอาแล้ว

    "พี่ครับ...ที่งดนี่ เหลือแต่จานเปล่านะครับ"

    "งั้นพี่ขออย่างแบบพี่ผู้หญิงก็แล้วกัน"

    บริกรไปแล้ว ปวีร์ยังรีบชมว่าคุณมาตระวังเรื่องอาหารดีนะ มิน่าหุ่นถึงดีมากๆ

    "นี่คุณวีร์แอบมองหุ่นมาตหรือคะ" ปวีร์สำลักน้ำพรวด รีบเช็ดปากเหย็ง มาตติกายิ้มอย่างเอ็นดู

    ส่วนไอรดากำลังทานอาหารอยู่กับคุณรุจน์ ทานไปคุยกันไปเรื่องนิตยสารเกี่ยวกับความรักและการแต่งงาน คุณรุจน์ น่าจะมีประสบการณ์มาก รุจน์รีบปฏิเสธว่าเขายังไม่เคยมีชีวิตคู่เลย ไอรดาแอบกรี๊ดในอก เขาว่าต่อ แม้แต่แฟนสักคนยังไม่มี ยิ่งทำให้เธอดีใจจนเนื้อเต้นเฉิบๆ เธอบอกไม่อยากเชื่อ รุจน์รีบสาบานให้ฟ้าผ่า...

    เสียงฟ้าร้องครืนขึ้นมาทันที...ต่างมองตากัน บริกรถามจะย้ายเข้าข้างในไหม รุจน์ไม่อยากย้าย จะเสียฟอร์ม บริกร เสนอว่าไม่เกี่ยวกับฟ้าผ่า แต่ฝนจะตก ไอรดาจึงให้ย้ายไปดีกว่า...

    เมื่อย้ายมานั่งโต๊ะใหม่ด้านใน ยังฝอยกันเรื่องสาบาน เรื่องฟ้าผ่า รุจน์ไม่เชื่อ แล้วยื่นมือมาให้เธอดูว่าลายมือบอกว่าเขาโสดหรือไม่ ยื่นมือมาตรงหน้า ไอรดายิ้มดีใจจนเนื้อเต้นตุบๆ จับมือเขา รังสีเสน่หาวิ่งปร๊าดซ่านไปทั่ว เธอชมในใจว่า มืออะไรช่างนุ้มนุ่มเป็นผู้ดีปานฉะนี้...เธอดูไปคลำไปจนเพลิน รุจน์รีบบอกว่า ดูแล้วเป็นไง?

    "เส้นเนื้อคู่ชัดแจ๋ว ตัดกับเส้นชีวิตตรงเนินนี้ มีเกณฑ์จะเจอเนื้อคู่เร็วๆนี้ค่ะ" ไอรดาเงยหน้าขึ้น บริกรที่มายืนบังอยู่เมื่อครู่ผละไป ไอรดามองไปตกใจแทบตาย ตัวร้อนฉ่าตาค้าง เพราะที่โต๊ะนั่น ปวีร์กำลังนั่งกรุ้มกริ่มกับมาตติกา รุจน์เห็นท่าตะลึงจึงถามว่า ลายมือเขามีเรื่องร้ายๆหรืออย่างไร?

    ปวีร์กำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม สายตามองมาสบตาไอรดาเปรี้ยงเดียวถึงสำลักน้ำทันที...ไอรดาหายตะลึง เหมือนจะมีเขี้ยวแยกออกมาจากมุมปาก อีกมือที่ไม่ได้จับมือรุจน์ชี้บุ้ยใบ้ ไปที่มาตติกาให้รู้ว่าเธออยากรู้นัก ปวีร์มากับแม่คนนั้นนั่นมันใครกัน ปวีร์ส่งภาษาใบ้โต้กลับทำท่าเชือดคอให้ตาย เมื่อชี้ไปที่นายรุจน์ว่าไอรดามากับมัน มันอยากตายรึไง?

    มาตติกาถามว่าคุณปวีร์เป็นอะไร หน้าตึงๆ ปวีร์จึงเปรยขึ้นว่า บังเอิญเขานึกถึงเรื่องแย่ๆขึ้นมาเรื่องหนึ่ง...

    "ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง กำลังจะแต่งงานอยู่แล้ว ดันไปเจอเจ้าสาวแอบไปกินข้าวต้มกับไอ้หนุ่ม...แถมยังจับมือกันไม่ยอมวางอีก ด้วย"

    ไอรดาฟังแล้วจี๊ด สะอึกไปสามที...แล้วรีบปล่อยมือรุจน์ทันที นายรุจน์ถามแปลกใจว่า เกิดมีอะไรขึ้น พอถาม ไอรดาจึงเล่าเสียงไม่เบานัก

    "มีเรื่องไม่สบายใจค่ะ ไอถามคุณรุจน์นะคะ ถ้ามีผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังจะแต่งงานอยู่แล้ว ยังแอบไปกินข้าวกับกิ๊กนี่ เราจะเรียกผู้ชายห่วยๆพันธุ์มักง่ายนี้ว่าอะไรดี"

    "คงเรียกว่าพวกเจ้าชู้...คลำดูหางไม่มีเป็นกวาดเรียบ" ปวีร์สะดุ้งวาบ รีบแคะหูฟังต่อ รุจน์ตอกย้ำคำเก่าอีก ปวีร์ฟังแล้วฉุนขาด ได้แต่ขยับก้นไปมาด้วยความแค้น มองไอรดาแล้วส่งซิกใบ้บ้าไปมา ให้เธอตามเขาไป...ปวีร์ขอตัวมาตติกา แล้วลุกไปห้องน้ำ

    ไอรดาก็ขอตัวรุจน์ไปห้องน้ำ เธอเดินไป กำหมัดแน่นพร้อมจะระเบิดศึกในยุทธภูมิหน้าห้องน้ำ...

    ปวีร์ไปยืนส่ายไหล่ ทุบอกตูมๆเหมือนลิงยักษ์ พอไอรดาเดินมา จึงคว้าข้อมือ คำรามใส่

    "ทำยังงี้ได้ไง...หา...คนเขาจะมองผมยังไง ดูบนหัวนี่ซิ มีเขางอกมาไหม จะแต่งกับผมสองสามวันนี้ ยังแอบมากับกิ๊ก กุมมือกันไม่วางรึ?"

    "ปล่อย...ฉันเจ็บ...ทีคุณล่ะ พากิ๊กมาออเซาะกัน นี่ถ้าไม่มาเห็นก่อน คงพากันไปถึงไหนๆ"

    "อย่าว่าเขานะ เขาเป็นผู้หญิงดี ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด"

    "ฉันไม่ได้ว่าผู้หญิง ฉันว่าคุณ ผู้ชายห่วยแตก จะแต่งงานกับฉัน ยังมักมากกับหญิงอื่น"

    ผู้คนมาห้องน้ำและที่นั่งอยู่ห่างออกไปต่างจ้องมาหาปวีร์ เขาเริ่มหนาว ดึงข้อมือไอรดาเข้าไปคุยในห้องน้ำชาย เธอให้ปล่อยมือ ปวีร์ลำเลิกว่า ทีมือไอ้หมอนั่นไม่ยอมปล่อย ไอรดาจึงย้อนถามว่าหึงเรอะ?

    "ทำไมโกรธเป็นไฟ เห็นฉันมากับกิ๊ก...เอ๊ย...มากับคนอื่น"

    "ฮะ ยังยอมรับเป็นกิ๊กอีก...บ้าชะมัด ไม่ใช่หึงว้อย...มันศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย...แบบนี้มันลบเหลี่ยมกัน"

    ปวีร์คว้าแขนไว้ ลากมาที่อ่างล้างหน้า สั่งว่าถ้ายังไม่เคลียร์ไปไหนไม่ได้ จึงเกิดการพันตูกันขึ้น มีการฟ้อนเล็บอุตลุด ไอรดาเปิดบีบปากก๊อกฉีดน้ำใส่ปวีร์จนร้องลั่น ชายกลาง คนเปิดประตูออกมามอง ไอรดาได้ทีวิ่งหนีออกไป ปวีร์ได้แต่ยืนเป็นเบื้อในสภาพเปียกปอน...

