ตอนที่ 8
มุมหนึ่งหน้าสตูดิโอ น้ำหวานแต่งตัวเสร็จแล้วแต่ ยังยืนปัดขนตาเพื่อให้สวยยิ่งขึ้น ปัดขนตาไปบ่นไปว่า
"จะรีเมคอะไรกันนักกันหนาน่าเบื่อ ทำยังกะไม่มีปัญญาหาบทประพันธ์ใหม่ๆงั้นแหละ ยัยกลีบผกาอะไรก็ไม่รู้ กินผู้ชายแค่สี่คน ทำเป็นฮือฮา ของฉันนับแต้มแทบไม่ทัน ยังไม่เห็นจะคุยเล้ย...นี่ถ้าฉันไม่อยากเอาชนะยัยเหมย จ้างให้ฉันก็ไม่เล่น"
"ไม่อยากเล่นก็ไม่ต้องเล่นสิ" เสียงปยุตรที่ยืนหลบมุมอยู่แถวนั้นแทรกเข้ามา
น้ำหวานจำเสียงได้หันขวับด่าทันที "ไอ้นักข่าวกระจอก!"
ปยุตรย้อนว่าถึงตนเป็นนักข่าวกระจอกแต่ก็ไม่เคยทำร้ายใคร ไม่เหมือนเธอเที่ยวแย่งงานคนอื่น น้ำหวานเถียงว่าตนไม่ได้ แย่งงานใคร ที่ทำก็แค่ "สั่งสอนให้นังนั่นมันสำนึกว่ามันเป็นใคร แล้วฉันเป็นใคร วันหลังจะได้ไม่ต้องผยองคิดมาเทียบกับฉัน ส่วนนายก็เหมือนกันอย่ามาทำปากดี รู้เอาไว้ถ้าฉันสั่งไม่ให้นายเข้ากองนายก็เข้าไม่ได้"
ปยุตรฉุนขาดท้าว่าก็ลองดู น้ำหวานถลึงตาว่าท้าหรือแล้วร้องทันที
"ช่วยด้วยค่ะ น้ำหวานถูกปล้ำ"
ปยุตรตกใจคิดไม่ถึงว่าน้ำหวานจะเล่นกันแบบนี้ ปราดเข้าอุดปากเธอไว้ถูกเธอกัดมือจนต้องปล่อยสะบัดมือเร่าๆ น้ำหวานจ้องจิกปรามว่านี่แค่ตัวอย่าง ให้จำใส่กะลาหัวไว้เลยว่าระหว่างนักข่าวกระจอกกับดาราดัง ไม่มีคนเลือกนักข่าวกระจอกอย่างเขาหรอก
"ขอบคุณที่บอก แต่ประชาชนเขาก็ไม่มีวันเลือกคุณหรอก ถ้าเขาได้รู้ว่านางเอกแสนดีที่จริงแล้วแสบขนาดไหน โดยเฉพาะฉากรักกับหมอวาทิศในสระน้ำ"
น้ำหวานตะลึงตกใจ ปยุตรขู่ว่า "อย่ายุ่งกับเหมยอีก ไม่งั้นคุณเดือดร้อนแน่"
พอดีมดแดงมาตามน้ำหวานบอกว่ามีนักข่าวรอสัมภาษณ์อยู่ น้ำหวานปั้นยิ้มแจ่มใสร่าเริงรีบไปหานักข่าวเหล่านั้น ทักเสียงหวานว่า "สวัสดีค่าพี่ๆ วันนี้มีอะไรจะคุยกับน้ำหวานคะ"
ปยุตรมองน้ำหวานเห็นเธอใส่หน้ากากได้ขนาดนี้ก็ยิ่งไม่ชอบ ในขณะที่บรรดานักข่าวทั้งหนังสือพิมพ์และทีวีพากันรุมล้อมเข้ามาทำข่าวกันฮือฮา
นักข่าวสาวคนหนึ่งถามว่ารู้สึกอย่างไรที่ต้องมารับบทกลีบผกาในแรมพิศวาส น้ำหวานทำสีหน้าตื่นเต้นน้ำเสียงตื้นตันขึ้นมาทันที
"โอ้โห สำหรับน้ำหวานต้องบอกว่ามันยิ่งใหญ่มากๆ เลยค่ะ ต้องขอบคุณคุณพิงค์ที่มอบโอกาสครั้งสำคัญให้น้ำหวาน พี่ๆก็รู้ว่าบทเรื่องนี้ดีมากๆในชีวิตนักแสดงถ้าไม่ได้เล่นบทนี้ น้ำหวานคง...คง...เสียใจจนขาดใจตายแน่ๆเลยค่ะ"
ปยุตรหมั่นไส้จนทนไม่ได้ สวนแทรกเข้าไปว่าไหนตอนแรกน้ำหวานบอกว่าไม่ได้อยากเล่นบทนี้ น้ำหวานแอบค้อนปยุตร แต่จำต้องปั้นหน้ายิ้ม มดแดงแหลมออกมาชิงตอบปกป้องแก้ต่างแทนว่าน้ำหวานไม่ได้แย่งงานใคร ที่ทำนี่เพราะผู้ใหญ่ไว้ใจว่าจะทำให้เรตติ้งกระฉูดได้
ครั้นนักข่าวถามว่าหนักใจไหมกับบทบาทที่ต้องเล่นร้ายอย่างกลีบผกา น้ำหวานก็แอ๊บแบ๊วว่าหนักใจมาก เพราะต้องแสดงหลากหลายอารมณ์ ฆ่าคนก็มี แถมยังมีสามีตั้งสี่คน แล้วทำเสียงอ่อยอ้อนเขินๆว่า "น้ำหวานยังคิดไม่ออกเลยนะคะจะเล่นยังไง" แต่สุดท้ายก็บอกขอสู้ตาย จะตั้งใจทำงานชิ้นนี้ให้ดีให้เต็มที่
อ้อนพวกนักข่าวจนฮือฮากันแล้ว น้ำหวานชวนว่า วันเปิดกล้องให้ไปดูกลีบผกากันเยอะๆด้วย
แต่พอกลับถึงคอนโดฯ น้ำหวานก็เครียดหนักเมื่อนึกถึงคำพูดของปยุตรที่พูดถึงฉากรักของเธอกับหมอวาทิศในสระน้ำ เธอคำรามด้วยแววตาร้ายกาจว่า
"ฉันไม่ปล่อยแกแน่ไอ้นักข่าวกระจอก!"
ooooooo
แล้วการถ่ายทำละครเรื่อง "รากราคะ" ก็เริ่มขึ้น แต่พอทุกคนเตรียมพร้อม ปรากฏว่ารากราคะอันเป็นจุดกำเนิดของเรื่องหาย ทีมงานวิ่งหากันวุ่น ถามใครก็ไม่มีใครเห็น
น้ำหวานนั่งมีผ้าปิดกันโป๊ที่หน้าขา มือเธอยุกยิก... ยุกยิกอยู่ใต้ผ้า ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้กับความวุ่นวายของทีมงาน
ผู้กำกับโมโหมากที่รากราคะของสำคัญหาย ประกาศิตทีมงานว่า ให้หารากราคะมาให้ได้ภายในห้านาที ถ้าไม่ได้ ให้ออกจากกองไปเลย บรรดาทีมงานพากันหน้าเหลือสองนิ้ว
จู่ๆน้ำหวานก็ทำเสียงนางเอกร้องบอกว่า "พี่ไม่ต้องไปหรอกค่ะ" ผู้กำกับเดินมากอดน้ำหวานคิดว่าเธอเห็นใจพวกทีมงาน แต่ยังสั่งทีมงานให้ไปหารากราคะมา "ไม่ต้องค่ะ เอ่อ...คือ รากราคะอยู่กับน้ำหวานเองค่ะ"
คนทั้งกองหันมองน้ำหวานเป็นตาเดียว ส่วนข้างหลังเธอที่ปยุตร พีท และช่างหน้าช่างผมอออยู่พากันอ้าปากหวอแบบเซอร์ไพรส์สุดๆ
ooooooo
กลายเป็นเรื่องแอบเม้าท์กันทั้งกองเรื่องที่น้ำหวานเอารากราคะไปยุกยิกอยู่หน้าขาจนหากันวุ่นไปทั้งกอง แต่น้ำหวานก็ทำหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ถือรากราคะเดินไปมาหน้าตาเฉย บอกว่าอยากถือให้คุ้นมือเวลาแสดงจะได้แนบเนียน
พอเห็นทุกคนทำหน้าตกใจ น้ำหวานก็ถามเสียงใสหวานว่าทำไมต้องตกใจ คุณต้อมบอกอ้อมๆว่าน้ำหวานเป็นผู้หญิงถือแบบนี้มันดูไม่ค่อยดี เธอก็ถามเสียงใสว่าแล้วทำไมกลีบผกายังถือได้
"ก็กลีบผกามันเป็นตัวร้าย มีผัวก็ตั้งสี่ซ้าห้าคน แต่น้องน้ำหวานใสซื่อบริสุทธิ์มาถือรากราคะเดินไปเดินมาอย่างนี้ คนเขาก็คิดไปถึงไหนๆสิคะ" คุณต้อมชี้แจง
"คิดทำไมคะ" เสียงถามยิ่งไร้เดียงสาเข้าไปอีก
"โอ๊ย...ฉันจะตอบยังไงล่ะเนี่ยที่จะไม่ถูกเซนเซอร์ มดแดง...หล่อนบอกน้ำหวานที" คุณต้อมโยนกลอง
มดแดงทำอิดออดก่อนเข้าไปกระซิบข้างหูน้ำหวานทำหน้าเขินๆ แต่พอน้ำหวานฟังแล้วทำตาโตขว้างรากราคะทิ้งร้องไห้โฮจนคนทั้งกองตกใจ
แต่พอมานั่งถามไถ่กันแล้วก็แปลกใจว่า ในเมื่อครู่นี้เองเธอยังเอารากราคะไปเล่นยุกยิกอยู่แถวหน้าขา แล้วจะมาร้องไห้ทำไมกัน
เมื่อนางเอกร้องไห้ขนาดนี้ ผู้กำกับ คุณต้อม และบรรดาผู้เกี่ยวข้องต่างพากันหนักใจว่าจะถ่ายทำละครได้หรือเปล่า เลยต้องพากันปลอบโยนหว่านล้อมหลอกล่อจนน้ำหวานหายตกใจทำท่าสู้ตาย คุณต้อมจึงบอกผู้กำกับว่า "เดินกล้องได้เลย"
ooooooo
จิมมี่วางแผนโกยเงินจากภาพของน้ำหวานกับหมอวาทิศ เมื่อพลาดจากดนัยก็กลับมาวางแผนต่อที่ไทยนิวส์ บอกกับตัวเองอย่างหมายมาดว่า "ฉันไม่ยอมได้อะไรแค่ต่อเดียวหรอกเว้ย!"
คิดแล้วก็โทร.ไปที่คอนโดฯของน้ำหวาน ซึ่งพริมากับพฤกษ์กำลังปรึกษากันเรื่องจะแอบเดินทางไปที่ลาสเวกัส พริมาเป็นคนรับสาย เสียงจิมมี่ถามมาทันทีว่า
"ตกลงเรื่องรูปของคุณน้ำหวานกับผู้ชาย จะเอายังไงครับ"
พริมาจำเสียงได้ ด่าไปทันที พอถูกจิมมี่ขู่ว่าถ้าทางนี้ไม่ยอมจ่ายเงินรูปน้ำหวานกับผู้ชายมีหวังได้ขึ้นหน้าหนึ่งแน่ พริมาตวาดไปว่า อยากขู่ก็ขู่ไป ตนจะไม่ให้แม้แต่บาทเดียว!
"งั้นพรุ่งนี้คุณรอดูรูปน้ำหวานได้เลย" จิมมี่โมโหมากเมื่อได้ยินปลายสายตะคอกมาว่า "เออ!" แล้วกระแทกหูโทรศัพท์ลงปัง จิมมี่โกรธจัดสบถ "บ้าเอ๊ย! ทำกับฉันอย่างนี้ ฉันจะเอาให้หนักเลยคอยดู!"
ไวทันตาเห็น...เพียงเช้าวันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์บันเทิงประเภทกอสซิปก็ตีพิมพ์รูปน้ำหวานกับหมอวาทิศหราเต็มแผง ใครเดินผ่านไปมาก็พากันดูแล้วร้องอื้อฮือ...อ้าหา...หยิบขึ้นดูแทบจะแย่งกันทีเดียว
ที่แผงขายกล้วยแขกของแม่กุ้ง ข่าวนี้ก็สร้างความตื่นเต้นกับทุกคน โดยเฉพาะป้าผ่องดีใจที่เหมยจะได้กลับมาเป็นนางเอกอีก เพราะนางเอกเก่าฉาวแบบนี้ไม่มีใครเอาแน่
แต่ข่าวที่ทำท่าจะดียังไม่ทันเป็นจริง ข่าวร้ายก็เข้ามา มีโทรศัพท์แจ้งเข้ามาบอกเหมยว่ากันต์ที่ไปซื้อเผือกมันและกล้วยจะเอามาขายวันนี้ขับรถชน
เมื่อเหมยไปถึง เห็นกันต์ยืนหน้าซีดอยู่ข้างมอเตอร์ไซค์ ที่ล้อบิดเบี้ยวและหัวมันหัวเผือกรวมทั้งกล้วยยังเกลื่อนถนนอยู่ พอเห็นหน้าเหมย กันต์ก็เล่าเสียงอ่อยว่า ตนหลับในเลยขับรถชนท้ายเขา
ตัวแทนประกันภัยบอกเหมยว่า
"ทราบว่าทางคุณไม่มีประกัน ยังไงเราจะประเมินความเสียหาย แล้วแจ้งไปนะครับ"
"ค่ะ" เหมยตอบเสียงแผ่วในลำคอ แต่พอกลับถึงบ้าน เห็นความวิตกกังวลของแม่กุ้งและความเสียใจของกันต์ที่กลัวจะไม่มีค่าซ่อมรถเบนซ์ที่ชน เหมยก็พูดให้กำลังใจว่า "ไม่ต้องพูด แค่กันต์ไม่เป็นอะไร พี่ก็ดีใจแล้ว เรื่องเงิน เดี๋ยวพี่จัดการเอง"
เหมยบอกน้องไปอย่างนั้น ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าจะหาเงินได้จากที่ไหน...
