ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คุณพ่อหวานแหวว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ทรงยศ เจ้าของโรงแรมเจสเตอร์ เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว เขามีลูกชายคือวัลลภและลูกสาวคือนัยนา

ทรงยศโกรธจัดเมื่อรู้ว่านัยนาท้องกับสุเทพเชฟของโรงแรม เขาตบหน้าในห้อง "ประธานกรรมการ" ซึ่งเป็นห้องทำงานของเขา ด่าว่าลูกไม่รักดี ใฝ่ต่ำ ประกาศิตว่าถ้ายังเห็นว่าตนเป็นพ่อก็ต้องเลิกยุ่งกับสุเทพแล้วจะส่งเธอไป อยู่เมืองนอก ไปคลอดลูกแล้วค่อยกลับมา ที่สำคัญคือ เมื่อกลับมาแล้ว "แกจะต้องแต่งงานกับคนที่ฉันเลือกให้เท่านั้น"

นัยนาอ้อนวอนพ่อว่าตนรักสุเทพ จะแต่งงานกับสุเทพเท่านั้น ทรงยศยิ่งโกรธสั่งวัลลภให้เอานัยนากลับบ้านจัดคนเฝ้าไว้และให้ไล่เชฟสุเทพ ออกทันที

"ครับคุณพ่อ...ไปยัยนา แกไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันแน่" วัลลภยิ้มสะใจดึงแขนนัยนาไป แม้เธอจะดิ้นรนขอร้องพ่อแต่ก็ถูกวัลลภดึงออกไปจนได้

นัยนาถูกขังอยู่ในห้องนอน จนเย็นวันต่อมา แจ่มจันทร์ สาวใช้คนสนิทยกอาหารมาให้อ้อนวอนให้เธอทานอะไรสักหน่อยเพราะตั้งแต่เมื่อวาน เธอยังไม่แตะอาหารเลย

"ฉันกินไม่ลงหรอกแจ่ม" นัยนานัยน์ตาเหม่อเศร้า เธอหยิบจดหมายบนโต๊ะยื่นให้แจ่มจันทร์ "เอาไปให้คุณสุเทพนะแจ่ม อย่าให้ใครเห็น ถ้าไม่เจอที่โรงแรม ก็เอาไปให้ที่บ้านเขา"

เมื่อแจ่มจันทร์รับจดหมายเดินออกไปแล้ว นัยนาน้ำตาเอ่อเอ่ยอย่างเจ็บปวด...

"นาขอโทษค่ะคุณพ่อ..."

แล้วเธอก็เอากระดาษมาเขียนจดหมายอีกฉบับหนึ่ง น้ำตาไหลพราก...

ooooooo

เมื่อสุเทพได้รับจดหมายของนัยนาแล้ว เขาไปคอยเธอที่สวนรื่นรมย์ที่เธอนัดไว้ คอยนานจนนึกว่าเธอไม่มาแล้ว แต่แล้วจู่ๆ ก็เห็นนัยนาถือกระเป๋าเสื้อผ้าเดินเข้ามาอย่างระแวดระวัง เมื่อพบกันต่างโผเข้ากอดกันด้วยความรักความห่วงใย สุเทพถามว่า "คุณนา...คุณคิดดีแล้วนะครับ"

"มันเป็นทางเดียวที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน รีบไปเถอะค่ะเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า" นัยนาตอบอย่างเด็ดเดี่ยว แล้วทั้งสองก็พากันเดินออกไปอย่างระแวดระวัง

กว่าทรงยศจะได้อ่านจดหมายของนัยนาก็เป็นเช้าวันรุ่งขึ้น เขาโกรธแทบกระอักเลือดสั่งให้ลากตัวนัยนากลับมาให้ได้ วัลลภเสนอว่าคนไม่รักดีพรรค์นั้นให้พ่อตัดหางปล่อยวัดไปดีกว่า ถูกสุรีย์ผู้เป็นแม่ท้วงติงว่าทำไมพูดอย่างนั้น รีบไปตามน้องกลับมาเถอะ

"จะให้ผมไปตามที่ไหนล่ะครับคุณแม่ หนีเตลิดไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ ผมว่าไปแจ้งตำรวจดีกว่า"

"ไม่ได้" ทรงยศเสียงเข้ม "แกนี่คิดอะไรโง่ๆ เป็นข่าวขึ้นมา ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของเราจะย่อยยับขนาดไหน...แกต้องหาตัวยัยนาให้เจอ กี่วันกี่เดือนหรือเป็นปี แกก็ต้องเอาตัวน้องกลับมาให้ได้!"

วัลลภเลยจำต้องเดินเซ็งๆ ออกไป

ooooooo

สุเทพพานัยนาไปเช่าบ้านอยู่ด้วยกัน จนนัยนาคลอดลูกสาวออกมาได้ 2 เดือนแล้ว สุเทพใช้ความสามารถในการทำอาหาร เปิดร้านอาหารกุหลาบขาวเลี้ยงครอบครัว

คลอดลูกมาได้ 2 เดือนแล้ว นัยนาชวนสุเทพว่า พรุ่งนี้ไปหาหลวงพ่อที่วัดดีไหม ไปถวายสังฆทานและให้ท่านช่วยตั้งชื่อให้ลูกสาวเรา สุเทพยิ้มอย่างเห็นด้วย แต่นัยนากลับมีสีหน้ากังวลบ่นกับเขาว่า

"ฉันรู้สึกแปลกๆใจคอไม่ค่อยดีเลย"

นัยนาพูดไม่ทันขาดคำ ลูกน้องของวัลลภ 3 คนก็บุกเข้ามาบอกว่า "คุณนาต้องกลับไปกับผม" สุเทพเข้ายื้อยุดนัยนาไว้ แต่เขาถูกลูกน้องวัลลภล็อกแขนรุมต่อยจนทรุดลงไปกองกับพื้น

"สุเทพ...ปล่อยเขาอย่าทำอะไรเขา" นัยนาหวีดร้อง ดิ้นรนจะไปช่วยสุเทพแต่ถูกลูกน้องวัลลภรุมทำร้ายจนหมอบ พวกมันพังข้าวของในร้านจนพินาศก่อนลากนัยนาออกไป

นัยนาถูกพากลับถึงบ้าน เห็นแม่นอนซมล้มป่วยอยู่บนเตียง ทรงยศบอกลูกสาวว่า

"แม่แกตรอมใจล้มป่วยก็เพราะแก ยัยนา! แกนึกถึงหัวอกพ่อแม่มั่งไหม...ถ้าแกคิดหนีอีกคราวนี้ฉันขังแกแน่ ไปเจ้าลภ หาเวรยามมาเฝ้าไว้"

นัยนาเข้าไปจับมือแม่ไว้เอ่ยขอโทษน้ำตานองหน้า สุรีย์ถามลูกน้ำตาไหลว่า "ไม่รักแม่แล้วเหรอลูก" นัยนาบอกแม่ว่าตนรักทั้งคุณแม่และคุณพ่อยิ่งกว่าชีวิต สุรีย์มองหน้าลูกนิ่งเอ่ยอย่างอ่อนแรง "อย่าหนีแม่ไปอีกนะนา...รับปากแม่สิลูก...สัญญากับแม่ได้ไหม"

นัยนานิ่งอึ้งตกอยู่ในความทุกข์ใจอย่างหนัก ทั้งเครียด สับสน และว้าวุ่นใจ...

ooooooo

หลายวันต่อมา สุเทพได้รับจดหมายของนัยนาที่แจ่มจันทร์เอามาให้ที่บ้านเช่า อ่านจดหมายจบ สุเทพดีใจจนน้ำตาคลอ หันไปหาลูกน้อยที่นอนอยู่ในเปล บอกลูกราวกับหนูน้อยรับรู้ได้ว่า

"คุณนา...ลูก ยัยหนูลูกพ่อ แม่จะกลับมาอยู่กับเราแล้วนะลูก...ดีใจไหม คนดีของพ่อ..."

เมื่อถึงวันนัดหมาย สุเทพไปรอที่เดิมจนเลยเวลาไปเป็นชั่วโมงนัยนาก็ยังไม่มา สุเทพมองลูกในอ้อมกอด บอกลูกว่ารออีกหน่อยเดี๋ยวแม่ก็มาแล้ว

ทันใดนั้นลูกน้องวัลลภ 3 คน ก็โผล่มา คนหนึ่งด่าสุเทพว่า

"ไอ้หน้าโง่ คุณนาจะแต่งงานอยู่วันสองวันนี้ เขาจะมาหาเอ็งทำไม"

สุเทพไม่เชื่อบอกว่าไม่จริงเพราะนัยนาเป็นคนนัดให้มารับเธอ มันหัวเราะหยันย้อนว่านัดให้มาตายสิไม่ว่า แล้วหันไปสั่งลูกน้อง "เฮ้ย เก็บมัน"

สุเทพถูกลูกน้องวัลลภรุมเล่นงานทั้งที่อุ้มลูกอยู่ เขากอดลูกไว้แนบอกเอาตัวบังลูกไว้ เขาโดนมันเตะจนลงไปกองกับพื้น ขณะที่คนหนึ่งชักปืนออกมา จะยิงทิ้งนั่นเอง เสียงมอเตอร์ไซค์สายตรวจก็แว่วเข้ามา มันชะงัก สุเทพอุ้มลูกวิ่งหนีซมซาน ส่วนลูกน้องวัลลภทั้งสามคนต่างหนีไปคนละทิศละทาง ตัวใครตัวมัน

ooooooo

20 ปีผ่านไป...

สุเทพเปิดร้านอาหารในทำเลใหม่แต่ชื่อเดิม คือ ร้านกุหลาบขาว เขามีผู้ช่วยที่ทะมัดทะแมงคือ รมิดา ลูกสาวตัวน้อยที่เลี้ยงมาจนเป็นสาวแล้ว ร้านกุหลาบขาวมีลูกค้าประจำคือ ชาญศักดิ์กับลูกชายวัย 5 ขวบ ชื่อแมนยู ลูกค้ากับเจ้าของร้านให้บริการและใช้บริการกันมาจนสนิทสนมกันมาก เมื่อสุเทพว่างจากงานในครัวก็จะมานั่งคุยกับชาญศักดิ์เสมอ

ชาญศักดิ์เป็นเจ้าของที่ดินและอาคารพาณิชย์หลายแห่ง เขาโชคดีที่มีสุริยนที่เป็นน้องชายคอยช่วยดูแลงานอีกแรง แต่โชคไม่ดีนักที่สีดาภรรยาหย่ากับเขาตั้งแต่คลอดแมนยูได้ไม่นาน เขาจึงเป็นพ่อที่เลี้ยงลูกคนเดียว ไปไหนมาไหนจึงมีแมนยูติดตัวไปด้วยเสมอ

วันนี้ สุเทพมานั่งคุยกับชาญศักดิ์เพราะคุ้นเคยกันมาก ปล่อยให้รมิดาซึ่งมีฝีมือการทำอาหารไม่แพ้พ่อเข้าครัวแทน สุเทพเห็นอาหารที่ชาญศักดิ์สั่งยังไม่ครบ จึงตะโกนบอกรมิดา ถามว่าเสร็จหรือยัง

"ค่ะพ่อ เสร็จแล้ว...เสร็จแล้ว มาแล้ว หมูทอดกระเทียมพริกไทยสูตรเด็ด" รมิดาเอาจานอาหารมาวางตรงหน้าแมนยู ถามหยอก "ของใครเอ่ย"

"ของแมนยูครับ" แมนยูตอบเสียงใสยิ้มกว้างแล้วตักชิม ชมว่า "อร่อยที่สุดเลยครับแม่ดา" ทำเอารมิดายิ้มเจื่อนแก้ให้ว่า ต้องเรียกน้าดาไม่ใช่แม่ดา แมนยูอ้อนว่า "ให้แมนยูเรียกแม่ดาเถอะครับ แมนยูอยากมีแม่...นะครับแม่ดา ขอร้อง...ขอร้อง..."

รมิดายิ้มเขินๆหันไปมองชาญศักดิ์เขาก็ยิ้มกริ่ม มองไปทางสุเทพก็ยิ้มชอบใจ สุดท้ายเธอบอกแมนยูเขินๆว่าโอเค แม่ดาก็แม่ดา ชาญศักดิ์ยิ้มดีใจชวนทานข้าวด้วยกัน

"ยังไม่หิวเลย คุณศักดิ์ทานเถอะค่ะ เดี๋ยวดาทานพร้อมพ่อ...แมนยูครับเด็กฉลาดต้องทานผักด้วยนะครับ จะได้แข็งแรง" รมิดาตักผักใส่จานให้แมนยู หนูน้อยตักกินทันทีอย่างเอาใจ ดีใจที่ได้เรียกเธอว่า "แม่ดา"

ooooooo

ชาญศักดิ์มีความสุขมากที่เห็นรมิดากับแมนยูสนิทสนมกันเหมือนแม่ลูกจริงๆ แมนยูดีใจที่ได้รมิดามาช่วยดูแลเล่นด้วยทั้งยังสอนทำการบ้านด้วย จนในที่สุด ชาญศักดิ์ขอแต่งงานกับรมิดา

แต่ก่อนถึงวันแต่งงานเพียง 3 วัน ชาญศักดิ์ก็ประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต รมิดาช็อก รับไม่ได้ ทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งเป็นลมไป

ในคืนสวดศพชาญศักดิ์ รมิดามองรูปเขาที่วางอยู่ข้างศพนิ่ง น้ำตาคลอ บอกกล่าวสัญญากับเขาว่า

"ไปสู่สุคตินะคะคุณศักดิ์...ดารักคุณ ดาสัญญาว่าจะรักและเลี้ยงดูแมนยูให้เหมือนลูกแท้ๆของดาค่ะ"

รมิดานั่งมองรูปชาญศักดิ์อยู่อย่างนั้น ในความรู้สึกยังแว่วเสียงของเขาที่พูดก่อนหน้านี้ว่า

"ดาครับ...คุณคือผู้หญิงที่ผมรักที่สุด อีกไม่กี่วันเราก็จะแต่งงานกันแล้ว ความฝันของผม...ฝันที่จะมีครอบครัวที่อบอุ่นใกล้จะเป็นจริงแล้ว เราจะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้า พ่อ แม่ ลูก..."

หลังจากงานศพของชาญศักดิ์แล้ว รมิดาและสุริยนเข้ามาที่ห้องทำงานของชาญศักดิ์ที่บ้าน มีจดหมายที่เขาเขียนไว้ ก่อนประสบอุบัติเหตุ บรรยายไว้อย่างกินใจว่า

"ถึงดาจะไม่ใช่แม่แท้ๆของแมนยู แต่คุณก็รักแมนยูยิ่งกว่าแม่แท้ๆที่ทิ้งลูกผมไปเสียอีก..." เขาบรรยายถึงความสังหรณ์ใจว่าไม่อยากไปทำงานเลยรู้สึกเหมือนไปแล้วจะไม่ได้ กลับมาอีก  ฝากฝังว่า  "ถ้าผมเป็นอะไรไป  คุณรีบติดต่อทนายประจำตัวผมนะดา  เพราะผมทำพินัยกรรมไว้ เรียบร้อยแล้ว...ฝากแมนยูด้วยนะดา...รักคุณที่สุด...ชาญศักดิ์"

รมิดาเม้มริมฝีปากอย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไว้ กระนั้นน้ำตาก็ยังไหลรินจนสุริยนจับมือให้กำลังใจว่า "เข้มแข็งไว้คุณดา..."

ooooooo

ขณะที่ชีวิตกำลังเริ่มลงตัว รมิดาดูแลแมนยูเหมือนแม่คนหนึ่ง เวลานี้เอง สีดา แม่แท้ๆของแมนยูที่ทิ้งแมนยูไปตั้งแต่เพิ่งคลอดไม่นานและย้ายไปอยู่อเมริกา เธอประสบอุบัติเหตุ ก่อนเสียชีวิตได้สั่งเสียศัลย์น้องชายให้เอาแมนยูกลับมาเลี้ยงให้ได้ ดังนั้น ศัลย์จึงจ้างนักสืบเอกชน สืบจนรู้ว่าแมนยูอยู่ที่ไหน กับใคร และเรียนโรงเรียนไหน เข้าออกบ้านกี่โมง จากนั้นเขาลงมือติดตามเอง

หลังจากได้ข้อมูลอย่างละเอียดแล้ว ศัลย์เอารูปของรมิดามาดูที่ห้องรับแขกคอนโดฯที่เขาพักอยู่ พูดกับรูปอย่างเยาะหยันว่า

"รมิดา...สงครามเริ่มแล้ว...และเธอต้องเป็นฝ่ายแพ้!"

การเริ่มต้นของศัลย์คือ เขาไปขอรับแมนยูที่โรงเรียนแต่ช้าไปเพราะรมิดาไปรับตัดหน้าไปก่อนแล้ว เขาจึงตามไปที่บ้าน กระทั่งปีนรั้วเข้าไป

แมนยูกำลังจะออกมาเล่นบอลที่สนามเห็นมีคนปีนรั้วเข้ามาก็ตกใจร้องบอก "ขโมย!!" รมิดากับเหมียวสาวใช้เห็นศัลย์กำลังปีนรั้วเข้ามาพอดี รมิดาให้เหมียวดูแลแมนยูไว้ ส่วนตัวเองไปคว้าท่อนไม้แถวนั้นย่องไปหวดใส่ไม่ยั้ง ปากก็ร้อง "ไอ้หัวขโมย...ไอ้หัวขโมย..."

ศัลย์ปัดป้องจนกระทั่งคว้าไม้ไว้ได้ เลยยื้อกันอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งเสียงนกหวีดตำรวจดังขึ้น ศัลย์เป็นฝ่ายฟ้องตำรวจว่า รมิดาจะฆ่าตน สุริยนวิ่งเข้ามาเห็นรมิดากระชากไม้จากศัลย์ไปได้กำลังเงื้อจะฟาดเขาพอดี สุริยนร้อง "คุณดา!!"

แต่ช้าไปแล้ว รมิดาฟาดหัวศัลย์จนเขาทรุดลงเห็นดาวเต็มฟ้าแล้วคอพับไป

เมื่อพากันไปถึงโรงพัก ศัลย์อ้างว่าเขาไม่ได้เป็นหัวขโมยแต่เป็นคนที่มีสิทธิ์ในบ้านนี้เหมือนกัน เพราะเขาคือน้องชายของสีดาแม่ของแมนยู และพี่ชายของสุริยนคือชาญศักดิ์ก็คือพี่เขยเขานั่นเอง

พอเอ่ยชื่อสีดา รมิดาก็อึ้งไปทันที ศัลย์แจ้งแก่ทั้งสองว่า

"พี่สีดามอบหมายให้ผมมารับแมนยูไปอยู่ที่อเมริกาครับ พูดตรงๆก็คือผมมาทวงหลานชายคืน"

รมิดาเย็นวาบไปทั้งตัวแล้วโวยวายว่าหัวเด็ดตีนขาด ตนก็ไม่ยอมให้แมนยูไป ทั้งไม่เชื่อว่าศัลย์เป็นน้องชายสีดาด้วย จนศัลย์ต้องอ้างหลักฐานและท้าให้ไปตรวจค้นทะเบียนราษฎรดู

"ทำไมพี่สาวคุณไม่มารับลูกด้วยตัวเองล่ะครับ" สุริยนถามหลังจากดูหลักฐานของศัลย์แล้วศัลย์จึงเล่าเรื่องที่สีดาประสบ อุบัติเหตุและขอให้เขามารับแมนยูไปอยู่อเมริกา เขารับปากก่อนพี่สาวสิ้นใจว่า

"ครับพี่...ผมจะไปรับหลานมาอยู่กับผม"

เล่าแล้วศัลย์ย้ำว่าตนต้องรับแมนยูไปให้ได้ แมนยูต้องไปรับมรดกที่พี่สาวทำพินัยกรรมไว้ให้ รมิดาเถียงว่าแมนยูได้รับมรดกของพ่อมากพอแล้วไม่จำเป็นต้องไปรับมรดกของแม่ อีก

"คุณตัดสินใจแทนหลานผมได้ยังไง" ศัลย์จ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง

"ได้สิ ก็ฉันเป็นแม่" รมิดาเถียงเต็มปากเต็มคำ ทั้งยังอ้างชาญศักดิ์ว่าเขาฝากแมนยูไว้กับตน พอศัลย์แย้งว่าเขามีสิทธิ์ในตัวแมนยูมากกว่าเธอ รมิดาตัดบทไล่เขาไปให้พ้นหน้าตนเดี๋ยวนี้

"เราต้องเจอกันอีก จนกว่าผมจะได้หลานชายคืน ถ้าคุยกันดีๆไม่ได้ก็คงต้องเจรจากันด้วยกฎหมาย...เตรียมตัวไว้นะ คุณ...รมิดา"

ศัลย์เดินยิ้มเย้ยออกไปแล้ว ทิ้งให้รมิดากับสุริยนนั่งกังวลเป็นทุกข์กันอยู่ตรงนั้น

เมื่อคุยกันแล้ว รมิดายอมรับว่าที่จริงศัลย์มีสิทธิ์ในตัวแมนยูมากกว่าตน แต่สุริยนเชื่อว่าเธอเป็นฝ่ายได้เปรียบเพราะ "อย่าลืมสิว่าแมนยูรักคุณ ติดคุณมาก ผมว่าแมนยูไม่อยากไปอยู่กับคนอื่นหรอก"

ooooooo

คืนนี้ รมิดาไปนั่งเล่านิทานก่อนนอนให้แมนยูฟังตามปกติ แต่คืนนี้แมนยูไม่อยากฟังนิทานบอกรมิดาว่าฟังจนท่องได้แล้วงดสักวันได้ไหม แล้วถามถึงผู้ชายที่ปีนรั้วเข้ามาว่าเป็นหัวขโมยหรือ

รมิดาไม่อยากให้แมนยูรู้เรื่องเกี่ยวกับศัลย์ บอกว่าเขาไม่ใช่หัวขโมยแต่นิสัยไม่ดีเพราะเข้าบ้านเราโดยไม่ได้รับอนุญาต แมนยูสงสัยต่อไปอีกว่าแล้วเขาจะเข้ามาทำอะไร หนูน้อยถามจนรมิดาอึดอัดปรามว่า

"แมนยู ไม่ต้องถามแล้ว ช่างสงสัยจริง นอนเถอะ พรุ่งนี้ ต้องไปโรงเรียนแต่เช้านะครับ" พูดแล้วกู๊ดไนต์กับแมนยูก่อนเดินออกไป

แต่แมนยูยังนอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียง สมองยังเต็มไปด้วยคำถามว่า น้าคนนั้นมาทำไม...แล้วทำไม????

ooooooo

ดุสิตเป็นหลานปู่ของทรงยศ และเป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมด้วยกันกับศัลย์ วันนี้เขาพาศัลย์ไปไหว้ ทรงยศที่บ้าน

ลำดับเรื่องราวกันจนทรงยศจำศัลย์ได้ถามว่าหายไปไหนเสียตั้งนานไม่เห็นหน้ามา สิบกว่าปีได้แล้ว ศัลย์จึงเล่าให้ฟังว่าตนไปเรียนที่อเมริกาพอจบก็ทำธุรกิจที่นั่นต่อจากคุณ พ่อ

ปาริชาตินั่งร่วมสนทนาอยู่ด้วยเธอมองศัลย์อย่างสนใจ เอ่ยขึ้นเหมือนเรียกความสนใจจากเขาว่า ทำงานเยอะคงเหนื่อยแย่เลย ทรงยศถามว่าไปๆ มาๆ คงเหนื่อยแย่แล้วนี่จะอยู่เมืองไทยนานแค่ไหน

"คงนานครับคุณปู่...จนกว่าผมจะทวงหลานชายคืนสำเร็จ" เห็นทุกคนทำหน้างงเขาจึงเล่ารายละเอียดให้ฟัง

เย็นนี้เอง ปาริชาติทำทีเจอเขาขณะเขาลงมาจะไปที่รถ ถามว่าช่วงนี้ว่างไหม ไม่ได้อยู่เมืองไทยนานอยากจะเป็นไกด์พาเขาเที่ยวห้างหรูๆ ผับเก๋ๆ ร้านอาหารเลิศๆ

ศัลย์ตอบรับทันที ปาริชาติพึมพำตาเป็นประกาย "หล่อขั้นเทพ รับรองไม่หลุดมือแน่"

ooooooo

วันนี้รมิดาไปรับแมนยูตามปกติ เห็นแมนยูกำลังต่อยอยู่กับบอยเด็กชายที่มักมีเรื่องทะเลาะกับแมนยูอยู่บ่อยๆ รมิดาเข้าไปร้องห้ามแล้วแยกแมนยูออกมาดุว่า "ทำไมเกเรอย่างนี้!"

เมื่อกลับถึงบ้าน รมิดาเรียกแมนยูมาสั่งว่าพรุ่งนี้ต้องไปขอโทษน้องบอย แมนยูไม่ยอมเพราะตนไม่ผิด รมิดาฉุนขึ้นมาสั่งเหมียวให้เอาไม้เรียวมา ถามแมนยูว่าถ้าดื้อกับแม่ดาต้องโดนกี่ที แมนยูตอบเสียงสั่นน้ำตาคลอว่าสามทีครับ แล้วกอดอกกลั้นน้ำตา

รมิดาฟาดไม้เรียวไปหนึ่งที แมนยูร้องโอ๊ย...ด้วยความเจ็บแล้วร้องไห้ฮือๆ บอกรมิดาว่า

"แม่ดาตีให้ตาย แมนยูก็ไม่ขอโทษบอย แมนยูไม่ผิด บอยเขาล้อแมนยูว่าไม่มีพ่อ อยู่กับแม่สองคนอีกหน่อยก็ต้องเป็นตุ๊ด อยู่บ้านใส่กระโปรง"

รมิดาใจหายแว้บ ไม้เรียวตกจากมือสงสารแมนยูจับใจ โผเข้ากอดหนูน้อยไว้ลูบหัวปลอบ

"แม่ดาขอโทษ...อย่าร้องครับ ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง แม่ดาสัญญานะว่าแม่ดาจะเป็นทั้งแม่และพ่อให้แมนยู รักแม่ดาไหมครับ" แมนยูพยักหน้าทั้งที่สะอื้นฮัก "ถ้ารักก็ต้องเป็นเด็กดี ต้องอดทน ใครล้อก็ช่างเขาเราอย่าไปสนใจ อีกหน่อยเขาก็หยุดล้อเองแหละ"

ปลอบแมนยูแล้ว รมิดาเองกลับไปนั่งคิดหนักอยู่คนเดียว จนสุริยนถามว่าเป็นอะไร เธอจึงเล่าเรื่องที่แมนยูถูกเพื่อนล้อให้ฟัง สุริยนหัวเราะบอกว่าเรื่องเล็กน่า

"แต่มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนเป็นแม่ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆของเด็กผู้ชายอย่างแมนยู" สุริยนยังบอกว่าอย่ากังวลไปเลยคิดมากน่า "ไม่คิดได้ยังไง ดาไม่อยากเห็นลูกมีปมด้อย"

สุริยนปลอบใจว่าตนยังไม่เห็นแววเป็นตุ๊ดอะไรจากแมนยูเลย ถ้าเป็นก็ต้องส่อเค้าแต่ตอนนี้แล้ว เขาพูดหัวเราะๆว่า "นี่ผมก็ยังเห็นหลานชอบเตะบอล วันก่อนยังชกมวยกับผมอยู่เลย"

"ชกมวย..." รมิดาทวนกีฬานี้อย่างสะดุดใจ

ooooooo

เพื่อให้หลานได้ชกมวยสมเป็นชาย รมิดาพาแมนยูไปซื้อนวมสีสดใสที่ห้างฯ โดยนัดสุริยนมาด้วย แต่ซื้อของแมนยูแล้วสุริยนยังไม่มา เธอจึงพาแมนยูไปเที่ยวสวนสนุกกันก่อน

ขณะจูงมือแมนยูเดินไปทางสวนสนุกนั่นเอง ศัลย์ที่ปาริชาติพามาเดินห้างฯกำลังเลือกเสื้อเห็นเข้า เขาวางเสื้อแล้วตามรมิดากับแมนยูไปทันที พอปาริชาติหันมาก็ไม่เห็นเขาแล้ว

ศัลย์ตามรมิดาไปแต่คลาดสายตาไปแล้วบ่นกับตัวเองพลางชะเง้อมองหา

"หายไปไหนนะ ไวเป็นลิงเมื่อกี้ยังเห็นหลังไวๆอยู่เลย" แล้วเขาก็เดินชะเง้อหาต่อไป

ooooooo

ศัลย์ตามไปจนเจอรมิดานั่งดื่มกาแฟดูหนังสือรอแมนยูเล่นที่สวนสนุกอยู่ เขาเข้าไปขอนั่งด้วยตั้งใจมา กวนประสาทเต็มที่ พอนั่งก็เอานามบัตรของตัวเองให้ รมิดารับไปขยำทิ้งทันที เขาทำหน้าล้อๆพูดยิ้มแสยะว่าใจร้ายมากเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทิ้งเบอร์เขา

รมิดาลุกขึ้นถามว่าเขาต้องการอะไร ศัลย์ทำหน้ากวนๆ บอกว่าเธอก็รู้อยู่แล้ว พอรมิดาพูดอย่างมั่นใจว่าเขาต้องกลับอเมริกามือเปล่าแน่ ศัลย์เลยเสนอเงินให้ 5 ล้าน, 10 ล้าน หรือ 20 ล้าน

"ฮึ ตีค่าเด็กเป็นเงิน แค่นี้ก็รู้แล้วว่าคุณเป็นคนประเภทไหน คนใจหยาบอย่างคุณ ไม่มีวันเลี้ยงเด็กให้ดีได้หรอก" รมิดาด่าใส่หน้า

ศัลย์ย้อนถามว่าเงินที่ตนให้น้อยไปใช่ไหมถ้าเทียบกับมรดกของแมนยู ปรามาสเธอว่าถ้าไม่มีมรดกของแมนยู เธอก็คือคนตัวเปล่าหมายจับพี่เขยตน เยาะเย้ยว่าถ้าพี่เขยตนไม่รวยเธอจะสนหรือเปล่า และถ้าหลานตนไม่มีมรดกกองโตเธอจะสนแมนยูไหม

รมิดาโกรธสุดขีดด่าเขา "ปากเลว!" คว้าขนมเค้กบนโต๊ะโปะหน้าเขา เท่านั้นไม่พอยกแก้วกาแฟเย็นสาดใส่ตัวอีกแล้วปรามว่า นี่คือรางวัลสำหรับคนปากร้ายใจสกปรกอย่างเขา จากนั้นเดินหนีไป พอดีแมนยูเล่นเครื่องเล่นเสร็จ เธอเลยคว้าแขนแมนยูพาเดินอ้าวไป

ศัลย์ตามไปแต่รมิดาพาแมนยูหลบฉากอยู่แถวหน้าห้องน้ำ ศัลย์หาไม่เจอเลยเข้าไปล้างคราบสกปรกในห้องน้ำจนตัวเปียกปอน ออกมาเจอปาริชาติถามว่าทำไมตัวเปียกอย่างนี้ เขาปดว่าง่วงนอนเลยเข้าไปล้างหน้า ก๊อกเสียน้ำกระจาย จนเลอะเทอะไปหมด ปาริชาติเลยพาไปหาซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยน

แต่ขณะกำลังเลือกเสื้อนั่นเอง เขาเห็นรมิดาจูงแมนยู อยู่ไกลๆ เขาวางทุกอย่างลงแล้ววิ่งตามไปจนปาริชาติงงว่าไปไหนของเขานะ

ตามไปจนเจอรมิดาพาแมนยูไปเลือกเสื้อผ้าเด็ก เขาเข้าไปแทรกแซงทันทีบอกแมนยูว่าตนจะเลือกให้เอง รมิดากีดกันเต็มที่เลยเถียงกันฝ่ายหนึ่งอ้างว่าแมนยูเป็นหลาน อีกฝ่ายอ้างว่าตนเป็นแม่ รมิดาตัดสินใจพาแมนยูเดินหนีปัดเสื้อผ้าที่กองอยู่บนชั้นวางสร้างสิ่งกีดขวางไม่ให้ศัลย์ตามไป

ศัลย์วิ่งตามทำให้เหยียบเสื้อทางร้านเสียหายเลยต้องจ่ายเงินชดใช้ให้เลยตามรมิดากับแมนยูไม่ทัน พอออกมาก็จ๊ะเอ๋กับปาริชาติที่เดินตามหาเขาอยู่พอดี พอเธอรู้ว่าเขาวิ่งตามหลานชายเธอถามว่ายังตกลงกันไม่ได้หรือ แนะว่าให้ใช้กฎหมายดีกว่าขืนวิ่งตามอย่างนี้เหนื่อยเปล่า แล้วจูงมือศัลย์เดินออกไป

ooooooo

รมิดาพาแมนยูหนีศัลย์ไปถึงประตูห้างฯเจอสุริยนเพิ่งมาถึงเธอเร่งให้รีบหนีไปจากที่นี่เพราะเพิ่งเจอศัลย์ ไม่อยากให้มาวุ่นวายกับแมนยู แค่รู้ว่าเขาจะมาทวงหลานตนก็เครียดจะแย่อยู่แล้ว

"ผมบอกคุณแล้วไงว่าให้เผชิญความจริง ไม่เอาๆอย่าหนี ถ้าหนีคุณก็ต้องหนีไปเรื่อยๆจนแมนยูโตมั้ง...ไหวเหรอ" สุริยนพูดอย่างใจเย็น สุขุม จนรมิดาคล้อยตาม


"ครับผม...แม่ดาก็รักแมนยูเท่าฟ้าเหมือนกัน" รมิดายิ้มอย่างโล่งใจ ชื่นใจ

ด้วยความรักและอยากเติมเต็มในชีวิตให้กับแมนยูที่ถูกเพื่อนล้อว่าไม่มีพ่อ รมิดาจึงแอบไปติดหนวดและใส่วิกผมสั้นปลอมเป็นผู้ชายมาเป็นพ่อให้แมนยู บอกแมนยูว่าให้เรียกตนว่าพ่อดาบก็แล้วกัน

แม้จะเป็นเพียงการล้อเล่นแต่ก็ทำให้แมนยูมีความสุข ทั้งสองตกลงกันว่าเรื่องนี้จะเป็นความลับของเราสองคนเท่านั้น

แต่ขณะที่ทั้งสองคือแมนยูกับพ่อดาบกำลังเตะบอลกันอย่างสนุกสนานอยู่หน้าบ้านนั่นเอง รถของศัลย์แล่นเข้ามา รมิดา รีบหลบไปแกะหนวดถอดวิกออก แต่พอออกมาอีกทีเจอศัลย์กำลังเล่นรถบังคับอยู่กับแมนยู เธอก้าวฉับๆจะไปเอารถบังคับทิ้ง สุริยนมาขวางเตือนสติว่า

"ทำแล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา" รมิดาบอกว่าความสะใจ เขาย้อนถามว่า "แล้วความรู้สึกของแมนยูล่ะ คุณได้ความสะใจแต่ลูกคุณจะเสียใจแค่ไหน...คิดดูให้ดี"

การเตือนสติของสุริยนทำให้เธอชะงักเมื่อนึกถึงความรู้สึกของแมนยู

แต่เรื่องไม่จบแค่นี้ เพราะเมื่อเธอเข้าครัวทำอาหารให้แมนยู ศัลย์ตามเข้าไปก่อกวนอีก พอเห็นหน้าศัลย์เธอก็ไล่ให้ออกจากบ้านตนไปเดี๋ยวนี้ ศัลย์ยิ้มกวนประสาทอ้างว่านี่มันบ้านหลานชายตนต่างหาก รมิดาโกรธจนไม่รู้จะทำอย่างไร เลยหันไปคว้าปังตอเงื้อง่าเข้าใส่

ศัลย์ถอยกรูดทำท่ากลัวปังตอมาก แต่ก็ยังกล่าวโทษให้เธอต้องรับผิดชอบเสื้อผ้าเขาที่เปื้อนกาแฟเขาถอดใส่มาในถุงทั้งชุด มีเสื้อ กางเกง กระทั่งกางเกงใน ขู่เธอว่าต้องเอาไปซักเพราะเป็นคนทำเปื้อน รมิดาขว้างถุงใส่เขาบอกว่าตนไม่ซักไล่ไปให้พ้น

เสื้อผ้าในถุงหล่นลงมาที่พื้น รมิดาโมโหจะหนีออกไปก้าวพลาดเหยียบเสื้อผ้าพวกนั้นลื่นพรืดหงายจะล้ม ศัลย์ก้าวเข้าไปรับร่างเธอไว้แกล้งกอดไว้แน่น หน้าต่อหน้าเกือบชนกัน ตาต่อตามองกันใกล้แค่ฝ่ามือกั้น เลยต่างตะลึงอึ้งไปครู่หนึ่ง พอได้สติรมิดาสะบัดตัวออกมาทั้งโกรธทั้งอายเลยพูดผิดๆถูกๆ

"เออ...ฉัน...ฉันจะซัก เอ๊ย...ไม่ใช่ หัวเด็ดตีนขาดฉันก็ไม่ซัก คุณกลับไปได้แล้วไม่งั้นฉันจะเรียกตำรวจมาลากคุณออกไป" พูดแล้วเดินสะบัดปึงปังออกไป

ศัลย์ก้มหยิบเสื้อผ้าตัวเองขึ้นมาส่ายหน้ายิ้มๆบ่นว่า เอามาเสียเที่ยวจริงๆ แต่พอนึกได้ก็ยิ่งยิ้มกว้างกวนๆพูดเองแก้เองว่า "ฮื้อ...ไม่เสียเที่ยวหรอก..."

ส่วนรมิดากลับเข้าไปที่ห้องนอน ก็ทั้งลูบทั้งปัดเนื้อตัวที่ถูกศัลย์กอดเมื่อกี้อย่างขยะแขยงบ่นตัวเองว่าน่าจะชกสักเปรี้ยง สุดท้ายทนไม่ไหวลุกไปอาบน้ำรอบที่สองล้างรอยถูกกอด แต่ก็ยังล้างความรู้สึกไม่ได้อยู่ดี...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย
7 พ.ค. 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:54 น.