ตอนที่ 10
เหมยยังหารายได้พิเศษจากการเต้นโคโยตี้ในผับเดิม วันนี้ดนัยไปหาเธอที่นั่นบอกว่ามีงานให้ทำแล้ว วันรุ่งขึ้นเมื่อไปพบดนัยและเขาพาเธอไปแต่งตัว จึงรู้ว่าต้อง
แต่งตัวโป๊ยิ่งกว่าโคโยตี้อีก ดนัยพูดออกตัวว่าไม่รู้
เหมยจะโอเคหรือเปล่าเพราะงานมันค่อนข้างเซ็กซี่แต่รายได้สวย
"ถ้าไม่ใช่ถ่ายแบบโป๊ โอเคเหมยทำหมด" เหมยตอบตกลง ดนัยถามว่าแน่ใจแล้วหรือ "แน่สิพี่ งานคือเงิน เงินคืองานบันดาลสุข อีกอย่างเหมยรู้ว่าเหมยไม่ได้ขายตัว"
แต่พอถึงเวลาต้องออกไปโชว์จริงๆ เหมยกลับต้องปลุกใจตัวเอง "สู้โว้ย"
งานนี้มีรมมี่เป็นพรีเซ็นเตอร์รถยนต์คันหรู และแน่นอนปยุตรต้องมาทำข่าวตามเคย เขาทักทายรมมี่อย่างคนคุ้นเคย แต่พอครู่เดียวเมื่อถึงคิวเปิดงานด้วยสาวเซ็กซี่มา
ล้างรถ เหมยก้าวออกมาในชุดเสื้อยืดบางจ๋อยขาดๆ ชายเสื้อถูกมัดเอาไว้ โชว์เอวคอดกิ่ว กางเกงยีนส์ขาสั้นวัดได้ไม่เกินคืบ เธอออกมาด้วยลีลาเย้ายวน
พอทีมงานฉีดน้ำพราวกระจายออกมา เหมยก็หยิบโฟมมาล้างรถด้วยลีลาสุดเซ็กซี่
ปยุตรมองอึ้งไปครู่หนึ่งก็พยายามจะก้าวขึ้นเวทีเพื่อดึงเหมยลงมา ถูกรมมี่สั่งห้ามว่าอย่าทำเดี๋ยวงานเหมยพัง เลยยื้อยุดกันตรงหน้าเวที พอผู้คนหันมอง รมมี่ก็กอดเขาไว้พูดกับทุกคนว่า "แฟนหนูค่ะ" ปยุตรรีบปฏิเสธ รมมี่ได้ทีตะโกนว่า
พูดแบบนี้มีเคลียร์แน่ แล้วลากเขาออกไปพอพ้นสายตาผู้คน รมมี่ก็ตบหน้าปยุตร บอกย้ำกับเขาว่านี่เป็นงานของเหมย เขาไม่มีสิทธิ์ห้าม พอปยุตรบอกว่าตนไม่อยากให้เหมยทำเพราะมันเปลืองตัว รมมี่ถามดักคอว่าเขาชอบเหมยหรือ
"ก็...แค่เป็นห่วง"
"ขอบคุณมากที่เป็นห่วง" เสียงเหมยดังมาจากข้างหลัง เธอเข้าไปบอกปยุตรว่า "ใจจริงฉันก็ไม่อยากทำหรอก แต่มันได้เงินแล้วมันก็ทำให้ฉันอาจจะดัง ดังทางดีไม่ได้ก็ดังทางฉาวแล้วกัน"
ปยุตรมองเหมยอย่างตัดพ้อ ถามว่าอยากเข้าวงการถึงขนาดนี้เลยหรือ เหมยรับว่าใช่ ทำให้ปยุตรผิดหวังอย่างมากตัดบทว่า "งั้นจะทำอะไรก็ตามใจคุณ"
"ได้ ถ้าเหมยอยากดัง ฉันจะทำให้เหมยดังเอง" รมมี่เห็นนักข่าวมองเลยเข้ากอดจูบเหมย ทำเอาเหมยตั้งตัวไม่ทัน แต่พวกนักข่าวก็ถ่ายรูปกันไปมากมายแล้ว
ooooooo
รุ่งขึ้นปยุตรเห็นรูปนี้ถึงกับอุทานว่าเล่นกันขนาดนี้เลยหรือ ส่วนแม่กุ้งถามเหมยว่ามันไม่แรงไปหน่อยหรือ แต่กันต์กลับเห็นว่าดีเพราะคิสกับรมมี่ทำให้คนรู้จักเหมยขึ้นเยอะ
"ถ้าอยากให้คนรู้จักเยอะๆ พี่เหมยก็น่าจะไปถ่ายโป๊ ผู้ชายได้เห็นทั่วประเทศ" แต้วแทรกขึ้น
"พี่ไม่ทำหรอก คนที่ถ่ายโป๊ดับมากกว่าจะดัง" เหมยบอก แต้วฟังแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ เหมยบอกแม่กุ้งเมื่อถูกเตือนว่าวันหลัง อย่าทำแบบนี้อีกว่า "เหมยไม่ได้อยากทำนะแม่ แล้วคิดว่าคุณรมมี่ก็ไม่อยากทำเหมือนกัน"
"แล้วเขาจูบพี่เหมยทำไม" กันต์ถาม เหมยได้แต่อึ้งเพราะไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน
ส่วนพวกที่กองถ่ายก็พากันเม้าท์อย่างเมามันว่าไม่เคยนึกเลยว่ารมมี่จะมีรสนิยมแบบนี้ รมมี่พูดขำๆว่าไม่มีอะไรหรอก แค่เพื่อนกัน
ส่วนคุณต้อมพอเห็นรูปเหมยในงานนี้ก็แนะนำฝ่ายจัดการว่าต้องการหาคนเล่นเป็น เจิมอยู่ใช่ไหม แล้วยื่นหนังสือพิมพ์ ให้ดู รมมี่ร้องเสียงดัง "เยสสส!" อย่างสนับสนุนเต็มที่ แต่พีทกลับมองรมมี่สีหน้าผิดหวัง
แล้วพีทก็หาจังหวะตัดพ้อรมมี่ว่าไม่ยักรู้ว่าเธอมีรสนิยม แบบนี้ รมมี่เลยตีขลุมว่าแล้วจะทำไม พีทถามว่าตกลงเธอชอบเหมยจริงๆหรือ
"ก็บอกแล้วไง ถ้าใช่แล้วจะทำไม นี่ ขอร้องอย่ามาหาเรื่อง อะไรฉันนะ ฉันกำลังอารมณ์ดีที่เหมยกำลังจะได้งาน แล้วฉันก็เชื่อว่างานชิ้นนี้จะทำให้เหมยดัง" รมมี่พูดอย่างมั่นใจไม่ แยแสกับสีหน้าท่าทางของพีทที่คิดว่ารมมี่ชอบเหมยจริงๆ
ooooooo
เหมยได้กลับไปเล่นละครอีกครั้ง คราวนี้เล่นเป็นเจิมสาวใช้ในบ้านคุณพจน์ น้ำหวานหงุดหงิดมากที่จะต้องเล่นกับคู่ปรับถึงสองคน ส่วนปยุตรมาที่กองถ่าย ตามเคย พูดประชดเหมยว่าดีใจด้วยฉาวจนได้เป็นดารา เหมยพูดกวนโมโหเขาว่า
"แต่ยังไม่ดัง เพราะฉะนั้นจะฉาวกว่านี้อีก" พอเห็น ปยุตรโมโหก็รีบแก้ว่า "พูดเล่นน่า ฉันอาจจะยอมฉาวเพื่อให้ คนสนใจ แต่ถ้าคนให้ใจฉันแล้วฉันจะทำทุกอย่างด้วยหัวใจ"
เมื่อทีมงานและนักแสดงพร้อม ผู้กำกับสั่งแอ็กชั่น
