ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตามรักคืนใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1


แผนการของศักดาได้ผลเกินคาด เพราะไม่ใช่แค่ทำให้รัศมีประทับใจในความมีน้ำใจและเป็นสุภาพบุรุษ แต่ยังทำให้เธอเริ่มสานสัมพันธ์ ถึงขั้นนัดออกเดตอีกด้วย ซึ่งพ่อเลี้ยงใหญ่จอมเจ้าเล่ห์ก็ตอบรับด้วยความยินดี พร้อมหมายมาดในใจจะต้องทำให้โครงการใหญ่ในฝันเป็นความจริงให้ได้
ด้านหนูนา...ไข้ขึ้นสูงจากอาการอักเสบของแผลที่มือ ถึงกับเพ้อหนัก จนแป้นต้องแล่นไปตามสีหนาทกับรามมาดูกลางดึกแต่อาการของคนงานสาวร่างเล็ก

ก็ไม่น่าเป็นห่วงมาก แค่เช็ดตัวลดอุณหภูมิก็นอนหลับสบายจนถึงเช้า และเมื่อเจ้าตัวรู้จากแป้นว่าสีหนาทช่วยมาดูแลกลางดึกเลยตามไปขอบคุณ และถือโอกาสคืนหมวกที่เขาให้ยืมเมื่อวันก่อน

“แทนที่จะขอบคุณ เปลี่ยนเป็นรู้จักตัวเองให้มากกว่านี้จะดีกว่า ส่วนหมวกนี่ฉันยกให้” หนูนาเถียงและยืนยันจะคืนหมวก สีหนาทเลยดักคอ ยัดเยียดสมบัติส่วนตัวให้ “ไม่ต้องเถียงเลยนะ ฉันมีหมวกเป็นสิบใบ ให้คนงานสักใบจะเป็นอะไรไป ใส่ไว้ เดี๋ยวโดนแดดร้อนๆแล้วไข้จะกลับอีกรู้ไหม”

“ค่ะ...ลูกจ้างอย่างฉันจะไปขัดใจนายได้ยังไง”

“ฉลาดขึ้นแล้วนี่ ว่าง่ายๆจะได้หายไวๆ”

หนูนาผละไปแล้ว พร้อมทีท่าตะบึงตะบอนที่เขาแกล้งล้อว่าเธอเป็นเด็ก สีหนาทได้แต่มองตามยิ้มๆ แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงชอบเย้าชอบแหย่คนงานสาวร่างเล็กนักหนา

ส่วนหนูนา...พยายามสลัดแววตาระยิบระยับของเจ้านายหนุ่ม แล้วพุ่งความสนใจที่การสืบเรื่องพ่อ โดยอาศัยที่ได้หยุดพักเพราะแผลยังอักเสบ วิ่งถามคนงานเกือบทั้งไร่ จนได้รู้คร่าวๆว่ารามทำงานรับจ้างทั่วไป

มาหลายปี ก่อนจะมาสมัครงานที่ไร่บัวขาว แถมเขายังบ้างาน ไม่เคยลาไปเยี่ยมญาติหรือครอบครัว จนทุกคนในไร่เดาว่าเขาอาจเป็นเกย์

ระหว่างที่นาราหรือหนูนา คนงานสาวร่างเล็ก จอมป่วนคนใหม่แห่งไร่บัวขาว ขะมักเขม้นกับการตามหาความจริงเรื่องพ่อ รัศมีกำลังสำลักความสุข ได้เจอชายหนุ่มถูกใจ ศักดาเดินเกมรุกเต็มที่ แต่ก็ถูกขัดคอไม่น้อย เมื่อเอกชาติกับโทณรงค์ พี่ชายคนโตและคนรองของรัศมีมาพบเขาพลอดรักกับเธอกลางสนามกอล์ฟโดยบังเอิญ

รัศมีเบื่อสายตาจับผิดของพี่ชายทั้งสองเลยสะบัดหน้าหนีไปนั่งพักทางอื่น ทิ้งศักดาให้รับหน้าสองหนุ่มจากตระกูลวรรณพาณิชตามลำพัง และเอกชาติก็ไม่รอช้า เปิดฉากดักคอพ่อเลี้ยงใหญ่

“ยายรัศมีน่ะ ไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย หวังว่าพ่อเลี้ยงทำอะไรจะคิดหน้าคิดหลังบ้าง”

ศักดาหน้าตึง โต้กลับเสียงเข้ม “ผมและคุณรัศ...เราต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ของแบบนี้คงไม่ต้องให้ใครมาเตือน และอีกอย่าง...คุณคงลืมไป ว่าผมเองก็ไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือยเหมือนกัน!”

เมื่อเตือนฝ่ายชายไม่ได้ เอกชาติก็พาลไปลงกับรัศมี น้องสาวคนเดียวซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด

“แกมีอะไรกับมันหรือยัง”

“นี่...แค่ออกมาไดรฟ์กอล์ฟกัน ต้องมาไล่เบี้ยถึงเรื่องบนเตียงเลยเหรอ”

“ถ้าแกแค่มาไดรฟ์กอล์ฟมันก็ดี ที่เตือนเพราะฉันหวังดีนะ พ่อเลี้ยงศักดา ตอนขอกู้เงิน ฝ่ายตรวจสอบของเราเช็กดูแล้วมีแต่เปลือก ที่คุยว่ามีทรัพย์สินอะไร ควานไปก็เจอแต่หนี้”

“อ๋อเหรอ...จะต้องมาบอกรัศทำไม คิดว่าเขาจะต้องการอะไรจากรัศอย่างนั้นหรือ รัศปล่อยกู้ได้หรือไง”

“แกก็เป็นซะอย่างนี้ พอถูกใจเข้าหน่อยก็ไม่คิดหน้าคิดหลัง ถ้าไม่เชื่อฉัน พนันกันดูก็ได้ ว่าหน้าอย่างนั้นมันจะต้องหวังอะไรแน่ๆ ไม่เชื่อแกก็คอยดู!”

ooooooo

จุฑารัตน์เป็นห่วงนารามาก ไม่รู้ต้องผจญอะไรบ้าง กลัวเจอเรื่องอันตรายแบบคราวที่แล้ว เลยตัดสินใจขออนุญาตเจ้านายไปหาข้อมูลทำสกู๊ปเพิ่มเติมเรื่องค้าไม้เถื่อนที่เชียงราย โดยครั้งนี้หอบหิ้วมาโนช เพื่อนชายใจสาว สจ๊วตหนุ่มสายการบินดัง ซึ่งว่างจากการบินไปเป็นเพื่อนด้วย

และเมื่อมาถึงเชียงราย นักข่าวสาวไฟแรงก็ไม่รอช้า มุ่งหน้าไปสถานีตำรวจเพื่อสืบหาข้อมูลเรื่องธุรกิจค้าไม้เถื่อน แต่ก็ต้องคว้าน้ำเหลว เพราะดันมีเรื่องเข้าใจผิดกับสารวัตรหนุ่มประจำท้องที่

สารวัตรหนุ่มคู่กรณีก็ไม่ใช่ใคร กรกชซึ่งไม่ค่อยถูกกับนักข่าวนั่นเอง ยิ่งมาเจอนักข่าวสาวท่าทางกวนประสาท เถียงคำไม่ตกฟาก ยิ่งหงุดหงิด และฉวยโอกาสตอนลูกน้องมารายงานเบาะแสเรื่องไม้เถื่อนของศักดา ขอตัวดื้อๆ

จุฑารัตน์ไม่ยอมแพ้ ตามติด พยายามเงี่ยหูฟัง และขอไปทำข่าวด้วย แต่กลับถูกสารวัตรหนุ่มตอกกลับจนหน้าหงาย ว่าไม่มีนโยบายและความพร้อมจะคุ้มกันหรือรักษาความปลอดภัยให้นักข่าว!

ฝ่ายหนูนา...คิดหนักเรื่องพ่อ เพราะไม่มีข้อมูลหรือความหวังอะไรจะช่วยยืนยัน นอกจากภาพถ่ายใบเก่าที่เธอพกติดตัวเสมอ และจดหมายยับๆสีฟ้าอ่อน
ที่เขาส่งถึงแม่เมื่อหลายวันก่อน แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจ หยิบหลักฐานสำคัญทั้งสองบุกไปหารามถึงบ้านพัก เพื่อสารภาพความจริงทั้งหมด

แต่สีหนาทก็มาขัดจังหวะ ลากตัวหัวหน้าคนงานหนุ่มไปท้ายไร่ก่อน พร้อมกับข่าวร้ายที่ทำให้หนูนาหายใจไม่ทั่วท้อง เพราะทั้งเจ้านายกับพ่อกำลังจะไป
ดักจับพวกจับไม้เถื่อน!

หนูนาวุ่นวายใจมาก กลัวและระแวงว่าพ่อจะเป็นอันตราย เพราะเห็นเขาคว้าปืนลูกซองไปด้วย ยิ่งรู้จากแป้นว่าเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นบ่อยเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ยิ่งเครียดหนัก ในที่สุดเลยตัดสินใจตามไปดูด้วยตัวเอง

เพราะความกลัวแท้ๆ ทำให้หนูนาวิ่งแบบไม่คิดชีวิต ลัดเลาะตามทางจนถึงท้ายไร่ มองเห็นรถคันใหญ่ที่สีหนาทกับรามนั่งไปอยู่ลิบๆ แต่สาวร่างเล็กก็ไม่ท้อ ออกแรงปั่นจักรยานที่ขอยืมมาสุดกำลัง แต่ไม่ทันเจอตัวพ่อกับเจ้านายหนุ่ม ก็ต้องเบี่ยงรถข้างทางเสียก่อน เมื่อได้ยินเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั้งไร่!

กว่าหนูนาจะตั้งสติได้ ก็หลายอึดใจต่อมา เสียงปืนยังดังต่อเนื่อง แต่สาวร่างเล็กก็ไม่หวั่น ลัดเลาะไปตามทางท้ายไร่ เพื่อตามหาพ่อ แต่ไปไม่ได้ไกล ก็ถูกสีหนาทกระชากหลบในพุ่มไม้ข้างทาง พร้อมตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงดุดัน คาดคั้นว่าเธอมาเดินเป็นเป้าล่อกระสุนแบบนี้ได้ยังไง

อีกด้านของท้ายไร่...คงลูกน้องคนสนิทของศักดา นำกำลังมาลักลอบตัดไม้เถื่อนท้ายไร่บัวขาว ตามคำสั่งของอดิศร ซึ่งวางแผนโดยพลการ ไม่ปรึกษาหรือขอคำอนุญาตจากพ่อเหมือนเคย และวันนี้ก็โชคไม่ดี เพราะพวกสีหนาทได้รับแจ้งจากกรกช ถึงเบาะแสสำคัญ เลยตามมาดักจับจนต้องยิงปะทะกันให้วุ่นวายเช่นนี้

และสีหนาทกับหนูนาก็เกือบได้เป็นเป้านิ่งให้คงแล้ว ถ้ารามจะไม่ตามมาช่วยไว้ได้ทันเวลา ส่วนคนสนิทพ่อเลี้ยงใหญ่ก็เอาตัวรอดไปจนได้ สีหนาทกับรามรีบตาม โดยสั่งหนูนาให้หลบแถวนี้ อย่าตามไปขวางทางปืนอีกเป็นอันขาด แต่มีหรือสาวร่างเล็กจะยอม กลัวจับจิตว่าพ่อจะเป็นอันตรายก่อนได้รู้ความจริง เลยตัดสินใจขัดคำสั่ง

สีหนาทหัวเสียแทบคลั่ง เมื่อเห็นคนงานสาวร่างเล็ก วิ่งทะเล่อทะล่าหลบกระสุนมาจากอีกทาง

“เธอนี่พูดไม่รู้เรื่องหรือไง ฉันบอกให้รอ ทำไมถึงไม่ฟังกันเลย”

หนูนาไม่สนใจเจ้านายหนุ่ม เกาะแขนรามร้องไห้ “อย่าไปเลยนะคะ มันอันตราย...หนูขอร้อง”

เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นกับแววตาเว้าวอนของหนูนา ทำให้สีหนาทกับรามละล้าละลัง และก่อนที่สถานการณ์จะน่าอึดอัดไปกว่านี้ กรกชก็โผล่มาพร้อมลูกน้องจำนวนหนึ่ง ทั้งหมดยกเว้นหนูนา เลยรีบไปตามล่าคงด้วยกัน

ooooooo

แต่ถึงจะพยายามแค่ไหน คงก็หนีไปจนได้ แต่ก็ต้องสูญเสียลูกน้องคนสนิท เพราะถูกพวกสีหนาทกับตำรวจวิสามัญระหว่างพาเขาหนี แต่อดิศรซึ่งกำลังอารมณ์ดีเพราะได้เงินก้อนใหญ่ กลับหัวเราะอย่างไม่ยี่หระ

“นี่ถ้าเชื่อพ่อ...ป่านนี้ไม่ได้นั่งนับเงินกันแล้ว”

คงหน้าตึง ย้อนถามเสียงเครียด “นี่พ่อเลี้ยงไม่ได้สั่งหรือครับ”

“พ่อใจไม่ถึง แต่ฉันกล้า แล้วเป็นไง...ได้ทั้งเงิน แล้วยังได้แก้แค้นมันด้วย”

“แต่เราต้องเสียมือดีไป...ลูกน้องผม”

อดิศรเหยียดปากไม่พอใจ แต่ก็โยนเงินปึกหนึ่งเพิ่มให้ “ค่าทำขวัญ ทำศพ น่าจะพอนะ นี่มันตั้งหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของกำไรที่ได้คราวนี้ ได้เงินขนาดนี้ ตายไปแค่คนเดียวจะอะไรนักหนา”

คงโกรธมาก แต่ต้องพยายามข่มอารมณ์ คว้าเงินแล้วผละไป ทิ้งอดิศรให้กระหยิ่มยิ้มคนเดียว

“ไอ้สิงห์...ฉันอยากเห็นหน้าแกตอนนี้จริงๆ!”

เวลาเดียวกันที่ไร่บัวขาว...สีหนาทสอบสวนหนูนาอย่างเคร่งเครียด ว่าเธอไปปรากฏตัวท้ายไร่ได้อย่างไร โดยมีขนิษฐากับรามยืนเป็นพยาน คอยส่งสายตาสงสารและเห็นใจให้หนูนาเป็นระยะๆ

หนูนายืนตัวสั่นหน้าซีด “ฉัน...ฉันเห็นพวกคุณเอะอะโวยวายกัน ก็เลยสงสัยว่ามีเรื่องอะไร”

“ไม่ได้รู้อยู่แล้วเหรอว่าเขาจับผู้ร้ายกัน”

หนูนาสะอึก ไปไม่ถูก สีหนาทเลยคาดคั้นใหญ่ “ตกลงเธอไปทำไมกันแน่!”

“ฉัน...ฉันเป็นห่วง ไม่อยากให้มีใครเป็นอะไร”

สีหน้าทมึงทึงของเขา ทำให้หนูนาหายใจไม่ทั่วท้อง เบือนหน้าหนี ไม่กล้าสบตาดุๆคู่นั้น สีหนาทโมโห คว้าปืนตัวเองมาวางกระแทกตรงหน้า แล้วสั่งให้เธอหยิบขึ้นมา หนูนาหน้าเหลือสองนิ้ว ทำตามอย่างเก้ๆกังๆ ก่อนจะสะดุ้งสุดตัว เมื่อปืนร่วงลงพื้น ราชสีห์หนุ่มเลยโพล่งออกไปเสียงเข้ม

“บอกว่าเป็นห่วง ถึงได้ตามพวกเราไป แต่แค่จับปืนยังไม่กล้า รู้ไหมที่เธอทะเล่อทะล่าเข้าไป มันอันตรายถึงชีวิต และไม่ใช่แค่ชีวิตเธอคนเดียว แต่เป็นชีวิตของทุกคน”

หนูนาหน้าซีด ละล่ำละลักขอโทษ “ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ใครเดือดร้อน”

“พี่สิงห์...ทุกคนก็ยังปลอดภัยดีนะคะ” ขนิษฐาช่วยพูดอีกแรง

แต่ก็ไม่ทำให้สีหนาทอารมณ์เย็นลง “ใช่...ทุกคนปลอดภัย เธอถึงไม่ถูกไล่ออก...แต่เธอก็หมดสิทธิ์ทำงานที่ไร่แล้ว...ประมาทเลินเล่อ คนแบบนี้อยู่ในไร่ มีแต่ จะตายเร็ว พรุ่งนี้เธอไปทำงานกับคุณน้องที่โรงแรม”

“ไม่นะคะคุณสิงห์ ฉันไม่อยากทำงานโรงแรม ฉันอยากอยู่ที่นี่!”

“งั้นก็เก็บของกลับบ้านซะ ตอนนี้เธอมีทางเลือกแค่สองทาง เลือกเอาก็แล้วกัน”

จบคำก็ผละไป ทิ้งหนูนาให้ยืนหน้าเสียคนเดียว ขนิษฐาเวทนา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะคำสั่งของสีหนาทถือเป็นเด็ดขาด จนเมื่อได้เห็นอาการงุ่นง่านเหมือนรู้สึกผิดของญาติหนุ่ม ก็อดเข้าไปคุยด้วยไม่ได้

“จะมาหาว่าพี่ใจร้ายใช่ไหม”

“ใครว่าคะ ใจดีต่างหาก ถ้าเป็นคนอื่น พี่สิงห์คงไม่ให้ทำงานแล้ว หนูนานี่ไม่ธรรมดา ทำให้พี่สิงห์ใจอ่อนได้”

สีหนาทชะงักไปนิด ก่อนจะตีหน้าเข้ม “พี่แค่จัดการให้เหมาะกับเจ้าตัว น้องเคยบอกไม่ใช่เหรอว่าเด็กคนนี้เหมาะทำงานโรงแรมเรามากกว่า”

“โดนดุไปขนาดนั้น ทีนี้คงยอมแล้วมั้งคะ”

หนูนายังไม่ยอมจำนนอย่างที่สองพี่น้องคาดคิด หันไปอ้อนวอนรามอย่างเอาเป็นเอาตาย ให้ช่วยพูดกับสีหนาท

รามถอนใจหนักหน่วง ลำบากใจ “ไม่ใช่ฉันไม่อยากช่วยหนู แต่นายสิงห์ทำถูกแล้ว”

“แล้วที่...หนูเป็นห่วง หนูทำผิดด้วยหรือคะ”

“ที่คุณสิงห์ต้องดุหนู ก็เพราะว่าเป็นห่วง คุณสิงห์ก็ไม่ผิด”

หนูนาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ น้อยใจพ่อเหลือเกินที่เข้าข้างสีหนาท แต่ไม่เห็นความรักและความห่วงใยของเธอ รามเห็นท่าทางอย่างนั้นก็นึกสงสารจับใจ แต่ก็ทำได้แค่ปลอบ

“หนูนา...ที่คุณสิงห์พูดแรง เพราะต้องเด็ดขาด ถ้าอ่อนให้ใครเห็นก็คุมคนไม่ได้ หนูทำตามที่นายบอกจะดีที่สุด”

ooooooo

ขณะที่นาราหรือหนูนาคนงานสาวร่างเล็กแห่งไร่บัวขาว ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก จะถูกโยกย้ายงานโดยไม่เต็มใจ รัศมีก็เครียดหนัก เมื่อการคาดการณ์ของเอกชาติ เรื่องความไม่น่าไว้วางใจของศักดา ทำท่าจะเป็นจริง!

ศักดานิ่วหน้า เมื่อรัศมีซึ่งทำท่าเหมือนจะสานสัมพันธ์กับเขาอย่างดี ปลีกตัวออกห่าง ทันทีที่เขาเริ่มพูดถึงโครงการใหญ่ในฝัน และเมื่อเขาพยายามจะติดต่อเพื่อถามเหตุผล เธอก็ไม่รับสายและหายตัวไปจากชีวิตเขาเฉยๆ

ด้านหนูนา...นอนไม่หลับเพราะกลุ้มใจเรื่องถูกย้ายงาน ต้องแล่นไปโทร.หาเพื่อนรักที่ร้านชำและระบายอย่างเหลืออด ทั้งเรื่องที่ถูกสีหนาทกล่าวหาว่าเป็นตัวป่วน และเรื่องพ่อที่ยังไม่ได้สารภาพความจริง จุฑารัตน์ส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย ไม่เข้าใจเลยว่าเพื่อนสาวร่างเล็กจะรีรออะไร ทั้งที่ก็มีโอกาสแล้ว

“ไอ้นา...แกยังไม่มั่นใจอะไรอีก แกทั้งไปเป็นคนงาน ทั้งไปเจอเขาจับไม้เถื่อน ชีวิตแกจะเสี่ยงตายกว่าฉันอยู่แล้ว แกกล้าทำทุกอย่าง ยกเว้นกล้าบอกพ่อเนี่ยนะ”

“ฉัน...ฉันจะบอกเขาแน่ๆ แต่ขอให้ฉันได้ทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ตัวก่อน”

“เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะรักแกใช่ไหม”

หนูนาไม่ตอบ จุฑารัตน์เลยยิ่งมั่นใจว่าคิดไม่ผิด จะติดก็แค่ปัญหาเดียว

“แต่คุณสิงห์เขาไม่ให้แกทำงานที่ไร่แล้ว ทีนี้แกจะทำยังไง...”

หนูนาก็ยังให้คำตอบตัวเองไม่ได้ สุดท้าย...เมื่อทนอึดอัดใจไม่ไหว ก็แล่นไปดักเจอสีหนาทแต่เช้า

“เรื่องไปทำงานโรงแรม ฉันไปไม่ได้จริงๆ ฉันรู้ว่าฉันผิด ถือว่าครั้งนี้ฉันติดหนี้คุณก็ได้ ถ้ามีโอกาส ฉันจะชดใช้ให้ แต่ขอให้ฉันได้ทำงานในไร่นี้เถอะนะคะ”

“ทำไมถึงดื้อแบบนี้ ฉันมีลูกจ้างเป็นสิบเป็นร้อยคน ไม่มีใครดื้อเท่าเธอจริงๆ”

“ขอร้องล่ะค่ะ ถ้ามันไม่สำคัญ ฉันคงไม่ขอร้องคุณแบบนี้”

“ฉันให้โอกาสเธอมากกว่าคนอื่นๆแล้ว เธอไม่มี ทางเลือกอื่นแล้วล่ะ”

สีหนาทต้องพยายามทำใจแข็งเป็นอย่างมาก ไม่ให้สบตาวาวๆคู่นั้น แต่ก็ทำได้ยากเต็มที

“คุณสิงห์คะ ฉันขอร้องล่ะ ขอโอกาสฉันอีกแค่ครั้งเดียว แล้วฉันจะไม่กวนคุณอีกเลย จริงๆนะคะ”

น้ำเสียงอ้อนๆและแววตาแวววาวคู่นั้น ทำให้ราชสีห์หนุ่มจะละลาย ต้องพยายามดึงสติตัวเองอย่างมาก ดึงมือน้อยๆออกจากการจับกุมอย่างนุ่มนวล

“ทำแบบนี้ไปมันก็ไม่มีประโยชน์”

หนูนาหน้าเสีย เพิ่งรู้สึกตัวว่าจับมือเขานานแล้ว “ฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

“ถ้าเธอทำอีก ฉันคงมองว่าไม่ตั้งใจไม่ได้”

ท่าทางอ่อนๆ กลายเป็นนางเสือร้ายทันที “นายสิงห์!”

แต่สีหนาทก็ไม่ยี่หระ ตัดบท “เตรียมตัวไปทำงานที่โรงแรมซะ ไม่งั้นก็ไปจากที่นี่ นี่ฉันใจดีที่สุดแล้ว”

ooooooo

เป็นอันว่าการเจรจากับเจ้านายหนุ่มก็ไม่ได้ผล แต่หนูนาก็ไม่ยอมแพ้ ตื่นแต่ไก่โห่ไปทำงานในไร่ อย่างขมีขมัน จนเหล่าคนงานพากันแตกตื่น ไม่เว้น แม้แต่ราม มองมาด้วยแววตาอ่อนใจ

“หนูจะฝืนตัวเองทำไม รู้ไหมว่าทำแบบนี้ จะทำให้คุณสิงห์ยิ่งโกรธมาก”

“ไม่หรอกค่ะ ถ้าหนูตั้งใจทำงาน ให้คุณสิงห์เห็นผลงานของหนูได้ เขาก็ต้องเปลี่ยนใจ”

แน่นอนว่าเหล่าคนงานพากันลุ้นว่าหนูนาจะล้มกลางไร่เมื่อไหร่ โดยเฉพาะพวง เพ๊อะและกระจิบ เตรียมรุมเยาะเย้ยถากถางเต็มที่ แต่ไม่ทันได้ขยับ ก็ต้องวงแตก เมื่อสีหนาทปรากฏตัว

“พูดกับเธอนี่ ทำไมถึงพูดยากยิ่งกว่าพูดกับคนต่างด้าวหรือว่าคนเมาเสียอีก ทำไมไม่รู้จักฟังคนอื่นซะบ้าง”

เหล่าคนงานที่มามุงเสียวสันหลังแทน เมื่อเห็นท่าเจ้านายหนุ่ม แต่หนูนาไม่กลัว ฮึดสู้อธิบาย

“ฉันฟังคุณนะคะ ฉันถึงได้มาทำ ก็อย่างที่คุณว่าเมื่อเช้า ที่ฉันขอร้องคุณน่ะมันไม่มีประโยชน์ ฉันก็เลย ...มาทำสิ่งที่มันมีประโยชน์นี่แทนไงคะ”
สีหนาทถึงกับอึ้งไป ไม่ต่างจากรามและเหล่าคนงาน แต่เพียงไม่นานก็เอ็ดลั่น “นี่มันก็ไม่มีประโยชน์ ที่เธอพรวนดินทั้งที่กล้าเพิ่งจะลงไม่กี่วัน ดินยังซุยอยู่ มันไม่จำเป็น แสดงให้เห็น...ว่าเธอไม่ได้รู้เรื่องทำไร่เลยจริงๆ”

หนูนาหน้าเสีย แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ “งั้น...งั้นคุณก็ให้ฉันทำสิคะ ฉันจะได้รู้”

“รู้จักฟังซะก่อนเถอะ ถ้าเธอกล้าแตะต้องทรัพย์สินในไร่นี้ โดยไม่ได้รับอนุญาตอีก จะต้องโดนปรับ ถ้ายังไม่ฟัง ฉันจะแจ้งความ และถ้าพรุ่งนี้เธอยังไม่ไปเริ่มงานที่โรงแรมอีก ก็ต้องออกไปจากที่นี่!”

แป้นซึ่งล้อมวงอยู่ด้วย เห็นท่าไม่ดี กลัวเพื่อนร่วมห้องถูกไล่ออก เลยลากตัวออกไป ทิ้งสีหนาทให้มองตามเซ็งๆ เหนื่อยใจในความดื้อของหนูนาเหลือเกิน...

ฝ่ายจุฑารัตน์...ได้คุยกับเพื่อนรักเมื่อคืนก็เริ่มเป็นห่วง ตัดสินใจบุกไปหาถึงไร่บัวขาว โดยอ้างว่าจะมาขอข้อมูลเพิ่มเติมทำสกู๊ปจากสีหนาท ราชสีห์หนุ่มประหลาดใจไม่น้อย เมื่อได้ยินจากคนงานว่ามีนักข่าวมาขอพบ และแปลกใจหนักกว่าเดิม เมื่อได้เห็นจุฑารัตน์ ยืนคุยกับหนูนาอย่างสนิทสนม
แต่ที่สีหนาทไม่ได้ยิน คือสองสาวเพื่อนรักกำลังปรับทุกข์กันอย่างเคร่งเครียด โดยเฉพาะหนูนา กลุ้มใจมากจะต้องถูกย้ายไปทำงานโรงแรม แทนที่จะได้อยู่ใกล้พ่อในไร่

“อยู่ใกล้พ่อ แต่พ่อก็ไม่รู้ว่าแกเป็นใคร แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ”

“มีสิ...คนสำคัญที่สุดในชีวิตเรา ที่เรานึกว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว แต่จู่ๆก็ได้มาเห็นเขา ได้มาอยู่ใกล้ๆ รู้ไหมว่ามันมีค่าแค่ไหน จะให้ฉันแลกด้วยอะไร ฉันก็ยอม”

พูดจบก็ร้องไห้โฮเหมือนเด็กๆ จุฑารัตน์ทนไม่ไหว ลากตัวมากอดปลอบ สร้างความตื่นตะลึงให้แก่สีหนาทมาก ไม่คิดมาก่อนเลยว่าคนงานสาวร่างเล็กจะรู้จักนักข่าวสาว จากกรุงเทพฯ

หนูนาถึงกับพูดไม่ออก เมื่อได้เห็นหน้าเจ้านายหนุ่ม เดินหน้าเข้มมาจากอีกทาง สีหนาททักทายจุฑารัตน์ ด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันมาแยกเขี้ยวกับเธอ และยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหู

“เธอนี่...มีเรื่องให้ประหลาดใจได้ตลอดเลยนะ”

หนูนาหน้าเจื่อน พยายามกลบเกลื่อนพิรุธเต็มที่ แต่กลับต้องหน้าตึง เมื่อได้ยินคำขู่ทิ้งท้าย

“หวังว่าพรุ่งนี้ฉันจะไม่เจอเซอร์ไพรส์ ว่าเธอยังอยู่ที่นี่อีกนะ”

และก็คงเพราะคำขู่นั่นแท้ๆ ทำให้เธอโพล่งกลับอย่างเหลืออด

“ฉันจะไปค่ะ...ฉันจะไปทำงานที่โรงแรมตามที่คุณบอก”

จบคำประกาศของหนูนา ทุกคนก็มองหน้ากันอึ้งๆ โดยเฉพาะสีหนาท เซอร์ไพรส์มากที่คนงานสาวไม่อิดออดเหมือนเคย...หวังว่าคงไม่ซ่อนหรือซ้อนแผนอะไรไว้อีกนะ...ยายตัวป่วน!

ooooooo

ขนิษฐาไม่แปลกใจที่ได้ยินว่าหนูนายังอยู่ไร่ ไม่มาทำงานโรงแรมตามที่สีหนาทสั่ง เพราะสังหรณ์บางอย่างกำลังบอกว่าคนงานสาวร่างเล็กคนนี้ไม่ธรรมดา และอาจทำให้บรรยากาศในไร่เปลี่ยนไปตลอดกาล...

ตัดเรื่องยุ่งๆ ป่วนๆ ในไร่ไปได้ ขนิษฐาก็หันมาเร่งมือกับงานปรับแต่งสวนโรงแรม ซึ่งขอให้รามมาช่วย แทนหัวหน้าฝ่ายจัดสวนที่ถูกไล่ออกเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ความสงบของเธอก็ถูกรบกวน เมื่ออดิศรแวะมาหา

ขนิษฐาซึ่งกำลังง่วนกับการเก็บดอกไม้ที่ร่วงจากพื้นถึงกับผงะ เมื่ออดิศรก้มหน้ามาใกล้

“โรงแรมห้าดาว ใช้ดอกไม้ช้ำๆ จะดีหรือครับ”

“คุณอดิศร...ดอกไม้พวกนี้ ฉันจะเอาไปไว้ที่ห้องทำงานค่ะ ขอคืนด้วย”

ขนิษฐาจะดึงดอกไม้คืน แต่อดิศรก็ฉวยโอกาสทำรุ่มร่าม จับมือเธอไว้

“ขนาดดอกไม้ช้ำๆตก คุณยังเก็บไปปักแจกันทีกับผมคุณกลับไม่รักษาน้ำใจ ทำไมต้องคอยหลบหน้ากันด้วย”

“มันเป็นสิทธิ์ของฉัน ที่จะพบหรือไม่พบใครก็ได้”

“ลูกพี่ลูกน้องคุณเสี้ยมสอนให้พูดจากับผมแบบนี้หรือ”

“ไม่เกี่ยวกับพี่สิงห์ ฉันไม่สะดวกจะคุยกับคุณเอง พอใจหรือยัง”

“ผมไม่เชื่อ นี่มันคงเป่าหูคุณให้เกลียดขี้หน้าผม ทั้งที่ตัวมันเองก็หาเรื่องพวกเราก่อน”

“ถ้าคุณมีปัญหากับพี่สิงห์ ก็เชิญคุยกับเขาเอง ฉันขอตัว!”

จบคำก็กดหนามดอกไม้ลงมือเขาจนเลือดซิบ อดิศรเลยต้องปล่อยมือ

ขนิษฐาตกใจ แต่ยังเชิดหน้า ไม่แคร์ “ขอโทษ ถ้าไม่อยากให้ฉันเสียมารยาท ทีหลังก็อย่าทำแบบนี้”

“ผมชอบคุณมากเพราะแบบนี้แหละ ขนาดจะทำร้ายใคร ก็ยังต้องขอโทษ คุณนี่...น่ารักจริงๆ”

สายตาเล้าโลมน่ารังเกียจ กับท่าทางคุกคามนั้น ทำให้ขนิษฐาเริ่มกลัว ถอยหนี

“แต่ฉัน...ฉันไม่ได้ชอบคุณ”

“ถ้าเราสนิทสนมกันกว่านี้ มันก็ไม่แน่หรอก”

ขนิษฐาถอยจนสุดทาง และเกือบถูกลวนลามแล้ว โชคดีที่รามโผล่มาช่วยทัน อดิศรเลยยอมผละไปแบบเสียไม่ได้ แต่ไม่วายทิ้งสายตาอาฆาตราม...ฝากไว้ก่อนเถอะมึง ไอ้แก่!

ในเมื่ออ้อนวอนสีหนาทกับรามไม่ได้ หนูนาเลยเปลี่ยนแผน ตอบรับคำสั่งของสีหนาท จะไปทำงานที่โรงแรม และบุกไปหาขนิษฐาถึงที่ในวันเดียวกัน เพื่อเกลี้ยกล่อมไม่ให้รับเธอเข้าทำงาน โดยไม่รู้เลยว่าสีหนาท ก็กำลังมาที่โรงแรมเช่นเดียวกัน เพราะมีนัดตรวจงานสำคัญและอยากมาดูสวนใหม่ของญาติสาว

ส่วนจุฑารัตน์...หลังแก้ต่างแทนเพื่อนรักอยู่พักใหญ่จนสีหนาทไม่มีท่าทีติดใจ ก็สานต่องานตามที่อ้าง

ซึ่งเขาก็ร่วมมืออย่างดี ให้ข้อมูลธุรกิจค้าไม้เถื่อนเท่าที่ได้ แถมมอบนามบัตรของกรกช สารวัตรหนุ่มผู้ดูแลการจับกุมพวกทำไม้เถื่อนให้อีกต่างหาก นักข่าวสาวดีใจมาก และหมายมั่นปั้นมือจะไปที่สถานีตำรวจอีกครั้ง เพื่อขอข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม

ooooooo

ขนิษฐากับรามยังไม่รู้ว่าหนูนากับสีหนาทจะมาที่โรงแรม มัวควบคุมงานแต่งสวนให้ทันตามกำหนด จนเมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่ หัวหน้าคนงานหนุ่มถึงมีโอกาสถามถึงเรื่องอดิศร

“คุณน้องแน่ใจเหรอครับ จะไม่บอกคุณสิงห์เรื่องนายอดิศร”

“ค่ะ...เพราะถ้าบอกก็ต้องมีเรื่องกันแน่ แค่พี่สิงห์ไปช่วยตำรวจจับไม้เถื่อน ก็เสี่ยงมากพอแล้ว”

“แล้วตัวคุณน้องล่ะครับ ไม่กลัวเหรอ ท่าทางมันไม่เกรงใจคุณเลย”

“น้องจะระวังตัวให้มากขึ้นค่ะ...น้ารามเป็นห่วงน้องเหรอคะ”

“เอ่อ...ครับ ผมไม่อยากเห็นคนดีๆ โดนคนชั่วรังแก ถ้ามีอะไรคุณน้องบอกผมได้ทันทีเลยนะครับ”

ขนิษฐาหัวใจพองโต เมื่อได้ยินว่าเขาเป็นห่วง สบตาเขายิ้มๆ

“แค่นี้...น้องก็ไม่กลัวแล้วล่ะค่ะ”

ฝ่ายหนูนา...ตามหาขนิษฐารอบโรงแรม และเกือบจะปะทะกับสีหนาทอยู่แล้ว โชคดีที่มีพนักงานมาเรียกเขาไปดูงาน สาวร่างเล็กเลยรอดตัวไปได้อย่างหวุดหวิด

และหลังจากนั้นไม่นาน หนูนาก็สมหวัง เมื่อเห็นคนที่ต้องการพบ ขนิษฐากำลังยืนคุยงานกับรามที่มุมหนึ่ง สาวร่างเล็กเลยไม่รอช้า เปิดฉากเจรจากับว่าที่เจ้านายสาวทันที

“คุณน้องคะ คุณอย่ารับฉันเข้าทำงานในโรงแรมเลยนะคะ ฉันทำไม่ได้จริงๆ คุณช่วยพูดกับคุณสิงห์ได้ไหมคะ เขาคิดว่าฉันทำงานโรงแรมได้ ยังไงก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ แต่ฉันรู้ตัวเองดีค่ะ คุณน้องช่วยฉันหน่อยเถอะนะคะ”

“หนูนา...ใจเย็นๆก่อนนะ เรื่องอะไรที่พี่สิงห์ตัดสินใจแล้ว ฉันจะไม่ก้าวก่าย”

หนูนาหน้าเสีย จะอ้อนวอนอีกครั้ง แต่รามก็พูดแทรกเสียก่อน

“หนูกำลังทำให้คุณน้องลำบากใจนะ”

“แต่ว่านา...เอ่อ...คุณน้องเป็นที่พึ่งสุดท้ายของฉันแล้วจริงๆนะคะ ถือว่าช่วยฉันสักครั้ง อย่าให้ฉันตกงานเลย”

ขนิษฐาอึดอัดใจมาก เวทนาคนงานสาวเหลือเกิน รามเข้าใจดี ตัดบทให้เธอกลับห้องทำงาน ทิ้งให้หนูนาใจหายวาบ และเกือบปล่อยให้โอกาสสุดท้ายหลุดลอยเสียแล้ว ถึงได้ตัดสินใจตะโกนไล่หลัง

“พ่อ...พ่อของหนูนาเป็นคนสวนค่ะ พ่อกับแม่เลิกกัน หนูนาตามแม่ไป เลยทำให้ต้องห่างพ่อ แต่หนูนาก็อยากให้พ่อรู้...ว่าหนูนายังเป็นลูกของพ่อ เป็นลูกสาวคนสวน”

รามถึงกับอึ้งไปอึดใจ เรื่องของคนงานสาวร่างเล็ก เหมือนอดีตของเขาอย่างเหลือเชื่อ และก็ยิ่งสะเทือนใจหนักกว่าเดิม เมื่อได้ยินประโยคถัดมาของหนูนา

“ที่หนูนามาทำไร่ เพราะว่าอยากจะรู้...รู้จักพ่อให้มากขึ้น อยากจะ...ได้ใกล้ชิดพ่อ”

ขนิษฐาสัมผัสได้ถึงความจริงใจบางอย่าง และเกือบใจอ่อนอยู่แล้ว ถ้ารามจะไม่โพล่งขึ้น

“แต่ฉันว่าพ่อหนูคงไม่เห็นด้วย ไม่มีพ่อคนไหนอยากให้ลูกลำบากหรอกนะ หนูทำงานที่นี่ดีกว่า”

“แต่ถ้าอย่างนั้น หนูนากับพ่อก็จะยิ่งห่างกันออกไป ห่างออกไปทุกทีนะคะ”

“หนูกำลังใช้อารมณ์เป็นใหญ่ คนเราต้องอยู่กับความจริง อย่าทำอะไรเกินตัว มันไม่มีประโยชน์กับใครทั้งนั้น”

“แล้วความรู้สึกของลูกสาว ที่อยากทำเพื่อพ่อ...มันไม่มีค่าเลยเหรอคะ”

“ถ้าเราเอาแต่ใจ เอาแต่อารมณ์ โดยที่ไม่ดูตัวเราเอง เราก็จะทำพลาด แล้วความผิดพลาดบางอย่าง มันเรียกคืนกลับมาไม่ได้ อย่าทำให้คุณน้องและคุณสิงห์ต้องลำบากใจอีกเลย”

ooooooo

สีหน้าเหมือนหัวใจสลายของหนูนา ทำให้ทั้งขนิษฐากับรามพลอยรู้สึกแย่ แต่ไม่ใช่กับสีหนาท ซึ่งเพิ่งรู้เรื่องจากญาติสาวกับหัวหน้าคนงานหนุ่ม ว่าคนงานสาวร่างเล็กจอมป่วนบุกมาร้องขอความเป็นธรรมถึงที่นี่

สีหนาทโกรธมาก เพิ่งเข้าใจเหตุผลที่สาวคนงานจอมป่วนยอมรับปากมาทำงานโรงแรมง่ายๆ และไม่รอช้า จะบุกไปเอาเรื่อง แต่กลับต้องอ้าปากค้าง เมื่อเห็นอีกฝ่ายนั่งร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่า

หนูนาเบือนหน้าหนี ไม่ยอมสบตาเขาเหมือนเคย จนสีหนาทอดแปลกใจไม่ได้

“ทำไม...หน้าตาฉันแย่มากเลยเหรอ เธอถึงไม่กล้ามอง”

สีหนาทไม่พูดเปล่า เอื้อมไปเชยคางเธอขึ้น แต่กลับได้เห็นแต่น้ำตา ไม่ใช่แววตาสุกใสเหมือนเคย

หนูนาขืนตัวออก เคืองไม่น้อยที่เขาถือวิสาสะ “หน้าตาฉันเองที่แย่ ไม่ใช่คุณหรอก”

พูดจบก็ผละไปดื้อๆ ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงให้สะเทือนใจอีก แต่สีหนาทก็ไม่ยอม ตามติดจะเอาเรื่องที่เธอบังอาจหลอกเขาว่าจะมาทำงานที่โรงแรม หนูนากดดันมาก แต่ก็ยังกัดฟันขอโทษ

“ขอโทษ...เธอพูดได้แค่คำว่าขอโทษงั้นหรือ”

หนูนาเจ็บจี๊ด โพล่งออกไปอย่างเหลืออด “คุณจะให้ฉันทำยังไง อยากให้พูดอะไร หรืออยากให้ฉันพูดว่าฉันผิด ฉันไม่ดี ไม่เอาไหน สร้างแต่ปัญหา...ฉันมันตัวปัญหา งั้น...ฉันขอลาออก!”

สีหนาทชะงักไปอึดใจ กว่าจะตั้งสติได้ แต่แทนที่จะดีใจที่ตัวป่วนลาออก กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดแทน

“เดี๋ยว...ฉันไม่ได้ชอบจะมาฟังเธอโทษตัวเองแบบนี้หรอกนะ ที่ไม่พอใจเพราะเธอไม่เห็นความหวังดีของฉันและใครๆหลายคนที่นี่เลย เธอยังมีงานทำนะ ถ้าจะเอาแต่ใจน้อยลง”

หนูนาอยากจะเป็นบ้า ยกมือปาดน้ำตา แล้วตัดสินใจย้อนถามตรงๆ

“คุณสิงห์...คุณรักไร่นี้หรือเปล่า”

สีหนาทอึ้ง แต่ก็ตอบเสียงหนักแน่น “ทำไมถามแบบนี้ ต้องรักสิ”

“รักแค่ไหนคะ”

“เท่ากับชีวิตฉัน”

“งั้นถ้ามีคนจ้างให้คุณไปทำงานที่สบายกว่า หรูหรากว่านี้ คุณจะไปไหม”

“ฉันจะไปทำไม ฉันไม่สนใจงานสบายหรือว่าหรูหราหรอก ฉันรักที่นี่ ฉันก็ต้อง...”

หนูนาเหยียดยิ้ม ต่อประโยคให้แทน “อยู่ที่นี่ใช่ไหม...ฉันก็เหมือนกัน ฉันไม่ต้องการงานเบา งานสบาย ฉันมาทำไร่เพราะ...คุณคงทราบจากคุณน้องแล้ว ถ้าฉันไม่ได้อยู่ที่ไร่ ก็ไม่จำเป็นที่ฉันต้องอยู่ที่นี่อีก”

สีหนาทถึงกับเถียงไม่ออก หนูนาเลยถือโอกาสตัดบท

“คุณพูดถูกที่ว่าฉันไม่เหมาะกับที่นี่ ถึงพยายามไปก็ไม่มีประโยชน์ ยังไงก็...ขอบคุณที่ยังอุตส่าห์ให้งานฉันทำ...”

ooooooo

ศักดาไม่เลิกล้มความพยายามเรื่องรัศมี ทั้งโทร.และส่งข้อความทุกวัน แต่เธอก็ไม่ตอบกลับ สุดท้ายเลยเลือกวิธีสุดท้าย ตามไปดักเจอเธอในงานเปิดตัวผับดัง ที่เขาสืบรู้มาว่าเธอจะมาร่วมงาน

รัศมีไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่ได้เห็นพ่อเลี้ยงใหญ่ ทำท่าจะปลีกตัวเหมือนเคย แต่เขาก็ถลามาขวางไว้

“คุณรัศ...ผมห้ามคุณฟังคนอื่นไม่ได้ แต่ผมขอให้คุณคิดดูให้ดี ว่าก่อนหน้านี้ เรารู้สึกดีต่อกันมากแค่ไหน ถึงเราจะเพิ่งพบกันแค่ไม่นาน แต่คุณก็มีความหมายต่อผมจริงๆนะ”

“มีความหมายหรือ ก็แค่อยากจะใช้ฉันกู้เงินจากคุณพ่อเท่านั้นแหละ”

ศักดาตัวชา เสียวสันหลังวาบ แต่ยังตีหน้าซื่อ “อะไรนะ...ใครบอกคุณ มันไม่ใช่เลยนะ”

“งั้นรู้ได้ยังไงว่าฉันมาที่นี่” ศักดาชะงัก รัศมีเลยได้ที ดักคออย่างรู้ทัน “ตอนแรกก็ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ แต่ผ่านไปได้ไม่เท่าไหร่ ธาตุแท้มันก็โผล่มา เอาพวกคำน้ำเน่าของคุณทิ้งไปซะ ทีแรกกะจะให้ปิดฉากดีกว่านี้แล้วแท้ๆ!”

สถานการณ์ที่เลวร้ายกว่าเดิม ทำให้ศักดาตัดสินใจใช้แผนสุดท้าย มอมยารัศมีและพาเธอเข้าโรงแรม แล้วถ่ายภาพเปลือยกับทำคลิปไว้ขู่แบล็กเมล์ แต่เมื่อเธอตื่นมาตอนเช้า กลับตีหน้าซื่อเป็นสุภาพบุรุษ ปั้นเรื่องว่าช่วยพาเธอจากผับหรู พามานอนที่โรงแรม เพราะเธอเมา จนไม่ได้สติ

สายตาจริงใจและการกระทำของศักดาในคืนที่ผ่านมา ทำให้กำแพงของรัศมีลดความแข็งลงไปมาก และพ่อเลี้ยงใหญ่ก็รู้ดี ทำทีเป็นรู้สึกผิดเสียเต็มประดา และอยากจะเปิดอกคุยกับเธอ

“คุณรู้ไหม ถ้าย้อนเวลาไปได้ ผมจะไม่พูดเรื่อง โครงการนั่น ไม่พูดแม้แต่ครึ่งคำ ถ้ามันทำให้คุณรู้สึกแย่แบบนี้”

“ใช่...ฉันรู้สึกแย่ แต่ก็ชินซะแล้ว มีคนแบบคุณออกเยอะแยะไป”

ศักดาสะอึก แต่ยังไม่ยอมแพ้ ตะล่อมให้ไฮโซสาวเป้าหมายตายใจ “ใช่...ผมไม่ปฏิเสธว่าผลประโยชน์นั่นมันสำคัญกับผมมาก แต่มันก็ไม่สำคัญไปกว่าคุณ...ถ้าผมไม่พูดถึงมันอีก เราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม ถ้าต้องเสียคุณไปเพราะเรื่องนี้ ผมคงต้อง...เสียใจไปตลอดชีวิต ผมคิดถึงคุณจริงๆนะคุณรัศ”

คำพูดหวานๆของเขา ทำให้รัศมีใจอ่อนยวบ แต่ยังทำใจแข็งเมินหน้าหนี ศักดาเลยใช้ตัวช่วย เป็นสร้อยเส้นสวย กับสายตาโอ้โลมที่ทำให้กำแพงง่อนแง่นของเธอพังทลาย

ศักดาเห็นอาการไฮโซสาวก็ย่ามใจ แต่ยังปั้นหน้าเล่นละครต่อ “ไม่ว่าคุณจะให้โอกาสผมอีกไหม ให้ผมได้ตอบแทนคุณนะ หลังจากหย่ากับภรรยา ไม่มีวันไหน ที่ผมมีความสุข...เหมือนได้อยู่ใกล้ๆคุณเลย”

พูดจบก็สวมสร้อยให้ รัศมีประทับใจมาก และในที่สุดตัณหาราคะก็เป็นฝ่ายชนะ โน้มตัวจูบเขาอย่างดูดดื่มและร้อนแรง ศักดาก็ตอบสนองได้ถึงใจ...สาแก่ใจยิ่งนักที่แผนขั้นสำคัญบรรลุแล้ว

ด้านหนูนา...ตัดใจแล้วว่าต้องสูญเสียโอกาสจะได้อยู่กับพ่อ เลยถือโอกาสร่ำลาทุกคนที่เคยช่วยเหลือ โดยไม่สนใจวาจาถากถางของผู้คนรอบข้าง ส่วนสีหนาท... ไม่ได้สบายใจอย่างที่คิด แต่กลับรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก จนต้องไประบายความอึดอัดใจกับขนิษฐา เลยได้รู้ความเห็นจากอีกฝ่าย ที่เชื่อว่าเรื่องราวของหนูนาเป็นความจริง

ในที่สุดเช้าของวันจากลาก็มาถึง หนูนาตื่นแต่เช้า หลังคิดใคร่ครวญทั้งคืน จึงไปบอกลารามถึงบ้านพัก

“หนูตัดสินใจดีแล้วเหรอ”

“ถ้าไม่ได้อยู่ที่ไร่ ถึงหนูอยู่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ หนูอยากมาขอบคุณที่น้ารามเคยช่วยหนูหลายๆอย่าง”

ท่าทางสงบนิ่งของเธอ ทำให้รามอดรู้สึกผิดไม่ได้ “ขอโทษนะ ที่ฉันช่วยอะไรหนูไม่ได้”

“น้ารามไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ”

“เมื่อวานที่ฉันพูด ก็เพราะอยากจะให้หนูเป็นผู้ใหญ่ หัดคิดอะไรให้รอบคอบ อย่าถือฉันเลยนะ หนูเป็น เด็กฉลาด ไม่นานก็ต้องหางานที่ใหม่ได้ ไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะ”

หนูนาร้องไห้โฮอย่างสุดกลั้น สะเทือนใจมากที่พ่อไม่คิดแม้แต่จะรั้งเธอไว้

รามหน้าเสีย ปลอบเสียงเครียด “หนู...เป็นอะไร ฉันพูดอะไรไม่ถูกเหรอ”

“เปล่า...เปล่าค่ะ ทำไมขี้แยอย่างนี้ก็ไม่รู้ เคยมีคนบอกหนู...ว่าอย่าร้องไห้ ให้เก็บแรงไว้ไปแก้ปัญหาดีกว่า”

คำพูดคุ้นหูของคนงานสาวร่างเล็ก สะกิดใจรามอย่าง ประหลาด ยิ่งท่าทางร้องไห้เหมือนเด็กๆ ทำให้อดคิดถึงใครบางคนที่เขารักที่สุดไม่ได้ แต่กระนั้น...สติก็บอกว่าคงเป็นไปไม่ได้ ที่ลูกสาวคนเดียวจะมาหาเขาที่นี่ หนูนา ได้แต่ปล่อยให้พ่อเดินจากไปช้าๆ หัวใจแทบสลายเมื่อคิดว่าจะไม่มีโอกาสเจอหรือใกล้ชิดพ่อเหมือนวันนี้อีกแล้ว

แต่ก่อนที่หนูนาจะได้จากไร่บัวขาว รามก็มาเจอเธออีกครั้ง พร้อมคำสั่งสดๆร้อนๆจากสีหนาท ให้เธอไปพบที่เรือน แถมเขายังพาเธอมาส่งถึงที่ และตัดสินใจยกเสื้อคลุมให้ เมื่อเห็นว่าเธอยืนห่อตัว หนูนาอึ้งไปอึดใจ กระชับเสื้อให้แนบตัวมากขึ้น เหมือนจะซึมซับความอบอุ่นครั้งสุดท้ายจากพ่อ

สีหนาทปรากฏตัวไม่นานหลังจากนั้น พร้อมซองเงิน ค่าแรงงวดสุดท้ายของเธอ หนูนาจะไม่รับ แต่เขาก็ยัดเยียดให้ แล้วถามทิ้งท้ายให้แน่ใจว่าเธออยากลาออกจริงๆ

ท่าทางลังเลใจเหมือนอยากพูดบางอย่าง ทำให้หนูนาสงสัย แต่เมื่อถามตรงๆ สีหนาทกลับไม่พูดอะไร นอกจากอวยพรให้เธอโชคดี คนงานสาวจอมป่วนเลยยกมือไหว้และขอตัว ทิ้งให้ราชสีห์หนุ่มมองตามนิ่งๆ ใจหายวาบอย่างบอกไม่ถูก...นี่เขาจะไม่ได้เจอยายตัวป่วนร่างเล็กอีกจริงๆหรือ

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“กอล์ฟ-จั๊กจั่น-อั๋น-น้ำหวาน” ปลุกตำนานหัวเรือสยอง ใน “สางนางพราย”

“กอล์ฟ-จั๊กจั่น-อั๋น-น้ำหวาน” ปลุกตำนานหัวเรือสยอง ใน “สางนางพราย”
13 พ.ย. 2562
11:01 น.