    ไอรดามาถึงโต๊ะ บอกรุจน์ให้รีบเช็กบิล กลับกันเพราะเธอปวดหัวมาก รุจน์ขอเข้าห้องน้ำก่อน...ปวีร์เดินสวนมานั่งข้างมาตติกา ตาจ้องไอรดาเหมือนจะให้ไหม้จนวอดวาย บ่นเสียดสี ผู้หญิงบางคนไม่เคยนึกถึงคนอื่น แม้คนจะเป็นสามีตัวเองแท้ๆ มันทุเรศ อุบาทว์จริงๆ ไอรดาฟังแล้วเดือดปุดๆ ถึงจุดแตกหัก คว้ากระปุกพริกไทยปาใส่หัวปวีร์ดังโป๊ก ร้องโอยได้คำเดียว กุมหัว กระโจนใส่ไอรดา...มาตติการ้องตกใจ ปวีร์กุมหัวยืนประจันหน้าถาม ปาหัวเขาทำไม?

    "สมควรไหมล่ะ อยากว่าฉันอุบาทว์ทำไม"

    "รึไม่จริง จะแต่งงานอยู่แล้วแท้ๆ ยังควงผู้ชายอื่นมานั่งลูบกัน มันหยามศักดิ์ศรีลูกผู้ชายกันนี่"

    "แล้วทางกลับกัน ฉันก็มีศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงเหมือนกัน... ทีคุณควงกิ๊กคุณมาล่ะ" ชี้ไปที่มาตติกา เธอหันมาถามว่ามันอะไรกัน ไอรดารีบบอก "ไม่ต้องงงหรอก อีตานี่เป็นว่าที่สามีฉันเอง"

    "หา...คุณกำลังจะแต่งงานกันเหรอคะ" ปวีร์รับ "มาต ยินดีด้วยค่ะ" หันไปแสดงความยินดีกับไอรดา ถามปวีร์ว่า จะไม่แนะนำให้รู้จักเจ้าสาวคุณหรือ?

    ปวีร์จึงแนะนำคุณมาตติกากำลังจะไปช่วยงานที่รีสอร์ตของเขา แล้วแนะนำไอรดาว่ากำลังจะเป็นเจ้าสาวของเขา

    "ขอโทษนะคะ ที่เมื่อกี้พูดไม่ดีกับคุณ"

    "ไม่เป็นไรค่ะ คนเราเข้าใจผิดกันได้" มาตติกาหยิบแก้วขึ้นมา "มาตขอดื่มแสดงความยินดีล่วงหน้าให้กับว่าที่คู่บ่าวสาวด้วยนะคะ...เอาสิคะ"

    ทุกคนยกแก้วน้ำ ทั้งน้ำส้ม น้ำแดง มาตติกาชูแก้ว

    "แด่ความรักที่สวยงาม และการแต่งงานกันเป็นนิรันดร์... ดื่มค่ะ" ปวีร์กับไอรดาจ้องหน้ากัน เหมือนจะฟัดกันให้จมเขี้ยว... ปวีร์ร้องขัดขึ้น

    "เดี๋ยวก่อนครับ...เดี๋ยวก่อน" ทุกคนชะงัก "ก่อนจะดื่ม ผมขอกล่าวเสริมอีกนิด แด่ความรักที่มีแต่ความโลภ และการแต่งงานที่เจ้าสาวยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อหวังฮุบเงินก้อนใหญ่"

    ไม่ทันขาดคำ ไอรดาสาดน้ำแดงใส่หน้าปวีร์ มาตติกา ร้องจ๊าก ปวีร์ปาดน้ำแดงจากหน้า

    "นี่คุณคิดว่าผมไม่กล้าสาดคุณเหรอ"

    รุจน์กลับเข้ามาเห็นท่าไม่ดี รีบเข้ามาแทรกกลาง ถามว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วหน้ารุจน์ก็รับน้ำส้มจากแก้วปวีร์เต็มหน้า ทุกคนตกใจ บริกรชายหญิงวิ่งมาถาม

    "ไม่มีอะไร" บอกบริกรแล้วไอรดาดึงแขนรุจน์ "รีบไปเถอะค่ะคุณรุจน์" รุจน์ถามว่ามันเรื่องอะไรกัน "เดี๋ยวเล่าให้ฟังนะคะ รีบไปเถอะค่ะ" ไอรดาดึงแขนรุจน์เดินอ้าวไป ปวีร์ทำท่าฮึดฮัด มาตติกาหยิบกระดาษที่ใกล้ที่สุดกำใหญ่มาซับหน้าตาให้ ปวีร์จึงค่อยลดดีกรีความแค้นลงได้บ้าง

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:37 น.