ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ทวิภพ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังจากวงมโหรีกลับ ประยงค์มาเรียนภาษาอังกฤษกับมณีจันทร์ต่อ เธอเรียนรู้ได้เร็วมากจนมณีจันทร์ออกปากชม ประยงค์เองก็ชื่นชมครูสอนภาษาอังกฤษของตัวเองเช่นกัน แต่คุณหญิงสรเดชกลับไม่ชอบหน้ามณีจันทร์ คอยหาทางทำให้เธอรู้สึกด้อยค่า ครั้งนี้ก็เช่นกัน พอประยงค์ว่างจากการเรียน คุณหญิงสรเดชออกอุบายให้ลูกช่วยเจียนหมากพลูให้เธอหนึ่งชุด เจียนให้สวยที่สุดแบบชาววังที่เธอเคยสอน...

ขณะเดียวกัน คุณหญิงแสร์ไม่สบายใจนักเมื่อรู้ว่าลูกชายจะเรียนเชิญเจ้าคุณวิศาลคดีมา หารือข้อราชการที่บ้าน และมณีจันทร์จะร่วมวงปรึกษาหารือด้วยเพราะเธอเป็นคนแปลข้อราชการเหล่านั้น

“แล้วจะเรียนท่านว่ายังไงพ่อเทพ ผู้หญิงยิงเรือจะรู้ข้อราชการได้อย่างไร”คุณหญิงแสร์สีหน้าเป็นกังวล

“คิดจะกราบเรียนท่านว่าเป็นน้อง รู้ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส ท่านจะเข้าใจเอง”

คุณหญิงแสร์ก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ...

มณีจันทร์นั่งเล่นอยู่กับกองพลูกองหมากอยู่บนเรือน มองหลวงอัครเทพที่นั่งคุยกับคุณหญิงแสร์อยู่ที่ศาลาแล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ หยิบใบพลูมาเป่าเป็นเพลงเล่น ตั้งใจจะมอบเสียงเพลงนี้ให้หลวงอัครเทพ จังหวะนั้น คุณหญิงสรเดชเอาซองหมากพลูท่ีเจียนอย่างสวยงามของประยงค์มาอวดมณีจันทร์

“อุ๊ยตาย...นี่หรือคะที่เขาเรียกเจียนหมากพลู น่ารักจริง”มณีจันทร์มองอย่างชื่นชม

“หมากพลูน่ะเป็นของสำคัญนะมีเมียเจียนหมากจีบ พลูได้งาม ชีวิตผัวก็มีความสุขมากโขแล้ว...เอ้า...นังอิ่ม...เอาไปให้คุณหลวง”

มณีจันทร์อึ้ง เพราะรู้มาบ้างว่าผู้หญิงสมัยนั้นจะตั้งใจเจียนหมากพลูให้เฉพาะผู้ชายที่ตนสนใจ

“ฮิๆกินหมากทุกคำคิดถึงน้อง” อิ่มยิ้มกริ่ม รับซองหมากพลูแล้วเดินลงเรือน คุณหญิงสรเดชกับมณีจันทร์มองตามไม่วางตา...

ครู่ต่อมา อิ่มส่งซองหมากพลูให้หลวงอัครเทพ เรียนว่าคุณหญิงสรเดชให้เอามาให้ ทั้งคุณหญิงแสร์และหลวงอัครเทพเข้าใจผิดคิดว่าซองหมากพลูเป็นฝีมือคุณหญิงสรเดช หลวงอัครเทพหันไปค้อมหัวให้คุณหญิงสรเดชซึ่งยืนมองอยู่บนเรือน แล้วยิ้มให้ประยงค์โดยไม่ได้ตั้งใจ ก่อนหยิบหมากใส่ปากเคี้ยวสีหน้ามีความสุข คุณหญิงสรเดชยิ้มสะใจ ขณะที่มณีจันทร์หน้าเจื่อน

“คุณหลวงชื่นชมใหญ่ เอาใส่ปากเคี้ยวทันที ดูสิ...แม่ประยงค์ของแม่หน้าแดงก่ำ เขาเรียบร้อย เขาไม่ชอบให้แม่ทำอะไรแบบนี้ดอก”

อิ่มเดินกลับมาทันได้ยินก็สาระแนทันที“แหมเป็นคู่หมายจะเป็นไรเจ้าคะ เล็กๆน้อยๆจะปล่อยให้ผู้หญิงอื่นเป็นมดแดงแฝงมะม่วงประจบคุณหลวงอยู่ฝ่ายเดียวได้ยังไง”อิ่มแดกดัน มณีจันทร์ถึงกับหน้าเสีย...

ตกดึกคืนนั้น มณีจันทร์เก็บเอาเรื่องนี้ไปคิดจนนอนไม่หลับ ลุกขึ้นมานั่งบ่นคนเดียว“ของเขาทั้งเจียนหมากจีบพลูให้กินจนวันตาย เราทำได้แค่เป่าใบพลูฝากสายลม...เฮอะ งี่เง่าชะมัด...คุณหลวงคะ...คุณประยงค์เหมาะกับคุณหลวงจริงๆด้วยค่ะ”มณีจันทร์ถอนใจเฮือก...

ooooooo

ทันทีที่หลวงเจนพาณิชย์ก้าวเข้ามาในห้าง มร.จอห์นชี้หน้าด่าลั่นที่เขาไม่เอาจดหมายสำคัญของตนไปส่งให้ มร.คล้าก ทำให้จดหมายลงเรือไม่ทันหรือว่าเขาทำจดหมายหาย หลวงเจนพาณิชย์ทำเป็นเพิ่งนึกออก

“อ๋อ...จดหมาย...ไม่ขอรับไม่หาย กระผมลืมเอาไว้ เดี๋ยวกระผมจะรีบเอาไปให้ มร.คล้ากวันนี้เลยขอรับ”

“ทำงานแย่มากเช้าชามเย็นชามเหมือนกันหมด พวกเรากระตือรือร้นกว่านี้มาก เราถึงได้ดิบได้ดี แล้วดูพวกคุณสิ ฮึ...แบบนี้เมื่อไหร่ประเทศคุณจะเจริญ...หา”มร.จอห์นไม่วายแดกดัน หลวงเจนพาณิชย์เปิดหมวกขอโทษแล้วรีบออกจากห้างฯ เดินบ่นพึมพำไม่รู้ไปทำจดหมายหายตอนไหน หาจนทั่วก็ไม่พบ แล้วนึกขึ้นได้ต้องเป็นฝีมือหลวงอัครเทพแน่ๆ แกล้งหาเรื่องตนแล้วแอบขโมยจดหมายไป เขาตรงไปบ้านของคู่อริทันที...

หลวงอัครเทพกำลังจะไปทำงานตอนที่เจอหลวงเจนพาณิชย์มาทวงถามจดหมาย เขาแกล้งถามจดหมายอะไร หลวงเจนพาณิชย์กำลังโมโหไม่ทันคิด ตะคอกใส่ว่าเป็นจดหมายของ มร.จอห์นจะส่งไปอังกฤษ

“จดหมายที่ต้องให้กรมท่าของกระผมตรวจก่อนใช่ไหมขอรับ”

หลวงเจนพาณิชย์รีบปฏิเสธว่าไม่ใช่ จดหมายฉบับนั้นไม่เกี่ยวกับกรมกองไหน มร.จอห์นส่งผ่านเขาไปลงเรือ หลวงอัครเทพดักคอว่าจดหมายประสงค์ร้ายต่อบ้านเมืองหรือถึงได้ไม่รายงานให้ทางราชการทราบ หลวงเจนพาณิชย์ยิ่งพูด ยิ่งเข้าตัว ไม่อยากต่อความด้วยสั่งให้หลวงอัครเทพเอาจดหมาย มาคืน

“กระผมจะตอบเพียงครั้งเดียว กระผมไม่มีจดหมายที่ว่า เชิญออกไปได้แล้ว”

“แค่มองหน้าเอ็งก็รู้แล้ว จดหมายอยู่กับเอ็งแน่ๆไอ้เทพ” หลวงเจนพาณิชย์ชี้หน้าหลวงอัครเทพ ก่อนจะกลับไปอย่างหงุดหงิด หลวงอัครเทพไม่อยากใส่ใจ สั่งขาบรีบไปเตรียมรถลากเดี๋ยวเขาไปทำงานสาย มณีจันทร์แอบฟังอยู่กับม้วนได้ยินเรื่องทั้งหมด มองตามหลวงเจนพาณิชย์อย่างไม่ไว้ใจ

“แสดงว่าจดหมายนั่นสำคัญมาก หลวงเจนจึงมาขอคืน เราต้องรักษาจดหมายนั้นไว้ให้ดี...เอ...เราเอาไปทำงานตรงไหนนะ”มณีจันทร์กวาดตามองไปรอบๆสีหน้าครุ่นคิด...

หลวงเจนพาณิชย์รอจนหลวงอัครเทพไปพ้นสายตา ค่อยๆย่องขึ้นไปบนเรือนรอจนปลอดคน รีบค้นตามที่ต่างๆแต่ไม่พบจดหมาย เหลือบมองไปที่ศาลากลางสวน เห็นมีกองเอกสารวางไว้ เขาตรงไปที่นั่นทันที

ooooooo

มณีจันทร์กำลังจะลงไปที่ศาลาเห็นหลวงเจน-พาณิชย์บ่ายหน้าไปที่นั่นเช่นกัน เธอยอมให้เขาเอาจดหมายไปไม่ได้ ไม่เช่นนั้นหลวงอัครเทพต้องถูกกล่าวหาเป็นขโมยจะเป็นเรื่องใหญ่ ขยับจะเดินต่อ ม้วนรั้งมือเธอไว้

“คุณท่านออกไปไม่ได้เจ้าค่ะ”

“ฉันรู้ ผู้หญิงดีๆเขาไม่ทำกันหรอก แต่ผู้หญิงบ้า...เขายกเว้น”มณีจันทร์สะบัดมือม้วนออก รีบเดินไปยังศาลา ม้วนเห็นท่าไม่ดี วิ่งไปตามขาบมาช่วย

แต่เรื่องไล่คนแค่นี้สำหรับมณีจันทร์ไม่ต้องมีตัวช่วย เธอเด็ดดอกชบาสีแดงมาทัดหูสองข้างทำเหมือนคนบ้าอาละวาดใส่หลวงเจนพาณิชย์จนวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง จดหมายเอาคืนก็ไม่ได้แถมโดนคนบ้าตบหัวหลายที หลวงเจนพาณิชย์เดินหัวเสียออกมาถึงประตูรั้วหน้าบ้านหลวงอัครเทพ เกือบชนประยงค์ที่เดินเข้ามากับยาวบ่าวหญิงรับใช้ของเธอ หลวงเจนพาณิชย์อารมณ์ดีขึ้นมาทันที เพราะแอบชื่นชอบเธอมานานแล้ว

“แม่ประยงค์ใช่ไหม...กระผมหลวงเจนพาณิชย์ขอรับ กระผมเห็นแม่ประยงค์ตามเสด็จบ่อยๆ ไม่เคยได้มีโอกาสคุยด้วยสักที วันนี้โชคดีของกระผมเหลือเกิน”

ประยงค์มองซ้ายมองขวา อายที่ต้องยืนคุยกับผู้ชายนานๆ เกรงจะถูกมองเป็นผู้หญิงข้างถนน เดินเลี่ยงจะเข้าบ้าน แต่หลวงเจนพาณิชย์รีบมาดักหน้า ถามประยงค์มาที่นี่มีธุระอะไร ประยงค์ตอบตามมารยาทว่ามาเรียนภาษาอังกฤษกับน้องสาวของหลวงอัครเทพ หลวงเจนพาณิชย์ดีใจมาก เพราะตัวเองชมชอบพวกฝรั่ง เลยนึกว่าเธอชมชอบพวกฝรั่งเหมือนกัน ขยับเข้าไปใกล้ๆยิ้มกรุ้มกริ่ม

“เรียนภาษาอังกฤษใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นคงรู้วิธีทักทายของพวกฝรั่ง shake hand” หลวงเจนพาณิชย์จับมือประยงค์เพื่อสอนการ shake hand ให้ เธอตกใจสะบัดมือถอยกรูด หลวงอัครเทพกลับมาเห็นพอดี ด่าหลวงเจนพาณิชย์ลั่นว่า ทำตัวน่าเกลียด ทั้งๆที่มียศศักดิ์ใหญ่โต ประยงค์กลัวมากวิ่งไปหลบหลังหลวงอัครเทพ

“แม่ประยงค์อุตส่าห์หัวสมัย ต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เลียนแบบบ้านเมืองที่เขาเจริญกว่าเรา ข้าก็สอนให้หล่อน เอ็งนั่นแหละ มาหาเรื่องข้า” หลวงเจนพาณิชย์อ้างหน้าด้านๆ

“เอ็งมันบ้า เดินตามก้นฝรั่งไม่รู้จักคิด ความเจริญไม่จำเป็นต้องถูกเสมอไป บ้านเมืองเราไม่เหมือนเขา ดูผู้หญิงสิ กลัวจนตัวสั่นแล้ว ข้าว่าเอ็งต้องการฉวยโอกาสมากกว่า”

หลวงเจนพาณิชย์โกรธที่หลวงอัครเทพรู้ทัน ชกเปรี้ยงเต็มหน้าจนเซ แล้วจะตามเข้าไปซ้ำ หลวงอัครเทพตั้งหลักได้ถีบยอดอกกระเด็น เอาไม้ตะพดกดอกหลวงเจนพาณิชย์ไว้ไม่ให้ลุกขึ้น ขู่จะไปฟ้องเจ้านายของหลวงเจนพาณิชย์ให้ปลดเขาจากตำแหน่ง ถ้ายังไม่ออกไป คุณหลวงชั่วปัดไม้ตะพดออก ลุกขึ้นชี้หน้าหลวงอัครเทพ

“โธ่เว้ย...เอ็งมันก็ผู้ดีจอมปลอมเหมือนกัน ขโมยของของข้าหน้าไม่อาย เอ็งกับข้ายังต้องเจอกันอีกหลายยก วันนี้ฝากไว้ก่อนโว้ย” หลวงเจนพาณิชย์ถุยน้ำลายลงพื้นก่อนจะออกไป จากนั้นหลวงอัครเทพพาประยงค์ซึ่งยังกลัวตัวสั่นมาที่หอนั่ง ถามเธอว่าอยากให้เขาเอาเรื่องหลวงเจนพาณิชย์ที่ทำรุ่มร่ามกับเธอไหม

“ไม่นะเจ้าคะ หากเอาเรื่องคงไปกันใหญ่ คนที่ไม่รู้ก็จะรู้กันหมด” ประยงค์ทำท่าจะร้องไห้ ขอร้องหลวงอัครเทพอย่าบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ โดยเฉพาะแม่กับพ่อของเธอ ถ้าท่านทั้งสองทราบต้องเอาเรื่องแน่ๆ ขาบนั่งฟังอยู่ด้วยคิดตาม แต่ด้วยนิสัยปากเสียเลยเผลอพูดความคิดตัวเองออกมา

“เอาเรื่องยังไงดี เป็นถึงคุณหลวงเจนไม่ใช่คนธรรมดา เผลอๆยกคุณประยงค์ให้หลวงเจนหาทางแก้หน้า”

ประยงค์ตกใจมาก ขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆหลวงอัครเทพ เอามือเขย่าแขนเขาอย่างลืมตัว “ไม่...ไม่เอานะเจ้าคะ อย่าบอกคุณแม่นะเจ้าคะ อิฉันจะไม่ออกเรือนไปกับหลวงเจน ไม่นะเจ้าคะ คุณหลวงอย่ายอมนะเจ้าคะ”

มณีจันทร์ซึ่งเพิ่งรู้เรื่องที่เกิดขึ้นจากม้วน รีบเดินมาหาประยงค์ด้วยความเป็นห่วงเห็นภาพนั้นพอดี ถึงกับหยุดกึก ประยงค์รู้สึกตัว ขออภัยหลวงอัครเทพ ก่อนจะเอามือออก หลวงอัครเทพเห็นใจประยงค์มาก ยอมทำตามที่เธอขอร้อง หันไปสั่งห้ามขาบกับพวกบ่าวไม่ให้พูดเรื่องนี้ แล้วส่งผ้าเช็ดหน้าให้ประยงค์เช็ดน้ำตา หญิงสาวมองเขาซึ้งใจมาก มณีจันทร์ไม่อาจทนดูได้ หันหลังเดินกลับ ม้วนมองตามงงๆ

ooooooo

ขณะมณีจันทร์กำลังสอนภาษาอังกฤษให้ประยงค์ อยู่ที่โถงกลางเรือน ม้วนยกน้ำมะตูมมาให้ดื่ม มณีจันทร์ถูกใจมากที่แต่ละวันจะมีสารพัดน้ำที่ทำจากต้นไม้  ดอกไม้มาให้เธอดื่ม ทำให้เธอลืมกาแฟและน้ำอัดลมที่เคยชอบไปเลย ประยงค์สงสัยน้ำอัดลมคืออะไร มณีจันทร์หัวเราะแฮ่ะๆ

“ช่างมันเถอะค่ะ คุณประยงค์ก็ทำน้ำพวกนี้อร่อยใช่ไหมคะ”

“แค่ทำได้ เรื่องอาหารไม่เก่งเท่าคุณน้าแสร์หรอกเจ้าค่ะ”

“แต่ก็ยังทำได้ คุณประยงค์ออกเรือนไปกับใครคนนั้นคงสบาย มีคนสวยไว้ให้มองไม่พอยังมีของอร่อยให้กินด้วย ไม่เหมือนฉัน ได้ไป...คงเหมือนมีตัวยุ่งอยู่ในบ้าน” มณีจันทร์พูดแล้วเศร้า

จังหวะนั้น ขาบวิ่งมารายงานมณีจันทร์ท่าทางตื่นเต้น วันนี้ท่านเจ้าคุณจะมา มณีจันทร์งง ท่านเจ้าคุณไหน พอนึกออกว่าเป็นใคร เธอรีบไปถามหลวงอัครเทพซึ่งกำลังเตรียมเอกสารอยู่ที่ศาลา ว่าเจ้าคุณวิศาลคดีจะมาเมื่อไหร่ หลวงอัครเทพตักเตือน ผู้หญิงไม่ควรถามถึงการมาของผู้ชาย

“จะให้บอกกี่ครั้งว่าฉันมาจาก พ.ศ.ที่เท่าไหร่” มณีจันทร์กระซิบเบาๆ เกรงม้วนกับขาบจะได้ยิน

หลวงอัครเทพกำชับอีกว่าเวลาที่พูดคุยกับเจ้าคุณวิศาลคดี มณีจันทร์ต้องใช้คำแทนตัวว่า “อิฉัน” และต้องลงท้ายว่า “เจ้าค่ะ” ทุกครั้ง ห้ามยอกย้อนเวลาท่านพูด อิ่มเข้ามารายงานว่าเจ้าคุณวิศาลคดีมาถึงแล้ว หลวงอัครเทพขยับจะไป แล้วนึกขึ้นได้หันมาสั่งมณีจันทร์ ห้ามออกไปพบท่านเอง ต้องรอให้เรียกก่อน

“ฉันจะไปคอยที่ห้องค่ะ” มณีจันทร์เดินนำม้วนกลับห้อง ม้วนเปิดหีบเสื้อผ้าออกจะแต่งตัวให้มณีจันทร์ใหม่ เจ้าคุณวิศาลคดีเป็นผู้ใหญ่ต้องสวมชุดเรียบร้อย ประยงค์ตามเข้าช่วยแต่งตัวให้มณีจันทร์อีกแรง

“ม้วนบอกว่าคุณมณีจะช่วยงานท่านเจ้าคุณ...อิฉัน...

เอ้อ ขอเรียกน้องนะเจ้าคะ น้องตื่นเต้นมากเจ้าค่ะ พระพุทธเจ้า– หลวงและคนไทยทั้งแผ่นดินพยายามบอกพวกฝรั่งต่างชาติว่า เราไม่ใช่ชาวป่าชาวเขา เราไม่ใช่คนเถื่อนให้พวกเขามาอ้างเหตุในการยึดครอง ตรงกันข้าม  อะไรที่เขารู้ เขาทำ เราก็ทำได้”

“ใช่ คนไทยทำได้ทุกอย่างถ้าอยากจะทำ คนพวกนั้นเวลาไปล่าอาณานิคมชอบอ้างว่าเอาความเจริญไปให้...เชอะ...เราไม่ใช่พวกด้อยพัฒนาขนาดนั้น ไม่ต้องมายุ่งกับเรา...เอ๊ะ คุณประยงค์ก็รู้เรื่องนี้”

“ที่น้องอยากเรียนภาษาอังกฤษก็เพราะอยากเป็นอย่างคุณพี่ ได้ช่วยชาติ...เกิดเป็นหญิงก็เป็นคนไทย หากชาติสูญสิ้น เราก็เจ็บปวดเหมือนชายอกสามศอกทุกคน”

มณีจันทร์มองประยงค์อย่างชื่นชมที่ไม่ได้มีแต่ความสวย เก่งการบ้านการเรือน เธอยังฉลาดและใฝ่รู้อีกด้วย ประยงค์บ่นอย่างท้อแท้ว่าเธอเรียนอ่านเขียนหนังสือหมดทุกเล่ม แต่น่าเสียดาย แม้มณีจันทร์จะตั้งใจสอนเธอเพียงใด สุดท้าย เธอก็คงได้แค่ออกเรือนทำหน้าที่เมีย หน้าที่แม่เท่านั้น

“โถ...ฟังนะคะ ในอนาคตผู้หญิงจะได้เรียนหนังสือ เรียนภาษา ได้เรียนแม้แต่วิชาช่าง เราจะทำงานมีอาชีพเหมือนผู้ชาย เราจะแต่งงานหรือไม่แต่งก็ได้ เราเลือกเองได้ทั้งหมด”

ประยงค์ฟังคำพูดของมณีจันทร์แล้วมีกำลังใจในการเรียนขึ้นมาก และตั้งใจจะแต่งตัวให้มณีจันทร์สุดฝีมือเพื่อเธอจะได้ไปช่วยเจ้าคุณวิศาลคดีทำงานให้บ้านเมืองอย่างเต็มกำลัง

ooooooo

คุณหญิงแสร์คอยสั่งการพวกบ่าวให้ทำอาหารอยู่ที่เรือนครัว ขาบเห็นสีหน้าไม่ค่อยสบายใจของคุณหญิงอดถามไม่ได้เป็นกังวลเรื่องใด

“ท่านเจ้าคุณวิศาลใครๆก็รู้ว่าท่านดุ ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้นแล้วแม่มณีเหมือนคนอื่นที่ไหน...เกิดท่านเจ้าคุณฉวยไม่พอใจคงต่อว่ามาถึงข้า ถึงผัวข้าที่อยู่ในหลุม...เฮ่อ”คุณหญิงแสร์ถอนใจเฮือก เป็นกังวล...

หลวงอัครเทพคุยกับเจ้าคุณวิศาลคดีได้สักพัก ม้วนเดินนำมณีจันทร์เข้ามา ทั้งเจ้าคุณวิศาลคดีและมณีจันทร์ต่างมองสบตากัน มณีจันทร์ยิ้มให้เพราะท่านเป็นคนสำคัญที่พาเธอข้ามภพมา ส่วนเจ้าคุณวิศาลคดีจำเหตุการณ์ที่จิตวิญญาณของตนข้ามภพไปช่วยมณีจันทร์ไม่ได้ เพราะถอดจิตขณะที่ล้มป่วย จำได้เพียงว่าผู้หญิงคนนี้มีความสำคัญ

“ฉันคิดว่าฉันเคยเห็นหล่อนมาก่อนไหมนะ...ช่างเถอะ...

จะเอาอะไรกับความทรงจำของคนแก่ใกล้ตาย”

“คนแก่ที่ไม่เคยตาย มีกี่คนเจ้าคะ”มณีจันทร์ยิ้ม เจ้าคุณวิศาลคดีมองหน้าหญิงสาว รู้ว่าเป็นคำชม ถูกใจหัวเราะลั่น หลวงอัครเทพเห็นท่าทางของทั้งคู่ที่มองสบตากัน นิ่วหน้าสงสัยสนิทสนมอะไรกันนักหนา คุณหญิงแสร์แอบมองอยู่อีกมุมหนึ่งได้ยินเสียงเจ้าคุณวิศาลคดีหัวเราะชอบใจ ถึงกับโล่งอก

“ฉันไม่เคยคิดว่าฉันจะเป็นอมตะหรอกแม่หนู แก่แล้วยังไงก็ต้องตาย”เจ้าคุณวิศาลคดีตอบอารมณ์ดี

“ความเป็นอมตะในพงศาวดารก็เป็นอมตะอย่างหนึ่งนะเจ้าคะ อย่างท่านอาจเป็นอมตะในพงศาวดาร”

เจ้าคุณวิศาลคดีถูกใจในความฉลาดเฉลียวของมณีจันทร์ ยิ่งรู้ว่าเธอพูดได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสยิ่งชื่นชม จากนั้น หลวงอัครเทพเชิญเจ้าคุณวิศาลคดีมายังศาลากลางสวนเพื่อดูเอกสารต่างๆ ที่เขากับมณีจันทร์รวบรวมไว้ มณีจันทร์หยิบจดหมายของ มร.จอห์นให้เจ้าคุณวิศาลคดีดู

“นี่คือจดหมายที่ มร.จอห์นฝากหลวงเจนไปส่ง อิฉันนั่งคิดอยู่นานว่าเหตุใดหลวงเจนจึงอยากได้มันกลับคงเป็นเพราะเนื้อหาจดหมาย หากมีคนใช้จดหมายนี้เอาผิด มร.จอห์น เขาก็อาจถูกขับไล่ออกนอกประเทศ”

เจ้าคุณวิศาลคดีสงสัยทำไมต้องกลัวขนาดนั้น มณีจันทร์รื้อหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษฉบับหนึ่งขึ้นมารายงานว่า มร.จอห์นแสดงความโกรธแค้นที่มีการส่งเรือรบมาขู่พวกเรา คำพูดของเขาถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ เธอแปลข้อความในหนังสือ– พิมพ์ให้เจ้าคุณวิศาลคดีฟัง

“สื่ออังกฤษและยุโรปต่างประณามการเข้ามาของเรือรบในครั้งนี้ มีภาพการ์ตูนล้อการเมืองเขียนว่า หมาป่าและลูกแกะ หมาป่าหมายถึงฝรั่งที่เอาเรือรบมา ลูกแกะหมายถึงสยาม”

เจ้าคุณวิศาลคดีชมมณีจันทร์ไม่หยุดปากที่สามารถอ่านภาษาอังกฤษแล้วแปลได้ในทันที หลวงอัครเทพรายงานเพิ่มเติมว่า มร.จอห์นเป็นผู้มีอิทธิพลสูงต่อรัฐและสื่อในประเทศเขาเอง พวกนั้นเชื่อถือเขามาก เขาอยากทำงานส่งข่าวส่งความคิดเห็น แต่ไม่อยากให้ทางเรารู้เพราะไม่แน่ใจว่าเราจะคิดอย่างไร

“เขาเปิดห้างใหญ่โตลงทุนไปมากมาย หากเกิดอะไรขึ้นในสยามก็อาจกระทบต่อการค้าขายของเขา”

“คนอังกฤษห่วงผลประโยชน์ของตัวเองในสยาม ดีล่ะ แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องนี้ ทำเหมือนเขาเป็นแค่พ่อค้า ต่อไปต้องใช้นายคนนี้ให้เป็นประโยชน์”เจ้าคุณวิศาลคดีสั่งการ

“เจ้าคะ...งั้นต้องเก็บจดหมายนี้ให้มิดชิดอย่าให้ มร.จอห์นรู้ว่าเราได้มันมา”

เจ้าคุณวิศาลคดียิ้มพอใจที่มณีจันทร์กับหลวงอัครเทพทำงานได้ดีมาก มณีจันทร์ยิ้มตอบดีใจที่สามารถช่วยงานท่านได้ เจ้าคุณวิศาลคดีเผลอมองความงามของมณีจันทร์ ขณะที่หลวงอัครเทพเห็นแล้วชักเริ่มหึง

ooooooo

คุณหญิงแสร์ขอตัวไม่ร่วมวงกินข้าวกลางวันกับเจ้าคุณวิศาลคดีและหลวงอัครเทพ เพราะเธอต้องคอยกำกับพวกบ่าวที่เรือนครัวไม่เช่นนั้นจะเหลวกันหมด เจ้าคุณวิศาลคดีเลยหันไปเรียกมณีจันทร์มากินข้าวด้วยกัน คุณหญิงแสร์ขี้เกียจใจหายใจคว่ำชิงพูดขึ้นก่อน

“อย่าเลยเจ้าค่ะ...คงไม่เหมาะ”

“ฉันไม่ถือหรอก เราสองคนทำงานกับฝรั่งเยอะแยะ มีแหม่มมาร่วมโต๊ะอาหารคุยงานด้วยบ่อยครั้ง ฉันไม่ได้ถือว่าแม่มณีเป็นหญิงทั่วไป ให้มาร่วมวงเถิด”

คุณหญิงแสร์จำใจหันไปพยักพเยิดให้มณีจันทร์เข้าไปร่วมวงด้วย แล้วขอตัวลงไปที่เรือนครัว แต่ไม่มีจิตใจจะทำอะไรห่วงมณีจันทร์จะก่อเรื่อง คุณหญิงแสร์ทิ้งงานย่องกลับมาบนเรือนหามุมแอบมองเธออยู่ห่างๆ ยิ่งกินข้าวยิ่งไม่ไว้ใจ ถึงขนาดยกมือไหว้บนบานศาลกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วย ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ได้ยินแต่เสียงเจ้าคุณวิศาลคดีหัวเราะชอบใจเป็นระยะๆ คุณหญิงแสร์ยิ้มสบายใจ...

ได้เวลาเจ้าคุณวิศาลคดีจะกลับ หลวงอัครเทพ คุณหญิงแสร์และมณีจันทร์ออกมาส่ง เจ้าคุณวิศาลคดีไม่วายปรึกษาข้อราชการกับหลวงอัครเทพตบท้าย เราได้ตัว มร.จอห์นพ่อค้าชาวอังกฤษมาคนหนึ่งแล้ว เขาอยากได้ชาวฝรั่งเศสอีกสักคนหนึ่ง หลวงอัครเทพรู้งานเสนอชื่อ “เมอร์ซิเออร์ปิแอร์”

“คิดตรงกัน...หากเราได้ใจของสองคนนี้ เราก็จะรู้ความคิดของพวกเขา เราจะใช้พวกเขาให้เป็นประโยชน์ ทำงานทางการทูต” สิ้นเสียงเจ้าคุณวิศาลคดี มณีจันทร์โพล่งขึ้นทันที

“รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”

คุณหญิงแสร์หันไปส่ายหน้าให้มณีจันทร์เป็นเชิงไม่ให้พูดอะไรอีก หญิงสาวรู้ตัว ดุด่าตัวเองที่พูดแทรกผู้ใหญ่ แล้วตบปากตัวเองวุ่นวายอยู่คนเดียว เจ้าคุณวิศาลคดีหัวเราะขำ

“แหม วันนี้วันดี ได้งานได้การ ได้กินของอร่อย ยังได้หัวเราะอีกด้วย”

“ถ้ามีอะไรผิดพลาดไป อิฉันต้องกราบขออภัยนะเจ้าคะ” คุณหญิงแสร์ยกมือไหว้ท่านเจ้าคุณ

“อะไรกันแม่แสร์ พ่อเทพน่ะรอบคอบมีไหวพริบ ผู้ใหญ่ไว้วางใจ ลูกชายแม่แสร์คนนี้นะดูต่อไปเถอะ จะกิน ตำแหน่งไม่แพ้พ่อเขา ส่วนแม่มณี ต่อไปเรายังมีงานต้องทำด้วยกันอีกเยอะ แล้วเจอกันใหม่นะ” เจ้าคุณวิศาลคดีมองมณีจันทร์อย่างมีเมตตา ก่อนจะขึ้นรถลากกลับไป

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ไรวัตแวะมาหามณีจันทร์ที่บ้าน ขัดใจมากเมื่อพบว่าเธอยังไม่กลับจาก ตจว. ทั้งที่รับปากเขาไว้แล้วจะไปงานปาร์ตี้คืนนี้ด้วยกัน ไรวัตสงสัยมณีจันทร์อาจจะอยู่กับตรอง รีบคว้ามือถือขึ้นมา โทร.หา แต่ไม่กล้าถามถึงมณีจันทร์ตรงๆตรองรู้ทันตามเคย

“ถ้าแกล้งโทร.มาถามล่ะก็ บอกได้เลย เมณี่ไม่ได้อยู่กับผม”

ไรวัตปฏิเสธว่าไม่ได้โทร.มาถามหามณีจันทร์ แค่จะถามตรองจะมางานหรือเปล่า พอตรองรู้ว่ากุลวรางค์ไปงานนี้แน่ๆ เขาสนใจขึ้นมาทันที ถามไรวัตต้องแต่งตัวอย่างไร ไรวัตเจตนาพูดกำกวมเพื่อให้ตรองเข้าใจผิด คิดว่างานนี้ต้องแต่งตัวหรูแบบพวกไฮโซ เขาจึงลงทุนไปเช่าชุดสูทหรู ผูกหูกระต่าย...

ตรองมาถึงงานปาร์ตี้กลับพบว่า ผู้มาร่วมงานทั้งหมดอยู่ในชุดนอน เพราะเป็นงานปาร์ตี้ชุดนอน แถมพนักงานเสิร์ฟอยู่ในเครื่องแบบสูทผูกหูกระต่ายเหมือนเขาไม่มีผิดเพี้ยน ตรองต่อว่าไรวัตที่ไม่ยอมบอกเรื่องเสื้อผ้า ไรวัต

โกหกหน้าตาเฉยว่าบอกแล้ว จากนั้นก็ขอตัวไปหาเพื่อน ทิ้งตรองไว้ตรงนั้นคนเดียว...

กุลวรางค์แปลกใจมากที่เห็นตรองมางานนี้ ทั้งที่มณีจันทร์มาไม่ได้ยังอยู่ ตจว. ตรองมางานนี้เพราะกุลวรางค์ไม่ใช่มณีจันทร์ เขาต้องการมาเรียนรู้ชีวิตของเธอ โลกของเธอและรู้จักเพื่อนๆ ของเธอ กุลวรางค์เหนื่อยใจที่ตรองยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ จังหวะนั้นเพื่อนของกุลวรางค์มาชวนเธอไปเต้นรำ กุลวรางค์ยัง เคลียร์กับตรองไม่เสร็จ บอกให้เพื่อนไปสนุกกันก่อน

“แหม...ทำไมล่ะ เพื่อนชวนทั้งที...ไป...ไปเต้นรำกัน” ตรองว่าแล้วลากกุลวรางค์ไปกลางฟลอร์

เธอกลับยืนนิ่งไม่ยอมเต้น เขาต้องคะยั้นคะยอ ผู้ร่วมงานบางคนเมาไม่ได้สติเต้นไปเต้นมาชนกับขี้เมาอีกคน เลยเปิดศึกกำปั้นกันกลางฟลอร์ ตรองเห็นท่าไม่ดีรีบลากกุลวรางค์ ไปทางอื่น ตรองกวาดตามองไปรอบงาน พยายามจะเรียนรู้สังคมของผู้หญิงที่เขาหลงรัก และพยายามหาข้อดี ทั้งที่ไม่ค่อยมีให้เห็น

ทั้งคู่หลบมายืนตรงมุมวางอาหาร แขกในงานคิดว่าตรองเป็นบ๋อย เอาจานอาหารใช้แล้วยัดมาใส่มือเขาจนล้น กุลวรางค์ทนไม่ไหวลากตรองไปห้องน้ำ สั่งให้เขาแปลงโฉมตัวเองใหม่ ไม่ให้เหมือนบ๋อย ตรองเอาหูกระต่ายออก ปลดกระดุมเสื้อลงสองเม็ด แล้วดึงชายเสื้อออกนอกกางเกง ส่องกระจกดูตัวเองอีกครั้ง

“แค่นี้ก็เรียบร้อย ไม่เหมือนบ๋อยล่ะ แหม อุตส่าห์ไปเช่ามา เฮ่อ”

“คุณลงทุนเช่าชุดเลยหรือ...คุณมันบ้า จะให้บอกกี่ครั้งว่าไม่มีประโยชน์ ฉันไม่ใจอ่อนกับคนอย่างคุณง่ายๆหรอก” กุลวรางค์เดินหัวเสียออกไป ผ่านหน้าขิงกับแฟนหนุ่มซึ่งเป็นพวกขี้ยา ขิงเสนอยาเสพติดราคาพิเศษให้กุลวรางค์ซึ่งไม่สนใจแถมด่าสั่งสอนก่อนจะผละจากมา ขิงไม่พอใจมาก

“หนอยนังกุลวรางค์ หมั่นไส้วะ ไปจัดเอาไอ้ที่ละลายน้ำได้มาสักชุด สนองนังนี่มันหน่อยสิ”

แฟนขิงเดินไปที่มุมเครื่องดื่ม แอบเอายาเสพติดละลายลงในเครื่องดื่มแก้วหนึ่ง มีแขกคนหนึ่งเดินมาจะหยิบ แฟนขิงร้องห้าม แก้วนี้ของกุลวรางค์ ตรองเดินมาได้ยินพอดี ถามแฟนขิงเห็นกุลวรางค์ไหม

“อ้อ...นายตามหาเธออยู่หรือ ดีเลยเอาเครื่องดื่มแก้วนี้ไปให้เธอที เธออยู่แถวโน้นน่ะ”

ตรองชะเง้อคอมอง เห็นกุลวรางค์นั่งอยู่แถวสระว่ายน้ำ คว้าแก้วเครื่องดื่มเดินเข้าไปหา ทีแรกกุลวรางค์ไม่ยอมดื่ม แต่ทนตรองรบเร้าไม่ไหวคว้ามาจิบ พอเธอรู้ว่าแฟนขิงเป็นคนชงเครื่องดื่มแก้วนี้ให้ บ้วนทิ้งแทบไม่ทัน

“มันเป็นเอเย่นต์ขายยาไอซ์ยาอี เอาน้ำมันมาให้ฉันกิน ได้ยังไง...โหย ไปล้วงคอจะออกไหมเนี่ย” กุลวรางค์เทน้ำในแก้วทิ้ง แล้ววิ่งไปเข้าห้องน้ำ ตรองโกรธแฟนขิงมากที่บังอาจวางยากุลวรางค์ เดินหน้าตาเอาเรื่องเข้าไปหา ขิงกับแฟนไม่เกรงกลัว มองตรองอย่างท้าทาย ตรองประกาศให้ทุกคนในงานรู้ว่าพวกนี้ค้ายาเสพติด และขอให้ใครก็ได้ช่วยแจ้งตำรวจให้ที ทุกคนในงานเลี้ยงยืนฟังนิ่ง แฟนขิงชี้หน้าตรอง

“ฮึ...ไอ้โง่ ใครเอาไอ้โง่ตัวนี้เข้ามาในงานวะ ไม่มีใครสนใจที่แกพูดหรอก เพราะครึ่งหนึ่งในนี้เป็นลูกค้าข้า”

แฟนขิงตะโกนสั่งให้สมุนของตนจัดการปิดปากตรอง สมุนไม่รอช้ารุมกระทืบตรองอ่วม ไรวัตรีบวิ่งมาห้ามบอกขิงว่า ตรองเป็นเพื่อนของเขา ขิงสั่งสมุนหยุดมือ กุลวรางค์เพิ่งรู้เรื่องวิ่งเข้าไปดู เห็นตรองสลบเหมือดเลือดเต็มหน้า ตกใจกรีดร้องลั่น

ooooooo

มณีจันทร์นอนไม่หลับได้ยินเสียงหลวงอัครเทพสีไวโอลิน เดินออกมาคุยด้วย หลวงอัครเทพเตือน ไม่ให้เธอเข้ามาใกล้ เดี๋ยวพวกบ่าวมาเห็นเข้าจะไม่งามแก่ตัวเธอเอง มณีจันทร์พยายามยืนห่างๆ ชวนเขาพูดคุยหลายเรื่อง ร่ายยาวไปถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง หลวงอัครเทพตกใจมาก ที่ทุกประเทศในโลกก่อสงครามกันถึงสองครั้งสองครา แล้วถามถึงสยามเป็นอย่างไรบ้าง

“ปลอดภัยทั้งสองครั้ง รวมทั้งคราวนี้ สุดท้ายเราเสียดินแดนไปมากมาย แต่เรายังคงเป็นประเทศเดียวในแถบนี้ที่รักษาเอกราชไว้ได้ ฉันจึงคิดว่าทำอย่างไรเราจะเสียน้อยที่สุด”

“ท่านเจ้าคุณแน่ใจอย่างนั้นเช่นกัน...หล่อนรู้ปัญหานี้ดีแค่ไหน”

“น่าแปลกนะคะ ประวัติศาสตร์หรือจะเรียกพงศาวดารไม่เคยรวบรวมรายละเอียดเรื่องนี้อย่างจริงจัง มักกระจัดกระจายอยู่ตรงนั้นตรงนี้ อย่างกับเราพยายามลืมกันอย่างนั้นล่ะค่ะ” มณีจันทร์สีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที

“บางทีฉันก็ไม่เข้าใจหล่อน บางทีหล่อนพูดเล่น บางทีหล่อนพูดจริง บางทีมันปนกันไปหมด”

มณีจันทร์หัวเราะหน้าทะเล้น หลวงอัครเทพเตือนว่าเล่นบ้างจริงบ้างไม่ควรใช้กับผู้ใหญ่อย่างเจ้าคุณวิศาลคดี และเป็นเด็กต้องไม่ยิ้มกับผู้ใหญ่อย่างนั้น พูดจาอะไรก็ควรระมัดระวังปาก

“ท่านเจ้าคุณก็ชมอยู่หรอกว่า งามโฉมงามวิชาวาจาหาญ... ท่านยังถามเกี่ยวกับตัวหล่อนหลายประการ...คุณหญิงท่านสิ้นไปแล้ว มีแต่นังเล็กๆยังไม่ยกใครขึ้นมา”

“ฉันจะได้เป็นคุณหญิงหรือคะ” มณีจันทร์แกล้งถามน้ำเสียงตื่นเต้น

“ท่านมีอำนาจมากเสียด้วย เกิดท่านพอใจก็อาจจะได้เป็นกระมัง”

“คงดีนะคะ ฉันเป็นอะไรมาหลายอย่างแล้ว แต่ยังไม่เคยเป็นคุณหญิง”

หลวงอัครเทพหน้าตึงขึ้นมาทันที “คอยสักหน่อยได้ไหม อย่าเพิ่งเป็นเลยวันนี้ วันหน้าจะได้เป็น”

“คอยได้สิคะ คอยเมื่อไหร่ก็ได้” มณีจันทร์พาซื่อ ไม่รู้ ความนัยของคำพูดนั้น

“ขอให้จำไว้แล้วกัน” หลวงอัครเทพมองมณีจันทร์มีเลศนัยราวกับจะสื่อให้รู้ว่าสักวันหนึ่ง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าคุณ เธอก็จะได้เป็นคุณหญิงของเขา แต่มณีจันทร์ไม่เข้าใจ ไม่รู้เขาจะให้เธอจำอะไร

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 12:33 น.