ตอนที่ 4
ที่สถานีตำรวจ เฮียใหญ่กับปยุตรวิ่งขึ้นสถานีตำรวจทางหนึ่ง คุณต้อมกับมดแดงวิ่งขึ้นมาอีกทางหนึ่ง คุณต้อมเห็นเฮียใหญ่กับปยุตรก็พึมพำว่า "ได้เป็นข่าวใหญ่อีกแน่ๆเลยน้ำหวานเอ๊ย...น้ำหวาน"
เฮียใหญ่ทักคุณต้อมกับมดแดงว่านางเอกมีข่าวทุกวัน แล้วชวนกันรีบเข้าไปตามเรื่อง
บนสถานีตำรวจ เหมยกับน้ำหวานกำลังเถียงกันหน้าดำหน้าแดง มีนักข่าวกรูกันเข้าไปทำข่าวและถ่ายรูป ทั้งเหมยและน้ำหวานเถียงกันว่าตนไม่ผิด อีกฝ่ายผิด ไม่มีใครยอมใครจนตำรวจต้องขอให้ใจเย็นๆใครผิดใครถูกพิสูจน์หลักฐานเดี๋ยวก็รู้
เหมยเลยถามถึงคนเจ็บว่าใครจะรับผิดชอบ น้ำหวานยิ้มเยาะพูดดักคอว่าอยากได้ค่าเสียหายใช่ไหม เหมยโต้ว่าคนเจ็บมันก็ต้องมีค่าหมอต้องมีค่ายารักษาไม่ใช่เทพจะได้หายได้เอง
คุณต้อมกับมดแดงวิ่งขึ้นมาประกบน้ำหวานทันที คุณต้อมถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน มดแดงถามว่าน้ำหวานไม่ได้ขับรถชนเขาแล้วมายุ่งอะไรด้วยหรือ
"น้ำหวานมาเป็นพยานให้คุณคนนี้ค่ะ" น้ำหวานชี้ไปทางมิ้นต์ที่นั่งดมยาดมอยู่
"เล่ารายละเอียดให้เฮียฟังหน่อยค่ะน้ำหวาน" เฮียใหญ่ แทรกขึ้น น้ำหวานหันมาทางนักข่าวเล่าเป็นตุเป็นตะว่า
"คือเมื่อเช้า น้ำหวานมีนัดกับพี่ต้อมจะไปพบคุณพิงค์ ที่ช่องเลยรีบออกมา แล้วก็เห็นมอเตอร์ไซค์คันนี้" น้ำหวานชี้ไปที่เหมย "ขี่แซงหน้าแซงหลัง ปาดซ้ายปาดขวา แล้วพอมาถึงที่เกิดเหตุก็ปาดหน้ารถยนต์คนนี้"
พูดแล้วชี้ไปทางมิ้นต์ "แล้วเสียหลักล้มลงเอง รถคันนี้ก็เลยเบรกกะทันหัน จำเป็นต้องชนมอเตอร์ไซค์คันนี้ค่ะ"
"ไม่จริงนะคะ ฉันขี่รถของฉันมาดีๆ แต่รถยนต์นั่นแหละที่ไม่ดูทางมัวแต่คุยโทรศัพท์ จนเซมาเฉี่ยวฉันเอง" เหมยเถียงลั่น
ต่างคนต่างไม่ยอมรับผิด เลยเถียงกันลั่นโรงพัก มดแดงสะอึกออกมาเถียงแทนน้ำหวาน ด่ากราดว่าพวกมอเตอร์ไซค์เป็นแบบนี้ทุกคนไม่เคยผิด! มีแต่เรื่องเสียหายทำความเดือดร้อนให้คนอื่น
เหมยยืนกรานว่าตนไม่ผิด น้ำหวานย้ำว่าผิดตนเห็นกับตา มิ้นต์นิ่งอึ้งท่าทางกลัวๆ น้ำหวานหันมาบอกมิ้นต์แบบข่มๆขู่ๆว่า
"บอกไปเลยคุณว่าความจริงเป็นยังไง ไม่ต้องกลัว น้ำหวานจะเป็นพยานให้คุณเองค่ะ"
ทันใดนั้น การุณเดินหน้าเคร่งเข้ามาถามมิ้นต์ว่ามีเรื่องอะไรกัน มิ้นต์ตกใจหน้าซีดเผือด เหมยมองการุณตะลึง ส่วนน้ำหวานหน้าเจื่อนรีบหาทางเลี่ยงอ้างว่าตนมีนัดกับคุณพิงค์
