สมาชิก

บันไดดอกรัก

ตอนที่ 6

ขณะที่กระเช้ากำลังอินทำท่าทางไปตามบทพูดที่หมี่กรอบบอกมาทางโทรศัพท์ อยู่นั้น เธอค่อยเยื้องย่างไปรอบๆเวที โดยบทพูดที่ว่า ดอกกล้วยไม้ ถือเป็นราชินีของดอกไม้ทั้งปวง ด้วยความสวยงามและสีสันที่สดใสอันเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ยากจะ บรรยาย ทำให้ผู้ชมที่อยู่ข้างล่างพลอยอินไปด้วย ขณะที่ธูปมองตามไม่วางตา อิทธิเดชก็กำลังยิ้มตาม

"ที่แท้...ก็มองหายายเด็กนางงามคนนี้นี่เอง" ดาราซึ่งสังเกตลูกชายอยู่นานแล้วพูดขึ้น อิทธิเดชสะดุ้ง

"คุณแม่รู้ได้ยังไงครับ"

"บอกแล้วไงว่าแม่...ฉลาด"

"ถูกต้องแล้วครับ...ผู้หญิงคนนี้ คือคนที่ผมตามหา" อิทธิเดชตอบแม่ทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากกระเช้า

โดย ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น เมื่อพวกสี่คนนั้นแยกกันเดินหาหมี่กรอบ และทับทิมกับแบมบี้เป็นคนไปเจอหมี่กรอบที่กำลังนั่งแอบบอกบทกระเช้าอยู่

"นัง ทอม..." เสียงของสองคนนั่นตวาดดังลั่น ไม่เพียงแค่หมี่กรอบเท่านั้นที่สะดุ้ง กระเช้าที่กำลังฟังการบอกบทอยู่ก็สะดุ้งเหมือนกันเพราะเสียงเข้ามาในสายด้วย หมี่กรอบตกใจร้องเฮ้ยออกมา กระเช้าก็ร้องเฮ้ยออกไปด้วย แล้วก็มี เสียงยื้อแย่งกระดาษบอกบทตามมาอีก กระเช้าหน้าเสียหยุดพูดไปโดยอัตโนมัติ พวกจัดงานชักรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นแล้วแต่พยายามไม่แสดงอาการ ให้พวกแขกรู้ ธูปยิ้มร้ายที่มุมปาก

"ฮึๆ...ออกลายแล้วซิยายเสื้อคอกระเช้า..."

ooooooo

ใน ที่สุดทับทิมก็คว้าบทพูดจากมือหมี่กรอบมาได้สำเร็จและฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้น น้อย กระเช้าได้ยินทั้งหมดที่พวกนั้นกับหมี่กรอบเถียงกัน และสุดท้ายก็ได้ยินหมี่กรอบบอกมาว่าให้กระเช้าหาทางออกเอาเองโดยลุยสดๆไปเลย แล้วสายก็ถูกตัด โชคดีที่เสียงเพลงแบ็ก-กราวด์ยังเปิดคลออยู่ เลยไม่มีใครได้ยิน มีแต่ศีล บุปผา และเทียนที่ลุ้นให้กระเช้าพูดเสียทีเพราะนานเกินไปหน่อยแล้ว กระเช้าเองก็คิดถึงคำพูดของธูปที่ด่าเธอขึ้นมาได้เลยตัดสินใจดำน้ำเองต่อบท ที่พูดค้างไว้

"พันธุ์กล้วยไม้ของฟาร์มราชินีกล้วยไม้ ถือว่าเป็นพันธุ์ดีที่สุดพันธุ์หนึ่งของเอเชีย...พนักงานทุกคนในฟาร์มได้รับ การฝึกฝนมาเป็นอย่างดีในทุกด้าน และ...พนักงานทุกคน

ในฟาร์มก็ยังถูกอบรมมาอย่างดีด้วย ในขณะที่ทุกคนต้องทำงานกันอย่างหนัก ไม่เว้นแม้แต่ดิฉันเอง..."

