ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ระบำดวงดาว

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ระบำดวงดาว ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ที่คฤหาสน์ใหญ่โตสง่างามหลังหนึ่ง กำลังมีการถ่ายทำละครย้อนยุค กองถ่ายมาเตรียมงานกันพร้อมแล้ว การถ่ายทำจึงเริ่มขึ้น

เป็นฉากแสดงความหึงหวงกันของสองสาว คืออิ่ม ที่แสดงโดยรมมี่หรือรมณีย์ และพิม ที่แสดงโดยน้ำหวานหรือมธุรสนางเอกสาวไฮโซผู้มีเสน่ห์เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติ และทรัพย์สมบัติที่เล่าลือกันในสังคม

ในฉาก อิ่มกล่าวหาว่าพิมจะแย่งคุณกรณ์ไปจากตน ทะเลาะตบตีกันอยู่ตรงบันไดบ้าน

ปรากฏว่ารมมี่ตบน้ำหวานจนลงไปนอนกับพื้น แต่คุณกรณ์พระเอกในเรื่องก็มาหย่าศึกทัน

หลังจากผู้กำกับสั่งคัตแล้ว บอกกับผู้เกี่ยวข้องว่า

"คัต น้ำหวานกับรมมี่โอเคนะ แต่พี่ขออินเสิร์ตพระเอกมาหยุดเห็นเขาตบตีกันที่บันได แล้วค่อยวิ่งหลุดมา"

ฟังผู้กำกับแล้ว คุณต้อมผู้จัดละครกับมดแดงผู้จัดการของน้ำหวานก็พากันออกไปหาน้ำหวาน

ooooooo

ที่ข้างเซ็ตละคร ขณะกำลังพักกอง บรรดานักข่าวรวมทั้งปยุตรกำลังถ่ายภาพเบื้องหลังของน้ำหวาน กลุ่มนักข่าวถูกมดแดงทำท่าแหวกแต่แรงจนเป็นผลักจนปยุตร หัวทิ่ม   มดแดงถือน้ำเข้ามาโดยมีคุณต้อมผู้จัดละครตามมาติดๆ

พอถึงตัวน้ำหวาน คุณต้อมก็ชมเปาะว่าน้ำหวานเล่นได้ หวานสมชื่อ น้ำหวานตีหน้าซื่อดีใจพูดอย่างถ่อมตัวว่าตนยังเล่นไม่เก่งกลัวจะเป็นภาระของทุกคน

ขณะที่คุณต้อมชมน้ำหวานว่าเล่นได้ยอดมากโดยเฉพาะตอนร้องไห้น้ำตาเหมือนกับสั่งได้เลย มดแดงก็จีบปากจีบคอบีบเสียงพูดอย่างจงใจให้นักข่าวได้ยินเพื่อเรียกคะแนนสงสารให้น้ำหวานว่า

"ไม่สุดยอดได้ยังไงล่ะคะพี่ต้อม ตะกี้รมมี่น่ะตบหน้าน้องว้านหวานจริงๆเลยนะคะ"

"ฮ้า...น้องน้ำหวานโดนตบจริงๆเหรอ" เสียงนักข่าวร้องพร้อมกัน

มดแดงลอยหน้ายืนยันว่าจริง ชี้ให้ดูรอยตบแดงเถือกที่แก้มน้ำหวาน รมมี่มาจากไหนไม่มีใครเห็นพูดแทรกเข้ามาว่า

"ตะกี้น้ำหวานก็ตบรมมี่จริงๆนะ ดูสิหน้ายังเป็นรอยอยู่เลย" พูดแล้วถามน้ำหวาน "ทำไมตะกี้น้ำหวานเล่นผิดคิวล่ะ จริงๆเตี๊ยมกัน มันต้องหันขวาไม่ใช่เหรอ"

น้ำหวานทำตาปริบๆเถียงเสียงอ่อยๆว่ารมมี่บอกให้ตน หันซ้าย รมมี่เถียงเสียงดังฟังชัดว่าตนบอกให้หันขวา น้ำหวานทำหน้าซื่อๆอย่างเด็กหัวอ่อนแต่ยังยืนยันว่ารมมี่บอกให้หันซ้ายจริงๆ แล้วยิ้มแจ่มใสบอกบรรดานักข่าวว่า

"แต่ไม่เป็นไรหรอก เรื่องแค่นี้เอง ถ้าผิดคิวแล้วงานมันออกมาดี พี่ผู้กำกับแฮปปี้ พี่ต้อมแฮปปี้ น้ำหวานก็ดีใจแล้วค่ะ"

"ฮู้ย...มันต้องอย่างนี้สิจ๊ะน้องว้านหวานถึงจะเป็นนักแสดงมืออาชีพ" มดแดงแจ๋ขึ้นมา พวกนักข่าวพากันมองน้ำหวานอย่างชื่นชม รมมี่เลยยิ้มเจื่อนๆ ส่วนคุณต้อมถึงกับกอดน้ำหวานพูดอย่างสุดปลื้มว่า

"พี่เชื่อเลยนะน้ำหวาน ว่าถ้าชาวบ้านได้ดูฉากนี้ต้องสงสารน้ำหวานแน่ๆ ส่วนรมมี่...เธอก็เตรียมตัวรอรับเปลือกทุเรียนได้เลยจ้ะ"

รมมี่ยิ้มรับ มองไปทางน้ำหวานด้วยแววตารู้สึกแปลกๆ

ooooooo

หลังจากนั้น ปุ๊โกะช่างผมกับฟรุตตี้ช่างแต่งหน้าก็แอบมาซุบซิบกันว่า เมื่อกี้เห็นหรือเปล่าว่าน้ำหวานตบผิดคิว ปรากฏว่าเห็นเหมือนกัน ขณะกำลังวิพากษ์ วิจารณ์นั่นเอง เสียงรมมี่ก็แทรกเข้ามาถามว่า

"เห็นเหมือนกันเหรอเจ๊" พอทั้งสองหันมา รมมี่ถามอีกว่า "ว่าไงเจ๊ฟรุตตี้กับพี่ปุ๊โกะเห็นใช่ป่ะ ว่าน้ำหวานเล่นผิดคิวจริงๆ"

ฟรุตตี้ลอยหน้าอูมๆ ออกท่าจนเนื้อกระเพื่อมบอกว่าเห็น! เห็นกระทั่งที่รมมี่เตี๊ยมกับน้ำหวานว่าให้หันขวา แต่พอเอาเข้าจริงน้ำหวานกลับหันซ้าย ปุ๊โกะพูดอย่างคนคร่ำในวงการว่าดาราใหม่ก็อย่างนี้แหละจำคิวไม่ค่อยได้ บอกรมมี่ว่าอย่าไปถือสาเลยรีบไปแต่งตัวดีกว่าเดี๋ยวบุ้งฝ่ายประสานงานกองถ่ายจะว่าเอา

พอฟรุตตี้กับปุ๊โกะเข้าข้างใน น้ำหวานก็เดินมาข้างหลัง รมมี่กระแทกไหล่อย่างแรงผ่านไปจนรมมี่ผงะหันมามอง น้ำหวานทำเชิดปั้นปึ่งใส่ไม่รู้ไม่ชี้ จนรมมี่งง ถามอย่างไม่พอใจว่าทำไมอยู่ๆก็มาเหวี่ยงใส่

น้ำหวานไม่ได้หวานอย่างอยู่ต่อหน้านักข่าวหรือผู้จัด หันขวับมาหน้าบึ้งใส่ย้อนเอาว่าถ้าตนจะเหวี่ยงใส่จริงๆ เมื่อกี้ตบแรงกว่านี้อีก รมมี่ฉุนขาดท้าว่าพูดแบบนี้มาตบกันเลยดีกว่า

ขณะทั้งคู่เผชิญหน้าเงื้อมือจะตบกัน ก็พอดีบุ้งมาตามน้ำหวานไปเปลี่ยนชุดจะได้ถ่ายฉากใหม่ น้ำหวานยิ้มหวานให้ บุ้งพูดเหมือนฟ้องว่าคงต้องแต่งหน้าก่อนเพราะรอยนิ้วมือยังแดงอยู่ รมมี่เลยถูกบุ้งตำหนิก่อนเดินไปว่า "คราวหลังจำคิวให้แม่นหน่อยนะรมมี่ เดี๋ยวนางเอกหน้าช้ำถ่ายต่อไม่ได้ยุ่งเลย"

บุ้งจูงมือน้ำหวานไป แต่น้ำหวานยังแอบหันมาเบ้ปากใส่รมมี่อย่างสะใจอีก จนรมมี่แสยะพึมพำ

"ร้ายจริงๆ...นังน้ำกรดราดสตรอเบอร์รี่!"

ooooooo

ที่ตลาดย่านชุมชน...อีกมิติหนึ่งของสังคม...

ผู้คนพลุกพล่าน เสียงร้องขายของระงม จ้อกแจ้กจอแจ บนถนนรถติดระนาว จราจรยกมือแหวกอากาศโบกรถมือเป็นระวิงแต่รถก็ยังอยู่กับที่

ที่นี่ มีแผงขายกล้วยทอดมันทอด แผงไม่ใหญ่แต่เสียงแม่ค้าแข่งกันเรียกลูกค้าแซดไปหมด

ที่แผง มีเหมย แต้ว ไม้ และกันต์ ทุกคนเป็นเด็กกำพร้าที่แม่กุ้งผู้มีเมตตารับมาเลี้ยง และช่วยกันทำมาหากินด้วยการขายกล้วยทอดมันทอดหาเงินยาไส้ไปวันๆ

ย่านนั้น มีสาวแสบชื่อพริ้งในวัยเดียวกับเหมย เป็นที่รู้กันว่าพริ้งชอบทำตัวเหมือนดารา แต่ใครๆดูแล้วก็รู้ว่าออกจะล้นๆไปหน่อย เดินผ่านแผงขายมันทอดกล้วยทอดของแม่กุ้งก็เบ้หน้าใส่ว่าขายของบ้านนอก ทีแรกเหมยฟังก็ขำๆ ว่าคนพูดช่างไม่ดูหนังหน้าตัวเองบ้างเลย

พริ้งหันแว้ดใส่ทันที "ทำไม หนังหน้าฉันมันเป็นยังไง? ฉันจะบอกอะไรให้" พลางกรีดนิ้วไล้ผิวที่แขน "ผิวฉันมาจากพม่า รูปหน้ามาจากยุโรป จมูกโด่งมาจากเกาหลี ส่วนปาก..."

"มาจากอีด่างข้างส้วม" เหมยพูดต่อให้

พริ้งกรี๊ดลั่นว่าเหมยด่าว่าตนปากหมา แล้วกระโจนเข้าใส่  เหมยหลบแว้บ  พริ้งโผนเข้าใส่อีก ทั้งสองทำท่าจะเล่นก็ไม่ใช่จะจริงก็ไม่เชิง  ชาวบ้านกับพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้นเลยพากันมามุงดูมุงเชียร์กันสนั่น

ปยุตรขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาเห็นคนมุงกันหนาขนาดนั้นเชื่อว่าต้องมีเรื่องแน่ๆ หยุดรถคว้ากล้องเข้าไปทันที เจอสองสาว กำลังจิกตบกันนัวเนีย ทันใดนั้นก็มีใครคนหนึ่งแหวกไทยมุงเข้ามาอย่างเอาเรื่อง

เขาคือพัน คนรักของพริ้งนั่นเอง พันมาในชุดมอเตอร์ไซค์วินถามว่าใครทำอะไรพริ้ง พอรู้ก็จะเข้าเล่นงานเหมย ครั้น เหมยถลกแขนเสื้อตั้งการ์ดถามว่าจะทำไม แค่นั้น พันก็เสียงอ่อยว่าเปล่า แล้วหันไปด่าพริ้งว่าแต่งตัวเหมือนลิงมาขโมยกล้วยในตลาด แล้วลากพริ้งออกไปท่ามกลางเสียงเฮสนั่นของไทยมุงที่รู้ๆกันอยู่ว่าใครเป็นใคร

ปยุตรพลอยยิ้มขำๆไปกับพวกไทยมุงด้วย นึกขำตัวเองว่าจะถ่ายรูปไปทำไมวะ?

แล้วก็มีเรื่องให้งงอีก เมื่อพันมือไวเดินผ่านถาดใส่ กล้วยทอดมันทอดก็คว้าหมับไปชิ้นหนึ่งกัดกินหน้าตาเฉย เหมย โวยวายบังคับให้จ่ายมา 5 บาท ค่าปรับคนขี้ขโมย พอพันยอมจ่ายเหมยก็เอาเงินไปเก็บ ทั้งยังผลักพันจนหัวทิ่มไปอีกด้วย ปยุตรมองท่าก๋ากั่นนักเลงของเหมยแล้วอดทึ่งไม่ได้

ooooooo

ที่แท้ ปยุตรเป็นลูกชายของไพรวัลย์นักข่าวสายบันเทิงของ "ไทยนิวส์" เขาเพิ่งกลับจากอเมริกาหลังเรียนจบ เป็นที่รักใคร่เอ็นดูของเฮียใหญ่ บก.ข่าวเพราะเป็นคนขยันไม่ถือตัวหนักเอาเบาสู้

ปยุตรกลับมาเจอพ่อกับเฮียใหญ่นั่งคุยกันอยู่จึงเอาเปเปอร์ให้ดู เฮียใหญ่ทำหน้างงๆเพราะเป็นภาพที่เหมยกับพริ้ง กำลังตบตีกันนัวเนีย ครู่หนึ่งเฮียใหญ่หัวเราะร่า พูดขำๆว่า

"ฮ่าๆๆ เป็นนักข่าววันแรกก็จะเปิดซิงด้วยข่าวแม่ค้าตบกันซะแล้ว เออเว้ย...เป็นนักข่าวบันเทิงหรือนักข่าวตระเวนกันแน่ฮึ" ปยุตรพูดแก้เกี้ยวว่าเจออะไรก็ถ่ายๆไว้ก่อน เฮียใหญ่ดูรูปอีกทีร้องอย่างพอใจว่า แต่...เฮ้ย...ยัยแม่ค้านี่ก็หน้าตาไม่เลวนะ"

ไพรวัลย์ย้ำกับลูกชายว่า "ยุตร...นาทีนี้ต้องเล่นแต่ข่าว นางเอกน้ำหวานมธุรสสิลูก ข่าวอะไรก็ได้ เพราะข่าวของน้ำหวาน มธุรสขายได้ทุกข่าว"

"งั้นเอาใหม่...ให้โอกาสแก้ตัว  ยุตรต้องไปกองถ่าย  น้ำหวานเขามีถ่ายละครวันนี้" เฮียใหญ่พูดอย่างเปิดโอกาสให้เต็มที่

ooooooo

แล้วก็เจอดีจนได้ เพียงแค่ปยุตรไปถึงหน้าคฤหาสน์ ที่ใช้ถ่ายละครเท่านั้นก็เจอเหตุการณ์ระทึกขวัญ เมื่อน้ำ-หวานขับรถมาจอด ปยุตรดีใจรีบยกกล้องขึ้นถ่ายโดยน้ำหวานไม่รู้ตัว พริบตานั้น มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งพุ่งปราดเข้ามา คนขี่มอเตอร์ไซค์ลงไปกระชากกระเป๋าถือน้ำหวานไปต่อหน้า เอากระเป๋าฟาดหน้าไปหลายที

ปยุตรเล่นบทพระเอกทันที วิ่งเข้าไปเตะคนขี่มอเตอร์ไซค์ ชกต่อยกันอึดใจเดียวปยุตรก็ถูกถีบท้องลงไปกองกับพื้น เสียงคนเอะอะวิ่งกันเข้ามา คนขี่มอเตอร์ไซค์คว้ากระเป๋าถือของน้ำหวานหนีไปทันที

ปยุตรเอามือกุมท้องลุกขึ้นเดินไปถามน้ำหวานอย่างเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอไม่ตอบแต่ร้องไห้โฮๆอย่างขวัญเสีย มดแดงวิ่งเข้ามา น้ำหวานวิ่งผ่านปยุตรไปหามดแดงร้องให้ช่วยด้วย

ครู่เดียวมดแดงก็พาน้ำหวานเข้าไปนั่งให้สัมภาษณ์ที่ กองถ่ายในคฤหาสน์ น้ำหวานยังร้องไห้อย่างขวัญเสียขวัญกระเจิงให้สัมภาษณ์อยู่ข้างๆมดแดง เล่าเหตุการณ์กระท่อน กระแท่นสลับกับเสียงร้องไห้

มดแดงที่นั่งอยู่ข้างๆก็ทำหน้าตระหนกบางครั้งก็พูดเสริมให้เหตุการณ์ดูน่ากลัวมากขึ้นเสนอจะพาน้ำหวานไปหาหมอ น้ำหวานเล่นบทนางเอ๊ก...นางเอก บอกว่าทุกคนตั้งใจมาทำงานอย่าเสียเวลาเพราะตนเลย ทำเอาพวกนักข่าวพากันฮือฮาชื่นชมกันสุดๆ

มีนักข่าวคนหนึ่งตั้งข้อสงสัยว่าคนร้ายแค่จะชิงทรัพย์สิน หรือมีอะไรมากกว่านั้น น้ำหวานเชื่อว่าแค่ต้องการชิงทรัพย์ แต่มดแดงกลับท้วงติงว่าใครจะมาชิงทรัพย์กันหน้ากองถ่าย มันต้องมีจุดประสงค์อย่างอื่นแต่ขอกระเป๋าไปเป็นของแถม แล้วตั้งข้อสังเกตว่า

"ดีไม่ดี พี่ว่าอาจมีก็คนแอบไม่พอใจน้ำหวานอยู่ก็ได้" พอน้ำหวานบอกว่าตนไม่มีศัตรูที่ไหน มดแดงก็ทำท่าไม่อยากพูดแต่ก็พูดว่า "ถ้าจะมีแต่รมมี่เรื่องผิดคิว แต่เมื่อวานก็เคลียร์กันไปแล้วนี่เนาะ ไม่น่ามีอะไร"

พอดีรมมี่เดินเข้ามา ทุกคนเลยหันมองเป็นตาเดียว พอรมมี่เดินไปที่รถของตัวเองนักข่าวก็กรูกันไปถาม ถูกเธอตอบเสียงสะบัดว่า

"พี่คิดได้ยังไงเนี่ย ว่ารมมี่จ้างคนมาตบน้ำหวาน เมื่อวานคนที่ผิดคิวคือน้ำหวานที่ตบรมมี่จนหน้าหัน"

พอถูกนักข่าวดักคอว่านี่ไงไม่พอใจเห็นอยู่ชัดๆ รมมี่ตาขวางใส่พูดอย่างไม่พอใจว่าถ้าจะทำตนจะทำเองไม่จ้างใครหรอกเพราะมันไม่ถูกใจ เมื่อนักข่าวพยายามแคะคุ้ยอีก รมมี่เหวี่ยงใส่ถามว่า

"จะให้มีเรื่องให้ได้ใช่ไหมพี่ มองหน้าไว้นะ ถึงจะขี้วีน ขี้เหวี่ยง แต่เรื่องปัญญาอ่อนแบบนี้ไม่ทำหรอก อีเดียต เสียเวลา" เหวี่ยงใส่นักข่าวแล้วสะบัดมาตะโกนบอกทีมงานว่า  "พี่...ได้เวลาถ่ายค่อยโทร.ตามแล้วกันนะ" ว่าแล้วขึ้นรถตะบึงพรืดไปเลย

พวกนักข่าวพากันวิพากษ์วิจารณ์กันมันปากถึงอาการเหวี่ยงของรมมี่ ปยุตรยืนดูสถานการณ์ยังงงๆกับเรื่องราวในวงการนี้ ส่วนด้านหลัง น้ำหวานแอบมองอยู่ เธอยิ้มอย่างพอใจพึมพำสะใจว่า

"รับรอง พรุ่งนี้เป็นข่าวใหญ่แน่"

น้ำหวานเดินเข้าข้างในไปแล้ว ไม่มีใครสังเกตเห็นเพราะมัวแต่มันกับการถ่ายรูปรมมี่ขับรถหนี

ooooooo

จริงอย่างคาด เพราะหนังสือพิมพ์เช้าวันรุ่งขึ้นต่างพาดหัวข่าวไปในทางเดียวกันหมดว่า

"น้ำหวานมธุรส ถูกดักตบ คาดมีหลายสาเหตุ"

เหมยอยู่ที่แผงขายของเห็นพาดหัวข่าวก็เบ้หน้าพึมพำอย่างสมเพชว่าแค่นี้ก็เอามาขึ้นหน้าหนึ่ง ป้าผ่องที่ขายของอยู่ข้างๆ อดพูดแขวะถึงพริ้งที่อยู่แถวนั้นไม่ได้ว่า

"ก็น้ำหวานเขาเป็นดาราดังนี่หว่า ลองนังพริ้งสิ หนังสืออาชญากรรมยังเมิน"

โดนว่าแบบนั้นมีหรือพริ้งจะนิ่งเงียบ ท้าว่าก็ลองดูซิ ถ้าโดนแบบนี้ผู้ร้ายหล่อขนาดโดมหรือเป้เสลอรับรองไม่ตบอย่างเดียว จะตบจูบ...ตบจูบให้ดู

แม่กุ้งเลยปรามว่ามัวแต่พูดเล่นกัน ถ้ามันเกิดกับตัวจริงๆไม่กลัวรึไง พริ้งตอบโดยไม่ต้องคิดว่ากลัว เพราะถ้าตนโดนคงไม่ชิงทรัพย์อย่างเดียวอาจแถมข่มขืนด้วย เหมย เลยเตือนเพื่อนว่ารู้อย่างนี้แล้วก็เลิกใส่เปิดโน่นเปิดนี่เสีย ขืนยังแต่งแบบนี้ต้องโดนเข้าสักวัน

"ทำไงได้วะ ก็ใจมันรัก ไม่แต่งอย่างนี้ก็ไม่มีความสุข"

ป้าผ่องฟังอยู่นานหมั่นไส้พริ้งนักเลยอยากให้พริ้งเจอจริงๆสักทีจะได้เข้าใจความรู้สึกของน้ำหวาน

"ป้าก็เอาไปเทียบกันได้ที่ไหน? นังพริ้งมันจะไปเข้าใจความรู้สึกของน้ำหวานได้ยังไง เขาออกจะผู้ดี บอบบาง ส่วนนังพริ้งของเราล่ำบึ้กเป็นอีถึกไถนาซะขนาดนั้น" เหมยพูดหน้าตาเฉย แต่เรียกเสียงฮากันตรึม มีคนเดียวที่ไม่มีอารมณ์ขันด้วยคือพริ้ง ลุกตบโต๊ะปัง แต่ไม่ทำอะไร

ปรากฏว่าหนังสือพิมพ์วันนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ปยุตรเป็นคนทำข่าวเองอ่านแล้วก็ทำหน้าปลงๆ ถามเฮียใหญ่ว่า คิดว่าสาเหตุเกิดจากอะไร เฮียใหญ่พูดอย่างจัดเจนในวงการว่า

"ก็น้ำหวานเขายังไม่ได้ไปแจ้งความเลย ยังสรุปไม่ได้ว่าน้ำหวานถูกทำร้ายเพราะอะไร หนึ่ง...จากแฟนละครที่ไม่ชอบหน้า สองอาจจะเป็นเพื่อนนักแสดงอิจฉา เพราะตอนนี้น้ำหวานดังเปรี้ยง สามอาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวที่เราไม่รู้ และสี่...ไปยาลใหญ่" พูดแล้วจ้องหน้าปยุตรทักล้อๆ "อ๊ะ...อ๊ะ...ยุตรอยากรู้มากใช่ไหมล่ะ"

ปยุตรบอกว่าให้คนอื่นตามดีกว่าเรื่องซับซ้อนแบบนี้ตนไม่ถนัด ก็ถูกเฮียพูดจริงจังขึ้นว่า

"เฮียรู้ว่ายุตรไม่ชอบอะไรแบบนี้ แต่นี่ล่ะ...มันคือชีวิตจริง  น้ำเน่าซับซ้อนยิ่งกว่าละครทีวี  ที่สำคัญชาวบ้านช้อบ...ชอบ แน่นอนมันไม่ได้มีอะไรเสียหายนี่มีแต่ได้กับได้ น้ำหวานได้ ค่ายละครได้ ยิ่งถ้ารู้ว่าทำไมน้ำหวานถึงถูกดักตบ เรายิ่งได้เข้าไปใหญ่ และถ้ายุตรหาความจริงได้ว่าทำไมน้ำหวานถึงถูกดักตบ ก็เท่ากับยุตรผ่านด่านการเป็นนักข่าวบันเทิงได้อย่างฉลุย"

ปยุตรฟังแล้วทำหน้าหนักใจ เฮียใหญ่เสนอปมให้ไปคุ้ยต่อว่า

"ลองตามรมมี่ดูสิ เฮียว่า น่าสนนะ คนเขาก็เม้าท์กันไม่ใช่เหรอว่า รมมี่อาจจะอยู่เบื้องหลังน่ะ"

ooooooo

รมมี่อ่านข่าวหนังสือพิมพ์อยู่ที่บ้าน  เธอขว้างหนังสือพิมพ์ทิ้งอย่างฉุนเฉียว จนอำภาผู้เป็นแม่ถามว่าเหวี่ยงอะไรแต่เช้า พอรมมี่บอกว่าหนังสือพิมพ์ลงข่าว ไปได้ยังไงว่าตนจ้างคนไปตบน้ำหวาน

อำภาหัวเราะขำๆ บอกว่าเพราะคนเขาติดภาพนางร้ายในละครน่ะสิ รมมี่เสียงเขียวถามว่า "ทำไม เล่นละครเป็นนางร้าย แล้วตัวจริงต้องร้ายอย่างนั้นเหรอแม่" เลยถูกอำภาเสียงเขียวยิ่งกว่าแว้ดว่า

"แกก็เป็นซะอย่างนี้ จะไม่ให้คนเขาคิดว่าเป็นแกได้ยังไง ดู...ดู๊...ขนาดฉันเป็นแม่แกยังมาทำเสียงเขียวใส่ อีกหน่อยอย่าว่าแต่ข่าวมีเรื่องกับยัยน้ำหวานเลย แกอาจจะมีข่าวตบฉันขึ้นโรงพักก็ได้"

รมมี่ทำหน้าทะเล้นถามว่าแค่ตบเองเหรอ อย่างตนมันต้องตบจูบ...ตบจูบ ว่าแล้วก็เข้าไปกอดแม่หัวเราะขำๆ บอกรักแม่ อำภาเลยหัวเราะขำไปด้วย บอกลูกว่า "แม่ก็รักแก แต่อารมณ์ขึ้นๆลงๆวีนๆเหวี่ยงๆน่ะ เพลาๆลงหน่อยรมมี่เอ๊ย"

"หนูวีนที่ไหน หนูก็แค่เป็นคนปากกับใจตรงกันเท่านั้น รู้สึกยังไงก็พูดอย่างนั้น"

"แต่ก็ไม่จำเป็นต้องพูดหมดนี่...เราอยู่ในสังคม มันต้องคิดถึงใจเขาใจเรา"

"แม่ก็ดูข่าวแต่ละข่าวสิ จะไม่ให้หนูปรี๊ดแตกได้ยังไง โดยเฉพาะข่าวยัยน้ำหวาน คิดได้ยังไงว่าหนูจ้างคนไปตบ"

"แม่อ่านเนื้อข่าวแล้วไม่เห็นมีอะไร เขาก็แค่พาดหัวข่าวให้น่าสนใจไปอย่างนั้นแหละ แกอย่าคิดมากให้เสียอารมณ์เลย เดี๋ยวอีกหน่อยก็รู้เองล่ะว่า ทำไมยัยน้ำหวานถึงถูกดักตบ เรื่องอย่างนี้ปิดไม่มิดหรอก"

ooooooo

ที่ทางเปลี่ยวในมุมมืด พริมาแม่ของน้ำหวานนั่งซุ่มอยู่ในรถ เธออำพรางใบหน้าด้วยผ้าคลุมผมและแว่นตาอันโต ครู่หนึ่งประชาคนขี่มอเตอร์ไซค์ที่ไปดักตบน้ำหวานที่หน้ากองถ่ายก็ขี่รถเข้ามาเทียบ พริมาเลื่อนกระจกลงยื่นซองให้ ประชารับไปเปิดนับเงินในซองแล้วบอกว่า "ครบครับคุณนาย"

"แหม...ครบสิยะ จะไม่ครบได้ไง เอาเงินฉันไปแล้วก็หุบปากเสียด้วย อย่าพูดอะไรกับใคร ตอนนี้พวกนักข่าวยิ่งอยากรู้ว่าทำไมแม่น้ำหวานมธุรสถึงถูกดักตบ" พอประชารับคำ พริมาสบถ "สมน้ำหน้า! แย่งผัวชาวบ้านมันต้องเจอแบบนี้" แล้วขับรถออกไปอย่างเร็ว

ประชามองตามแววตาเจ้าเล่ห์เมื่อคิดอะไรออก...

ooooooo

เมื่อพริมากลับถึงบ้าน น้ำหวานที่รออยู่วิ่งออกมารับถามแม่ว่าเรียบร้อยไหม พริมาตอบอย่างสะใจว่าเรียบร้อย ย้ำชัดว่า

"แม่พูดซะชัดว่าแกน่ะเป็นเมียน้อย รับรองไอ้นั่นมันต้องวิ่งแจ้นไปบอกนักข่าว"

พฤกษ์ผู้เป็นพ่อนั่งอยู่ด้วยหัวเราะในลำคอพูดอย่างรู้ทันการทำงานว่าแน่นอนอยู่แล้ว เพราะนักข่าวตั้งค่าหัวเอาไว้ว่าใครมีเบาะแสเรื่องน้ำหวานถูกตบให้รีบแจ้ง พริมาสะใจกว่ามั่นใจว่า

"แม่ว่า พรุ่งนี้ข่าวแกเป็นเมียน้อยดังแน่" น้ำหวานถามว่าหมายความว่าตนจะดังกว่าเดิมใช่ไหม "แน่นอน...ข่าวดีข่าวฉาวขอให้เป็นข่าวเถอะ ดังแน่ๆ"

"เพราะฉะนั้น แกต้องฉวยโอกาสนี้โกยเงินจากวงการมาให้ได้มากที่สุด อย่าลืมว่าพ่อกับแม่กำลังต้องการความช่วยเหลือจากแกอยู่ หนี้พนันของแม่แกน้อยอยู่ที่ไหนล่ะ" พฤกษ์ย้ำกับลูกสาว ทำเอาพริมาร้อนตัวแย้งว่าตนคนเดียวที่ไหน เขาเองก็บินไปบ่อนแทบทุกอาทิตย์

"เอาเถอะไม่ต้องห่วง น้ำหวานไม่ปล่อยให้ครอบครัวเราล้มละลายแน่ แต่ถึงจะล้ม เราก็ต้องล้มบนฟูก รอให้ข่าวออกมาก่อนเถอะ น้ำหวานจะเดินสายโชว์ตัว ออกงานอีเวนต์โกยเงินไม่อั้นเลย"

สามพ่อแม่ลูกต่างกระหยิ่มยิ้มย่องกับแผนการที่วางไว้เป็นขั้นตอน พฤกษ์ชูแก้วชวนฉลองกันล่วงหน้า พริมาร้อง

"เชียร์ส..."

ooooooo

ป้าผ่องคลั่งไคล้ดาราไม่แพ้พวกวัยรุ่น  ป้าแกรักและสงสารน้ำหวานมากที่ถูกดักตบ  ขนาดเหมากล้วยทอดกับมันทอดจากเหมยให้เอาไปเยี่ยมน้ำหวาน  เหมย ไม่รังเกียจแต่เตือนสติป้าผ่องว่าเราเองก็ยากจนทำงานหาเช้ากินค่ำเก็บไว้กินเองดีกว่า พวกดาราเขารวยกว่าเราตั้งเยอะอยากกินเขามีเงินซื้อถมไป

ถึงพริ้งจะล้นๆแต่ก็มีความคิดเห็นด้วยกับเหมย   แต่ป้าผ่องแกมีใจแน่วแน่ขอร้องเหมยให้ช่วยเอาไปเยี่ยมน้ำหวานที สุดท้ายเหมยเห็นใจเลยรับปาก ป้าผ่องเอาหนังสือพิมพ์ให้ดูบอกว่าในข่าวลงว่าวันนี้น้ำหวานจะไปถ่ายละครตรงนี้ พลางชี้ให้ดู

"ไปเถอะพี่เหมย เดี๋ยวแต้วเฝ้าร้านกับแม่เอง พี่พริ้งไปเป็นเพื่อนพี่เหมยเขาหน่อยสิ"

แม้พริ้งจะโวยวายว่าตนเกี่ยวอะไรด้วย แต่ก็ยอมไปเป็นเพื่อนเหมย

ooooooo

วันต่อมา หนังสือพิมพ์ก็พาดหัวต่อจากวันก่อนว่า "บุกตบน้ำหวาน เหตุเป็นเมียน้อย"

น้ำหวานเลยถูกนักข่าวมารุมสัมภาษณ์ เธอบีบน้ำตาเป็นเผาเต่าปฏิเสธว่าไม่เคยเป็นเมียน้อยใครและไม่เคยคิดจะแย่งของของใคร มดแดงก็สาระแนเสริมว่าพ่อแม่น้ำหวานเป็นคนมีฐานะจะทำอย่างนั้นได้ยังไง พอนักข่าวซักไซ้มากเข้า น้ำหวานก็อ้างทั้งน้ำตาว่า

"น้ำหวานเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก น้ำหวานไม่รู้จักใครหรอกค่ะ  วันๆนอกจากกองถ่าย  น้ำหวานก็อยู่กับคุณพ่อคุณแม่" น้ำหวานร้องไห้โฮเหมือนลูกแหง่ที่ไร้เดียงสา มดแดงก็เล่นบทพี่เลี้ยงปลอบประโลมน้ำหวานแล้วขอร้องนักข่าวให้ เลิกถามเรื่องนี้เพราะน้ำหวานเจอข่าวไม่ดีทุกวันจนขวัญเสียหมดแล้ว

น้ำหวานพูดทั้งน้ำตาว่าท้อใจมากอาจจะออกจากวงการไปเลยก็ได้จะได้ไม่มีข่าวฉาวๆอีก บรรดาแฟนๆที่มาให้กำลังใจและนักข่าวพากันร้องขอเสียงแซดว่า "อย่าออกไปเลยนะคะ"

ขณะนั้นเอง บุ้งเดินนำบรรดาแฟนๆที่มาให้กำลังใจน้ำหวานพร้อมของฝากทั้งดอกไม้และผลไม้ ต่างแสดงความเห็นใจและให้กำลังใจน้ำหวาน มีแต่ปยุตรเท่านั้นที่มองอย่างคลางแคลงใจว่าช่างเหมือนละครจริงๆ

มดแดงเอ่ยขอตัวกับแฟนๆว่า ต้องพาน้ำหวานไปหาหมอ เพราะมีปัญหาเรื่องจมูกที่ถูกคนร้ายตบ น้ำหวานอ้อนแฟนละครว่า มัวแต่ถ่ายละครไม่มีเวลาเลย แล้วขอตัวไปอย่างแสนเสียดาย

รมมี่ยืนมองอยู่ห่างๆ เบ้หน้าอย่างหมั่นไส้ พึมพำ "แค่นี้ต้องหาหมอ...แหวะ!"

ส่วนเหมยกับพริ้ง หิ้วถุงกรอบแกรบใส่กล้วยทอดมันทอดของป้าผ่องมาเยี่ยมน้ำหวาน ยืนคอยกันจนขาแข็ง กล้วยกับมันทอดเหี่ยว  น้ำหวานก็ยังไม่ออกมา  แต่ทั้งสองก็อดทนเพื่อป้าผ่อง

ooooooo

ตอนที่ 2

พอออกมาพ้นสายตานักข่าว กิริยาท่าทางของน้ำหวานก็เปลี่ยนเป็นคนละคน เธอพูดกับมดแดงด้วยน้ำเสียงกระด้างหน้าบึ้งตึงว่าเราแยกกันตรงนี้เลย มดแดงถามว่าไม่ไปหาหมอแล้วหรือ น้ำหวานตอบเสียง กระชากว่าตนไปเองได้ ครั้นมดแดงเซ้าซี้ก็ถูกตวาด ตะคอกจนต้องหยุดไปเอง

แยกจากมดแดงแล้วน้ำหวานก็โทรศัพท์ถึงมิ้นต์ชวนไปช็อปปิ้งกัน เดินไปคุยไปอย่างอารมณ์ดี

เหมยกับพริ้งดีใจที่เห็นน้ำหวานออกมา เหมยกำชับพริ้งว่าอย่าลืมถ่ายรูปไปฝากป้าผ่องด้วย เพราะป้าผ่องเขารักเขาชอบของเขา แล้วเหมยก็เดินอ้าวไปหาน้ำหวานพลางเรียก

น้ำหวานหันมานิดหนึ่งมองเหมยผ่านๆ ยังคงคุยโทรศัพท์ต่อ พริ้งรีบเข้าไปถ่ายรูปด้วยมือถือไม่ยั้ง

"คุณน้ำหวานคะ ป้าผ่อง เอ่อ...แฟนคลับของคุณเขาอยากให้กำลังใจคุณ เลยฝากกล้วยทอดมาให้ค่ะ" เหมยทำเสียงอ่อนพูดหวาน

น้ำหวานแค่เหลือบมอง อีกมือรับถุงกล้วยแขกแล้วเดินคุยโทรศัพท์ไปเลย เหมยกับพริ้งมองเหวอเห็นน้ำหวานเปิดประตูรถ แต่ยังคุยโทรศัพท์อยู่ ทำไม่ถนัดถุงกล้วยแขกเลยหลุดมือตกอยู่ข้างรถ เธอไม่สนใจขึ้นรถได้ก็ขับออกไปทันที กล้วยแขกที่ป้าผ่องฝากมาเลยถูกทับบี้แบน

"เฮ้ย! คุณ ทำยังงี้ได้ไงวะ?" เหมยทั้งตกใจทั้งโมโหจนน้ำตาคลอ เดินไปหยิบถุงกล้วยแขกที่ถูกทับจนบี้แบนขึ้นมาดูสบถ "บ้าเอ๊ย!"

ส่วนพริ้งพูดย่างสมเพชว่าคงคิดว่าแค่กล้วยแขกราคาถูกมั้งเลยไม่สนใจ เหมยแย้งว่าจะถูกจะแพงมันก็คือน้ำใจ โดยเฉพาะน้ำใจของคนที่ชอบตัวเอง พริ้งยิ้มแหยๆ ถามว่าแล้วรูปนี่จะทำยังไง

"ลบทิ้งไปเลย จะเก็บไว้ทำไมให้เป็นเสนียด!"

ไม่ไกลจากตรงนั้นนัก ปยุตรยืนดูอยู่ตั้งแต่แรก เขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เมื่อขี่มอเตอร์ไซค์กลับช้าๆ เขาคิดเปรียบเทียบภาพน้ำหวานที่อยู่ต่อหน้านักข่าวกับที่ทำกับเหมยและพริ้ง แล้วก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมสองภาพของคนเดียวกันจึงต่างกันลิบลับ

ooooooo

เมื่อกลับไปเล่าให้เฮียใหญ่ฟังที่ "ไทยนิวส์" เฮียใหญ่ฟังแล้วบอกเขาว่า

"เฮียยังไม่ฟันธง คอนเฟิร์มอะไรทั้งนั้นนะว่าความจริงคืออะไร เฮียเองก็ยังไม่ค่อยรู้จักน้ำหวาน อย่างที่รู้เขาเป็นนางเอกใหม่ที่ดังเปรี้ยงชั่วข้ามคืน หึๆ ยุตรไม่เคยเจออะไรแบบนี้ก็อาจจะมึนนิดหน่อย แต่เฮียบอกได้เลยที่ยุตรเห็นน่ะมันสิวๆ"

"สิวๆ" ปยุตรทำหน้าแปลกใจ

"ฮื่อ...สิวๆ ในโลกนี้มันมีอะไรแปลกๆอีกเยอะ ไม่ใช่ แค่วงการนี้หรอกนะ ทุกที่มันก็มีทั้งคนดีคนชั่วคนมั่วปนๆกันไปทั้งนั้น เอาเป็นว่าเรารอดูกันดีกว่า"

"แต่ผมสงสารคนที่เขาเอาขนมมาให้น้ำหวาน เขาจะรู้สึกยังไงเมื่อดาราที่เขารักเขาชอบทำกับเขาแบบนี้" ปยุตรทำหน้าคิดไม่ตก

ooooooo

ทั้งเหมยและพริ้งต่างกลับมาอย่างเซ็งๆ พริ้งถามเหมยว่าจะให้ลบรูปทิ้งจริงๆหรือ ถูกเหมยที่ยังหงุดหงิดอยู่ถามว่าพูดภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไงไม่ต้องพูดซ้ำ พริ้งเลยเงียบแต่คิดไปคิดมาตัดสินใจไม่ลบรูปทิ้ง

เมื่อไปเจอป้าผ่องที่แผงขายอาหารตามสั่ง ป้าถามยาวพรืดว่าเจอหนูน้ำหวานไหม เป็นไงมั่ง หายตกใจรึยัง แล้วตัวจริงสวยไหม น่ารักไหม จนเหมยต้องขอให้ถามทีละข้อ เอาที่อยากรู้ที่สุดก่อน

"หนูน้ำหวานชอบขนมที่ป้าฝากไปให้ไหม" ป้าผ่องมองลุ้นรอคำตอบที่ชื่นใจ

เหมยมองป้าผ่องอย่างสงสารฝืนยิ้มตอบอ้อมแอ้มว่า ชอบมากกินเอ๊ากินเอาจนติดคอ ป้าผ่องบ่นตัวเองว่าน่าจะฝากน้ำไปด้วยจะได้กินน้ำกลั้วคอ แล้วหัวเราะชื่นอกชื่นใจ ชมว่าน่ารักจริงๆ ไม่รังเกียจคนจนอย่างตน จ้องถามอย่างใจจดจ่อว่าแล้วรูปล่ะ ได้ถ่ายรูปมาให้ป้าไหม

คราวนี้ทำเอาเหมยอึ้งแล้วทำเป็นโมโหโทษว่าพริ้งลืม ป้าผ่องมองตาค้างอย่างผิดหวังมาก แล้วพูดประชดว่าพรุ่งนี้จะไปเหมาปลาที่มหาชัยมาให้กิน พริ้งจะได้ฉลาดขึ้น บ่นอุบอิบ

"ไม่ได้เรื่องอะไรกลับมาเล้ย คอยดูเถอะ เจอหน้าฉันจะจัดการให้น่าดูเลยนังพริ้ง ฮึ่ยๆ.."

พอป้าผ่องเดินกลับไปที่แผงตัวเอง แต้วถามเหมยว่า มีอะไรรึเปล่า เหมยได้แต่ทำหน้าไม่สบายใจ จนเมื่อกลับไปที่บ้านเช่า ขณะช่วยกันทำความสะอาดเก็บข้าวของที่เอามาจากแผง เหมยจึงเล่าให้แต้ว กันต์ กับไม้ฟัง ทั้งสามพลอยไม่พอใจ ไม้พูดอย่างเหยียดหยันว่า

"นี่แหละเขาถึงเรียกว่าวงการมายา ไม่มีอะไรจริงซักนิด" พอเหมยแย้งว่าปลาเน่าตัวเดียวอย่าเหมาทั้งข้อง ไม้ก็ยังยืนยันว่า "มันก็จริง แต่เราจะรู้ได้ยังไงว่าใครดีใครร้าย ผมเห็นยัย น้ำหวานอะไรนั่นเวลาออกจอก็สตรอสุดๆ"

แต้วค้อนไม้หาว่าปากจัด ไม้เถียงว่าตนพูดความจริงต่างหาก เหมยเลยตัดบทว่าให้ดูกันต่อไป ดูว่าจะมีอะไรโผล่ขึ้นมาอีกหรือเปล่า ของอย่างนี้ปิดกันไม่มิดหรอก

พวกลูกๆมัวแต่คุยกัน แม่กุ้งออกมาเตือนอย่างเอ็นดูว่า มัวแต่ดูคนอื่นไม่สนใจดูตัวเองบ้างรึไง ไม่หิวกันบ้างเหรอ ทุกคนเลยยิ้มแหยๆกัน แม่กุ้งบอกว่าไม่ต้องสนใจคนอื่นหรอก รีบทำงานจะได้มากินข้าวกันเดี๋ยวกับข้าวจะเย็นเสียหมด

ทั้งสี่รับคำแล้วรีบเก็บข้าวของ แม่กุ้งยิ้มอย่างเอ็นดู ทุกคนมีความสุขในบ้านหลังเก่าซอมซ่อจะพังมิพังแหล่หลังนั้น

ooooooo

น้ำหวานไปหาหมอวาทิศในตอนกลางคืน หมอวาทิศเป็นหมอที่ช่วยทำศัลยกรรมให้น้ำหวานจนหน้าสวยเด้งอย่างทุกวันนี้ หมออดที่จะเอารูปเก่าของน้ำหวานกับรูปหลังทำศัลยกรรมมาดูเทียบกันอย่าง ภูมิใจในฝีมือไม่ได้ ทั้งที่น้ำหวานบอกหลายครั้งแล้วว่าให้ทำลายรูปเก่าให้หมด เพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าตนทำศัลยกรรมสร้างภาพว่าที่เห็นนี่เป็นของจริงสวย ตามธรรมชาติ

น้ำหวานทำศัลยกรรมกับหมอวาทิศจนมีสัมพันธ์กันลึกซึ้ง คืนนี้น้ำหวานมาเพื่อให้หมอช่วยทำหน้าให้เพราะจะไปเปิดตัวสบู่ตัวใหม่ แม้หมอจะบอกว่าเธอสวยอยู่แล้ว แต่เมื่อน้ำหวานบอกว่าอยากสวยกว่านี้หมอจึงตามใจจัดให้

ระหว่างหมอออกไปสั่งคนข้างนอกไม่ให้ใครเข้ามา รบกวนในห้องนั้น น้ำหวานเห็นรูปเก่าของตัวเองวางคว่ำอยู่ก็เอามาฉีกทิ้งอย่างไม่พอใจ พอหมอกลับเข้ามาก็ต่อว่าเล็กน้อยแล้วอ้อนว่า

"วันนี้หมอทำให้น้ำหวานสวยๆนะคะ แล้วน้ำหวานจะตอบแทนหมออย่างถึงใจเลยล่ะค่ะ"

อ้อนอ่อยกันขนาดนี้แล้วมีหรือที่หมอจะไม่ทำให้ ดังนั้น ไม่ว่านวดหน้า ยิงเลเซอร์ ฉีดโบท็อกซ์ ฉีดลดไขมันที่แก้มยกกระชับใบหน้า นวดเนื้อตัว หมอจึงระดมทำทุกอย่างให้ด้วยมือตัวเอง ภายในห้องส่วนตัวที่ห้ามใครมารบกวน

ooooooo

ในงานเปิดตัวสบู่ตัวใหม่นี่เอง เหมยที่ทำทุกอย่างที่บริสุทธิ์ไม่เสียหายเพื่อหาเงินมาช่วยแม่กุ้งไปเป็นแดนเซอร์ในงาน ส้มที่ไปด้วยบ่นว่าชุดโป๊ชะมัด เหมยพูดปลงๆให้ส้มทำใจว่า

"ทำไงได้ล่ะ เราต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เอาน่าทนได้ ทนไป ไอ้เรามันไม่ใช่นางเอก เลือกได้ที่ไหนล่ะ" ว่าแล้วก็พยายามดึงโน่นจับนี่ป้องกันไม่ให้โป๊เกินไป

งานนี้ นอกจากน้ำหวานแล้ว รมมี่ก็ได้เป็นแขกรับเชิญด้วย ทั้งสองแต่งตัวอกเสื้อเว้ากันเต็มที่ด้วยความเต็มใจตั้งใจโชว์

ทั้งคู่มีปากเสียงกันอีก เมื่อน้ำหวานบอกช่างให้ช่วยแต่งกลบรอยช้ำที่หน้าที่ถูกรมมี่ผิดคิวด้วย รมมี่เลยแฉว่ารอยนั้นหายไปนานแล้วนี่เป็นรอยใหม่ที่เมียหลวงจ้างคนมาดักตบ มากกว่า

ถูกรมมี่ว่าเอาตรงๆ น้ำหวานก็เล่นบทนางเอกผู้อ่อนโยนไร้เดียงสาน้ำตาคลอต่อว่ารมมี่ว่ารู้อยู่ ว่าไม่จริงแล้วมาตอกย้ำทำไม ตนก็แค่แซวเล่นเท่านั้นเอง

"แน่ใจว่าอยากแซวเล่น? คนอื่นอาจไม่รู้จัก แต่ฉันรู้จักเธอดีว่าจริงๆแล้วเธออยากดิสเครดิตฉันที่เล่นผิดคิว" พอน้ำหวานปฏิเสธก็ถูกรมมี่ด่าว่าไม่ต้องมาแอ๊บนางเอก สตรอมันก็คือสตรอ ว่าแล้วลุกเดินออกไปเลย ทำเอาทุกคนในห้องแต่งตัวมองกันตาค้าง

น้ำหวานยึดเวทีนี้ทันทีอ้อนว่าตนไม่ได้ตั้งใจว่ารมมี่จริงๆ แค่อยากแซวเล่นเท่านั้น พวกช่างหน้าช่างผมกับทีมงานเลยพากันเห็นอกเห็นใจน้ำหวาน ถามว่าขึ้นเวทีไหวไหม

"ไหวค่ะ สำหรับน้ำหวาน งานยังไงก็เป็นงาน เดอะโชว์ มัสต์โกออนค่ะ"

แค่นั้น น้ำหวานก็โกยคะแนนชื่นชมไปเต็มๆ

ooooooo

ในงานนี้เอง พวกเหมยที่เป็นแดนเซอร์ก็ได้เห็นถึงค่าของคนที่แตกต่างกันในวงการอย่างช้ำใจ เมื่อพวกเหมยที่เต้นกันจนลิ้นห้อยแต่ไม่อยู่ในสายตาใครเลย เดินลงเวทีถูกน้ำหวานชนจนตกบันไดก็ไม่มีใครสนใจ ทุกคนพะเน้าพะนอแต่คนดัง ยกยอปอปั้นกันราวกับล่องลอยลงมาจากฟากฟ้า

เมื่อพิธีกรสัมภาษณ์น้ำหวานถามถึงวิธีบำรุงผิว เธอตอบตามสูตรทั่วไปว่าต้องกินอาหารที่มีประโยชน์กินผักผลไม้มากๆ และที่สำคัญต้องใช้สบู่บำรุงผิวยอดนิยมตัวใหม่ที่เธอใช้อยู่

เมื่อพิธีกรถามถึงการทำศัลยกรรม เธอยืนยันว่าไม่เคยทำเลย ทำหน้าแอ๊บแบ๊วตอบเสียงใสว่า

"ไม่เคยค่ะ อายุน้ำหวานแค่นี้เอง ไม่จำเป็นต้องโบท็อกซ์ หรอกค่ะ ลิฟต์อัพก็ไม่เคย"

พิธีกรสรุปให้เธอว่าทุกอย่างสวยตามธรรมชาติ แล้วกล่าวต้อนรับรมมี่แขกรับเชิญของรายการ พิธีกรถามด้วยคำถามเดียวกัน รมมี่ตอบในเรื่องอาหารเช่นเดียวกับน้ำหวาน แต่เรื่องทำศัลยกรรมนั้น เธอตอบตรงๆ อย่างผ่าเผยว่า

"ถามตรงๆ ก็ตอบตรงๆ ไม่ต้องแอ๊บ เป็นผู้หญิงเนาะมันก็ต้องมีขัดผงขัดผิว นวดหน้านวดตัวกันบ้าง" พอพิธีกรถามถึงหน้าตาว่าใช้โบท็อกซ์ลิฟต์อัพบ้างไหม เธอตอบอย่างไม่ลังเลว่า "ก็ต้องมีบ้าง รมมี่ว่ามันไม่ได้เสียหาย อย่างน้อยเราก็รู้จักดูแลตัวเอง"

พิธีกรย้ำว่าเธอยอมรับ รมมี่บอกว่า ปากกับใจตนตรงกันรุ่นนี้ไม่ต้องแอ๊บไม่ต้องสร้างภาพ

ทันใดนั้นมีป้าคนหนึ่งที่อยู่หน้าเวทีตะโกนด่ารมมี่แล้วขว้างเปลือกทุเรียน ใส่ โดนหน้ารมมี่เต็มๆจนเธอล้มเลือดโชกหน้า ปยุตรอยู่หน้าเวทีเขากระโจนไปรวบตัวป้าคนนั้นไว้ แต่ป้าคนนั้นก็ยังดิ้นรนร้องตะโกน "วันนี้นังมารร้ายรมมี่มันต้องตายแน่"

ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างตะลึงตกใจ มีแต่น้ำหวานที่ทำหน้าตื่นกลัวแต่ในใจสะใจนัก!

ooooooo

รมมี่ต้องเข้าโรงพยาบาลเป็นการด่วน ป้าคนขว้างเปลือกทุเรียนถูกรวบตัวไปโรงพัก เหมยกลับมาถึงบ้านเล่าเหตุการณ์ให้น้องๆฟัง แต้วตั้งข้อสังเกตว่า สงสัยป้าคนนั้นจะดูละครมากไปหน่อยเลยเกลียดรมมี่ ไม้นิ่งฟังอยู่นานพูดอย่างสมเพชว่า

"นี่ล่ะโทษของละครน้ำเน่า ทำให้ประชากรของประเทศหมกมุ่นอยู่แต่กับเริองไร้สาระจนแยกไม่ออกว่าอันไหนละคร อันไหนชีวิตจริง"

กันต์ถามเหมยว่าเห็นแบบนี้แล้วยังอยากเป็นดาราอยู่หรือเปล่า เหมยตอบอย่างมั่นใจว่าอะไรได้เงินก็อยากทั้งนั้น เพราะอยากแบ่งเบาภาระของแม่กุ้ง

แม่กุ้งปลอบใจว่า แม่กุ้งยังไหว อะไรที่ทำให้ลูกๆมีความสุขได้แม่กุ้งทำได้ทั้งนั้นเพราะทุกคนเป็นลูกแม่ มองหน้าทีละคนบอกลูกๆว่า "จำไว้นะ...ทุกคนเป็นลูกแม่" ทุกคนเลยเข้าไปกอดแม่กุ้งบอกรักแม่กุ้ง ต่างยิ้มกันอย่างมีความสุขตามอัตภาพ

ooooooo

ปยุตรโทร.ไปเล่าเรื่องให้เฮียใหญ่ฟัง  สรุปว่ารมมี่ ต้องเย็บเกือบยี่สิบเข็ม ส่วนป้าที่ปาเปลือกทุเรียนนั้นเขาพูดกันว่าไม่ใช่แฟนละครแต่ดูจะมีเงื่อนงำบางอย่าง พอดีเหลือบไปเห็นที่โรงพักมีการเคลื่อนไหว  ปยุตรเลยขอเลิกสายวิ่งไปดู

ป้าคนนั้นถูกตำรวจสอบปากคำหนักเข้าก็ยอมรับว่าตนรับจ้างรมมี่มาปาเปลือกทุเรียนใส่หน้าตัวเอง

ทุกคนที่ไปตามข่าวต่างพากันอึ้ง โดยเฉพาะปยุตร แต่เมื่อพากันไปสัมภาษณ์รมมี่ ถามว่าจริงไหมที่ป้าคนนั้นบอกว่าเธอจ้างมาปาเปลือกทุเรียนใส่หน้าตัวเอง แล้วตั้งแง่ถามว่าเธอทำเพราะอยากดังกว่านํ้าหวานหรือเปล่า ทำเอารมมี่ฉุนขาด ตวาดถามว่า

"ตกลงพี่จะให้รมมี่ยอมรับให้ได้ใช่ไหม"

อำภาช่วยแก้สถานการณ์บอกว่ารมมี่เจ็บแผลเลยหงุดหงิด  ขอโทษแทนลูกสาวด้วยแล้วขอให้รมมี่พักผ่อนก่อน กระนั้นก็ยังมีคำถามยิงเข้ามาว่า "จะหายหรือเปล่า", "ต้องศัลยกรรมรึเปล่า" จนรมมี่ทำท่าจะเหวี่ยงใส่ ปยุตรเลยเข้าไปตัดบทว่า

"โอเค คุณรมมี่พักผ่อนเถอะ พวกเราไม่กวนแล้ว" พลางหันไปทางนักข่าว "ไปเถอะ พวกเรากลับกันก่อนเถอะ" พูดแล้วเดินนำไป บางคนที่ทำท่าลังเลเลยต้องเดินตามไปด้วย

พอออกมาข้างนอก ปยุตรถูกนักข่าวด้วยกันต่อว่าว่าไม่น่ารีบออกมา เพราะพวกเรายังไม่ได้ข่าวอะไรเลย ปยุตร อ้างว่ารมมี่เองก็บอกแล้วว่าไม่ได้จ้างคนเอาเปลือกทุเรียนมาปาหน้าตัวเอง

"โห...ยุตร นายนี่มันอ่อนว่ะ พวกดาราน่ะแผนสูงจะตาย ไอ้ที่ทำเหวี่ยงๆปฏิเสธ เอาเข้าจริงเรื่องจริงทั้งนั้น" นักข่าวคนหนึ่งบ่น  พอปยุตรถามว่าถ้าเธอทำจริงเธอจะปฏิเสธทำไม  ก็ถูก นักข่าวคนนั้นสวนไปว่า "แล้วถ้าเขาทำ เขาจะยอมรับทำไม"

ปยุตรนิ่งไปงงๆ คิดไม่ถึงตามไม่ทันกับความซับซ้อนนี้เฮียใหญ่ที่ติดตามมาตลอดพูดต่อจากนักข่าวคนนั้นขำๆว่า "ของอย่างนี้นะยุตร บางทีถ้าจับไม่มั่นก็คั้นไม่ตาย"

ooooooo

ที่โถงกลางคอนโดฯนํ้าหวาน สามคนพ่อแม่ลูกพากันคุยอย่างสะใจที่ทำหน้ารมมี่จนยับเยินต้องเย็บเกือบยี่สิบเข็ม  พฤกษ์ถามลูกสาวว่างานนี้เล่นแรงไปหน่อยรึเปล่า นํ้าหวานพูดอย่างไม่สะใจว่าน้อยไปด้วยซํ้า

พริมากับนํ้าหวานพากันกระหยิ่มที่แผนการสำเร็จและ ก็ไม่กลัวใครจะสาวมาถึงด้วย เพราะพริมาเป็นคนไปจ้างป้าคนนั้นบอกว่ารมมี่จ้างให้ทำ พฤกษ์เตือนลูกสาวว่าต้องใจเย็นๆ อย่าหลุดอะไรออกไป เพราะว่า  "ตอนนี้ภาพพจน์แกเป็นนางเอก มีอะไรใครๆก็พร้อมจะเชื่อแกอยู่แล้ว  อย่าได้เผลออะไรหลุด ออกไป ช่วงนี้เป็นช่วงโปรโมชั่น แกต้องสร้างภาพรู้ไหม"

"รู้สิพ่อ พ่อคอยดูฝีมือนํ้าหวานแล้วกัน" นํ้าหวานพูดอย่างลำพองใจ จากนั้นเธอโทร.บอกมดแดงว่าจะไปเยี่ยมรมมี่ที่โรงพยาบาล มดแดงจัดแจงโทร.บอกนักข่าวเพื่อกระพือให้เป็นข่าวใหญ่ทำคะแนนให้นํ้าหวาน โทร.ไปที่ไหนก็แหลว่าบอกที่นี่ที่เดียว จนกระทั่งโทร.บอกเฮียใหญ่ เฮียใหญ่รับปากว่าจะรีบไปเดี๋ยวนี้ แล้วลากปยุตรไปด้วย

ooooooo

ขณะนํ้าหวานลงมาจะไปที่รถนั่นเอง เจอหมอวาทิศมาพอดี เธอแกล้งถามว่าจะมาหาคุณแม่หรือ ทำเอาหมองง จนเมื่อได้คุยกันในที่ลับตาคน เธอบอกหมอว่าขืนทำเป็นรู้จักกันมีหวังเป็นข่าวเม้าท์กันทั้งวงการแน่

คุยกันจนรู้ว่านํ้าหวานจะไปเยี่ยมรมมี่ที่โรงพยาบาล หมอขอตามไป เธอไม่ยอมกลัวไปด้วยกันแล้วจะเป็นข่าว หมอต่อรองอ้อนวอนเพราะคิดถึงเธอมากอยากไปด้วยกัน สุดท้ายนํ้าหวานยอมให้ขับรถตนไป ถ้าใครเห็นต้องบอกว่าหมอเป็นคนขับรถ ขนาดนั้นหมอก็ยอม

ระหว่างทางน้ำหวานบอกหมอว่า ถ้ารมมี่มาหาอย่าทำหน้าให้เพราะเดี๋ยวจะสวยกว่าตน หมอกำลังหลงน้ำหวานยอไม่ขาดปากว่าน้ำหวานสวยที่สุดแล้วพลางขอหอม เลยหยอกล้อกันระริกระรี้ในรถ จนรถส่ายไปมา

ไม้กับกันต์ขี่มอเตอร์ไซค์ไปซื้อเผือก มัน กับกล้วย ขับตามมาสงสัยว่าทำไมรถส่ายขนาดนั้น ลองแซงขึ้นไปดูเลยเห็นว่าที่แท้ทั้งคู่กำลังคลุกกันอย่างเมามันอยู่ในรถ ไม้บ่นว่าไม่อายผีสางเทวดาบ้างเลย

ทันใดนั้นเอง   รถของน้ำหวานที่ขับส่ายไปมาก็พุ่งชนรถเข็นที่แม่กุ้ง เหมย กับแต้วเข็นออกมาจากซอยจนรถเข็นล้ม พริบตานั้นเอง น้ำหวานคว้าแว่นอันโตออกมาใส่อำพรางใบหน้าลงจากรถเดินอาดๆเข้าไปแว้ดใส่สามแม่ลูกว่าเดินประสาอะไรไม่รู้จักดูรถ

เหมยสะอึกเข้าใส่ทันทีย้อนว่าขับรถประสาอะไรไม่ดูคน น้ำหวานด่าฉอดๆ เท่านั้นไม่พอ ยกเท้าถีบรถเข็นด้วย จนเกือบตบกับเหมย แต่เห็นท่าตัวเองจะเสียท่าเลยควักเงินออกมาปาใส่หน้าเหมยหนึ่งหมื่นบาทแล้วจะไป เหมยแค้นจัดไม่ยอมให้ไป จนไม้เองก็ทนไม่ได้เข้าไปจัดการเอง สั่งน้ำหวานให้ขอโทษแม่กุ้งเดี๋ยวนี้

เมื่อน้ำหวานไม่ยอมขอโทษ ไม้กระชากเธอเข้าไป หมอวาทิศเลยรีบเข้าไปยกมือไหว้ขอโทษแม่กุ้ง แต่ก็ยังถูกไม้ชกหน้าจนล้ม กันต์รีบเข้าไปห้าม น้ำหวานถลาเข้าประคองหมอ ตะคอกขู่ไม้ว่าจะแจ้งตำรวจให้จับเข้าคุก

"ผมก็จะแจ้งตำรวจจับคุณเข้าคุกเหมือนกัน โทษฐานทำอนาจารบนท้องถนนแล้วยังขับรถชนคนอื่นอีก"

เหมยถามขำๆว่า หมายความว่าจ้ำจี้กันหรือ น้ำหวานกับหมอตกใจที่มีคนเห็น กลัวเรื่องจะฉาวโฉ่เลยรีบชวนกันกลับขึ้นรถขับออกไป

พอสองคนนั้นไปแล้ว สี่พี่น้องก็รุมกันประณามสาปแช่งว่าทำบัดสีบัดเถลิงกันไม่อายผีสางเทวดา ป้าผ่องได้ยินก็เข้ามาร่วมวงบอกว่าถ้าอยู่ด้วยจะมาช่วยด่าแล้วตบให้จมธรณีไปเลย

"ป้ากล้าเหรอ" เหมยถาม ป้าผ่องย้อนว่าทำไมจะไม่กล้า เหมยทำท่านึกๆ พูดหยั่งเชิงว่า "เอ...ก็ฉันว่าผู้หญิงคนนั้นคุ้นๆหน้ายังไงไม่รู้ เหมือน...เหมือน..." เหมยทำเป็นนึก ป้าผ่องทนไม่ได้ ถามว่าเหมือนใคร แต้วเลยโพล่งออกไปว่า

"เหมือนน้ำหวานมธุรสไง้"

เหมยยืนยันจริงจังว่าใช่น้ำหวานมธุรสจริงๆด้วย ป้าผ่อง เลยอ้าปากเหวอไปเลย แต่อึดใจเดียวก็โวยลั่นว่าไม่จริง ไม่เชื่อ น้ำหวานสวย  เป็นกุลสตรีขนาดนั้นจะมาทำพิลึกพิลั่นกลางถนน ได้ยังไง เลยกลายเป็นป้าผ่องมาเถียงแทนน้ำหวานจนทะเลาะกับเหมยและน้องๆขรมไปหมด

ooooooo

พอขับรถหนีมาได้ น้ำหวานต่อว่าหมออย่างรุนแรง พอดีมดแดงโทร.เข้ามือถือถามว่ามาถึงไหนแล้ว ตนรออยู่ที่ลานจอดรถโรงพยาบาล เดี๋ยวเดินเข้าไปด้วยกัน น้ำหวานหันมาขู่หมอว่าถ้าทำให้ตนขายหน้าเราเลิกกัน แล้วแวบลงจากรถอย่างเร็ว

ดังนั้น เมื่อหมอขับรถไปถึง มดแดงเห็นรถของน้ำหวานก็ปรี่เข้าไปหาแล้วก็ต้องเหวอเมื่อไม่เห็นน้ำหวาน อึดใจเดียวน้ำหวานก็โผล่มาจ๊ะเอ๋บอกว่าตนนั่งรถเมล์มาเพราะอยากลองดู ส่วนรถนี่คุณแม่ให้คนขับรถมารอรับกลับแล้วรีบชวนมดแดงเข้าไปในโรงพยาบาล

หมอวาทิศถอนใจโล่งอกไม่ทันสุด ก็ต้องสะดุ้งเมื่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมาเห็นทักว่าโชคดีจังที่เจอหมอ เพราะตนแนะนำกับรมมี่ว่าหมอวาทิศทำศัลยกรรมเก่งที่สุด รมมี่เลยอยากเจอหมอมาก เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลยิ้มอย่างดีใจ ภูมิใจ แต่หมอวาทิศกลับซีดสนิท!

รมมี่ดีใจที่จะได้หมอมือดีมาทำศัลยกรรมใบหน้าให้ แต่ไม่ทันไรเฮียใหญ่ก็เข้ามาบอกว่าน้ำหวานมาเยี่ยม รมมี่เลยเซ็ง แต่กว่าน้ำหวานจะเข้ามาถึงห้องก็ถูกแฟนๆตามรายทางเข้ามาทักทายขอถ่ายรูปด้วยไม่หยุดหย่อน รมมี่บอกกับปยุตรและเฮียใหญ่ว่า ถ้ามาช้าอย่างนี้ตนไม่รอเพราะอยากนอนและตนก็ไม่ได้เชิญมาด้วย ปยุตรติงว่าอะไรกัน เขาอุตส่าห์มาเยี่ยม รมมี่เลยพาลปยุตรด้วยว่าตนไม่ได้เชิญ ไม่รู้มาจากฉบับไหนกัน

เฮียใหญ่แนะนำว่าเป็นลูกน้องตนเองชื่อปยุตรเพิ่งมาทำงานใหม่ รมมี่เลยสอนมวยว่านักข่าวใหม่นี่เอง วันหลังหัดทำการบ้านมาด้วยว่าควรพูดควรจายังไง เลยเกือบมีเรื่องกับปยุตร

พอดีมดแดงแจ๋เข้ามาบอกว่าน้ำหวานมาแล้ว ปรากฏว่าน้ำหวานมาทำทีถามไถ่อาการแต่พูดเย้ยหยันในที ทำหน้าสยองว่าทำไมแผลเหวอะอย่างนี้ จนรมมี่จะอาละวาด อำภาเลยลากเข้าห้องน้ำไปสงบสติอารมณ์

พอรมมี่ไม่อยู่ น้ำหวานเลยยึดห้องนี้เป็นที่ให้สัมภาษณ์นักข่าวเสียเลย

เมื่อรมมี่ออกจากห้องน้ำ น้ำหวานก็แถเข้ามาขอถ่ายรูปด้วย รมมี่ไม่อยากถ่ายในสภาพแบบนี้ แต่พอปฏิเสธน้ำหวานไม่ฟังถือดอกไม้มายื่นปั้นยิ้มข้างๆรมมี่ที่หน้าเหวอะ  รมมี่สุดจะทนเลยคว้าดอกไม้ยีใส่หัวน้ำหวาน ยีไปด่าไป

"บอกว่าไม่ถ่ายก็ไม่ถ่ายไง  มายุ่งอะไรกับฉัน  นังสตรอเบอร์รี่!"

นักข่าวถ่ายรูปกันพึ่บพั่บ กลายเป็นรมมี่อาละวาดใส่นางเอกแสนดีผู้น่าสงสารไป

หมอวาทิศมายืนอยู่ข้างประตูห้องรมมี่ ได้ยินเสียงกรีดร้องจากในห้อง  หมอค่อยๆโผล่หน้าไปดูแล้วก็ตกใจเมื่อเห็นภาพในห้อง

ooooooo

เฮียใหญ่กับปยุตรขับรถคันเก่ากลับจากโรงพยาบาล มาแวะกินข้าวที่แผงแถวๆแผงขายกล้วยทอด มันทอดของแม่กุ้ง ทั้งสองคุยกันอย่างเหนื่อยใจกับเรื่องราวที่ไปเห็นมา ระหว่างนั้นป้าผ่องเปิดทีวีดูข่าวเจอข่าวน้ำหวานไปเยี่ยมรมมี่และตบตีกัน พอดี ป้าแกร้องอย่างรับไม่ได้ที่ดาราในดวงใจถูกเอาดอกไม้ยีหัว

เหมย บ่นอย่างระอาว่าน้ำหวานนี่ร้ายจริงๆ เพิ่งมีเรื่องกับตนไม่ทันข้ามวันไปมีเรื่องกับคนอื่นอีกแล้ว ป้าผ่องไม่ยอมเถียงแทนน้ำหวาน แต้วทนความบ้าดาราของป้าผ่องไม่ไหวเลยแฉว่า

"ขนาดน้ำหวานกล้าเล่นจ้ำจี้กลางถนน เรื่องอื่นรับรองสิวๆ"

แม่ค้า สองแผงทำท่าจะทะเลาะกันเรื่องคนอื่น แม่กุ้งเลยหย่าศึกเรียกลูกๆให้มาช่วยขายของ เหมยกับแต้วเลยเลิกเถียงป้าผ่องเดินมาช่วยขายของ ปยุตรลุกขึ้นเดินมาหาเหมยอย่างเร็ว

"ผมขอคุยอะไรหน่อยได้ไหมคุณ" พูดแล้วมองหน้าเหมยด้วยแววตาขอร้อง

ooooooo

ตอนที่ 3

เหมยกับแต้วถูกปยุตรขอให้เล่าเรื่องน้ำหวาน มธุรส แต้วถามว่าเขาได้ยินหรือ พอเฮียใหญ่บอกว่าเสียงเหมยออกแปดหลอดอย่างนั้นทำไมจะไม่ได้ยิน เหมยเลยยียวนว่าได้ยินแล้วจะถามทำไมอีก

เหมยเล่นตัวไม่เล่า ปยุตรกับเฮียใหญ่เลยล้วงๆควักๆ อยู่นานรวมกันได้หนึ่งพันส่งให้เหมย ถูกเหมยด่าอย่างชิงชังว่านิสัยเหมือนน้ำหวานชอบเอาเงินฟาดหัว ตนชอบเงินแต่ไม่ใช่ ซื้อได้ด้วยเงิน ว่าแล้วเหมยเดินไปฉุนๆ แต้วบอกทั้งสองก่อนวิ่งตามเหมยไปว่า

"ก็เป็นอย่างที่พวกคุณได้ยินนั่นแหละ จะไม่เชื่อก็ตามใจ"

ปยุตรกับเฮียใหญ่มองหน้ากัน ก่อนที่เฮียใหญ่จะพึมพำ "น้ำหวานนี่ อเมซิ่งจริงๆ"

ส่วน น้ำหวาน เมื่อมดแดงพาไปส่งที่บ้านแล้วถูกพริมาผู้เป็นแม่ตำหนิว่าทำไมลูกสาวตนเป็น อย่างนี้ มดแดงรีบขอโทษ บอกว่าตนจะเคลียร์ให้ น้ำหวานบอกให้มดแดงกลับไปเสีย เมื่อเห็นน้ำหวานอยู่กับแม่มดแดงจึงกลับ แต่ก่อนกลับยังย้ำว่า "คุณแม่คะแล้วมดแดงจะจัดการเรื่องรมมี่ให้เองค่ะ มดแดงรับรอง"

พอ มดแดงไปแล้ว พริมาถามลูกสาวว่าทำไมต้องลงทุนถึงขนาดนี้ น้ำหวานจึงเล่าให้ฟังว่า เพราะหมอวาทิศจะเข้าไปหารมมี่ตนจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของ นักข่าว มดแดงเห็นตนกับหมอ แต่ตนก็โกหกมดแดงไปว่าหมอเป็นคนขับรถที่แม่ใช้ให้มารับกลับ เล่าแล้วสรุปให้แม่ฟังว่า

"ถ้าเจ๊มดแดงรู้ พวกนักข่าวก็ต้องรู้ แล้วทีนี้สารพัดซ้อก็ต้องสุมหัวกันขุดเรื่องน้ำหวานกับหมอวาทิศมาเม้าท์กัน สนุกปาก รวมทั้งเรื่องที่น้ำหวานอัพหน้ามาใหม่ เพราะฉะนั้น น้ำหวานยั่วให้นังรมมี่ตบน่ะดีที่สุดแล้ว อย่างน้อยคนที่น่าสงสารก็ยังเป็นน้ำหวาน แต่คนที่ภาพพจน์แย่ลงไปทุกวันก็คือนังรมมี่"

"ฉลาดมากลูกแม่" พริมาลุกขึ้นกอดลูก น้ำหวานหันมายิ้มกับแม่อย่างเจ้าเล่ห์

ooooooo

ที่ ห้องพักคนป่วย หมอวาทิศเข้าไปดูแผลให้รมมี่ ถามว่าแผลเดิมยังไม่หายทำไมถึงมีเรื่องอีก รมมี่บอกว่าตนไม่ได้เป็นคนหาเรื่อง ครั้นหมอถามว่าน้ำหวานหาเรื่องอะไรเธอ รมมี่ก็ตัดบทว่าเรื่องของผู้หญิง หมอไม่เข้าใจหรอก ให้ดูแผลดีกว่า ถามอย่างกังวลว่า "มันจะหายไหมคะหมอ...มันจะหายไหม..."

หมอดูแผลแล้วไม่ตอบ แต่สีหน้ากังวลคล้ายคิดอะไรอยู่...

จนเมื่อกลับถึงบ้าน หมอเห็นรูปในอดีตของพ่อคือกฤษณ์กับแม่คือวารี ติดที่ผนังห้อง ทำให้เขาคิดถึงเรื่องในอดีตด้วยความสะเทือนใจ...

ครั้ง กระโน้น...วารีขับรถประสบอุบัติเหตุเพราะไล่ตามผู้หญิงที่พัวพันกับกฤษณ์ ใบหน้าเธอถูกไฟคลอกจนเสียโฉม เวลานั้นเธอรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น

จน กระทั่งหมอวาทิศลูกชายตัวเองทำศัลยกรรมให้ เมื่อเปิดหน้าอีกทีกลายเป็นสาวสวยสะพรั่ง วารีปลื้มปีติเหมือนเกิดใหม่ บอกกับวาทิศว่า "หมอ...ลูกให้ชีวิตใหม่ให้กับแม่" แล้วหันมองทางกฤษณ์ผู้เป็นสามี พูดอย่างอาฆาตว่า "แต่สำหรับคุณ...คุณจะต้องเจ็บปวดเพราะฉันเหมือนกัน!"

สิ่งที่วารีทำ ให้กฤษณ์เจ็บปวดเป็นการแก้แค้น คือเธอพาชายชู้เข้ามานอนที่ห้อง จนกฤษณ์มาเจอทั้งคู่เสพสมกันอยู่บนเตียงที่ตัวเองเคยนอน ความแค้นทำให้เขายิงทั้งวารีและชายชู้ตายกันคาเตียงนอน

วาทิศได้ยินเสียงปืนวิ่งมาดู เป็นจังหวะที่กฤษณ์ยิงตัวตายพอดี!

ภาพ ในอดีตครั้งนั้น ยังตามหลอกหลอนวาทิศมาจนทุกวันนี้ คำพูดของแม่ที่ว่า "แม่ไม่อยากเชื่อเลยว่าหมอจะเนรมิตหน้าแม่ให้สวยได้อีกครั้งถึงขนาดนี้" เหมือนตราบาปที่ฝังลึกในใจเขา หมอยกมือตัวเองขึ้นดู มือสั่นระริกในขณะที่เสียงก็เครือสะท้านอย่างสะเทือนใจว่า "ไม่...ไม่...เป็นเพราะเรา...เพราะเรา แม่ถึงต้องเป็นอย่างนี้..."

คำ พูดของแม่ยังฝังใจเขาว่า "สำหรับผู้หญิง...ความสวยงามสำคัญที่สุด ลูกต้องทำให้แม่สวยนะหมอ" ช่างเหมือนกับคำพูดของน้ำหวานก่อนที่จะให้เขาทำศัลยกรรมที่ว่า

"น้ำหวานอยากสวย...หมอทำให้น้ำหวานสวยที่สุดในโลกนะคะ แล้วน้ำหวานจะรัก ซื่อสัตย์กับหมอคนเดียว"

แวบ เดียวก็นึกเห็นภาพรมมี่ฟูมฟายถามว่าแผลที่หน้าจะหายไหม แต่เสียงน้ำหวานก็ก้องขึ้นว่า ห้ามหมอทำหน้าให้รมมี่เพราะกลัวรมมี่จะสวยกว่า ยิ่งคิดหมอก็ยิ่งสับสน จนปวดหัวหนักทิ้งตัวเกลือกกลิ้งกับพื้นจนหมดสติไป...

ooooooo

ที่ "ไทยนิวส์" ปยุตรกับเฮียใหญ่คุยกันถึงเรื่องน้ำหวานที่ได้ยินมาจากเหมยกับแต้ว ปยุตรถามว่าจะเอาอย่างไรดี เฮียใหญ่บอกว่าคงต้องลงไปตามนั้นแต่จะจริงหรือไม่เดี๋ยวน้ำหวานก็ออกมาแก้ ข่าวเอง

"แต่ถึงทำจริงๆ ใครเขาจะรับล่ะเฮีย" ปยุตรถาม ทำให้เฮียใหญ่ถึงกับหัวเราะชอบใจว่าเขาเริ่มเข้าใจแล้วใช่ไหม ย้ำกับเขาว่า

"จำ ไว้ เวลาจะพิสูจน์ทุกอย่างเอง แต่เฮียว่าพรุ่งนี้ข่าวใหญ่แน่ เกิดเรื่องขนาดนี้ ทั้งผู้จัด ทั้งเจ้าของช่อง ทั้งดารา เต้นกันทุกคนแน่" เฮียใหญ่พูดขำๆ ทำให้ปยุตรยิ่งอยากรู้ว่าจะมีเรื่องอะไรอีก

ooooooo

เพียง วันรุ่งขึ้น   รมมี่เปิดดูอินเตอร์เน็ตถึงกับ ร้องไห้โฮที่ถูกระดมด่าเต็มไปหมด อำภาเลยบอกว่า ถ้าไม่อยากเสียใจก็ไม่ต้องอ่าน พอไม่อ่านอินเตอร์เน็ตรมมี่ก็กังวลเรื่องหน้าขึ้นมาอีกถามแม่ว่าจะหายไหม

"หมอวาทิศเป็นคนเก่งแม่เชื่อว่าแกต้องหาย" แล้วอำภาก็บ่นกลุ้มใจ ไม่รู้ว่าทางคุณต้อมผู้จัดกับทางช่องจะว่าอย่างไรบ้าง

คุณ ต้อมเพิ่งกลับจากอังกฤษ เจอข่าวนี้เข้าก็ทำท่าจะเป็นลม ถามตัวเองว่าถ้าคุณพิงค์ทางช่องเรียกพบจะทำอย่างไรดี ไม่ทันไรพนักงานก็มาบอกว่านักข่าวขอสัมภาษณ์เรื่องน้ำหวานกับรมมี่พลางยื่น โทรศัพท์ให้ คุณต้อมรับไปทำเสียงหวานทักทาย

"หวัดดีจ้า โทษทีนะคะ พี่เพิ่งกลับมายังไม่ได้คุยอะไรกับน้ำหวานแล้วก็รมมี่เลย เอาไว้ยังไงเดี๋ยวพี่ให้สัมภาษณ์นะ... ค่า...หวัดดีค่ะ" พอเอาตัวรอดจากนักข่าวได้คุณต้อมก็ถอนใจเฮือก

ไม่ทันไรพนักงานถือ โทรศัพท์เข้ามาอีกคุณต้อมตัดบทว่าตนยังไม่มีอะไรให้สัมภาษณ์ แต่พอพนักงานบอกว่าไม่ใช่ นักข่าวแต่เป็นคุณพิงค์เท่านั้น คุณต้อมก็ทำท่าจะเป็นลมเสียให้ได้

ooooooo

คุณต้อมจำต้องไปพบ คุณพิงค์ที่ช่อง คุณต้อมตอบคำถามของคุณพิงค์ไม่ได้ว่ารมมี่กับน้ำหวานมีเรื่องกันได้อย่างไร คุณพิงค์กำชับคุณต้อมให้จัดการเคลียร์เรื่องทุกอย่างให้เร็วที่สุดไม่อย่าง นั้นแย่แน่

คุณต้อมรับปากจะพาน้ำหวานมาพบคุณพิงค์

"ไม่ต้องมา...พี่ไม่ได้อะไร ต้อมไปจัดการเด็กของต้อมเองก็แล้วกัน" คุณพิงค์โบกมือว่อน

"ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะตอนนี้น้องน้ำหวานเสียใจแล้วก็กลุ้มใจมาก ที่ทำให้ผู้ใหญ่ในช่องไม่สบายใจ ต้อมขออนุญาตพาน้องน้ำหวานมาหานะคะ" คุณต้อมรวบรัด พูดอ่อนโยนแต่ ใบหน้าเครียดจัด

พอเดินออกจากห้องทำงาน ของคุณพิงค์ คุณต้อมก็บ่นอย่างหัวเสีย "ทำไมฉันซวยอย่างนี้เนี่ย ละครก็ถ่ายไปออกอากาศไป นางร้ายก็เข้าโรงพยาบาล นางเอกก็ถูกตบกระหน่ำซัมเมอร์เซล โอ๊ย...ๆๆ ฉันจะทำยังไง"

แต่พอเดินออกมาอีกนิดเจอพนักงานของช่องกำลังเม้าท์กันอยู่ คุณต้อมรีบถอยออกมาเจอคนถือหนังสือพิมพ์ดูอยู่เลยเข้าไปขอดู พอเห็นพาดหัวข่าวก็แทบช็อก

"น้ำหวานฉาว เล่นจ้ำจี้ในรถ หวิดรถชนดับ"

ที่ แผงขายกล้วยแขก แต้วถือหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกันนี้ วิ่งอ้าวมาให้เหมยดู พออ่านพาดหัวเหมยก็ร้องเสียงหลง มองหน้าแต้วฟันธงว่า "ต้องเป็นสองคนนั่นแน่เลย!"

ส่วน "สองคนนั่น" ที่เหมยเอ่ยถึงคือเฮียใหญ่กับปยุตรที่ "ไทยนิวส์" ปยุตรเห็นพาดหัวข่าวก็ไม่สบายใจกลัวเหมยกับแต้วที่เป็นแหล่งข่าวโกรธ ถามว่าถ้าเขาบุกโรงพิมพ์เราจะทำยังไง

"ถามได้ ก็เผ่นสิ" เฮียใหญ่ตอบหน้าตาเฉย แล้วพูดขำๆว่า "ข่าวเม้าท์แบบนี้ ใครๆก็เอามาลงได้ทั้งนั้น อย่าวอรี่ แต่อย่าลืม ข่าวนี้เราเป็นคนเปิดประเด็น ถ้าปล่อยให้ฉบับอื่นปาดหน้าเค้กไปได้อายเขาตาย รีบไปตามข่าวดีกว่ายุตร เฮียว่าน้ำหวานต้องแถลงข่าวแน่"

ooooooo

จริงอย่างที่เฮียใหญ่ว่า เมื่อสองหนุ่มต่างวัยไปถึงที่โรงถ่าย น้ำหวานร้องไห้โฮอยู่ท่ามกลางนักข่าวที่ไปสัมภาษณ์ ปฏิเสธหน้าซื่อน้ำตานองว่าไม่ใช่ตนแน่ ยืนยันว่าตนยังไม่มีแฟน มดแดงก็ช่วยสรุปว่า หนึ่ง... ไม่ใช่น้ำหวาน สอง...น้ำหวานยังไม่มีแฟน และสาม...
น้ำหวานไม่ได้ทำอย่างนั้นจริงๆ

ครั้นเฮียใหญ่อ้างว่า แหล่งข่าวบอกทะเบียนรถไว้ด้วย น้ำหวานก็หน้าเผือด แต่พริบตาเดียวก็ปั้นหน้าได้บอกว่าวันนี้ตนไม่ได้เอารถมา ถ้านักข่าวอยากจะดูทะเบียนรถจริงๆเดี๋ยวเชิญที่คอนโดฯ

"เดี๋ยวตามไปที่คอนโดฯ" พวกนักข่าวฮือฮาจะพากันไปดูทะเบียนรถจริงๆ

พริบตาเดียว น้ำหวานก็แอบไปเข้าห้องน้ำ รีบโทร.บอกพริมาให้เอารถคันนั้นไปซ่อมไปขายหรือไปชำแหละที่ไหนก็ได้   บอกแม่ให้ทำด่วนจี๋เพราะนักข่าวจะแห่กันไปพิสูจน์ทะเบียนรถที่บ้านแล้ว

น้ำหวานสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงคนเข้าห้องน้ำข้างๆ รีบลดเสียงและตัดสาย จากนั้นขึ้นไปยืนบนชักโครก ทำเป็นไม่มีคนอยู่ในห้องน้ำนั้น

ที่แท้คนที่มาเข้าห้องน้ำข้างๆคือฟรุตตี้ช่างแต่งหน้าเอะใจว่าเสียงคนอยู่ข้างๆ แล้วเงียบไปเลยก้มดูก็ไม่เห็นเท้าคน ชักใจไม่ดี น้ำหวานแอบดูจากข้างบน เห็นท่าทางฟรุตตี้กลัวๆเลยทำเสียงครางเป็นผีหลอก

ได้ผล! ขณะฟรุตตี้กำลังกลัวหัวหดนั่นเอง น้ำหวานย่องออกจากห้องน้ำ  ซ้ำยังเอาน้ำสบู่ราดพื้น  พอฟรุตตี้วิ่งออกมาก็ล้มโครมหงายไม่เป็นท่า

ooooooo

คุณ ต้อมมาที่โรงถ่าย เห็นน้ำหวานหน้าช้ำ เจอฟรุตตี้หกล้มมือซ้นจนแต่งหน้าลบรอยช้ำบนใบหน้าน้ำหวานไม่ได้ เลยบอกบุ้งให้ไปคุยกับคนเขียนบทให้แก้บทให้หน่อย ให้นางร้ายหายไปไหนก็ได้สักตอนสองตอน

"หนูคุยแล้วค่ะ แต่ไม่น่าจะทัน เพราะตอนนี้คนเขียนบทอยู่โรงพยาบาลกำลังผ่าตัดไส้ติ่งค่ะ"

"นางเอก หน้าเจ็บ ช่างแต่งหน้าก็มือซ้น บทก็แก้ไม่ทัน เฮ้อ...แล้วฉันจะถ่ายอะไรเนี่ย" คุณต้อมทำหน้ายุ่งแล้วสั่งเสียงดัง "วันนี้เลิกกอง! บุ้งโทร.ไปบอกรมมี่ด้วยว่าห้ามให้สัมภาษณ์อะไรอีก ไม่งั้นเรื่องไม่จบสักที น้ำหวาน...รีบกลับบ้านไปพักร่างกายจะได้ฟื้นตัวเร็วๆ"

"ค่ะพี่ต้อม" น้ำหวานรับคำทำตาบ้องแบ๊ว แต่แอบยิ้มดีใจอย่างมีแผนการ

วันต่อมา น้ำหวานก็ไปปาร์ตี้เฮฮากับมินต์ อุ๋ย และเพื่อนนักเรียนนอกที่บ้านของการุณอาของมินต์ สาวๆชวนกันดื่มเฮฮากันสุดฤทธิ์ แต่มิ้นต์ขอเพื่อนว่าอย่าเมาจนเละเทะก็แล้วกัน เดี๋ยวอากลับมาเห็นเข้าโดนด่าตายแน่ๆ

แต่พอเหล้าเข้าปากก็คึกกันเต็มที่ น้ำหวานเร่งเสียงเพลงดังลั่นแล้วชวนเพื่อนลุกไปเต้นกันสุดเหวี่ยง มินต์ลุกขึ้นเอากล้องดิจิตอลถ่ายวีดิโอเอาไว้ จับภาพตอนน้ำหวานกระดกเหล้าเข้าปากพอดี!

ooooooo

เช้ามีข่าว "น้ำหวานฉาว เล่นจ้ำจี้ในรถ หวิดรถชนดับ" พอตกเย็นก็มีข่าว "น้ำหวานร่ำไห้ โต้...ไม่เคยจ้ำจี้กลางถนน"

ทั้งสองข่าวทำเอาเหมยกลั้นขำไม่อยู่ พึมพำอย่างเหลือเชื่อ "โอ้โฮ...สตรอเบอร์รี่สุดฤทธิ์" คุยกับแต้วว่าถ้าเราไม่เจอกับตาก็คงเชื่อตามข่าวว่าน้ำหวานไม่ได้ทำ แล้วสี่พี่น้องก็คุยกันไปทำความสะอาดเก็บเครื่องมือทอดกล้วยไป ยิ่งคุยก็ยิ่งออกรส จนถูกแม่กุ้งตำหนิว่าไม่ควรเอาเรื่องส่วนตัวเขามาคุยกันแบบนี้ แล้วปรามเหมยว่าที่เป็นข่าวก็เพราะเหมยเอาไปบอกนักข่าวใช่ไหม

เหมยปฏิเสธว่าตนไม่ใช่คนแบบนั้น แต่พอนึกได้ก็หัวเสียพูดอย่างหมายมาดว่า

"ไอ้สองคนนั้น เจอหน้าเมื่อไหร่ แม่จะเล่นให้เละเล๊ย!"

ส่วนสองตัวการติดตามข่าวกันอยู่เงียบๆ เฮียใหญ่คาดเดาตามประสบการณ์ว่าตอนนี้คุณต้อมต้องสั่งรมมี่รูดซิบปากแล้วจัดแถลงข่าวอีกที เราก็ต้องแสตนด์บายไว้ แต่ตอนนี้ไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า

เป็นเวลาเย็นที่ไม่ต้องไปทำงานที่สวนอาหารแล้ว เหมยขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งกลับออกมาเห็นป้ายประกาศรับสมัครเด็กเชียร์เบียร์ก็ตัดสินใจไปสมัครไม่ฟังคำทัดทานของไม้เพราะมั่นใจว่าเป็นงานสุจริตอยากทำ เพื่อช่วยทางบ้าน

ปรากฏว่าพอไปสมัคร ผู้จัดการรับทันที ไม้พยายามตามไปทัดทานเลยถูกผู้จัดการบอกให้ไปดูแลแขกประจำเสีย แล้วบอกเหมยให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทำงานคืนนี้เลย

ooooooo

พวกน้ำหวานกับเพื่อนๆยังเมายังดิ้นกันสุดฤทธิ์อยู่ที่บ้านการุณ น้ำหวานชวนเพื่อนป่วนกวนประสาทรมมี่ เอาโทรศัพท์ของมิ้นต์โทร.ไปเขย่าขวัญว่ารมมี่จะต้องหน้าเละเสียโฉมไปตลอดชีวิตทั้งยังด่าและไล่ ให้ไปตายเสีย

กวนประสาทจนรมมี่ร้องกรี๊ดอย่างโกรธจัด เท่านั้นไม่พอยังส่งข้อความไปด่าอีก

ฟัง ด่าและอ่านข้อความแล้ว รมมี่มั่นใจว่าต้องเป็นน้ำหวานแน่ๆ อำภาที่ทีแรกก็ปลอบใจรมมี่ แต่พอเจอเข้าแบบนี้เลยยุลูกสาวให้โทร.ไปลุยเลย ทั้งโกรธพวกน้ำหวานและอยากประชดลูกสาวที่รั้นเต็มที

ปรากฏว่ารมมี่ โทร.กลับไปพวกน้ำหวานไม่ยอมรับสายหมายกวนประสาทเล่น อุ๋ยกับมิ้นต์ไม่สบายใจกลัวรมมี่บอกนักข่าวว่าถูกน้ำหวานแกล้ง น้ำหวานลอยหน้าบอกว่าเราก็ร้องไห้บอกว่าถูกรมมี่ใส่ร้ายป้ายสีสิ มิ้นต์กลัวว่ารมมี่จะเช็กเบอร์เพราะใช้โทรศัพท์ของตนโทร.ไป ตนซวยแน่ถ้าเจอแบบนี้

"จะซวยยังไง บอกตำรวจว่ามือถือหาย...จบ นังรมมี่ก็จะถูกด่าหาว่าเต้าข่าว แล้วสุดท้ายฉันก็ได้ซีนไปเหมือนเดิม เห็นไหม มีแต่ได้กับได้" น้ำหวานพูดอย่างย่ามใจ

ครู่ต่อมารมมี่ก็หยุดโทร. อำภาถามว่ายอมแพ้แล้วหรือ ประชดว่าให้ตีอกชกหัวเลย

"ถ้าหนูทำอย่างนั้นก็เข้าทางนังน้ำหวานมันน่ะสิแม่ หนูจะไม่เดินตามเกมมันอีกต่อไป คอยดูนะแม่ หนูจะเมมเบอร์นี้เอาไว้ ถึงเวลาเมื่อไหร่หนูจะแฉมันให้กระอักเลือดไปเลย" รมมี่แววตาแค้นจัด

ooooooo

เฮียใหญ่กับปยุตรไปนั่งทานอาหารกันในสวนอาหารที่เหมยกับไม้ทำงาน และที่โต๊ะใกล้ๆนั้น การุณนั่งอยู่กับเพื่อนนักธุรกิจโดยมีไม้ไปคอยดูแลบริการ เฮียใหญ่บอกปยุตรว่า

"นั่น คุณการุณ เศรษฐีทางใต้เจ้าของสวนปาล์มแล้วก็รีสอร์ต รวมทั้งผับและก็โรงแรมหลายแห่งในกรุงเทพฯ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะมีเกาะส่วนตัวด้วย เฮียอยากให้ยุตรรู้จักเอาไว้ เพราะยุตรต้องได้ทำข่าวเขาแน่ เขาเป็นขวัญใจสาวๆในวงการ รู้ทั้งรู้ว่าคุณการุณมีเมียอยู่แล้วยังมีคนจองตำแหน่งเมียน้อยเกือบตบกันตายก็หลายคน" เฮียใหญ่เล่าม้วนเดียวจบ ปยุตรยิ้มขำๆแล้วก็สะดุดตาเมื่อเห็นเหมยในชุดเด็กเชียร์เบียร์  กำลังเสิร์ฟเบียร์ให้การุณ เขาขอตัวเฮียใหญ่ลุกไป บอกว่าเดี๋ยวมา

ปยุตรไปดักเหมยที่ซุ้มเบียร์ พอเธอเดินมาเขารีบเข้าไปทัก เหมยไม่ยอมญาติดีด้วยยังแค้นที่มาเอาข่าวจากตนไปเขียนจนถูกแม่กุ้งด่า แต่พอจะเดินหนีก็ถูกปยุตรคว้าแขนไว้

ไม้เห็นปยุตรจับมือเหมยก็พุ่งเข้าไปต่อยจนคว่ำ เฮียใหญ่ เห็นเข้ารีบลุกไปห้ามไม้ที่จะตามไปซ้ำพอดีผู้จัดการมา เหมยรีบบอกว่าไม่มีอะไรแค่เข้าใจผิดนิดหน่อย แต่พูดกับปยุตรเบาๆว่า "เราหายกัน" แล้วชวนไม้ไปทำงาน

การุณเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ดูท่าทางของเหมยแล้วรู้สึกว่าเด็กคนนี้ต้องมีดีถึงมีคนมาลวนลามที่สำคัญสวยถูกใจด้วย  จนไปเจอเหมยที่มุมหนึ่งของสวนอาหาร  เลยชวนว่าสนใจอยากหางานใหม่ไหม

เหมยจำการุณได้ เขาเลยเอานามบัตรให้เหมยไว้บอกว่าถ้าสนใจติดต่อมา ไม้ดูอย่างไม่พอใจเพราะไม่อยากให้เหมยมายุ่งกับพวกนี้

ooooooo

การุณกลับไปถึงบ้านเห็นมิ้นต์พาเพื่อนๆมาเมากันเละเทะก็ไม่พอใจไล่ให้กลับไปกันให้หมด น้ำหวานพยายามอ่อยเขาแต่ไม่สำเร็จ เลยกระโดดลงสระบอกว่าอยากว่ายน้ำ จนมิ้นต์กับการุณต้องตามลงไปลากขึ้นมา มิ้นต์ให้อุ๋ยพาน้ำหวานไปส่งที่บ้าน ต้องลากกันทุลักทุเลกว่าจะเอาขึ้นรถไปได้

คุณต้อมตัดสินใจแก้บทเองจน เสร็จกะว่าพรุ่งนี้จะลุยถ่ายต่อ นึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้ต้องพาน้ำหวานไปพบคุณพิงค์เลยโทร.เข้ามือถือ น้ำหวานกำลังเมาบอกให้อุ๋ยรับแทน

คุณต้อมนัดว่าพรุ่งนี้เก้าโมงเช้า ให้ไปพบที่ช่อง อุ๋ยรับฟังไปเรื่อยแล้วบอกน้ำหวาน น้ำหวานงัวเงียขึ้นมาฟังแล้วหลับต่อ แต่คุณต้อมวางสายแล้วเอะใจว่าเสียงน้ำหวานวันนี้แปลกๆ แต่ก็คิดว่าหูตัวเองอาจจะฝาดเพราะเพลียและง่วงนอนมากกว่า แล้วเก็บของกลับบ้าน

เช้าวันรุ่งขึ้น คุณต้อมไปรอน้ำหวานที่ช่อง จนเกือบเก้าโมงเช้าน้ำหวานก็ยังไม่มา โทร.ไปก็ไม่มีคนรับสาย เลยโทร.หามดแดงบอกว่าติดต่อน้ำหวานไม่ได้ให้รีบติดต่อให้ด้วยเพราะต้องพาเข้าพบคุณพิงค์เดี๋ยวนี้แล้ว

มดแดงรีบกดโทรศัพท์หาน้ำหวานก็ติดต่อไม่ได้เพราะน้ำหวานยังหลับเป็นตายในชุดเมื่อคืนอยู่ มดแดงเลยโทร.เข้าบ้าน พริมารับสาย พอมดแดงบอกว่าคุณต้อมนัดพาน้ำหวานเข้าพบคุณพิงค์เก้าโมงเช้านี้ยังไม่เห็นมา พริมาก็เข้าใจทันที ตอบไปมิพักต้องคิดว่า น้ำหวานออกไปแต่เช้าแล้ว เดี๋ยวจะช่วยโทร.ตามอีกแรงก็แล้วกัน

มดแดงกดโทรศัพท์อีก หน้าตาเป็นทุกข์เหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ

ooooooo

โกหกคุณต้อมไปแล้ว พริมาว้าวุ่นใจเพราะน้ำหวานยังนอนอยู่ที่ห้อง ถ้าคุณพิงค์โกรธขึ้นมามีหวังขุมทรัพย์หายไปทั้งขุมแน่ๆ สุดท้ายไปปลุกน้ำหวานเตือนว่านัดคุณพิงค์ไว้ไม่ใช่หรือ น้ำหวานบอกว่าไม่ได้นัด แต่พอทบทวนความจำที่อุ๋ยบอกว่าคุณต้อม โทร.มานัดเก้าโมงเช้า น้ำหวานก็จำได้ลุกพรวดถามแม่ว่าจะทำยังไงดี เสียงโทรศัพท์ก็ดังไม่หยุด

สองแม่ลูกหาทางที่จะแก้ตัวให้สมเหตุสมผลดีที่สุดคือต้องบาดเจ็บจนไปไม่ได้ สุดท้ายน้ำหวานบอกแม่ว่า ถ้าจะให้สมเหตุสมผลที่ไปหาคุณพิงค์ไม่ได้ด้วยการบาดเจ็บทั้งทีก็ต้องให้เป็นข่าว ว่าแล้วก็โทร.หามิ้นต์บอกให้มิ้นต์ขับรถชน มิ้นต์ไม่ยอมเสี่ยง แต่พอน้ำหวานยื่นคำขาดว่าถ้าไม่ทำก็ให้หาเงินสองแสนที่ยืมไปมาคืนเดี๋ยวนี้ แต่ถ้ายอมทำตนก็จะยกหนี้ให้

สุดท้ายมิ้นต์จำต้องยอม นิ่งฟังน้ำหวานวางแผนด้วยสีหน้ากังวล

ooooooo

คุณต้อมไปรอที่ช่องโล่งใจเมื่อเห็นมดแดงวิ่งเข้ามา แต่แล้วก็แปลกใจเมื่อไม่เห็นน้ำหวานมาด้วย แล้วทั้งสองก็กระวนกระวายใจรออย่างไม่รู้ว่าน้ำหวานจะมาเมื่อไร

โชคดีที่ถึงเวลาแล้วคุณพิงค์ติดสายอยู่เลยรอดตัวไป หันมาถามกันเองว่าน้ำหวานหายไปไหน เราจะแหลแบบตอบนักข่าวว่ารถติดบ้าง แฟนคลับรุมล้อมบ้างคงไม่ได้คุณพิงค์รู้ทันแน่ๆ เลยใจร้อนเป็นไฟกันตรงนั้น

บนถนนที่รถไม่พลุกพล่านนัก มิ้นต์ขับรถอยู่ข้างหน้าน้ำหวานตามหลังคอยโทรศัพท์ทั้งลุ้นทั้งขู่ให้มิ้นต์ รีบทำตามแผนเร็วๆ เดี๋ยวจะไม่ทันกาล แผนของน้ำหวานคือให้มิ้นต์ขับรถ เกิดอุบัติเหตุรุนแรง!

มิ้นต์ขับรถกระฉึกกระฉักจะพุ่งชนเกาะกลางถนน ก็ไม่กล้า จะไม่ทำก็ถูกน้ำหวานขู่เรื่องหนี้สองแสน ระหว่างนั้นเหมยขี่มอเตอร์ไซค์อย่างเร่งรีบจะพาแต้วไปสอบเพราะสายแล้วกลัว ไม่ทันเวลา

ในที่สุดมิ้นต์หลับหูหลับตาเหยียบคันเร่งพุ่งไปเลยเฉี่ยว รถของเหมยล้ม แต้วถูกมอเตอร์ไซค์ทับขา ส่วนมิ้นต์พุ่งไปชนเกาะกลางถนนโครมใหญ่ น้ำหวานขับตามมามองอย่างสะใจ สมใจ รีบจอดรถลงไปวิ่งผ่านแต้วที่ถูกมอเตอร์ไซค์ทับขาไปดูมิ้นต์

น้ำหวาน กับเหมยต่างเห็นหน้ากันจังๆ น้ำหวานจิกตาใส่เหมยก่อนปั้นหน้ากลบเกลื่อนเอ็ดตะโรหาว่าเหมยขี่รถประสาอะไร มาปาดหน้าจนถูกชน แล้วรีบไปดูมิ้นต์ที่คอพับหมดสติตามแผน ทำเป็นตกใจวิ่งพล่านทำอะไรไม่ถูก สุดท้ายก็หันมาโทษเหมยอีกว่าทำให้เกิดอุบัติเหตุ

เมื่อวิ่งโวยวาย ลั่นถนนแต่ไม่มีใครมาช่วย สุดท้ายน้ำหวานเลยถอดรองเท้าส้นสูงทุบกระจกรถแตกเอื้อมมือเข้าไปปลดล็อกแล้ว เปิดประตูรถพามิ้นต์มาที่รถตัวเอง

ระหว่างนั้นนักข่าวสายอาชญากรรมถ่ายรูปน้ำหวานแบกร่างมิ้นต์กันพึ่บพั่บพร้อมๆกับตำรวจสายตรวจมาถึงพอดี

ooooooo

คุณต้อมกับมดแดงมีเวลาหายใจอีกเฮือกหนึ่งเพราะคุณพิงค์ติดสาย ทั้งสองพยายามโทร.หาน้ำหวานกดกันมือเป็นระวิงแต่ก็ติดต่อไม่ได้ จนเลขาฯมา

บอกว่าเข้าพบคุณพิงค์ได้แล้ว ทั้งสองทำเป็นเกรงใจบอกว่าไม่เป็นไรตนรอได้ เมื่อเลขาฯบอกว่าถ้ารอคิวต่อไปต้องอีกครึ่งชั่วโมง ฉะนั้นให้เข้าไปตอนนี้เลย

พอเข้าไปไม่ทันคุยอะไรกันคุณพิงค์ก็ได้รับสายจากพีทหลานชายที่เพิ่งกลับจากเมืองนอก และคุณพิงค์หมายตาจะให้มาเล่นละครกับช่อง เลยคุยกันจ๊ะจ๋าอารมณ์ดี คุณต้อม กับมดแดงเลยได้หายใจอีกเฮือกหนึ่ง

ส่วนเฮียใหญ่กับปยุตรยังอยู่ที่โรงพิมพ์ ปยุตรไม่สบายใจ เรื่องเหมยกลัวถูกมองว่าตนเป็นพวกฉวยโอกาสหาประโยชน์จากเด็ก หลอกเอาข่าวมาเขียน เฮียใหญ่บอกว่าเรื่องนั้นเราต้องเอาเจตนาเป็นที่ตั้ง เหมยน่าจะเข้าใจว่าปยุตรไม่ได้ตั้งใจ

ขณะนั้นเองนักข่าวคนหนึ่งวิ่ง เข้ามาเอากล้องเล่าอย่างตื่นเต้นว่า เกิดรถชนกัน และพลเมืองดีที่ช่วยพาผู้เคราะห์ร้ายส่งโรงพยาบาลคือน้ำหวาน ทำให้เฮียใหญ่กับปยุตรมองหน้ากันอย่างคาดไม่ถึง

เวลาเดียวกัน คุณต้อมกับมดแดงกำลังจะชะตาขาดเพราะคุณพิงค์คุยกับพีทเสร็จหันมาถามว่าแล้วน้ำหวานไม่ได้มาด้วยหรือ น้ำหวานอยู่ที่ไหน

ขณะทั้งสองอึกอักนั่นเอง มือถือของมดแดงก็ดังขึ้น มดแดงตกใจรีบขอโทษที่ไม่ได้ปิดเสียงแต่พอฟังปลายสายก็รีบตอบคุณพิงค์ ดีใจเหมือนรอดตายแล้วว่า

"คุณพิงค์คะ ตอนนี้น้องน้ำหวานอยู่สถานีตำรวจค่ะ!"

ooooooo

ตอนที่ 4

ที่สถานีตำรวจ เฮียใหญ่กับปยุตรวิ่งขึ้นสถานีตำรวจทางหนึ่ง คุณต้อมกับมดแดงวิ่งขึ้นมาอีกทางหนึ่ง คุณต้อมเห็นเฮียใหญ่กับปยุตรก็พึมพำว่า "ได้เป็นข่าวใหญ่อีกแน่ๆเลยน้ำหวานเอ๊ย...น้ำหวาน"

เฮียใหญ่ทักคุณต้อมกับมดแดงว่านางเอกมีข่าวทุกวัน แล้วชวนกันรีบเข้าไปตามเรื่อง

บนสถานีตำรวจ เหมยกับน้ำหวานกำลังเถียงกันหน้าดำหน้าแดง มีนักข่าวกรูกันเข้าไปทำข่าวและถ่ายรูป ทั้งเหมยและน้ำหวานเถียงกันว่าตนไม่ผิด อีกฝ่ายผิด ไม่มีใครยอมใครจนตำรวจต้องขอให้ใจเย็นๆใครผิดใครถูกพิสูจน์หลักฐานเดี๋ยวก็รู้

เหมยเลยถามถึงคนเจ็บว่าใครจะรับผิดชอบ น้ำหวานยิ้มเยาะพูดดักคอว่าอยากได้ค่าเสียหายใช่ไหม เหมยโต้ว่าคนเจ็บมันก็ต้องมีค่าหมอต้องมีค่ายารักษาไม่ใช่เทพจะได้หายได้เอง

คุณต้อมกับมดแดงวิ่งขึ้นมาประกบน้ำหวานทันที คุณต้อมถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน มดแดงถามว่าน้ำหวานไม่ได้ขับรถชนเขาแล้วมายุ่งอะไรด้วยหรือ

"น้ำหวานมาเป็นพยานให้คุณคนนี้ค่ะ" น้ำหวานชี้ไปทางมิ้นต์ที่นั่งดมยาดมอยู่

"เล่ารายละเอียดให้เฮียฟังหน่อยค่ะน้ำหวาน" เฮียใหญ่ แทรกขึ้น น้ำหวานหันมาทางนักข่าวเล่าเป็นตุเป็นตะว่า

"คือเมื่อเช้า น้ำหวานมีนัดกับพี่ต้อมจะไปพบคุณพิงค์ ที่ช่องเลยรีบออกมา แล้วก็เห็นมอเตอร์ไซค์คันนี้" น้ำหวานชี้ไปที่เหมย "ขี่แซงหน้าแซงหลัง ปาดซ้ายปาดขวา แล้วพอมาถึงที่เกิดเหตุก็ปาดหน้ารถยนต์คนนี้"

พูดแล้วชี้ไปทางมิ้นต์ "แล้วเสียหลักล้มลงเอง รถคันนี้ก็เลยเบรกกะทันหัน จำเป็นต้องชนมอเตอร์ไซค์คันนี้ค่ะ"

"ไม่จริงนะคะ ฉันขี่รถของฉันมาดีๆ แต่รถยนต์นั่นแหละที่ไม่ดูทางมัวแต่คุยโทรศัพท์ จนเซมาเฉี่ยวฉันเอง" เหมยเถียงลั่น

ต่างคนต่างไม่ยอมรับผิด เลยเถียงกันลั่นโรงพัก มดแดงสะอึกออกมาเถียงแทนน้ำหวาน ด่ากราดว่าพวกมอเตอร์ไซค์เป็นแบบนี้ทุกคนไม่เคยผิด! มีแต่เรื่องเสียหายทำความเดือดร้อนให้คนอื่น

เหมยยืนกรานว่าตนไม่ผิด น้ำหวานย้ำว่าผิดตนเห็นกับตา มิ้นต์นิ่งอึ้งท่าทางกลัวๆ น้ำหวานหันมาบอกมิ้นต์แบบข่มๆขู่ๆว่า

"บอกไปเลยคุณว่าความจริงเป็นยังไง ไม่ต้องกลัว น้ำหวานจะเป็นพยานให้คุณเองค่ะ"

ทันใดนั้น การุณเดินหน้าเคร่งเข้ามาถามมิ้นต์ว่ามีเรื่องอะไรกัน มิ้นต์ตกใจหน้าซีดเผือด เหมยมองการุณตะลึง ส่วนน้ำหวานหน้าเจื่อนรีบหาทางเลี่ยงอ้างว่าตนมีนัดกับคุณพิงค์

นักข่าวยังตามสัมภาษณ์น้ำหวานอีก มดแดงพยายามกัน คุณต้อมก็ช่วยพูดแล้วพาน้ำหวานออกไป เฮียใหญ่บอกปยุตรให้ตามไปสัมภาษณ์น้ำหวาน ปยุตรขออยู่ทางนี้สัมภาษณ์เหมย เฮียใหญ่เห็นด้วยเลยแยกกันทำงาน พอปยุตรหันมาอีกที เห็นการุณกับเหมยมองและทักกันอย่างคนเคยรู้จักกันมาก่อน เขาได้แต่มองงงๆ

ooooooo

พอเห็นการุณ น้ำหวานก็รีบหลบหน้า แต่พอลงจากโรงพักหันมาไม่เห็นการุณแล้วก็รีๆรอๆจนนักข่าวถามว่าเมื่อกี้น้ำหวานบอกว่ามีนัดกับคุณพิงค์ ไม่ใช่หรือ น้ำหวานได้ทีเลยเล่าให้เห็นถึงความมีเมตตาธรรมของตนอีกครั้ง พูดให้เห็นว่ามีนัดกับบุคคลสำคัญระดับคุณพิงค์ก็ยังยอมผิดนัดเพื่อช่วยเหลือคนเจ็บ ยอมเสี่ยงโดนตำหนิเพื่อมนุษยธรรม

หลังจากน้ำหวานสร้างภาพให้ตัวเองแล้ว คุณต้อมขอร้องนักข่าวว่าให้ช่วยกันเขียนให้คุณพิงค์เข้าใจด้วยจะได้ ไม่โกรธน้ำหวานที่ผิดนัด

"ไม่ต้องห่วงครับพี่ต้อม ความจริงเป็นยังไงเราเขียนไปอย่างนั้น ไม่มีการนั่งเทียนเขียนข่าวเป็นอันขาด" เฮียใหญ่รับปาก แต่ทำให้น้ำหวานใจเสียจนยิ้มเจื่อน เฮียใหญ่พูดต่ออย่างทึ่งว่า "แต่ไม่น่าเชื่อเลยนะครับ ท่าทางหวานๆ แบบน้ำหวาน บทจะลุยก็เอาเรื่องเหมือนกัน"

"น้ำหวานทนเห็นความอยุติธรรมไม่ได้ค่ะ ช่วยอะไรได้ก็อยากจะช่วย..." น้ำหวานทำหน้าใสซื่อแสนบริสุทธิ์ มดแดงรีบอวยสุดฤทธิ์ว่า

"จะตั้งฉายาให้น้ำหวานว่านางเอกหน้าหวานขาลุยก็ได้นะคะพี่ๆ"

เดินมาถึงรถพอดีมดแดงขอตัวอ้างว่าน้ำหวานต้องรีบไปทำงานต่อ นักข่าวยังไม่หายอยาก ถามว่าตั้งฉายาแบบนี้มีข่าวแบบนี้ไม่กลัวน้ำหวานเสียภาพพจน์หรือ มดแดงตัดบททันทีว่า

"ฮู้ยยย ไม่เสียหรอกค่ะ ทางช่องเข้าใจ ผู้จัดเข้าใจ แค่นี้น้องว้านหวานก็แฮปปี้แล้วค่ะ  ไปค่ะ"  พูดแล้วมดแดงดัน น้ำหวานขึ้นรถ พอดีเสียงมือถือน้ำหวานดังขึ้น มดแดงฉวยโอกาสบอกนักข่าวว่าเขาโทร.ตามแล้วเร่งน้ำหวานให้รีบไป เฮียใหญ่จับสังเกตอยู่เห็นน้ำหวานกดสายทิ้งก็สงสัย

ที่แท้เป็นสายจากหมอวาทิศที่เห็นข่าวน้ำหวานทางทีวี บ่นว่าน้ำหวานเป็นข่าวอีกแล้ว ก่อนรีบโทร.มาด้วยความเป็นห่วง

แต่พอน้ำหวานเห็นเป็นเบอร์โทร.ของวาทิศก็ชักสีหน้าใส่กดทิ้งทันที วาทิศยิ่งเป็นห่วงโทร.มาใหม่ถูกน้ำหวานกดทิ้งอีก มดแดงเห็นเฮียใหญ่มองอยู่ก็พูดดังๆ ว่า "งานค่ะงาน" แต่เฮียใหญ่เห็นผิดสังเกตถามว่า เขาโทร.มาเรื่องงานไม่ใช่หรือทำไมน้ำหวานไม่รับ

"เอ่อ...ไม่ใช่เรื่องงานหรอกค่ะ  เบอร์ของใครก็ไม่รู้ น้ำหวานไม่คุ้นเลยไม่รับน่ะค่ะ"

น้ำหวานชี้แจงแล้วรีบยกมือไหว้ลา เร่งมดแดงรีบไปเดี๋ยวจะไม่ทัน มดแดงแย่งมือถือไปดูเห็นเป็นชื่อวาทิศก็เอะใจแต่นึกไม่ออกว่าเป็นใคร  เจอกันที่ไหน  น้ำหวานไม่พอใจแย่งโทรศัพท์คืนแล้วออกรถไปเลย

เฮียใหญ่มองตามรถของน้ำหวานไปอย่างสงสัย ส่วนมดแดงยังยืนงง นึกไม่ออกว่าวาทิศคือใคร

ooooooo

พอขับรถออกมาแล้ว น้ำหวานจึงรับสาย พูดเกือบเป็นตะคอกกับวาทิศว่าตนกำลังยุ่ง จะโทร.อะไรกันนักหนารู้อยู่ว่าตนไม่ชอบให้ใครโทร.จิก วาทิศเสียงอ่อยว่าตนเป็นห่วงเพราะเห็นเธอเป็นข่าวอีกแล้ว

"น้ำหวานเป็นดาราก็ต้องเป็นข่าวสิคะ เป็นดาราดังไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็เป็นข่าวหมด   อีกอย่างแทนที่เกิดเรื่องขึ้นแบบนี้หมอจะให้กำลังใจน้ำหวาน กลับมาพูดอะไรไม่รู้บ้าๆบอๆ"

วาทิศยอมรับว่าตนห่วง ถูกน้ำหวานย้ำว่าตนเป็นดาราดังก็ต้องเป็นข่าว แล้วตัดบทว่าไม่ต้องโทร.มาอีกตนกำลังทำงานแล้วตัดสายเลย พอวางโทรศัพท์ลงเธอเบ้ปากพูดอย่างสมเพชว่า

"น่ารำคาญ ถ้าฉันไม่กลัวความลับเรื่องอัพหน้าจะแตก ฉันทิ้งแกไปนานแล้ว ไอ้หมอเฮงซวย"

ฝ่ายวาทิศพอถูกตัดบทตัดสายเช่นนี้ก็บ่นอย่างขัดใจหยิบรูปน้ำหวานปาลงพื้น มองรูปอย่างช้ำใจก่อนที่จะหยิบขึ้นมาใหม่ พูดกับรูปแบบทั้งรักทั้งแค้นว่า

"ตอนนั้นถ้ารู้ว่าคุณจะเปลี่ยนไป หมอจะไม่ทำให้คุณสวยเลยน้ำหวาน..."

แต่เมื่อไปพบรมมี่ที่ห้องพักคนไข้ที่โรงพยาบาล วาทิศดูบาดแผลที่ใบหน้ารมมี่หน้าเครียด แต่สุดท้ายก็รับปากจะทำให้ ยังความดีใจแก่รมมี่และอำภาผู้เป็นแม่อย่างที่สุด

ooooooo

ที่คอนโดฯของน้ำหวาน พริมากับพฤกษ์กำลังคุยอยู่กับคุณนายไฮโซ พอเห็นข่าวลูกสาวทางทีวี พริมาก็แสดงความห่วงใยกับเพื่อนคุณนายไฮโซว่าลูกสาวตนเป็นคนซื่อ ทั้งสวยทั้งจิตใจดี เป็นห่วงที่เป็นดาราต้องมาคลุกอยู่ในวงการมายาไม่รู้จะรับไหวหรือเปล่า

แต่พอคุณนายไฮโซไป สองผัวเมียก็เปลี่ยนเป็นกระดี้กระด้าดีใจที่ลูกสาวเป็นข่าวอีกแล้ว พฤกษ์พูดอย่างกระหยิ่มว่า "เป็นข่าวเมื่อไหร่ เงินทองก็ไหลมาเทมาเมื่อนั้น"

ที่คลินิกละแวกแผงขายของของแม่กุ้ง ไม้พาแม่กุ้งที่ตกบันไดขณะยกเผือกมันและกล้วยเตรียมจะเอาไปทอดขายเพิ่งออกจากห้องพยาบาล เห็นข่าวน้ำหวานจากหนังสือพิมพ์วันก่อน แม่กุ้งบอกว่าดาราคนนี้เป็นข่าวทุกวัน

แม่กุ้งพูดไม่ทันขาดคำ ทีวีก็ออกข่าวน้ำหวานอีกแล้ว แต่เป็นรายงานข่าวและภาพที่กำลังมีเรื่องทะเลาะกับเหมยบนโรงพัก ทั้งแม่กุ้งและไม้ต่างตกใจเป็นห่วงเหมย

ส่วนที่โรงพยาบาลที่แต้วไปรักษาตัวอยู่ หมอตรวจแล้วผลคือกระดูกไม่หัก แต่ต้องให้พักดูอาการทางสมองสักระยะเผื่อมีอาการที่เกิดกับสมองเพราะหัวกระแทกพื้น

เหมยบอกกับมิ้นต์ว่าตนต้องเรียกร้องค่าเสียหายเพราะน้องตนเจ็บจริงๆ และตนก็ไม่ผิดด้วย มิ้นต์ขอโทษหน้าจ๋อยๆ การุณถามว่าตกลงมิ้นต์ยอมรับผิดใช่ไหม พอหลานสาวยอมรับการุณบอกเหมยว่า

"งั้นฉันต้องขอโทษหนูด้วย หนูไม่ต้องห่วงนะ ฉันยินดีที่จะรับผิดชอบทุกอย่างพร้อมทั้งค่าทำขวัญให้ด้วย"

แต้วทนฟังอยู่นานพูดโพล่งขึ้นว่าตนไม่ต้องการค่าทำขวัญเพราะอุบัติเหตุมันเกิดกันได้ แต่ที่ตนไม่เข้าใจคือทำไมตอนนั้นมิ้นต์ถึงไม่พูดอะไรเลย ปล่อยให้เหมยถูกน้ำหวานกล่าวหาอยู่ได้ มิ้นต์แก้ตัวว่าตนตกใจ เหมยถามประชดว่าทำไมตกใจนานจังเพิ่งจะมาพูดได้ตอนมาถึงโรงพยาบาลนี่เอง การุณเลยไกล่เกลี่ยว่า

"เอาเป็นว่าฉันขอโทษอีกครั้งแล้วกัน น้ำหวานเป็นเพื่อนกับมิ้นต์คงอยากจะเข้าข้างเพื่อน"

ฟังแล้วทั้งปยุตรที่ตามมาทำข่าวและเหมยต่างแปลกใจที่เมื่อกี้นี้น้ำหวานทำเหมือนไม่รู้จักกันกับมิ้นต์ การุณยังพยายามไกล่เกลี่ยว่าน้ำหวานคงทำงานหนักจนเบลอ บอกมิ้นต์ว่ากลับถึงบ้านเรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อย จากนั้นหันมาบอกเหมยว่า

"อย่าลืมที่ฉันบอกนะ มีอะไรให้ช่วยบอกแล้วกัน ฉันมีงานให้หนูทำ" แล้วหันไปเรียกมิ้นต์กลับ และเมื่อทั้งการุณกับมิ้นต์ไปแล้ว  เหมยหันมามองปยุตรตาขวาง  พูดดักคอประชดว่า

"จะเอาข่าวไปลงอีกใช่ไหม ฉันถามทำไมไม่ตอบ กลัวพิกุลจะร่วงจากปากรึไง"

ปยุตรขอโทษ แต่ยืนยันว่าตนไม่ได้คิดร้ายเหมย เหมยยอมยกโทษให้แต่ต้องสัญญาว่าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปลงเพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องที่น้ำหวานกับมิ้นต์เป็นเพื่อนกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะไม่อยากให้กระทบถึงการุณกลัวเขาจะไม่รับตนเข้าทำงาน

ปยุตรถามอย่างแปลกใจว่าเธอจะไปทำงานกับการุณหรือ เหมยตอบอย่างไม่มีทางเลือกว่าตนไม่มีงานทำเป็นชิ้นเป็นอันน้องก็ขาเจ็บ ตอนนี้อะไรที่ได้เงินตนทำหมด

ooooooo

เมื่อแม่กุ้งรู้ว่าเหมย จะไปทำงานกับการุณก็เป็นห่วง เหมยรับปากว่าจะระวังตัวให้ดีที่สุด แต่พอไม้รู้ก็ค้านหัวชนฝา เมื่อเหมยชี้แจงถึงความจำเป็น ไม้ก็โทษตัวเองที่ช่วยครอบครัวไม่ได้ทั้งที่พยายามทำงานจนแทบไม่มีเวลาเรียนแล้ว

ทั้งเหมยและไม้ต่างมุ่งมั่นที่จะทำงานแบ่งเบาภาระของแม่กุ้งที่เก็บพวกตนมาเลี้ยงจนได้มีชีวิตใหม่ไม่เป็นภาระของสังคม ไม้บอกเหมยว่าจะพยายามเรียนให้จบเร็วๆ แล้วหางานดีๆทำเหมยจะได้ไม่ลำบาก

"พี่ไม่กลัวความลำบากหรอก แค่น้องทุกคนเป็นคนดี พี่ก็ดีใจแล้ว"

เหมยกอดไม้อย่างให้กำลังใจ ไม้กอดเหมยด้วยความรักแฝงไว้ด้วยความหวงแหน อีกมุมหนึ่งแต้วที่เพิ่งกลับจากโรงพยาบาล มองภาพนั้นด้วยแววตาเศร้าๆ

ooooooo

หลังจากกลับมาถึงบ้านแล้ว มิ้นต์พยายามหลบหน้าหลบตาการุณกลัวถูกอาซักไซ้ แต่ก็โดนจนได้เมื่อเธอเตรียมจะออกจากบ้านแล้วถูกการุณเรียกไปถาม จนในที่สุดความลับทั้งหมดก็ถูกเปิดเผยออกมา

การุณโกรธมากที่อยู่ดีๆมิ้นต์ก็ทำตามน้ำหวานขับรถชนคน ด่ามิ้นต์ลั่นบ้านว่า

"แก โง่หรือบ้ากันแน่ยัยมิ้นต์ที่ทำตามคำสั่งเพื่อนบ้าๆ แบบนั้น บ้าเอ๊ย ทำสร้างภาพเป็นคนดีมีน้ำใจที่ไหนได้ตัวเองเป็นคนสร้างเรื่องชัดๆ ฉันอยากรู้จริงๆว่าถ้านักข่าวรู้เรื่องพวกนี้ มันจะเป็นยังไง"

มิ้นต์ตกใจที่การุณจะบอกนักข่าว อ้อนวอนว่าอย่าทำเลยเพราะถ้านักข่าวรู้น้ำหวานต้องแย่แน่ๆ

"ฉันก็อยากให้เพื่อนแกแย่น่ะสิ ฉันถึงจะบอกนักข่าว เพื่อนบ้าๆของแกจะได้เลิกสร้างภาพเลิกโกหกหลอกลวงเสียที!"

มิ้นต์ว้าวุ่นใจมาก เฝ้าถามตัวเองว่าจะทำไงดี...ทำไงดี...

ooooooo

การุณยังไม่ทันขึ้นชั้นบน โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เขารับสายทั้งๆที่เบอร์ไม่คุ้น

ที่แท้ เป็นสายจากเหมยนั่นเอง เหมยถามว่าเขายังมีงานให้ตนทำอยู่หรือเปล่า การุณยิ้มดีใจบอกว่ามีและนัดให้เธอมาพบที่โรงแรมของเขาเอง รวบรัดนัดให้มาพบวันจันทร์เวลาหนึ่งทุ่มตรง

หลังจากโทร.หาการุณแล้ว เหมยเริ่มนึกกังวลที่ต้องไปพบกันที่โรงแรม แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่า "ไม่มีอะไรหรอกน่า"

มิ้นต์ได้ยินการุณคุยโทรศัพท์กับเหมย ยิ่งตกใจกลัวว่าถ้าเหมยเจอกับการุณเรื่องแตกแน่ๆจะทำอย่างไรดี!

ooooooo

หลังจากทำศัลยกรรมให้รมมี่แล้ว วาทิศบอกว่าผลดีมากอีกไม่กี่วันหน้าเธอก็จะสวยเหมือนเดิมแล้ว รมมี่ขอบคุณมากที่ช่วยตน วาทิศพูดหน้านิ่งๆว่า "ผมทำตามหน้าที่"

คุยไปคุยมารมมี่ก็ด่าน้ำหวานให้วาทิศฟังว่าเป็นคนชอบสร้างปัญหาทำให้คนอื่นเดือดร้อน ข่าวที่ลงๆไปนั้นไม่จริงทั้งนั้นเป็นการสร้างภาพ อำภาถามว่าสร้างภาพอะไร ยังไง รมมี่เลยระบายอารมณ์แค้นให้ฟังไม่ยั้งว่า

"ฮึ แม่ถามยังกับไม่รู้จักนิสัยยัยน้ำหวาน คนสตรอเบอร์รี่อย่างนั้นเหรอคะจะมีน้ำใจขนาดเป็นพลเมืองดีลงไปช่วยคนอื่น ไม่มีทาง ถ้าให้รมมี่เดา มันต้องเป็นแผนของยัยน้ำหวานแน่ๆแต่รมมี่ไม่รู้เท่านั้นเองว่ายัยน้ำหวานมันต้องการอะไร"

วาทิศฟังแล้วไม่พอใจหาว่ารมมี่มองคนในแง่ร้าย รมมี่เถียงคอเป็นเอ็นว่าตนพูดความจริงแล้วด่าต่อฉอดๆจนวาทิศทนฟังไม่ได้หาว่ารมมี่พูดเรื่องไร้สาระ แล้วขอตัวไปเลยทั้งๆที่ยังทำแผลไม่เสร็จ

รมมี่หน้าเหวอที่หมอเล่นทิ้งกลางคันด่าหมอว่าต้องบ้าไปแล้วแน่ๆเลย อำภาเลยด่ารมมี่ว่า

"แกน่ะสิบ้า ที่ชวนหมอคุยอะไรเลอะเทอะ รมมี่นะรมมี่ เมื่อไหร่จะใจเย็นๆทำภาพพจน์ให้มันดีๆหน่อย แกทำตัวแบบนี้ร้อยทั้งร้อยหมอวาทิศก็ต้องมองว่าแกเป็นคนไม่ดี เม้าท์กับใครไม่เม้าท์ ดั๊นไปเม้าท์กับหมอ โอ๊ย..."

อำภาทำท่าอยากตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ส่วนรมมี่นั่งจ๋อยหน้าเยินค้างอยู่อย่างนั้น

ooooooo

และแล้ว รมมี่ก็เจอหลักฐานที่ทำเอาตัวเองแทบช็อก เมื่อไปตามหมอวาทิศให้มาทำแผลให้ตนแล้วไปเจอวาทิศที่เรียกน้ำหวานมาซักถามเรื่องที่เกิดขึ้น ถูกน้ำหวานยั่วเพื่อให้หมอทำหน้าให้ตนใหม่ หมอทนไม่ไหวยังไม่ทันทำหน้าก็ทำอย่างอื่น เข้าคลุกเคล้านัวเนียกันในห้องหมอนั่นเอง

พอน้ำหวานรู้ว่ารมมี่มา เห็นภาพตัวเองกับหมอก็ลุกไปด่าว่าไร้มารยาท หน้าด้าน เลยถูกรมมี่ด่ากลับอย่างเจ็บแสบ พอรมมี่ขู่ว่าถ้าประชาชนรู้ว่านางเอกแอ๊บแบ๊วของตนมั่วผู้ชายแบบนี้เขาจะคิดอย่างไร น้ำหวานก็ขู่อาฆาตว่าอย่ามายุ่งกับเรื่องของตนไม่อย่างนั้นจะทำให้ดับแน่

ทั้งคู่เหมือนไก่เห็นตีนงูงูเห็นนมไก่ เลยสาวไส้เบื้องหลังของกันและกันอย่างเผ็ดร้อน จนรมมี่ที่เลือดร้อนและเป็นคนโผงผางขวานผ่าซาก เงื้อมือขึ้นจะตบน้ำหวาน ถูกน้ำหวานจับมือไว้ขู่ว่า

"อย่าได้คิดจะทำอะไรฉันเป็นอันขาด ไม่งั้นฉันจะทำให้เธอหน้าแหกกว่าเดิมชนิดหมอทั้งโลกก็ช่วยอะไรไม่ได้ รู้ไว้ด้วยว่าเธอกับฉันมันคนละเกรดกัน"

น้ำหวานผลักรมมี่จนเซแล้วเดินออกไป รมมี่จิกตามองตามอย่างแค้นใจสุดๆ

ooooooo

ดึกคืนนี้เอง รมมี่โทร.ไปหาเฮียใหญ่ที่เพิ่งทำข่าวน้ำหวานเสร็จ เธอบอกเฮียใหญ่ว่า

"รมมี่มีข่าวลึกข่าวลับจะบอก รับรองสะเทือนวงการแน่"

ล่อใจกันขนาดนี้มีหรือที่เฮียใหญ่กับปยุตรจะไม่ไป ครู่เดียวทั้งสองก็ไปถึงห้องพักคนไข้ รมมี่เล่าถึงภาพที่ตนเห็นน้ำหวานกับหมอวาทิศมั่วกันแล้วเท้าความถึงวันที่ น้ำหวานไปตบตีตนถึงห้องพักคนไข้ว่า

"มิน่า...วันที่หมอวาทิศจะเข้ามาหารมมี่ ยัยน้ำหวานถึงหาเรื่องตบตีกับรมมี่ ที่แท้ก็เบี่ยงเบนความสนใจของนักข่าวนี่เอง เพราะจะว่าไปแล้ว หมอวาทิศไม่ใช่นักแสดงพอที่จะทำเป็นไม่รู้จักยัยน้ำหวาน"

ปยุตรถามว่าแล้วจะให้ตนเชื่อรมมี่ได้อย่างไร รมมี่บอกอย่างไม่ยี่หระว่า

"ฉันไม่ได้บอกให้คุณเชื่อ ฉันแค่เล่าให้ฟัง ส่วนคุณจะลงข่าวหรือไม่ก็เรื่องของคุณ"

เมื่อพากันมาถึงลานจอดรถ ปยุตรถามเฮียใหญ่จะเอายังไง เฮียใหญ่พูดอย่างรู้นิสัยรมมี่ดีว่า

"เท่าที่เฮียรู้จัก รมมี่เป็นคนตรงถึงจะไม่ชอบหน้าน้ำหวาน แต่เฮียว่าคนอย่างรมมี่ไม่น่าจะใส่ร้ายใคร ยุตรลองสืบจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลดูว่ามีใครเคยเห็นน้ำหวานมาหาหมอวาทิศที่โรงพยาบาลรึเปล่า ถ้ามี เราก็...อาจจะโยนหินถามทาง ทำเป็นข่าวกอสซิปก่อน น้ำหวานจะว่ายังไงค่อยสัมภาษณ์กันอีกที"

เมื่อปยุตรลองไปสืบข่าวดูก็แน่ใจว่า ข่าวที่รมมี่เล่ามีมูล

ooooooo

แล้วการ "โยนหินถามทาง" ก็เริ่มขึ้น  เมื่อพริมาอ่านเจอข่าวกอสซิปน้ำหวานกับหมอวาทิศก็โมโหลูกสาวว่าไปทำอะไร ประเจิดประเจ้อจนหนังสือพิมพ์ลงข่าวอย่างนี้ แต่น้ำหวานไม่แยแส บอกแม่ว่าคนอย่างรมมี่ทำอะไรตนไม่ได้หรอก ลองดูก็ได้ว่าคนเขาจะเชื่อนางร้ายหรือเชื่อนางเอกอย่างตน"

ที่สตูดิโอถ่ายละครวันนี้ นักข่าวพากันไปสัมภาษณ์น้ำหวานถึงข่าวฉาวระหว่างเธอกับหมอวาทิศ โดยมีเฮียใหญ่กับปยุตรซักถามเป็นหลัก

คำตอบที่ได้จากหน้าหวานๆตาใสๆยิ้มซื่อๆของน้ำหวานคือ ไม่ใช่ตนและคงเป็นคนหน้าเหมือนมากกว่า ตอบคำถามแล้วก็ขอบคุณนักข่าวอย่างอ่อนหวานที่มาถามตนตรงๆไม่ไปนั่งเทียน เขียนเอง พอน้ำหวานพูดจบ มดแดงก็รีบขอบคุณและขอตัวไปทำงาน

การมาสัมภาษณ์น้ำหวานครั้งนี้ ยิ่งทำให้ปยุตรเสียความรู้สึกกับนางเอกคนนี้

ส่วนมดแดงหลังจากปกป้องน้ำหวานสุดชีวิตและพาออกมาจากนักข่าวได้แล้ว ก็ต้องคิดหนักกลุ้มใจเมื่อน้ำหวาน ขอตัวไปทำธุระส่วนตัว "แป๊บเดียว" พอมดแดงจะอ้าปากท้วงติงก็ถูกน้ำหวานตัดบทว่า "เจ๊คงไม่อยากให้น้ำหวานเปลี่ยนผู้จัดการใช่ไหมคะ" แค่นั้น มดแดงก็พูดไม่ออก ได้แต่ยืนมองน้ำหวานขับรถออกไปตาปริบๆ ถามตัวเองว่า "จะเบี้ยวฉันอีกรึเปล่าเนี่ย"

ooooooo

ธุระส่วนตัวของน้ำหวาน คือไปหาหมอวาทิศที่บ้านทำเป็นขอโทษที่ทำให้เขาเป็นข่าวไร้สาระไปด้วย วาทิศไม่เพียงไม่โกรธ แต่กลับดีใจที่เรื่องระหว่างตนกับน้ำหวานจะได้เปิดเผยแก่สังคมว่าเราสองคนรักกัน

"ไม่ได้นะคะ หมอจะให้คนรู้ไม่ได้ว่าเราคบกันเพราะน้ำหวานเพิ่งเข้าวงการ  น้ำหวานอยากให้คนสนใจงานของน้ำหวานไม่ใช่สนใจว่าแฟนน้ำหวานเป็นใคร จะแต่งเมื่อไหร่ จะเลิกเมื่อไหร่"

วาทิศเสียงอ่อยว่าสักวันพวกเขาก็ต้องรู้ น้ำหวานเสียงแข็งสวนไปทันทีว่าแต่ต้องไม่ใช่วันนี้ แล้วตบท้ายด้วยเสียงเข้มหน้าตาขึงขังว่า

"ถ้าหมอรักน้ำหวาน  หมอต้องปฏิเสธความสัมพันธ์ของเรา ไม่อย่างนั้นหมอจะต้องเสียน้ำหวานตลอดไป"

ดังนั้น เมื่อนักข่าวมาขอสัมภาษณ์ วาทิศจึงปฏิเสธไม่ขอตอบอะไรหรือถ้าตอบก็เป็นคำตอบทั่วไปที่ใครก็จับเป็นเหยื่อไม่ได้ และเมื่อถูกรุกหนักเข้า เขาก็ขอตัวเอาดื้อๆว่าตนไม่ใช่ดารา ไม่สะดวกให้สัมภาษณ์จริงๆ แล้วเดินหน้านิ่งไปจนนักข่าวไม่กล้าไปตอแยอีก

รมมี่ที่มองจากหน้าต่างห้องตัวเองมองอย่างไม่พอใจ ส่วนน้ำหวานซุ่มดูอยู่ในรถยิ้มออกมาอย่างสมใจ

หลังการสัมภาษณ์หมอ เฮียใหญ่ยังเชื่อว่ารมมี่ไม่โกหก บอกปยุตรว่าไม่ต้องกังวลความจริงยังไงก็เป็นความจริงวันยังค่ำ ไม่ช้าก็เร็วเรื่องจริงก็ต้องแดงออกมา ทำให้ปยุตรมีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง

ooooooo

รมมี่ออกจากห้องของตัวเองตามไปถามหมอถึงห้องทำงานว่าทำไมหมอไม่ยอมรับความจริง เธอถูกวาทิศตวาดว่าไม่ฟ้องเธอก็ดีแค่ไหนแล้วที่เอาเรื่องของตนไปบอกนักข่าว รมมี่ท้าให้ฟ้องทั้งยังย้ำใส่หน้าหมอว่าคนเขารู้กันแล้วว่าเรื่องหมอกับน้ำหวานเป็นเรื่องจริง จ้องหน้าถามว่า

"ฉันไม่รู้หรอกนะคะว่ายัยน้ำหวานกล่อมอะไรหมอมา แต่ฉันกล้าพูดตรงนี้เลยว่าหมอกำลังเป็นเหยื่อให้ยัยน้ำหวานหลอกใช้ ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้แสนดีน่าทะนุถนอมอย่างที่หมอเข้าใจหรอก"

ไม่ว่ารมมี่จะพูดอะไรก็ถูกวาทิศศอกกลับไปทุกเรื่องสุดท้ายก็หยามรมมี่ว่าตัวเองมีอะไรดีสู้น้ำหวานได้บ้าง ทำให้รมมี่โกรธจนตัวสั่น ไม่เพียงเท่านั้น หมอวาทิศยังหาว่ารมมี่ริษยาน้ำหวาน ปรามว่าเธอยิ่งคิดทำลายน้ำหวานเท่าไรน้ำหวานก็ยิ่งดังมากขึ้นเท่านั้นแล้วตะคอกว่า

"อย่ามายุ่งกับผมอีก ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน เชิญ!" วาทิศไล่รมมี่อย่างดุดันจนเธอสะบัดพรืดออกไปอย่างโกรธจัด แต่พอออกไปก็เจอน้ำหวานมาดักเยาะเย้ยว่า

"หมอวาทิศพูดหมดแล้ว ฉันคงไม่ต้องพูดอะไรกับเธอนะรมมี่"

"ทีใครทีมัน แต่ยังไงฉันก็จะรอวันที่เธอร่วงลงมาจากฟ้า"

"คงไม่มีหรอก ไม่งั้นคงไม่มีคำว่าดาวค้างฟ้า และฉันนี่แหละจะเป็นดาวค้างฟ้าดวงต่อไป"

พูดเสร็จยิ้มเย้ยแล้วเดินกระแทกไหล่รมมี่ผ่านไป รมมี่ยืนกัดฟันกำมือแน่นอย่างเจ็บใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:55 น.