นักข่าวยังตามสัมภาษณ์น้ำหวานอีก มดแดงพยายามกัน คุณต้อมก็ช่วยพูดแล้วพาน้ำหวานออกไป เฮียใหญ่บอกปยุตรให้ตามไปสัมภาษณ์น้ำหวาน ปยุตรขออยู่ทางนี้สัมภาษณ์เหมย เฮียใหญ่เห็นด้วยเลยแยกกันทำงาน พอปยุตรหันมาอีกที เห็นการุณกับเหมยมองและทักกันอย่างคนเคยรู้จักกันมาก่อน เขาได้แต่มองงงๆ
ooooooo
พอเห็นการุณ น้ำหวานก็รีบหลบหน้า แต่พอลงจากโรงพักหันมาไม่เห็นการุณแล้วก็รีๆรอๆจนนักข่าวถามว่าเมื่อกี้น้ำหวานบอกว่ามีนัดกับคุณพิงค์ ไม่ใช่หรือ น้ำหวานได้ทีเลยเล่าให้เห็นถึงความมีเมตตาธรรมของตนอีกครั้ง พูดให้เห็นว่ามีนัดกับบุคคลสำคัญระดับคุณพิงค์ก็ยังยอมผิดนัดเพื่อช่วยเหลือคนเจ็บ ยอมเสี่ยงโดนตำหนิเพื่อมนุษยธรรม
หลังจากน้ำหวานสร้างภาพให้ตัวเองแล้ว คุณต้อมขอร้องนักข่าวว่าให้ช่วยกันเขียนให้คุณพิงค์เข้าใจด้วยจะได้ ไม่โกรธน้ำหวานที่ผิดนัด
"ไม่ต้องห่วงครับพี่ต้อม ความจริงเป็นยังไงเราเขียนไปอย่างนั้น ไม่มีการนั่งเทียนเขียนข่าวเป็นอันขาด" เฮียใหญ่รับปาก แต่ทำให้น้ำหวานใจเสียจนยิ้มเจื่อน เฮียใหญ่พูดต่ออย่างทึ่งว่า "แต่ไม่น่าเชื่อเลยนะครับ ท่าทางหวานๆ แบบน้ำหวาน บทจะลุยก็เอาเรื่องเหมือนกัน"
"น้ำหวานทนเห็นความอยุติธรรมไม่ได้ค่ะ ช่วยอะไรได้ก็อยากจะช่วย..." น้ำหวานทำหน้าใสซื่อแสนบริสุทธิ์ มดแดงรีบอวยสุดฤทธิ์ว่า
"จะตั้งฉายาให้น้ำหวานว่านางเอกหน้าหวานขาลุยก็ได้นะคะพี่ๆ"
เดินมาถึงรถพอดีมดแดงขอตัวอ้างว่าน้ำหวานต้องรีบไปทำงานต่อ นักข่าวยังไม่หายอยาก ถามว่าตั้งฉายาแบบนี้มีข่าวแบบนี้ไม่กลัวน้ำหวานเสียภาพพจน์หรือ มดแดงตัดบททันทีว่า
"ฮู้ยยย ไม่เสียหรอกค่ะ ทางช่องเข้าใจ ผู้จัดเข้าใจ แค่นี้น้องว้านหวานก็แฮปปี้แล้วค่ะ ไปค่ะ" พูดแล้วมดแดงดัน น้ำหวานขึ้นรถ พอดีเสียงมือถือน้ำหวานดังขึ้น มดแดงฉวยโอกาสบอกนักข่าวว่าเขาโทร.ตามแล้วเร่งน้ำหวานให้รีบไป เฮียใหญ่จับสังเกตอยู่เห็นน้ำหวานกดสายทิ้งก็สงสัย
ที่แท้เป็นสายจากหมอวาทิศที่เห็นข่าวน้ำหวานทางทีวี บ่นว่าน้ำหวานเป็นข่าวอีกแล้ว ก่อนรีบโทร.มาด้วยความเป็นห่วง
แต่พอน้ำหวานเห็นเป็นเบอร์โทร.ของวาทิศก็ชักสีหน้าใส่กดทิ้งทันที วาทิศยิ่งเป็นห่วงโทร.มาใหม่ถูกน้ำหวานกดทิ้งอีก มดแดงเห็นเฮียใหญ่มองอยู่ก็พูดดังๆ ว่า "งานค่ะงาน" แต่เฮียใหญ่เห็นผิดสังเกตถามว่า เขาโทร.มาเรื่องงานไม่ใช่หรือทำไมน้ำหวานไม่รับ
