ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คุณพ่อหวานแหวว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เพราะร้านกุหลาบขาวถูกไฟไหม้ไปแล้ว รมิดาจึงให้สุริยนช่วยหาทำเลตั้งร้านใหม่ สุริยนหาได้ที่บริเวณพลาซ่าของโรงแรมสยามคอสโม

พอได้ยินชื่อโรงแรมสยามคอสโมเท่านั้น รมิดาก็สะอึกอึ้ง เรื่องในอดีตพลุ่งพล่านขึ้นในความทรงจำทันที...

คืนหนึ่ง ที่สุเทพนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาล คืนนั้นเป็นครั้งแรกที่รมิดาได้ยินชื่อแม่จากปากพ่อ

"แม่ของดาชื่อนัยนา เธอเป็นลูกสาวคนเล็กของคุณทรงยศกับคุณสุรีย์เจ้าของโรงแรมเจสเตอร์โรงแรมที่พ่อเคยเป็นเชฟนั่นแหละ"

เวลานั้นเธอรู้สึกเสียใจกับการกระทำของแม่จนกระทั่งบอกพ่อว่า "ดาเกลียดแม่ ไม่อยากได้ยินชื่อเขาด้วยซ้ำ" แต่สุเทพก็ยังพยายามเล่าด้วยเสียงแห้งปร่าอ่อนแรงว่า

"แต่ลูกต้องฟังนะดา พอนัยนากลับไปอยู่กับพ่อแม่ พ่อก็ได้ยินข่าวว่าเธอแต่งงานกับนายศิริ ทายาทคนเดียวของเจ้าของโรงแรมสยามคอสโม...จากนั้นไม่นาน เธอก็เข้าไปบริหารโรงแรมสยามคอสโมเต็มตัว...ดา...ลูกอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนในตระกูลนี้นะลูกมันอันตราย"

คิดถึงเรื่องในอดีตแล้วแววตาของรมิดาก็เจ็บช้ำโกรธแค้นขึ้นมาอีก ถามสุริยนว่าไม่มีที่อื่นแล้วหรือ สุริยนบอกว่าพอมีแต่ทำเลที่นี่ดีที่สุดเปิดร้านอาหารไม่เจ๊งแน่ รมิดาก็ยังอยากให้เขาช่วยหาทำเลใหม่อยู่ดี

แต่สุริยนก็หาทางพาเธอไปที่นั่นจนได้โดยอาศัยแมนยูบังหน้าบอกว่าพาแมนยูไปเที่ยวสวนสนุก แมนยูดีใจมากสะพายเป้ที่ใส่ของใช้กระจุกกระจิกไปด้วย แต่พอไปถึงรมิดารู้ว่ามาโรงแรมสยามคอสโมก็ไม่พอใจจะไม่ลงไป สุริยนขอร้องว่าไหนๆก็มาแล้วลงไปดูหน่อยก็แล้วกัน

จู่ๆแมนยูก็เกิดปวดท้องจู๊ดๆขึ้นมาราวกับนัดกันไว้กับสุริยน รมิดาจึงจำต้องรีบพาแมนยูเข้าไปในโรงแรม

ooooooo

ระหว่างนั้นศัลย์ไปที่บ้านเจอเหมียวถามว่าพวกเขาไปไหน ทีแรกเหมียวก็ไม่ยอมบอก พอศัลย์อ้างว่าเขาเป็นน้าของแมนยู การโกหกพรากลูกพรากหลานคนอื่นเป็นบาป เหมียวกลัวบาปเลยยอมบอกว่ารมิดากับแมนยูไปไหน

ระหว่างจะหาที่นั่งรอรมิดากับแมนยูนั้น สุริยนเดินไปชนเดือนฉายสาวสวยแต่งตัวเลิศหรูลูกสาวเจ้าของโรงแรมเข้าอย่างจัง หญิงสาวตกใจร้องเสียง "ว้าย!!" สุริยนรีบขอโทษ เดือนฉายเห็นว่าไม่เป็นอะไรมากเลยเดินเลยไป แต่สุริยนยังอดไม่ได้ที่จะมองตามไปจนเหลียวหลัง

เมื่อรมิดาพาแมนยูกลับมาแล้ว เขาจึงพาไปดูสถานที่ที่เขามาดูไว้ซึ่งเป็นส่วนที่ทางโรงแรมจัดแบ่งเป็นห้องๆให้ลูกค้ามาเช่าทำกิจการ มีห้องว่างอยู่ล็อกหนึ่ง รมิดาดูแล้วพอใจชวนกันเข้าไปดูข้างใน ส่วนแมนยูวางกระเป๋าเป้ลงแล้ววิ่งเล่นไปตามประสาเด็กจนถึงบริเวณสระน้ำมีปลาว่ายอยู่อย่างสวยงาม เห็นปลาใหญ่อยู่อีกฟากหนึ่งของสระ แมนยูลุกวิ่งจะไปดูใกล้ๆชนเอาเดือน
ฉายเข้าอย่างจัง กระเป๋าราคาแพงของเดือนฉายตกลงไปในสระ แมนยูตกใจรีบลงไปเก็บมาคืนให้พร้อมกับขอโทษ แต่เดือนฉายเอาแต่เต้นเร่าๆ โวยวายเสียดายกระเป๋าราคาแพง จนกระทั่งรมิดากับสุริยนเดินมาตามหาแมนยูเจอเข้าเดือนฉายด่าว่าเป็นพ่อแม่ประสาอะไรไม่รู้จักสั่งสอนลูก เมื่อสุริยนกับรมิดาขอชดใช้ค่าเสียหาย เดือนฉายยื่นคำขาดทันทีว่า นี่เป็นกระเป๋านอก สุริยนก็จะสั่งซื้อจากเมืองนอกมาคืนให้แต่ต้องรอนานหน่อย

"ไม่ได้...ฉันต้องการกระเป๋ายี่ห้อนี้ สีนี้ รุ่นนี้ แบบนี้ และเดี๋ยวนี้!!"

เป็นเงื่อนไขที่ทั้งรมิดาและสุริยนเหลือที่จะรับได้ แต่ เดือนฉายไม่ยอมทำท่าจะเข้าไปทำร้ายรมิดา แมนยูเข้าไปช่วยแม่ดาเลยเหยียบเท้าเดือนฉายเข้าให้อีก เธอเลยยิ่งโวยวายเอากระเป๋าฟาดหัวแมนยู  รมิดาพุ่งเข้าไปผลักเดือนฉายออก  ทั้งคู่ เผชิญหน้ากัน สุริยนเลยรีบเข้าไปหย่าศึก รมิดาขอจัดการเอง แล้วเธอก็จับแขนเดือนฉายหักเบาๆเป็นการสั่งสอน แค่นั้นเดือนฉาย ก็ร้องกรี๊ดๆโรงแรมแทบแตก

นัยนากับตะวันแม่และน้องชายของเดือนฉายเดินมาได้ยินเสียงเธอร้องจึงรีบมาดู ทันทีที่ตะวันเห็นหน้ารมิดาก็รู้สึกถูกใจมาก ส่วนเดือนฉายก็ยังอาละวาดจะให้รมิดากับสุริยนชดใช้ให้ตามเงื่อนไขของตน

สุริยนยกมือไหว้นัยนาทำให้รมิดารู้ว่านั่นคือนัยนา แม่แท้ๆของตน แต่เธอก็ทำนิ่งตั้งสติ ยกมือไหว้ตามมารยาท พอสุริยนแนะนำตัวเองนัยนาก็จำได้ว่าเป็นคนที่มาวางมัดจำเช่าพื้นที่เปิดร้านอาหารบริเวณพลาซ่านั่นเอง

ตะวันระอาใจกับความเอาแต่ใจตัวของเดือนฉายที่เรียกร้องให้ชดใช้ด้วยเงื่อนไขที่ทำไม่ได้ เขาขอให้พี่สาวมีเหตุผลหน่อยก็ถูกตวาดว่า "แกไม่ต้องมายุ่ง" พอนัยนาเตือนว่าอย่าเอาแต่อารมณ์ เธอก็หาว่าแม่เข้าข้างน้อง เดือนฉายเปิดกระเป๋าเอาของออกแล้วขว้างกระเป๋าใส่สุริยนยื่นคำขาดว่าต้องหามาใช้ตนให้ได้ไม่อย่างนั้นตนเอาเรื่องแน่

ระหว่างนั้น นัยนามองดูแมนยูชมว่าลูกน่ารักน่าเอ็นดู ไม่น่าเชื่อว่าแม่ดูยังเด็กแต่มีลูกโตแล้ว

"แมนยูไม่ใช่ลูกคุณดาหรอกครับ แกเป็นลูกพี่ชายผม พี่ผมเสียชีวิตไปแล้ว แกติดคุณดามาก คุณดาก็รักเหมือนลูกแท้ๆ อืมม์...ยังไงผมขอตัวก่อนนะครับ" สุริยนเอ่ย

แต่พอจะออกจากโรงแรม แมนยูนึกได้ว่าลืมกระเป๋าเป้ไว้ที่บริเวณห้องให้เช่า รมิดาจึงให้สุริยนอยู่กับแมนยูส่วนตัวเองเดินย้อนกลับไปเอากระเป๋าเป้ของแมนยู

ooooooo

ปรากฏว่ากลับไปเจอศัลย์มาที่นั่นพอดี ศัลย์ตามมากระแนะกระแหนเธอตามเคย จนรมิดาฉุนขาดที่ดูถูกกันไม่เลิกเลยชกหน้าเข้าเต็มหมัดเล่นเอาศัลย์กุมหน้าเซไป พริบตานั้นเขาก็กระชากตัวเธอเข้าไปกอดไว้แน่น รมิดายิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งกอดแน่น จนเธอร้องบอกว่าหายใจไม่ออกแล้ว

ศัลย์กลัวเธอจะเป็นลมเลยคลายมือ พริบตานั้นรมิดาขึ้นเข่าผ่าหมากเข้าเต็มเป้าจนศัลย์กุมเป้าลงไปนั่งตัวงอ แล้วเธอก็เดินหนีไปอย่างสะใจถามเย้ยว่าจะให้เรียกป่อเต็กตึ๊งไหมจะให้ไปส่งเมรุไหน

พอสุริยนรู้ว่ารมิดาขึ้นเข่าผ่าหมากจนศัลย์หน้าเขียวก็ตกใจจะไปดู เธอสั่งเข้มว่าให้ขึ้นรถเลย สุริยนจึงต้องเดินไปขึ้นรถกลับ

ooooooo

ตะวันเหมือนต้องมนตร์รักเขาคิดถึงแต่ใบหน้าของรมิดาอย่างมีความสุข กระทั่งกลัวว่ามีเรื่องกันแบบนี้รมิดาจะยกเลิกการเช่าพื้นที่ จนนัยนาถามหยอกว่าลูกคิดอะไรอยู่หรือเปล่า?

ส่วนสุริยนกับรมิดากลับมาถึงบ้านก็พูดกันถึงนัยนาโดยสุริยนเห็นว่านัยนาดู เป็นผู้ใหญ่น่านับถือดูท่าทางน่าจะใจเย็น แต่รมิดาเชื่อว่านั่นคือภาพลวงตา ตัวตนจริงๆของเธอก็เหมือน อย่างที่พ่อบอกนั่นแหละ

"เริ่มกลัวแล้วใช่ไหม" สุริยนถาม แล้วบอกเธอว่า "งั้นพรุ่งนี้ผมโทร.ไปยกเลิกใบจองนะ ลองหาทำเลที่อื่นก็ดีเหมือนกันคุณจะได้สบายใจ"

พอสุริยนจะยกเลิกการจอง รมิดากลับสับสนลังเลขึ้นมา...

เย็นนี้เอง รมิดาขับรถออกไป ปรากฏว่าศัลย์ขับรถสวนเข้ามาเขารีบกลับรถตามเธอไปปรากฏว่ารมิดาเอากุหลาบขาว ไปไหว้สุเทพที่สุสาน บอกกล่าวพ่อว่าตนเจอผู้หญิงคนนั้น คนที่ส่งคนมาฆ่าพ่อกับตนแล้ว

รมิดานึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ฝังความเจ็บแค้นไว้ในชีวิตอย่างไม่รู้ลืม เพราะพ่อจำได้แม่นยำว่าแม่ชอบดอกกุหลาบสีขาว ไม่ว่าจะเปิดร้านกี่ที่ ย้ายกี่หนก็ยังตั้งชื่อร้านกุหลาบขาวทุกครั้ง แต่พ่อก็ถูกตามล่าตามฆ่าไม่หยุดหย่อน จนเธอถามพ่อว่าทำไมแม่ต้องส่งคนมาฆ่าพ่อกับตนด้วยทั้งๆที่พ่อก็รักแม่มาก

คำอธิบายของพ่อเวลานั้นคือ "เธอคงกลัวสามีใหม่รู้อดีตของเธอมั้ง อดีตที่หนีไปอยู่กินกับสามีซึ่งเป็นแค่เชฟโรงแรมจนๆ มันเป็นอดีตที่เธออยากลืม"

คิดถึงอดีตแล้วรมิดาก็ยิ่งเกลียดผู้หญิงคนนั้นกระทั่งปฏิเสธว่าไม่ใช่แม่ตน ถามพ่อตรงหน้าเจดีย์ว่าจะทำอย่างไร ตนไม่อยากอยู่ใกล้ผู้หญิงคนนั้นแต่ก็อยากเจอคนตระกูลนี้อยากรู้ว่าจิตใจของ พวกเขาทำด้วยอะไร

ศัลย์ตามมาเห็นรมิดาไหว้และพึมพำอะไรอยู่คนเดียว ตรงหน้าเจดีย์ เขาคาดว่าถ้าไม่ใช่พ่อก็ต้องเป็นพี่เขยตน รมิดา รู้สึกมีคนตามมาจับตาดูอยู่ เธอจึงลุกล่อเข้าไปในสุสาน ศัลย์ หลงกลเดินตามไปในสุสาน รมิดาผลุบโผล่จนเขามองตามไม่ทัน

พอดีเจอสัปเหร่อกวาดใบไม้อยู่ศัลย์เลยเข้าไปถาม ลุงสัปเหร่อเห็นเขามาค่ำๆก็เชื่อว่าต้องเป็นพวกหัวขโมยมาขโมยโกศกระถางธูป ทองเหลืองไปขายแน่ๆเลยเงื้อไม้กวาดในมือฟาดไม่ยั้ง สุดท้ายศัลย์ก็วิ่งหนีไป

รมิดาแอบดูอยู่หัวเราะสะใจ "สมน้ำหน้า...ฮิๆ เล่นกับใครไม่เล่น" แล้วเธอจึงเดินกลับไปที่รถ เห็นศัลย์วิ่งตับแลบออกมาจากสุสานพอดี เธอโบกมือบ๊ายบายเยาะเย้ย ศัลย์ยืนหอบแฮ่กพึมพำ

"เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป โอ๊ย...เหนื่อย หายใจไม่ทันแล้ว... ฮึ่ม ฝากไว้ก่อน ยัยแสบเอ๊ย..."

ooooooo

ศิริ สามีใหม่ของนัยนา พ่อของเดือนฉายและตะวัน ติดการพนันจนถอนตัวไม่ขึ้น งานที่โรงแรมจึงตกหนักที่นัยนาคนเดียว เดือนฉายก็เอาแต่เที่ยวเตร่ใช้เงินเป็นเบี้ย  จะมีก็แต่ตะวันที่เห็นอกเห็นใจแม่  พยายามจะเรียนให้จบเร็วๆ  เพื่อกลับมาช่วยแม่ทำงาน

ทีแรกตะวันก็อยากไปฝึกงานที่โรงแรมอื่น แต่พอรมิดามาเช่าพื้นที่ทำร้านอาหารเขาก็เปลี่ยนใจบอกนัยนาว่าจะฝึกงานที่ โรงแรมของเราเพื่อแบ่งเบาภาระของแม่ด้วย

เพราะรมิดาไปตกแต่งห้องกับสุริยนจึงไปรับแมนยูช้ากว่าทุกวัน ปรากฏว่าศัลย์ไปก่อนแล้วเขาถามแมนยูว่าอยากไปอยู่อเมริกากับตนไหม แมนยูบอกว่าไม่ไปจะอยู่กับแม่ดา แล้วขอไปวิ่งเล่นกับเพื่อน

ขณะที่แมนยูเล่นอยู่กับกำไลเพื่อนร่วมห้องอยู่นั้น บอยก็เข้ามาก่อกวนล้อแมนยูเรื่องตุ๊ดเรื่องแต๋วอีก ถูกแมนยู ผลักอกอย่างโมโห เลยถูกบอยผลักอย่างแรงจนแมนยูล้มหัวแตกเป็นแผลลึก ศัลย์เห็นว่าต้องพาไปโรงพยาบาล แต่ยังไม่ทันไปรมิดาก็มาถึง เธอไม่ยอมให้พาแมนยูไปโรงพยาบาล จนศัลย์ดุว่าแผลลึกขนาดนี้ไม่ไปโรงพยาบาลได้อย่างไร

ในที่สุดรมิดาต้องขึ้นรถเขาไปโรงพยาบาลด้วยกัน ระหว่างทางจนถึงโรงพยาบาล ทั้งสองปลอบและให้กำลังใจแมนยูต่างกัน รมิดาปลอบอย่างอ่อนโยนโอ๋เอาใจ ในขณะที่ศัลย์ สอนแมนยูให้ต้องเข้มแข็งลูกผู้ชายหัวแตกแค่นี้ไม่เท่าไหร่ ต้องแมนๆหน่อย ตนเคยหัวแตกตั้งหลายครั้งไม่เห็นจะกลัวเลย

ศัลย์ปลอบใจปลุกใจจนแมนยูเข้มแข็งขึ้นมา เมื่อสุริยนตามมาถึงถามแมนยูว่าเจ็บไหม คำตอบคือไม่เจ็บครับ ทำให้สุริยนชื่นชมว่าหลานตนเข้มแข็ง ชมเลยไปถึงศัลย์ว่าสอนหลานเข้าท่า แต่รมิดายังหมั่นไส้และมีอคติกับเขาตลอดเวลา ไม่ยอมรับและมองไม่เห็นส่วนดีของเขาอย่างที่สุริยนชมเชย

พออยู่คนเดียวรมิดาก็ยิ่งคิดแค้นที่ศัลย์คอยยั่วโทสะหาเรื่องตลอดเวลา พึมพำกับตัวเองว่า

"นายศัลย์...ฉันจะจัดการกับนายยังไงดี?"

ooooooo

คืนนี้ที่โต๊ะอาหารบ้านทรงยศ ดุสิตลูกชายของวัลลภคุยที่โต๊ะว่าบริษัทแกรนด์จิวเวลรี่จะจัดงานแฟชั่นโชว์ เครื่องเพชรประจำปีที่โรงแรมเรา แต่ขอใช้สถานที่ฟรีเพราะเป็นการกุศล เขาถามวัลลภผู้เป็นพ่อว่าคิดอย่างไร วัลลภอยากให้เขาจ่ายให้เราสักครึ่งก็ดี แต่ทรงยศไม่เห็นด้วยให้ถือเสียว่าเป็นการโปรโมตกระตุ้นยอดขายของโรงแรมเราก็ แล้วกัน

ปาริชาติน้องสาวดุสิตได้ยินว่าจะมีการเดินแฟชั่นโชว์ก็อยากเดินด้วย ใครทักท้วงก็ไม่ฟังมุ่งมั่นจะเป็นนางแบบที่โดดเด่นที่สุดในงานนี้

เวลาเดียวกันเธอก็พยายามจะจับศัลย์ให้ได้ วันนี้ก็ชวนไปเดินห้างทานอาหารกัน ระหว่างนั้นศัลย์เห็นรมิดาเดินหาซื้อของตกแต่งร้านอยู่ เขามองตาไม่กะพริบ ปาริชาติถามว่าเป็นคนที่กำลังแย่งหลานกับเขาใช่ไหม ศัลย์พยักหน้า พอดีมีเสียงโทรศัพท์เข้ามา เป็นสายจากลินน้องสาวเขา ศัลย์รับสายขอตัวกับปาริชาติครู่หนึ่ง แล้วลุกเดินคุยโทรศัพท์ออกไป ปาริชาติจ้องจิกรมิดาแล้วยิ้มร้าย

อึดใจเดียวปาริชาติก็แกล้งเข้าไปชนรมิดาที่กำลังก้มดูของในร้านจนเธอหัวคะมำ ไม่เพียงไม่ขอโทษยังดูถูกว่าตนไม่เคยขอโทษคนที่ต่ำกว่า หางตาใส่อย่างดูถูกว่าสารรูปเหมือน ผู้หญิงต้นทุนต่ำ

พอดีตะวันมาเห็นรมิดาหกล้มอยู่รีบเข้ามาถามว่าเจ็บไหม เงยขึ้นเห็นปาริชาติเลยทักว่า

"อ้าว...พี่ปา มาซื้อของเหรอครับ"

"จ้ะ พี่มากับพี่ศัลย์ นั่นไงมาพอดี ตะวัน นี่พี่ศัลย์เพื่อนพี่ดุสิตค่ะ" แล้วแนะนำตะวันว่า "นี่น้องชายยัยเดือนลูกชาย คนเล็กของอานัยนา อื้ม...พี่ศัลย์ไม่แนะนำคนที่แย่งหลานไปให้ปารู้จักเหรอคะ คุ้นๆว่าชื่อดาๆนะ"

รมิดาขัดขึ้นทันทีว่าไม่จำเป็นตนไม่อยากรู้จักคนไร้มารยาทอย่างเขา พูดใส่หน้าทั้งคู่ว่ารู้จักกัน มิน่านิสัยแย่พอกันถึงได้คบกันได้ พูดแล้วสะบัดไปจนศัลย์ทำหน้าเหวอ ปาริชาติมองอย่างเจ็บใจ ส่วนตะวันรีบตามรมิดาไป

ศัลย์ถามปาริชาติว่ารมิดาพูดแปลกๆ เมื่อกี้มีอะไรหรือเปล่า เธอแหลว่ารมิดาเหยียบเท้าตนแล้วล้มเอง ตนอุตส่าห์เข้าไปช่วยไม่เพียงไม่ขอบคุณยังด่าฉอดๆด้วย คนอะไรน่ารังเกียจจริงๆ

ooooooo

ตะวันพารมิดาไปนั่งกินข้าวที่ร้านอาหารในห้าง เขาพูดถึงปาริชาติว่านิสัยเหมือนเดือนฉาย เอาแต่ใจตัวเองชนเธอแท้ๆ แทนที่จะขอโทษ รมิดาบอกว่าช่างเถอะตนก็ไม่ได้เจ็บอะไร ถามเขาว่าเมื่อกี้ได้ยินปาริชาติ พูดถึงดุสิต เขาเป็นใครหรือ

"อ๋อ พี่ชายพี่ปาไงครับ สองคนนี้เป็นลูกของลุงวัลลภทายาทเจ้าของโรงแรมเจสเตอร์ครับ"

รมิดาสะดุดหูชื่อวัลลภ ตะวันบอกว่าเป็นพี่ชายแท้ๆของแม่ตนเอง ทำให้รมิดาเริ่มลำดับญาติคนรุ่นที่สองที่เกี่ยวข้องกันได้เป็นลำดับ

ขณะนั้นเอง ศัลย์กับปาริชาติก็ควงกันเข้ามาเฉี่ยวศัลย์ถามกวนๆว่า นั่งด้วยคนได้ไหม ปาริชาติรีบลากเขาไปอ้างว่าที่แคบ บอกตะวันว่าตามสบายนะพี่ปาไม่เป็นก้างหรอก ตะวันส่ายหัวบอกรมิดาว่าอย่าไปถือสาเลย รมิดาเบ้ปากพึมพำ "ฮึ! ไร้สาระ" แต่พอตะวันถามเธอกลับบอกว่าไม่มีอะไร

ศัลย์ยังตามราวีรมิดาไม่เลิก จังหวะที่เธอลุกเดินไปห้องน้ำก็ไปพูดแขวะต่างๆนานา เพราะเชื่อตามที่ปาริชาติเล่าว่ารมิดามาชนตนล้มไปเองแล้วยังไม่ขอโทษสักคำ

"แฟนคุณนี่แต่งเรื่องเก่งมากนะ น่าไปแต่งนิยายน้ำเน่าขาย ตัวคุณเองก็เหมาะจะเป็นพระเอกนิยายน้ำเน่าเหมือนกันเพราะหูเบา เชื่อคนง่าย โดนหลอกง่าย แหม...ไม่อยากจะพูดเลยว่าโง่!"

ศัลย์ฉุนขาดที่ถูกด่าว่าโง่เลยกระชากมือรมิดาไว้ แต่แรงไปหน่อยเธอเลยเซถลาเข้าไปในอ้อมกอดเขาเต็มตัว ทั้งคู่สบตากันนิ่ง ปาริชาติมาเห็นพอดี แว้ดทันทีว่า

"พี่ศัลย์!! มีคำอธิบายไหมคะ" เธอเดินอาดๆเข้าหา รมิดาเลยเลี่ยงเข้าห้องน้ำไปแต่ปาริชาติก็ตามเข้าไปหาเรื่องจนได้ แสดงความหึงหวงศัลย์ แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของศัลย์ จนรมิดาได้ทีแกล้งแสดงความสนใจที่จะแย่งศัลย์ ก่อนออกไปยังสะบัดน้ำในมือที่เพิ่งล้างเสร็จใส่ปาริชาติ แล้วพูดเย้ยว่าตนไม่ขอโทษเพราะเมื่อกี้เธอชนตนก็ไม่ได้ขอโทษเหมือนกัน ถือว่าเจ๊ากันไป

"นังรมิดา...แกยังรู้จักฉันน้อยไป" ปาริชาติคำรามในคออย่างแค้นใจ

ooooooo

ตะวันช่วยรมิดาขนของที่เธอซื้อไปไว้ที่รถ รมิดา ถามว่าแล้วเขากลับอย่างไร ตะวันบอกว่า ขสมก. เพราะวันนี้ไม่ได้เอารถมากะจะแวะไปหาคุณแม่ด้วย รมิดาจึงชวนไปด้วยกัน ตะวันอาสาขับรถให้

ระหว่างทางตะวันยังได้รับรู้เรื่องราวของรมิดากับศัลย์ ที่จะมาแย่งแมนยูไปด้วย เธอเล่าละเอียดจนถึงเรื่องพ่อกับแม่ของแมนยู และมรดกที่แมนยูจะได้รับด้วย ตะวันฟังแล้วคิดตามแต่ไม่ออกความคิดเห็นอะไร บอกเธอแต่ว่าถ้ามีอะไรจะให้ตนช่วยได้ให้บอกเพราะ "เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ"

ตะวันขับรถมาส่งและขนของไปให้รมิดาถึงบริเวณที่เช่าแล้วขอตัว สุริยนอยู่ที่นั่นเห็นสีหน้าแววตาของตะวันแล้วบอกรมิดาว่าตะวันปิ๊งเธอแน่ๆ รมิดาทำตาโตแย้งว่า ตะวันเป็นน้องชายตนนะอย่าลืม สุริยนแย้งว่า "แต่เขาไม่รู้ว่าคุณเป็นพี่สาวเขานี่"

ครั้นตกเย็นขณะรมิดาลงมาที่ลานจอดรถของโรงแรม ก็เจอศัลย์มาดักหาเรื่องอีก หาว่าเธอทำไม่งามควงเด็กรุ่นน้องลูกเจ้าของโรงแรมแบบนี้หวังจะเปิดร้านอาหาร ฟรีๆไม่ต้องเสียค่าเช่าใช่ไหม เลยถูกรมิดาด่าแล้วไปขึ้นรถ เขาก็แกล้งดึงประตูไว้ไม่ให้ปิด ท้าว่าแน่จริงให้ลงมา ยื่นคำขาดว่าให้ส่งแมนยูคืนตนเสียแล้วเธอจะไปอ่อยใครก็ไม่ว่า หลานตนจะได้ไม่ซึมซับพฤติกรรมแย่ๆของเธอ

"ผู้ชายอย่างคุณมันน่าจะสูญพันธุ์ไปตั้งนานแล้วนะ คิดอะไรตื้นๆ คิดแค่เห็น ไอคิวต่ำอย่างนี้จะเรียกว่าโง่ก็ได้นะ โง่ตัวพ่อซะด้วย"

โดนด่าแบบนี้ ศัลย์เลยจะสั่งสอนด้วยการจูบ กระชากเธอลงจากรถ แต่ไม่ทันทำอะไรก็ถูกรมิดาต่อยเข้าที่ท้องอย่างจังจนตัวงอแล้วกระแทกประตูรถ ใส่อีกทีคราวนี้เขาเซไปนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้น

พอรมิดาขับรถออกไป ศัลย์ก็ทำได้แค่ตะโกน "ฝาก ไว้ก่อน ยัยจอมแสบ...โอยย"

ooooooo

สุริยนเอาการ์ดเชิญไปงานแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรคืนนี้มาชวนรมิดาเพราะเพื่อน ที่รับตกแต่งเวทีดีไซน์ฉากได้มา เขากล่อมจนเธอยอมไปโดยพาแมนยูไปด้วย

ที่ห้องบอลรูมโรงแรมเจสเตอร์อันเป็นสถานที่จัดงาน ปาริชาติควงแขนศัลย์เข้ามาอย่างคิดว่าตัวเองสวยเริ่ดที่สุดแล้ว เธอขอตัวไปแต่งตัวย้ำว่าอย่าลืมมาดูตอนตนเดินแฟชั่นบนแคตวอล์ก

พอแยกจากปาริชาติ ศัลย์ก็ไปสวัสดีทรงยศและวัลลภกับลัดดาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของวัลลภ ดุสิตแนะนำนัยนากับศัลย์ว่าเป็นพี่สาวของพ่อตน นัยนาจึงชวนไปนั่งด้วยกัน ศัลย์ขอตัวสักครู่เดี๋ยวจะตามไป เพราะเหลือบเห็นสุริยน รมิดาและแมนยูเดินเข้ามาพอดี

ส่วนนัยนาพาทรงยศผู้เป็นพ่อไปและดุสิตนำญาติๆของเขาไปนั่งที่หน้าเวที

ooooooo

พอรมิดาเห็นศัลย์เท่านั้นเธอชวนสุริยนกลับกันดีกว่า สุริยนถามว่าจะกลัวเขาทำไม เธอบอกว่าไม่ได้กลัวแต่เกลียด ศัลย์เข้าไปลูบหัวแมนยูอย่างเอ็นดู แต่แขวะรมิดาว่าได้การ์ดเชิญด้วยหรือ สุริยนไม่ตอบแต่ถามเขาว่ามาคนเดียวหรือ

"มากับปาริชาติน้องสาวดุสิตเพื่อนผมครับ"

"อ๋อ...คุณดุสิต ลูกชายคุณวัลลภทายาทเจ้าของโรงแรมเจสเตอร์" สุริยนจำได้

ทักทายสุริยนแล้วศัลย์ก็หันไปแขวะรมิดา แต่ด่ากันไม่ทันได้อารมณ์ เดือนฉายก็เข้ามาทักศัลย์พอเห็นสุริยนกับรมิดา เธอก็ชักสีหน้าใส่พูดดูถูกแล้วทวงกระเป๋าราคาแพงของตน ศัลย์ถามงงๆว่ากระเป๋าอะไรหรือ เดือนฉายเล่าให้ศัลย์ฟังแต่แว้ดใส่แมนยูว่า

"ก็ไอ้เด็กบ้าเนี่ยมันทำกระเป๋าเดือนตกน้ำ ใบนั้นน่ะเหยียบแสนนะคะพี่ศัลย์"

"นี่หลานทำกระเป๋าเดือนตกน้ำเหรอ" ศัลย์หันไปถามแมนยู

พอรู้ว่าแมนยูเป็นหลานศัลย์เท่านั้น เรื่องใหญ่กลายเป็นขี้ประติ๋วไปทันที เธอพูดออกตัวว่าที่จริงตนก็ไม่อยากเอาเรื่องหรอก แต่หมั่นไส้ผู้ใหญ่นิสัยแย่ๆดูแลเด็กไม่ดี

สุริยนกับรมิดาฟังแล้วได้แต่มองหน้ากันเซ็งๆ

งานนี้ แจ่มจันทร์ที่เป็นอดีตคนใช้แต่เป็นเมียเก็บของวัลลภแต่งตัวกรีดกรายมาในงาน ด้วย เธอพยายามแสดงตัวเจ้ากี้เจ้าการเหมือนเป็นเจ้าของงาน จนวัลลภมาเจอชักสีหน้าใส่ปรามว่าบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาออกงาน แต่ไหนๆก็มาแล้วคอยหลบๆให้ดีอย่าให้คุณพ่อเห็นก็แล้วกัน

ooooooo

ที่ห้องแต่งตัว เกิดตึงเครียดขึ้นมา เมื่อจูดี้ผู้ช่วยสไตลิสต์วิ่งเข้ามาบอกติ๋มว่าทำอย่างไรดีเพราะแพทที่จะ แต่งชุดฟินาเล่คืนนี้เกิดอาหารเป็นพิษลุกไม่ไหว ปาริชาติเสนอตัวทันทีว่าตนเดินให้ก็ได้ ติ๋มสไตลิสต์ชายหัวใจหญิงไม่เห็นด้วยย้ำว่า

"แบบชุดฟินาเล่ของฉัน ลุคต้องดูดี คล่องตัว ทะมัดทะแมงออกทอมบอยนิดๆสไตล์เวิร์กกิ้งวูแมนย่ะ"

เลยไม่รู้จะหาใครมาแทน พริบตานั้นติ๋มก็ตาโตดีใจบอกจูดี้ว่าสวรรค์โปรดแล้ว พลางมองไปทางหนึ่งเพ้อว่านางฟ้าของติ๋ม

จูดี้มองตามสายตาติ๋มไปเห็นรมิดาเข้าก็ดีใจไม่น้อยกว่ากัน ทั้งคู่รีบวิ่งไปหารมิดาที่กำลังชวนสุริยนกลับกันดีกว่า อ้อนวอน

"คุณน้องขา...คุณน้องได้โปรด...พรีสสสสส" ติ๋มอ้อนวอนเต็มที่ รมิดาถามว่าอะไรกัน จูดี้ตัดบทว่าอย่าเพิ่งถามเลย ให้ไปกับตนก่อน ไม่ต้องกลัวไม่ได้เอาไปฆ่าแกงหรอก ว่าแล้วก็จูงแขนรมิดาวิ่งออกไป

ทุกคนมองตามด้วยสีหน้างงๆแกมตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น...

ooooooo

แต่พอรมิดารู้ว่าจะให้ตนไปเดินแบบ เธอบอกว่าเดินไม่เป็นแล้วจะเดินหนี ทำเอาติ๋มกับจูดี้หน้าซีดเผือด พอรมิดาจะเดินหนี จูดี้ก็ส่งสัญญาณให้ติ๋มแกล้งเป็นลมแล้วโวยวายเป็นการใหญ่

จูดี้ทำเป็นลืมรมิดาหันไปประคองติ๋มคร่ำครวญบอกเพื่อนว่างานจะพังก็ให้มัน พังไปเถอะ เพราะยังไงรมิดาเขาก็ช่วยเราไม่ได้  พอแอบดูเห็นรมิดาสีหน้าอึ้งๆ  ลังเล  ติ๋มก็ขยิบตาให้จูดี้ เล่นต่อ

ในที่สุดรมิดาก็ยอมเดินแบบให้ แต่ระหว่างแต่งหน้าอยู่นั้น นางแบบคนหนึ่งก็เข้ามากระแนะกระแหนว่าเจ๊ติ๋มไปขุดมาจากไหนหรือ ส่วนปาริชาติก็ยิ้มเยาะว่า "เอาอีกามาแปลงโฉมเป็นหงส์"

เจ๊ติ๋มเดินเข้ามาถามช่างแต่งหน้าว่าเสร็จหรือยัง พอเห็นหน้ารมิดาที่แต่งเสร็จแล้วเจ๊อุทาน

"โอ้โฮ เริ่ดดดด...มาทางนี้ค่ะ นังจูเร็วเข้า"

จูดี้เร่งติ๋มว่าเหลือเวลาอีกแค่สิบนาทีเท่านั้น ติ๋มก็ยังอยากเทรนให้รมิดาก่อนบอกให้จูดี้รีบเลย จูดี้จัดแจงบอกรมิดาให้ดูตนเป็นตัวอย่างแล้วเดินบิดซ้ายบิดขวาสุดฤทธิ์ทั้ง สะบัดหน้าเชิดหน้าแต่ละทีคอแทบหลุด

รมิดาทำตามแบบทุกอย่าง ถูกปาริชาติที่ยืนดูอยู่หัวเราะเยาะว่าอย่างกับม้าดีดกะโหลก

รมิดาฟังแล้วเจ็บใจแต่พยายามระงับอารมณ์ จนติ๋มมาเรียกให้ไปเตรียมขึ้นแคตวอล์กพร้อมทั้งเรียกคนอื่นด้วย พอไล่ นางแบบคนอื่นออกไปหมดแล้ว ติ๋มบอกกับรมิดาว่า

"อย่าไปฟังเสียงนกเสียงกา เจ๊เชื่อว่าหนูทำได้ แต่น้องดาต้องตั้งสติมั่นใจในตัวเอง มั่นใจว่าเราสวยที่สุดบนแคตวอล์ก ต้องเชื่อว่าเราเป็นนางพญา เครื่องเพชรที่อยู่บนตัวเรานั้นเลิศหรูอลังการสวยที่สุดในโลก โชว์ให้ทุกคนเห็น" ติ๋มปลุกเร้าใจเต็มที่

"เดี๋ยวพี่จะเดินให้ดูอีกนะคะ" จูดี้ขยับจะยักย้ายส่ายสะโพกอีก ถูกติ๋มตวาดแว้ด

"ไม่ต้องแล้วนังจู ท่าหล่อนอุบาทว์มาก ให้น้องดาเดินด้วยตัวเอง เราสอนแค่เทคนิคก็พอ...โอเคไหมน้องดา"

รมิดานึกถึงคำเยาะเย้ยของปาริชาติเมื่อครู่ เธอฮึดขึ้นมาตอบอย่างมั่นใจว่า

"ค่ะ ดาต้องทำได้!"

ooooooo

งานไดมอนด์ไนต์เริ่มแล้ว นางแบบในชุดดำแต่ละคนกรีดกรายออกมาพร้อมกับเพชรส่องประกายวูบวาบ แขกในงานจ้องนางแบบและเครื่องเพชรกันตาไม่กะพริบ วัลลภชมลูกสาวว่าสวยมาก ทรงยศพยักหน้าเห็นด้วย

แต่พอรมิดาออกมาในชุดโอเวอร์โค้ตสีขาวใส่วิกผมสั้นดูเก๋มาก ทุกคนเปลี่ยนเป็นมองรมิดาเป็นตาเดียว ศัลย์ถึงกับอุทาน "รมิดา..." แมนยูดีอกดีใจชมเสียงใสว่า "แม่ดาสวยจัง"

เดือนฉายนั่งดูอยู่มองอย่างคาดไม่ถึง ส่วนปาริชาติที่ยืนโพสท่าอยู่แม้ปากจะฉีกยิ้มแต่แววตาและสีหน้านั้นโกรธ เครียด

คนที่ดีใจที่สุดคือเจ๊ติ๋มกับจูดี้ ทั้งสองบอกกันด้วยความดีใจว่าถ้าไม่ได้รมิดามาช่วยชีวิตไว้ เราสองคนต้องตายแน่ๆ พอรมิดากลับเข้ามาก็รีบเข้าไปขอบคุณเป็นการใหญ่ ส่วนรมิดาก็แค่ยิ้มๆ บอกว่าทีแรกก็กลัวๆแต่พอเดินจริงๆก็ตื่นเต้น สนุกดี ได้ประสบการณ์ใหม่ๆเยอะ

"แต่ฉันว่าเธออยากดังมากกว่า แม่นักฉวยโอกาสต้นทุนต่ำอย่างเธอมันก็ฟลุกได้แค่งานเดียวนี่แหละ" ปาริชาติค้อน รมิดาตาแทบกลับ

จูดี้ขยับตั้งท่าจะจิกกลับ ถูกเจ๊ติ๋มเอามือปิดปากไว้บอกว่านั่นน่ะลูกเจ้าของโรงแรมที่นี่นะ  แล้วเอานามบัตรให้รมิดา บอกว่า "ถ้าสนใจเป็นนางแบบก็กริ๊งมาได้เลย เดี๋ยวโทร.เข้าเครื่องเจ๊นะจะได้เมมไว้"

พอลงจากเวทีมาพบแมนยู หนูน้อยเข้ากอดชมอย่างปลื้มอกปลื้มใจว่าแม่ดาสวยมาก เดินแบบเก๊งเก่ง นัยนาก็ชมว่า แขกในงานชอบเธอมาก ชมกันไม่หยุดเลย ตะวันยิ้มกว้างพูดอย่างทึ่งว่าไม่ยักรู้ว่าเธอเป็นนางแบบด้วย จนรมิดาต้องชี้แจงว่า

"แค่นางแบบจำเป็นค่ะ ตัวจริงเขาป่วย พี่สไตลิสต์ เขามาขอให้ช่วย"

"เหรอครับ นึกว่าไปขอเขาเดินเอง" ศัลย์ที่เงียบเหมือนจะไม่จิกกัดอะไรเธอแล้ว ไม่วายแทรกขึ้นมาจนได้ พอทุกคนหันมองอย่างตำหนิ แปลกใจ เขาก็ทำเป็นยิ้มเก้อๆบอกว่า "ผมล้อเล่นน่ะครับ"

สุริยนตัดบทว่าดูท่าทางรมิดาเหนื่อยมากแล้วชวนกลับไปพักผ่อนดีกว่า ทั้งสามยกมือไหว้นัยนาก่อนเดินไป ตะวันมองตามรมิดาด้วยสีหน้ายิ้มปลื้มจนศัลย์ดูออกว่าเขากำลังคิดอะไรกับเธอ อยู่...

ooooooo

ในที่สุด รมิดากับสุริยนก็ตกแต่งห้องเสร็จ เธอตั้งชื่อร้านสืบทอดจากสุเทพผู้เป็นพ่อว่า "กุหลาบขาว" ตะวันมาดูเห็นเธอกำลังดูแลแมนยูอยู่ เขาบอกให้รมิดา ไปทำงานต่อก็ได้ ตนจะเล่นกับแมนยูเอง

เห็นแมนยูเล่นรถบังคับอยู่คนเดียว ตะวันเลยไปซื้ออีกคันเพื่อมาเล่นด้วย แต่ระหว่างนั้นปาริชาติกับเดือนฉายเดินคุยกันผ่านมาเห็นแมนยูกำลังเล่นอยู่ คนเดียว   เดือนฉายบอก

ปาริชาติว่าเด็กนั่นแหละที่เป็นหลานของศัลย์และทำกระเป๋าตนตกน้ำ พูดแล้วเดินลิ่วเข้าไปหาแมนยู แกล้งแย่งรถบังคับของแมนยูจะโยนทิ้งสระน้ำ

ตะวันกลับมาพอดีถามพี่สาวว่าจะทำอะไร พอเห็น พี่สาวจะขว้างรถลงสระเขาตะโกนไม่ให้โยนเอารถมานี่ รมิดาหันมองพอเห็นว่าใครยืนอยู่แถวนั้นก็เดาได้ว่าต้องมีเรื่อง เธอรีบออกมาหาแมนยู ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นจังหวะที่เดือนฉายสะบัดตัวหลุดจากตะวันขว้างรถบังคับลงสระน้ำทันที

การกระทำของเดือนฉายแม้แต่ปาริชาติก็รับไม่ได้ รมิดาโกรธจัดเข้ามาต่อว่าที่เธอใจดำแก้แค้นได้กระทั่งกับเด็ก ถามว่าทำร้ายจิตใจเด็กอย่างนี้ได้ยังไง ส่วนตะวันรีบลงไปงมรถบังคับเอามาคืนให้แมนยู

"สะใจใช่ไหมที่ได้แก้แค้นเด็ก" ตะวันถาม เดือนฉายแสยะยิ้มบอกว่าใช่ มันจะได้จำตนได้ไปจนโต ทำให้ตะวันยิ่งโมโหเดินเข้าหา "ผมก็อยากให้พี่จำเหตุการณ์วันนี้เหมือนกัน" ว่าแล้วเดินก้าวเข้าไปเรื่อยๆ เดือนฉายเริ่มกลัวกับท่าทางจริงจังของน้องชายค่อยๆถอยหลังไปจนกระทั่งตกสระ น้ำไปเอง

แต่พอกลับบ้านเธอฟ้องศิริผู้เป็นพ่อว่าถูกตะวันผลักตกน้ำ ดังนั้น เมื่อตะวันกลับถึงบ้านจึงถูกศิริตบอย่างโกรธจัด นัยนาพยายามเข้าห้ามศิริก็ยังตบตะวันอีกสองสามฉาดแล้วไล่ไป ด่าตามหลังว่า

"จำไว้นะไอ้วัน ถ้าแกรังแกพี่สาวแกอีกละก็ ฉันเอาแกตายแน่" แล้วหันมาว่านัยนา "คุณก็เหมือนกันชอบให้ท้ายปกป้องมันอยู่เรื่อยๆ ไปเดือน....ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าลูกเลอะไปหมดแล้ว"

เดือนฉายแอบยิ้มสมน้ำหน้าตะวันเย้ยว่า "หัวเราะทีหลังมันดังกว่า"

ตะวันมองหน้านัยนาผู้เป็นแม่อย่างเสียใจ ถามว่า "พี่เดือนเป็นฝ่ายผิด แต่คุณพ่อไม่ว่าพี่เดือนสักคำ ผมเป็นลูกคุณพ่อหรือเปล่าครับคุณแม่"

"โถ...ลูก พ่อเขากำลังโกรธ อย่าไปถือสาเลยลูก...แม่รู้ว่าวันทำในสิ่งที่ถูกที่ควร แม่เข้าใจลูกชายของแม่เสมอ...."

ตะวันโผเข้ากอดแม่ด้วยความตื้นตันใจ นัยนากอดลูกชาย สงสารที่เป็นลูกชังของพ่อ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่
14 พ.ค. 2564

13:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 19:16 น.