ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

หงส์สะบัดลาย

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เส้นทางชีวิตมาเฟีย แม้จะเป็นทางสู้บนทางเสี่ยง แต่คนไม่น้อยเลือกเดินเข้ามาประกาศตัวหนึ่งในนั้นคือพงษ์เลิศ ชัยธวัช

คนหนุนพงษ์เลิศคือ วิเชียร อิสราวัชร นักธุรกิจใหญ่ เขาไม่รู้เลยว่ากำลังติดเขี้ยวเล็บให้เสือ แล้วยังสนับสนุนให้มาเฟียเข้าเล่นการเมือง ด้วยเข้าใจว่าเป็นคนดี จะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้

เมื่อรู้ตัวว่าพลาด ผู้สนับสนุนคิดถอนตัว แต่ไม่ง่าย เพราะจอมมาเฟียไหวตัวทัน และเกรงภัยจากวิเชียร ที่รู้ความลับมากเกินไป จึงคิดกำจัดทั้งครอบครัว

วิเชียรรู้ตัวว่าไม่รอดแน่ จึงรีบหาทางออกให้ลูกเมีย โดยขอให้คำเที่ยงมารับยศวีร์ลูกชายคนเล็กกับพรรณศรีภรรยาหนีไปก่อน แล้วโทร.ตามธำรงเพื่อนรักมารับตัวเนติมาหรือเนติ์ลูกสาวคนโตวัย 15 ปี ไปอยู่ต่างประเทศด้วย แต่พรรณศรีไม่ยอม เธอขออยู่เคียงข้างสามีจนนาทีสุดท้าย

นาทีมรณะเคลื่อนตัวมาอย่างรวดเร็ว วิเชียรตระหนักได้ว่าเหลือเวลาไม่มากแล้ว ครั้นคำเที่ยงมาถึง เขาตัดสินใจหยิบกล่องไม้เล็กๆ สองกล่องยื่นให้

“คำเที่ยง กล่องนี้มีของที่ฉันต้องการให้ลูกทั้งสองคน นี่ของวีร์ ส่วนใบนี้ของเนติ์ ฉันเขียนชื่อกำกับไว้ใต้กล่อง แล้วนี่นามบัตรคุณธำรง เมื่อเรื่องทุกอย่างสงบติดต่อเขาทันที ฉันฝากเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันด้วยนะ”

“ครับ คุณวิเชียรมีพระคุณกับผมท่วมหัว ผมจะดูแลเขายิ่งกว่าชีวิตครับ” คำเที่ยงรับคำด้วยความสะเทือนใจ ขณะที่พรรณศรีโผเข้ากอดยศวีร์ทั้งน้ำตา เธอพร่ำสั่งเสียลูกให้เป็นคนดี เด็กชายเห็นแม่ร้องไห้ก็พลอยร้องตาม วิเชียรยืนมองอย่างเจ็บปวด ก่อนตัดใจอุ้มยศวีร์จากอ้อมกอดของภรรยา ส่งให้คำเที่ยงพาขึ้นรถจากไป

เด็กชายร้องไห้คร่ำครวญ ขออยู่รอพี่สาวกลับจากโรงเรียนก่อน แล้วค่อยจากไปพร้อมกัน พรรณศรีแทบใจสลาย ก้าวเท้าตามลูก แต่วิเชียรรั้งไว้ ขณะพยายามกลั้นน้ำตาลูกผู้ชายมิให้ไหลออกมา

รถของคำเที่ยงแล่นลับตาไปแล้ว วิเชียรโทร.ตามกันต์เพื่อนบ้านผู้อาสาไปรับเนติมาจากโรงเรียนให้เพราะเธอเรียนอยู่ห้องเดียวกับขวัญชนกลูกสาวของเขา

กันต์ตอบว่าวันนี้รถติดมาก ใกล้ถึงบ้านแล้วไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนสองสาวน้อยกำลังอ่านหนังสืออยู่เบาะหลัง

ด้านวิเชียร เขานึกได้ว่ามีของสำคัญอีกอย่าง ที่ต้องฝากคำเที่ยงไป แต่เพราะรีบร้อนจึงลืมเสียสนิท

“คุณรีบโทร.หาคำเที่ยง ของคุณเก็บไว้ที่ไหน เดี๋ยวฉันจะรีบไปเอามาให้” พรรณศรีร้อนใจ แต่ยังไม่ทันจะทำอะไร เสียงรถก็ดังเข้ามา

พรรณศรีเข้าใจว่าเป็นลูกสาว จะก้าวออกไปรับ แต่วิเชียรดึงภรรยาไว้ แล้วมองลอดช่องออกไป เห็นรถตู้คันงามวิ่งเข้ามาจอด ทนง โปรย ชูศักดิ์ ลงมาจากรถ ตามด้วยปาน และมาเฟียจอมเนรคุณนามพงษ์เลิศ

เหล่าวายร้ายเดินเข้ามาในบ้าน พวกมันมองวิเชียรกับพรรณศรีอย่างใจเย็น ด้วยล่วงรู้ตื้นลึกหนาบางเป็นอย่างดี เจ้าของบ้านสูดลมหายใจลึกๆ มองตอบอย่างไม่เกรงกลัว

ooooooo

รถของกันต์แล่นมาจอดหน้าประตูรั้วบ้าน

อิสราวัชร เนติมาลงมาจากรถ เธอยกมือไหว้ขอบคุณกันต์ แล้วหันมาโบกมือลาเพื่อนรัก

กันต์ขับรถออกไป แล้วเลี้ยวเข้าบ้านซึ่งอยู่ติดกัน

เด็กหญิงยิ้มอารมณ์ดี ขยับจะเดินเข้าบ้านแต่ต้องชะงัก เพราะประตูเข้าบ้านเปิดค้างอยู่ เธอแปลกใจรีบเข้าข้างใน

เวลาเดียวกันนั้น พงษ์เลิศนั่งบนโซฟาหรูอย่างใจเย็น สายตามองวิเชียรกับพรรณศรีที่ถูกมัดมือไพล่หลัง และมัดปากไว้ ใบหน้าของวิเชียรเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ใกล้กันปานยืนคุมอยู่ ห้องถูกรื้อค้นข้าวของกระจุยกระจาย

สักครู่ ทนง ชูศักดิ์ และโปรยลงมาจากชั้นบน ทั้งสามรายงานเจ้านายว่าไม่พบของที่ต้องการ พงษ์เลิศมองวิเชียรอย่างหงุดหงิด ก่อนพยักหน้าให้ปานเข้าซ้อมวิเชียรอีกยก พลางบังคับให้บอกที่ซ่อนของ แต่วิเชียรไม่ปริปาก พงษ์เลิศหมดความอดทน หันไปสั่งให้โปรยโชว์ผลงาน

โปรยไม่รอช้า ตรงเข้าทำร้ายพรรณศรี วิเชียรสงสารภรรยาจับใจ แต่ช่วยเธอไม่ได้

“ทำกับแก อย่างมากแกก็เจ็บตัว แต่ทำกับคนที่แกรัก แกเจ็บไปถึงข้างใน มันสะใจฉันกว่า ฮ่าๆ ในเมื่อแกไม่ยอมบอกว่าของที่ฉันต้องการอยู่ที่ไหน ฉันก็ไม่บังคับอะไรแกล่ะ ฉันรู้ว่าความลับไม่มีวันตายแต่คนที่กุมความลับมันตายเป็น” พงษ์เลิศเอ่ยอย่างเลือดเย็น

จังหวะนั้น พรรณศรีกระเสือกกระสนพลิกตัวกลับขึ้นมา เธอต้องชะงัก เมื่อเห็นเนติมายืนช็อกอยู่มุมหนึ่งของสวนหย่อมหน้าบ้าน ผู้เป็นแม่พยายามส่งสายตาบอกลูกว่าอย่าเข้ามา โชคดีที่พงษ์เลิศไม่ทันเห็น เขาหันไปสั่งปานให้จัดการกับวิเชียรและพรรณศรี

“ครับนาย” ปานรู้งาน หยิบปืนขึ้นมาสวมลำกล้องเก็บเสียงด้วยความชำนาญ

เนติมายืนตะลึง ตกใจสุดขีด เมื่อเห็นพ่อกับแม่ถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา ขณะจะร้องออกมาเพราะเกินอดกลั้น พลันมีมือเข้ามาปิดปากไว้ แล้วดึงตัวหลบออกไป เวลาเฉียดฉิวกันนั้น พงษ์เลิศกับปานเดินออกมา

“แล้วลูกของมันอีกสองคน นายจะทำยังไงครับ” ปานกวาดสายตาไปรอบๆ

“ไอ้วิเชียรมันรู้ตัวว่าจุดจบของมันจะเป็นยังไง ป่านนี้มันคงเอาลูกไปซ่อนที่ไหนสักแห่ง ตามไปจัดการเด็กสองคนนั่นให้ได้ ฉันไม่อยากให้มันกลับมาเป็นหอกข้างแคร่ในอนาคต” พงษ์เลิศพูดอย่างเอาจริงเอาจัง ก่อนเดินนำสมุนไปขึ้นรถ

ธำรงพาเนติมาหลบหลังพุ่มไม้พลางกระซิบสั่ง “นิ่งไว้นะหนูเนติ์ แล้วหนูจะปลอดภัย”

เนติมาน้ำตาไหลพราก ทั้งตกใจและเสียใจ เธอพยายามมองผ่านพุ่มไม้เข้าไปในบ้านด้วยความเป็นห่วงพ่อกับแม่

เวลาเดียวกัน เจือจันทร์ภรรยาของกันต์กำลังจัดของในห้องให้เข้าที่เข้าทาง เธอขยับรูดม่านหน้าต่างให้เปิดออก แต่ต้องชะงัก เมื่อสายตามองผ่านหน้าต่างเข้าไปที่ชั้นล่างของบ้านอิสราวัชร เห็นขาของพรรณศรีนอนราบอยู่ที่พื้น ก่อนจะเลื่อนหายไป

“ว้าย” เจือจันทร์รีบปิดม่านตั้งสติ แล้วแง้มผ้าม่านมองลงไปอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ แต่ต้องสะดุ้ง เมื่อเห็นชูศักดิ์ยืนอยู่ แถมมองสวนขึ้นมาด้วยสายตาดุดัน

ooooooo

ธำรงพาเนติมาหลบพวกนั้นมาขึ้นรถหนีอย่าง

รวดเร็ว เขาเสียใจมากที่มาช่วยวิเชียรไม่ทัน แต่สิ่งเดียวที่เขาทำได้ตอนนี้ก็คือ พาเนติมาไปอยู่ต่างประเทศตามคำขอร้องของเพื่อนรัก ส่วนเนติมายังไม่หายอาการช็อก นั่งร้องไห้เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ธำรงเอ่ยกับเด็กหญิงอย่างใจเย็น

“อาจะไม่บอกให้หนูพยายามลืมนะหนูเนติ์ เพราะในความเป็นจริงมันลืมไม่ได้แน่นอน แต่หนูต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ เป็นเนติมาคนใหม่ ที่จะไม่ทำให้พ่อแม่ของหนูผิดหวัง”

“แล้วน้องของหนูอยู่ไหนคะคุณอา”

“อยู่ในที่ที่ปลอดภัย แต่ตอนนี้ไม่รู้จริงๆว่าเขาไปอยู่ที่ไหน”

เนติมาร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ธำรงเอื้อมมือไปลูบหัว

“เปลี่ยนความทรงจำร้ายๆ ให้เป็นอนาคตที่สดใสให้ได้ อารู้ว่ามันยาก แต่หนูต้องทำให้ได้ คมของมีดดาบ มันยังต้องผ่านการตีตอนที่มันร้อนๆ คมของคนมันก็ลับคมด้วยความเดือดร้อนของชีวิตเหมือนกัน โตขึ้น หนูจะเข้าใจ”

เนติมากำมือแน่นพยายามกลั้นน้ำตาอย่างที่สุด ก่อนถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เราจะไปไหนกัน?

“สนามบิน...” ธำรงส่งยิ้มอบอุ่น

จุดหมายปลายทางคือ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ooooooo

10 ปีผ่านไป ศิวัช กิตติธร ลูกชายคนเดียวของธำรง และเนติมา อิสราวัช เติบโตเข้าสู่วัยหนุ่มสาว ความใกล้ชิดก่อให้เกิดความผูกพัน แล้วกลายเป็นความรัก

ใกล้ค่ำของทุกวัน ถ้าศิวัชมีเวลา เขาจะชวนเนติมาวิ่งขึ้นบันไดหอไอเฟล เพื่อชมความงามของกรุงปารีสยามค่ำคืน กิจกรรมนี้หญิงคนรักโปรดปรานนัก เพราะได้รอลุ้นว่า หอไอเฟลจะเปลี่ยนเป็นสีอะไร

“เปลี่ยนไฟสีใหม่ด้วยสวยจังเลย ถ่ายรูปกันเถอะค่ะ” เนติมาตื่นเต้นดึงศิวัชเข้ามาใกล้แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปคู่ เพิ่มความหวานให้กับชีวิตรัก

ครั้นชมความงามของแสงสีจนพอใจแล้ว ศิวัชชวนคนรักไปนั่งเรือเล่นกันต่อ ทั้งสองเดินกุมมือกันออกไป

อีกมุมหนึ่งในหอไอเฟล ระบิลอดีตตำรวจคอมมานโดฝีมือดี ยืนคุยอยู่กับรูปถ่ายของคนรักด้วยความคิดถึง

“ทายสิ วันนี้พี่พาหนูมาเที่ยวที่ไหน ทายไม่ถูกใช่ไหมล่ะ แอ่นแอ๊น...” ระบิลค่อยๆพลิกรูปให้หันออกไปยังวิวด้านนอก “หอไอเฟล สวยไหมคะเอม อึ้งๆ ชอบอ่ะดี๊” ชายหนุ่มหันรูปกลับมามอง พลางเอื้อมมือไปสัมผัสรูปเอมมิกาอย่างทะนุถนอม “พี่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเอมแล้วนะคะ เราสองคนจะไปด้วยกันทุกที่ เราจะไม่มีวันพรากจากกัน” อดีตคอมมานโดหน้าสลดไปนิด ก่อนตัดใจเก็บรูปเข้าไปในเสื้อแจ็กเกต

ด้านเนติมากับศิวัช ทั้งสองนั่งดินเนอร์อยู่ในเรือหรูกลางแม่น้ำแซนน์ หญิงสาวชื่นชมบรรยากาศอันแสนโรแมนติก พลางเปรยว่า ชอบชีวิตที่ปารีสมาก

“เนติ์ไม่อยากกลับเมืองไทยเหรอจ๊ะ”

เนติมาถอนใจ ตัดความกังวลเรื่องราวในเมืองไทยในสมอง ก่อนตอบคนรัก “อยากสิคะ ที่นั่นบ้านของเนติ์ เนติ์มีเรื่องต้องกลับไปสะสางที่นั่น”

“พี่สัญญา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พี่จะอยู่ข้างๆ เนติ์ตลอดไป” ศิวัชเอื้อมมือไปกุมมือหญิงสาว แล้วหยิบกล่องแหวนออกมาเปิด เผยให้เห็นแหวนเรียบๆประดับเพชรรูปหัวใจด้านใน

เนติมาเขินอาย ขณะที่ศิวัชพูดอย่างอ่อนโยน “แต่งงานกับพี่นะเนติ์” ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้ลงมานั่งคุกเข่าตรงหน้าหญิงสาว พลางยื่นแหวนให้

นักท่องเที่ยวหันมามองทั้งคู่เป็นจุดเดียว ก่อนช่วยกันปรบมือเชียร์ให้เธอตอบตกลง หญิงสาวสบตากับศิวัชอย่างอายๆ แล้วเอ่ย “มองตาเนติ์สิคะ พี่ศิวัชน่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้วนี่คะ”

ศิวัชดีใจมาก หยิบแหวนสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเนติมาอย่างนุ่มนวล นักท่องเที่ยวรายรอบต่างปรบมือ แสดงความยินดี

“ขอบคุณนะคะ” เนติมาดึงศิวัชให้ลุกขึ้น

“พี่รักเนติ์นะจ๊ะ” ศิวัชโอบร่างเนติมาเข้ามากอดด้วยความรัก

ooooooo

ขณะที่เนติมาเติบโตมาด้วยความรักของธำรงกับศิวัช แต่อิทธิหาญลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของพงษ์-เลิศกลับเติบโตท่ามกลางความชั่วอย่างสมบูรณ์แบบ

ทายาทมาเฟียถือว่ามีพ่อเป็นผู้ทรงอิทธิพล ไม่มีใครอยากต่อกรด้วย จึงทำตัวเป็นเพลย์บอย บ้ากาม เลือดร้อน ชอบใช้กำลังมากกว่าสมอง พฤติกรรมร้ายๆ สร้างความอิดหนาระอาใจพ่อยิ่งนัก

วันหนึ่งพงษ์เลิศเรียกลูกชายมาเตือนให้เพลาๆ ลงบ้าง เพราะลูกน้องเพิ่งรายงานว่า อิทธิหาญข่มขืนผู้หญิงแล้วฆ่าพร้อมกับแฟนของเธออย่างเลือดเย็น เนื่องจากไม่พอใจที่ฝ่ายชายโกงเงินในบ่อน แต่ลูกชายตัวดีกลับหัวเราะชอบใจ อ้างว่าไม่มีใครกล้าหือกับลูกนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่อย่างตน

“ใกล้เลือกตั้งแล้ว พ่อไม่อยากให้คนซุบซิบนินทาในทางไม่ดี จะทำให้เสียคะแนน ช่วงนี้แกทำอะไรก็ระวังตัวหน่อยก็แล้วกัน”

“พ่อกลัวเหรอ”

“พ่อมีลางสังหรณ์ว่าพวกมันจะกลับมา”

“ใคร” อิทธิหาญมองผู้เป็นพ่อด้วยความสงสัย

“ก็ไอ้เจ้าของบ้านอิสราวัชรที่แกเอาไปทำคลังเก็บอีหนูนั่นไง จำไว้ พวกมันเหมือนงูพิษที่เราตีไม่ตาย วันหนึ่งมันต้องกลับมาแว้งกัดเราแน่” พงษ์เลิศพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

ooooooo

วันต่อมา ในกรุงปารีส ระบิลเข้าฝึกศิลปะการต่อสู้กับเพื่อนชาวยุโรปร่างใหญ่เพื่อเตรียมรับงานบอดี้การ์ด แต่ไม่มีใครสู้เขาได้สักคน ครูฝึกร่างบึ้กเข้ามาชมระบิลและชวนไปเป็นการ์ดส่วนตัวผู้นำประเทศแถวยุโรปด้วยกัน แต่เขาว่าอยากกลับเมืองไทยมากกว่า

“โอเค ผมเข้าใจ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้พบกัน” ครูฝึกเดินแยกออกไป

ระบิลยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนรู้สึกหิวขึ้นมา เขาหันไปมองหาร้านอาหาร พลันชะงักเมื่อเห็นเนติมานั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสืออยู่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มมองอย่างชั่งใจ ก่อนตัดสินใจเดินเข้าไปถามว่า เธอใช่คนไทยหรือเปล่า
เนติมาชะงักมองต้นเสียง เห็นชายหนุ่มยิ้มแฉ่งให้ เธอยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร “สวัสดีค่ะ”

“สุดยอด ไม่ได้คุยกับคนไทยมาเป็นเดือนจนจะเฉาตายอยู่แล้ว ผมมาเรียนที่นี่ครับ แล้วคุณล่ะ” ระบิลดีใจรีบชวนเธอคุย แต่ศิวัชเข้ามาขัดจังหวะ เขาถามคนรักว่าคุยกับใคร

“คนไทยเหมือนกันค่ะ เขามาเรียนที่นี่เหมือนกัน”

“สวัสดีครับ” ระบิลทัก

ศิวัชยิ้มรับแล้วดึงเนติมาให้ลุกออกไปด้วยกัน เพราะมีงานสำคัญรออยู่ เนติมาหันมาลาระบิล ชายหนุ่มมองตามอย่างเสียดาย เพราะไม่ทันได้รู้ชื่อหญิงสาว และแอบอิจฉาเล็กๆ เมื่อเห็นหนุ่มสาวเดินจูงมือกันออกไป คิดพลางหยิบรูปคนรักออกมาดู

“หนูไม่ต้องอิจฉาเขานะคะ หนูก็รู้ว่าพี่หวานกว่านั้นได้อีกสามพันเท่า” ระบิลยิ้มมองรูปภาพด้วยความรัก ในจังหวะเดียวกัน สายตาก็ชำเลืองไปเห็นหนังสือของเนติมาที่อ่านอยู่เมื่อครู่วางอยู่บนโต๊ะ เขาหยิบมันขึ้นมา แล้ววิ่งตามออกไป เมื่อไม่ทันก็ได้แต่ถอนใจ

ooooooo

ศิวัชพาเนติมากลับคฤหาสน์หรูของธำรงเพื่อเซอร์ไพรส์วันเกิด หญิงสาวน้ำตาคลอด้วยความตื้นตันเพราะลืมวันเกิดตัวเองเสียสนิท จากนั้นหนุ่มสาวก็ออกไปหามุมสงบนั่งคุยเรื่องวันวิวาห์

“กลับเมืองไทยเมื่อไหร่ เราจะแต่งงานกันทันที” ศิวัชเอ่ยกับคนรัก เนติมายิ้มรับมีความสุขที่สุด แต่ไม่ทันเห็นธำรงที่ยืนมองอยู่ไกลๆ อย่างไม่สบายใจนัก

กลางดึกคืนนั้น เนติมาฝันถึงเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน เธอกรีดร้องเรียกหาพ่อแม่ด้วยความหวาดกลัว

“เนติ์ เนติ์ เป็นอะไรหรือเปล่าลูก” ธำรงกับศิวัชเปิดประตูเข้ามา

เนติมาสะดุ้งตื่นทั้งน้ำตา เธอบอกสองพ่อลูกว่า ฝันเห็นพวกมันอีกแล้ว ศิวัชเอื้อมมือไปแตะริมฝีปาก “เรื่องมันผ่านไปแล้วนะจ๊ะเนติ์ เรากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้แล้ว”

“แต่เมื่อไหร่ที่คนชั่วพวกนั้นยังลอยนวล ฝันร้ายของเนติ์คงไม่จบลงแน่ คุณอาคะ เนติ์อยากกลับเมืองไทยให้เร็วที่สุด” เนติมาพูดอย่างร้อนใจ

ธำรงยิ้มให้กำลังใจเพราะเข้าใจความรู้สึกของหญิงสาวดี

ส่วนที่เมืองไทย พงษ์เลิศออกมาพบกับชลกรสาวเสน่ห์แรงผู้ใช้เรือนร่างเป็นสะพานทอดไปสู่ความสำเร็จทางธุรกิจ หญิงสาวขอบคุณพงษ์เลิศที่ช่วยชงให้ท่านเขมชาติอนุมัติให้บริษัทของญาติเธอได้รับเหมาก่อสร้างโครงการสร้างทาง เพราะได้ผลประโยชน์ตอบแทนจำนวนมหาศาล

มาเฟียรุ่นใหญ่หัวเราะชอบใจ หันมองเหล่าคนงานซึ่งทำงานอยู่ไม่ห่างด้วยสายตาดูถูก “ต้องขอบคุณไอ้พวกนั้นไง จำไว้นะชลกร คนรากหญ้าพวกนี้เราต้องเลี้ยงไว้ เพราะตราบใดที่มีพวกมันอยู่ คนรากแก้วอย่างเรายิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น เฮ้อ สิบปีที่พวกเราผูกขาดบริหารประเทศมานี่ ผมมีความสุขที่สุดเลยรู้ไหมเหมือนเล่นหมากรุกอยู่ข้างเดียว จะเดินเกมให้ใครเป็นใครตายก็ได้ตามใจชอบ สะใจจริงๆ”

“แล้วคุณไม่ห่วงเหรอคะ ว่าวันหนึ่งใครนะคะ จะกลับมา...”

“แล้วคุณคิดว่าผมจะให้มันกลับมาง่ายๆเหรอ ฮึ ถ้ามันอยากกลับมา ก็ต้องนอนมาในโลงกลับมาเท่านั้น”

ooooooo

เช้าวันใหม่ ณ กรุงปารีส ธำรงเรียกศิวัชกับเนติมาออกมาคุยเรื่องกลับเมืองไทย เพราะพรรค การเมืองของเขา พร้อมจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว

“ได้เวลาทวงความยุติธรรมคืนมาแล้วสินะคะ” เนติมามุ่งมั่น แต่ศิวัชต่อรองว่า จะขอแต่งงานกับเนติมาก่อนเริ่มงานการเมือง

ธำรงส่ายหน้าบอกว่าไม่ใช่ตอนนี้ เนื่องจากยังมีภารกิจสำคัญอีกมากต้องกลับไปทำ โดยเฉพาะเนติมา แล้วยกสารพัดเหตุผลมาโน้มน้าว ให้ทั้งสองเลื่อนการแต่งงานออกไปก่อน

ศิวัชกับเนติมามองหน้ากันรู้สึกไม่สบายใจนัก ธำรงจึงตัดบท “เอาน่า เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ฉันจะจัดงานแต่งงานให้ยิ่งใหญ่สมกับที่อดทนรอคอย ผลไม้สุก มันหอมหวานกว่าผลดิบเปรี้ยวไม่ใช่เหรอ”

ศิวัชกับเนติมาถอนใจพยักหน้ายอมรับในเหตุผล ก่อนศิวัชจะนึกอะไรขึ้นมาได้

“แต่ถึงยังไง ผมก็ยังอดเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของเนติ์ไม่ได้ครับคุณพ่อ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง พ่อมีแผนไว้หมดแล้ว” ธำรงพูดด้วยความสบายใจ ขณะที่ศิวัชกับเนติมาชักสีหน้าด้วยความสงสัย

สายวันเดียวกัน ครูฝึกโทร.แจ้งข่าวดีกับระบิลว่า หางานที่เหมาะสมให้ได้แล้ว พร้อมนัดให้ไปพบธำรงนายจ้างที่ริมแม่น้ำแซนน์

“ผมดีใจที่ได้คนมีฝีมืออย่างคุณมาร่วมงานด้วย” ธำรงเข้ามาทักทาย

“คุณธำรงเห็นฝีมือผมจริงๆ คุณอาจน้ำตาตกในก็ได้นะครับ” ระบิลอมยิ้มอารมณ์ดี

“จะใช้งานคนให้เป็น ก็ต้องรู้ศักยภาพของคนๆนั้นก่อนไม่ใช่เหรอ จะทดสอบไหมล่ะ ว่าผมรู้ประวัติคุณดีแค่ไหน”

“โอ๊ยๆ ไม่ต้องครับๆ จริงจังซะขนาดนี้ สงสัยรู้ถึงชื่อปู่ผมแน่ๆ เอาเป็นว่าผมทำงานให้คุณธำรงคุ้มเม็ดเงินแน่ๆ แต่ขออย่างเดียว อย่าให้ผมทำงานผิดกฎหมายก็พอ”

“งานนี้นอกจากไม่ใช่งานผิดกฎหมายแล้ว คุณยังจะมีส่วนร่วมทำให้แผ่นดินไทยสูงขึ้นด้วย”

“แหม ยังไม่ทันเริ่มงาน ก็รู้สึกเหมือนอยู่ในหนังซุปเปอร์ฮีโร่แล้วนะครับนี่ อ้อ แล้วจะให้ผมเริ่มงานคุ้มครองท่านเมื่อไหร่ครับ”

“ทันทีที่เท้าเราสัมผัสแผ่นดินไทย อ้อ ผมลืมบอกไป คุณไม่ต้องมาคุ้มครองอะไรผมหรอกนะ โน่นคนที่คุณจะต้องคุ้มครองมาโน่นแล้ว” ธำรงมองออกไป

ระบิลมองตามไป พลันชะงัก เมื่อเห็นเนติมาเดินจูงมือมากับศิวัช ทั้งสามจำกันได้ ศิวัชบอกพ่อว่า เคยเจอระบิลที่ร้านอาหาร ธำรงยิ้มชอบใจก่อนแนะนำให้เนติมากับศิวัชรู้จักกับระบิลอย่างเป็นทางการอีกครั้งในฐานะบอดี้การ์ดส่วนตัวของเนติมา

ooooooo

ในตอนเย็น ระบิลนัดเนติมากับศิวัชออกมาพบที่ร้านกาแฟเพื่อคืนหนังสือให้ เนติมาดีใจมาก ศิวัชลูบหัวคนรักอย่างอ่อนโยนพลางล้อว่า เป็นโชคดีของตนที่ไม่ต้องตระเวนหาซื้อมาคืนให้เพราะหนังสือหายากมาก

ระบิลเห็นทั้งสองหวานใส่กันก็อดแซวไม่ได้ “ท่าทางงานนี้ผมทำงานไป ตาคงร้อนผ่าวๆไปแน่ๆ เพราะเป็นโรคขี้อิจฉาเวลาคนมาสาดความหวานกันตรงหน้าน่ะ อย่าคิดมาก เดี๋ยวผมปิดตาก็ได้”

ศิวัชกับเนติมาหันมายิ้มให้กัน แล้วสาวเจ้าก็ชวนคนรักขึ้นไปดูวิวบนหอไอเฟล เพื่อบอกลา เธอยังใจดีชวนระบิลไปด้วย แต่ยังไม่ทันได้ออกจากร้าน ธำรงก็โทร.ตามศิวัชให้กลับไปประชุมงานด่วน

เนติมาหน้าจ๋อยเสียดายโอกาสดีๆ ศิวัชไม่อยากให้คนรักผิดหวัง เขาขอให้ระบิลพาเนติมาไปชมหอไอเฟลแทน

“ทริปพาแฟนเจ้านายเที่ยวนี่ไม่ใช่หน้าที่บอดี้–การ์ด แต่ผมถือว่าเป็นโปรโมชั่นเสริมแถมให้ก็แล้วกันนะคุณ” ระบิลหันมาล้อ แล้วจะเดินไปซื้อตั๋วขึ้นลิฟต์ แต่เนติมารั้งไว้

“เดี๋ยว ใครว่าเราจะขึ้นลิฟต์” ขาดคำ สาวเจ้าก็วิ่งนำระบิลขึ้นบันไดหอไอเฟล เธอวิ่งมาได้สักพักก็หยุดหอบ ระบิลเดินตามมาอย่างใจเย็นพลางล้อ

“ไหวไหมคุณ นี่แหละนา มีเครื่องอำนวยความสะดวกให้ใช้ไม่ใช้ กว่าจะถึงข้างบน ผมว่าเป็นลมอีกหลายยกแน่ๆ เปลี่ยนใจเดินลงไปขึ้นลิฟต์ยังทันนะครับ”

“แหม ดูถูกกันมากเกินไป ฉันน่ะขึ้นแบบนี้มาหลายรอบแล้ว ไป เดี๋ยวไม่ทัน” เนติมาตั้งหลักสูดลมหายใจลึกๆ แล้วเร่งฝีเท้าขึ้นบันไดต่อ

ระบิลอมยิ้มก่อนจะวิ่งเหยาะขึ้นบันไดตามไป ไม่นานก็พบเธอยืนหอบรออยู่ ชายหนุ่มแกล้งวิ่งแซงแล้วหันมาเร่งให้เธอเดินตาม เนติมาค้อนขวับด้วยความหมั่นไส้ พลางอ้างว่า ขอตั้งหลักก่อน

“โธ่ แล้วบอกขึ้นมาบ่อยๆ”

“บ่อย แต่ไม่ได้หมายความว่าขึ้นทุกวันนี่คุณ ใครจะฟิตวิ่งตัวปลิวเหมือนคุณล่ะ”

“อ้าว ก็ผมขึ้นบ่อยๆ แต่เป็นภูเขาทองครับ”

“คุณว่าอะไรนะคะ”

“ก็ภูเขาทองบ้านเราไง ผมน่ะขึ้นบ่อยๆ วิวข้างบนสวยนะคุณ แหม ทำมึนมาอยู่ปารีส จนนึกหน้าภูเขาทองไม่ออกล่ะสิ ฮ่าๆ”

เนติมาถอนใจเซ็งกับมุขแป้กของชายหนุ่ม เธอรีบเดินแซงหน้าไป

ระบิลมองออกไปด้านนอก พลางคิดถึงเมื่อครั้งพาเอมมิกาขึ้นไปไหว้พระ และชมวิวบนภูเขาทอง ก่อนต่อด้วยทานอาหารอร่อยๆ แถวเสาชิงช้า

“เฮ้อ อากาศดีจัง อย่างนี้ไม่ต้องไปถึงต่างประเทศก็ได้นะคะ” เอมมิกาชื่นชมกับวิวสวยๆตรงหน้า

“เอ งั้นเราก็ไม่ต้องเก็บตังค์ไปฝรั่งเศสแล้วสิคะ” ระบิลเข้ามายืนข้างคนรัก

“อุ๊ย เก็บสิคะ ครั้งหนึ่งในชีวิตเอมอยากไปที่นั่นจริงๆ เก็บเงินไปเที่ยวกันต่อนะคะๆ”

ระบิลเอื้อมมือไปลูบหัวเอมมิกาอย่างอ่อนโยนพลางให้สัญญาว่า จะไปด้วยกัน แต่ไม่อาจทำตามสัญญาได้ เมื่อวันหนึ่งเอมมิกาตามไปช่วยจับคนร้าย และเอาตัวเข้ารับกระสุนแทน

“เอม เอม” ระบิลถลาเข้าประคองร่างคนรัก เธอสิ้นใจอยู่ในอ้อมกอดของเขา

อดีตคอมมานโดหน้าสลดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเอมมิกา เนติมาหันมามองเห็นชายหนุ่มยืนนิ่งไม่ยอมตามมา จึงกลับมาชะโงกหน้าถามว่า เกิดอะไรขึ้น ไม่สบายหรือเปล่า

ระบิลสะดุ้งตื่นจากภวังค์หันมาตอบ “อ๋อ เปล่าครับ แค่ส่งกระแสจิตให้คนที่เขาอยากมาที่นี่ แต่มาไม่ได้น่ะครับ”

“แฟนเหรอคะ” เนติมารู้ทันจะแซวต่อ แต่ไฟที่ประดับบริเวณหอไอเฟลสว่างพรึ่บขึ้นมา ท่ามกลางเสียงปรบมือของนักท่องเที่ยวมากมาย

“สวยจังเลย” เนติมาหันไปมองด้วยความตื่นตาตื่นใจ

“ใช่ครับ สวยมาก รับบริการถ่ายรูปไหมครับพี่” ระบิลทำร่าเริงกลบเกลื่อน เขาหยิบกล้องตัวจิ๋วออกมาถ่ายรูปให้เนติมาที่ยืนโพสท่าคอย

ทั้งสองส่งยิ้มให้กันอย่างอารมณ์ดี สักครู่ศิวัชก็โทร.มาบอกเนติมา ว่าคงมารับไม่ได้เพราะยังคุยธุระไม่เสร็จ ระบิลอาสาไปส่งหญิงสาวเอง เนติมาชักหิวชวนชายหนุ่มแวะหาอะไรทานรองท้องก่อน

ชายหนุ่มเห็นด้วยและขอเป็นเจ้ามือ “เล็กน้อย ถือว่าเป็นโปรโมชั่นเสริมน่าเจ้านาย”

เนติมาไม่ชอบใจที่ถูกเรียกว่าเจ้านาย แต่ก็เถียงสู้เขาไม่ได้จึงต้องปล่อยเลยตามเลย

“บุคลิกนายนี่ไม่เหมือนบอดี้การ์ดเลยจริงๆนะ แล้วยิ่งไม่น่าเชื่อเข้าไปใหญ่ที่นายจะเคยเป็นหน่วยคอมมานโดมือดีของเมืองไทย”

“สิ่งที่เห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่ใช่ก็ได้นี่คุณ ของพรรค์นี้พูดแล้วจะหาว่าคุย ทั้งสามโลกเนี่ย ใครจะเก่งเกินนายระบิลคนนี้ ยากส์” ระบิลทำทะเล้น ลอยหน้าลอยตาพูด จนเนติมานึกหมั่นไส้

ooooooo

คืนนั้นระบิลมาส่งเนติมาที่คฤหาสน์ของธำรง ศิวัชออกมารับคนรัก ธำรงเดินตามออกมาและชวนระบิลอยู่คุยกันก่อน แต่ชายหนุ่มว่าต้องรีบกลับไปเก็บข้าวของเตรียมกลับเมืองไทย

“โอเค งั้นตามสะดวกคุณก็แล้วกัน ยังไงพรุ่งนี้เราค่อยคุยกัน”

“ครับ งั้นผมลาล่ะครับ” ระบิลยกมือไหว้ธำรงก่อนหันไปยิ้มให้ศิวัชกับเนติมาพลางล้อว่า “ไปนะครับเจ้านาย”

เนติมาส่งค้อนขวับ ระบิลยิ้มชอบใจแล้วเดินเลี่ยงออกไป

ใช้เวลาไม่นาน ชายหนุ่มก็กลับมาถึงห้องพัก เขาทยอยเก็บข้าวของลงในกระเป๋าเดินทาง รวมทั้งภาพถ่ายของเอมมิกา เขาบอกกับเธออย่างอ่อนโยนว่า กลับเมืองไทยด้วยกันนะคะเอม แล้วค่อยๆวางรูปลงในกระเป๋าเดินทาง ก่อนจะหันไปหยิบกล้องถ่ายรูปมาเปิดดู และเปรยกับรูปของเนติมาเพิ่งถ่ายมาสดๆ ร้อนๆ

“ถ้าจ้างผมครบหนึ่งปี ผมจะอัดรูปนี้ใส่กรอบทองให้เป็นโปรโมชั่นเสริมนะเจ้านาย”

ooooooo

เช้าวันใหม่ ในเมืองฟ้าอมร คำเที่ยงมาส่งอนงค์หรืออ้อลูกสาวของเขากับดลที่คอนโดแห่งหนึ่ง ทั้งสองเพิ่งเข้ามาเรียนต่อในเมืองหลวง คำเที่ยงฝากฝังให้ดลช่วยดูแลอ้อด้วย

“ผมสัญญาว่าจะดูแลอ้อให้ดีที่สุดครับ”

“พ่อเชื่อว่าดลทำได้ ขอบคุณมากนะลูก ขอบคุณจริงๆ”

“ผมต่างหากครับ ที่ต้องขอบคุณพ่อ ถ้าไม่ได้พ่อ ป่านนี้ชีวิตผมคง...”

“ที่ผ่านมาดลก็ทำหน้าที่ลูกอย่างไม่ขาดตกบกพร่องอยู่แล้ว ดลเป็นคนดี พ่อเชื่อว่าดลต้องได้สิ่งดีๆกลับคืนมา” คำเที่ยงพูดอย่างใจเย็น

ดลอมยิ้มรู้สึกอบอุ่นและมีความหวังขึ้นมา เขาหยิบกล่องไม้ที่วิเชียรมอบให้ขึ้นมาเปิดดู เห็นรูปครอบครัวที่ถ่ายพร้อมหน้า ทั้งวิเชียร พรรณศรี เนติมา และยศวีร์

“สิ่งดีๆจะกลับคืนมา” หนุ่มน้อยรำพึง

“ใช่ สิ่งดีๆ ที่ลูกรออยู่ร่วมสิบปี ลูกจะได้กลับไปเป็นยศวีร์ อย่างที่ลูกเคยเป็นซะที” คำเที่ยงโอบไหล่ให้กำลังใจ ดลโผเข้ากอดแทนคำขอบคุณ ชายชรากระชับอ้อมกอดด้วยรักดลเหมือนลูกชายคนหนึ่ง

เวลาเดียวกัน ในกรุงปารีส เนติมากำลังจัดของลงกระเป๋าเดินทาง เธอนึกขึ้นได้ว่าลืมซื้อของฝากเพื่อนๆที่เมืองไทย เธอตั้งใจไปชวนศิวัช เมื่อเห็นเขาประชุมอยู่ จึงจะขับรถออกไปเอง จังหวะนั้นระบิลมาถึงพอดี เขาอาสาขับรถให้ สาวเจ้าไม่ยอมเพราะเชื่อว่าชำนาญเส้นทางมากกว่า

ระบิลไม่ขัดใจ เขาขึ้นไปนั่งชูคอเป็นตุ๊กตาหน้ารถแล้ววางท่าเป็นเจ้านายแทนเนติมาอย่างโอเวอร์ จนเธออดขำไม่ได้

ขณะเนติมาเลือกซื้อของแบรนด์เนมอยู่กับระบิลนั้น ศิวัชโทร.เข้ามาถามว่า เธออยู่ไหน ได้ยินคนรักบอกว่าเดินซื้อของอยู่กับระบิลก็เบาใจ ฝากให้ชวนบอดี้การ์ดคนใหม่มาดินเนอร์ที่บ้านด้วย

เนติมารับคำหันมาชวนระบิล ชายหนุ่มเอามือลูบท้องบอกว่า สบายไปอีกมื้อเพราะอิ่มจังตังค์อยู่ครบ แล้วชวนเจ้านายกลับบ้าน ระหว่างทางมีคนขับตาม ระบิลเตือนให้เนติมารู้ตัว เขาให้เธอเลี้ยวเข้าไปจอดในซอยข้างหน้า แล้วพาวิ่งหนีคนร้ายออกไป

เมื่อวายร้ายตามมาทัน ระบิลมีเมตตาช่วยประเคนแม่ไม้มวยไทยทั้งหมัด ศอก เข่า แถมด้วยเท้าเข้าใส่ ชายร่างใหญ่สองคนกระอักอาน ถึงกับลงไปนอนกอง

ระบิลดึงเนติมาให้วิ่งต่อ แล้วจู่ๆกระสุนปืนสามสี่นัดก็ยิงลงมาจากที่สูงเฉียดเนติมาไปนิดเดียว ระบิลพาเธอเข้าไปหลบหลังลังผลไม้

เนติมาหยุดหอบพลางเอ่ยถามว่า พวกนั้นเป็นใคร ระบิลส่ายหน้าพลางถามกลับว่าไหวไหม

“ฉันจำเป็นต้องไหวไม่ใช่เหรอ”

ระบิลชื่นชมในความใจสู้ของเธอ เขามองลอดช่องว่างของลังผลไม้ไป เห็นชายร่างใหญ่สองคนลุกขึ้นมาอีกครั้ง อีกทั้งบนยอดตึกก็มีชายอีกกลุ่มกำลังเล็งหาตำแหน่งยิงเนติมาใหม่ บอดี้การ์ดหน้าเครียดบอกกับเจ้านาย “เตรียมใส่เกียร์ห้า แล้วโกยสุดชีวิตเลยนะคุณ”

“นายจะทำอะไรน่ะ” ขาดคำ ระบิลออกแรงดันลังผลไม้ให้ล้มลง เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายร่างใหญ่สองคนวิ่งมาพอดีจึงโดนลังผลไม้ล้มเข้าใส่จนเสียหลักล้มลง

“วิ่ง” ระบิลคว้าแขนเนติมาออกวิ่งทันที

วายร้ายบนดาดฟ้ายังไม่ทันตั้งตัว เร่งระดมยิงใส่เนติมากับระบิลอย่างสะเปะสะปะ อารามฉุนเฉียวเพราะงานพลาด มันกระชากหมวกไหมพรมออกด้วยความหงุดหงิด เผยให้เห็นใบหน้า แท้จริงแล้วมันคือ

ครูฝึกและเพื่อนๆของระบิลที่รับงานมาจากพงษ์เลิศ

จอมมาเฟียเพิ่งสืบรู้ว่า ลูกศัตรูมาอยู่กับธำรงที่ปารีส

ooooooo

ระบิลพาเนติมามาหลบในห้องพัก คิดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัยแล้ว แต่ครูฝึกกับเพื่อนๆ ยังตามมาเล่นงานอีก

บอดี้การ์ดหนุ่มไล่เนติมาเข้าไปหลบในห้องนอน แล้วหันไปหยิบโมเดลหอไอเฟลขนาดเหมาะมือมาเป็นเครื่องทุ่นแรงจัดการกับวายร้ายจนสิ้นฤทธิ์

“โอ้โห นายทำได้ไงนี่” เนติมาเปิดประตูห้องออกมาดูผลงานของระบิลด้วยความทึ่ง

“พระเอกก็งี้แหละคุณ” พ่อหนุ่มวางมาดหล่ออย่างโอเว่อร์

เนติมาหมั่นไส้หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาจิ้มไปที่ปากของเขาเพราะเห็นเลือดซึม ชายหนุ่มสะดุ้งร้องลั่น พลางลอบมองชายร่างใหญ่ที่ยังไม่ได้สติด้วยความหนักใจ ก่อนจะโทร.แจ้งธำรง

ไม่นานนัก ธำรงพาเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวคนร้ายไป ส่วนศิวัชเข้าไปดูแลเนติมา ระบิลข้องใจเอ่ยถามธำรง “เอ้อ ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าอยู่ที่นี่คุณธำรงมีศัตรูที่ไหนรึเปล่า”

“ไม่ อยู่ที่นี่เรามีแต่เพื่อน ที่สำคัญพวกเราทำธุรกิจถูกกฎหมาย” ธำรงตอบอย่างหนักแน่น

บอดี้การ์ดพยักหน้ารับ แววตายังคงครุ่นคิดกับเหตุที่เกิดขึ้น ศิวัชลุกมาขอบคุณระบิล ชายหนุ่มว่าไม่ต้องคิดมากให้ถือเสียว่าเป็นการทดสอบงาน

“ผมเลือกคนไม่ผิดจริงๆ” ธำรงเอื้อมมือไปจับบ่าระบิลเป็นการขอบคุณ

ขณะที่เนติมานิ่งคิด แล้วรำพึงออกมา “จะเป็นไปได้ไหมคะ ถ้าคนพวกนั้นเป็นคนของ...”

ศิวัชกับธำรงชะงัก ระบิลลอบมองสองพ่อลูกรู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น

ธำรงเดินเลี่ยงออกมานั่งครุ่นคิดถึงอดีต ครั้งวิเชียรมาปรึกษาเรื่องพงษ์เลิศ เพราะอยากถอนตัวและคิดจะกำจัดวงจรอุบาทว์ให้หมดสิ้นไป แต่ไม่ทันสำเร็จก็ถูกฆ่าตาย คิดมาถึงตรงนี้ธำรงได้แต่ถอนใจ พลางเอ่ยกับตัวเองอย่างมุ่งมั่น

“คุณวิเชียร คุณทำในสิ่งที่กล้าหาญที่สุดแล้ว ผมจะสานต่อเจตนารมณ์ของคุณเอง ประเทศไทยต้องมีนักการเมืองมือสะอาด เพื่อยกระดับแผ่นดินให้สูงกว่าที่เป็นอยู่ให้ได้”

ด้านพงษ์เลิศ เมื่อรู้ว่าวายร้ายที่จ้างไปจัดการเนติมาทำงานพลาด เขารีบโทร.กำชับลูกน้องทางปารีสว่าอย่าให้เรื่องสาวมาถึงตน อิทธิหาญเข้ามาได้ยิน อาสาจะไปจัดการกับเนติมาเอง พงษ์เลิศว่า ถ้าส่งอิทธิหาญไปก็ไม่ต่างอะไรกับส่งลูกไปติดคุกที่เมืองนอก

“ไอ้ธำรงกับครอบครัวไม่ใช่เหยื่อกระจอกๆที่จะให้ แกเถือได้ง่ายๆ มันมีเครือข่ายในประเทศนอกประเทศตั้ง เยอะแยะ เจ็บใจนัก อุตส่าห์ตามหาที่อยู่พวกมันตั้งหลายปี  พลาดอีกจนได้” พงษ์เลิศกำหมัดแน่นด้วยความโมโห

ooooooo

อาหารมื้อค่ำผ่านพ้นไป ศิวัชกับเนติมาเดินออกมาส่งระบิลที่รถ

ทั้งสองขอบคุณชายหนุ่มอีกครั้ง เพราะความจริงยังไม่ถึงเวลาปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาจ้าง บอดี้การ์ดหนุ่มทำหน้าทะเล้นปล่อยมุกว่า เป็นโปรโมชั่นเสริม

เนติมาส่ายหน้าระอากับมุกเสี่ยวๆ เธอไล่ระบิลกลับไปพักผ่อน

ระบิลโบกมือลาทั้งสองแล้วขึ้นรถออกไป ศิวัชหันมาขอโทษคนรักอีกครั้ง เพราะรู้สึกผิดที่ไม่อยู่ดูแลขณะเกิดเหตุร้าย

“คิดมากอีกแล้ว เรื่องมันผ่านมาแล้วค่ะ แค่เนติ์รู้ว่าพี่ศิวัชห่วงเนติ์มากขนาดนี้ เนติ์ก็ดีใจที่สุดแล้วนะคะ ศิวัช คุณพ่อบอกว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับเราแล้ว คุณพ่อ จะเร่งเวลากลับเมืองไทยเร็วขึ้น ก็ดีเหมือนกันนะ เรื่องทุกอย่างจะได้สำเร็จเร็วขึ้น จากนั้นเราสองคน...”

“จะได้แต่งงานกัน” ศิวัชดึงเนติมาเข้ามากอด แต่ไม่อาจเห็นสีหน้าและแววตาของธำรงที่ออกมายืนมองทั้งคู่อย่างครุ่นคิด

ด้านระบิล เขามาที่หอไอเฟลเพื่อบอกลาเมืองปารีส ชายหนุ่มมองวิวเบื้องหน้าอย่างอาวรณ์พลางหยิบรูปของเอมมิกาขึ้นมา “พี่พาหนูมาเที่ยวส่งท้ายนะคะเอม ไม่รู้เมื่อไหร่พี่จะมีโอกาสพาหนูมาเที่ยวไกลๆอย่างนี้อีก แต่พี่คิดว่าหนูคงคิดถึงเมืองไทยแล้วล่ะ แล้วพี่จะพาหนูไปร้านประจำที่เราชอบไปนั่งเล่นกันนะคะเอม”

ชายหนุ่มมองรูปคนรักอีกครั้ง ก่อนตัดใจเก็บเข้าไปในเสื้อ แล้วพึมพำถามตัวเองว่า พร้อมจะกลับไปอยู่บนโลกแห่งความจริงแล้วใช่ไหม

ooooooo

สนามบินสุวรรณภูมิยามรุ่งเช้า เครื่องบินจากปารีสร่อนลงสู่รันเวย์

กลางผู้คนมารอรับญาติจอแจ ธำรงพาศิวัช เนติมาและระบิลมายังคฤหาสน์หรู แม่บ้านออกมายืนรอต้อนรับเจ้านายด้วยความตื่นเต้น ศิวัชลงจากรถคนแรก เขามองไปรอบๆบ้านด้วยความพึงพอใจ เพราะทุกอย่างยังเหมือนเดิม

“พ่อมั่นใจว่า วันหนึ่งเราต้องกลับมาอยู่ที่นี่ ก็เลยสั่งคนดูแลทุกอย่างให้เหมือนเดิม” ธำรงเดินเข้ามาบอกลูกชาย

ด้านระบิล เขาหันไปเห็นเนติมากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเศร้า ก็นึกห่วงจึงเอ่ยถามเจ้านายว่าไม่สบายหรือเปล่า

“เป็นอะไรไปจ๊ะเนติ์” ศิวัชถามคนรักอย่างเอาใจใส่ หญิงสาวฝืนยิ้ม บอกว่าแค่คิดถึงบ้านและคนในครอบครัว

“วันนี้กลับมาที่นี่แล้ว หนูจะได้โอกาสทวงคืนวันที่สวยงามของชีวิตคืนมาแล้วนะหนูเนติ์ แล้วอาก็เชื่อว่าหนูทำได้” ธำรงให้กำลังใจ ศิวัชรีบเสริมว่า เขาจะอยู่เคียงข้างเธอจนกว่าเนติ์จะได้ทุกอย่างคืนมา

“ใช่ ทุกอย่างโดยเฉพาะความยุติธรรม” เนติมาเสียงกร้าว

ธำรงเปลี่ยนบรรยากาศชวนทุกคนไปดูห้องพัก เนติมายืนลังเลก่อนจะเอ่ยขออนุญาตธำรงไปหาบ้านอยู่ตามลำพัง เพราะเกรงว่าจะเป็นที่ครหาในสังคม ที่ชายหญิงอยู่บ้านเดียวกัน อีกทั้งจะกลายเป็นจุดอ่อนให้คู่แข่งทางการเมืองของศิวัชโจมตีได้

ธำรงกับศิวัชยอมจำนน แต่ยังห่วงเรื่องความปลอดภัย จึงให้ระบิลอยู่เป็นเพื่อนหญิงสาวตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง จากนั้นศิวัชชวนคนรักออกไปดูบ้านจัดสรรตามโครงการต่างๆด้วยกัน โดยมีระบิลเป็นโชเฟอร์ แม้จะดูหลายโครงการแล้ว สาวเจ้าก็ยังไม่ถูกใจ

จังหวะรถแล่นมาติดไฟแดงกลางสี่แยก เนติมามองออกไปเห็นดลเดินคุยมากับอ้อ เธอรู้สึกคุ้นหน้าหนุ่มน้อยจึงเรียกให้ศิวัชดู แต่ชายหนุ่มมองเห็นไม่ถนัดนัก เพราะมีคนข้ามถนนอีกหลายคนบัง ครั้นสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว ระบิลจำต้องออกรถ เนติมาหันมองตามดลอีกครั้ง แต่เห็นเพียงแผ่นหลังไวๆก่อนจะหายไปกับฝูงชน

ระบิลพาเจ้านายทั้งสองมาที่สำนักงานขายหมู่บ้านจัดสรรอีกแห่ง พอเห็นเนติมาทำหน้าเซ็ง จึงแกล้งเปรย “ดูจากโหงวเฮ้งแล้ว สงสัยเรายังต้องสัญจรกันต่อไปใช่ไหมครับ”

“ฉันเกรงใจนายจัง เอาไว้เรามาดูกันวันหลังก็ได้นะ” เนติมาเสียงอ่อย

“โอ๊ย ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องเกรงใจ ดูซะให้เสร็จ จะได้ย้ายเข้ามาอยู่จะได้เอาเวลาไปทำธุระอย่างอื่น  เออ เมื่อกี้ผมเห็นด้านโน้นมีอีกตั้งหลายหมู่บ้าน เราลองไปดูกันไหมครับ”

“อืม...ไปสิ” ศิวัชกับเนติมาพยักหน้า

เวลานั้นเองธำรงโทร.ตามให้ศิวัชกลับไปคุยธุระสำคัญ ชายหนุ่มฝากให้ระบิลช่วยเป็นธุระจัดการเรื่องบ้านของเนติมาแทนด้วย บอดี้การ์ดหนุ่มรับคำอย่างอารมณ์ดี แล้วชวนเนติมาเข้าไปดูบ้านอีกโครงการหนึ่ง

“นี่ บ้านหลังนี้พี่ศิวัชเขาไม่ชอบ แต่ฉันว่ามันสวยดีออก นายว่าบ้านหลังนี้เป็นไง” เนติมายื่นแบบบ้านในโบรชัวร์ให้ระบิลดู เป็นบ้านเดี่ยวดูอบอุ่นไม่หรูหราฟู่ฟ่านัก

ระบิลไม่ตอบอะไร แต่เดินนำเนติมาเข้าไปดูบ้านของจริง เขาสำรวจห้องต่างๆ อย่างพิถีพิถัน จนคนขายเข้าใจว่าทั้งสองเป็นคู่รักมาซื้อบ้านด้วยกัน

ด้านศิวัช เขาเดินคุยโทรศัพท์เข้ามาในบ้านอย่างเร่งรีบ เพราะกลัวไม่ทันประชุม จึงชนเข้ากับปฏิพรที่เดินสวนออกมาพอดี สาวเจ้าเสียหลักเซตกลงไปในสระน้ำ ศิวัชรีบกระโดดลงไปช่วยอย่างรวดเร็ว

ปฏิพรวาดแขนกอดศิวัชไว้แน่นด้วยความตกใจ แต่พอตั้งสติได้และเห็นหน้าชายหนุ่มชัดเจนก็หว่านเสน่ห์ทันที

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"
18 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:41 น.