ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตามรักคืนใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สีหนาททำตามที่รับปากกับรามจริงๆ ในเช้าวันต่อมา ขนิษฐาถึงกับพูดไม่ออก ทั้งผิดหวังและน้อยใจที่หัวหน้าคนงานหนุ่มไม่เคยมองเห็นความรักของเธอเลย สีหนาทเข้าใจความรู้สึกญาติสาวดี สงสารและเห็นใจมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามโชคชะตา

หลังเคลียร์ปัญหาค้างใจให้ราม สีหนาทก็เข้าไร่ตามปกติ โดยมีหนูนาตามจดบันทึกเหมือนเคย และวันนี้เธอก็ได้ตื่นเต้นกว่าทุกวัน เพราะได้เห็นการล้มไม้สักเป็นครั้งแรก

สีหนาทกลัวผู้ช่วยสาวจะซุ่มซ่ามจนเป็นอันตรายเหมือนที่ผ่านมา เลยไล่ไปไกลๆ หนูนาทำตามคำสั่งแบบเสียไม่ได้ แล้วก็ได้ก่อเรื่องให้เจ้านายหนุ่มใจหายวาบจริงๆ ด้วยการหายตัวไปจากสายตาเขา!

หนูนาไม่ได้หายไปไหน แต่เอาหอยทากตัวน้อยไปปล่อยในป่าอีกด้าน แต่เพียงเท่านั้น ก็ทำให้สีหนาทแทบคลั่งด้วยความเป็นห่วง เมื่อตามตัวเจอก็ดุใหญ่ แต่หนูนาก็ไม่นึกโกรธ เพราะรู้ทันว่าเขาโวยก็เพราะห่วงมากเท่านั้นเอง

สีหนาทเห็นสายตาล้อๆก็เขินจัด ต้องตีหน้าเข้มกลบเกลื่อน หนูนาไม่อยากแกล้ง รีบเดินตาม แต่ไม่กี่ก้าวก็สะดุดเกือบหน้าคะมำ โชคดีที่เขารับร่างไว้ แล้วตัดสินใจช้อนร่างเธอจนตัวลอย

หนูนาตกใจที่ถูกอุ้ม หน้าแดงก่ำ “ปล่อยฉันลงเถอะค่ะ ฉันเดินได้จริงๆ”

“ฉันไม่ได้ห่วงว่าเธอจะเดินเองไม่ได้ แต่ถ้าปล่อยให้เดินเองมันช้า ไม่ทันใจฉัน กอดแน่นๆ...ฉันรีบ”

พูดจบก็รีบเดินไปดูงานต่อ ลอบยิ้มเจ้าเล่ห์ สมใจนักที่ได้ใกล้ชิดผู้ช่วยสาว ต่างจากหนูนา เห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของเหล่าคนงานก็อายมาก แหวลั่นให้ปล่อยลง ซึ่งเขาก็ยอมโดยดี แต่ไม่วายเตือนเสียงเข้ม

“อยู่ใกล้ฉันเอาไว้ การล้มไม้เป็นงานอันตรายที่สุด ฉันไม่อยากตามแซะเธอออกจากใต้ไม้!”

หนูนาหน้ามุ่ย ไม่ชอบที่ถูกดุเหมือนตัวเองเป็นเด็ก แต่เสียงเอะอะจากการล้มไม้ก็ทำให้นึกขยาด จนต้องขยับไปใกล้เขาอย่างช่วยไม่ได้ สีหนาทเห็นท่า

ผู้ช่วยสาว เลยช่วยยกมือปิดหูให้ พร้อมสบตาซึ้ง เหมือนจะบอกความในใจ จนทุกอย่างรอบตัวทั้งคู่เหมือนอยู่ในภวังค์...

ภาพหวานระหว่างเจ้านายหนุ่มกับผู้ช่วยสาวแห่งไร่บัวขาว กลายเป็นที่โจษจันของเหล่าคนงานทั้งไร่ ประจักษ์แก่สายตาดีว่าหนูนาตัวน้อย อดีตคนงานจอมป่วน คงได้เปลี่ยนสถานะเป็นอื่นในไม่ช้า

มีเพียงพวง ร้อนรนด้วยความอิจฉาและหึงหวง จนร่ำๆจะลาออกไปหางานทำในตัวเมือง ก้อนเอือมกับอาการฟูมฟายของลูกสาวเต็มที เลยยุส่งให้ไป แต่เขาจะไม่ส่งเสียสักบาท เธอต้องหาเงินเลี้ยงตัวเอง!

ooooooo

จุฑารัตน์ไม่ล้มเลิกความตั้งใจเรื่องเอาผิดศักดากับอดิศร เลยแอบตามสืบเงียบๆ จนระแคะระคายบางอย่าง ว่าอดิศรอาจเป็นตัวการเรื่องวางแผนลอบฆ่าสีหนาทกับหนูนาในป่า เมื่อกรกชทราบเรื่องในเวลาต่อมา ก็โมโหมาก ที่นักข่าวสาวเอาตัวเองไปเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

“คุณมันบ้าไปแล้วนี่...รู้ตัวหรือเปล่าว่าเป็นนักข่าว ไม่ใช่นักสืบ ไม่ใช่ตำรวจปราบปราม”

“ฉันไม่ได้มาให้คุณเลกเชอร์นะ ฉันต้องการประวัติอาชญากร ต้องการรู้ว่าไอ้คนที่อดิศรไปพบเป็นใคร”

สารวัตรหนุ่มอยากจะเป็นบ้ากับความรั้นของเธอ แต่จุฑารัตน์ก็ไม่สนใจ ยืนกรานจะช่วยสืบคดีด้วยตัวเอง

“แต่มันเป็นหน้าที่ตำรวจในการจับพวกผิดกฎหมาย มันอาจจะโยงไปถึงความผิดของพ่อเลี้ยงศักดากับนายอดิศรได้ ครั้งเนี้ยถือเป็นเรื่องใหญ่ ผมจะให้คนจ่ายเงินรางวัลให้คุณ แล้ว...”

จุฑารัตน์โกรธมากที่จะถูกกันออก สวนกลับเสียงเคร่ง “ไม่มีทาง ฉันต้องได้ทำข่าวเรื่องนี้ และติดตามการสืบสวนทุกขั้นตอน ถ้าฉันไม่ไปเสี่ยงทำอะไรบ้าๆ บอๆมา คุณจะได้หลักฐานนี้ไหม”

กรกชเถียงไม่ออก เพราะหลักฐานของเธอสำคัญต่อคดีจริงๆ เลยต้องยอมให้เธอช่วยสืบแบบเสียไม่ได้...

เย็นวันเดียวกันที่ไร่บัวขาว...หนูนาเลิกงานก็รับอาสาเอาปิ่นโตกับข้าวจากเรือนใหญ่ไปให้รามถึงบ้านพัก หัวหน้าคนงานหนุ่มอดยิ้มรับไม่ได้ เมื่อเห็นท่าทางกระตือรือร้นของผู้ช่วยสาวตัวเล็ก และชวนให้กินมื้อเย็นด้วยกัน

สีหนาทเห็นสีหน้าระรื่นแบบออกนอกหน้าของผู้ช่วยสาว ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ ต้องขอนั่งกินด้วยดื้อๆ รามเห็นท่าเจ้านายหนุ่มก็นึกรู้และเข้าใจดี แล้วต้องกลั้นยิ้มแทบแย่ เมื่ออีกฝ่ายแกล้งหยอดหนูนาที่กำลังเอร็ดอร่อยกับอาหาร

“ถ้าชอบทานขนาดนั้น ทำไมไม่หัดทำเองซะเลยล่ะ ให้แม่ไข่สอนให้สิ ต่อไปถึงจะเป็นนายคน มีคนคอยรับใช้ ไม่ต้องทำเอง แต่ทำเป็นไว้ก็จะคุมคนได้ ฝึกคนเป็น ไม่โดนเขาว่าเอาว่าดีแต่สั่ง!”

