ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ทวิภพ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ตรองหลอกล่อให้กุลวรางค์ร่วมทำกิจกรรมปลูกป่าชายเลนต่อ กุลวรางค์ไม่อยากย่ำโคลน ขอตัวกลับก่อน ตรองไม่ให้กลับอุ้มเธอลุยโคลนออกไปทันที ได้ระยะห่างจากชายฝั่งพอสมควรเขาปล่อยเธอลง ขอให้เธอลองเดินย่ำโคลน กุลวรางค์ทั้งกลัวทั้งขยะแขยงไม่กล้าขยับไปไหน ตรองจับมือเธอไว้แน่น

“ฟังนะ ผมจะจับมือคุณไว้ตลอดเวลา ถ้ามีอันตราย ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ อยู่ตรงนี้ตลอดไป”

กุลวรางค์มองตาซึ้งๆคู่นั้นของตรองชักเอะใจ คิดอะไรกับตนหรือเปล่า แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตรองกับมณีจันทร์เป็นแฟนกัน เธอสะบัดมือออกแล้วผลักเขาสุดแรง ตรองเสียหลักคว้ากุลวรางค์ล้มลงไปด้วยกัน หน้าของทั้งคู่ใกล้ชิดกัน ตรองถึงกับเคลิ้ม ชมกุลวรางค์ผิวสวยมาก ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งสวย

หญิงสาวโกรธที่ตรองคิดจะจับปลาสองมือ กำโคลนละเลงตัวเขาเปรอะไปหมด แล้วเดินหนี ตรองตามติดขอร้องให้กลับมาคุยกันก่อน กุลวรางค์ไม่ยอมคุยด้วย ตรองคว้ามือเธอไว้ กุลวรางค์หันขวับ

“อย่ามาจับตัวฉัน วันนี้คุณจับตัวฉันบ่อยเกินไปแล้ว...ปล่อย จำไว้นะ ฉันกับคุณ เราก็แค่มีเพื่อนสนิทคนเดียวกัน นอกไปจากนี้เราไม่ได้มีอะไรต่อกันทั้งนั้น...ได้ยินไหม” กุลวรางค์เดินหนีปล่อยให้ตรองยืนอึ้งคนเดียว...

มณีจันทร์ข้ามภพมาทันเจอไรวัตพอดี เขาแปลกใจเห็นเธอนุ่งโจงห่มสไบแต่ไม่ถามอะไร เอาแต่คุยอวดว่ากลับไปทำงานแล้ว และตั้งใจจะเลิกเหล้าเพื่อเธอจริงๆ มณีจันทร์อยากให้เขาปรับปรุงตัวเพราะเขาเชื่อว่าทำแล้วชีวิตจะดีขึ้น ไม่ใช่ทำเพื่อให้เธอกลับไปคบเขา ไรวัตยังดึงดันขอให้มณีจันทร์กลับมาเป็นเหมือนเดิม

“ไรวัตคะ...เรื่องของเรา ฉันยังยืนยันเหมือนเดิม อย่ารอฉันเลย...ฉันขอตัวค่ะ ฉันต้องจัดกระเป๋าเดินทาง บางทีอาจจะต้องเดินทาง...นุ่ม...ถ้าฉันหายไปอีก นุ่มไม่ต้องห่วงนะ” มณีจันทร์พูดจบเดินขึ้นห้อง

“คุณคิดว่าผมทำไม่ได้ใช่ไหม คอยดูไปแล้วกัน ผมจะเป็นคนดีเพื่อคุณนะ เมณี่” ไรวัตตะโกนไล่หลัง...

มณีจันทร์จัดเสื้อผ้าที่ลักษณะคล้ายชุดไทยสมัย ร.5 ซึ่งเธอดูจากหนังสือเครื่องแต่งกายไทย ชุดชั้นใน เข็มกลัด หนังสือเรื่องไทยเสียดินแดน ร.ศ.112 ใส่กระเป๋าเดินทาง โดยไม่ลืมของฝากติดมือไปด้วย หลังจากได้ของครบตามต้องการ มณีจันทร์เอากระเป๋าเดินทางไปวางไว้ที่ข้างอ่างล้างหน้าโบราณตรงข้าม กระจกเงา...

หลวงอัครเทพแวะไปหา มร.จอห์นพ่อค้าชาวอังกฤษผู้กว้างขวางที่ห้างขายของของเขา เพื่อแจ้งให้ทราบว่าทางราชการได้ออกกฎใหม่ จะสุ่มตรวจจดหมายที่ส่งไปอังกฤษและฝรั่งเศส มร.จอห์นหงุดหงิดขึ้นมาทันที

“ระเบียบใหม่วุ่นวายอะไรอย่างนี้ จดหมายส่วนตัวแท้ๆ...คุณหลวงๆ...อยู่ไหน”

มร.จอห์นตะโกนเรียกหลวงเจนพาณิชย์ซึ่งเขาใช้เงินฟาดหัวจ้างให้มาเฝ้าห้างออก มาจัดการเรื่องนี้แทนเขา แล้วเดินกระฟัดกระเฟียดไปหลังห้าง หลวงเจนพาณิชย์เชิญหลวงอัครเทพไปที่มุมรับแขก ติดสินบนเขาให้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่สำหรับจดหมายที่มาจาก มร.จอห์นและห้างของเขา หลวงอัครเทพด่าไม่ไว้หน้า

“น้ำพระพิพัฒน์สัตยาต่อหน้าพระพักตร์ยังจำได้ไหม เกิดเป็นข้าของพระเจ้าอยู่หัว กินเงินเดือนหลวง หน้าที่คือเฝ้าแผ่นดินเกิด แต่นี่อะไร กลับมานั่งเฝ้าห้างคนต่างชาติ”

หลวงเจนพาณิชย์โกรธมากจนเกือบจะมีเรื่องกัน

ooooooo

มณีจันทร์ข้ามภพมาปรากฏตัวที่ห้องหลวงอัครเทพในวันถัดมา ครั้งนี้เธอมีของมาฝากหลวงอัคร-เทพ คุณหญิงแสร์ และม้วน พัดทำจากไม้หอมแกะสลักสวยงามกับสร้อยหินสีสามเส้นสำหรับคุณหญิงแสร์ ที่โกนหนวดสมัยใหม่พร้อมน้ำยาโกนหนวดของหลวงอัครเทพ ส่วนของฝากของม้วนเป็นลิปสติกสีสวย

ของที่มณีจันทร์เตรียมมาอยู่ครบทุกอย่างยกเว้นหนังสือเรื่องไทยเสียดินแดน ร.ศ.112 มณีจันทร์เดินมาดูที่ข้างอ่างล้างหน้าตรงข้ามกระจกเงาก็ไม่เห็น เธอตระหนักแล้วว่ามีอำนาจบางอย่างไม่ต้องการให้เธอใช้ข้อมูลจากหนังสือเล่ม นั้น มณีจันทร์ตั้งใจจะใช้สติปัญญาของตัวเอง ทำให้สำเร็จและจะแก้ไขอดีตให้ได้...

หลังจากเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่เอาข้ามภพเข้าที่เรียบร้อย มณีจันทร์ออกมาที่หอนั่งช่วยหลวงอัครเทพแปลจดหมายของต่างชาติที่ทางราชการ สั่งให้ตรวจตราเข้มงวดเพราะคิดว่าพวกนั้นไม่ใช่พ่อค้าธรรมดา อาจทำงานด้านการเมืองช่วยเหลือประเทศของตนไปพร้อมกัน มณีจันทร์หยิบจดหมายพวกนั้นขึ้นมาดู

“นี่คือจดหมายที่ได้จากเขาหรือคะ ได้ค่ะ ฉันจะแปลให้หมดเลย...ต้องเอาให้เสร็จไม่เสร็จก็นอนมันตรงนี้แหละ” มณีจันทร์เริ่มอ่านเอกสารตั้งอกตั้งใจ หลวงอัครเทพเผลอพูดถึงเหตุการณ์เมื่อคราวมณีจันทร์ฝันหวานเห็นเขาข้ามภพไปหา เธอถึงห้องนอน มณีจันทร์หันขวับ ถามว่ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร หลวงอัครเทพแก้ตัวไม่ถูก

“หน็อย...หาว่าฉันฝันไปคนเดียว ท่านไปจริงๆท่านหลับฝันไป เราเจอกันในฝันอีกแล้วใช่ไหมคะ...ร้ายนักนะ...พอเราถามมาทำเป็นตาใสไม่รู้ เรื่องใส่เรา ที่แท้ก็แอบข้ามภพไปหาเราถึงเตียงนอน”

หลวงอัครเทพหน้าแดง มณีจันทร์รุกเข้าใกล้หวังจะแกล้งคนขี้อาย หลวงอัครเทพลุกหนีอ้างจะไปดูแม่แต่เธอขวางไว้ กระเซ้าว่าอายขนาดนี้ไปเรียนถึงยุโรปได้อย่างไร เวลาเจอแหม่มหอมแก้มทักทายไม่อายม้วนหรือ

“แก่นกะลานักนะ หล่อนนี่” หลวงอัครเทพอยากเขกกะโหลกมณีจันทร์นัก

“คราวนี้ท่านเอาไม้เรียวตีฉันไม่ได้ ฉันต่างหากที่ต้องตีท่านเพราะท่านเป็นคนรังแกฉัน” มณีจันทร์ชี้แก้มกับหน้าผากตัวเองที่ถูกเขาจูบในฝัน หลวงอัครเทพไม่ยอมถูกรุกไล่ฝ่ายเดียวนึกอยากแกล้งเธอกลับบ้าง

“หล่อนพูดเองว่า เป็นกิริยาทักทายของแหม่ม แล้วจะใช่รังแกได้อย่างไร ความจริงหล่อนก็เหมือนแหม่มไม่ถือสาเอาความกับเรื่องพวกนี้ งั้นเรามาทักทายกันไหม” หลวงอัครเทพว่าแล้วจับไหล่ทั้งสองข้างของมณีจันทร์ไว้ แกล้งเอียงหน้าเข้าหา คล้ายจะหอมแก้ม มณีจันทร์ร้องห้ามลั่น

คุณหญิงสรเดชหิ้วตะกร้าใส่กับข้าวขึ้นมาเห็นพอดี ตกใจตะกร้าหลุดมือโถใส่กับข้าวแตกกระจาย

“อุ๊ยตายเถร...ทำอะไรกันน่ะ กลางวันแสกๆไม่อายผีสางเทวดา” คุณหญิงสรเดชโกรธมาก...

คุณหญิงแสร์ร้องเอะอะเมื่อรู้ว่าคุณหญิงสรเดชไปที่หอนั่งซึ่งมณีจันทร์กับ หลวงอัครเทพนั่งทำงานอยู่ เธอคาดต้องมีเรื่องแน่ๆ รีบจ้ำอ้าวตามไปทันที เป็นจริงอย่างคุณหญิงแสร์คาด ทันทีที่คุณหญิงสรเดชเจอหน้าเธอตัดพ้อต่อว่ายกใหญ่ที่คิดอยากให้หลวงอัครเทพ ได้กับหลานสาวตัวเอง คุณหญิงสรเดชน้อยใจที่เพื่อนหักหลังถึงกับน้ำตาคลอ คุณหญิงแสร์งงหันไปถามลูกชายว่าเกิดอะไรขึ้นใครทำอะไรคุณหญิงสรเดช

“กระผม...เอ่อ...แนะนำแม่มณีให้คุณหญิงรู้จัก “หลวงอัครเทพอึกๆอักๆมีพิรุธ

“หลายปีดีดักมานี่ แม่ประยงค์มีผู้ใหญ่มาทาบทามกี่คนรู้ไหม บางคนยศสูงกว่าพ่อเทพก็มี แต่ฉันหาสนใจไม่ เก็บแม่ประยงค์ไว้ให้เพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อน แล้วนี่ดูที่แม่แสร์ทำกับฉันสิ แม่แสร์เคยเห็นแก่จิตแก่ใจฉันบ้างไหม...หา” คุณหญิงสรเดชกลับไปทั้งน้ำตา คุณหญิงแสร์งงลูกชายแนะนำแบบไหนถึงได้เป็นเช่นนี้

ooooooo

พอได้ฟังความจากลูกชาย คุณหญิงแสร์กลุ้มใจมาก ไม่รู้ต่อไปจะมองหน้าคุณหญิงสรเดชติดไหม หลวงอัครเทพกลับเห็นว่าดีเหมือนกันที่คุณหญิงสรเดชตัดเป็นตัดตายเขา ประยงค์จะได้มีโอกาสเลือกคนอื่นที่ดีกว่า คุณหญิงแสร์เตือนลูกว่าไม่ง่ายอย่างนั้น ใครๆก็รู้เขากับประยงค์เป็นคู่หมายกัน ฝ่ายนั้นคงจะเสียใจมาก

“กระผมไม่ได้ตั้งใจ ไม่รู้จะทำอย่างไรได้ นอกจากจะกราบขออภัยคุณแม่”

คุณหญิงแสร์อ่อนใจไม่รู้จะดุด่าลูกอย่างไร ได้แต่บอกให้กลับไปทำงานต่อ เธอขอคิดดูก่อนจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร หลวงอัครเทพขยับจะออกไป อยู่ๆคุณหญิงแสร์ก็โพล่งขึ้นว่า

“บุพเพสันนิวาสคาดเดาได้ยาก แม่อุษาที่จู่ๆตกลงมากลางเรือนดูราวกับเทพอุ้มสมมาให้ก็จริง แต่เคยคิดหรือไม่ หากวันใดนางไปแล้ว ไม่กลับมา ลูกแม่จะทำเช่นใด”

“บุพเพสันนิวาสคาดเดายาก รักกับคนหนึ่งแต่ลงเอยกับคนหนึ่ง ดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่คงไม่ใช่หลวงเทพ หากกระผมผิดหวัง กระผมคงไม่เผื่อใจไว้ให้คนอื่น กระผมยินดีจะโดดเดี่ยวในเวลากลางวัน เพื่อรอคอยฝันในยามกลางคืน ตราบจนชั่วชีวิต” น้ำเสียงที่มั่นคงจริงจังของหลวงอัครเทพทำให้คุณหญิงแสร์ถึงกับอึ้ง...

มณีจันทร์ไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น พอหลวงอัครเทพกลับมาที่หอนั่ง เธอรีบถามถึงคุณหญิงสรเดช เขาไม่เล่าอะไรให้ฟัง ได้แต่บอกให้ตั้งใจทำงานต่อ เสร็จแล้วจะได้กินข้าวอร่อยๆกัน หลวงอัครเทพยิ้มให้มณีจันทร์อย่างอ่อนโยนราวกับจะปลอบว่าไม่มีอะไรให้เป็น กังวล...

ฝ่ายคุณหญิงสรเดชแค้นใจมาก พอกลับถึงเรือนกระชากสร้อยมุกที่สวมอยู่ขาด มุกกระจายเกลื่อนพื้น ประยงค์ ตกใจรีบตามเก็บมุกพวกนั้น คุณหญิงสรเดชห้ามเก็บ สร้อยมุกเส้นนี้คุณหญิงแสร์เป็นคนให้เธอมา แต่ตอนนี้เธอไม่อยากเห็นอีกแล้ว ทิ้งไว้อย่างนั้น

“ยิ่งคิดยิ่งน้อยใจ ดูถูกแม่แม่ไม่ว่า ดูถูกเจ้าคุณพ่อดูถูกลูกแม่...แม่ยอมไม่ได้ กล้ามาทำกับเราเช่นนี้ แค้นใจนัก แม่จะไม่ยอมรามือง่ายๆ” คุณหญิงสรเดชหน้าตาเอาเรื่อง ประยงค์ได้แต่มองแม่งงๆ...

คุณหญิงแสร์ลงมือทำยำญวนด้วยตัวเองเพราะเห็นคราวก่อนมณีจันทร์ชอบกินยำทวาย มณีจันทร์ถูกใจยำญวนมากกินอย่างเอร็ดอร่อย และชมว่าเป็นยำที่อร่อยที่สุดตั้งแต่เคยกินมา คุณหญิงแสร์ยิ้มปลื้มใจที่มณีจันทร์ชอบอาหารที่เธอทำ แล้วหันไปทางลูกชาย

“เมื่อสองวันก่อน แม่ลองทำขนมใหม่ แป้งกวนกับน้ำตาลใส่ใบเตย ยังไม่รู้จะเรียกอะไร”

“หยกมณี” หลวงอัครเทพตอบแบบไม่ต้องคิด คุณหญิงแสร์เข้าใจแล้วว่าลูกชายรักมณีจันทร์มากแค่ไหน

“ดีจังค่ะ...มีชื่อฉันด้วย” มณีจันทร์ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ได้แต่ยิ้มหน้าบาน...

ถึงเวลาต้องเข้านอน แต่มณีจันทร์ยังไม่ง่วงชวนม้วนไปเล่นผีหลอกที่เรือนทาส ม้วนเกรงจะโดนหวายอีกเลยแนะให้เธอไปสวดมนต์ดีกว่า ครู่ต่อมา ม้วนพามณีจันทร์มาที่หอพระ แล้วยกพานใส่พวงมาลัยมาให้ มณีจันทร์เห็นพวงมาลัยที่ร้อยอย่างประณีตชมไม่หยุดปากว่าสวยมาก พร่ำพรรณาอีกว่า

“กินอาหารที่ทำอย่างประณีต ร้อยดอกไม้ไว้สวดมนต์ตอนกลางคืน นอนแต่หัวค่ำ ตื่นแต่ฟ้ายังไม่สว่าง วิถีชีวิต อย่างนี้นี่ล่ะที่เรียกว่าคนไทย บ้านอื่นเมืองอื่นจะมีที่ไหนสงบสุขไปได้มากกว่านี้”

ooooooo

มณีจันทร์ไม่ชอบห่มผ้าแถบเพราะกลัวจะหลุด หยิบเสื้อลูกไม้แขนกระบอกมาสวมแล้วเอาสไบห่มทับเหมือนสตรีในสมัย ร.5 แต่ม้วนกลับมองแปลกตา ที่จริงแล้ว มณีจันทร์ริเริ่มแต่งกายแบบนี้เป็นคนแรก จากนั้นจึงแพร่หลายไปทั่ว มณีจันทร์มองตัวเองในกระจกรู้สึกมั่นใจขึ้น ม้วนเกรงคุณหญิงแสร์จะดุที่ปล่อยให้มณีจันทร์นุ่งแปลกๆแบบนี้ มณีจันทร์ไม่เห็นแปลกตรงไหน เธอจำมาจากในหนังสือ ใครๆก็นุ่งอย่างนี้กัน

“ที่ไหนมีเจ้าคะ...อิฉันเพิ่งเห็นคุณเป็นคนแรก” ม้วนยืนยัน มณีจันทร์งง เป็นไปได้อย่างไร...

คุณหญิงสรเดชไม่ยอมเสียหน้าเรื่องหลวงอัครเทพ เรียกอิ่มซึ่งเคยเป็นทาสในเรือนเบี้ยของเธอ ก่อนที่เธอจะขายให้คุณหญิงแสร์ตั้งแต่อิ่มยังเล็ก มาซักถามถึงมณีจันทร์ ทำไมหน้าตาท่าทางถึงพิกลนัก

“ไม่มีใครรู้เรื่องหรอกเจ้าค่ะ รู้แต่ว่าท่านไปๆมาๆแล้วก็มาช่วยงานจดหมายของคุณหลวง”

คุณหญิงสรเดชแปลกใจไม่อยากเชื่อ ผู้หญิงจะช่วยงานราชการผู้ชายได้อย่างไร แล้วให้เงินอิ่มไว้ใช้ สั่งให้คอยรายงานเรื่องมณีจันทร์ให้เธอทราบ อิ่มเห็นเงินตาโต ยอมเป็นพวกคุณหญิงสรเดชทันที...

มณีจันทร์สงสัยจดหมายฉบับหนึ่งซึ่งเขียนเป็นของมร.จอห์น เธออ่านทวนแล้วทวนอีกกับเอกสารฉบับอื่น ก่อนจะแจ้งหลวงอัครเทพว่า จดหมายฉบับนี้ดูเผินๆเหมือนเป็นจดหมายส่งถึงเพื่อน เล่าเรื่องปัญหาการเมืองในสยาม แต่ปลายทางของจดหมายกลับไม่ใช่เพื่อนธรรมดา เธอลองตรวจชื่อในทะเบียนดู พบว่าเพื่อนของ มร.จอห์นคนนี้เป็นถึงนายพล หลวงอัครเทพสนใจมาก รีบมานั่งใกล้ๆมณีจันทร์ ขอดูเอกสารฉบับนั้น

“แน่นอนแล้วว่า มร.จอห์น คือสายข่าวของคนต่างชาติ มิน่า จึงลงทุนเลี้ยงดูข้าราชการยศถึงคุณหลวงไว้ข้างกาย...อืม...ต่อไปนี้ต้อง จับตา มร.จอห์นให้มากขึ้น” หลวงอัครเทพสีหน้าครุ่นคิด...

ขณะเดียวกัน คุณหญิงแสร์กลุ้มใจมากไม่รู้จะไปง้อคุณหญิงสรเดชอย่างไรดี แต่กลับต้องประหลาดใจเมื่อบ่าวมารายงานว่าคุณหญิงสรเดชมาหา คอยอยู่ที่ศาลากลางสวน...

ด้านคุณหญิงสรเดชต้องการให้มณีจันทร์เห็นความงดงาม สวยสง่าราวกับนางฟ้าของประยงค์ จึงวางแผนให้ประยงค์เอาขนมจันอับไปให้หลวงอัครเทพที่หอนั่ง เพราะรู้ว่าเขานั่งทำงานอยู่กับมณีจันทร์ แต่ไม่ได้บอกอะไรลูก เกรงเธอไม่ยอมร่วมมือ ส่วนคุณหญิงสรเดชเองนั่งรอคุณหญิงแสร์อย่างสบายอารมณ์...

ระหว่างทางไปศาลากลางสวน คุณหญิงแสร์คิดหนักจะสรรหาคำพูดอะไรมาง้อคุณหญิงสรเดช โดยมีขาบ อิ่มกับโขมเดินตามมาห่างๆคอยเอาใจช่วย แต่พอพบหน้ากันคุณหญิงแสร์ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไรคุณหญิงสรเดชเข้ามาจับ มือจับไม้ ยิ้มแย้มพูดดีด้วยราวกับไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน คุณหญิงแสร์งง พวกบ่าวที่ตามมาเอาใจช่วยพากันงงไม่แพ้เจ้านาย...

มณีจันทร์ร้อนมากทำงานต่อไม่ไหว ขอตัวไปเอาน้ำลูบเนื้อตัว ทาน้ำอบคลายร้อนอย่างที่ม้วนแนะนำ แต่คนแก่นกะโหลกอย่างมณีจันทร์จะให้แค่เอาน้ำลูบทาน้ำอบเหมือนคนอื่นคง ไม่ใช่ เธอเอาดินสอพองเขียนหน้าตัวเองกับม้วนให้เป็นลายเสือ เพื่อเอาไว้แกล้งพวกบ่าว ระหว่างเดินกลับหอนั่ง มณีจันทร์เห็นสาวสวยคนหนึ่งกำลังบ่ายหน้าไปที่หอนั่งเช่นกัน พอรู้จากม้วนว่าผู้หญิงคนนั้นคือประยงค์ เธอถึงกับตะลึง หยุดมอง

“ทำไม ไม่เห็นมีใครบอกว่าสวย...อย่างกับนางฟ้า”

ประยงค์คลานเข้าไปหาหลวงอัครเทพแล้วกราบอย่างอ่อนช้อย กิริยามารยาทช่างงดงามนัก มณีจันทร์ใจเสีย คู่แข่งของเธองดงามขนาดนี้เชียวหรือ ทำให้เธอไม่กล้าเข้าไปได้แต่แอบมองอยู่ตรงนั้น อิ่มเดินมาทักมณีจันทร์จงใจส่งเสียงดังให้ได้ยินถึงหูหลวงอัครเทพ เขาเลยเรียกมณีจันทร์เข้ามาหา มณีจันทร์จำต้องโผล่หน้าออกไป ประยงค์เห็นเธอก็ยิ้มให้ด้วยไมตรี หลวงอัครเทพแนะนำสองสาวให้รู้จักกัน

“นี่แม่ประยงค์ นี่แม่มณี...เอ่อ...น้องสาว...หลานคุณแม่น่ะ”

“ดูหน้าตาสิเจ้าคะ ฮึ...ไปตกถังแป้งมาทั้งนายทั้งบ่าวเชียวนะเจ้าคะ” น้ำเสียงของอิ่มเย้ยหยัน จนม้วนมองอิ่มตาเขียว มณีจันทร์หน้าเสียรีบเช็ดแป้งออกแทบไม่ทัน

“คุณประยงค์วันนี้ก็งามลอยฟ้ามาเลย ส่วนคุณมณีวันนี้ ฮึๆๆ...ก็ดีค่ะ” อิ่มเยาะเย้ยมณีจันทร์อยู่ในทีทำให้มณีจันทร์สมเพชตัวเอง รู้สึกด้อยค่าไม่อาจทนนั่งต่อไปได้ ขอตัวออกไปทันที ไม่นานนัก มีเสียงสัญญาณจากนาฬิกาดังขึ้น มณีจันทร์มองหาม้วน เพื่อจะบอกว่าตัวเองต้องไปแล้ว...

คุณหญิงสรเดชได้ข่าวว่าหลานของคุณหญิงแสร์เก่งภาษาขนาดช่วยงานหลวงอัครเทพ ได้ เลยอยากจะให้ช่วยสอนภาษาอังกฤษให้ประยงค์บ้าง คุณหญิงแสร์แปลกใจ คุณหญิง

สรเดชรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร ม้วนเข้ามารายงานคุณหญิงแสร์เสียก่อนว่ามณีจันทร์ให้มาเรียนว่าเธอไปแล้ว คุณหญิงสรเดชได้ทีตำหนิมณีจันทร์ยกใหญ่ จะไปไหนทำไมไม่มาลามาไหว้ ให้บ่าวมาบอกอย่างนี้ไม่ถูกต้อง

“เอ่อ...คือแม่มณีไปๆมาๆฟากนี้กับฟากขะโน้น...ไม่แน่นอน” คุณหญิงแสร์แก้ตัวแทนมณีจันทร์

คุณหญิงสรเดชตัดปัญหา ถ้าเป็นเช่นนี้ เธอจะให้ประยงค์เป็นฝ่ายมาเรียนที่นี่เอง วันไหนอยู่ก็สอนวันไหนไม่อยู่ก็ให้

ประยงค์อ่านหนังสือเอง คุณหญิงแสร์ปฏิเสธไม่ออก

ooooooo

โชคดีที่มณีจันทร์ข้ามภพกลับมาทันเจอตรองพอดี ตรองมาขอคำปรึกษาเรื่องกุลวรางค์เพราะครั้งสุดท้ายที่เจอ เขากับกุลวรางค์มีปัญหากัน เขาพยายามให้กุลวรางค์ได้เรียนรู้ชีวิตแบบเขาอย่างที่มณีจันทร์แนะนำ แต่มันจบไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มณีจันทร์เห็นตรองหน้าเศร้า พลอยเศร้าไปด้วยเพราะเจอเรื่องคล้ายๆกัน

“ฉันเสียใจด้วย เฮ่อ...เขาคงมองว่าเราดีไม่พอ...ถ้ามีคนอื่นทำได้ดีกว่า เราก็ควรเป็นฝ่ายถอยออกมา”

ระหว่างนั้น กุลวรางค์เดินเข้ามาเห็นตรองอยู่กับมณีจันทร์ก็ชะงัก เพราะตั้งแต่วันนั้น ทั้งคู่มองหน้ากันไม่ติด มณีจันทร์ถามกุลวรางค์มีอะไรหรือเปล่า ได้ความว่าคุณย่าของกุลวรางค์อยากเจอมณีจันทร์มาก

“อ๋อหรือ...ที่จริงฉันก็อยากคุยกับคุณย่าพอดี...ตรองไปด้วยกันนะ”

ตรองเห็นกุลวรางค์ไม่แม้แต่จะมองหน้าเขา เลยไม่อยากเป็นตัวถ่วงขอตัวกลับก่อน...

จากนั้นไม่นาน กุลวรางค์พามณีจันทร์มาพบคุณย่าของเธอ การมาพบท่านครั้งนี้ทำให้มณีจันทร์ได้รู้เรื่องขนมหยกมณีว่าเป็นขนมที่ บรรพบุรุษของคุณย่าเป็นคนคิด นอกจากนั้น บรรพบุรุษของท่านยังเป็นผู้นำแฟชั่นใส่เสื้อห่มสไบซึ่งเป็นที่นิยมในสมัย ร.5 มณีจันทร์รู้สึกว่าเรื่องราวที่คุณย่าเล่าคุ้นหูตัวเองมาก

ยิ่งได้ฟังเรื่องที่ใครๆพากันเรียกหลวงอัครเทพว่า หลวงอุณรุท ตามตัวเอกในวรรณคดีเรื่องอุณรุท ซึ่งตกกลางคืนเทวดาจะอุ้มพาอุณรุทไปห้องนางอุษา พอตอนเช้าก็อุ้มกลับ ทิ้งให้นางอุษาเศร้าสร้อยคิดถึงอุณรุท มณีจันทร์ยิ่งเริ่มเข้าเค้าว่าต้องเกี่ยวกับตนเองแน่ๆเลยกลั้นใจถามคุณย่า

“เอ...แต่เรื่องของท่านเทพ นางอุษาเป็นฝ่ายมา แบบนี้ใช่ไหมคะ”

คุณย่ายิ้มพยักหน้า ตอนคุณย่าเด็กๆท่านรับรู้ตำนานที่โจษขานกันในสมัยนั้นเรื่องที่แม่มณีโผล่มากลางเรือนหลวงอัครเทพ มณีจันทร์ถามอีกว่า สุดท้ายแล้วหลวงอัครเทพได้ใครเป็นคุณหญิง

“ท่านมามีคุณหญิงเอาก่อนจะไปนอก ตอนเข้ารับตรา ตอนถวายบังคมลาคนตามดูกันเกรียว งามเหมือนนางละเวง” คุณย่าเริ่มเล่าติดๆขัดๆมณีจันทร์งง ทำไมกลายเป็นนางละเวง

ไม่ใช่นางอุษา ตกลงคุณหญิงของหลวงอัครเทพเป็นใครกันแน่ ยังไม่ทันได้คำตอบ คุณย่าเกิดจำอะไรไม่ได้ขึ้นมาดื้อๆ มณีจันทร์ที่ลุ้นๆอยู่เหี่ยวทันที กุลวรางค์ไม่เข้าใจที่มณีจันทร์กับคุณย่าคุยกันได้แต่มองหน้าทั้งคู่สลับกันไปมา...

ขณะเดียวกัน หลวงอัครเทพตกใจเมื่อรู้จากคุณหญิงสรเดชว่าแม่ของเขารับปากจะให้มณีจันทร์สอนภาษาอังกฤษให้ประยงค์ คุณหญิงสรเดชรีบรวบรัดตัดความจะส่งประยงค์มาเรียนพรุ่งนี้เช้าเลย คุณหญิงแสร์ใจไม่ดีไม่รู้มณีจันทร์จะมาทันหรือเปล่า

ooooooo

วันรุ่งขึ้น คุณหญิงแสร์มารอมณีจันทร์ที่หน้ากระจกข้ามภพด้วยตัวเองโดยมีม้วนนั่งรออยู่ที่พื้นกระวนกระวายใจไม่แพ้เจ้านาย ม้วนแนะให้คุณหญิงแสร์ลองจุดธูปเรียกมณีจันทร์ คุณหญิงแสร์ยังไม่ทันจะหยิบธูปกระจกเกิดควันปกคลุมเสียก่อน อึดใจ มณีจันทร์ปรากฏตัวขึ้น คุณหญิงแสร์ไม่รอช้าสั่งม้วนรีบแต่งตัวให้มณีจันทร์ เอาให้งามที่สุด อย่าให้ขายหน้าชาววังเด็ดขาด

ครู่ต่อมา มณีจันทร์มาอยู่ต่อหน้าคุณหญิงสรเดช ประยงค์ยกพานธูปเทียนให้มณีจันทร์เป็นการไหว้ครู มณีจันทร์ไม่รู้เรื่องเอาแต่ตื่นเต้นกับพานธูปเทียนที่วิจิตรสวยงามตรงหน้า ม้วนต้องกระซิบบอกว่าประยงค์เอามาไหว้ครู ไม่ต้องพูดอะไรแค่รับไว้เฉยๆ คุณหญิงสรเดชมองมณีจันทร์ไม่วางตา นึกสงสัยว่าเก่งจริงหรือเปล่า

“คุณหลวงไปทำงานแล้ว ท่านฝากหนังสือนี่ให้แม่มณีสอนแม่ประยงค์ หนังสืออะไรก็ไม่รู้ดูเอาเองเถิด”

มณีจันทร์รับหนังสือจากคุณหญิงแสร์มาอ่านหน้าปก “Easy English อ๋อ...หนังสือเรียนภาษาอังกฤษเบื้องต้นเจ้าค่ะ”

“เอ๊ะ หล่อนอ่านออกจริงรึ” คุณหญิงสรเดชเผลอตัวร้องเอะอะ

คุณหญิงแสร์รู้ทันที คุณหญิงสรเดชมาที่นี่ไม่ใช่เพราะอยากให้ลูกเรียนภาษา แต่ต้องการมาลองวิชามณีจันทร์ต่างหาก คุณหญิงสรเดชไม่ยอมแพ้ ในเมื่อมณีจันทร์มีความรู้ด้านภาษามากกว่าประยงค์ จึงคิดหาทางข่มมณีจันทร์ด้วยการทำครัวประชันกัน แล้วให้พวกบ่าวชิมดูว่าของใครอร่อยกว่ากัน มณีจันทร์หนีไม่ออกจำใจรับคำท้า คุณหญิงแสร์มองมณีจันทร์สีหน้าเป็นกังวล...

พวกบ่าวตื่นเต้นกันใหญ่ที่จะได้เห็นการทำครัวประชันกันระหว่างมณีจันทร์กับประยงค์ มีเพียงม้วนกับขาบเท่านั้นที่เอาใจช่วยมณีจันทร์ นอกนั้นอยู่ข้างประยงค์กันหมด การทำครัวประชันกันเริ่มด้วยการแกะสลักผักผลไม้ก่อน มณีจันทร์ใจเสีย เกิดมายังไม่เคยจับมีดแกะสลักกับเขาสักครั้ง แต่ฮึดสู้เพื่อคุณหญิงแสร์

“อาหารไทยต้องเสพสามทาง ตาต้องเห็นงาม จมูกต้องได้กลิ่น ปากต้องลิ้มรส” คุณหญิงสรเดชอธิบาย

มณีจันทร์พยักหน้าเข้าใจ ม้วนเตรียมข้าวของมาวางไว้ให้มณีจันทร์สำหรับแกะสลัก ขณะที่อิ่มยกอุปกรณ์กับผัก

ผลไม้ไปให้ประยงค์ คุณหญิงแสร์เห็นท่าจับมีดแกะสลักของ

มณีจันทร์ถึงกับถอนใจเฮือก ดูท่าจะไม่ได้เรื่อง เป็นจริงอย่างคาด มณีจันทร์แกะสลักผลไม้ออกมาได้หน้าตาประหลาดดูไม่ออกว่าเป็นอะไรเหมือนวัตถุจากนอกโลก ขณะที่ประยงค์แกะสลักได้งดงาม สมกับเป็นชาววัง

จากนั้น ทุกคนย้ายมาที่ครัวกลางแจ้งซึ่งจัดไว้สองมุมข้างกัน มณีจันทร์กับประยงค์มายืนประจำที่ พวกบ่าวนั่งดูห่างออกมา มณีจันทร์ตั้งใจจะสู้เพื่อรักษาหน้าคุณหญิงแสร์ ม้วนทำเป็นเอาของมาวางให้ แอบถาม

“เอ่อ...คุณหญิงท่านให้มาถามว่า คุณมณีมั่นใจไหมเจ้าคะ”

“มั่นใจสิ...คุณหญิงสรเดชให้เราสองคนเลือกทำอาหารฝรั่งที่เก่งที่สุด แม่ประยงค์เลือกทำสตู ส่วนฉันเลือกทำซุปผัก พ่อแม่ฉันเคยลองกิน ชมเปาะไปเลย”

“เข้าใจแล้ว บังเอิญข้อนี้เป็นอาหารฝรั่งก็เข้าทางคุณ เพราะคุณรู้เรื่องฝรั่งมากกว่าคุณประยงค์”

มณีจันทร์พยักหน้า ม้วนยิ้มแป้นหันไปพยักหน้าให้คุณหญิงแสร์ แต่เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างคิด ที่นี่ไม่มีเตาแก๊ส

มณีจันทร์จุดเตาถ่านไม่เป็น จะหันไปดูประยงค์เป็นตัวอย่าง เตาของเธอไฟลุกพรึบแล้ว มณีจันทร์เอาถ่านแดงติดไฟแล้วจากเตาเล็กข้างๆที่บ่าวเตรียมไว้ให้ มาวางบนเตาขนาดใหญ่ที่มีถ่านอยู่ แล้วคว้าพัดมาพัด พัดเท่าไหร่ถ่านเตาใหญ่ก็ไม่ติดไฟ

ขาบเห็นมณีจันทร์จุดเตาไม่เป็น แอบย่องไปที่กองใบจากที่ผูกไว้เป็นตับสำหรับซ่อมหลังคาครัว เขาถือตับจากอันหนึ่งอำพรางตัวให้เข้ากับกองจากที่วางอยู่ด้านหลัง ด้วยความช่วยเหลือของม้วนทำให้ขาบรอดพ้นสายตาจับจ้องของคุณหญิงสรเดชเข้าไปใกล้มณีจันทร์สำเร็จ กระซิบบอกเธอว่าใช้บ้องไม้ไผ่เป่าเร่งไฟอย่าใช้พัด

มณีจันทร์ทำตาม ครู่เดียวไฟติดแดง เธอดีใจมากเต้นไปมายกมือยกไม้ปัดเอากิ่งไม้ติดไฟจากเตากระเด็นใส่ตับจากที่ขาบถือบังตัวเอง ไฟลุกพรึบอย่างรวดเร็วลามไปติดกองจากข้างๆ ขาบตะโกนลั่น “ไฟไหม้ๆ” มณีจันทร์คิดว่าขาบล้อเล่นไม่สนใจก้มหน้าก้มตาทำอาหารต่อ ทุกคนเริ่มแตกตื่น แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร

คุณหญิงแสร์ตะโกนสั่งให้เอาน้ำมาดับไฟ มณีจันทร์หันไปเห็นไฟไหม้ ตกใจ วิ่งไปคว้าน้ำถังเดียวกับขาบหัวชนกันเปรี้ยงลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้า ประยงค์ลากมณีจันทร์ออกไป ขณะที่ขาบวิ่งมาคว้าหม้อแกงของประยงค์สาดใส่กองไฟ บ่าวคนอื่นๆ

ได้สติ วิ่งเอาน้ำมาดับไฟจนกองจากมอดสนิท

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 13:44 น.