ooooooo
เป็นเรื่องเร่งด่วนที่กรรมการบอร์ดสถานีต้องมาประชุมพิจารณาเรื่องภาพหลุดของน้ำหวานกัน บอร์ดคนหนึ่งยืนยันว่าไม่ใช่ภาพตัดต่อแน่นอน อีกคนถามคุณพิงค์ว่าจะเอาอย่างไรดี
"ถ้าเป็นน้ำหวานจริงๆฉันจะเปลี่ยนนางเอก" คุณพิงค์ หน้าเครียด แล้วบอกเลขาฯ "โทร.ตามน้ำหวานมาหาฉันด่วน"
อึดใจเดียว มดแดงก็วิ่งหน้าตาตื่นเอามือถือมาให้น้ำหวานบอกว่าคุณหญิงแม่โทร.มาหาด่วน น้ำหวานขอตัวกับทีมงานรับมือถือเดินออกมาคุย ทุกคนได้แต่มองตาละห้อยเพราะคอยเธอมากันจนเหงือกแห้งแล้ว
ทางเลขาฯคุณพิงค์รายงานว่ายังติดต่อน้ำหวานไม่ได้ เพราะสายไม่ว่างตลอด คุณพิงค์สั่งว่าติดต่อให้ได้ตนจะคุยกับน้ำหวานให้รู้เรื่อง ทุกคนฟังแล้วพลอยเครียดไปด้วยเพราะคราวนี้ท่าทางคุณพิงค์เอาจริง
น้ำหวานออกมารับสายจากพริมา พอรู้จากแม่ว่ามีรูปตนกับหมอวาทิศลงหนังสือพิมพ์ น้ำหวานก็นิ่งอึ้งโกรธจัด พริมาถามว่าแล้วจะทำอย่างไรต่อไป
"คนอย่างหวาน ไม่ปล่อยให้ตัวเองจนตรอกหรอกแม่" พูดแล้ววางสายเลย
ส่วนพฤกษ์รอฟังคำตอบอยู่ถามพริมาว่าน้ำหวานว่าอย่างไร พอพริมาบอก เขาพึมพำอย่างภูมิใจว่า "นี่ล่ะลูกเรา ผมเชื่อว่าลูกทำได้" แล้วยิ้มมั่นใจ สบายอารมณ์
เมื่อน้ำหวานกลับเข้าในโรงถ่ายอีกครั้ง มดแดงรีบเข้ามาถามว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่าเพราะเสียงคุณหญิงแม่ไม่ดีเลย น้ำหวานทำท่าจะหมดแรง พูดเสียงเครือว่า
"คุณ....พ่อ...คุณพ่อหกล้มในห้องน้ำ ตอนนี้อยู่ในห้องไอซียูค่ะ"
ทีมงานทุกคนตกใจเห็นใจน้ำหวานมาก ไม่ทันที่ใครจะพูดอะไรน้ำหวานก็ทำท่าจะวูบลง มดแดงรีบเข้าประคองไว้ คุณต้อมหน้าซีดคิดว่าวันนี้ได้เลิกกองแน่แล้ว ร้องบอกทีมงานให้รีบพาน้ำหวานส่งโรงพยาบาล
"ไม่เป็นไรค่ะ...ไม่เป็นไรพี่ต้อม เดอะโชว์มัสโกออนค่ะ" น้ำหวานแสดงความรับผิดชอบเมื่อคุณต้อมยังเป็นห่วง เธอยืนยันว่า "น้ำหวานทำได้ค่ะ อย่าให้ทุกคนต้องเดือดร้อนเพราะน้ำหวานคนเดียวเลยค่ะ"
ทีมงานทุกคนมองน้ำหวานอย่างทึ่ง ปลื้ม และชื่นชม ส่วนปยุตรมองอึ้งแบบว่าของจริงหรือลวง พีทเองก็มองแบบไม่เข้าใจว่าอะไรกันแน่
ooooooo
การถ่ายทำดำเนินต่อไป น้ำหวานแสดงในฉากทำพิธีกรรมต้มรากราคะผสมแป้งลูบไล้เนื้อตัวอย่างยั่วยวน พึมพำภาวนา..."ด้วยอำนาจแห่งรากราคะ ขอให้ ข้าสมหวังดังที่ตั้งใจทุกอย่าง"
น้ำหวานเล่นได้ดีตีบทแตกสวมวิญญาณกลีบผกาไม่เหลือความเป็นน้ำหวานที่หวานแหววแม้แต่น้อย จนทุกคนมองอย่างอัศจรรย์ใจว่าทำได้ยังไง
แสดงต่อมาจนถึงฉากกลีบผกาโม่แป้ง ท่าโม่แป้งของเธอก็ช่างเย้ายวนโชว์ขาอ่อนที่ขาวผ่องและเนินอกที่นูนเนียน ยิ่งเมื่อพีทที่แสดงเป็นคุณพจน์มาเจอ เธอยิ่งเย้ายวนจนคุณพจน์ มองตะลึง
พวกนักข่าวถ่ายรูปกันพึ่บพั่บ พอเสียงผู้กำกับสั่งคัตทั้งน้ำหวานและพีทถามพร้อมกันว่าใช้ไม่ได้หรือ น้ำหวานน้ำตาซึมทันที พูดเสียงเครือ "น้ำหวานทำเต็มที่แล้วนะคะ แต่ขอโทษค่ะ น้ำหวานไม่เคย..."
"ขอโทษทำไม ป้าก็กำลังจะบอกว่ามันสุดยอดมาก ฝีมือแบบนี้เรียกว่าเทพเลย เทพจริงๆ"
ฟรุตตี้แอบแซวว่าวงการนี้คงมีเทพหลายองค์ เพราะเห็นผู้กำกับเรียกเทพทุกคนเลย คุณต้อมฟังแล้วยิ้มๆ พูดอย่างโล่งใจว่า อย่างนี้ค่อยสมกับที่น้ำหวานเอารากราคะมาทำความคุ้นเคยเพราะเล่นได้คล่องเลย
"ไม่คล่องได้ยังไงคะ" ปุ๊โกะโผล่พรวดมาพร้อมหนังสือพิมพ์ยื่นให้คุณต้อมกับฟรุตตี้ดูหนังสือพิมพ์ ฉบับเดียวกันนี้ เมื่อหมอวาทิศเห็นก็พึมพำอย่างพอใจว่า
"ดี...ทุกคนจะได้รู้ว่าน้ำหวานเป็นอะไรกับหมอสักที"
ส่วนที่ไทยนิวส์ ปยุตรกับเฮียใหญ่ต่างงงกันว่าภาพนี้หลุดไปได้ยังไง ในเมื่อมีรู้กันอยู่แค่สองคนแล้วงานนี้ใครเป็นคนทำ
"ไม่รู้" เฮียใหญ่พูดสีหน้าครุ่นคิด "แต่เรื่องแบบนี้ปิดยังไงก็ไม่มิด น้ำหวานดังขนาดนี้ ถึงเราไม่เอาลงคนอื่นก็ต้องลงอยู่ดี ตอนนี้...ยุตรคงรู้แล้วล่ะว่ารู้สึกยังไงว่าคนที่เปิดประเด็นข่าวนี้ไม่ใช่ ไทยนิวส์ โดยเฉพาะมันเป็นรูปฝีมือของยุตรเอง"
ปยุตรถอนใจหนักหน่วงเซ็งจนบอกไม่ถูก ใกล้ๆนั้นจิมมี่นั่งทำงานอยู่ เขายิ้มกริ่มทำไม่รู้ไม่ชี้ ไม่สะทกสะท้าน
ooooooo
คืนนี้ น้ำหวานกลับถึงคอนโดฯก็ถูกพริมาปรี่เข้ามาต่อว่าอย่างร้อนใจว่าหายเงียบไป ทั้งวันตนจะบ้าตายอยู่แล้ว ไหนบอกว่าจะจัดการเรื่องนี้เองแล้วไม่เห็นทำอะไรเลย
น้ำหวานท่าทางไม่ยี่หระบอกแม่ว่าตนกำลังทำอยู่ พอพริมาถามว่าทำอะไร น้ำหวานตอบอย่างหงุดหงิดว่าเดี๋ยวก็รู้ค่ะ เลยถูกพริมาดักคอว่าอย่าบอกนะว่าเป็นคนหน้าเหมือน หน้าคล้าย ภาพตัดต่อ เพราะดูตาเดียวก็รู้ว่าเป็นตัวจริง
ไม่ทันที่จะพูดอะไรกันต่อเสียงมดแดงก็แจ๋เข้ามา น้ำหวานตกใจ ผลักพฤกษ์บอกให้รีบขึ้นห้องเดี๋ยวนี้และให้จำไว้ว่า วันนี้พ่อหกล้มในห้องน้ำอยู่ไอซียู
พฤกษ์งงๆ พอวิ่งขึ้นข้างบนอึดใจเดียวมดแดงก็เข้ามาบอกน้ำหวานอย่างตระหนกตกใจว่า พรุ่งนี้คุณพิงค์ให้น้ำหวานไปหาด่วน เพราะวันนี้ทั้งวันตามตัวไม่ได้ มดแดงเต้นเร่าๆบอกว่าคุณพิงค์ต้องโกรธแน่ๆเลย
"โอ๊ย...เงียบหน่อยได้ไหม จะร้องอะไรนักหนา ของก็ของของฉัน ตัวก็ตัวของฉัน ทุกคนจะเดือดร้อนอะไรกัน" น้ำหวานเสียงดังจนมดแดงอึ้งกับอารมณ์ของน้ำหวานที่หลุดมากขึ้นทุกวัน
พริมาเตือนสติน้ำหวานแล้วบอกมดแดงให้กลับไปก่อน พรุ่งนี้ตนจะพาน้ำหวานไปพบคุณพิงค์เอง
ooooooo
พออยู่ตามลำพังในห้อง น้ำหวานก็คิดหนักนอนไม่หลับ ดื่มแก้กลุ้ม แล้วก็ต้องหงุดหงิดขึ้นไปอีกเมื่อวาทิศโทร.มาถามว่าเห็นรูปของเราหรือยัง น้ำหวานพูดเสียงเข้มดักคอว่า
"เห็นแล้วค่ะ แล้วก็ได้แต่หวังว่า หมอจะไม่ใช่ตัวการของเรื่องนี้" พอหมอตัดพ้อว่าทำไมพูดอย่างนี้ น้ำหวานก็ฉอดๆทันทีว่า "ก็เพราะน้ำหวานรู้น่ะสิว่าหมออยากเปิดเผยเรื่องของเราแค่ไหน ถ้าน้ำหวานรู้ว่าต้นตอทุกอย่างมาจากหมอ
น้ำหวานไม่ยอมแน่" พูดเสร็จกดตัดสายแล้วเขวี้ยงมือถือไปอย่างไม่พอใจ
"หมอก็ไม่ยอมเหมือนกัน ถ้าน้ำหวานปฏิเสธเรื่องของเรา" วาทิศพึมพำกับตัวเอง
ooooooo
เพราะต้องดิ้นรนหาเงินมาจุนเจือครอบครัวและจ่ายค่ารักษาไม้ที่ยังอยู่โรง พยาบาล เหมยดิ้นรนเต็มที่คิดถึงดนัยที่เคยเสนอว่าถ้าอยากเป็นนางแบบให้ ติดต่อไปที่เบอร์ตามนามบัตรที่ให้ เหมยหยิบโทรศัพท์ ขึ้นมาโทร.ทันที
ดนัยแสดงความยินดีอย่างมากที่เหมยติดต่อมา พอเหมย ถามว่าจะให้ทำงานอะไร เขาตอบกว้างมากว่า "อันนี้ก็ต้องแล้วแต่เจ้าของโปรดักส์น่ะนะ ว่าเขาต้องการอะไร มันก็มีตั้งแต่ถ่ายแบบ เดินแบบ พรีเซนต์สินค้า หรือว่าโฆษณา"
เหมยถามสิ่งที่ใจจดจ่อทันทีว่าเงินเยอะไหม ดนัยตอบเสียงสูงว่า เยอะสิ ไม่งั้นคนไม่อยากเป็นดารานางแบบกันเต็มบ้านเต็มเมืองอย่างนี้หรอก แล้วบอกสิ่งที่เหมยต้องทำว่า
"เริ่มแรกก็ต้องมีการทำประวัติ เทสต์หน้ากล้อง ถ่ายรูป ถ้าน้องเหมยสนใจก็เชิญเลย"
เหมยชั่งใจ พริ้งที่มาเป็นเพื่อนยุว่าไม่มีอะไรเสียหาย มาถึงขนาดนี้แล้วลองดูก็แล้วกัน
ดนัยพาเหมยเข้าไปในสตูดิโอ แต่งหน้าทำผมเสร็จ คอสตูมเดินมาบอกให้เปลี่ยนชุดได้เลย ปรากฏว่าชุดที่คอสตูม เอาให้เหมยคือชุดว่ายน้ำทูพีซ เหมยถามอย่างตกใจว่า "ต้องขนาดนี้เลยเหรอคะพี่"
"ก็ต้องแบบนี้แหละ ที่นี่เป็นโปรดักชั่นเฮาส์ มีงานหลายแบบ เราต้องส่งนางแบบให้เจ้าของเขาดู แต่ถ้าน้องไม่สะดวกใจก็ไม่เป็นไรนะพี่ไม่บังคับ" คอสตูมตอบสบายๆอย่างไม่บีบคั้นอะไรแล้วเดินออกไปปล่อยให้เหมยตัดสินใจ
ปรึกษากับพริ้งแล้ว ในที่สุดตัดสินใจเป็นไงเป็นกันไหนๆก็มาแล้ว เหมยลุกเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้า พริ้งนึกสนุกขึ้นมาเดินไปถามคอสตูมบ้างว่าตนเทสต์หน้ากล้องด้วยได้ไหม
"อย่าเพิ่งเลยหนู ตอนนี้โปรดักชั่นเรายังไม่ต้องการของแปลก"
หลังจากถ่ายแบบเสร็จเรียบร้อย พริ้งชมว่าเหมยสวยมาก ดนัยเข้ามาบอกว่าเดี๋ยวพี่ทีมงานจะไปเสนอช่อง เสนอลูกค้า ถ้าเขาถูกใจเหมย เราคงได้ทำงานด้วยกัน แล้วเอาซีดีรูปเหมยให้ กำชับให้เก็บไว้ดีๆ ถ้าหลุดขึ้นมาทางตนไม่รับผิดชอบ
ooooooo
พอกลับถึงบ้าน แม่กุ้งถามว่าไปเทสต์หน้ากล้องมาเป็นยังไงบ้าง แต้วได้ยินมองขวับทันที แต่พริ้งชิงตอบ แทนเหมยว่าสวยมากเลย ส่วนจะได้งานหรือไม่ต้องรอก่อน พริ้งยังชมไม่ขาดปากว่าสวยขนาดนี้เหมยต้องได้งานชัวร์ แล้วฉกแผ่นซีดีที่วางอยู่บอกว่าจะเอาไปปริ๊นต์ติดฝาบ้าน
เหมยคว้ากลับไม่ยอมให้ บอกว่าอายเขาตาย แต้วสงสัยว่าทำไมต้องอายด้วยล่ะ
"ก็...ไม่มีอะไรหรอก" เหมยอึกอักแอบถลึงตาใส่พริ้ง "เลิกพูดเรื่องนี้อีกนะ ไม่งั้นฉันเอาตาย" พริ้งค้อนปะหลับปะเหลือกบ่นว่าสั่งแต่ตน ตัวเองเก็บรูปไว้ดีๆก็แล้วกัน เหมยรีบเก็บซีดีใส่กระเป๋า
การตอบโต้กันของเหมยกับพริ้ง ทำให้แต้วยิ่งอยากรู้ว่ารูปในซีดีนั้นเป็นยังไง
ทันใดรมมี่ก็ยิ้มแฉ่งเข้ามาบอกเหมยว่า ข่าวที่ลงในหน้าหนังสือพิมพ์คราวนี้ มีหวังน้ำหวานดับแน่ๆ ถึงจะแอ๊บว่าเป็นคนหน้าเหมือนหน้าคล้ายถูกตัดต่อยังไง คราวนี้ไม่รอด หยอกเหมยอย่างดีใจว่า
"คราวนี้เป็นโอกาสของเธอแล้วนะเหมย เพราะคุณพิงค์ ไม่ชอบดาราที่มีข่าวฉาว ถ้าคุณพิงค์เรียกเธอ เธอต้องทำให้ได้"
เหมยยิ้มดีใจ มีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
ข่าวน้ำหวานยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างเมามัน ทีวีรายงานข่าวว่า
"ถูกพายุข่าวโหมกระหน่ำสำหรับดาราสาวสุดฮอต น้ำหวาน มธุรส เพราะนอกจากจะมีภาพหลุดแบบโจ๋งครึ่มแล้ว ข่าวเม้าท์ยังลือตามมาอีกว่าในเรื่องแรมพิศวาส น้ำหวานแอบซุกรากราคะส่วนตัวเท่านั้นยังไม่พอ แถมในฉากสวีตกับหนุ่มพีท พิทยะ น้ำหวานยังเล่นได้ถึงอกถึงใจราวกับเป็นกลีบผกาตัวจริงเลยล่ะค่ะ...ด้านนักแสดงสาวสุดฮอต ยังเก็บตัวเงียบ อ้างว่าพ่อไม่สบายค่ะ"
วาทิศติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด พึมพำอย่างไม่พอใจว่า "คุณจะทำอย่างนี้กับผมไม่ได้!"
พริมาร้อนใจรอจะพาน้ำหวานไปพบคุณพิงค์แต่น้ำหวานก็อืดอาดจนพริมาถามว่าทำไมเพิ่งลงมา น้ำหวานบอกว่าตนไม่ได้อยากไปหาคุณพิงค์ พริมาย้ำเตือนว่าคุณพิงค์คือคนที่ให้ตัวเองเล่นละครเป็นเจ้าของสถานี ทำไมถึงยังทำแบะแฉะ ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่อย่างนี้
"แล้วจะรู้ร้อนรู้หนาวไปทำไมคะ ในเมื่อเรื่องนี้คุณพิงค์ ก็ช่วยน้ำหวานไม่ได้อยู่ดี น้ำหวานต้องช่วยตัวเองค่ะ" พฤกษ์ฟังอยู่ทนไม่ได้ถามว่าแล้วจะทำยังไง "บอกแล้วไง ว่าคนอย่างน้ำหวาน ไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองจนตรอก" น้ำหวานตอบพ่ออย่างเชื่อมั่นตัวเองเต็มที่
ooooooo
วันต่อมาเมื่อน้ำหวานไปที่กองถ่าย ปรากฏว่ามีนักข่าวมารุมล้อมรอสัมภาษณ์กันแน่น คุณต้อมรับหน้านักข่าวอยู่ จนเมื่อน้ำหวานกรีดกรายหน้าตาอิ่มเอิบเข้ามาพร้อมพริมา นักข่าวกรูกันเข้าไป เธอยกมือไหว้ทุกคนอย่างอ่อนน้อมตามสไตล์น้ำหวาน
คุณต้อมเข้าไปถามพริมาอย่างเป็นห่วงเป็นใยว่าคุณพ่อเป็นอย่างไรบ้าง น้ำหวานตอบแทนแม่ที่ทำหน้างงๆว่า "ดีขึ้นมากแล้วค่ะ น้ำหวานเลยปลีกเวลามาแถลงข่าวได้ไงคะ"
แล้วน้ำหวานก็เล่นละครชีวิตจริงของตัวเองต่อหน้านักข่าว ยกมือไหว้ทุกคน เอ่ยขอโทษที่ต้องตามหาตัวมาหลายวันเพราะตนมัวยุ่งเรื่องคุณพ่ออยู่
"แล้วตกลงเรื่องรูปของน้ำหวานมันยังไงกันครับ" ปยุตรยิงคำถามทันที
น้ำหวานตอบยิ้มแย้มว่าไม่ยังไงเลย ไม่มีอะไร อีกคนถามว่าคุณพิงค์เรียกไปพบ เธอก็ตอบทำหน้าซาบซึ้งว่า คุณพิงค์ เป็นห่วงเรื่องคุณพ่อมากกว่า พอนักข่าวอีกคนถามว่าตกลงใช่รูปน้ำหวานหรือเปล่า เธอทำหน้าแอ๊บแบ๊วย้อนถามว่า "พี่ว่าใช่ไหมล่ะคะ" แล้วนักข่าวก็พากันอึ้งทึ่ง เมื่อน้ำหวานตอบชัดเจนว่า "เป็นรูปของน้ำหวานเองค่ะ...รูปน้ำหวานเอง"
ทุกคนผิดคาดหมด น้ำหวานยิ้มหน้าแฉล้มพูดต่อไปว่า
"พี่ๆทุกคนก็รู้ว่าน้ำหวานกำลังเล่นแรมพิศวาส เป็นกลีบผกา แล้วก็มีคนดูถูกว่าน้ำหวานไม่มีทางเล่นได้ สรุปคนไม่เชื่อ แต่น้ำหวานชอบบทนี้มากแล้วก็อยากให้ทุกคนเชื่อว่าน้ำหวานเป็นกลีบผกาจริงๆ น้ำหวานเลยยอมทำทุกอย่างค่ะ ตั้งแต่ซุกรากราคะ การสร้างข่าวให้คนดูเชื่อ แล้วทุกคนก็เชื่อจริงๆว่าเป็นภาพหลุดของน้ำหวาน"
การพูดด้วยหน้าตาใสซื่อของน้ำหวาน ทำให้ปยุตรถามโพล่งขึ้นว่าหมายความว่าเธอปล่อยภาพออกมาเอง
"ค่ะ และคนในภาพก็เป็นคุณอาของน้ำหวานเอง" ปยุตรทำหน้าไม่เชื่อ พริมาแทรกว่า "ถ้าเป็นคนอื่นแม่ไม่มีทางให้ทำอย่างนี้เด็ดขาด มันน่าเกลียด แต่น้ำหวานเขาก็มาปรึกษาแม่ว่าเขากลุ้มใจมาก คนไม่เชื่อว่าเขาจะเป็นกลีบผกาได้ แล้วไหนจะมีข่าวที่ว่าเขาใช้เส้นแย่งบทนี้มา น้ำหวานไม่สบายใจจริงๆก็เลยคิดๆกันน่ะค่ะว่าจะทำยังไงดี ให้คนดูลบภาพเดิมๆออก น้ำหวานก็เลยเลือกวิธีโปรโมตแบบนี้ขึ้นมาค่ะ" พริมาช่วยชี้แจงรับกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย
"แล้วทุกคนก็เชื่อ" น้ำหวานพูดแล้วหัวเราะคิกคักชอบอกชอบใจ ปยุตรถามว่าแล้วตอนนี้อาคนนั้นอยู่ไหนพวกเราอยากเห็น พริมาตอบโดยไม่สะดุดว่ากลับไปอเมริกาแล้ว น้ำหวานพูดให้น่าเชื่อถือขึ้นอีกว่า "แต่ถ้าคุณอากลับมาเมื่อไหร่ น้ำหวานจะพามาให้รู้จักกับพี่ๆแน่นอนค่ะ"
การให้สัมภาษณ์ของน้ำหวานทำให้หมอวาทิศยิ้มพอใจที่น้ำหวานรับว่ารูปนั้นเป็นตัวเองจริงๆแต่แล้วก็ไม่พอใจเมื่อน้ำหวานกับพริมายืนยันว่า ผู้ชายในรูปเป็นอาของน้ำหวานเองซ้ำยังกลับไปอเมริกาแล้วด้วย
ฝ่ายคุณพิงค์ติดตามการให้สัมภาษณ์ของน้ำหวานอย่างสนใจ ทำท่าอยากเป็นลมเมื่อน้ำหวานยอมรับว่าคนในรูปคือตนจริงๆแต่พอฟังต่อๆไปก็เหยียดปากเหมือนคิดอะไรบางอย่างอยู่
ooooooo
ความจริงแล้ว หมอวาทิศอยู่ไม่ไกลจากที่น้ำหวานให้สัมภาษณ์นัก เมื่อน้ำหวานให้สัมภาษณ์เสร็จมือถือของเธอก็ดังขึ้น น้ำหวานเกือบแว้ดใส่ก็เห็นวาทิศที่ยืนอยู่ด้านหน้าพูดเสียงเข้มขึ้นว่า
"ออกมากับหมอเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นหมอจะเดินออกไปแฉกับนักข่าวเองว่า ไอ้คนที่อยู่กับน้ำหวานคือหมอ
น้ำหวานมองหมอวาทิศที่ปลอมตัวยืนปะปนอยู่กับกลุ่มคนเขาจ้องน้ำหวานเขม็ง เธอรีบบอกพวกนักข่าวว่า ทางโรงพยาบาลแจ้งมาว่าอาการคุณพ่อกำเริบ แล้วขอตัวไปอย่างร้อนรน
ปยุตรเป็นคนช่างสังเกต เขายกกล้องถ่ายรูปหมอวาทิศที่ปลอมตัวมาทันที พอดีพริมาเดินมากับคุณต้อมกวาดตามองไม่เห็นน้ำหวาน มดแดงรีบเข้าไปบอกว่าน้ำหวานไปโรงพยาบาลเห็นว่าคุณพ่ออาการกำเริบ
พริมาทำหน้างงอยู่นิดหนึ่งแล้วนึกได้อุทานว่า "โอ... จริงสิ ไอซียู น้ำหวานนี่ลูกกตัญญูจริงๆเลยค่ะ งั้นเดี๋ยวพี่ขอตัวก่อนนะคะ" แต่ไม่มีรถเพราะน้ำหวานเอาไปแล้ว คุณต้อมเลยจะให้ทีมงานไปส่ง
พริมาทำปากด่าขมุบขมิบ "อีกหน่อยคงถึงทีฉันขึ้นเมรุ" แล้วหันไปฉีกยิ้มให้คุณต้อม ขอบคุณเธอและชมว่า น้ำหวานเป็นลูกกตัญญูจริงๆห่วงพ่อจนลืมแม่ แล้วรีบไป ท่ามกลาง ความเซ็งของคุณต้อมที่ไม่รู้เลยว่าวันนี้กองถ่ายจะเริ่มได้กี่โมง...
ooooooo
น้ำหวานไปหาหมอวาทิศที่บ้าน ถูกหมอต่อว่าอย่างรุนแรงที่เธอให้สัมภาษณ์ไปแบบนั้น น้ำหวานเถียงคอเป็นเอ็นว่าเราพูดเรื่องนี้กันมาเป็นร้อยครั้งแล้ว ตนไม่ต้องการให้แฟนๆดูเป็นว่าน้ำหวานที่แสนดีแสนหวาน ตัวจริงไม่ต่างกับนางแมวยั่วสวาท
หมอยืนยันว่านั่นคือตัวตนของเธอจริงๆ ทั้งคู่โต้เถียงกัน คนหนึ่งหึงหวงอยากเปิดเผยความเป็นเจ้าของ อีกคนไม่ยอมรับความจริงนี้เด็ดขาด แต่ก็อ่อยไว้เพราะต้องพึ่งหมอทำศัลยกรรมและกลัวหมอจะออกมาพูดความจริง แต่ความรู้สึกของหมอวาทิศไม่เหมือนเดิมแล้ว เมื่อน้ำหวานอ่อยว่าตนรักหมอคนเดียว หมอตอบอย่างหลงใหลว่า
"มีคนเคยบอก คนที่มีความรักคือคนโง่ ยิ่งรักมากก็ ยิ่งโง่ หมอไม่อยากเป็นคนโง่ หมอยังเคยคิดถ้าน้ำหวานไม่ใช่ คนสวย หมอคงไม่ทุกข์ทรมานใจอย่างนี้"
ขณะกอดจูบน้ำหวานอย่างดูดดื่มและน้ำหวานก็หลับตาพริ้มรับการเล้าโลมอยู่นั้น หมอแอบหยิบมีดปอกผลไม้ที่ตกอยู่ระหว่างยื้อยุดกับน้ำหวานขึ้นมาเงื้อตรงหน้าเธอ อีกมือก็ควานหาโซ่
น้ำหวานรออยู่นานผิดสังเกต ลืมตาขึ้นเห็นมีดเงื้ออยู่ ตรงหน้า เธอร้องสุดเสียง
"หมอจะทำอะไรคะ!" ร้องขอปากคอสั่น "หมออย่าทำอะไรน้ำหวานนะคะ"
แต่พอเห็นอารมณ์ของหมอ น้ำหวานก็รู้ได้ทันทีว่าที่แท้ ก็เพียงความปรารถนาของเขา ฉากรักจึงลงเอยกันอย่างร้อนแรง
ooooooo
ไม้รักษาตัวอยู่นานอาการก็ไม่ดีขึ้น จนคู่กรณีที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเสนอว่าจะเอาไม้ไปรักษาที่อเมริกาเพราะพวกตนต้องเดินทางกลับกันแล้ว ทีแรกที่บ้านก็มีการปรึกษากันหลายแง่มุม แต่ในที่สุด เหมยก็ลงความเห็นว่าให้ไม้ไปรักษาตัวที่นั่นจะได้หายเร็วขึ้น
แต้วไม่พอใจที่จะให้ไม้ไปไกลตัว แต่ก็ไม่กล้าโต้แย้ง พอเข้าห้องนอนก็ระบายอารมณ์
"คิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นรึไง ถึงได้ตัดสินใจทุกอย่าง จะเอาอย่างนั้นจะเอาอย่างนี้ ฉันไม่ยอมแพ้หรอก สักวันฉันต้องได้ดีและเก่งกว่าพี่เหมย...และพี่เหมยก็จะไม่มีทางได้ดี!"
ระบายอารมณ์แล้ว แต้วกัดริมฝีปากตัวเองแน่นอย่างถือดี อวดดี และท้าทาย...
แต้วย่องไปที่กระเป๋าของเหมยค้นเอาแผ่นซีดีที่ติดใจสงสัยไปเปิดดูกับคอมพิวเตอร์เครื่องเก่า เห็นรูปเหมยในชุดว่ายน้ำก็พูดอย่างเย้ยหยันว่า
"อย่างดีพี่ก็คงเป็นได้แค่นางแบบปฏิทินโป๊เท่านั้นล่ะพี่เหมย"
พอดีเหมยกับแม่กุ้งเดินเข้ามา แต้วรีบปิดหน้าจอ ปดเหมยที่ทักว่ายังไม่นอนว่า ตนรับพิมพ์งานให้เพื่อนที่มหาวิทยาลัย พอเหมยกับแม่กุ้งเดินผ่านไปแต้วก็กดแผ่นซีดีออกมา
กันต์เข้ามาพอดี แต้วสะดุ้งเฮือกจนกันต์ทักว่าทำไมต้องสะดุ้งด้วย แต้วแก้ตัวทำเป็นดุว่ากันต์ทักเสียงดังเข้ามาไม่ให้สุ้มเสียง กันต์บ่นว่าแค่นี้ก็ต้องอารมณ์เสียด้วยแล้วเดินเลี่ยงไป
พอกันต์ไปแล้ว แต้วรีบหยิบแผ่นซีดีออกมาเก็บรวมกับซีดีของตัวเองอย่างรวดเร็ว เบ้ปากยิ้มเจ้าเล่ห์
ooooooo
จิมมี่ฟังน้ำหวานให้สัมภาษณ์แล้วแค้นใจที่ทำอะไรเธอไม่ได้ กลับมาถึงไทยนิวส์ก็คว้าที่ทับกระดาษเขวี้ยงออกไประบายอารมณ์ ด่า "นังสตรอเบอรี่เอ๊ย"
ปยุตรเดินเข้ามาพอดีเกือบถูกขว้างใส่ดีแต่หลบทันถามจิมมี่ว่ามีอะไร ฝ่ายนั้นตอบพลิ้วไปได้อย่างช่ำชองว่า "เกลียดสะตอพี่" ปยุตรไม่เข้าใจที่จิมมี่พูด แต่พูดตามที่ตัวเองคิดว่า "ฉันก็เกลียดเหมือนกัน แต่เกลียดคนสตรอ" แล้วเดินเข้าไปที่โต๊ะตัวเองเซ็งๆ
ปยุตรกับเฮียใหญ่คุยอย่างรู้กัน เฮียใหญ่พูดขำๆว่า
"สงสัยทุกคนจะโดนรากราคะของน้ำหวานตั้งแต่ละครยังไม่ออนแอร์ พูดอะไรถึงได้เชื่อไปหมด"
"เป็นธรรมดาครับ น้ำยังไม่ลดตอก็เลยยังไม่ผุด ผมล่ะเกลียดนักคนแบบนี้ และที่เซ็งสุดๆก็ตรงที่น้ำหวานหาว่าผมเป็นคนปล่อยภาพ"
เฮียถามว่าทำไมเป็นแบบนั้นล่ะ เขาจึงยอมรับว่าเคยพลั้งปากขู่น้ำหวานไปว่าถ้าเขาไม่เลิกยุ่งกับเหมย ตนจะปล่อยภาพพวกนี้ แต่ไม่คิดว่าภาพพวกนี้จะหลุดออกไปจริงๆ
ทั้งสองปรึกษากันแล้ว เฮียใหญ่คาดว่าต้องเป็นฝีมือของคนแถวๆนี้ ตนจะคอยสังเกตดูเอง ส่วนปยุตรให้ไปตามสืบเรื่องน้ำหวานต่อ รวมทั้งเรื่องพ่อของเธอด้วย โดยปยุตรตั้งข้อสังเกตว่า
"ผมคิดว่ามันแค่ข้ออ้าง เพราะเท่าที่เห็นท่าทางคุณพริมาก็แปลกๆ ยังไงผมจะลองสืบดูแล้วกันว่าพ่อของน้ำหวานอยู่โรงพยาบาลไหน อีกอย่างผมมั่นใจว่ายังไงผู้ชายคนนั้นก็ไม่ใช่ญาติของน้ำหวานแน่นอนแต่เป็น หมอวาทิศ งานนี้น้ำหวานโยนหญ้าให้เรากินซะหลายกำเลย" พูดแล้วปยุตรทำหน้าเอือมระอาสุดๆ
แต่เมื่อปยุตรไปเช็กตามโรงพยาบาลต่างๆ ไม่ปรากฏชื่อพ่อของน้ำหวานเข้ารักษาตัวเลย เขาฟันธงว่าน้ำหวานโกหกแน่ๆ
เมื่อได้ข้อสรุปขั้นต้นแล้ว ปยุตรวางมือจากงาน ออกไปยืนรับลมที่ระเบียงคอนโดฯ มองลงไปข้างล่างสะดุดตาบ้านหมอวาทิศ เลยฉุกคิดอะไรได้ขึ้นมาอีก
ooooooo
น้ำหวานอยู่กับหมอวาทิศจนค่อนคืน แต่เมื่อเธอจะกลับหมอกลับอ้อนว่าไม่อยากให้กลับ อยากอยู่ กับเธอนานๆ แต่น้ำหวานก็ใช้มารยา อ้อนจนหมอยอมให้กลับ พอเธอจะลงจากเตียงจึงรู้ว่าถูกล่ามโซ่ที่เท้าเธอแว้ดใส่หมอทันที แต่พอหมอออดอ้อนรำพันถึงความรักความหลงในตัวเธอ น้ำหวานก็อ้อนว่า
"หมอปล่อยน้ำหวานนะคะ พรุ่งนี้น้ำหวานมีงาน น้ำหวานสัญญาค่ะว่าว่างเมื่อไหร่จะรีบมาหาหมอทันทีนะคะ"
ส่วนเรื่องรูปที่เธอคลอเคลียกับพีทในสระน้ำที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ที่หมอเอามาถามอย่างหึงหวงนั้น เธอบอกว่า พีทชอบผู้ชายไม่ได้ชอบตน
เมื่อวาทิศยอมปล่อยน้ำหวานแล้ว เธอลอบมองเขากลัวๆไม่ไว้ใจ แต่พอวาทิศมองมาเธอก็ยิ้มหวานอย่างปะเหลาะทันที
ooooooo
ปยุตรเขม้นมองไปที่บ้านวาทิศเห็นรถจอดอยู่ เช็กแล้วเป็นรถคันเดียวกับที่เขาเคยถ่ายรูปไว้ เลยคว้ากล้องออกมา เขาจับภาพทั้งหมดตั้งแต่หมอวาทิศกับน้ำหวานออกมาจากบ้าน จูบลากันอย่างดูดดื่ม เห็นแล้วปยุตรส่ายหน้าอย่างสมเพช พึมพำ "แล้วบอกว่าคุณอา เฮ้อ หมอวาทิศจริงๆด้วย"
ส่งน้ำหวานแล้ว หมอวาทิศใช้มือถือถ่ายรูปมุมต่างๆของบ้านตัวเองอย่างเยือกเย็น แต่ดวงตาบ่งบอกถึงอารมณ์ที่โกรธหึงหวงน้ำหวาน ปยุตรจับตามองอย่างสงสัยว่า หมอทำอะไร?
ส่วนน้ำหวาน พอกลับถึงคอนโดฯก็พูดกับพฤกษ์อย่างลำพองใจว่า
"เชื่อหรือยังว่าไม่มีใครทำอะไรหวานได้ เพราะความดังของหวานกลบความสนใจทุกอย่าง" ส่วนหมอวาทิศที่พฤกษ์ถามนั้น น้ำหวานตอบอย่างกังวลว่าท่าทางหมอไม่น่าไว้ใจเหมือนคนจิตๆยังไงก็ไม่รู้ แล้วบอกทั้งพ่อและแม่ว่า เห็นทีตนจะต้องชิ่งจากหมอเสียแล้ว แต่พอพฤกษ์ถามว่า แล้วจะเลือกใครต่อไป
น้ำหวานไม่ตอบ แต่รอยยิ้มในดวงตาบอกให้รู้ว่า มีตัวเลือกอยู่ในใจแล้ว
ooooooo
ที่กองถ่าย พีทที่มีความสนใจรมมี่อยู่แล้ว เพราะชอบความตรงและกล้าพูดของเธอ เขาพยายามหาทางใกล้ชิดรมมี่ แต่รมมี่แสดงท่าทีรังเกียจ เพราะถือว่าเขาเป็นพวกน้ำหวาน จนพีทบอกว่า
"ผมรู้ว่าคุณโกรธน้ำหวานแล้วก็ไม่ชอบน้ำหวาน ผมเองก็ไม่เห็นด้วยเหมือนกันที่น้ำหวานแย่งงานคุณเหมย แต่เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับผมนี่"
พีทเหมือนจะพยายามเคลียร์ตัวเอง ไม่ได้สังเกตว่าน้ำหวานมายืนฟังอยู่ใกล้ๆ เธอไม่พอใจมากและยิ่งเมื่อได้ยินพีทพูดว่า วันที่เขาไปบ้านรมมี่เราเคลียร์เรื่องนี้กันแล้วทำไมเธอยังโกรธอยู่ น้ำหวานก็ยิ่งไม่พอใจ
รมมี่ไม่แยแสพีทบอกเขาตรงๆว่าตนไม่ชอบหน้าเขาและไม่อยากยุ่งกับเขาพลางลุกเดินหนีพีทคว้ามือไว้ รมมี่แกะมือเขาออก พูดเสียงเข้มว่า
"ไปยุ่งกับคนที่เขาอยากยุ่งกับคุณไป๊ อย่ามายุ่งกับฉัน" พูดแล้วสะบัดไปเลย
น้ำหวานมองตามตาเขียวปั้ด พึมพำอย่างแค้นใจว่า
"คนอย่างน้ำหวานไม่เคยปล่อยให้ใครมาหยามขนาดนี้ ลองยัยรมมี่ไม่เอาคุณ ฉันก็ไม่เอาคุณเหมือนกันพีท!" ว่าแล้วสะบัดหน้าเดินเข้ากองไปทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
ooooooo
เมื่อเช็กตามโรงพยาบาลแล้วไม่พบชื่อพฤกษ์เข้าโรงพยาบาล วันนี้ปยุตรจึงเข้าไปถามน้ำหวานว่า พ่อเธออยู่โรงพยาบาลไหน ถูกน้ำหวานด่าว่าเดี๋ยวนี้ลามปามถึงพ่อตนแล้วหรือ ปยุตรเลยโพล่งไปว่า
"เพราะพ่อคุณไม่ได้เข้าโรงพยาบาลต่างหาก"
ฟรุตตี้แอบฟังหูผึ่ง ส่วนน้ำหวานจ้องจิกปยุตรแล้วเดินปึงปังไปหาคุณต้อม ฟ้องคุณต้อมว่า นักข่าวไทยนิวส์คนนี้ชอบปล่อยภาพหลุดของตน ตนไม่อนุญาตให้เข้ามาในกอง คุณต้อม ตาโตรับปากจะจัดการให้แล้วรีบเดินไปดึงปยุตรอย่างแรงให้ น้ำหวานเห็น น้ำหวานยิ้มสะใจที่เอาคืนปยุตรได้
แต่ที่แท้คุณต้อมดึงปยุตรออกไปถามว่าเขาเป็นคนชอบลงภาพหลุดของน้ำหวาน และลงข่าวน้ำหวานนัวเนียกับพีทใช่ไหม ปยุตรอ้างว่าตนลงตามข่าวพีอาร์ละครไม่ได้เยอะอะไรมากมาย
"แต่พี่ชอบให้ลงเยอะๆ เยอะกว่านี้ เอาแบบให้คนดูจินตนาการตามเลย คนดูจะได้ลุ้นว่าพระเอกนางเอกปิ๊งกันนอกจอ" ปยุตรมองมึนอยู่นานแล้วถามว่าเอาอย่างนั้นเลยหรือ คุณต้อมพยักหน้าหงึก "ฮื่อ คนดูจะได้อิน เรตติ้งจะได้ กระฉูดๆ ยุตรขาดเหลืออะไรบอกพี่ เดี๋ยวพี่จัดการให้เอง"
"ขอบคุณครับพี่ต้อม" ปยุตรมองตามคุณต้อมที่เดิน ลัลล้าเข้าไปด้านใน เขาอมยิ้มเหมือนคิดอะไรอยู่
ooooooo
ที่กองถ่าย วันนี้ถ่ายฉากผกากำลังบูชารากราคะ คุณเพ็ญจันทร์มาเห็นเกิดการตบตีกัน แล้วคุณพจน์เดินเข้ามา
เมื่อทุกอย่างพร้อมตัวแสดงก็เริ่มดำเนินเรื่อง ถึงฉากที่คุณจันทร์เพ็ญมาพบและมีปากเสียงกับผกาจนตบตีกัน
เป็นฉากตบตีที่น้ำหวานฉวยโอกาสนอกบทตบจริงเข้าไปเต็มฝ่ามือ รมมี่ที่เล่นเป็นคุณจันทร์เพ็ญไม่อยากเอาเรื่อง ยังคงเล่นไปตามบท แต่พอโดนเข้าครั้งที่สองคุณจันทร์เพ็ญก็เหลืออดตบเอาคืนไปฉาดใหญ่ แล้วฉากตบตีจิกทั้งดึงผมเล็บข่วนก็อุตลุดกันอยู่ตรงนั้น นัวเนียจนคุณพจน์หาช่องเข้า ไปไม่ได้ ถามผู้กำกับว่า
"มันไม่เหมือนบล็อกกิ้งที่วางไว้ แล้วจะให้ผมเข้าไปตอนไหนครับ"
ผู้กำกับบอกว่าหาจังหวะดีๆแล้วเข้าไปได้เลย พีทจึงจ้องรอจังหวะ พอเห็นเหมาะก็ก้าวเข้าไป เป็นจังหวะที่ผกากับคุณจันทร์เพ็ญกำลังเงื้อมือจะตบกันพอดี พีทเลยโดนเข้าทั้งสองฝ่ามือหน้าหงายไป
เมื่อฟรุตตี้กับปุ๊โกะช่วยกันเอาผ้าเย็นกับน้ำแข็งประคบแก้มที่ถูกตบให้พีท รมมี่เข้าไปขอโทษเขา บอกว่าไม่ได้ตั้งใจแต่อินมากไปหน่อยเท่านั้น น้ำหวานตามมาพูดแทรกว่า
"แต่น้ำหวานว่ารมมี่ตั้งใจนะ รมมี่ตั้งใจตบน้ำหวานค่ะ" เธอหันไปฟ้องทุกคน
นักข่าวตามมาถ่ายรูปกันพึ่บพั่บอีกตามเคย โดยเฉพาะปยุตรรัวกดชัตเตอร์ถี่ยิบ แต่ทั้งน้ำหวานและรมมี่ไม่สนใจ ตั้งหน้าตั้งตาเถียงกันต่างโทษว่าอีกฝ่ายตบก่อน จนคุณต้อม เข้ามา รมมี่ยื่นคำขาดว่า
"พี่ต้อมคะ รมมี่ทนไม่ไหวแล้วนะคะ เรื่องนี้พี่ต้อม ต้องเคลียร์แต่ถ้าพี่ต้อมเชื่อน้ำหวาน รมมี่ขอถอนตัวออกจากกองนี้ค่ะ" พูดแล้วกระแทกเท้าออกไปอย่างโมโหสุดขีด
คุณต้อมพยายามจับมือไว้จะเกลี้ยกล่อม แต่รมมี่ ไม่ฟังเสียง วิ่งออกไปเลย ครั้นคุณต้อมหันมาทางน้ำหวานก็เห็นเธอบีบน้ำตาอยู่ ฟ้องว่าตนไม่ได้ทำอะไรรมมี่จริงๆ รมมี่นั่นแหละผิดคิวก่อน
"เดี๋ยวเรื่องนี้พี่จัดการเอง วันนี้เลิกกอง" พูดแล้วคุณต้อมวิ่งตามรมมี่ออกไป น้ำหวานหยุดร้องไห้เป็นปลิดทิ้ง มองอย่างสะใจไม่แคร์กับความรู้สึกของใครเลย ครู่หนึ่งจึงหันมาบอกนักข่าวตาเป็นประกายว่า
"รมมี่...ตบน้ำหวานก่อนจริงๆนะคะ"
พีทฟังอยู่ทั้งหมด เขามองน้ำหวานด้วยสายตาตำหนิอย่างแรง
ooooooo