เป็นฉากที่ผกาพูดดูถูกเหยียดหยามจันทร์เพ็ญ เจิมที่รู้ไส้รู้พุงความเหลวแหลกของผกาพูดประชดผกาเรื่องชายชู้ แล้วลอยหน้าบอกผกาว่า
"เจิมสัญญาว่าไม่บอกใคร ถ้าคุณผกาจะตบรางวัลเล็กๆน้อยๆให้เจิมบ้าง"
"แกรู้ไหมว่าคนที่กล้ามาขู่ฉันมันจะได้ผลลัพธ์ยังไง" ผกาย่างสามขุมเข้าหาเจิม ทำให้เจิมตกใจถอยกรูด แต่ก็ถูกผกาจิกผมตบหน้าอย่างแรง ทั้งที่ในบทไม่มีฉากนี้
ผู้กำกับรู้ทันสั่งคัตๆๆๆๆรัวถี่ยิบ ก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายไปกว่านี้
รมมี่วิ่งเข้ามาถามเหมยว่าน้ำหวานตบจริงใช่ไหม เหมย หลบตาแต่ปากปฏิเสธว่าเปล่า
ผู้กำกับชมเหมยว่าสุดยอดจริงๆ นี่ขนาดเรื่องแรกนะเนี่ย แล้วสั่งให้เตรียมฉากต่อไป
เป็นปัญหาขึ้นมาอีก เมื่อน้ำหวานไม่ยอมใส่เสื้อที่คอสตูมจัดให้อ้างว่าเชย พอถูกคุณต้อมแย้งว่ากลีบผกาก็ใส่ อย่างนี้มาตลอด น้ำหวานก็พูดแบบเกเรว่า "วันนี้น้ำ
หวานอารมณ์ไม่ดี น้ำหวานไม่ใส่"
"ส้ม...ให้กุญแจห้องเสื้อผ้าน้ำหวานไป อยากแต่งชุดไหน เลือกมา" คุณต้อมตัดปัญหา
ปรากฏว่าน้ำหวานเข้าไปเลือกชุดจนหมดราวก็ไม่ถูกใจ บอกมดแดงว่าอารมณ์ไม่ดี หมั่นไส้เหมยที่แค่โป๊ก็ได้เล่นละครซ้ำรมมี่ก็ช่วยเต็มที่ รุมกันสร้างกระแสชัดๆ
แล้วบอกมดแดงว่าตนจะสร้างกระแสให้ดังกว่าเก่า ครั้นมดแดงถามว่าภาพจะหลุดกับใคร พอถูกน้ำหวานหันมาแว้ดใส่ก็รีบปฏิเสธ
"คือเจ๊อยากรู้ว่าน้องหวานๆ จะสร้างกระแสเรื่องอะไรอีก"
"มีแล้วกัน" น้ำหวานตอบยิ้มอย่างมั่นใจ
แล้ว น้ำหวานก็สร้างกระแสให้ดังกว่าเหมยเมื่อได้เป็น พรีเซ็นเตอร์สบู่เหลว เธอใส่ชุดสุดเซ็กซี่เกาะอกจนแทบจะหลุด ลงไปแช่ในอ่างลูบไล้แขนด้วยลีลายั่วยวน ทีเด็ดคือเมื่อเธอ ลุกก้าวจากอ่างก็แกล้งเหยียบชายกระโปรงจนชุดเกาะอกลงมาน่าหวาดเสียว
เท่านั้นไม่พอ เธอเหยียบซ้ำอีกที ชุดเลยรูดลงมาจนจุกเกือบโผล่!
ooooooo
คุณ พิงค์เห็นรูปน้ำหวานจุกเกือบโผล่จากหนังสือ พิมพ์ เรียกมดแดงไปถามว่าทำไมรับงานแบบนี้ให้น้ำหวาน พอรู้ว่าน้ำหวานรับเอง คุณพิงค์โกรธมาก ตำหนิคุณต้อมว่าดูแลกองยังไง สั่งทั้งสองคนต้องเตือนน้ำหวานให้ปรับปรุงตัวด่วน ไม่อย่างนั้นละครเรื่องต่อไปจะจับลงมาเป็นตัวอิจฉาแทน
