สมาชิก

ระบำดวงดาว

ตอนที่ 12

พอมดแดงออกไป น้ำหวานก็ถลึงตาถามหมอว่ามาทำไม หมอบอกว่าเป็นห่วงเธอ น้ำหวานสวนไปว่าถ้าหมอห่วงตนจริงก็น่าจะรู้ว่าควรทำอย่างไร

"ผมรู้ครับ แต่ว่าน้ำหวานเจ็บหนัก" หมอวาทิศตอบมองน้ำหวานอย่างห่วงใย พฤกษ์บอกว่าไม่ได้เจ็บอะไรมากมายหรอก พลางเดินไปเปิดผ้าพันแผลออก ปรากฏว่าที่หน้าผากน้ำหวานมีรอยแตกนิดเดียวผิดกับที่เอาผ้าพันแผลพันไว้ราวกับกะโหลกแตก

น้ำหวานบอกหมอให้กลับไปก่อน อ้อนว่าแล้วตนจะไปหาที่บ้านเอง หมอเลยตอบเสียงอ่อยๆบอกเธอว่าแล้วจะไปรอที่บ้าน พอหมอออกไป พริมาถามว่า "ไหนแกว่าจะเลิกกับหมอ ทำไมไม่เลิกเสียที"

"หมอขู่ว่าจะแฉความลับทุกเรื่องของน้ำหวาน โดยเฉพาะที่น้ำหวานทำหน้ามาทั้งหน้า"

ฟังน้ำหวานแล้วพฤกษ์ถามว่าจะเก็บเลยไหม น้ำหวานนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนตอบเหี้ยมว่า

"ถ้าจำเป็น ก็คงต้องทำอย่างที่พ่อบอกค่ะ"

ที่หน้าห้อง หมอยืนเอาหูแนบประตูแอบฟังอยู่ หมอขบกรามแน่นดวงตาวาวโรจน์อย่างเจ็บปวดเหลือเกิน และเมื่อกลับไปที่บ้าน หมอนอนจมอยู่บนเก้าอี้โยกท่ามกลางแสงไฟสลัว น้ำตาซึมแต่แววตากร้าว มือที่ถือแก้วไวน์กำจนแก้วแตกบาดมือเลือดไหลหยดลงพื้น...

ที่พื้นข้างเก้าอี้โยกนั่นเอง รูปของน้ำหวานวางอยู่ เลือดจากมือหมอหยดลงที่รูปดูน่ากลัว

ooooooo

เหมยเองก็ต้องเข้าโรงพยาบาลตรวจเช็ก แต่โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก ปยุตร รมมี่และพีทตามไปดูแลอย่างห่วงใย รมมี่สบถว่า "ยัยน้ำหวานนี่มันอสรพิษชัดๆ"

"ผมจะบอกป้าพิงค์" พีทคำราม เหมยขอร้องอย่าบอกเลย เพราะตนไม่อยากถูกหาว่าเรื่องมาก  และเราเองก็รู้กันอยู่แก่ใจแล้วว่าอะไรเป็นอะไร ปล่อยไปเถอะตนไม่อยากมีข่าวฉาวเดี๋ยวคนเขาจะหาว่าเกาะกระแสน้ำหวานดัง

แม้พีทจะเงียบไป  แต่ทั้งพีทและปยุตรต่างนิ่งเหมือนคิดอะไรอยู่

จนกระทั่งกลางคืนพีทไปหาคุณพิงค์ที่ช่องขณะคุณพิงค์กำลังเช็กเทปอยู่ พีทขอโทษที่มารบกวนป้าแต่มาเพราะทนไม่ไหวจริงๆกับข่าวที่ว่าตนเป็นเกย์กับป้อง  และน้ำหวานเป็นคนให้ข่าวนี้

"จริงๆเรื่องน้ำหวานก็มีมาถึงหูป้าอยู่บ่อยๆ แต่ป้าไม่อยากอะไรกับเขามาก แต่พอพีทมาบอกอย่างนี้ ป้าคงอยู่เฉยๆไม่ได้แล้วล่ะ มันเกินไป" พีทบอกว่าตนแค่อยากให้ป้าเตือนเขาบ้างเท่านั้นเขาจะได้รู้ตัว "ป้าเรียกเขามาคุยแน่ ไม่ใช่ว่าทำเพื่อพีท แต่เพื่อตัวน้ำหวานเอง" คุณพิงค์หน้าเครียด

วันรุ่งขึ้น คุณพิงค์เรียกน้ำหวานมาพบจริงๆ น้ำหวานแก้ตัวว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นอุบัติเหตุ  คุณพิงค์เลยบอกว่าแค่เรียกมาเตือนเพื่อให้ระวัง เพราะถ้ารมมี่ เหมย และตัวน้ำหวานเองเป็นอะไรไปละครถ่ายไม่ได้ ทุกอย่างพังแน่ๆ น้ำหวานดักคอว่า

