ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ทวิภพ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

มร.จอห์นลงมาจากเรือนหลวงอัครเทพ เจอมณีจันทร์ ขาบและบ่าวชายอีกสองคนนั่งอยู่ที่พื้นคล้ายจะรอส่งเขากลับ ขณะที่เขากับหลวงเจนพาณิชย์กำลังจะเดินผ่านหน้ามณีจันทร์ ทั้งสี่คนก็บ้วนน้ำหมากลงพื้นตรงหน้า มร.จอห์นสะดุ้งโหยง ทำท่ารังเกียจยกเท้าหนีแทบไม่ทัน

“คนไทยกินหมาก ไม่ชอบหมากก็ไปอยู่เมืองอื่นสิ” มณีจันทร์ไล่ตะเพิด

หลวงเจนพาณิชย์โมโห ปราดเข้าไประดมกำปั้นใส่หน้าขาบ มณีจันทร์รีบเข้าไปห้าม คุณหญิงแสร์สั่งให้หลวงเจนพาณิชย์หยุดทำร้ายขาบเดี๋ยวนี้ มณีจันทร์โวยวายลั่น พวกนี้ดูถูกเราไม่พอยังทำร้ายขาบอีก

“ใครกันแน่กระทำป่าเถื่อน รู้ว่าเขาไม่ชอบยังพาพวกมาแกล้ง หล่อนเองก็เถอะ แกล้งทำเป็นคนบ้า บ้าจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้” หลวงเจนพาณิชย์โวยกลับ มร.จอห์นไม่พอใจมาก ด่ามณีจันทร์เป็นพวกไร้อารยธรรม แล้วชวนหลวงเจนพาณิชย์กลับ คุณหญิงแสร์ร้องเรียก มร.จอห์นไว้

“คุณน้า สิ่งที่ลูกชาย หลานสาว และบ่าวของคุณน้าทำกับพวกกระผม มันมากเกินไปแล้ว นี่อย่าบอกนะว่าคุณน้าจะเอาเรื่องพวกกระผมอีก” หลวงเจนพาณิชย์ต่อว่าคุณหญิงแสร์แทนนายฝรั่ง

“อิฉันจะไปเอาเรื่องพวกท่านได้ยังไง อยู่ต่ออีกสักนิดเถอะ อิฉันจะลงโทษบ่าวทุกคน” คุณหญิงแสร์สีหน้าจริงจัง มณีจันทร์และพวกบ่าวงง ทำไมพวกตนจะต้องโดนลงโทษด้วย

ooooooo

จากนั้น คุณหญิงแสร์เชิญ มร.จอห์นกับหลวงเจนพาณิชย์กลับขึ้นเรือนใหญ่ เรียกมณีจันทร์ ขาบ ม้วน อิ่ม และบ่าวชายอีกสองคนตามขึ้นมา สักพัก บ่าวชายอีกคนหนึ่งพร้อมหวายในมือ คลานเข้ามานั่งรอคำสั่งคุณหญิงแสร์อยู่ใกล้ๆ คุณหญิงแสร์สั่งให้ทุกคนนั่งพนมมือ อิ่มกับม้วนพลอยโดนหางเลขไปด้วย

“จะทำโทษบ่าวของท่าน ทั้งที่ท่านใช้มันทำเช่นนั้นรึ” มร.จอห์นมองเยาะคุณหญิงแสร์คงไม่ทำจริง

“คุณหญิงไม่ได้ใช้ฉัน ฉันโกรธที่ท่านทำกับคุณหญิง ชาร้อนที่หกใส่ที่มือเป็นแผลอยู่นั่นรู้จักขอโทษไหม”

หลวงเจนพาณิชย์ด่ากลับมณีจันทร์“แล้วที่ขโมยเอกสารไปล่ะ ขอโทษไหม”

“แล้วที่แอบเข้าเรือนเขา ค้นของเขา ขอโทษไหม”มณีจันทร์โต้ไม่ยอมแพ้ “แล้วที่ทำมาหากิน หาเงินจากคนไทย แต่ดูถูกว่าเขาป่าเถื่อน ขอโทษไหม...แล้วที่เที่ยวเอาเรือรบออกไปยึดดินแดนต่างๆมาเป็นของตัว ทั้งที่คนพวกนั้นอยู่อาศัยมาตั้งแต่บรรพบุรุษ...ขอโทษไหม”มณีจันทร์จ้องหน้า มร.จอห์นเขม็ง

คุณหญิงแสร์ขอร้องมณีจันทร์หยุดต่อปากต่อคำได้แล้ว แล้วสั่งให้ทุกคนกราบขอโทษแขกทั้งสองท่านเดี๋ยวนี้ พวกบ่าว ชะงักมองมณีจันทร์จะเอาอย่างไรดี คุณหญิงแสร์เห็นทุกคนต่างนิ่งเฉยไม่ทำตามสั่ง ตัดสินใจยกมือไหว้ขอโทษ มร.จอห์นกับหลวงเจนพาณิชย์แทนคนของตัวเอง มณีจันทร์ตกใจ

“ให้บ่าวขอโทษก็แย่แล้ว คุณหญิงยิ่งไม่สมควรต้องขอโทษพวกเขา เพราะเขาก็ไม่ขอโทษคุณหญิง ไม่ขอโทษเราเหมือนกัน” มณีจันทร์ยืนยันเสียงแข็ง คุณหญิงแสร์สั่งให้มณีจันทร์กราบขอโทษพวกเขาอีกครั้ง

มณีจันทร์ต้องการคำอธิบาย คนพวกนี้ใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มพวกเราอ้างจะนำความเจริญมาให้ จะให้เธอขอโทษข้างเดียวไม่ยุติธรรม จังหวะนั้น หลวงอัครเทพเพิ่งกลับจากที่ทำงาน นั่งฟังด้วยความสนใจ

คุณหญิงแสร์อธิบายอย่างใจเย็นว่า “ก็เพราะคำว่าความเจริญนี่ล่ะ ยิ่งเขาดูถูกว่าเราต่ำทรามไร้อารยธรรม เรายิ่งต้องทำให้พวกเขาเห็น คำว่าความเจริญ เริ่มต้นง่ายๆที่คำว่ามารยาท...เราเป็นเจ้าของบ้าน เขาเป็นแขกผู้มีความเจริญจะไม่เสียมารยาทกับแขก ท่านไม่ชอบหมากแต่เราชอบ สิ่งท่ีท่านเห็นว่าขาดสุขอนามัย แต่เราเห็นเป็นของดี ผู้มีมารยาทจะไม่โกรธ ไม่ดูถูก ไม่แสดงพฤติกรรมรังเกียจ ตรงกันข้ามหากเราเป็นแขก เราก็ต้องทำดุจเดียวกัน นั่นคือ เคารพต่อตัวตนของผู้เป็นเจ้าของบ้าน ไม่อวดอ้างว่าตนนั้นวิเศษยิ่งกว่าเจ้าของบ้าน”

มร.จอห์นถึงกับหน้าเสียถูกคุณหญิงแสร์ด่าทางอ้อม หลวงอัครเทพแอบสะใจ แม่ของเขามักมีวิธีจัดการอย่างแยบยลเช่นนี้เสมอ คุณหญิงแสร์อธิบายอีกว่า

“เขาดูถูกว่าเราต่ำ เรายิ่งต้องกระทำสูงให้เขาเห็น ไม่ใช่กระทำต่ำๆให้เขายิ่งดูถูก คำอธิบายเหล่านี้เพียงพอหรือไม่” คุณหญิงแสร์มองมณีจันทร์อย่างเมตตา