ทั้งคุณต้อมและมดแดงต่างหน้าเสีย ออกมาปรึกษากันว่าจะทำอย่างไร มดแดงไม่กล้าไปเตือนกลัวถูกด่า คุณต้อม ย้ำว่ามดแดงต้องไปเตือนเพราะเป็นผู้จัดการของน้ำหวาน แต่ตนสิแย่พลอยโดนหางเลขไปด้วย ถ้าคุณพิงค์ไม่ให้ทำละครอีกมีหวังซวยแน่ๆ แต่เมื่อมดแดงไม่ยอมไปคุณต้อม ตัดสินใจยังไงก็ต้องไปเตือนเอง
เมื่อ เรียกน้ำหวานมาพบที่ออฟฟิศของคุณต้อม โดยมีมดแดงร่วมคุยด้วย น้ำหวานเถียงฉอดๆว่าตนผิดตรงไหนเป็นอุบัติเหตุตนไม่ได้ตั้งใจ มดแดงแย้งว่าน้ำหวานเป็นคนบอกตนเองว่าจะสร้างกระแสให้แรงกว่ารมมี่กับเหมย
"เจ๊มดแดง" น้ำหวานเสียงเขียวตาขวาง "ซุปตาอย่างฉัน ไม่ต้องลดตัวไปโชว์นมเปิดหวอก็มีกระแสดังกว่าดาราโนเนมพวกนั้นเยอะ"
เมื่อ น้ำหวานไม่ยอมรับ คุณต้อมจึงตัดบทว่าให้ถือว่าตนขอก็แล้วกัน ช่วงนี้งดรับงานหวือหวามันเสียภาพพจน์ เตือนว่า "น้ำหวานทั้งภาพหลุด ทั้งเป็นข่าว เดี๋ยวคุณพิงค์จะโกรธเอา"
น้ำหวานวีนใส่เหวี่ยงใส่ทุกคน แม้แต่กับคุณพิงค์เธอก็บอกว่าไม่แคร์เพราะดาราต้องดังด้วยกระแส พูดไม่กระดากปากว่า "ถ้าคุณพิงค์ฉลาด ก็น่าจะเข้าใจ" ทำให้คุณต้อมเหลืออดแต่ยังระงับอารมณ์พูดเสียงกระแทกใส่น้ำหวานว่า
"ค่ะ! คุณพิงค์เป็นคนฉลาด ท่านรู้อยู่แล้วค่ะว่าใครเป็นยังไง? แต่พี่จะบอกอะไรให้ ดาราคุณภาพที่เขาอยู่นานๆ เขาดังด้วยการวางตัว เขาดังด้วยฝีมือ แต่พวกที่ดังเพราะกระแส ดังเพราะข่าวฉาว อีกไม่นานก็ต้องหลุดจากวงโคจรออกไป"
"งั้นรู้เอาไว้นะคะ น้ำหวานนี่ล่ะจะฉีกกฎทุกกฎของวงการบันเทิงไทย ทุกๆคนจะต้องจดจำแต่ชื่อของน้ำหวาน" พอคุณต้อมบอกว่าตนเตือนด้วยความหวังดี น้ำหวานกลับหยามก่อนออกไปว่า "ห่วงตัวเองดีกว่า อย่าลืม พี่ต้อมได้ทำแรมพิศวาสก็เพราะน้ำหวาน มายุ่งกับน้ำหวานมากๆ ระวังจะโดนเด้งเหมือนกันนะ"
งานนี้โดนวีนโดนลำเลิกหมดทุกคนไม่เว้นแม้แต่คุณพิงค์ จนคุณต้อมอุทานอย่างเหลือเชื่อว่า "ทำไมหล่อนสำรอกออกมาได้ขนาดนี้" ส่วนมดแดงจีบปากจีบคอพูดอย่างเจ็บใจว่า
"คนลืมตัววัวลืมตีนก็เป็นแบบนี้ล่ะค่ะ" แต่พอนึกได้ก็อุทาน "อุ๊ยตาย...หนูขอโทษนะคะพี่ต้อมน้องหวานๆ กำลังรีบเลยอารมณ์ไม่ค่อยจะดี" พูดแล้วรีบวิ่งตามน้ำหวานไปอย่างเร็ว
ooooooo
มดแดงตามไป พยายามเตือนสติน้ำหวานว่าทำไมพูดกับคุณต้อมแบบนั้น พูดกับผู้ใหญ่แบบนั้นไม่น่ารักเลย เลยถูกน้ำหวานลำเลิกเอาว่าตัวเจ๊เองก็เถอะมีกินมีใช้มีรถขับอยู่ทุกวันนี้มี คนรู้จักทั่วประเทศอย่างทุกวันนี้ ก็เพราะมาเกาะมาดูดจากตนทั้งนั้น
น้ำหวานทั้งด่าทั้งลำเลิกแล้วขึ้นรถขับเฉี่ยวมดแดงไป
"เหมือนที่แม่สอนเลย ไม่ต้องถามหาเหตุผลกับคนลืมตัว!" มดแดงเอามือทาบอกพึมพำกระทืบเท้าเร่าๆ น้ำหวานจอดรถลดกระจกลงพูดประชดอีกว่า
"ไม่ต้องห่วงเจ๊ ฉันนี่ล่ะจะทำให้คนรักคนสงสารมากกว่าเก่า คอยดู!" พูดแล้วขับรถพรืดไปเฉี่ยวมดแดงอีกรอบ มดแดงกระโดดหลบแทบไม่ทัน
วันต่อมาน้ำหวานก็สร้างภาพอีกโดยเปิดให้สัมภาษณ์ที่โรงแรมพร้อมกับพริมา แถลงข่าวทั้งน้ำตาว่าภาพนั้นตนไม่รู้้ตัวจริงๆ พอภาพออกมาแบบนี้ตนอายแทบแทรกแผ่นดินหนีไม่อยากเห็นหน้าใครเลย
พริมาช่วยพูดว่าที่หายตัวไปหลายวันก็เพราะยังทำใจไม่ได้ แต่ตนก็ปลอบใจว่ามีอะไรก็ให้พูดกับพี่ๆนักข่าวตรงๆเพราะ "ทุกคนพร้อมจะเข้าใจน้ำหวานอยู่แล้ว"
"แต่น้ำหวานแคร์แฟนๆที่รักน้ำหวาน กลัวเขาจะเข้าใจผิด เพราะที่ผ่านมาพี่ๆก็เห็น น้ำหวานเจอแต่ข่าวแย่ๆมีแต่คนตั้งใจกลั่นแกล้ง ทั้งๆที่น้ำหวานก็บอกแล้วว่ามันเป็นเรื่องงาน ไม่ว่าจะเรื่องคุณพีทหรือว่าภาพหลุด ภาพเปรียบเทียบบ้านหมอวาทิศอะไรนั่น"
พอนักข่าวถามว่าแล้วเรื่องจริงเป็นอย่างไร น้ำหวานรู้จักหมอวาทิศหรือเปล่า น้ำหวานก็ทำหน้าบ้องแบ๊วบอกว่าตนยืนยันคำเดิม แต่คุณแม่บอกว่าหมอวาทิศหน้าคล้ายคุณอาของตนเหมือนกัน พริมาเสริมอีกว่าบ้านหลังนั้นเป็นบ้านเพื่อนแม่เอง วันนั้นเราไปปาร์ตี้ที่บ้านนั้น เลยมีภาพหลุดออกมา พูดกลั้วหัวเราะว่า
"ตอนแรกแม่ตลกมากที่มีคนจับแพะชนแกะเขียนอะไรก็ไม่รู้เป็นเรื่องเป็นราว แต่พอแม่เห็นว่าเล่นข่าวของน้ำหวานไม่หยุด แม่ก็ชักตลกไม่ออกเหมือนกัน"
พอพริมาพูดจบ น้ำหวานก็ปรายตาไปทางปยุตรที่นั่งเซ็งสองแม่ลูกอยู่ พูดแดกดันว่า
"แต่น้ำหวานเชื่อค่ะว่าเวรกรรมมีจริง ใครที่กลั่นแกล้งน้ำหวาน สักวันเขาต้องได้รับกรรม และพี่ๆทุกคนก็จะได้รู้ว่าความจริงคืออะไร!"