"อ๋อ...ที่แท้คุณพิงค์ก็ห่วงว่าจะไม่มีละครออนแอร์" คุณพิงค์บอกว่าต้องห่วงเพราะคนดูเขารอดูอยู่ น้ำหวานยิ้มเยาะสวนไปว่า "ไม่ต้องอ้างคนดูหรอกค่ะ คุณพิงค์กลัวว่าจะแพ้ช่องคู่แข่งต่างหาก ไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ ต่อให้ไม่มีรมมี่กับเหมยโผล่หน้าจอ มีแค่หน้าน้ำหวาน เรตติ้งก็กระฉูดแล้วล่ะค่ะ"

"เธอรู้ไหมน้ำหวาน อะไรที่น่ากลัวที่สุดสำหรับการเป็นดารา 'การหลงตัวเอง' หลงภาพมายาที่สร้างขึ้นเองไงล่ะ" คุณพิงค์ จ้องหน้าน้ำหวานเตือนสติ กลับถูกเถียงว่า มันอาจจะจริงสำหรับพวกตัวประกอบกระจอก  แต่ไม่ใช่ซุปเปอร์สตาร์อย่างตน  เพราะตนคือตัวจริง เสียงจริง พูดแล้วสะบัดออกไปเลย คุณพิงค์มองตาม พึมพำอย่างสมเพช "ฉันเห็นมานักต่อนักแล้ว ดาราที่พูดอย่างเธอ สุดท้ายมีสภาพยังไง"

น้ำหวานได้ยินแต่ทำหูทวนลม เดินเชิดคอแข็งออกไป

ooooooo

น้ำหวานเชื่อว่าคุณพิงค์เรียกตนมาเตือนเพราะพีทมาฟ้อง เธอตรงดิ่งไปที่คอนโดฯพีท ไปเคาะประตูเรียก เป็นเวลาที่พีทเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เดินมาดูที่ตาแมวแล้วเปิดประตู  ไม่ทันเปิดเต็มที่น้ำหวาน ก็ผลักแล้วพรวดเข้ามาถามว่า "แกไปฟ้องอะไรคุณพิงค์ ไอ้บ้า!!"

ถามไม่ทันขาดคำก็ชกเข้าที่หน้าพีทแล้วถลาเข้ามาจะกระทืบซ้ำ ถูกพีทรวบตัวไว้จะหยุดเธอให้ได้แต่น้ำหวานไม่ยอมหยุดดิ้นสุดแรงด่ากราด

"คิดว่าจะหยุดฉันได้เหรอ ต่อให้รวมโคตรเหง้าศักราชคุณพิงค์ฉันก็ไม่กลัว" ทั้งยังขู่ว่าจะจองล้างจองผลาญเขา แล้วทั้งหยิกข่วนตีเตะทุบต่อยเขาอย่างบ้าคลั่ง พีทตะโกนให้หยุดก็ไม่ฟัง

สุดท้ายพีทผลักน้ำหวานออกอย่างแรง  เธอคว้าพีทไปด้วย  เลยเสียหลักล้มทับกันอยู่ที่พื้น  ทันใดนั้นประตูห้องเปิดออก รมมี่ตะลึงงันกับภาพที่เห็น พีทในสภาพเสื้อคลุมอาบน้ำหลุดลุ่ยลุกขึ้นอย่างเร็ว ในขณะที่น้ำหวานยังนอนระทวยมองรมมี่อย่างท้าทาย

สองสาวเปิดฉากด่าทอกันอย่างรุนแรง จนต่างกระโจนเข้าตบตีกันอุตลุด พีทต้องพุ่งเข้าไปหย่าศึก ขอร้องน้ำหวานให้กลับไปก่อนไม่อย่างนั้นจะเรียก รปภ.มาลากออกไป

"ไปก็ได้ แต่อย่าคิดนะว่าแกสองคนจะชนะฉันได้ ฉันจะทำทุกอย่างให้แกสองคนย่อยยับ จำไว้"

พอน้ำหวานออกไป พีทบ่นว่า "คนอะไรร้ายจริงๆ" รมมี่ พูดต่ออย่างเย้ยหยันว่า "ผู้ชายอะไรเลวจริงๆ" พีทเลยรีบแก้ตัวว่าตนไม่มีอะไรกับน้ำหวานจริงๆ แต่รมมี่ไม่แยแสบอกว่าจะมีก็มีไปตนไม่แคร์ แค่สงสัยว่าผู้ชายอย่างเขาน่าแย่งตรงไหน เท่านั้นเอง

