ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ทวิภพ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คุณหญิงแสร์เห็นลูกชายนั่งกินข้าวเช้าท่าทางเหมือนนอนไม่เต็มอิ่ม คิดว่าหอนกคับแคบนอนไม่สบาย แนะให้เขากลับไปใช้ห้องเดิม แล้วย้ายกระจกเงาบานนั้นไปไว้ที่อื่นแทน หลวงอัครเทพส่งเสียงดังขึ้นมาทันที เขายินดีจะอยู่ที่หอนกตลอดไป ขอเพียงแม่อย่าเคลื่อนย้ายกระจกเงา อ่างล้างหน้าและเหยือกน้ำ

“ไม่ต้องเสียงดังก็ได้ แม่ได้ยินแล้ว”

หลวงอัครเทพรู้สึกตัว รีบขอโทษแม่ คุณหญิงแสร์ค้างคาใจท่าทีที่สนิทสนมของลูกชายกับมณีจันทร์ เลยลองหยั่งเชิงถามถึงประยงค์ วันนั้นเขาพูดอะไรกับเธอที่วัด หลวงอัครเทพแค่บอกว่า หากเธอไม่อยากออกเรือน เธอมีสิทธิ์ปฏิเสธได้ไม่ต้องเกรงใจเขา ผู้หญิงควรมีสิทธิ์เลือกคู่ชีวิตของตัวเองได้ คุณหญิงแสร์สงสัยที่เขาพูดเช่นนั้น เพราะห่วงประยงค์ หรือมีเหตุผลอย่างอื่น หลวงอัครเทพแก้ตัวเป็นพัลวัน

“กระผมยังไม่อยากออกเรือน ไม่อยากมาแต่ไหนแต่ไร ที่ไปวัดไม่ใช่ไปดูตัว แต่ต้องการไปบอกเรื่องนี้”

คุณหญิงแสร์กังวลใจ หลวงอัครเทพสนิทสนมกับมณีจันทร์จริงดังคาด ถึงได้บ่ายเบี่ยงเรื่องประยงค์...

กุลวรางค์ตื่นขึ้นแต่เช้าเห็นมณีจันทร์กำลังลองชุดผ้าไหมหลายสิบชุดอยู่หน้ากระจกเงา ถามไถ่ก็ได้ความว่า เมื่อคืนมณีจันทร์นอนไม่หลับ คาใจเรื่องสีเสื้อผ้าของคนสมัยก่อน เลยไปค้นหนังสือเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายไทยมาดู แต่ไม่ได้ เรื่องอะไร กุลวรางค์มองมณีจันทร์ด้วยความเป็นห่วง...

ไรวัตลงมาเจอตรองนั่งยิ้มหน้าเป็นอยู่ที่โต๊ะกินข้าว ปราดเข้าไปเอาเรื่องที่เขาบังอาจมาค้างคืนที่บ้านมณีจันทร์ ตรองฮึดสู้แต่สู้ไม่ไหว โดนไรวัตรดันไปติดผนัง กุลวรางค์ลงมาเห็นพอดีรีบเข้าไปห้าม เตือนไรวัตขืนวู่วามแบบนี้ มณีจันทร์ ต้องไม่ชอบใจแน่ ไรวัตจำใจปล่อยตรอง กุลวรางค์ลากตรองออกไปอีกห้องหนึ่ง เล่าเรื่องมณีจันทร์หมกหมุ่นกับเรื่องอดีตขนาดหนักจนไม่หลับไม่นอนให้ฟัง ตรองไม่สบายใจ เพราะการนอนน้อยเป็นจุดเริ่มต้นของอาการป่วย เราสองคนต้องหาทางช่วยมณีจันทร์ ปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้ กุลวรางค์เห็นด้วย...

ด้านมณีจันทร์สวมซิ่นกับเสื้อผ้าลูกไม้ของแม่ แต่ชุดหลวมไป เธอคว้าเข็มขัดหนังหัวทองมาคาดเอว ดึงซิ่นที่ยาวปิดตาตุ่มให้สั้นขึ้นเป็นสามส่วน มณีจันทร์มองตัวเองในกระจกเงาพอใจ แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ ระยะหลังเธอหายไปอีกภพหนึ่งครั้งละนานๆ เกรงใครต่อใครจะเป็นห่วง หยิบกระดาษโน้ตมาเขียนข้อความว่า

“ถึงทุกคน ถ้าเมณี่หายไปไม่ต้องห่วง ไป ตจว.จ้ะ” มณีจันทร์เอากระดาษโน้ตสอดไว้ในหนังสือ

จากนั้น เธอเดินลงมาข้างล่าง เจอไรวัตนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก เขาขอโทษเธอเรื่องเมื่อคืนสัญญาจะทำตัวดีขึ้น ขอร้องมณีจันทร์ให้โอกาสเขาแก้ตัวอีกครั้ง ต่อไปนี้เขาจะไม่ดื่มเหล้า จะไม่ทำให้ใครเดือดร้อนและจะกลับไปทำงาน มณีจันทร์ได้แต่มองอึ้ง ไม่รู้จะปฏิเสธเขาอย่างไร

ooooooo

ถึงเวลาเข้านอน คุณหญิงแสร์กับหลวงอัครเทพพามณีจันทร์มาส่งที่ห้อง ม้วนรีบเข้าไปจัดเตรียมที่นอนให้ คุณหญิงแสร์ ไม่ให้มณีจันทร์อาบน้ำ ไม่ให้เปิดหน้าต่าง เดี๋ยวลมโกรกจะไม่สบายมากขึ้น แล้วสั่งม้วนนอนเป็นเพื่อนมณีจันทร์ในห้อง ม้วนสะดุ้งโหยง หวาดกลัว คุณหญิงแสร์เอ็ดมีท้าวเวสสุวรรณเจ้าแห่งผีอยู่ในห้องแล้วไม่ต้องกลัว มณีจันทร์ไม่ใช่ผี ผีที่ไหนจะกินยากินข้าวได้ คุณหญิงแสร์ปล่อยให้มณีจันทร์ได้นอนพัก

หลวงอัครเทพขยับจะตามแม่ออกไป มณีจันทร์วิ่งปรู๊ดมากระซิบใกล้ๆว่า กู๊ดไนต์ เขาแกล้งไม่ได้ยินก่อนจะหยุด ตอบกลับไปว่ากู๊ดไนต์โดยไม่มองหน้า มณีจันทร์ยิ้มแฉ่งล้มตัวลงนอนอย่างมีความสุข...

ฝ่ายหลวงอัครเทพมาถึงหอนก ยืนมองพระจันทร์สีหน้าเต็มเปี่ยมด้วยความรัก เขาหยิบไวโอลินขึ้นมาสีบอกความรู้สึกผ่านบทเพลงไปยังห้องของมณีจันทร์ เสียงเพลงรักอ่อนหวานทำให้มณีจันทร์ลุกจากเตียงย่องไปเปิดหน้าต่างฟังอย่างมีความสุข...

ตรองตั้งสติทำใจให้กล้า ก่อนจะยกมือถือขึ้นมาโทร.หากุลวรางค์ พอเธอรับสาย ตรองใส่ทันที

“คุณกุล พรุ่งนี้เราไปคุยกันเรื่องเมณี่นะ เจอกันแปดโมง คุยยาวหน่อยถึงสองทุ่ม ถ้าไม่ว่างก็มะรืนนี้ แต่เราต้องเจอกันให้ได้...แค่นี้นะ” ตรองวางสายไม่รอฟังคำตอบ

กุลวรางค์งงยังพูดไม่ทันรู้เรื่องดันวางสาย เลยโทร.กลับ ตรองสะดุ้งโหยง เห็นเบอร์หน้าจอเป็นของกุลวรางค์ ตั้งสติก่อนรับสาย ทำเป็นถามเสียงเข้มว่ามีอะไร กุลวรางค์ยังไม่รู้เลยว่านัดเจอกันที่ไหน ตรองนัดเจอที่คลองโคน สักครู่เขาจะส่งแผนที่ไปให้ทางมือถือ แล้วรีบวางสายไม่เปิดโอกาสให้กุลวรางค์ถามอะไร...

นุ่มแปลกใจมณีจันทร์นอนหลับตั้งแต่ตอนสาย ค่ำมืดป่านนี้ยังไม่ยอมลงมากินอะไร ชวนดาวขึ้นไปดูเหมือนเช่นเคย มณีจันทร์หายไปไม่อยู่ในห้อง นุ่มหยิบหนังสือบนโต๊ะขึ้นมาเปิดดู เจอกระดาษโน้ตของมณีจันทร์ที่เขียนบอกว่าไป ตจว. นุ่มกับดาวงง คุณหนูของพวกตนออกไปตอนไหน

ooooooo

มณีจันทร์ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่แจ้ง หลังจากอาบน้ำ แปรงฟันด้วยไม้ข่อยจิ้มเกลือสะตุผสมสารส้มสะตุ ม้วนจับมณีจันทร์นุ่งโจง ห่มผ้าแถบ แล้วปิดท้ายด้วย กระแจะจันทร์ลูบบริเวณหัวไหล่ มณีจันทร์เคยได้ กลิ่นนี้ในฝันมาก่อน สูดดมอย่างชื่นหัวใจ ม้วนมองผลงานตัวเองแล้วยิ้มพอใจ มณีจันทร์ในชุดไทยงามราวเทพธิดา แต่พอเธอเริ่มก้าวเดิน ดูยุกยิกหลุกหลิกไปหมด ม้วนอดถามไม่ได้ทำไมเดินอย่างนั้น

“แหะๆชุดชั้นในไม่มีสักชิ้น กลัวหลุดน่ะ...เดี๋ยวนะ เอาใหม่ เก๊กกุลสตรี หนึ่ง...สอง...สาม”

สิ้นเสียงนับ มณีจันทร์วางท่าสง่างาม แอบฝันเฟื่องว่าหลวงอัครเทพเห็นท่วงท่าเดินของเธอถึงกับชมว่างามสง่ากว่าประยงค์ มณีจันทร์มัวแต่เดินยิ้มไม่ทันได้ดูทาง ม้วนจะร้องบอกแต่ไม่ทัน เจ้านายสาวก้าวพลาดร่วงตกจากบันไดลงไปนอนแผ่อยู่ที่เชิงบันไดชั้นล่าง ม้วนพยายามจะไม่ขำ แต่อดไม่ได้....

ในเวลาเดียวกัน กุลวรางค์ขับรถมาถึงรีสอร์ตแห่งหนึ่งตามนัด เห็นตรองรออยู่ เธอบ่นอุบ ทำไมต้องถ่อมาถึงที่นี่ แค่มาคุยเรื่องมณีจันทร์ไม่ใช่หรือ จังหวะนั้น รถบัสขนนักศึกษากลุ่มใหญ่แล่นมาจอดใกล้ๆ ตรองพานักศึกษาชมรมรักษ์ธรรมชาติมาทัศนศึกษาที่นี่ เลยอยากให้กุลวรางค์ได้รู้จักชีวิตในมุมอื่นบ้าง แล้วลากเธอไปลงเรือหางยาวที่เตรียมไว้สำหรับชมป่าชายเลน กุลวรางค์ร้องเอะอะลั่น พยายามขืนตัว

“เฮ้ย...มาคุยแค่คุยเรื่องเพื่อน ไม่ได้มาทำอะไร นี่เดี๋ยวสิ...เดี๋ยว”

ตรองลากเธอลงเรือหางยาวพร้อมกับนักศึกษาจนได้ ธรรมชาติสวยงามและอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนนำพาสัตว์ต่างๆมารวมตัวกันบริเวณนั้นมากมาย กุลวรางค์ไม่ชอบทุกอย่างที่เกี่ยวกับป่าชายเลน เพราะรังเกียจโคลน กลัวเปื้อน แต่ก็สนอกสนใจมองโน่นมองนี่ไม่วางตา ตรองถามกุลวรางค์ เคยลงไปในโคลนไหม

“โหย...ในโคลนน่ะนะ ฉันต้องตายแน่ๆ พื้นเละๆแฉะๆมีงูมีหอยมีแมลงอะไรก็ไม่รู้ ไม่เอาหรอก”

“ดีแล้ว...จัดการเลยพวกเรา” สิ้นเสียงตรอง นักศึกษาชายคนหนึ่งเข้ามาช่วยตรองอุ้มกุลวรางค์ไปวางบนกระดานสำหรับไถไปบนโคลนซึ่งเจ้าหน้าที่รีสอร์ตนำมารออยู่ก่อนแล้ว กุลวรางค์เอาแต่ปิดตาร้องกรี๊ดๆไปตลอดทางที่เจ้าหน้าที่รีสอร์ตถีบกระดานไปตามป่าชายเลน ขณะที่ตรองถีบกระดานโต้ลมอย่างมีความสุข...

หลวงอัครเทพยืนคุยกับคุณหญิงแสร์อยู่มุมหนึ่งบนเรือน เห็นมณีจันทร์ในชุดไทยสวยงามเดินเล่นแถวโถงกลางเรือน ชะงัก มองเธออย่างชื่นชม คุณหญิงแสร์มองตามสายตาลูกชาย รู้สึกชื่นชมมณีจันทร์เช่นกัน...

มณีจันทร์เห็นพวกบ่าวกำลังเก็บดอกปีบเพื่อใช้มวนยาสูบอยู่ในสวน ชวนม้วนลงมาช่วยเก็บ พวกนั้นกลับวิ่งหนีหายไปหมด มณีจันทร์งงทำไมต้องหนี พอรู้จากม้วนพวกบ่าวคิดว่าเธอเป็นผี มณีจันทร์นึกสนุก จะแสร้งเป็นผีหลอกพวกนั้นให้เข็ด วิ่งปรู๊ดออกไปทันที ม้วนหันมาไม่เห็นเจ้านายสาว รีบเดินตาม

มณีจันทร์เอาดินมาป้ายหน้าให้เป็นสีดำ แล้วโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ หลอกโขมบ่าวอีกคนหนึ่งซึ่งกำลังเก็บดอกไม้ใส่กระจาดจะเอาไปทำกับข้าว โขมตกใจโยนกระจาดทิ้งวิ่งหนี ร้องลั่น

“ผีๆๆๆ...ช่วยด้วย”

มณีจันทร์หัวเราะชอบใจ วิ่งไปหลอกบ่าวคนอื่นต่อ

ทั้งขาบและบ่าวในเรือนโดนมณีจันทร์ทำผีหลอกวิ่งหนีกันป่าราบ ขณะมณีจันทร์วิ่งไล่อิ่มออกมาหน้าเรือนครัว ไม่ทันสังเกตเห็นหลวงอัครเทพยืนอยู่ คิดว่าเป็นพวกบ่าว หันไปแลบลิ้นปล้ินตาหลอก หลวงอัครเทพเอ็ดตะโร

“ตื่นขึ้นมาก็หาเรื่องเลยนะ”

มณีจันทร์เห็นหลวงอัครเทพยืนหน้าบึ้งตึงถึงกับหน้าเสีย คุณหลวงหนุ่มสั่งม้วนไปตามบ่าวในเรือนทั้งหมดมารวมตัวกันที่นี่ เขาจะเฆี่ยนผีให้พวกนั้นดู มณีจันทร์เข่าอ่อน งานเข้าเสียแล้ว

ครู่ต่อมา บ่าวทั้งหมดมานั่งอยู่ต่อหน้าหลวงอัครเทพ มณีจันทร์นั่งบนแคร่อีกตัวหนึ่งไม่ห่างนัก หลวงอัครเทพสั่งให้ม้วนอธิบายให้พวกบ่าวฟังว่ามณีจันทร์เป็นใคร ม้วนพยายามปั้นเรื่องให้ดูน่าเชื่อถือที่สุด

“คุณมณีเป็นหลานคุณท่านมาจากฝั่งขะโน้น เพิ่งมาเมื่อคืนคนทางฝั่งขะโน้นมาส่ง...คุณมณีไม่ใช่ผี ข้านอนเฝ้าคุณมณีทั้งคืน เนื้อตัวคุณท่านข้าก็จับมาแล้ว ท่านกิน อาบน้ำวิ่งกลางแดดก็ทำมาหมด ในห้องนั้นคุณหญิงก็เชิญท่านท้าวเวสสุวรรณเข้าไปแล้ว ถ้าเป็นผีคุณมณีจะอยู่ได้ยังไง”

เสียงม้วนน่าเชื่อถือจนพวกบ่าวคลายความกลัวลง มณีจันทร์ขอโทษทุกคนด้วย เธอแค่แกล้งสนุกๆไม่มีผีสางนางไม้ที่ไหนทั้งนั้น เมื่อทุกอย่างคลี่คลาย หลวงอัครเทพไล่บ่าวทุกคนกลับไปทำงานของตัวเอง มณีจันทร์มองหลวงอัครเทพกลัวๆ หาทางชิ่งหนี แต่เขารู้ทัน ฟาดหวายลงพื้นดังสนั่น มณีจันทร์สะดุ้งเฮือก

“ที่ไม่ได้เฆี่ยนไม่ใช่เพราะลืม แต่เพราะกลัวจะไม่งาม เพราะฉะนั้น...ยืนขึ้นแล้วหันไปทางโน้น”

มณีจันทร์หันหลังกอดอกเตรียมโดนหวาย หลวงอัครเทพเงื้อมือยังไม่ทันจะตี สาวจอมแก่นแกล้งร้องโอ๊ย ม้วนแอบมองห่างๆอดขำไม่ได้ หลวงอัครเทพเงื้อหวายขึ้นอีกครั้ง มณีจันทร์ร้องห้ามไว้ ก่อนเขาจะลงหวาย เธอมีอะไรจะบอก แล้วตะโกนสั่งให้ม้วนทำอย่างที่เธอสอนไว้

ม้วนไม่เข้าใจสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำแปลว่าอะไรแต่ก็ทำตามสั่ง เธอยกแขนสองข้างโค้งเข้าหากันเหนือหัว ทำเป็นรูปหัวใจท่าเกาหลียอดฮิตของคนปัจจุบัน มณีจันทร์ทำหน้าละห้อยกระซิบบอกหลวงอัครเทพ
“ท่านี้แปลว่า ไอเลิฟยู...อย่าตีเลยนะ...นะๆ...เลิฟยู”

หลวงอัครเทพไม่ขำด้วย ตวัดหวายเข้าน่องมณีจันทร์ถึงกับร้องจ๊าก แล้วปรามเสียงเข้ม “จำไว้...โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ขืนซุกซนคราวหน้าจะไม่ไว้หน้า จะตีต่อหน้าบ่าวเลยคอยดู”

ooooooo
คุณหญิงแสร์เพิ่งกลับจากเอาแกงไปให้คุณพระข้างบ้าน ม้วนแอบเล่าเรื่องมณีจันทร์โดนหลวงอัครเทพลงหวาย เธอถึงกับหัวเราะขำในความแก่นกะโหลกของหญิงสาว ม้วนมองคุณหญิงแสร์แปลกใจ

“คุณหญิงก็หัวร่อรึเจ้าคะ...บ่าวนึกว่าคุณหญิงจะโกรธ คุณหลวงก็เถิดเหมือนไม่ได้โกรธจริง พอบ่าวทำท่าที่คุณมณีสอน คุณหลวงก็หน้าแดง ท่าทางคุณหลวงจะเมตตาคุณมณี คุณหญิงก็เช่นกัน...เอ...สนิทสนมกันมาแต่ปางไหนน้า...ทำไมอีม้วนไม่รู้”

คุณหญิงแสร์สั่งม้วนอย่าพูดมาก ส่วนเรื่องที่มณีจันทร์โดนหวายก็ห้ามไปเล่าให้ใครฟัง...

ทำกิจกรรมได้สักพัก ตรองชวนกุลวรางค์มากินข้าวที่กระท่อมกลางเลน เขาเตรียมข้าวปลาอาหารไว้มากมาย แต่กุลวรางค์ไม่มีอารมณ์จะกิน ดึงคอเสื้อตรองเข้ามาถาม ต้องการอะไรกันแน่ถึงหลอกให้เธอมาที่นี่ แทนที่ตรองจะบอกไปตรงๆว่าชอบกุลวรางค์อยากเป็นแฟนกับเธอ ไม่ได้ชอบมณีจันทร์

เขากลับยกเรื่องโลกของเขา โลกของเธอที่แตกต่างกันแล้วชวนเธอสร้างโลกใหม่ของเรา กุลวรางค์ยิ่งฟังยิ่งงง ทำไมต้องสร้างโลกของเรา เธอกับเขาแค่ตั้งใจช่วยมณีจันทร์ เท่านั้นเอง...

มณีจันทร์ไม่เห็นคุณหญิงแสร์มาร่วมวงกินข้าวกับเธอและหลวงอัครเทพก็ถามหา

“คุณแม่ท่านตั้งสำรับเช้าเพราะฉันต้องไปทำงาน ท่านจะรับประทานตอนสาย” หลวงอัครเทพพูดจบ เอามือจุ่มน้ำในอ่างแก้วลอยดอกกุหลาบ แล้วใช้นิ้วสี่นิ้วจับข้าวเข้าปาก

มณีจันทร์เพิ่งเห็นวิธีกินข้าวแบบไทยๆชัดเจนวันนี้เอง หลวงอัครเทพเห็นมณีจันทร์นั่งเฉย ถามไม่หิวหรือ มณีจันทร์ ไม่กินข้าวเช้า ขอแค่กาแฟแก้วเดียวพอ หลวงอัครเทพไม่มีกาแฟให้ แนะให้เธอลองกินฟักร้อนๆต่างซุป แล้วชี้ไปที่ฟักแกะสลักสวยงามบนจานรอง ซึ่งข้างในมีซุปใส

“เวลาจะกินเนื้อฟักใช้ช้อนตักข้างๆอย่างนี้” หลวงอัครเทพใช้ช้อนทำให้ดู พอยกช้อนมีฟักติดขึ้นมา

มณีจันทร์ยื่นหน้าเข้าไปจะให้ป้อน ม้วนมองตะลึง หลวง อัครเทพเห็นม้วนมอง เขินรีบวางช้อนขอตัวไปทำงาน ม้วนรีบยกอ่างน้ำอีกใบมาให้ล้างมือ

“ถ้ายังไม่กลับ ควรอยู่กับคุณแม่ ฉันจะไปทำงานแล้วจะรีบกลับ...คงยังอยู่”

มณีจันทร์ไม่รับปาก แต่จะพยายามอยู่รอ หลวงอัครเทพ ขึ้นรถลากพ้นหน้าเรือนไปอึดใจเดียว เสียงสัญญาณจากนาฬิกาดังขึ้น มณีจันทร์ลุกพรวดถามหาคุณหญิงแสร์ พอรู้ว่าดูพวกบ่าวอยู่ข้างล่าง สั่งม้วนช่วยไปเรียนท่านด้วย เธอต้องกลับแล้ว แล้วเร่งฝีเท้ามายืนหน้ากระจกเงา เหลือบเห็นพานวางอยู่ที่โต๊ะ

ม้วนรีบรายงานก่อนมณีจันทร์จะอ้าปากถาม “ลูกจันเจ้าค่ะ อิฉันเก็บมาฝากคุณตั้งแต่เช้ามืด”

มณีจันทร์เดินไปหยิบลูกจันมาหนึ่งลูก ฝากม้วนบอกคุณหลวงด้วยว่าเธอจะรีบกลับมา ม้วนจะรอเธออยู่ในนี้ไม่ไปไหน หมอกควันลอยจากกระจกมาคลุมร่างมณีจันทร์ก่อนจะหายวับไป ม้วนถึงกับอึ้ง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 14:16 น.