ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    วิวาห์ว้าวุ่น

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เช้าวันนี้ ปวีร์แต่งตัวเตรียมพร้อมจะเดินทางไปรีสอร์ตเพื่อฮันนีมูนตามคำแนะนำของหมอ...แต่พอปลุกแล้วไอรดายังนอนตะแคงหลับสบาย จึงได้แต่มองจ้อง และเพิ่งจะเห็นความงามน่าเอ็นดูของไอรดาก็เช้านี้

    "เวลาคุณไม่ทำหน้าเจ้าเล่ห์ ไม่ด่า ไม่คิดแต่เรื่องเงินสี่สิบล้าน คุณก็สวยน่ารักน่าเอ็นดูมาก"

    ปวีร์เอื้อมมือแตะเส้นผมที่ห้อยมาปรกหน้า   พร้อมขออนุญาตเธอ...แล้วก้มลงหอมแก้มเธอหนึ่งฟอด ไอรดาเหมือนละเมอ เอามือลูบแก้ม ท่าทีออดอ้อน เสียงละเมอ "คุณ...อ๊ะ...."

    "ท่าทางจะถูกใจแฮะ...งั้นจัดให้อีกหนึ่งฟอด"   เขาก้มลงหอมแก้มอีกที  ไอรดาเริ่มงัวเงีย  มือลูบแก้ม  พึมพำอีกครั้ง "คุณอ๊ะ....อีกแล้วนะ" ปวีร์ยิ้มอย่างพอใจและย่ามใจ กำลังจะหอมอีกที เสียงงึมงำขึ้นอีก "ไม่เอา...พอแล้วค่ะ...คุณรุจน์"

    ปวีร์สะอึก เส้นสายกระตุก หุบยิ้ม...ลมเสียจนสว้านตีกลับทันที

    ooooooo

    รุจน์กับทีมงานมาเก็บภาพชุดชายหาดและรีสอร์ต เดินมาสั่งงานช่างภาพที่ตั้งกล้อง แล้วหันไปสั่งนักเขียนฝ่ายสารคดี ที่มีสคริปต์สำหรับกำกับภาพประกอบเรื่อง หลังจากสั่งงานกันแล้ว รุจน์จึงเดินไปตามชายหาด ชมความงามของโค้งน้ำและหาด
    ทรายหน้ารีสอร์ตแห่งนี้... ผ่านคู่หนุ่มสาวที่กำลังไล่จับกันเป็นที่สนุกสนานอย่างน่าอิจฉา...

    ภายในรีสอร์ต...ตุลย์เห็นมาตติกาเดินมาคนเดียว ดีใจจนเนื้อเต้น วิ่งไปหาเธอทันที จึงรู้ว่าเธอมาช่วยสอนโยคะที่นี่ ทั้งทำกิจกรรมอาหารเพื่อสุขภาพในวันพรุ่งนี้ ตุลย์จึงต่อว่าที่ เธอไม่ไปหาเขาที่บ้าน หรือว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเขา มาตติกา
    จึงบอกว่า กลับจากที่นี่จะไปหาเขาทันที ตุลย์อ่อยเหยื่อว่าเขามีความสุขที่ได้ช่วยเหลือคุณมาต เธอจึงบอกว่า เขาดีกับเธอ จะหาโอกาสตอบแทนเขาแน่...ตุลย์มองตามหลังมาตติกาไปด้วยความหื่นในใจว่า จะช่วยให้มาตติกาได้ตอบแทนเขาแน่...

    ที่ล็อบบี้รีสอร์ต ปวีร์เดินนำไอรดาเข้ามา แล้วผายมือให้ชมความโอ่อ่าและการออกแบบสวยเลอเลิศหรูหราราคาแพง ของเขา ไอรดาได้แต่เหน็บว่าขี้โอ่ ชอบโชว์ความรวย

    ขณะที่ปวีร์พลิ้วกายขึ้นไปเหยียบเหนือเก้าอี้บุนวมหรูหราตัวหนึ่ง ผายมือให้ไอรดาชมความงามในการออกแบบของที่นี่ว่าเลิศเลอขนาดไหน...เสียงนกหวีดดังขึ้น รปภ.คนหนึ่งวิ่งมาชี้หน้า ปวีร์ สั่งห้ามไม่ให้ขึ้นไปยืนบนนั้น ปวีร์ร้องเชอะ ไม่ยี่หระ
    "ทำไมจะยืนไม่ได้...ใครจะทำไม รู้ไหมว่านี่ใคร"

    "เขาเป็นใครหรือครับคุณผู้หญิง" รปภ.หันมากระซิบถามไอรดา

    "ฉันไม่รู้จัก เขาเดินตามฉันมาจากข้างนอก...คนบ้าน่ะ เอากระบองตีกบาลเลย"

    "ท่าทางจะเป็นคนบ้า อย่าตีเลยนะ สงสาร" รปภ.ชักใจอ่อน ไอรดาจึงใส่ไฟต่อ

    "แต่คนคนนี้ท่าจะบ้ากามด้วยนะ ตะกี้ยังแอบจับก้นฉันด้วย"

    "เฮอะ...ยังงี้ต้องถอน เอ๊ย...ต้องเจอไม้นวด" หันไปตวาดปวีร์ "เฮ้ย...ลงมาเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นโดน"

    "นี่...เพิ่งมาทำงานใหม่ใช่ไหม...เราน่ะ...เฮ้ย   อ้าว อย่าสิ" ปวีร์ขู่พลางถอยพลาง เมื่อ รปภ.แกว่งไม้หวดวืดวาด รุกไล่ตามราวี ปวีร์ต้องถอยร่นไม่เป็นขบวน ไอรดามองตาม ร้องสมน้ำหน้า อวดร่ำอวดรวยดีนัก...

    หลังจากเสียงดังไปถึงหูผู้จัดการ จึงวิ่งมาสั่ง รปภ.ให้ หยุดบ้า...ขอโทษขอโพยปวีร์ที่มานั่งหอบจนตัวโยน แล้วค่อยแนะนำ รปภ.ว่าคนนี้คือเจ้าของรีสอร์ต รปภ.รีบขอโทษเป็นการใหญ่ ไอรดาบอกไม่ใช่ความผิด รปภ. เขาทำตามหน้าที่ สั่งผู้จัดการอย่า
    ไปลงโทษเขาด้วย ผู้จัดการรับคำ ไอรดาจึงไล่ให้ รปภ.กลับไปทำงานต่อ...ไอรดายังหันไปตำหนิปวีร์ที่ไม่เคยมาดูแล คนทำงานใครจะรู้จัก...