"เอ่อ...ไม่ใช่เรื่องงานหรอกค่ะ เบอร์ของใครก็ไม่รู้ น้ำหวานไม่คุ้นเลยไม่รับน่ะค่ะ"
น้ำหวานชี้แจงแล้วรีบยกมือไหว้ลา เร่งมดแดงรีบไปเดี๋ยวจะไม่ทัน มดแดงแย่งมือถือไปดูเห็นเป็นชื่อวาทิศก็เอะใจแต่นึกไม่ออกว่าเป็นใคร เจอกันที่ไหน น้ำหวานไม่พอใจแย่งโทรศัพท์คืนแล้วออกรถไปเลย
เฮียใหญ่มองตามรถของน้ำหวานไปอย่างสงสัย ส่วนมดแดงยังยืนงง นึกไม่ออกว่าวาทิศคือใคร
ooooooo
พอขับรถออกมาแล้ว น้ำหวานจึงรับสาย พูดเกือบเป็นตะคอกกับวาทิศว่าตนกำลังยุ่ง จะโทร.อะไรกันนักหนารู้อยู่ว่าตนไม่ชอบให้ใครโทร.จิก วาทิศเสียงอ่อยว่าตนเป็นห่วงเพราะเห็นเธอเป็นข่าวอีกแล้ว
"น้ำหวานเป็นดาราก็ต้องเป็นข่าวสิคะ เป็นดาราดังไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็เป็นข่าวหมด อีกอย่างแทนที่เกิดเรื่องขึ้นแบบนี้หมอจะให้กำลังใจน้ำหวาน กลับมาพูดอะไรไม่รู้บ้าๆบอๆ"
วาทิศยอมรับว่าตนห่วง ถูกน้ำหวานย้ำว่าตนเป็นดาราดังก็ต้องเป็นข่าว แล้วตัดบทว่าไม่ต้องโทร.มาอีกตนกำลังทำงานแล้วตัดสายเลย พอวางโทรศัพท์ลงเธอเบ้ปากพูดอย่างสมเพชว่า
"น่ารำคาญ ถ้าฉันไม่กลัวความลับเรื่องอัพหน้าจะแตก ฉันทิ้งแกไปนานแล้ว ไอ้หมอเฮงซวย"
ฝ่ายวาทิศพอถูกตัดบทตัดสายเช่นนี้ก็บ่นอย่างขัดใจหยิบรูปน้ำหวานปาลงพื้น มองรูปอย่างช้ำใจก่อนที่จะหยิบขึ้นมาใหม่ พูดกับรูปแบบทั้งรักทั้งแค้นว่า
"ตอนนั้นถ้ารู้ว่าคุณจะเปลี่ยนไป หมอจะไม่ทำให้คุณสวยเลยน้ำหวาน..."
แต่เมื่อไปพบรมมี่ที่ห้องพักคนไข้ที่โรงพยาบาล วาทิศดูบาดแผลที่ใบหน้ารมมี่หน้าเครียด แต่สุดท้ายก็รับปากจะทำให้ ยังความดีใจแก่รมมี่และอำภาผู้เป็นแม่อย่างที่สุด
ooooooo
ที่คอนโดฯของน้ำหวาน พริมากับพฤกษ์กำลังคุยอยู่กับคุณนายไฮโซ พอเห็นข่าวลูกสาวทางทีวี พริมาก็แสดงความห่วงใยกับเพื่อนคุณนายไฮโซว่าลูกสาวตนเป็นคนซื่อ ทั้งสวยทั้งจิตใจดี เป็นห่วงที่เป็นดาราต้องมาคลุกอยู่ในวงการมายาไม่รู้จะรับไหวหรือเปล่า
แต่พอคุณนายไฮโซไป สองผัวเมียก็เปลี่ยนเป็นกระดี้กระด้าดีใจที่ลูกสาวเป็นข่าวอีกแล้ว พฤกษ์พูดอย่างกระหยิ่มว่า "เป็นข่าวเมื่อไหร่ เงินทองก็ไหลมาเทมาเมื่อนั้น"
ที่คลินิกละแวกแผงขายของของแม่กุ้ง ไม้พาแม่กุ้งที่ตกบันไดขณะยกเผือกมันและกล้วยเตรียมจะเอาไปทอดขายเพิ่งออกจากห้องพยาบาล เห็นข่าวน้ำหวานจากหนังสือพิมพ์วันก่อน แม่กุ้งบอกว่าดาราคนนี้เป็นข่าวทุกวัน
แม่กุ้งพูดไม่ทันขาดคำ ทีวีก็ออกข่าวน้ำหวานอีกแล้ว แต่เป็นรายงานข่าวและภาพที่กำลังมีเรื่องทะเลาะกับเหมยบนโรงพัก ทั้งแม่กุ้งและไม้ต่างตกใจเป็นห่วงเหมย
ส่วนที่โรงพยาบาลที่แต้วไปรักษาตัวอยู่ หมอตรวจแล้วผลคือกระดูกไม่หัก แต่ต้องให้พักดูอาการทางสมองสักระยะเผื่อมีอาการที่เกิดกับสมองเพราะหัวกระแทกพื้น
เหมยบอกกับมิ้นต์ว่าตนต้องเรียกร้องค่าเสียหายเพราะน้องตนเจ็บจริงๆ และตนก็ไม่ผิดด้วย มิ้นต์ขอโทษหน้าจ๋อยๆ การุณถามว่าตกลงมิ้นต์ยอมรับผิดใช่ไหม พอหลานสาวยอมรับการุณบอกเหมยว่า
"งั้นฉันต้องขอโทษหนูด้วย หนูไม่ต้องห่วงนะ ฉันยินดีที่จะรับผิดชอบทุกอย่างพร้อมทั้งค่าทำขวัญให้ด้วย"
แต้วทนฟังอยู่นานพูดโพล่งขึ้นว่าตนไม่ต้องการค่าทำขวัญเพราะอุบัติเหตุมันเกิดกันได้ แต่ที่ตนไม่เข้าใจคือทำไมตอนนั้นมิ้นต์ถึงไม่พูดอะไรเลย ปล่อยให้เหมยถูกน้ำหวานกล่าวหาอยู่ได้ มิ้นต์แก้ตัวว่าตนตกใจ เหมยถามประชดว่าทำไมตกใจนานจังเพิ่งจะมาพูดได้ตอนมาถึงโรงพยาบาลนี่เอง การุณเลยไกล่เกลี่ยว่า
"เอาเป็นว่าฉันขอโทษอีกครั้งแล้วกัน น้ำหวานเป็นเพื่อนกับมิ้นต์คงอยากจะเข้าข้างเพื่อน"
ฟังแล้วทั้งปยุตรที่ตามมาทำข่าวและเหมยต่างแปลกใจที่เมื่อกี้นี้น้ำหวานทำเหมือนไม่รู้จักกันกับมิ้นต์ การุณยังพยายามไกล่เกลี่ยว่าน้ำหวานคงทำงานหนักจนเบลอ บอกมิ้นต์ว่ากลับถึงบ้านเรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อย จากนั้นหันมาบอกเหมยว่า
"อย่าลืมที่ฉันบอกนะ มีอะไรให้ช่วยบอกแล้วกัน ฉันมีงานให้หนูทำ" แล้วหันไปเรียกมิ้นต์กลับ และเมื่อทั้งการุณกับมิ้นต์ไปแล้ว เหมยหันมามองปยุตรตาขวาง พูดดักคอประชดว่า
"จะเอาข่าวไปลงอีกใช่ไหม ฉันถามทำไมไม่ตอบ กลัวพิกุลจะร่วงจากปากรึไง"
ปยุตรขอโทษ แต่ยืนยันว่าตนไม่ได้คิดร้ายเหมย เหมยยอมยกโทษให้แต่ต้องสัญญาว่าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปลงเพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องที่น้ำหวานกับมิ้นต์เป็นเพื่อนกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะไม่อยากให้กระทบถึงการุณกลัวเขาจะไม่รับตนเข้าทำงาน
ปยุตรถามอย่างแปลกใจว่าเธอจะไปทำงานกับการุณหรือ เหมยตอบอย่างไม่มีทางเลือกว่าตนไม่มีงานทำเป็นชิ้นเป็นอันน้องก็ขาเจ็บ ตอนนี้อะไรที่ได้เงินตนทำหมด
