ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ส้มอ่านหนังสือพิมพ์ฟ้าใหม่ฉบับเช้าซึ่งพาด หัวข่าวหน้าหนึ่งว่า "ฮีโร่นิรนาม ช่วยจับโจรปล้นธนาคาร" พร้อมกับลงรูปสองโจรถูกจับมัดอยู่ในโรงงานร้างให้ เสือกับเคนฟัง

"บุรุษนิรนามช่วยตำรวจจับโจรปล้นธนาคารที่อุกอาจปล้นเงินไปจากธนาคารถึง 12 ล้านบาท แต่ไม่แตะต้องเงินที่ปล้นมาเลยแม้แต่บาทเดียว ทำเอาตำรวจมืดแปดด้านไม่รู้ว่าใครทำตัวเป็น
พลเมืองดี สอบปากคำผู้ต้องหายืนยันว่าเป็นชายชุดดำสวมหน้ากาก"

เคนดูจะพอใจที่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเป็นข่าวดังไปทั่วเมือง แต่เสือกลับไม่อยากเป็นข่าวเกรงว่าตัวตนที่แท้จริงจะถูกเปิดเผย...

สิงห์ไม่ค่อยพอใจกับข่าวนี้นัก เพราะอาจทำให้ทางตำรวจเสียรูปคดี พอแสงระวีแวะมาหาที่ทำงาน สิงห์ต่อว่าต่อขานทันที จังหวะนั้น จ่าเพิ่มเข้ามารายงานว่าตำรวจท้องที่ขอกำลังสนับสนุนจาก
เราด่วน สิงห์พยักหน้ารับรู้แล้วหันมาหาแสงระวี

"พี่เข้าใจว่าแสงระวีทำหน้าที่ของสื่อ แต่การสะกดรอยตามพี่ รวมทั้งแอบสอบถามข้อมูลคดีจากคนของพี่ แสงระวีทำไม่ถูกกติกา" สิงห์เหลือบมองจ่าเพิ่มเป็นเชิงตำหนิ จ่าเพิ่มถึงกับหน้าจ๋อย

"แสงระวีขอโทษค่ะที่ทำให้พี่สิงห์ต้องลำบากใจ"

"พี่ไม่ได้ลำบากใจ แต่พี่ห่วงแสงระวีมากกว่า ถึงแม้ วันนี้เราจะไม่เหมือนเดิมแล้วก็ตาม" สิงห์พูดจบเดินออกไปพร้อมจ่าเพิ่ม สั่งรวบรวมกำลังตำรวจกองปราบฯไปสมทบกับตำรวจท้องที่ หมู่แย้ม

เห็นหน้าบอกบุญไม่รับของผู้กองหันไปถามจ่าเพิ่มว่าเกิดอะไรขึ้น พอได้ฟังว่าผู้กองอกหัก หมู่แย้มตกใจคาดไม่ถึง...

ถนนแถวชานเมือง รถขนนักโทษที่จะพาไปส่งเรือนจำจอดหัวทิ่มอยู่ข้างทาง คนขับรถตายคาที่ ส่วนพัศดีกับผู้คุมคนอื่นๆนอนตายอยู่นอกรถ นักโทษคดีอุกฉกรรจ์ 5 คน แย่งปืนมาจากศพ แล้ว

เปิดฉากยิงต่อสู้กับตำรวจท้องที่ซึ่งกำบังตัวอยู่หลังรถตำรวจ นักโทษยิงตำรวจตายไป 3 นาย ตำรวจเริ่มเสียเปรียบถอยร่น พวกนักโทษสบโอกาสแยกย้ายกันหลบหนี...

เสือได้ยินข่าวนักโทษหลบหนีทางทีวีรีบเปลี่ยนใส่ชุดหนังสีดำ สวมหน้ากากแล้วขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ออกตามล่าตัวนักโทษทั้งห้าคนนั้นทันที...

นักข่าวทุกสำนักมารอทำข่าวยังที่เกิดเหตุ พอสิงห์มาถึง นักข่าวต่างยิงคำถามกันเซ็งแซ่จนฟังแทบไม่ได้ศัพท์ สิงห์ตอบคำถามได้เพียงว่ามีนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ 5 คน ที่หนีรอดไปได้ เหตุเกิด

ขณะทางเรือนจำกำลังพานักโทษไปศาลเพื่อใช้สิทธิ์อุทธรณ์ตามกฎหมาย แสงระวีซึ่งอยู่ในกลุ่มนักข่าวด้วยถามขึ้นว่า

"แล้วถ้าฮีโร่สวมหน้ากากออกมาช่วยจับนักโทษให้ เหมือนคดีปล้นธนาคาร ทางตำรวจจะร่วมมือกับเขาไหมคะ"

สิงห์ชะงัก มองหน้าแสงระวี พวกนักข่าวอื่นๆเห็นด้วยกับคำถามนี้ พากันถามย้ำ สิงห์จำใจตอบว่าถ้าชายชุดดำไม่ทำผิดกฎหมายเราก็ร่วมมือกันได้ แล้วขอตัวไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ

ooooooo

นักโทษคนหนึ่งหนีกลับมายังห้องพักของเมียตัวเอง เสือตามจนเจอ นักโทษยิงปืนใส่เสือเพื่อเปิดทางหนี แต่เสือหยุดกระสุนได้ด้วยมือเปล่า นักโทษถึงกับงงว่าทำได้อย่างไร เสือตะคอกถามว่านัก
โทษที่เหลืออยู่ไหน นักโทษกลัวไม่กล้าบอก หันหลังจะวิ่งหนีแต่ไปไหนไม่รอด...

ผ่านไปพักใหญ่ สิงห์ได้รับข่าวจากสายสืบว่ามีนักโทษหนีเข้าไปซ่อนตัวในผับของแก๊งซามูไร เขารีบยกกำลังไปโอบล้อมร่วมกับตำรวจท้องที่ ตำรวจไม่กล้าบุกเข้าไปเพราะไม่รู้ว่าข้างในมีพรรคพวกของนักโทษกี่คน สิงห์อาสาจะเข้าไปเป็นด่านหน้าให้ สั่งตำรวจท้องที่เตรียมกำลังให้พร้อมรอคำสั่งจากเขา

พอสิงห์เข้าไปในผับ  ถึงกับอึ้งที่เห็นเสือในคราบชายชุดดำสวมหน้ากากยืนอยู่   โดยมีแก๊งซามูไรหลายคนกับนักโทษ

หลบ หนีนอนหมดสภาพเกลื่อนพื้น สิงห์กับเสือต่างมองหน้ากัน หมู่แย้มตามเข้ามาพร้อมกำลังตำรวจ สิงห์ละสายตาเดี๋ยวเดียว หันกลับมาอีกทีชายในชุดดำอันตรธานไปแล้ว

จากนั้นสิงห์พาตัวนักโทษมาส อบปากคำ แต่ไม่ได้เรื่องอะไร นักโทษบอกแต่เพียงว่าชายในชุดดำเรียกตัวเองว่า "นักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียว" จังหวะนั้น หมู่แย้มเข้ามารายงานสิงห์ว่า ตำรวจท้องที่เพิ่งแจ้งมาว่าจับตัวนักโทษหลบหนีได้อีกหนึ่งราย ไม่ใช่ฝีมือตำรวจเช่นกัน แต่เป็นฝีมือของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว...

ด้าน แสงระวีได้รับรายงานจากทีมข่าวร่วมสำนักว่า นักโทษหลบหนีถูกจับได้สี่รายแล้ว นักโทษสามรายเป็นฝีมือของชายชุดดำที่เรียกตัวเองว่า "นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว" ส่วน อีกหนึ่งรายเป็นฝีมือตำรวจ

"ในที่สุดเขาก็ลงมือจนได้ แล้วมีใครได้เห็นหน้านักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวบ้างหรือเปล่า"

"ไม่รู้เลยพี่ ตอนนี้ตำรวจสั่งให้ปิดเรื่องนี้เอาไว้ คงกลัว เสียหน้ามั้ง"

แสง ระวีนิ่งคิดชั่วครู่ พึมพำว่ายังเหลือนักโทษอีกหนึ่งรายที่หนีรอดไปได้ สั่งทีมข่าวรีบหาข้อมูลของนักโทษรายนี้ส่งมาให้เธอด่วน ถ้าโชคดีเธออาจจะได้ภาพของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวก่อนสำนักข่าวอื่น...

ที่ เต็นท์รถมือสอง นักโทษรายสุดท้ายบุกยิงเจ้าของเต็นท์ ฆ่าล้างแค้นที่โดนหักหลังทำให้ต้องติดคุก แล้วคิดจะปลํ้าเมียเจ้าของเต็นท์ ชายชุดดำสวมหน้ากากเข้ามาขวางเสียก่อน  นักโทษล็อกคอหญิงสาวเอาปืนจ่อหัว สั่งเสือทิ้งปืน แล้วคุกเข่า เสือจำเป็นต้องทำตาม วางปืนลงข้างตัว คุกเข่าเอามือประสานไว้ที่หัว

นักโทษยิ้มสะใจ "ทำสะเออะอยากเป็นฮีโร่ สุดท้ายก็ตายแบบหมาตัวหนึ่งเท่านั้นแหละโว้ย"

ขาดคำ นักโทษลั่นกระสุนใส่หัว เสือล้มฟุบลงกับพื้นหญิงสาวกรีดร้องลั่น นักโทษลากหญิงสาวมาที่รถกระบะคันหนึ่งในเต็นท์ขายรถ ผลักเธอเข้าไปนั่งข้างคนขับ ขู่ว่าถ้าคิดหนีเขาจะยิงทิ้ง หญิงสาวกลัวตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก นักโทษขึ้นประจำที่คนขับ แต่ยังไม่ทันสตาร์ตเครื่อง สิงห์ขับรถมาจอดขวางหน้า

นักโทษไม่พูด พล่ามสาดกระสุนใส่สิงห์กับลูกน้อง แล้วอาศัยจังหวะนั้นลงจากรถวิ่งย้อนกลับไปทางสำนักงานขาย ทิ้งตัวประกันเอาไว้ สิงห์สั่งหมู่แย้มพาหญิงสาวหลบไปก่อน

ขณะ เดียวกัน แสงระวีซึ่งจอดรถฝั่งตรงข้ามเต็นท์รถ เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยตลอด รีบทิ้งรถวิ่งอ้อมไปอีกทาง ติดตามทำข่าวอย่างใกล้ชิด นักโทษวิ่งหนีกลับมาบริเวณที่เสือถูกยิง แต่กลับไม่พบศพ จำได้ว่าฆ่าเขาตรงนี้ เสือโผล่มา

ด้านหลัง นักโทษหันไปเห็นชายในชุดดำคนเดิมถึงกับตกใจอ้าปากค้าง

"เป็นไปไม่ได้ ฉันยิงแกแสกหน้าไปแล้วนี่หว่า"

"แค่นั้นทำอะไรข้าไม่ได้หรอก...ถึงเวลาที่แกต้องกลับไปที่ที่แกมาแล้ว"

"ต่อให้แกจับพวกฉันได้หมด แต่แกก็หนีพวกเขี้ยวพยัคฆ์ ไม่รอดหรอก"

ทันใด นั้น มีแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปของแสงระวีสว่างวาบ เสือชะงักหันไปมอง นักโทษได้ทีเปิดประตูรถกระแทกเสือเสียหลัก แล้ววิ่งเข้าหาแสงระวี เธอหันหลังโกยแน่บแต่ไม่รอด นักโทษตามมาล็อกตัวเอาปืนจี้ สิงห์ตามมาทันพอดี นักโทษสั่งสิงห์ทิ้งปืนถ้าไม่อยากให้ตัวประกันตาย

จังหวะที่สิงห์ กำลังเสียทีจะโดนนักโทษยิง เสือในคราบนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวโผล่มาด้านหลัง ลั่นกระสุนใส่นักโทษช่วยชีวิตสิงห์ไว้ได้อย่างหวุดหวิด แทนที่สิงห์จะขอบใจกลับคว้าปืน เล็งเสือ แสงระวีปราดเข้าขวาง สิงห์หยุดกึก มองไปที่เสืออีกครั้ง เขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย...

หลังจากผ่านศึก หนัก เสือขับมอเตอร์ไซค์คันเก่งมายังจุดนัดพบกับเคนเพื่อกินข้าวเหนียวเพิ่มพลัง เสือเล่าให้ฟังว่าวันนี้เขาเจอแสงระวีกับสิงห์ เคนถึงกับร้องเอะอะซักว่าพวกนั้นจำเสือได้หรือเปล่า พอรู้ว่าจำไม่ได้ เคนถอนใจโล่งอก เสือบ่นว่าท่าทางสิงห์จะไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขา

"ก็แหง ล่ะวะ โดนนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวขโมยซีน โชว์ออฟ รับบทเด่นตัดหน้าตำรวจแบบนี้ แทนที่จะได้ผลงาน กลับต้องมาตอบคำถามประชาชนว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเป็นใคร"

"ข้า ไม่ได้อยากทำให้ตำรวจต้องเสียหน้า แต่ในเมื่อความยุติธรรมไปได้ไม่ทั่วถึง ข้าถึงต้องเป็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว" เสือว่าแล้วนิ่งเงียบไปอึดใจ "บักเคน เอ็งเคยได้ยินชื่อเขี้ยวพยัคฆ์ หรือเปล่าวะ"

ooooooo

สิงห์ พานักโทษรายแรกที่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจับตัวได้มาสอบปากคำ นักโทษบอกเพียงว่าพวกเขาวางแผนหนีกันเองไม่มีใครช่วย สิงห์ไม่เชื่อเอาภาพถ่ายจากกล้องจราจรบริเวณจุดเกิดเหตุมายืนยัน

"แก โกหกไม่ได้แล้วว่าพวกแกวางแผนหนีกันเอง... เล่ามาให้หมดว่าเกิดอะไรขึ้น ไอ้พวกนั้นมันเป็นใครทำไมมันถึงมาช่วยพวกแกหนี" สิงห์เห็นนักโทษยังปิดปากเงียบ วางภาพให้ดูทีละภาพ

ภาพเหล่านั้นเป็น ภาพของคนกลุ่มหนึ่งสวมหน้ากากไอ้โม่งเอารถมาขวางรถเรือนจำ แล้วหนึ่งในนั้นยิงใส่คนขับรถ นักโทษจำนนต่อหลักฐานยอมเปิดปากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น...ขณะรถเรือนจำวิ่งมา ตามถนนพอถึงจุดเกิดเหตุ มีรถเก๋งคันหนึ่งขับปาดหน้าขวางทาง ชาย 4 คนสวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้าพร้อมอาวุธครบมือบุกยิงคนขับรถตายคาที่ พัศดีกับผู้คุมที่เหลือยิงต่อสู้กับไอ้โม่ง แต่ถูกพวกนั้นฆ่าตายหมด

ศร ในคราบไอ้โม่งเอากุญแจจากพัศดีมาเปิดประตูหลังรถเรือนจำ ตอนนั้นในรถมีนักโทษทั้งหมด 6 คน ไอ้โม่งเดินเข้ามาหาพวกนักโทษ พร้อมกับโยนมือถือให้คนละหนึ่งเครื่อง

"พวกแกได้อิสรภาพแล้ว  ถ้าภายใน  24  ชั่วโมง  พวกแก หนีรอดจากการตามล่าของตำรวจได้ งานดีๆเงินงามๆจะรอพวกแกอยู่"

นักโทษ คนหนึ่งถามว่ามาช่วยพวกเราทำไม ศรแนะนำตัวเองว่าเป็นคนขององค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ ถ้าพวกนักโทษแสดงให้เห็นว่ามีฝีมือเหมาะกับองค์กรของเรา พวกเรายินดีต้อนรับ นักโทษคนนั้นไม่เชื่อ หาว่าศรเป็นตำรวจปลอมตัวมาเพื่อจะฆ่าปิดปากพวกตน ศรชักปืนยิงใส่นักโทษที่ไม่เชื่อคำพูดของเขาอย่างเลือดเย็น แล้วลงจากรถเรือนจำกลับไปพร้อมกับพรรคพวกที่รออยู่

สิงห์ฟังจบรีบเอา มือถือของนักโทษมากดโทร.ออก แต่ไม่สามารถติดต่อได้ หมู่แย้มหาว่าพวกนักโทษโกหก สิงห์ไม่คิดว่านักโทษโกหก แต่น่าจะเป็นเพราะแผนล้มเหลวมากกว่า พวกนั้นเลยโดนลอยแพ

"งั้นถ้าเป็นอย่างที่พวกนักโทษเล่ามา ไอ้องค์กรเขี้ยวพยัคฆ์เนี่ยมันก็ไม่ธรรมดาเลยนะครับผู้กอง"

สิงห์เห็นด้วยกับจ่าเพิ่ม พวกเราต้องสืบให้ได้ว่าองค์กรเขี้ยวพยัคฆ์เป็นใครและต้องการอะไร...

กำนัน ฉ่ำแปลกใจเมื่อรู้จากลิงลมว่าคนที่ลากคอพวกนักโทษกลับเข้าคุก คือนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่ใช่ตำรวจ ศรไม่พอใจที่แผนยืมมือพวกติดคดีมาสร้างความปั่นป่วนในกรุงเทพฯต้องพลอยล้มไป ด้วย   กำนันฉ่ำสงสัยว่านักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียวเป็นใคร ถึงมีฝีมือขนาดจัดการนักโทษอุกฉกรรจ์

สี่คนได้ภายในวันเดียว อำนาจไม่สนว่ามันจะเป็นใคร แต่ถ้าคิดขัดขวางแผนของพวกเราต้องถูกกำจัดให้สิ้นซาก...

เคน สอบถามเพื่อนแท็กซี่เรื่องพวกเขี้ยวพยัคฆ์ให้เสือแล้ว แต่ไม่มีใครเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน เขาเลยแนะเสือให้ไปขอความช่วยเหลือจากแสงระวี เพราะเธออาจจะมีข้อมูลเรื่องนี้ในมือ...

ตกค่ำ สิงห์แวะไปหาแสงระวีที่สำนักพิมพ์อ้างว่ามีธุระสำคัญจะคุยด้วย ชวนเธอมาที่มุมสงบๆบริเวณม้านั่งนอกสำนักพิมพ์ สิงห์บอกเรื่องธงไทถูกสะกดรอยตามให้เธอรับรู้

"ทำไมเขาต้องสะกดรอยตามคุณพ่อด้วยหรือว่าพ่อกำลังมีปัญหากับใคร"

สิงห์ ยังไม่รู้สาเหตุแน่ชัด เลยอยากถามเธอว่าธงไทมีเรื่องกระทบกระทั่งกับใครบ้างหรือเปล่า แสงระวีไม่ค่อยรู้เรื่องของพ่อ ตั้งแต่แม่เธอตาย พ่อไม่เคยพูดเรื่องตัวเองให้เธอฟัง แต่เธอสังเกตเห็นว่าพักนี้พ่อดูแปลกไป อยู่ไม่ค่อยติดที่ ทั้งที่บ้านและสำนักพิมพ์

"ถ้ามีอะไรผิดปกติ แสงระวีบอกพี่เลยนะ เพราะตำรวจที่ตามสะกดรอยคุณอาฝีมือไม่ธรรมดาเลย"

แสง ระวีซาบซึ้งใจที่สิงห์ดีกับเธอมาก จังหวะนั้น เสียงมือถือของสิงห์ดังขึ้น สิงห์ดูเบอร์โชว์แล้วรีบขอตัวไปรับสาย โรสโทร.มาขอโทษเขาที่ปล่อยให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดระหว่างเราสองคน แต่อีกไม่นานเธอจะไขข้อสงสัยที่เขามีต่อเธอให้ทราบ สิงห์ขอร้องให้บอกเดี๋ยวนี้เลยได้ไหม โรสยังบอกตอนนี้ไม่ได้ เขาจะได้รับการติดต่อจากเธอเองเมื่อเธอพร้อม แล้ววางสาย โรสมองมือถือเขม็ง

"ฉันจะช่วยกระชากหน้ากากพวกเขี้ยวพยัคฆ์ให้คุณเองค่ะ ผู้กองสิงห์"

โรสต่อสายโทรศัพท์หาอำนาจแจ้งว่าเธอจับตัวลมใต้ปีกได้แล้ว จะให้จัดการอย่างไรกับเขาดี...

ขณะ เดียวกัน แสงระวีกำลังนั่งรอสิงห์เพลินๆ นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวโผล่มายืนตรงหน้า แสงระวีอ้าปากจะร้องทัก เสือต้องรีบเอามือปิดปากเธอไว้ บอกว่ามีเรื่องต้องคุยด้วย แต่ไม่อยากให้ตำรวจมาเกี่ยวข้อง

"ผมไว้ใจคุณได้ใช่ไหม...คุณแสงระวี"

แสงระวีชะงักที่เขารู้จักชื่อเธอแล้วพยักหน้ารับ เสือเอามือออกจากปากเธอ ขอให้เธอไปคุยกับเขาที่อื่น อ้างว่าที่นี่ไม่สะดวก แล้วถอยหลังหายไปในมุมมืด แสงระวีมองไปทางสิงห์อย่างชั่งใจ ก่อนตัดสินใจตามเสือไปด้านหลังสำนักพิมพ์ ขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของเขา พุ่งทะยานออกไป...

พักใหญ่ เสือพาแสงระวีมาถึงริมบึงสาธารณะ หญิงสาวเสียดายที่มีโอกาสใกล้ชิดกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวคนดัง แต่ดันไม่ได้หยิบกล้องถ่ายรูปติดมือมา นึกขึ้นได้ว่ามือถือของตัวเองถ่ายรูปได้รีบหยิบขึ้นมาจะถ่ายรูป เสือหันขวับมาคว้ามือถือไปจากมือเธอ ขอร้องว่าอย่าทำแบบนี้ เขาเป็นแค่คนธรรมดาไม่ใช่นักร้องหรือดารา แสงระวีแค่จะทำหน้าที่นักข่าว เพราะตอนนี้ใครๆก็อยากรู้ว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวคือใคร

"ถ้าผมอยากให้คนรู้ว่าผมเป็นใคร ผมคงไม่ต้องซ่อนตัวเองอยู่ภายใต้หน้ากากนี้หรอกคุณแสงระวี"

แสงระวีสงสัยว่าทำไมเขาจึงรู้จักเธอ เสือให้ลืมเรื่องนั้นไปก่อน ที่เขาดั้นด้นมาหาเธอเพราะต้องการรู้ข้อมูลขององค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ

แสงระวีไม่เคยได้ยินชื่อองค์กรนี้มาก่อน แต่ก็รับปากว่าจะช่วยสืบให้ ถ้าเผื่อเธอได้เรื่องแล้วจะติดต่อเขาที่ไหน

"ผมรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน ผมจะเป็นฝ่ายติดต่อคุณเอง" เสือพูดแล้วจะเดินออกไป

"เดี๋ยวก่อนค่ะ นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว เพราะอะไรคุณถึงเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อช่วยคนอื่น"

"ผมรู้จักคนคนหนึ่งที่ชีวิตเขาต้องสูญเสียอะไรไปมากมายเพราะความยุติธรรมไม่ เคยไปถึงเขา ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นกับคนอื่นอีก" เสือขึ้นนั่งมอเตอร์ไซค์ ขับออกไปอย่างรวดเร็ว

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน โรสหลอกล่อจนอำนาจหลงกล ยอมตามเธอเข้าไปในโกดังร้างเพียงลำพัง ทิ้งสมุนสองคนให้รออยู่ที่รถด้านนอก เธออ้างว่า ลมใต้ปีกมีข้อมูลบางอย่างอยากจะเจรจากับเขา แต่พอเข้าไปในตัวโกดัง ลมใต้ปีกที่ถูกจับมัดติดไว้กับเก้าอี้ กลับเป็นแค่หุ่น อำนาจจึงได้รู้ว่าเสียท่าให้กับหญิงสาว

"ฉันกับลมใต้ปีกรู้แผนการทุกอย่างของพวกแกหมดแล้ว แกร่วมมือกับพวกนายทุนต่างชาติเปิดทางให้พวกมันเข้ามาฮุบแผ่นดินไทย...วัน นี้ฉันจะขัดขวางไม่ให้แกทำร้ายประเทศนี้ " โรสเล็งปืนไปที่อำนาจ

เขาพยายามพูดแก้ตัว แต่โรสไม่ฟัง โกรธที่โดนหลอกใช้ ยิงเข้าเต็มอกอำนาจสามนัดซ้อน ทรุดฮวบลงไปนอนแน่นิ่ง โรสยิ้มสะใจที่กำจัดคนเลวไปได้ สมุนของอำนาจได้ยินเสียงปืน วิ่งเข้ามาเห็นเจ้านายตัวเองฟุบอยู่กับพื้น ไม่รอช้าสาดกระสุนใส่โรสไม่ยั้ง โรสรีบวิ่งหลบหลีกไปด้านหลังโกดัง สมุนคนหนึ่งวิ่งไล่ตาม

ส่วนสมุนอีกคนปราดเข้าไปหาอำนาจ โรสวิ่งหนีไปพลางหันไปยิงโต้กับสมุนไปด้วย จนมาถึงมอเตอร์ไซค์ที่เธอจอดไว้แล้วขับออกไปทันที สมุนหัวเสียที่ไม่ได้ตัวหญิงสาว เดินกลับมาที่รถ แต่ต้องประหลาดใจที่เห็นอำนาจเดินออกจากโกดังเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อำนาจถอดเสื้อตัวนอกออกเผยให้เห็นเสื้อเกราะกันกระสุน ดึงหัวกระสุนซึ่งฝังอยู่กับเสื้อเกราะออกมากำไว้ในมือด้วยความเจ็บใจ...

ฝ่ายโรสโซซัดโซเซกลับเข้าบ้านตัวเองในสภาพเลือดชุ่มท้อง สิงห์ซึ่งมาดักรออยู่ก่อนหน้าแล้ว รีบวิ่งเข้ามาประคองเธอไว้ เห็นเธอบาดเจ็บสาหัสจะพาไปหาหมอ โรสไม่ยอมไป อ้างว่ามีคนตามล่าเธออยู่ ขืนไปโรงพยาบาลไม่แคล้วโดนเก็บ ขอร้องสิงห์ช่วยผ่าเอาหัวกระสุนออกให้ เธอมีอุปกรณ์ผ่าตัดอยู่ห้องถัดไป

"แต่ถ้ากระสุนฝังลึกหรือโดนอวัยวะสำคัญ ผมช่วยคุณไม่ได้นะหมวด"

"ถ้าช่วยฉันไม่ได้คุณก็ต้องปล่อยให้ฉันตาย อย่าปล่อยให้พวกมันได้ตัวฉันไป ฉันเชื่อมั่นคุณที่สุด แต่ถ้าต้องตายด้วยมือของคุณ...ฉัน...ฉันก็ดีใจ" สิ้นเสียง โรสหมดสติไปตรงนั้น...

คืนนี้ เสือต้องนอนเพียงลำพังในห้องนอนเพราะเคนดันเมาหลับอยู่บนโซฟานอกชานบ้าน ส้มสบโอกาสหอบหมอนกับผ้าห่มมาขอนอนด้วย อ้างว่าพัดลมในห้องเธอเสีย เสือยังไม่ทันปฏิเสธ เธอถือวิสาสะเดินเข้าห้อง ปิดประตูห้องเสร็จสรรพแล้วเอาหมอนกับผ้าห่มตัวเองไปวางคู่กับหมอนของเสือ หน้าตาเฉย

"มันร้อน...จนส้มนอนไม่หลับ พี่เสือคงไม่รังเกียจที่จะให้ส้มนอนเตียงเดียวกับพี่เสือนะจ๊ะ"

ส้มยั่วยวนสุดฤทธิ์ ตบเตียงเชื้อเชิญเสือมานอนด้วยกัน เสือไม่เล่นด้วย เชิญเธอนอนตามสบายแล้วคว้าหมอนตัวเองจะออกไปนอนกับเคน ส้มรีบเข้ามาขวาง ถามว่ารังเกียจเธอหรือ เสือปฏิเสธว่าเปล่า

เพียงแต่อยากให้เธอนอนสบายๆ ส้มว่าเขาต่างหากที่เหนื่อยมาทั้งวันควรต้องนอนพักให้สบายและมีคนคอยดูแล จับมือเสือจูงมาที่เตียง ผลักให้นั่งลง เธอคุยว่าก่อนจะมาเป็นนักร้องเคยเรียนนวดแผนโบราณ

แล้วอาสาจะนวดคลายเส้นให้เสือพยายามบ่ายเบี่ยง ส้มตื๊อจนเขายอมให้เธอนวด พอออกแรงนวดส้มถึงกับเล็บหักร้องโอดโอย เพราะผิวหนังของเสือแข็งราวกับเหล็กกล้า เสือได้ทีรีบเผ่นออกจากห้องนอนไปที่มอเตอร์ไซค์คันเก่ง บิดออกไปอย่างรวดเร็ว ส้มได้แต่นั่งผิดหวังอยู่ในห้องคนเดียว

ooooooo

แสงระวีเป็นห่วงเสือเลยแวะมาหาเขาที่บ้านพักแต่เช้า เจอเคนเพิ่งตื่นนอน ยืนบิดขี้เกียจอยู่หน้าบ้านหญิงสาวถามหาเสือ อ้างว่ามีธุระอยากคุยด้วย ส้มออกมา มองแสงระวีอย่างไม่ค่อยพอใจ แสงระวีไม่อยากมีปัญหา เลยขอตัวกลับก่อนวันหลังจะมาใหม่ ส้มคิดแผนร้ายขึ้นมาได้ ร้องเรียกแสงระวี

"เดี๋ยว...ไหนๆก็มาแล้ว ฉันจะไปบอกพี่เสือให้ว่าเธอมา แต่ไม่รู้ว่าพี่เสือลุกจากเตียงไหวหรือเปล่านะ"

เคนถามว่าเสือไม่สบายหรือถึงลุกไม่ไหว ส้มหรี่ตามอง แสงระวีก่อนบอกว่าเสือสบายดี แต่ที่เธอเกรงจะลุกไม่ไหว เพราะ เมื่อคืนนี้พัดลมที่ห้องของเธอเสีย เธอเลยไปขอนอนเตียงเดียวกับเขา แต่ความที่อากาศร้อนมาก เราสองคนเลยนอนไม่หลับ ต้องหาอะไรทำด้วยกันทั้งคืน เคนร้องเอะอะถามว่าทำอะไรกัน

"พี่เคนเนี่ย พูดเสียงดัง...ขอโทษด้วยนะคะคุณแสงระวี เดี๋ยวส้มไปปลุกพี่เสือให้เผื่อจะลุกไหว"

แสงระวีหลงเชื่อเป็นตุเป็นตะว่าทั้งคู่มีอะไรกัน แอบงอนบอกว่าไม่ต้องปลุก ไว้วันหลังเธอจะมาหาเขาใหม่ แล้วเดินหน้างอออกไป เคนตามมาเรียก แต่แสงระวีจ้ำพรวดๆไม่ยอมเหลียวหลัง ส้มยิ้มเย้ยสะใจ ระหว่างนั้น เสือขี่มอเตอร์ไซค์ เข้ามาจากอีกทางหนึ่ง เคนเห็นเสือถึงกับร้องอ้าวไหนส้มว่านอนอยู่ในห้อง ส้มเห็นท่าไม่ดีรีบชิ่งหนี เคนถึงบางอ้อทันทีว่าเมื่อกี้เป็นแผนของส้มที่ต้องการทำให้แสงระวีเข้าใจ เสือผิด...

ด้านแสงระวีขับรถมาตามถนนอย่างหงุดหงิด อยากเขกหัวตัวที่แส่ไปหาเสือถึงที่ด้วยความเป็นห่วง แต่เขากลับอยู่อย่างสุขสบายกับผู้หญิงไม่ได้ลำบากอย่างที่เธอเข้าใจ ยิ่งคิด ก็ยิ่งโกรธ เธอเร่งความเร็วรถเพิ่มขึ้น ขณะที่สมาธิของแสงระวี ไม่ได้อยู่กับถนนตรงหน้า

เสือใช้พลังข้าวเหนียววิ่งตามรถแสงระวี เห็นทางข้างหน้ามีเด็กนักเรียนเล่นลูกบอลเข้ามาในถนน แสงระวีได้สติมองถนนอีกครั้ง เห็นเด็กอยู่เบื้องหน้า หลับตาปี๋กระแทกเบรกด้วยความตกใจ เสือวิ่งเร็วปานพายุพัดคว้าเด็กออกจากถนนได้ ทันท่วงที อุ้มเด็กไปส่งที่สนามเด็กเล่นอย่างปลอดภัย

แสงระวีรีบลงรถมาดู คิดว่าตัวเองชนเด็ก แต่กลับไม่พบอะไร ก้มดูใต้ท้องรถก็ไม่เจอ เสือเดินมายืนข้างหลัง ถามเธอว่ากำลังหาอะไร แสงระวีหน้าตาตื่นบอกว่าเมื่อกี้เธอขับรถชนเด็กแต่หาร่างของแกไม่เจอ เสือปลอบให้ใจเย็นๆ ถ้าชนเด็กจริงอย่างเธอว่า ทำไมหน้ารถถึงไม่มีรอยอะไร

"ผมว่าคุณมัวแต่ขับรถใจลอยเห็นถุงพลาสติกหรือเศษอะไรปลิวผ่านหน้ารถเลยตกใจ แล้วคิดไปเองมากกว่า... เอาอย่างนี้แล้วกัน ผมพาคุณไปหาที่นั่งสงบสติอารมณ์ก่อนดีกว่านะครับ" เสือโกหกหน้าตาย...

ขณะเดียวกัน โรสรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาในห้องพักฟื้น เห็นพยาบาลกำลังจิ้มเข็มฉีดสารบางอย่างเข้าท่อน้ำเกลือที่แขนของเธอ โรสพยายามจะลุกขึ้นแต่เจ็บแผลที่ท้องมาก ล้มตัวลงนอนอย่างเดิม

ถามพยาบาลว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ได้ความว่าสิงห์พามา โรสอยากพบเขา พยาบาลอาสาจะไปตามให้

ครู่ต่อมา สิงห์เข้ามายืนข้างเตียงโรส ยังไม่ทันจะได้ ถามไถ่ว่าเธอโดนใครทำร้าย โรสชิงต่อว่าก่อนว่าทำไมพาเธอมาโรงพยาบาลทั้งๆที่เธอบอกแล้วว่าที่นี่ไม่ ปลอดภัย

"คุณไม่ต้องห่วงหรอก คนของผมจะเฝ้าอยู่ที่นี่ตลอดเวลา ผมเองก็จะอยู่ข้างๆคุณ คุณจะได้แน่ใจว่าคุณปลอดภัย... ผมไม่ เอาชีวิตของตำรวจฝีมือดีอย่างหมวดมาเสี่ยงหรอก เพราะถ้าหมวดเป็นอะไรไป ชาตินี้ผมคงหาไปใช้ครอบครัวของหมวดไม่ได้"

"ฉันไม่มีครอบครัวที่ไหนหรอกค่ะ ตัวคนเดียว พ่อแม่ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตอนที่ฉันกำลังรอเป่าเค้กวันเกิด 13 ปี" โรสสีหน้าเศร้าเมื่อเอ่ยถึงพ่อกับแม่ สิงห์มองเธอด้วยความสงสาร

"ผมเสียใจด้วยแต่หมวดก็เก่งนะครับผ่านพ้นความ เจ็บปวดมาได้ทั้งๆที่เป็นผู้หญิงตัวคนเดียว"

"ฉันไม่ใช่ผู้หญิงเก่งอะไรอย่างที่คุณยกยอหรอกค่ะผู้กอง แม่เรียกฉันว่าโรส เพราะเห็นฉันเป็นกุหลาบที่เปราะบาง เสร็จจากงานนี้แล้ว ฉันก็อยากจะกลับไปเป็นกุหลาบที่อยู่ในแจกันมากกว่าจะปักอยู่ที่ปลายกระบอก ปืน" โรสมองสิงห์ ด้วยสายตาที่อยากให้เขารู้ว่าเธอก็แค่ผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง โรสจะขยับตัว

สิงห์รีบเข้าไปช่วยประคอง ทั้งคู่มองสบตากันเหมือนต้องมนตร์ โรสตัดสินใจจูบเขาเบาๆ ขอบคุณที่ช่วยชีวิตเธอไว้ สิงห์ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะรู้สึกหวั่นไหวกับหญิงอื่นนอกจากแสงระวี ทันใดนั้น

โรสกระตุกเฮือก ดิ้นทุรนทุรายอย่างเจ็บปวด บอกว่าเธอโดนวางยา สิงห์ตกใจตะโกนเรียกหมอลั่น แล้วละล่ำละลักบอกโรสว่าเธอจะตายไม่ได้ สักพัก หมอเข้ามาดูอาการ แล้วสั่งพยาบาลพาคนไข้เข้าห้องฉุกเฉินทันที

สิงห์รอหน้าห้องฉุกเฉินด้วยสีหน้าเป็นกังวล นึกสงสัยพยาบาลคนสุดท้ายที่เข้าไปในห้องของโรสว่าต้องเป็นคนวางยาเธอ แต่ก็สายไปแล้ว จ่าเพิ่มแจ้งว่าพยาบาลคนนั้นออกไปจากโรงพยาบาลนานแล้ว และสิงห์ก็ไม่มีทางจะตามตัวเธอเจอ เพราะถูกอำนาจฆ่าตัดตอนเรียบร้อย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 11:05 น.