สมาชิก

บันไดดอกรัก

ตอนที่ 3

เย็นนี้ กระเช้าจะต้องไปกินข้าวกับพ่อแม่ของเทียน แต่เธอยังไม่มีเสื้อผ้าใส่ กระเช้าเลยชวนหมี่กรอบไปตลาดนัดด้วยกันเพื่อไปหาซื้อเสื้อผ้ามือสอง เพราะมีเงินไม่มาก หมี่กรอบยอมไปด้วยโดยเอามอเตอร์ไซค์ขี่ไป มีกระเช้าซ้อนท้าย

เกือบจะถึงตลาดอยู่แล้ว แต่จะเป็นด้วยบุญหรือกรรมนำพาก็ไม่อาจรู้ได้ อิทธิเดชกำลังขับรถมุ่งหน้ากลับฟาร์มตัวเอง พอรถสวนกันอิทธิเดชก็เหลือบไปเห็นดวงหน้าสวยราวนางฟ้าที่ซ่อนอยู่ในหมวกกัน น็อกของกระเช้าที่นั่งอยู่ข้างหลังหมี่กรอบเข้าได้ราวกับผู้กำกับจัดวาง อิทธิเดชเบรกรถแล้วหันกลับขับตามไปโดยเร็ว ไปถึงเห็นสองสาวกำลังลงจากรถ

พอกระเช้าถอดหมวกกันน็อกออกอิทธิเดชก็ถึงกับตะลึง

"โอ๊ย...สวยแบบนี้นี่เอง  ไอ้เทียนมันถึงได้หลงซะ

ขนาดนั้น" เขารีบหาที่จอดรถแล้วลงเดินตามเข้าไปในตลาด แต่ไปไม่เท่าไหร่ก็เหงื่อไหลโซมหน้าเพราะตลาดนี้เปิดขายกันอยู่กลางแดด ทนร้อนไม่ไหวตามประสาของลูกผู้ดีตีนแดง อิทธิเดชเลยถอยไปตั้งหลักคอยอยู่หน้าตลาด รอจนสองคนนั่นหอบข้าวของพะรุงพะรังออกมาก็เริ่มแผนตีสนิทโดยแกล้งเดินสวน เข้าไปชนกับกระเช้าจนถุงเสื้อผ้าเธอตกจากมือ แล้วก็กุลีกุจอเก็บคืนให้พร้อมกับคำขอโทษแบบสุภาพบุรุษเป็นชุด ทำเอาสองสาวประทับใจสุดๆ โดยเฉพาะหมี่กรอบ อิทธิเดชเอามือถือของกระเช้าไปเมมเบอร์ของเขาไว้ให้ บอกว่าถ้ามีอาการเจ็บตรงไหนให้รีบโทร.หา เขาจะรีบรับไปรักษาที่โรงพยาบาลทันทีเลย

กำลังใส่หมวกกันน็อกเตรียมขึ้นรถ หมี่กรอบก็บอกกับกระเช้าว่า

"ผู้ชายคนเมื่อกี้ หล่อดีนะแก...แต่ฉันว่าเขาดูผิดที่ผิดทางยังไงไม่รู้ ไม่น่ามาเดินตลาดนัดแบบนี้เลย...อีกอย่างชื่ออิทธิเดช ฉันคุ้นๆยังไงก็ไม่รู้ ต้องเป็นใครสักคนที่ชื่อเคยผ่านหูฉันมาแล้ว แต่ตอนนี้นึกไม่ออก"

"นึกไม่ออกก็อย่าไปนึก ปล่อยไปเหอะ คงเจอกันแค่ครั้งเดียวแหละ เรารีบไปกันดีกว่า" กระเช้ากลัวจะกลับบ้านไม่ทันอาบน้ำแต่งตัวไปกินข้าวบ้านเทียน

ooooooo

แม้จะชุลมุนชุลเกกันบ้างเนื่องจากต้องเอาชุดที่ซื้อมาซักมารีด   แถมยังต้องแต่งผมแต่งหน้าอีก   แม้ กระเช้าจะเป็นนักแต่งหน้ามืออาชีพอยู่แล้ว แต่ด้วยการช่วยเหลือของหมี่กรอบหลายอย่าง พอใกล้ถึงเวลานัดกระเช้าก็สวยเช้งอยู่ในชุดเดรสสั้นสีสวยแต่ไม่ฉูดฉาดดู สมวัยตัวเอง หมี่กรอบมองเพื่อนอย่างชมเชย

"สวยจริงกระเช้า...แกนี่ตาถึงจริงๆเลือกได้ชุดนี้แม้จะเป็นมือสองก็ยังดู เอี่ยมเมื่อซักรีดแล้ว" สองคนพากันออกไปนอกบ้าน พอดีกับเทียนขับรถมาจอด พอก้าวลงจากรถเทียนก็ตาค้างกับความสวยสดของกระเช้า

"โอ้โฮกระเช้า...คุณสวยน่ารักมากเลย" กระเช้าทำเป็นวางฟอร์มแบบไม่ตื่นเต้นกับคำชมสักเท่าไหร่

"ขอบคุณค่ะ"

"งั้นเรารีบไปกันดีกว่าครับ คุณพ่อคุณแม่รออยู่แล้ว...

เชิญครับ" หลีกทางให้กระเช้าเดินนำไปที่รถ เทียนมองหญิงสาวทางด้านหลังอย่างหลงใหล ที่มุมบ้าน หมี่กรอบโผล่มาชูนิ้วโป้งให้เพื่อนแบบเอาใจช่วยเต็มที่

พอเทียนขับรถถึงบ้านก็รีบลงมาเปิดประตูให้กระเช้า ธูปซึ่งกำลังจะเดินออกจากตึกเพราะคิดว่าจะไม่อยู่ร่วมโต๊ะกินข้าวกับกระเช้า แน่ๆ แม้พ่อกับแม่จะพยายามชวนเต็มที่แล้วก็ตาม พอเห็นภาพเทียนหน้าตาแช่มชื่นเหมือนได้ของมีค่า อะไรสักอย่างอยู่ในมือตอนลงมาเปิดประตูรถให้กระเช้า ธูปก็รู้สึกเหมือนตัวอะไรเข้าไปเต้นยิกๆอยู่ในใจ   ยิ่งพอเห็นกระเช้าสุดสวยอยู่ในชุดน่ารักลงมายืนเต็มตัวธูปก็เลยถอยเข้าบ้าน ไปแอบคอยฟังว่าสองคนนั่นจะคุยอะไรกันบ้าง

กระเช้าแม้จะตื่นเต้นมาก...ถึงมากที่สุดเมื่อมองเห็นตึกใหญ่โตโอฬารของ ครอบครัวเทียน แต่ก็ยังรักษาฟอร์มตามที่หมี่กรอบสอนมา ระงับความรู้สึกอย่างเต็มที่ ธูปที่แอบมองอยู่ ค่อนอยู่ในใจ "เปลี่ยนเร็วยิ่งกว่ากิ้งก่า"

เทียนแตะข้อศอกกระเช้าพาเดิน พลางพูด "ที่นี่มีพนักงานไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาและคุณเป็น พนักงานคนแรกที่เป็นแขกของผม"

"ขอบคุณที่ให้เกียรติ...แต่ฉันอยากจะย้ำอีกครั้งนะคะ ว่าการทานข้าวครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน...ฉันมาก็เพราะ เห็นแก่คุณพ่อคุณแม่ของคุณ" กระเช้ากล่าวเหมือนไม่ค่อยยินดีมากเท่าไหร่ ธูปที่แอบฟังอยู่เบ้หน้าอย่างหมั่นไส้ แต่เทียนเชื่อสนิท

"คุณไม่ต้องห่วง ที่ผมชวนคุณมาทานข้าว ก็เพราะอยากให้มาเจอท่าน ผมไม่ได้คิดว่า แค่ทานข้าวจะทำให้คุณใจอ่อน ยอมคบกับผม คุณสบายใจได้ ผมฉลาดพอที่จะรู้ใจคุณ" เทียนพะเน้าพะนอเต็มที่ แต่ธูปคำรามด่าน้องอยู่ในลำคอ