หนูนายังเข็ดกับประสบการณ์เกือบเผาครัวเลยปฏิเสธ อดเคืองสีหนาทไม่ได้ที่ชอบแกล้ง แต่แป้นกลับไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่าเจ้านายหนุ่มคงอยากเตรียมตัวเพื่อนสาวร่างเล็กให้เป็นแม่ศรีเรือนมากกว่า

“คุณสิงห์คงหึงล่ะสิ ถึงกับไปนั่งกันท่า นี่คงไม่อยากให้แกอยู่กับน้ารามสองต่อสอง”

“บ้า...หึงอะไรกัน คอยจับผิดล่ะสิไม่ว่า”

“ถ้าไม่หึงแล้วเขาจะจับผิดแกทำไม”

“ก็หวงคนงานน่ะสิ เขาเคยว่าฉันด้วยว่าฉันน่ะทำไร่นี้ปั่นป่วน เพราะไปยุ่งกับน้าราม”

แป้นส่ายหน้าขำๆกับอาการตีมึนของเพื่อนสาวร่างเล็ก ไม่อยากจะบอกเลย...ว่าคงปากแข็งได้ไม่นาน เจ้านายหนุ่มแสดงออกชัดขนาดนี้...หนูนาตัวน้อยหนีราชสีห์หนุ่มไม่พ้นแน่!

ooooooo

หนูนาตื่นเช้าไปเข้างานที่เรือนสีหนาท หนึ่งชั่วโมงก่อนเวลางานปกติตามคำสั่งเจ้านายหนุ่ม แต่คนสั่งกลับหายหน้า มีเพียงไข่กับบุญตาออกมารับ และพาไปเรียนทำอาหารในครัว

ผู้ช่วยสาวร่างเล็กไม่อยากเรียน ยังขยาดวีรกรรมเก่า แต่ความใจเย็นของไข่ ก็ทำให้บทเรียนแรกผ่านไปด้วยดี โดยไม่รู้เลยว่าสีหนาทแอบมองและเอาใจช่วยไม่ห่าง หนูนามองอาหารจานแรกฝีมือตัวเองด้วยความปลื้มใจ ไข่มองมาด้วยความเอ็นดู ก่อนจะทิ้งลูกศิษย์หมาดๆให้นั่งกินมื้อเช้าคนเดียว บุญตาไม่เข้าใจ อยากร่วมโต๊ะกับหนูนาด้วย แต่ไข่ก็ไม่ยอม

“เฮ้อ...รู้จักคิดบ้างไหมเนี่ย อ้อ...อีกอย่าง ต่อไปนี้ห้ามขึ้นนังกับหนูนาด้วย”

“ทำไมจะเรียกไม่ได้ล่ะป้า”

“ทำไมน่ะเหรอ คิดเองบ้างสิ เรื่องแค่นี้ต้องให้บอกทุกอย่างเลยหรือไง...เฮ้อ”

บุญตายังคิดไม่ได้ มองมาทางแม่ครัวใหญ่ค้อนๆ แล้วผละไปกินข้าวในครัว ทิ้งไข่ให้นึกถึงบทสนทนาเมื่อเย็นวานกับสีหนาท ตอนเขามาขอให้ช่วยสอนทำอาหารและการดูแลเรือนให้หนูนา

“แม่ไข่อยู่ที่นี่มานาน ฉันรู้ว่าแม่ไข่ไว้ใจได้...ฉันฝากหนูนาด้วยนะ”

ไข่เห็นสีหน้าเจ้านายหนุ่ม ก็พอเข้าใจสถานการณ์ พยักหน้ารับปากยิ้มๆ อดเย้าไม่ได้

“ให้สอนทำกับข้าว สอนดูแลเฮือน...แบบนี้จะเตรียมให้หนูนาเป็นแม่เฮือนไผเจ้า”

สีหนาทไม่ตอบ แต่ส่งยิ้มกว้าง พร้อมนัยน์ตาพราวระยับให้แทน...

ขณะที่สีหนาทฝึกหนูนาให้เป็นแม่ศรีเรือน...ขนิษฐาเก็บงำความขมขื่นใจเรื่องรามไว้คนเดียว แล้วระบายออกด้วยการหมกมุ่นกับงานโรงแรมจนทุกคนรอบข้างเป็นห่วง โดยเฉพาะเลขาสาว ซึ่งรู้ดีว่านอกจากงานหนักที่โรงแรมแล้ว เจ้านายสาวยังต้องรับมืออดิศรที่ร่วมเป็นกรรมการจัดงานใหญ่ประจำจังหวัดอีกด้วย

รามซึ่งเพิ่งหายจากแผลถูกยิง แวะมาดูต้นไม้ในสวนของโรงแรม จึงได้รู้ถึงความกังวลใจของเลขาสาว โดยเฉพาะเรื่องอดิศร และถึงกับเครียดหนัก เพราะไม่รู้จะช่วยหรือเตือนขนิษฐาอย่างไรดี

เรื่องกลุ้มใจเกี่ยวกับขนิษฐา วนเวียนในหัวรามถึงเวลาเย็น จนเมื่อหนูนาซึ่งกำลังเห่อกับการเข้าครัวแวะมาหา พร้อมปิ่นโตอาหารฝีมือตัวเอง ก็ทำให้หัวหน้าคนงานหนุ่มอดยิ้มรับไม่ได้ ลืมความกังวลใจไปชั่วขณะ

“นี่ถ้าที่บ้านหนูนารู้ว่าหนูนาทำอาหารได้ คงตกใจกันจนหงายหลัง”

“ถ้าพ่อแม่หนูได้ชิมคงจะภูมิใจ เหมือนมีแม่ครัวเอกอยู่ในบ้านเลยล่ะ”

รามชิมอาหารและชมเปาะว่าอร่อย หนูนาปลื้มมาก จนน้ำตาไหลไม่รู้ตัว

“หนูคิดถึงพ่อ...หนูก็อยากให้พ่อภูมิใจในตัวหนูอย่างที่น้ารามบอก”

“ไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่ดีใจที่ลูกทำสิ่งดีๆให้หรอกนะหนู”

หนูนาสะเทือนใจมาก ร้องไห้ใหญ่ จนรามต้องปลอบ พร้อมกับลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดู

“ท่าเราจะคิดถึงบ้านมากนะเนี่ย พูดแค่นี้ถึงกับน้ำตาไหล”

“ค่ะ...หนูนาคิดถึงพ่อ คิดถึงมากๆ”

รามสะกิดใจกับท่าทางแปลกๆ แต่ไม่อยากคิดมาก ชวนคุยเรื่องอื่นเพื่อคลายบรรยากาศ หนูนายิ้มทั้งน้ำตา พร้อมกับปลอบใจตัวเอง ว่าถึงแม้จะยังไม่ได้บอกความจริง แต่ก็ดีแค่ไหนที่มีโอกาสใกล้ชิดพ่ออย่างวันนี้

ooooooo

บทสนทนาบนโต๊ะอาหารระหว่างรามกับหนูนา เปลี่ยนจากดราม่าเรื่องพ่อ เป็นเรื่องบทเรียนการเข้าครัววันแรก หนูนายิ้มเขินๆ เล่าอย่างไม่ปิดบังว่าสนุกมาก แถมไข่ก็ใจเย็นมาก แม้เธอจะทำของเสียกี่ครั้ง ก็ไม่เคยบ่นหรือดุ ต่างจากตอนสอนบุญตาลิบลับ รามได้ฟังก็พอจะเข้าใจสถานการณ์ และพูดเป็นนัยๆ

“ป้าไข่แกคุมเรือนมานาน รู้อะไรดีๆ รู้ว่าใครควรดุ ใครไม่ควร”

หนูนานิ่วหน้า ยังไม่เข้าใจสถานะที่กำลังเปลี่ยนไปของตัวเอง “แกไม่ดุก็จริง แต่แกก็ไม่ยอมกินข้าวกับหนูนา ไม่รู้ว่าทำไม ตอนหนูนาเป็นคนงานไร่ ทำงานด้วยกันแค่วันเดียวก็คุ้นเคยกันหมด แต่พอมาทำผู้ช่วยเนี่ยทุกคนดีกับหนูก็จริง แต่ดูเกร็งๆ มันอึดอัดยังไงไม่รู้ค่ะ... บางทีก็อยากจะขอกลับมาทำงานไร่ใหม่นะคะ”

“อย่าเลย...คุณสิงห์ไม่ยอมหรอก คุณสิงห์ดีกับหนูมากนะ บางทีอาจจะทำให้คนอื่นเกรงใจหนูไปด้วย”

“หนูอยากให้เขาช่วยหวังดีให้น้อยกว่านี้ หนูอยากจะเป็นเหมือนคนอื่นๆในไร่มากกว่า”

รามส่ายหน้ายิ้มๆ ทิ้งท้ายเสียงอ่อน “ไม่ได้หรอกหนู อะไรที่มันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว มันก็ต้องเปลี่ยน เมื่อก่อนก็คือเมื่อก่อน ตอนนี้...หนูยอมรับสิ่งดีๆที่เข้ามา แล้วมันก็จะดีเอง”

พูดจบก็ยกจานไปเก็บ ทิ้งหนูนาให้มองตามเศร้าๆ ไม่ได้คิดถึงเรื่องสีหนาทแม้แต่น้อย แต่น้อยใจพ่อมากกว่า จนต้องตัดพ้อในใจ “สิ่งต่างๆมันต้องเปลี่ยนแปลง รวมทั้งพ่อด้วยใช่ไหมคะ”

รามไม่รู้เรื่องความลับของหนูนา และไม่ทันสังเกตแววตาแปลกๆของเธอ มัวคิดมากด้วยความเป็นห่วงขนิษฐา จนต้องแอบตามไปดูถึงสถานที่จัดการประชุมเรื่องงานประจำจังหวัดในเช้าวันต่อมา

ขนิษฐากลัวการเผชิญหน้ากับอดิศรอย่างที่คาด และพยายามเร่งคุยงานให้เสร็จ แล้วขอตัวกลับก่อน เลยได้พบกับราม ซึ่งมาดักรอเพื่อขอให้เธอระวังตัว และบอกเรื่องนี้กับสีหนาท

“นี่พี่สิงห์ให้น้ารามมารับน้องหรือคะ”

“คุณสิงห์ยังไม่ทราบ ผมรู้จากเลขาคุณน้อง เธอเป็นห่วงที่รู้ว่านายอดิศรก็มางานนี้ด้วย”

ขนิษฐาหัวใจพองโตด้วยความหวัง “แปลว่า...ที่น้ารามมาที่นี่ ไม่ใช่เพราะคำสั่งพี่สิงห์...เป็นห่วงน้องหรือคะ”

รามไม่สบตา แต่พูดเตือนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จริงใจ “คุณน้องเคยขอให้ผมอย่าเอาตัวไปเสี่ยงอันตราย แล้วถ้าผมจะขอให้คุณน้องอย่าเสี่ยง อย่าทำแบบนี้อีก...จะได้ไหมครับ”

“นี่น้ารามพูดเอง หรือว่าพูดแทนพี่สิงห์คะ”

“จะผมพูดหรือคุณสิงห์พูด มันก็ไม่สำคัญหรอกครับ”

“สำคัญสิคะ ก็ถ้าน้ารามพูด น้อง...” ขนิษฐาสบตาดูท่าที แต่รามก็ทำเฉย ไม่บอกความรู้สึกเหมือนเคย เลยพูดไม่ออก “น้องนึกว่าน้ารามยังไม่พอใจเรื่องที่น้องให้น้ารามมาพักฟื้นที่เรือนใหญ่ แต่พอน้ารามตามน้องมาที่นี่ รู้ไหมคะว่าน้องโล่งใจมากแค่ไหน”

“คุณน้องไม่ควรจะคิดแบบนั้นเรื่องพักฟื้น ผมรู้ว่าคุณหวังดี เพียงแต่ผม...รับความหวังดีนั้นไว้ไม่ได้”

ขนิษฐาอึ้งไปอึดใจ สะเทือนใจมาก แต่ก็พยายามทำเข้มแข็งกลบเกลื่อน

“ช่างมันเถอะค่ะ แต่ความหวังดีที่น้ารามให้น้อง น้องจะรับไว้...และน้องจะจำไว้”

ท่าทางของเจ้านายสาว ทำให้รามรู้สึกผิดมาก แต่ไม่ทันปลอบ ทั้งสองก็ต้องผงะ เมื่ออดิศรตามมาทัน และพยายามจะตอแยขนิษฐา รามเข้าขวางและเกือบมีเรื่องกับอดิศรอยู่แล้ว ถ้าศักดาจะไม่ควงรัศมีมาห้ามเสียก่อน!

ooooooo

การเจอกันครั้งแรกในรอบหลายปี ทำให้รามกับรัศมีถึงกับพูดไม่ออก ไม่คิดมาก่อนว่าจะเจอกันในสภาพและสถานการณ์แบบนี้ แต่เพียงไม่นาน รัศมีก็ตั้งหลักได้ และเปิดฉากแหวใส่อดีตสามีด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด เมื่อเขาถลามาจับตัว ตอนเธอสะดุดเท้าตัวเองจนเกือบล้มคะมำสัมผัสจากมือกร้านของอดีตสามี ทำให้รัศมีสะดุ้งเหมือนโดนไฟลวก จนต้องสะบัดออกอย่างแรง

“แก...อย่ามาแตะตัวฉัน ออกไปนะ!”

เสียงตวาดของรัศมี ดึงความสนใจจากทุกคน โดยเฉพาะขนิษฐา ซึ่งออกโรงปกป้องรามเหมือนเคย จนรัศมีอดหมั่นไส้ไม่ได้ และไม่รีรอจะหยามเกียรติ เหยียดหยามและดูถูกรามต่อหน้าทุกคน

“พวกคนงาน...มันมากับคุณเหรอ ทีหลังสั่งสอนกันด้วยนะ ว่าอย่าทำรุ่มร่ามกับคนแปลกหน้า”

รามมองมาแบบไม่อยากเชื่อว่าอดีตภรรยาจะพูดเช่นนี้ แต่ขนิษฐาไม่รู้เรื่อง โต้กลับด้วยความโกรธจัด

“ค่ะ...ฉันจะเตือนน้าราม...ว่าอย่าทำดีกับคนที่ไม่มอง ไม่เห็นค่าน้ำใจคน”

รัศมีปรี๊ดแตก “หล่อนไม่รู้จักผู้ชายพรรค์นี้ดีหรอกนะ ต่อหน้าดูหงิมๆ พินอบพิเทา แต่จริงๆแล้วไม่รู้จักเจียม!”

“ฉันไม่ทราบว่าที่คุณพูดมาคุณพูดถึงใคร แต่ไม่ใช่น้ารามแน่ๆ”

ศักดากับอดิศรเห็นท่าไม่ดี พยายามเข้าขวาง และแยกสองสาวออกจากกัน รัศมีเลยได้รู้ตอนนั้นเอง ว่าหญิงสาวแบบบางที่ปะทะคารมกับเธอ แท้จริงก็คือขนิษฐา น้องสาวคนเดียวของสีหนาท คู่ปรับตัวฉกาจของสองพ่อลูก และหญิงสาวคนเดียวที่อดิศรทำท่าจะจริงจังด้วย

แต่ความจริงนั้น ก็ไม่ได้ทำให้รัศมีเกรงใจ ปรี่ไปฟ้องเจ้าของงาน ให้ตัดขนิษฐาออกจากคณะทำงาน ทุกคนมองมาด้วยความอึดอัด เพราะคนสั่งไม่ได้รับผิดชอบงานโดยตรง แต่เป็นแค่คนรักศักดา หนึ่งในคณะทำงานเท่านั้น

ขนิษฐาได้ยินทุกอย่าง แต่ไม่ยี่หระ แถมตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้าใครอีกต่างหาก ว่าหากเธอหรือรามเข้ามาในส่วนจัดงานไม่ได้ เธอก็ยินดีถอนตัว ไม่ยุ่งและไม่ข้องเกี่ยวกับงานนี้อีกต่อไป!

เจ้าของงานถึงกับกุมขมับ และสุดท้าย...ผลก็เป็นตามคาด คือขนิษฐายังได้ทำงานต่อ โดยที่รัศมีทำอะไรไม่ได้ นอกจากปลีกตัวไปทำใจและปรับอารมณ์ รวมทั้งตรวจดูความเรียบร้อยของชุดที่ยับและเยินไปเป็นแถบเพราะเกือบล้มเมื่อกี้ ส่วนรามไปส่งขนิษฐาที่รถ และขอตัวดื้อๆ เพราะคิดว่ามีธุระบางอย่างต้องเคลียร์กับอดีตภรรยา

รัศมีถึงกับผงะ เมื่อต้องเผชิญหน้าอดีตสามีอีกครั้ง เมื่อตั้งสติได้ ก็พยายามเดินหนี แต่เขาก็ตามไปดักหน้า

“แกต้องการอะไรกันแน่ เมื่อกี้นี้ยังไม่ชัดเหรอ ว่าฉันขยะแขยง ไม่อยากให้ใครรู้ด้วยซ้ำว่าฉันเคยรู้จักคนอย่างแก แล้วอย่าคิดนะว่าจะบอกใครเรื่องของเรา เพราะสารรูปอย่างแก พูดไปก็คงไม่มีใครเขาเชื่อหรอก”

“ถ้าคุณกังวลเรื่องนั้นล่ะก็ ไม่ต้องห่วง...ผมรู้ตัวผมดี แต่เรื่องที่ผมอยากจะคุย...”

รัศมีไม่รอให้รามพูดจบก็โพล่งขัด “ก็น่าจะรู้ตั้งนานแล้ว แกจะได้ไม่ต้องมาทำลายชีวิตฉันเพราะเรื่องชั่วๆที่แกทำ แล้วก็ไอ้จดหมายบ้าๆที่แกส่งมา ฉันต้องเดือดร้อนแค่ไหนรู้ไหม”

รามอึ้งไปอึดใจ ไม่ทันโต้ รัศมีก็แหวออกมาก่อน แถมลามปามถึงขนิษฐา ว่าคงเป็นคู่รักคนใหม่ของเขา รามหน้าตึง ออกโรงปกป้องขนิษฐาทันที แล้วตัดบท ถามเรื่องที่คาใจมานาน

“ผม...ผมแค่ต้องการคุยเรื่องลูก เรื่องนารา”

“ทำไม...ถ้าแกจะเรียกร้องเอาอะไรล่ะก็ อย่าหวังเลย คนอย่างแกไม่สมควรได้ชื่อว่าเป็นพ่อยายนาด้วยซ้ำ”

“รัศมี...ที่ผ่านมาผมก็ยอมคุณมาตลอด แต่เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว เรามาคุยกันแบบผู้ใหญ่จะได้ไหม”

รัศมีโมโหมาก เข้าใจว่าลูกสาวคนเดียวคงออเซาะพ่อจนเธอต้องมาเจอเรื่องน่าอับอายนี้ แต่รามก็ทำให้เธอชะงัก เมื่อเขาถามถึงนารา ราวกับคนที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน

“ขอร้องล่ะ ผมก็เป็นพ่อ ผมไม่มีสิทธิ์จะเจอลูกเลยอย่างนั้นเหรอ ที่ผ่านมา...ลูกไม่เคยถามถึงผมบ้างเลยเหรอ ไม่เคยเลยจริงๆเหรอ ผมไม่เชื่อว่าแกจะลืมผมไปแล้วหรอกนะรัศมี”

รัศมีถึงกับพูดไม่ออก งุนงงไปหมดกับปฏิกิริยาของอดีตสามี และก่อนจะไขข้อข้องใจ ศักดาก็โผล่มาเอาเรื่องราม ที่ริอ่านมายุ่งกับรัศมี ไฮโซสาวกลัวรามปูดเรื่องตัวเองเคยเป็นอดีตภรรยา เลยถลาไปห้ามและลากตัวพ่อเลี้ยงใหญ่ออกไป รามได้แต่มองตามด้วยความเจ็บช้ำ เสียใจมากที่ถูกดูหมิ่น และถูกกีดกันเรื่องลูก

ooooooo

คำยืนยันจากปากสีหนาท จะให้หนูนาเป็นนายหญิงคนต่อไปของไร่บัวขาว ทำให้ไข่ปลื้มใจมาก และตัดสินใจนำปิ่นปักผม ของรักของหวงของแม่เจ้านายหนุ่มมามอบให้

สีหนาทรับมาดูแล้วยิ้มกว้าง “แม่ฉันมาเข้าฝันแม่ไข่เหรอ แม่ให้มาทาบทามหรือยังไง”

ไข่มองมาค้อนๆ ก่อนจะเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณน่ะ...ทำเป็นเล่นไป ให้ป้าฝึกสอนงานเรือนให้อีหล้าหนูนา แต่ไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ประเดี๋ยวเต๊อะ เจอหนุ่มอื่นคว้าไปจะรู้สึก”

“ใครมันจะกล้า ถ้าเป็นคนแถวนี้ จะจับส่งออกชายแดนไปเลย”

ไข่ส่ายหน้าให้แก่ความช่างหยอกช่างเย้าของเจ้านายหนุ่ม รู้ดีว่าภายใต้ท่าทางขี้เล่นนั้น ซ่อนความจริงจังและจริงใจไว้แค่ไหน และสีหนาทก็ได้พิสูจน์ความจริงข้อนี้ ด้วยการบุกไปคุยกับผู้ช่วยสาวในเวลาต่อมาหนูนามีสีหน้างงสุดขีด เมื่อจู่ๆเจ้านายหนุ่มก็ทวงค่าสอนทำอาหาร

“ถ้าจะหักเงินเดือนฉันให้ป้าไข่ ฉันไม่มีปัญหาหรอกค่ะ เพราะฉันก็ขอบคุณที่ป้าเขาสอนฉัน แต่ถ้าให้คุณ...”

“ทำไม...ให้ฉันมันไม่ถูกตรงไหน ถ้าฉันไม่ให้แม่ไข่สอนเธอ เธอจะได้เรียนเหรอ”

“เจ้าเล่ห์...ทีแรกไม่เห็นบอกเลยว่าจะคิดค่าสอน แล้วฉันก็ไม่ได้เป็นคนอยากเรียนซะหน่อย”

“ใครน้า...หอบกับข้าวกับปลาหน้าบานไปอวดน้ารามได้เกือบทุกวัน ถ้าฉันไม่ให้แม่ไข่สอน เธอจะได้อวดเหรอ”

“ฉันรู้แล้วว่าเถียงไม่ชนะพ่อค้าตัวเอ้อย่างคุณ คุณจะคิดเท่าไหร่ล่ะค่าสอนน่ะ”

ค่าสอนของสีหนาท คือการทำอาหารให้เขากินเย็นนี้ หนูนาพอจะเข้าใจความหมายจากดวงตาวิบวับนั้น แต่ก็แกล้งทำไม่รู้เรื่อง จนแป้นซึ่งรู้เรื่องหลังจากนั้น อดแซวไม่ได้ ว่าอย่าเล่นตัวนักเลย เดี๋ยวจะชวด!

ระหว่างที่สีหนาทกับหนูนาพัฒนาความสัมพันธ์ รามต้องประสาทเสียอย่างหนัก เรื่องรัศมีกีดกันไม่ให้เจอลูก จนเกือบขับรถชน ไม่ต่างจากรัศมี เครียดหนักกลัวความลับแตก จนต้องโทร.ไปหยั่งเชิงจากพ่อ วรรณคร้านจะฟังลูกสาวคนเดียวพูดถึงหลานสาวสุดที่รักอย่างเสียๆหายๆ เลยตัดบทวางสายดื้อๆ

รัศมีได้แต่มองโทรศัพท์ในมืองงๆ คำถามของอดีตสามีถึงลูกสาวลอยมาในหัวอีกครั้ง รวมทั้งคำบอกเล่าของพ่อที่ว่ารามเพิ่งถูกยิงและนาราจะขออยู่ไร่บัวขาวต่อเพื่อดูแล พยายามปะติดปะต่อเรื่องราว แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

“ยายนาไม่ได้หลอกคุณพ่อ พ่อเลี้ยงบอกว่ารามถูกยิงจริงๆ แต่ทำไม...รามถึงถามเราเรื่องยายนาเหมือนไม่เคยเจอกัน หรือว่า...ยายนา...ยายตัวก่อเรื่อง แกทำอะไรของแกอยู่กันแน่เนี่ย!”

ขณะที่รัศมีพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว หนูนาตื่นตะลึงกับข้อมูลใหม่จากจุฑารัตน์ ที่ว่าแม่เป็นหุ้นส่วนของพ่อเลี้ยงศักดาในโครงการบ่อนที่สามเหลี่ยมทองคำ นักข่าวสาวอึดอัดใจมาก ไม่อยากบอกให้เพื่อนเป็นกังวล แต่เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ และส่อเค้าไม่ดี เลยอยากให้เพื่อนสาวร่างเล็กเตือนรัศมีหากมีโอกาส

หนูนาหรือนาราในคราบคนงานสาวกลุ้มใจมาก ถอนใจหนักหน่วง ไม่รู้จะได้เจอแม่เมื่อไหร่ จุฑารัตน์พอเข้าใจสถานการณ์ และตั้งท่าจะเตือนเรื่องอื่นอีก แต่ไม่ทันอ้าปาก หนูนาก็ขอวางสาย เพราะรำคาญเสียงเหน็บแนมของพวกพวง ซึ่งมาต่อคิวคุยโทรศัพท์ที่ร้านชำของประกอบในเวลาเดียวกัน

ooooooo

หนูนาเคืองไม่น้อยที่ถูกขัดคอตอนคุยธุระสำคัญกับจุฑารัตน์ แต่ก็ต้องพยายามปัดทุกอย่างทิ้ง เมื่อเห็นว่าได้เวลานัดหมายไว้กับสีหนาท จะไปทำข้าวเย็นให้ แลกกับค่าสอนทำกับข้าวของป้าไข่

แต่เมื่อไปถึงเรือนสีหนาท กลับไม่พบใคร เลยถือโอกาสแอบใช้โทรศัพท์ในห้องทำงานของเจ้านายหนุ่มโทร.หาจุฑารัตน์เพื่อคุยเรื่องที่ค้างไว้ นักข่าวสาวไม่ติดใจเรื่องเพื่อนแอบใช้โทรศัพท์ของสีหนาท เพราะร้อนใจอยากบอกเรื่องเบาะแสสำคัญ ที่ว่าศักดากับอดิศรคือนายทุนลักลอบค้าไม้รายใหญ่ที่ทางการต้องการตัวมากที่สุด

หนูนาถึงกับอึ้งไปอึดใจ และตะลึงกว่าเดิมเมื่อได้ยินประโยคต่อมา “ที่ฉันบอกเนี่ย ไม่ใช่เพราะห่วงเรื่องแม่แกอย่างเดียวนะ แกก็ได้ยินเขาลือกันใช่ไหม ว่าอุบัติเหตุที่แกกับคุณสิงห์ต้องไปติดป่าน่ะ อาจจะมีสองคนนี้อยู่เบื้องหลัง”

“แต่คุณสิงห์ไม่ยอมพูดเรื่องนี้กับฉันเลย”

“คงกลัวว่าถ้าแกรู้อะไรมาก จะยิ่งไม่ปลอดภัย เพราะตอนนี้แกอยู่ในฐานะผู้ช่วยของเขา”

ข้อสันนิษฐานของเพื่อนฟังดูเป็นเหตุเป็นผลดี แต่หนูนาก็อดเครียดไม่ได้ ไม่คิดมาก่อนเลยว่าภารกิจตามล่าหารักของพ่อจะนำมาซึ่งเรื่องวุ่นวายและเสี่ยงอันตรายขนาดนี้จุฑารัตน์อยากให้เพื่อนออกมาจากไร่เพื่อความปลอดภัย แต่หนูนาก็ยืนยันความต้องการเดิม

“ยังไงฉันก็ต้องอยู่ต่อนะจุ๊ ยังไม่ไปไหนทั้งนั้น ขอบใจมากที่เป็นห่วง ฉันจะระวังตัวให้มาก แค่นี้นะ”

พูดจบก็วางสาย แล้วก็ได้สะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นว่าสีหนาทยืนอยู่ไม่ไกลกันนั้น พร้อมสายตาสงสัย ว่าผู้ช่วยสาวตัวเล็กของเขามาทำอะไรลับๆล่อๆในห้องทำงานเวลานี้ หนูนาหน้าเสีย อึกๆอักๆ แก้ตัวและเสนอจะจ่ายค่าโทรศัพท์คืนให้ แต่สีหนาทก็ไม่สนใจ เพราะอยากรู้มากกว่าว่าเธอเพิ่งคุยโทรศัพท์กับใคร!

หนูนาชะงัก ร้อนรนจนต้องแหวออกไป “ที่คุณถามเนี่ย เป็นเรื่องส่วนตัวของฉันนะคะ”

“ฉันแค่ถามว่าเธอคุยกับใคร ทำไมต้องรีบอ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัวด้วย คำถามแบบเนี้ย ถ้าคนที่ไม่มีความลับ มันตอบง่ายมาก คุยกับที่บ้าน คุยกับเพื่อน คุยกับพี่น้อง ทำไมถึงตอบไม่ได้ล่ะหนูนา”

“ฉันไม่ได้มีความลับ ฉันแค่...ไม่ชอบให้ใครมาคอยเช็กเรื่องส่วนตัว”

“เธอไม่ชอบให้ใครเช็กเรื่องส่วนตัว แล้วไม่คิดบ้างเหรอว่าคนอื่นก็ไม่ชอบที่เธอทำตัวมีลับลมคมใน”

หนูนาถึงกับพูดไม่ออก กลัวมากว่าเขาจะจับโกหกได้ บวกกับความน้อยใจ เลยโพล่งออกไป

“ฉันลืมไปว่านายสิงห์มีทั้งคนลอบฆ่า มีขโมยเข้าไร่ ก็เลยไม่ไว้ใจ ถ้าผู้ช่วยจะไม่ยอมรายงานว่าโทร.หาใคร!”

สีหนาทเห็นเธอโกรธก็ลดท่าทีขึงขังเหมือนจะง้อ แต่หนูนาก็ของขึ้นเสียแล้ว “ถ้าคุณอยากรู้ ก็ได้ค่ะ...ฉันโทร.หาคุณจุฑารัตน์ หลังเหตุการณ์ในป่า เขาก็ห่วงคุณ แล้วก็ห่วงฉันด้วย คุณอยากเช็กไหมคะว่าฉันพูดจริงหรือเปล่า”

หนูนาท้าทายอย่างไม่กลัว สีหนาทไม่อยากให้เสียฤกษ์ดีจะสารภาพความในใจกับเธอ เลยพยายามไกล่เกลี่ย และไม่ซักไซ้ให้เธอโกรธอีก แต่หนูนาก็ไม่มีอารมณ์ทำอาหารแล้ว และขอตัวกลับดื้อๆ

เป็นอันว่าอาหารมื้อใหญ่ที่ไข่แอบเตรียมไว้ฉลองให้สีหนาทที่จะสารภาพรักกับหนูนาเลยต้องเป็นหมัน แม่ครัวใหญ่ไม่เข้าใจ อยากรู้เหตุผล แต่สีหนาทก็ไม่ยอมให้ความกระจ่างใดๆ

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก ฉันยังแน่ใจสิ่งที่ตาฉันเห็น และใจสัมผัสได้ เพียงแต่...มีบางเรื่องที่ต้องรู้ให้ได้ซะก่อน...”

ooooooo

ระหว่างทางกลับเรือนพัก หนูนาเห็นแสงสว่างจากบ้านพักรามเลยแวะหา แต่เขากลับมีท่าทางเครียดๆ และอยากอยู่คนเดียว จนเธอต้องขอตัวกลับ เพราะไม่อยากกวนใจ แต่กระนั้น...ก็อดห่วงไม่ได้ ตัดสินใจทำข้าวต้มยกไปให้เขาถึงบ้านในอีกไม่ถึงชั่วโมงต่อมา พร้อมกระดาษโน้ตที่มีข้อความและรูปสายรุ้ง

“เคยมีคนบอกหนูนาว่าสายรุ้งจะช่วยขับไล่ความมืด และให้ความหวังกับเราได้ หนูนาให้เจ้ารุ้งน้อยมาขับไล่ความมืดที่รบกวนน้ารามออกไปนะคะ”

รามถึงกับอึ้งไปอึดใจ เพราะคำอวยพรของสาวร่างเล็ก เหมือนกับที่เขาเคยบอกลูกสาวเมื่อหลายปีก่อน

“นารา...เห็นบนฟ้านั่นไหมลูก นั่นล่ะเขาเรียกว่ารุ้ง สวยมากๆเลยใช่ไหม เวลาที่พ่อได้เห็นรุ้งหลังจากพายุใหญ่ผ่านไป มันทำให้ใจพ่อคลายทุกข์ และกลับมามีความหวังได้อีกครั้ง”

และก็เพราะข้อความนั้นแท้ๆ ทำให้เขายอมออกจากบ้าน มองหาหนูนา แต่เธอก็ไม่อยู่แล้ว ทิ้งให้เขาจมกับอดีตที่ผุดมากระแทกใจอีกครั้ง “นารา...หนูคือรางวัลหลังความยากลำบาก เป็นความหวังของพ่อ นารา... หนูคือสิ่งสวยงามที่สุด ลูกคือสายรุ้งของพ่อ...”

สีหนาทเริ่มต้นตามหาข้อสงสัยของตนในคืนเดียวกันนั่นเอง ด้วยการขอความช่วยเหลือจากกรกช ให้ช่วยสืบเรื่องผู้ช่วยสาว ซึ่งสารวัตรใหญ่ก็ให้ความร่วมมืออย่างดี ส่วนราม...หลับตาลงพร้อมความหนักใจและทุกข์ใจอย่างหนัก โดยเฉพาะเรื่องลูก จนต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างในเช้าวันต่อมา

ขนิษฐาตื่นแต่เช้าเอาอาหารมาให้รามถึงเรือนพัก ตอบแทนเรื่องเมื่อวาน เลยทันได้ยินเขาพูดโทรศัพท์กับใครบางคน ให้ส่งเอกสารถึงรัศมีที่รีสอร์ตของศักดา แต่เมื่อเธอถามเขากลับโกหกว่าแค่โทร.สั่งอุปกรณ์ในไร่เท่านั้น

ฝ่ายหนูนา...เลี่ยงไม่ตอบคำถามแป้น เรื่องไปทำอาหารเย็นให้สีหนาท แล้วชวนเข้าเมืองด้วยกัน เพราะเป็นวันหยุด แต่แผนทั้งหมดก็ถูกล่ม เพราะเจ้านายหนุ่มที่เธอพยายามหลบหน้า ตามมาลากตัวไปทำงานด้วย

สีหนาทแทบหมดแรง กว่าจะลากตัวผู้ช่วยสาวแยกมาได้ แล้วก็แทบเป็นบ้า เมื่อเธอพรวดพราด เปิดประตูลงจากรถกลางทาง เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้พาไปทำงานอย่างที่อ้าง แต่จะพาไปไหนไม่รู้

“ใครใช้ให้ลงมาจริงๆ ฉันแค่แกล้งจอดไปอย่างนั้นเอง”

“ฉันเดินได้ ดีกว่าอยู่ในรถกับคนเจ้าเล่ห์”

หนูนาสะบัดหน้าหนีจะเดินต่อ สีหนาทชักฉุน ถลาไปอุ้มเธอหน้าตาเฉย

“นี่คุณ...ทำบ้าอะไร”

“ไม่ให้เดิน กว่าจะพาตัวเธอมาได้ก็แทบแย่ เรื่องอะไรจะปล่อยให้เธอเดินกลับคนเดียวง่ายๆ”

สีหนาทสบตาเธอนิ่ง จนหนูนาเริ่มอาย ดิ้นรนให้เขาปล่อย

“นี่คุณ...ปล่อยนะ ถือว่าตัวเองเป็นเจ้านายเหรอ ถึงจะมาใช้อำนาจบังคับลูกน้อง”

“ใช่...ฉันใช้ความเป็นเจ้านายบีบบังคับให้เธอยอมมากับฉันจริงๆนั่นแหละ อยากจะว่าอะไรก็เชิญเลย”

“นี่...ทั้งๆที่รู้ตัว คุณก็ยังจะทำอย่างนั้นเหรอ”

“ก็ไม่งั้นเธอจะยอมมากับฉันเหรอหนูนา แล้วก็เลิกทำหน้าเหมือนหนูกินข้าวบูดได้แล้ว ฉันต่างหากที่ควรจะอารมณ์เสีย...ปล่อยให้ตื๊ออยู่ได้นานสองนาน รู้ไปถึงไหน อายเขาถึงนั่น!”

สีหน้าแดงก่ำของเจ้านายหนุ่ม ทำให้เธออึ้งไปอึดใจ แต่ไม่ทันซัก เขาก็ตัดบทก่อน

“เลิกดื้อได้แล้ว ถึงจะไม่ใช่เรื่องงาน แต่รับรองว่าฉันพาเธอมาทำเรื่องสำคัญแน่ๆ”

ธุระสำคัญของสีหนาท คือพาหนูนาไปซื้อลูกเจี๊ยบฝากรามตามที่เธอตั้งใจแต่แรก สีหน้ายิ้มแย้มถูกใจที่ได้เล่นกับลูกเจี๊ยบ ทำให้เขามีความสุขไปด้วย และหลังจากหยอกล้อกันไปมาพักใหญ่ ผู้ช่วยสาวตัวเล็กก็ได้ลูกเจี๊ยบหน้าตาน่ารัก ท่าทางแข็งแรงมาหกตัว สีหนาทเดินขนาบพาไปขึ้นรถ แล้วอดถามยิ้มๆไม่ได้

“หนูนา...เธอจะไม่ถามฉันหน่อยเหรอว่าตกลงธุระของฉันคืออะไร”

“งั้น...อะไรล่ะคะ เดี๋ยวเราจะไปไหนกันต่อ”

“ไม่มี...ฉันเสร็จธุระแล้ว ก็ธุระของฉันคือมากับเธอไง”

สายตาระยิบระยับ ทำให้หนูนาทั้งเขินทั้งอาย สีหนาทเลยถือโอกาสถามเรื่องเมื่อวาน

“ตกลงเธอหายโกรธฉันแล้วใช่ไหมหนูนา...ถ้าฉันทำให้เธอเสียความรู้สึก ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ ฉันอาจจะถามอะไรเธอไปบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าฉัน ไม่เชื่อใจเธอ ฟังนะ...ฉันมั่นใจว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าฉันคนนี้ เขาไม่มีทางที่จะคิดร้ายกับฉัน กับไร่บัวขาว ฉันรู้ว่าฉันคิดไม่ผิด”

สีหนาทสบตาเธอนิ่ง จนหนูนาใจอ่อนยวบ แต่ยังไม่ยอมพูดอะไร ราชสีห์หนุ่มเลยเสนอให้ทำโทษเขาด้วยการเขกหน้าผาก แต่เธอก็ไม่ทำ จนเขาต้องเอาหน้าผากตัวเองแนบกับของเธอเอง

“หน้าผากฉันอยากจะขอบคุณน่ะ ที่เธอไม่เขกมัน”

พูดจบก็บีบจมูกเธอด้วยความหมั่นเขี้ยว หนูนาหน้าแดงก่ำ เขินสุดที่ต้องใกล้ชิดเขาขนาดนี้

ooooooo

รามถึงกับลืมเรื่องหนักใจไปชั่วขณะ เมื่อเห็นความน่ารักของลูกเจี๊ยบทั้งหกตัว ของฝากจากหนูนากับสีหนาท ผู้ช่วยสาวตัวเล็กปลื้มใจมาก เสนอตัวช่วยเลี้ยงเต็มที่ แถมโอ่ใหญ่ว่ามีประสบการณ์เลี้ยงมาแล้วเมื่อเด็กๆ ตอนอายุหกขวบ ที่พ่อซื้อลูกเจี๊ยบมาให้เป็นของขวัญวันเกิด

“เพราะงั้นหนูก็เลยซื้อมาหกตัวค่ะ เพราะเลขหกเป็นเลขที่มีความหมายสำหรับหนู ตอนหกขวบเป็นปีสุดท้ายที่หนูนาได้อยู่กับพ่อ ก่อนที่พ่อจะจากหนูนาไป มันเป็นปีสุดท้ายที่หนูนามีความสุขจริงๆ หนู...จะไม่มีวันลืม”

หนูนาลอบมองสีหน้าพ่อ เห็นตกตะลึงก็ลุ้นว่าเขาจะจำได้หรือไม่ แต่จนแล้วจนรอด รามก็ไม่พูดอะไร จนเธอต้องขอตัวไปเอาเศษผักจากในครัวมาให้ลูกเจี๊ยบแทน สีหนาทยังไม่รู้เรื่อง มองตามผู้ช่วยสาวยิ้มๆ

“ท่าทางเห่อกว่าเจ้าของอีก เดี๋ยวเถอะ คงแวะมาเล่นเจ้าพวกนี้วันละหลายๆรอบ จะกวนน้ารามหรือเปล่าครับ”

“ไม่หรอกครับ ความจริงหลังๆมานี่ พอแกมาบ่อยๆเข้า ผมก็ชักรู้สึกว่าบ้านเงียบเกินไปเวลาแกไม่มา คงเพราะแกอายุไล่เลี่ยกันกับ...ยายหนู ผมก็เลยรู้สึกว่าแกเหมือน...เหมือนกับเป็นตัวแทนลูก”

สีหน้าเครียดๆของหัวหน้าคนงานหนุ่มที่เคารพและนับถือ ทำให้สีหนาทอดสงสารและเห็นใจไม่ได้

“แกทำให้คนแก่อย่างผมพลอยหายคิดถึงลูกไปได้บ้าง บางทีผมเลย...ชักจะติดคอยให้แกมา ไม่รู้ตัว คนแก่แล้ว อยู่ตัวคนเดียวก็คิด ก็พูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย อย่าถือสาเลยนะครับ”

“ไม่หรอกครับ ผมเชื่อนะครับว่าคนเราได้มาพบกัน ถูกชะตากันเพราะมีเหตุผลบางอย่าง เมื่อก่อนผมก็ไม่เชื่ออะไรแบบนี้ แต่พอได้เจอกับคนคนหนึ่ง...ก็เริ่มเชื่อ ที่น้ารามรู้สึกผูกพันกับหนูนา อาจเพราะมีอะไรบางอย่างก็ได้”

สีหนาทหมายความถึงเรื่องราวดั่งพรหมลิขิตระหว่างเขากับหนูนา ซึ่งรามก็เข้าใจดี ก่อนจะฉุกคิดได้ถึงประโยคคำถามแปลกๆของผู้ช่วยสาวตัวเล็ก ที่เคยถามไว้นานแล้วว่าหากเธอจะขอเป็นลูกของเขา จะได้หรือไม่

รามไม่ทนเก็บความสงสัยไว้นาน เมื่อหนูนาแวะเอาเศษผักมาให้หลังจากนั้น และสีหนาทขอตัวกลับไปแล้ว จึงเอ่ยปากถามถึงเป็นครั้งแรก หนูนาใจเต้นแรง คิดว่าคงถึงเวลาสารภาพ แต่ทุกอย่างก็ต้องชะงัก เมื่อเขาได้รับโทรศัพท์จากใครไม่รู้ แล้วขอตัวออกไปธุระนอกไร่ดื้อๆ

เจ้าของสายปริศนาก็คือรัศมี ซึ่งได้รับจดหมายขอนัดเจอจากเขา และตอบตกลงไปพบที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งในตัวเมือง รามขับรถไปด้วยใจร้อนรุ่ม และเมื่อได้เจอหน้าเธอในอีกไม่กี่อึดใจต่อมาก็ใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก

และการพบกันครั้งนี้ ก็ทำให้รัศมีได้รู้ว่านารายังไม่ได้สารภาพความจริงกับพ่อ และที่รามขอนัดพบวันนี้ ก็เพื่อมอบเงินเก็บสะสมทั้งชีวิต รวมทั้งประกันให้ลูกสาวคนเดียว

“คุณช่วยเอาไปให้ยายหนูได้ไหม ถ้าแก...ไม่อยากจะเจอผมก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยชาตินี้ ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อของยายหนูบ้าง ให้ผมได้มีโอกาสทำอะไรเพื่อลูกบ้างนะรัศมี”

“นึกว่าแกเรียกฉันออกมาเพราะอะไร ที่แท้ก็อยากเอาเศษเงินนี่มาแลกกับลูก นึกเหรอ...ว่าไอ้เงินขี้เล็บแค่นี้ มันจะล้างคาวเลือดจากมือตัวเองได้ แล้วจะทำให้ไอ้ฆาตกรอย่างแกกลับมาหาลูกได้ คิดว่าฉันกับลูกหน้าโง่อย่างนั้นหรือ”

“รัศมี...มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ เงินนี่ผมให้ลูกโดยไม่ได้หวังอะไรจากแก แต่ถ้าผมจะได้เจอหน้าแกสักครั้ง ได้เห็นด้วยตาตัวเองว่าแกสบายดี มีความสุข มีชีวิตที่ดีแค่ไหน ชาตินี้พ่อเลวๆอย่างผมก็ตายตาหลับ แต่...

ถึงไม่ได้เจอลูก ถ้าผมไม่มีวาสนาพอ อย่างน้อยก็ขอให้หยาดเหงื่อของผมตกไปถึงลูกบ้าง ให้แกได้รู้ว่าพ่อคนนี้...รักแกมากแค่ไหน”

รัศมีปฏิเสธ ฟาดเอกสารทั้งหมดกับพื้น แล้วใช้ส้นรองเท้าเหยียบขยี้อีกต่างหาก “ยายนาไม่ต้องการเศษเงินของแกหรอก ถ้าลูกไม่ต้องรับรู้ว่าพ่ออย่างแกยังอยู่ นั่นแหละคือสิ่งดีที่สุด หน็อย...อยากจะมาเสนอหน้า เคยคิดบ้างหรือเปล่าว่าถ้าคนในสังคมของยายนารู้ว่าลูกมีพ่อเป็นฆาตกร ถามหน่อยว่ายายนาจะเอาหน้าไปซุกไว้ตรงไหน”

“ผม...ผมก็ไม่คิดว่าจะต้องบอกใคร นอกจากลูก”

“ยายนาน่ะไม่ใช่เด็กๆแล้ว ไม่มีทางวิ่งเข้ามากอดแข้งกอดขาแกแบบเมื่อก่อนนี้ ฉันบอกได้เลยว่ามันไม่ต้องการรับรู้หรอกว่ามันมีพ่อสารเลวอย่างแกอยู่ ฉันเตือนแกแล้วนะ ถ้าไม่อยากให้ลูกเดือดร้อน และต้องมาแปดเปื้อน มีมลทินไปกับแกด้วย ก็จำคำของฉันไว้ให้ดีๆ!”

ด้านกรกช...พยายามหาข้อมูลและสืบเรื่องหนูนาตามคำขอของสีหนาท และเพียงไม่นานก็ได้ทราบว่า ผู้ช่วยสาวตัวเล็กของสีหนาท เป็นเพื่อนสนิทกับจุฑารัตน์ นักข่าวสาวไฟแรงที่ร่วมสืบคดีลักลอบตัดไม้กับเขา

สีหนาทไม่แปลกใจนัก คิดไว้แล้วว่าผู้ช่วยสาวต้องไม่ธรรมดา แต่ยังไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลพอจะจับผิดได้ สารวัตรหนุ่มเลยรับปากจะช่วยคาดคั้นความจริงจากจุฑารัตน์ให้ เพราะก็อยากรู้เหมือนกัน

หลังคุยธุระเรื่องสืบความลับของหนูนา สองหนุ่มก็อยู่กินมื้อเย็นด้วยกันที่เรือนใหญ่ และวันนี้ก็เป็นลาภปากของทั้งสอง จะได้ชิมแกงรสมือหนูนา ซึ่งแวะมาให้ตั้งแต่เย็น เพื่อตอบแทนสีหนาทที่พาไปซื้อลูกเจี๊ยบ

สีหนาทปลื้มมาก จนไข่กับกรกชสัมผัสได้...ดูท่าหนูนาตัวน้อยคงหนีไม่พ้นราชสีห์หนุ่มแล้วจริงๆ

เวลาเดียวกันที่หน้าบ้านพักของราม...ขนิษฐากำลังข่มใจให้เย็น หลังไปแอบถามจากเชษฐ์เรื่องอุปกรณ์ทำไร่ที่รามสั่งซื้อ จนรู้แน่ว่าไม่ใช่เรื่องจริง และชื่อของรัศมีจากปากเขาที่เธอได้ยินกับหูเมื่อเช้า แต่รามกลับโกหก

รามอดสูใจมาก แต่ก็ยืนยันว่าไม่เคยคิดหักหลังหรือทรยศเธอกับสีหนาท แต่สิ่งที่ขนิษฐาคาใจ ไม่ใช่เรื่องความซื่อสัตย์ แต่เป็นเหตุผลที่เขาไปเจอรัศมีมากกว่า แต่รามก็บอกไม่ได้ แถมขอลาออก จนเธอถึงกับสติแตก

“น้ารามรู้ไหมคะ...ว่าแค่อธิบายสักคำ ต่อให้มันไม่น่าเชื่อ แต่น้องก็จะเชื่อ เพราะอะไรน่ะเหรอ...ก็เพราะว่าน้องพร้อมจะเชื่อน้ารามทุกอย่าง แต่น้ารามใจร้ายมากที่ไม่ยอมพูด ไม่อธิบายอะไรเลย...ทำไมถึงไม่คิดถึงใจคนที่เขา...”

ขนิษฐาเกือบหลุดความในใจไปแล้ว แต่ก็ยั้งไว้ เพราะเห็นว่าคงไม่มีประโยชน์ “น้องผิดเอง น้องไม่ควรจะเข้ามายุ่ง ไม่ควรจะมาเห็น มาได้ยิน ไม่ควรที่จะอยู่ตรงนี้ และบางที...ไม่ควรที่จะเข้ามาวุ่นวายในชีวิตของน้าราม!”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งให้รามมองตามด้วยความรู้สึกผิด อยากตามไปปลอบ แต่ก็รู้ดีว่าคงเป็นไปไม่ได้...

ooooooo







  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"โหน" อ้อนก่อนบวช ฝากละคร "ตะกรุดโทน"

"โหน" อ้อนก่อนบวช ฝากละคร "ตะกรุดโทน"
14 พ.ย. 2562
07:01 น.