ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตามรักคืนใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หนูนาเกาะกุมมือรามแน่น น้ำตาไหลพรากด้วยความสะเทือนใจอย่างหนัก ต้องเห็นเขาบาดเจ็บเพราะ บุกช่วยเธอกับเจ้านายหนุ่ม รามสะลึมสะลือตื่นไม่นานหลังจากนั้น หนูนาตื่นเต้นมาก และเกือบได้สารภาพความจริงแล้ว ถ้าขนิษฐาจะไม่ปรากฏตัวพร้อมสีหนาทเสียก่อน

คำสารภาพของหนูนาเลยต้องพักไว้ก่อน สีหนาทกับขนิษฐาขยับไปชิดขอบเตียง ก่อนที่ฝ่ายชายจะยกมือไหว้หัวหน้าคนงานหนุ่ม เป็นการขอบคุณที่ยอมเสี่ยงตายไปช่วยเขากับผู้ช่วยสาวถึงในป่า

“คุณสิงห์ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ ผมเป็นลูกน้องของคุณ ก็แค่ทำไปตามหน้าที่”

“น้ารามเสี่ยงชีวิตเพื่อผม ก็เหมือนกับญาติของผมคนหนึ่ง ถ้าผมไม่ไหว้คนอย่างน้า แล้วผมจะไหว้ใคร”

รามซาบซึ้งใจมากที่ได้รับเกียรติขนาดนี้ ขนิษฐาก็อยากขอบคุณ เลยเสนอตัวดูแลระหว่างที่เขารักษาตัว แต่รามเกรงใจไม่อยากให้เธอลำบาก หนูนาเลยอาสาทำแทน แต่สีหนาทก็ไม่ยอม ตัดบทพาสองสาวกลับไร่

หนูนาละล้าละลัง อยากอยู่กับพ่อต่อ สีหนาทต้องส่งสายตาบังคับ รามมองตามร่างผู้ช่วยสาวตัวเล็กแล้วตัดสินใจเรียกไว้ ขอคุยบางอย่างด้วย เพราะคาใจกับเหตุการณ์ก่อนที่สีหนาทกับขนิษฐาจะเข้ามาเยี่ยม

สีหนาทกับขนิษฐายอมออกไปรอข้างนอก ทิ้งให้หนูนาหายใจไม่ทั่วท้องคนเดียวในห้อง เมื่อรามตั้งคำถามว่ามีใครมาเยี่ยมเขาก่อนหน้านี้หรือไม่ เธอพูดไม่ออก และท่าทางนั้นก็ทำให้เขาเข้าใจว่าคงเพ้อไปเอง

หลังกลับจากโรงพยาบาล สีหนาทก็พาขนิษฐากับหนูนากลับไร่ เหล่าคนงานมารออยู่แล้ว และถึงกับเฮลั่นเมื่อเห็นว่าเจ้านายหนุ่มไม่เป็นอะไรมาก แต่กระนั้น...ท่าทีต่อผู้ช่วยสาวที่เปลี่ยนไป ดูใกล้ชิดสนิทสนม ถึงขั้นเอ่ยปากให้ดูแลตลอดเวลา ก็ทำให้เหล่าคนงานผิดสังเกต และเริ่มมั่นใจว่าผู้ช่วยสาวตัวเล็กคงเปลี่ยนสถานะในไม่ช้า

หนูนาอึดอัดกับสายตาอยากรู้อยากเห็นไม่น้อย ไม่เว้นแม้แต่แป้น แซวไม่หยุดปาก ว่าเธอกับเจ้านายหนุ่มต้องมีความรู้สึกบางอย่างต่อกันแน่ แต่กระนั้น...เธอก็ไม่มีเวลาแก้ตัว เพราะต้องคิดหนักเรื่องคุยกับวรรณ

อรุณีเป็นคนรับสายเหมือนเคย กระวนกระวายด้วยความเป็นห่วง ที่คุณหนูร่างเล็กไม่ยอมกลับบ้านตามที่สัญญากับเจ้าสัวใหญ่ไว้ หนูนาหรือนาราในคราบคนงานสาวตั้งท่าจะอธิบายเรื่องราววุ่นๆ แต่ไม่ทันเริ่ม ก็ต้องสะดุ้ง เมื่อวรรณยกหูมาคุยกับเธอแทนอรุณี พร้อมกับต่อว่าเสียงกร้าว

“แกไม่เคยเป็นอย่างนี้ พูดไม่เป็นคำพูด แกรับปากตาแล้วยังจะผลัดไปเรื่อยๆ มันเรื่องอะไรกัน”

“นาไม่ได้ลืมที่รับปากกับคุณตานะคะ แต่นา...มีเหตุผลจริงๆ นาขอโทษค่ะ แต่นายังกลับไปตอนนี้ไม่ได้”

“เหลวไหล...ทำไมจะยังกลับไม่ได้ แค่ไปเจอพ่อ ฉันให้เวลาแกตั้งมาก หรือว่าทางนั้นเขาไม่ยอมให้กลับ”

“ไม่ใช่นะคะ ไม่ใช่เพราะพ่อ นาไม่รู้จะอธิบายยังไง ยังไงนาขอเวลาอีกหน่อย แล้วนาจะบอกคุณตาทุกอย่าง”

วรรณไม่เชื่อและไม่อยากรอ “อีกหน่อยของแกน่ะมันเมื่อไหร่ ไม่เห็นมันจะได้เรื่องสักที พรุ่งนี้ตาจะไปประชุมผู้ลงทุนภาคเหนือที่เชียงราย แกต้องมาคุยกับตาให้รู้เรื่อง!”

ooooooo

แม้สีหนาท หนูนาและรามจะปลอดภัย ไม่เอาชีวิตไปทิ้งในป่า กรกชก็ไม่ยอมจบเรื่อง บุกไปขอสอบปากคำศักดากับอดิศร แต่ก็คว้าน้ำเหลว เพราะไม่มีหลักฐานหนักแน่นพอจะเอาผิดสองพ่อลูก

จุฑารัตน์เห็นสารวัตรหนุ่มต้อนสองพ่อลูกไม่สำเร็จ ก็จะอาศัยความเป็นนักข่าวหลอกล่อแทน แต่ก็ทำได้แค่หยอกให้เจ็บๆ คันๆ เท่านั้น ทำอะไรไม่ได้เช่นกัน เพราะสองพ่อลูกเตรียมการตอบโต้และหลบหลีกมาเป็นอย่างดี

เช้าวันเดียวกันที่หน้าเรือนสีหนาท...หนูนาตั้งใจจะขอติดรถขนิษฐาไปเยี่ยมรามที่โรงพยาบาลด้วย แต่ไม่ทันขอ ก็เจอกระจิบ ซึ่งแวะเอาซุปมาฝากขนิษฐาไปเยี่ยมรามเช่นกัน

“หน้าไม่อาย งานการไม่รู้จักไปทำ ห่วงแต่เฝ้าผู้ชาย คุณสิงห์ยังจ้างเป็นผู้ช่วยอยู่ได้ยังไง”

หนูนาชักฉุน พยายามข่มอารมณ์ แต่น้ำเสียงที่ออกไปก็บ่งบอกอารมณ์หัวเสียไม่น้อย “เรื่องผู้ช่วย...เธอต้องไปถามคุณสิงห์เอง แต่ที่เธอว่าฉันเรื่องไปเยี่ยมน้าราม เธอต้องถามฉันก่อนว่าฉันถามความเห็นเธอตั้งแต่เมื่อไหร่”

กระจิบเต้นผาง สวนกลับเสียงเขียว “นี่แกว่าฉันสาระแนเหรอ หน็อย...ไซส์ประถมอมยิ้มอย่างแกผู้ชายที่ไหนจะแล น้ารามเขาก็ไม่เอามาทำเมียให้เสียอารมณ์หรอก”

หนูนาไม่ตอบโต้ แต่ส่ายหน้าเอือมๆ กระจิบถึงกับปรี๊ดแตก ถลาเข้าหาจนซุปที่เตรียมมาหกเลอะเทอะหมด ขนิษฐาออกมาเห็นและช่วยขวางไว้ กระจิบเลยยอมเลิกรา หนูนาเลยถือโอกาสขอไปเยี่ยมรามด้วย แต่ก็ต้องเซ็งจัด เมื่อขนิษฐาบอกว่าเธอคงไปไม่ได้แล้ว เพราะต้องอยู่ไร่ทำภารกิจสำคัญ

ภารกิจสำคัญของขนิษฐาคือดูแลและเป็นลูกมือสีหนาท ซึ่งยังขาเจ็บ แต่ดันทุรังจะเคลียร์งาน หนูนาถอนใจเหนื่อยหน่าย แต่เป็นหน้าที่เลยขัดไม่ได้ อยู่ช่วยงานเขาหัวหมุนตลอดทั้งวัน

แต่ถึงจะถูกบังคับ หนูนาก็ทำหน้าที่ตัวเองได้ดี รวมถึงดูแลเจ้านายหนุ่มขาเจ็บ ที่ดูเหมือนจะเอาแต่ใจกว่าเคย โดยไม่ปริปากบ่น สีหนาทปลาบปลื้มใจมาก แกล้งขอโน่นขอนี่เพื่อวัดใจ ผู้ช่วยสาวตัวเล็กก็ทำตามทุกอย่าง ไม่ขัดใจ ดูแลอย่างดีจนเขาสัมผัสได้ถึงความห่วงใยและใส่ใจของเธอจริงๆ

ขณะที่สีหนาทพยายามเอาตัวไปใกล้ชิดผู้ช่วยสาว ขนิษฐาก็พยายามไม่ต่างกัน ดูแลและพยาบาลรามอย่างดีที่โรงพยาบาล หัวหน้าคนงานหนุ่มเกรงใจมาก ไม่อยากให้เธอต้องลำบากเพราะเขาเป็นแค่คนงานในไร่ แต่เธอก็ยืนยันไม่ให้เขาปฏิเสธน้ำใจ จนเขาต้องยอมนอนเฉยๆให้เธอดูแลอย่างไม่มีทางเลือก

สีหนาทเห็นว่าหนูนาตั้งใจดูแลเขา เลยอยากให้รางวัลด้วยการสัญญาจะพาเธอไปเยี่ยมรามหลังเสร็จงาน แต่เพราะงานค้างมาก ใช้เวลาสะสางจนเย็น ราชสีห์หนุ่มเลยเปลี่ยนใจ ผลัดการเยี่ยมหัวหน้าคนงานหนุ่มเป็นวันรุ่งขึ้น

หนูนาหน้าเสีย แต่ไม่ใช่เพราะไม่ได้ไปเยี่ยมพ่อ แต่เพราะมีเรื่องสำคัญกว่าต้องคิด คือหาทางออกจากไร่ไปพบวรรณในเช้าวันรุ่งขึ้น และกำหนดการของสีหนาทก็ทำให้เธอคิดหนัก สุดท้ายเลยตัดสินใจลางานดื้อๆ

ooooooo

กว่าสีหนาทจะรู้ว่าผู้ช่วยสาวลางาน หนูนาก็นั่งรถเข้าเมืองไปแล้ว เชษฐ์เลยถูกเหวี่ยงหนัก โทษฐานยอมให้เธอลางานกะทันหัน จนผู้จัดการฝ่ายบุคคลประจำไร่อยากจะเป็นบ้า...ไม่น่าปล่อยหนูให้สิงห์โมโหเลย!

ระหว่างที่หนูนารอพบวรรณที่โรงแรมหรู...อรุณีพยายามต่อสายถึงรัศมี ด้วยความเป็นห่วง กลัวถูกเจ้าสัวใหญ่เล่นงาน แต่ไฮโซสาวก็ไม่รับสาย เพราะกำลังมัวเมากับรสสวาทของศักดา

พ่อเลี้ยงใหญ่แทบหมดแรงเพราะบทรักร้อนแรงตลอดคืน กว่าจะทำให้รัศมียอมสงบและผล็อยหลับได้ เมื่อตื่นมาอีกครั้ง พร้อมๆกับเธอที่ส่งสายตาเร้าร้อนมาให้ ก็ต้องพยายามปรามไว้อย่างสุภาพ

“พอดีผมมีนัดลูกค้าที่รีสอร์ท คุณนอนต่อเถอะ เมื่อคืน...คุณคงเหนื่อยมาก”

“ถ้าคุณทำตัวน่ารัก ฉันจะตกรางวัลให้แบบนี้อีก”

“ถ้ามากกว่านี้ ผมคงสำลักความสุขตายแน่ๆ”

พูดจบก็ผละไป แล้วแอบทำหน้าเบ้เซ็งๆ ไม่ได้สำลักความสุขอย่างที่พูด รัศมีไม่เห็น และปักใจว่าตัวเองเลือกรักคนไม่ผิด จนเมื่อได้เห็นข้อความจากอรุณีในเวลาต่อมา แจ้งข่าวเรื่องวรรณเดินทางมาประชุมใหญ่ที่เชียงราย และนัดเจอนาราในเช้าวันเดียวกัน ก็กระโดดพรวดไปแต่งตัวแทบไม่ทัน

หนูนาหรือนาราในคราบคนงานสาวพยายามตั้งสติ เจรจากับตาว่าอยากขออยู่ที่ไร่ต่ออีกระยะ แต่ไม่ทันอธิบายเหตุผล ก็ถูกวรรณตอกกลับเสียงเข้ม โมโหสุดขีดที่หลานสาวคนเดียวไม่รักษาสัญญา

“ฉันให้โอกาสแกแล้ว ทั้งที่ไม่มีใครเห็นด้วยเลยสักคน ว่าฉันอนุญาตให้แกกลับไปหาไอ้ผู้ชายคนนั้นทำไม แล้วแกยังจะกล้ามาขอ ทั้งๆที่ฉันอุตส่าห์มารับแกถึงที่นี่!”

นารานิ่งงันเหมือนเป็นใบ้ วรรณยิ่งโกรธ “ยายนา... แกบอกฉันสิ ว่าที่แกเหลวไหล เลื่อนวันกลับไปเรื่อยเปื่อยแบบนี้ ทำตัวไม่สมกับที่ฉันอบรมแกมา หรือว่าแกไม่อยากกลับแล้ว อยากจะอยู่กับพ่อแกมากกว่า”

น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของตา ทำให้นาราตัดสินใจบอกความจริงเรื่องพ่อถูกยิงบาดเจ็บ เธอเลยอยากขอดูแลจนกว่าพ่อจะออกจากโรงพยาบาล วรรณชะงัก รู้ดีว่าหลานสาวมีเหตุผล แต่ก็อดตัดพ้องอนๆไม่ได้

“ดีนี่...กับไอ้คนที่มันไม่เคยดูดำดูดีแกเลยเป็นสิบๆปี แกห่วงมันมากกว่าคนที่คอยประคบประหงมแก ถ้าฉันไม่อนุญาตให้แกอยู่ ฉันก็เป็นตาใจร้าย งั้นแกอยากทำอะไรก็ตามใจ ฉันจะไปห้ามอะไรได้”

“คุณตา...นาไม่ได้เห็นพ่อดีกว่าคุณตานะคะ” วรรณไม่ฟัง จะเดินหนีท่าเดียว นาราเลยตัดสินใจขวาง ด้วยการคุกเข่าตรงหน้า “คุณตาฟังนาก่อนนะคะ นาขอร้อง...นาไม่เคยลืมว่าที่มีทุกวันนี้ได้เป็นเพราะใคร ถ้าวันนั้นคุณตาไม่ให้อภัยแม่ และไม่ยอมรับนาเป็นหลาน ก็จะไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่จะรักและใส่ใจนา”

วรรณอึ้งไปอึดใจ รู้ดีว่าหลานสาวหมายความว่าอะไร รัศมีไม่เคยดูดำดูดีลูกสาวเลย

“พอขาดพ่อไป ก็มีแต่คุณตาที่รักนา คุณตาเป็นเหมือนพ่อคนที่สองของนา แต่คุณตาคะ...นาทิ้งพ่อไม่ได้”

นาราน้ำตาไหลพราก ระบายสิ่งที่อัดอัดอย่างสุดกลั้น

“พ่อเขาอาจจะไม่ได้มาดูแลในช่วงหลังๆ แต่พอนึกถึงตอนเด็กทีไร ภาพที่ติดตานาตลอดคือพ่อเขาคอยอุ้มนาเสมอ นาจำไม่ได้เลยว่ามีตอนไหน...ที่พ่อไม่รักนา วันหนึ่งที่แม่บอกว่าพ่อตาย หัวใจนามันเหมือนโดนใครมากระชาก และถึงใครๆจะบอกว่าพ่อนาตายไปแล้ว แต่นา...นายังคุยกับพ่อทุกวัน นาคุยกับพ่อในนี้...”

นารายกมือแตะหน้าอก ร้องไห้สะอึกสะอื้น “คุณตา...ตอนนี้นาได้เจอพ่อ ได้เห็นพ่อยังมีชีวิต ได้คุยกับพ่อแล้วจริงๆ นาขอแค่ได้ทำหน้าที่ลูก ได้อยู่กับพ่อก่อนที่จะต้องไปเรียนต่อ แล้วนาจะไม่ขออะไรคุณตาอีกเลย...นะคะคุณตา”

วรรณเบือนหน้าหนี ชั่งใจครู่เดียวก็ตัดสินใจได้... อย่างไรเสียเขาก็คงหนีความจริงเรื่องนี้ไม่พ้น

ooooooo

นารากลับไปแล้ว พร้อมคำอนุญาตจากวรรณ ให้อยู่ต่อได้จนกว่าภารกิจตามรักของพ่อจะเสร็จสิ้น รัศมีไม่รู้เรื่อง มัวร้อนรน กลัวถูกเล่นงาน เลยผลุนผลันไปหาพ่อในเวลาต่อมา

แต่ลูกสาวคนเดียวก็ไม่ได้อยู่ที่นั่น วรรณซึ่งกำลังจะกลับกรุงเทพฯปรายตามองมาเอือมๆ แต่รัศมีก็ไม่สำนึก แถมคิดเอาเองอีกต่างหากว่าลูกสาวคงไม่ได้มาที่นี่

“มันไม่มาคุยกับคุณพ่อใช่หรือเปล่าคะ นังลูกไม่รักดี...ใฝ่ต่ำ!”

วรรณของขึ้นทันที “อย่าพูดถึงนาราด้วยคำพูดหยาบคายพวกนั้นอีกนะ”

รัศมีปรี๊ดแตกตามเคย เมื่อได้ยินพ่อปกป้องนารา “คุณพ่อ...ขนาดนี้แล้ว ยังจะเข้าข้างมันอีกเหรอคะ หนูคงทำบุญมาด้วยขี้เถ้า ส่วนมันคงเอาเพชรพลอยเทลงบาตร คุณพ่อถึงได้ลำเอียงแบบนี้”

วรรณส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย ตอกกลับแบบไม่ไว้หน้า “แกทำบุญมาดีรัศมี มีผัวผิด แกก็มีใหม่ได้เป็นสิบ มีลูกฉันก็ช่วยเลี้ยงให้ ชีวิตแกเสพสุขจนจะสำลักอยู่ทุกวี่วัน แกยังจะมาคร่ำครวญอะไร”

“นี่คุณพ่อโทษหนูใช่ไหม ว่าไม่สนใจลูก”

“ไม่เห็นต้องโทษ ความจริงมันเป็นยังไงก็เห็นๆ กันอยู่ ฉันพบยายนาเรียบร้อยแล้ว ทีหลังแกอยากมาแสดงฤทธิ์เดชความเป็นแม่ ก็ต้องลุกจากเตียงนอนให้มันเช้ากว่านี้”

“ใช่สิ...หนูมันเป็นลูกเลว แล้วก็ยิ่งเป็นแม่ที่เลวมาก หนูทำอะไรไม่เคยถูก ไม่เคยดี แต่คุณพ่อจะให้หนูทำยังไง ในเมื่อนังนามันไม่ยอมรับโทรศัพท์ มันกล้าตัดแม่ของมัน แล้วจะให้หนูทำยังไง”

“แกไม่ต้องทำยังไง แค่อย่าพูดไปว่าแกเป็นแม่ของยายนา เด็กอย่างยายนา...แกยังทำให้มันเชื่อฟัง ยอมคุยยอมเจอแกยังไม่ได้ แกมันไม่มีน้ำยารัศมี ไม่ต้องโทษยายนา โทษตัวแกเองเถอะ!”

พูดจบก็จะขึ้นรถไปสนามบิน รัศมีไม่ยอมแพ้ ถลาไปดักหน้า ประกาศกร้าว

“ถ้าคุณพ่อหลงลมมัน ไม่เด็ดขาดกับมัน ครั้งนี้คุณพ่อจะต้องเสียใจ เหมือนที่เคยเสียใจเรื่องหนู”

“แกเข้าใจผิดแล้ว แค่คำพูด ไม่ได้ทำให้คนอย่างฉันหลงเชื่อ ถ้าฉันเชื่อ...ก็เพราะฉันเชื่อในตัวยายนา จากที่ฉันได้เห็นความประพฤติของมันมาตลอด แล้วที่ฉันไม่เชื่อแก มันเพราะอะไร ถ้าแกมีสมองก็ลองคิดดูเอา!”

วรรณกลับกรุงเทพฯไปแล้ว ทิ้งนาราหรือหนูนาผู้ช่วยสาวตัวเล็กของสีหนาทให้รับศึกหนักเรื่องพ่อตาม ลำพัง แต่ท่าทางเย็นชาของเขา ก็ทำให้เธอแทบหมดแรงและหมดใจ

“ถ้าพ่อไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้นอีก นาก็จะไม่พูด พ่อไม่ยอมรับนาในฐานะลูกก็ไม่เป็นไร นาจะเป็นแค่หนูนาก็ได้ค่ะ ขอแค่ให้พ่อไม่เกลียด ไม่ไล่นาไป ขอแค่ให้นาได้อยู่ใกล้ๆพ่อ...แค่นี้ก็พอ”

หนูนาไปเยี่ยมพ่อหลังจากนั้น กุมมือเขาไว้เหมือนเคย น้ำตาไหลพราก พลางคิดถึงคำสัญญาที่ให้ไว้กับวรรณ

“ยายนา...แกคิดจะเสียสละเพื่อพ่อแก แล้วเขาทำอะไรเพื่อแกบ้าง นอกจากเรื่องในอดีตเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วนั่น ถ้าเขาหวังดีกับแกจริง ก็ต้องไม่เหนี่ยวรั้งแกไว้ให้เสียอนาคต”

“พ่อไม่ได้ขอหรอกค่ะคุณตา แต่นาอยากอยู่ใกล้ๆ พ่อเอง”

“เหลือเชื่อจริงๆ แกยังจะแก้ตัวให้มันอีก นี่ถึงฉันพูดอะไรไป แกก็คงไม่เชื่อใช่ไหม”

“คุณตา...นารู้ว่าคุณตาเป็นห่วง แต่คุณตาเชื่อใจนาได้ไหมคะว่านาจะไม่ทำตัวเสื่อมเสีย ไม่ให้เสียหายมาถึงนามสกุลของคุณตา คุณตาตั้งใจเลี้ยงดูนามาอย่างดี นาจะไม่ให้ความตั้งใจของคุณตาสูญเปล่า นาสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณตาผิดหวัง เชื่อใจนา...เชื่อนาอีกสักครั้งได้ไหมคะ”

ขอจบก็ก้มกราบ ทำเอาวรรณสะเทือนใจมาก ทั้งช้ำและทึ่งในตัวหลานสาวคนเดียวในเวลาเดียวกัน

“ได้...ตาจะให้เวลาแก แต่ถ้าถึงเวลาที่ต้องไปเรียนต่อ แกจะมีข้ออ้างอะไรไม่ได้แล้วทั้งนั้นนะ”

หนูนาดึงตัวเองจากความทรงจำไม่ถึงชั่วโมงก่อน ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะทำสำเร็จหรือไม่ แต่ก็จะพยายามให้ถึงที่สุด...เธอกับพ่อจะต้องได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้งแน่

ooooooo

สีหนาทกับขนิษฐามาเยี่ยมรามในช่วงสายวันเดียวกัน และถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเจอกับหนูนา นั่งเฝ้าและดูแลหัวหน้าคนงานหนุ่มไม่ห่าง ท่าทางยิ้มแย้ม สนิทสนมจนน่าหมั่นไส้!

หนูนาหน้าเสีย เปลี่ยนท่าจากแจ่มใสเป็นสำรวมมากขึ้น และขอตัวไปขอแจกันจากพยาบาล ขนิษฐามองตามเครียดๆ ก่อนจะหันไปดูแลรามเหมือนเคย ต่างจากสีหนาท ร้อนรนด้วยความหึง จนต้องตามไปคาดคั้นจากผู้ช่วยสาว

“ทำไมเรื่องแค่นี้ถึงกับต้องลางานด้วย แค่รอมาพร้อมกับฉันกับยายน้อง จะรอไม่ได้เลยหรือไง”

หนูนาอึกๆอักๆ บอกไม่ได้ว่าลางานมาพบตา เลยยอมรับสมอ้างว่าเป็นห่วงราม อยากรีบมาเยี่ยม

“นี่เธอ...อยากมาเยี่ยมน้ารามมากขนาดนี้ เลยหรือ”

สีหน้าอ้ำๆอึ้งๆทำให้สีหนาทหงุดหงิด และพาลอย่างหัวเสีย “ไม่ใช่แค่นั้นล่ะมั้ง น้ารามก็ปลอดภัยแล้ว ไม่มีอะไรน่าห่วง แต่ที่เธอทำแบบนี้ เพราะอยากจะอยู่กับน้ารามเขาสองต่อสองมากกว่า”

ข้อกล่าวหาของเขากระแทกใจหนูนาอย่างแรง แต่ก็เลือกจะตีมึน ประชดกลับ

“ถ้าคุณจะคิดอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้”

หนูนาหมุนตัวจะเดินหนี แต่สีหนาทไม่ยอม ตามไปรั้งไว้ ตวาดลั่น “แล้วเธอจะให้ฉันคิดแบบไหน บอกฉันสิ ว่าเธอทำแบบนี้ รีบแจ้นมาหาน้าราม มาอยู่กับเขาสองต่อสองแบบนี้ จะให้ฉันคิดแบบไหน”

“คุณสิงห์...คุณเป็นอะไรของคุณ ฉันแค่มาหาน้าราม ไม่ได้ทำอะไรผิด คุณต่างหากไม่มีสิทธิ์จะมาพูดกับฉันแบบนี้ ถึงคุณจะเป็นเจ้านายฉัน แต่ฉันจะใช้เวลาส่วนตัวทำอะไร มันก็เป็นเรื่องของฉัน!”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งสีหนาทให้มองตามเซ็งๆ อยากตามไปคุยให้รู้เรื่อง แต่คงไม่ใช่เวลานี้...

เวลาเดียวกันในห้องพักราม...ขนิษฐาคิดมากเรื่องหนูนา และอดไม่ได้จะถามจากคนป่วยเจ้าของห้อง

“ปกติน้ารามมักจะรำคาญตอนมีคนมายุ่ง อย่างพวกผู้หญิงในไร่ แต่กับหนูนา...น้ารามดูไม่รำคาญเลยนะคะ”

“ผมก็เคยดุแกบ้างเหมือนกัน โชคดีที่แกไม่โกรธ หนูนาเป็นเด็กดี น่ารักนะครับ อยู่ด้วยแล้วสบายใจ”

ขนิษฐาช้ำหนักมาก สีหน้าแย่ลงกว่าเดิมจนรามอดทักไม่ได้

“คุณน้องดูเครียดนะครับ มาดูแลผมแบบนี้ คุณคงจะเหนื่อย ถ้ายังไงคุณน้องไม่ต้องลำบากมาเองก็ได้ครับ”

แต่คำพูดของเขาก็ทำให้เธอหมดความอดทน “ทำไมคะ น้ารามอึดอัด รำคาญน้องเหรอคะ”

“เอ่อ...เปล่านะครับ ผมแค่เกรงใจคุณน้อง ผมไม่อยากให้คุณน้องต้องลำบากเพราะผม”

“น้องเคยพูดสักคำเหรอคะว่าน้องลำบาก ไม่อยากจะมาดูแลน้าราม”

“คือ...ผมขอโทษนะครับ ถ้าผมพูดอะไรผิด ผมแค่ไม่อยากเป็นภาระคุณน้อง”

“น้องขอได้ไหมคะ ว่าเลิกเกรงใจน้องสักที”

รามงงกับท่าทางของเธอ แต่ไม่ทันถาม ก็ต้องอึ้ง เมื่อเธอร้องขอเสียงอ่อน “น้องขอได้ไหมคะ น้องไม่เคยขอใครแบบนี้ แต่น้องขอ...ให้น้ารามอย่าพูดว่าเกรงใจอีก อย่าพูดเหมือนกับน้องเป็น...เป็นคนอื่น ให้น้องรู้สึกเหมือน...”

ขนิษฐาไม่ทันจบประโยค หนูนาก็โผล่มาพร้อมแจกัน ตามด้วยสีหนาท ซึ่งมีสีหน้าบอกบุญไม่รับเพราะหงุดหงิดไม่หายที่ยังเคลียร์กับผู้ช่วยสาวไม่รู้เรื่อง ขนิษฐาเลยขอตัวไปสงบสติอารมณ์ข้างนอก โดยมีรามมองตามด้วยความเป็นห่วงปนรู้สึกผิด...กลัวจะทำให้ขนิษฐาไม่พอใจ

หนูนาสังเกตเห็นบรรยากาศแปลกๆระหว่างพ่อกับเจ้านายสาว และเมื่อลองถาม พ่อก็สารภาพเครียดๆว่าอึดอัดใจกับการดูแลของเธอ ไม่อยากให้เธอเสื่อมเสียเพราะมาใกล้ชิดคนงานอย่างเขา หนูนาเข้าใจสถานการณ์และเห็นใจพ่อมาก และตัดสินใจพูดกับขนิษฐาให้ตอนกลับถึงไร่

“คุณน้องอย่าโกรธนะคะ น้ารามไม่ได้ตั้งใจ ตอนบอกหนูนาว่าเผลอทำคุณน้องโกรธ ท่าทางน้ารามเสียใจจริงๆ”

“นี่น้ารามให้เธอมาคุยกับฉันงั้นหรือ”

“เอ่อ...เปล่าค่ะ แต่หนูนาเป็นห่วง”

ขนิษฐาสะอึก อัดอั้นใจมากต้องเก็บความรู้สึกนี้กับตัว ยิ่งหนูนามาพูดแทนราม ยิ่งกระวนกระวายที่เขาไม่เคยเห็นเธอในสายตา แต่กระนั้น...สิ่งที่เธอพูดออกไปกลับเป็นแค่ข้อแก้ตัวแบบขอไปที

“ไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่เครียดๆ เรื่องอื่น”

“จริงนะคะ น้ารามน่ะเกรงใจคุณน้องมาก ถ้ารู้ว่าคุณน้องไม่โกรธแล้วคงจะสบายใจ”

ooooooo

ศักดาประสาทเสียมาก เมื่อรู้จากลูกน้องว่าวรรณมาประชุมที่เชียงราย ยิ่งรู้ว่ารัศมีรีบไปพบเจ้าสัวใหญ่แต่เช้า ยิ่งกลัวว่าแผนลวงจะแตก จนเมื่อรัศมียืนยันว่ายังไม่ได้บอกเรื่องหนังสือมอบกรรมสิทธิ์หุ้น ถึงได้ถอนใจโล่งอก

“คุณทำถูกแล้วคุณรัศ...คือมันไม่ใช่ความลับอะไรหรอก แต่ผมอยากให้เราบอกท่านเมื่อโครงการเป็นรูปเป็นร่างกว่านี้ก่อน จะได้ไม่มีใครมาดูถูกเอาได้ เอาเป็นว่า...เราเก็บความลับกับครอบครัวคุณไว้ก่อนนะครับ พอโครงการสำเร็จ เราค่อยประกาศให้ทุกคนรู้ ให้เขายินดีกับเราตอนนั้นจะดีกว่า”

รัศมียิ้มหวานให้ เชื่อสนิทว่าคนรักคิดการใหญ่จริงจัง และคงไม่หลอกให้เธอผิดหวัง แต่ที่เธอไม่รู้และคิดไม่ถึง คือทันทีที่ลับหลัง ศักดาก็บ่นกับลูกชายคนเดียวเซ็งๆว่าหากวรรณรู้เรื่องหนังสือกรรมสิทธิ์หุ้นที่เขามอบให้รัศมี จะต้องเกิดเรื่องใหญ่ตามมาแน่...หูตาแพรวพราวขนาดนั้น มันต้องสงสัยแน่ว่าฉันยกหุ้นให้ลูกสาวมันทำไม...

ระหว่างที่รัศมีถลำลึกลงเรื่อยๆ...หนูนาก็เครียดหนัก เพราะถูกสีหนาทตามเคลียร์เรื่องที่พูดค้างไว้ที่โรงพยาบาล ผู้ช่วยสาวร่างเล็กจะเดินหนี ไม่อยากถูกซักให้เข้าตัว แต่เขาก็รั้งตัวไว้ แล้วเอ่ยเสียงเย็น

“เธอโกหกฉัน”

หนูนาชะงัก เสียวสันหลังวาบ กลัวเขารู้ความจริงว่าเธอเป็นใคร แล้วก็ได้ถอนใจโล่งอกเมื่อเขาขยายความ

“ใช่...เธอมีสิทธิ์จะไปเยี่ยมใครก็ได้ แต่ไม่มีสิทธิ์โกหก”

“ฉันไปโกหกคุณเมื่อไหร่”

“เธอเคยบอกฉันว่าไม่คิดอะไรกับน้าราม แต่พอฉันเผลอทีไร เธอก็ไปหาน้ารามทุกที แถมทำท่าเป็นห่วงเป็นใยเขาเหลือเกิน พยายามเอาใจเขาเหลือเกิน เธอกำลังเล่นเกมอะไรของเธออยู่หนูนา”

“เล่นเกม...ฉันไม่ได้เล่นอะไรทั้งนั้น”

“ก็เล่นเกมโปรยเสน่ห์ไง ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่อง ฉันขอเตือนเธออีกแค่ครั้งเดียว ถ้าไม่อยากเสียใจ อยู่ให้ห่างจากน้ารามไว้” หนูนาอยากจะเป็นบ้าที่เขาเข้าใจผิดหมด แต่ไม่ทันอธิบาย เขาก็โพล่งออกมาอีก “น้ารามน่ะ ชีวิตเขาเคยถูกทำลายมาแล้ว ฉันไม่อยากเห็นเขาต้องเจ็บซ้ำสองเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเด็กอย่างเธอ”

หนูนาโมโหมาก สวนกลับเสียงกร้าว “ฉันรู้ว่าฉันทำอะไร ฉันไม่มีวันทำร้ายน้าราม...ไม่มีวัน คุณเป็นนายจ้างฉัน แต่คุณมีสิทธิ์แค่สั่งงาน ไม่มีสิทธิ์มาห้ามเรื่องส่วนตัวของฉัน รู้เอาไว้ด้วย”

“ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์ ในเมื่อเธอกำลังยั่วคนงานดีที่สุดของฉัน เธอกำลังทำให้ไร่นี้วุ่นวาย วุ่นวายจนแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมผู้หญิงอย่างเธอถึงชอบคนแก่!”

“คุณ...บ้า คิดอกุศล ฉันบอกคุณแล้วว่าไม่ได้คิดกับน้ารามแบบนั้น”

“เธอเห็นว่าฉันตาบอดหรือไง ออเซาะออดอ้อนน้ารามขนาดนั้น แล้วบอกไม่คิดอะไรเนี่ยนะ”

หนูนาพยายามข่มอารมณ์ ตั้งสติ ก่อนจะตัดสินใจโพล่งความจริงส่วนหนึ่งออกไป

“คุณตัดสินอะไรเอาไว้ในใจ ก็เห็นแต่แบบนั้นแหละ แต่ฉันไม่ได้คิด ทุกอย่างที่ฉันทำไปเพราะฉันรักน้าราม!”

สีหนาทหน้าซีด รู้สึกหมดแรงดื้อๆ พลันโลกก็สดใสอีกครั้ง เมื่อได้ยินประโยคต่อมา “แต่ไม่ใช่แบบที่คุณคิด ฉันไม่ได้คิดกับน้ารามแบบชู้สาว ฉันรักน้ารามเหมือนพ่อ...และจะไม่มีทางเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น คุณเข้าใจไหมคะ”

หนูนาสบตาเขานิ่ง แล้วเป็นฝ่ายกระดากเอง เมื่อเขาส่งแววตาวิบวับกลับมาให้

“ฉันเชื่อเธอ...แต่อย่าทำให้ฉันผิดหวังนะหนูนา ที่ฉันเกลียดที่สุดคือคนโกหก”

หนูนาเจ็บจี๊ด คำพูดเขาแทงใจดำอย่างแรง เพราะยังมีความลับเรื่องพ่อ แต่สีหนาทก็ไม่ทันสังเกต

“แล้วเธอมีอะไรจะบอกฉันอีกหรือเปล่า...หนูนา ทองการค้า” หนูนาสะดุ้งที่เขาเรียกชื่อเต็มยศ เริ่มกลัวอีกรอบว่าเขาจะรู้ความลับของเธอ แต่ก็ยังทำนิ่ง ส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่มี...งั้นแปลว่าวันนี้เราเคลียร์ปัญหาทุกอย่างหมดแล้ว”

“ก็มีแต่ปัญหาของคุณนั่นแหละ ของฉันไม่มี”

สีหนาทยิ้มให้ท่าทางงอนๆของเธอ ก่อนจะอาสาไปส่งถึงเรือนพักคนงาน ผู้ช่วยสาวจะไม่ยอม เพราะไม่อยากเป็นขี้ปากและเป้าสายตาของคนงานทั้งไร่เหมือนอย่างตอนนี้ สีหนาทมองตามสายตาเธอ แล้วย้อนหน้าตาย

“แล้วนึกเหรอว่าที่เราหยุดคุยกันตั้งนานสองนาน พวกเขาจะไม่เห็น เอาน่า...ให้ฉันเดินไปส่ง รับรองไม่มีใครกล้าปากมาก ดีกว่าเธอเดินเข้าไปคนเดียวเยอะเชื่อฉันสิ”

หนูนาไม่มีทางเลือก ต้องยอมให้เจ้านายตัวโตเดินไปส่ง เสียงซุบซิบรอบข้างเงียบจริงๆอย่างที่เขาว่า แต่ก็แค่ชั่วระยะเวลาที่เธอเดินผ่านเท่านั้น ทันทีที่ลับร่างเธอกับสีหนาท เหล่าคนงานก็เม้าท์ตามหลังกันให้แซ่ด!

แม้แต่แป้น เพื่อนแท้ในไร่เพียงคนเดียว ก็อดแซวไม่ได้เมื่อเห็นเธอมากับสีหนาท จนในที่สุดเธอก็ทนอึดอัดใจไม่ไหว ต้องเอ็ดลั่นเจ้านายตัวโตที่ชอบทำอะไรเอาแต่ใจ สีหนาทไม่เพียงไม่โกรธ ยังโต้กลับยิ้มๆ

“จะกลัวทำไม เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เองว่าที่คนเขาคิดกัน มันจริงหรือว่าไม่จริง”

“ใช่สิ...ก็คุณไม่เสียหายนี่”

“ใครว่า...สมัยนี้ผู้ชายก็เสียหายไม่น้อยกว่าพวกผู้หญิงนะ แต่ในกรณีของเธอ...ฉันยอมโดนนินทา!”

ooooooo

แม้จะยังเอาผิดศักดากับอดิศรเรื่องบงการลอบฆ่าสีหนาทในป่าไม่ได้ แต่กรกชก็ไม่นิ่งนอนใจ พยายามหาหลักฐานและเบาะแสทุกทางเพื่อดำเนินคดีกับสองพ่อลูก แต่กระนั้น...ก็เป็นไปได้ยากลำบากเต็มที เพราะสองพ่อลูกมีอิทธิพลมาก แถมหลักฐานปลอมที่สร้างขึ้นก็แน่นหนาจนหาทางเอาผิดไม่ได้เลย

ส่วนจุฑารัตน์...เป็นห่วงเพื่อนมากไม่แพ้กัน กลัวต้องไปเสี่ยงตายอีก แล้วจะช่วยไม่ทันเหมือนครั้งล่าสุด จะหวังพึ่งตำรวจอย่างกรกช ก็ติดอุปสรรคหลายอย่าง โดยเฉพาะความจริงที่ว่าเธอเป็นนักข่าว คงยุ่มย่ามกับระบบการทำงานของเขาไม่ได้มาก แต่เธอก็ไม่ถอดใจ ปฏิญาณกับตัวเองไว้แล้วว่าจะต้องแฉศักดากับอดิศรให้ได้!

เหตุการณ์สีหนาทไปส่งผู้ช่วยสาวถึงเรือนพักเมื่อคืนก่อน กลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนงานทั้งไร่ในเช้าวันต่อมาอย่างช่วยไม่ได้ แม้แต่แป้นก็ล้อเพื่อนสาวตัวเล็กไม่ขาดปากที่มีหนุ่มมาติดพันถึงสองคน คือสีหนาทกับราม และเรื่องราวก็ลุกลาม ถึงขั้นมีการพนันขันต่อ โดยฝ่ายราชสีห์หนุ่มเป็นฝ่ายได้เปรียบ ได้แต้มต่อถึงสิบต่อหนึ่ง!

สีหนาทยังไม่รู้เรื่องพนัน มัวเคลียร์ปัญหาคาใจให้ญาติสาว เรื่องที่หนูนาชอบเอาตัวไปใกล้รามจนผิดสังเกต แล้วก็ได้ค้นพบความจริงอันน่าตกใจกว่า เพราะไม่ใช่หนูนาที่เขาต้องระวังหัวใจไม่ให้คิดกับรามแบบชู้สาว แต่เป็นขนิษฐา ซึ่งดูเหมือนจะอาการหนักไม่น้อย จนเขาเริ่มหนักใจ...เป็นห่วงความรู้สึกของญาติสาวเหลือเกิน

เรื่องหัวใจของญาติสาวคาใจสีหนาทตลอดเช้า จนกระทั่งหนูนามาช่วยงาน พร้อมข่าวเรื่องพนันขันต่อ โดยเฉพาะที่ว่าเขาเป็นฝ่ายได้เปรียบราม ก็ทำให้เขายิ้มร่าอย่างอารมณ์ดี หนูนาปรี๊ดมาก แหวเสียงเขียว

“ยิ้มอะไรของคุณ ไม่ใช่เรื่องตลกนะ”

“เปล่า...อย่าเข้าใจผิด ฉันแค่ภูมิใจที่มีลูกน้องฉลาด พวกเขารู้ว่าระหว่างชายวัยกลางคน ฐานะดี หน้าตา...กับผู้ชายวัยคราวพ่อ ฐานะธรรมดา เธอต้องเลือกคนแรกอยู่แล้ว”

หนูนาอ้าปากค้าง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้านายหนุ่มจะหลงตัวเองขนาดนี้ และถึงเธอจะพยายามเหน็บและแขวะแค่ไหนเขาก็ไม่สะดุ้งสะเทือน แถมยืดอกรับอีกต่างหาก ด้วยความภูมิใจที่เป็นฝ่ายได้เปรียบราม

หลายวันต่อมา...เรื่องสีหนาทกับหนูนาเบาบางลงบ้างแล้ว แต่กลับมีเรื่องใหม่เข้ามาแทน คือรามออกจากโรงพยาบาลและถูกพาไปพักรักษาตัวต่อบนเรือนใหญ่ ไม่ใช่บ้านพักคนงานของตัวเอง

รามเกรงใจมาก ไม่อยากอยู่เป็นภาระสองพี่น้อง โดยเฉพาะขนิษฐา แค่ที่ผ่านมาหลายวัน เธอตามไปดูแลเขาถึงโรงพยาบาลตลอด ก็ทำให้เขาลำบากใจจะแย่ ไม่อยากให้เธอเสียหายที่มาอยู่ใกล้คนมีอดีตอย่างเขา

แต่ขนิษฐาก็ไม่ยอมให้เขาปฏิเสธ ยืนยันจะดูแลเขาจนหายดีบนเรือนใหญ่ โดยมีสีหนาทกับหนูนาเป็นกองหนุน โดยเฉพาะฝ่ายหลัง เห็นดีด้วย เพราะจะได้มีโอกาสช่วยดูแลพ่อระหว่างที่ขึ้นมาช่วยงานสีหนาทบนเรือนใหญ่

สีหนาทเห็นท่าทางกระตือรือร้นของผู้ช่วยสาว ก็แอบหึง แม้จะเคลียร์เรื่องความรู้สึกเธอที่มีต่อรามแล้ว ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ ต้องหาเรื่องลากตัวไปดูงานในไร่ หนูนายอมเพราะหน้าที่ แล้วก็ได้งงสุดขีด เมื่อเขาไม่ได้พาเข้าไร่อย่างที่อ้าง แต่พาไปไร่ของฤกษ์ เจ้าของไร่สักที่สีหนาทเคยให้คำปรึกษาในงานสัมมนาเมื่อหลายวันก่อน

ooooooo

ไร่ของฤกษ์ไม่ได้กว้างใหญ่เท่าของสีหนาท แต่ก็มีกลิ่นอายธรรมชาติและเต็มไปด้วยความอบอุ่นตามประสากิจการของครอบครัว สีหนาทใช้เวลาไม่นานเลย ช่วยแนะนำเจ้าของไร่ถึงต้นไม้ตระกูลเดียวกับสักที่สามารถปลูกร่วมกันได้ แถมเก็บเกี่ยวไปขายเพื่อเพิ่มรายได้ระหว่างรอให้สักโต ซึ่งอาจใช้เวลานานหลายปี

เวลาเดียวกันที่เรือนสีหนาท...ก้อนวิ่งมาตามเจ้านายหนุ่มไปดูรถแทรกเตอร์ลากไม้ ซึ่งมีปัญหาสตาร์ตไม่ติด แต่สีหนาทไม่อยู่ รามเลยอาสาไปแทน เพราะเห็นว่าไม่ลำบากอะไร แถมยังช่วยให้งานสำเร็จอีกต่างหาก

การซ่อมรถแทรกเตอร์ทำให้รามปลดปล่อย ไม่อึดอัดอุดอู้อยู่แต่ในเรือนเหมือนหลายวันที่ผ่านมา และเขาก็ใช้ความชำนาญกับประสบการณ์ซ่อมรถจนสำเร็จ เหล่าคนงานเป็นปลื้มมาก มีเพียงขนิษฐาซึ่งรุดตามมาตั้งแต่รู้เรื่อง ไม่พอใจและโกรธมากที่เขาออกมาทำงานโดยไม่บอกก่อน แถมหักโหมจนแผลที่เกือบสมานปริแตกอีกครั้ง

“มันน่าดีใจตรงไหน น้ารามกำลังจะหายแล้วแท้ๆ” สีหน้าเหล่าคนงานซีดเผือด แต่ขนิษฐาก็อารมณ์ขึ้นจนฉุดไม่อยู่แล้ว “ฉันจะบอกนายสิงห์ว่าพวกเธอเห็นแก่ตัว คิดแต่จะให้งานเสร็จจนไม่คิดถึงคนป่วย”

“คุณน้องครับ แค่นี้เองครับ ผมไม่เป็นไรเลย”

ขนิษฐาชี้ไปบนผ้าพันแผลที่มีเลือดซึม แหวลั่น “เลือดออกแบบนี้ยังบอกว่าไม่เป็นไรอีกเหรอคะ ที่น้าราม มาพักที่เรือนใหญ่เพราะจะได้ไม่ฝืนตัวเอง ยังจะตามกันมาถึงเรือน!”

ขณะที่รามรับศึกหนักจากขนิษฐา...สีหนาทช่วยงานฤกษ์จนเหนื่อย ถึงได้ขอพัก ด้วยการพาผู้ช่วยสาวไปนั่งจักรยานเล่น หนูนาไม่ยอมเกาะเอวอย่างที่เขาเตือน และคร้านจะถามว่าเขาจะพาไปไหน เอาแต่นั่งนิ่งชมวิวไปเรื่อยๆ จนเมื่อเขาปั่นจักรยานพาลงทางลาด อาการหวาดเสียวก็ทำให้ต้องโวยลั่น

“คุณสิงห์...คุณแกล้งฉัน”

“ไม่ได้แกล้ง ก็ฉันเตือนเธอแล้ว” ท่าทางยียวนกวนประสาท ทำให้หนูนาปรี๊ดแตก

“คุณฉวยโอกาส ผู้ชายก็เป็นอย่างนี้เหมือนกันหมด”

หนูนาเดินหนี เขาตามไปรั้งไว้ “ไม่เหมือน...คนฉวยโอกาสคือพวกเอาเปรียบ แต่ฉันไม่ได้เอาเปรียบเธอเลย...ไม่เลยแม้แต่นิดเดียว” หนูนาหลบสายตาวิบวับ เหลือบมองมือใหญ่ที่รั้งเธอไว้ สีหนาทเลยต้องปล่อย

“นี่ก็ไม่ได้เอาเปรียบ ฉันแค่อธิบาย สิ่งที่เธอเห็นข้างนอก อาจเหมือนผู้ชายทั่วไป แต่ลึกๆข้างในมันไม่เหมือน”

หนูนานิ่วหน้าไม่เข้าใจ แต่เขาก็ไม่อธิบายต่อ ทิ้งท้ายไว้แค่...อีกหน่อยเธอจะเข้าใจว่าเขาหมายความว่าอะไร

ภาพวิวสวยงามตรงหน้า ทำให้หนูนาหายงอนและลืมเรื่องขุ่นใจทุกอย่าง สีหนาทเห็นท่าทางตื่นเต้นเหมือนเด็กๆของเธอ ก็อดยิ้มตามด้วยความชอบใจไม่ได้ และไม่ลังเลเลยจะให้เธอยืมมือถือถ่ายรูป

แต่ท่าทางเก้ๆกังๆของเธอ ก็ทำให้ต้องยื่นมือมาช่วยถ่าย พร้อมขอค่าตอบแทนเป็นภาพคู่ หนูนาเห็นเขาเอาหน้ามาใกล้ก็พยายามเบี่ยงตัวหนี แต่สีหนาทก็ตามติด แถมทวงบุญคุณหน้าตาย

“อ้าว...เธออยากได้รูปคนเดียวเหรอ ฉันก็อยากได้เหมือนกัน”

“งั้นฉันถ่ายให้คุณเอง”

“ไม่...ฉันเบื่อถ่ายรูปคนเดียวแล้ว ถ้าไม่ถ่ายรูปคู่กัน ฉันจะลบรูปเมื่อกี้”

พูดจบก็หยิบมือถือมาเปิด หนูนากลัวไม่ได้รูป เลยยอมแบบเสียไม่ได้ สีหนาทยิ้มชอบใจ เจ้ากี้เจ้าการใหญ่ ให้เธอยิ้มและทำท่าตามต้องการ จนได้รูปเป็นที่พอใจนั่นแหละ ถึงชวนกันกลับ...

ooooooo

สภาพแผลของรามทำให้ขนิษฐาต้องเบือนหน้าหนี ความโกรธผุดขึ้นมาอีกที่เขาไม่เคยรักตัวเอง และไม่เคยเห็นความหวังดีของเธอเลย รามเห็นท่าทางเจ้านายสาวก็หน้าเจื่อน พยายามขอทำแผลเอง แต่เธอก็ดึงดันจะทำให้ จนเขาอดรู้สึกผิดไม่ได้ที่ทำให้เธอร้อนรนด้วยความเป็นห่วง

“คุณน้องครับ ขอบคุณมากนะครับ แล้วก็...ขอโทษด้วยที่ทำให้เป็นห่วง”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ แต่เปลี่ยนเป็นอย่าทำอย่างนี้อีก” รามมีสีหน้าลำบากใจ ขนิษฐาเลยลดเสียงลง “น้องเข้าใจค่ะว่าน้ารามเป็นผู้ใหญ่ น้องเหมือนคนจุ้นจ้านไปยุ่งวุ่นวายกับน้าราม”

“ไม่ใช่นะครับ ผมรู้ว่าคุณน้องทำไปเพราะหวังดี”

ขนิษฐาโล่งใจที่เขารับปาก รีบรวบรัด “งั้นก็เอาเป็นว่า...ก่อนที่น้ารามจะไปช่วยอะไรคนงาน หรือจำเป็นต้องทำงานอะไร จะต้องบอกน้องก่อนทุกครั้ง แล้วก็ห้ามฝืนแบบนี้อีก รับปากแล้วนะคะ”

พูดจบก็ผละไป รามจะตาม แต่มือถือของเธอก็ดังขึ้นก่อน เขาเกรงใจเลยปลีกตัวไปพัก ทิ้งขนิษฐาให้คุยงานกับปลายสายเรื่องงานใหญ่ประจำจังหวัดที่มาขอให้เธอเป็นผู้รับผิดชอบการแสดง ซึ่งเธอก็ตอบตกลงแต่โดยดี

ไม่ใช่แค่ขนิษฐาที่ต้องรับผิดชอบหรือมีส่วนในงานประจำจังหวัด ศักดากับอดิศรก็ถูกขอร้องให้ไปด้วย โดยในปีนี้ สองพ่อลูกได้รับผิดชอบในฝ่ายจัดการสถานที่ อดิศรอิดออดไม่อยากไป แต่เมื่อเห็นชื่อขนิษฐาในจดหมายเชิญก็เปลี่ยนใจ กระตือรือร้นจะช่วยขึ้นมาทันที ศักดาอยากจะเป็นบ้าตาย...ผู้หญิงมีตั้งเยอะ ทำไมต้องเป็นน้องไอ้สิงห์!

ด้านสีหนาท...กลับจากไร่ของฤกษ์เย็นวันเดียวกัน บรรยากาศอุ่นๆระหว่างตนกับผู้ช่วยสาวยังอบอวลรอบตัว จนเมื่อต้องแยกกันตอนถึงไร่ ก็อดไม่ได้ชวนเธอรอกิน

มื้อเย็นด้วยกัน หนูนานึกกระดาก ทั้งจากสายตาระยิบระยับ และจากสายตาคนงานรอบด้าน เลยปฏิเสธและเดินหนี ทิ้งสีหนาทให้มองตามยิ้มๆ ชอบใจที่แหย่ให้เธอเขินได้

หลังแยกกัน หนูนาก็ขึ้นเรือนไปเยี่ยมราม อยู่เป็นเพื่อนและชวนคุยเหมือนเคย ส่วนสีหนาท...เข้าไร่ไปจัดการงานกับเชษฐ์ กว่าจะเสร็จก็ฟ้ามืด และจะกลับเรือนอยู่แล้ว ถ้าจะไม่ได้ยินเหล่าคนงานซุบซิบกันเรื่องรามกับขนิษฐา

สีหนาทโกรธมาก จัดการเรียกคนงานมาซักไซ้ต้นตอ ก่อนจะประกาศกร้าว “ที่น้ารามมาอยู่เรือนใหญ่ ฉันเป็นคนอนุญาต เพราะน้ารามเป็นผู้มีพระคุณ ไม่ใช่คุณน้องจะเอาผู้ชายมากินนอนบนบ้านอย่างที่พูด ทีหลัง...จะพูดถึงใครต้องคิดให้มาก โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้คนอื่นเขาเสียหาย”

เหล่าคนงานหน้าเสีย ก้มหน้างุดเหมือนจะรับปากไม่พูดเรื่องนี้อีก รามพอเดาปฏิกิริยาเหล่าคนงานได้เพราะทำงานคลุกคลีกันมานาน เลยคิดจะขอกลับบ้านพักตัวเองในวันรุ่งขึ้น เมื่อหนูนากลับไปพัก หลังชวนคุยจนเขาหายเหงาและหายคิดถึงลูกสาว และสีหนาทกลับมา เลยเปิดฉากขออนุญาต สีหนาทฟังเหตุผลแล้วก็ถึงกับถอนใจ

“ถ้าผมกับยายน้องไม่ถือสา เราจะไปคิดอะไรมากกับคำพูดคน”

“ไม่ได้หรอกครับ เพราะผมถือ จะให้คุณสิงห์กับคุณน้องเป็นขี้ปากคนเพราะผม ผมยอมไม่ได้”

สายตาแน่วแน่ของหัวหน้าคนงานทำให้สีหนาทรู้ว่าคงเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ “งั้นก็ตามใจน้าราม แต่ขอให้น้ารู้ไว้ว่าสำหรับผม...น้ารามก็เหมือนกับคนในครอบครัว ใครจะว่ายังไง ผมไม่สนหรอก”

รามยิ้มบางๆ ซึ้งใจกับความรักและความหวังดีของเจ้านายหนุ่มจริงๆ แต่ที่ค้างคาใจ คือความรู้สึกของขนิษฐา ซึ่งเขารับรู้ แต่ก็ไม่อาจรับความรู้สึกนั้นได้ “ฝากบอกคุณน้องด้วยว่า...ผมขอโทษ”

สีหนาทเข้าใจความหมายนั้นดี สงสารขนิษฐาจับใจ แต่ก็ไม่อาจฝืนความรู้สึกใครได้ นอกจากพยักหน้ารับ เหมือนเป็นการรับปากว่าจะจัดการคุยกับญาติสาวให้เอง...

ooooooo









  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ฤกษ์สังหาร” ตอนจบ แฟนๆ แห่ชม สนั่นโซเชียล

“ฤกษ์สังหาร” ตอนจบ แฟนๆ แห่ชม สนั่นโซเชียล
13 พ.ย. 2562
14:45 น.