สมาชิก

บันไดดอกรัก

ตอนที่ 4

ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง เทียนเข้าหน้ากระเช้าไม่ติด แม้จะใช้ความพยายามเท่าไหร่ก็ตาม พอเจอกันที่ไหน กระเช้าก็จะเป็นฝ่ายหลบทุกที จนกระทั่งวันนี้เจอกันซึ่งๆหน้า เทียนดีใจมาก แต่กระเช้าแทบจะวิ่งหนีอีก ยิ่งมองเห็นพวกขาเม้าท์กำลังจับตาดูอยู่ก็วิ่งจ้ำอ้าว

"กระเช้า...กระเช้า เดี๋ยวก่อน" เทียนไม่อายใครทั้งนั้นวิ่งตามทันที พอเข้ามาใกล้ก็ถามว่าเธอหนีเขาทำไม กระเช้าอึดอัด จะไม่หยุดก็ไม่ได้ บอกเทียนว่า

"คุณอย่ามาหาฉันที่นี่อีกนะคะ ฉันยังอยู่ในเวลางาน มันไม่เหมาะ"

"แต่ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเธอ"

"เอาไว้คุยกันวันอื่น  ที่อื่น  แต่ไม่ใช่ที่นี่  และไม่ใช่ ตอนนี้" กระเช้าพูดเสียงหนักแน่น พอเทียนอ้าปากจะพูดอีก เธอก็ตัดบทว่า

"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ถ้าคุณยังไม่เข้าใจ ฉันจะไปลาออกเดี๋ยวนี้" กระเช้าหันหลังเดินหนีไปจริงๆ

เทียนหมดหนทางเลยรีบไปหาหมี่กรอบ ชวนมาคุยกันห่างคนอื่นๆ บอกหมี่กรอบว่า

"เรื่องกระเช้า ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมเขาถึงได้หนีฉัน แล้วนี่เขายังบอกว่าถ้าฉันตามตื๊อไม่เลิกเขาจะลาออก"

"ขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นล่ะ?" หมี่กรอบงง  แต่แล้วก็บอกว่า  "เอางี้ดีกว่า  ตอนนี้คุณก็อยู่ห่างๆกระเช้าก่อนแล้วกัน เอาไว้ฉันจะถามเขาดูว่าเกิดอะไรขึ้น"

"จริงนะ ตกลงเธอจะช่วยฉันเหมือนเดิมใช่มั้ย ขอบใจนะ ขอบใจมาก" เทียนฉวยมือหมี่กรอบไปบีบอย่างลืมตัว หมี่กรอบสะดุ้งเหมือนถูกไฟช็อต รู้สึกแปลกๆที่โดนเทียนจับมือแต่ก็รีบดึงออก

และตอนไปกินอาหารที่โรงอาหารมื้อเที่ยงวันนั้นเอง หมี่กรอบก็ได้คำตอบจากกระเช้า พอวางจานอาหารลงด้วยกัน กระเช้าก็พูดขึ้นว่า

"ฉันรู้สึกเหมือนโดนจับตามอง โดนเม้าท์ โดนจับผิดอยู่ตลอดเวลา ฉันคิดว่าคงมาจากเรื่องคุณเทียนกับฉัน...ทุกวันเป็นอย่างนี้จนฉันอึดอัดไปหมด วางตัวไม่ถูก ไม่เชื่อแกลองมองไปรอบๆสิ" หมี่กรอบทำตามเพื่อนว่า

"เออ จริงแฮะ แกไม่ได้คิดไปเองจริงๆด้วย เพราะยังงี้

ใช่ไหม แกก็เลยไล่คุณเทียน แล้วก็ขู่จะลาออก" กระเช้าพยักหน้ารับ

"ใช่...ฉันคิดว่าตอนนี้เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่...แต่เรื่องโดนเม้าท์ฉันพอรับได้นะ รับไม่ได้คือเรื่องที่แกต้องมาซวยเพราะฉันนี่สิ ฉันรู้สึกแย่มากๆ"