บุปผา หน้าตื่น กระซิบบอกศีลว่า "นี่มัน...ไม่ใช่บทพูดที่เคยซ้อมให้เราดูนี่..." ศีลยกมือห้ามบอกว่าให้ลองฟังต่อไปก่อน กระเช้าไม่กล้ามองลงมาเลย เดินพูดต่อไปโดยอาศัยประสบการณ์ที่ตัวเองเคยทำ

"ดิฉันและเพื่อนๆต้อง ตื่นมาตั้งแต่เช้ามืด เพื่อตัดดอกกล้วยไม้ การตัดแต่ละขั้นตอนก็ต้องพิถีพิถันและใช้ความระมัดระวังมากจนถึงมากที่สุด คนที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีแล้วถึงจะทำได้ คนที่ไม่เคยทำจะไม่รู้เลยว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย..."

กระเช้าค่อยๆพา ตัวเองมากลางเวทีซึ่งด้านหลังของเธอฉากเริ่มเปลี่ยนเป็นรูปดอกกล้วยไม้ สวยงาม กระเช้ายกมือนำสายตาคนให้มองตามไปที่นั่น พลางพูดต่อ

"ดอก กล้วยไม้บอบบางและต้องการความเอาใจใส่สูง พนักงานของฟาร์มราชินีกล้วยไม้ได้รับการบ่มเพาะมาว่า ให้ใช้ความรักดูแลกล้วยไม้ ดอกกล้วยไม้ทุกดอกมีชีวิต และมีความผูกพันกับเราทุกคน..."

ศีล บุปผาพยักหน้าด้วยความพอใจคำพูดนั้น ศีลพูดกับบุปผาเบาๆว่า เขาชอบบทพูดบทนี้มากกว่าบทก่อน บุปผาพยักหน้าเห็นด้วย เทียนยิ้มแก้มแทบปริ ส่วนธูปมองไปรอบๆอย่างแปลกใจ บ่นคนเดียวว่าทำไมกระเช้าถึงพูดนอกบท แต่พวกพนักงานยิ้มปากกว้างอย่างชอบใจที่กระเช้าเอ่ยถึงพวกเขา

กระเช้าเดินมาที่กระเช้ากล้วยไม้ต่างสีสันวางอวดโฉม อยู่บนเวที ก้มลงหยิบกล้วยไม้ดอกหนึ่งขึ้นมาด้วยท่าทางทะนุถนอม ยกขึ้นแนบแก้มแล้วลดลงไปดูก่อนพูดต่อ

"กล้วยไม้ทุกดอกที่ออกไปจากฟาร์มของเรา มีหัวใจของพนักงานทุกคนแทรกอยู่ มีความรัก ความเอาใจใส่อยู่ในก้านทุกก้าน ใบทุกใบ ท่านลองมองดูซิคะ แล้วท่านจะเห็นอย่างที่ดิฉันพูด..." เดินอย่างเนิบช้ามาใกล้หน้าเวที ใช้สายตาอ่อนหวานของตัวเองผ่านไปยังหมู่คนดู แล้วพูดประโยคที่กระชากใจออกมาว่า

"เพื่อรักษาความสุขของทุกคนที่จะได้รับ และคงไว้ซึ่งความงามของดอกกล้วยไม้ให้สมกับเป็นราชินีแห่งดอกไม้ ทั้งปวง...ดิฉันขอให้ทุกท่านมีความสุข ในอาณาจักรแห่งกล้วยไม้ อาณาจักรแห่งความรัก อาณาจักรของฟาร์มราชินีกล้วยไม้นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป...ขอบคุณค่ะ..."

เสียงปรบมือกราวติดต่อกันเป็นเวลานาน พนักงานทุกคนแทบจะอยากมากอดขอบใจกระเช้าเดี๋ยวนั้นเลยถ้าทำได้ เทียนยิ้มจนปากกว้างและปรบมือดังที่สุด อิทธิเดชก็พลอยเป็นไปด้วย ดาราหันมามองลูกชายอย่างไม่พอใจกระซิบด่าว่าไปปรบมือให้มันทำไม อิทธิเดชจึงหยุด ส่วนธูปเห็นคนอื่นเขาปรบมือกันทั้งนั้นจะไม่ทำก็รู้สึกแปลกแยก เลยพลอยปรบมือตามไปด้วย สามหนุ่มมองกระเช้าเหมือนกันแต่คิดกันไปคนละอย่าง ขณะที่เสียงปรบมือค่อยซาลง ดอกกล้วยไม้ที่เตรียม ไว้บนเพดานก็ร่วงลงมาเกลื่อนพื้นตามคิวการแสดง หล่นลงมาบนหน้าตาเนื้อตัวของกระเช้าคล้ายกับนางฟ้าที่กำลังยืนยกมือพนมไหว้ ผู้คน เสียงปรบมือจึงดังขึ้นกึกก้องอีกวาระหนึ่ง

หมี่กรอบที่ดิ้นรนจนหลุดมาจากมือนางมารได้ ทะเลิ่กทะลั่กวิ่งเข้ามาในงานเพราะเป็นห่วงกระเช้า แต่พอมาเห็นภาพกระเช้ากำลังยกมือโบกให้กับคนดูอยู่บนเวทีก็ชะงัก ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ทับทิม แบมบี้ เอแคลล์ และปาร์ตี้ที่วิ่งตามหลังหมี่กรอบขึ้นมาก็เห็นภาพนั้นเหมือนกัน รู้สึกผิดหวังมากจนร้องกรี๊ด

"นี่มันเกิดอะไรขึ้น...ทำไม...ทำไมมันเป็นแบบนี้ไปได้!!"

ooooooo

ผู้คนมาขอถ่ายรูปกับกระเช้าไม่ขาดสาย กระเช้า ก็ยืนยิ้มให้ถ่ายแต่โดยดี รอจนคนซาลงแล้วหมี่กรอบก็แอบเข้าไปหา บอกขอโทษเพราะโดนสี่สาวนั่นกลุ้มรุมจับตัวเอาไว้แถมบทก็ถูกทับทิมฉีกทิ้ง เสียอีกโดยที่ตัวเองไม่ทันระวังเพราะไม่รู้ว่าใครจะรู้แผนการแสดงนี้

"ไม่เป็นไรช่างมันเถอะ ไม่ต้องขอโทษหรอก มันไม่ใช่ ความผิดของแกสักหน่อย...พวกเราก็พยายามทำที่สุดแล้ว" หมี่กรอบยิ้มให้เพื่อนอย่างจริงใจ

"ฉันดีใจด้วยนะที่แกรอดมาได้ ไม่รู้ว่าแกพูดอะไรไป เสียงตบมือกึกก้องเลย...คราวนี้ละ คนอื่นจะด่าว่าสวยแต่โง่ไม่ได้แล้ว ต้องเรียกว่าทั้งสวยทั้งเก่ง...เออ แล้วแกเจอคุณเทียนแล้วยัง?"

กระเช้าส่ายหน้าแทนคำตอบ ขณะนั้นเทียนกำลังถือ ช่อดอกไม้เตรียมจะเอาไปให้กระเช้า แต่สามสาวรีบเดินเข้ามาปาดแล้วควงเทียนออกไปหน้าตาเฉย แบมบี้ฉะอ้อนว่า

"เทียนคะ...เทียน แบมบี้ตามหาตั้งนานจะให้เทียนพาเดินดูงานสักหน่อย แบมบี้เห็นซุ้มทางโน้นน่าสนใจมากเลยค่ะ..." เห็นเทียนกำลังถือช่อดอกไม้รู้ว่าจะเอาไปให้กระเช้า แบมบี้ทำเป็นตื่นเต้น "อุ๊ย...มีดอกไม้ด้วย สวยจัง แบมบี้ขอนะคะ...ปาร์ตี้...ฉันฝากเอาไปเก็บที่รถหน่อยนะ" ว่าแล้วก็ดึงไปจากมือเลย เทียนอึ้ง แถมยังโดนลากมือไปไม่ปล่อยอีกด้วย

ooooooo

อิทธิเดชยืนคอยจังหวะอยู่นานกว่าคนที่มาถ่ายรูปกับกระเช้าจะหมด แม้จะเห็นว่าหมี่กรอบยังยืนอยู่กับกระเช้า อิทธิเดชก็ไม่แคร์ เดินเข้าไปหาทันที พร้อมกับเอ่ยปากว่า

"วันนี้คุณทำได้ดีมากนะครับ...เมื่อวันก่อนผมโทร.หาคุณ...แต่เจ้านายคุณเป็นคนรับสาย..." พูดไม่ทันจบเสียงธูปก็แทรกขึ้น

"ฉันเป็นคนรับเอง" พูดพลางเดินเข้ามายืนอีกข้างของกระเช้า ถามโดยไม่มองหน้าใคร "กำลังคุยอะไรอยู่...หรือว่า...กำลังขายความลับของบริษัท"

อิทธิเดชทำหน้างงๆ กระเช้าหน้าบึ้งทันที หมี่กรอบรีบแก้สถานการณ์

"อุ๊ย...มีนักข่าวมาพอดี...ถ่ายรูปกันหน่อยดีกว่านะคะ... พี่ๆนักข่าวคะ...มาทางนี้หน่อยค่ะ...นี่ค่ะคุณธูปลูกชายของ ดร.ศีลค่ะ เมื่อกี้พี่ถามหาอยากจะถ่ายรูปไม่ใช่เหรอค่ะ ถ่ายเลยค่ะ ถ่ายตรงนี้แหละ" นักข่าวฟังแล้วมึน คิดว่าตัวเองไปพูดอยากถ่ายรูปธูปที่ตรงไหนก็นึกไม่ออก แต่ก็เข้ามาถ่ายให้อย่างมีมารยาท หมี่กรอบหันไปทางอิทธิเดช "ขอโทษนะคะคุณอิทธิเดช ขอทาง นิดหนึ่งนะคะ"

อิทธิเดชจำต้องถอยไป ส่วนธูปก็ต้องหยุดว่าแดกดันกระเช้า ทั้งสองถูกจับให้ถ่ายรูปด้วยกันไปไม่น้อย พอธูปกับกระเช้าถ่ายรูปเสร็จนักข่าวก็ทำท่าจะเดินไป อิทธิเดชโวยว่าเขายังไม่ได้ถ่ายคู่กับกระเช้าเลย ไม่เอากล้องของนักข่าวหรอกกล้องผมก็มี ยื่นมือถือให้หมี่กรอบช่วยถ่ายให้แล้วเดินเข้าหากระเช้า เข้าไปแทรกกลางระหว่างกระเช้ากับธูปพลางบอกให้ธูปขยับออกไปหน่อยแต่ธูปเสียง แข็งใส่

"ผมคงขยับให้คุณถ่ายรูปคู่กับคนของผมสองคนไม่ได้... เพราะผมต้องลงทุนไปเยอะกว่าจะได้อย่างที่เห็น...อยู่ๆจะปล่อยให้ลูกชายของคน ที่ประกาศตัวเป็นคู่แข่งมาถ่ายรูปฟรีๆคงไม่ได้...ขอโทษด้วย ผมคงต้องขอตัว..." พูดจบก็คว้ามือกระเช้าลากไป บอกว่ามีแขกผู้ใหญ่หลายคนยังไม่ได้ถ่ายรูปด้วยให้ไปทำงานต่อได้แล้ว

หมี่กรอบเดินหน้าจ๋อยมายื่นมือถือของอิทธิเดชคืน ให้ พูดขอโทษที่เหตุการณ์เป็นแบบนี้ อิทธิเดชรับกล้องมาแล้วถามอย่างข้องใจว่า

"คุณรู้หรือเปล่าว่าทำไมเจ้านายคุณถึงกัดผมกัดเพื่อนคุณแบบนี้"

หมี่กรอบอึกอัก แต่แล้วในที่สุดก็เล่าเรื่องให้ฟัง แล้วก็สรุปว่า

"คุณควรจะเลิกยุ่งกับกระเช้าสักพักหนึ่งนะคะ ที่จริงฉันเอง...ก็น่าจะอยู่ห่างๆคุณไว้เหมือนกันเพื่อความปลอดภัยของตัว เอง...สวัสดีค่ะ" หมี่กรอบพูดจบก็ยกมือไหว้แล้วชิ่งหนีไปเลย

ooooooo

กลับยังไม่ทันถึงห้องตัวเอง หมี่กรอบได้รับโทร- ศัพท์จากป้อมยามโทร.มาบอกว่า มีผู้หญิงสูงอายุคนหนึ่งเมาไม่เป็นท่ามาถามหากระเช้าโดยอ้างว่าเป็นแม่ แถมบอกชื่อมาให้เสร็จสรรพ หมี่กรอบตกใจ รีบโทร.ไปบอกกระเช้า ซึ่งเธอก็รีบมาหาทันที ถามหมี่กรอบว่าแน่ใจเหรอว่าเป็นแม่ของตน หมี่กรอบตอบว่า

"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ รปภ.บอกว่าเมาเละเลย ยังไงฉันว่าเราต้องรีบพาแม่แกออกไปก่อนที่จะมีคนเห็น โดยเฉพาะพวกสาวๆของคุณเทียนกับนายธูปสามดอกของแกน่ะแหละ..."

สองสาวรีบไปที่ป้อมยาม ยังไม่ทันจะเข้าไปในป้อมก็ได้ยินเสียงจวงจิตกำลังสรรเสริญแม่พ่อของพวกยาม ยกใหญ่โทษฐานที่ไปตามกระเช้ามาให้ช้า หมี่กรอบนัดกับกระเช้าแล้วเธอก็ไปเรียกยามออกมาบอกว่ามีเรื่องขอปรึกษา โดยบอกกับยามว่าไม่ อยากพูดต่อหน้าป้าคนเมาเดี๋ยวแกจะสะเทือนใจ เพราะน้าจวงคนนี้เป็นเพื่อนข้างบ้านเท่านั้นไม่ใช่แม่ของกระเช้า แต่แกสติไม่ดีอยากได้กระเช้ามาเป็นลูก พอแกเมาแกก็จะเที่ยวตามหาแบบนี้ พวกยามเชื่อสนิท แต่กลับไปที่ป้อมอีกครั้งกระเช้าก็พาแม่หนีไปบ้านพักแล้ว

เมื่อได้รับรายงานจากยามว่ามีคนเมาอ้างตัวเป็นแม่ ของกระเช้ามาอาละวาดอยู่ที่ป้อม ทับทิมรีบไปรายงานธูปอีกต่อหนึ่ง แถมตีไข่ใส่สีจนเห็นภาพจวงจิตเมาไม่ได้สติอยู่ที่นั่น ธูปได้ฟังรีบไปที่นั่นโดยมีทับทิมวิ่งตามไปด้วย พอไปถึงปรากฏว่าไม่มีตัวตนของคนต้นเหตุแล้ว ธูปจึงต่อว่าทับทิม

"ฉันไม่มีเวลากับเรื่องไร้สาระ ทีหลังเช็กให้แน่นอนก่อนจะมาบอกฉัน"

ทับทิมกับยามหน้าเสีย พอธูปไปแล้วทับทิมซักยามอีกครั้ง ยามยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง แต่ว่าทำไมไม่รู้พอหมี่กรอบมายายขี้เมานั่นก็หายตัวไปเลย พอทับทิมรู้ว่า หมี่กรอบมีเอี่ยวกับเรื่องนี้ก็สงสัยทันที รีบตามไปที่บ้านพักของหมี่กรอบ ระหว่างทางพบบัญชาจึงถามถึงกระเช้า บัญชาตอบว่าไม่รู้หายไปไหนแล้วพร้อมๆกับหมี่กรอบ ทับทิมฟันธงเลย แต่ว่า

พอถึงห้องพักของหมี่กรอบกับกระเช้าและเข้าไปค้นถึงในห้อง

พบแต่กระเช้าอยู่คนเดียวไม่มีทั้งหมี่กรอบและหญิงคนที่เป็นแม่กระเช้า เพราะก่อนหน้านี้หมี่กรอบพาไปฝากไว้กับเพื่อนข้างห้องที่ชื่อแมวแล้วนั่นเอง

ooooooo

แขกบางคนเริ่มทยอยขอตัวกลับเพราะบ้านไกลบ้าง ห่วงทางบ้านบ้าง แต่ดารากับอิทธิเดชยังเดินดูนั่นดูนี่เหมือนไม่อนาทรร้อนใจเรื่องกลับบ้าน รวมทั้งพวกแบมบี้กับเพื่อนๆด้วย เดินตามจิกเทียนไม่ยอมปล่อยมือ ธูปกำลังยืนมองซ้ายมองขวาคอยส่งแขก ขณะเดียวกันก็มองหากระเช้าด้วยเพราะยังไม่เห็นวี่แววเธอจะเข้ามาในงาน พักเดียวเทียนที่สลัดจากพวกสามสาวได้ก็พรวดพราดเข้ามาหาแม่

"แม่ครับ...กระเช้าอยู่ที่ไหนครับ"

บุปผายังไม่ทันตอบ สามสาวก็หน้าเริดตามมา

"เทียนคะ เทียนคะ...ทะ..." ยังไม่ทันถึงตัวเทียน ธูปก็เดินมาขวางหน้าเสียงเข้มใส่

"หยุด...เลิก ส่งเสียงโวยวายได้แล้ว...ถ้ายังไม่หยุดจะให้ รปภ.มาเชิญออกไปจากงาน" แบมบี้กับพวกหยุดกึก พอจะอ้าปากอีก ธูปก็ไล่ว่า "ถอยออกไป อย่ามาป่วน งานจะเลิกแล้ว ฉันไม่อยากให้มีเรื่องวุ่นวาย"

สามสาวถอยกรูดออกไปอย่างว่าง่าย ธูปส่ายหน้าอย่างระอา หันมาเห็นเทียนซึ่งพูดกับเขาพอดีว่า

"ขอบใจนะที่ช่วยเคลียร์ให้"

"เออ...ถ้าจะให้ดี คราวหน้าก็หัดเคลียร์เองซะบ้าง ไม่ใช่สร้างแต่ปัญหาแล้วแก้ไขอะไรไม่เป็น" ธูปหมดความสนใจเทียนแค่นั้น หันไปบอกแม่ว่า "แม่ครับ...เราถ่ายรูปรวมแล้วปิดงานดีกว่าครับ เลยเวลามามากแล้ว"

บุปผาเห็นด้วย ร้องเรียกศีลให้มารวมกลุ่ม พร้อมกับธูปและเทียน แต่เทียนท้วงว่ายังไม่เห็นกระเช้าเลยตั้งแต่ลงมาจากเวที บุปผาเลยนึกขึ้นได้ "เออ...นั่นสิ...กระเช้าอยู่ไหน มีใครเห็นหรือเปล่า?"

ทุกคนช่วยกันมองหา พอดีกระเช้ากับหมี่กรอบฝากจวงจิตไว้กับแมวแล้วก็รีบมางาน บุปผาเลยเรียกให้เข้ามาถ่ายรูปด้วยกัน เทียนเดินมาจูงมือกระเช้าอย่างทะนุถนอม ดาราหันไปมองลูกชายเห็นเขานิ่วหน้าอย่างหมั่นไส้ เลยบอกว่า

"ท่าทางมันจะเอาผู้หญิงคนนี้แน่ ถึงกับควงโชว์ในงานเลย" อิทธิเดชเบ้ปาก

"มันคงอยากได้เขา...แต่เขาจะเลือกมันหรือเปล่าก็อีกเรื่องหนึ่ง"

ooooooo

ทั้งห้าคนถ่ายรูปกันตรงนั้นตรงนี้ ทับทิมยืนมองอย่างหมั่นไส้ พอดีปรายตาไปเห็นอิทธิเดชที่ยืนมองกระเช้าตาเป็นมันและหันไปเห็นแบมบี้เม้ม ปากอย่างโกรธๆอยู่เลยเดินไปหาแบมบี้ ถามว่าเห็นผู้ชายคนนั้นหรือเปล่าพูดพลางพยักพเยิดไปทางอิทธิเดช แบมบี้มองตาม ทับทิมจุดไฟโทสะโยนใส่แบมบี้ทันที

"นั่นคือนายอิทธิเดช ลูกชายคุณดารา ผู้หญิงที่ยืนอยู่ ข้างกัน...เป็นเจ้าของฟาร์มกล้วยไม้ดารา คู่แข่งอันดับหนึ่งของที่นี่..."

"แล้วไง...มาบอกฉันทำไม" แบมบี้ที่กำลังอิจฉากระเช้าอยู่ตะคอกใส่แบบมะนาวไร้น้ำ

"อ้าว...เธอไม่เห็นแววตาที่เขามองกระเช้าหรือ..."

แบมบี้มองตามที่ทับทิมแนะ   เห็นสายตาอิทธิเดชมองกระเช้าเป็นแบบนั้นจริงๆ

"หรือว่า...เขาปิ๊งนังกระเช้า?"

"ฉันว่าใช่...เราน่าจะตีสนิทเอาไว้ บางทีเขาอาจจะมีประโยชน์กับเราก็ได้"

เสร็จงานแขกกลับหมดแล้ว กระเช้ากับหมี่กรอบกลับมาห้องพัก จวงจิตยังนอนหลับอยู่ หมี่กรอบบอกว่าจะแบกออกไปในสภาพนี้ไหม กระเช้าส่ายหน้าตอบว่า ถ้ามีคนเห็นเข้าก็ซวย แมวเลยพูดขึ้นว่าให้ปล่อยแกอยู่กับตนที่นี่ก็ได้ เพราะพรุ่งนี้พี่สองคนเข้ากะเช้า ตนเข้ากะบ่าย จะดูป้าให้ก่อน พอเปลี่ยนกะแล้วพี่ค่อยมาพาแกไป สองคนเห็นด้วย จึงปล่อยจวงจิตนอนอยู่ในห้องของแมวต่อ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้นกระเช้าไปเข้าเวรตัดดอกไม้ พวกพนักงานหญิงเข้ามารุมล้อมพูดชมเชยเรื่องเมื่อคืนนี้กันใหญ่บางคนบอกว่า ได้ข่าวว่าเสื้อผ้าหน้าผมกระเช้า ทำเองทุกอย่างใช่ไหม แต่งแล้วสวยมาก อีกไม่นานเธอจะเข้าพิธีแต่งงานแล้ว ขอร้องให้กระเช้าช่วยแต่งให้บ้าง กระเช้ารับปาก

"ได้สิ...พี่ยินดีทำให้ทั้งแต่งหน้าทำผม ถ้าไม่มีชุดไทย พี่มีให้เช่าด้วยนะ"

พนักงานคนนั้นยิ้มดีใจ "ขอบใจจ้ะ...พี่กระเช้าทั้งสวย ทั้งเก่ง แถมใจดีอีกต่างหาก ไม่เห็นเป็นเหมือนที่คนอื่นเขาเม้าท์กันเลยเนาะ" พวกพนักงานหญิงพยักหน้าเห็นด้วย หมี่กรอบที่ยืนฟังอยู่แกล้งกระแอม

"แฮ่มๆ นี่พี่ป้าน้าอาจ๊ะ ชื่นชมกันเรียบร้อยแล้วก็ทำงานกันต่อได้ ขืนชมกันมากกว่านี้กระเช้ามันจะอิ่มอกอิ่มใจไม่ต้องกินข้าวไปเป็นปี"

พวกนั้นหัวเราะกันครืนก่อนแยกย้ายกันไปทำงาน หมี่กรอบเดินเข้ามาหาเพื่อน

"ดีใจด้วยนะ...คราวนี้แกจะได้เลิกกังวลเรื่องโดนเม้าท์เสียที"

กระเช้ายิ้มตอบ แต่ในใจก็ยังกังวลเรื่องแม่อยู่นั่น และคนที่กระเช้ากังวล ตอนนี้ก็ตื่นขึ้นมาแล้ว พอเปิดตาก็เปิดปากเรียกกระเช้าทันทีแต่ยังมึนๆอยู่ไม่มีเสียงตอบเพราะตอนนี้ แมวกำลังเข้าไปอาบน้ำอยู่ในห้อง จวงจิตโผเผลุกขึ้นนั่ง เสียงท้องร้องดังจ๊อกๆ จวงจิตรู้สึกหิวจึงคิดจะไปหาอะไรกิน

มองไปมองมาเจอกระเป๋าสตางค์ของแมววางไว้จึงเปิดแล้วหยิบไปสองร้อยกะว่าจะไปซื้อของกิน

แต่พอเดินออกมานอกห้องจึงรู้ว่าไม่ใช่บ้านตัวเอง แต่ก็ต้องหาทางเดินไปทางที่ตัวเองคิดว่าจะมีร้ายขายอาหาร อากาศก็ร้อนจนต้องยกมือปิดหัว เดินไปพักหนึ่งมองเห็นห้องเก็บอุปกรณ์ จึงเดินเข้าไปเพราะคิดว่าเป็นที่ขายอาหาร เดินเข้าไปจนใกล้ก็ยังไม่ได้ยินเสียงผัดอะไรโฉ่งฉ่าง  แต่ก็ทำท่าจะเป็นลมเลยแอบไปนั่งซุกตัวอยู่ข้างๆอาคาร  ได้ยินเสียงคนพูดกันดังออกมาแว่วๆเรื่องงานเมื่อคืนนี้ แล้วพูดถึงกระเช้าด้วยว่าพอแต่งหน้าแต่งตัวขึ้นมาแล้วก็สวยเหมือนกัน

"สวยสิป้า...ไม่สวยได้ยังไง ถ้าไม่สวยคุณเทียนจะทั้งรักทั้งหลงเหรอ" พนักงานอีกคนพูดสนับสนุนว่าจริงเพราะเห็นเทียนจ้องตาเป็นมัน

"เอาละเว้ย...อยู่ๆก็มีหนูตกถังข้าวสาร ถ้าได้แต่งงานกับคุณเทียนมีหวังรวยเละ เป็นถึงลูกชายเจ้าของฟาร์ม..."

จวงจิตนั่งฟังแล้วชักสงสัยว่าใครคือลูกชายเจ้าของฟาร์ม เสียงพนักงานอีกคนพูดบ้าง

"คนเราน่ะนะ แข่งอะไรก็แข่งได้ แต่แข่งบุญวาสนามันแข่งกันได้ที่ไหน ดูซิ เพิ่งมาทำงานได้ไม่นานคุณเทียนก็สนใจ...ไม่แน่นะเว้ย อีกหน่อยพวกเราจะมีคุณนายคนใหม่ชื่อคุณนายกระเช้าก็ได้นะเว้ย"

พอพวกนั้นเอ่ยชื่อกระเช้าออกมาจวงจิตก็ตาลุก สร่างเมาเป็นปลิดทิ้ง "กระเช้า กระเช้าลูกรักของแม่" พูดจบก็พรวดพราดวิ่งออกไปจากตรงนั้น พนักงานที่คุยกันอยู่เมื่อกี้ตกใจเสียงวิ่งเลยพากันออกมาดู แต่ไม่เห็นมีใครอยู่แถวนั้นเลย

ธูปกำลังขับรถตรวจโรงงานอยู่ในไร่ พอเลี้ยวโค้งถนน ก็ต้องเบรกจนตัวโก่งเพราะเห็นผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งผ่าถนนออกมา ต่างคนต่างตกใจ จวงจิตรีบยกมือไหว้ขอโทษก่อนจะกำเงินสองร้อยนั้นวิ่งกลับไปที่บ้านพัก ธูปไม่เคยเห็นหน้าตาผู้หญิงคนนี้ คิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตัดสินใจหันรถกลับไปที่บ้านพักคนงาน

ooooooo

แมวอาบน้ำเสร็จเปิดประตูห้องน้ำออกมา มองไปที่เตียงจวงจิตเห็นแต่เตียงเปล่าๆ   แมวตกใจโยนผ้าเช็ดตัวทิ้งแล้วรีบก้มลงหาใต้เตียง ในตู้เสื้อผ้า ปากก็บ่นพึมว่าป้าหายไปไหนแล้ว ทันใดประตูเปิดเข้ามาอย่างเร่งร้อน จวงจิตยืนเหงื่อไหลซก แมวรีบดึงเข้ามาในห้องทันที

"ป้าเข้ามาก่อน ป้าหายไปไหนมา ป้าออกไปข้างนอกไม่ได้นะ ถ้ามีคนเห็น ทั้งพี่หมี่พี่กระเช้าแล้วก็ฉันโดนไล่ออกกันหมดเลยนะ กฎบริษัทเขาห้ามพาคนนอกเข้ามาในที่พัก" แมวพูดปากคอสั่น แต่จวงจิตไม่ได้ฟังเลย

"กระเช้าล่ะ กระเช้าลูกฉันอยู่ไหน"

"ป้าใจเย็นๆนะ...พี่กระเช้าเขาไปทำงาน เดี๋ยวเขาก็มา"

จวงจิตไม่ฟังเอาแต่ส่งเสียงเรียกกระเช้าอยู่ยังงั้น พอดีมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น แมวจึงตัดสินใจไปเปิด พบกระเช้ากับหมี่กรอบยืนอยู่

"อ้อ...แม่ตื่นแล้วเหรอ" กระเช้าทักแล้วรีบเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับหมี่กรอบ จวงจิตรีบไปจับมือถามทันที

"กระเช้า ทำไมแกไม่บอกแม่เรื่องผู้ชายคนนั้น ผู้ชายคนที่มาชอบเอ็ง เขาเป็นลูกชายเจ้าของฟาร์มนี่ไง คนที่รวยๆแล้วถ้าแกได้แต่งงานกับเขาแกก็จะกลายเป็นหนูตกถังข้าวสาร...ฮ่า ฮ่า ฮ่า" จวงจิตหัวเราะดังลั่นเพราะคิดถึงคำพูดที่พนักงานพูดกันอยู่ในห้องเก็บ อุปกรณ์ที่เพิ่งไปได้ยินมา

ooooooo

บันไดดอกรัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด