ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

หงส์สะบัดลาย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เนติมาสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย แล้วไม่อาจข่มตาหลับได้ เมื่อเดินไปยืนริมระเบียงก็เห็นระบิลนั่งเหม่อมองสายฝน สาวเจ้าขยับจะทัก แต่ชายหนุ่มชิงพูดก่อน สาวเจ้าทำหน้าเซ็งเข้ามานั่งข้างๆ พลางบ่นว่า อุตส่าห์เดินเบาแล้วยังรู้ตัวอีก ระบิลเอ่ยยิ้มๆว่า จำจังหวะการเดินของเธอได้

หญิงสาวส่งค้อนให้พลางซักว่า มานั่งทำอะไร

ดูจากสีหน้าแล้วคงมีเรื่องไม่สบายใจ ระบิลจำนนกับความช่างสังเกตของหล่อน แล้วเล่าเรื่องพี่ชายกับพี่สะใภ้ที่หายตัวไป รวมทั้งเรื่องของปานให้ฟัง

“จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ก็สิบปีแล้วล่ะครับ ผมก็ไม่ได้พบพี่ก้องอีกเลย”

“สิบปี เท่ากับบ้านฉันมีเรื่องเลยนะ”

“ตอนคุณเจอกับน้องคุณ ผมถึงสะท้อนใจไงครับ”

“ฉันเชื่อ ว่าสายใยของพี่น้องจะพานายกับพี่ชายกลับมาพบกัน อืม แล้วแฟนพี่นายกับเพื่อนสนิทพี่นายล่ะ เขาน่าจะรู้อะไรบ้างนะ”

“พี่จิ๊กย้ายบ้าน แล้วติดต่อไม่ได้อีกเลย ส่วนพี่ปานคุณเคยเจอแล้ว เขาทำงานกับนายอิทธิหาญ แต่ที่สำคัญพี่ปานไม่ยอมพูดถึงเรื่องพี่ก้องอีกเลย ได้แต่เตือนให้ผมถอนตัวจากการทำงานให้คุณซะ”

“คำเตือนนี้ คงยืนยันได้ว่า พวกมันไม่ปล่อยฉันกับน้องชายไว้แน่”

“คุณไม่ต้องกลัวนะครับ ผมจะไม่มีวันยอมให้ใครทำอะไรคุณเด็ดขาด”

“ขอบคุณนะ ถึงนายจะพูดจายียวนกวนประสาทฉันบ่อยๆ แต่ฉันก็อุ่นใจที่มีนายอยู่ใกล้ๆนะ” เนติมายิ้มให้ระบิลอย่างขอบคุณ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น อิทธิหาญชวนปานมาตรวจไร่ ทนงกับโปรยวิ่งออกมาต้อนรับ พลางเรียกหาชูศักดิ์คู่หูอีกคน จอมหื่นกามวิ่งออกมาในสภาพไม่น่าดูนัก ปานส่ายหน้าตำหนิว่ามูมมามเหมือนเดิม

“แหม...ก็เด็กที่เสี่ยเอามาให้มันเด็ดนี่หว่า ใช่ไหมวะพวกเรา” ชูศักดิ์หันไปพูดกับทนง โปรยและลูกน้องที่อยู่ในไร่ แต่ละคนหัวเราะชอบใจ

อิทธิหาญเดินเข้าไปในห้อง เห็นสาววัยรุ่นในสภาพสะบักสะบอมนอนตาลอยตัวสั่นด้วยความกลัวอยู่ใต้ผ้าห่ม เขาหันมาบอกลูกน้องว่า จะเก็บไว้สนุกต่อหรือจะเอาไปทำปุ๋ยก็ตามใจ ปานนึกสมเพชพยายามทัดทาน แต่อิทธิหาญว่า สภาพแบบนี้ขายต่อก็ไม่ได้ราคา สู้เอาไว้ให้ลูกน้องแก้เหงา หรือไม่ก็เป็นปุ๋ยในไร่ยังมีประโยชน์กว่า

“ช่วยไม่ได้ ใจแตก ก็ต้องแหลกอย่างนี้ล่ะวะ ฮ่าๆๆ” มาเฟียน้อยหัวเราะสะใจ ทนง ชูศักดิ์ และโปรยรีบผสมโรง จังหวะเดียวกันลูกน้องอีกคนเข้ามาบอกว่า นายมา

อิทธิหาญชะงักหันมามองปานด้วยความแปลกใจ ก่อนชวนกันไปพบพงษ์เลิศที่บ้านพักหลังงามบนเนินเขา จอมมาเฟียนั่งรออยู่กับชลกร

พงษ์เลิศแวะมาเตือนลูกชายเรื่องแรงงานต่างด้าว เพราะนโยบายของนายกฯศิวัชเข้มงวดมาก แต่อิทธิหาญยักไหล่ไม่แคร์ จอมมาเฟียส่ายหน้าระอามองไปยังภูเขาที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้ทอดตัว ห่างออกไปอย่างครุ่นคิด ก่อนหันมาถามปาน “ที่ตรงเชิงเขาลูกนั้นไปถึงไหนแล้ว”

“อีกสองวันคนงานจะเข้าไปถางแล้วครับนาย ส่วนอีกด้านที่ถางไปแล้ว คนงานเตรียมกล้ายางไว้แล้ว”

“อย่างนี้พ่อไม่กลัวพวกไอ้ศิวัชมันเล่นงานเอาเหรอ” อิทธิหาญถาม

“เราค่อยๆขยายแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ใครจะไปสังเกต อีกอย่างมองจากข้างนอกมาก็ยังเห็นเป็นป่าสมบูรณ์ ใครจะรู้ว่าด้านในมันโบ๋เป็นเขาหัวโล้น” พงษ์เลิศยิ้มอย่างใจเย็น ชลกรรีบเสริม

“คุณก็รู้นี่คะคุณอิทธิหาญ ว่าเจ้าหน้าที่ที่ดินแถวนี้ก็คนของเราทั้งนั้น อยากได้ตรงไหนก็จิ้มเอา เดี๋ยวโฉนดก็ลอยมาอยู่ในมือ”

อิทธิหาญคิดตามแล้วยิ้มออกมาอย่างได้ใจ ก่อนจะตอกกลับคู่ขาของพ่อ “รวมทั้งเสน่ห์ของเธอด้วยใช่ไหมที่มั่นใจว่าจะกุมบังเหียนไอ้ธำรงมันได้”

ชลกรไม่ตอบอะไร ได้แต่ยิ้มอย่างมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเอง ว่าจะมัดใจธำรงได้ตามแผน

เวลาเดียวกันที่พรรคสยามพัฒนา ศิวัชเชิญนักการเมืองที่ความคิดไปในทิศทางเดียวกันมารับฟังนโยบายทำเพื่อประเทศชาติไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง พงษ์เลิศจึงไม่ได้รับเชิญ ธำรงเฝ้ามองการทำงานของลูกชายอย่างชื่นชมและมั่นใจว่าทุกอย่างต้องไปตามเส้นทางที่เขาขีดไว้

ในตอนบ่าย วิเชษฐ์ซื้อกับข้าวจากร้านอร่อยเจ้าประจำมาให้สมาชิกในบ้านกันต์ลองชิม หวังเรียกคะแนนนิยมจากขวัญชนก เจือจันทร์รับรู้ได้ตามสัญชาตญาณของคนเป็นแม่ เธอแอบมาปรึกษากับสามีที่นั่งอ่านทบทวนหนังสือประมวลกฎหมายอยู่ กันต์ว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติพลางขอร้องภรรยาว่าอย่าเอาอดีตไปปิดประตูที่ลูกจะกลับออกไปสู่โลกกว้าง เพราะลูกกำลังจะเข้มแข็งขึ้น และผู้กำกับวิเชษฐ์ก็เป็นสุภาพบุรุษไม่น่าจะมีอะไรเสื่อมเสีย

เจือจันทร์รับฟัง แต่ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้

ooooooo

ครั้นได้เวลากลับกรุงเทพฯ คำเที่ยงเดินมาส่งทุกคนที่รถ พลางยื่นกล่องไม้ที่วิเชียรฝากไว้ให้เนติมาไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทั้งหมดก็มาถึงคอนโดฯของดลกับอ้อ

แม่สาวน้อยคุยฟุ้งเรื่องเธอช่วยดลทำงานพิเศษ เนติมาเห็นใจชวนทั้งสองไปอยู่ด้วยกัน เพราะจะได้เรียนหนังสือเพียงอย่างเดียว แต่ระบิลค้านว่าควรแยกกันอยู่เพื่อความปลอดภัย สาวเจ้าจำใจพยักหน้าเห็นด้วยอย่างไม่มีทางเลือก เธอดึงน้องชายมากอดพลางให้สัญญา

“เราจะผ่านมันไปด้วยกัน พี่จะเอาความสุขกลับคืนมาให้ครอบครัวของเราให้ได้”

“ครับพี่เนติ์” ดลยิ้มตอบอย่างมีกำลังใจ สองพี่น้องกอดกันด้วยความรัก

ครั้นร่ำลากันเสร็จ เนติมาเดินมาขึ้นรถและบ่นไปตลอดทางเรื่องดลไม่ยอมรับเงินที่เธอให้ ระบิลว่าเจ้านายควรดีใจที่มีน้องชายเก่งและเอาตัวรอดได้ขนาดนี้ แต่เนติมายังไม่สบายใจอยู่ดี บอดี้การ์ดจึงชวนเปลี่ยนเรื่องยุให้เปิดกล่องไม้ดู เผื่อวิเชียรจะฝากอะไรถึงเขาบ้าง

“เพ้อแล้ว นายไปรู้จักคุณพ่อคุณแม่ฉันตั้งแต่เมื่อไหร่” เนติมามองระบิลอย่างขำๆก่อนหันไปหยิบกุญแจมาไขเปิดกล่องไม้ แต่ไขเท่าไหร่ก็เปิดไม่ออก

“สงสัยไม่ได้เปิดนานมั้งคุณ ล็อกมันเลยติดน่ะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวถึงบ้านแล้วผมเปิดให้” ระบิลอาสา

เนติมาพยักหน้ารับคำ ก่อนจะเก็บกล่องไม้ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น หญิงสาวกดรับได้ยินเสียงศิวัชนัดให้ออกไปดินเนอร์

ในตอนค่ำ เนติมาออกมาดินเนอร์กับศิวัชใต้

แสงเทียน ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติก ทั้งสองสบตากันด้วยความรัก ศิวัชยืนยันคำสัญญาเรื่องแต่งงาน เนติมายิ้มเป็นปลื้ม พลันชะงัก เมื่อเหลือบไปเห็นระบิลนั่งเหม่ออยู่ตรงโต๊ะห่างออกไป เธอเห็นใจบอดี้การ์ดจึงขออนุญาตศิวัชโทร.ตามเขามานั่งด้วยกัน แต่ถูกปฏิเสธ

“ผมอยู่คนเดียวจนความเหงาคือเพื่อนที่ดีที่สุดของผมแล้วล่ะครับ คุณกับคุณศิวัช ใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้คุ้มค่าเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงผมนะครับ อีกอย่างมุมที่ผมนั่งตรงนี้ ใครไปใครมาผมเห็นได้หมด ดูแลความปลอดภัยให้คุณได้ดีที่สุดครับ” ระบิลกดวางสาย

เนติมานิ่วหน้ามองชายหนุ่มด้วยความหมั่นไส้ ก่อนหันไปบอกคนรักว่า ระบิลดื้อไม่ยอมมา

“คุณระบิลคงเกรงใจนะจ้ะ แต่ก็ทำให้เราสองคน อยู่ด้วยกันมากขึ้นไม่ใช่เหรอจ๊ะ” ศิวัชยิ้มกระชับมือ

เนติมาอย่างมีความสุข

ระบิลชำเลืองมองเจ้านายแสดงความรัก แล้วอดที่จะสลดลงไม่ได้ เขาเอื้อมมือไปหยิบรูปเอมมิกาในกระเป๋าขึ้นมาดูด้วยความคิดถึง พลันชะงัก เมื่อเห็นปฏิพรเดินดุ่มๆ เข้ามา เธอตรงไปหาศิวัชที่โต๊ะบอกว่า ธำรงให้มาตามไปงานบ้านท่านกฤษณ์ด้วยกัน

ศิวัชชวนเนติมาไปด้วย แต่ปฏิพรกันท่า อ้างว่าเป็นงานภายใน และศิวัชก็ต้องคุยธุระกับท่านทูตตั้งหลายชาติ คงไม่มีเวลาเทกแคร์เนติมา เนติมาไม่อยากให้คนรักลำบากใจจึงบอกปฏิเสธ ระบิลรู้หน้าทีี่รีบเข้ามารับตัวเจ้านายเดินออกไป พลางฟ้องว่าสิ่งที่ปฏิพรทำไม่ใช่แค่ การจับคู่โปรโมตเพื่อหวังผลทางการเมือง แต่เป็นเพราะเธอต้องการแย่งศิวัชไปจริงๆ

“แต่ฉันเชื่อใจพี่ศิวัช”

“ผมก็เชื่อใจคุณศิวัช แต่อย่างที่ผมบอก คุณต้องแสดงความเป็นเจ้าของบ้างนะครับ ปล่อยให้เขารุกฝ่ายเดียวอยู่อย่างนี้ ระวัง...” ระบิลชะงักพูดอะไรไม่ออก เมื่อเห็นเนติมาน้ำตาคลอเบ้า

“ฉันอยากหาที่นั่งเล่น แล้วก็อยากเปิดกล่องของคุณพ่อด้วย” เจ้านายสาวเสียงสั่นเครือ

ooooooo

บอดี้การ์ดพานายสาวมานั่งริมน้ำแล้วใช้ไขควงเปิดกล่องไม้ เนติมารับกล่องไปเปิดออกช้าๆ ด้านในมีรูปครอบครัวสามสี่ใบและโบว์ผูกผมม้วนวางอยู่ สาวเจ้าน้ำตานองหยิบโบว์ขึ้นมาดูพลางเล่าให้ระบิลฟังว่า ตอนเด็กๆ พ่อจะถักเปียและผูกโบว์เส้นนี้ให้เธอเสมอ

“นายคงคิดไม่ถึงใช่ไหม ว่าผู้ชายจะหัดทำอย่างนี้ให้ใครได้”

“ถ้าไม่ใช่ลูกหรือคนที่เขารัก” ระบิลพูดอย่างเข้าใจ ก่อนจะเห็นซองจดหมายเก่าๆ ที่วางอยู่ด้านล่างสุดของกล่อง เขาบอกเนติมาให้หยิบซองจดหมายขึ้นมาเปิดอ่าน

“เนติ์ลูกรัก ในนี้มีเทปที่พ่อบันทึกข้อมูลทุกอย่างที่จะเป็นหลักฐานเอาผิดนายพงษ์เลิศกับพวกได้ จัดการทุกอย่างแทนพ่อด้วย อย่าปล่อยให้คนชั่วสูบเลือดกินเนื้อคนไทยในแผ่นดินนี้อีกต่อไป” เจ้านายลูกน้องมองหน้ากันแล้วช่วยกันไล่หาเทปในกล่องไม้ แต่ไม่พบ

ระบิลให้เนติมาโทร.ถามดล เพราะเทปอาจจะอยู่ในกล่องของดลก็ได้ แต่ต้องผิดหวังเพราะดลไม่รู้เรื่อง เนติมาหน้านิ่วนึกไม่ออกว่าเทปอยู่ไหนกันแน่ ระบิลว่าต้องหาเทปให้เจอ เพราะนั่นเป็นทางลัดที่จะจัดการพวกคนชั่วง่ายขึ้น เนติมาเห็นด้วย เธอชวนระบิลกลับไปตั้งหลักที่บ้าน

ครั้นกลับมาถึงบ้าน ทั้งสองออกไปนั่งคุยกันในสวน ได้ยินเสียงบีบแตรจากบ้านอิสราวัชรดังขึ้น ตามด้วยเสียงอิทธิหาญแผดลั่นด้วยความโมโห “พวกที่อยู่หน้าบ้านหายไปไหนหมดวะ”

ระบิลกับเนติมาหันขวับไปมอง หญิงสาวชักสีหน้าด้วยความสงสัยก่อนวิ่งไปแอบดู โดยมีบอดี้การ์ดตามติดและพยายามจะลากเจ้านายกลับเข้าบ้าน แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินอิทธิหาญตะโกนสั่งลูกน้องให้เอาเอกสารลงมาจากรถด้วย

“คราวนี้นายอยากรู้แล้วใช่ไหมว่าพวกมันทำอะไรกัน”

“เดี๋ยวนะ ผมหาบันไดก่อน” ระบิลมองไปรอบๆ เพื่อหาบันไดมาพาดกำแพง แต่เนติมารั้งไว้พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ไม่ต้อง นายนั่นแหละบันได” ว่าแล้วสาวเจ้าก็ขึ้นขี่คอระบิลแอบดูอิทธิหาญ เห็นลูกน้องคนหนึ่งนำเอาแฟ้มเอกสารปึกใหญ่มาส่งให้ปาน

“เก็บในเซฟให้ดีนะปาน เที่ยวนี้ได้มาอีกสิบแปลง เที่ยวหน้าอีกสิบ แค่นี้เขาทั้งลูกก็อยู่ในมือเราอย่างถูก

กฎหมายแล้ว ฮ่าๆ” อิทธิหาญหัวเราะชอบใจ

เนติมาตะลึงกับสิ่งที่เห็น ก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือจะถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน จังหวะเดียวกัน ปานรู้สึกผิดสังเกตรีบมองหามาทางกำแพง เนติมาก้มหลบลงจนเสียหลักจะหล่นลงมา ระบิลรวบตัวไว้ได้ทัน พร้อมเอามือปิดปากเธอไว้

“เฮ้ย...อะไรวะไปดูสิ” อิทธิหาญสั่ง

สมุนคนหนึ่งปรี่มาที่กำแพง ระบิลกอดเนติมาแน่นอยู่ที่พุ่มไม้ข้างกำแพง แล้วจู่ๆแมวตัวหนึ่งก็เดินมาตามสันกำแพง สมุนรีบชี้ให้อิทธิหาญดูพลางร้องบอกว่าเป็นแมว

“แล้วไป...พวกมึงระวังกันด้วยนะ ถ้าไอ้บ้านโน้นมันสอดรู้สอดเห็นเมื่อไหร่ เป่าลูกตามันได้เลย กูรับผิดชอบเอง” มาเฟียน้อยพูดอย่างเอาจริง ก่อนเดินเข้าไปในบ้าน

ระบิลกับเนติมาถอนใจออกมาอย่างโล่งอก พลันนึกขึ้นได้ว่ากำลังอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน ทั้งสองรีบผละออกจากกันทันที

ooooooo

เช้าวันใหม่ เนติมาแต่งตัวเตรียมออกไปทำงาน เธอเดินมาหยิบกระเป๋าที่วางอยู่ใกล้หน้าต่าง แต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นอิทธิหาญและปานถือกระเป๋าเอกสารเดินออกมาจากตัวบ้านมายังรถ โดยมีลูกน้องอีกสองคนยืนรอ ทั้งหมดคุยอะไรบางอย่างกันด้วยสีหน้าจริงจัง เนติมามองด้วยความอยากรู้ เธอค่อยๆเปิดหน้าต่างออกไปฟัง ได้ยินอิทธิหาญถามลูกน้องว่าทางโน้นพร้อมแล้วใช่ไหม เพราะไม่อยากไปเสียเที่ยว

“ไม่เสียเที่ยวแน่ครับเสี่ย” ลูกน้องยืนยัน

อิทธิหาญพยักหน้าแล้วหันไปสั่งลูกน้องอีกกลุ่มให้เฝ้าบ้านให้ดี เพราะจะไม่อยู่สองวัน เหล่าสมุนรับคำเนติมานิ่วหน้าสงสัยว่าอิทธิหาญจะไปทำเรื่องชั่วๆอะไรอีก เธอหยิบกระเป๋าแล้วรีบเดินลงไปหาระบิลที่ห้องหนังสือ ชวนให้ออกไปด้วยกัน แต่ระบิลเข้าใจว่าเนติมาจะไปทำงานกับศิวัช จึงขออนุญาตกันต์กับเจือจันทร์

พาขวัญชนกไปเปิดหูเปิดตาด้วย

เนติมาพูดไม่ออก เธอเร่งให้ระบิลกับขวัญชนก

ขึ้นรถเพราะกลัวไม่ทันพวกอิทธิหาญ

รถแล่นออกมาได้สักพัก ระบิลชวนขวัญชนกคุยเรื่องความเปลี่ยนแปลงของสองข้างทาง ขณะที่เนติมานั่งกระสับกระส่าย มองไปด้านนอกเหมือนหาอะไรอยู่ จนระบิลสังเกตเห็น เขาถามเจ้านายว่ามองหาอะไรอยู่ เนติมาอึกอักไม่กล้าบอกเรื่องอิทธิหาญเพราะห่วงความรู้สึกขวัญชนก

จนกระทั่งรถติดไฟแดง ขวัญชนกเหลือบไปเห็นรถของอิทธิหาญจอดอยู่ใกล้ๆ เธอชี้ให้ระบิลกับเนติมาดู แล้วรีบปรับเบาะเอนด้วยความหวาดกลัว

ระบิลสีหน้าไม่สบายใจนัก ขณะที่เนติมาเริ่มมีความหวังอีกครั้ง สัญญาณไฟแดงเปลี่ยนเป็นไฟเขียว ระบิลยิ้มได้หันไปพูดปลอบขวัญชนก “ไม่ต้องกลัวนะครับคุณขวัญ ไฟเขียวแล้ว เดี๋ยวก็ทางใครทางมันแล้วล่ะ”

“ตาม” เนติมาสั่งเสียงเข้ม ก่อนให้เหตุผลว่า เมื่อเช้าเธอแอบฟังพวกนั้นคุยกัน จึงอยากรู้ว่าพวกมันไปทำอะไรที่ไหน ระบิลส่ายหน้าพร้อมกับดุเนติมาที่ไม่ยอมบอกกันตั้งแต่แรก

“นายก็ไม่บอกฉันก่อนเหมือนกัน ว่า...” เนติมาหันไปมองขวัญชนกที่นั่งหน้าเสียอยู่ พลางอธิบาย “ขวัญ... ฉันไม่ได้อยากเอาเธอมาเสี่ยงนะ ฉันแค่อยากตามดู พฤติกรรมพวกมัน ฉันแค่อยากได้หลักฐานไปเล่นงานพวกนั้น เธอไม่อยากให้คนชั่วพวกนั้นชดใช้กรรมเหรอขวัญ” เนติมาเริ่มร้อนรน เมื่อเห็นรถของอิทธิหาญวิ่งห่างออกไป

ขวัญชนกหน้าจ๋อยรู้สึกกลัวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ระบิลเห็นใจและเข้าใจ เขาเจรจากับนายสาวเพราะเสี่ยงเกินไปที่จะพาขวัญชนกไปด้วย เนติมาหันมามองเพื่อนรักอย่างครุ่นคิด ่กอนยอมล้มเลิกความตั้งใจ แต่จู่ๆขวัญชนกกลับสั่งให้ระบิลตามไป

“อย่าปล่อยโอกาสดีๆอย่างนี้หลุดไปเลยนะ ถ้ามันทำให้คนชั่วได้รับโทษ ขวัญจะต้องกล้าไม่ใช่เหรอจ๊ะ”

เนติมาหันไปมองระบิลอย่างขอคำปรึกษา ระบิลนิ่งคิด ก่อนเร่งความเร็วตามรถอิทธิหาญไป

เวลาเดียวกัน เจือจันทร์เดินวนไปมาในบ้าน เพราะความเป็นห่วงขวัญชนก เธอหันไปจะหยิบโทรศัพท์ แต่กันต์คว้ามือไว้ พลางขอร้องให้ภรรยามั่นใจในตัวลูกสาว แล้วชวนภรรยาไปนั่งที่โซฟา ขอให้ช่วยหาข้อมูลเรื่องหมอกระดูกเพราะอยากจะกลับมาเดินได้อีกครั้ง

ooooooo

ขณะที่ระบิลกำลังไล่ตามรถของอิทธิหาญ เนติมาโทร.ไปบอกศิวัชที่กำลังประชุมอยู่กับนักการเมืองหลายคน รวมทั้งพงษ์เลิศกับชลกร ชายหนุ่มเป็นห่วงคนรักสั่งให้เธอกลับมาก่อนหรือไม่ก็จะส่งคนไปช่วย แต่เนติมากลัวเป็นเรื่องใหญ่จึงกดวางสาย แล้วหันมาเร่งระบิล แต่จู่ๆบอดี้การ์ดก็หักรถหลบเข้าจอดใต้ต้นไม้ไหล่ ทางหน้าตาเฉย เนติมากับขวัญชนกมองด้วยความสงสัย

เวลาเดียวกันนั้น ปานสั่งให้ลูกน้องจอดรถ เร่งรายงานอิทธิหาญว่ารู้สึกเหมือนมีคนตาม แต่เมื่อหันไปมองด้านหลังก็พบแต่ถนนว่างเปล่า

“สงสัยผมระแวงไปเองครับเสี่ย” ปานออกตัวสั่งให้ลูกน้องไปต่อได้

รถของอิทธิหาญวิ่งออกไปได้สักครู่ รถของเนติมาก็เคลื่อนตัวออก ครั้นตามมาถึงชายป่าเปลี่ยว รถของเหล่าวายร้ายก็เลี้ยวเข้าไปบนทางดินเล็กๆที่ซ่อนอยู่หลังแนวป่า บอดี้การ์ดมั่นใจว่าอิทธิหาญต้องมาทำเรื่องชั่วๆอีก แน่ จึงตัดสินใจจอดรถหลังแนวไม้ทึบหากิ่งไม้มาพราง

ตัวรถไว้ ก่อนดึงสองสาวไปหลบหลังพุ่มไม้ใหญ่ พลางกำชับให้รออยู่ใกล้ๆรถ

“ติดตัวไว้เผื่อจำเป็น ถ้าจะยิงปลดเซฟตรงนี้ก่อนนะคุณ ส่วนจะยิงให้แม่นยังไงไว้ผมจะสอนอีกที” ระบิลส่งปืนให้เนติมา พลางหันมาปลอบใจขวัญชนก “คุณขวัญไม่ต้องกลัวนะครับ ผมได้เบาะแสแล้วจะรีบกลับมา”

“คุณระบิลระวังตัวนะคะ” ขวัญชนกพูดด้วยความเป็นห่วงทั้งๆที่ตัวเองก็รู้สึกกลัวแทบขาดใจ

ระบิลยิ้มรับหันมาสบตากับนายสาวก่อนจะเดินหายเข้าไปในป่า สองสาวมองตามด้วยความเป็นห่วง แล้วพลันสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงรถดังเข้ามาจากถนนด้านนอก เนติมาออกไปซุ่มดูเห็นเจ้าหน้าที่ที่ดินในชุดเต็มยศนั่งรถปิกอัพตามพวกอิทธิหาญเข้าไปด้านใน เธอหันมาชวนขวัญชนกตามไป

ส่วนระบิล เขาเดินมาตามทางเดินเล็กๆในป่าอย่างทุลักทุเล พลางมองไปข้างหน้าด้วยความสงสัย เพราะยิ่งเข้ามาลึกป่ายิ่งสว่าง แล้วเสียงอิทธิหาญก็ดังแว่วมา

“เฮ้ย พรุ่งนี้รีบเอากล้ายางมาลงเลยนะโว้ย”

ระบิลรีบแฝงเข้าใต้ต้นไม้ใหญ่ แอบดูเหตุการณ์ เห็นอิทธิหาญกับปานยืนคุยกับเจ้าหน้าที่ที่ดินอยู่บนลานดินโล่งกลางป่า มาเฟียน้อยชี้ป่าด้านในพร้อมถามว่า เมื่อไหร่จะได้ตัดไม้ส่วนนั้น

เจ้าหน้าที่ว่า อาทิตย์หน้าทุกอย่างจะเรียบร้อย เพราะเอกสารสิทธิคงเสร็จพอดี วายร้ายยิ้มพอใจ ปานรู้หน้าที่หยิบซองใส่เงินสดยื่นให้เจ้าหน้าที่ ระบิลใช้โทรศัพท์มือถือเก็บภาพไว้เป็นหลักฐาน พลันสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงคนเดินอยู่ด้านหลัง เขาชักปืนวาดออกไป เห็นเนติมากับขวัญชนกยืนอยู่ จึงรีบดึงพวกเธอมาหลบใต้ต้นไม้ด้วยกัน พลางเอ่ยถามเสียงเข้มว่า ตามมาทำไม

“ก็ฉันกับขวัญเป็นห่วงนาย เมื่อกี้คนแต่งชุดข้าราชการขับรถเข้ามาด้วย”

“นั่นไงครับ พวกไม่รักศักดิ์ศรีเครื่องแบบของตัวเอง” ระบิลชี้ให้สองสาวดูเจ้าหน้าที่ที่ดินกำลังเดินคุยกับอิทธิหาญ “มันเหลือแนวป่าด้านนอกไว้หลอกตาคน แล้วแอบมาเจาะไข่แดงกินอยู่ด้านใน จากนั้นก็ออกเอกสารสิทธิตามมา เท่านี้พวกมันก็เป็นเจ้าของอดีตป่าอย่างถูกกฎหมายแล้ว”

“น่ากลัวจังเลยนะคะ” ขวัญชนกหน้าตื่น

“น่าขยะแขยงมากกว่า คนพวกนี้มีที่สองที่เท่านั้นที่ควรอยู่ ไม่ในคุก ก็ในนรก” เนติมาพูดอย่างไม่เกรงกลัวพลางหยิบกล้องขึ้นมาจากกระเป๋า แต่ระบิลรั้งไว้

“ไม่ต้องแล้วคุณ ผมถ่ายไว้หมดแล้ว เรารีบกลับกันดีกว่า ผมไม่อยากให้คุณสองคนอยู่ที่นี่นาน...ไปครับ” ระบิลพาเนติมากับขวัญชนกย่องออกไปจากบริเวณนั้น

ooooooo

ทั้งสามเดินมาได้ไม่กี่ก้าวศิวัชก็โทร.เข้ามา ระบิลเร่งให้นายสาวรีบรับสาย เพราะกลัวพวกอิทธิหาญจะได้ยิน และเป็นไปตามคาด เหล่าวายร้ายได้ยินเสียงมือถือดังแว่วออกมาจากในป่า อิทธิหาญสั่งให้ลูกน้องเข้าไปดู

ด้านเนติมา เธอรีบบอกศิวัชว่าทุกอย่างเรียบร้อย ระบิลได้หลักฐานเด็ดมาแล้ว พรุ่งนี้จะนำไปให้ดู แล้วกดวางสาย พลันแว่วเสียงลูกน้องอิทธิหาญตะโกนรายงานลูกพี่ว่ามีคนอยู่ทางโน้น

“พวกมึงตามไป ไม่ว่ามันเป็นใคร สิ่งที่มันจะได้รับคือความตายเท่านั้น เร็ว” อิทธิหาญสั่งการ

ระบิลหน้าเครียด รีบพาสองสาววิ่งอ้อมไปตามป่ารกทึบ ล่อให้เหล่าร้ายตามไป ก่อนวกกลับไปที่รถเพื่อความปลอดภัย แต่วิ่งไปได้สักพัก เนติมาก็ร้องว่าขวัญชนกหวาดกลัวจนจะไปต่อไม่ไหว ระบิลหันมาให้กำลังใจจนขวัญชนกฮึดสู้อีกครั้ง เสียงปืนดังขึ้น ระบิลโอบร่างสองสาวให้ก้มต่ำ แล้วดึงเข้าหลบหลังแนวไม้ เขาแอบมองออกไปเห็นลูกน้องของอิทธิหาญมีอาวุธครบมือ วิ่งมาหยุดมองหาอย่างไม่แน่ใจเพราะมีต้นไม้ใบไม้บังอยู่ เนติมาหยิบปืนในกระเป๋าขึ้นมา ระบิลรีบรั้งไว้ ถามว่าจะทำอะไร

“ก็นายบอกให้ใช้ตอนจำเป็น นี่ยังไม่จำเป็นอีกเหรอ”

“เสียงปืนก็ไม่ต่างกับเสียงโทรศัพท์คุณเมื่อกี้หรอก เสียงเรียกแขกชัดๆ” ระบิลประชด พลางดึงสองสาวออก

จากที่ซ่อนพาเดินลุยนํ้าในลำธารอย่างทุลักทุเล “เลี่ยงมาเดิน ทางที่คนเขาไม่เดินกัน รับรองพวกนั้นหาเราไม่เจอแน่ครับ”

“แต่ฉันว่าเราจะหลงป่านะ ดูสิเขียวเหมือนกันหมดเลย เหนือใต้ออกตก อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้” เนติมามองไปรอบๆด้วยความกังวล

“ไม่ต้องห่วงน่าคุณ ผมมีนี่” ระบิลยิ้มพลางยกนาฬิกาข้อมือที่มีเข็มทิศให้ดู แถมการันตี “เมื่อกี้ตอนเดินอยู่ผมเช็กไปครั้งหนึ่งแล้วว่ารถเราอยู่ทิศไหน นี่ทิศตะวันตก นั่นไงครับ แสงแดดเข้าตรงนั้นพอดี ผมว่าเราเดินไปอีกหน่อยแล้วปีนตลิ่งขึ้นไปอีกนิดก็ถึงที่เราซ่อนรถไว้แล้วล่ะครับ ไหวไหมคุณเนติ์”

เนติมาบอกว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว คงไม่มีอะไรไม่ไหว แล้วหันมาทางขวัญชนก เห็นเพื่อนรักบอกอย่างมั่นใจว่าเธอพร้อมแล้ว เนติมากับระบิลยิ้มชอบใจที่เห็นขวัญชนกมีกำลังใจดีขึ้น ทั้งสามลุยน้ำต่อ ขยับได้นิดเดียวขวัญชนกเหยียบก้อนหินเสียหลักจนเท้าพลิก ทำให้เดินต่อไม่ไหว ระบิลตัดสินใจให้เธอขี่หลัง

ขวัญชนกรู้สึกเกรงใจระบิล ถึงกับบ่นว่าตัวเองมาเป็นภาระให้ชายหนุ่ม

“คุณขวัญไม่ได้เป็นภาระอะไรเลยครับมันเป็นอุบัติเหตุ อย่าคิดมากครับ อีกอย่างตัวคุณขวัญเบาจะตาย แค่นี้สบายมาก คิดว่าเล่นขี่ม้าส่งเมืองก็แล้วกันนะครับ” ระบิลพูดยิ้มอย่างอารมณ์ดี

ขวัญชนกยิ้มได้ เนติมาสังเกตอาการของเพื่อนรักแล้วแกล้งแซวบอดี้การ์ด “ขี่ม้าส่งเมือง เก่ามาก”

“เก่าแล้วไง การละเล่นไทยๆนะคุณ อ๋อ ลืมไป โตเมืองนอกเมืองนาคงไม่เคยเล่น คงเคยแต่กดลิฟต์ขึ้นลงหอไอเฟล วืดๆ” ระบิลลอยหน้าลอยตาพูด

“เว่อร์ๆ นายนี่ไม่พูดกวนประสาทฉันสักวันจะท้องอืดตายรึไง นี่แน่ะ ว้าย” เนติมาเสียหลักลื่นจะล้ม

ระบิลคว้ามือนายสาวได้ทัน ทั้งสองมองหน้ากันค้างนิ่งอย่างไม่รู้ตัว จนขวัญชนกต้องชะงักกับภาพตรงหน้า ก่อนเอ่ยถามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง

“เจ็บตรงไหนรึเปล่าจ๊ะเนติ์”

เนติมาสะดุ้งรีบดึงมือออกจากระบิลพลางปฏิเสธว่าไม่เป็นไร แต่พอขยับจะก้าวก็ทำท่าจะลื่นอีก ระบิลดึงตัวเธอไว้สั่งให้จับแขนเขาแล้วค่อยๆก้าวไปด้วยกัน เนติมาลังเลกลัวจะพากันเดินไม่สะดวก แต่ชายหนุ่มยืนกรานว่าความปลอดภัยของนายเป็นหน้าที่ของคนดูแล

สาวเจ้ารู้สึกอุ่นใจขึ้นมาทันที เธอค่อยๆเอื้อมมือไปจับแขนระบิลแล้วพากันเดินลุยน้ำต่อไปช้าๆ

ooooooo

ไม่นานนัก ระบิลก็พาสองสาวเดินเข้ามาใกล้แนวป่าบริเวณที่จอดรถไว้ เขารีบดึงพวกเธอปีนขึ้นริมตลิ่ง แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงอิทธิหาญดังขึ้น “เฮ้ย เมื่อกี้ใครยิงปืนวะ”

ระบิลส่งสัญญาณให้สองสาวเงียบไว้แล้วพาไปหลบหลังพุ่มไม้ ก่อนจะค่อยๆแหวกพุ่มไม้แอบดู เห็นลูกน้องอิทธิหาญเข้ามารายงานว่า พวกเขาเป็นคนยิงปืน เพราะเข้าใจว่ามีคนแอบอยู่แต่ดูแล้วไม่พบใคร

อิทธิหาญถีบลูกน้องด้วยความโมโหโทษฐานทำให้ตกใจ พลางซักต่อเรื่องเสียงโทรศัพท์ที่ได้ยิน เป็นจังหวะเดียวกับที่ปานเดินมองไปรอบๆ แล้วพลันชะงักเมื่อเห็นระบิล เนติมา และขวัญชนกซ่อนอยู่ เขาขยับเดินมาบัง อิทธิหาญไม่ให้มองไปทางพุ่มไม้ พลางออกตัวว่า อาจเป็นเสียงโทรศัพท์ของชาวบ้านที่มาหาของป่าก็ได้

“แล้วถ้ามันไม่ใช่ชาวบ้านล่ะ”

“ที่นี่ลึกขนาดนี้ ไม่มีใครเข้ามาหรอกครับ ชาวบ้านแถวนี้ก็คนของเราทั้งนั้น ผมว่าเรารีบไปธุระที่อื่นต่อดีกว่าครับเสี่ย” ปานเปลี่ยนประเด็น

อิทธิหาญยอมฟัง จะเดินนำลูกน้องกลับ แต่จังหวะเดียวกันเนติมาเหยียบก้อนหินที่อยู่ใกล้ๆเกิดเสียงดัง วายร้ายชะงักหันขวับกลับมาทางต้นเสียงพลางร้องถาม “เสียงอะไรวะ”

“เออ บังเอิญผมเดินเตะหินน่ะครับเสี่ย” ปานกลบเกลื่อน

อิทธิหาญมองเท้าของปานที่เขี่ยหินก้อนเล็กๆ

แถวนั้น เขาถอนใจนิดหนึ่ง ก่อนเดินนำลูกน้องทั้งหมดออกไป ปานโล่งอกหันกลับไปมองยังพุ่มไม้ที่ระบิลซ่อนตัวอยู่ด้วยความหงุดหงิด

เนติมาและขวัญชนกถอนใจพร้อมกัน แล้วเนติมาก็ถามระบิลว่า “ทำไมคนนั้นเขาถึงช่วย อย่าบอกนะว่าผู้ชายคนเมื่อกี้คือพี่ปาน ที่เป็นเพื่อนพี่ชายนาย”

“นั่นแหละครับพี่ปาน” ระบิลพูดด้วยความรู้สึกที่ยังผิดหวังในตัวปาน เนติมาได้ยินก็ตกใจบอกกับระบิลว่าปานคือคนที่ฆ่าพ่อกับแม่เธอ

“อะไรนะ” ขวัญชนกตกใจรีบเอื้อมมือไปจับมือเนติมาอย่างให้กำลังใจ

“ไม่เป็นไรจ้ะขวัญ ฉันเข้มแข็งพอที่จะอยู่กับความทรงจำร้ายๆแล้ว” เนติมายิ้มให้อย่างเข้มแข็ง

“ดีครับ ในเมื่อลืมมันไม่ได้ ก็ต้องอยู่กับมันอย่างเข้มแข็งครับ ผมว่าเรารีบไปจากที่นี่กันเถอะครับ เดี๋ยวพวกนั้นเกิดเปลี่ยนใจกลับมาจะยุ่ง” ระบิลพูดอย่างใจเย็น ก่อนช่วยเนติมาประคองขวัญชนกให้ลุกขึ้น

ooooooo

ทั้งสามกลับมาถึงกรุงเทพฯ ในตอนค่ำ เจือจันทร์เตรียมบ่นชุดใหญ่ เมื่อเห็นลูกสาวเจ็บตัวกลับมาแต่ขวัญชนกกับกันต์ช่วยกันเจรจาจนเธอยอมยกโทษให้ แล้วไล่ทุกคนขึ้นไปพัก ขวัญชนกสบตากับระบิล เนติมามองเพื่อนรักอย่างเข้าใจความรู้สึก
กลางดึกคืนนั้น ระบิลเห็นเนติมาเดินคุยโทรศัพท์กับศิวัชอยู่ในสวนด้วยท่าทางมีพิรุธ เขาสังหรณ์ใจจึงตามออกมา ได้ยินเธอโกหกคนรักว่าจะเข้านอนแล้ว

ครั้นเห็นนายสาวกดวางสายจากศิวัช ระบิลเดินเข้าไปต่อว่าด้วยรู้ทันว่า ที่เนติมาเร่งตัดสายศิวัช ก็เพราะจะแอบไปหาหลักฐานในบ้านอิสราวัชร

“รู้ทันชะมัด นะ....พาฉันข้ามไปหน่อย ฉันอยากรู้ว่าเทปที่คุณพ่อบอกว่าเป็นหลักฐานที่จะเอาผิดพวกของนายพงษ์เลิศได้อยู่ที่ไหน” เนติมาเล่นไม้น่วม แต่ระบิลยังลังเลไม่แน่ใจว่าหลักฐานจะยังอยู่

“แต่ถ้าเราไม่เข้าไปดู เราก็ไม่รู้ว่ามันอยู่หรือไม่อยู่กันแน่ วันนี้นายอิทธิหาญไม่อยู่บ้าน มันเป็นโอกาสเหมาะสำหรับเราแล้ว ฉันรู้นะว่าจริงๆนายก็อยากเข้าไปพิสูจน์เหมือนกัน แต่นายกลัวฉันได้รับอันตรายใช่ไหม”

“ผมมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้คุณนี่ครับ ถ้าคุณเป็นอะไรไปผมคง....เอ้อ เอาเป็นว่าคุณรอผมอยู่ที่นี่ เดี๋ยวผมจะเข้าไปเอง บ้านนั้นถึงเจ้าอิทธิหาญไม่อยู่ ก็ยังมีลูกน้องมันเฝ้าอยู่ ผมไปคนเดียวคล่องตัวกว่า”

“เอาอีกแล้ว ไปคนเดียวคล่องตัวกว่าอีกแล้ว ตกลง ฉันเป็นตัวถ่วงนายมากนักใช่ไหม”

“โอ๊ย ไม่ใช่อย่างนั้นครับเจ้านาย ผมก็แค่...” ยังไม่ทันที่ระบิลจะพูดอะไรต่อ สายตาของเขาก็มองเห็นใครบางคนด้อมๆมองๆอยู่ที่ริมรั้ว บอดี้การ์ดรีบดึง

นายสาวเข้ามาหลบด้านหลังตัวเอง แล้วค่อยๆย่องออกไปหมายจัดการผู้มาเยือนยามรัตติกาล แต่ต้องตะลึงเพราะทั้งสองคือดลและอ้อที่แวะมาเยี่ยมเนติมา

ดลว่าเขาโทร.หาพี่สาวแต่ติดต่อไม่ได้ก็เลยเสี่ยงดวงมาหาที่บ้านกันต์ เนติมาดึงน้องชายมากอดด้วยความคิดถึง เธอพาทั้งสองเข้าไปคุยในบ้าน ดลถามพี่เรื่องหลักฐานที่คุณพ่อฝากไว้ เนติมาว่ามันคือเทปลับที่พ่ออัดเสียงพงษ์เลิศไว้ และเธอกับระบิลกำลังจะเข้าไปหาในบ้านอิสราวัช ดลขอไปด้วยคน ระบิลร้องห้ามเสียงหลง

“วีร์ใช่ไหมลูก” กันต์นั่งอยู่บนรถเข็น เลื่อนรถออกมาทักด้วยความดีใจ

ดลเข้าไปกราบกันต์อย่างรู้สึกผิด แต่กันต์ยังยิ้มสู้บอกว่ามันเป็นแค่ชะตากรรมที่ผ่านเข้ามาทักทาย

“ใช่ครับ ไม่มีความทุกข์ไหนอยู่กับเราไปตลอดชีวิตหรอกครับ” ระบิลพูดอย่างเข้าใจชีวิต

ดลยิ้มได้ เขาหันมาสบตากับพี่สาว เนติมาได้ช่องชวนระบิลแอบเข้าไปในบ้านอิสราวัชรเพื่อหาเทปลับ ระบิลหนักใจหันมาขอร้องกันต์ให้ช่วยเจรจากับสองพี่น้อง แต่กันต์ว่า ถ้าเขาแข้งขาดีก็จะเข้าไปเหมือนกัน แล้วเร่งให้หนุ่มสาวรีบไปรีบมาเพราะถ้าเจือจันทร์ลงมาเห็นเรื่องจะยาว

เนติมายิ้มอย่างผู้ชนะชวนระบิลออกไป ดลจะตามไปด้วย แต่เนติมาสั่งห้าม อ้างว่าเธอไปกับระบิลแค่สองคนคล่องตัวกว่า ระบิลหัวเราะร่วนแซวว่าเจ้านายพูดเลียนแบบตน

เนติมาพยายามกลบเกลื่อนอย่างรักษาฟอร์ม ก่อนหันไปพูดกับดลด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พี่เหลือน้องชายอยู่คนเดียวนะ พี่ไม่ยอมให้น้องชายพี่ไปเสี่ยงเด็ดขาด”

ดลยอมรับฟัง เขาเดินมาส่งพี่สาวกับบอดี้การ์ดที่ริมกำแพง เห็นทั้งสองใช้บันไดปีนข้ามเข้าไปในบ้านอิสราวัชร แต่เนติมาดันเสียหลักปีนพลาดตกลงไปอยู่ในอ้อมกอดของระบิล เธอทำท่าจะโวยกลบความเขิน แต่ระบิลเอามือปิดปากไว้และเอาอีกมือกดหัวให้แนบกับหน้าเพื่อไม่ให้ลูกน้องอิทธิหาญที่เดินสำรวจรอบๆบ้านเห็น

เมื่อสมุนอิทธิหาญเดินผ่านไปแล้ว ระบิลพานายสาวตรงไปยังประตูบ้าน ใช้กุญแจผีไขเข้าไปข้างใน แล้วหันมาถามเจ้านายว่า จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี

“ห้องทำงานคุณพ่อ” เนติมาเดินนำออกไป

ทั้งสองเข้าไปหาเทปลับในห้องทำงานของวิเชียร แต่พบเพียงความว่างเปล่า เนติมาชวนให้ไปหาในห้องนอนของพ่อกับแม่ต่อ แต่ต้องผิดหวังหนัก เพราะห้องนั้นกลายเป็นแหล่งมั่วโลกีย์อิทธิหาญไปแล้ว

“เจอแต่ไอ้นี่เพียบเลยคุณ” ระบิลชูกล่องถุงยางให้นายดู

“ของไอ้บ้าอิทธิหาญแน่ คนปกติเขาคงไม่ตุนไว้ใช้ ขนาดนี้หรอก เสื่อม ดูสิ ยึดบ้านฉันมาอย่างโกงๆไม่เท่าไหร่ จากบ้านที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น กลายเป็นบ้านอบายมุขของมึนเมาเต็มบ้านไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ห้องนอน แถมยังมี condom ตุนไว้อีก ส่อชัดๆ” เนติมาทำท่าขยะแขยง

ระบิลยิ้มอย่างใจเย็น ชวนเนติมาไปดูห้องอื่นต่อ

เวลาเดียวกันที่บ้านของกันต์ เจือจันทร์กับขวัญชนกลงมาพบกันต์นั่งคุยอยู่กับดลและอ้อ สองแม่ลูกจำหนุ่มน้อยได้ พวกเธอรีบถามไถ่ถึงที่มาที่ไป แล้วพลันสะดุดเมื่อรู้ว่าเนติมากับระบิลกำลังไปหาหลักฐานที่บ้านอิสราวัชร เจือจันทร์ร่ายยาวด้วยความเป็นห่วง ดลกับอ้อมองหน้ากันรู้สึกไม่สบายใจนัก ขณะที่กันต์เจรจาให้ภรรยาใจเย็นและรออีกนิด เพราะเชื่อว่าเนติมากับระบิลต้องปลอดภัย

ส่วนสองเจ้านายลูกน้องที่ถูกกล่าวถึง พวกเขามาหาหลักฐานต่อในห้องนอนของเนติมา แต่ไม่พบอะไร เพราะทุกอย่างในห้องถูกตกแต่งใหม่หมด ระบิลยังไม่หมดหวัง เขาพานายสาวลงมาหาต่อที่ชั้นล่าง แต่เหลือบไปเห็นลูกน้องอิทธิหาญกำลังเดินเข้ามา จึงดึงเนติมาไปหลบตรงมุมห้องโถงที่มีตู้นาฬิกาเรือนใหญ่ตั้งบังอยู่

สมุนทั้งสี่เดินผ่านหน้านาฬิกาไปแล้วต้องสะดุ้ง เพราะนาฬิกาตีบอกเวลาพอดี

“มึงนี่ทำกูตกใจอีกแล้วนะ เฮ้อ ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไม ระวังเถอะมึง จะแกล้งทุบให้พัง เสี่ยจะได้เอาไปโยนทิ้งซะที” ลูกน้องอิทธิหาญบ่นอย่างหงุดหงิดก่อนหันกลับแล้วเดินออกไปนอกบ้าน

ระบิลค่อยๆชะโงกหน้าออกไปมองเพื่อตรวจความปลอดภัย เขาถอนใจออกมาอย่างโล่งอก พลางบ่นว่านาฬิกาเรือนนี้เกือบเรียกแขกเสียแล้ว

“นาฬิกาเรือนนี้ของคุณพ่อฉันเองแหละ คุณพ่อรักนาฬิกาเรือนนี้มาก” เนติมาเอื้อมมือไปสัมผัสตู้นาฬิกาด้วยความคิดถึงพ่อ

ระบิลไม่อยากเห็นเจ้านายจมอยู่กับความเศร้า จึงชวนออกไปค้นหาต่อ แต่เนติมาฝืนตัวไว้ บอกว่า “คุณพ่อกับคุณแม่ฉันเสียตรงนี้”

หญิงสาวมองไปยังกลางห้องโถง คิดถึงอดีตที่แสนเจ็บปวด ก่อนรำพึงออกมา “ของที่พวกนั้นพยายามเค้นจากคุณพ่อ อาจเป็นเทปลับที่เรากำลังตามหาอยู่ก็ได้นะ” แล้วเนติมาก็ร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกทั้งเสียใจ คับแค้นใจที่เอ่อล้นจนเกินจะเก็บได้ ระบิลมองด้วยความสงสารจับใจค่อยๆดึงเธอเข้ามากอดปลอบ

ooooooo

เจือจันทร์เดินวนไปมาอยู่ในห้องหนังสือด้วยความร้อนใจ เพราะเนติมากับระบิลหายไปตั้งนานแล้ว

เธอหันมาปรับทุกข์กับสามีเพราะกลัวจะเกิดเรื่อง แต่กันต์ว่าให้รออีกนิด แล้วต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินขวัญชนกที่นั่งเฝ้าหน้าจอดูภาพกล้องวงจรปิดรอบๆบ้านร้องว่าแย่แล้ว รถอิทธิหาญกำลังจะขับผ่านหน้าบ้านไปยังบ้านอิสราวัชร

“ไหนหนูเนติ์ว่าคืนนี้อิทธิหาญไม่กลับบ้านไง” กันต์พูดด้วยความตกใจ

ดลพยายามรวบรวมสติคิดหาทางออก ก่อนวิ่งพรวดออกไปทันที ท่ามกลางความตกใจของทุกคน

เวลาเดียวกัน ระบิลปาดน้ำตาให้เนติมาอย่างอ่อนโยน พลางเอ่ยถามว่า สบายใจขึ้นบ้างแล้วใช่ไหม

“อย่าไปบอกใครนะว่าฉันร้องไห้ขนาดนี้ เสียภาพพจน์แย่” เนติมายิ้มอายๆ

“อย่าเพิ่งห่วงภาพตอนนี้เลยคุณ รีบหาเทปลับกันดีกว่า จะได้รีบกลับ ที่นี่ถึงจะเป็นบ้านคุณ แต่นาทีนี้ อยู่นานๆไม่สนุกแน่” ระบิลขยับจะเดินนำออกไป แต่ต้องชะงักเมื่อแสงไฟหน้ารถสาดเข้ามาภายในบ้าน

บอดี้การ์ดปรี่ไปที่ม่านแล้วแง้มออกดู เห็นรถของอิทธิหาญจอดอยู่ที่หน้าประตูบ้าน และกำลังคุยอยู่กับลูกน้อง เขาหันมาดึงมือเนติมาพาเดินออกไปจาก

ตัวบ้าน แต่ไม่มีจังหวะปีนข้ามกลับไปบ้านกันต์

“เอาไงดีล่ะ จะรอให้พวกนั้นเข้ามาถึงตัวบ้านก็เสร็จเหมือนกันนะ” เนติมาขอคำปรึกษา

ระบิลนิ่งคิดหาทางออก แต่ทั้งสองคนต้องตกใจเมื่อได้ยินเสียงดลดังมาจากทางหน้าบ้าน

“เดี๋ยวครับพี่”

“ดล” เนติมายืนตะลึง เมื่อเห็นน้องชายวิ่งมายืนหอบอยู่หน้าบ้านอิสราวัชร

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 13:32 น.