"แกอย่าคิดยังงี้สิ เราเป็นเพื่อนกันนะ" หมี่กรอบปลอบเพื่อนอย่างเห็นใจ

"แต่เพื่อนก็ไม่ควรทำให้เพื่อนต้องลำบากไม่ใช่เหรอ... ชีวิตฉันอาจจะไม่มีโอกาสทำความฝันของแม่ให้เป็นจริง แต่อย่างน้อยฉันก็ไม่ควรทำให้เพื่อนอย่างแกต้องมาเดือดร้อนด้วย... หมี่กรอบ ฉันตัดสินใจแล้ว...ฉันจะเลิกเพ้อฝันเรื่องคุณเทียน แล้วก็ลาออกกลับไปอยู่กับแม่เหมือนเดิม เพราะเรื่องระหว่างฉันกับคุณเทียนมันคงเป็นไปไม่ได้จริงๆ" กระเช้าพูดด้วยน้ำตาคลอตา

ooooooo

ชิดชัยพ่อของกระเช้าแอบไปที่บ้านจวงจิต เอาเงินไปให้ใช้ เห็นจวงจิตนั่งเมาแอ๋อยู่คนเดียว ชิดชัยมองด้วยความเศร้าใจ ยืนดูอยู่เป็นนานจวงจิตก็ยังไม่รู้ว่ามีคนยืนดูอยู่ สุดท้ายชิดชัยก็ลงนั่งดึงมือจวงจิตมาเอาเงิน ยัดใส่ให้

"จวง...พี่ให้...เอาไว้ใช้นะ" จวงจิตปรือตาขึ้นมอง พอรู้ว่าเป็นใครก็โวยวาย

"ฉันไม่อาว...ฉันไม่อยากได้เงินนังปิ่นทอง พี่ม่ายต้องเอามาให้ฉัน" สะบัดเงินในมือทิ้งกระจาย พูดอีกว่า "ฉันไม่ อยากได้เงิน ฉันอยากได้พี่กลับมาอยู่กับฉันเท่านั้น นะนะ พี่กลับมานะ" จวงจิตเริ่มฟูมฟาย

"พี่กลับมาไม่ได้...จวงเอาเงินไว้นะ เงินนี้ของพี่ไม่ใช่ ของปิ่นเก็บเอาไว้เถอะ จวงไม่ได้ทำงาน ส้มโอก็ไม่ได้เก็บขาย พี่รู้ว่าจวงไม่มีเงินใช้" ยัดเงินใส่มืออีก แต่จวงจิตไม่สน โผเข้ากอดชิดชัยเอาไว้ไม่ยอมให้กลับ

ที่หน้าบ้าน ปิ่นทองขับรถมาจอด พอมองเห็นรถของชิดชัย ปิ่นทองก็รีบถลาขึ้นไปบนบ้านทันที เห็นภาพจวงจิตกำลังกอดยื้อชิดชัยอยู่ ปิ่นทองก็ฟิวส์ขาด พุ่งเข้าไปกระชากตัวชิดชัย ออกจากจวงจิต เปิดฉากด่าไม่ยั้ง จวงจิตพยายามตอบโต้ แต่ก็เถียงไม่ทันเพราะความเมา ชิดชัยทนเห็นสภาพเมียเก่าถูกเมียใหม่ทำร้ายไม่ได้เลยลากปิ่นทองลงจากบ้านไปเลย

ooooooo

ที่ฟาร์มกล้วยไม้ราชินี วันนี้กระเช้าไปยื่นใบลาออกกับแผนกบุคคล ผู้จัดการเอ๋อ ถามว่าจะลาออกจริงหรือ กระเช้ายืนยัน ผู้จัดการเลยต้องเอาใบลาออกนั้นไปให้เทียนดู พอเทียนรู้ว่าเป็นใครยื่นใบลาออกก็โวยทันที

"ไม่ได้...ฉันไม่ให้ลา"

"ค่ะ...ดิฉันทราบค่ะเลยรีบเอามาให้คุณเทียนนี่ไงคะ เผื่อว่าคุณเทียนจะลองคุยกับกระเช้าดู" ผู้จัดการบอก เทียนไม่ฟังอะไรอีก คว้าใบลาออกจ้ำพรวดไปหากระเช้าที่ด้านนอกทันที เดินหาจนขาอ่อนพบกระเช้ากำลังปลดเครื่องรดน้ำกล้วยไม้ออกจากตัว เทียนพุ่งเข้าไปเลย ยังไม่ทันถึงตัวกระเช้าก็พูดก่อนว่า

"เรื่องลาออก ฉันตัดสินใจแล้ว เราไม่มีอะไรต้องคุยกันค่ะ"

"แต่ฉันไม่ให้เธอออก...ถ้าเธอมีเรื่องไม่พอใจหรือไม่ สบายใจให้บอกฉัน ฉันจะจัดการให้เอง เพื่อเธอฉันทำได้ทุกอย่าง" เสียงเทียนดังลั่น กระเช้าโต้ตอบด้วยเสียงพอๆกัน

"สิ่งเดียวที่ฉันต้องการคือ ลาออก ถ้าคุณทำทุกอย่างได้เพื่อฉันจริงๆคุณก็ควรปล่อยให้ฉันลาออกไปแต่โดยดี"

กระเช้าพูดจบก็ชิ่งไปเลย เทียนหันหน้าหันหลังแล้วในที่สุดก็คิดถึงหมี่กรอบขึ้นมาได้ เขาตรงแน่วไปยังที่หมี่กรอบกำลังทำงานอยู่ ซึ่งก็คือห้องบรรจุผลิตภัณฑ์ หมี่กรอบกำลังฝึกงานให้เด็กใหม่อยู่ เทียนพรวดเข้าไปยืนข้างหลัง พนักงานใหม่สะดุ้งมองตาค้าง หมี่กรอบเลยหันหน้ามาพบเทียนยืนอยู่แทบชิดตัวเอง เขาลากหมี่กรอบออกจากที่นั่นแล้วยื่นใบลาออกของกระเช้าให้ดู หมี่กรอบอ่านแล้วตกใจถามว่าได้มาตั้งแต่เมื่อไหร่

"เมื่อเช้า...นี่เธอไม่รู้เรื่องเลยเหรอ? เป็นเพื่อนประสาอะไรกัน เพื่อนลาออกจากงานยังไม่รู้"

"อ้าว...พูดงี้ก็ดูแลตัวเองแล้วกัน ฉันไม่ช่วยอะไรทั้งนั้น" ยัดใบลาใส่มือเทียน เทียนหน้าเหรอ

"เดี๋ยวๆ...อย่าเพิ่งไป เอ้อ...พอดีฉันเครียดๆเลยหงุดหงิดมากไปหน่อย...ฉันขอโทษ"

"รู้ตัวก็ดีแล้ว ฉันเป็นลูกจ้างคุณก็จริง แต่งานฉันไม่ใช่การช่วยคุณแก้ไขปัญหาเรื่องความรัก เพราะฉะนั้นคุณไม่มีสิทธิ์มาต่อว่าดุด่าอะไรทั้งสิ้น" หมี่กรอบทำปึ่งใส่

"โอเคๆ รู้แล้วน่า แค่นี้ต้องทำเป็นดุไปได้ คือ...ฉันไม่อยากให้กระเช้าลาออก ฉันคุยแล้วแต่เขาไม่ยอมฟัง เธอช่วยคุยกับเขาหน่อยสิ นะ นะ ช่วยฉันหน่อย" เทียนเอื้อมมือจับแขนหมี่กรอบอีกแล้วทำให้คนถูกจับใจเต้นรีบปลดมือเทียนออก

"นี่ คุยกันเฉยๆไม่ต้องจับมือก็ได้ ฉันไม่ใช่สาวๆของคุณนะ ฉันไม่ชอบให้ถึงเนื้อถึงตัว...เอาละ เรื่องนั้นฉันจะช่วยคุยเอง แต่คุณต้องช่วยฉันเป็นการแลกเปลี่ยน" หมี่กรอบสั่งอย่างกับเป็นเจ้านายเทียนซะเอง เทียนงง ไม่รู้ว่าหมี่กรอบจะให้ช่วยเรื่องอะไร

ooooooo

ที่หน้าออฟฟิศของธูปมีรถคันหนึ่งวิ่งอย่างเร็วจี๋เข้ามาจอด แบมบี้ ปาร์ตี้ และเอแคลล์ก้าวลงจากรถด้วยอาการเชิดๆ ก้าวเดินด้วยท่าทางเหมือนอย่างกับกำลังเดินแฟชั่น พนักงานสองสามคนเดินสวนออกมาหยุดมองตามหลังด้วยความแปลกใจ ทับทิมลุกจากเก้าอี้พรวดมองด้วยตาไม่กะพริบ

"พวกเธอเป็นใครยะ...มาพบคุณธูปด้วยเรื่องอะไร?" สามสาวเชิดใส่ทันที ปาร์ตี้ออกหน้าพูด

"ฉันเป็นใครไม่จำเป็นต้องรายงานเลขาฯหน้าห้องอย่างเธอ"

"และฉันจะพบคุณธูปด้วยเรื่องอะไรก็ไม่จำเป็นต้องบอกเธอ" เอแคลล์พูดต่อ

"ได้...ถ้าพวกคุณไม่บอก ฉันก็ปล่อยให้เข้าไปไม่ได้เหมือนกัน เพราะมันเป็นหน้าที่ของฉันที่จะต้องคัดสรรบุคคลที่เหมาะสมเข้าพบคุณธูป เจ้านายของฉันไม่ใช่ต้นโพธิ์ต้นไทรสาธารณะที่ใครผ่านไปผ่านมาก็เข้ามากราบ ไหว้บูชาได้ตามใจ"

"กรี๊ด...นี่ๆ นังเลขาฯหน้าห้องจองหองมากไปแล้วนะเนี่ย" ปาร์ตี้กรี๊ดด้วยความโมโห แต่ทับทิมสวนกลับทันทีเหมือนกัน

"หล่อนก็แขกแปลกใจ ไม่ได้เป็นคนใหญ่คนโตมาจากไหน ฉันไม่จำเป็นต้องเอาใจ"

"แกรู้ได้ไงว่าฉันไม่ใช่คนใหญ่คนโต" สะบัดหน้าอกให้เห็นว่าใหญ่จริง ทับทิมมองแล้วเบะปาก

"ดูจากมารยาทการพูดจาฉันก็รู้แล้วย่ะ" สามสาวกรี๊ดอีก ธูปที่นั่งทำงานอยู่ในห้องได้ยินเลยชะงักฟัง แบมบี้ท่าทางเป็นผู้ใหญ่กว่าสองสาวนั่นเลยบอกว่า

"พอได้แล้ว...ฉันว่าเราทักทายกันมากพอแล้ว เข้าเรื่องเลยละกัน...ฉันเป็นเพื่อนสนิทของเทียน เราสนิทกันมากถึงมากที่สุด แต่ระยะหลังเทียนดูเปลี่ยนไปเพราะนังเด็กหน้าตาบ้านๆที่ชื่อกระเช้า"

พอแบมบี้เอ่ยชื่อกระเช้าทับทิมก็สนใจทันที หยุดต่อล้อต่อเถียงกับเอแคลล์และปาร์ตี้แล้วตั้งใจฟังแบมบี้พูดต่อ

"ที่ฉันมาวันนี้ เพราะฉันรู้ว่าคุณธูปเจ้านายเธอไม่ชอบขี้หน้านังนั่น พวกฉันก็เลยจะมาเจรจาเพื่อสร้างความปรองดอง บางทีเราอาจจะร่วมมือเป็นพันธมิตร หาทางกำจัดนังกระเช้าให้พ้นไปจากชีวิตของเทียนได้...หวังว่าเธอคงจะเคลียร์ นะ" ด้วยคำพูดนี้เองสามสาวก็ถูกทับทิมพาไปพบธูป ยังไม่ทันหย่อนก้นลงนั่ง ธูปซึ่งนั่งฟังเรื่องอยู่ในห้องก็รู้แล้ว เขาพูดขึ้นเลยว่า

"ฉันไม่สนใจจะปรองดองกับพวกเธอ...อย่ามาดึงฉันเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องตบตีไร้ สาระของพวกเธอ คนอย่างฉันถ้าคิดจะทำอะไร ไม่จำเป็นต้องมีแนวร่วม อย่างมากพวกเธอก็เป็นได้แค่ลูกมือคอยทำตามคำสั่งเท่านั้น เอาละ...ถ้าฉันจะเรียกใช้ฉันจะติดต่อไปเอง...สรุปให้ชัดอีกทีคือ ฉันไม่ชอบผู้หญิงที่มาเสนอตัว ทับทิม พาออกไปได้แล้ว"

ทับทิมก้าวฉับๆไปเปิดประตูรอ สามสาวอ้าปากหวอเมื่อตอนพากันเดินออกไป รู้สึกเจ็บๆคันๆทั่วทั้งหน้าแทบจะแทรกแผ่นดินหนี ทับทิมปิดประตูห้องทำงานของธูปไว้ตามเดิม มองตามสามคนนั้นด้วยสีหน้าคิดๆ แล้วก็ตัดสินใจวิ่งตามไปเรียก และบอกสามสาวนั่นว่า

"ถ้าพวกเธอต้องการจะกำจัดนังกระเช้าจริงๆ...ฉันจะช่วยเธอเอง" ทีแรกสามสาวงง แต่พอทับทิมอ้าปากพูดว่า

"แม้จะไม่ใช่หน้าที่ของฉัน แต่มันก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่สุด เพราะฉันต้องการเป็นสะใภ้เบอร์หนึ่งของครอบครัวนี้ พวกเธอควรจะรู้ไว้ด้วยว่า คุณธูปเป็นของฉัน ส่วนคุณเทียนใครจะเอาไปก็เอา ฉันยินดีช่วยเต็มที่"

"เดี๋ยวก่อนที่เราจะร่วมมือกัน ฉันสงสัยอยู่อย่าง ว่าทำไมเธอถึงไม่ชอบนังกระเช้า" แบมบี้ยังไม่เก็ต ทับทิมกระฟัดกระเฟียดตอบ

"ฉันตะเกียกตะกายแทบตายกว่าจะมาถึงจุดนี้ แต่นังเด็กนั่นมันเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ อยู่ๆมันจะกระโดดข้ามหน้า ฉันไม่ยอมเป็นอันขาด" สามสาวแสยะยิ้มให้กันอย่างพอใจ ทับทิมยังเดินคุยไปส่งถึงรถ

ooooooo

ธูปยังไม่รู้ว่ากระเช้าลาออกแล้วจึงเรียกตัวให้มาหาเขาที่ห้องทำงาน กระเช้ามาถึงไม่เห็นทับทิมจึงลงนั่งคอย เพราะทุกครั้งที่มาจะต้องได้รับการอนุญาตจากทับทิมก่อนจึงจะเข้าไปได้ ธูปนั่งคอยเป็นนานไม่เห็นกระเช้ามาสักทีเลยเปิดประตูออกมาจะถามทับทิม กลับกลายเป็นเห็นกระเช้านั่งคอยอยู่

"อ้าว...มาแล้วทำไมไม่เข้าไปในห้อง ไม่รู้หรือว่าฉันคอยอยู่" ธูปทำเข้มทันที กระเช้าตีหน้าเฉย

"รู้...แต่เลขาฯคุณไม่อยู่ ฉันไม่อยากเสียมารยาทเข้าไปโดยพลการ"

"ฮึ...ผู้หญิงอย่างเธอมีแต่มารยาแต่หามารยาทไม่เจอ ไม่ต้องมาทำเป็นตอบสร้างภาพกับฉัน เธอไม่ยอมเข้าไปหาฉัน เพราะอยากจะอู้งาน หนังสือที่ให้เอาไปอ่านถึงไหนแล้ว"

"ฉันไม่ได้อ่าน อ่านก็ไม่เข้าใจ และที่ฉันมาหาคุณวันนี้เพราะฉันจะมาบอกว่า ฉันทำงานที่คุณสั่งไม่ได้"

"เอาละ ฉันไม่มีเวลามาเถียงกับเธอ ในเมื่อยอมรับว่าตัวเองทำงานที่รับมอบไม่สำเร็จ...ก็ลาออกไปซะ" ธูปกระหยิ่ม ยิ้มย่อง แต่เกือบหงายเมื่อกระเช้าตอบว่า

"ฉันลาออกเรียบร้อยแล้ว ใบลาอยู่ที่ฝ่ายบุคคล ถ้าคุณไม่เชื่อก็เรียกมาดูได้...ดีใจด้วยนะ...คุณชนะแล้ว" กระเช้าจบคำพูดแล้วเดินออกจากห้องไปเลย ไม่แม้แต่จะยกมือไหว้ ธูปเลิกคิ้วมองตามด้วยสีหน้าปั้นยาก พึมพำแบบไม่อยากจะเชื่อว่า

"ทำไมมันง่ายแบบนี้วะ?" และเพราะความไม่เชื่อธูปเลยโทร.ไปถามที่แผนกบุคคล ทางนั้นตอบว่าเป็นเรื่องจริง และตอนนี้ใบลาถูกส่งไปถึงบุปผาแม่ของเขาแล้ว ธูปงงว่าแม่มาเกี่ยวอะไรด้วย จึงตามเรื่องไปที่แม่ พอโผล่เข้าไปถามถึงห้องทำงานของบุปผา บุปผาก็ตอบหน้าตาเฉยว่า

"ใบลาของกระเช้าอยู่ที่แม่เอง และแม่ก็ไม่อนุญาตให้เขาลาออก" ธูปงง ชักสีหน้าทันที

"ทำไมล่ะครับคุณแม่?"

"แม่เห็นว่าเด็กคนนี้น่าจะช่วยงานวันเปิดตัวโชว์รูมช็อปปิ้งมอลล์ของเราได้...ก็ช่วยเป็นพริตตี้ไง"

"ผมลองแล้ว เขาทำไม่ได้ บอกอะไรไปก็จำไม่ได้สักอย่าง อ่านหนังสือก็บอกว่าอ่านไม่รู้เรื่อง แล้วจะเป็นตัวแทนของฟาร์มได้ยังไง"

"เราก็เข้มงวดกับเขาเกินไป ตั้งใจจะแกล้งเขามากกว่า... แม่ตัดสินใจแล้ว แม่จะฝึกให้กระเช้าเป็นพริตตี้ของฟาร์มเอง" ธูปฟังแล้วของขึ้นทันที

"นี่แม่เป็นอะไรไป ตอนแรกแม่เป็นคนไม่พอใจที่ไอ้เทียนมันติดผู้หญิงคนนี้ ถึงได้ตามผมมาจัดการ แต่ตอนนี้แม่กลับไปถือหางเขา มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?" บุปผาอึกอักตอบค่อยๆว่า

"ก็ตอนนั้นแม่ไม่รู้จักกระเช้านี่ แม่ก็นึกว่าเด็กนั่นจะร้ายกาจเหมือนคนอื่นๆ แต่ดูๆไปเขาก็ไม่เห็นมีพิษมีภัยอะไร แถมยังทำให้เจ้าเทียนอยู่ติดบ้าน ไม่ออกไปตะลอนๆกับแก๊งสาวเปรี้ยว แม่ก็เลย...จะลองดูให้โอกาสเขา...ถ้าเด็กคนนี้ดีจริงๆแม่ก็จะยอมรับ...เอาละ พอได้แล้ว แม่ตัดสินใจไปแล้ว เรื่องเด็กนั่นแม่จะจัดการเอง" บุปผาตัดปัญหาโดยการหันไปทำงานต่อ ธูปยืนกัดฟันกรอดๆด้วยความไม่พอใจ

ด้านหลังตึก เทียนกำลังโทร.ไปรายงานให้หมี่กรอบรู้ว่า แม่เขาเพิ่งโทร.มาบอกเมื่อกี้ว่าเคลียร์กับธูปเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้ไปกระเช้าไม่ต้องไปติวพริตตี้กับธูปแล้ว แต่คุณแม่จะติวให้เอง และนี่ก็คือเรื่องที่หมี่กรอบบอกให้เทียนทำตอบแทนเธอนั่นเอง หลังจากนั้นหมี่กรอบก็กลับไปคุยกับกระเช้า เล่าเรื่องที่ทำมาทั้งหมดให้ฟังและพูดเชียร์เทียน ให้ กระเช้าเห็นว่ารักกระเช้าจริงๆ กระเช้าเลยยอมอยู่ทำงานที่ฟาร์มราชินีกล้วยไม้ตามเดิม

ooooooo

การติวให้กระเช้านั้น คนที่ลงแรงหนักที่สุดก็คือหมี่กรอบ เพราะเคี่ยวเข็ญกันทุกย่างก้าว แต่ยังไงกระเช้าก็จำบทที่หมี่กรอบเขียนให้พูดไม่ได้สักที จนในที่สุดหมี่กรอบก็หาวิธีใหม่โดยตัวเองจะเป็นคนพูดออกเสียงอยู่ในมุมที่คน อื่นไม่เห็น และติดต่อกับกระเช้าโดยผ่านสมอลทอล์ก และเอาโทรศัพท์ซ่อนไว้ข้างหลังกระเช้า

กระเช้าดีใจมากเพราะไม่ต้องท่องบทเพียงแต่พูดตามหมี่กรอบเท่านั้นเอง เธอก็แค่ทำท่าทางให้เข้ากับคำพูด แต่งตัวแต่งหน้าให้สวยเป็นพอ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากสองคน ทดลองซ้อมกันแล้วก็ใช้ได้ ทำความมั่นใจให้กระเช้าเป็นอันมาก ดังนั้น เธอจึงเริ่มลงมือตัดเสื้อผ้าที่จะใส่ด้วยตัวเอง แต่งนั่นนี่เสริมเข้าไปก็เริ่ดอย่าบอกใคร ทดลองแต่งออกมาให้หมี่กรอบและคนงานที่สนิทกันสองสามคนดูทุกคนก็ร้องว่า เยี่ยม

ooooooo

ขณะที่ฟาร์มราชินีกล้วยไม้ค่อยๆดำเนินการทั้งเรื่องสถานที่และพริตตี้ไป เรื่อยๆนั้น ทางฟาร์มกล้วยไม้ดารากลับรุดตะบึงไปข้างหน้าทุกๆด้าน ทั้งด้านการก่อสร้างตกแต่งและวิธีการเปิดตัวที่จะทำให้หรูเริ่ดเพื่อตัดหน้า คู่แข่งให้ได้

และแล้วก็ถึงจุดหมาย ขณะนี้ดารากับอิทธิเดชลงมาตรวจงานในช็อปปิ้งมอลล์ใหม่ด้วยหน้าตายิ้มแย้ม

"ดี...ทำได้ดีมากเลยลูก" ดาราชมลูกชายไม่ขาดปาก อิทธิเดชบอกว่า

"อีกสองสามวันก็เปิดทำการได้ รับรองว่าเรียบร้อยก่อนฟาร์มโน้นแน่นอนครับ"

"แม่อยากรู้จริงๆ ถ้าไอ้พวกนั้นมันรู้ว่าเราชิงเปิดตัวตัดหน้าได้ มันจะทำยังไง" ดารายิ้มแบบสะใจ

"มันคงทำอะไรไม่ได้หรอกครับ ขนาดลูกชายมันสองคนวันๆก็เอาแต่ทะเลาะกันเรื่องผู้หญิงมันยังจัดการอะไรไม่ได้เลย"

"ผู้หญิงคนไหน?" ดารางง

"คนที่เป็นนางงามคนนั้นไง ตอนนี้ทั้งไอ้ธูปไอ้เทียนทะเลาะกันเรื่องผู้หญิงคนนี้ทุกวัน ล่าสุดได้ข่าวว่ามีผู้หญิงไปตบกันนัวเนียอยู่ในบ้านพักพนักงาน"

"สมน้ำหน้า อุตส่าห์มีลูกชายตั้งสองคน ไม่ได้เรื่องสักคน สู้แม่ไม่ได้ มีแกแค่คนเดียวได้ดั่งใจจริงๆ" หัวเราะชอบใจทั้งแม่ทั้งลูก

"ก็ผมบอกแล้วไงครับ ว่าผมจะต้องเอาชนะไอ้สองคนนั่นให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นงานหรือเรื่องอะไรก็ตาม" พูดแล้วอิทธิเดชก็แวบคิดถึงหน้ากระเช้าด้วยความกระหยิ่ม

ooooooo

หน้าห้องทำงานของธูป ทับทิมกำลังนั่งกลุ้มใจ เพราะตั้งแต่บ่ายยังไม่เห็นธูปกลับมาทำงานสักที เดี๋ยวๆก็ออกไปชะเง้อคอยาวดู แล้วก็กลับมานั่งใหม่ ผุดลุกผุดนั่งอยู่แบบนี้จนมีเสียงมือถือดังขึ้น ทับทิมมองซ้ายมองขวาอย่างแปลกใจหาที่มาของเสียง แล้วก็เหลือบไปเห็นว่าตกอยู่ที่พื้นจึงเอื้อมมือไปหยิบ

ธูปเดินเข้ามาพอดี มองเห็นก็นึกได้ว่าเมื่อเช้ากระเช้าเอาโทรศัพท์ใส่กระเป๋าอยู่ตรงนั้น เธอคงจะทำตกเอาไว้ ทับทิมหยิบมาแล้วก็อ่านชื่อคนที่โทร.มาเบาๆ

"อิทธิเดช..." ธูปยื่นมือดึงเอาไปทันที

"ฉันรับเอง...ฮัลโหล..."

อิทธิเดชแปลกใจที่เป็นเสียงผู้ชายรับ แต่ก็บอกมาว่า "ขอสายกระเช้า"

"ไม่อยู่" ธูปกระชากเสียงใส่

"แล้วคุณเป็นใคร?"

"เจ้านาย" เขาตอบสั้นๆ

"ฝากบอกกระเช้าด้วยว่า ฉัน...อิทธิเดช รัศมีเรืองรอง โทร.มาหา" อิทธิเดชยิ้มเพราะรู้แล้วว่าใครรับสาย ธูปชะงักกึก กระแทกเสียงไปว่า

"ฉันไม่ใช่พนักงานรับโทรศัพท์ ที่จะคอยรับข้อความของใคร บอกกันเอาเองก็แล้วกัน" กดสายไปเลย อิทธิเดชยิ้มชอบใจ

"ฉันไม่รู้ว่าแกเป็นไอ้ธูปหรือไอ้เทียน...แต่ขอให้แกรู้ไว้เถอะว่า ฉันเริ่มแล้ว" อิทธิเดชยิ้มแบบมีแผนร้าย ส่วนธูปก็รีบไปเดินหาเทียน เอาโทรศัพท์ของกระเช้าไปให้

"โทรศัพท์ของยายเสื้อคอกระเช้า แกเอาไปคืนด้วย ฉันเห็นมันตกอยู่ที่หน้าห้องของฉัน สงสัยว่าเขาอยากอ่อยฉันมั้ง" ทำท่าเยาะใส่น้องชาย เทียนลุกพรวด

"ไม่จริง" เสียงเหมือนตะโกน ธูปฉีกปากยิ้มอีก

"จริงไม่จริงก็ไปถามกันเอาเอง อ้อ...แล้วก็บอกเขาด้วยว่า มีผู้ชายโทร.มาหา แกอยากรู้ว่าใครโทร.มาก็ถามเอาก็แล้วกัน เฮอะๆๆ..." ทิ้งระเบิดแล้วก็เดินออกไปเลย เทียนหัวหมุน

ooooooo

บันไดดอกรัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด