สมาชิก

ตำรวจเหล็ก

ตอนที่ 2

ระเบียงห้องพักฟื้น เอกภาพกับนักรบออกมาคุยกัน ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน เอกภาพส่งเงินให้นักรบเพื่อช่วยค่าใช้จ่ายในการรักษาดาว ลูกสาวของนักรบซึ่งเอกภาพรักเหมือนหลานแท้ๆ นักรบไม่อยากรับแต่เห็นถึงความจริงใจของเพื่อนจึงรับไว้ กลับเข้ามาในห้อง ดาวอ้อนให้เอกภาพอยู่ป้อนข้าวเธอ เอกภาพมีงานจึงสัญญาว่าวันหลังจะมาป้อนทั้งข้าวและขนม

เอกภาพพาลูกน้องมางานศพวิโรจน์ ปัทมาก็มาทำข่าว เธอให้โข่งถ่ายภาพอย่างไม่กลัวเปลืองฟิล์ม แต่โข่งเกรงเจ๋งจะโวยตอนตัดต่ออีก ปัทมาบอกว่ามีเหลือดีกว่าขาด ว่าแล้วก็เดินไปอีกทางเผื่อได้ข้อมูลอะไรบ้าง โข่งดักคอ "เอาแต่ข้อมูลนะโว้ย ไอ้พวกคดีความไม่ต้องหามาล่ะ"

ปัทมาโบกมือทำท่ารำคาญความขี้บ่นของโข่ง...รถขบวนของภูมิชาติแล่นมาจอด เข้มกระซิบคมสันต์ "มันอยู่กันครบทั้งตัวใหญ่ตัวเล็ก น่าเอาระเบิดลงศาลานะพี่ เรื่องจะได้จบๆ"

คมสันต์เอ็ดลูกน้องอย่าทำอะไรนอกเหนือคำสั่ง และอย่าพูดให้เข้าหูภูมิชาติจะหาว่าไม่เตือน...ภูมิชาติกับชาญยุทธ์ เดินเข้าศาลาที่ตั้งศพวิโรจน์ โดยมีคมสันต์กับลูกน้องตามอารักขา คมสันต์เจอกับสุพจน์ต่างจ้องหน้ากันอย่างดูเชิง ลุงสิงห์ กับกรกชออกมาต้อนรับ

ชาญยุทธ์ปลอบใจกรกช "ผมเสียใจด้วยนะ ยังไงผมจะช่วยสืบหาอีกแรงนึงว่าใครมันเป็นคนทำกับลุงวิโรจน์แบบนี้"

"ขอบคุณค่ะ ถ้าฉันรู้ว่าใครเป็นคนทำหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ฉันไม่ปล่อยมันไว้แน่" กรกชพูดอย่างหนักแน่น...

เอกภาพเข้ามายืนข้างปัทมาที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ "คุณนี่ท่าทางจะไม่ยอมเสียเวลาเลยนะ เกาะติดทุกสถานการณ์จริงๆ"

ปัทมาหันมาตีหน้าตึงใส่ "แล้วคุณล่ะ อย่าบอกนะว่าคุณตั้งใจมาเคารพศพเฉยๆท่านรอง"

"ผมมีหน้าที่ต้องคอยดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อยมันคืองานของผม"

"คุณมีงานที่ต้องทำ ฉันก็มีงานของฉันเหมือนกัน ถ้าคุณไม่เต็มใจที่จะให้ข่าวก็อย่าขวางกันดีกว่า อ้อ...เกือบลืมไป ฉันเคยเห็นแต่ตำรวจรับจ๊อบเฝ้าร้านทอง เพิ่งรู้ว่ามีจ๊อบเฝ้างานศพเหมือนกัน" ปัทมาอดไม่ได้ที่จะกวน

โข่งเห็นท่าไม่ดี ปรี่เข้ามายกมือไหว้ขอโทษเอกภาพแล้วดึงปัทมาออกไป เขาต่อว่าปัทมาที่ชอบกวนเอกภาพ ปัทมาโวยว่ามาแขวะเธอก่อน แต่ถึงอย่างไรโข่งก็กลัวเพราะเอกภาพเป็นตำรวจแถมยศสูงอีกต่างหาก ทำไมไม่คิดจะญาติดีเผื่อจะได้พึ่งพาอาศัยกันบ้าง

"ไอ้ที่เจอกันสองสามครั้งที่ผ่านมานี่พี่โข่งยังกล้าหวัง พึ่งเขาอีกเหรอฉันไม่เอาด้วยหรอก"

โข่งปวดหัวเพราะเจอคดีของเอกภาพทีไร เขาต้องถ่ายภาพมากมายจนโดนเจ๋งบ่นทุกที...ด้านเอกภาพ วรัญญาข้องใจต้องถาม "รองไม่ถูกชะตากับคุณนักข่าวนี่เหรอคะ เห็นเจอกันทีไรมีเรื่องปะทะคารมกันทุกที"

"ผมก็ไม่ได้เกลียดอะไรเขาหรอก แต่เจอหน้าแล้วมันอดไม่ได้"

ธัญญะแซวว่าทำเหมือนพระเอกกับนางเอกละคร วรัญญายิ้มเห็นด้วย เอกภาพเขินเดินหนี ยิ่งทำให้สองคนชักสงสัย... ขณะที่เอกภาพ  ธัญญะ  และวรัญญานั่งดูลาดเลาอยู่ด้านหลัง ตอนพระสวดศพ ทั้งสามซุบซิบกันว่าสองแก๊ง คือแก๊งภูมิชาติกับวิโรจน์นี่ต้องมีเรื่องอะไรกันแน่ แต่ไม่รู้ว่าใครหักหลังใคร และการตายของวิโรจน์นี่ ภูมิชาติเป็นคนน่าสงสัยที่สุด

พอเสร็จพิธี ต่างแยกย้ายกันลากลับ เอกภาพเดินผ่านสุพจน์แล้วหยุดมองที่ขาที่เคยเข้าเฝือกของสุพจน์อย่างรู้ทัน แต่ไม่พูดอะไร สังหรณ์ใจว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอีก จึงขับรถตามรถของกรกชกับลุงสิงห์ไปห่างๆ ปัทมาเองก็เห็นท่าที เอกภาพผิดปกติจึงขับรถตามเอกภาพอีกที

"หา...นี่แกจะตามเขาไปอีกแล้วเหรอไอ้ปัด" โข่งถามเสียงหลง

ปัทมาไม่ตอบ ขับรถตามรถเอกภาพไปอย่างรวดเร็ว เส้นทางที่วิ่งไปเป็นทางกลับบ้านวิโรจน์ซึ่งค่อนข้างเปลี่ยว กรกชอยู่ในรถซึ่งลุงสิงห์นั่งคู่กับคนขับ กำลังคุยกันเรื่องการประชุมวันพรุ่งนี้ที่บ้าน รถสุพจน์กับลูกน้องแล่นตามคุ้มกัน... รถเอกภาพตามสังเกตการณ์ จนใกล้ถึงบ้านวิโรจน์ ธัญญะจึงบอกเอกภาพว่า คืนนี้คงไม่มีอะไรแล้ว

"ถ้าไม่มีอะไรก็ดี เราลองตามอีกสักพัก เดี๋ยวพอออกถนนเมนแล้วเราค่อยแยกกลับกัน"

"แต่ฉันสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้นะคะรองสารวัตรว่ามันต้องมีเรื่อง" วรัญญายังติดใจ

พอถึงทางแยก เอกภาพจึงขับรถแยกจากรถของกรกช ปัทมาเห็นอย่างนั้นจึงตามรถของเอกภาพไป ไม่ทันไรมีมอเตอร์ไซค์ มาล้มขวางรถคันที่กรกชนั่ง รถสุพจน์ที่ตามมาต้องเบรกกะทันหัน มีรถออฟโรดจอดซุ่มอยู่ตรงข้าม เปิดไฟสูงสาดใส่พร้อมกับมี มือปืนสี่คนตรงมากระหน่ำยิงใส่รถกรกช สุพจน์รีบยิงคุ้มกันให้กรกชกับลุงสิงห์ลงจากรถ

เอกภาพได้ยินเสียงปืนก็ดึงเบรกมือดริฟต์รถหมุนกลับเร่งเครื่องไปที่เกิดเหตุ ทันที ปัทมาไม่รอช้า กลับรถตามไปติดๆพร้อมกับบอกโข่ง "ฉันบอกแล้วว่ามันต้องมีเรื่อง ผิดซะที่ไหน กะฆ่าล้างครัวกันแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องชู้สาวแล้ว เรื่องขัดผลประโยชน์กันแน่นอน ถ่ายเอาไว้ให้ได้มากที่สุดเลยนะพี่โข่ง"

เอกภาพ ธัญญะ และวรัญญามาถึง โดดม้วนตัวเข้ายิงใส่ไฟที่สาดส่องมาและยิงใส่มือปืนจนพวกมันต้องถอยหนี เอกภาพสั่งไม่ให้ตาม ให้เคลียร์พื้นที่ก่อน จากนั้นก็พาทุกคนไปสอบปากคำที่โรงพักกว่าจะเสร็จก็ค่อนดึก กลับถึงบ้านกรกชซักถามลุงสิงห์ทันที

"ตกลงลุงสิงห์จะบอกได้หรือยังคะว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ตอนกลับจากสนามบินลุงให้เปลี่ยนรถเพราะอันตราย พอมาถึงบ้าน คุณพ่อก็โดนฆ่าตาย นี่กลับจากงานศพยังโดนลอบยิงอีก ทำไมถึงมีเรื่องร้ายๆเกิดกับเราได้เยอะขนาดนี้คะ"

"จริงๆแล้วลุงอยากให้คุณท่านเล่าให้คุณหนูฟังเอง แต่เมื่อท่านไม่อยู่แล้ว ลุงก็คงต้องเล่าให้ฟังเอง ตอนที่คุณหนูเรียนอยู่เมืองนอก คุณท่านกับคุณภูมิชาติมีเรื่องขัดแย้งกันรุนแรงพอสมควรถึงกับไม่มองหน้ากัน มาเป็นปีๆ เพิ่งจะมาคุยกันอีกทีเมื่อไม่กี่เดือนมานี่เอง"

ลุงสิงห์มองกรกชว่ามีปฏิกิริยาโต้ตอบบ้างไหม แต่เธอกลับนิ่งฟัง เขาจึงเล่าต่อว่า ปัญหาเกิดจากที่ภูมิชาติต้องการบริหารด้านการส่งออกทั้งหมด วิโรจน์อยากตัดความรำคาญจึงโอนกิจการด้านห้องเย็นให้ไปทำ เก็บไว้แต่เพียงโรงสีกับการส่งออกข้าวสาร แต่ภูมิชาติก็ยังไม่พอใจ

"แล้วโรงไฟฟ้าที่สร้างขึ้นใหม่ล่ะคะ"

"คุณท่านอยากทำเพราะเรามีแกลบจากโรงสีเป็นเชื้อเพลิงอยู่แล้ว พอขายกระแสไฟเข้าระบบเราก็มีกำไรเลี้ยงตัวได้สบาย"

"ลุงสิงห์คิดว่าใครเป็นคนสั่งฆ่าคุณพ่อคะ ใช่อาภูมิชาติ หรือเปล่า"

ลุงสิงห์ยังไม่อยากให้กรกชปักใจเชื่อ ให้มีหลักฐานแน่นอนก่อนแล้วเขาจะบอก กรกชเก็บมานั่งคิดจนเช้า ไม่ได้หลับได้นอน จนอนงค์เด็กรับใช้ในบ้านจะเข้ามาทำความสะอาดห้องทำงาน กรกชตกใจเพราะยังไม่รู้จัก ป้านิ่มต้องมาแนะนำแล้วแปลกใจที่กรกชยังอยู่ในชุดเมื่อวาน

ooooooo

โรงพยาบาลแผนกคนไข้เด็ก วันวิสาข์กำลังดูแลดาวที่เล่นอยู่ในห้องของเล่น ปัทมาเดินเข้ามา วันวิสาข์ดีใจรีบบอกดาวว่าเดี๋ยวเธอมา วันวิสาข์ยิง
คำถามใส่ปัทมาทันที

"วันนี้ว่างเหรอจ๊ะ แม่นักข่าวหัวเห็ด"

"ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากจะว่างทุกวันเลย เพราะถ้าวันไหนฉันว่างก็หมายความว่าวันนั้นไม่มีอาชญากรรมร้ายแรง"

"ถ้าเป็นแบบนั้นได้ ฉันก็ยอมว่างงานเหมือนกันแหละ ถ้าโลกนี้จะไม่มีคนให้รักษาน่ะ"

ปัทมาเห็นสายตาวันวิสาข์ที่มองเด็กดาวบ่งบอกถึงความรัก จึงถามว่าเด็กคนนั้นป่วยหรือดูเหมือนเด็กปกติ วันวิสาข์ ถอนใจ "น้องดาวแกเป็นเด็กที่เข้มแข็ง กำลังใจดีมาก เห็นแกดูปกติแบบนี้ รู้มั้ยว่าแกป่วยเป็นอะไร...ลูคีเมีย...มะเร็งในเม็ดเลือดขาวน่ะ"

ปัทมาเปลี่ยนสีหน้าเป็นสงสารดาวอย่างมาก วันวิสาข์ บอกว่าเธอดูแลดาวมาสามเดือนแล้วยังไม่เคยเห็นน้ำตาเลยสักหยด "...ชีวิตแกน่าสงสารนะ อยู่กันสองคนกับพ่อ แม่เสียไปตั้งแต่แกไม่กี่ขวบ เดี๋ยวพ่อคงมา พ่อลูกคู่นี้เค้ารักกันมาก พ่อมาเฝ้าลูกสาวทุกวันไม่เคยขาด"

พลัน ปัทมาเห็นเอกภาพเข้ามาอุ้มดาวขึ้นกอด วันวิสาข์ ไม่ทันเห็น ปัทมาจึงคิดว่าเอกภาพเป็นพ่อของดาว พอวันวิสาข์ ถามว่ามาหาเธอทำไม จึงตอบไปอย่างหงุดหงิด "ตอนแรกว่าจะมาชวนไปทานข้าวด้วยกัน แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว เพราะเหม็นขี้หน้าคน"

เอกภาพหันมาสบตากับปัทมาเข้าพอดี เธอจึงรีบบอกวันวิสาข์ว่าเธอกลับก่อน วันวิสาข์มองตามหลังเพื่อนด้วยความงง...ปัทมาโทร.เรียกโข่งมารับด่วนจี๋จน โข่งบ่นว่าเกิดอะไรขึ้น

"อารมณ์เสียน่ะ เหม็นขี้หน้าคน อย่าถามมากได้ป่ะ หงุดหงิด"

"อะไรของมันวะ" โข่งแปลกใจแล้วบึ่งมอเตอร์ไซค์ ให้ปัทมาซ้อนออกไป...

เช้านี้ กรกชว่ายน้ำในสระ เผยให้เห็นรอยสักบนแผ่นหลังที่ดูดุดันเกินกว่าผู้หญิงธรรมดา ป้านิ่มมาตามบอกว่าลุงสิงห์ให้บอกว่าทุกคนที่มาประชุมพร้อมแล้ว กรกชจึงรีบขึ้นไปแต่งตัว...พอพร้อม ก็เดินนำลุงสิงห์เข้าห้องประชุมในบ้านซึ่งมีลูกน้องของวิโรจน์นั่งรออยู่ ก่อนแล้ว กรกชนั่งเก้าอี้หัวโต๊ะ ลุงสิงห์และสุพจน์ยืนขนาบข้าง ทุกคนมองอย่างแปลกใจ ลุงสิงห์ จึงกล่าวกับทุกคนว่า กรกชจะขึ้นเป็นนายใหญ่แทนวิโรจน์ เสียงฮือฮาไม่เห็นด้วย

"งานที่พวกเราดำเนินการอยู่มันใหญ่เกินกว่าการตัดสินใจของผู้หญิงนะครับ...ลุงสิงห์"

"ทำไมลุงสิงห์ไม่เป็นเองล่ะครับ"

"นั่นสิ ลุงสิงห์เหมาะที่สุดแล้ว ทั้งอาวุโสและก็อยู่กับนายใหญ่มานานที่สุด"

ลุงสิงห์ขอโอกาสให้กรกชได้พิสูจน์ตัวเองก่อน กรกชก้าวออกมายืน ทุกคนเงียบเสียงลง กรกชกล่าวกับทุกคนว่าเธอรู้ว่าเธออายุยังน้อยแถมเป็นผู้หญิง แต่ขอให้ทุกคนเคารพเลือดในตัวเธอที่เป็นของวิโรจน์ครึ่งหนึ่ง สุพจน์เห็นด้วยขอร้องทุกคนให้โอกาสกรกชพิสูจน์ตัวเองก่อน

ทุกคนเริ่มลังเล กรกชจึงพูดขึ้นว่า "เรื่องที่เกิดขึ้นแม้ว่าจะยังบอกไม่ได้แน่นอนว่าเป็นฝีมือใคร แต่ที่ฉันมั่นใจก็คือ ในพวกเรามีคนที่เป็นสายให้ตำรวจ ทำให้รู้ความเคลื่อนไหวในองค์กรของเรา แล้วฉันก็รู้แล้วว่าคนคนนั้นเป็นใคร..."

กรกชเดินมองหน้าลูกน้องทีละคน แล้วชักปืนออกมาจ่อหัวสัก สักตกใจละล่ำละลักปฏิเสธว่าไม่เคยทรยศนาย แต่แล้วกรกชหันปืนไปยิงคมที่ยืนข้างสักแทน คมล้มลง ลุงสิงห์สั่งให้คนถอดเสื้อคมออก เผยให้คนอื่นๆเห็นเครื่องดักฟังที่ติดอยู่ที่หน้าอกของคม ทุกคนต่างฮือฮาและยอมรับในตัวกรกช

พอเสร็จสิ้นการประชุม กรกชยังยืนสงบสติอารมณ์ เพราะเป็นการฆ่าคนครั้งแรกของเธอ ลุงสิงห์เข้ามาปลอบว่าเธอทำได้ดีแล้ว จะทำงานใหญ่ต้องมีคนเสียสละ กรกชจึงเตือนลุงสิงห์อย่าลืมเอาเงินไปให้ครอบครัวของคมด้วย ลุงสิงห์บอกว่าเรื่องนั้นเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่คือต้องเอาของที่ถูกชิงไปคืนมาให้ได้ กรกชถาม "แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าใครเป็นคนเอาไป แล้วของอยู่ที่ไหน"

"เรื่องนี้คุณหนูไม่ต้องเป็นห่วง เรามีสายที่พร้อมจะให้ข้อมูลเราทุกเวลา..."

ในห้องประชุมหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เอกภาพเรียก ธัญญะ วีระชัย วรัญญา และทองใบเข้าประชุม น้ำหวานเอากาแฟ มาเสิร์ฟให้ทุกคนแล้วกลับออกไป เอกภาพบอกกับทุกคนว่า

"ตอนนี้ข้อมูลที่ค่อนข้างแน่นอนจากตำรวจสากลแจ้งมาว่า ของที่มีการแย่งชิงจนฆ่ากันตายจากทั้งสองที่นั่นคือ เงินดอลลาร์ ทองคำแล้วก็ยาเสพติด ทั้งหมดรวมมูลค่าหลายร้อยล้าน"

"แล้วของมันเข้ามาบ้านเราได้ยังไงครับรอง" ธัญญะถาม

"เป็นฝีมือของขบวนการแอตแลนติส คือขบวนการอาชญากรข้ามชาติ ที่จะใช้ไทยเป็นฐานสำคัญในการเอาของสามอย่างนี้ไปแลกอาวุธสงครามจำนวนมหาศาล มาเพื่อใช้ในการก่อการร้าย ซึ่งถ้าสำเร็จทั่วโลกจะลุกเป็นไฟแน่"

ฉะนั้นหน้าที่ของเราคือชิงของทั้งสามอย่างกลับมาให้ได้ และกวาดล้างขบวนการนี้ให้เกลี้ยง วรัญญาเปิดเครื่องฉายขึ้นจอ ให้เห็นหน้าบอสใหญ่ชาวต่างชาติ แต่ไม่ระบุสัญชาติ ที่แท้จริง ในเมืองไทยคือแก๊งของวิโรจน์กับภูมิชาติ ไม่รู้ว่าขัดแย้ง กันเรื่องอะไร ส่วนภาพดำๆเป็นนักฆ่าพญายม มือปืนรับจ้างระดับพระกาฬที่ไม่เคยมีใครเห็นหน้า ไม่รู้ว่าตัวจริงคือใคร

เอกภาพสรุปว่าถ้าจับตัวนักฆ่าพญายมได้ก็จะสาวถึงตัวการว่าเกี่ยวข้องกับขบวน การแอตแลนติสหรือเปล่า ภาพต่อไปเป็นภาพเจนจิรา เอกภาพบอกว่าคนนี้น่าจะให้เบาะแสได้มากพอดู

ระหว่างนั้นภูมิชาติกำลังนั่งคุยกับชาญยุทธ์และคมสันต์ ในห้องนั่งเล่นของบ้าน เจนจิรายกกาแฟมาให้ภูมิชาติแล้วนวดไหล่ให้โดยทำเป็นไม่สนใจว่ากำลังคุยอะไร กันอยู่...ภูมิชาติ สั่งคมสันต์และชาญยุทธ์จัดการนัดแลกเปลี่ยนของไม่เกินอาทิตย์หนึ่ง เจนจิรายังคงบีบนวดไปเรื่อย

ooooooo

ขณะที่ปัทมากำลังเช็กเทป โข่งมาชวนไปตามขิมน้องสาวซึ่งหนีเที่ยวผับ พอเข้าไปในผับเจนจิรากำลังร้องเพลงอยู่บนเวที ปัทมาเห็นเอกภาพนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์มองเจนจิราเหมือนเฝ้ารอจึงรี่เข้าไป แขวะ โข่งหวั่นใจ "หาเรื่องอีกแล้วไอ้ปัด"

"นี่แหละน้าคนเรา ทำเป็นสร้างภาพหลอกคนอื่นว่ารักลูกยิ่งกว่าชีวิต พอไม่มีคนเห็นก็แอบมานั่งเฝ้านักร้องแทนที่จะ อยู่ดูลูก"

เอกภาพได้ยินเสียง หันขวับมามองปัทมา แล้วถามงงๆ ว่าพูดกับเขาหรือ เมาหรือเปล่า ปัทมาจะอ้าปากโต้ โข่งรีบดึงตัวปัทมาออกไปเพราะเห็นหลังขิมไวๆ พอตามมาหลังร้านเห็นขิมยืนสูบบุหรี่อยู่ก็เข้าไปจับไหล่ให้หันมาแล้วต่อว่า ปรากฏว่าผิดคน โข่งรีบขอโทษ ปัทมาว่าโข่งโมโหจนตาลาย ป่านนี้ขิมอาจไปรออยู่ที่บ้านแล้ว โข่งยอมกลับไป ขิมแอบอยู่มุมหนึ่ง เธอมาติดนักร้องชื่ออาร์ต พอเจนจิราลงจากเวที อาร์ตก็ขึ้นร้องต่อ ขิมนั่งเฝ้าอยู่กับแนนที่โต๊ะข้างเวที

มีคนไปบอกเจนจิราว่าเอกภาพรอพบ พอเธอมาถึงเหมือนต่างรู้กันว่าต้องการอะไร เจนจิราพูดว่า "ข้อมูลฉันมีเต็มไปหมด ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากได้ข้อมูลอะไรล่ะ"

"เรื่องที่มีการชิงของกันเมื่อเร็วๆนี้" เอกภาพบอก พอเห็นสายตาสงสัยของเจนจิรา ก็จะแนะนำตัว เจนจิรารีบห้ามไม่อยากรู้ว่าเขาเป็นใคร อยากรู้ว่าเธอจะได้อะไรตอบแทน

เอกภาพส่งซองเงินให้ เจนจิราเปิดดูแล้วยิ้ม "บางครั้งของสำคัญๆมันก็ชอบไปอยู่ตรงที่ที่เราคาดไม่ถึง ถ้าว่างๆคุณน่าจะลองไปเดินเล่นริมแม่น้ำแถวๆโรงงานร้างดู ไม่แน่นะบรรยากาศดีๆอาจจะช่วยทำให้คุณคิดอะไรออกบ้างก็ได้"

วันต่อมา เอกภาพจึงยกทีมลงเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ทองใบหาพิกัดของที่อยู่ในแม่น้ำ ไม่นานทองใบก็พบว่ามีวัสดุแปลกปลอมอยู่ใกล้ๆโรงงาน ลักษณะเป็นตู้คอนเทนเนอร์ ขณะเดียวกัน ก้านส่องกล้องเห็นเรือเอกภาพก็รีบโทร.บอกยอดชาย...

เรือเครนจอดเตรียมพร้อม ทีมนักประดาน้ำพร้อม วีระชัย รอคำสั่งจากเอกภาพ ว่าให้ดำลงไปจุดไหน เอกภาพเอากระดาษที่ทองใบปริ๊นต์มาให้ให้กับทีมประดาน้ำดู...พักใหญ่ ประดาน้ำคนหนึ่งโผล่ขึ้นมารายงานว่าพบตู้คอนเทนเนอร์ตู้หนึ่ง วรัญญาให้ดูให้ละเอียดว่ามีตะไคร่น้ำเกาะไหม ประดาน้ำกลับขึ้นมาบอกว่าตู้ยังใหม่ไม่มีตะไคร่น้ำ แต่ถูกใส่กุญแจแน่นหนา เอกภาพจึงสั่งให้ยกขึ้นมา ทำการตัดกุญแจเปิดตู้ พบถุงดำกันน้ำแน่นหนาจำนวนมาก ตรวจสอบดูเป็นผงสีขาว เอกภาพกำลังจะชิม พลันมีเสียงระเบิดดังขึ้นที่ฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นอู่ต่อเรือเก่า

"เดี๋ยวผู้กองเอาของกลางกลับหน่วย สารวัตร หมวดไปด้วยกัน พวกเราด้วยไปกับผม" เอกภาพนำกำลังไปที่อู่ต่อเรือร้าง

สุพจน์ปาระเบิดนำร่องเข้าไปในอู่ต่อเรือร้าง แล้วนำลูกน้องบุกยิงสู้กับพวกก้านเพื่อชิงเอาทองคำแท่งคืนมา สุพจน์ สั่งสัก

"เอ็งขับเรือเร็วไปที่ท่าน้ำวัดน้อย แล้วถ่ายเอาของไปเก็บตามที่นัดกันเอาไว้"

ลูกน้องช่วยกันขนทองลงเรือ สุพจน์ยิงสกัดไว้ให้ ยอดชายตามมาช่วยก้านยิงสู้กับพวกของสุพจน์...ปัทมากับโข่งกำลังกิน ก๋วยเตี๋ยวมื้อกลางวัน ได้ยินวิทยุสื่อสารที่เปิดทิ้งไว้ว่าเกิดเหตุยิงถล่มกัน ก็รีบดึงโข่งไปทำข่าวทันที

เอกภาพกับลูกน้องมาถึงอู่ต่อเรือร้างไม่พบใครเหลือแต่ร่องรอยและศพลูกน้อง ก้าน แต่ก็ได้พบทองคำแท่งตกอยู่ที่พื้น จึงสั่งทีมประดาน้ำดำบริเวณใกล้อู่ ปัทมากับโข่งมาถึง เธอรีบ เข้าไปถามเอกภาพ "เมื่อกี้ฉันได้ยินทั้งเสียงปืนเสียงระเบิด เกิดเหตุอะไรเหรอคะ"

เอกภาพมองหน้าแล้วตอบเรียบๆว่า "เหตุระเบิด เท่าที่คุณเห็นนั่นแหละ"

ปัทมาถามว่าเกิดจากอะไร เอกภาพไม่ตอบเดินหนีไป ปัทมาโกรธแทบเต้น หาว่าเอกภาพเห็นเป“นเรื่องธรรมดา ธัญญะมารายงานเอกภาพว่าประดาน้ำดำลงไปไม่พบอะไร ปัทมาเห็นสงสัยว่าเรื่องอะไรกันจึงถามโข่ง

"แกถามฉันแล้วฉันจะไปถามใครวะ อยากรู้ใช่มั้ยว่าท่านรองกับสารวัตรเขาคุยอะไรกัน"

"อยากรู้สิพี่"

"เดี๋ยวโข่งจัดให้ ทำตามพี่บอกนะ..." โข่งกระซิบ ปัทมายิ้มอย่างพอใจ

ขณะที่เอกภาพคุยกับธัญญะ ปัทมาเดินตามเงี่ยหูฟังโดยให้โข่งถ่ายบรรยากาศที่เกิดเหตุ ธัญญะถามเอกภาพว่าเกี่ยวกับขบวนการแอตแลนติสหรือเปล่า

"ผมว่าเป“นไปได้มากเชียวแหละ เดี๋ยวพอหมวดเขาตรวจพิสูจน์ยาที่เรายึดไปได้กับทองคำแท่งนี่ ว่ามาจากไหน ก็คงจะช่วยได้เยอะ" เอกภาพพูดจบเดินเลี่ยงไปทางอื่น

ปัทมารีบมาบ่นกับโข่งว่าเธอฟังไม่รู้เรื่องเลย โข่งยิ้ม "ไม่ต้องห่วง พี่เร่งไมค์หัวกล้องไว้เต็มที่ น่าจะพอเก็บเสียงไว้ได้แหละ เดี๋ยวค่อยเอาไปฟังในห้องตัดต่อเอา"

สิ่งที่โข่งบอกทำให้ปัทมายิ้มออก ไม่ทันไร รถตู้สิริมาศ กับพวกแล่นเข้ามาจอด โข่งบ่นว่าพวกนี้มาช้าแต่ได้ของสดทุกที  ปัทมาไม่ยี่หระ งานใครก็งานมัน เธอจะทำงานของเธอให้ดีที่สุด

พลัน วรัญญาพบตู่ คนของก้านยังไม่ตายแค่บาดเจ็บ เอกภาพจึงซักถามให้สารภาพว่าเรื่องเป“นอย่างไร ตู่กลัวติดคุกจึงยอมจะสารภาพ แต่ไม่ทันจะพูดก็โดนยิงทะลุหัวใจ ทุกคนตกใจ ธัญญะรีบไปดูบนสะพาน วรัญญาตรวจบาดแผลศพ ปัทมาให้โข่งถ่ายภาพไว้ทุกแง่ทุกมุม

"บาดแผลอาจจะแตกต่างไปบ้างก็เพราะระยะยิงผิดกัน ถึงจะไม่มีหัวกระสุนยืนยัน แต่ฉันค่อนข้างมั่นใจค่ะ"

ธัญญะกลับมาพร้อมชูดาวดำที่เก็บได้บนสะพาน "ที่เราสงสัยก็ไม่ผิดหรอก...วางไว้โดดเด่นที่เสาสะพานต้นสุดท้าย"

"หมายความว่ามือปนที่ลอบฆ่านายวิโรจน์กับคนขนยาเสพติดรายนี้เป“นคนเดียวกันหรือคะ" ปัทมาถามแทรกขึ้นทันที

"เป“นแค่การสันนิษฐานเบื้องต้นเท่านั้นครับ เอาไว้ให้ จับคนร้ายได้เมื่อไหร่ ผมถึงจะยืนยันอีกที" เอกภาพตอบแทน


ปัทมาถามอีกว่าใช้เวลานานแค่ไหน เอกภาพตัดบทว่าตำรวจทำงานเต็มที่ไม่มีหยุดพักคงกำหนดไม่ได้ว่าใช้เวลากี่วัน พูดจบก็เดินไป ปัทมามองตามด้วยความหมั่นไส้ เบื่อความเก็กของเขาสุดๆ...ในขณะที่สิริมาศรายงานข่าวสดออกไปทันทีว่าเหยื่อถูกสังหาร โดยมือป—นพญายม คนเดียวกับที่สังหารวิโรจน์  ส่วนคดีที่เกิดคงต้องรอความกระจ่างจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษเฉพาะกิจ

ooooooo

ในห้องทำงาน พล.ต.ท.วิชัยที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เอกภาพนั่งอยู่หน้าโต๊ะ มี พล.ต.ท.ชาลีอยู่ในห้องด้วย วิชัยตำหนิเอกภาพที่ปล่อยให้ของกลางหลุดมือ ไปได้ "ผมไว้ใจคุณนะรองผู้กำกับ ไม่งั้นคงไม่ตั้งคุณเป“นคนดูแลหน่วยเฉพาะกิจนี่หรอก อย่าทำให้ผมผิดหวัง"

เอกภาพรับรองว่าจะทำงานนี้ให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องมือปนพญายม เขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเพียงแต่มือปนคนนี้ทำงานในระยะไกลเป“นกิโลและดูเหมือนจะอ่านใจเจ้าหน้าที่ออก วิชัยขัดขึ้นว่า "คุณพูดเหมือนกำลังคิดว่ามีตำรวจไปเป“นมือปน หรือไม่ ก็ไอ้มือปนพญายมอะไรนั่นมีตำรวจเป“นสายให้อย่างนั้นแหละ"

"ผมยังไม่กล้าสรุปอะไรชัดเจนแบบนั้นหรอกครับท่าน"

"คุณไปทำงานต่อเถอะ พยายามเอาตัวมันมาให้ได้ก็แล้วกัน เอาล่ะคุณไปได้แล้ว มีอะไรก็รายงานเข้ามาทุกระยะด้วย"

เอกภาพลุกขึ้นทำความเคารพก่อนจะออกไป ชาลีหันมาคุยกับวิชัยว่า ทำไมต้องตั้งหน่วยนี้ขึ้นมาให้เปลืองงบประมาณ ด้วย วิชัยตอบว่าขบวนการแอตแลนติสไม่ใช่วายร้ายกระจอกๆตำรวจสากลยังเอาไม่อยู่ ส่วนคนที่เขาตั้งขึ้นมาล้วนฝ•มือดีเลิศ ทั้งนั้น อย่างเอกภาพได้รับฉายาว่ามือปราบพระกาฬ ส่วนธัญญะ ได้รับฉายาว่ามือปราบมือป—น วีระชัยเชี่ยวชาญด้านระเบิดทุก ประเภท จนได้ฉายาว่ามือปราบไร้หัวใจ และวรัญญาเป“
นแพทย์หญิงผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ มองอะไรด้วยสายตาค้นหา คำตอบจนได้ฉายาว่ามือปราบสาวช่างสงสัย และคนสุดท้ายคือดาบทองใบเชี่ยวชาญเรื่องคอมพิวเตอร์ เรียกได้ว่าเป“นแฮกเกอร์ชั้นเซียนเลยทีเดียว...

"หวังว่าพวกที่ลื้อคัดมามันจะเป“นหัวกะทิแบบที่ลื้อคิดจริงๆนะ คงไม่ใช่หางกะทิค้างคืนล่ะ" ชาลีพูดติดตลกแต่ดูมีอะไรแฝงอยู่...

ooooooo

ในห้องตัดต่อบริษัททีวีไทม์ ปัทมากับโข่งเอาเทปที่อัดการสนทนาของเอกภาพกับธัญญะมาแกะเสียง มีเจ๋งกับแก้วช่วยฟัง ปัทมาบ่นให้เจ๋งทำให้เสียงชัดกว่านี้

"นี่ก็ชัดสุดๆแล้วเจ๊ แอมเบี๊ยนเยอะขนาดนั้น แถมยังใช้ไมค์หัวกล้องอัดอีก เทคนิคฮอลลีวูดก็ช่วยไม่ได้หรอกเจ๊"

"แอบเก็บเสียงเขาแล้วแกจะให้ฉันต่อไมค์บูมไปจ่อปากเขาหรือไงนังเจ๋ง" โข่งโวย

เจ๋งเสียงอ่อยว่าไม่ได้ว่าอะไร แค่อธิบายให้ปัทมาฟัง แก้วว่าแค่นี้ก็พอฟังออกแล้ว

"ขบวนการแอตแลนติส พิสูจน์ยากับทองคำแท่ง" ปัทมาทวนคำที่ฟังเข้าใจ

"มันคืออะไรน่ะเจ๊ปัด ยังกะรหัสลับดาวินชี่เลย" เจ๋งงงสุดๆ

"นี่แหละหน้าที่ของเราที่ต้องตามประกบจนรู้ให้ได้ว่ามันคือเรื่องอะไรกันแน่" ปัทมาสรุป

นักรบมาเยี่ยมดาวที่โรงพยาบาล เห็นดาวยังหลับจึงวางกระเป๋าที่ถือมาด้วยไว้ที่พื้นแล้วเข้าห้องน้ำเพื่อล้างมือ เผอิญวันวิสาข์เข้ามา  เห็นกระเป๋าวางเกะกะอยู่จึงจะเอาไปวางบนโต๊ะ  แต่พอยกกระเป๋าขึ้นก็รู้สึกหนักๆ  จับดูลักษณะคล้ายป—นก็ตกใจจะเป”ดดู

นักรบออกจากห้องน้ำพอดี "กระเป๋าผมเองครับคุณหมอ"

"พอดีฉันเห็นมันวางอยู่ที่พื้นน่ะค่ะ เลยจะเอามาวางบนโต๊ะ"

"ผมวางไว้เองแหละครับ ขอบคุณมากครับ"

"คุณนักรบเอาอะไรใส่กระเป๋ามาคะ หนักยังกับปนแน่ะ"

"ทำไมคุณหมอคิดว่าเป“นปนล่ะครับ"

"ฉันล้อเล่นน่ะค่ะ" วันวิสาข์เห็นนักรบขึงขังจึงเปลี่ยนเรื่อง เดินไปดูดาวซึ่งยังหลับอยู่

นักรบแอบถอนใจ...

ooooooo

ตำรวจเหล็ก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด