ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คืนเดียวกัน ขณะเคนกำลังจอดแท็กซี่รอรับส้มหลังเลิกงาน สิงห์พรวดพราดเข้าไปนั่งในรถแท็กซี่ของเคน เชิญตัวเขาไปสอบปากคำเรื่องที่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวช่วยชีวิตเขาไว้ เคนถึงกับหน้าเสีย
ส้มเลิกงานออกมาเห็นเหตุการณ์พอดี รีบกลับไปรายงานเสือทันที...

สิงห์พาเคนมาที่ห้องสอบสวน ยิงคำถามใส่เป็นชุดว่ารู้จักนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไหม แล้วทำไมเขาถึงเข้าไปช่วยเคนจากบริษัทเงินกู้ เคนตีหน้าซื่อบอกว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น สิงห์สงสัยว่าทำไม
เสียงคนที่โทร.ไปแจ้งข่าวสถานีโทรทัศน์ถึงเหมือนเสียงเคน เคนถึงกับสะอึก แกล้งกระแอมเจ็บคอ สิงห์ขู่ว่าถ้ารู้แล้วไม่ยอมบอก เขาจะถือว่าเคนร่วมมือกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

"ผมแค่คนขับรถแท็กซี่นะครับ ไม่ใช่โรบินคู่หูแบทแมน"

"งั้นอธิบายหลักฐานมา"

"เอ่อ...คือผมเห็นว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกำลังดัง เลยอยากเกาะกระแสออกทีวีกับเขาบ้าง ผมก็เลยโทร.ไปบอกนักข่าวให้มาทำข่าว"   เคนปั้นหน้าซื่อสุดฤทธิ์ยืนยันว่าที่เล่ามาทั้งหมดเป็นเรื่องจริง
สิงห์จ้องหน้าเคนจับพิรุธ แต่เคนตีบทใสซื่อแตก สิงห์ไม่รู้จะตั้งข้อหาอะไร เลยปล่อยเคนกลับไป...

ระหว่างขับรถกลับบ้าน สิงห์รู้สึกเหมือนถูกสะกดรอยตาม ทันใดนั้น มีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งวิ่งตีคู่รถของเขา สิงห์หันไปมองแล้วต้องแปลกใจ  ที่เห็นว่าเป็นรถของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว เขามอง
สิงห์กลับมาด้วยสายตาท้าทาย ก่อนขับรถนำไป สิงห์ไม่รอช้ารีบเร่งความเร็วตามมาจนถึงบริเวณตึกร้าง

สิงห์ชักปืนออกมา กวาดตามองไปตามมุมมืดอย่างระแวดระวัง พลันมีเงาดำวิ่งผ่านหลัง สิงห์หันขวับเหนี่ยวไกปืนใส่ มั่นใจว่าโดนเป้าหมาย เสียงนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวตะโกนขึ้น

"ผมไม่ใช่เป้าหมายที่ผู้กองจะมาเสียเวลาด้วยหรอก"

"พวกที่ทำผิดกฎหมาย เป็นเป้าหมายของฉันทุกคน"

"ดูเหมือนว่า ผมจะมาขอให้ผู้กองอยู่ฝ่ายเดียวกับผมไม่ได้แล้ว...งั้นเราก็คงต้องสู้กัน แต่ผู้กองก็รู้ว่าผู้กองสู้ผมไม่ได้" นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวก้าวออกมายืนประจันหน้ากับสิงห์

"ยังไม่ลองแล้วจะรู้เหรอ" ขาดคำ สิงห์ยิงใส่นักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียวเป็นชุด แต่เขารับกระสุนได้หมด สิงห์เห็นว่าปืนทำอะไรนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่ได้ วางปืนลง ขอท้าประลองฝีมือด้วยเพลงมวย
เสือในคราบนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่มีทางเลือกนอกจากตอบตกลง ทั้งคู่เข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด

เสืออยากพิสูจน์ฝีมือกับสิงห์อย่างยุติธรรมจึงไม่ยอมใช้พลังข้าวเหนียว เขาตั้งท่าหมัดเขวี้ยงควายเข้าหา สิงห์ก็ง้างหมัดเด็ดของตัวเองเช่นกัน หมัดของทั้งสองคนประสานงากันอย่างจัง ต่าง
ฝ่ายต่างกระเด็นไปตามแรงหมัดที่หนักหน่วง สิงห์ตั้งหลักได้ก่อน พุ่งเข้าไปคว้าปืนขึ้นเล็งเสือ

"ฝีมือแกดีมากนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว แกพ้นความผิดเมื่อไหร่ ฉันจะชวนแกมาร่วมงานกับตำรวจ...อย่างเปิดเผย"   สิงห์ถือปืนเข้าไปหมายจับกุมเสือ

ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นจากระยะไกล สกัดไม่ให้ สิงห์เข้าถึงตัวเสือ สิงห์ต้องพุ่งหลบกระสุนปืนปริศนา หาทางจะยิงตอบโต้แต่ไม่มีโอกาส ห่ากระสุนพุ่งใส่เป็นชุดเขาจำต้องถอยกรูด พอสิ้น
เสียงปืนนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวหนีไปแล้ว สิงห์มองไปฝั่งตรงข้ามที่มือปืนอยู่อย่างเจ็บใจ

ขณะที่โรสในชุดแดงสวมหน้ากากสีแดงปกปิดใบหน้ากำลังเก็บอาวุธใส่กระเป๋า สิงห์ตามเข้ามาจ่อปืนด้านหลัง สั่งให้ยกมือขึ้นแล้วหันหน้ามา สิงห์แปลกใจที่เห็นมือปืนเป็นผู้หญิงสวมหน้ากาก
คิดว่าต้องเป็นพวกเดียวกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว เอื้อมมือจะถอดหน้ากาก โรสคว้ามือข้างที่ถือปืนแล้วแย่งปืนมาจ่อหลังสิงห์ไว้

"ปล่อยให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวทำงานของเขาไป ถ้าคุณไปขัดขวางเขาอีก ฉันจะเล่นงานคุณ"

สิงห์เห็นเสียงเงียบไป หันไปมองอีกครั้ง สาวหน้ากากแดงหายตัวไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงดอกกุหลาบแดงที่พื้นหนึ่งดอก สิงห์หยิบขึ้นมามองด้วยความประหลาดใจ

ooooooo

เสือเล่าเรื่องสาวหน้ากากแดงให้ส้มกับเคนฟังระหว่างกินข้าวเช้าด้วยกัน เขาเป็นหนี้บุญคุณเธอคนนั้น ถ้าไม่ได้เธอช่วยไว้ ป่านนี้สิงห์คงรู้ความลับของนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวไปแล้ว

"น่าอิจฉาบักเสือจริงๆเลยเว้ย มีแนวร่วมเป็นผู้หญิงถึงสองคน ไหนจะสาวหน้ากากแดง ไหนจะคุณแสงระวีคนสวย คิดแล้วอยากเป็นฮีโร่กับเขาบ้าง"

ส้มหมั่นไส้ แดกดันว่าหน้าหักอย่างเคน ขับแท็กซี่อย่างเดิมก็ดีแล้ว แล้วหันไปชวนเสือไปทำบุญให้มะลิ เธอเตรียมของทำบุญไว้แล้ว เสื้อชะงักอึกอัก ส้มไม่ทันสังเกตรีบควงแขนเขาออกไป...

ในบ้านของลมใต้ปีก ธงไทดูวีดิโอการต่อสู้ระหว่างนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกับสิงห์ที่โรสบันทึก ไว้ถึงกับอึ้ง โรสยอมรับว่าฝีมือของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวสุดยอด ที่จริงเขาสามารถเอาชนะสิงห์ได้
ด้วยพลังพิเศษ แต่เขากลับไม่ทำ ธงไทเห็นว่าถ้าเราได้คนแบบเขามาเป็นพวก การกำจัดองค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก

โรสแนะนำให้ติดต่อนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวผ่านทางแสงระวีเพราะเป็นคนเดียวที่ ติดต่อเขาได้ ทีแรกธงไทไม่เห็นด้วย ไม่อยากดึงลูกมาเกี่ยวข้อง แต่สุดท้ายต้องยอมทำตามคำแนะนำของโรส...

ธงไทอ้างกับลูกว่าอยากติดต่อกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเพื่อจะได้เปิดโอกาส ให้เขาแสดงตัวตนที่แท้จริงให้คนในสังคมหายเคลือบแคลง แสงระวีไม่รู้ว่าจะติดต่อเขาได้อย่างไร และที่สำคัญ ตอนนี้
สิงห์ต้องการตัวนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมาก ส่งคนมาเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของเธอ จนเธอแทบจะขยับตัวไปไหนไม่ได้

"เรื่องนั้นลูกไม่ต้องห่วง พ่อจัดการให้ได้" ธงไทยิ้มมีเลศนัย...ครู่ต่อมา แสงระวีขับรถออกจากสำนักพิมพ์ฟ้าใหม่ จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มจะขับรถตาม แต่ธงไทขับรถปาดหน้าขวางไว้ ทำให้ทั้งคู่ตาม
แสงระวีไม่ทัน...

แสงระวีโล่งใจที่สลัดลูกน้องของสิงห์พ้น ขับรถเข้ามาจอดบริเวณวัด หยิบของทำบุญที่เตรียมไว้ในรถจะเดินเข้าวัด แต่ต้องชะงักเพราะเห็นเสือกับส้ม หญิงสาวทั้งสองคนต่างมองหน้ากัน

"ต๊ายตาย...บังเอิญอะไรอย่างนี้เนี่ย พี่เสือจ๊ะ ฉันว่าเราเปลี่ยนไปทำบุญวัดอื่นเถอะจ้ะ ส้มไม่อยากทำบุญวัดเดียวกับยัยนั่น เดี๋ยวชาติหน้าต้องมีเวรมีกรรมด้วยกันอีก"

แสงระวีไม่พอใจที่โดนแขวะ แกล้งต่อว่าเสือว่านัดมาทำบุญให้มะลิแค่เราสองคน แล้วทำไมถึงมีคนอื่นตามมาขอส่วนบุญด้วย ส้มปรี๊ดแตกที่แสงระวีว่ากระทบกระเทียบว่าเธอเป็นเปรต เลยแช่ง
ชักหักกระดูกเสียยกใหญ่ แสงระวีรำคาญเอาของทำบุญที่เตรียมมายัดใส่มือเสือ ฝากทำบุญให้มะลิด้วย ขยับจะเดินหนี

เสือคว้ามือเธอไว้ ขอร้องให้อยู่ทำบุญด้วยกันก่อน ถ้าไม่เห็นแก่เขาก็ให้เห็นแก่มะลิ อย่างน้อยเธอเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับมะลิ แสงระวีใจอ่อนยอมอยู่ทำบุญด้วย ท่ามกลางความไม่พอใจของส้ม...

ระหว่างที่เสือกับแสงระวีกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้มะลิ ราวกับมีปาฏิหาริย์ มะลิซึ่งนอนหลับเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ในเซฟเฮาส์ของอำนาจ อยู่ๆก็ละเมอเรียกชื่อเสือ เห่าดงตกใจ ตะโกนบอกกำนัน
ฉ่ำกับศรว่ามะลิรู้สึกตัวแล้ว สองพ่อลูกรีบเข้ามาดูใกล้ๆ

"พี่เสือๆช่วยฉันด้วย" มะลิเพ้อออกมาเบาๆ...

ตั้งแต่เสือรู้ความจริงว่าแสงระวีเสียแม่ของเธอไปอย่างไร้ความยุติธรรม เหมือนที่เขาเสียพ่อกับมะลิ ความขุ่นข้องหมองใจที่เคยมีต่อเธอก็ลดน้อยลงแทบไม่เหลือ กรวดน้ำเสร็จเสือกับแสงระวี
เอาน้ำที่กรวดอุทิศส่วนกุศลมาเทใส่ต้นไม้ใหญ่ หลังวัด แสงระวีแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเสือ อดถามไม่ได้ว่าทำไมวันนี้ถึงได้ญาติดีกับเธอ ทั้งๆที่ผ่านมาเราสองคนคุยกันได้ไม่เกินสิบ
ประโยค เขาเป็นต้องหาเรื่องเธอ

"คุณต่างหากที่ชอบหาเรื่องผม คุณน่ะเป็นคนหัวแข็งเอาแต่ใจตัวเองไม่ใช่ผม"

แสงระวีแว้ดใส่ หาว่าเขาหลอกด่าเธอ จังหวะนั้นเสียงส้มตะโกนเรียกหาเสือดังขึ้น เสือยังมีหลายเรื่องต้องคุยกับแสงระวี จึงออกปากจะเลี้ยงข้าวกลางวันเธอแล้วพากันหลบหน้าส้มออกจากวัด ไม่
นานนักทั้งคู่มาถึงร้านส้มตำริมถนน เสือหวั่นๆว่าคนกรุงอย่างแสงระวีจะไม่ชอบกินอาหารประเภทนี้ ที่ไหนได้ตำปูปลาร้ากับอ่อมไก่คือของโปรดของเธอ เสือไม่ลืมสั่งข้าวเหนียวมากินเพิ่มพลังด้วย

สองหนุ่มสาวกินกันไปคุยกันไปอย่างออกรส แสงระวีอิ่มแปล้ แต่เสือยังปั้นข้าวเหนียวกินไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ทั้งที่ตรงหน้าเขากระติบข้าวเหนียวซ้อนกันสูงเกือบท่วมหัว แสงระวีทักว่าทำไมกินเยอะนัก เสือชอบกินข้าวเหนียวมาก คุยอวดสรรพคุณว่ามีประโยชน์มากมาย อาหารชนิดไหนก็เทียบไม่ได้

"มันก็จริง ข้าวไทยนี่แหละสุดยอดอาหารของโลก ต่างชาติถึงได้อยากเข้ามาเป็นเจ้าของที่นาคนไทย"

"ครับ...เหมือนกับที่พวกกำนันฉ่ำทำกับครอบครัวของผม แต่ผมไม่หยุดอยู่เฉยๆหรอก ผมจะปกป้องผืนแผ่นดินไทยและอาชีพของคนไทยไม่ให้ตกไปอยู่ในมือต่างชาติ"

แสงระวีถึงกับออกปากว่าฟังแล้วอดคิดถึงนักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียวไม่ได้ เสือถามว่ารู้จักเขาคนนั้นด้วยหรือ แสงระวีพยักหน้า แล้วขยับเข้ามาใกล้เสือกระซิบเบาๆเกรงจะมีใครได้ยิน

"นี่เป็นความลับ นายห้ามไปบอกใครเด็ดขาดนะ ฉันกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวร่วมมือกันอยู่ เรามีจุดประสงค์เดียวกันที่จะสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้น    และถ้าเราทำสำเร็จ    ฉันสัญญาว่าจะขอให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวช่วยเรื่องของนายด้วย"

เสือตีหน้าซื่อ "จริงเหรอครับ...ผมดีใจจังเลย คุณกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวต้องทำสำเร็จแน่"

แสงระวีเตือนเสือให้พูดเบาๆ เสือแกล้งคลั่งตามกระแส ความดังของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ขอร้องแสงระวีช่วยขอลายเซ็นของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวให้ แสงระวีรับปากว่าถ้าเจอเขาเธอจะขอให้ แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอ เพราะเขาจะเป็นฝ่ายติดต่อเธอเอง เสือทำทีนึกอะไรออก

"ถ้าคุณแสงระวีอยากติดต่อกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ผมว่าลองให้บักเคนช่วยดูสิครับ"

แสงระวีซักว่าใช่บักเคนเพื่อนของเสือที่ขับแท็กซี่หรือเปล่า เสือพยักหน้า หญิงสาวมองเขางงๆ

ooooooo

มะลิลืมตามองไปรอบๆห้อง สายตาเริ่มปรับภาพชัดขึ้นๆ พอเห็นว่าตรงหน้าตัวเองคือศรกับพวก รีบลุกพรวดขึ้นด้วยความตกใจ ความจำเริ่มกลับเข้าที่เข้าทางว่าพวกศรยิงเธอ พยายามจะฆ่าเธอ ด่าลั่นว่าไอ้พวกสารเลว กำนันฉ่ำฉุนขาด   ถ้ารู้ว่ามะลิฟื้นขึ้นมาแล้วปากเสียอย่างนี้ ไม่น่าปล่อยให้ฟื้น

"น้องมะลิน่าจะขอบคุณพวกเรานะจ๊ะ ที่น้องมะลิยังไม่ตายเพราะพวกเราช่วยชีวิตเอาไว้" ศรยิ้มยั่ว

มะลิรู้เท่าทันที่พวกศรช่วยชีวิตเธอ เพราะต้องการใช้เธอเป็นเหยื่อล่อเสือให้ออกมาหาพวกเขาต่างหาก กำนันฉ่ำถามคาดคั้นให้บอกที่ซ่อนตัวของเสือ มะลิไม่ยอมบอก จะฆ่าจะแกงก็เชิญเธอไม่กลัว

"ฉันก็รู้อยู่แล้วว่ามะลิคงไม่บอก เอาเป็นว่าเรื่องตามหาบักเสือมันไม่ได้ยากเกินความสามารถพวกเราหรอก แต่ฉันมีอะไรจะให้มะลิดู" ศรเอารูปถ่ายของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวยื่นให้

ลิงลมสั่งให้มะลิดูดีๆ เขารู้ว่าเธอต้องรู้จักคนในรูปนี้แน่ๆ มะลิบอกปัดว่าจะรู้จักได้อย่างไรในเมื่อเขาใส่หน้ากากแบบนั้น แล้วเบือนหน้าหนี ลิงลมรำคาญจับหน้ามะลิให้หันมาดูรูปใกล้ๆ มะลิถึงกับชะงัก เธอจำหน้าชายสวมหน้ากากไม่ได้ แต่จำผ้าขาวม้าที่พันคอเขาได้ เธอเป็นคนให้เขากับมือตัวเอง แต่โกหกว่า

"ฉัน...ฉันไม่รู้จัก คนบ้าที่ไหนใส่หน้ากากเดินไปเดินมาบนถนนแบบนี้"

ศรเซ้าซี้ถามว่าแน่ใจว่าไม่รู้จักไอ้หมอนี่ มะลิยืนยันว่าไม่รู้จัก กำนันฉ่ำสั่งให้หยุดซักได้แล้ว มะลิเพิ่งฟื้นความจำอาจจะยังไม่เข้าที่ให้เธอพักผ่อนก่อนวันหน้าค่อยว่ากัน ใหม่ ลิงลมทิ้งรูปถ่ายใบนั้นให้มะลิไว้ดูก่อนจะชวนกันออกไป มะลิหยิบภาพถ่ายนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวขึ้นมาดูด้วยความคิดถึง รู้แล้วว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกับพี่ชายของเธอคือคนคนเดียวกัน...

กำนันฉ่ำไม่สนใจว่ามะลิจะพูดอย่างไรและไม่ว่าเสือกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว จะเป็นคนคนเดียวกันหรือไม่ ถ้าเข้ามาขวางแผนการของพวกเราต้องถูกกำจัดทั้งนั้น ศรมีวิธีล่อนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวออกมา ทีนี้เราจะได้รู้เสียทีว่าทั้งคู่เป็นคนเดียวกันหรือเปล่า...

เสือพาแสงระวีมาถึงอู่รถแท็กซี่ซึ่งเคนทำงานอยู่ บอกเธอให้รอหน้าอู่ก่อน เขาจะเข้าไปตามเคนให้ หลังจากเตี๊ยมเรื่องราวกับเคนแล้ว เสือพาเคนมาคุยกับแสงระวี พอรู้ว่าเคนสามารถติดต่อกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวได้จริง แสงระวีดีใจมากทึกทักเอาเองว่าเคนคงรู้จักกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว เคนปฏิเสธว่าไม่รู้จัก

"แต่ที่บอกว่าพอจะติดต่อกับเขาได้ก็คือว่า  พวกเราคนขับแท็กซี่กับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง    เวลาทำงานจะกระจายกันออกไปทุกตรอกซอกซอย  ถ้าใครเจอเหตุร้ายอะไร  เราจะส่งข่าวถึงกัน นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเขาก็จะฟังข่าวจากพวกเรานี่แหละครับ"

"มิน่าล่ะ นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวถึงได้ไปถึงที่เกิดเหตุก่อนตำรวจทุกครั้ง" แสงระวีเชื่อสนิท

จังหวะนั้น จ่อยคนขับแท็กซี่กลุ่มเดียวกับเคนเข้ามาบอกว่าเกิดเหตุร้ายขึ้น มีการปล้นโกดังสินค้าที่แถวซอยสันติ คนร้ายมีอาวุธหนักครบมือ และมีคนถูกฆ่าตายด้วย แสงระวีรู้จักแถวนั้นดี  ถามเคนว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวรู้เรื่องนี้หรือยัง เคนหันมองหน้าเสืออย่างมีเลศนัย บอกว่าเขาคงรู้แล้ว

แสงระวีรู้ว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวต้องไปที่นั่น ชวนเสือ ไปด้วยกัน เผื่อเธอจะได้ขอให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวช่วยเรื่องของเสือ เสือกับเคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี แสงระวีเร่งเสือให้รีบไป แล้วคว้าข้อมือเขาดึงออกไป เคนถึงกับบีบขมับปวดหัวจี๊ด

"เอาแล้วไงบักเสือ...แล้วทีนี้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะโผล่ออกมายังไงเนี่ย" เคนมองตามชักเป็นห่วง...

การปล้นโกดังสินค้าครั้งนี้เป็นแผนล่อนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวให้ปรากฏตัว ศรกับลิงลมฆ่าคนที่อยู่ในโกดังสินค้าเป็นว่าเล่น แล้วสั่งสมุนกวาดสินค้ามีค่าขึ้นรถบรรทุก ลิงลมบ่นว่าทำไมป่านนี้แล้วนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวถึงยังไม่โผล่มา ถามศรว่าวิธีนี้จะได้ผลจริงๆหรือ

"ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งใจร้อน ถ้าไอ้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมันอยากทำตัวเป็นฮีโร่ ยังไงมันก็ต้องไม่พลาดเรื่องแบบนี้ แต่ถ้ามันไม่มา ก็ถือว่าเรามาช็อปปิ้งซื้อของฆ่าเวลาแล้วกัน" ศรหัวเราะชอบใจ...

ครู่ต่อมา แสงระวีกับเสือแอบซุ่มดูความเคลื่อนไหวอยู่แถวโกดังสินค้า เสือเตือนแสงระวีว่าเราน่าจะปล่อยให้นักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวได้ทำงานของเขา ถ้าเรามาพัวพันอย่างนี้เขาอาจทำงานไม่สะดวก แสงระวีไม่พอใจที่เสือพูดขัดคอ สั่งให้ทำตาม ที่เธอบอก  แสงระวีพูดเสียงดังไปหน่อย  สมุนของศรซึ่งสวมหมวกไอ้โม่งอยู่แถวนั้นได้ยินเสียงรีบเดินมาดู แสงระวีกับเสือแอบอยู่
ในซอกแคบๆ คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี

เสียงสมุนเข้ามาใกล้ทุกที แสงระวีตัดสินใจดึงเสือเข้ามาจูบ ทำเหมือนคู่รักแอบพลอดรักกัน  เสือขัดๆเขินๆ  แสงระวีต้องเป็นฝ่ายดึงมือเขามาโอบตัวเธอไว้เพื่อความสมจริง แต่แสดงสมบทบาทมากไป สมุนเกิดอารมณ์อยากร่วมด้วย ใช้ด้ามปืนกระแทกเข้าเต็มหัวเสือจนหน้าคว่ำ แล้วฉุดแสงระวีไป

แสงระวีตกใจมากที่สมุนพาเธอมาพบกับศร   ลิงลม เห่าดง และหมีควาย ศรแปลกใจและพอใจมากที่เห็นหน้าเธอ เข้ามาเชยคางมองกะลิ้มกะเหลี่ย แสงระวีเดือดจัดด่าศรไม่เลี้ยง ลิงลมหนวกหูตรงเข้ามาตบหน้าเธอเพื่อให้หยุดด่า ศรปรามลิงลมให้ใจเย็นๆ แล้วหันไปถามสมุนว่าได้ตัวแสงระวีมาจากไหน

"ผมเห็นนังนี่มันกำลังปล้ำกันอยู่กับแฟนมันใกล้ๆ โกดังนี่ครับนาย"

ยิ่งได้ฟังสมุนบรรยายลักษณะท่าทางแฟนของแสงระวี ลิงลมมั่นใจว่าต้องเป็นเสือแน่ๆ ศรสั่งหมีควายกับเห่าดงตามไปดู แล้วสั่งสมุนจับแสงระวีมัดไว้ก่อน...ด้านเสือรู้สึกตัวลุกขึ้นสะบัดหน้าไล่ ความมึนงง

มีเสียงเคนแซวดังขึ้น "ไม่ได้เป็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวหน่อยเดียว หมดฤทธิ์เดชเลยหรือวะบักเสือ"

เสือหันไปมองตามเสียง เห็นเคนในชุดสีดำสวมหน้ากากคล้ายกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว มีผ้าคลุมไหล่คล้ายโรบินคู่หูแบทแมน ที่เอวเหน็บปืนสั้นและลูกระเบิดหลายลูก เสืองงว่าเคนแต่งตัวชุดอะไรแล้วมาทำไมที่นี่  เคนมาช่วยเหลือ  ในเมื่อแบทแมนยังต้องมีโรบินเป็นผู้ช่วย นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวก็ต้องมีเขาเป็นผู้ช่วย

"ต่อไปนี้  เมื่อไหร่ที่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวต้องเจอ

เหตุการณ์คับขัน ผู้ช่วยของเขาจะปรากฏตัวออกมาเพื่อร่วมกันปกป้องแผ่นดินไทย ชื่อของเขาคือ...ยอดมนุษย์...กะปอมเหล็ก" เคนยืดอก วางมาดเท่

เสือถึงกับพูดไม่ออก จังหวะนั้นมีเสียงหมีควายดัง

เข้ามา เคนหมดเวลาเก๊กหล่อ บอกเสือให้รีบไปช่วยแสงระวี เขาเอาชุดนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมาให้แล้ว และจะถ่วงเวลาทางนี้เอง เสือเป็นห่วงเพื่อนเกรงจะรับมือพวกนั้นไม่ไหว เคนบอกอย่างมั่นใจว่าจัดการได้ เสือรับกระเป๋าใส่เสื้อผ้าจากเคนแล้ววิ่งออกไปอีกทาง

ooooooo

แสงระวีถูกสมุนคุมตัวมาที่มุมหนึ่งในโกดัง สมุนเห็นปลอดคนตรงเข้าหาหมายจะปลุกปล้ำ แสงระวีสู้สุดฤทธิ์ไม่ยอมง่ายๆ สมุนชกเข้าที่ท้องน้อยทีเดียว หญิงสาวทรุดฮวบหมดสติ เขาย่างสามขุมเข้าหาเธอ

แต่ถูกนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวดึงคอเสื้อไว้  พอสมุนหันมาดู นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวชกเปรี้ยงเดียวสลบเหมือด แล้วพยุงแสงระวีซึ่งหมดสติมาหลบมุมไว้ ก่อนตรงไปหาศรกับพวกที่อยู่อีกด้านหนึ่งของโกดัง...

ขณะเดียวกัน เคนในคราบยอดมนุษย์กะปอมเหล็กสู้เห่าดงกับหมีควายไม่ได้ หยิบขวดโหลเล็กๆข้างในเต็มไปด้วยต่อหัวเสือ โยนใส่พวกหมีควาย เห่าดงถูกต่อรุมต่อย แต่หมีควายไม่สะทกสะท้าน พุ่งเข้าหาเคน

"ไอ้มนุษย์แย้ เอ็งโดนกระทืบเละแน่"

เคนไม่รอช้าโกยแน่บ หมีควายไล่ตามจนทัน กระชากคอเคนเหวี่ยงไปกระแทกกับกำแพงจนจุกตัวงอ เขาจะเข้าไปกระทืบซ้ำ เคนกำทรายสาดใส่หน้าหมีควายจังๆถึงกับผงะ

แสบตา เคนได้ทีคว้าไม้ท่อนเขื่องฟาดหัวหมีควายเต็มแรง

ไม้หักสะบั้น แทนที่หมีควายจะเจ็บกลับโกรธเกรี้ยว รอยสัก

หมีควายกลางอกเปล่งแสง ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เคนตกใจ ทิ้งไม้ที่เหลือใส่วิญญาณน้องหมาวิ่งหนี...

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจัดการเหล่าสมุนหางแถวสลบคาที่ พอเห็นว่าเป็นศรกับลิงลมที่พาคนมาปล้นโกดังสินค้า เขากำหมัดแน่น ไม่ว่าจะอย่างไร วันนี้จะต้องล้างแค้นให้มะลิให้ได้ เดินเข้ามายืนประจันหน้าพวกมัน ลิงลมมองนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวอย่างเหยียดๆ

"นี่นะเหรอนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ตัวจริงดูไม่ได้เก่งกาจอะไรเหมือนที่เขาว่ากันเลย" ลิงลมหักข้อนิ้วอย่างมันมือ

ขณะเดินเข้าหาศัตรู "ให้ข้าจัดการกับมันเอง จะหักคอมาปั้นจิ้มส้มตำกิน ดูว่าจะแซ่บไหม"

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวตั้งท่าด้วยเชิงมวยโคราชเตรียมรับมือกับลิงลม ทั้งสองคนแลกหมัดกันไม่ยั้ง  ลิงลมพลาดท่า โดนจระเข้ฟาดหางเข้าเต็มหน้าเลือดกบปาก กลิ้งหลุนๆมาทางศร

"ไงวะ ไหนเอ็งบอกจะหักคอมัน ปั้นเป็นข้าวเหนียวจิ้มกินกับส้มตำไง"

"ข้าประมาทมันไปหน่อย แต่คราวนี้บันเทิงของจริงแน่" ลิงลมถุยเลือดออกจากปาก แล้วหลับตาท่องคาถา ครู่เดียว รอยสักหนุมานที่อกสว่างวาบ ตาแดงก่ำเพราะของขึ้น ลิงลมกระโจนใส่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวปล่อยทั้งหมัดอัดทั้งเข่าเป็นชุด นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวโดนเข้าหลายดอก กระเด็นใส่กองลังสินค้าล้มทับจนมิด

แค่ครู่เดียว เขาลุกขึ้นมาได้ ลิงลมพุ่งเข้าหาหมายจะใช้ไม้เด็ด นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกลับชักปืนยิงสวนเปรี้ยงเดียว ลิงลมกระเด็นกลับไปนอนแน่นิ่งแทบเท้าศร ศรเจ็บใจมาก ชักปืนลูกซองลงอาคมออกมาเล็งใส่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว...

ฝ่ายเคนวิ่งหนีตายอย่างไม่รู้ทิศทาง โชคร้ายดันวิ่งมาถึงทางตัน หมีควายเดินตาแดงก่ำเข้าหา เคนกลัวสุดๆ หันรีหันขวางไม่รู้จะหนีไปทางไหน เหมือนฟ้ามาโปรด มีเสียงตำรวจดังเข้ามา

"หยุด นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชูมือขึ้น แล้วคุกเข่าลงกับพื้น"

หมีควายหันมาเห็นตำรวจกำลังเล็งปืนมายังตนเอง ดวงตาที่แดงก่ำกลับเป็นปกติทันที รีบวิ่งหนี...

ในเวลาเดียวกัน  เสียงปืนลูกซองลงอาคมของศรดังสนั่น นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวพุ่งหลบหลังเสาต้นใหญ่ หายใจหอบถี่ ก่อนจะมองต้นแขนตัวเองมีเลือดไหลเป็นทาง ศรเห็นรอยเลือดที่พื้นยิ้มสะใจ   ร้องท้าทายนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวออกมาสู้กันซึ่งๆหน้า  อย่ามัวแต่หลบ  ได้ข่าวว่าอยู่ยงคงกระพันไม่ใช่หรือ

จังหวะนั้น ศรเหลือบเห็นเงาของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ยิงไปยังทิศทางนั้นทันที นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกระโจนหลบได้

อย่างเฉียดฉิว ศรหัวเราะชอบใจ เอากระสุนนัดใหม่ขึ้นมาใส่รังเพลิง

"ไม่กล้าโผล่หัวมาเจอลูกปืนข้าแบบนี้ แสดงว่าที่ข้าสงสัยมันเป็นเรื่องจริง...นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกับไอ้บัก เสือหัวหดบ้านดอนควายมันก็คนคนเดียวกัน...สงสัยล่ะสิว่าทำไมข้าถึงรู้เรื่อง พลังข้าวเหนียวของเอ็ง แค่ข้ากระทืบไอ้มั่นให้มันพูด มันก็เล่าให้ข้าฟังหมดแล้ว"

เสือแค้นใจที่ศรทำร้ายลุงมั่น  ถอดหน้ากากนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวออก ก้าวออกมาประจันหน้ากับศร "สวรรค์มอบพลังข้าวเหนียวให้ข้า เพื่อให้ข้าปกป้องที่นาของคนไทยไม่ให้ ตกไปอยู่ในมือคนชั่วอย่างพวกเอ็ง"

"สำหรับข้า พวกภูตผีปีศาจทุกตนในขุมนรกก็มอบพลังมาให้ข้าเพื่อจัดการเอ็งเหมือนกัน" ศรเล็งปืนไปที่เสือ "ลูกปืนทั่วไปอาจจะไม่ระคายผิวเอ็ง แต่ลูกปืนของข้าหลอมมาจากตะกรุดกับตะปูฝาโลงผีตายโหง มันจะเจาะหัวกบาลเอ็งให้เป็นรู แล้วข้าจะลากศพเอ็งไปให้นังมะลิมันดูว่าพี่ชายมันก็แค่ไอ้เสือหัวหด"

"มะลิ...แกหมายความว่ายังไง...มะลิ...มะลิยังไม่ตายเหรอ"

ศรไม่ตอบได้แต่แสยะยิ้ม เตรียมเหนี่ยวไกปืน พลัน หมีควายวิ่งหน้าตื่นเข้ามา ละล่ำละลักว่าตำรวจมา ศรเสียสมาธิ ทำให้เสือฉวยโอกาสหนีไปได้ ศรเจ็บใจที่ฆ่าเสือไม่ได้...

จากนั้น เสืออุ้มแสงระวีที่ยังไม่ได้สติ เดินโซซัดโซเซมายังจุดที่เคนซ่อนรถแท็กซี่ไว้ เคนเห็นเสือถูกยิงได้รับบาดเจ็บ งงว่าปกติแล้วลูกปืนทำอะไรเสือไม่ได้ไม่ใช่หรือ เสือบอกว่ายกเว้นลูกปืนของศร เคนรีบพาเสือกับแสงระวีกลับมาที่บ้านเช่า พยุงเสือเข้าบ้าน แล้ววานส้มให้ช่วยดูแลแสงระวี

ส้มเข้าไปเขย่าตัวเรียก  แต่แสงระวีไม่รู้สึกตัว  ไม่รู้

จะทำอย่างไร จำใจต้องแบกเธอเข้าบ้าน ส่วนเคนประคองเสือนอนลงบนเตียง หน้าตาเสือซีดอาการไม่ค่อยดี แต่ยังมีแก่ใจ ถามถึงแสงระวี เคนบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงส้มดูแลอยู่ เคนสั่งเสือให้อยู่นิ่งๆ ห้ามเลือดแล้วเขาจะผ่าหัวกระสุนออกให้

"บักเคน...ข้า...ข้าจะต้องกลับไปหาพวกมัน...มะลิ...มะลิยังไม่ตาย" เสือพูดได้แค่นั้นก็หมดสติไป

ooooooo

 

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 11:04 น.