รมมี่หางตาใส่แล้วเดินออกไป พีทพยายามเรียกแต่ถูกเธอกระชากประตูปิดใส่หน้าจนเขาได้แต่ยืนเอามือกุมขมับ

ooooooo

เพราะเหมยยังเจ็บต้นคอจึงบอกให้กันต์ไปหยิบผ้าก๊อซในตู้เสื้อผ้ามาให้จะเอา มาพันคอไว้ กันต์ไปรื้อในตู้ทำแผ่นซีดีหล่นลงมา พริบตานั้นแต้วมาคว้าไปตวาดว่ามันคืองานของตนอย่ามายุ่ง แล้วเอาแผ่นยัดใส่กระเป๋า กันต์สงสัย กลางคืนเลยย่องไปเปิดดูที่คอมฯ กดไปเจอเว็บที่แต้วโพสต์ข้อความ กันต์ตะลึงเมื่อเห็นหลักฐานชัดเจน พึมพำอย่างรับไม่ได้ "แต้วเองเหรอที่โพสต์ภาพที่เหมย..."

กันต์วิ่งออกไปถามแม่กุ้งว่าแต้วไปไหน พอรู้ว่าไปสอบแล้ว กันต์วิ่งตามไปอย่างเร็ว เหมยมองตามแต้วไปอย่างไม่สบายใจที่เห็นท่าทีแต้วเปลี่ยนไป บอกแม่กุ้งว่าแต้วคงโกรธ ที่เหมยส่งไม้ไปอเมริกา แต่เพิ่งได้ข่าวว่าไม้อาการดีขึ้นมากแล้วอีกไม่นานคงเดินได้เหมือนเดิม

แม่กุ้งดีใจจนน้ำตารื้น บอกเหมยว่าให้บอกแต้วด้วยก็แล้วกันแต้วจะได้ดีใจ เหมยรับคำแล้วเดินตามแต้วกับกันต์ไป

แต้วไปถึงสะพานก็หักแผ่นซีดีโยนทิ้งคลอง กันต์เห็นพอดีบอกแต้วว่าถึงเธอจะทำลายแผ่นซีดีก็ไม่มีประโยชน์ เมื่อตนรู้หมดแล้วว่าเธอเป็นคนโพสต์รูปเหมยลงในเน็ต ถามว่าเหมย ดีกับเธอมากเธอทำอย่างนี้ได้ยังไง

แต้วระเบิดอารมณ์ออกมาว่าเพราะตนเกลียดเหมย เหมย คิดว่าตัวเองดีตัวเองเก่งจนมองข้ามหัวคนอื่น ตนจะไม่ยอมให้ เหมยข่มไปตลอดชีวิต สักวันตนจะต้องชนะเหมยให้ได้ พูดแล้วสะบัดไป

เหมยยืนฟังอยู่ถึงกับทรุดฮวบทำท่าจะเป็นลม กันต์หันมาเห็นรีบเข้าประคองไว้ เหมยถามกันต์ว่าตนทำอะไรแต้วถึงได้โกรธเกลียดขนาดนี้ กันต์เชื่อว่าแต้วอิจฉาเหมยแต่ไม่ต้องคิดมาก ใครรักเรา เราก็รักเขา แต่ถ้าใครเกลียดเรา...

เหมยไม่ปล่อยให้กันต์พูดจบ โพล่งขัดไปว่า "ไม่ได้ แต้วเป็นน้องพี่ พี่ไม่มีทางเกลียดแต้ว และพี่ก็จะไม่ยอมให้แต้วเกลียดพี่เด็ดขาด"

ooooooo

เมื่อรู้ว่าแต้วอยากเป็นดารา เหมยเลียบเคียงถามปยุตรว่าอยากเป็นแมวมองไหม ปยุตรงงว่ามาถามตนทำไม แต่ก็เชื่อว่าเหมยต้องมีเรื่องกลุ้มใจหนักใจแน่ๆ จึงมาถามตนเช่นนี้ แต่เมื่อเหมยไม่บอกจุดประสงค์ ที่แท้จริง ปยุตรก็ไม่รบเร้า บอกเหมยว่า

"ไม่เป็นไร ยังไงผมก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ผมรักคุณนะเหมย"

เมื่อไปเล่าให้เฮียใหญ่ฟัง เฮียก็เชื่อว่าต้องเป็นคนใกล้ตัว เหมยแน่ๆ สงสัยว่าอาจเป็นน้องสาวเหมยก็ได้จิมมี่นั่งอยู่ใกล้ๆ แอบฟังหูผึ่งแล้วก็เลี่ยงออกไป

คืนนี้หลังกลับจากกองถ่ายโดยรมมี่มาส่งเหมยที่ปากซอยเข้าบ้าน จิมมี่มาดักรออยู่แล้วเขาสะกดรอยตามเหมยไปด้วยท่าทางปกติ

เหมยกลับไปเห็นแต้วเช็กเมลแล้วโมโหหงุดหงิดบ่นว่า ทำไมไม่มีใครติดต่อเข้ามาเลย ตนไม่สวยไม่ดีตรงไหน แล้ว เดินไปนั่งหงุดหงิดที่หน้าบ้าน เหมยมาเจอจะขอคุยด้วยแต้วก็ ลุกเดินหนี พอเหมยตามเซ้าซี้ แต้วตวาดว่า

"นี่พี่เหมย เลิกทำตัวเจ้ากี้เจ้าการสักทีได้ไหม คนอื่นจะมองพี่เป็นนางฟ้านางสวรรค์ก็ช่าง แต่สำหรับฉัน พี่เป็นแม่มดชัดๆ" เหมยตกใจถามว่าทำไมพูดกับตนอย่างนี้ แต้วพูดหนักกว่าเดิมอีก "ทำไม! หรือว่าเป็นดาราแล้วจิตใจอ่อนไหวฟังคำพูดแรงๆไม่ได้ เออ อย่าให้ฉันเป็นดาราบ้างก็แล้วกัน หลีกไป!"

แต้วผลักเหมยพ้นทางแล้วเดินไป จิมมี่ซุ่มดูอยู่เดาได้ว่าอะไรเป็นอะไร

ooooooo

จิมมี่ไปดักหน้าแต้วแนะนำตัวเองว่าชื่อยอร์ชเป็นแมวมอง ถามว่าแต้วอยากเข้าวงการรึเปล่า  แม้ว่าแต้วอยากเข้าวงการแต่ก็ฉลาดและระวังตัวมองหน้าจิมมี่แล้วบอกว่าไม่ เห็นเหมือนในทีวีเลย

จิมมี่ถามว่าอยากเป็นดาราไหม พอแต้วทำเป็นสนใจถามว่าต้องทำอย่างไรบ้าง จิมมี่ชวนไปนั่งคุยกันที่ร้านเฮียเตี้ยใกล้บ้านเหมยนั่นเอง แต่เป็นจังหวะที่ปยุตรเป็นห่วงเหมยเลยจะมาดูแต่แวะซื้อกาแฟที่ร้านเฮียเตี้ย ก่อน เห็นแต้วกับจิมมี่เข้าเลยเอะใจหยิบหนังสือพิมพ์บังหน้าสังเกตการณ์

แต้วไม่ดื่มเครื่องดื่มที่จิมมี่สั่งให้บอกว่าตนไม่หิว จิมมี่หัวเราะบอกว่าไม่ต้องกลัวตนไม่ใช่มิจฉาชีพแล้วทำเป็นว่าถ้าไม่เชื่อใจ ไม่คุยก็ได้ แต่แต้วอยากคุยถามว่าถ้าจะเป็นดาราต้องทำยังไงบ้าง

"ไม่ต้องทำอะไรเลย แล้วก็ไม่ต้องเสียเงินสักบาท เพียงแค่เชื่อฟังพี่ทุกอย่าง พี่หมายถึงทำตัวดีๆ ทำตามที่พี่สอน เพราะเด็กทุกวันนี้ไม่ค่อยรู้จักมารยาทเท่าไหร่ โดยเฉพาะมารยาทการอยู่ในวงการ"

เมื่อแต้วบอกว่าตนจะเชื่อฟัง จิมมี่เสนอทันทีว่าอย่างแรกต้องไปถ่ายรูปกับตนก่อน แต้วขอถ่ายแล้วส่งไปให้เอง เป็นตายอย่างไรจิมมี่ก็ไม่ยอมอ้างว่าร้านถ่ายรูปถ่ายแล้วดูเหมือนลิเก ตนหาดาราไม่ได้หาคนรำแก้บน

อย่างไรเสียแต้วก็ไม่ยอมไปถ่ายรูปกับจิมมี่ เขาจึงนัดว่าค่อยคุยกันทีหลังก็แล้วกัน ขอเบอร์โทรศัพท์มือถือไว้ แล้วแยกกัน

ปยุตรจับตาดูอยู่ตลอดเวลา พอจิมมี่แยกกับแต้วเขารีบควักเงินค่ากาแฟวางไว้แล้วตามออกไป

พอออกมานอกร้านแต้วพูดอย่างรู้ทันว่า "ทำยังกับฉันไม่รู้งั้นแหละว่าแกเป็นตัวปลอม แต่ยังไงก็ขอบใจแล้วกันที่ทำให้ฉันคิดออกว่าจะทำยังไงให้ฉันดังขึ้นมาได้" แต้วเอานามบัตรของจิมมี่โยนลงถังขยะ

จิมมี่แอบดูอยู่ยิ้มอย่างพอใจนึกในใจว่า "ยังไงเธอก็หนีฉันไม่พ้นหรอกคนสวย" แล้วกลับไป

ปยุตรมองตามตาไม่กะพริบ พอได้จังหวะก็ไปหยิบนามบัตรในถังขยะขึ้นมาดู เห็นชื่อแล้วยิ้ม พึมพำอย่างสมเพช "จิมมี่เอ๊ย..เวรจริงๆ"

ooooooo

น้ำหวานมารับเช็คที่ช่อง เจอคนในสถานีทักว่ามารับเช็คหรือ เธอก็ตอบเหวี่ยงใส่จนมดแดงเตือนว่าระวังจะไม่มีคนคบ แต่น้ำหวานก็ยังยโสอวดดีว่าคนอย่างตนเดินไปช่องไหนก็มีแต่คนอ้าแขนรับ มดแดงเลยถามว่าได้อ่านสกู๊ปไทยนิวส์เมื่อเช้าหรือยัง อยากรู้ให้รีบไปหาอ่านเสีย

ระหว่างนั้นสวนกับเหมยและรมมี่ มดแดงทักว่ามาอะไรกันที่นี่หรือ พอรมมี่บอกว่าเหมยมาแคสน้ำหวานก็เปลี่ยนใจไม่กลับบอกมดแดงว่า

"ช่องเอบีซีจะหา "นางเอก" ใหม่ทั้งที น้ำหวานเป็นรุ่นพี่ก็ต้องอยู่ให้กำลังใจสิคะ"

แต่ก่อนเริ่มงาน ทางสวัสดิการเอาอาหารมาให้รองท้องก่อน ระหว่างทานอาหารป้องเห็นเหมยเติมพริกในบะหมี่มากติงว่ากินเผ็ดจัง เหมยเลยเล่าขำๆ ว่าตนกินได้แต่โดนเมื่อไรเป็นผื่นเต็มหน้าทันที รมมี่เสริมว่าบางคนแพ้มากถึงต้องเข้าโรงพยาบาล ที่หนักมากถึงตายก็มี

น้ำหวานฟังหูผึ่ง จากนั้นแอบไปหยิบพริกไทยกับพริกป่นไปเทใส่ดอกทานตะวันและหมวกที่ต้องใช้ใน ฉาก มดแดงมาเห็นเข้าเอะใจว่าน้ำหวานทำอะไร น้ำหวานมองที่ปืนคิดจะทำอะไรอีกแต่พอดีทีมงานเดินเข้ามาเลยปั้นหน้าทำเป็น ทักเหมยบอกว่ามาเอาใจช่วยแต่ช่วยให้ร่วง รุ่งริ่ง เลยปะทะคารมกับรมมี่อีกตามเคย น้ำหวานพูดอย่างท้าทายว่าตนจะไปบอกคุณพิงค์ ว่าอยากเล่นเป็นยาหยี ทำเอาเหมยหน้าซีด แต่รมมี่ปลอบใจว่าถ้าคุณพิงค์จะให้น้ำหวานเล่นคงไม่เรียกเหมยมาแคสหรอก

ทีมงานมาถามความพร้อม เมื่อทุกอย่างพร้อมจึงเริ่มแคสกัน ฉากแรกผ่านไปอย่างยอดเยี่ยมจนคุณพิงค์กับคุณพิมลปรบมือชม แล้วให้แคสฉากต่อไป คุณพิงค์หันมองน้ำหวาน เธอบอกคุณพิงค์ว่า

"น้ำหวานมาให้กำลังใจเหมยว่าที่นางเอกใหม่ของคุณพิงค์ค่ะ"

"ขอบใจแต่คงไม่ใช่ว่าที่แล้วล่ะ เพราะฉันจะให้เหมยเป็นนางเอกคนใหม่ของฉันจริงๆ"

ทั้งสองสนทนากันนิ่มๆ เนียนๆ แต่ตาที่มองกันนั้นท้าทายกันเต็มที่

ooooooo

มดแดงร้อนใจกระวนกระวายอยู่ที่หน้าห้องแต่งตัว น้ำหวานมาเรียกให้กลับ มดแดงยังไม่อยากกลับอ้างว่าวันนี้ไม่มีงานตนอยากอยู่ต่อ แต่น้ำหวานไม่ยอมบอกว่าถ้าไม่กลับก็ไม่ต้องมาเป็นผู้จัดการตนต่อไป มดแดงเลยออกอุบายว่าลืมโทรศัพท์ขอกลับไปเอาก่อน แต่เจ้ากรรม! เดินไปได้สองสามก้าวโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น  ทำให้น้ำหวานรู้ทันว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ รีบวิ่งตามมดแดงเข้าไป

การแคสต์ฉากนี้ เหมยต้องเอาดอกทานตะวันที่พระเอกให้ขึ้นดมอย่างชื่นใจ สูดเอาพริกเข้าไปเต็มปอด มดแดงวิ่งเข้ามาบอกไม่ทันได้แต่ยืนตะลึง

เหมยร้องสุดเสียงทั้งแสบทั้งร้อนหายใจลำบาก มดแดงเซ็งตัวเองที่มาช่วยบอกไม่ทัน ส่วนน้ำหวานเห็นแล้วยิ้มสะใจ รมมี่บอกทีมงานว่าให้รีบพาเหมยไปโรงพยาบาลดีกว่าเพราะเหมยแพ้พริก

แต่ไม่ทันทำอะไร ทีมงานอีกคนก็วิ่งเข้ามาบอกเหมยว่าเกิดเรื่องกับน้องสาวเหมย ตอนนี้อยู่สถานีตำรวจ เหมยตกใจทั้งที่ตัวเองผื่นขึ้นเต็มหน้าหายใจลำบากจนสุดท้ายล้มทรุดลงตรงนั้น

น้ำหวานดูตาไม่กะพริบ ยิ้มสะใจนักที่ทำให้เหมยแคสต์ ฉากนี้ไม่สำเร็จ

เมื่อปยุตรรู้จากเฮียใหญ่ว่าเหมยเข้าโรงพยาบาล เขาลิ่วไปทันที เหมยขอร้องรมมี่กับปยุตรว่าตนเป็นห่วงแต้วขอไปหาแต้ว รมมี่เลยบอกปยุตรว่า เพราะแต้วบอกตำรวจว่าจะไม่พูดอะไรจนกว่าเหมยจะไปหา

ooooooo

พอเหมยไปหาแต้วที่โรงพัก แต้วเล่าเป็นตุเป็นตะ ว่าตนถูกลวงไปปล้ำ อ้างอิงถึงจิมมี่ในนามยอร์ชตาม นามบัตร ว่าเอายาใส่น้ำให้ตนดื่ม ตนดื่มไปนิดเดียวก็พาไปถ่ายรูป แต้วเล่าเป็นตุเป็นตะว่าจิมมี่ทั้งจับมือตนทำให้มึนงง เอายาพ่นใส่ช่องแอร์สาดใส่จนหมดสติ จากนั้นพาเข้าม่านรูด โชคดีที่มีคนมาช่วยไว้ทัน

พอนักข่าวและตำรวจถามว่า คนที่มาช่วยเป็นใคร จำหน้าได้ไหม โรงแรมที่พาเธอเข้าไปชื่ออะไรอยู่แถวไหน แต้วอ้างแต่ว่าตนมึนงงจำอะไรไม่ได้เลย แต่ตำรวจก็รับปากว่าจะสืบหาตัวคนร้ายให้ได้

ระหว่างนั้นนักข่าวถ่ายรูปกันมากมาย กันต์ฟังงงๆ ปยุตรยิ่งงงว่ามันอะไรกันแน่ เพราะที่แต้วเล่าไม่ตรงกับที่เขาเห็นเลย!

ข่าวแต้วถูกเสนอทางทีวีอย่างครึกโครมเพราะเป็นน้องสาวเหมย จิมมี่ดูทีวีแล้วงงว่าอะไรกัน ปยุตรสังเกตจิมมี่อยู่เดินเข้าไปตบไหล่ทำเอาจิมมี่สะดุ้งโหยง ปยุตรถามว่าเขาทำจริงหรือเปล่าทีแรกจิมมี่ก็ทำไขสือ แต่พอปยุตรบอกว่า

วันนั้นเขานั่งดูอยู่เห็นเขากับแต้วตลอดเวลา จิมมี่จึงยืนยันว่า

"ฉันไม่ได้ทำอะไรเขานะ ท่าทางเขาระวังตัวจะตายเขาไม่ยอมให้ฉันทำอะไรเขาหรอก นี่ฉันยังงงอยู่เลยว่า ใครจะหลอกเขาได้เร็วขนาดนั้น"

แล้วคืนนี้เอง แต้วก็ได้รับโทรศัพท์ไม่ขาดสาย ทั้งเชิญไปออกรายการเตือนภัย ทั้งขอสัมภาษณ์ แต้ววาดฝันว่า ต่อไป ตนก็จะได้ถ่ายแบบ เดินแบบ แล้วก็เล่นละคร

กันต์สังเกตแต้วอยู่พูดดักคอว่าท่าทางไม่เหมือนคนถูก ลวงไปปล้ำเลย เตือนแต้วว่าถ้าเธอไม่ใช่น้องของเหมยก็ไม่มีใครสนใจหรอก แต้วโกรธที่ถูกกันต์ดูถูก

กันต์ยังเตือนสติว่า ถ้าข่าวนี้มันจะทำให้คนรู้จักเธอมันก็ไม่ใช่ความสามารถของเธอและพวกที่ดัง ด้วยข่าวฉาวมันก็เหมือนพลุ ดังเปรี้ยงแล้วก็หายไปในพริบตา

"ไม่จริงฉันจะดังให้ได้ และฉันก็จะต้องดังกว่าพี่เหมย โอกาสอยู่ในมือฉันแล้ว ฉันไม่ปล่อยไปง่ายๆหรอก" แต้วกำหมัดแน่นอย่างมุ่งมั่น ปากพูดไปอย่างนั้นแต่ในใจลึกๆ แล้วก็อดเจ็บปวดไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

นับวันความรู้สึกที่มดแดงมีต่อน้ำหวานก็ยิ่งติดลบ บางครั้งเตือนน้ำหวานด้วยความหวังดีก็กลับถูกด่าว่ากระทั่งหาว่ามาสาระแนกับ ชีวิตของตน ขู่และท้ามดแดงว่าถ้ารักเหมยบูชาเหมยก็ไปอยู่กับเหมยไม่ต้องมาอยู่กับตน

ในที่สุดน้ำหวานก็ไล่มดแดงออกโดยไม่จ่ายให้แม้ แต่สลึงเดียว พูดตบท้ายตัดเชือกว่า

"จำไว้ตั้งแต่วันนี้ฉันไล่เจ๊ออก...แล้วก็อย่าได้คิดว่า คนชั้นต่ำอย่างนังเหมยฮัวจะเอาชนะฉันได้"

เวลาเดียวกัน ปยุตรที่กำลังทำสกู๊ปยาสลบก็อยากจะบอกความจริงบางอย่างกับเหมย พอเหมยถามเขาจึงเล่าว่า เรื่องยาสลบที่เป็นยาป้าย ยาพ่น มันไม่มีจริงมันทำให้คนสลบหมดสติไม่ได้ แล้วถามว่าเหมยได้คุยกับแต้วบ้างหรือเปล่าเรื่องแต้วถูกลวงไปปล้ำ

ฟังถึงตอนนี้เหมยเข้าใจทันทีว่าปยุตรต้องการให้เธอมองแต้วในอีกมุมหนึ่ง เธอโกรธปยุตรหาว่ามองแต้วในแง่ร้ายย่ำยีซ้ำเติมแต้ว

แต่ระหว่างนั้นเองเหมยก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าตอนนี้แต้วอยู่สถานีตำรวจ ตำรวจเชิญไปให้ปากคำเพิ่มเติม เพราะไม่พบพยานหรือหลักฐานอะไรในเรื่องที่แต้วไปแจ้งความเลย

เมื่อเหมยกับปยุตรไปถึง เห็นแต้วยืนกรานเสียงแข็งว่าตนไม่ได้โกหก แต้วถูกทั้งตำรวจและนักข่าวซักถามทั้งเรื่องแท็กซี่ที่เธอนั่งหนีมา ทั้งเรื่องโรงแรม แม้กระทั่งตามเนื้อตัวเธอก็ไม่มีร่องรอยของการถูกทำร้ายเลย เหมยพยายามชี้แจงกับตำรวจว่าตอนนี้แต้วยังตกใจจนให้ข้อมูลสับสน นักข่าวอีกคนตั้งข้อสังเกตว่า "หรือว่าเรื่องนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นจริง" ทำเอาแต้วร้องไห้โฮออกมา

ooooooo

ในที่สุด ทีวีก็แฉออกมาอย่างสิ้นไส้ถึงพฤติกรรมของแต้ว ที่ร้านกาแฟของเฮียเตี้ย เฮียให้สัมภาษณ์ว่าวันนั้นแต้วไม่ได้กินน้ำแม้แต่อึกเดียวคุยเสร็จแล้วต่าง คนต่างไป ส่วนโรงแรมม่านรูดแถวที่คาดว่าน่าจะอยู่ในข่ายก็ไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิด ขึ้น

ทางด้านการแพทย์ก็สรุปว่ายาสลบที่เป็นยาป้าย ยาพ่นไม่สามารถทำให้สลบได้จริง ที่มีข่าวว่ามีการพ่นยา ป้ายยาที่ผิวหนังแล้วทำให้สลบมีอาการมึนงง ทางการแพทย์ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้

ผู้สื่อข่าวสรุปในตอนท้ายว่า "นี่คือความจริงที่เราล่ามาได้ แต่เรื่องทั้งหมดจะเป็นอย่างไรความจริงคงเปิดเผยในไม่ช้า และถ้าถึงวันนั้นคงมีคนบอกว่าดารากับการสร้างกระแสเป็นของคู่กันจริง"

ส่วนทางด้านหนังสือพิมพ์ก็พากันพาดหัวข่าวอย่างครึกโครมแทบทุกฉบับ ว่าน้องสาวเหมยเหมือนฝันแจ้งความเท็จลวงโลก

ข่าวนี้สะใจน้ำหวานนัก!

ส่วนกันต์ก็ตำหนิต่อว่าแต้วที่ทำอะไรโง่ๆแบบนั้นเพียงเพราะต้องการเข้าวงการ เตือนว่าถ้าเป็นเรื่องจริงก็อาจมีคนเห็นใจแต่มันเป็นการโกหกแบบนี้ แต้วยังคิดหรือว่าจะมีคนอ้าแขนรับเข้าวงการ

แม่กุ้งเสียใจมากตำหนิว่าแต้วไม่น่าทำแบบนี้เลย ดีที่ เหมยไปประกันตัวออกมาไม่อย่างนั้นจะทำอย่างไร แต้วเถียงหน้าตาเฉยว่าอย่างมากก็รอลงอาญา เพราะตนไม่เคยทำผิดอะไรรุนแรงมาก่อน

"นี่แต้วไม่ได้สำนึกเลยใช่ไหมว่าตัวเองผิดตัวเองชั่ว" แม่กุ้งโกรธมากจนออกปากว่าจะไปไหนก็ไป แต้วถือว่าแม่ไล่ วิ่งออกจากบ้านไปตะโกนบอกแม่กุ้งว่าจะไม่กลับมาอีกเลย

แม่กุ้งร้องไห้โฮแล้วเอามือกุมท้องร้องสุดเสียงก่อนทรุดฮวบไป กันต์ร้องเรียกแล้วเข้าประคองไว้

แต้ววิ่งมาชนเหมยที่เดินกลับมาพอดี ถามว่าจะไปไหน แต้วบอกว่า "ไปตาย" พอดีเสียงกันต์ตะโกนเรียกแม่ "แม่... แม่ต้องไม่เป็นอะไรนะแม่...แม่..."

แต้วกับเหมยชะงักแล้วพากันวิ่งกลับไปบ้าน จากนั้นเรียกรถพยาบาลมาพาแม่กุ้งส่งโรงพยาบาล ปรากฏว่าแม่กุ้งเป็นมะเร็งลำไส้

ooooooo

พอข่าวแม่กุ้งเข้าโรงพยาบาลแพร่ออกไป น้ำหวานหาว่าเหมยสร้างกระแสมากลบเกลื่อนเรื่องแต้วสร้างเรื่องลวงโลก จนทะเลาะกับรมมี่ น้ำหวานแกล้งตบหน้าตัวเองจนเป็นผื่น

นักข่าวมาทำข่าว รมมี่ปดว่าเป็นการซ้อมละคร น้ำหวานผสมโรงเอาดีใส่ตัวว่า

"เพื่อความสมจริงถึงเจ็บตัวก็ต้องยอมล่ะค่ะ พี่ๆก็รู้ว่าน้ำหวานเป็นคนทุ่มเทขนาดไหน"

แต่พอถูกนักข่าวถามว่าทำไมถึงมีข่าวว่าคุณพิงค์ไม่ปลื้มน้ำหวาน ไทยนิวส์แฉเรื่องน้ำหวานหกล้มหัวแตกแต่ที่แท้ผลักรถเข็นใส่เหมยแล้วพลาดตกมา เอง และเรื่องที่คุณพิงค์เรียกไปเตือน

"ไม่ใช่เรื่องจริงนะคะพี่ น้ำหวานไม่เคยทำอะไรแบบนั้น น้ำหวานจะฟ้อง เพราะเป็นการเต้าข่าวเพื่อทำลายน้ำหวานชัดๆ"

"ว้าว...ปยุตรซวยแล้ว" นักข่าวคนหนึ่งร้องขึ้น

"ไอ้ยุตร!" น้ำหวานคำรามในใจแล้วเดินพรวดๆไป เหมย กับรมมี่มองหน้ากันอย่างกังวลว่าปยุตรเดือดร้อนอีกแล้ว...

ooooooo

ระบำดวงดาว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด