ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ฮัสซันสะใจหัวเราะเสียงลั่นเมื่อได้ฟังฉากสุดท้ายของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว เขาชมสองพ่อลูกว่าทำงานได้ดีมาก อยากได้อะไรเป็นรางวัลเขายินดีจัดให้ กำนันฉ่ำอยากได้ข้อตกลงที่อำนาจทำไว้กับฮัสซัน

"ฮึ...แกอยากให้ฉันช่วยผลักดันแกขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศนี้"

"ครับ...การันตีด้วยผลงานที่คุณฮัสซันเพิ่งจะพอใจเป็นอย่างมากไปเมื่อครู่ สิ่งที่ผู้พันอำนาจทำไม่ได้แต่ผมสองพ่อลูกสามารถจัดการให้ได้ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ"

"ฉันไม่สนหรอกว่าจะเป็นแมวดำหรือแมวขาว ขอแค่ แมวที่ฉันเลี้ยงไว้ มันจับหนูให้ฉันได้ ฉันก็พร้อมจะเลี้ยงมันอย่างดี" ฮัสซันหัวเราะชอบใจ สองพ่อลูกยิ้มดีใจที่ทุกอย่างตกลงกันได้ด้วยดี...

งานเผาศพส้มจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่วัดดอนควาย ส้มไม่มีญาติที่ไหนนอกจากเสือกับพวก ทุกคนต่างทยอยวางดอกไม้จันทน์ใส่เตาเผาศพ แล้วถอยมายืนสงบนิ่งเพื่อส่งวิญญาณส้มไปสู่สุคติ แสงระวีน้ำตาไหลพราก ไม่ใช่แค่ส้มเท่านั้นที่ต้องตายจากไป ยังมีธงไทพ่อของแสงระวีอีกคนที่ต้องจบชีวิตจากน้ำมือของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ แสงระวีทำใจไม่ได้ เดินเลี่ยงออกมา มะลิจะตาม แต่เสือห้ามไว้

"คุณแสงระวีคงอดคิดถึงการตายของพ่อไม่ได้...พี่จะไปดูเธอเอง"

เสือเดินตามมาเห็นแสงระวีนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น เข้ามา จับบ่าเธอไว้อย่างปลอบโยน แสงระวีไม่อยากเห็นใครต้องจบชีวิตเหมือนอย่างส้มกับพ่อของเธออีก เสือสัญญาว่าจะไม่ยอมให้มีใครตายอีก ส่วนคนที่ตายไปแล้ว การจากไปของพวกเขาก็จะไม่เสียเปล่า เสือค่อยๆจับแสงระวีหันมา เช็ดน้ำตาให้อย่างทะนุถนอม

"และผมก็ยังอยากเห็นแสงระวีผู้หญิงที่เข้มแข็งกล้าหาญคนเดิมกลับมาอีกครั้ง"

แสงระวีไม่รู้ว่าตัวเองจะกลับไปเป็นคนเดิมได้อย่างไร พวกนั้นฆ่าพ่อฆ่าแม่ของเธอ ทำให้เธอต้องเหลือตัวคนเดียว แล้วเธอจะไปหาความเข้มแข็งมาจากไหนได้อีก เสือปลอบว่าเธอยังมีเขาอยู่ทั้งคน

"แต่นายไม่ได้เป็นแค่นายเสือคนธรรมดา นายคือนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ถ้าฉันต้องเสียนายไปอีกคนล่ะ...หัวใจฉันคงทนรับความเจ็บปวดแบบนั้นอีกไม่ได้"

เสือดึงแสงระวีมากอดไว้แน่น "ผมจะไม่ให้คุณต้องเจ็บปวดแบบนั้นแน่นอน"

"นายจะทำได้ยังไง ในเมื่อภารกิจของนักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียวยังไม่จบ"

"ไม่ใช่ในฐานะนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวครับ แต่ในฐานะของบักเสือ...คนธรรมดาที่อยากจะขอให้คุณแสงระวีแต่งงานกับผม...คนอย่างบักเสือมันเป็นชาวนาจนๆ วันนี้มันไม่มีแก้วแหวนเงินทองมากมายมาให้คุณ แต่มันมีชีวิตที่พร้อมจะมอบให้ และจะทำให้ทุกวันของคุณมีแต่ความสุขยิ่งกว่าทรัพย์สมบัติใดๆ"

แสงระวีมองเสือนิ่งงัน ดีใจมากจนพูดไม่ออกโผกอดเสือแทนคำตอบ สิงห์กับโรสเข้ามาเห็นภาพนั้นพอดี ชวนกันเดินเลี่ยงไปทางอื่น โรสคิดว่าสิงห์ยังทำใจเรื่องแสงระวีไม่ได้ เลยต้องเดินหนี แต่เธอเข้าใจผิด สิงห์ไม่สบายใจเพราะตอนนี้ศัตรูของพวกเราแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน ถึงเสือจะได้พลังของนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวกลับมาแล้วก็ตาม แต่พวกเรายังแน่ใจไม่ได้ว่าพลังของเสือจะหยุดพวกนั้นได้

"ก็ใช่ค่ะ...ฉันเกือบคิดว่าการตายของผู้พันอำนาจจะช่วยทำให้เราจัดการกับพวกมันได้ง่ายขึ้น แต่การปรากฏตัวใหม่ของกำนันฉ่ำกับไอ้ศร กลับน่ากลัวและโหดเหี้ยมยิ่งกว่าเก่า"

"นี่แหละ ผมถึงได้เป็นห่วงว่า...ความสุขของแสงระวี จะไม่คงอยู่ถาวร"

"ฉันเข้าใจความเป็นห่วงของผู้กองค่ะ...แต่ถ้าวันนี้เราทำดีที่สุด อนาคตมันก็ต้องดีแน่นอน เราสองคนจะต้องช่วย สนับสนุนนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวและควรจะยินดีกับความสุขของพวกเขา" โรสยิ้มอย่างมั่นใจ...

มะลิตื่นเต้นดีใจที่รู้ว่าแสงระวีตกลงแต่งงานกับพี่ชายของเธอ มะลิตั้งใจไว้ว่าเมื่อใดที่กำจัดพวกเขี้ยวพยัคฆ์สำเร็จ จะขอให้เสือเลิกเป็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว เคนสงสัยว่าทำไมต้องขอแบบนั้น

"ก็งานของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมีแต่เรื่องอันตรายแล้วก็เสี่ยงชีวิต มะลิไม่อยากให้พี่สะใภ้ของมะลิต้องมานั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่า"  คำพูดของมะลิทำให้แสงระวีรู้สึกเป็นกังวล แต่รีบพูดกลบเกลื่อนว่า

"เรื่องนั้นมะลิไม่ต้องห่วงพี่หรอก พี่ตัดสินใจเลือกเขาก็เพราะพี่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาเป็น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่จะอยู่ข้างหลัง คอยเป็นกำลังใจให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว" แสงระวีจับเกาะเสือและยิ้มให้เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องเป็นกังวลกับเธอ เสือมองแววตาของแสงระวีแล้วกลับรู้สึกหนักใจ

"ถ้างั้นเพื่อให้คุณแสงระวีสบายใจว่าต่อจากนี้ไป นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะเป็นสุดยอดนักสู้ที่ใครก็ล้มไม่ได้ง่ายๆ เอ็งก็ต้องฝึกฝีมือให้เจ๋งกว่าเดิม จะได้รับมือกับไอ้ศรมัน"

สิงห์กับโรสเห็นด้วยกับเคน ยินดีจะร่วมฝึกฝีมือกับเสือเพิ่มความแข็งแกร่ง...

