ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ทายาทอสูร

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: 'เบนซ์' คืนชีพ 'คุณยายวรนาฏ' ไหยหยา-ณัฐ ร่วมหลอน 'ทายาทอสูร'


ที่ห้องทำงานของโอฬาร นิลุบลกำลังนับทองคำแท่งมือไม้สั่น รวมกับที่ได้มาก่อนหนึ่งแท่งทั้งหมดเป็นสิบแท่ง ถามโอฬารว่าเราจะเอาทองพวกนี้ไปทำอะไรดี

“อะไรก็ได้ที่คุณต้องการ ต่อให้เป็นบ้านมนัสวาณิชย์ หรือแม้แต่บริษัทนี้ ผมก็จะยกให้คุณทั้งหมด” โอฬารหลงนิลุบลจนโงหัวไม่ขึ้น

จู่ๆนิลุบลก็ร้องกรี๊ดเมื่อเห็นเงาของวรนาฎในวัยชราผมขาวโพลนหนังเหี่ยวย่นสะท้อนในผนังกระจก ผวาหาโอฬาร

“คนแก่ที่ไหนไม่รู้ค่ะ ยืนจ้องเขม็งอยู่ในกระจก ท่าทางน่ากลัว”

โอฬารมองไปแต่ไม่เห็นอะไร ก็พอดีสุดาดวงเข้ามา เขาตวาดตาเขียวถามว่ามาที่นี่ทำไม สุดาดวงรีบขอโทษ แต่วรนาฎพูดขึ้นก่อนว่า

“คนเรามักจะหลงใหลกับความสวยงามภายนอกเสมอทั้งๆที่ของบางอย่างสวยแต่รูป ขอโทษนะที่มาโดยไม่นัด งานคงยุ่งสินะมีเงินมีทองเข้าบริษัท กิจการคงไปได้สวย” พูดแล้วเดินเข้าไปดูทองคำ นิลุบลรีบคว้าไว้อ้างว่านี่เป็นของตน ถูกวรนาฎตะปบมือบีบถามว่าแน่ใจหรือ

นิลุบลเจ็บจนร้องถามว่า “นี่เธอเป็นใคร คิดจะลองดีกับฉันเหรอ” ยกมือจะตบ สุดาดวงวิ่งเข้าไปขวาง

โอฬารดื่มน้ำยาสะกดจิตของสำนักเหมาซานที่ซินแสให้จนขาดสติด่าสุดาดวงปกป้องนิลุบลและปรามวรนาฎอย่ามาลำเลิกเพราะเป็นคนเอาทองมาให้ตนเอง พอนิลุบลรู้ว่าวรนาฎเป็นเจ้าของทองก็รีบอ้างว่าโอฬารให้ตนแล้วมันต้องเป็นของตน

“ไม่ต้องห่วง ฉันให้แล้วให้เลยไม่เอาคืน”

สุดาดวงตัดพ้อว่าไม่นึกว่าโอฬารจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ชวนวรนาฎกลับตนทนอยู่ที่นี่ไม่ไหวแล้ว ก่อนกลับวรนาฎบอกนิลุบลว่าถ้าอยากได้ทองอีกก็บอกที่บ้านยังมีอีกเยอะ

วรินทร์เป็นห่วงแม่มากเพราะติดต่อไม่ได้ รังสรรค์ปลอบว่าคุณแม่ไปกับคุณยายคงไม่เป็นไรหรอก อาจจะไปทำบุญคลายเครียดก็ได้ รังสรรค์พูดไม่ทันขาดคำเสียงรถของสุดาดวงก็เข้ามา แก้วรีบไปรับแต่สุดาดวงไม่ได้ซื้อของอะไรมา บอกแก้วให้ไปส่งคุณป้าที่เรือนปั้นหยา กราบขอโทษคุณป้าที่ทำให้ไม่สบายใจ

“หลานต่างหากต้องทำใจให้ได้ อย่าคิดมาก เดี๋ยวจะป่วยไข้ไปอีก”

วรินทร์และรังสรรค์ออกมารับแม่และคุณยาย

วรินทร์บอกว่ารู้เรื่องคุณพ่อจากรังสรรค์แล้ว ถามว่าคุณแม่ไม่เป็นอะไรใช่ไหม สุดาดวงปกปิดที่มีเรื่องกับโอฬาร ตำหนิรังสรรค์ว่าพูดจาเหลวไหล

วรนาฎเปรยๆว่าสงสารสุดาดวง ถ้าเป็นผู้หญิงอื่นเจอเรื่องแบบนี้คงหัวใจสลาย แต่พอวรินทร์ถามว่าคุณแม่ไปเจออะไรมา วรนาฎก็ถอนใจเฮือก เฉไฉไปว่า

“อย่าให้ยายพูดเลย มันเป็นเรื่องในครอบครัวของหลาน...”

กลับถึงเรือนปั้นหยา วรนาฎพึมพำอย่างสะใจขณะเดินเข้าประตูบ้านที่เปิดปิดเองว่า

“ในที่สุด ความพินาศก็คืบคลานมาหาพวกเอ็งอีกครั้งโดยที่ข้าไม่ต้องออกแรงอะไรเลย”

ทันใดก็ได้ยินเสียงร้องครวญครางขอความช่วยเหลือของดาวเวียง วรนาฎถามว่าเป็นอะไร

“อิฉันบาดเจ็บ จนไม่มีพลังจะกลับมาได้” วรนาฎถามว่าใครทำ “ผู้ชายที่มาวุ่นวายกับคุณอุ้ย มัน...มันมีของดี”

พูดจบดาวเวียงก็หมดสติร่างกลายเป็นตะขาบยักษ์นอนแน่นิ่ง

ooooooo

รัชโรจน์ไปส่งนัยน์เนตรที่บ้าน เจอนักเลงบ่อนมาทวงหนี้มานพพอดี เมื่อมานพไม่มีเงินให้ก็ยึดรถของนัยน์เนตรไป บอกว่าถ้าอยากได้รถคืนก็เอาเงินไปไถ่

พอพวกนักเลงบ่อนไปกันหมดแล้ว วรรณาและพรรณทิพย์เพิ่งลงมาจากข้างบนทำเป็นห่วงใยมานพมาก พรรณทิพย์เห็นรัชโรจน์ก็ทิ้งสายตาอ่อยแต่รัชโรจน์ไม่สนใจ บอกนัยน์เนตรว่าจะไปแจ้งความให้ มานพรีบห้ามบอกว่าไม่เป็นไรตนจัดการเองได้และตอนนี้ตนอยากพัก รัชโรจน์จึงลากลับ

มานพจะออกข้างนอกบอกว่าจะไปหาเงินมาใช้หนี้ ถูกวรรณาดักคอว่าไปหาเงินหรือไปหาเหล้ากินกันแน่ บ่นหัวเสียว่า “โอ๊ย...กรรมอะไรของฉันนะ ถ้ารู้ว่าจะมีหนี้ท่วมหัวอย่างนี้อย่าหวังได้แอ้มฉันเลย”

วรรณาพาลด่าพรรณทิพย์ว่าให้ไปประจบคนแก่ก็ดันไปเจอผีบ้าบอ พรรณทิพย์บอกแม่ว่าประจบคนแก่ตนไม่ถนัดแต่สอยหนุ่มๆ มันงานอาชีพ คิดดู ถ้าตนเป็นสะใภ้บ้านมนัสวานิชย์อย่างน้อยสินสอดก็ไม่ต่ำกว่าหลักล้าน วรรณาเลยยิ้มออก

ฝ่ายรัชโรจน์กลับถึงบ้านรู้ว่าคุณพ่อกับคุณแม่มีเรื่องกันเพราะคุณพ่อมีผู้หญิงอื่นและคุณยายก็รู้เรื่องนี้ เขาจึงจะไปคุยกับคุณยาย รังสรรค์บอกว่าไม่ต้องไป เพราะอุ้ยกำลังไปหาคุณยายใหญ่แล้ว

ที่เรือนปั้นหยา วรนาฎกำลังใช้พลังรักษาดาวเวียง ท่องบ่นมนตราพึมพำจนร่างตะขาบยักษ์กลายเป็นร่างดาวเวียง ก็พอดีกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น วรินทร์เข้ามาขอโทษที่มารบกวนตนมีเรื่องอยากจะถามคุณยายเพราะสงสารคุณแม่มาก

“ไม่ต้องห่วง อุ้ยยังมียายอยู่ทั้งคน ยายมีวิธีทำให้ผู้หญิงคนนั้นไปจากชีวิตของพ่อหลาน ผู้หญิงคนนั้นผูกมัดพ่อหลานไว้ด้วยคุณไสย เราต้องล้างอาถรรพณ์ที่มันทำให้ได้ คืนนี้อุ้ยมาค้างกับยายแล้วยายจะสอนให้”

วรนาฎดึงวรินทร์เข้าไปกอด พอเสื้อวรินทร์สัมผัสกับวรนาฎความร้อนก็แผ่กระจายออกทัวร่างวรินทร์จนวรนาฎผงะ วรินทร์ตกใจจะประคองคุณยายไปพัก

วรนาฎรีบห้ามอย่าเข้าใกล้บอกให้กลับไปก่อน เดี๋ยวดาวเวียงคงมา ตนดูแลตัวเองได้สักพักก็คงหาย วรินทร์จึงลากลับบอกว่าพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่
พอวรินทร์กลับไปแล้ว ดาวเวียงเข้ามาประคอง วรนาฎบอกว่า

“นังเด็กนั่นมันมีพลังประหลาด ตอนนี้พลังข้าถดถอยเพราะรักษาเอ็งจึงยากจะต้านไว้ได้”

ดาวเวียงเล่าว่าผู้ชายที่ชื่อสนทรรศน์สวมสร้อยเครื่องรางให้อุ้ย ตนบาดเจ็บก็เพราะสร้อยเส้นนั้น วรนาฎสงสัยว่าสนทรรศน์ทำไมจึงมีเครื่องรางที่สู้กับอำนาจตะขาบได้ หรือเขาจะมีวิชา

“มันยังหนุ่มแน่น ไม่น่าจะมีอาคม อิฉันคิดว่ามันอาจจะมีอาจารย์ดี”

“อาจารย์ดีงั้นรึ...” วรนาฎครุ่นคิด

ooooooo

ทันทีที่กลับจากศรีสัชนาลัย สนทรรศน์ดิ่งไปหากษิดิศที่สำนักพิมพ์ บอกพ่อว่าตนไม่แน่ใจว่ามันใช่อย่างที่พ่อคิดหรือเปล่า เมื่อกลับมานั่งในห้องพระ กษิดิศกราบพระแล้วเอ่ยขึ้น

“ที่พ่อไม่เล่าที่มาของพระขรรค์เงินให้ฟัง เพราะเห็นว่าแกไม่มีความศรัทธาเชื่อถือ พ่อกลัวว่าแกจะยิ่งต่อต้านมากขึ้น แต่เมื่อแกเอ่ยปากเอง พ่อก็จะเล่าให้ฟัง...”

กษิดิศเล่าตั้งแต่สมัยพ่อของตน คือสุรนิตย์ที่เป็นพ่อค้าเร่ ไปรักกับลูกสาวคหบดีสุโขทัย แต่แม่ของฝ่ายหญิงไม่ยอมรับ ปู่จึงออกค้าขายแลกเปลี่ยนของโบราณจนเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งจึงเดินทางไปบ้านหญิงคนรัก แต่ต้องผิดหวัง

สุรนิตย์เห็นชายชาวจีนกำลังบงการคนงานขนเฟอร์นิเจอร์ออกจากบ้านมากองไว้ จึงเข้าไปถามว่าจะขนไปไหน

ชายจีนบอกว่าเจ้าของบ้านขายทั้งบ้านและเฟอร์นิเจอร์แล้ว มองสุรนิตย์ทักว่าเคยเห็นที่ไหน สุรนิตย์บอกว่าตนเคยเอาของเก่าไปขายให้เฮีย ชายจีนจึงจำได้ถามว่าหายไปไหนนานไม่เห็นหน้าเลย

“ผมไปค้าขายแถวภาคเหนือ แล้วก็ป่วยเป็นมาลาเรียนอนซมอยู่เป็นเดือน เฮียรู้ไหมครับ ทำไมคุณนายชวนชมถึงขายบ้าน”

“อีบอกบ้านนี้มันมีอาถรรพณ์ อาผู้ชายของบ้านอยู่ดีๆก็ตกบันไดตาย อาคุณนายอีก็กลายเป็นคนฟั่นเฟือน เลอะเลือน ลูกสาวคนเล็กอีก็เลยขายบ้านพาแม่ไปรักษาตัวที่พระนคร” สุรนิตย์ถามว่าแล้วลูกสาวคนโตล่ะ “อีย้ายไปอยู่ที่อื่นนานแล้ว สงสัยจะแต่งงานไปละมั้ง”

กษิดิศเล่าถึงชีวิตที่ผกผันของสุรนิตย์ว่า

“ปู่ของแกตามหาคนรักอยู่หลายเดือน ก็ไม่ได้ข่าวคราว ความผิดหวังทำให้ยึดเหล้าเป็นเพื่อน จนเกือบต้องเอาชีวิตไปทิ้ง”

สุรนิตย์เมาเหล้าหัวราน้ำถูกอันธพาลรุมทำร้ายเพื่อชิงทรัพย์ เขาหนีไปถึงสะพานถูกมันแทงที่ท้องแล้วถีบตกน้ำ สุรนิตย์จมดิ่งลงก้นแม่น้ำ เลือดจากแผลที่ท้องยังไหลไม่หยุด เขาหมดสติ ฝันเห็นตัวเองตะเกียกตะกายขึ้นฝั่งนอนแผ่หมดแรงที่ตลิ่งเลือดจากแผลที่ท้องยังไหลไม่หยุด นึกในใจว่ารอดตายแล้ว

“แม้ว่ายถึงฝั่งก็ยังหาได้หลุดพ้นจากวัฏสงสารไม่” เสียงทุ้มเยือกเย็นเอ่ยขึ้น สุรนิตย์หันมองจึงเห็นพระธุดงค์รูปหนึ่งนั่งปฏิบัติสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมตลิ่งนั่นเอง เขาลุกขึ้นกราบ พระธุดงค์ยิ้มให้เอ่ยอย่างเมตตาว่า

“หยุดเถอะโยม เวลาที่เสียไป มันไม่คุ้มกับสิ่งที่ดำรงอยู่ คนรักของโยมนั้น บัดนี้ได้สูญเสียความเป็นตัวเองไปแล้ว ชาตินี้จะตามก็หาพบไม่”

“ไม่ ผมจะไม่เลิกตามหาวรนาฎ ถึงเธอจะเหลือแต่ซากศพผมก็ต้องได้เห็น”

“คนรักของโยม ก่อกรรมเอาไว้หนักหนานัก โยมเองก็พัวพันอยู่ในวิบากนั้น เจ้ากรรมนายเวรย่อมตามจองล้างมิให้โยมทั้งสองได้สมหวัง แม้แต่ลูกหลานก็ไม่ละเว้น”

“เจ้ากรรมนายเวรผู้นั้นคือใครครับ”

“อสูร”

เมื่อเห็นสุรนิตย์อึ้ง มหาเถรเอ่ยว่า “กุศลกรรมเท่านั้น ที่จะทำให้อสูรร้ายคลายจากอาฆาต” มหาเถรเอี้ยวตัวไปหยิบพระขรรค์เทวดาข้างตัวส่งให้ สุรนิตย์มองพระขรรค์อย่างไม่เข้าใจความหมาย มหาเถรบอกว่า “รักษาไว้ วันใดอสูรร้ายปรากฏตัว โยมจะได้ใช้มัน”

พอสุรนิตย์เงยขึ้นจะถามอีก พระธุดงค์รูปนั้นก็หายไปแล้ว

ที่แท้นั่นคือความฝัน ความจริงเขายังสลบอยู่ก้นแม่น้ำ ในสายตาเขาเห็นแสงสว่างอยู่ข้างหน้าจึงพยายามแหวกว่ายไป เห็นพระขรรค์เงินปักอยู่ก้นแม้น้ำ สุรนิตย์ดึงพระขรรค์เงินขึ้นแล้วพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำ ที่สะพาน มีชายฉกรรจ์สี่ห้าคนวิ่งมาชี้ให้ดูสุรนิตย์ที่ลอยตัวกลางแม่น้ำ เขากอดพระขรรค์ไว้แน่น

สิบกว่าปีผ่านไป...สุรนิตย์มีลูกชายคือกษิดิศ เขากับลูกนั่งอยู่ในห้องพระหน้าโต๊ะหมู่บูชาที่บ้าน สุรนิตย์พนมมือท่องคาถาอะไรบางอย่าง ที่โต๊ะหมู่บูชา มีพานขนาดใหญ่บนพานมีพระขรรค์เทวดาด้ามใหญ่ และพระขรรค์ด้ามจิ๋วสองอัน

กษิดิศเล่าอย่างเลื่อมใสศรัทธาว่า

“ปู่ของแกถือว่า พระขรรค์เงินเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ที่กายทิพย์ของพระอริยเจ้ามอบให้ ทำให้ท่านเกิดใหม่อีกครั้ง ท่านจึงบูชาเอาไว้ และพอพ่อเกิดมา คุณปู่ก็ปลุกเสกพระขรรค์เงินด้ามจิ๋วขึ้นมา เพื่อให้พ่อห้อยคอ”

เวลานั้นสุรนิตย์บอกกษิดิศในวัยสิบขวบว่า

“พระขรรค์ด้ามจิ๋วนี้ พ่อขอให้อาจารย์ของพ่อปลุกเสกขึ้นมา เพื่อเป็นเครื่องรางไว้ป้องกันภัย สวมเอาไว้นะลูก”

“ป้องกันจากอะไรครับ”

“อสูรร้าย...”

สนทรรศน์ฟังพ่อเล่าจบถามว่า คุณปู่เชื่อว่า ลูกหลานของท่านจะถูกอสูรตามล่าเลยให้ห้อยพระขรรค์เงินไว้ กษิดิศบอกว่าไม่เพียงปู่เชื่อพ่อก็เชื่อ และยิ่งได้เห็นหนังสั้นของอุ้ยวันนั้นก็รู้สึกว่ามันใกล้เราเข้ามาทุกทีแล้ว

ฟังแล้วสนทรรศน์บอกว่าจบแค่นี้ก่อนดีกว่าเดี๋ยวจะไปกันใหญ่ ย้ำกับพ่อว่า

“ผมจะเชื่อสิ่งที่พิสูจน์ได้ด้วยเหตุผล แต่สิ่งที่พ่อเล่ามามันยังไม่มีอะไรที่เป็นเหตุเป็นผลเลย ผมของตัวไปนอนนะครับ”

“เดี๋ยว...” กษิดิศถอดสร้อยพระขรรค์เงินที่คอยื่นให้ “สร้อยของแกให้หนูอุ้ยไปแล้ว แกจะไม่มีอะไรคุ้มตัว สวมไว้พ่อขอร้อง”

“ขอบคุณครับพ่อ แต่ผมอยากเจออสูร ผมจะได้หายสงสัยเสียที” สนทรรศน์เดินไปอย่างไม่สนใจ

กษิดิศเครียด หันมองรูปสุรนิตย์คิดหนัก

เมื่อกลับถึงห้องนอน สนทรรศน์คิดถึงความฝันที่รีสอร์ต เขาได้พบมหาเถร ท่านมองและบอกอย่างเอ็นดูว่า

“ถึงเวลาที่ต้องตื่นจากนิทราแล้วโยม กรรมใดที่เป็นเหตุให้ผูกไว้ ผู้นั้นจักต้องปลดปล่อย” คิดถึงความฝัน แต่เขาก็ยังปฏิเสธอย่างสับสนว่า “ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ เราหมกมุ่นอยู่กับเรื่องบ้าๆนี่นานไปแล้ว”

ooooooo

นิลุบลหอบทองคำแท่งที่โอฬารให้ไปหาซินแสมังกรที่ตำหนัก ไปถึงจะก้าวลงจากรถ รู้สึกกระเป๋าเบาผิดปกติ จึงเปิดดู ทันใดนั้นตะขาบที่อยู่เต็มกระเป๋าก็ไต่ยั้วเยี้ยมาตามมือตามตัว นิลุบลร้องกรี๊ดสุดเสียง

ซินแสได้ยินเสียงออกมาดู เห็นนิลุบลเต้นเหยงๆ อยู่คนเดียวไม่เห็นอะไร เพ่งจิตจึงเห็นตะขาบยั้วเยี้ยไปหมด

“สมุนปีศาจ! หยิบกระบี่ไม้ไผ่มา” พอศิษย์เอากระบี่ไม้ไผ่มา ซินแสฟันกระบี่ไปมา ตะขาบตามตัว

นิลุบลก็หายไป ซินแสบอกให้นิลุบลเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น

นิลุบลบอกว่าตนก็ไม่รู้ จู่ๆทองคำแท่งที่โอฬารให้มาก็กลายเป็นตะขาบ ซินแสถามจนรู้ว่าใครให้ทองคำแท่งมา จิกตาพึมพำว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา วิชาอาคมแก่กล้าพอดู ไปหยิบฮู้มาบอกนิลุบลว่า

“อั๊วจะสั่งสอนป้าของเมียอาโอฬารเอง”

นิลุบลให้โอฬารเอาฮู้ไปแปะไว้เหนือประตูเข้าออก เรือนปั้นหยา จนวรนาฎและดาวเวียงร้อนกระวนกระวาย ทนไม่ได้ออกไปดู เห็นไฟกำลังโหมเรือนปั้นหยา วรนาฎคำรามแค้น...

“ใคร! ใครที่มันคิดจะลองดีกับข้า” วรนาฎหลับตาเพ่งสมาธิรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พึมพำ “แค่เศษกระดาษ คิดว่าจะทำอะไรข้าได้” แล้วว่าคาถาเกิดลมหมุนพุ่งกระแทกหน้าต่างออกพัดฮู้ปลิวหลุดไป วรนาฎคำรามแค้น “ถ้ามันชอบเล่นกับไฟ ข้าก็จะให้มันสมใจ”

วรนาฎไปที่ตำหนักซินแสมังกร ซินแสถูกตะขาบรุมทำร้าย ร้องขอความช่วยเหลือลนลาน ตรงไปคว้าน้ำมนต์ที่แท่นเจ้าแม่กวนอิมกรอกปาก วรนาฎพูดเป็นเสียงเจ้าโขนว่า

“ไม่มีเทพองค์ไหนจะช่วยเอ็ง ในเมื่อเอ็งมันละโมบ ใช้วิชาเอาเปรียบคนอื่น”

ooooooo

วรินทร์น้อยใจที่สนทรรศน์พูดเหมือนไม่เชื่อว่าตนไม่ได้แกล้งทำผีเข้า ซ้ำยังบอกว่ามีเรื่องที่สงสัยคาใจมากจะต้องหาคำตอบให้ได้ด้วย

“เชิญพี่หาคำตอบไปเถอะ แต่อุ้ยได้คำตอบแล้ว”

ว่าแล้วถอดสร้อยพระขรรค์เงินใส่กล่องเครื่องประดับเก็บใส่ลิ้นชักเดินออกจากห้องไป

แม้สุดาดวงจะตรอมใจเรื่องโอฬาร แต่กับลูกๆ เธอพูดและปฏิบัติให้มองพ่อในแง่ดี แต่ลูกๆรู้ความจริงแล้วและพยายามที่จะไปพาพ่อกลับมาหาแม่ แต่โอฬารที่ยังถูกซินแสสะกดจิตอยู่ปฏิเสธคำขอร้องของลูกๆ

แต่เมื่อซินแสถูกวรนาฎกำจัดไปแล้ว โอฬารก็พ้นจากมนต์สะกดไปด้วย เขามึนหัว นิลุบลประคองไปนอน แต่พอตื่นขึ้นมา เขาก็พ้นจากมนต์สะกด กลับมาเป็นตัวเอง จึงรู้ว่าที่แล้วมาตนถูกเล่นคุณไสยตุ๊กตาฝังรูปฝังรอย

นิลุบลแอบโทรศัพท์รายงานซินแสอย่างกระหยิ่มแต่โทรศัพท์ซินแสให้ฝากข้อความ เธอจึงฝากข้อความว่า

“บลจะโทร.มาขอบคุณค่ะ นกหวีดไม้ไผ่กับตุ๊กตาลงยันต์ของอาจารย์ มัดคุณโอฬารอยู่หมัด ตอนนี้เขาตัดขาดจากเมียกับลูกเขาแล้ว ถ้าบลขายทองคำทั้งหมดได้ บลจะโอนเงินเข้าบัญชีอาจารย์นะคะ”

โอฬารถามนิลุบลว่าทำไมตนถึงได้มาอยู่ที่นี่

เธอบอกว่าเขาทะเลาะกับเมียและจะขอหย่ามาอยู่กับตน โอฬารโต้ว่าตนไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาด เธอกล้าทำเสน่ห์ใส่ตนหรือ แล้วทองคำหายไปไหนหมด

นิลุบลบอกว่ามันกลายเป็นตะขาบไปหมดแล้ว ป้าของเขาเป็นแม่มดเป็นปีศาจ โอฬารโมโหจะตบ เธอท้าว่าจะตบก็ตบเลยแต่ตนก็ยังยืนยันว่าป้าของเขาเป็นปีศาจ!

ทะเลาะกับโอฬารแล้วนิลุบลก็หนีไปหาซินแส แต่ศิษย์บอกว่าอาจารย์ปิดตำหนักเงียบตั้งแต่บ่ายแล้วตนไม่กล้ารบกวน พรุ่งนี้ค่อยมาได้ไหม นิลุบลบอกไม่ได้ตนมีธุระด่วน พอเปิดประตูเข้าไป เจอร่างซินแสตายมือเท้าหงิกงอ นิลุบลช็อก

ฝ่ายวรนาฎสะใจที่กำจัดซินแสเสียได้ แต่ยังห่วงเรื่องเครื่องรางของอุ้ย ดาวเวียงบอกว่าตนแตะต้องตัวอุ้ยได้หรือว่าเครื่องรางเสื่อมแล้ว

“มันไม่ได้พกติดตัวมาต่างหาก นี่ล่ะเป็นโอกาสดีที่จะทำลายมันซะ”

ooooooo

สุดาดวงตรอมใจจนล้มป่วย วรินทร์สงสารแม่ ไปอ้อนวอนพ่อถึงคอนโดของนิลุบล พ่อก็ไม่ยอมกลับ บรรยากาศในบ้านมนัสวาณิชย์จึงเงียบเหงา เศร้า

แต่แล้วจู่ๆเย็นนี้แก้วก็ร้องบอกอย่างดีใจว่า

“คุณผู้ชายกลับมาแล้วค่ะ”

โอฬารเข้ามาเห็นสุดาดวงนอนป่วยอยู่ เขารีบเข้าไปหาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ตนเป็นห่วงมาก สุดาดวงยังเสียใจ มองห่างเหินถามหมางเมินว่าตนเป็นอะไรเขายังสนใจอีกหรือ

“สุ...ผมขอโทษ ถ้าผมทำอะไรรุนแรงกับคุณ แต่มันไม่ใช่ตัวผม ผมโดน...บอกไปคุณก็คงไม่เชื่อ แต่ผมสาบานได้ว่าผมไม่รู้ตัวจริงๆ”
รังสรรค์ยังไม่ไว้ใจพ่อ ถามประชดว่าคุณพ่อจะอ้างไสยศาสตร์หรือ คุณพ่อไม่ได้นอกใจคุณแม่เลยใช่ไหม วรินทร์บอกให้รังสรรค์ออกมาก่อนเพราะคุณพ่อบอกแล้วว่าท่านไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่รังสรรค์ก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี

วรินทร์คิดถึงอาถรรพณ์ต่างๆที่ตนประสบทั้งเรื่องตอนถ่ายหนังสั้น ตนถูกดาวเวียงสิง และกษิดิศทำพิธี บอกพี่ชายว่า

“พี่สรรค์ ช่วงนี้อุ้ยเจอเรื่องแปลกประหลาดหลายอย่าง ที่หาเหตุผลมาพิสูจน์ไม่ได้ ถึงไม่อยากเชื่อก็คงไม่ได้แล้วล่ะ”

วรินทร์กับรังสรรค์จึงออกมาข้างนอกปล่อยให้พ่อกับแม่ได้คุยกันตามลำพัง

ooooooo

โอฬารชี้แจงสภาพของตนที่ถูกมนต์ดำจนทำ อะไรไม่เหมาะไม่ควรจนสุดาดวงเข้าใจ เขาถามว่าป้าวรนาฎรู้เรื่องนี้ไหม ตกเย็นจึงพากันไปหาวรนาฎที่เรือนปั้นหยา

“ไม่ต้องกังวลหรอก ป้ารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าคุณถูกมนต์ดำครอบงำ ถึงได้ตั้งใจสวดมนต์ภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุณ แล้วก็ได้ผลจริงๆ”

โอฬารกราบขอโทษที่ได้ล่วงเกิน วรนาฎบอกว่าตนไม่ติดใจ และพูดถึงเรื่องทองคำที่ลงทุนไป โอฬารบอกว่าจะหาเงินสดมาคืนให้เร็วที่สุด วรนาฎบอกว่าตนไม่ได้ทวงและยินดียกให้เพราะรู้ว่าเมื่อถูกคนอื่นเอาไปแล้วคงเอาคืนยาก และจะให้ไปลงทุนเพิ่มแต่ครั้งนี้ขอให้เป็นการกู้ ดอกเบี้ยให้เอาเข้าบัญชีของวรินทร์ เพราะตนตั้งใจจะยกทุกอย่างให้วรินทร์อยู่แล้ว

“เป็นบุญของลูกผมที่คุณป้าเมตตาแกขนาดนี้ ขอบพระคุณครับ ขอบพระคุณจริงๆ”

วันนี้พรรณทิพย์ไปหารัชโรจน์ที่มหาวิทยาลัยบีบน้ำตาคร่ำครวญว่ามานพมีหนี้สินมากและนัยน์เนตรก็ไม่ยอมช่วยเลย ทุกวันนี้ตนต้องออกหางานทำเพื่อช่วยคุณลุง รัชโรจน์สงสารบอกว่าถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกเพราะเราเป็นญาติกัน

แต่ตกกลางคืนรัชโรจน์ขับรถผ่านหน้าผับเห็นพรรณทิพย์ทำงานที่ผับ เขาติงว่างานนี้ดูไม่เหมาะกับเธอที่ยังเป็นนักศึกษา พรรณทิพย์อ้างว่าตนไม่รู้จะทำงานอะไร ให้เขาช่วยหาให้จะเป็นเลขาของเขาก็ได้

รัชโรจน์บอกว่าตนไม่มีตำแหน่งนั้นแล้วขอตัวกลับ พรรณทิพย์แกล้งเป็นลม จนรัชโรจน์ต้องพาเข้าไปนั่งพักในห้องคาราโอเกะ เธออ้อนขอให้เขาอยู่เป็นเพื่อนตนก่อน แต่พอดีเขาได้รับโทรศัพท์จากวรินทร์บอกว่าตอนนี้พ่อกลับมาแล้ว คุณแม่บอกให้กลับมากินข้าวด้วยกัน คุณยายใหญ่ก็มาด้วย เร่งให้รีบกลับเร็วๆ

“โทษทีนะทิพย์ พี่คงอยู่เป็นเพื่อนไม่ได้แล้วมีธุระที่บ้าน” รัชโรจน์เดินออกจากห้องคาราโอเกะ พรรณทิพย์วิ่งตามตื๊อ แต่ไปชนเข้ากับอภิศักดิ์หนุ่มหล่อ พรรณทิพย์เหมือนต้องมนต์หยุดตามรัชโรจน์หันไป

อ่อยอภิศักดิ์แทน

ooooooo

วรินทร์โทรศัพท์บอกรัชโรจน์แล้วตัวเองก็เตรียมจะลงไปทานอาหารกับครอบครัว นึกถึงสร้อยพระขรรค์เงินได้ก็ส่งไลน์บอกสนทรรศน์ว่า “อุ้ยจะเอาสร้อยไปคืนพรุ่งนี้ พี่ทรรศน์เข้าคณะหรือเปล่าคะ”

พอดีแก้วมาตามให้ลงไปที่โต๊ะอาหาร วรินทร์เก็บสร้อยพระขรรค์วางโทรศัพท์ แล้วลุกออกไป

แก้วถูกดาวเวียงเข้าสิงและขโมยเอาสร้อยพระขรรค์เงินไปหมายทำลาย แต่ระหว่างเดินผ่านสนามหน้าบ้าน นายสว่างเห็นแก้วท่าทางแปลกๆ ทักว่าแก้วจะไปไหน แก้วหยุดกับที่ตกใจทำสร้อยหลุดจากมือ และดาวเวียงก็กระเด็นออกจากร่างแก้วกลายเป็นควันสลายไป แก้วกลับมาเป็นตัวเองสะบัดมือเร่าๆ เพราะแสบร้อน ถามนายสว่างว่าตนมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง

นายสว่างวิ่งมาดูแก้ว เห็นสร้อยพระขรรค์ตกอยู่ หยิบขึ้นมาดูถามว่าแก้วเอามาจากไหน หรือว่าขโมยของเจ้านายมา ขณะนั้นเองรัชโรจน์กลับมาถึงเห็นสร้อยจำได้ว่าเป็นของสนทรรศน์ให้อุ้ยไว้ แก้วตกใจจะร้องไห้บอกว่าตนไม่ได้ขโมยแต่มันมาอยู่ที่ตนได้ยังไงไม่รู้
ที่โต๊ะอาหารในบ้าน ทุกคนมากันหมดแล้วขาดแต่รัชโรจน์ แก้วยังไม่มาวรินทร์จึงตักข้าวแจกแทน ในขณะที่วรนาฎก็เล่าประวัติของตระกูลให้ทุกคนฟังว่า...

“ตระกูลของเรานั้น สืบทายาทมาจากพระยาเชลียงแห่งสกุลพระร่วงเจ้า เมืองเชลียงนั้นเป็นเมืองที่ศักดิ์สิทธิ์มีเทพคุ้มครองดูแล ย่อมแผ่บารมีมาคุ้มครองลูกหลานแห่งสกุลนี้ ใครก็มาทำร้ายไม่ได้ง่ายๆ”

รังสรรค์นึกสนุกถามว่าแล้วคุณยายมีของขลังบ้างไหมตนอยากได้ไว้ป้องกันเผื่อโดนสาวๆทำเสน่ห์ใส่ เลยถูกสุดาดวงดุว่าพูดจาเหลวไหล แต่วรนาฎพูดต่ออย่างมีเป้าหมายว่า

“ยายไม่นิยมพวกของขลังหรอก แต่ถ้าเป็นพวกของเก่าพวกเครื่องทองของประดับก็พอมี ว่างๆยายจะให้อุ้ยไปเลือกเอา” อุ้ยขอบคุณ แต่ของแพงๆอย่างนั้นคงไม่เหมาะกับตน “ไม่มีใครเหมาะเท่าอุ้ยอีกแล้ว ของยายเป็นฝีมือช่างทองโบราณ รับรองอุ้ยต้องชอบ”

พลันวรนาฎก็ชะงักรู้สึกมีพลังบางอย่างมาปะทะ มองไปที่ประตูเห็นรัชโรจน์เดินเข้ามาทักทายทุกคน

ถามว่าตนมาทันเวลาพอดีใช่ไหม แล้วเดินไปหาวรินทร์เอาสร้อยพระขรรค์เงินคืนให้ วรินทร์งงถามว่าสร้อยไปอยู่ที่พี่โรจน์ได้ยังไง รัชโรจน์บอกว่าเธอทำตกไว้ตนเก็บได้ แล้วเอาสร้อยสวมให้บอกว่าเอาไว้ค่อยคุยเรื่องนี้กัน

วรนาฎลุกขึ้นทันทีอ้างว่าไม่ค่อยสบายคงต้องกลับไปพักก่อน วรินทร์จะไปส่งก็รีบปฏิเสธบอกว่ายายกลับเองได้

กลับถึงเรือนปั้นหยา วรนาฎเล่นงานดาวเวียงทันทีว่าทำงานพลาดอีกแล้ว ดาวเวียงกลัวบอกว่ามันปวดแสบ ปวดร้อนจนตนทนไม่ได้จริงๆ วรนาฎจิกตามองไปข้างหน้าพูดอย่างโกรธแค้นว่า

“ไม่ว่าเจ้าของสร้อยมันเป็นใคร ข้าจะกำจัดมันให้สิ้นซากทั้งคน ทั้งสร้อย!”

ooooooo

กษิดิศนั่งสมาธิในห้องพระ นิมิตไปว่าตนชักพระขรรค์เงินออกจากฝักมองรูปถ่ายของสุรนิตย์ ตั้งใจมุ่งมั่นว่า

“ฉันต้องจัดการแกให้ได้ ไอ้อสูรร้าย” พลันก็ได้ยินเสียงตึงตังในห้องสนทรรศน์ ลุกไปดูเห็นสนทรรศน์กำลังผูกคอตายดิ้นทุรนทุรายจึงรีบปลดเชือก แต่พอจับหน้าสนทรรศน์หันมาก็ช็อกเพราะกลายเป็นหน้าตัวเอง!

กษิดิศลืมตาเหงื่อแตกพลั่กสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับตัวเอง มาที่ห้องโถงเห็นโทรศัพท์ของสนทรรศน์ตกอยู่หยิบดูเห็นไลน์ที่วรินทร์ส่งมาบอกว่า “อุ้ยจะเอาสร้อยไปคืนพรุ่งนี้ พี่ทรรศน์เข้าคณะหรือเปล่าคะ” อ่านแล้วกษิดิศเครียดหนัก

ฝ่ายวรนาฎวางแผนหลอกโอฬารว่าจะไปซื้อของ ขอยืมนายสว่างขับรถไปให้ ระหว่างทางก็สะกดจิต

นายสว่างให้ขับไปที่มหาวิทยาลัยที่วรินทร์เรียน ขณะขับผ่านศาลพระภูมินายสว่างก็รู้ตัว งงตัวเองว่าทำไมพาวรนาฎมาที่นี่ แต่พอหันไปดูวรนาฎก็หายไปแล้ว

วรินทร์เอาสร้อยพระขรรค์มาคืนให้สนทรรศน์ วรนาฎเห็นจึงเข้าสิงนักศึกษาหญิงที่เดินมาให้ขับรถพุ่งเข้าชน สนทรรศน์ม้วนตัวหลบทำให้สร้อยพระขรรค์เงินตก ถูกรถทับหักกลาง วรนาฎยิ้มสะใจ

สนทรรศน์ลุกขึ้นหันมาทางวรนาฎ วรนาฎเห็นหน้าสนทรรสน์เต็มตาถึงกับตะลึง จำได้ว่าสนทรรศน์คือศัตรูของตนในชาติก่อน พึมพำแค้น

“ที่แท้ก็เป็นเอ็ง”

วรนาฎบังคับให้นักศึกษาที่ถูกสิงขับรถพุ่งเข้าชนสนทรรศน์ แต่รถหยุดกึกห่างจากสนทรรศน์แค่คืบเดียว วรนาฎยิ่งแค้น พึมพำ “เป็นไปไม่ได้ หรือมันมีของขลังอะไรอีก” พลันก็รู้สึกมีพลังปะทะจากด้านหลัง หันขวับไป เห็นกษิดิศถือพระขรรค์เงินเทวดายืนอยู่ประกาศว่า

“เวลาของแกจบแล้ว...” กษิดิศชักพระขรรค์เงินเทวดาออกจากฝัก พระขรรค์เปล่งประกาย วรนาฎถึงกับผงะ ถอยกรูด กษิดิศเห็นร่างอสูรซ้อนอยู่ในร่างวรนาฎ พึมพำแค้น “เป็นแกจริงๆด้วย ไอ้อสูรร้าย!”

กษิดิศถือพระขรรค์เทวดาวิ่งไล่ฟันวรนาฎที่วิ่งไปหาวรินทร์ขอความช่วยเหลือ สนทรรศน์ตกใจถามว่าพ่อทำอะไร

“ผู้หญิงคนนี้ถูกอสูรสิงร่างอยู่ พ่อต้องจัดการไล่ อสูรออกจากร่างเขา” วรินทร์ร้องบอกว่านี่คือคุณยายใหญ่ของตน กษิดิศกำพระขรรค์แน่นบอกว่า

“ไม่ใช่ มันแค่อาศัยร่างของยายหนูเท่านั้น ออกจากร่างนี้ซะ”

สนทรรศน์อายมากเมื่อเห็นคนมามุงดูพ่อตนจึงเข้าไปดึงกษิดิศบอกให้กลับบ้าน กษิดิศพุ่งเข้าหาวรนาฎ สนทรรศน์จึงกอดพ่อไว้ ฝ่ายวรนาฎก็เร่งวรินทร์ให้รีบพาตนออกจากที่นี่ ฝ่ายสนทรรศน์แย่งพระขรรค์จากกษิดิศไปจนได้

“เอาพระขรรค์คืนมา พ่อต้องกำจัดอสูร อย่าให้มันหนีไป” กษิดิศโวยวาย แต่ถูกสนทรรศน์ลากออกไป

กลับถึงบ้าน สนทรรศน์ทะเลาะกับกษิดิศอย่างรุนแรงและจะพาพ่อไปหาหมอให้เป็นเรื่องเป็นราว กษิดิศบอกว่าตนไม่ได้บ้า แต่มันคืออสูรที่ปู่ของเขาเตือนไว้ มันต้องการฆ่าเขา ทั้งเขาและอุ้ยกำลังตกอยู่ในอันตรายตนจึงต้องเอาพระขรรค์นี้ไปไล่อสูรออกจากร่าง ยายของอุ้ยจึงจะเป็นอิสระ

เมื่อพูดกันไม่รู้เรื่อง สนทรรศน์บอกว่าตนรับเหตุการณ์อย่างวันนี้ไม่ไหวถ้าพ่อไม่เลิกทำแบบนี้ตนจะลาออกจากมหาวิทยาลัย กระแทกพระขรรค์ลงบนโต๊ะแล้วผลุนผลันออกไป

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน
12 พ.ค. 2564

03:05 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 04:49 น.