ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

หงส์สะบัดลาย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เส้นทางสายอำนาจ ธำรงแผ้วถางให้ทายาทเดินเต็มกำลังสามารถ วันนี้เขาชวนปฏิพรกับศิวัชออกมาทานอาหารกลางวัน หวังให้ลูกชายสานสัมพันธ์กับทายาทนายพลทวีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ระหว่างทานอาหาร กุนซือของลูกชายเปรยว่า จะให้หญิงสาวมาทำงานที่พรรค ก่อนหันไปพูดกับศิวัช เรื่องพรรคการเมืองอีกสองพรรค ติดต่อเข้ามาขอร่วมจัดตั้งรัฐบาล

“คุณพ่อหมายความว่า เราจะโดดเดี่ยวกลุ่มของนายพงษ์เลิศ ใช่ไหมครับ”

“ไม่ใช่ เราต้องใจเย็นๆ ผลการเลือกตั้งยังไม่รู้ ว่าจะออกมายังไงเลย อย่าประมาทไพ่มันพลิกออกได้ทุกหน้านั่นแหละ จำไว้นะลูก เกมการเมืองอะไรที่ชัดเจนเกินไป บางครั้งก็เหมือนโยนตัวเองลงไปเป็นเหยื่อเสือ เหยื่อจระเข้เหมือนกัน”

ศิวัชครุ่นคิดก่อนรับคำอย่างเห็นด้วยและไม่มีทีท่าจะขัดแย้งกับผู้เป็นพ่อ

หลังจากทานเสร็จ ธำรงให้ศิวัชไปส่งปฏิพรที่บ้าน สาวเจ้าทำฉอเลาะ อ้อนขอตามไปหาเสียงในตอนค่ำด้วย ชายหนุ่มอยากปฏิเสธแต่ก็พูดไม่ออก เขาโทร. ไปปรึกษาเนติมา แต่หมอยังไม่อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล หญิงสาวจำใจโกหกคนรักว่า คงออกไปช่วยหาเสียงไม่ได้ เพราะอยากจัดอะไรที่บ้านกันต์ให้เข้าที่เข้าทางก่อน

ครั้นได้ยินเสียงปฏิพรคุยกับคนรักอย่างจงใจ จึงเอ่ยถาม “เออ...เสียงใครเหรอคะพี่ศิวัช”

“อ๋อ...น้องตี้ไงจ๊ะ วันนี้เขาขอไปช่วยหาเสียงด้วย” ศิวัชพูดอย่างบริสุทธิ์ใจ

เนติมาหน้าสลดกดวางสาย

“เป็นอะไรไปคุณ คุยกับแฟนเสร็จถึงกับหมดพลังงานขนาดนี้เลยเหรอ” ระบิลพูดทีเล่นทีจริง เมื่อเห็นอาการนายสาว

“ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย” เนติมาพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึก ระบิลยื่นหน้าเข้ามาจ้องตาอย่างคาดคั้น เนติมาอึกอัก สุดท้ายก็ยอมเล่าเรื่องศิวัชกับปฏิพรให้ฟัง

ระบิลเข้าใจความรู้สึก ชวนเนติมาออกไปนั่งชมนกชมไม้ในสวนสวย เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและให้ข้อคิดเรื่องความรัก จนเนติมารู้สึกดีขึ้น แล้วจู่ๆ บอดี้การ์ดก็เหลือบไปเห็นปานเดินอยู่ เขารีบพาเนติมาไปหลบหลังพุ่มไม้ ก่อนออกคำสั่งเสียงเข้ม “คุณอยู่ที่นี่ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดรู้ไหม”

“ทำไม มีอะไร”

“กลับมาแล้วผมจะเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้คุณต้องสัญญาก่อน ว่าห้ามออกจากที่นี่เด็ดขาดจนกว่าผมจะกลับมา เข้าใจไหม” ระบิลพูดอย่างจริงจัง เนติมาพยักหน้างงๆ มองตามระบิลที่เดินออกไปอย่างระแวดระวัง

ooooooo

ระบิลกลับมาที่ห้องพักของเนติมา แต่ไม่พบ ใคร เขารีบผละออกไปตามหาปาน จู่ๆปานซึ่งแอบอยู่ในห้องข้างๆก็ตรงเข้าล็อกคอระบิล ลากเข้าไปคุยข้างใน

ปานเตือนระบิลให้อยู่ห่างๆเนติมาก่อนจะไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่ชีวิต แต่ระบิลยังยืนยันขอเลือกความถูกต้อง แล้วเตือนให้ปานถอนตัวจากพวกคนชั่ว

“ประโยคนี้ข้าต่างหากที่ต้องพูดกับเอ็ง วันนี้ข้ามาเยี่ยมลูกน้องเสี่ยที่โดนแทงเมื่อคืน ข้าจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นว่าข้ามาเจอเอ็งกับผู้หญิงคนนั้น แต่วันนี้วันเดียวนะ เอ็งก็รู้ว่าข้าต้องทำตามหน้าที่” ปานพูดอย่างจริงจังก่อนจะหันหลังเดินออกไป ระบิลปรี่เข้าขวางพลางถามหาพี่ชายกับพี่สะใภ้ที่หายตัวไป จึงโดนปานแจกหมัดเข้าตรงมุมปาก ก่อนจะชักปืนขึ้นมาขู่ “ถ้าเอ็งพูดถึงเรื่องนี้อีก เอ็งได้กินลูกปืนแน่” ปานฮึดฮัดออกไป

ระบิลมองตามด้วยความสงสัย ก่อนตัดใจรีบกลับไปหาเนติมา แต่เธอหายตัวไปแล้ว เขาตกใจมากรีบออกตามหา สักพัก เนติมาเดินส่งยิ้มเข้ามาพลางคุยว่า เจอกระรอกน่ารักเลยเดินตามไป

“มีวินัยหน่อยสิคุณ เมื่อกี้ผมบอกให้คุณรอตรงไหน นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะคุณ มันคือความปลอดภัยของชีวิตคุณเอง เพราะฉะนั้นเวลาผมสั่งอะไรให้ความร่วมมือด้วย” ระบิลพูดด้วยน้ำเสียงดุ ทำเอาเนติมารู้สึกผิดขึ้นมา

“ฉันขอโทษ แล้วนายบอกได้รึยังว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น แล้วนี่นายไปโดนอะไรมา” เนติมาจิ้มไปที่มุมปากระบิลเพราะเห็นเลือดซึม

“โอ๊ย!” ระบิลสะดุ้งคว้ามือเนติมาไว้ ทั้งสองสบตากันนิ่งอย่างลืมตัว ระบิลได้สติรีบปล่อยมือ ชวนเจ้านายสาวกลับห้อง อ้างตากลมนานๆเดี๋ยวจะไม่สบายอีก

แต่เนติมายังข้องใจว่า ทำไมระบิลต้องให้เธอซ่อนตัวด้วย เขาจำใจหลอกว่า แค่ไปเจอเพื่อนพี่ชาย แต่จำกันไม่ได้ก็เลยระแวงจึงต้องพาเนติมาไปซ่อนก่อน

“แล้วรอยช้ำนั่นเจ็บรึเปล่า ตกลงไปโดนอะไรมา ให้หมอมาดูไหม” เนติมาถามด้วยความเป็นห่วง แต่ระบิลดูไม่ใส่ใจอาการของตัวเองนัก เขาพูดเฉไฉเรื่อยเปื่อย จนเนติมาฟังแล้วปวดหัวขอนอนพัก

“นี่แหละดีที่สุดสำหรับคุณตอนนี้แล้ว นอนมากๆนะครับจะได้หายเร็วๆ” ระบิลยิ้มให้เนติมาอย่างอบอุ่น แต่ในใจยังคงคิดหนักเรื่องปานอยู่ เพราะไม่เชื่อว่าปานไม่รู้ว่าพี่ก้องหายไปไหน

ooooooo

หลังเลิกงาน วิเชษฐ์กลับมานอนที่บ้านกันต์เพื่อดูแลความปลอดภัย เขายึดห้องหนังสือเป็นที่พำนัก ผู้กำกับหนุ่มมองไปรอบๆห้อง เห็นรูปขวัญชนกในช่วงมัธยมปลายยืนส่งยิ้มสดใสอยู่ในกรอบตั้งอยู่บนหลังตู้ก็ รู้สึกถูกชะตาขึ้นมา

ส่วนเจ้าของรูป เธอคุยอยู่กับเจือจันทร์ในห้อง สาวเจ้าสงสัยว่าวิเชษฐ์เป็นใคร และมาอยู่ในบ้านทำไม

“เขาเป็นรุ่นพี่ของคุณระบิลน่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนเรา เขาเป็นคนดี และแม่ก็เข้าใจลูกนะ แม่เองก็กลัว แต่เราอยู่กับความกลัวนี้มานานมากแล้ว แม่อยากเอามันออกไปจากชีวิตซะที โดยเฉพาะชีวิตของลูก ขวัญ กลับไปเรียนหนังสือไหมลูก”

“ไม่นะคะคุณแม่ ขวัญกลัว ขวัญยังไม่พร้อม คุณแม่อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้กับขวัญเลยนะคะ ขวัญกลัว” ขวัญชนกหลับตากระชับวงแขนกอดแม่ด้วยความกลัวที่ยังตามหลอกหลอน

ในตอนค่ำ วิเชษฐ์ออกมาเดินเล่นหน้าบ้าน เขาเหลือบเห็นขวัญชนกแอบมองอยู่ จึงตะโกนบอกกับเธออย่างใจเย็น “น้องขวัญไม่ต้องกลัวพี่นะครับ พี่มาดูแลความปลอดภัยให้นะครับ”

ขวัญชนกพยายามควบคุมความตื่นเต้นแต่อด กลัวไม่ได้ เธอรีบหลบเข้าห้อง วิเชษฐ์มองตามอย่างเข้าใจ

ooooooo

กลางดึกคืนเดียวกัน เนติมาฝันร้ายถึงเหตุการณ์ ในอดีต เธอละเมอเรียกหาพ่อแม่เสียงลั่น ระบิลนอนอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาลุกพรวดขึ้นมาดูด้วยความเป็นห่วงพลางเขย่าตัว ให้เจ้านายสาวตื่น

“ช่วยด้วย ช่วยด้วย” เนติมาตื่นจากฝันร้าย เธอโผเข้ากอดระบิลร้องไห้อย่างเสียขวัญ พลางคร่ำครวญว่า ไม่อยากฝันแบบนี้อีกแล้ว มันทรมาน

ระบิลเข้าใจความรู้สึก พยายามหาเรื่องมาชวนคุยเพื่อเรียกเสียงหัวเราะ ทำให้เนติมาบ่นอิจฉาระบิลที่มีความสุขได้ตลอดเวลา

“ผมก็มีความทุกข์เหมือนกันครับ แต่ไม่ค่อยอยากจะถือมันไว้ในมือ ดอกไม้กับก้อนหินแข็งๆ เราควรเลือกนะครับว่าจะถืออะไรไว้ นอนซะนะครับดึกแล้ว” ระบิลพูดพลางห่มผ้าให้เนติมา

แต่สาวเจ้าไม่อาจข่มตาลงได้ เธอให้ระบิลไปขอยานอนหลับมาให้ทาน แต่เขาไม่ยอมอาสาร้องเพลงกล่อมให้เอง แล้วเลือกเพลงวอนลมจูบมาร้องให้เจ้านายฟัง หญิงสาวนอนอมยิ้มมีความสุข เพราะเนื้อเพลงโดนใจ และรู้สึกอบอุ่นที่มีระบิลอยู่เคียงข้าง

ooooooo

สายวันต่อมา หมออนุญาตให้เนติมาออกจากโรงพยาบาล สาวเจ้าดีใจรีบกลับมาคุยโวให้กันต์กับเจือจันทร์ฟังว่า เธอพร้อมลุยงานแล้ว จึงโดนระบิลดุ เพราะหมอสั่งให้กลับมาพักผ่อนที่บ้าน

เนติมาไม่สนขอตัวขึ้นไปคุยกับขวัญชนก เพราะกลัวเพื่อนจะเป็นห่วง ระบิลจึงออกไปคุยกับวิเชษฐ์ที่กำลังจะออกไปทำงาน แต่ต้องชะงัก เพราะเห็นปานขี่รถมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดประตูรั้วบ้านอิสราวัชร ทั้งสองสบตากันนิ่ง

ด้านขวัญชนก เมื่อเห็นเนติมาเข้ามารายงานตัวว่าหายดีก็เบาใจ เธอเตือนเพื่อนว่าอย่าไปตากแดดโดนฝนอีก

“โธ่ ขวัญ เธอก็รู้นี่ว่าฉันแข็งแรงหัวแข็งโป๊ก ว่าแต่เธอนั่นแหละ เมื่อไหร่จะออกไปนอกบ้านซะที ไป... ลงไปกับฉัน” เนติมาคว้าแขนขวัญชนก แต่เพื่อนรักฝืนตัวไว้บอกว่าไม่

เนติมาพยายามเกลี้ยกล่อมให้เพื่อนลงไปเดินเล่นด้วยกัน แต่เธอยืนยันคำตอบเดิม แล้วเดินหนีมาที่หน้าต่าง สาวเจ้ามองลงไปข้างล่าง เห็นระบิลเดินเข้ามาดูต้นไม้ในสวนอย่างมีความสุข

จังหวะนั้น ระบิลเงยหน้าขึ้นมาเห็นขวัญชนกแอบมอง จึงเรียกเสียงฮาด้วยการเด็ดดอกไม้แดงมาทัดหูพร้อมเต้นแร้งเต้นกาด้วยท่าทางตลกๆ จนขวัญชนกหลุดหัวเราะออกมา

เนติมาดีใจมาก รีบลงมาบอกข่าวดีกับทุกคนและอนุญาตให้ระบิลทำบ้าๆ บอๆต่อไปได้เพราะอยากเห็นขวัญชนกหัวเราะอีก

“แหม เห็นเพื่อนหัวเราะได้ เอาใหญ่เลยนะคุณ ผมก็กลัวเสียภาพพจน์เป็นเหมือนกันนะ” ระบิลทำเก๊ก แล้วเอ่ยกับนายสาวว่า เรามาถูกทางแล้ว จากนั้นก็หันไปหยิบถุงยามาส่งให้และบังคับให้เจ้านายกิน แถมขู่ว่า ถ้าไม่เชื่อฟังจะโทร.ไปฟ้องศิวัช

“โห...ขี้ฟ้องเป็นเด็กไปได้” เนติมาเดินงอนกลับขึ้นห้อง แล้วกดโทรศัพท์หาคนรักด้วยความคิดถึง แต่ศิวัชนั่งหลับอยู่บนเบาะหลังรถด้วยความอ่อนเพลียจากการหาเสียง ปฏิพรนั่งอยู่ข้างๆ หยิบมือถือขึ้นมาดู ครั้นเห็นชื่อเนติมาขึ้นหน้าจอก็รีบกดปิดเครื่องหวังสร้างความร้าวฉาน แต่เนติมาไม่คิดอะไร เข้าใจว่าคนรักคงเหนื่อยและหลับไปแล้ว

ooooooo

เช้าวันใหม่ ศิวัชเปิดมือถือ เห็นเบอร์เนติมาโทร.เข้ามา จึงรีบโทร.กลับพร้อมกับคำขอโทษที่ไม่ได้รับสาย เนติมาไม่ว่าอะไร เธอบอกคนรักว่า วันนี้จะไปช่วยหาเสียงและจะซื้อขนมเจ้าประจำไปฝาก พลางส่งยิ้มสดใส เมื่อระบิลแซว เนติมาก็ถามกลับเรื่องคนรักของเขา ชายหนุ่มก็ทำเฉไฉถามหาร้านขนมที่เจ้านายจะซื้อไปฝากคนรัก

สายวันเดียวกัน ดลออกไปช่วยเพื่อนขายของในตลาดนัด มีอ้อตามไปด้วย จังหวะหนึ่งดลออกไปซื้อน้ำ อ้อได้โอกาสเข้าขายของแทน ดลกลับมาเห็นก็ไม่พอใจดึงแขนออกไปต่อว่า สาวน้อยทำอ้อนใส่พร้อมยกสารพัดเหตุผลมาชี้แจง จนดลใจอ่อน ยอมให้เธอทำงานพิเศษได้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่กระทบผลการเรียน

“อ้อสัญญานะจ๊ะ ว่าจะไม่ทำให้พ่อกับพี่ดลผิดหวังเด็ดขาด” สาวน้อยยกนิ้วก้อยขึ้นมา ดลอมยิ้ม ก่อนเอานิ้วก้อยของตัวเองมาเกี่ยวก้อยสาวน้อย พลางยิ้มให้กันด้วยความเข้าใจ

ooooooo

การเลือกตั้งใหญ่ใกล้เข้ามาทุกที พรรคการเมืองต่างแข่งกันลงพื้นที่เพื่อชิงคะแนนเสียงกันอย่างดุเดือด โพลที่ออกมาระบุตรงกันว่า พรรคน้องใหม่อย่างสยามพัฒนาได้ความนิยมจากประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง

อิทธิหาญไม่พอใจผลสำรวจนัก กลัวพ่อจะชวดอำนาจ จึงเปรยเรื่องนี้กับปาน สมุนคู่ใจเตือนให้เจ้านายใจเย็น เพราะเชื่อว่านายใหญ่มีแผนรับมืออยู่แล้ว

“ก็ปล่อยให้พ่อเขาทำตามวิธีของเขาไป ส่วนฉันแกก็รู้นี่ปาน ว่าฉันจะทำยังไง” อิทธิหาญเอ่ยอย่างเลือดเย็นสีหน้าเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม

ooooooo

เช้าวันหนึ่ง ศิวัชเห็นข่าวสังคมแซวเรื่องตนเองกับปฏิพรควงคู่กันออกงาน และลงพื้นที่หาเสียงด้วยกันอยู่บ่อยๆ เขาเริ่มห่วงความรู้สึกเนติมา จึงเข้ามาปรึกษาธำรง

ธำรงอ้างว่า เนติมาเป็นคนมีเหตุผล เธอต้องเข้าใจ แล้วแอบโทร.ไปขอบคุณปิยณีที่ช่วยกระจายเรื่องศิวัชกับปฏิพร เพราะหวังจับคู่ให้ลูกชายเพื่ออำนาจทางการเมือง

ด้านเนติมาเมื่อเห็นข่าวศิวัชกับปฏิพรก็แอบน้อยใจ ถึงกับไม่ยอมรับโทรศัพท์ของชายหนุ่ม ระบิลลอบมองอาการเจ้านายด้วยความเป็นห่วง ก่อนชวนออกไปซื้อต้นไม้ด้วยกัน พลางเตือนว่าไม่มีอะไรน่ากลัวเท่าความคิดตัวเอง และตอนนี้นายสาวกำลังโดนความคิดของตัวเองทำร้ายอยู่

“ก็มันน่าคิดไหมล่ะ เป็นนายนายก็คิด” เนติมาตวาดแหว

ระบิลยิ้มไม่ยอมตอบอะไร เขาหันไปหยิบก้อนหิน ประดับสวนก้อนเล็กๆ มาวางบนมือเจ้านายแล้วบีบมือเธอให้กำก้อนหินจนแน่น

“โอ๊ย จะบ้าเหรอฉันเจ็บนะ” เนติมาโยนก้อนหินทิ้ง ก่อนใช้มือตีระบิลอย่างหัวเสีย

“เห็นไหมก้อนหินก็เหมือนทุกข์ที่ผมเอามาใส่มือคุณนั่นแหละ ถ้าคุณถือมันไว้ ยิ่งบีบมันเท่าไหร่คุณยิ่งเจ็บมากขึ้นเท่านั้น แค่คุณปล่อยมันซะก็จบ ไม่ต้องเจ็บ”

“ไม่ต้องสอนฉันหรอกน่า ปรัชญานี้ฉันรู้”

“รู้แต่ไม่เอาไปใช้ ก็เหมือนมีดไม่ลับคมแหละคุณ ของที่ทำให้เราสบายใจ ความจริงก็อยู่รอบตัวเราทั้งนั้น ทำไมไม่เอามันขึ้นมาเชยชมล่ะครับ” ระบิลหันไปหยิบกระถางต้นไม้สวยๆ มายื่นให้ เนติมาฉุกคิดได้ เธอขอบคุณระบิลที่เตือนสติ ระบิลว่าต่อ

“ก็คุณยังมีหัวใจนี่ครับ สำคัญตรงที่จิตตกเมื่อไหร่ ฟุ้งเมื่อไหร่ ก็เรียกกลับมาให้เร็วก็แล้วกัน เป็นไง ดอกนี้ถูกใจไหมครับ” ระบิลมองกระถางต้นไม้ในมือ เนติมาพยักหน้ารับ

“งั้นผมสั่งเลยนะ” บอดี้การ์ดหนุ่มเดินไปคุยกับเจ้าของร้านอย่างคล่องแคล่ว เนติมาเห็นแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้

หลังได้ต้นไม้และดอกไม้ตามต้องการแล้ว ระบิล ชวนเจ้านายกลับบ้าน เนติมายิ้มหน้าบานเพราะโทร.ไปปรับความเข้าใจกับศิวัชเรียบร้อยแล้ว

“คนเรานี่รอยยิ้มกับความสุข มันห่างกันนิดเดียวจริงๆเนอะ เมื่อวันก่อนยังไปช่วยกันหาเสียงจิ๊จ๊ะหวานจ๋อย พอมาวันนี้งอนตุ๊บป่อง ไม่ยอมรับสายคุณศิวัช แต่เผลอแว้บเดียวดันโทร.ไปหาเขาเองซะงั้น แถมยังหวานซะ อู๊ย..น้ำตาลจะขึ้นตา นี่แหละน้าความรัก”

“เวลาฉันมีความทุกข์นายก็ปลอบให้ฉันหายเศร้า แต่เวลาฉันหายเศร้านายก็มาแซว ตกลงนายจะเอายังไงกันแน่”

“โธ่..ล้อเล่นน่าคุณ ผมไม่ใช่คนโรคจิตนะ ที่จะชอบเห็นคนรักเขาตีกันน่ะ เข้าใจกันก็ดีแล้ว กว่าจะรักกันไม่ใช่เรื่องง่ายนะคุณ”

เนติมาพยักหน้าเห็นด้วยกับระบิล พลางถามเวลาที่ร้านจะเอาต้นไม้มาส่ง

“ตามหลังมาติดๆ นี่ล่ะคุณ” ระบิลพูดพลางมองกระจกพลันชะงัก เมื่อเห็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อคันหนึ่งขับตามมา มีลูกน้องอิทธิหาญสามคนนั่งอยู่ด้านใน เขาเตือนนายสาวให้นั่งดีๆ แล้วเหยียบคันเร่งจนมิด

ooooooo

ระบิลเลี้ยวรถเข้ามาบนถนนอีกเส้น หวังหนีลูกน้องอิทธิหาญให้พ้น แต่พวกมันตามมาติดๆ แถมกระหน่ำยิงใส่รถหมายเอาชีวิต

เนติมากรี๊ดด้วยความตกใจ ระบิลกดสวิตช์ปรับพนักพิงของนายสาวให้เอนนอนลงอย่างรวดเร็วแล้วหันมาเตือน “อย่าเงยขึ้นมา เดี๋ยวก็โดนส่องหัวหรอก”

“ระวัง” เนติมาชี้ข้างหน้า บอดี้การ์ดหันขวับไปมอง เห็นรถบรรทุกคันหนึ่งแล่นสวนมา และรถของเขาก็แล่นกินเลนเข้าไป

“เฮ้ย !” ระบิลหักพวงมาลัยหลบได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนหันไปมองด้านหลังอีกครั้ง เห็นรถของลูกน้องอิทธิหาญยังขับตามมาพร้อมระเบิดกระสุนใส่

“เอาไงดีล่ะ” เนติมาทำอะไรไม่ถูก

“เรื่องอะไรให้มันล่อเป้าอยู่ล่ะคุณ” ระบิลตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปบนถนนลูกรังข้างหน้า หวังใช้ฝุ่นพรางเอาตัวรอด แต่ลูกน้องอิทธิหาญตามทะเลาะไม่เลิก

บอดี้การ์ดจำต้องป้องกันตัว เขาขอให้เนติมาช่วยประคองพวงมาลัยรถไว้ เมื่อเห็นข้างหน้าเป็นทางตรงเขาชะโงกหน้าออกไปยิงยางหน้ารถวายร้ายอย่างแม่นยำ

รถของลูกน้องอิทธิหาญส่ายไปมา ก่อนเสียหลักพุ่งชนกองวัสดุริมทางจนไปต่อไม่ได้

“เช็กบิล ฮ่าๆ” ระบิลหัวเราะชอบใจ ก่อนดึงตัวกลับเข้ามาในรถพร้อมหันพูดกับเนติมา “เรียบร้อยคุณ”

“ไหน” เนติมาปล่อยพวงมาลัยรถ ลุกขึ้นหันไปมองรถของลูกน้องอิทธิหาญอย่างลืมตัว ทำให้รถเสียหลักแถออกไปจนจะตกถนน

“อย่าปล่อยคุณ” ระบิลรีบคว้าพวงมาลัยรถพร้อมเหยียบเบรก แรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่เข้าไปเบียดชิดกัน จนแก้มเนติมาเหวี่ยงไปโดนหน้าของระบิลอย่างจัง หนุ่มสาวชะงัก ก่อนจะขยับตัวออกจากกันอย่างเขินๆ

“เออ...ผมว่าเรารีบกลับกันเถอะ เดี๋ยวพวกนั้นตั้งหลักได้จะยุ่ง” ระบิลตัดบท เนติมาพยักหน้าอย่างอายๆ

ส่วนลูกน้องอิทธิหาญ ต้องกินลูกตะกั่วจากปลายกระบอกปืนของปาน ฐานทำงานพลาด

“กูเตือนพวกมึงแล้วว่าอย่าพลาด” ปานพูดด้วยสีหน้านิ่ง

อิทธิหาญมองร่างลูกน้องทั้งสามอย่างไม่เห็นคุณค่า ก่อนคำรามออกมา

“ให้มันรู้ไป ว่าพวกมึงจะปฏิเสธความตายที่กูยื่นให้ได้สักกี่น้ำ”

ooooooo

ในตอนค่ำ เนติมาเห็นข่าวชายสามคนถูกยิงตายปริศนาอยู่ข้างถนน เธอจำได้ว่าเป็นพวกที่ไล่ยิงเธอกับระบิล จึงหันมาบอกวิเชษฐ์

ผู้กำกับว่า คงโดนฆ่าปิดปากเพราะทำงานไม่สำเร็จ แล้วหันมาบ่นกับระบิล “ความจริงนายน่ารวบตัวพวกมันไว้ก่อน เราจะได้สาวถึงตัวบงการ”

“โอ๊ย ไม่ต้องสาวก็รู้ครับพี่ ว่าพวกมันเป็นใคร แค่รั้วกั้นแค่นี้แหละครับ” ระบิลมองไปบ้านข้างๆ ก่อนหันมาบอกเนติมา “รถคุณที่เอาไปเปลี่ยนกระจก พรุ่งนี้ได้นะครับ”

สาวเจ้าพยักหน้ารู้สึกทำตัวไม่ถูกกับเรื่องเมื่อกลางวัน ขณะที่ระบิลถามรุ่นพี่เรื่องขนมที่ให้สั่ง

“เรียบร้อย รับรองไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง” ผู้กำกับยิ้มอย่างมั่นใจ ก่อนหันไปมองเจือจันทร์ที่เข้ามาถาม “ใครสั่งต้นไม้รึเปล่า เขามาส่งเนี่ยตั้งเยอะแยะ อย่างจะเอาไปขายที่ไหน”

ระบิลยิ้มรับรีบออกไปจัดการ สักพักเนติมาก็ตามออกมา เธอเห็นต้นไม้ดอกไม้ประดับมากมายตั้งเรียงกันอยู่ ก็เริ่มบ่น เพราะกลัวบอดี้การ์ดทำเสร็จไม่ทันเวลา

“จัดไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เสร็จคุณ” ระบิลเปลือยท่อนบนเหงื่อท่วมตัว โผล่ขึ้นจากพุ่มไม้ในมุมมืด พร้อมเสียมขุดดิน

เนติมาสะดุ้งเฮือกแอบเขิน เธอจะขอตัว แต่ระบิลเรียก และเอ่ยคำขอโทษเรื่องเมื่อกลางวัน ทำให้เนติมายิ่งเขินหนัก เธอว่า ไม่เป็นไรเพราะมันเป็นอุบัติเหตุ และระบิลไม่ได้ตั้งใจ

“แต่ผมไม่ค่อยสบายใจ ตั้งแต่กลับมา ยังไม่เห็นคุณยิ้มให้ผมเลยนะ” ระบิลพูดอย่างไม่คิดอะไร

“แล้วจะให้ฉันยิ้มดีใจที่โดนนายหอมแก้มเหรอไง...คนบ้า” เนติมาทั้งฉุนทั้งอายตีต้นแขนระบิลเต็มแรง แล้วเดินหนี บอดี้การ์ดเอามือถูต้นแขนที่โดนตีด้วยความเจ็บ พลางมองนายสาวอย่างไม่เข้าใจ

ส่วนเนติมา เธอเดินเข้ามาในห้องด้วยความหงุดหงิด สาวเจ้าเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเพื่อจะไปอาบน้ำ แต่อดไม่ได้ที่จะมองผ่านหน้าต่างออกไป เห็นระบิลกำลัง

ขุดดินปลูกต้นไม้อยู่ในความมืดอย่างขยันขันแข็ง เธอรู้สึกอารมณ์เย็นลงและเริ่มมองเขาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

หลังอาบน้ำเสร็จ เนติมาแอบเห็นระบิลยังคงจัดสวนอยู่ เธอถือขวดน้ำออกไปส่งให้พร้อมกับคำขอโทษที่เผลอตีหนักมือไป ระบิลอมยิ้มล้อว่าหายกันเพราะต่างก็ไม่ได้ตั้งใจ

“อืม...โอเคก็ได้ งั้น...ให้ฉันช่วยไหม” เนติมานึกสนุก แต่ระบิลร้องห้าม เขาอ้างว่า อย่ามาช่วยให้งานช้าลง เพราะวันก่อนแค่กวาดใบไม้สองทีก็มือพองแล้ว

“นายทำไหวแน่เหรอ ถ้าไม่ไหวไม่ต้องก็ได้นะ”

“ไหวสิคุณ คุณไปนอนเถอะครับไม่ต้องห่วงผม...นะครับ” ระบิลส่งสายตาอ้อนวอน

เนติมาเข้าใจ เธอลุกเดินกลับห้องแล้วแอบยิ้มอย่างมีความสุข ไม่ต่างจากระบิลที่มองตาม

ooooooo

เช้าวันใหม่ ขวัญชนกเดินเซ็งออกไปยืน ริมหน้าต่าง  พลางรำพึงว่า มันก็แค่วันหนึ่ง เพราะวันนี้เป็นวันเกิด

สาวเจ้าเปิดผ้าม่านหน้าต่างมองออกไป ต้องตะลึง เมื่อเห็นสวนหย่อมหน้าบ้านเต็มไปด้วยแปลงดอกไม้หลากสีสันสวยงาม เสียงเคาะประตูดังขึ้น

ขวัญชนกเข้าใจว่าเป็นแม่หรือเนติมามาเคาะเรียกจึงเดินไปเปิดประตู และต้องอึ้งอีกรอบเมื่อเห็นเจือจันทร์ถือดอกไม้ช่อโต พร้อมด้วยระบิลกับเนติมายืนยิ้มอยู่ข้างๆ ทั้งสามพูดพร้อมกันว่า “สุขสันต์วันเกิด”

“นี่อะไรเหรอคะคุณแม่” ขวัญชนกยังงง

“วันนี้เมื่อหลายปีมาแล้ว แม่ให้กำเนิดเด็กผู้หญิงน่ารักคนหนึ่งออกมา แล้วเด็กคนนั้นก็โตขึ้นเป็นคนดีของพ่อแม่ วันเกิดลูกปีนี้ แม่ขอมอบชีวิตใหม่ให้ลูกอีกครั้งนะขวัญ” เจือจันทร์ยิ้มให้กำลังใจ

“ยินดีต้อนรับสู่โลกภายนอกอีกครั้งนะจ๊ะขวัญ” เนติมาเข้ามากอดเพื่อนรัก ส่วนระบิลนำเสนอสวนสวยที่เขาตั้งใจแสดงฝีมืออย่างเต็มที่ เพราะอยากให้ขวัญชนกออกไปดูด้วยกัน แต่เธอยังลังเล

“ไม่มีอะไรน่ากลัวแล้วนะครับ มีแต่พวกเราทั้งนั้น วันนี้วันเกิดคุณขวัญเป็นวันดีที่จะได้เริ่มต้นอะไรใหม่ๆซะทีนะครับ” ระบิลเอ่ยอย่างอ่อนโยน

“นะลูก” เจือจันทร์ช่วยกล่อมอีกแรง

ขวัญชนกเริ่มใจอ่อนจะเดินลงข้างล่าง พลันชะงัก เมื่อเห็นวิเชษฐ์ขึ้นมาสมทบพร้อมคุยว่า ขนมเค้กพร้อมแล้ว ที่มาช้าเพราะรถติด

ขวัญชนกยืนตะลึงมองผู้กำกับด้วยความตกใจ ขณะที่ผู้กำกับเองก็ตกตะลึงเมื่อเห็นขวัญชนกชัดเจน เป็นครั้งแรก เขาพยายามผูกมิตรกับเธอ แต่ขวัญชนกยังหวาดกลัวจะหนีเข้าห้อง เนติมารั้งตัวเพื่อนไว้ แล้วให้ระบิลเจรจา

“คุณขวัญฟังผมนะครับ ไม่มีอะไรน่ากลัวทั้งนั้น มีแต่พวกเราทุกคนหวังดี แล้วก็พร้อมที่จะปกป้องคุณขวัญ นะครับ ที่สำคัญข้างล่างยังมีคนพิเศษอีกคน รอคุณขวัญออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่อยู่นะครับ”

ขวัญชนกชะงักนิ่งครุ่นคิดตามที่ระบิลพูด ก่อนจะยอมให้เนติมากับเจือจันทร์จูงมือเดินลงมาหากันต์

“มาสิขวัญ ชีวิตใหม่รอหนูอยู่นะลูก” กันต์นั่งรอลูกอยู่บนรถเข็น

“คุณพ่อ...” ขวัญชนกโผเข้ากอดพ่อร้องไห้

“ฝันร้ายจบลงแล้วนะลูก มันจบลงแล้ว” กันต์เอื้อมมือไปลูบผมลูกสาวอย่างอบอุ่น เจือจันทร์น้ำตาไหลด้วยความยินดีที่ลูกกล้าออกมาพบผู้คน เธอเข้าไปกอดสามีและลูกด้วยความรัก

วิเชษฐ์ ระบิล และเนติมามองภาพตรงหน้าด้วยความอิ่มใจ ก่อนจะชวนทุกคนร่วมร้องเพลงอวยพรวันเกิด แล้วให้ขวัญชนกเป่าเทียนบนเค้ก จากนั้นหนุ่มสาวก็ออกไปชมสวนสวยฝีมือระบิลด้วยกัน

ขวัญชนกมีความสุขมากที่ได้ออกมาเห็นโลกภายนอกอีกครั้ง วิเชษฐ์เข้ามาคุยด้วยหวังสร้างความคุ้นเคย แต่สาวเจ้ากลับหันไปมองระบิลที่ยืนคุยอยู่กับเนติมาด้วยสายตาชื่นชม จนผู้กำกับต้องยิ้มเก้อ

เจือจันทร์เฝ้ามองลูกสาวอยู่ในบ้านด้วยความเป็นห่วง กันต์เข้ามาให้กำลังใจ เพราะเชื่อว่าระบิลจะทำให้ความทุกข์ของทุกคนในบ้านละลายไป และเรียกความสุขกลับคืนมา

ส่วนระบิล เขากำลังคุยเรื่องบ้านสวนที่เพชรบุรีให้สองสาวฟังอย่างออกรสและชวนไปเที่ยวด้วยกัน เนติมา รีบรับลูก ชวนเพื่อนรักไปเที่ยว แต่ขวัญชนกปฏิเสธ

วิเชษฐ์ชวนทุกคนมาถ่ายรูป และผลัดกันเป็นตากล้องกับระบิลที่ชอบจัดท่าแบบฮาๆ ให้เนติมา จนขวัญชนกอดหัวเราะไม่ได้ เวลาแห่งความสุขต้องหมดลง เมื่ออิทธิหาญมายืนจังก้ารออยู่หน้าประตูรั้ว โดยมีปานยืนประกบไม่ห่าง ระบิลบอกให้เนติมาพาขวัญชนกเข้าบ้านไปก่อน แล้วชวนวิเชษฐ์ออกไปทักทายเพื่อนบ้านด้วยกัน

“จะเอาไงก็บอกนะ พี่พร้อมใช้กฎหมายกับไอ้พวกชอบทำตัวใหญ่คับแผ่นดินนี่อยู่แล้ว” วิเชษฐ์กระซิบ

ooooooo

เนติมาพาขวัญชนกเข้ามานั่งกับเจือจันทร์และกันต์ กันต์ขอให้ลูกเมียเข้มแข็งไว้ เพราะไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าที่เคยเจอแล้ว ขวัญชนกหวาดกลัวจะหนีขึ้นห้อง แต่เนติมาดึงไว้พลางให้ข้อคิด

“ฟังฉันนะขวัญ คนบางประเภท ถ้าเขาเห็นว่าเรากลัว เขาก็จะยิ่งข่ม เพราะเขาสนุกที่เห็นความกลัวของเรา แต่ถ้าเราแสดงความกล้าให้เขาเห็น ว่าเราไม่กลัวในสิ่งที่เขาพยายามทำ วันหนึ่งความสนุกที่เขาเคยเล่นกับความกลัวของเรา ก็จะไม่สนุกอีกต่อไป”

“แต่เรากำลังจะเล่นกับความตายนะเนติ์” ขวัญชนกพูดทั้งน้ำตา

“ถ้าตายเพราะสู้ ก็ยังคุ้มค่ากว่าตายทั้งๆที่ยังไม่ได้สู้ไม่ใช่เหรอขวัญ” เนติมาตอบอย่างเข้มแข็ง

บริเวณหน้าบ้าน อิทธิหาญบอกกับระบิลและวิเชษฐ์ อย่างกวนๆ ว่าเขาจะเข้ามาอวยพรให้ขวัญชนก พลางตะคอก สั่งให้ทั้งสองเปิดประตู จึงโดนระบิลตอกกลับแบบกวนๆ มาเฟียฉุนขาดดึงปืนออกมาเล็งระบิล แต่เจอวิเชษฐ์ชักปืนขึ้นมาเล็งขู่เช่นกัน

ปานเห็นดังนั้นก็ชักปืนขึ้นมาเล็งไปที่ผู้กำกับ แต่ต้องชะงักเมื่อระบิลชักปืนออกมาเล็งไปที่ปานอย่างรวดเร็วพลางเย้ย “แกนี่ชอบทำอะไรโง่ๆ ต่อหน้ากล้องวงจรปิดนะ”

“แกก็รู้ ว่าคนอย่างฉันกล้าจับแก แต่ที่ยังไม่จับ เพราะฉันรอให้ทุกอย่างพร้อม แล้วเล่นแกชุดใหญ่เลยดีกว่า” วิเชษฐ์เสริม

อิทธิหาญเงยหน้ามองกล้องวงจรปิดสองสามตัวที่ติดอยู่ใกล้ประตูและบริเวณรั้วด้วยความเจ็บใจ

“แค่นี้ขั้วการเมืองที่พ่อแกสนับสนุน คะแนนนิยมก็ตกติดดินอยู่แล้ว ก่อนถึงวันเลือกตั้งลูกชายยังมีแรงมาทำอะไรโง่ๆอีก กู่ไม่กลับจริงๆ” ระบิลส่ายหน้า อิทธิหาญสำทับระบิล

“วันก่อนแกกับนางเนติมารอดได้ เพราะลูกน้องชุดนั้นของฉันอ่อนหัดไปหน่อย ครั้งหน้ารับรองได้เลย ว่าแกสองคนได้ไปเกิดใหม่แน่”

“ครั้งไหน ฉันก็เห็นลูกน้องแกอ่อนทุกชุด จะเก่งก็แต่กับคนอ่อนแอกว่าเท่านั้นแหละ”

“มึง! กูไม่เอาพวกมึงไว้แน่” อิทธิหาญเก็บปืนด้วยความหงุดหงิด ก่อนเดินกลับไปที่บ้านอิสราวัชร

“รู้ตัวไหม ว่าแกกำลังราดน้ำมันบนกองไฟ” ปานเอ่ยเตือนด้วยความหนักใจก่อนเดินตามอิทธิหาญไป

“มันพูดเหมือนคุ้นเคยกับนายดีงั้นแหละ” วิเชษฐ์มองด้วยความสงสัย

ระบิลถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนเล่าเรื่องราวของปานและก้องพี่ชายที่หายตัวไปให้ฟัง เพราะสังหรณ์ใจว่าปานน่าจะรู้เบาะแส แต่ไม่ยอมบอกความจริง

“นายจะให้ฉันออกหมายเรียกมันมาสอบสวนไหมล่ะ”

“อย่าเลยครับพี่ แค่นี้ผมกับพี่ปานก็มองหน้ากันแทบไม่ติดอยู่แล้ว อย่าให้กฎหมายมาทำให้มิตรภาพมันร้าวไปกว่านี้เลยครับ แต่เรื่องพี่ก้องยังไงผมก็ต้องทราบให้ได้ ว่าพี่ก้องยังมีชีวิตอยู่รึเปล่า” ระบิลสลดลงนิดหนึ่งเมื่อพูดถึงพี่ชายของตัวเอง ก่อนจะชวนรุ่นพี่เข้าไปดูในบ้าน

เนติมานั่งรอสองหนุ่มอยู่ในห้องรับแขก เธอรายงานว่า เจือจันทร์พาขวัญชนกขึ้นไปพักบนห้องแล้ว แต่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะเธอช่วยปลอบจนเพื่อนรักหายกลัวแล้ว

“ค่อยยังชั่ว ผมนึกว่าคุณขวัญจะขวัญกระเจิงจนต้องกลับไปเริ่มใหม่กันอีก แหม คุณนี่ก็ให้กำลังใจคนเก่งเหมือนกันนะครับ” ระบิลชม

“คงเพราะผ่านความทุกข์มาเยอะมั้ง อีกอย่างนายก็คอยให้กำลังใจฉันเสมอๆนี่นา ฉันก็ต้องปันให้คนอื่นเขาบ้าง แบ่งๆกันไป เออ แล้วเมื่อกี้นายอิทธิหาญนั่นมาหาเรื่องอะไรเหรอ”

“หมาแวะมาเห่าน่ะคุณ คนพาลมันก็จ้องหาเรื่องไปเรื่อย”

“แต่อย่าประมาทนะ ไอ้นี่มันบ้าแล้วก็โหดเกินคาดเดา ขนาดพ่อมันยังห้ามไม่ค่อยอยู่เลย” วิเชษฐ์เตือน

เนติมานิ่งคิดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น แล้วพูดอย่างไม่เกรงกลัว

“อีกไม่นานมันก็จะไม่มีสิทธิ์ทำอะไรกับใครอย่างนั้นอีกแล้ว ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป ใหญ่มาจากไหน แต่ถ้าทำชั่วไว้ ก็ต้องรับโทษเหมือนกัน”

ooooooo

ค่ำคืนแห่งการรอคอยมาถึง เมื่อผลการนับคะแนนจากการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการออกมา พรรคสยามพัฒนาชนะคู่แข่งขาดลอย และได้สิทธิจัดตั้งรัฐบาล พงษ์เลิศนั่งหน้าสลดคิดหาทางแก้เกม

“ผมบอกแล้วให้เป่ามันให้ดิ้น ก็สิ้นเรื่องไปตั้งนานแล้ว แล้วคราวนี้เอาไง โดนมันเช็กบิลย้อนหลังแน่ๆ” อิทธิหาญโวยลั่น

“ใจเย็นๆก่อนนะคะ เรายังมีทางเจรจา คุณพ่อคุณท่านคิดไว้แล้ว” ชลกรพยายามอธิบาย

“เงียบไปเลย” อิทธิหาญตวาดใส่ “คนอย่างเธอจะรู้อะไร นอกจากใช้ของเก่าแลกผลประโยชน์ คนที่นี่มันโง่ มันไม่รู้ซะแล้วว่าควรจะซุกอยู่ใต้ปีกนกหรือใต้กรงเล็บเสือ ในเมื่อมันเลือกซุกใต้ปีกนก คอยดู เสืออย่างกูจะอาละวาดให้ราบทั้งป่า” อิทธิหาญลุกพรวดออกจากห้องด้วยความเดือดดาล

พงษ์เลิศมองตามพลางถอนใจ ก่อนหันไปสั่งชลกร อย่างเหนื่อยใจว่า สองวันนี้เขาไม่ให้สัมภาษณ์

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน ดลเรียกอ้อมาดูข่าวศิวัชชนะการเลือกตั้ง สาวน้อยพลอยยินดี

“ถ้าอีกหน่อยพี่เนติ์เขาดังขึ้นมา เราจะเข้าถึงตัวเขายากขึ้นรึเปล่าจ๊ะพี่ดล”

ดลชะงักคิดตามที่อ้อพูดแล้วเริ่มกังวลขึ้นมา

วันรุ่งขึ้น ดลชวนอ้อมาหาเนติมาที่พรรคสยามพัฒนา วันนี้พรรคจัดงานแถลงข่าว เจ้าหน้าที่รีบกันทั้งสองออกมาเพราะไม่มีบัตรเชิญ

“เห็นไหมพี่ดล อ้อว่าแล้วเชียว” อ้อหน้าเจื่อน

“ไม่เป็นไร วันหลังเราค่อยมาใหม่ก็แล้วกัน” ดลให้กำลังใจตัวเอง แล้วจูงอ้อเดินออกไป โดยไม่ทันเห็นรถของเนติมาแล่นสวนเข้ามา

ระบิลลงมาเปิดประตูรถให้นายสาวพร้อมส่งช่อดอกไม้ให้ “คราวนี้กล้าๆส่งดอกไม้ต่อหน้าสื่อเลยนะคุณ ไม่ต้องอาย เชื่อโค้ชแล้วจะรุ่ง”

“ฉันไม่ใช่เด็กๆนะ สอนมาตั้งแต่ในรถแล้ว ฉันจำได้หรอกน่า” เนติมาค้อนให้ ก่อนเดินฝ่ากลุ่มนักข่าวจนใกล้ถึงตัวศิวัช เธอส่งยิ้มอย่างมีความสุข พลางกระชับช่อดอกไม้ในมือแน่น เตรียมจะเดินไปยื่นให้ แต่ต้องชะงักเมื่อปฏิพรถือช่อดอกไม้เข้ามามอบให้ศิวัชด้วยรอยยิ้ม และเมื่อเห็นเนติมามองอยู่ก็ใส่จริตออดอ้อนทำประหนึ่งเป็นแฟนตัวจริงให้นักข่าวถ่ายรูป

เนติมาเสียใจจนพูดไม่ออก ระบิลสะกิดเตือนให้เจ้านายเข้าไปแสดงตัว แต่เธอกลับถอยออกมา พลางสั่งให้พาออกไปจากงานทันที

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"
6 พ.ค. 2564

06:31 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 19:02 น.