    ปวีร์แก้ตัวก่อนจะเดินเข้าไปในห้องพัก โดยมีไอรดาตาม ยิ้มอย่างพอใจที่แกล้งปวีร์ได้ เมื่อถึงห้อง ปวีร์ให้เธอพักตามสบาย หิวก็สั่งพนักงาน เขาจะไปว่ายน้ำเล่น...หรือเธอจะไปด้วย แล้วมองหุ่นไอรดา ก่อนจะใช้สายตาลามไปทั่ว

    "รูปร่างอย่างคุณเนี่ย ใส่ชุดว่ายน้ำคงเซ็กซี่น่าดู"

    "คิดเหรอจะได้เห็น ฝันเพ้อไปเถอะ ฉันจะนอน ไปไหนก็เชิญไป"

    "อ้อ...นี่จะมาฮันนีมูนแบบไหนกันล่ะ"

    "หย่ากับฉันสิ แล้วไปแต่งกับคนใหม่ จะได้ฮันนีมูนจริงๆให้สมอยาก"

    ปวีร์ฟังแล้วเริ่มเซ็งขึ้นมาจนติดคอหอย...ไม่ว่าตื่นหรือหลับก็จะเอาสี่สิบล้านลูกเดียว...

    ooooooo

    ปวีร์ลงไปว่ายน้ำใสในสระอันหรูหราอย่างสบายใจเฉิบ พอเหลือบไปเห็นสาวสวยนางหนึ่งกำลังระริกระรี้ อยู่กับน้ำไม่ห่างกันนัก หุ่นเซ็กซี่ของเธอเหมือนแม่เหล็กดึงดูดปวีร์ให้ว่ายไปหาเธออย่างระทึกหัวใจ...พอว่ายไปใกล้ เกาะฉับที่ขอบสระ ยิ้มหวาน
    ให้กัน แต่แล้วต้องเหี่ยวลงทันที เมื่อเห็นชายร่างใหญ่ กล้ามเป็นมัดแบบชายงามระดับโลกมายืนจังก้า เหมือนอยากจะขบหัวใครสักคน...ปวีร์ยิ้มหวานให้ก่อนจะล่าถอยออกมาตามระเบียบ

    ณ  จุดที่ไม่ห่างกันนัก...มีสองชายพากันมาแอบซุ่ม  ใส่ หมวกหลุบหน้าใส่แว่นตาดำพรางตา ทั้งสองคนนั้นคือโชคและชัย ตอนนี้กำลังชี้ให้กันดูว่านั่นคือนายปวีร์เป้าหมายของมันทั้งสองที่ถูกเจ้านายตุลย์สั่งให้มากำจัดให้ได้ เอาแบบไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต
    แล้วอย่าทิ้งร่องรอยให้พัวพันมาถึงตุลย์ได้ โชคและชัยจึงเตรียมเครื่องมือกำจัดที่ถือว่าไฮเทคที่สุดแล้วมาเพื่อการนี้โดยตรง

    หลังพุ่มไม้ริมสระนั้น   โชคเอาอาวุธสังหารของมันออกมา บอกว่าไฮเทคที่สุด ชัยเห็นแล้วร้องค้านว่า จะไฮเทคกะผี อะไร มันก็เครื่องมือช็อตปลาที่ดูดคนช็อตตายมานักต่อนักแล้วนั่นเอง โชคยืนยันว่าอันนี้ไฮเทคกว่า เพราะนอกจากปลาจะตายแล้วยัง
    เป็นหมันด้วย กรมประมงจึงไม่ให้ใช้ ใครใช้ถือว่าผิดกฎหมาย...ชัยจึงเร่งให้โชคใช้ทันที เพราะปวีร์เป้าหมายยังเกาะขอบสระเล่นรอความตายอยู่นั่นแล้ว...

    โชคสะพายย่ามใหญ่ใส่หม้อแปลงและแบตเตอรี่ต่อสายโยงใส่ปลายไม้ไผ่...โชคย่องมาให้ใกล้ปวีร์เท่าที่จะใกล้ได้... มันกดสวิตช์แบต จี้ปลายสายไฟลงน้ำ หลับตาปี๋อย่างหวาดเสียวที่ปวีร์จะต้องตายแน่...ครู่ใหญ่จึงค่อยๆลืมตา นึกวาดภาพว่าปวีร์ต้อง
    ดิ้นพราดๆเป็นปลาดุกถูกทุบหัว แล้วจมน้ำลงไปแล้ว... มันเห็นปวีร์ใช้เท้าดีดน้ำ ยิ่งเข้าใจว่าชักดิ้นชักงอ...โชคกดปุ่ม จี้ปลายไม้ลงไปอีกให้ตายสนิท   ชัยซุ่มดู   ยกนิ้วให้โชค...ยิ่งปวีร์หยุดตีน้ำ มันทั้งสองดีดมือเปาะ คิดว่าปวีร์หมดแรงจะไม่หายใจแล้ว...
    โชคยืนขึ้นเดินส่ายอาดๆมายืนดู ชัยออกจากที่ซ่อนมา สมทบ...มันทั้งสองบอกสำเร็จ แล้วชวนกันให้รีบเผ่นดีกว่า แต่ พอจะก้าวไปต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงผิวปาก พอหันไปมองเห็นปวีร์ผิวปากเพลงลูกทุ่งสบายๆ ไม่มีท่าว่าจะถูกไฟช็อตเดี้ยงแต่อย่างใด
    มองตากันไปมา ชัยจึงบอกว่าเครื่องช็อตของแกมันเดี้ยงไปแล้ว ลองช็อตใหม่ดูก็ไม่มีท่าว่าจะรู้สึก จึงเถียงกัน ไปมา

    "ขั้วตรงแบตเสียบไม่แน่นมั้ง" เสียงออกความเห็นพร้อมมือชี้มา โชคซักว่าขั้วไหน แล้วเอามือขยับดู เห็นว่าไม่แน่น จึงขอลองอีกที ชัยเอามือจับปลายสายที่จุ่มน้ำ โชคกดปุ่ม ชัยร้องจ๊ากที่ปลายไม้ไผ่ โชคเห็นชัยถูกช็อตเหมือนผีเข้า สงสัยจึงถามว่าตะกี้
    ใครมาบอก...พอเห็นปวีร์ยืนตรงหน้า ถึงผงะ

    "แกสองคนมาทำอะไรในรีสอร์ตฉัน...หา"

    "เฮ้ย ไอ้โชค...ปล่อยมือ อย่ากด..." ชัยตะกายฟ้าทำท่าจะเดี้ยง  มันสองคนจึงดึงกันไปมา  โชคถึงถลาลงไปในน้ำด้วยกัน ทั้งสองคน...ทั้งสองถูกไฟช็อตน้ำกระเพื่อม มันสองคนร้องลั่นดิ้นพราดๆ ตะกายหนีตายไปด้วยกัน....

    ปวีร์ตกใจรีบเผ่นหนีเพื่อความปลอดภัย จึงไม่ทันได้ คิดว่าจะช่วยมันทั้งสองดีหรือไม่?

    ooooooo

    ขณะนั้นไอรดาเดินบ่นอุบกลับมายังห้องพัก เพราะเธออุตส่าห์หนีมาตั้งแสนจะไกลแล้ว ยังดันมาพบเมษาเข้าจนได้ พอถึงประตูห้องพัก จับลูกบิดจะเปิด จึงรู้ว่าประตูล็อกเรียบร้อยแล้ว...เธอตกใจ เมื่อนึกได้ว่าเธอไม่ได้เอากุญแจห้องออกมาด้วย
    "ให้มันได้ยังงี้สิ ดันลืมหยิบกุญแจออกมา...นี่อีตาปวีร์ เขาหายหัวไปถึงไหนแล้วนี่"

    เมื่อไอรดาจะเข้าห้องได้ ก็มีแต่ตามหาปวีร์ลูกเดียว... เห็นว่าเขาจะไปเล่นน้ำ

    ณ ที่ไม่ห่างจากสระเท่าใดนัก แต่เป็นในแนวป่า โชคกับชัยลูกน้องตุลย์ช่วยกันเอาปืนจี้ปวีร์พาลัดเข้าป่า โดยการมัดมือไพล่หลัง เอาผ้าผูกตา กระตุกให้เดินตามไป...ไอรดามาถึงสระไม่เห็น จึงวิ่งพล่านไปสอดส่ายตาหา เป็นช่วงเดียวกับที่โชคกับชัยหยุด
    กินน้ำ ปวีร์ไม่รู้จึงเดินดุ่มๆไป จนออกนอกเส้นทาง...เป็นจังหวะที่ไอรดาวิ่งมามองเห็น

    ก่อนจะวิ่งเข้าไปหาปวีร์ ไอรดาเห็นพวกโชคถือปืนวิ่งมาดึงตัวปวีร์ที่เดินเปะปะเพราะถูกผูกปิดตาไว้ ไอรดาจึงรีบหลบหลังพุ่มไม้ จับตาคอยตามไป

    วายร้ายทั้งสองผลักไหล่ปวีร์ให้เดินไปกับพวกมัน เร่งให้เดินเร็ว ปวีร์บอกถูกปิดตาจะเดินเร็วได้ไง พอได้จังหวะ ปวีร์ เอาหัวโขกไอ้ชัยครึ่งปากครึ่งจมูก มันผวาไป ร้องอย่างเจ็บปวด ยิ่งเดือดดาล เมื่อเลือดทะลักออกมา...ไอ้ชัยโกรธ ทั้งชกทั้งเตะ ถีบปวีร์
    จนล้มลุกคลุกคลาน   ไอ้โชคร้องห้ามกลัวปวีร์จะเดินไม่ไหว สั่งให้หยุด ไม่งั้นใครจะแบกมันไป แล้วกระซิบบอกว่าให้เข้าไปในป่าลึกก่อน  จะทำอะไรก็ว่าไปเลย...ไอรดาแอบดู อกสั่นขวัญบิน แต่ช่วยปวีร์ไม่ได้ จึงได้แต่ตามมันไป แล้วคิดทบทวนไปมา

    "จะทำไงดี...ต้องช่วยปวีร์ ไม่งั้นเราจะเอาเงินสี่สิบล้านจากใคร?"

    ไอรดาเดินตามพวกมันจนเหนื่อย มันพากันพัก ล้างหน้าและแยกกันไปถ่ายทุกข์ ปล่อยให้ปวีร์ยืนคอยพิงต้นไม้... เป็นจังหวะที่ดีไอรดารีบมาสะกิดเบาๆเรียกปวีร์ บอกว่าเธอ มาช่วย ให้รีบวิ่งตามเธอไป โดยช่วยดึงผ้าผูกตาห้อยลงมาพอมองเห็น...ทั้งสอง
    วิ่งตามกัน แต่ปวีร์ยังถูกมัดมือจึงวิ่งช้า

    สองวายร้ายพากันเดินมาหาปวีร์ พอรู้ว่าหายไป จึงช่วยกันวิ่งตามหาด้วยความแค้น

    ไม่นาน มันทั้งสองร้องบอกกันว่า เห็นหลังมันไวๆแล้ว จึงเร่งฝีเท้าขึ้น บอกว่าเมียมันมาช่วยแล้ว...ไอรดาจึงหันมาแก้เชือกมัดมือให้ปวีร์เพื่อจะได้วิ่งให้เร็วขึ้น...พวกมันสองคนพอเห็นหลังทั้งสอง จึงวิ่งพลาง เล็งปืนยิงพลาง ช่วยให้ ปวีร์กับไอรดาออก
    แรงวิ่งหนีตายเร็วขึ้น...

    พอมันตามพ้นแนวไม้...มันมองไปไม่เห็นสองคนนั่นแล้ว จึงหยุดคิดว่าควรตามไปทางไหนดี...คิดไปแล้วต่างโทษกันที่ปล่อยให้ปวีร์หนีไปได้

    ส่วนปวีร์กับไอรดาต่างก็โทษกันไปมาเช่นกัน ไอรดาหมั่นไส้ปวีร์ รู้ยังงี้ไม่มาช่วย ปล่อยให้ตายๆไปซะดีกว่า ปวีร์จึงย้อนให้

    "อย่าคิดว่าผมไม่รู้นะ ที่คุณมาช่วยเพราะกลัวผมตาย จะไม่มีคนจ่ายสี่สิบล้านให้คุณ...ใช่ม้า?"

    ไอรดาลืมตัวร้องดังจะจิกให้แหลก แล้วต้องหุบปาก เมื่อปวีร์ขู่...ร้องให้ดังๆเข้า มันจะได้มายิงขมองเละ

    ooooooo

    ยามนั้นนายตุลย์จอมบงการนั่งกระสับกระส่ายอยู่ที่เก้าอี้ริมชายหาด...โทร.มือถือแล้วก็ปิด ปิดแล้วโทร.อีกที จนกระทั่งติดรีบกรอกเสียงสั่งการทันที

    "เฮ้ย...นี่ฉันเอง...พวกแกจัดการมันเรียบร้อยรึยัง" ฟังแล้วเต้นเหย็ง "หา...ไอ้บ้าเอ๊ย...มันหนีไปแล้วนี่นะ...พวกแกนี่ระยำสิ้นดี..."

    เมษาผู้น้องสาวได้ยินแว่วๆ หูผึ่งทันที ค่อยๆย่องมาหาข่าว...ตุลย์ฟังลูกน้องแล้วนิ่วหน้า

    "...ฟังก่อนนะเจ้านาย มีคนมาช่วยมันน่ะเจ้านาย ก็จะใครล่ะครับ ยายไอรดาเมียมันน่ะสิครับ"

    "เฮ้ย..." ตุลย์ออกอาการงิ้ว "มันยังไงกันวะเนี่ย แกอย่าไปทำอะไรเธอนะ จะทำไงน่ะเหรอ เอางี้ ยังไงมันก็ต้องกลับมารีสอร์ต พวกแกคอยซุ่มรอปากทาง อย่าให้มันกลับออกมาได้"

    "ใครเหรอพี่ตุลย์" เมษายื่นหน้ามาถาม ตุลย์สะดุ้งรีบปิดมือถือ

    "เปล่า...ไม่มีอะไร" ทำท่าจะเดินหนี เมษาตามตื๊อ

    "เมษาเดินตามหาคุณปวีร์ทั่วรีสอร์ตยังไม่เจอ อย่าบอกนะที่กำลังคุยเนี่ยเป็นเรื่องคุณปวีร์"

    "เปล่า...ไม่ใช่...ไม่เกี่ยว" หยิบแว่นตาดำมาใส่...เมษาเดินตามมาจ้องหน้าหาความจริง

    "พี่ตุลย์ทำอะไรคุณปวีร์...ถ้าเปล่าคงไม่ใส่แว่นตาดำ" ตุลย์หันหนี เมษาจับหน้าหันมา ถอดแว่นแล้วสั่ง "มองตาเมษา ไม่ต้องมองที่อื่น บอกมาเดี๋ยวนี้...พี่ตุลย์สั่งมันสองคนทำอะไรคุณปวีร์ใช่ไหม"

    "เอ๊ะ พี่บอกแล้วไงว่าเปล่า"

    "คอยดู ถ้าทำอะไรคุณปวีร์ เมษาจะไม่ปล่อยนังไอรดาเหมือนกัน" เมษาจ้องตาแทบลุกเป็นไฟ

    ooooooo

    ปวีร์เดินลุยป่าไปข้างหน้า พยายามหาที่เดินสบายและปลอดภัยจากสายตาวายร้ายทั้งสองด้วย ยิ่งเดินก็ยิ่งเหมือนหลงทางเข้ารกเข้าพง ไอรดาหยุดหอบ ถามว่าทางเดินสบายกว่านี้ไม่มีอีกแล้วใช่ไหม ปวีร์ ย้อนว่าอยากเดินไปหาไอ้สองคนนั้นรึไง พอถาม
    ว่าทางนี้กลับรีสอร์ตแน่หรือ เขาตอบหน้าตายว่าไม่รู้... ไอรดาเต้นผาง แบบนี้หลงป่าตาย ไอรดาขอนำทางเอง หลงไม่หลงทางไม่รู้ แต่ก็ยอม ถ้าได้หลงด้วยเธอนำ ทางเอง...

    ไอรดาเดินดุ่มๆมุ่งหน้าไป พอหันมาเห็นปวีร์ยืนนิ่ง... พอถามจึงรู้ว่าที่ไอรดานำไปนั้นมันกลับทางเก่า...ปวีร์จึงสั่งเดินไปข้างหน้า แล้วไม่สนใคร เดินไปทันที

    "ขืนรอให้มืดไม่ใช่มีแต่สัตว์ป่าดุร้าย แต่ยังมีผีป่า ผีสางนางไม้ ห้อยโหน แยกเขี้ยวด้วย..."

    "เฮ้ย...รอก่อน...ไปทางนี้ดีกว่า" เมื่อปวีร์ยังเดินลิ่วๆ ไอรดาคว้าท่อนไม้ริมทางมาหักกิ่งปาใส่หลังปวีร์ตุ๊บใหญ่ เขาหยุดกึก หันมาตาขวาง ไอรดาร้องอุ๊ย สำนึกผิด แต่ยังบอกว่า ก็อยากไม่รอนี่ แล้วถามว่าคุณเจ็บไหม...ปวีร์หน้าเหมือนแยกเขี้ยว หันไป
    หยิบไม้ท่อนใหญ่เดินมาหา ไอรดากลัวจนหลับตาปี๋ แต่ปวีร์ใช้แรงทุ่มท่อนไม้ใส่สุดแรง ไอรดาหวีดร้องลั่น แล้วค่อยๆลืมตาขึ้น

    "งูจะฉกน่องเข้าให้แล้วยังไม่รู้เรื่อง" เขาสำทับ ไอรดาตาเหลือก ค่อยๆมองไปที่พื้นข้างตัว ขนลุกซู่เมื่อเห็นงูตัวหนึ่งนอนตายนิ่งถูกท่อนไม้ทับ ไอรดากลัวสุดขีดหวีดร้องแล้วกระโจนกอดปวีร์ตัวสั่นงันงก

    "ฉันกลัว...กลัวงูที่สุด...อ๊ายยยย"

    "มันตายไปแล้วคุณ..." ยังมีหน้ามาถามว่าตายแน่นะ "งั้นยังไม่ตายก็ได้"

    "เฮ้ย...ฉันกลัวนะ อย่าล้อเล่น" แล้วค่อยๆเอาสองเท้าลงพื้น ทำท่าจะหายกลัว

    "อ้าว...มันยังไม่ตาย" สิ้นเสียงปวีร์ เธอร้องจ๊ากอีกครั้ง ตานี้โดดเอาสองเท้าหนีบรัดเอวปวีร์แน่น หลับตาปี๋...ปวีร์ หัวเราะชอบใจ "ฮ่าๆๆๆ มันตายไปแล้วคุณ...ล้อเล่นก็ไม่ได้" แล้วก็ทำท่ากระตุกเส้น ชี้ไปที่งู "มัน...มัน...ตายแล้ว" คราวนี้หลังปวีร์เจอ
    กำปั้นทุบไปสองสามบึก หน้าทะเล้นตูมตึงทันที เพราะเจ็บจุกแทบตาย...ไอรดาขอร้องอย่าล้อเรื่องงู ไม่ว่าตายหรือไม่ตายก็กลัวทั้งนั้น

    "แหม...ตอนตกใจ...ไหนลองโดดเป็นจิงโจ้ เอาสองขามารัดเอวอีกที มันรู้สึกซ่าดีเหมือนกัน"

    "คุณนี่เก่ง ทะลึ่งได้แม้กระทั่งในป่าในเขา"

    "ขอบคุณที่ชม...ฮ่าๆๆๆ"

    ทั้งสองมองตากัน แววแห่งความเข้าใจกันในยามยากเริ่มวาววามขึ้นแล้ว...

    ooooooo

    มาตติกาลงมาเดินเล่นชายหาดคนเดียว บังเอิญรุจน์เองก็มาเดินคนเดียวอย่างเหงาๆ หลังสั่งงานทีมถ่ายทำ ตามที่ได้พากันยกทีมมา...แล้วรุจน์ก็ดีใจจนเนื้อเต้น เมื่อรีบเดินไปหามาตติกา เดินเล่นคนเดียว ทั้งสองพบกัน ทักทายแล้วยิ้มให้กัน

    มาตติกาเดินเหยียบเศษแก้วถึงกับชะงัก ขยับเท้าหนี รุจน์เห็นรีบวิ่งไปดู เธอนั่งลงชักเท้าดู แล้วชี้ไปที่เศษแก้ว รุจน์รีบรับมาแล้วเก็บ มาตติกาบอกว่าเขาเหยียบไปเล็กน้อย ขอให้เขาเก็บเศษมันให้ดี กลัวคนอื่นจะมาเหยียบอีก แต่พอมาตติกาเห็นเลือด ถึงกับ
    เป็นลมพับไป รุจน์ไม่มีทางเลือก เขาขอโทษเธอ แล้วอุ้มขึ้นรีบพากลับเรือนพักของเขา...

    ขณะพาไปนอนในห้องพัก  พยายามปฐมพยาบาลเต็มที่...แต่มาตติกาเองในยามสลบไปนั้น เธอฝันถึงเดชคู่รักเก่าที่ไม่ยอมเลิกกับเธอ แต่เขาเป็นคนจอมเจ้าชู้ จนมาตติกา บอกเลิกแต่เขายังไม่ยอม...เธอย้ำ "ความรักที่มาตมีให้คุณนั้นมันหมดไปแล้ว มาตรัก
    ผู้ชายเจ้าชู้อย่างคุณอีกไม่ได้แล้ว..."

    มาตติกาฝันเพ้อกระสับกระส่าย...พอลืมตาอีกครั้ง เสียงย้ำดังออกมาอีก

    "มาตเกลียดผู้ชายเจ้าชู้" จากนั้นสติเริ่มกระจ่าง สายตาพร่าพรายมองไปทางปลายเท้า ครู่หนึ่งจึงเห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งปลายเตียง ยกเท้าเธอวางบนตัก...ด้วยความรู้สึกชิงชังผู้ชายเจ้าชู้ เท้าของมาตติกาจึงยันชายผู้นั้นสุดแรง...

    มาตติกาเห็นแล้วว่าเธอยันรุจน์เข้าเต็มเท้า มองสำรวจตัวเอง

    "มันอะไรกันน่ะ...มาตมาอยู่บนเตียงได้ไง...หรือว่า... คุณทำอะไรมาตรึเปล่า"

    "คุณ มาตครับ...ผมไม่ใช่ผู้ชายแบบนั้น" รุจน์ยิ้มขำ "คุณเหยียบเศษแก้วเลือดไหล แล้ววูบไป ผมจึงอุ้มคุณมา...แล้วผมก็ไม่ใช่ผู้ชายเจ้าชู้อย่างคุณว่านะครับ"

    "เอ้อ.... มาตไม่ได้ว่าคุณหรอกค่ะ" สำรวจเท้าเห็นผ้าพันแผลไว้ "คุณทำแผลให้มาต"

    "ใช่ ครับ คุณนึกว่าผมจะทำอะไรคุณเหรอ ถึงบอกว่าเกลียดผู้ชายเจ้าชู้ แล้วประเคนฝ่าเท้าใส่"

    "มาตขอโทษค่ะ น่าอายที่สุดเลย...มาตเจอคุณทีไร เป็นภาระให้คุณทุกที แค่เห็นเลือดมาตก็สลบจนคุณต้องพามาที่ห้อง"

    "ผมต้องรับผิดชอบ ที่บอกให้คุณดูแผล เห็นเลือดถึงเป็นลมวูบไป"

    "งั้นมาตขอตัวก่อนดี กว่า เกรงใจคุณรุจน์แล้ว" มาตติกา จะลุกขึ้นยืน พอลงเท้าข้างที่เจ็บ มันจึงเจ็บแปลบ จึงยกเท้าขึ้น ร่างเซมากอดรุจน์ ร่างหงายลงไปที่เตียง ดึงรุจน์ล้มตาม ทาบลงบนอกเธอ มือป่ายเปะปะดึงหน้ารุจน์ลงมาจุมพิตที่ปากเธอโดยไม่คาดฝัน...ทั้งสอง ตาเหลือกตกใจพอกัน โดยที่ไม่ได้คิดอะไรด้วยกันทั้งคู่...

    เสียงร้อง อุ๊ยดังมาจากประตู ทั้งสองผงะ มองไปเห็น ช่างภาพลูกน้องรุจน์ยืนตกใจอยู่

    "ขอโทษ ครับคุณรุจน์ ผมไม่ทราบว่าคุณรุจน์กำลัง..." พูดแค่นั้น ช่างภาพรีบเผ่นหนีออกไป

    "เฮ้...เดี๋ยวๆๆ ไม่ใช่ยังงั้นนะ...ไม่ใช่อย่างที่นายคิด"

    "เปล่านะ...ไม่ใช่อย่าง นั้น...คุณ...ฟังเราอธิบายก่อน"

    "ไม่ต้องห่วงครับ ลูกน้องผมเอง เดี๋ยวผมเคลียร์ให้ เฮ้อ... ป่านนี้คิดเตลิดไปถึงไหนแล้ว"

    รุจน์ยิ้ม ให้เธอแก้เก้อ มาตติกาก้มหน้า แล้วค่อยๆเงย ขึ้นมามองรุจน์ ทั้งสองยิ้มอย่างเก้อเขินเต็มประดา....ทว่าใน ความเก้อนั้นมันมีสิ่งที่ดีๆแย้มออกมาให้เห็นมากกว่าทุกวัน....

    ooooooo

    เดิน เท่าไหร่ก็ไม่พ้นป่ารกทึบไปได้ ไอรดากับปวีร์จึงเริ่มเถียงกัน ต่างคนต่างอวดดี พอได้นำทางก็ พาเข้ารกเข้าพง...ปวีร์จึงขอนำทาง แล้วออกเดิน แต่ไปได้สิบกว่าก้าวก็หันมา ไอรดายังไม่ขยับ บอกว่าเหนื่อย หิวน้ำ หิวข้าว...ปวีร์สั่งให้เดิน ไม่งั้นจะต้องตายในป่า แน่คืนนี้

    ไอ รดาเดินตาม แต่ไม่กี่ก้าวทำเป็นขาแพลงนั่งกุมขาร้องโอดโอย ปวีร์เดินมาดู พอแตะเท่านั้น เธอก็ร้องลั่นอย่าง เจ็บปวด บอกเดินไม่ไหวแล้ว ถ้าจะไปขอให้พยุงหรือให้เกาะหลังไป ปวีร์หมดประตูเลี่ยง จึงให้เธอจับหลังเดินอย่างทุลักทุเลไป...แต่ช้ามาก ปวีร์จึงให้เธอขี่หลัง แบกน้ำหนักเซไปอย่างแม่ปู...

    กระทั่งถึงชายป่าละเมาะ ปวีร์ให้เธอลง บอกว่าตรงหน้า มีลำธาร เชิญลงไปกินน้ำได้ ไอรดาลืมไปว่าขาแพลง วิ่งอ้าวไปกินน้ำอย่างกระหาย ปวีร์มองตาม ฉุกคิดได้จึงเดินไป เธอวักน้ำดื่มลูบหน้าหลังอย่างกระหาย...เขาตามไปมอง บอกว่า สดชื่นจังเลยนะ...เธอเร่งให้เขาดื่มกิน

    "น้ำนี้ศักดิ์สิทธิ์นะ...น้ำ ในป่านี้กินแล้วข้อเท้าหายเจ็บทันที"

    "จริงเหรอ..." ไอรดาเริ่มรู้ว่าปวีร์จับได้ว่าแกล้งเจ็บ จึงบอก "แต่...ฉันยังไม่หายเจ็บ" ทำเดินให้ดู ปวีร์แสร้งทำเป็นรู้ไม่ทัน

    "งั้นก็รีบมาขี่หลัง รีบไป" ยืนแล้วก้มนิดๆ ไอรดานึกว่าฉลาดกว่า รีบมาขี่หลัง...ปวีร์กระเตงไปริมน้ำ แล้วเหวี่ยงไอรดาลงน้ำตูม เสียงร้องเจี๊ยวขึ้นทันที...รีบตะกายเข้าหาฝั่ง ปวีร์ยืนริมน้ำด่าไม่นับ

    "สมน้ำหน้า ยายสตรอเบอร์รี่ คิดว่าฉลาดล้ำ ตัวหนักเป็นควาย หลอกให้แบกได้ตั้งนาน"

    "คนบ้า...ใจร้าย โอย ขาฉัน ขาฉันเป็นตะคริว...โอย...ช่วยด้วย..." ทำท่าจะจมน้ำตายให้ได้

    "นั่น แน่...คิดว่าโง่เรอะ ฝันไปเหอะ คราวนี้ผมรู้ทันแล้ว ฮ่าๆๆ เอิ๊ก เชิญเล่นให้สนุก"

    "ช่วยด้วย ตะคริวจริงๆ น้ำมันเย็น โอ๊ย ช่วย..."

    ป วีร์เดินหนี...แต่ไปได้หลายก้าว ชักไม่ดี หยุดหันมา มอง...ผิวน้ำสงบเงียบ

    "เฮ้ย...อย่า บอกนะว่า..." วิ่งไปหา ปากร้องเรียก "คุณไอ... คุณ...ไอ..." ว่าแล้วกระโดดตูมลงไปแล้วโผล่ขึ้นมา หน้าตาเริ่มมีแววโง่ เพราะน้ำตื้นมาก คิดว่าเสียท่าอีกแล้ว...เสียงหัวเราะเริงร่าดังขึ้น

    "ฮ่าๆๆๆ เพิ่งรู้ว่าคุณก็ห่วงฉัน กลัวฉันตายด้วย โห... แมนมากๆเลยอ๊ะ"

    ปวีร์ พรวดพราดมา ดึงแขนลงไปในน้ำอีกครั้ง ด่าว่า เจ้าเล่ห์ ไอรดาร้องเถียงไม่ขาดปาก เขาไม่สน รวบตัวได้ปล้ำฟัดลงใต้น้ำ...พอโผล่ขึ้นมาพร้อมกัน ต่างก็ตามองตากัน...สายตาประสานกันเปรี้ยงปร้าง...หลังเสียงระเบิดในอกสงบลง ปวีร์ ยื่นหน้าไปหา ไอรดาพริ้มตาหลบ เขายื่นหน้าหมายจุมพิตเธอ หนึ่งฟอดเป็นการสะสมคูปอง...แต่เธอกลับจามเฟ้ยใส่หน้า "ฮัดชิ้ว" ปวีร์ผงะ แต่อดขำไม่ได้ สั่งให้เธอรีบขึ้น เดี๋ยวไม่สบาย... ไอรดาตามขึ้นไปอย่างว่าง่าย...

    ooooooo

    อาหารค่ำที่ห้องอาหาร รีสอร์ต โดยเฉพาะโต๊ะคุณหญิงพจนีย์กับคุณปยุต มีเสี่ยปรีชากับนวลตองมาร่วมโต๊ะกันด้วย คุณหญิงกับปยุตต่างประชดกันด้วยการที่คุณหญิงแกล้งตักอาหารให้ปรีชา ปยุตจึงหึง แล้วแกล้งตักอาหารให้นวลตอง ต่างคนต่างแกล้งประชด จนปรีชากับนวลตองมีอาหารล้นจาน กินไม่ลง...

    คุณหญิงเดินหนีแก้เซ็ง บอกทุกคนว่าจะไปตามลูกชายกับสะใภ้มากินข้าว โดยมีปยุตผู้สามีเดินตามไปติดๆ ถูกไล่ให้ไปดูแลนวลตอง ปยุตแก้เกี้ยวว่านวลตองจะมาเป็นแม่ลูกสะใภ้เรา ก็ต้องดูแล แต่ที่ปรีชามาเกาะแกะคุณหญิงเขาก็ยอมรับว่าหึง

    "มีภรรยา สวยอย่างนี้ ใครจะไม่หึงล่ะ" ปยุตปล่อยทีเด็ด คุณหญิงชะงัก แอบดีใจจนขนลุกพรึ่บ

    เมื่อมาถึงหน้าห้องพักลูกชายกับลูกสาว ช่วยกันเคาะประตู...เป็นนานทุกอย่างเงียบกริบ ปยุตจึงแนะว่า ก็เขามาฮันนีมูน ให้เขาอยู่กันแบบนี้ดีกว่า คุณหญิงเห็นด้วย ยิ่งคิดยิ่งขนลุก ปยุตถือโอกาสโอบคุณหญิงกระซิบว่า สมัยเราข้าวใหม่ ปลามันก็ยังงี้แหละ...คุณหญิงบอกว่าอย่าพูดมันสยิว...แบบนี้ พวกเราคงได้อุ้มหลานเร็วๆนี้แน่นอน...ชัวร์

    พ่อแม่หารู้ไม่ ว่า...ลูกๆทั้งสองกำลังฮันนีมูนในป่า กว่าจะหาหินมาตีเอาประกายไฟก่อเป็นกองไฟได้เกือบจะค่อนคืนแล้ว แล้วก็นั่งบ่นหลงป่า ยุงริ้นบินมารุมหึ่ง ทั้งหิวสารพัดจนท้องคัดท้องกิ่ว ทั้งแอบชมปวีร์ว่า รีบไปหาร้านสะดวกซื้อหาของอร่อยๆมาโดยเร็ว

    ใช้ เวลาหลายชั่วโมง ปวีร์กลับมาพร้อมเห็ดหลายดอก มาเสียบไม้ย่างไฟ...พอเห็นได้ที่ เอามาเป่าๆ แล้วใส่ปากเคี้ยว ไอรดาบ่นอู้ไม่กล้ากิน...แต่เห็นปวีร์เคี้ยวตุ้ยๆ จึงดึงมาเคี้ยวบ้าง แล้วยิ้มหน้าบานว่าอร่อย...จากนั้นจึงแย่งกันกินจนเหลือดอกสุดท้ายกำลังจะ เข้าปาก เขาเห็นไอรดามองตาละห้อย ปวีร์กลืนน้ำลาย ส่งให้ไอรดา เธอรับมาใส่ปากจะเคี้ยว ต้องชะงัก เอามาฉีกแบ่งเป็นสองชิ้น ทั้งสองจึงกินพร้อมกัน เคี้ยวอย่างอร่อยและมีความสุข...

    มันเป็นความ สุขคนละแบบ...เมื่อมาตติกานั่งทานอาหาร กับรุจน์ที่ชายหาด...มาตติกาดีใจเมื่อรุจน์รู้ว่าเธอทำโรงเรียนสอนโยคะและ กำลังเดือดร้อน รุจน์จึงเสนอตัวว่า เขาพร้อมที่จะช่วยเหลือ ขอให้มาตติกาบอกมา...มาตติกาบอกว่าคุณตุลย์ อาสาช่วยเหลือเธอในเรื่องนี้แล้ว รุจน์จึงขอเป็นกำลังใจ ถ้าเขาพอจะช่วยได้ ขอให้มาตติกาบอกมา อย่าได้เกรงใจ...มาตติกาจึงยิ้มรับไมตรีของรุจน์อย่างขอบคุณ...

    ooooooo

    ข้างกองไฟในป่า...กลายเป็นวิมานของปวีร์กับไอรดาไปแล้ว...เวลาอาหารเห็ดเผาจานเด็ดผ่านไปเป็นชั่วโมง ทำให้ทั้งสองเริ่มมองฟ้า เห็นดาวพราวพร่างสวยอย่างน่าประหลาด ปวีร์รู้สึกว่ามันแปลกๆ จึงถามไอรดา

    "เอ๊ะ...มันเป็นอะไรเนี่ย  มันหน้าตึงๆเหมือนกรึ่มๆ เมาๆ"

    แต่ไอรดากลับลุกขึ้นนั่งมองไปรอบๆ บอกว่า "หิ่งห้อย" ปวีร์มองตามถามว่าไหนหิ่งห้อย เธอยื่นมือไขว่คว้า แต่ไม่เห็นหิ่งห้อย มีแต่ไอรดาไขว่คว้าอากาศ ปวีร์ร้องบอก

    "แหง...เมาชัวร์ หรือว่าเห็ดที่เก็บมานั่น" ขาดคำ ไอรดาลุกมาดึงมือเขาดูหิ่งห้อย ปวีร์บอกได้เลยว่าเมาเห็ดแน่...บอกไอรดาว่า พวกเราเมาเห็ดแน่นอน...

    จากนั้นทั้งสองเหมือนอยู่ในความฝัน มองดูตัวเองมาในชุดเจ้าชายและเจ้าหญิง ที่สวยงามพร้อมทุกประการ...ต่างเรียกกันว่าเจ้าชายและเจ้าหญิง ที่กำลังล่องลอยในสวรรค์วิมานอย่างเพริศแพร้ว ทั้งสองเริงร่าอยู่ในวิมานแห่งความสุขอันล้นเหลือ...
    แท้ที่จริง ทั้งสองกำลังหลับใหลกอดก่ายกันด้วยสีหน้ายิ้มพริ้มหลับใหลข้างกองไฟที่ดับไปแล้ว แต่ทั้งสองก็กอดซบไออุ่นกันอย่างสุขสมในหัวใจ...

    ooooooo

    ขณะที่เช้านี้มาตติกานำชาวคณะฝึกโยคะออกมาฝึกกันชายหาดรับอรุณ ขณะที่คณะกำลังถ่ายทอดการฝึกโยคะนั้น รุจน์มาร่วมฝึกด้วย แต่ตาจ้องไปทางมาตติกาไม่ยอมห่างแม้แต่น้อย ซึ่งเมษาที่มาร่วมฝึก

    ด้วยอดมองรุจน์อย่างติดใจไม่ได้ แล้วมองมาตติกาอย่างรังเกียจ...แล้วเมษาก็หันไปสนใจตุลย์ พี่ชายของเขากำลังพูดโทรศัพท์เหมือนกับกำลังสั่งงานอย่างเคร่งเครียด... เมษาจึงเดินไปทางพี่ตุลย์ด้วยความอยากรู้

    ขณะที่เมษาเร่ไปหาพี่ชาย นายตุลย์พูดกับโชคที่กำลังถ่ายทุกข์ จึงให้ชัยช่วยอธิบายว่าเขากำลังรอปวีร์กับไอรดาอยู่ปากทางตรงไหน ถ้าเจ้านายตุลย์จะไปรอดักทั้งสองคนที่นั่นด้วย...

    ทางที่ข้างกองไฟที่ดับไปแล้วในป่า...ไอรดาลืมตาตื่นขึ้นมา พร้อมกับความหนาวเหน็บไปทั้งตัว...ปวีร์งัวเงียกอด ไอรดาไว้ ปากก็พึมพำ "เจ้าหญิง" ไอรดามองปวีร์อย่างเอ็นดู พึมพำว่าหลับเหมือนเด็กเลย...เสียงท้องร้อง ไอรดาจึงรู้ว่าเริ่มหิวอีกแล้ว...
    ปวีร์ค่อยๆลืมตาขึ้น ร้องลั่นว่าเขามานอนตักเธอได้ไง ไอรดาตอบทันทีว่า ยังไงก็นอนไปแล้วนี่ แล้วเตือนให้รีบหาทางกลับรีสอร์ตกันดีกว่า

    "ได้เลย...แต่อือม์ ตักคุณนี่นอนสบายดีจัง" ไอรดาหมั่นไส้ ลุกพรวดขึ้น หัวปวีร์ทิ่มดินฉึบเดียวร้องโอย คลำหัวป้อยๆ บ่นว่าเขายิ่งมึนหัวอยู่นะ ไอรดาไม่สน สั่งให้รีบลุกขึ้นไปกัน...

    เดินมาได้ไม่นานนัก ปวีร์ก็หันมาบอกว่าเราไม่หลงทางอีกแล้ว เขาจำได้เดินทะลุตรงนี้ ก็ถึงรีสอร์ตเราแล้ว...ไอรดาดีใจวิ่งไปทันที ปากก็ร้องว่า คราวนี้จะได้อาบน้ำแปรงฟันเสียที จะได้สั่งของมากินให้พุงแตกไปเลย...แล้วเสียงนั้นก็เงียบไป ปวีร์เดินมองหา แล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นไอรดาพยักหน้าให้มองไปทางข้างหลัง...ไอ้โชคถือปืนคุมไอรดามา ปวีร์มองไปเห็นหินก้อนเหมาะมือวางอยู่ จึงก้มลงหยิบ หมายใช้เป็นอาวุธ

    "จะทำอะไรน่ะ" เสียงไอ้ชัยดังมาอีกทาง พอมองไป มันกำลังเล็งปืนมา ปวีร์บอกว่า ไม่มีอะไร หาที่จะทิ้งหิน...แล้วก็โยนใส่ตีนมัน โป๊ะเดียวเท่านั้น ไอ้ชัยร้องลั่นให้พี่โชคยิงมันเลย...

    "อย่านะ อย่าทำอะไรคุณปวีร์" ไอรดาสั่งห้าม

    "หา...นี่คุณห่วงผมด้วยเหรอ" ปวีร์ถามไอรดาด้วยความดีใจ...ขณะที่โชคให้ชัยยิง ปวีร์ร้องบอก "ช้าก่อน ไหนๆก็จะยิงฉันแล้ว ฉันขอให้ปล่อยผู้หญิงคนนี้ไป"

    "คุณก็ห่วงฉันเหมือนกันเรอะ" ไอรดาถามอย่างดีใจ

    "เออ...ไม่ต้องห่วง ฉันสองคนจะไม่ทำอะไรผู้หญิงคนนี้ เอาละ ทีนี้แกเตรียมตัวตายได้" สิ้นเสียงไอ้ชัย ปวีร์ยืนนิ่ง ไอรดามองปวีร์อย่างห่วงใย...แต่ไอ้ชัยกำลังจะเหนี่ยวไกยิงปวีร์ เสียงเมษาดังขึ้น

    "หยุดเดี๋ยวนี้นะ" เมษาเดินออกมาจากพุ่มไม้ ปวีร์อุทานเรียกเมษาอย่างไม่คาดคิด...ไอ้ชัยลดปืนลงด้วยสีหน้าตกใจ...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 18:00 น.