แม็กนั่มไปปรากฏตัวที่เวทีมวยเถื่อนในบาร์ของอำนาจ คู่ต่อสู้ของเขาคือนักสู้เทควันโด เสียงเชียร์จากเหล่านักพนันดังสนั่น นักสู้เทควันโดทั้งเตะทั้งต่อยเป็นชุด กลับทำได้แค่เรียกเลือดซิบๆจากปากแม็กนั่ม แต่พอแม็กนั่มจับทางถูก นักสู้เทควันโดก็หมดท่า ถูกอัดสะบักสะบอมก่อนพ่ายไปในที่สุด

อำนาจยืนดูอยู่อีกมุมหนึ่งอย่างสนใจ หันไปถาม พนักงานในบาร์ว่าฝรั่งคนนี้เป็นใครมาจากไหน ได้ความว่า ชื่อแม็ก ชอบให้ใครๆเรียกว่าแม็กนั่ม เพิ่งมาเที่ยวเมืองไทย ได้ยินเรื่องบาร์ของเราเลยอยากสนุกด้วย จังหวะนั้น ลิงลมเข้ามาหาอำนาจ แล้วทั้งคู่พากันเดินออกไปโดยมีสายตาของแม็กนั่มมองตามเขม็ง

ครู่ต่อมา อำนาจเดินนำลิงลมขึ้นไปยังห้องบัญชาการ ลิงลมรายงานว่าเรื่องที่อำนาจสั่งให้หาทางเล่นงานศร เขาจัดการให้เรียบร้อยแล้ว อำนาจเตือนให้ระวังตัว อย่าให้ศรจับได้เด็ดขาดว่าเราวางแผนจะทำอะไร ลิงลมรับประกันว่าเรื่องนี้ไว้ใจเขาได้ แต่เรื่องคนที่ถูกส่งมาตรวจสอบพวกเรา อำนาจได้เรื่องอย่างไรบ้าง

"แกอย่าเพิ่งสนใจเรื่องนั้น จัดการกับไอ้ศรให้ได้ก่อน"

ลิงลมรับคำ รีบตรงไปยังเซฟเฮาส์ของอำนาจซึ่งตอนนี้ศรกับพวกเข้ายึดครองไว้แล้ว เห็นเห่าดงกับหมีควายกำลังดื่มเหล้าเคล้านารีอย่างสนุกสนาน เห่าดงชวนลิงลมมาร่วมวงด้วย ลิงลมขอผ่านอ้างว่ามีธุระต้องคุยกับศร เห่าดงเตือนว่าอย่าเพิ่งเข้าไปเสนอหน้าตอนนี้ ลิงลมไม่สนคำเตือนมุ่งหน้าไปห้องของศร

อำนาจวางแผนให้ลิงลมจ้างวานสาวขายบริการไปหลอกล่อศรให้ตายใจ แล้วรอทีเผลอจะใช้กางเกงในของเธอครอบหัวศร เพื่อทำให้คาถาอาคมที่ลงไว้เสื่อม แล้วลิงลมจะตามเข้าไปจัดการส่วนที่เหลือเอง แต่แผนการผิดพลาดศรจับได้เสียก่อน ข่มขู่เธอให้บอกว่าใครจ้างมา

สาวบริการกลัวตายวิ่งหนีลนลานออกจากห้องศรมาเจอลิงลม ทันทีที่ลิงลมรู้ว่าแผนกำจัดศรล้มเหลว เลยฆ่าเธอตัดตอน ศรตามออกมาเจอสาวบริการนอนตายแทบเท้าลิงลม ถามอย่างหัวเสียว่าฆ่าเธอทำไม

"ผมเห็นมันพยายามทำร้ายนาย"

"แต่มีคนส่งมันมา ฉันต้องการรู้ว่าเป็นใคร"

ลิงลมทำเนียน อาสาจะไปสืบเรื่องนี้ให้ ศรไม่ติดใจสงสัยอะไร สั่งลิงลมหาตัวคนจ้างวานมาให้ได้ ลิงลมรับคำ มองตามศรกลับเข้าห้อง พลางถอนใจโล่งอก

ooooooo

อำนาจทั้งหงุดหงิดทั้งเสียดายที่แผนจัดการศรล้มคว่ำไม่เป็นท่า ยังดีที่ศรไม่สงสัยอะไร ลิงลมเป็นห่วงว่าต่อไปเราจะเล่นงานศรได้ยากขึ้น เพราะตั้งแต่ศรฆ่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ฮัสซันก็มอบสิทธิขาดทุกอย่าง ให้สองพ่อลูกจัดการ อำนาจจะไม่ยอมให้ศรกับกำนันฉ่ำแย่งทุกอย่างไปจากเขา

"ถ้าเราจัดการกับมันไม่ได้ เราก็ต้องยืมมือคนที่อยากเล่นงานมันใจจะขาดให้มาทำแทน" อำนาจยิ้มเจ้าเล่ห์ ส่วนลิงลมไม่เข้าใจว่าอำนาจหมายถึงใคร...

มะลิจับแสงระวีนุ่งผ้าซิ่นเกล้ามวย สวยแบบสาวชาวบ้าน แล้วชวนไปหาเสือซึ่งกำลังฝึกฝีมืออยู่แถวป่าไผ่ แสงระวีเขินอายทำท่าจะไม่ยอมเดินต่อ หันหลังจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นแบบเดิมๆของตัวเอง มะลิเข้ามาขวางไว้ ชมว่าใส่อย่างนี้สวยสมกับจะเป็นเจ้าสาวของเสือ และเป็นสะใภ้บ้านดอนควายที่สุด...

ด้านเสือกำลังฝึกฝีมืออย่างขะมักเขม้น สิงห์กับโรสใช้ทั้งกำปั้นทั้งปืนฝึกทั้งความแข็งแกร่งและความว่องไวให้เสือไปพร้อมๆกัน ทั้งคู่ใช้ปืนไล่ยิงใส่เสือไม่ยั้ง เสือหลบกระสุนได้หมด สิงห์ไม่ลดละไล่ยิงเสือไม่หยุด เสือหลบหลีกแล้วจู่โจมกลับ เข้าประชิดสิงห์ใช้ฝ่ามือปิดปากกระบอกปืนลูกซอง  ของเขาไว้

"ผู้กองแพ้ผมแล้ว ถ้าผู้กองยังคิดจะยิงต่อ ปืนนี่ได้ระเบิดเละคามือผู้กองแน่"

"งั้นมาลองกันดูว่านายจะเร็วได้สักเท่าไหร่" สิงห์ยิ้ม ขยับนิ้วจะลั่นไก เสือแย่งปืนจากมือสิงห์แล้วใช้ความรวดเร็วถอดปืนลูกซองออกเป็นชิ้นๆในพริบตา ถามสิงห์ว่าแค่นี้เร็วพอหรือยัง สิงห์ยิ้มให้แทนคำตอบ แต่โรสตะโกนสวนขึ้นว่า แค่เร็วกับอึดยังไม่พอจะรับมือกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ เสือกับสิงห์หันไปมอง เห็นโรสเอาระเบิดมือออกมา กำมันไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้าง
หนึ่งถือสลักระเบิดเอาไว้

"การจะรับมือกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวต้องฝึกการตัดสินใจในสถานการณ์คับขันด้วย" โรสสีหน้ามุ่งมั่นจนสิงห์ชักหวั่นใจ โรสยังบอกอีกว่าถ้าเธอปล่อยมือจากระเบิดลูกนี้ พวกเราจะตายกันหมด ถามเสือว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เสือพยายามใช้ความคิด

ขณะโรสปล่อยระเบิดออกจากมือ เสือชกหมัดเขวี้ยงควายออกไปเต็มแรง พลังหมัดกระแทกอากาศเป็นคลื่นพลังงานมหาศาลพุ่งใส่โรสอย่างจังจนกระเด็นไป ไกล ส่วนลูกระเบิดตกพื้นตรงนั้นแล้วระเบิดสนั่นหวั่นไหว เสือกับสิงห์พุ่งหลบ รัศมีระเบิดได้อย่างหวุดหวิด เมื่อควันจางลง สิงห์รีบวิ่งไปดูโรส เห็นเธอนอนคว่ำอยู่ที่โคนต้นไม้ได้รับบาดเจ็บจากแรงอัดอากาศของพลังหมัดเข วี้ยงควาย เสือยืนตะลึง มองมือตัวเองอย่างงุนงง ไม่เข้าใจว่าทำอะไรลงไป มะลิกับแสงระวีเห็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพากันแปลกใจ ระคนดีใจ