ooooooo
เมื่อแม่กุ้งรู้ว่าเหมย จะไปทำงานกับการุณก็เป็นห่วง เหมยรับปากว่าจะระวังตัวให้ดีที่สุด แต่พอไม้รู้ก็ค้านหัวชนฝา เมื่อเหมยชี้แจงถึงความจำเป็น ไม้ก็โทษตัวเองที่ช่วยครอบครัวไม่ได้ทั้งที่พยายามทำงานจนแทบไม่มีเวลาเรียนแล้ว
ทั้งเหมยและไม้ต่างมุ่งมั่นที่จะทำงานแบ่งเบาภาระของแม่กุ้งที่เก็บพวกตนมาเลี้ยงจนได้มีชีวิตใหม่ไม่เป็นภาระของสังคม ไม้บอกเหมยว่าจะพยายามเรียนให้จบเร็วๆ แล้วหางานดีๆทำเหมยจะได้ไม่ลำบาก
"พี่ไม่กลัวความลำบากหรอก แค่น้องทุกคนเป็นคนดี พี่ก็ดีใจแล้ว"
เหมยกอดไม้อย่างให้กำลังใจ ไม้กอดเหมยด้วยความรักแฝงไว้ด้วยความหวงแหน อีกมุมหนึ่งแต้วที่เพิ่งกลับจากโรงพยาบาล มองภาพนั้นด้วยแววตาเศร้าๆ
ooooooo
หลังจากกลับมาถึงบ้านแล้ว มิ้นต์พยายามหลบหน้าหลบตาการุณกลัวถูกอาซักไซ้ แต่ก็โดนจนได้เมื่อเธอเตรียมจะออกจากบ้านแล้วถูกการุณเรียกไปถาม จนในที่สุดความลับทั้งหมดก็ถูกเปิดเผยออกมา
การุณโกรธมากที่อยู่ดีๆมิ้นต์ก็ทำตามน้ำหวานขับรถชนคน ด่ามิ้นต์ลั่นบ้านว่า
"แก โง่หรือบ้ากันแน่ยัยมิ้นต์ที่ทำตามคำสั่งเพื่อนบ้าๆ แบบนั้น บ้าเอ๊ย ทำสร้างภาพเป็นคนดีมีน้ำใจที่ไหนได้ตัวเองเป็นคนสร้างเรื่องชัดๆ ฉันอยากรู้จริงๆว่าถ้านักข่าวรู้เรื่องพวกนี้ มันจะเป็นยังไง"
มิ้นต์ตกใจที่การุณจะบอกนักข่าว อ้อนวอนว่าอย่าทำเลยเพราะถ้านักข่าวรู้น้ำหวานต้องแย่แน่ๆ
"ฉันก็อยากให้เพื่อนแกแย่น่ะสิ ฉันถึงจะบอกนักข่าว เพื่อนบ้าๆของแกจะได้เลิกสร้างภาพเลิกโกหกหลอกลวงเสียที!"
มิ้นต์ว้าวุ่นใจมาก เฝ้าถามตัวเองว่าจะทำไงดี...ทำไงดี...
ooooooo
การุณยังไม่ทันขึ้นชั้นบน โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เขารับสายทั้งๆที่เบอร์ไม่คุ้น
ที่แท้ เป็นสายจากเหมยนั่นเอง เหมยถามว่าเขายังมีงานให้ตนทำอยู่หรือเปล่า การุณยิ้มดีใจบอกว่ามีและนัดให้เธอมาพบที่โรงแรมของเขาเอง รวบรัดนัดให้มาพบวันจันทร์เวลาหนึ่งทุ่มตรง
หลังจากโทร.หาการุณแล้ว เหมยเริ่มนึกกังวลที่ต้องไปพบกันที่โรงแรม แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่า "ไม่มีอะไรหรอกน่า"
มิ้นต์ได้ยินการุณคุยโทรศัพท์กับเหมย ยิ่งตกใจกลัวว่าถ้าเหมยเจอกับการุณเรื่องแตกแน่ๆจะทำอย่างไรดี!
ooooooo
หลังจากทำศัลยกรรมให้รมมี่แล้ว วาทิศบอกว่าผลดีมากอีกไม่กี่วันหน้าเธอก็จะสวยเหมือนเดิมแล้ว รมมี่ขอบคุณมากที่ช่วยตน วาทิศพูดหน้านิ่งๆว่า "ผมทำตามหน้าที่"
คุยไปคุยมารมมี่ก็ด่าน้ำหวานให้วาทิศฟังว่าเป็นคนชอบสร้างปัญหาทำให้คนอื่นเดือดร้อน ข่าวที่ลงๆไปนั้นไม่จริงทั้งนั้นเป็นการสร้างภาพ อำภาถามว่าสร้างภาพอะไร ยังไง รมมี่เลยระบายอารมณ์แค้นให้ฟังไม่ยั้งว่า
"ฮึ แม่ถามยังกับไม่รู้จักนิสัยยัยน้ำหวาน คนสตรอเบอร์รี่อย่างนั้นเหรอคะจะมีน้ำใจขนาดเป็นพลเมืองดีลงไปช่วยคนอื่น ไม่มีทาง ถ้าให้รมมี่เดา มันต้องเป็นแผนของยัยน้ำหวานแน่ๆแต่รมมี่ไม่รู้เท่านั้นเองว่ายัยน้ำหวานมันต้องการอะไร"
วาทิศฟังแล้วไม่พอใจหาว่ารมมี่มองคนในแง่ร้าย รมมี่เถียงคอเป็นเอ็นว่าตนพูดความจริงแล้วด่าต่อฉอดๆจนวาทิศทนฟังไม่ได้หาว่ารมมี่พูดเรื่องไร้สาระ แล้วขอตัวไปเลยทั้งๆที่ยังทำแผลไม่เสร็จ
รมมี่หน้าเหวอที่หมอเล่นทิ้งกลางคันด่าหมอว่าต้องบ้าไปแล้วแน่ๆเลย อำภาเลยด่ารมมี่ว่า
"แกน่ะสิบ้า ที่ชวนหมอคุยอะไรเลอะเทอะ รมมี่นะรมมี่ เมื่อไหร่จะใจเย็นๆทำภาพพจน์ให้มันดีๆหน่อย แกทำตัวแบบนี้ร้อยทั้งร้อยหมอวาทิศก็ต้องมองว่าแกเป็นคนไม่ดี เม้าท์กับใครไม่เม้าท์ ดั๊นไปเม้าท์กับหมอ โอ๊ย..."
อำภาทำท่าอยากตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ส่วนรมมี่นั่งจ๋อยหน้าเยินค้างอยู่อย่างนั้น
ooooooo
และแล้ว รมมี่ก็เจอหลักฐานที่ทำเอาตัวเองแทบช็อก เมื่อไปตามหมอวาทิศให้มาทำแผลให้ตนแล้วไปเจอวาทิศที่เรียกน้ำหวานมาซักถามเรื่องที่เกิดขึ้น ถูกน้ำหวานยั่วเพื่อให้หมอทำหน้าให้ตนใหม่ หมอทนไม่ไหวยังไม่ทันทำหน้าก็ทำอย่างอื่น เข้าคลุกเคล้านัวเนียกันในห้องหมอนั่นเอง
พอน้ำหวานรู้ว่ารมมี่มา เห็นภาพตัวเองกับหมอก็ลุกไปด่าว่าไร้มารยาท หน้าด้าน เลยถูกรมมี่ด่ากลับอย่างเจ็บแสบ พอรมมี่ขู่ว่าถ้าประชาชนรู้ว่านางเอกแอ๊บแบ๊วของตนมั่วผู้ชายแบบนี้เขาจะคิดอย่างไร น้ำหวานก็ขู่อาฆาตว่าอย่ามายุ่งกับเรื่องของตนไม่อย่างนั้นจะทำให้ดับแน่
ทั้งคู่เหมือนไก่เห็นตีนงูงูเห็นนมไก่ เลยสาวไส้เบื้องหลังของกันและกันอย่างเผ็ดร้อน จนรมมี่ที่เลือดร้อนและเป็นคนโผงผางขวานผ่าซาก เงื้อมือขึ้นจะตบน้ำหวาน ถูกน้ำหวานจับมือไว้ขู่ว่า
"อย่าได้คิดจะทำอะไรฉันเป็นอันขาด ไม่งั้นฉันจะทำให้เธอหน้าแหกกว่าเดิมชนิดหมอทั้งโลกก็ช่วยอะไรไม่ได้ รู้ไว้ด้วยว่าเธอกับฉันมันคนละเกรดกัน"
น้ำหวานผลักรมมี่จนเซแล้วเดินออกไป รมมี่จิกตามองตามอย่างแค้นใจสุดๆ
ooooooo
ดึกคืนนี้เอง รมมี่โทร.ไปหาเฮียใหญ่ที่เพิ่งทำข่าวน้ำหวานเสร็จ เธอบอกเฮียใหญ่ว่า
"รมมี่มีข่าวลึกข่าวลับจะบอก รับรองสะเทือนวงการแน่"
ล่อใจกันขนาดนี้มีหรือที่เฮียใหญ่กับปยุตรจะไม่ไป ครู่เดียวทั้งสองก็ไปถึงห้องพักคนไข้ รมมี่เล่าถึงภาพที่ตนเห็นน้ำหวานกับหมอวาทิศมั่วกันแล้วเท้าความถึงวันที่ น้ำหวานไปตบตีตนถึงห้องพักคนไข้ว่า
"มิน่า...วันที่หมอวาทิศจะเข้ามาหารมมี่ ยัยน้ำหวานถึงหาเรื่องตบตีกับรมมี่ ที่แท้ก็เบี่ยงเบนความสนใจของนักข่าวนี่เอง เพราะจะว่าไปแล้ว หมอวาทิศไม่ใช่นักแสดงพอที่จะทำเป็นไม่รู้จักยัยน้ำหวาน"
ปยุตรถามว่าแล้วจะให้ตนเชื่อรมมี่ได้อย่างไร รมมี่บอกอย่างไม่ยี่หระว่า
"ฉันไม่ได้บอกให้คุณเชื่อ ฉันแค่เล่าให้ฟัง ส่วนคุณจะลงข่าวหรือไม่ก็เรื่องของคุณ"
เมื่อพากันมาถึงลานจอดรถ ปยุตรถามเฮียใหญ่จะเอายังไง เฮียใหญ่พูดอย่างรู้นิสัยรมมี่ดีว่า
"เท่าที่เฮียรู้จัก รมมี่เป็นคนตรงถึงจะไม่ชอบหน้าน้ำหวาน แต่เฮียว่าคนอย่างรมมี่ไม่น่าจะใส่ร้ายใคร ยุตรลองสืบจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลดูว่ามีใครเคยเห็นน้ำหวานมาหาหมอวาทิศที่โรงพยาบาลรึเปล่า ถ้ามี เราก็...อาจจะโยนหินถามทาง ทำเป็นข่าวกอสซิปก่อน น้ำหวานจะว่ายังไงค่อยสัมภาษณ์กันอีกที"
เมื่อปยุตรลองไปสืบข่าวดูก็แน่ใจว่า ข่าวที่รมมี่เล่ามีมูล
ooooooo
แล้วการ "โยนหินถามทาง" ก็เริ่มขึ้น เมื่อพริมาอ่านเจอข่าวกอสซิปน้ำหวานกับหมอวาทิศก็โมโหลูกสาวว่าไปทำอะไร ประเจิดประเจ้อจนหนังสือพิมพ์ลงข่าวอย่างนี้ แต่น้ำหวานไม่แยแส บอกแม่ว่าคนอย่างรมมี่ทำอะไรตนไม่ได้หรอก ลองดูก็ได้ว่าคนเขาจะเชื่อนางร้ายหรือเชื่อนางเอกอย่างตน"
ที่สตูดิโอถ่ายละครวันนี้ นักข่าวพากันไปสัมภาษณ์น้ำหวานถึงข่าวฉาวระหว่างเธอกับหมอวาทิศ โดยมีเฮียใหญ่กับปยุตรซักถามเป็นหลัก
คำตอบที่ได้จากหน้าหวานๆตาใสๆยิ้มซื่อๆของน้ำหวานคือ ไม่ใช่ตนและคงเป็นคนหน้าเหมือนมากกว่า ตอบคำถามแล้วก็ขอบคุณนักข่าวอย่างอ่อนหวานที่มาถามตนตรงๆไม่ไปนั่งเทียน เขียนเอง พอน้ำหวานพูดจบ มดแดงก็รีบขอบคุณและขอตัวไปทำงาน
การมาสัมภาษณ์น้ำหวานครั้งนี้ ยิ่งทำให้ปยุตรเสียความรู้สึกกับนางเอกคนนี้
ส่วนมดแดงหลังจากปกป้องน้ำหวานสุดชีวิตและพาออกมาจากนักข่าวได้แล้ว ก็ต้องคิดหนักกลุ้มใจเมื่อน้ำหวาน ขอตัวไปทำธุระส่วนตัว "แป๊บเดียว" พอมดแดงจะอ้าปากท้วงติงก็ถูกน้ำหวานตัดบทว่า "เจ๊คงไม่อยากให้น้ำหวานเปลี่ยนผู้จัดการใช่ไหมคะ" แค่นั้น มดแดงก็พูดไม่ออก ได้แต่ยืนมองน้ำหวานขับรถออกไปตาปริบๆ ถามตัวเองว่า "จะเบี้ยวฉันอีกรึเปล่าเนี่ย"
ooooooo
ธุระส่วนตัวของน้ำหวาน คือไปหาหมอวาทิศที่บ้านทำเป็นขอโทษที่ทำให้เขาเป็นข่าวไร้สาระไปด้วย วาทิศไม่เพียงไม่โกรธ แต่กลับดีใจที่เรื่องระหว่างตนกับน้ำหวานจะได้เปิดเผยแก่สังคมว่าเราสองคนรักกัน
"ไม่ได้นะคะ หมอจะให้คนรู้ไม่ได้ว่าเราคบกันเพราะน้ำหวานเพิ่งเข้าวงการ น้ำหวานอยากให้คนสนใจงานของน้ำหวานไม่ใช่สนใจว่าแฟนน้ำหวานเป็นใคร จะแต่งเมื่อไหร่ จะเลิกเมื่อไหร่"
วาทิศเสียงอ่อยว่าสักวันพวกเขาก็ต้องรู้ น้ำหวานเสียงแข็งสวนไปทันทีว่าแต่ต้องไม่ใช่วันนี้ แล้วตบท้ายด้วยเสียงเข้มหน้าตาขึงขังว่า
"ถ้าหมอรักน้ำหวาน หมอต้องปฏิเสธความสัมพันธ์ของเรา ไม่อย่างนั้นหมอจะต้องเสียน้ำหวานตลอดไป"
ดังนั้น เมื่อนักข่าวมาขอสัมภาษณ์ วาทิศจึงปฏิเสธไม่ขอตอบอะไรหรือถ้าตอบก็เป็นคำตอบทั่วไปที่ใครก็จับเป็นเหยื่อไม่ได้ และเมื่อถูกรุกหนักเข้า เขาก็ขอตัวเอาดื้อๆว่าตนไม่ใช่ดารา ไม่สะดวกให้สัมภาษณ์จริงๆ แล้วเดินหน้านิ่งไปจนนักข่าวไม่กล้าไปตอแยอีก
รมมี่ที่มองจากหน้าต่างห้องตัวเองมองอย่างไม่พอใจ ส่วนน้ำหวานซุ่มดูอยู่ในรถยิ้มออกมาอย่างสมใจ
หลังการสัมภาษณ์หมอ เฮียใหญ่ยังเชื่อว่ารมมี่ไม่โกหก บอกปยุตรว่าไม่ต้องกังวลความจริงยังไงก็เป็นความจริงวันยังค่ำ ไม่ช้าก็เร็วเรื่องจริงก็ต้องแดงออกมา ทำให้ปยุตรมีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง
ooooooo
รมมี่ออกจากห้องของตัวเองตามไปถามหมอถึงห้องทำงานว่าทำไมหมอไม่ยอมรับความจริง เธอถูกวาทิศตวาดว่าไม่ฟ้องเธอก็ดีแค่ไหนแล้วที่เอาเรื่องของตนไปบอกนักข่าว รมมี่ท้าให้ฟ้องทั้งยังย้ำใส่หน้าหมอว่าคนเขารู้กันแล้วว่าเรื่องหมอกับน้ำหวานเป็นเรื่องจริง จ้องหน้าถามว่า
"ฉันไม่รู้หรอกนะคะว่ายัยน้ำหวานกล่อมอะไรหมอมา แต่ฉันกล้าพูดตรงนี้เลยว่าหมอกำลังเป็นเหยื่อให้ยัยน้ำหวานหลอกใช้ ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้แสนดีน่าทะนุถนอมอย่างที่หมอเข้าใจหรอก"
ไม่ว่ารมมี่จะพูดอะไรก็ถูกวาทิศศอกกลับไปทุกเรื่องสุดท้ายก็หยามรมมี่ว่าตัวเองมีอะไรดีสู้น้ำหวานได้บ้าง ทำให้รมมี่โกรธจนตัวสั่น ไม่เพียงเท่านั้น หมอวาทิศยังหาว่ารมมี่ริษยาน้ำหวาน ปรามว่าเธอยิ่งคิดทำลายน้ำหวานเท่าไรน้ำหวานก็ยิ่งดังมากขึ้นเท่านั้นแล้วตะคอกว่า
"อย่ามายุ่งกับผมอีก ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน เชิญ!" วาทิศไล่รมมี่อย่างดุดันจนเธอสะบัดพรืดออกไปอย่างโกรธจัด แต่พอออกไปก็เจอน้ำหวานมาดักเยาะเย้ยว่า
"หมอวาทิศพูดหมดแล้ว ฉันคงไม่ต้องพูดอะไรกับเธอนะรมมี่"
"ทีใครทีมัน แต่ยังไงฉันก็จะรอวันที่เธอร่วงลงมาจากฟ้า"
"คงไม่มีหรอก ไม่งั้นคงไม่มีคำว่าดาวค้างฟ้า และฉันนี่แหละจะเป็นดาวค้างฟ้าดวงต่อไป"
พูดเสร็จยิ้มเย้ยแล้วเดินกระแทกไหล่รมมี่ผ่านไป รมมี่ยืนกัดฟันกำมือแน่นอย่างเจ็บใจ
ooooooo