“เขาจะขอโทษเราหรือไม่ ไม่สำคัญ แต่ผู้มีความเจริญจะขอโทษผู้อื่นเสมอ เป็นคำอธิบายที่ชัดเจน มณียอมแพ้” มณีจันทร์คลานไปนั่งหน้า มร.และหลวงเจนพาณิชย์ ยกมือไหว้ขอโทษ พวกบ่าวทำตามอย่างพร้อมเพรียงกัน จากนั้น คุณหญิงแสร์สั่งให้บ่าวที่ถือหวายเฆี่ยนบ่าวทุกคนคนละหนึ่งที

มณีจันทร์คลานเข้าไปต่อแถวบ่าวที่ถูกเฆี่ยนเพื่อรับโทษเช่นเดียวกับคนอื่นๆ บ่าวที่ถือหวายไม่กล้าเฆี่ยนเจ้านาย มองหน้าคุณหญิงแสร์เป็นเชิงถาม คุณหญิงแสร์พยักหน้าให้เฆี่ยนได้ บ่าวยกมือไหว้มณีจันทร์ก่อนจะลงหวาย หลวงอัครเทพมองมณีจันทร์อย่างชื่นชม

“คำว่าความเจริญไม่ใช่วัดแค่สุขอนามัย ไม่ได้วัดที่วัตถุที่ดีที่วิเศษกว่า แต่ต้องวัดที่คุณธรรมในใจ นี่คือสิ่งที่คนเถื่อนอย่างอิฉันจะบอกท่าน คราวหน้า หากท่านไปเยือนบ้านเมืองของใครก็ตาม อย่าลืมวัดคนที่จิตใจด้วยนะเจ้าคะ”คุณหญิงแสร์สั่งสอน มร.จอห์นอีกครั้ง

“ฮึ...ผู้หญิงไทยอยู่แต่ในครัว ในรั้วในวัง  ไม่นึกว่า...คุณหญิงทำให้กระผมทึ่งจริงๆ กระผมขออภัยสำหรับแผลนั่น” มร.จอห์นจำต้องยอมค้อมหัวให้คุณหญิงแสร์ มณีจันทร์ยิ้มพอใจเช่นเดียวกับพวกบ่าว ขณะที่หลวงเจนพาณิชย์มองกราดทุกคนอย่างแค้นใจ...

มร.จอห์นออกจากเรือนหลวงอัครเทพอย่างหัวเสีย จำต้องยอมขนหีบของกำนัลทั้งหลายกลับไปด้วย  เขาหันมาพาลใส่หลวงเจนพาณิชย์

“ที่กระผมต้องมานั่งให้คุณหญิงแสร์ด่า ก็เพราะท่านคนเดียว ต่อไปนี้ ไม่ต้องมาที่ห้างกระผมอีก กระผมไล่ท่านออก” มร.จอห์นเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไป หลวงเจนพาณิชย์หน้าตื่น

“ไล่ออก...เดี๋ยวสิครับ มร.จอห์น กระผมจะหาจดหมายมาให้ อย่าไล่กระผมออกเลยนะขอรับ...ท่าน...ฟังกระผมก่อนขอรับ” หลวงเจนพาณิชย์รีบตามไปอ้อนวอน แต่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์...

หลังจาก มร.จอห์น กับพวกกลับไปแล้ว คุณหญิงแสร์เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ลูกชายฟัง หลวงอัครเทพภูมิใจมากที่เกิดมาเป็นลูกของคุณหญิงแสร์ เพราะถ้าเป็นคนอื่น อาจรับสินบนเหล่านั้นไปแล้วและเขาคงถูกบังคับให้กลายเป็นพวก มร.จอห์นเหมือนหลวงเจนพาณิชย์

“เป็นทาสน้ำเงินคนอื่น ต้องพินอบพิเทายอมตามเขา อยู่อย่างลำบากแม่ไม่เอาหรอกพ่อเทพ น่าเสียดายหลวงเจน เดินตามเขาต้อยๆไม่มีศักดิ์ศรีเลย”

“ความขัดแย้งครั้งนี้คงบานปลายไปอีก” หลวงอัครเทพแอบถอนใจ

“แม่ทำให้พ่อเทพ ทำงานลำบากหรือเปล่า”

“อย่ากังวลเลยขอรับ เวลานี้เราเสียดินแดนไปมากมายแล้ว ยังไม่รู้จะเสียดินแดนให้ใครอีก เราเกินความลำบากไปมากแล้วขอรับ” หลวงอัครเทพปลอบแม่ แต่ตนเองก็อดเป็นกังวลใจไม่ได้ มณีจันทร์นั่งฟังอยู่ด้วยก็รู้สึกเช่นเดียวกันกับหลวงอัครเทพ...

ขณะที่มณีจันทร์เป็นกังวลกับเรื่องจะเสียดินแดนเพิ่มอยู่ในอีกภพหนึ่ง เพื่อนรักทั้งสองคนของเธอ กุลวรางค์กับตรองกำลังเดินซื้อของอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ตกลางกรุงเทพฯอย่างมีความสุขราวกับเป็นคู่รักกัน กุลวรางค์เห็นตรองเพิ่งออกจาก รพ.มือยังเจ็บทำอะไรไม่ถนัด เลยซื้อกับข้าวสำเร็จรูปตุนไว้ให้ ซ้ำยังตามไปจัดข้าวของเก็บใส่ตู้เย็นให้เขาถึงบ้าน ตรองมีความสุขและอบอุ่นมากที่กุลวรางค์เข้ามาในชีวิตตนเองขนาดนี้

“สิ่งที่ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับคุณในวันนี้คือ คุณเป็นไฮโซก็จริง แต่ก็เป็นแม่บ้านด้วย ซื้อของจัดของดูแลคนอื่นก็เยี่ยม” ตรองส่งตาหวานให้กุลวรางค์ ทั้งสองมองสบตากันนิ่ง แต่อยู่ๆเธอหน้าเครียดเมื่อนึกถึงมณีจันทร์

“ฉันทำเพราะเห็นว่านายเป็นเพื่อน ไม่ได้เห็นเป็นอย่างอื่น ...ฉันกลับล่ะ” กุลวรางค์พูดจบกลับไปดื้อๆ ตรองงง ไม่เข้าใจอะไรกันแน่ที่ขวางเขากับเธอ ทำไมอยู่ๆเธอถึงหยุดเรื่องระหว่างเราสองคน ด้านกุลวรางค์เดินมาที่รถตัวเองสีหน้าเศร้าสร้อย เวลาแห่งความสุขระหว่างตรองกับเธอต้องสะดุด

“เฮ่อ...เมณี่ รีบกลับมาเสียที มาดูแลแฟนเธอบ้างเถอะ นับวันฉันจะอยู่ใกล้เขาไม่ได้ ฉันคงอยู่ใกล้เขามากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว” กุลวรางค์พึมพำ

ooooooo

คุณหญิงสรเดชยังไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจจะส่งมณีจันทร์เข้าวัง มาหาคุณหญิงแสร์แต่ย่ำรุ่งจะชวนไปวัดเพื่อเฝ้าเสด็จพระองค์หญิงใหญ่ด้วยกันและจะได้ถือโอกาสนี้กราบทูลฝากฝังมณีจันทร์ คุณหญิงแสร์ตกใจ

“นี่คุณหญิงยังไม่เลิกคิดเรื่องนี้อีกรึ”

“จะเลิกคิดได้ยังไง หลานแม่แสร์ก็เหมือนหลานฉัน ฉันบอกแล้วไง...เอ้าไป...นังอิ่มไปบอกแม่มณีให้เตรียมแต่งตัวได้”

อิ่มยิ้มสะใจ รีบทำตามคำสั่ง คุณหญิงแสร์คิดหนัก ไม่รู้จะปฏิเสธคุณหญิงสรเดชอย่างไร แต่คิดไม่ออกแกล้งเอามือกุมท้องร้องโอดโอย ขอเวลาส่วนตัวสักครู่ แล้วทำเดินตัวงอ ปวดท้องไส้จะขาดออกไป...

อีกมุมหนึ่งของเรือนหลวงอัครเทพ ม้วนเดินมาเจอถุงเงินตกอยู่ เห็นขาบเดินก้มๆเงยๆหาถุงเงินห่างออกไป นึกสนุกอยากจะแกล้งขาบ เธอรีบหยิบถุงเงินซ่อนไว้ข้างหลัง พอขาบมาถามหาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เดินหนี

“เอ้า จะรีบไปไหนวะ หรือว่า...หน็อย นังม้วน คิดจะฮุบอัฐข้างั้นรึ หยุดเดี๋ยวนี้นังม้วน” ขาบรีบวิ่งตาม...

ขณะคุณหญิงแสร์เดินไปเดินมาคิดไม่ตกเรื่องมณีจันทร์ ม้วนวิ่งหนีขาบเข้ามาเจอพอดี ยังไม่ทันจะอ้าปากถามอะไร คุณหญิงแสร์ชิงสั่งให้ม้วนไปบอกมณีจันทร์ทีว่าเธอไม่ได้ต้องการจะพามณีจันทร์ไปฝากในวัง

“เอ...ไปในวัง...จะไปฝากใครไว้ในวังเจ้าคะ หรือว่าคุณหญิงสรเดช...”

“เออนั่นล่ะ อย่าให้แม่มณีเข้าใจอะไรผิดๆ นังอิ่มมันไปแล้ว ป่านนี้ไม่รู้ไปบอกแม่มณีหรือยัง เอ็งน่ะเร็วเข้า รีบไปหานายเอ็ง อย่าให้แม่มณีเข้าใจผิด”

ม้วนรับคำ รีบวิ่งปรู๊ดไปหามณีจันทร์แต่ยังไม่ทันจะครึ่งทาง ขาบโดดมาขวางหน้า ม้วนรีบร้อนจะไปให้ถึงมณีจันทร์ก่อนอิ่ม คิดแต่จะหลบหลีกขาบลืมเรื่องถุงเงินสนิท ขณะม้วนกำลังจะหนีพ้น ขาบมือไวคว้าชายกระเบนม้วนไว้ได้ ม้วนยื้อไว้มือหนึ่งอีกมือหนึ่งตีมือขาบอุตลุด ร้องเอะอะให้คนช่วย หาว่าขาบจะทำมิดีมิร้าย

“โอ๊ย...เจ็บนะโว้ยอีบ้า ข้าจะไปทำเอ็งทำไม ข้าแค่ จะเอาถุงเงิน อัฐของข้า เอ็งขโมยไปข้าจะเอาคืน”

ม้วนนึกขึ้นได้ปลดถุงเงินจากเอว โยนคืนให้ขาบ รีบเก็บชายกระเบนก่อนวิ่งไปหามณีจันทร์ ขาบสงสัยม้วนรีบร้อนไปหามณีจันทร์ทำไม ด้วยนิสัยสอดรู้สอดเห็นทำให้ขาบรีบตามไปดู...

มณีจันทร์กำลังนั่งทำงานอยู่ที่ศาลากลางสวน ตอนที่อิ่มเข้ามาเรียนว่าคุณหญิงแสร์ให้มาตาม วันนี้เสด็จพระองค์หญิงใหญ่มาที่วัดแถวบ้าน คุณหญิงแสร์จะพามณีจันทร์ไปวัด ส่งตัวเธอเข้าวัง เพื่ออบรมกิริยามารยาท มณีจันทร์ตกใจมาก ถ้าต้องจากบ้านนี้ก็เท่ากับไปจากกระจกข้ามภพ

“คุณหญิงแสร์เนี่ยนะ ฉันไปอยู่ที่อื่นแล้วฉันจะกลับบ้านได้ยังไงล่ะ แล้วคุณหลวงรู้เรื่องนี้หรือเปล่า ท่านอยู่ด้วยหรือเปล่า” มณีจันทร์ถามรัวเป็นชุด

“ไม่ทราบเจ้าค่ะ คุณหลวงอาจจะคิดอย่างนั้นด้วยก็ได้ ก็คุณหลวงท่านมีใจให้คุณประยงค์นี่เจ้าคะ อีกหน่อยคุณหลวงออกเรือนไป คุณมณีเคยคิดไหมเจ้าคะว่าคุณมณีจะอยู่ยังไง...เข้าไปอยู่ในวังเสียจะได้มีวิชาความรู้ติดตัว ไม่ดีหรือเจ้าคะ” อิ่มลอยหน้าลอยตาพูด มณีจันทร์น้ำตาคลอถูกจี้ใจดำ

ม้วนมาทันได้ยินทุกคำพูด ปราดเข้ามาชี้หน้าอิ่ม “อีอิ่ม เอ็งพูดอะไร...จะพูดจะจาอะไรเคยเห็นแก่น้ำจิตน้ำใจคนอื่นไหม หน็อย...เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนถ่ายเดียว มันน่านัก” ม้วนพูดจบ ตบตีอิ่มไม่ยั้ง สองสาวซัดกันอุตลุด ขาบรีบเข้ามาแยกทั้งคู่ออก

“เฮ้ย...เดี๋ยวนังม้วน...เดี๋ยวๆนี่มันเรื่องอะไรกัน มาตบกันตรงนี้ไม่เกรงใจคุณมณีหรือไง” ขาบหันไปมองอีกที มณีจันทร์หายไปแล้ว...

ระหว่างที่คุณหญิงแสร์หนีไปหลบอยู่ในห้องตัวเองเพราะยังหาทางออกเรื่องมณีจันทร์ไม่ได้ คุณหญิงสรเดชโผล่พรวดเข้ามาตาม คุณหญิงแสร์รีบเล่นละครตบตาลงนั่งกุมท้องร้องโอดโอย

จังหวะนั้น มณีจันทร์เดินร้องไห้เข้ามา “ถ้าอยากไล่มณีออกไปจากบ้าน บอกมาตรงๆก็ได้นะเจ้าคะ คุณหญิงสั่งมาคำเดียว มณีจะไม่มาให้เห็นหน้าอีกเลย...มณีไม่ได้อยากอยู่ที่นี่ มณีคิดถึงแม่  มณีก็อยากกลับบ้าน  แต่กลับไม่ได้  แต่ถ้าคุณหญิงไม่ให้อยู่  มณีก็ไม่รู้จะทำยังไง  มณีไปอยู่ที่อื่นก็ไม่เป็น... ไปอยู่ที่อื่นไม่ได้” มณีจันทร์ปล่อยโฮ คุณหญิงแสร์รู้ทันทีม้วนไปไม่ทันอิ่ม ดึงมณีจันทร์มากอดไว้แน่น

“ไม่ใช่ลูก...เข้าใจผิดแล้ว แม่ไม่ได้ไล่ลูกนะ ไม่ได้ไล่... ฟังนะ คุณหญิงสรเดชท่านแค่ชวน แต่แม่น่ะตั้งใจจะปฏิเสธอยู่แล้ว ไม่เคยคิดเลยว่าจะให้แม่มณีเข้าไปอยู่ในวัง” คุณหญิงแสร์เผลอหลุดปาก

“อ้าวไม่เคยคิด...นี่อย่าบอกนะว่าที่ปวดท้องนั่นน่ะไม่ได้ปวดจริงๆ แค่จะปฏิเสธเนี่ยรึ” คุณหญิงสรเดชโวยวาย คุณหญิงแสร์ขอโทษที่ไม่กล้าบอกตรงๆ จังหวะนั้น ม้วนลากอิ่มเข้ามาเรียนคุณหญิงแสร์ว่าตนตั้งใจจะไปบอกความจริงกับมณีจันทร์ตามที่คุณหญิงแสร์สั่ง แต่ไม่ทันนังอิ่มปากเสีย ที่แต่งเรื่องจนวุ่นวายไปหมด

“คุณหญิงไม่ได้จะให้มณีไปหรือเจ้าคะ” มณีจันทร์ถามทั้งน้ำตา

“แม่รักแม่มณีเหมือนลูก พูดคำไหนคำนั้น แม่มณีเป็นสมบัติของเรือนนี้ จะไม่มีวันให้ไปอยู่ที่อื่น”

“โอ๊ย...พะเน้าพะนอกันเสียจริง เอาล่ะๆ ฉันพูดเองเออเองคนเดียว ไม่เกี่ยวกับแม่แสร์ พอใจหรือยัง...แม่แสร์นะแม่แสร์ ฉันรึอุตส่าห์หวังดี” คุณหญิงสรเดชบ่นอุบ

“อิฉันกราบขอโทษคุณหญิงจริงๆ ต่อไปภายหน้าอย่าพูดเรื่องแม่มณีให้ไปอยู่ในวังอีกเลยนะเจ้าคะ”

“ได้สิจ๊ะ แม่แสร์ได้เลย ฉันมันเสนอหน้าไม่เข้าเรื่องไม่บอกนี่นาว่ารักใครให้ท้ายกันขนาดนี้ อยากจะให้แม่มณีเป็นผู้หญิงพิลึกแค่ไหนก็ตามใจ ฉันไม่ยุ่งด้วยแล้วล่ะจ้ะ” คุณหญิงสรเดชงอนลุกหนี อิ่มแอบตามไปคุยด้วย คุณหญิงสรเดชยังบ่นไม่เลิกที่เห็นคุณหญิงแสร์รักใคร่มณีจันทร์ยิ่งกว่าแม่ลูกกันแท้ๆ อิ่มสาระแนทันที

“ก็บอกแล้วไงเจ้าคะ คุณหญิงแสร์น่ะเหมือนจะอยากได้คุณมณีมาเป็นลูกสะใภ้”

“นี่ยังดีนะ คุณหลวงเทพมีใจให้แม่ประยงค์ไม่อย่างนั้น ฉันคงต้องเสียหน้าไปมากกว่านี้”

“คุณหญิงใจเย็นๆเถอะเจ้าค่ะ หมั่นให้คุณประยงค์มาที่เรือนนี้ อีกหน่อยก็ได้ร่วมหอ เชื่ออิ่มเถอะเจ้าค่ะ”

ooooooo

ตั้งแต่ประยงค์เข้าใจผิดคิดว่าหลวงอัครเทพมีใจให้ตนเอง เธอกล้าพูดคุยกับเขามากขึ้นไม่เขินอายเหมือนก่อน ขณะร่วมกินข้าวกลางวันด้วยกัน ประยงค์ ก็จะคอยตักกับข้าวให้ และถามไถ่หลวงอัครเทพว่าอาหารที่เธอลงครัวด้วยตัวเองอร่อยถูกปากไหม

มณีจันทร์ซึ่งนั่งกินข้าวอยู่ด้วยเห็นท่าทีที่ประยงค์เอาอกเอาใจใกล้ชิดหลวงอัครเทพแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน...

ยิ่งประยงค์สนิทสนมกับหลวงอัครเทพมากเท่าไหร่ มณีจันทร์ยิ่งทำตัวเย็นชากับเขามากขึ้นเท่านั้น จนม้วนออกปากถาม ทำไมหมู่นี้เจ้านายสาวของตนกับหลวงอัครเทพถึงไม่ค่อยคุยกัน เห็นเจ้านายเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน

“ฉันอยากรีบทำงาน อยากทำให้เสร็จๆจะได้กลับบ้าน นี่ฉันหายมาเป็นอาทิตย์แล้วนะนี่”

อยู่ๆม้วนก็ร้องไห้กระซิกๆขึ้นมา มณีจันทร์แปลกใจม้วนร้องไห้ทำไม

“ก็คุณมณีพูดถึงบ้านบ่อยๆ หมู่นี้คุณอยากกลับบ้านแล้วถ้าคราวนี้คุณกลับไปแล้วไม่อยากมา คุณจะมาได้อีกหรือเจ้าคะ”

“จริงสิ” มณีจันทร์คิดคล้อยตาม

“เห็นไหมเจ้าคะ คุณคิดจะทิ้งที่นี่แล้วจริงๆด้วย”

มัวนปล่อยโฮมณีจันทร์ปลอบเท่าไหร่เธอก็ไม่หยุดร้อง...

ในระหว่างที่มณีจันทร์กำลังปลอบม้วนอยู่อีกภพหนึ่ง กุลวรางค์พยายามค้นหาเบาะแสจากมือถือที่มณีจันทร์ทิ้งไว้ในห้อง แต่ไม่ได้อะไรคืบหน้า เบอร์ที่มณีจันทร์ติดต่อด้วยมีแต่เบอร์ร้านหนังสือกับห้องสมุด

ooooooo

สายวันรุ่งขึ้น หลวงอัครเทพออกมาทำธุระแถวเรือนแพริมน้ำ เห็นหลวงเจนพาณิชย์นั่งดื่มเหล้าเมามายอยู่ที่แพขายยาดองเหล้า ท่าทางทรุดโทรมอมทุกข์ หลวงอัครเทพหันไปพูดกับขาบ

“นั่นหลวงเจนนี่ ทำไมมานั่งเมาอยู่ตรงนี้ ทุกทีใส่สูทโก้อยู่ห้าง มร.จอห์น”

“อ้อ...กระผมว่าจะบอกท่าน...คนแถวนี้พูดกันว่าหลวงเจนถูก มร.จอห์นไล่ออกขอรับ ก็เลยมานั่งเมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อวาน”

หลวงเจนพาณิชย์หันมาเห็นสองนายบ่าว เดินโซเซเข้ามาต่อว่าหลวงอัครเทพว่าเป็นต้นเหตุให้เขาต้องตกงาน แค้นครั้งนี้จนตายเขาไม่มีวันลืม หลวงอัครเทพทักท้วง หลวงเจนพาณิชย์จะตกงานได้อย่างไรในเมื่อเป็นถึงคุณหลวง งานในกรมกองของเขามีอีกมากมาย เขามีหน้าที่รับใช้ประเทศชาติไม่ใช่เฝ้าห้างของ มร.จอห์น

“ถุย...ชอบทำท่าอวดดีเหนือคนอื่น เนื้อแท้เอ็งมันก็แค่ไอ้ขี้โกง ขโมยของคนอื่นไม่พอ ยังให้น้องสาวมาหลอกเป็นบ้าแกล้งข้าอีก หลบหลังผู้หญิงนี่หว่า...มาเจอกันตัวต่อตัวไหมล่ะ” หลวงเจนพาณิชย์เสียงอ้อแอ้

“เป็นคนไทยเหมือนกันจะตีกันไปทำไม เก็บแรงไว้สู้กับต่างชาติจะดีกว่าไหมขอรับ”

หลวงเจนพาณิชย์โมโหเหวี่ยงหมัดใส่ หลวงอัครเทพเอี้ยวตัวหลบ หลวงเจนพาณิชย์ซึ่งเมาแอ่นอยู่แล้ว จึงเซเสียหลักล้มใส่แผงขายของ ก่อนจะร่วงลงไปกองกับพื้น ผู้คนแถวนั้นร้องวี้ดว้ายลั่น หลวงอัครเทพไม่สนใจผละจากไป หลวงเจนพาณิชย์มองตามอย่างเคียดแค้น...

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 12:51 น.