"ถ้าพี่เสือใช้พลังนี้จัดการกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ รับรองพวกมันต้องเสร็จพี่แน่ๆ"

มะลิชมเสือว่าเก่งไม่หยุดปาก สิงห์พยุงโรสซึ่งบาดเจ็บไม่น้อยตามเข้ามา เสือขอโทษโรสที่ทำรุนแรงไปหน่อย โรสบอกว่าไม่เป็นอะไร แค่นี้สบายมาก พูดได้แค่นั้นโรสก็หมดสติไป...

ooooooo

ภายในห้องบัญชาการของอำนาจ แม็กนั่มลอบเข้าไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ เอาธัมบ์ไดรฟ์เสียบ ก่อนจะทำการโอนถ่ายข้อมูลของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว สมุนของอำนาจคนหนึ่งเปิดประตูห้องเข้ามาเจอ ชักปืนตรงเข้ามาจะเอาเรื่อง โดนแม็กนั่มจับบิดข้อมือ แย่งปืนมาได้ แล้วกระหน่ำยิงใส่สมุนคนนั้นตายคาที่

พอถ่ายข้อมูลเรียบร้อย แม็กนั่มเดินข้ามศพออกไปอย่างไม่แยแส รีบกลับไปยังโรงแรมที่พักของตัวเอง เปิดดูข้อมูลที่ขโมยมา เห็นภาพวีดิโอการต่อสู้ของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว โดยเฉพาะหมัดเขวี้ยงควายที่จัดการคนของเขี้ยวพยัคฆ์ แม็กนั่มมองอย่างดูแคลนว่าไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหน ต่อให้มีแบบนี้อีกสิบคนก็สู้ตนคนเดียวไม่ได้...จากนั้นแม็กนั่มก็หยิบกล่อง เหล็กออกมาเปิดเอาเข็มฉีดยาที่มีของเหลวสีเขียวอยู่ในนั้นมาฉีดให้ตัวเอง...

ผ่านไปไม่นาน อำนาจกลับมาเห็นศพของสมุนนอนตายอยู่ในห้องบัญชาการ เจ็บใจมาก เขาตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็น ฝีมือของคนที่กลุ่มก่อการร้ายส่งมาตรวจสอบการทำงานของเรา  ลิงลมติงว่าถ้าพวกนั้นไม่ไว้ใจเราขนาดนี้   พวกเราก็ไม่ควรจะไปร่วมมือกับพวกนั้น

"อย่าเพิ่งวู่วามไปไอ้ลิงลม แผนการครั้งนี้เดิมพันมันสูง ถ้าฉันพิสูจน์ฝีมือจัดการกับพวกกระจอกไม่ได้แล้ว ใครที่ไหนอยากจะมาลงเรือลำเดียวกับเรา...ตอนนี้เราต้องเร่งมือจัดการกับทุก คนที่เป็นเสี้ยนหนามของเราให้เร็วที่สุด ไม่เว้นแม้แต่ผู้กองสิงห์ นังกุหลาบแดง...ใครขวางเรามันต้องตาย" อำนาจสีหน้าเหี้ยมเกรียม...

ooooooo

ทางฝ่ายเสือ มะลิกับเคนรอฟังข่าวของโรสอยู่หน้าบ้านพักด้วยความเป็นห่วง แสงระวีออกมาแจ้งว่าโรสบาดเจ็บพอสมควร แต่ได้ยาสมุนไพรของลุงมั่น ไม่นานคงจะดีขึ้น เคนแซวว่าโรสได้สิงห์ดูแลแบบนี้ ต้องดีวันดีคืนแน่ มะลิหมั่นไส้ ต่อว่าเคนว่าหายหัวไปไหนมาไม่เห็นมาช่วยอะไรเสือบ้าง ดีแต่แซวคนโน้นทีคนนี้ที

เคนอ้างว่าที่หายไปเพราะมัวแต่ไปปรับแต่งปืนคู่กายของนักสู้พันธุ์ข้าว เหนียวให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น แล้วพาเสือ แสงระวี กับมะลิไปดูปืนกระบอกนั้น เสือถึงกับออกปากชมว่าสภาพสวยเหมือนได้ของใหม่

"ไม่ต้องชมข้าขนาดนั้น ของเดิมที่หลวงพ่อให้เอ็งใช้ มันเก่า ศูนย์ก็ไม่ค่อยเที่ยงแล้วด้วย ข้าก็เลยจัดการช่วยปรับแต่งให้นิดๆหน่อยๆ หลับตายิงยังโดนเป้าเลย ไม่เชื่อเอ็งลองดู"

เสือทดลองยิงปืนดูว่าจะจริงอย่างเคนโม้หรือเปล่า ปรากฏว่ายิงได้แม่นยำจริงๆ แต่อยู่ๆเสือรู้สึกเหมือนมีคนกำลังจ้องมองมาที่เขา มะลิไม่สบายใจเกรงว่าจะเป็นพวกเขี้ยวพยัคฆ์ ส่งคนมาสอดแนม

"คงไม่ใช่หรอกมะลิ พวกนั้นชะล่าใจคิดว่ากำจัดนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวไปได้แล้ว"

ถึงแสงระวีจะยืนยันอย่างนั้น แต่เสือก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี รู้สึกสังหรณ์ใจชอบกล

ooooooo

จากนั้นไม่นานลิงลมกลับมารายงานอำนาจ ซึ่งรออยู่ที่โรงงานร้างใกล้ตลาดดอนควาย ว่าเจอแสงระวีกับพวกสิงห์ อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แล้วยังโชคดี ได้เจอกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวอีกด้วย

"เป็นไปได้ยังไง...ก็ไหนไอ้ศรมันบอกคุณฮัสซันว่ามันกำจัดบักเสือไปแล้ว"

"ผมว่า...ถ้ามันไม่ได้โกหกหวังเอาผลงาน มันก็คงประมาททำพลาดครั้งใหญ่ แถมคราวนี้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม  แล้วก็ฝึกฝีมือเตรียมพร้อมที่จะลุยกับไอ้ศรด้วย"

"น่าสนใจจริงๆ...ถ้านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวแข็งแกร่งขึ้นมันก็เหมาะแล้วที่จะจับคู่ให้มันฟัดกับไอ้ศร ให้พวกมันกัดกันให้ตายไปทั้งคู่"

"ทำตัวเป็นโปรโมเตอร์สบายๆ ไม่ต้องลงมือเองแบบนี้... บันเทิงจริงๆ"

"แต่มันจะสบายอย่างเดียวก็ใช่ที่...อย่างน้อยมาถึงที่นี่แล้ว เราก็ต้องมีอะไรติดไม้ติดมือกลับไปกระตุ้นให้เสือมันบ้าคลั่ง กระหายอยากออกล่าเหยื่อบ้าง" อำนาจสีหน้าเจ้าเล่ห์ ร้ายกาจ...

ooooooo

ยามตะวันใกล้ตกดิน บรรยากาศทุ่งนาดูสวยสบายตายิ่งนัก แต่แสงระวีกลับนั่งเหม่ออยู่คนเดียว สีหน้าเป็นกังวล เมื่อฉุกคิดถึงคำพูดของมะลิ

"ก็งานของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมีแต่เรื่องอันตรายแล้วก็เสี่ยงชีวิต มะลิไม่อยากให้พี่สะใภ้ของมะลิต้องมานั่งนํ้าตาเช็ดหัวเข่า" คำพูดของมะลิทำให้แสงระวีรู้สึกเป็นกังวล แต่รีบพูดกลบเกลื่อนว่า

"เรื่องนั้นมะลิไม่ต้องห่วงพี่หรอก พี่ตัดสินใจเลือกเขาก็เพราะพี่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาเป็น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่จะ อยู่ข้างหลัง คอยเป็นกำลังใจให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว"

