ตอนที่ 1
วิโรจน์ พ่อค้ายาระดับชาติ ให้สุพจน์กับลูกน้อง ไปรับของจากเจมส์ที่สนามบิน ขณะกำลังขนยาและเงินจากเครื่องบินเล็กมาใส่รถตู้ สุพจน์จับมือกับเจมส์ และบอกให้รายงานบอสด้วยว่าทางนี้เขาจะจัดการต่อเองไม่ต้องห่วง เจมส์พยักหน้าแล้วหันกลับจะไปขึ้นเครื่องบิน พลันตำรวจบุกเข้ามาจับ เกิดการยิงต่อสู้กันเสียงดังสนั่น เจมส์หนีขึ้นเครื่องแต่ยังไม่สามารถเอาเครื่องขึ้นได้เพราะถูกกระหน่ำยิง กลับมีพวกของคมสันต์ โผล่ออกมายิงตลบหลังทั้งตำรวจและลูกน้องสุพจน์กับเจมส์ตายหมด แล้วขนยาเสพติดและเงินใส่รถตู้คอน-เทนเนอร์เชิดหนีไปอย่างลอยนวล
สุพจน์ขับรถหนีออกมาได้รีบโทร.รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นกับลุงสิงห์ "ฮัลโหล ฮัลโหล...เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ เราได้ของมาเรียบร้อยแล้วแต่ว่าถูกตำรวจมาดักจับ ตอนที่ผมหนีออกมาเห็นว่ามีอีกพวกมาซุ่มยิงตำรวจเหมือนกันครับ พวกนั้นน่าจะได้ของไป ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใครครับ พวกเราถูกยิงตายหมดเลยครับ มีผมหนีมาได้คนเดียว..."
"อะไรนะ! พวกตำรวจมันรู้ได้ยังไง...ของถูกชิงไปเหรอ ฝีมือใคร...เอ็งหลบให้ดี อย่าให้ถูกจับได้ล่ะ" ลุงสิงห์วางสายแล้วหันไปรายงานวิโรจน์ซึ่งรอฟังอยู่
"บรรลัยล่ะสิ แกรีบบอกสุพจน์ให้ไปดูที่ปั๊มด่วนเลย ถ้ามันรู้ว่ามีของจากสนามบินเล็กมันก็ต้องรู้ว่ามีที่ปั๊มด้วยเหมือนกัน"
"จะให้ผมไปที่ปั๊มเองมั้ยครับนาย" ลุงสิงห์ถามอย่างกังวล
วิโรจน์ดูนาฬิกาข้อมือ "แกไปรับยัยหนูที่สนามบินตามเดิมแหละ เดี๋ยวจะผิดเวลา ทางนี้ฉันจะรายงานบอสเอง"
ลุงสิงห์รับคำแล้วหยิบมือถือกดหาสุพจน์สั่งการตามที่วิโรจน์สั่ง...
ปลายรันเวย์ซึ่งมีซากเครื่องบินกระจายอยู่เกลื่อนกลาด พ.ต.อ.เอกภาพ กับ พ.ต.ต.ธัญญะ และนายตำรวจจากท้องที่อีกสามนายกำลังตรวจที่เกิดเหตุ ตำรวจนายหนึ่งรายงานว่า
"ทางเราได้รับแจ้งว่าจะมีการขนของผิดกฎหมายครับ กำลังชุดแรกมาดักซุ่มจับแล้วถูกคนร้ายยิงตายทั้งชุดเลยครับ"
"เรื่องสำคัญแบบนี้ทำไมไม่ส่งข่าวให้หน่วยพิเศษเฉพาะกิจเราจัดการล่ะ" เอกภาพเอ็ด
นายตำรวจทั้งสามอึกอักกว่าจะตอบว่า ข้างบนไม่ได้ สั่งการ ธัญญะพูดขึ้นมาลอยๆ...กลัวไม่ได้ความดีความชอบ
ทั้งสามก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไร เอกภาพกับธัญญะจึงสวม
ถุงมือตรวจหาหลักฐาน...
รถของปัทมากับโข่ง นักข่าวหัวเห็ดที่ต้องทำข่าวเกี่ยวกับแก๊งอิทธิพล แล่นเข้ามาจอดไล่เลี่ยกับรถมูลนิธิ ปัทมากับโข่งลงจากรถตรงรี่มาที่เกิดเหตุ พอเอกภาพเห็นว่าเป็นนักข่าวมาพร้อมกล้องวีดิโอก็รีบเข้าไปห้าม "เขาห้ามเข้าไม่เห็นเหรอคุณ"
"ฉันเป็นนักข่าวจากรายการเกาะประเด็น จะเข้าไปเก็บภาพทำสกู๊ปข่าว"
"จากรายการอะไรก็เข้าไม่ได้ทั้งนั้นแหละครับ เจ้าหน้าที่ เค้ากำลังปฏิบัติงานอยู่"
"แล้วทำไมคุณเข้าไปได้" ปัทมามองเอกภาพกับธัญญะที่แต่งชุดนอกเครื่องแบบ
ไม่ทันไร นายตำรวจคนหนึ่งเข้ามาทำความเคารพเอกภาพ "ไม่พบหลักฐานอะไรที่เป็นเอกสารเลยครับรองผู้กำกับ มีแต่ปลอกกระสุนเต็มไปหมด"
"จ่าอย่าเพิ่งให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิเคลื่อนย้ายศพนะ เดี๋ยวขอทีมผมมาตรวจที่เกิดเหตุก่อน"
"ครับ รองผู้กำกับ"
โข่งเข้ามาสะกิดปัทมา "รองผู้กำกับเชียวนะแก ไอ้ปัด"
"รองผู้กำกับแล้วไง ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นตำรวจ เครื่องแบบก็ไม่แต่ง งั้นพี่โข่งถ่ายเก็บบรรยากาศเอาไว้ให้เยอะๆเลยนะ ถ่ายจากข้างนอกนี่แหละ เขาไม่ให้เข้าก็ไม่ต้องเข้า ใช้ กล้องซูมเข้าไปคงไม่ผิดใช่มั้ยคะ รองผู้กำกับ" ปัทมามองเอกภาพกวนๆ
เอกภาพส่ายหน้าไม่อยากต่อล้อต่อเถียง...ไม่นาน ร.ต.อ.วีระชัย ร.ต.ท.วรัญญา และดาบทองใบมาพร้อมด้วยอุปกรณ์ การทำงาน ตรงไปยังที่เกิดเหตุ นักข่าวท้องถิ่นกรูตามมาจะทำข่าวแต่เข้าไม่ได้เช่นกัน ปัทมายังบ่นกับโข่งเซ็งๆ โข่งจึงบอกว่าเดี๋ยวเขาจะดึงภาพเข้ามาให้สุดๆ
"ได้ภาพน่ะไม่ห่วงหรอกพี่ แต่เนื้อข่าวนี่สิ ท่าทางท่านรองขี้เก๊กนั่นคงจะไม่ให้ข้อมูลอะไรเราหรอก"
"อันนั้นก็ไม่ยาก พี่มีไอ้นี่ รับเสียงได้รัศมีร้อยเมตร สบายๆ" โข่งเอาไมค์ที่ประดิษฐ์เองติดกับกล้องแล้วลงมือถ่าย ซึ่งปัทมามองอย่างไม่ค่อยจะไว้ใจอุปกรณ์ของโข่งเท่าไหร่นัก...
จากการเก็บหลักฐาน ทองใบถ่ายภาพที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ธัญญะดูสภาพศพแต่ละศพแล้วคุยกับเอกภาพ "คงไม่ใช่เรื่องการซื้อขายแล้วจับกุมกันแบบธรรมดาซะแล้วละครับรอง"
"มีอะไรผิดสังเกตเหรอสารวัตร"
"ดูจากภาพโดยรวมแล้วน่าจะมีมือที่สามเข้ามาร่วมด้วย"
เอกภาพมองธัญญะเหมือนต้องการความเห็นเพิ่มเติม ธัญญะจึงอธิบายว่า "จากวิถีกระสุนแสดงว่าเจ้าหน้าที่หลายคนถูกยิงจากด้านหลัง เจ้าหน้าที่คงกำลังปะทะกับฝ่ายโน้นที่ตาย เกลื่อนเหมือนกัน คงเป็นไปไม่ได้ที่ทางโน้นจะลอบยิงด้านหลังนี่ เพราะไม่มีเลือดสักหยด มีแต่ปลอกกระสุน"
เอกภาพจึงคิดว่านั่นคือมือที่สามที่มากวาดเอาของ กลางไปทั้งหมด วรัญญาพบทะเบียนรถทั้งสองคันอยู่ในที่เกิดเหตุ เอกภาพจึงสั่งให้เช็กด่วนว่าใครเป็นเจ้าของ ทันใด มือถือเอกภาพดังขึ้น เขาหยิบออกมาดูเบอร์ก่อนจะรับสาย "ครับผม...ที่ไหนนะครับ!...ไปเดี๋ยวนี้เลยครับ"
พอวางสาย เอกภาพหันมาสั่ง "สารวัตรจัดการทางนี้ให้เรียบร้อยนะ มีเหตุเกิดอีกจุดนึง...เดี๋ยวผู้กองกับหมวดไปกับผมนะ บอกดาบทองใบหาให้เจอว่าใครเป็นเจ้าของทะเบียนรถ"
วีระชัยกับวรัญญารับคำแล้วรีบเดินตามเอกภาพไป... ปัทมาเห็นเอกภาพสั่งงานแล้วเดินไปผิดสังเกต จึงรีบบอกโข่ง "สงสัยจะมีเรื่องอีกที่ รีบตามรองขี้เก๊กนั่นไปเร็ว..."
ooooooo
บริเวณปั๊มน้ำมันถูกระเบิดและไฟไหม้เสียหาย ถูกกั้นพื้นที่ไว้ด้วยแถบผ้า พนักงานดับเพลิงเริ่มเก็บท่อหลังจากฉีดน้ำควบคุมไฟไว้ได้แล้ว ตำรวจเข้าเคลียร์พื้นที่ถ่ายรูปเป็นหลักฐานประกอบคดี เจ้าหน้าที่มูลนิธิหามศพพนักงานรถน้ำมันที่ถูกยิงตายมาวางเรียงกัน
เอกภาพขับรถมาจอด อีกมุมหนึ่ง สิริมาศ ปริญญา และเก่ง ทีมนักข่าวสถานีโทรทัศน์คู่แข่งของปัทมากำลังเตรียมการรายงานสด รถปัทมามาถึง โข่งเห็นทีมสิริมาศก็บ่นทันที
"เป็นไง นึกว่างานนี้จะไม่ได้เจอพวกนี้ซะอีก เจอกันทีไร รายการเรากลายเป็นของแห้งของดองทุกที"
"ช่างเถอะพี่โข่ง หน้าที่ใครหน้าที่มัน เราก็ทำของเราให้ดีที่สุดพอแล้ว พี่โข่งเก็บภาพไปนะ เดี๋ยวฉันจะไปหาข้อมูลสักหน่อย"
ขณะนั้น วรัญญากับวีระชัยกำลังสอบถามเด็กปั๊มที่ท่าทางยังตื่นกลัวอยู่ ได้ความว่าทางปั๊มมีกล้องวงจรปิดแต่ใช้การไม่ได้ ก็เซ็ง ที่เจ้าของกิจการส่วนใหญ่ชอบติดกล้องไว้ให้โจรกลัวเท่านั้น... ปัทมาเดินมาหาเอกภาพ
"คุณ...เอ๊ย...ไม่ใช่สิ ท่านรองผู้กำกับคิดว่าเหตุการณ์ที่นี่จะเกี่ยวกับที่เกิดขึ้นที่สนามบินเล็กนั่นหรือเปล่า"
"ผมยังบอกอะไรไม่ได้หรอก"
"ทำไมบอกไม่ได้ล่ะคะ บอกไม่ได้หรือว่าไม่บอกกันแน่" ปัทมาโวยเล็กๆ โข่งรีบปราม
ปัทมาไม่พอใจ "ก็มีที่ไหนล่ะพี่โข่ง ตำรวจบอกไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยมันก็ต้องมีการสันนิษฐานจากสิ่งที่เห็นกันได้ไม่ใช่เหรอ"
"สันนิษฐานในเชิงการสอบสวนน่ะเป็นหน้าที่ของตำรวจอยู่แล้วครับ แต่จะให้ข่าวแบบสันนิษฐานน่ะผมคงทำไม่ได้" เอกภาพพูดจบเดินเลี่ยงไปดูที่เกิดเหตุ
ปัทมามองตามอย่างหมั่นไส้ โข่งรู้สึกว่าเอกภาพไม่ถูกชะตากับปัทมาเอาเสียเลย ปัทมายักไหล่ไม่แคร์ "ไม่เห็นจะแคร์ กะอีแค่ตำรวจขี้เก๊กคนนึงเท่านั้นเอง...แล้วจะยืนรอทำไม ไม่ถ่ายงานเหรอ หรือว่าจะให้ไปถ่ายเอง"
"แน้...เดี๋ยวนี้มีเหวี่ยงด้วยแฮะ ชักทำตัวเป็นผู้หญิงขึ้นทุกวัน" โข่งแขวะแล้วเดินไป
ปัทมามองตามเอกภาพอย่างหมั่นไส้ แล้วแกล้งเดินเกร่ไปใกล้ๆหวังแอบฟังความคืบหน้า เด็กปั๊มกำลังเล่านาที ระทึกขวัญให้ฟังว่ามีการใช้ปืน RPG ยิงใส่ปั๊ม ดีที่เขาปิดวาล์วแก๊สได้ทัน ไฟเลยไม่ลุกลาม ปัทมาได้ยินรีบเข้าไปแทรก
"เหตุผลจะอ่อนไปมั้ยคะคุณตำรวจที่คนร้ายตั้งใจปล้นรถน้ำมันคันเดียว โดยไม่สนใจทรัพย์สินภายในปั๊ม"
"แต่เรายังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้งนะครับ" ตำรวจตอบปัทมา
เอกภาพคิดว่าคนเจ็บคนตายเหล่านั้นจะตามมาคุ้มกันรถน้ำมันแค่นั้นหรือ นายตำรวจรายงานว่าเด็กปั๊มยืนยันเช่นนั้น... ปัทมามองไปเห็นสิริมาศคู่แข่งกำลังรายงานข่าวอยู่มุมหนึ่งเป็นเรื่องเป็นราวออกไปว่าเป็นการแย่งชิงน้ำมันกัน แถมหันมายิ้มเยาะใส่เธอ ปัทมายิ่งสงสัยถามเอกภาพว่าเป็นเพียงแค่การแย่งชิงน้ำมันจริงหรือ แต่เอกภาพนิ่งไม่ตอบ
"อ้อ...ลืมไป คุณคงจะยังสรุปอะไรไม่ได้ตามเคย เอ... แล้วไอ้รถขนน้ำมันคันนั้นมันสำคัญยังไงถึงต้องใช้คนคุ้มกัน" ปัทมาอดที่จะซักถามอีกไม่ได้ แต่เอกภาพก็ยังนิ่งไม่ตอบ...
ยอดชาย เดี่ยว เหน่ง และสักที่ชิงรถน้ำมันมาจอดในซอยแยกเล็กๆริมถนนนอกเมือง แล้วตรวจสอบในถังน้ำมันซึ่งไม่มีน้ำมันซักหยด เพราะมันเป็นรถที่ขนทองคำแท่ง ว่ามีของอยู่ครบ
เอกภาพเดินมาที่รถพูดมือถือสั่งการให้ทองใบซึ่งอยู่ที่หน่วยพิเศษดึงข้อมูลจากดาวเทียมมาตรวจสอบว่า รถบรรทุก น้ำมันที่ถูกชิงไปมุ่งหน้าไปทางไหน ปัทมาเงี่ยหูฟัง ทองใบ
ตอบว่าต้องใช้เวลาประมาณสองสามนาที จากนั้นเขาก็ดึงภาพออกมาได้ว่า มีรถสามคันวิ่งตามกันออกจากบริเวณปั๊ม... เอกภาพขับรถไปตามถนนนอกเมืองมีวีระชัยและวรัญญานั่งไปด้วย โดยมีรถของปัทมาขับตามไปห่างๆ เอกภาพขับมาตามคำบอกเล่าของทองใบ จนมาพบรถบรรทุกน้ำมันจอดอยู่ตรงปากทางแยกนอกเมือง วีระชัยกับวรัญญารีบเข้าไปตรวจค้น ปัทมากับโข่งรีบเข้าไปถ่ายภาพทำข่าว วรัญญาลงไปตรวจในถังน้ำมันแล้ว
ขึ้นมารายงานเอกภาพว่า ถังนี้ไม่ได้ บรรทุกน้ำมัน แต่เศษที่เก็บได้น่าจะเป็นทองคำแท่ง ทันใด... ทองใบโทร.เข้ามาบอกเอกภาพว่า รู้เจ้าของป้ายทะเบียนรถแล้ว เอกภาพหันมาพยักหน้าเรียกวีระชัยกับวรัญญาให้ขึ้นรถ...
เอกภาพกับลูกน้องมาที่บ้านวิโรจน์เพื่อแจ้งข่าวว่า "เมื่อช่วงสายๆมีการยิงกันที่ใกล้ๆสนามบินเล็กนครนายก น่าจะเป็นการหักหลังเรื่องธุรกิจผิดกฎหมาย"
"เหรอครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่คุณตำรวจมาหาผมถึงบ้านนี่ล่ะครับ"
"พวกเราคงจะไม่มารบกวนคุณวิโรจน์หรอกครับ ถ้าไม่บังเอิญว่ารถที่ถูกทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุมันเป็นของลูกน้องคุณวิโรจน์ที่ชื่อสุพจน์"
วิโรจน์ทำเป็นไม่มีอะไรน่าตกใจ เขาให้ป้านิ่มไปตามสุพจน์มา ป้านิ่มหายไปสักพักกลับมาพร้อมสุพจน์ซึ่งเข้าเฝือกขาซ้าย เมื่อวิโรจน์ถามตามที่เอกภาพถาม สุพจน์ก็ตอบว่ารถของเขาหายไปสี่วันแล้ว และเขาก็ได้แจ้งความไว้เรียบร้อยแล้ว เอกภาพขอดูใบแจ้งความ สุพจน์เรียกสักลูกน้องไปเอามา สักทำหน้างงๆ สุพจน์จึงพูดย้ำว่า
"ก็ใบแจ้งความรถหายยังไงเล่า นี่แกอย่าบอกนะว่าแกยังไม่ได้ไปแจ้งความให้ฉันอีก"
สักรับมุกทันทีว่าแจ้งความแล้วแต่ทำใบแจ้งความหาย สุพจน์เอ็ดลูกน้องแล้วหันมาบอกเอกภาพว่าเขาตกบันไดขาหัก เข้าเฝือกมาเกือบอาทิตย์แล้ว จึงให้สักไปจัดการแทน วรัญญามองเฝือกที่ขาสุพจน์เหมือนสายตาเอกซเรย์ วิโรจน์รีบไกล่เกลี่ยว่า ถ้าคนของเขาเกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมายจริง เขาไม่เอาไว้แน่ แต่วันนี้เขาคงรับรองแขกได้ไม่ถนัดเพราะเขากำลังเตรียมต้อนรับลูกสาวกลับจากเมืองนอก เอกภาพจึงลากลับ
พอออกมาที่รถ วรัญญารีบรายงานว่า เฝือกที่ขาสุพจน์ เป็นของเก่าเกินอาทิตย์แต่มีรอยยาที่ขอบเฝือกดูใหม่ และที่แขนเสื้อมีคราบเลือด แสดงว่าอาจถูกกระสุนเฉี่ยวมา เอกภาพพยักหน้าคงต้องปล่อยไปก่อน และหาหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้ให้ได้ก่อน
ooooooo
ย่านการค้าที่มีอาคารสูงเสียดฟ้าจุดหนึ่งใน กทม. นักรบแต่งตัวเหมือนนักธุรกิจติดหนวดสวมแว่นดำ เดินถือกระเป๋าอย่างนักธุรกิจทั่วไป ตรงไปยังตัวอาคาร ขึ้นลิฟต์ไปบนชั้นดาดฟ้าตึก ของในกระเป๋าของเขาเป็นปืนไรเฟิลติดกล้อง ซึ่งเขากำลังซุ่มยิงใครบางคน...
ยอดชายกับคมสันต์กลับมารายงาน ภูมิชาติซึ่งกำลังหวดลูกกอล์ฟเล่นอยู่ที่สนามหน้าบ้าน ว่างานที่ทำสำเร็จด้วยดี ของทุกอย่างอยู่ในมือหมดแล้วทั้งสามอย่าง ภูมิชาติพอใจมาก
"ยอดชาย แกเอาของไปเก็บไว้ที่ที่เราเคยคุยกันเอาไว้ ส่วนคมสันต์ แกเตรียมพวกเราให้พร้อม ฉันจะรีบนัดหมายแลกของให้เร็วที่สุด บอสจะได้รู้ซะทีว่าเชื่อใจคนผิด ไอ้วิโรจน์ มันคิดว่าจะได้เป็นมือขวาตัวแทนของบอสในภูมิภาคเอเชียนี่ ฉันอยากจะเห็นหน้ามันนักว่าตอนผิดหวังขนาดนี้มันจะทำหน้ายังไง ฮ่ะๆๆๆ..."
ในขณะที่วิโรจน์กำลังคุยกับสุพจน์ว่า เขาพอจะเดาได้ว่าใครเป็นมือที่สาม และวิโรจน์ก็ได้โทร.ไปหานายตำรวจใหญ่ คนหนึ่ง เพื่อขอให้ทำใบแจ้งความย้อนหลังให้แก่เขาด้วย...
ลุงสิงห์มารอรับกรกช ที่เดินทางกลับจากอเมริกา กรกชเข็นรถออกมากับชาญยุทธ์ ทั้งสองล่ำลากันแบบฝรั่ง ก่อนที่กรกชจะเข็นรถมาหาลุงสิงห์ "คุณพ่อไม่ได้มาด้วยเหรอคะลุงสิงห์"
"คุณท่านมีเซอร์ไพรส์รอคุณหนูอยู่ที่บ้านแน่ะครับ"
ขณะนั่งรถโดยมีนงเป็นคนขับรถ และมีรถลูกน้องลุงสิงห์ ตามหลังอีกคัน...คมสันต์มารับชาญยุทธ์ไปขึ้นรถอีกทางหนึ่ง ระหว่างทางได้มีมอเตอร์ไซค์ตามมาประกบยิงรถกรกช ปรากฏว่ายิงผิดคัน คนร้ายตกใจรีบหนีไป กรกชอยู่ในรถอีกคันตื่นตกใจ
"ลุงสิงห์รู้ใช่มั้ยคะว่าจะมีคนมาลอบยิงถึงได้บอกให้ เปลี่ยนรถ"
"ลุงไม่รู้หรอกครับคุณหนู แต่ลุงกลัวว่าจะเป็นแบบนี้"
"แล้วมันเรื่องอะไรกันคะ มันจะฆ่าลุงสิงห์หรือว่าจะฆ่าหนู"
"เรื่องมันซับซ้อนวุ่นวายครับ เดี๋ยวถึงบ้านแล้วคุณท่าน คงบอกให้คุณหนูทราบเอง"
พลันวิโรจน์โทร.มา กรกชดีใจรีบพูดคุยแต่ไม่บอกเรื่องถูกยิง สองพ่อลูกพร่ำบอกคิดถึงกันและกัน...พอวางสายจากลูกสาว ป้านิ่มถือถาดของว่างเข้ามา ทันใดนักรบซึ่งซุ่มอยู่บนยอดตึก ได้ประทับปืนยิงมาใส่วิโรจน์ตัดขั้วหัวใจ ทะลุมาโดนถาดในมือป้านิ่มกระเด็น วิโรจน์ล้มลงขาดใจตาย ป้านิ่มร้องโวยวายลั่นบ้าน
นักรบถอดปืนเก็บใส่กระเป๋าอย่างใจเย็น ก่อนจะหยิบดาวสีดำออกมาวางไว้ที่ขอบดาดฟ้า แล้วหิ้วกระเป๋าเดินออกไป... เอกภาพได้รับรายงานรีบรุดไปที่บ้านวิโรจน์ ธัญญะ วรัญญา และวีระชัยตรวจสภาพศพและหาหลักฐาน ธัญญะรายงานเอกภาพ
"งานนี้ไม่ต้องหารอยมือรอยเท้าคนยิงเลยครับรอง กระสุนไนโตรยังงี้ ยิงไกลเป็นกิโล"
"ระยะหวังผลอยู่ที่เท่าไหร่" เอกภาพถาม
"ถ้าปืนดี กล้องดี 1,500 หลา คือระยะสำหรับเด็กฝึกยิง แต่นัดเดียวจอดแบบนี้ระดับมืออาชีพครับ" ธัญญะยังบอกอีกว่า ถ้าป้านิ่มไม่มีถาดทองเหลืองบังอยู่ คงเสร็จไปด้วย
พอถามวิถีกระสุนจากวรัญญา รู้ว่าเป้าหมายไม่เกิน 15 องศา ธัญญะก็สรุปได้ว่าต้องมาจากดาดฟ้าตึกไกลโน่น เอกภาพจึงให้ไปตรวจดู...กรกชกับลุงสิงห์กลับมาถึงบ้าน ตกใจเมื่อเห็นวิโรจน์ถูกยิงตาย กรกชจะเข้าไปดูศพพ่อ แต่วีระชัยกันไม่ให้เข้า จึงเถียงกันเล็กน้อยก่อนเอกภาพจะมาพาเข้าไป สุพจน์เองก็รีบมาคุยกับลุงสิงห์ว่าเขาไม่รู้ว่าใครทำ
บนดาดฟ้าตึกที่ธัญญะกับวรัญญามาตรวจสอบ พบ ดาวดำที่มือปืนทิ้งไว้ ธัญญะกล่าวทันทีว่าเขาพอจะรู้แล้วว่าฝีมือใคร...ทั้งสองกลับมาที่บ้านวิโรจน์ รายงานเอกภาพและสรุปให้กรกชกับลุงสิงห์ฟังว่าจากหลักฐานที่พบเป็นการจ้างวานให้มือปืนมาฆ่า
"จากวิธีการลงมือฆ่า ประกอบกับหลักฐานแวดล้อมอื่นๆ โดยเฉพาะของชิ้นนี้ ดาวดำมันตรงกับลักษณะการทำงานของมือปืนอาชีพที่ใช้ชื่อว่านักฆ่าพญายม ที่จะทิ้งดาวดำเอาไว้ที่ศพเหยื่อทุกครั้งเหมือนเป็นลายเซ็น"
"แล้วใครเป็นคนจ้างนักฆ่าพญายมอะไรนั่นมาฆ่าคุณพ่อฉันเพื่ออะไร"
เอกภาพรู้ว่ากรกชเสียใจมาก เขาถามลุงสิงห์ว่าวิโรจน์มีศัตรูหรือมีปัญหากับใครอยู่บ้าง ลุงสิงห์ตอบว่า "เท่าที่รู้ก็ไม่มี
นะครับ คุณท่านเป็นคนดีมีเมตตา ไม่เคยมีปัญหากับใครหรอกครับ"
กรกชโวยวายให้ตำรวจส่งคนออกตามจับคนร้ายมาให้ได้ ตั้งรางวัลนำจับออกไปเลยเท่าไหร่เธอยอมจ่าย ลุงสิงห์ปลอบกรกชให้ใจเย็นๆ...พอเจ้าหน้าที่นำร่างวิโรจน์ออกไปขึ้นรถ กรกชกับลุงสิงห์เดินตามออกมา เจอปัทมากับโข่งมาทำข่าว ลุงสิงห์รีบสั่งสุพจน์
"อย่าให้นักข่าวมายุ่มย่ามในนี้"
สุพจน์รีบกันปัทมากับโข่งไม่ให้เข้าไปในบ้าน โข่งจึงต้องใช้วิธีการเดิมคือซูมภาพเข้าไปให้ใกล้ที่สุด ปัทมาเห็นเอกภาพเดินนำลูกทีมออกมา จึงปรี่เข้าไปถาม "ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงคะรองผู้กำกับ วันนี้มีเรื่องเกิดขึ้นติดๆกันแบบนี้
คิดว่ามีอะไรที่เกี่ยวโยงกันรึเปล่าคะ"
"ผมยังตอบอะไรไม่ได้หรอกครับ เรื่องมันเพิ่งจะเกิดขึ้น ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน คุณอย่าพยายามโยงเอาเรื่องโน้นเรื่องนี้เข้าด้วยกันเลยครับ รอให้รู้ชัดว่ามันคือเรื่องอะไรแล้วค่อยสรุปดีกว่า"
"คุณมีหน้าที่คลี่คลายความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ฉันก็มีหน้าที่ตีแผ่ความจริงให้สังคมรับรู้เหมือนกันนะคะรองผู้กำกับ"
เอกภาพโต้ว่าวิโรจน์และครอบครัวไม่ใช่บุคคลสาธารณะ เขามีสิทธิ์ปกป้องความเป็นส่วนตัวไม่ให้ใครละเมิด ปัทมาจึงถามว่า "แล้วไอ้การที่คุณไม่ยอมให้ข้อเท็จจริงกับฉันนี่ ถือว่าเป็นการบิดเบือน ละเมิดสิทธิของสื่อมวลชนได้หรือเปล่าคะ"
"ความจริงมันเป็นอื่นไปไม่ได้หรอกครับคุณ รอให้ความจริงมันปรากฏก่อนสิครับ แล้วคุณจะตีแผ่ยังไงก็คงไม่มีใครว่า"
ปัทมาทิ้งท้ายว่าเขาคงไม่ทำให้มันเลือนหายไปกับสายลมหรอกนะ ก่อนจะเดินไปทำข่าวจุดอื่น...ทีมของสิริมาศ มาถึง เธอเตรียมพร้อมทั้งทรงผมและการแต่งตัวที่จะรายงานสด ปริญญากับเก่งถือกล้องตามมาติดๆ แต่ก็ถูกสุพจน์กันไม่ให้เข้าไปในบ้านเช่นกัน สิริมาศไม่พอใจสั่งปริญญาตั้งกล้องให้เห็นแบ็กกราวด์เป็นบ้าน เธอจะรายงานสดออกไปเลย
ข่าวสดออกทางทีวี สิริมาศยืนรายงานข่าวว่า "เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่าเพราะเหตุใดนายวิโรจน์ สกุลทรัพย์ทวี จึงถูกมือปืนลอบยิงจนเสียชีวิตภายในบ้านพักนายวิโรจน์ดำเนินกิจการด้านโรงสี และรับซื้อข้าวจากชาวนาจนได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการกำหนดราคาข้าวมาหลายสมัย ในระยะหลัง นายวิโรจน์ได้ขยายกิจการด้านส่งออกข้าวสารไปทั่วโลก อาจจะมีบริษัทคู่แข่งไม่พอใจถึงขั้นสั่งฆ่าก็เป็นได้..."
ภูมิชาตินั่งดูข่าวแล้วถอนใจ ชาญยุทธ์กลับมาถึงบ้านพอดี เขาจึงชวนลูกชายไปงานศพวิโรจน์ด้วยกัน ชาญยุทธ์ตกใจเพราะเพิ่งแยกจากกรกชที่สนามบินเมื่อสักครู่นี้เอง
ooooooo
คนในบริษัททีวีไทม์กำลังดูข่าวสิริมาศ เจ๋งพูดอย่างสะบัดสะบิ้งว่าสิริมาศรายงานสดเป็นฉากๆได้ทุกวัน แต่ทางเขาต้องทำแต่สกู๊ปแห้ง ปัทมาไม่ยี่หระ เพราะสิริมาศก็ได้แค่ข่าวเฉพาะหน้า แต่เธอมีเวลาหาข้อมูลเบื้องลึก แก้วถามโข่งว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่ โข่งตอบว่าเขาไม่ได้อยู่ตอนเกิดเหตุ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะปัทมาซี้กับรองผู้กำกับสุดหล่อ เจ๋งรีบถามว่าหล่อมากไหม ปัทมาหันไปเล่นงานโข่ง
"ถ้าพี่โข่งยังไม่เลิกแหย่เรื่องนี้อีกนะ เงินไม่พอใช้ ไม่ต้องมาขอยืมเลย แล้วก็เอาของเก่าคืนมาด้วย"
โข่งหน้าเบ้ที่ปัทมาเล่นแรง พลัน วิทยาออกมาเรียกปัทมาเข้าไปพบเพื่อสอบถามเรื่องราว ปัทมาพูดตามจริงว่าต้องมีอะไรเกี่ยวโยงกันทุกคดี
"ถ้าปัดมั่นใจแบบนั้นก็ตามติดเรื่องนี้แล้วเอาความจริงมาเปิดเผยให้ได้ก็แล้วกัน"
"ได้เลยค่ะ ถ้าอาวิทสั่งลุยแบบนี้ ปัดไม่ปล่อยแน่"
"แต่ก็อย่าลุยสุ่มสี่สุ่มห้านะ เห็นเท้าใครขวางทางอยู่ ก็เลี่ยงๆมั่ง อย่าเหยียบดะ มันจะทำให้เราทำงานลำบาก จำได้ ใช่มั้ยที่พ่อเราสอนไว้น่ะ"
"จำได้ขึ้นใจเลยค่ะ เราต้องยอมเดินข้ามๆพวกเท้าที่ยื่นมาขวางทางไปก่อน แล้วค่อยกลับมากวาดให้เกลี้ยงทีหลัง ปัดไม่ทำให้เสียชื่อพ่อปกรณ์ นักข่าวมือหนึ่งแน่นอนค่ะ เชื่อมือได้"
ปัทมายิ้มอย่างมั่นใจ วิทยาเชื่อมั่นในตัวลูกสาวเพื่อนรัก ปัทมาออกมา เพื่อนๆรุมถามว่าโดนตำหนิเรื่องอะไรหรือเปล่า ปัทมาบอกว่าวิทยาบอกให้ลุยหาข้อมูลมาตีแผ่ให้ได้ เจ๋งรีบบอกให้ถ่ายแบบที่เอามาตัดต่อง่ายๆหน่อย เห็นใจคนตัดต่อบ้าง โข่งแซวว่าเคยเห็นแต่กะเทยเป็นดีไซเนอร์ แต่นี่กลับมาเป็นกะเทยห้องตัด เจ๋งค้อนขวับๆ
"ทำไมยะไอ้พี่โข่ง ก็ฉันไม่อยากเหมือนใคร ชาวโลกเขาจะได้รู้ว่า ถ้าตั้งใจ กะเทยไทยทำได้ทุกอาชีพ"
พอดีขิมน้องสาวโข่งเดินเข้ามาขอเงินโข่ง โข่งบอกปัดไม่มีแล้วตำหนิน้องที่ใช้เงินเปลือง ปัทมาสงสารจึงส่งเงินให้ ไปห้าร้อยบาท ขิมดีใจวิ่งกลับออกไป โข่งคืนเงินให้ปัทมาและบอกว่าเขาอยากให้ขิมเห็นว่าเขายืมเงินปัทมา เพื่อขิมจะได้รู้จักใช้อย่างประหยัดบ้าง...
ooooooo
ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หมอวันวิสาข์ที่พยาบาลต่างรักใคร่ เดินมาเห็นวัยรุ่นคนหนึ่งกำลังปลดทรัพย์ คุณป้าคนหนึ่งที่ดูจะสะลึมสะลือจึงเข้ามาช่วย แต่วัยรุ่นตกใจคว้าสร้อยวิ่งหนี วันวิสาข์วิ่งตามมาตะครุบตัววัยรุ่น คนนั้นไว้ได้ เกิดการต่อสู้กัน นักรบเข้ามาช่วยขณะที่วัยรุ่นชักมีดออกมาจะแทงวันวิสาข์ ยามวิ่งเข้ามาจับกุมวัยรุ่น นักรบดึงสร้อยกลับคืนมายื่นให้วันวิสาข์
วันวิสาข์ขอบคุณนักรบที่มาช่วย แต่นักรบกลับบอกว่า "จริงๆแล้ว ถึงผมไม่เข้าไปช่วยคุณหมอก็คงเล่นงานหมอนั่นได้ไม่ยากหรอกครับ เห็นคุณหมอนิ่งๆแบบนี้ไม่นึกว่าจะบู๊ได้ สะบั้นเหมือนกันนะครับ"
"สมัยนี้ ผู้หญิงถ้ามีวิชาป้องกันตัวติดเอาไว้บ้างมันก็ดีนะคะ คนสมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ"
วันวิสาข์กับนักรบเดินกลับมาที่คุณป้า เห็นหลานสาวกำลังบีบนวด จึงคืนสร้อยให้และเตือนให้พาคุณป้าไปตรวจเช็กอีกที นักรบมองวันวิสาข์อย่างชื่นชม ก่อนจะแยกตัวไปเยี่ยมลูกสาวที่นอนป่วยอยู่ ซึ่งพอดีเอกภาพแวะมาเยี่ยมและซื้อตุ๊กตาหมีหลินปิงมาฝาก ดาวดีใจกอดตุ๊กตาพร้อมกับหอมแก้มเอกภาพขอบคุณและถามหาพ่อ นักรบโผล่เข้ามาบอกว่าเขาอยู่นี่ นักรบยืนกอดอกมองลูกสาวและเพื่อนรักอย่างยิ้มๆ
ooooooo










