ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตามรักคืนใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

นาราคุณหนูร่างเล็ก หลานสาวคนโปรดของวรรณ วรรณพานิช กลายสภาพเป็นนางสาวหนูนา ทองการค้า อย่างสมบูรณ์หลังจากที่เชษฐ์กับรามพาไปลงทะเบียนคนงาน แต่ที่เป็นปัญหา คือเธอไม่มีบัตรประชาชนยืนยันตัวตน และที่อยู่ซึ่งติดต่อไม่ได้

แต่อุปสรรคแค่นั้นก็ขวางความตั้งใจของหนูนาไม่ได้ และตัดสินใจแอบใช้นามสกุลและที่อยู่ของจุฑารัตน์เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รามกับเชษฐ์ไม่ค่อยเชื่อนัก แต่หน้าใสๆ กับท่าทางไม่มีพิษสงของเธอก็ทำให้ไม่อยากคิดมาก

รามพาหนูนาไปแนะนำกับเหล่าหัวหน้าคนงาน ซึ่งต่างก็มองด้วยความแปลกใจและสบประมาท ว่าคนงานสาวคนใหม่คงทนหรือทำงานหนักในไร่ไม่ได้ แต่เธอก็ไม่ย่อท้อ และเก็บคำปรามาสเป็นแรงฮึด จะต้องเอาชนะงานนี้ให้ได้

ภาพรามพาคนงานสาวคนใหม่ไปเดินรอบไร่ กลายเป็นที่โจษจันกันทั่วในหมู่คนงาน โดยมีกระจิบกับเพ๊อะ สองสาวคนงานขาใหญ่ ซึ่งแอบชอบและแอบส่งสายตาให้รามบ่อยครั้ง เป็นโต้โผ และไม่รอช้า บุกถึงบ้านหัวหน้าคนงานหนุ่ม เพื่อหาเรื่องคนงานสาวคนใหม่ทันที

หนูนาถูกรามนำไปทิ้งไว้ที่บ้านพักของเขา เพื่ออาบน้ำและพักผ่อน รอเวลาเลิกงาน จะได้พาไปรู้จักเพื่อนร่วมห้องพักในเรือนคนงาน แต่ความสงบสุขน้อยนิดก็ถูกทำลาย เมื่อกระจิบกับเพ๊อะยกพวกไปหาเรื่อง

เหตุการณ์วิวาทในบ้านพักหัวหน้าคนงานกลายเป็นหัวข้อเม้าท์แตกของคนงานทั้งไร่ กว่ารามจะไปถึงและห้ามทัพสามสาวไม่ให้ตบกัน ทั้งหมดก็หน้าช้ำกันไปคนละข้าง

“หนูนาไปทำอะไรให้ ถึงกับต้องทะเลาะตบตีกันแบบนี้”

“น้าถามตัวเองดีกว่า จู่ๆพาผู้หญิงเข้าห้องกลางวันแสกๆ” เพ๊อะย้อนเสียงขุ่น

“เขาเป็นคนงานใหม่ ฉันแค่ให้มาอาศัยรอที่บ้าน ไม่มีเรื่องสกปรกอย่างที่พูด ขอโทษเขาเดี๋ยวนี้!”

พูดพลางส่งสายตาเป็นคำสั่ง แต่กระจิบกับเพ๊อะ ไม่ยอม โวยวาย ตีโพยตีพายด้วยความน้อยใจ ที่เขาไม่เคยเห็นความดีพวกเธอ และพาเข้าบ้านบ้าง โดยเฉพาะกระจิบ ถึงขั้นโพล่งถามตรงๆ

“ไม่ใช่ว่าฉันจะมาลำเลิกน้านะ ทำไม...ฉันไม่ถูกใจน้าตรงไหน แล้วนังนี่มันดีกว่าฉันตรงไหน น้าบอกมาสิ”

“พอที...ไม่มีใครดีกว่าใคร ฉันไม่สนใจใครทั้งนั้น คนอย่างฉัน ไม่อยากมีลูกเมีย ฉันเกลียดการมีครอบครัว!”

หนูนาถึงกับอึ้ง จนเมื่อเห็นว่ากระจิบกับเพ๊อะผลุนผลันไปแล้ว ถึงตั้งสติได้ รามมองมาด้วยแววตารู้สึกผิดเล็กน้อย ที่คนงานสาวคนใหม่ต้องเจ็บตัวเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง หนูนาเป็นปลื้มมาก เอ่ยถามอย่างอดไม่ได้

“น้ารามคะ ที่พูดเมื่อกี้ ที่บอกว่าเกลียดการมีครอบครัว แค่พูดให้พวกนั้นเขาตัดใจใช่ไหมคะ”

ถึงคราวรามอึ้งบ้าง แต่ยังไม่ยอมรับ “หนูถามทำไมหรือ”

“ก็น้าราม...ดูใจดี แล้วก็ดูเป็นคนดี น่าจะ...มีครอบครัวที่อบอุ่นได้”

รามนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะตัดบทดื้อๆ “ฉันไม่ได้

ดีอย่างที่หนูคิดหรอก เราอย่าพูดเรื่องของฉันกันอีกเลย”

พูดจบก็ขอตัวไปดูงานในไร่ ทิ้งหนูนาให้มองตามด้วยความไม่เข้าใจ...เกิดอะไรขึ้นกับพ่อกันแน่

ooooooo

ข่าวนาราออกจากบ้านไปตามหาพ่อที่เชียงรายกระจายทั่วบ้านวรรณพาณิชอย่างรวดเร็ว รัศมีกลายเป็นเป้านิ่งให้สมาชิกในบ้านรุมถามและถากถางกันให้วุ่น และวันนี้ก็ถึงคิวเพชรสีกับชไมพร สองสะใภ้ขาเม้าท์

“ถ้าเป็นพี่ หัวเด็ดตีนขาดก็จะไม่ยอมให้ลูกไปหาตัวอันตรายแบบนั้นแน่” เพชรสีเปิดฉาก

“ไม่ใช่แค่อันตรายนะ ยังน่าขายหน้าด้วย ได้ชื่อว่ามีผัว เอ๊ย...อดีตสามีเป็นคนสวน แล้วยังมีชนักติดหลัง ถ้าหมอนั่นเกิดอยากร่วมตระกูลเรา เธอเอ๊ย...เวลาไปงานจะเอาหน้าไว้ไหน พี่ช่วยแก้ตัวให้ไม่ไหวหรอกนะ” ชไมพรเสริม

“ค่ะ...คงช่วยเม้าท์กันไม่หวาดไม่ไหวเลย”

รัศมีตอกกลับไม่ไว้หน้า จนสองสะใภ้สะอึก แต่เพียงไม่นานก็ตั้งหลักได้

“ทำไมเธอพูดแบบนี้ พี่สองคนเป็นห่วงถึงได้เตือน” เพชรสีเสแสร้งเต็มที่

แต่รัศมีก็ไม่หลงกลเหมือนเคย “เลิกเล่นละครซะทีเถอะ นึกว่ารัศไม่รู้หรือไง ว่าลับหลังเที่ยวเอารัศไปโพนทะนาว่ายังไงบ้าง” สองสะใภ้หน้าเสีย แต่ยังไม่ยอมรับ จนรัศมีหมดความอดทน ปรี๊ดลั่น “ถ้าว่างนัก ไปเฝ้าผัวตัวเองไป๊ ไม่รู้ว่าป่านนี้ปั๊มลูกนอกสมรสให้พี่กี่คนแล้ว ไม่ต้องสาระแนเรื่องคนอื่น เอาเสี้ยนที่ตำฝ่าเท้าตัวเองออกให้ได้ก่อนเถอะ!”

แหวจบก็สะบัดหน้าออกไป ทิ้งให้สองสะใภ้แทบคลั่ง ก่อนจะตะโกนไล่หลัง

“คอยดูนะ ถ้าไอ้คนสวนนั่นมันกลับมาวุ่นวาย คนขายขี้หน้าที่สุดก็คือตัวเธอนั่นแหละ”

รัศมีไม่ได้ยี่หระถ้อยคำกระแนะกระแหนของสองสะใภ้ แต่เจ็บใจมากกว่าที่ต้องเจอเรื่องแบบนี้

“ไอ้รามนะไอ้ราม ก่อเรื่องไม่จบไม่สิ้น!”

คำพูดของพ่อที่ว่าเกลียดการมีครอบครัว กับคำพูดของแม่ที่ว่าพ่อไม่ต้องการเธอแล้ว ทำให้หนูนาหรือนาราในคราบคนงานสาวคิดหนัก สับสนในใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นบอกความจริงกับพ่อยังไง

และคงเพราะความกดดันกับเรื่องแย่ๆช่วงสองวันที่ผ่านมา ทำให้สาวร่างเล็กถึงกับน้ำตาไหล สีหนาทขับรถผ่านมาเห็นฉากเด็ดพอดี เลยตัดสินใจไปถามไถ่ หนูนาไม่อยากให้เขาสงสัย เลยโกหกว่าคิดถึงบ้าน

อาการอึกๆอักๆ และไม่ยอมสบตาของคนงานคนใหม่ คาใจสีหนาทอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็เลือกจะยังไม่เซ้าซี้

“โธ่...เรื่องแค่นี้เอง ใครจากบ้านมาอยู่ไร่ก็เป็นกันทั้งนั้นแหละ เดี๋ยวอยู่ๆไปก็...”

หนูนารู้แกวว่าเขาคงปลอบให้เธอทำใจให้ชินแต่ผิดคาด เพราะเขาพูดตรงกันข้าม

“ยิ่งคิดถึงบ้านมากขึ้นต่างหาก อยู่ไร่มันลำบากกว่าอยู่บ้าน ทั้งงานหนัก ที่กินที่นอนก็ไม่สะดวกสบาย วันแรกว่าแย่แล้ว อยู่ๆไปยิ่งแย่กว่าเดิม ถ้าเริ่มต้นก็ไม่ไหวซะแล้ว งั้นเธอก็อย่าไปทำมันเล้ย”

หนูนาชักสีหน้า อารมณ์เริ่มกรุ่นอีกครั้งเมื่อได้ยินคำสบประมาท “คุณสิงห์...ฉันรู้ว่าฉันไม่ใช่คนงานแบบที่คุณอยากได้ แต่ขอร้อง...อย่าตอกย้ำเรื่องฉันไม่เหมาะจะทำงานที่นี่ได้จะได้ไหม ถึงฉันจะตัวเล็ก แล้วก็...ไม่เคยทำงานไร่มาก่อน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมาดูถูกกันได้ คุณไม่รู้หรอกว่างานนี้สำคัญกับฉันแค่ไหน ยังไงฉันก็จะไม่ล้มเลิกง่ายๆ!”

คำพูดพรั่งพรูของเธอ ทำให้สีหนาทอดทึ่งไม่ได้ และไม่ยียวนกลับเหมือนเคย

“เราพูดเองนะ งั้นฉันจะคอยดู”

ooooooo

การมาถึงของสาวคนงานใหม่นามว่าหนูนา กลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนงานทั้งไร่ โดยเฉพาะกระจิบกับเพ๊อะ แจ้นไปฟ้องพวง สาวคนงานรุ่นพี่ ลูกสาวคนเดียวของก้อนหัวหน้าส่วนงานว่าถูกหนูนาเล่นงาน

“นังค่างเผือกนั่น นมก็ไม่มี สะโพกก็ไม่มี ไม่รู้น้ารามไปสนใจมันได้ยังไง”

พวงถอนใจยาว ปลอบแบบขอไปที “มัวแต่โทษคนอื่นไม่ได้หรอกนะ ถ้าของเราดีจริง ยังไงผู้ชายก็ต้องมอง เหมือนอย่างที่คุณสิงห์เขาไม่เคยใจร้ายกับข้าไงล่ะ”

โอ่จบก็ทำท่าจะพุ่งหารถสีหนาทซึ่งเพิ่งแล่นมาจอดหน้าเรือนพักคนงาน แต่กลับต้องชะงัก เบรกตัวโก่ง เมื่อเห็นว่าเขาพาใครมาด้วย กระจิบกับเพ๊อะได้โอกาส เสนอหน้าฟ้องใหญ่ว่าสาวร่างเล็กนั่นคือหนูนา คู่กรณีสาวที่เพิ่งพูดถึง พวงถึงกับเต้นผาง มองตามหนูนาไม่วางตา พึมพำอาฆาต...แกตายแน่นังค่างเผือก!

นังค่างเผือกหรือหนูนาไม่รู้สึกถึงราศีอำมหิตของพวง หรือแม้แต่สายตาอยากรู้อยากเห็นของเหล่าคนงาน ที่เห็นสีหนาทเดินมาส่งเธอด้วยตัวเอง มัวตื่นเต้นได้เจอหน้าราม ซึ่งมารออยู่แล้วเพื่อแนะนำเพื่อนร่วมห้อง

“หนูนาหายไปไหนมา ไปหาคุณสิงห์มาเหรอครับ”

“เปล่าครับ ผมเก็บตกได้ข้างทางเหมือนเมื่อตอนเช้า”

สีหนาทเย้ายิ้มๆ รามเกรงใจมากจนหนูนาต้องรีบแก้ตัว

“เปล่านะ ความจริง...หนูนามาเองได้”

“ใช่...เธอดูแลตัวเองได้ ฉันมันยุ่งเอง!”

น้ำเสียงงอนๆของราชสีห์หนุ่มทำให้รามอดแปลกใจไม่ได้ แต่เมื่อถามตรงๆ สองหนุ่มสาวก็ปฏิเสธกันให้วุ่น แถว่าไม่มีอะไร...แค่เจอกันโดยบังเอิญข้างทาง และคุยกันตามประสาเจ้านายลูกน้องเท่านั้น!

สีหนาทผละไปแล้ว ท่ามกลางสายตาสงสัยและอยากรู้อยากเห็นของเหล่าคนงานทั้งไร่ รามได้แต่มองมานิ่งๆ ไม่แสดงอาการหรือความเห็นเหมือนเคย และรีบพาหนูนาไปเจอเพื่อนร่วมห้อง

“แป้น...เพื่อนร่วมห้องหนูเนี่ยเป็นคนใช้ได้ มีน้ำใจ ชอบช่วยคน ถ้ามีอะไรคงช่วยเหลือดูแลกันได้”

หนูนาพยักหน้ารับ แต่ไม่ทันขาดคำ ทั้งเธอกับรามก็ต้องกระโดดหนี เมื่อมีร่างคนงานชายลอยมาตรงหน้า

“โอ๊ย...ตีนหนักเป็นบ้า ตีนคนหรือตีนช้างวะ ยายพังแป้น!”

“ตีนหนักๆของข้าก็สาสมกับปากหมาๆของเอ็ง เมียท้องก็กลับไปดูแลเมียโน่น ไม่ใช่คิดแต่จะหาคนเล่นจ้ำจี้ด้วย...ไอ้ผู้ชายเฮงซวย แล้วก็อย่าเสนอหน้ามาเจ้าชู้กับข้าอีกเลยนะ คราวหน้าจะเตะให้กลิ้งออกไปจากไร่เลย”

ท่าทางขึงขังและพร้อมเอาเรื่องของแป้น ทำให้หนูนาหายใจไม่ทั่วท้อง แต่เพียงไม่นานก็ค้นพบว่าภายใต้ใบหน้าดุๆกับท่าทางโผงผางกลับเต็มไปด้วยน้ำใจและความเอาใจใส่อย่างที่หาได้ยากยิ่งในยุคนี้

ระหว่างที่หนูนาพยายามปรับตัวกับชีวิตคนงานไร่ สีหนาทก็กำลังทำใจให้เชื่อว่าเธอเป็นแค่เด็กหลงทางมาหางานทำ ไม่ใช่พวกมิจฉาชีพ หรือพวกคนร้ายที่หวังเข้ามาสอดแนม

รามนิ่วหน้า แล้วตัดสินใจถามตรงๆ “คุณสิงห์ไม่สบายใจอะไรเรื่องเด็กคนนี้หรือเปล่าครับ”

สีหนาทส่ายหน้า “อย่างที่บอก ผมเจอเขาวันก่อน ที่เราไปจับไม้เถื่อนกัน ก็ไม่ได้สงสัยว่าเขาจะเป็นคนร้ายหรอก แค่มันแปลกๆ เด็กคนนี้...ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนงาน”

เชษฐ์ซึ่งเป็นคนมารายงานเรื่องหนูนาไม่มีบัตรประชาชนและที่อยู่ที่ยืนยันได้ สังเกตเห็นอาการแปลกๆ ของราชสีห์หนุ่ม ก็อดไม่ได้จะแซวว่าคงเป็นบุพเพสันนิวาส สีหนาทส่งสายตาปรามแบบไม่จริงจังนัก ส่วนรามหัวเราะเบาๆ เห็นจริงด้วย แต่เลือกไม่ตอกย้ำ และถามสิ่งที่คาใจมากกว่า

“ถ้าคุณสิงห์เห็นว่าเขาไม่เหมือนคนงาน แล้วทำไมถึงได้รับเขาเข้าทำงานล่ะครับ”

“ก็ลองให้โอกาสเขาดู ถ้าทำไร่ไม่ได้ ก็น่าจะส่งไปช่วยงานยายน้องที่โรงแรมได้”

“ครับ...ผมนับถือคุณสิงห์ก็ตรงนี้ อย่างตัวผมเอง เพราะคุณสิงห์ให้โอกาส ผมถึงได้มีทุกวันนี้”

“อะไรกัน เพราะน้ารามทำงานดีเองต่างหาก ส่วนเรื่องเด็กนั่น...ยังไงคงต้องจับตาดูเอาไว้หน่อย”

ooooooo

คืนแรกในฐานะคนงานไร่บัวขาว ผ่านพ้นไป อย่างยากลำบากสำหรับหนูนาหรือนาราในคราบคนงานสาว แถมต้องเซ็งหนักกว่าเดิม เมื่อค้นพบว่าตัวเองลืมหยิบสายชาร์จแบตเตอร่ีมือถือมาด้วย

เมื่อไม่มีทางเลือก หนูนาเลยไปใช้โทรศัพท์หยอดเหรียญที่ร้านชำในไร่ และคนแรกที่ต้องแจ้งข่าวก็คือจุฑารัตน์ซึ่งถึงกับแหวลั่น เมื่อได้ยินวีรกรรมหุนหันพลันแล่นของเพื่อนสาวร่างเล็ก

“แกบ้าหรือเปล่า แกไม่ใช่สายสืบนะเว้ย ทำไมถึงไม่คุยกับพ่อไปเลย”

นาราถอนใจยาว ก่อนจะอธิบาย “ก็อย่างที่บอกว่าพ่อฉัน...เขาไม่เหมือนเดิม ฉันอยากให้เขาคุ้นเคยกับฉันก่อน แล้วฉันค่อยหาวิธีบอกว่าฉันเป็นใคร แล้วฉันจะอยู่ในไร่นี้ได้ยังไงล่ะ ถ้าไม่เป็นคนงาน”

จุฑารัตน์พูดไม่ออก เปิดโอกาสให้มาโนชหรือมี่ เพื่อนสนิทชายใจสาวซึ่งฟังอยู่ด้วยโพล่งขึ้น

“แกตั้งสติดีๆนะยายนา แกน่ะเป็นคุณหนู อยู่บ้านมีคนคอยปรนนิบัติแทบทุกฝีก้าว จู่ๆจะมาเป็นคนงานในไร่เนี่ยนะ แกรู้ไหมว่าวันๆพวกเขาทำอะไรกันบ้าง”

คำพูดปรามาสของสองเพื่อนรักทำให้นาราหมดความอดทน ต้องระบายความอึดอัดอย่างเหลืออด

“จุ๊ มี่...ฟังนะ เรื่องนี้มันสำคัญกับฉันมาก ฉันเสียพ่อไปเมื่อสิบห้าปีก่อน ไม่คิดว่าวันนี้จะได้เจอหน้าพ่ออีก ฉันไม่อยากเสียพ่อไปอีกแล้ว และฉันขอร้อง อย่าเพิ่งบอกคุณตา อย่าเพิ่งบอกที่บ้านฉัน ฉันอยากรู้ให้ได้ก่อน

ว่าเกิดอะไรกับพ่อกันแน่ ทำไมพ่อที่เคยอบอุ่นถึงได้เปลี่ยนไปแบบนี้ ถ้าฉันอยู่นานกว่านี้ ฉันคงได้คำตอบ และฉันเชื่อ...ว่าลึกๆพ่อต้องยังรักฉันอยู่ เราพ่อลูกจะต้องกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้”

หลังวางสายกับสองเพื่อนรัก นาราก็โทร.แจ้งข่าวที่บ้านด้วย แต่วรรณไม่อยู่ เลยฝากเรื่องไว้กับอรุณีแทน และเมื่อเจ้าสัวใหญ่ทราบเรื่อง รวมทั้งเรื่องรัศมีระงับบัตรเครดิตและบัตรเอทีเอ็มของหลานสาวคนโปรด ก็หงุดหงิดด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ต้องพยายามข่มใจ เพราะสัญญาหลานสาวไว้แล้วว่าจะให้เวลา

ผิดกับรัศมี โวยวายลั่น เมื่อรู้ว่านารายังไม่กลับ แถมเรื่องระงับบัตรก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไป

“สาระแนนักนะนังณี แกไปฟ้องคุณพ่อทำไม”

อรุณีหน้าเสีย วรรณเลยออกรับแทนเสียงกร้าว

“ไม่ต้องไปโทษคนอื่น ณีเขาเป็นห่วงหนูนา แต่แกสิ...เป็นแม่แท้ๆ กลับไม่รู้จักรัก ไม่รู้จักห่วงลูก!”

รัศมีสะบัดหน้าเชิดๆ ตอกพ่ออย่างไม่สะทกสะท้าน “ก็ลูกมันอยากไม่รักดีก่อนทำไม หนูแค่จะสั่งสอนให้มันสำนึกว่าพอไม่มีเงินแล้วจะเป็นยังไง แล้วมันจะต้องซมซานกลับมาขอโทษหนู”

วรรณส่ายหน้าอ่อนใจ สมเพชความคิดลูกสาวคนเล็กจริงๆ “ยายนาเพิ่งโทร.มาว่าได้เจอพ่อแล้ว และจะขออยู่ต่อ ใครกันแน่ที่ต้องสำนึก นึกเหรอว่ายายนามันจะใจเสาะเหมือนแก”

“คุณพ่อ...หนูทำอะไรไม่เคยถูก ไม่เคยดีในสายตาคุณพ่อ ทั้งๆที่มันหนีออกจากบ้านไปเหมือนหนู แต่หนูผิด มันทำดีงั้นหรือคะ ว่าหนูใจร้าย ทำไมคุณพ่อถึงไม่ดูตัวเองซะก่อน” วรรณชักสีหน้า อรุณีพยายามห้าม แต่รัศมีก็โมโหจนฟิวส์ขาดไปแล้ว “สิ่งที่หนูทำกับยายนา มันต่างกันตรงไหนกับที่พ่อเคยทำกับหนู!”

พูดจบก็ผลุนผลันออกไป ทิ้งวรรณให้นั่งหน้าเครียด ความทรงจำเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนผุดในหัวอีกครั้ง วันที่รัศมีหอบหิ้วกระเป๋าจะหนีไปอยู่กับรามที่บ้านสวน

“นี่แกกล้าหอบผ้าหอบผ่อนหนีตามไอ้ชาวสวนนั่นไปเลยหรือยายรัศมี”

“คุณพ่อ...หนูไม่ได้หนีตามใครไปนะคะ ในเมื่อหนูขอคุณพ่อแต่งงานกับรามเขาดีๆ แต่คุณพ่อไม่ยอมเอง”

“แกจะไปอยู่กับมันได้ยังไง ไอ้น้ำหน้าอย่างนั้นหรือจะมีปัญญาเลี้ยงแก”

“คุณพ่อดูถูกรามมากเกินไป ถึงจะเป็นชาวสวน แต่เขาก็จบปริญญา เขาเลี้ยงหนูได้แน่ คุณพ่อไม่ต้องกลัว”

“ถ้าแกกล้าออกไปจากบ้านนี้แม้แต่ก้าวเดียว แกก็ไม่ต้องกลับมาเหยียบที่นี่อีก”

รัศมีชะงักไปอึดใจ แต่แล้วก็เชิดหน้าเดินจากไป อรุณีจะตาม แต่วรรณห้ามไว้ ประกาศกร้าว

“ไม่ต้อง ไม่ต้องตามมัน จำเอาไว้นะ...นับตั้งแต่นี้ไป ห้ามทุกคนในบ้านพูดชื่อมันให้ฉันได้ยินอีก!”

วรรณดึงตัวเองจากอดีต ถอนใจยาวเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ต่อมา หลังจากรัศมีหนีตามรามไปได้ห้าปีเศษ ก็หอบกระเป๋ากลับมาอีกครั้ง พร้อมกับนารา ลูกสาววัยห้าขวบที่เกิดกับราม ครั้งนั้นเขายังจำได้ สีหน้าทระนงของลูกสาวคนเดียวแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าสำนึกผิด ร้องไห้และขอความเห็นใจในแบบที่เคยทำได้ผลมาแล้วทุกครั้ง

“หนูขอโทษ ไม่นึกจริงๆว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันจะเลวระยำขนาดนี้ คุณพ่อ...ตอนนี้หนูไม่เหลือใครแล้ว ลูกก็ยังเล็ก หนูจะขอกลับมาพึ่งใบบุญคุณพ่อ ถือว่าเห็นแก่...หลานตาดำๆเถอะนะคะคุณพ่อ”

วรรณไม่ยอมมองหน้านารา แหวกลับเสียงห้วน “แกไม่ต้องเอาลูกมาอ้าง”

“คุณพ่อ...ยังไงหนูก็ลูกคุณพ่อ เป็นวรรณพาณิชคนหนึ่ง คุณพ่อจะปล่อยให้ลำบาก ไปเร่ร่อนข้างถนนหรือคะ”

“ทีตอนแกไป ทำไมไม่นึก ไม่รู้สึกตัวอย่างนี้บ้างว่าตัวเองเป็นวรรณพาณิช...เป็นลูกฉัน”

“คุณพ่อ...หนูมันโง่ หนูผิดไปแล้ว แต่คุณพ่อก็ตัดขาดหนูและลงโทษเรามาหลายปีแล้ว ยังไม่สาสมอีกหรือคะ”

รัศมีสวมบทลูกสาวผู้หลงผิดได้อย่างยอดเยี่ยม ร้องไห้น้ำตาปิ่มว่าเป็นสายเลือด จนวรรณเริ่มหวั่นไหว นาราซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ร้องไห้หาพ่อขึ้นมาบ้าง วรรณหันไปมอง เลยได้เห็นเต็มตาเป็นครั้งแรกว่าหลานสาวหน้าเหมือนภรรยาคู่ชีวิตที่เสียชีวิตไปแล้วมากแค่ไหน

แน่นอนว่าอาการชะงักนั้นไม่พ้นสายตาของรัศมี และไม่รีรอเลยจะใช้ประโยชน์นี้ จนได้สถานะลูกสาวคนเดียวของนายธนาคารใหญ่คืนมาอีกครั้ง โดยแลกกับการมอบนาราให้เป็นสิทธิ์ขาดของวรรณ

“แกแน่ใจนะ ยกให้ฉันแล้วต้องให้ฉันมีสิทธิ์ขาดในการดูแลลูกแกทุกอย่างนะ”

“ค่ะ เชิญเลย...ฉันยกแกให้ตาแกแล้ว ไม่ต้องตามมาล่ะยายนา”

นับจากวันนั้น นาราก็กลายเป็นหลานที่เปรียบเสมือนลูกสาวของวรรณ เขาถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูหลานสาวคนนี้อย่างดีราวกับจะไถ่บาปที่ไม่เคยมีเวลาให้ลูกสาวจนรัศมีกลายเป็นคนเอาแต่ใจ เหลวไหลและใช้ไม่ได้เช่นนี้

ooooooo

กว่าหนูนาหรือนาราในคราบคนงานสาวจะข่มตาหลับได้ก็เกือบค่อนคืน ไหนจะอาการแปลกที่ และความไม่สะดวกสบาย ทำให้หลับๆตื่นๆ ตอนเช้าถึงเวลาทำงานเลยตื่นไม่ไหว แป้นต้องกระชากลากถูแทบตายกว่าจะเอาคนงานสาวร่างเล็กไปอาบน้ำอาบท่าที่โรงอาบน้ำรวมได้

นอกจากห้องนอนแคบแสนแคบและไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆแล้ว ห้องน้ำรวมก็เป็นอีกอย่างที่ทำให้หนูนาอยากกลั้นใจตาย และกว่าจะผ่านพ้นเช้าแรกที่ไร่บัวขาวมาได้ แป้นก็เหนื่อยแทบแย่ แถมต้องอับอายขายขี้หน้าคนงานทั้งไร่อีกต่างหาก เพราะปลุกปล้ำช่วยหนูนาอาบน้ำ จนผ้าถุงตัวเองหลุดไปกองกับพื้น!

หนูนามัวตามง้อแป้นซึ่งงอนไม่เลิกเพราะอับอาย เลยไม่รู้ตัวว่ากลายเป็นเป้าสายตาของคนงานเกือบทั้งไร่ ไม่เว้นแม้แต่สีหนาทกับเชษฐ์ ซึ่งนั่งรถมาตรวจงานด้วยกัน พวงเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง หมั่นไส้คนงานสาวคนใหม่เป็นกำลัง เลยคิดแผนขัดขาหนูนาจนหม้อแกงหล่นกระจาย อดกินข้าวเช้ากันทั้งไร่

แม้ว่าเรื่องในครัวจะจบที่ป้าอวน แม่ครัวใหญ่ต้องเจียวไข่ให้คนงานทั้งไร่แทนแกงร้อนๆ แต่วีรกรรมของหนูนาก็เป็นที่โจษจันหลังจากนั้น จนสีหนาทตัดสินใจให้เธอเริ่มงานเบาๆ ไม่ใช่งานหนักเหมือนคนงานคนอื่น หนูนาไม่พอใจมาก ไม่อยากเสียเวลาที่จะได้ใช้เวลากับพ่อ เลยบุกไปเอาเรื่องราชสีห์หนุ่มอย่างไม่กลัว

แต่สีหนาทกลับไม่เดือดร้อน ย้อนถามนิ่งๆ “ทำไมงานเบาๆไม่อยากทำ อยากจะทำงานหนัก”

หนูนาอึกๆอักๆหาข้อแก้ตัว “ก็...ฉันไม่อยากเอาเปรียบคนอื่น ไม่อยากเอาเปรียบคุณด้วย คุณจ้างฉันแล้วได้งานไม่เท่าจ้างคนอื่น เดี๋ยวจะไม่คุ้ม เพราะงั้น...ให้ฉันทำเถอะนะคะ”

สายตาอ้อนวอนของเธอ ทำให้ราชสีห์หนุ่มใจอ่อนยวบ แต่กระนั้นก็ยังทำใจแข็ง ไม่ยอมง่ายๆ

“ไม่...ฉันจะให้เธอเริ่มจากงานเบา เพราะเธอเพิ่งเคยทำงานในไร่ พอทำได้ดีค่อยไปทำเหมือนคนอื่นๆ”

“คุณคิดว่าฉันจะทำเหมือนคนอื่นไม่ได้งั้นหรือคะ ฉันรับรองว่าฉันทำได้ จริงๆนะคะ ให้ฉันทำเถอะ”

“เอ๊ะ...นี่เธอกำลังขอร้อง หรือว่ากำลังสั่งฉัน ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของไร่”

สีหนาทแกล้งดุ หนูนาเลยหงอ รับปากจ๋อยๆ เพราะกลัวถูกไล่ออก

“ฉันดีใจนะที่เธอยังจำได้ ตั้งใจทำงานเข้าล่ะ”

ท่าทางยียวนเหมือนจะท้าทายของเขา ทำให้หนูนาเจ็บใจมาก สีหน้าเจื่อนๆเลยเปลี่ยนเป็นเอาเรื่องใหม่ ว่าหากเธอทำได้ตามที่เขาสั่งทุกอย่าง จะมอบหมายงานในไร่เหมือนคนงานอื่นๆหรือไม่ สีหนาทถึงกับพูดไม่ออก ไม่เชื่อแม้แต่น้อยว่าเธอจะทำได้ แต่ก็ไม่อยากขัดให้เสียกำลังใจ...จะคอยดู จะเก่งแต่ปากหรือเปล่า!

ooooooo

คำปรามาสของสีหนาทกับสายตาดูถูกของคนงานเกือบทั้งไร่ ทำให้หนูนาหรือนาราในคราบคนงานสาวฮึดสู้ ตั้งอกตั้งใจฟังหัวหน้าส่วนสอนงาน และขมีขมันทำงาน จนใครหลายคนอดทึ่งไม่ได้ ไม่เว้นแม้แต่พวกสีหนาท ซึ่งคอยจับตาดูตลอด เพราะยังไม่ไว้ใจท่าทางน่าสงสัยหลายอย่างของเธอ

แต่พวกสีหนาทก็แค่จับตามอง ต่างจากพวกพวง อาศัยว่าเส้นใหญ่ เป็นลูกสาวหัวหน้าส่วนงาน บุกไปค่อนแคะผลงานที่หนูนาภูมิใจนักหนา ว่าเป็นแค่เสี้ยวงานหนึ่งเท่านั้น แถมโอ่ทับอีกต่างหากว่าถ้าเป็นคนงานอื่น คงทำเสร็จตั้งนานแล้ว แป้นพยายามเตือนสติไม่ให้เต้นตามพวกพวง แต่เพราะความโกรธเลยทำให้หนูนาไม่ทันคิด

และก็เพราะทิฐิอยากเอาชนะ เลยทำให้หนูนาไม่ได้กินมื้อเที่ยง แถมถูกแดดเผาจนหัวแทบไหม้

เหล่าคนงานชายแวะเวียนมาขายขนมจีบและหยอกเย้าไม่ขาดปาก จนคุณหนูร่างเล็กในสภาพคนงานอยากจะกรีดร้องให้หายคลั่ง

สีหนาทผ่านมาเห็น เลยแวะมาทักบ้าง เลยทำให้ความอดทนของหนูนาถึงขีดสุด ตั้งท่าจะแหวใส่เต็มที่ แต่ก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อเห็นว่าคนที่ยื่นหมวกให้เธอเป็นใคร

“ไม่ต้องปฏิเสธ ถ้าเธอเกิดป่วยเป็นหวัดแดด ฉันขี้เกียจเห็นคนลางาน”

“ขอบคุณ ฉันจะจำไว้ว่าต้องคอยระวังไม่ให้คุณเสียผลประโยชน์”

อาการตะบึงตะบอนของเธอ ไม่ได้ทำให้สีหนาทนึกรำคาญ แต่กลับเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก

“ว่าแต่...ทำงานวันนี้เป็นไงบ้าง ไหวหรือเปล่า”

“ไหวสิ ถ้าไม่ไหว คุณไม่เห็นฉันอยู่ตรงนี้หรอก”

ประชดจบก็ก้มหน้าก้มตาทำงาน สีหนาทมองมายิ้มๆ แล้วแกล้งขู่

“อ้อ...ไม่ต้องรีบมากหรอกนะ ฉันกะไว้อยู่แล้วว่างานเนี้ย เธอคงใช้เวลาทำทั้งวัน!”

คำพูดดูถูกของเขา ทำให้ไฟในตัวของหนูนา

ลุกพรึบ เร่งมือหว่านเมล็ดจนเสร็จทันเวลาในที่สุด สร้างความตกตะลึงให้แก่เหล่าคนงานเป็นอย่างมาก หัวหน้าส่วนงานเลยตัดสินใจย้ายเธอไปทำงานหนักขึ้น โดยมีพวงมองตามด้วยแววตามีเลศนัย และไม่รอช้าจะหยิบมีดเหลาเหง้าสักไปให้ก้อน ซึ่งเป็นหัวหน้าส่วนงานนี้...

ขณะที่หนูนาตื่นเต้นกับงานใหม่ รามมีสีหน้าลำบากใจ เมื่อขนิษฐาขอร้องให้ไปคุมงานปรับแต่งสวนที่โรงแรม

“น้องมั่นใจว่าดูคนไม่ผิด อย่างสวนหน้าบ้านเรา สวยได้ขนาดนี้ก็เพราะฝีมือน้าราม”

“ผม...พอดีผมไม่ชอบที่คนพลุกพล่าน ให้ผมหาคนให้ก็ได้นะครับ งั้นผมขอตัวไปทำงานต่อนะครับ”

ท่าทางเย็นชาของเขา ทำให้ขนิษฐาน้อยใจมาก จนโพล่งประชดออกไป

“นอกจากงานของพี่สิงห์แล้ว ก็ไม่อยากทำงานอื่นเลยใช่ไหมคะ...งั้นก็ถือว่าน้องไม่ได้พูดกับน้ารามละกัน”

รามถึงกับชะงัก ความรู้สึกผิดถาโถม ที่ทำให้ญาติสาวคนเดียวของเจ้านายโกรธ

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ ผมขอโทษ คือผม...กลัวว่าจะทำได้ไม่ดี โรงแรมไม่เหมือนกับที่นี่”

ขนิษฐาถอนใจยาว ก่อนจะรวบรัด “น้องเชื่อสายตาตัวเองค่ะ ตกลงน้ารามรับปากแล้วนะคะ งั้นเดี๋ยวเราไปดูสวนกันเลย เพราะจะต้องรีบตกแต่งให้ทันช่วงที่กรุ๊ปต่างชาติจะมาเข้าพัก”

มัดมือชกเสร็จก็ผละไป ทิ้งรามให้มองตามอึ้งๆ หนักใจเหลือเกินแต่ก็ขัดไม่ได้...

ooooooo

โครงการของศักดาซึ่งนำเสนอผ่านทางเอกชาติ ถูกวรรณวางลงอย่างไม่ไยดี แถมตัวคนเสนอยังถูกพ่อตำหนิเสียงเข้ม ที่ไม่รอบคอบและไม่ระวังเรื่องเลือกคบคนที่จะทำธุรกิจด้วย

“ชื่อพ่อเลี้ยงศักดา ล้วงลงไปเจอแต่หนี้ ติดคดียาวเป็นหางว่าว ทรัพย์สินที่บอกว่าครอบครองอยู่ก็มีแต่เปลือก จะโดนยึดทรัพย์วันไหนก็ไม่รู้”

“ผมไม่ทราบมาก่อน เห็นว่าพ่อเลี้ยงเป็นผู้มีอิทธิพลในเชียงราย ไม่นึกว่าจริงๆแล้วจะกรอบขนาดนี้”

“ทีนี้รู้แล้วใช่ไหม โครงการนี่ก็คงจะย้อมแมวขายเรา ที่ดินที่บอกว่ามี เผลอๆเอาที่ป่าสงวนมาหลอกต้ม ไอ้ตำแหน่งที่ปรึกษาโครงการทั้งหลายแหล่ที่เอามาคุย ก็คงอวดอ้างทั้งเพ!”

“ผมจะระวัง ห่างๆเขาเอาไว้หน่อย จริงๆก็ไม่ได้สนิทกัน แค่เป็นเพื่อนของเพื่อนแนะนำมา”

“ดีแล้ว แค่รู้จักกันไว้ก็พอ แต่อย่าไว้ใจคนพวกนี้”

คำเตือนสติของพ่อ ทำให้เอกชาติอับอายมาก แต่ก็ตาสว่างพอ และไม่รอช้าจะโทร.ปฏิเสธโครงการกับศักดา พ่อเลี้ยงใหญ่ผิดหวังมาก พยายามถามหาเหตุผล แต่ลูกชายคนโตของเจ้าสัวใหญ่ ก็ไม่อธิบายอะไร นอกจากธนาคารมีนโยบายและเงื่อนไขใหม่ เลยปล่อยสินเชื่อยาก แล้วตัดบทขอตัวไปประชุมดื้อๆ...

ด้านหนูนา...หน้าเสีย เมื่อรู้จากคนงานว่ารามไปช่วยงานขนิษฐาที่โรงแรม เลยหมดอารมณ์จะเรียนรู้งานเพื่อไปเอาหน้ากับพ่อ และก็เพราะมัวเหม่อกับคิดฟุ้งซ่าน ทำให้มีดเหลาเหง้าด้ามใหญ่ดื่มเลือดเธอไปหลายแผล

หนูนาพยายามตั้งสติ เลยได้รู้ว่าใบมีดหลวม เลยจะขอเปลี่ยน แต่ก็ถูกพวงขัดขวาง พร้อมแขวะเหมือนเคย คนงานสาวร่างเล็กเลยฮึด ตัดใจและกลับไปนั่งเหลาเหง้าด้วยความยากลำบากตามเดิม

แต่ท่าทางเหมือนจับมีดไม่ถนัด ก็ทำให้ผิดสังเกต เมื่อแป้นแวะมาดูด้วยความเป็นห่วง ก็ถึงกับตาโต เมื่อเห็นเลือดชุ่มบนมือเพื่อนสาวร่างเล็ก หนูนาไม่อยากเอะอะให้เป็นเรื่องใหญ่ เลยปฏิเสธไม่ยอมไปหาหมอและทำแผล ร้อนถึงสีหนาท ซึ่งแป้นตัดสินใจไปฟ้อง ต้องมาลากตัวเธอไปด้วยตัวเอง!

จากเรื่องเล็กๆ จนถึงลับๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นเป้าสายตาของคนงานทั้งไร่ในพริบตา เมื่อคนงานสาวจอมป่วนคนใหม่ ถูกกระชากลากถูโดยนายใหญ่แห่งไร่บัวขาว หนูนาหน้าเหลือสองนิ้ว พยายามบิดมือออก

“คุณสิงห์...ปล่อยฉันเถอะค่ะ”

“ปล่อยให้เธอกลับไปนั่งบริจาคเลือดให้เหง้าสักเหมือนเมื่อกี้น่ะหรือ”

“คุณทำแบบนี้ คนอื่นเขาจะมองฉันว่ายังไง เขาก็หาว่าฉันเป็นตัวถ่วง เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ไม่เอาไหน”

“ก็แล้วมันไม่ใช่หรือไง” หนูนาหน้าเสีย สีหนาทถึงรู้สึกตัว เสียงอ่อนลง “ขอโทษ...ฉันไม่เคยเจอใครดื้ออย่างเธอมาก่อน มือแบบเนี้ย เหลาเหง้าไม่ได้หรอกหนูนา ถ้าอยากทำตัวมีประโยชน์ ก็ต้องหายก่อน ฉันพูดถูกไหม”

หนูนาจนด้วยเหตุผล เดินตามเขาไปหาหมอแต่โดยดี แต่แล้วก็เกิดปัญหาใหม่ เพราะแผลเธอลึกไม่น้อย หมอเลยจะเย็บปิดปากแผล แต่เธอกลัวเข็มมาก เลยขยับตัวหนี

สีหนาทได้ยินเสียงเอะอะ ก็ถือวิสาสะเข้ามาดู และเมื่อรู้ทุกอย่างจากหมอประจำไร่ ก็ยื่นคำขาดกับหนูนา

“ไม่ได้ แผลเหวอะขนาดนี้จะไม่เย็บได้ไง”

“ไม่นะคะ ฉันไม่เย็บ ฉันเคยโดนมีดบาด ไม่เห็นต้องเย็บเลย”

“ไม่ใช่แผลใหญ่อย่างนี้แน่ เลิกทำตัวเป็นเด็กๆ ได้แล้ว...จัดการเลยครับหมอ”

หนูนาเบี่ยงตัวหนี ไม่ยอมให้เย็บ จนหมอทำท่าจะยอมแพ้ แต่สีหนาทไม่ยอม

“หนูนา...อย่ามาดื้อ ทำเป็นเด็กงอแง”

“ไม่นะคะ ฉันไม่ใช่เด็ก”

“โอเค ถ้าเธอไม่ใช่เด็กจริงๆ ก็เลิกทำหน้าพอง เถียงฉันคอเป็นเอ็น แล้วก็รีบไปทำแผลเดี๋ยวนี้เลย อย่าลืมว่าฉันเป็นนายจ้างเธอ ฉันต้องรับผิดชอบลูกน้อง ไม่ใช่ว่าคนงานขี้ขลาดไม่เย็บแผล แล้วจะปล่อยไปได้”

คำพูดท้าทายของเขา ทำให้หนูนาอยากจะเป็นบ้า สุดท้ายเมื่อไม่มีทางเลือก เลยสารภาพเสียงอ่อยว่ากลัวเข็ม สีหนาทมองมาด้วยสีหน้าเห็นใจระคนเอ็นดู คว้ามือเธอมากุม และยกมือปิดตาให้อย่างอ่อนโยน

“ไม่เห็นเข็มแล้ว หมอเย็บเลยครับ ไม่ต้องกลัวนะหนูนา”

น้ำหนักจากมือใหญ่ทำให้คุณหนูร่างเล็กในคราบคนงานหายใจไม่ทั่วท้อง หัวใจเต้นแปลกๆ และมีกระแสอุ่นๆไหลพล่านทั่วตัวอย่างที่ไม่เคยมาก่อน เช่นเดียวกับสีหนาท สีหน้าซีดขาวของคนงานร่างเล็ก ทำให้เขาเป็นห่วงและอยากปลอบโยนโดยไม่รู้ตัว พร้อมสังหรณ์ใจบางอย่างว่าครั้งนี้อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้าย...

ooooooo

งานจัดสวนโรงแรมไม่ง่ายอย่างที่รามคิดจริงๆ และอุปสรรคชิ้นใหญ่ก็ไม่พ้นหัวหน้าฝ่ายจัดสวนซึ่งเต็มไปด้วยอคติ ไม่ยอมและไม่ฟังสิ่งที่เขาเสนอเลย แถมวิ่งโร่ไปฟ้องขนิษฐาอีกต่างหาก แต่ก็ถูกเธอตอกกลับด้วยสีหน้าเย็นชา

“ถ้าดีแล้ว ฉันคงไม่เปลี่ยน ฉันอยากให้สวนใหม่เป็นแปลงดอกไม้อินทรีย์ ไม่ต้องพ่นยา จะได้ปลอดภัยกับแขก เลยให้น้ารามมาช่วย”

“ที่ไหนๆเขาก็ต้องพ่นยากันทั้งนั้นแหละครับ ทำไมคุณถึงได้เชื่อหมอนี่ มันก็แค่หัวหน้าคนงาน”

“ขอโทษนะคะ พอดีฉันดูคนที่ผลงานมากกว่าอย่างอื่น”

“หมายความว่าเชื่อมือไอ้กรรมกรนี่มากกว่าผมเหรอ”

รามหน้าตึง แต่พยายามเก็บอาการเหมือนเคย ขนิษฐาเสียอีกที่อดของขึ้นไม่ได้

“คุณสมชัย...เก็บใบปริญญาที่คุณอวดอ้างซะ ถ้าการศึกษามันไม่ได้พัฒนาความคิด ดีแต่ดูถูกคนอื่นแบบนี้”

“ก็ไอ้นี่มันแค่กุ๊ย ทำไมผมถึงต้องยกย่องมัน ถ้าเห็นว่ามันวิเศษนัก ทำไมคุณไม่จ้างมันแทนผมไปเลยล่ะ”

รามเห็นท่าไม่ดี เลยช่วยไกล่เกลี่ย แต่ขนิษฐากลับตอบรับดื้อๆ

“ค่ะ...งั้นตกลงตามนั้น ฉันจะให้น้ารามทำงานแทนคุณ ส่วนคุณ...เชิญไปรับเงินเดือนงวดสุดท้าย”

หัวหน้าฝ่ายจัดสวนถึงกับผงะ ก่อนจะแหวลั่นด้วยความโมโหสุดขีด

“นี่...นี่เห็นไอ้กุ๊ยนี่ดีกว่าผมงั้นหรือ นึกแล้ว ทำงานกับเจ้านายผู้หญิงงี่เง่า!”

ขนิษฐาสะบัดหน้าไม่แคร์ แต่คราวนี้รามไม่อยู่เฉย ปรี่เข้าหาแล้วสั่งให้ขอโทษเจ้านายสาว หัวหน้าฝ่ายทำท่าจะไม่ยอม แต่ก็ถูกรามใช้กำลังบังคับ เลยต้องยอมแบบเสียไม่ได้

แม้เหตุการณ์หัวหน้าฝ่ายจัดสวนถูกไล่ออกจะไม่ใช่ความผิดเขา แต่รามก็รู้สึกผิด ที่ทำให้โรงแรมสูญเสียคนงานโดยไม่จำเป็น ขนิษฐาต้องปลอบให้คลายใจ ว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ และคนพาลแบบนั้นก็สมควรถูกไล่ออกแล้ว

“ว่าแต่น้าราม...ไม่โกรธเลยหรือคะ โดนเขาพูดใส่ขนาดนั้น”

“ไม่หรอกครับ ผมโดนมาจนชินแล้ว คนอย่างผม...ใครจะไม่เคารพมันก็ไม่แปลก”

รามถอนใจยาว ชินเสียแล้วกับอาการดูถูกของผู้คน เมื่อรู้ว่าเขามีอดีต เคยเป็นนักโทษติดคุกเพราะฆ่าคนตาย ขนิษฐาก็รู้ดี แต่ก็อยากให้มั่นใจว่าเธอไม่เคยคิดตื้นๆแบบนั้น

“แปลกสิคะ...เพราะสำหรับน้อง...น้ารามเป็นคนสำคัญ...ของไร่เรา น้ารามทำอะไรดีๆให้ที่นี่ไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ มันแปลกที่คนบางคนไม่รู้จักเปิดตามอง น้ารามอาจจะทนเขาได้ แต่น้องจะไม่ทนหรอกค่ะ”

รามอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะยิ้มบางๆให้ และขอบคุณในน้ำใจของเธอ

ขนิษฐาเห็นรอยยิ้มนั้นก็เริ่มเขิน วาบหวามในอก “น้อง...ไม่ได้ทำอะไร แค่พูดความจริง ตอนนี้คนงานออกไปแล้ว น้ารามต้องรับผิดชอบ ออกแบบสวนใหม่ให้น้อง จะเบี้ยวไม่ได้แล้วนะคะ”

รามพยักหน้ารับ สบตาเธออย่างลึกซึ้งกว่าที่เคย “ตกลงครับ”

ooooooo

ในที่สุดการเย็บแผลก็สิ้นสุด หนูนาถือถุงยาออกจากห้องพยาบาล โดยมีสีหนาทตามประกบและออกคำสั่งให้พักงานจนกว่าแผลจะหายสนิท หนูนากลัวไม่ได้เจอพ่อจึงรีบปฏิเสธ แต่เมื่อเจอสายตาสงสัยของเขา ก็แก้ตัวพัลวัน

“คือ...ไม่ได้ทำงาน ฉันก็ไม่มีเงินสิคะ ฉันต้องกินต้องใช้นะ”

“เธอบาดเจ็บจากการทำงาน ฉันเป็นนายจ้าง ต้องจ่ายให้อยู่แล้ว ทั้งเรื่องกินเรื่องอยู่ แล้วก็ค่ารักษาพยาบาล”

“แต่ฉันไม่สบายใจ อยู่เฉยๆแล้วรับเงิน ฉันทำไม่ได้”

“ได้...ถ้าอยากทำงานหนัก งั้นก็ไปทำที่โรงแรม”

“ไม่เอา...ฉันอยากทำงานในไร่ ฉันชอบงานที่นี่”

“แต่ฉันคิดว่าเธอไม่เหมาะสมกับงานในไร่ แค่วันแรกยังเจ็บตัวขนาดนี้”

สีหน้าถมึงทึงของเขาทำให้เธอหยุดเถียง และเปลี่ยนท่าทีเป็นอ้อนวอน

“ฉันยอมพักก็ได้ ฉันจะไม่ขัดคำสั่งคุณแล้ว ขอให้ฉันได้ทำงานที่นี่ต่อเถอะนะคะ...นะคะ”

ท่าทีที่เปลี่ยนไปของเธอทำให้สีหนาทใจอ่อนยวบแต่ยังฟอร์มจัด ตีหน้าเข้ม

“งั้นระหว่างนี้ต้องไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก ไม่งั้นฉันไม่ให้เธอทำงานไร่นี่จริงๆ”

“ค่ะ...ฉันจะระวังตัว แล้วพอหายดีแล้วจะทำงานชดเชยให้...ขอบคุณค่ะ”

ท่าทางดีใจเหมือนเด็กๆ ทำให้สีหนาทมีอาการ เหมือนถูกน็อกกลางอากาศ แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างบอกไม่ถูก...ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ ว่าทำไมถึงต้องใจอ่อนกับสาวร่างเล็กคนนี้

เพราะถูกสั่งพักงานโดยไม่มีกำหนด หนูนาเลยต้องหาวิธีใหม่สืบเรื่องพ่อด้วยการหลอกถามจากเหล่าคนงานในไร่ เริ่มจากแป้น เพื่อนร่วมห้องสาวที่
คิดว่ารามครองตัวเป็นโสดเพราะอาจเป็นเกย์!

หนูนาส่ายหน้าไม่เชื่อ “น้าราม...อาจมีลูกเมียแล้ว แต่คนที่ไร่ไม่รู้ก็ได้”

“ไม่มี้...ถ้ามีก็ต้องพูดถึงบ้างสิวะ ไม่ก็ต้องไปมาหาสู่กันบ้าง ลูกเมียนะเว้ย ไม่ใช่ญาติห่างๆ”

หนูนาถึงกับอึ้ง เพราะคำพูดของเพื่อนร่วมห้องแทงใจดำอย่างแรง แป้นต้องสะกิด เพราะเริ่มเอะใจ

“ที่ถามเนี่ย สนเขาหรือ อย่าดีกว่านะเว้ยนังหนูนา นายอีกคน...มองได้แต่อย่าหวัง เปลืองใจเปล่าๆ”

“ทำไม หรือว่านายสิงห์ก็เป็น...เป็นเกย์เหมือนน้าราม”

“บ้า...นายน่ะฉันมั่นใจว่าแมนเกินร้อย แต่เขาจะมาสนใจอะไรกับพวกคนงาน มีคุณน้องสวยๆบนเรือนทั้งคน”

“นั่นเขาพี่น้องกันไม่ใช่หรือ”

“ญาติห่างๆ ลูกน้า จะลงเอยกันก็ไม่ผิดหรอก ก็มีนังพวงที่กล้าหวังลมๆแล้งๆ แต่จ้างให้นายก็ไม่สนหรอก!”

ระหว่างที่หนูนาหรือนาราในคราบคนงานสาวตามสืบเรื่องพ่อแท้ๆ รัศมีกลับก่อเรื่องวิวาทเพราะแย่งผู้ชายกลางงานปาร์ตี้ไฮโซจนถึงกับตกน้ำตกท่า เปิดโอกาสให้ศักดาซึ่งมาร่วมงานโดยบังเอิญ และเพิ่งพลาดหวังเงินทุนจากธนาคารของวรรณ เดินเกมรุกอีกครั้ง ด้วยการตีหน้าซื่อเป็นสุภาพบุรุษช่วยกู้หน้าให้เธอ

ศักดาแผนสูงกว่าที่รัศมีจะคาดคิด เขาไม่ใช่แค่ช่วยกอบกู้ศักดิ์ศรีเธอต่อหน้าคนทั้งงานเลี้ยง แต่ช่วยแก้ต่างกับวรรณให้ด้วย ว่าเธอเป็นฝ่ายถูกทำร้ายและฉีกหน้ากลางงาน แล้วผละไปแบบแมนเต็มตัว ทิ้งรัศมีให้มองตามเพ้อๆ ส่วนวรรณ...มองตามด้วยแววตาครุ่นคิด ยังไม่ไว้ใจเพราะพ่อเลี้ยงใหญ่มีประวัติไม่ดีเป็นที่รู้กัน...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.