แสงระวีคิดแล้วอดเป็นห่วงอนาคตตัวเธอกับเสือไม่ได้ นั่งใจลอยเลยไม่ได้ยินเสียงเสือเดินเข้ามา เสือร้องทัก แสงระวีถึงกับสะดุ้งโหยง ถามกลบเกลื่อนว่าฝึกซ้อมเสร็จแล้วหรือ

"ครับ...คุณแสงระวีมานั่งตากลมทำไม เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก"

"คือ...ฉัน...ฉันไม่เคยเห็นทุ่งนาเวลาโพล้เพล้แบบนี้มาก่อน นาข้าวสีเขียวตัดกับสีทองของท้องฟ้าสวยดีก็เลยนั่งเพลิน"

แสงระวีปั้นเรื่องไปเรื่อย เพราะไม่อยากทำให้เสือไม่สบายใจ

เสือมองทุ่งนาตรงหน้าอย่างหวงแหน  แสงระวีเห็นแววตาของเขาแล้วยิ่งหนักใจ แต่ต้องแสร้งทำสีหน้าเป็นปกติ เสือมีอะไรบางอย่างอยากให้แสงระวีดู จูงมือเธอเดินไปทางป่าละเมาะ ครู่ต่อมาทั้งคู่มาถึงบริเวณลำธาร มีคบไฟจุดเอาเรียงรายไว้เป็นทาง แสงระวีมองหิ่งห้อยระยิบระยับบินผ่านไปมาอย่างตื่นเต้น

"สวยจังเลย ไม่นึกเลยว่าจะมีที่สวยงามขนาดนี้อยู่ อย่างกับได้อยู่บนสวรรค์ยังไงอย่างนั้นเลย"

"ถ้าคุณแสงระวีชอบจริงๆ งั้นเราจะสร้างครอบครัวกันที่นี่ มีบ้านหลังเล็กๆตรงนั้น ผมจะทำระเบียงริมนํ้าให้คุณแสงระวีได้มีมุมเขียนหนังสือ ส่วนที่ต้นไม้ตรงนั้น ผมจะทำชิงช้าไว้ให้ลูกๆของเราเล่นกระโดดนํ้ากัน...คุณแสงระวีว่าดีไหม ครับ...ครอบครัวของเราต้องมีความสุขกันแน่ๆ"

"แล้วนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวล่ะ" แสงระวีหน้าสลด

"มะลิพูดถูกครับว่า ถ้าภารกิจครั้งนี้สำเร็จ ผมควรจะต้องเริ่มต้นชีวิตกับคนที่ผมรัก   สร้างครอบครัวที่อยู่อย่างสงบสุข...ไม่ควรทำให้คุณต้องห่วงผมอีก"

แสงระวีดีใจนํ้าตาคลอ โผกอดเสือไว้แน่น เสือกอดตอบด้วยความรัก ค่อยๆเชยคางเธอขึ้นมา แล้วบรรจงจูบอย่างแผ่วเบา แสงระวีหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข...

เคนเห็นคู่ของเสือกับแสงระวี และคู่ของสิงห์กับโรสช่วยกันปลูกต้นรักจนผลิดอกสวยงาม เลยอยากจะชวนดอกสร้อยลองปลูกต้นรักกับเขาบ้าง เคนสารภาพว่าชอบดอกสร้อยมาก ตั้งแต่จากบ้านดอนควายไป เฝ้าคิดถึงแต่เธอทุกวัน ตั้งใจว่าเสร็จภารกิจช่วยชาติเมื่อใดจะแห่ขันหมากมาสู่ขอดอกสร้อย เคนพูดพลางคุกเข่าขอความรัก พร้อมกับยื่นช่อดอกไม้ให้หญิงสาว

"อย่ารังเกียจพี่เลยนะดอกสร้อยจ๋า"

ดอกสร้อยเริ่มมีใจสงสาร เกือบจะใจอ่อนรับรัก ถ้าไม่ เหลือบเห็นว่าเกิดไฟไหม้ในทิศทางที่ตั้งวัดดอนควายเสียก่อน เคนรีบวิ่งหน้าตื่นมาหาสิงห์กับโรส  ซึ่งกำลังส่งตาหวานให้กันอยู่บนระเบียงบ้านพัก

"ผู้กอง...แย่แล้วครับ...ไฟไหม้โบสถ์รีบไปช่วยกันดับไฟเร็วเข้าเถอะครับ"

สิงห์กับโรสตกใจ รีบพากันวิ่งมาสมทบกับเคนและดอกสร้อย แล้ววิ่งไปที่วัดดอนควาย ไม่นานนักทั้งหมดมาถึงหน้าโบสถ์ เห็นไฟกำลังลุกไหม้ตัวโบสถ์ มะลิกับลุงมั่นกำลังช่วยกันสาดนํ้าดับไฟ โรสหาถังจะไปตักนํ้า เหลือบเห็นแกลลอนนํ้ามันตกอยู่ไม่ไกลจากโบสถ์ หยิบขึ้นมาดม ได้กลิ่นนํ้ามันคลุ้ง ตะโกนเรียกสิงห์มาดู สรุปให้เขาฟังว่าไฟไหม้ครั้งนี้เกิดจากการลอบวางเพลิง

"ไฟเพิ่งจะลุก ฉันว่ามันคงจะเพิ่งลงมือ น่าจะยังไปไม่ไกล   แกะรอยตามไปคงจะทัน"   โรสว่าแล้ววิ่งนำออกไป โดยมีสิงห์ตามติด...

ทางด้านเสือนั่งโอบกอดแสงระวีอยู่ริมลำธาร หยิบดอกไม้มาเสียบมวยผมให้แสงระวีอย่างมีความสุข ทันใดนั้น เสือลุกพรวดขึ้น มองไปยังทิศทางที่วัดดอนควายตั้งอยู่ บอกว่าที่วัดกำลังเกิดเรื่อง ชวนเธอกลับ"นายใช้พลังรีบไปก่อนเถอะ ไม่ต้องห่วงฉัน"

เสือรับคำ รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวพายุพัด แสงระวียังไม่ทันจะก้าวตาม มีเสียงฝีเท้าใครบางคนเดินเข้ามาด้านหลัง เธอหันขวับไปมองต้องตกใจที่เห็นอำนาจยืนอยู่...

อึดใจเดียว เสือก็ไปปรากฏตัวที่หน้าโบสถ์ เห็นไฟลุกท่วมโบสถ์ ลุงมั่น มะลิกับพวกดูจะหมดหวังกับการดับไฟ เสือตัดสินใจใช้พลังหมัดเขวี้ยงควาย อัดใส่กองไฟที่กำลังลุกโชน พลังของหมัดอัดอากาศอย่างแรงทีเดียว ไฟที่กำลังโหมอยู่ดับพรึบ ทุกคนต่างดีใจกอดกันกลม เสือถามว่าไฟไหม้โบสถ์ ได้อย่างไร

"เมื่อกี้นี้มะลิได้ยินผู้กองกับหมวดโรสคุยกัน รู้สึกว่าสองคนนั้นจะไล่ตามคนที่วางเพลิงไปจ้ะพี่"

เสือวิ่งตามสิงห์กับโรสเจอว่าคนที่ลอบวางเพลิงครั้งนี้คือลิงลม   กว่าจะรู้ว่าเป็นแผนล่อเสือออกจากถํ้าก็สายเกินไปแล้ว อำนาจลักพาตัวแสงระวีไป โดยจงใจให้ลิงลมแต่งเรื่องว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นแผนร้ายของศร เพื่อเสี้ยมให้เสือกับศรห้ำหั่นจนตายไปข้างหนึ่ง

ooooooo

เสือเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯแต่เช้า มะลิทักท้วงเสือว่ารู้ที่ที่ศรเอาตัวแสงระวีไปกักขังแล้วหรือ  เสือส่ายหน้าต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินตามล่าพวกนั้นเขาก็จะทำ สิงห์คิดว่าเสือคงไม่ตามหาพวกนั้นให้ลำบาก การที่พวกมันบุกมาจับตัวแสงระวีไปแทนที่จะฆ่าทิ้ง แสดงว่าพวกนั้นต้องรู้เรื่องนักสู้พลังข้าวเหนียวแล้ว

"และมันต้องการให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง" โรสเสริม

"ถ้ามันอยากเจอนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวนักล่ะก็...ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกมันได้เห็น"

เสือกำหมัดแน่นแค้นใจมาก มะลิจะขอตามไปด้วย แต่เสือห้ามไว้ เกรงว่าจะดูแลน้องไม่ได้ สิงห์เห็นด้วยกับเสือ มะลิควรจะรออยู่ที่นี่ดีกว่า และรับปากว่าจะพาแสงระวีกลับมาอย่างปลอดภัย เสือจับมือน้องมากุมไว้ สัญญาว่าจะนำความสงบสุขกลับคืนมาสู่บ้านดอนควายของเราอีกครั้ง...

ด้านเคนกับลุงมั่นเข้าไปคัดของดีของขลังในกล่องเก็บของของหลวงพ่อเข้ม เคนอยากได้ประเภทที่พกแล้วยิงฟันหรือแทงไม่เข้าจะได้เอาไว้ใช้ป้องกันตัว ตอนที่เข้าไปช่วยนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวลุยกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ เพราะถ้าได้ชัยชนะกลับมาเมื่อใด เขาสัญญากับดอกสร้อยว่าจะมาขอเธอแต่งงาน ลุงมั่นบอกว่าหลวงพ่อไม่มีของแบบนั้น

"ถ้าพ่อตาไม่อยากให้ลูกสาวเป็นม่ายขันหมาก พ่อตาก็ต้องงัดของขลังทุกอย่างที่มีมาให้"

ลุงมั่นมีแต่มะเหงกให้ ว่าแล้วเขกหัวเคนอย่างแรงจน

ร้องลั่น ลุงมั่นอ้างว่าที่ต้องทำอย่างนี้เพราะอยากให้เคนจำไว้ว่าถ้าคิดจะสู้ก็ต้องมีเจ็บ  ถ้าทนเจ็บไม่ได้ก็อย่าไปสู้ให้อายหมา เคนฟังแล้วฮึกเหิมขึ้นมาทันที...

ก่อนเสือจะไปจากบ้านดอนควาย เขากำดินที่พื้นปฐพีขึ้นมาไว้ในมือ "ขอพลังแผ่นดินของบรรพบุรุษช่วยดลบันดาลให้ข้ามีพลัง นำความสุขกลับคืนมาด้วย" เสือค่อยโปรยดินลอยไปตามลม สีหน้ามุ่งมั่น

ooooooo

แสงระวีถูกล่ามโซ่ติดข้อเท้า ขังไว้ในตู้คอนเทน-เนอร์บริเวณท่าเรือ อำนาจกับลิงลมเอาอาหารกับเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้ แสงระวีเห็นอำนาจปรี่เข้าหาจะเอาเรื่องแต่ติดโซ่ที่ล่ามไว้ อำนาจตั้งใจจะทิ้งแสงระวีให้ถูกความร้อนจากดวงอาทิตย์อบจนตายคาตู้ แต่ทำทีมีเมตตา สั่งลิงลมเอาปืนทิ้งไว้ให้หญิงสาว

"คิดว่านี่คงเป็นทางออกที่จะทำให้เธอไม่ต้องทรมานอีก เห็นมั้ยว่าฉันใจดีกับเธอแค่ไหน"

แสงระวีเจ็บใจคว้าปืนเล็งไปที่อำนาจ แล้วเหนี่ยวไก มีเสียงดังแชะ ปืนไม่มีลูก อำนาจโชว์ลูกปืนให้ดู แสงระวีโกรธจัดปัดถาดอาหารกระเด็น เข่นเขี้ยวว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะต้องตามมาช่วยเธอ

"นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมันไม่รู้หรอกว่าเธออยู่กับฉัน มันคิดว่าไอ้ศรเป็นคนจับเธอไป มันกับไอ้ศรจะเปิดศึกครั้งใหญ่ใส่กันและสุดท้าย...พวกมันก็จะกัดกันเองจนตาย" อำนาจหัวเราะชอบใจ ก่อนจะปิดประตูตู้คอนเทนเนอร์ขังแสงระวีไว้เพียงลำพัง โดยไม่ลืมโยนกระสุนนัดหนึ่งให้...

ooooooo

ที่เซฟเฮาส์ของศร กำนันฉ่ำในชุดสูททันสมัย

เปิดประตูห้องนอนศรเข้ามาอย่างหัวเสียปลุกลูกชายซึ่งกำลังนอนกอดก่ายหญิงสาวสองคนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข กำนันฉ่ำตะโกนไล่หญิงสาวทั้งคู่ไปให้พ้น ศรงัวเงียมองหน้าพ่อ ถามว่าเอะอะเรื่องอะไร"ไอ้ศร...เอ็งไม่รู้เหรอไงว่าวันนี้วันอะไร"

"วันอะไรเหรอพ่อ" ศรนึกขึ้นได้ "...อ๋อ...ฉันลืมสนิทเลย วันนี้พ่อมีแถลงข่าวเปิดตัวลงสมัครเลือกตั้ง...โทษทีเมื่อคืน ฉันสนุกกับน้องๆเขาเพลินไปหน่อย"

"ไอ้เวรเอ๊ย...เอ็งอย่าเพิ่งได้ใจไป แผนการของเรายังไม่ถึงที่สุด ข้าต้องชนะการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นเอ็งต้องลุกขึ้นมาทำงาน ไม่ใช่เอาเวลามามั่วผู้หญิงแบบนี้...เอ็งต้อง ทำตัวให้เหมาะสมกับภาพลักษณ์ใหม่ของข้า อย่าให้ใครดูถูกว่าเรามันเป็นได้แค่นักเลงบ้านนอก"

ศรขอโทษพ่อที่ทำให้ขุ่นเคือง เขาจะรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วตามไปสมทบที่งานแถลงข่าว...

ooooooo

เสือในคราบนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ใช้วิธีตามล่าพวกโจรที่มีรอยสักรูปเขี้ยวพยัคฆ์ที่ต้นแขน เค้นให้บอกรังใหญ่ขององค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ คิดว่าศรคงพาแสงระวีไปกักขังไว้ที่นั่น แต่พวกโจรพวกนี้เป็นแค่โจรหางแถว ไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง...

ขณะเสือเดินออกมาจากบริเวณทิ้งโจรกระจอกไว้ มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับมาจอดขวาง คนขับเป็นหญิงสาวในชุดรัดรูป สวมหมวกกันน็อกสีดำสนิทมองไม่เห็นหน้าตา

"แกเป็นใคร...พวกเขี้ยวพยัคฆ์ใช่ไหม"

หญิงสาวไม่ตอบ กลับขว้างมีดสั้นใส่ เสือเบี่ยงตัวหลบแล้วใช้มือปัดมีดทิ้ง พอเขาหันไปมองอีกครั้งหนึ่ง หญิงสาวคนนั้นหายตัวไปแล้ว เสือกวาดตามองหาไปทั่วด้วยความสงสัย...

พอสิงห์รู้ว่าเสือออกตามล่าพวกโจรกระจอกอีก ตำหนิว่าไม่มีประโยชน์ โจรพวกนั้นก็แค่พวกเขี้ยวพยัคฆ์หางแถว เสือเป็นห่วงแสงระวีมากเกินกว่าจะอยู่เฉยๆรอให้ศรติดต่อมาเอง โรสเตือนเสือว่าอย่าใจร้อน ลืมไปแล้วหรือว่าถ้าเสือปล่อยให้ความโกรธอยู่เหนือพลังของตัวเอง สิ่งที่ตามมาคืออะไร

เสืออึ้งรู้แก่ใจดีว่าสิ่งที่โรสพูดเป็นความจริง จังหวะนั้น จ่าเพิ่มโทร.มารายงานสิงห์ว่า กำนันฉ่ำเตรียมจะแถลงข่าวประกาศตัวลงเลือกตั้ง สิงห์ดีใจ ในที่สุดพวกเราก็มีทางจะช่วยแสงระวี...

ooooooo

ระหว่างกำนันฉ่ำเดินทางไปยังสถานที่แถลงข่าว มีรถคันหนึ่งมาจอดขวางทาง ทำให้คนขับรถกำนันฉ่ำกระแทกเบรกตัวโก่ง กำนันฉ่ำสั่งลิงลมให้ลงไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ลิงลมยิ้มแสยะก่อนชักปืนยิงคนขับรถกับสมุนติดตามกำนันฉ่ำตายเรียบ กำนันฉ่ำตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้นประตูรถด้านกำนันฉ่ำเปิดออก

อำนาจดึงศพพวกสมุนออกจากรถแล้วเอาปืนจี้เขาไว้ กำนันฉ่ำตะลึงที่เห็นอำนาจยังไม่ตาย อำนาจสั่งลิงลมเอารถออกทันที ครู่ต่อมาอำนาจคุมตัวกำนันฉ่ำในสภาพถูกใส่ กุญแจมือมาถึงบริเวณป่าช้า มีหลุมศพถูกขุดเอาไว้หนึ่งหลุม ในนั้นมีโลงศพเปิดฝารออยู่ กำนันฉ่ำชะงัก

"ถึงแกจะฆ่าฉัน แกก็ยึดเอาทุกอย่างกลับไปไม่ได้หรอก คนอย่างแกไม่มีทางสู้ไอ้ศรได้"

"ใช่...ตอนนี้ฉันไม่มีพลังอะไรที่จะไปสู้กับไอ้พวกคางคกขึ้นวออย่างมัน แต่ถ้ามันได้ซัดกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวล่ะก็...พวกมันได้ตายกันทั้งคู่ แน่"

"หมายความว่าไง...นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมันตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ"

"นี่แหละคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ของลูกชายกำนัน มันเป็นเรื่องของประสบการณ์ที่เด็กเมื่อวานซืนอย่างมันยังต้องเรียนรู้อีก เยอะ ถึงจะก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่ได้"

อำนาจเอาด้ามปืนทุบหลังกำนันฉ่ำอย่างแรงจนล้มลงไปในโลงศพ กำนันฉ่ำร้องลั่นว่าอย่าฝังตนทั้งเป็น ละล่ำละลักยื่นข้อเสนอให้อำนาจกลับมาเป็นหุ้นส่วนเหมือนเดิม ขอให้ อะไรที่ผ่านมาแล้วก็ให้แล้วกันไป

"แล้วก็แล้วกันไปงั้นเหรอ...เสียใจด้วยกำนัน คนอย่างผู้พันอำนาจ ไม่มีคำว่าอโหสิกรรม" อำนาจพยักหน้าให้ลิงลมจัดการปิดฝาโลงเอาดินกลบหลุมศพ ขณะที่กำนันฉ่ำร้องขอความช่วยเหลือเสียงหลง

ooooooo

ศรหันมาบ่นกับหมีควายด้วยความแปลกใจ สงสัยว่าได้เวลาขึ้นแถลงข่าวแล้วทำไมพ่อของเขายังมาไม่ถึง ทั้งๆที่พ่อออกจากเซฟเฮาส์มาก่อนเขาตั้งนาน

"ไอ้กำนันมันไม่ว่างกะทันหัน เลยให้ฉันมาแทน"

ศรกับหมีควายหันไปมองตามเสียงต้องตกใจที่เห็นอำนาจตัวเป็นๆยืนอยู่กับลิงลม อำนาจไม่พูดพล่าม โชว์คลิปวีดิโอจากมือของเขาให้ศรดู เป็นคลิปตอนกำนันฉ่ำกำลังถูกฝังทั้งเป็นร้องขอความช่วยเหลือ ศรโกรธจัดโยนมือถือทิ้ง เส้นเลือดทั่วตัวเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท จะเข้าไปเอาเรื่องอำนาจ

"ไอ้ผู้พัน...ปล่อยพ่อข้าเดี๋ยวนี้...ไม่งั้นแกตายแน่"

"ตอนนี้แกหมดสิทธิ์ต่อรองอะไรฉันทั้งนั้น ถ้าแกไม่ทำตามฉันสั่ง พ่อแกได้ตายทั้งเป็นแน่"

ศรขบกรามแน่น อยากรู้ว่าอำนาจต้องการอะไร อำนาจต้องการให้ศรไปจัดการกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ศรงงว่า เขาฆ่าเสือด้วยมือของเขาเอง และเสือก็สิ้นชื่อไปแล้ว จังหวะนั้นเห่าดงกระหืดกระหอบเข้ามารายงานว่า คนของเราเจอนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวมากับพวกของสิงห์ ศรถึงกับอึ้ง ถามย้ำเพื่อความแน่ใจว่า เรื่องที่เห่าดงพูดเป็นเรื่องจริง เห่าดงยืนยัน ศรหันขวับมาที่อำนาจสีหน้าสงสัย

"นั่นคือความผิดพลาดของแกที่ทำเอาไว้ และฉันจะให้โอกาสแกแก้มืออีกครั้ง หวังว่าครั้งนี้แกจะเด็ดหัวมันเพื่อช่วยชีวิตพ่อแกให้ได้" อำนาจหัวเราะสะใจ แล้วผละไป ศรมองตามเจ็บแค้นใจ ลิงลมเอานิ้วจิ้มอกหมีควาย สั่งให้ตามเขาไปจัดการสิงห์กับพวก หมีควายกับเห่าดงลังเลหันมองหน้าศรราวกับจะขอความเห็น ศรจนแต้มไม่มีทางเลือก พยักหน้าให้สองสมุนทำตามลิง
ลมสั่ง...

ครู่ต่อมาศรมายังห้องแถลงข่าว นักข่าวรอทำข่าวกันเต็มห้อง สิงห์กับโรสยืนปะปนอยู่ในนั้นด้วย ศรขึ้นแถลงข่าวขอโทษสื่อมวลชนทุกท่าน อ้างว่าเกิดอุบัติเหตุกับพ่อของเขาระหว่างเดินทางมาที่นี่ งานแถลงข่าววันนี้จึงขออนุญาตเลื่อนไปก่อน นักข่าวพยายามจะถามเพิ่มเติม แต่ศรไม่ตอบอะไรอีก รีบเดินออกมา

สิงห์กับโรสแปลกใจว่าต้องเกิดเรื่องอะไรบางอย่างแน่ๆ ขยับจะตามศร แต่เห่าดงกับหมีควายโผล่มาด้านหลังเอาปืนจ่อทั้งคู่ไว้ ลิงลมตามเข้ามาสมทบ ทำหน้ากวนประสาทสุดๆ

"ไอ้ศรไม่ใช่คู่ปรับของผู้กองหรอกครับ ผมต่างหากที่ยังมีบัญชีติดค้างกับผู้กองรอให้เคลียร์อยู่"

สิงห์กับโรสจ้องหน้าลิงลมเขม็ง ก่อนจะถูกคุมตัวออกจากห้องแถลงข่าว...

ooooooo

ในเวลาต่อมา อำนาจกลับถึงห้องบัญชาการ นั่งกระหยิ่มยิ้มย่องที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้

แต่แล้วกลับต้องหุบยิ้ม เมื่อมีชายชาวต่างชาติร่างกายกำยำเปิดประตูห้องผลัวะเข้ามา พร้อมกับหญิงสาวสวยในชุดรัดรูปสวมหมวกกันน็อก ทั้งคู่แสดงตัวว่ามาจากกลุ่มก่อการร้ายนิวยอร์ก

หญิงสาวแนะนำตัวเองว่า "ฉันชื่อมรกต...ส่วนนี่ แม็ก แต่เขาชอบให้เรียกเขาว่าแม็กนั่ม"

อำนาจมองแม็กนั่มแล้วนึกขึ้นได้ว่าเคยเห็นฝีมือมาก่อน รู้ทันทีว่าทั้งคู่แฝงตัวมาสืบข้อมูลจากเขาได้พักหนึ่งแล้ว มรกตยอมรับว่าเราทั้งคู่มาสืบเรื่องอำนาจจริง เพราะทางเราจำเป็นต้องตรวจสอบการทำงานทุกอย่างของอำนาจ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวที่อำนาจมี

อำนาจคุยว่าเขาสามารถจะจัดการกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวได้ แต่มรกตกลับไม่คิดอย่างนั้น เท่าที่เธอประเมินจากข้อมูลทั้งหมดแล้วพบว่าโอกาสที่อำนาจจะจัดการนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวยังเป็นไปไม่ได้

"พวกแกรู้ได้ยังไง ตอนนี้มันกำลังเข้าตาจน ฉันใกล้จะไล่ต้อนมันจนมุมอยู่แล้ว"

"แสดงว่าผู้พันไม่เชื่อระบบการทำงานของเรา เอาอย่างนี้ไหมคะเรามาพิสูจน์กันว่าความมั่นใจของผู้พันจะทำให้เรากลายเป็นหุ้นส่วนกันได้ต่อไปในอนาคตได้รึเปล่า" มรกตกับอำนาจจ้องตาอย่างชิงไหวชิงพริบ

ooooooo

ศรเดินมาขึ้นรถคันหรูเตรียมจะขับออกไป เสือในชุดนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาขวางแล้วรถทั้งสองคันขับไล่ล่ากันไปทั่วลานจอดรถเรื่อยมาถึงถนนใหญ่จนกระทั่งถึงสะพานแห่งหนึ่ง ศรต้องจำจอดรถ เพราะติดขบวนแห่พระประธานบนท้ายรถกระบะ มีชาวบ้านเดินรำวงตามรถกระบะอย่างสนุกสนาน

ศรลงจากรถพร้อมกับชักปืนยิงขึ้นฟ้าติดกันสามนัดซ้อน ชาวบ้านพากันแตกตื่นวิ่งหนีจ้าละหวั่น ศรคว้าหญิงสาว

คนหนึ่งมาเป็นตัวประกัน ขู่เสือว่าถ้าเข้ามาเขาจะยิงผู้หญิงคนนี้ทิ้ง เสือขอร้องให้ปล่อยคนที่ไม่เกี่ยวข้องไป ศรไม่สนใจ ผลักหญิงสาวไปทางเสือ แล้วยิงปืนใส่ไม่ยั้ง เสือรับกระสุนพวกนั้นได้หมด บอกหญิงสาวให้รีบหนี ในที่สุด ถนนทั้งเส้นโล่ง มีแค่ศร เสือ และองค์พระประธานบนท้ายรถกระบะ

เสือเตือนศรให้ระวังจะยิงพลาดไปโดนพระประธาน ศรกลับจงใจยั่วเล็งปืนไปยังพระประธาน เสือโกรธง้างหมัดเขวี้ยงควาย อัดพลังออกไป แรงอัดอากาศปะทะศรอย่างจังกระเด็นไปหลายเมตรนอนแน่นิ่ง เสือมองที่องค์พระแล้วยกมือไหว้ ทันใดนั้น มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด กระสุนถากใบหน้าพระประธานเป็นรอย เสือโมโหจัด หันขวับไปมอง เห็นศรยืนจังก้าพลังเหล็กไหลวิ่งพล่านไปทั่วตัวดูน่าเกรงขาม

"ไอ้ศร...ไอ้มารศาสนา"

เสือชักปืนยิงใส่ศรอุตลุด แต่ไม่ระคายผิว ศรเดินตรงเข้าหาเสือแล้วดึงปืนในมือเขาทิ้ง กระชากคอเสื้อเสือ แล้วเหวี่ยงกระเด็นไปไกล...

ส่วนสิงห์กับโรสถูกหมีควาย เห่าดง กับลิงลมคุมตัวมาถึงตึกร้าง ทั้งคู่รอจังหวะทีเผลอส่งสัญญาณให้กัน แล้วพร้อมใจกันใช้ความไวจับมือเห่าดงกับหมีควายซึ่งถือปืนจี้บิดอย่างแรงแล้วจับพวกนั้นทุ่มพร้อมกัน สิงห์กับโรสพลิกสถานการณ์มาเป็นได้เปรียบ ลิงลมเย้ยว่าสิงห์มีกันแค่สองคนจะสู้พวกตนได้อย่างไร

พลันเสียงเคนดังขึ้น "ใครว่า...พวกเอ็งลืมไปรึเปล่าว่านอกจากนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวแล้ว ยังมียอดมนุษย์กะปอมเหล็กอีกคน" เคนในชุดยอดมนุษย์กะปอมเหล็กวางมาดเท่

เห่าดงเหม็นขี้หน้าเคนเต็มทน อาสาจัดการเอง เดินดุ่ยๆเข้าหา เคนไม่รอช้าวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต โรสตรงเข้าต่อสู้กับหมีควาย ส่วนสิงห์แยกออกไปปะทะกับลิงลมบนดาดฟ้าของตึกร้าง สิงห์สู้ไสยศาสตร์มนต์ดำของลิงลมไม่ได้ คว้าปืนยิงกระหน่ำใส่ แต่ลิงลมใช้พลังความเร็วหลบหนีกระสุนได้หมด

ทางด้านโรสสู้พละกำลังที่แข็งแกร่งของหมีควายไม่ไหวถูกบีบคอใกล้หมดสติ เธอรวบรวมกำลังดึงสายไฟที่ห้อยระโยงระยางมาพันคอหมีควายแน่น จนขาดอากาศหมดสติ โรสยังไม่ทันตั้งตัวโดนสาวชุดดำสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้าขี่มอเตอร์ไซค์พุ่งเข้าหา โรสคว้าปืนยิงใส่เป็นชุด สาวชุดดำขับมอเตอร์ไซค์หลบหลีกกระสุนได้หมด แล้วเฉี่ยวโรสกระเด็น สลบคาที่...

เคนกลัวจัดหนีไปซ่อนตัว เห็นเห่าดงไล่ตามมา แต่แล้วกลับฉุกคิดถึงคำพูดของลุงมั่นที่ว่า ถ้าคิดจะสู้ก็ต้องมีเจ็บตัว ถ้าทนเจ็บไม่ได้ก็อย่าไปสู้ให้อายหมา เคนฮึดสู้หยิบระเบิดลูกเกลี้ยงออกมาดึงสลัก จะขว้างใส่เห่าดง พลันมีมีดจากสาวชุดดำพุ่งมาเฉี่ยวมือเคน ระเบิดหล่นกลิ้งไปกับพื้น ทั้งเห่าดงทั้งเคนพุ่งหนีกระเจิง เสียงระเบิดดังสนั่น ก่อนจะหมดสติเคนเห็นหญิงสาวชุดดำสวมหมวกกันน็อกยืนมองตนเอง...

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ศรรับหมัดของเสือได้ทุกกระบวนท่า โต้กลับเข้าเป้าทุกหมัด เสือเลือดกบปาก ศรอัดกำปั้นใส่เสือซ้ำอีกหมัดจนล้มคว่ำลงกับพื้น แล้วตามเข้าไปเหยียบหลังเสือกดไว้

"จะบอกอะไรให้นะบักเสือ...ทั้งเอ็งทั้งข้าต่างก็ถูกไอ้ผู้พันอำนาจบังคับให้มาสู้กัน เอ็งมาเพราะอยากช่วยแสงระวี ส่วนข้าก็ต้องฆ่าเอ็งเพื่อช่วยพ่อข้า ข้าก็เห็นใจเอ็งอยู่หรอก แต่...ชีวิตพ่อข้าสำคัญกว่าชีวิตเอ็งกับนังแสงระวี...เว้ย" ศรกระทืบหลังเสืออย่างแรงถึงกับกระอักเลือด...

สิงห์จับทิศทางที่ว่องไวของลิงลมไม่ได้ถูกไล่อัดบอบช้ำ ลิงลมคว้าเหล็กแหลมหมายจะแทงหัวใจสิงห์ แต่สิงห์หลับตาทำสมาธิอย่างมุ่งมั่น จนจับทางได้ว่าลิงลมจะโผล่มาด้านหลัง จึงม้วนตัวไปคว้าปืนขึ้นมายิงสวนเปรี้ยง โดนท้องลิงลมเต็มๆ ทรุดฮวบ สิงห์ปราดเข้ามาเอาปืนจ่อหัว สั่งให้บอกสถานที่กักขังแสงระวี

"แกไม่มีทางช่วยนังนั่นได้หรอกพวกแกจะต้องตายกันหมด ผู้พันอำนาจจะกลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิม"

ลิงลมหัวเราะสะใจ สิงห์เจ็บใจจะยิงซ้ำ แต่มีมีดพุ่งเข้ามาปักมือเขาจนปืนหลุดมือ  สิงห์หันไปเห็นสาวชุดดำสวมหมวกกันน็อกวิ่งออกไปหลังไวๆ ลิงลมอาศัยจังหวะนั้น ใช้ความเร็วหนีเอาตัวรอดไปได้ สิงห์รีบวิ่งไปหาโรสซึ่งนอนหมดสติ สักพักเธอก็รู้สึกตัว บอกเขาว่ามีคนมาช่วยหมีควายหนี

"ผมก็เหมือนกัน พวกมันเป็นใคร...คุณทันได้เห็นหน้ามันไหม"

"ไม่ค่ะ ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นใคร แต่ฝีมือมันไม่ธรรมดาเลย" ทั้งโรสและสิงห์นึกเป็นห่วงเคนขึ้นมาทันที...

ศรลากเสือซึ่งใกล้หมดสภาพมายังรถกระบะ จิกหัวให้เงยหน้ามองพระประธาน พูดเย้ยหยันว่า เสือใกล้ตายแล้ว ไม่เห็นมีใครช่วยแม้แต่พระประธานยังนิ่งเฉย

"พลังของเอ็งสู้พลังของข้าไม่ได้หรอกเว้ย ไอ้คำว่าธรรมะย่อมชนะอธรรม มันเป็นแค่คำพูดของพวกที่ดีแต่หดหัวแล้วใช้คนอื่นทำ ตอนนี้มันถึงเวลาที่ควรจะได้รู้ว่า...ธรรมะมันก็แพ้เป็นเหมือนกันเว้ย"

ศรขึ้นเข่าเสยปลายคางเสือจนหน้าหงาย เสือฮึดเฮือกสุดท้าย มองไปยังองค์พระประธาน ก่อนจะพนมมืออธิษฐานขอพรให้ท่านช่วย แล้วตั้งท่าหมัดเขวี้ยงควายเงื้อด้วยพลังเท่าที่มี ศรยิ้มเย้ย คุยทับว่าพลังแบบนั้นทำอะไรเขาไม่ได้ เสือไม่สนใจปล่อยพลังหมัดออกไป

แรงอัดอากาศกำลังมหาศาลพุ่งใส่ศรอย่างจัง กระเด็นไปกระแทกกับรถกระบะที่องค์พระประธานตั้งอยู่ ศรมององค์พระอย่างตื่นตะลึงก่อนสิ้นสติไป ทันใดนั้น มีใครบางคนโผล่มาด้านหลัง เสือหันขวับไปมอง เห็นฝรั่งชายต่างชาติร่างกายบึกบึนยืนอยู่ เสือถามว่าเป็นพวกเขี้ยวพยัคฆ์หรือเปล่า

แม็กนั่มไม่ตอบ กลับยิ้มกวนๆเข้าไปพยุงศรจะพาออกไป เสือเข้ามาขวางไว้ ฝรั่งคนนั้นวางศรลงกับพื้นแล้วกวักมือเรียกเสือให้เข้ามาหา เสือแทบจะไม่เหลือกำลังต่อสู้ แต่พยายามตั้งท่าหมัดเขวี้ยงควายแล้วปล่อยพลังใส่ฝรั่ง แรงอัดกระแทกเขาอย่างแรง แต่ฝรั่งไม่สะดุ้งสะเทือน กลับอัดกำปั้นใส่ท้องเสือจนจุกแทบอ้วก เสือทรุดลงกองกับพื้นหมดเรี่ยวแรง ได้แต่นอนมองดูฝรั่งอุ้มศรออกไป...

ooooooo

ที่โรงพยาบาล อำนาจลอบเข้าไปสังหารฮัสซันถึงในห้องพักฟื้นเพื่อเข้ายึดครองบริษัทและหุ้นทุกอย่างที่ฮัสซันมี แล้วถ่ายโอนมาเป็นของตัวเองตามแผน เขาเดินออกจากโรงพยาบาลไปอย่างลอยนวล จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มแอบซุ่มอยู่หน้าโรงพยาบาล เห็นอำนาจกลับออกมา รีบโทร.รายงานสิงห์

"ตามดูห่างๆอย่าให้มันรู้ตัวแล้วคอยส่งข่าวบอกผม" สิงห์สั่งหน้าเครียด

"ทำไมไม่ให้ผมเข้าไปจับกุมมันเลยล่ะครับ"

"แสงระวียังไม่ปลอดภัย แถมตอนนี้เรายังพบว่ามีคนอื่น ยื่นมือมาช่วยเหลือพวกมันอีก"

จ่าเพิ่มไม่ถามมากความ วางสายแล้วหันไปพยักหน้ากับหมู่แย้มให้รีบขับรถตามอำนาจ...ครู่ต่อมา อำนาจขับรถมา เกือบถึงท่าเรือ แต่สังเกตเห็นว่ามีรถขับตามเดาออกว่าเป็นใคร เบนรถจอดข้างทางชักปืนยิงใส่รถของจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มเป็นชุด หมู่แย้มเหยียบเบรกแทบไม่ทัน ทั้งคู่ก้มหัวหลบกระสุนกันตาเหลือก

อำนาจยิงจนสะใจแล้วขับรถต่อ จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มรีบคลานออกมานอกรถ ระหว่างนั้น สิงห์กับโรสขี่มอเตอร์ไซค์ตามมาสมทบ สิงห์ถามทั้งคู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ความว่า อำนาจรู้ตัวว่าถูกสะกดรอยตาม เลยลงจากรถมากราดยิงใส่พวกตนจนรถพัง สิงห์ได้แต่เจ็บใจที่คลาดกับอำนาจ เลยไม่รู้ที่กักขังแสงระวี...

แม็กนั่มกับมรกตยังตามไปช่วยชีวิตกำนันฉ่ำออกจากหลุมฝังศพ พากลับไปที่เซฟเฮาส์...

ในเวลาต่อมา อำนาจมาถึงที่คุมขังแสงระวี ต้องแปลกใจที่หญิงสาวหายตัวไป เจอแต่ลิงลมได้รับบาดเจ็บนั่งรออยู่ อำนาจถามลิงลมว่าเกิดอะไรขึ้น แสงระวีหายไปไหน ลิงลมยังไม่ทันได้ตอบอะไร แม็กนั่มกับมรกตโผล่เข้ามา ลิงลมบอกอำนาจว่าสองคนนี้ช่วยเขาไว้ ไม่อย่างนั้นเขาคงเสร็จผู้กองสิงห์ไปแล้ว

"แสดงว่าพวกแกจัดการกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไปแล้ว"

มรกตอ้างว่าทางกลุ่มของเราไม่ต้องการกำจัดนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียว แต่เราสนใจเขามากเป็นพิเศษต่างหาก  อำนาจติงว่าการปล่อยนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไว้จะทำให้ทุกอย่างพังได้ มรกตยืนยันว่าไม่มีทาง ถ้าอำนาจทำตามแผนการของเธอ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 11:16 น.