"ไอ้โง่เอ๊ย...นี่มันไม่ใช่โง่อย่างธรรมดานะเนี่ย โง่แล้วยังอวดฉลาดอีก...แม่ผู้หญิงก็นักหลอกลวงสร้างภาพ...ร้ายจริงๆ"

ooooooo

เทียนพากระเช้าเข้าไปในบ้าน พ่อกับแม่ของเขาคอยอยู่แล้ว ไม่ต้องแนะนำกระเช้าก็เข้าไปไหว้อย่างสวยงาม พ่อกับแม่ของเทียนรับไหว้ บุปผาสังเกตอากัป- กิริยาของกระเช้าตลอดเวลาแม้กระทั่งเสื้อผ้าหน้าผม แล้วบุปผาก็ออกปากว่า

"อืมม์...รูปร่างหน้าตาผิวพรรณ การแต่งตัวต่างจากที่ฉันคาดไว้มากเลย" เทียนรีบถามว่าคาดไว้ยังไง บุปผาเลยพูดออกมาตรงๆว่า "ฉันก็คาดว่าจะเป็นสาวเปรี้ยว ก๋ากั่น แต่งตัวชะเวิบชะวาบแบบสาวๆที่เราเคยพามาน่ะซิ"

เทียนหน้าเสียรีบเบรกแม่ไม่ให้พูด แล้วตัวเองก็บอกกับกระเช้าว่า

"สาวๆของแม่ก็คือ...เอ้อ แม่หมายถึงพวกเพื่อนๆผมน่ะครับ ไม่มีอะไรหรอก" กระเช้ายิ้มกับคำพูดแบบนั้นของเทียน ทำไม่รู้ไม่ชี้ตอบว่า

"ถึงมี...ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันนี่คะ...คุณอย่าลืมสิว่า เราไม่ได้เป็นอะไรกัน" จบคำพูดกระเช้าก็มีเสียงตบมือเปาะแปะจากธูป ซึ่งพาตัวเองเข้ามาเพราะอยากดูว่ากระเช้าจะเล่นละครให้พ่อแม่เขาหลงไปได้ไหม แถมด้วยคำพูดแบบหยิกแกมหยอก

"พูดได้ดีมาก...นี่ถ้าผมไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้มาก่อน ผมคงเชื่อ" กระเช้าฟังแล้วพยายามข่มตัวเองไว้ แต่เทียนไม่ฟังเสียง

"ธูป...แกอย่ามาหาเรื่องดีกว่า วันนี้กระเช้ามาในฐานะแขกของฉัน ไม่ใช่พนักงานที่แกจะมากลั่นแกล้งโขกสับได้"

"อ้าว...ฉันก็กำลังต้อนรับในฐานะที่เป็นพี่ชาย ไม่ใช่ฐานะเจ้านาย และไม่ใช่พี่ชายธรรมดา แต่เป็นพี่ชายที่ฉลาดและรู้ทันมารยาผู้หญิงบางคน" เหลือบตาผ่านหน้ากระเช้าไป กระเช้าสะอึกกึ๊ก เทียนตาแดงด้วยความโกรธ ศีลพ่อของสองหนุ่มรีบเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการชวนให้เข้าไปกินข้าวเสียทีเพราะ เขาหิวแล้ว

ooooooo

พ่อแม่เดินนำหน้า กระเช้าตามมาเป็นคนที่สอง เทียนที่ยังไม่ยอมเดินมองหน้าธูปด้วยความไม่พอใจ ธูปเฉยๆเทียนเลยเดินตามสามคนนั่นเข้าไปด้วย ธูปส่ายหน้า รู้สึกหงุดหงิดที่ไม่มีใครสนใจคำพูดของเขาเลย พอถึงโต๊ะกินข้าว   เทียนก็ขยับเก้าอี้ให้กระเช้านั่ง กระเช้ากล่าวขอบคุณเขา แต่ยังไม่ทันจะหย่อนก้นนั่งเต็มเก้าอี้ ธูปก็วางก้นตัวเองแปะลงที่เก้าอี้ข้างกระเช้า แถมบอกกับเทียนว่า

"ตรงนี้เก้าอี้ของฉัน ส่วนของแกด้านโน้น"

"วันนี้ฉันอยากนั่งตรงนี้" เทียนกระชากเสียงใส่ แต่ธูปยังยืนกรานว่าเป็นที่ของเขา พ่อกับแม่มองลูกสองคนอย่างอ่อนใจที่ทะเลาะแย่งเก้าอี้กันเหมือนเด็ก บุปผาเลยบอกว่า

"เอาน่า...ตาเทียน นั่งตรงไหนก็เหมือนกันแหละ ทะเลาะกันต่อหน้าแขกแบบนี้ไม่อายหรือไง?" เทียนชักอายกระเช้าเลยทำตามแม่ แต่ธูปทำหน้าเฉยแบบทองไม่รู้ร้อน

ขณะคนรับใช้กำลังเสิร์ฟอาหาร บุปผาก็ชวนกระเช้าคุย บอกว่าวันนี้กระเช้าแต่งตัวดูดีเหมาะสมกับวัยมาก กระเช้าพนมมือไหว้ขอบคุณ บรรยากาศในโต๊ะทำท่าจะดีขึ้นถ้าธูปไม่เอ่ยออกมาว่า

"ก็อย่างว่าแหละนะ...จะจับคนรวยทั้งทีก็ต้องลงทุนกันหน่อย...งานนี้หมดไปเท่าไหร่ล่ะ?" ทำท่าสนใจฟังคำตอบ กระเช้าหันมาตอบอย่างสะใจว่า

"ใช่ค่ะ...ฉันลงทุนกับชุดนี้ไปมาก มากกว่าที่คุณคิดเยอะเลย...เพราะทั้งหมดที่คุณเห็น ฉันซื้อมาด้วยเงินแปดสิบบาท" ลงเสียงหนักที่ราคา ธูปทำหน้าไม่เชื่อ

"ไม่ต้องมาทำเป็นตอบสร้างภาพ...เงินแปดสิบบาทจะซื้อชุดแบบนี้ได้ยังไง" ทำเสียงเย้ยใส่

"ถ้าคุณไม่เชื่อ ไปถามเจ้าของร้านได้เลย แต่คุณอาจจะต้องทนร้อนทนฝุ่นสักหน่อย เพราะมันเป็นแผงเสื้อผ้ามือสองอยู่ในตลาดนัดตอนเย็น คุณหนูอย่างคุณคงไม่เคยไป เลยไม่รู้ว่าชุดราคาแปดสิบบาทมีอยู่จริงบนโลก" คำตอบของกระเช้าทำให้เทียนสะใจยิ่งนัก ส่วนบุปผาก็นึกชมอยู่ในใจว่าเด็กคนนี้มีของ...แต่ธูปยิ่งข่มไม่ได้ก็ยิ่งหา เรื่อง ซักถามประวัติกระเช้าไปถึงพ่อแม่ ทีแรกกระเช้าก็ตอบตามความจริง แต่ธูปเล่นไม่เลิก ท้ายที่สุดกระเช้าทนไม่ไหวลุกพรวดขึ้นบอกกับบุปผาและศีลว่า

"ดิฉันขอบคุณที่คุณท่านทั้งสองมีเมตตาให้ดิฉันได้ร่วมโต๊ะอาหาร ดิฉันขอโทษจริงๆค่ะ ดิฉันขอตัวก่อน..." พูดจบก็วิ่งออกไปเลย เทียนลุกตามและบอกว่าจะไปส่งแต่ กระเช้าขอกลับเอง

เทียนกลับเข้ามาต่อว่าพี่ชายยกใหญ่ แต่ธูปก็บอกว่าที่เขาพูดเรื่องประวัติของกระเช้านั้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด สองพี่น้องแทบจะลงไม้ลงมือกัน บุปผาทนไม่ไหวโพล่งออกมาทันที

"ใครจะผิดจะถูกยังไงฉันไม่ฟังทั้งนั้น ใครคิดว่าความคิดของตัวเองเป็นความจริงก็เอาหลักฐานมาพิสูจน์" ศีลพยักหน้าเห็นด้วยกับบุปผาทุกคำพูด ไม่มีอะไรขัดแย้งเลยจนบุปผาเซ็ง

ด้านกระเช้าเมื่อถึงบ้านก็ไปปรับทุกข์กับหมี่กรอบ เรื่องธูปทำกับเธอ หมี่กรอบเตือนเพื่อนว่าธูปคงไม่จบเรื่องกับกระเช้าง่ายๆแน่ และถ้ากระเช้าลุยต่อก็ต้องเจออะไรอีกเยอะ กระเช้าอึ้งไปนิด แต่ในที่สุดก็เชิดหน้าพูด

"ฉันเดินหน้ามาถึงขนาดนี้แล้ว ยังไงฉันก็ไม่ถอย! ฉันจะต้องทำให้คุณเทียนขอฉันแต่งงานให้ได้..."

ooooooo

เรื่องระหว่างกระเช้ากับเทียนเป็นเรื่องที่เม้าท์กันมันปากของคนในฟาร์ม โดยเฉพาะทับทิมเลขาฯของธูปและลูกเกตุเลขาฯของเทียน เพราะสองสาวต่างคนต่างหวังในตัวนายจ้างหนุ่มทั้งคู่ จึงพอได้ข่าวอะไรนิดๆหน่อยๆก็จะส่งข่าวถึงกันทางโทรศัพท์ เรื่องศอกเดียวก็ขยายเป็นวา และต่างคนต่างรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามมีจุดอ่อนเรื่องชอบเจ้านายก็เลยต่างฝ่ายต่าง ยุว่าให้ระวังเจ้านายของตัวเองให้ดีๆเพราะจะโดนกระเช้าคาบเอาไปกิน

ooooooo

ทางด้านฟาร์มกล้วยไม้ดารา ซึ่งมีแม่ม่ายชื่อดาราเป็นเจ้าของ และไม่ถูกกับฟาร์มของศีลมาตั้งแต่เรื่องดึกดำบรรพ์ ที่ศีลขอแยกหุ้นมาทำฟาร์มกล้วยไม้ของตัวเองตั้งแต่ตอนที่สามีของดาราซึ่ง เป็นเพื่อนกับศีลตาย ซึ่งตอนนั้นดารายังเป็นไก่อ่อนสอนขันในการทำฟาร์มกล้วยไม้ จึงพยายามอ้อนวอนศีลไม่ให้แยกตัวมา แต่ศีลกับบุปผาไม่ยอม ดาราจึงฝังใจเก็บความแค้นเอาไว้คอยหาเรื่องทำฟาร์มแข่ง ทั้งๆที่ฟาร์มทั้งสองก็อยู่ใกล้กันนิดเดียว อิทธิเดชซึ่งเป็นลูกชายของดาราถูกเรียกตัวกลับมาจากเมืองนอกทั้งที่เรียนยัง ไม่จบเพราะดาราไม่มีเงินจะส่งเสียแล้ว ดังนั้น อิทธิเดชจึงแค้นพวกฟาร์มของศีลไปด้วย คอยเป็นหูเป็นตาให้แม่ว่าฟาร์มของศีลทำอะไรกันบ้าง โดยจ้างเส้นสายไว้คอยส่งข่าวให้ วันนี้อิทธิเดชเพิ่งจะได้ข่าวจากเส้นสายทางนั้นว่ากำลังมีการขยายฟาร์มออกไป อีกจึงรีบมาบอกแม่ ดาราฟังแล้วตบโต๊ะปังด้วยความโกรธ

"อะไรนะ...ไอ้ด็อกเตอร์มันจะขยายหน้าฟาร์มทำเป็นช็อปปิ้งมอลล์ยังงั้นเหรอ มันเริ่มไปถึงไหนแล้ว"

"พักใหญ่ๆแล้วครับ เห็นว่าจะเปิดเร็วๆนี้" อิทธิเดชพูดไม่ทันจบ ดาราลุกเต้นผาง

"สั่งให้สายของเราเอาข้อมูลของมันมาให้มากที่สุด เราจะทำทุกอย่างให้ดีกว่าใหญ่กว่ามัน ชิงเปิดตัดหน้ามันให้ได้"

"แต่ว่า...มันจะทันเหรอครับแม่!!"

"ต้องทัน...ระดมช่างมาจากทุกที่ เท่าไหร่เท่ากัน งานนี้... เสียเงินไม่ว่า แต่ห้ามเสียหน้าเด็ดขาดรู้ไหม"

"ครับแม่...ผมจะรีบเอาข้อมูลจากคนในออกมาให้มากที่สุดแล้วดำเนินการทันที"

"ดี...ไอ้พวกนั้นเคยทำกับเราไว้เจ็บแสบ เราเกือบหมดเนื้อหมดตัวก็เพราะพวกมัน แม่จะไม่มีวันยอมให้พวกมันอยู่ดีกินดี มีหน้ามีตาทางสังคมเหนือกว่าเราเป็นอันขาด"

ลูกชายเดินออกไปอย่างรีบร้อนเพื่อไปจัดการตามคำสั่ง ดาราทรุดลงนั่ง ย้อนนึกถึงเรื่องราวต่างๆในอดีตตอนที่ศีลมารับเช็คค่าหุ้น ซึ่งเธอต้องขายรถ ขายเครื่องเพชร และของมีค่าไปเพื่อจะได้เงินก้อนนี้มาให้ศีล เธอยังจำได้ว่าตอนที่ยื่นเอกสารและเงินกันวันนั้นเธอได้ประกาศออกไปว่า

"นับจากวันนี้เป็นต้นไป ฟาร์มกล้วยไม้ดาราขอประกาศความเป็นศัตรูกับฟาร์มราชินีกล้วยไม้อย่างเป็น ทางการ ตราบใดที่ฉันยังไม่ตาย อย่าหวังว่าฉันจะยอมแพ้..."

ดารากลับมาสู่ปัจจุบัน หันไปมองรูปสามีที่ติดไว้ข้างฝาด้วยดวงตาแข็งกระด้าง บอกกับรูปว่า

"คุณก็รู้ว่าฉันต่อสู้กัดฟันทำทุกอย่างจนฟาร์มกล้วยไม้ ของเราผงาดขึ้นมาได้ขนาดนี้ และอีกไม่นาน...ฉันจะต้องทวงความเป็นหนึ่งที่คุณเคยสร้างไว้กลับคืนมาให้ ได้"

หลังจากวันที่ดาราออกคำสั่งกับลูกชายไม่นานเท่าไหร่ หน้าฟาร์มกล้วยไม้ดาราก็เริ่มงานก่อสร้าง อิทธิเดชยื่นแปลนตึกที่จะก่อสร้างให้สถาปนิก และแปลนนั้นก็คือแปลนก่อสร้างอาคารของฟาร์มราชินีกล้วยไม้นั่นเอง โดยอิทธิเดชใช้ปากกาฆ่าชื่อเจ้าของแปลนเดิมแล้วเติมลงไปว่า "กล้วยไม้ดารา" หน้าตาเฉย บอกกับสถาปนิกว่า

"ทำตามแปลนนี้ แต่ปรับขนาดให้ใหญ่กว่าและอลังการมากกว่า ฉันต้องการให้เสร็จเรียบร้อยเร็วที่สุด มีคนงานเท่าไหร่ขนมาให้หมด"

ooooooo

ขณะที่ฟาร์มกล้วยไม้ดารากำลังตระเตรียมจะโค่นล้มอยู่นั้น   ทางด้านฟาร์มราชินีกล้วยไม้ไม่ได้

ระแคะระคายเลย ลูกชายผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสองคนก็มัวแต่ขับเคี่ยวกันอยู่เรื่องกระเช้า แถมเลขาฯของสองพี่น้องก็คอยช่วยขบกัดกระเช้าอีกด้วยเพราะกลัวว่าจะแย่งเจ้า นายของตัวเองไป พนักงานในฟาร์มก็เฝ้าดูละครเรื่องนี้เอาไปเม้าท์กันอย่างบันเทิง

วันนี้เทียนเข้าไปในห้องของธูปโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เพราะจะไปดูว่าธูปกลั่นแกล้งกระเช้ายังไงบ้าง ธูปเอ็ดน้องชายทันทีว่าตอนนี้เป็นเวลางานหวังว่าคงไม่ลืม เทียนยักไหล่

"เปล่า ฉันแค่แวะเอาของมาให้กระเช้า แล้วก็บอกเรื่องนัดทานข้าวเย็นนี้" กระเช้าเหวอ

"เย็นนี้เหรอคะ?"

"ใช่...เพื่อเป็นการขอโทษสำหรับอาหารค่ำเมื่อวานนี้ที่มีมารมาขวางคอ...ผม จองโต๊ะสุดพิเศษไว้ที่ร้านอาหารสุดหรูในกรุงเทพฯโน่น...อ้อ...ถ้าคุณไม่มี เสื้อผ้าไม่เป็นไร ผมจะพาไปซื้อเอง ช็อปปิ้งได้ไม่อั้น อยากได้อะไรขอให้บอกผม ผมจะซื้อให้หมดทุกอย่าง..." ปรายตามองไปทางธูปก่อนจะพูดต่อ "และเพื่อเป็นการปลอบใจที่คุณต้องเสียขวัญเมื่อวานนี้ นี่ครับสำหรับคุณ" เทียนล้วงกระเป๋าเสื้อหยิบกล่องนาฬิกาสุดหรูออกมายื่นให้กระเช้า เธอรับไปแบบงงๆแล้วเปิดออกดู ในนั้นมีนาฬิกาข้อมือล้อมเพชร ซึ่งน่าจะแพงมาก กระเช้าถาม

"คุณให้ฉันเหรอคะ?"

"ครับ...และถ้าต่อไปมีใครมารังแกคุณอีก ผมก็จะปลอบใจคุณด้วยของราคาแพงแบบนี้อีก ยิ่งคุณเสียใจมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งให้ของแพงมากขึ้นเท่านั้น" เทียนจบคำพูด ส่วนธูปสะอึก กระเช้ามองสองคนพี่น้องแล้วเริ่มเข้าใจ เทียนหันมาพูดต่อ

"เพราะฉะนั้น ถ้ามีใครมารังแกคุณ คุณต้องรีบบอกผมทันที ผมมีของขวัญปลอบใจ...แล้วคืนนี้เจอกันนะครับ..." เทียนปรายตามองธูปก่อนจะยืดอกเดินออกไปอย่างสะใจ พอพ้นประตูเจอทับทิมกำลังเอาหูแนบฟังอยู่ เธอทำหน้าแหยๆ แต่ก็ถามว่าข้างในมีอะไรกันเหรอ เทียนยักไหล่ บอกว่าไม่มีอะไรเรียบร้อยดีแล้วก็เดินหนี ทับทิมทำหน้าไม่เชื่อพึมพำว่า

"มันไม่มีอะไรได้ยังไง?"

ooooooo

ธูปอารมณ์บูดกลับบ้านเท่านั้นยังไม่พอ ยังไปเจอเพื่อนสาวของเทียนที่เมื่อก่อนมาที่บ้านบ่อยๆตอนธูปไม่อยู่ เขาจึงไม่รู้จักปาร์ตี้ เอแคลร์ และแบมบี้ กลุ้มรุมเข้าหาทักว่าเขาเป็นเทียน พูดต่อว่าต่างๆนานา ว่าไม่ไปหาพวกเธอเลย ธูปยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่เลยบอกว่า

"นี่ ถ้าอยากมีแฟนหรืออยากมีสามีมากจนต้องขับรถมาหาถึงบ้านขนาดนี้ หัดรู้ไว้ซะบ้างว่าผู้ชายที่พวกเธอกำลังไล่จับน่ะมีฝาแฝด แล้วพวกเธอไม่มีงานการทำหรือไงถึงได้ว่างมาแต่งตัวโป๊ๆอ่อยผู้ชายแบบนี้ ถ้าผู้ชายฉลาดสักหน่อยเขาก็รู้แล้วว่าในสมองพวกเธอไม่มีอะไร ถึงต้องโชว์อย่างอื่นแทน" สามสาวหน้าม้านไปเลย กำลังจะพากันถอยเมื่อถามถึงเทียนแล้วธูปบอกไม่รู้อยู่ที่ไหน

ส่วนธูป พอไล่สามคนนั่นแล้วเดินมาอีกหน่อยไอเดียก็เกิด หันไปเรียกบอกว่าตอนนี้รู้แล้วว่าเทียนอยู่ไหน แล้วก็บอกทางไปบ้านของกระเช้าให้

กระเช้าแต่งตัวเสร็จกำลังนั่งคอยเทียนมารับไปกินข้าว ได้ยินเสียงเคาะประตูจึงลุกไปเปิดรับ เจอผู้หญิงสามคนยืนเรียงหน้ากระดานถามหาคนชื่อกระเช้า พอบอกว่าเป็นเธอเอง สามคนก็เข้ามาผลักอกและรุมสกรัมกระเช้าทันที หมี่กรอบเข้าช่วยเพื่อนทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าผู้บุกรุกเป็นใคร ต่างฝ่ายต่าง ไม่ยอมกันเลยฟาดกันจนสะบักสะบอมไปด้วยกัน แถมขณะกำลังตีกันก็ถามกันไปด้วยจนรู้ว่าสามสาวที่เข้ามารุกรานนั้นคืออดีตแฟนของเทียนนั่นเอง

เสียงทะเลาะตบตีดังไปนอกห้อง พวกคนงานมายืนดูกันเป็นแถว บัญชามาทีหลังพอรู้เรื่องก็รีบวิ่งไปบอกศีลกับบุปผาทันที บุปผากับศีลรีบมา เวลาเดียวกันนี้เทียนก็ขับรถมาถึงที่นั่นเพื่อมารับกระเช้าไปกินข้าวเลยมาเจอเรื่องที่ทำให้อึ้งกิมกี่ไปเลย

บุปผาเรียกทั้งหมดไปชำระความ และลงความเห็นว่าสามสาวผิดที่บุกรุกเข้ามาทำร้ายคนของเธอถึงในบ้าน แบมบี้เถียงว่าฝาแฝดของเทียนเป็นคนบอกให้เธอสามคนมาหายัยคนบ้านนอกเพราะเทียนกำลังจะมาที่นี่ ทุกคนเลยงงกับการกระทำของธูป

แต่ในที่สุด บุปผาก็ไล่สามสาวนั่นให้กลับไป และคาดโทษกระเช้ากับหมี่กรอบว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกยังไม่เอาผิด แต่ถ้ายังมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้งที่สองจนถึงสามก็จะไล่ออก

เทียนถูกพวกสามสาวนั่นลากตัวไปด้วย หมี่กรอบว่าเทียนน่าจะอยู่ขอโทษกระเช้า ที่สำคัญเทียนต้องรับรู้ว่าเรื่องมันวุ่นวายเพราะพี่ชายตัวเอง กระเช้าส่ายหน้า

"ให้มันจบๆไปเถอะ ฉันไม่อยากให้แกต้องซวยไปกับฉันด้วย กลับห้องกันดีกว่า"

สองคนพากันเดินกลับห้องพักตัวเอง แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวกลุ่มของบัญชาก็เดินสวนมาพร้อมกับมีเสียงพูด

"เฮ้ย...เด็กเส้นมาแล้วโว้ย..." อีกเสียงพูดแทรกทันที

"ข้าว่า...เส้นใหญ่ขนาดนี้ไม่โดนไล่ออกชัวร์"

"มันแน่นอนอยู่แล้ว ยอมขนาดเอาตัวเข้าแลก อย่าว่าแต่ตบกันเลย ยิงเอ็มเจ็ดสิบเก้าใส่กันยังไม่โดนไล่ออกเลย" เสียงหลังสุดคือเสียงของบัญชา แล้วก็นำสมุนหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน หมี่กรอบทนไม่ไหวสวนกลับว่า

"ปากแบบนี้ กลับไปเฝ้าหน้าบันไดบ้านดีกว่ามั้ง อย่ามาเดินเป็นคนอยู่แถวนี้เลย เสียชาติเกิด..." ทางฝ่ายพวกนั้นเงียบกริบ แต่บัญชารู้สึกเสียหน้า

"ถือว่ามีลูกเจ้าของฟาร์มคอยถือหาง เลยทำกร่างไม่รู้ รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ระวังตัวให้ดี บารมีไม่ดีจริงๆสักวันจะไม่มีที่

ซุกหัว" หมี่กรอบจะเต้นเข้าไปต่อยปากแต่ถูกกระเช้าดึงเอาไว้ บัญชาสั่งพวกลูกน้องว่าให้กระจายข่าวที่เกิดขึ้นวันนี้ให้รู้กันให้ทั่ว ฟาร์ม ดูซิว่าพวกมันจะทำงานเป็นสุขได้ไง จบคำพูดด้วยยิ้มเหี้ยมๆ

ooooooo

บันไดดอกรัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด