ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตามรักคืนใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของสีหนาท ทั้งตามเฝ้า ตามสอน ตามต่อปากต่อคำกับหนูนาแทบทุกวัน ทำให้คนงานทั้งไร่เริ่มผิดสังเกต และรับรู้โดยปริยายว่า
คนงานสาวร่างเล็กเป็นคนโปรด เพราะถึงจะก่อร่างสร้างเรื่องแค่ไหน นายใหญ่แห่งไร่บัวขาวก็ไม่เคยคิดไล่ออกจริงจัง มีแต่เรียกไปตักเตือนพอเป็นพิธีและเปลี่ยนงานใหม่ให้เท่านั้น

และงานถูเรือนนี้ เธอก็ทำได้ดีเกินคาด โดยมีนายใหญ่ตามเฝ้าทุกเช้า จนกระทั่งวันหนึ่ง ที่เธอพลาด เผลอตัวช่วยเขาจัดเก็บและเรียงเอกสารภาษาอังกฤษของเขา ซึ่งถูกลมพัดปลิวกระจัดกระจายทั่วระเบียงเรือน

สีหนาทมองเอกสารที่ถูกเรียงใหม่อย่างเรียบร้อยและถูกต้องด้วยสายตาทึ่งๆ ครุ่นคิดนิดเดียวก็ตัดสินใจทดสอบบางอย่าง ด้วยการพาหนูนาไปห้องทำงานส่วนตัว ถ้ำราชสีห์หรือสถานที่ต้องห้ามของคนงานเกือบทั้งไร่ ซึ่งทั้งรกและสกปรก เพราะเขาไม่ชอบให้ใครเข้ามายุ่มย่าม นอกจากขนิษฐากับเชษฐ์

หนูนากวาดตามองสภาพห้องทำงานเจ้านายหนุ่ม ทุกอย่างดูผิดที่ผิดทางและฝุ่นจับเขรอะจนไม่น่าจับ มีเพียงแผนที่ไร่ขนาดใหญ่บนฝาผนังข้างหนึ่งเท่านั้น ที่ดูสะอาดมากกว่าส่วนอื่น สีหนาทเห็นสายตาอึ้งๆก็แก้ตัวแกนๆ

“ฉันไม่ค่อยให้ใครเข้ามายุ่งในนี้ นานๆถึงจะให้เข้ามาทำความสะอาดกันที ห้องมันเลยรกไปหน่อย”

“นี่หน่อยเหรอ เอ่อ...แล้วแบบนี้คุณหาของเจอเหรอคะ”

เหน็บจบก็เก็บเศษกระดาษบนพื้นไปทิ้ง แล้วทำท่าจะยกกองเอกสารข้างๆ สีหนาทรีบร้องห้ามเสียงหลง

“อ๊ะ...ระวังนะ อย่าให้เอกสารฉันขยับ”

“ถ้าไม่ขยับ แล้วจะกวาด จะถูพื้นได้ยังไงคะ”

“ก็ทำไปเท่าที่ทำได้ก็แล้วกัน แต่อย่าให้มันสลับที่กัน เดี๋ยวฉันจำไม่ได้ว่าเอาอะไรไว้ตรงไหน”

“ตู้เหล็กก็มี ทำไมไม่เอาพวกนี้จัดเข้าไปล่ะคะ”

“ไม่มีเวลา เอ่อ...เดี๋ยวฉันต้องเข้าไร่แล้ว ทำไป ก็แล้วกันนะ แล้วฉันจะมาดูผลงาน”

รวบรัดสั่งความแล้วก็ผละไป ทิ้งหนูนาให้กวาดตามองรอบห้องเซ็งๆ...รกขนาดนี้ วันเดียวจะจัดเสร็จไหม!

วันเดียวกันที่หน้าเรือนสีหนาท...ขนิษฐากำลังขอร้องให้รามช่วยขับรถเข้าเมือง ไปดูผ้าเพื่อสั่งตัดชุดสำหรับการแสดงใหม่ของโรงแรม หัวหน้าคนงานหนุ่มอยากปฏิเสธเพราะเป็นห่วงความปลอดภัย แต่เมื่อถูกเธอหว่านล้อมมากเข้าก็ใจอ่อน ยอมพาเข้าเมืองจนได้

บรรยากาศระหว่างทางเข้าเมืองเต็มไปด้วยความอบอุ่น ขนิษฐาปลื้มใจมากที่มีโอกาสใกล้ชิดและพูดคุยกับรามแบบเป็นกันเองและผ่อนคลายมากกว่าทุกครั้ง เขามาส่งเธอที่ร้านผ้า แล้วแวะไปซื้ออุปกรณ์การเกษตร และกลับมารับเธออีกครั้ง ทันเวลาที่เธอกำลังมีปัญหา ถูกอดิศรตามรังควาน!

อดิศรปรายตาไปทางหัวหน้าคนงานหนุ่มแห่งไร่บัวขาวเหยียดๆ ท่าทางโอหังและไม่ยอมถอยห่างจากขนิษฐา รามพยายามเตือนดีๆ แต่อีกฝ่ายก็ไม่สน จนเขาต้องชักปืนมาขู่

“ผมมีหน้าที่ปกป้องคุณน้อง ไม่ยอมให้คุณทำ ตามใจแน่” อดิศรจะไม่ยอม รามเลยขู่สำทับเสียงเข้ม “ขอเตือนว่าอย่าคิดแลกกับคนอย่างผม ผมไม่เหมือนคุณ เพราะนอกจากชีวิตแล้ว ผมไม่มีอะไรจะต้องเสีย!”

อดิศรถึงกับผงะ กลัวตายเหมือนกัน แต่ยังทำใจกล้า ย่างสามขุมเข้าหาขนิษฐาอีกครั้ง เจ้าของร้านเกรงจะมีเรื่องให้ร้านเสียหาย เลยพยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์ รามยอมเก็บปืนพกเข้าที่ อดิศรก็สั่งลูกน้องให้ไปรอข้างนอก ก่อนจะประกาศกร้าวใส่หน้าขนิษฐา

“บอกลูกพี่ลูกน้องคุณนะว่าอย่าเผลอ วันไหนที่คุณพ้นจากการบงการของมัน ผมยังพร้อมให้อภัยคุณ”

ooooooo

ผลงานทำความสะอาดและจัดเรียงเอกสารของหนูนา ทำให้ทุกคนบนเรือนตะลึงมาก เพราะไม่เคยมีใครได้รับอนุญาตให้เข้าถ้ำราชสีห์มาก่อน โดยเฉพาะสีหนาท...เจ้าของห้อง ถึงกับอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะถามเสียงเข้ม

“ใครสอนให้ทำของพวกนี้ ไหนบอกว่าเป็นคนทำงานบ้าน จัดเอกสารเป็นด้วยหรือ”

หนูนาสะดุ้ง อึกๆอักๆ “เอ่อ...เจ้าของบ้านที่ฉันเคยทำงานด้วยที่กรุงเทพฯสอนค่ะ”

สีหนาทไม่เชื่อ แกล้งยั่วเพื่อดูปฏิกิริยา “นายเก่าเธอนี่คงจะรวยมากสินะ เด็กรับใช้ธรรมดาๆถึงทำงานบ้านไม่เป็นสักอย่าง แต่กลับจัดเอกสารภาษาอังกฤษได้ คนรวยเนี่ย...บางทีก็ทำอะไรแปลกๆ”

หนูนาเสียวสันหลังวาบ พยายามแก้ตัวข้างๆคูๆ เขาก็ไม่เชื่อ แถมไล่ต้อนหนักกว่าเดิม

“บอกว่าจบแค่มอสาม แต่กลับจัดได้แม้แต่เอกสารภาษาอังกฤษยากๆพวกนี้ มันไม่เก่งเกินตัวไปหน่อยหรือ ในไร่นี้มีแค่ฉัน ยายน้องและนายเชษฐ์ที่ทำงานแบบนี้ได้”

สีหนาทมองมาอย่างคาดคั้น บีบให้เธอสารภาพความจริงที่ซ่อนไว้ หนูนาถอยจนติดข้างฝา สะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินเสียงเจ้านายหนุ่มตะคอกถามเสียงเข้ม

“หรือว่าความจริงเธอไม่ได้จบแค่มอสาม และก็ไม่เคยเป็นคนงานแม่บ้านมาก่อน เธอเป็นใครกันแน่หนูนา!”

หนูนาเกือบจนมุมแล้ว โชคดีเชษฐ์แวะมาให้เจ้านายหนุ่มเซ็นเอกสาร เธอเลยรอดตัว แต่กระนั้น...สายตาอยากรู้อยากเห็นของเชษฐ์ โดยเฉพาะเรื่องความสะอาดและเป็นระเบียบของถ้ำราชสีห์ ก็ทำให้เธอหายใจไม่ทั่วท้อง

“แหม...ห้องโล่งขึ้นเยอะเลย คุณสิงห์นี่ตาถึงรู้ได้ยังไงว่าหนูนาจัดห้องทำงานได้”

“ฉันก็ไม่รู้หรอก...คาดไม่ถึงเหมือนกัน”

หนูนากลัวถูกซักเลยรีบขอตัว ทิ้งสองหนุ่มให้มองตามนิ่งๆ...ยายตัวเล็กนี่ต้องมีอะไรปกปิดไว้แน่!

ด้านขนิษฐา...เห็นท่าทางขึงขังไม่กลัวตายของรามก็ใจไม่ดี เลยขอร้องให้เขาแวะวัดระหว่างทางกลับไร่

“น้ารามรู้ไหมคะว่าน้องอธิษฐานอะไร น้องขอให้พระคุ้มครองน้าราม เพราะน้องคงทนไม่ได้ถ้าน้ารามต้องมาเป็นอะไรเพราะน้อง” รามถึงกับอึ้ง แต่ไม่ทันพูดอะไร ขนิษฐาก็ตัดพ้อต่อว่าตัวเองเสียก่อน “เวรกรรมอะไรก็ไม่รู้ ถึงถูกนายนั่นตามรังควานไม่เลิก ตัวเองลำบากไม่พอ ยังทำให้น้ารามต้องมาเสี่ยงไปด้วย”

“อย่าโทษตัวเองเลยครับ ความจริงเรื่องที่เกิดขึ้นก็เพราะผมพลาดด้วย ไม่ได้ระวังให้มากพอ ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ” ขนิษฐาส่ายหน้าไม่เห็นด้วย แต่รามก็ไม่หยุด “คุณน้องเป็นคนดี ถึงได้คิดมากแทนผม แต่ก็อย่างที่ผมพูดกับนายอดิศร คนอย่างผม...นอกจากชีวิตแล้ว ไม่มีอะไรจะต้อง...”

รามพูดไม่ทันจบ ขนิษฐาก็ขัดขึ้น “น้ารามหยุดพูดแบบนี้เถอะค่ะ สำหรับน้อง...ชีวิตน้ารามมีค่า ไม่ต่างจากชีวิตของน้องหรือว่าพี่สิงห์ ไม่ควรจะต้องมีใครมาสละชีวิตให้ใครทั้งนั้น...เข้าใจไหมคะ”

ขนิษฐาพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แต่ก็ทำได้ยากเต็มที รวมทั้งน้ำตาที่ทำท่าจะไหลเพราะความอัดอั้นตันใจ รามเห็นท่าเจ้านายสาวก็ทำตัวไม่ถูก ได้แต่พูดออกไปด้วยความเจียมตัว

“ขอบคุณนะครับที่คุณเป็นห่วงคนอย่างผม ผมโชคดีที่มีเจ้านายดีๆแบบคุณ”

ขนิษฐาสุดจะกลั้นน้ำตา ไม่อาจปกปิดความอึดอัดใจได้อีกต่อไป โพล่งออกไปเสียงเครือ

“น้ารามต้องไม่เป็นอะไร ต้องปลอดภัยนะคะ น้องขอพรให้น้ารามและเราทั้งคู่ปลอดภัย”

รามชะงักเล็กน้อยกับคำว่าเรา แต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร นอกจากรับปากหนักแน่น

“ครับ...คุณน้องต้องปลอดภัย เราต้องปลอดภัย”

คำสัญญาของเขา ทำให้ขนิษฐาหมดแรงต้านทานความอ่อนไหวในใจ โผซบไหล่อย่างหาที่พึ่ง รามตกใจมาก แต่ไม่อยากปฏิเสธให้เธอใจเสียไปกว่านี้ ยอมยืนนิ่งๆให้เธอพิง จนคนหาที่พึ่งปลื้มใจมาก ที่เขาไม่หลบเลี่ยงเหมือนเคย

ooooooo

ศักดาควงรัศมีไปทั่วเชียงราย เหมือนจะอ่อยเหยื่อให้เหล่านายทุนซึ่งเคยเมินข้อเสนอโครงการบ่อนที่สามเหลี่ยมทองคำได้รู้ว่าเขามีแหล่งเงินทุนสนับสนุนแน่นหนาแค่ไหน ซึ่งก็ได้ผล เหล่านายทุนพากันเข้าหาและพยายามขอเจรจาข้อเสนอเดิม จนพ่อเลี้ยงใหญ่ลำพองใจมาก และคิดว่าอีกไม่นานโครงการใหญ่ต้องสำเร็จแน่

แต่อดิศร ซึ่งกำลังเซ็งเรื่องขนิษฐา กลับมองสิ่งที่พ่อทำเป็นเรื่องน่ารังเกียจ ไม่เห็นความจำเป็นที่พ่อต้องลงทุนขนาดนั้น ให้แม่ม่ายไฮโซ ลูกสาวคนเล็กของวรรณเจ้าสัว ใหญ่ตระกูลวรรณพาณิช หลงจนหัวปักหัวปํา ศักดาเหยียดยิ้มเย็น ก่อนจะสอนบทเรียนสำคัญให้ลูกชายคนเดียว

“แกนี่มันอ่อนจริงๆ แกต้องมองการณ์ไกล ไม่ใช่มองแค่ของพื้นๆอย่างน้องไอ้สิงห์ รู้ไหมว่าตระกูลวรรณพาณิชร่ำรวยมากแค่ไหน เงินพวกมันจะทำให้เราสบายไปทั้งชาติ หัดใช้สมองบ้าง”

“แต่ผมได้ข่าวว่ายายนั่นไม่ใช่ลูกรัก แล้วพ่อมันจะยอมให้เงินลูก เพื่อเอามาให้พ่อเหรอ”

“ใครว่าตาแก่วรรณนั่นไม่รักลูก ถ้ามันไม่รัก มันคงปล่อยให้ลูกมันโดนฉันปอกลอกไปแล้ว แต่นี่มันเป็นห่วง มันถึงไม่ยอม แถมยังหลอกด่าฉันอีก...ฉันจะเอาเงินมันมาให้ได้มากที่สุดเลย แกคอยดู!”

เพราะผลงานดีเด่นในการจัดถ้ำราชสีห์ ทำให้หนูนาถูกไล่ออกจากตำแหน่งถูพื้นเรือนในเช้าวันต่อมา เจ้าตัวถึงกับเต้นผ่าง อยากรู้เหตุผล แล้วก็ถึงกับสะอึกเมื่อสีหนาทตอบหน้าตาย

“ใช่...ฉันจะไล่เธอออก ไล่ออกจากงานบ้านแล้วให้มาเป็นผู้ช่วยฉันแทน” หนูนาทำหน้าไม่อยากเชื่อ สีหนาทต้องย้ำ “เมื่อวานเธอมาจัดห้องนี้ ก็คงเห็นแล้วว่าฉันต้องการคนช่วยทำข้อมูลมากกว่าคนทำความสะอาด”

หนูนาหน้าเสีย รีบปฏิเสธว่าคงทำไม่ได้ แต่สีหนาทก็ปรายตาไปทางตู้เอกสารที่เธอจัดเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อวาน จนเธอเริ่มร้อนๆหนาวๆ แต่ก็ยังทำใจกล้าต่อรอง

“แต่งานผู้ช่วยมันคงไม่ใช่แค่จัดเอกสาร”

“แต่ลองว่าจัดเอกสารทั้งไทย ทั้งอังกฤษได้ขนาดนี้ แปลว่าเธอเป็นคนละเอียด และมีมันสมอง ยอมรับความจริงเถอะ ว่าเธอไม่ถนัดงานใช้แรง ที่ผ่านมาถึงได้ล่มไม่เป็นท่า!”

หนูนาใจไม่ดี เริ่มกลัวเพราะสีหนาทรู้เรื่องและรู้จักเธอมากขึ้นทุกทีๆ

“คุณก็ชมฉันมากเกินไป ฉันก็แค่เคยฝึกการจัดเอกสารมา แต่ทำอย่างอื่นไม่เป็นหรอกค่ะ”

“เธอมากกว่าที่ถ่อมตัวเกินไป ทั้งๆที่ตัวเองยังมีอะไรดีๆอีกหลายอย่าง...ที่คนอื่นไม่รู้” หนูนาไม่กล้าสบตา กลัวเขาจับพิรุธได้ สีหนาทเลยขยับไปพูดใกล้ๆหู ย้ำเสียงเข้ม “เธอทำงานนี้ได้แน่ ฉันมั่นใจ งานเบาขึ้น แถมขึ้นเงินเดือนให้เป็นสองเท่า ก็แค่คอยติดตามเป็นผู้ช่วยฉันตลอดเวลาแค่นั้นเอง”
นั่นแหละที่เธอกลัวที่สุด ยิ่งอยู่ใกล้เขา ก็ยิ่งเสี่ยงว่าความลับจะแตก

“ถ้าฉัน...เอ่อ...ชอบงานหนักแล้วก็เงินน้อยมากกว่าล่ะคะ”

สีหนาทยิ้มเย็น ไม่แปลกใจ เตรียมคำตอบไว้แล้ว “ถ้าจะเอาอย่างนั้น...ก็ไปทำงานที่ไร่อื่น ฉันไม่ชอบคนขี้ขลาดที่มีความสามารถแล้วไม่กล้าเอาออกมาใช้ ถ้าจะทำงานที่นี่ ต้องใช้ความสามารถสูงสุดที่ตัวเองมี”

หนูนาหน้าเจื่อน รู้ดีว่าไม่มีทางเลือก เลยตอบตกลงแบบเสียไม่ได้ สีหนาทยิ้มกว้าง สั่งงานทันที

“งั้นเรามาเริ่มงานกันตั้งแต่เช้านี้เลย ฉันมีเวลาสอนเธอแค่ครึ่งวัน ตั้งใจฟังและเรียนรู้ให้มากที่สุดด้วย!”

ooooooo

ถึงแม้จะตอบตกลงด้วยความไม่เต็มใจ แต่หนูนาก็ตั้งใจเรียนงานจากสีหนาทเต็มที่ จนคนสอนร่างยักษ์อดทึ่งไม่ได้ที่ผู้ช่วยคนใหม่หัวไวกว่าที่คิด ไม่เหมือนหนูนาจอมป่วนประจำไร่คนเดิมเลย!

“หน้าที่ของเธอคือหลังจากตรวจงานแต่ละวันเสร็จแล้ว ต้องมาปักธงลงในแผนที่ ว่าแปลงที่เราไปตรวจทำอะไรไปแล้วบ้าง นอกจากนี้ก็ต้องคอยบันทึกงานที่หัวหน้าส่วนต่างๆเขารายงานมาด้วย”

ขณะที่หนูนาเริ่มต้นงานใหม่...ขนิษฐาก็ได้เริ่มบทเรียนยิงปืนกับรามเช่นกัน แม้จะดูเกร็งๆในช่วงแรก เพราะไม่คุ้นมือ แต่ท่าทางขึงขังและจริงจัง สัมผัสอบอุ่นและน้ำเสียงอ่อนโยนประกอบการสอนของเขา ก็ทำให้เธอแทบลืมหายใจ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะไม่เคยใกล้ชิดเขามากขนาดนี้
และเพราะบทเรียนยิงปืนแสนหวานนี่เอง ทำให้ขนิษฐาอารมณ์ดีจนถึงค่ำ และครึ้มอกครึ้มใจถึงขั้นเปิดเพลงคลอระหว่างนั่งดูดาว สีหนาทได้ยินเสียงเพลง เลยตามมาดู อมยิ้มเมื่อเห็นท่าทางเคลิ้มๆของญาติสาว

ขนิษฐาถึงกับหน้าแดงเมื่อถูกเย้า สีหนาทเลยตีความท่าทางของเธอว่าอาจกำลังมีความรัก

“แล้วถ้า...น้องเจอใครจริงๆ พี่สิงห์จะอนุญาตให้น้องคบกับเขาไหมคะ”

“ถ้าเป็นคนดี พี่ก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”

ขนิษฐาจะถามต่อ แต่ก็ต้องยั้งปากไว้ เมื่อรามแวะเอาของที่เธอลืมไว้บนรถมาคืนให้ สีหนาทยิ้มเจ้าเล่ห์ แกล้งถามล้อๆ หวังเย้าญาติสาว เพราะเห็นว่าหัวหน้าคนงานหนุ่มไปรับส่งทุกวัน จะเคยเห็นหนุ่มปริศนาของเธอหรือไม่

ขนิษฐาหน้าแดงก่ำ อายมากๆ “น้าราม...อย่าไปฟังพี่สิงห์นะคะ พูดอะไรก็ไม่รู้”

“อ้าว...เมื่อกี้เรายังถามเลย ว่าถ้าเจอคนพิเศษ พี่จะยอมให้คบไหม ทำไม...อายน้ารามหรือ มีอะไรต้องอาย”

สีหนาทส่งยิ้มล้อๆให้ ขนิษฐายิ่งอายหนัก รามเข้าใจดีเลยช่วยตัดบท

“เอ่อ...เรื่องนั้นผมไม่ทราบหรอกครับ ผมแค่ไปรับไปส่ง...งั้นขอตัวนะครับ”

รามลงจากเรือนไปแล้ว ขนิษฐาชะเง้อตาม ยังเขินไม่หาย กลัวเขาเข้าใจผิดด้วย สีหนาทเห็นท่าเธอก็ทำท่าจะถามอีกรอบ แต่เธอก็เสเดินไปปิดเพลง แล้วเข้าห้องทันที ราชสีห์หนุ่มได้แต่มองตามขำๆ เดินไปเปิดเพลงใหม่ พลางคิดถึงคนตัวเล็ก ผู้ช่วยคนใหม่ที่เดินตามเขาต้อยๆตลอดทั้งวัน

ภาพคนตัวเล็กตั้งอกตั้งใจจดบันทึก ดวงตากลมโตที่จ้องมายามเขาทำท่าประกอบการสอนงาน ทำให้สีหนาทนอนหลับสบายตลอดทั้งคืน เมื่อตื่นมาตอนเช้าก็ขับรถคันเก่งไปรับผู้ช่วยสาวตัวเล็กถึงหน้าเรือนพักคนงาน

พวง กระจิบ และเพ๊อะ เห็นนายใหญ่ของไร่ก็แปลกใจมาก แล้วก็แทบเต้น เมื่อเขาไม่สนใจจะทักทาย ทั้งที่เสนอหน้าไปหา แต่กลับเรียกหาหนูนา อดีตคนงานสาวจอมซุ่มซ่าม ที่ตอนนี้ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วย ขึ้นรถ!

หนูนาเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของเหล่าคนงานแล้วเริ่มอิดออด ไม่อยากนั่งรถเข้าไร่กับเขา แต่สีหนาทกลับไม่ยี่หระ แถมทำให้เธออายม้วนกว่าเดิม ด้วยการประกาศศักดาความเป็นเจ้านาย บังคับให้เธอขึ้นรถมาด้วยจนได้

เสียงซุบซิบของเหล่าคนงานทำให้รามพอเดาสถานการณ์ได้ และเห็นจริงตามนั้น เมื่อเห็นสีหนาทพาหนูนาไปด้วยทุกที่ แม้แต่ตอนตรวจงานก็ไม่ยอมให้ห่างตัว จนเหล่าคนงานเริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไปกับคนตัวเล็ก และเมื่อเขามีโอกาสเจอเจ้าตัวในไร่เช้าวันเดียวกัน ก็ไม่รอช้าจะไปทักทายตามประสาคนคุ้นเคยและเอ็นดูกันดี

“หนูนา...น้าได้ยินแล้ว เรื่องเราจะมาเป็นผู้ช่วยคุณสิงห์ น่าจะรู้ก่อนนะ หนูจะได้ไม่ต้องเหนื่อยทำไร่ตั้งนาน”

“ไม่หรอกค่ะ จริงๆหนูนาอยากทำไร่มากกว่า แต่ถ้ารู้ว่าเป็นผู้ช่วยคุณสิงห์แล้วจะได้เจอน้าราม เอ่อ...หนูหมายถึงเจอน้ารามแล้วหนูอุ่นใจน่ะค่ะ รู้งี้มาเป็นผู้ช่วยก็ดีค่ะ”

รามยิ้มรับ ไม่ติดใจคำพูดแปลกๆของอีกฝ่าย หนูนาลอบถอนใจ ก่อนจะประจบกลบเกลื่อน

“ดีเลย...ถ้าหนูนาไม่เข้าใจอะไร จะมาขอถามน้ารามนะคะ”

“ได้สิ...หนูนาถามฉันได้ตลอด แต่ท่าทางหัวไวอย่างหนู คงเรียนรู้ไม่นาน”

หนูนายิ้มหน้าบานที่พ่อชม แต่กลับขัดหูขัดตาสีหนาทอย่างบอกไม่ถูก ต้องดุ่มไปหาพร้อมส่งสายตาดุคาดโทษ

“เป็นผู้ช่วยฉัน เธอก็ต้องคอยติดตามฉัน ไม่งั้นฉันบอกหรือสั่งงานอะไร บันทึกไว้ไม่ทัน งานก็เสียหายพอดี ขอโทษนะครับน้ารามที่ผู้ช่วยผมมากวน”

พูดจบก็ถือวิสาสะคว้ามือเธอแยกไป ทิ้งรามให้มองตามยิ้มๆ...ดูท่าราชสีห์จะติดบ่วงหนูเสียแล้ว

หนูนายังไม่รู้ตัวว่าสถานะกำลังจะเปลี่ยน มัวมองมือหนาที่จับจูง แล้วพยายามดึงออก อดบ่นไม่ได้

“ฉันแค่คุยกับน้ารามแปบเดียว แค่นี้...กิจการพันล้านของคุณคงไม่เสียหายหรอกค่ะ”

“รู้ได้ไง...นี่ขนาดทำงานช่วงแรกๆ ยังกล้าเถลไถล ถ้าฉันไม่เตือน อีกหน่อยจะขนาดไหน”

สีหนาทส่งสายตาคาดโทษ หนูนาได้แต่มองมาเซ็งๆ...ไม่รู้จะเจ้ากี้เจ้าการอะไรนักหนา!

ooooooo

สีหนาททำตามที่ประกาศไว้จริงๆ หอบหิ้วหนูนาไปด้วยทุกที่ จนกลายเป็นภาพชินตาของคนงานทั้งไร่ รวมทั้งเตรียมใจว่าสถานะของผู้ช่วยสาวตัวเล็กคงเปลี่ยนแปลงในไม่ช้า

และเช้าวันนี้ก็เหมือนวันก่อนๆ สีหนาทไปคุมงาน โดยมีหนูนาตามจดบันทึกเหมือนเคย จนกระทั่ง...เชษฐ์แวะมาแจ้งข่าวว่ากำหนดการงานสัมมนาถูกเลื่อนให้เร็วขึ้น จากพรุ่งนี้เป็นวันนี้บ่าย!

กำหนดการที่เปลี่ยนไม่ใช่เรื่องใหญ่ของเชษฐ์ ซึ่งต้องติดตามเจ้านายตามหน้าที่ แต่สีหนาทกลับลุกลี้ลุกลนอย่างบอกไม่ถูก รามมองออกว่าคงไม่อยากห่างหนูนา เลยอาสาดูแลให้ด้วยตัวเอง

หนูนาปลื้มมาก จะได้ใช้เวลากับพ่อบ้าง กระดี๊กระด๊าเบิกบานจนสีหนาทเริ่มหงุดหงิด พาลหัวเสียใส่ทุกคนจนไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ยกเว้นขนิษฐาซึ่งไม่ถูกเหวี่ยง แต่กลายเป็นจำเลยให้ญาติหนุ่มซักไซ้

“พี่ถามอะไรหน่อยสิ ปกติผู้หญิงส่วนใหญ่ เขาชอบผู้ชายแบบไหน”

ขนิษฐาอึ้งไปอึดใจ คาดไม่ถึงว่าจะได้ยินคำถามแบบนี้จากปากญาติหนุ่ม

“เห็นน้องบอกว่ามีคนถูกใจแล้ว ก็เลยอยากรู้ว่าผู้หญิงเขาชอบผู้ชายแบบไหน”

“แต่ละคน...คงชอบไม่เหมือนกันมั้งคะ”

“งั้นเอาให้มันแคบลงมาหน่อย แต่อันนี้แค่สมมตินะ ...อย่างน้ารามกับพี่ ถ้าเป็นน้อง น้องชอบแบบไหน”

ขนิษฐาหน้าแดงก่ำ แล้วตัดสินใจตอบตามใจคิด “แหม...พูดยาก พี่สิงห์ดูเท่ห์ มั่นใจ แต่อย่างน้ารามก็สุขุม อบอุ่น อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ถ้าเป็นน้อง...น้องว่าแบบอบอุ่นก็ดีนะคะ”

สีหนาทถึงกับหน้าเครียด ขนิษฐาเห็นอาการญาติหนุ่มก็ลืมความเขิน ถามขึ้นด้วยความข้องใจ

“นี่พี่สิงห์มาถามน้องเนี่ย...มีอะไรหรือเปล่า”

ถึงคราวสีหนาทจะเขินบ้าง แต่ยังพยายามขรึมกลบเกลื่อน “ก็...แค่อยากรู้เฉยๆ”

พูดจบก็เสหยิบหมายกำหนดการงานสัมมนาขึ้นดู ก่อนจะยิ้มร่าเมื่อคิดหาทางออกได้ ว่าจะเอาหนูนาตัวป่วนไปไว้ที่ไหน ระหว่างที่เขาไปร่วมงานสัมมนา

รามกลั้นยิ้มแทบแย่ เมื่อต้องไปส่งหนูนาที่เรือนสีหนาท หลังแยกกันไม่ถึงชั่วโมง ขนิษฐามาพาตัวไปแปลงโฉม หนูนาจะปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นสายตาเจ้านายหนุ่ม ก็พูดไม่ออก ต้องตามขนิษฐาไปแต่งตัวแบบไม่เต็มใจนัก

แล้วการรอคอยก็คุ้มค่า หนูนาสาวคนงาน ผู้ช่วยตัวป่วนที่เดินตามเขาต้อยๆไปทั่วไร่ ถูกแปลงโฉมจนกลายเป็นหญิงสาวสวยหวานในชุดสุภาพเหมาะแก่การเข้างานสัมมนาภายในเวลาไม่นาน สีหนาทถึงกับตะลึง ไม่ต่างจากคนอื่นๆ แต่คำชมของคนที่ทำให้หนูนาตื่นเต้นดีใจสุด ก็หนีไม่พ้นรามตามเคย

สีหนาทมองมาด้วยความหมั่นไส้ และไม่รอช้า ลากตัวผู้ช่วยสาวตัวเล็กไปงานสัมมนาพร้อมเชษฐ์หลังจากนั้น รามได้แต่มองตามด้วยความขำระคนเอ็นดู...ทั้งสิงห์ ทั้งหนู ก็เหมาะสมกันดี!

ooooooo

งานสัมมนาเป็นไปตามที่สีหนาทคาดไว้ คือเต็มไปด้วยผู้คนในวงการค้าไม้สัก น่าเบื่อแต่ก็เป็นแหล่งข่าวที่ดี แต่ที่เซ็งสุดคือต้องเผชิญหน้ากับสองพ่อลูกคู่ปรับอย่างศักดากับอดิศร ที่วันนี้ก็มาก่อกวนเหมือนเคย และคณะของสีหนาทก็มาถึงงานทันได้ยินสองพ่อลูกกำลังเกลี้ยกล่อมฤกษ์ เจ้าของไร่สักที่สถานะการเงินกำลังง่อนแง่นให้ขายไร่ทิ้ง

หนูนาจำศักดากับอดิศรได้ กลัวความลับเรื่องตัวเองเป็นคนตระกูลวรรณพาณิชจะแตก เลยแกล้งขอตัวไปเข้าห้องน้ำ สีหนาทกับเชษฐ์ไม่ได้ติดใจอะไร อนุญาตง่ายๆ และรีบพุ่งไปขวางลำสองพ่อลูกคู่ปรับ!

ศักดากับอดิศรถึงกับผงะ เมื่อเจอสีหนาทบุกมาแทรกกลางบทสนทนากับฤกษ์ แถมพูดจาป่วนจนเจ้าของไร่สัก เหยื่อรายล่าสุดเริ่มลังเล โดยเฉพาะอดิศร จะเอาเรื่องเต็มที่ แต่ศักดาที่ใจเย็นกว่าส่งสายตาปรามไว้

“พูดแบบนี้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่นะครับคุณสิงห์ ผมหวังดีกับนายฤกษ์ถึงจะช่วยซื้อไร่ให้”

“อ๋อ...ผมไม่ได้ว่าคนหวังดีจะช่วยซื้อหรอกครับ แต่หมายถึงพวกที่หวังจ้องจะเอาไม้ของคนอื่นด้วยวิธีสกปรก เช่น ขโมยตัดไม้ หรือขู่จะเผาที่เพื่อให้เจ้าของเขาขายให้ ถ้าพ่อเลี้ยงกับคุณอดิศรไม่ได้ทำ ก็อย่าถือสาคำพูดผมเลย”

ศักดาหน้าชา อดิศรกัดฟันกรอด แทบจะข่มความโมโหไว้ไม่ไหว สีหนาทมองมาอย่างไม่กลัว โดยมีเชษฐ์ตามประกบไม่ห่าง พร้อมส่งยิ้มกวนประสาทให้สองพ่อลูก เมื่อสีหนาทเริ่มให้คำปรึกษากับฤกษ์

“คุณฤกษ์ครับ...ผมทราบมาว่าจริงๆแล้วคุณไม่ได้อยากจะขาย จากที่ผมเคยไปไร่คุณ ถ้ามีการตัดสางและคำนวณค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม มันก็จะฟื้นได้ดีกว่าขายไป มันยังเป็นสมบัติให้ลูกหลานคุณได้ ผมจะช่วยคุณเอง”

“ครับ...ผมก็ห่วงเรื่องนี้แหละ อยากให้เป็นที่ทำกินของลูกหลานมากกว่า งั้นผมคงต้องรบกวนคุณสิงห์แล้ว”

สีหนาทตอบรับด้วยความยินดี แล้วหันไปยิ้มเย้ยสองพ่อลูกที่พยายามระงับความโกรธอย่างสุดความสามารถ และก่อนที่อดิศรจะตบะแตกให้ขายหน้า ศักดาก็ลากตัวออกไป แต่คนถูกลากก็ขืนตัวไว้ แล้วอาฆาตทิ้งท้าย

“ก็คอยดู...ว่าไอ้ความบริสุทธิ์ใจที่แกพูด มันจะปกป้องชีวิตแกได้หรือเปล่า เตรียมตัวไว้เลยไอ้สิงห์!”

“แกต่างหากที่ต้องเตรียมตัว ฉันไม่ปล่อยให้แกอยู่สุขสบายนานหรอก”

ระหว่างที่หนุ่มๆแทบจะฆ่ากันตายในงานสัมมนา หนูนายืนด้อมๆมองๆจากหน้าห้องน้ำแล้วแทบจะลืมหายใจ ยืนตัวแข็ง เมื่อเห็นรัศมีเดินเฉิดฉายเข้ามาในงาน เหมือนกำลังมาหาใครบางคน!

รัศมีไม่ได้สนใจสายตารอบข้าง มัวยิ้มหวานคุยมือถือกับศักดา รายงานตัวว่ามาถึงงานแล้ว หนูนาไม่รู้ว่าแม่มาหาใคร แต่ยังไม่มีเวลาคิด ต้องคอยหลบให้พ้นเสียก่อน เพราะถ้าแม่เห็นเธอตอนนี้ ภารกิจตามหาพ่อต้องล่มแน่

ศักดาพาอดิศรที่กำลังเดือดพล่านเพราะเพิ่งปะทะคารมกับสีหนาทออกมาหน้างานเพื่อรับรัศมี หนูนาแอบมองจากที่ซ่อนตัว เห็นแม่เดินคลอเคลียกับพ่อเลี้ยงใหญ่ก็ตะลึงตาค้าง แต่ไม่ทันสะกดรอยตามให้รู้เรื่องมากกว่านี้ แม่กับพ่อเลี้ยงใหญ่ก็ควงกันออกจากงานเสียก่อน

การแสดงความรักแบบฟุ่มเฟือยของศักดากับรัศมี ไม่เพียงทำให้หนูนาพูดไม่ออก แต่ยังทำให้เชษฐ์ ซึ่งแอบได้ยินแขกสาวๆในงานเม้าท์กันเรื่องพ่อเลี้ยงใหญ่เปิดตัวรัศมี แม่ม่ายสาวไฮโซ ทายาทเจ้าของธนาคารดัง ในฐานะ คู่ควงคนใหม่ พลอยตกใจไปด้วย และไม่รอช้าจะรีบไปแจ้งข่าวกับสีหนาท ซึ่งเพิ่งตามตัวหนูนาพบ

“คุณสิงห์เคยได้ข่าวเรื่องไอ้ศักดามันอยากเปิดบ่อนใช่ไหมครับ”

สีหนาทพยักหน้า “ใช่...แต่ไม่มีใครเอาด้วย โครงการก็เลยเงียบๆไป”

“แต่ตอนนี้สงสัยจะไม่เงียบแล้วครับ เพราะเมื่อกี้ผมได้ข่าวว่าคู่ควงคนใหม่ของนายศักดาเป็นคนรวยมาก เป็นถึงลูกสาวนายธนาคารตระกูลวรรณพาณิช คนงาน

เขาเม้าท์กันว่าอาจจะมาเป็นหุ้นส่วนใหญ่ในบ่อน”

“ข่าวลือหรือเปล่า ผู้หญิงระดับนั้นเนี่ยนะ ไม่น่าจะเป็นไปได้”

“แต่มันเป็นไปแล้ว เมื่อกี้ผมเห็นเดินกอดกันออกจากงาน ดูท่าทางกำลังรักหลงกันมาก ผมว่าไม่ใช่ข่าวเม้าท์ชัวร์”

หนูนาหน้าเสีย หลุดปากถามว่าใช่ผู้หญิงสวยจัดๆที่เพิ่งควงศักดาออกจากงานหรือไม่ เชษฐ์กับสีหนาทมองหน้ากันงงๆ หนูนาเลยแก้ตัวกลบเกลื่อนว่าเป็นการคาดเดา เพราะเห็นควงออกไปด้วยกัน สองหนุ่มเลยไม่ติดใจอะไร

สีหนาทนิ่งคิดตาม ก่อนจะส่ายหน้าอ่อนใจ เกลียดการกระทำของสองพ่อลูกคู่นี้เหลือเกิน

“ถ้าเป็นเรื่องจริงก็น่าสงสาร ผู้หญิงคนที่แล้วได้ข่าวว่าโดนหลอกเอาเงินไปทำโรงแรมจนเกือบหมดตัว”

“ใช่ครับ...รายนี้เป็นถึงลูกสาวนายธนาคาร ไม่รู้จะโดนหลอกอีกเท่าไหร่”

สองหนุ่มได้แต่ถอนใจยาว มองหน้ากันเครียดๆ เลยไม่ทันสังเกตอาการหนูนา ยืนหน้าซีดเผือด เป็นห่วง แม่มาก กลัวจะถูกพ่อเลี้ยงใหญ่ปอกลอกจนหมดตัวอย่างที่เขาว่ากันจริงๆ

ooooooo

หนูนาร้อนใจเรื่องแม่ เลยแอบหาโอกาสโทร.หาจุฑารัตน์ ให้ช่วยสืบประวัติศักดาให้ และย้ำให้เน้นเป็นพิเศษเกี่ยวกับโครงการเปิดบ่อน จุฑารัตน์อยากรู้เหตุผล แต่หนูนาก็ไม่มีเวลาอธิบาย กลัวสีหนาทจับได้ว่าเธอแอบหนีมาคุยโทรศัพท์ เลยต้องรีบวางสายทันทีที่สั่งความจบ

จุฑารัตน์วางสายงงๆ นับวันเพื่อนรักชักมีความลับมากขึ้นทุกที แต่ไม่ทันสรตะความคิด กรกชก็ถือแฟ้มรายงานของเธอมาคืน พร้อมบอกหน้าตายว่าแก้ไขสำนวนให้เรียบร้อย

นักข่าวสาวรับมาเปิดดู เห็นสีแดงเถือกเต็มหน้าก็โวยใหญ่ “คุณจะแก้ไขอะไรเยอะแยะมากมายขนาดนี้ ฉันส่งให้อ่านแค่ต้องการให้เช็กข้อมูลว่าถูกต้องหรือเปล่า ไม่ได้ขอความเห็นและไม่ได้ให้วิพากษ์วิจารณ์”

“ก็บทความคุณมันไม่น่าสนใจ รายงานแบบแห้งๆ มีแต่ข้อเท็จจริงที่จัดวางแบบงงๆ ผมก็เลยช่วยปรับให้มันดูสนุกขึ้น น่าสนใจ น่าติดตามมากขึ้น คุณต้องขอบคุณผม ไม่ใช่มาเถียงฉอดๆแบบนี้”

“ที่ฉันเถียง เพราะไม่เชื่อว่าคุณจะปรับให้มันสนุกขึ้น น่าสนใจมากขึ้น หลงตัวเอง!”

แต่ถึงจะหัวเสียแค่ไหน จุฑารัตน์ก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านจนจบ อดทึ่งไม่ได้ว่าสารวัตรหนุ่มก็มีสำนวนที่ไม่เลว ทำให้บทความเธอน่าอ่าน น่าสนใจมากขึ้นอย่างที่พูด กรกชมั่นใจว่าตัวเองทำดี ก็โอ่ใหญ่ ก่อนจะได้หน้าเครียดอีกครั้ง เมื่อเธอเงยหน้าแล้วถามคำถามเกี่ยวกับศักดาและโครงการเปิดบ่อน...

นอกจากจะให้จุฑารัตน์หาข้อมูลเรื่องเปิดบ่อนของศักดาแล้ว หนูนายังโทร.แจ้งข่าวกับวรรณด้วย แต่เจ้าสัวใหญ่ไม่อยู่ อรุณีเป็นคนรับสายและตอบแทนว่าตาของเธอรู้เรื่องเจตนาร้ายของศักดาแล้ว แต่เรื่องสำคัญกว่าที่เขาอยากให้เธอทำ คือบอกความจริงกับรามและกลับมาคฤหาสน์วรรณพาณิชให้เร็วที่สุด!

หนูนาไม่มีทางเลือก เพราะวรรณยื่นคำขาด ให้เธอจัดการทุกอย่างโดยเร็ว ไม่อย่างนั้นเขาจะเดินทางมาตามเธอกลับที่เชียงรายด้วยตัวเอง แต่กระนั้น...ภารกิจของเธอก็ต้องถูกระงับอย่างไม่มีกำหนด เมื่อเธอดันโผล่ไปหาพ่อที่บ้านในเย็นวันเดียวกัน แต่เขากลับไม่พร้อมพบใคร เพราะเพิ่งได้ยินข่าวเกี่ยวกับรัศมีและศักดาจากเชษฐ์

รามมองผู้ช่วยสาวตัวเล็กของสีหนาทด้วยแววตาไร้อารมณ์ ไล่ให้กลับก่อน แล้วจะผละเข้าบ้านพัก หนูนาตกใจกับท่าทีขึงขัง แต่ยังใจกล้า พยายามจะให้เขาดูรูปเธอสมัยเด็ก แต่เขาก็ไม่สนใจ เธอเลยต้องใช้ไม้ตาย

“แต่เรื่องที่หนูนาจะบอก มันเกี่ยวกับลูกน้ารามนะคะ”

รามสะอึก ยืนตัวชา แต่ยังไม่ยอมหันมา หนูนาจะเอารูปไปให้ดู แต่เขาก็โพล่งออกมาเสียก่อน

“ไม่ว่าเธอจะได้ยินใครพูดอะไรเกี่ยวกับฉัน มันไม่จริง ฉันไม่เคยมีลูก ไม่เคยมีครอบครัว ไม่เคยมีใครทั้งนั้น”

“แล้วถ้ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง บอกว่าเขาเป็นลูกน้ารามล่ะคะ น้ารามจะว่ายังไง”

“ฉันก็จะบอกว่า...บ้าไปแล้ว ฉันไม่เคยมีเมียแล้วฉันจะมีลูกได้ยังไง”

“แล้วถ้า...หนูนาจะขอเป็นลูกน้าราม จะได้หรือเปล่าคะ”

“ไม่ได้...คนอย่างฉัน ดูแลใครไม่ได้ ปกป้องใครก็ไม่ได้ ฉันจะเป็นพ่อคนได้ยังไง” หนูนาเจ็บจนจุก น้ำตาไหลพราก แต่ไม่ทันพูดอะไร รามก็ตัดบท “เธออาจจะกำลังมีปัญหากับพ่อ แต่สิ่งที่เธอกำลังทำมันไม่ได้แก้ปัญหา ฉันเป็นพ่อเธอไม่ได้ ฉันเป็นพ่อใครก็ไม่ได้ทั้งนั้น คนอย่างฉัน...เกิดมาคนเดียว แล้วก็จะตายคนเดียว!”

ooooooo

ปฏิกิริยาของราม ทำให้หนูนาหัวใจสลาย ทรุดตัวกับพื้นอย่างคนสิ้นแรง น้ำไหลพรากด้วยความสะเทือนใจถึงขีดสุด เมื่อพ่อแท้ๆที่ตามหามาตลอดปฏิเสธการมีตัวตนของเธอ คำพูดของเขาวนเวียนซ้ำๆ ซากๆในหัว จนเธอนอนกระสับกระส่ายตลอดคืน ร้อนถึงแป้นต้องตื่นมาปลอบไม่ให้คิดมาก ชีวิตต้องสู้ จะมาพังเพราะเรื่องคิดถึงพ่อไม่ได้!

แต่ถึงจะเข้าใจว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่อาการของหนูนาที่เซื่องซึมลงเพราะทุกข์ใจเรื่องพ่อ ก็ทำให้แป้นเป็นห่วง กลัวจะคิดมากและลาออกจากไร่ไปตามหาพ่อ เลยตัดสินใจไปบอกสีหนาท จะได้ช่วยยับยั้ง หากเพื่อนสาวตัวเล็กจะทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังจริงๆ

“เมื่อคืนมันนอนร้องไห้ทั้งคืน ตัดพ้อว่าพ่อไม่รัก ไม่เห็นว่ามันเป็นลูก”

สีหนาทนิ่วหน้าด้วยความแปลกใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหน้าเครียด เมื่อแป้นเล่าถึงบทสนทนากับหนูนาเมื่อคืน

“ฉัน...คิดถึงพ่อ บางทีฉันก็รู้สึกว่าพ่อไม่รักฉัน เขาทำเหมือนฉันไม่มีตัวตน ไม่ได้อยู่บนโลกนี้”

ตอนนั้นแป้นคิดว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดตามประสาพ่อลูก เลยแค่ปลอบไม่ให้คิดมาก “หนูนา...แกเป็นลูกที่ดีจะตาย มาทำงานหนักเพื่อหาเงินให้พ่อ ฉันว่า...ถ้าแกบอกพ่อตรงๆ เขาคงเข้าใจ”

แต่หนูนากลับส่ายหน้า โพล่งออกไปด้วยความอึดอัดใจ “บอกตรงๆหรือ ฉันบอกไปหมดแล้ว แต่เขากลับคิดว่าฉันเป็นบ้า ฉันมาที่นี่ก็เพื่อพ่อ แต่ถ้าพ่อไม่เห็นค่าฉัน ฉันก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปทำไม”

พูดจบก็ร้องไห้โฮ จนคนฟังใจไม่ดี ต้องแล่นมาบอกเจ้านายหนุ่มแต่เช้า สีหนาทพลอยเป็นกังวล และเมื่อได้เจอหน้าหนูนาในเวลาต่อมา ก็เห็นด้วยกับแป้นว่า ผู้ช่วยสาวตัวเล็กดูเหม่อๆและซังกะตายพิกล!


ด้านราม...อาการหนักไม่แพ้หนูนา ทั้งเรื่องรัศมีที่ทำให้เขาคิดมาก กลัวลูกสาวจะได้พ่อเลี้ยงเป็นแมงดาอย่างศักดา รวมไปถึงเรื่องที่เขาอารมณ์เสียใส่หนูนา ที่ทำท่าแปลกๆเหมือนมีอะไรบางอย่างจะบอกเขา แต่ก็ถูกตะเพิดออกไปเสียก่อน เพราะเขาไม่มีแก่จิตแก่ใจจะทำอะไรทั้งนั้น

และถึงจะใช้เวลาเกือบทั้งคืนครุ่นคิดเรื่องทั้งหมด แต่อารมณ์และความรู้สึกบอบช้ำก็รบกวนใจเขาไม่เลิก เมื่อขนิษฐามาหาตอนเช้าและชวนไปดูสวนที่โรงแรมด้วยกัน ถึงได้รู้สึกตัวและพยายามปั้นหน้านิ่งไม่บอกอารมณ์เหมือนเคย

ขนิษฐาไม่ได้สังเกตท่าทางเคร่งขรึมผิดปกติของเขา มัวชี้ชวนให้ชมสวน พร้อมกับเอ่ยขอบคุณไม่ขาดปาก ที่เขามาช่วยคุมงานจนสวนของโรงแรมสวยถูกใจเธอขนาดนี้

รามถ่อมตัวว่าไม่ได้ทำอะไรมาก ขนิษฐาสวนทันที “ทำสิคะ...ถ้าไม่ทำ สวนของโรงแรมจะเป็นแบบนี้ได้ยังไง น้ารามชอบคิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ไม่ได้ทำอะไร แต่จริงๆแล้ว น้ารามทำแทบทุกอย่างให้ครอบครัวเรา และกิจการของเราด้วย ทั้งน้องและพี่สิงห์ต้องขอบคุณน้ารามมากๆเลยนะคะ”

รอยยิ้มสดใสและท่าทางเป็นกันเองของขนิษฐา ทำให้รามลืมความทุกข์ได้ชั่วขณะ หลงไปในโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยความรักและความปรารถนาดีจากผู้หญิงอีกคน ซึ่งเขาก็รู้แก่ใจมานานว่าเธอคิดเช่นไรกับเขา...

ooooooo

สีหนาทหอบหิ้วหนูนาเข้าไปตรวจงานที่สำนักงานในเมือง พยายามเย้าแหย่และชวนคุยให้เธอหัวเราะ หรือแสดงอารมณ์อื่นบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยได้เรื่อง เพราะเธอยังทำหน้านิ่ง ไร้อารมณ์เหมือนเดิม

ท่าทางของผู้ช่วยสาวตัวเล็ก ทำให้สีหนาทเป็นกังวล และตัดสินใจจะช่วยปลอบ ด้วยการลากตัวเธอไปให้อาหารปลาในบึงนอกเมืองระหว่างทางกลับไร่ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าถูกสะกดรอยตามจากพวกลูกน้องของอดิศร!

หนูนาเดินตามสีหนาทอย่างไม่เข้าใจนัก ไม่รู้อารมณ์ไหนถึงพามาให้อาหารปลา จนเมื่อเขาชวนคุยเรื่องพ่อ ถึงได้เข้าใจเจตนาเจ้านายหนุ่มว่าต้องการปลอบไม่ให้เธอคิดมาก

“พ่อฉันเป็นคนดุมาก พูดน้อย ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก”

น้ำเสียงอบอุ่นของสีหนาท ดึงเธอเข้าไปในโลกวัยเด็กของเขาอย่างง่ายดายและไม่รู้ตัว

“พ่อเกลียดการไปงานวันพ่อที่โรงเรียนที่สุด เพราะเขาไม่อยากร้องไห้ให้ฉันเห็น ฉันรู้...ก็เลยต้องทำเป็นมองไม่เห็น ในงานเขาจะให้พ่อไปนั่งเรียงกันบนเวที

ลูกๆก็เอาพวงมาลัยไปให้ ตอนฉันก้มกราบเท้า ฉันรู้ว่าพ่อเริ่มร้องไห้แล้ว พอฉันคลานเอาพวงมาลัยไปวางบนตัก ฉันจะไม่เงยหน้ามองพ่อ กลัวเขาจะอาย ฉันจะก้มๆหน้าแล้วลุกลงจากเวที”

หนูนานึกภาพตาม และอดเห็นใจเขาไม่ได้ เมื่อได้ยินน้ำเสียงเศร้าๆในประโยคถัดมา

“ตอนนั้นฉันคิดว่าฉันทำถูกแล้ว แต่ตอนนี้...ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะเงยหน้ามองพ่อ และร้องไห้ไปกับเขา กอดเขา และบอกว่าฉันรักเขามากแค่ไหน แต่น่าเสียดาย...ฉันคงไม่มีโอกาสทำแบบนั้นอีกแล้ว”

สีหนาทถอนใจยาว เล่าโดยไม่ปิดบังว่าพ่อแม่เขาตายเพราะประสบอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน หนูนาถึงกับอึ้งไปอึดใจ รู้สึกเจ็บปวดไปกับเขาด้วย แต่สีหนาทก็พยายามข่มอารมณ์ตื้อๆในอก แล้วหันมาสบตาเธอนิ่ง

“ฉันไม่รู้หรอกว่าเธอกับพ่อมีปัญหาอะไรกัน แต่ฉันอยากให้เธอรู้...ว่าเธอโชคดีมากที่ยังมีพ่ออยู่ด้วย”

หนูนาสบตาเขานิ่ง รับรู้ได้ถึงแรงใจที่ถูกส่งมา ก่อนจะค่อยๆเปิดใจเล่าเรื่องตัวเอง

“แล้วถ้า...พ่อฉัน เขาไม่เคยคิดว่าฉันเป็นลูก ไม่เคยเห็นคุณค่าในตัวฉัน ฉันควรจะทำยังไง”

“ที่พ่อเธอทำแบบนั้น เขาอาจมีเหตุผลที่บอกเธอไม่ได้ หรือไม่เธอก็คิดไปเอง เธอเคยถามเขาหรือเปล่า”

หนูนาส่ายหน้าปฏิเสธ ก้มหน้านิ่งไม่ให้เห็นน้ำตาที่พานจะไหล สีหนาทสงสาร ปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“การก้มหน้าหนีความรู้สึกแท้จริงของตัวเอง มันไม่ใช่สิ่งที่ดี...เงยหน้าขึ้น ไม่ต้องเสียใจ ไม่ว่าพ่อเธอจะรู้สึกยังไงกับเธอ ขอให้มุ่งมั่นในสิ่งดีๆที่เธอกำลังทำให้เขา สักวันเขาจะสัมผัสได้ถึงความรักของเธอเอง”

รอยยิ้มจริงใจของเขา ทำให้หนูนาอุ่นวาบในใจอย่างบอกไม่ถูก สีหนาทเองก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกอ่อนโยนที่เธอส่งผ่านมาให้ ทั้งสองใช้เวลาดีๆด้วยกัน เพื่อปลดปล่อยเรื่องเศร้าๆ ทั้งในอดีตและที่กำลังเผชิญ ก่อนจะพากันไปกินข้าวที่ร้านไม่ไกลกันนั้น แต่ไปไม่ถึงไหนก็ต้องเปลี่ยนเส้นทางเพราะถูกพวกลูกน้องอดิศรลอบยิง!

ท่าทางหวาดกลัวของหนูนาทำให้สีหนาทโกรธมาก คว้าปืนพกบนรถมายิงสวนแบบไม่กลัวตาย ก่อนจะพาเธอลัดเลาะออกนอกถนนหลัก แต่ก็ต้องมาชะงักกลางทาง เพราะยางโดนกระสุน!

และถึงจะคุ้นเคยกับพื้นที่แค่ไหน สีหนาทก็พาหนูนาหนีและหลบซ่อนด้วยความทุลักทุเลพอตัว กว่าลูกน้องของอดิศรจะหลงเชื่อว่าเขากับผู้ช่วยสาวตายแล้ว เขาก็ต้องแลกมาด้วยข้อเท้าพลิกเพราะกระแทกกับหินอย่างแรง...

ระหว่างที่หนูนาหนีตายในป่ากับสีหนาท...รัศมีก็กำลังโต้ตอบกับพ่ออย่างดุเดือด เรื่องที่เธอหายไปเชียงรายเกือบอาทิตย์ แต่กลับไม่ได้ร่องรอยหรือเบาะแสของลูกสาวอย่างที่รับปากไว้ตอนหอบกระเป๋าออกจากบ้าน

“แกอย่ามาพูดสร้างภาพ แกรู้อยู่แล้วว่ายายนาไปตามหาพ่อที่ไหน ฉันรู้นะว่าผัวเก่าแกเขียนจดหมายมาหาแกเรื่อยๆ แกต้องรู้สิว่ามันอยู่ไหน ติดต่อลูกแกให้ได้ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

“ถ้าคุณพ่อเป็นห่วงมันนัก ทำไมไม่มาตามเอง นังนามันหาเรื่องออกจากบ้านเองแท้ๆ ทำไมหนูต้องรับผิดชอบ”

“หึ...คำว่ารับผิดชอบ แกสะกดเป็นด้วยหรือ ตั้งแต่แกทิ้งยายนาไว้ให้ฉันเมื่อสิบห้าปีก่อน ก็ไม่เคยทำหน้าที่แม่อีก ถ้าครั้งนี้แกยังไม่รู้จักรับผิดชอบ ฉันก็จะทำกับแกแบบเดียวกับที่แกทำกับยายนา วันที่มันออกจากบ้าน!”

รัศมีนิ่งคิด ก่อนจะเต้นผาง “นี่...นี่คุณพ่อขู่จะตัดเงินหนูงั้นหรือ”

“ฉันไม่ได้ขู่...ฉันเป็นคนพูดจริง ทำจริง...แกก็รู้”

“คุณพ่อ...ไม่ได้นะ หนูไม่ใช่เด็กๆแล้ว หนู...หนูเป็นแม่คนแล้วนะ”

วรรณไม่ฟังต่อ ตัดสายดื้อๆ ทิ้งรัศมีให้กรีดร้องด้วยความโกรธสุดขีด...นังนารา นังลูกอกตัญญู!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แต้ว" โกรธโดนขโมยหอมแก้ม "เจมส์จิ" เจ้าเล่ห์อยากฟื้นอดีตรัก

"แต้ว" โกรธโดนขโมยหอมแก้ม "เจมส์จิ" เจ้าเล่ห์อยากฟื้นอดีตรัก
30 มี.ค. 2563
08:01 น