ooooooo
วันต่อๆมา ตามแผงขายหนังสือพิมพ์ก็ยังเต็มไปด้วยข่าวน้ำหวาน ยกเว้นไทยนิวส์ฉบับเดียวที่ไม่เล่นข่าวนี้ เป็นข่าวใหม่ที่เกี่ยวกับไทยนิวส์โดยตรง เพราะพาดหัวข่าวว่า
"นักข่าวโฉดกลั่นแกล้งน้ำหวาน", "นักข่าวไทยนิวส์กร่าง ทำร้ายน้ำหวานแบล็กเมล์", "น้ำหวานฉาวอีก ถูกนักข่าวตบ"
เฮียใหญ่ตกใจเรียกปยุตรมาดูบอกว่า เขาถูกแทงข้างหลังเข้าแล้ว ปยุตรตกใจบอกว่าตนไม่ได้ทำอะไรน้ำหวานสักหน่อย เฮียแย้งว่าภาพมันฟ้องเสียขนาดนั้นจะมีใครเชื่อเขาไหมล่ะ
ปยุตรลำดับเรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียดให้เฮียฟัง ไม่รู้ว่าจิมมี่แอบฟังอยู่ด้วย เมื่อเขาเล่าจบเฮียบอกว่าเรื่องใหญ่แน่เลย ปยุตรไม่กลัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง ห่วงความรู้สึกของไพรวัลย์ ผู้เป็นพ่อมากกว่า แต่เมื่อเขาจะเข้าไปชี้แจงกับไพรวัลย์ กลับถูกผู้เป็นพ่อโบกมือยิ้มๆบอกว่า
"ไม่ต้องพูดอะไรยุตร พ่อรู้ว่าแกไม่ได้ทำ" ครั้นปยุตร บอกว่าไทยนิวส์เสียหาย ไพรวัลย์พูดอย่างมีประสบการณ์ โชกโชนว่า "คิดในทางดีก็ดี คิดในทางแย่ก็แย่ แล้วเราจะคิดให้มันแย่ไปทำไม พ่อว่าคนที่จะแย่คือน้ำหวาน ไม่มีใครหนีสิ่งที่ตัวเองทำได้หรอก"
"แต่น้ำหวานให้ข่าวมั่วนะครับ"
"ช่างเถอะ สักวันเขาก็ต้องแพ้ภัยตัวเอง ขืนยุตรไปต่อล้อต่อเถียงกับเขาก็เข้าทางเขาพอดี ลืมไปแล้วหรือว่า ที่ผ่านมา น้ำหวานพลิกดำเป็นขาวมาตั้งเท่าไหร่"
ฟังพ่อแล้วปยุตรสบายใจขึ้น และยิ่งไม่ชอบน้ำหวานขึ้นเป็นทวีคูณเหมือนกัน
ooooooo
น้ำหวานไปถึงกองถ่ายทักทายมืออ่อนเสียงหวานกับพวกนักข่าว พอถูกถามเรื่องถูกนักข่าวไทยนิวส์ทำร้ายเธอตอบว่าไม่ขอพูดได้ไหมเพราะทุกคนรู้ว่าที่ผ่านมาน้ำหวานไม่ใช่คนผิดก็ได้แล้ว ส่วนเรื่องแจ้งความเธอบอกว่าไม่อยากสร้างศัตรู พูดแล้วยกมือไหว้ขอบคุณจะเดินผ่านไป
"เดี๋ยวก่อนค่ะน้องน้ำหวาน มีข่าวบอกว่าคุณพิงค์
โกรธที่น้ำหวานมีข่าวฉาวจะแบนละคร"
"โอ๊ยไม่มีค่ะไม่มี ยิ่งมีข่าวแบบนี้น้ำหวานว่าคุณพิงค์ ยิ่งจะสงสารน้ำหวานมากกว่านะคะ" พูดแล้วน้ำหวานขอตัวอีกครั้ง แต่พอนักข่าวสลายตัวไป เธอก็หันไปยักคิ้วให้รมมี่กับเหมยที่ยืนมองอยู่เยาะๆ
รมมี่พูดอย่างสมเพชว่าหน้าด้านจริงๆ ส่วนเหมยพูดขำๆว่าคิดว่าฟังนิทานหลอกเด็กก็แล้วกันเพราะตนเชื่อว่าปยุตรไม่ได้ทำ ส่วนปยุตรนั่งอยู่บนรถดูพฤติกรรมของน้ำหวานแล้วยิ่งเกลียดชัง
เมื่อเข้าไปเจอกันในกองถ่าย น้ำหวานรี่เข้ามาถามว่ายังกล้ามาในกองอีกหรือ ปยุตรไม่อยากมีเรื่องขอร้องว่าเลิกหาเรื่องตนเสียที น้ำหวานหาว่าเขาเป็นฝ่ายหาเรื่องตนก่อน
"ผมไม่ได้ทำอะไรคุณ ไม่เคยทำอะไรคุณ แล้วถ้าคุณยังมายุ่งกับผมมากๆ ผมจะแจ้งความ" น้ำหวานลอยหน้าถามว่าข้อหาอะไรไม่ทราบ "คุณเป็นคนวางแผนทุกอย่าง จงใจมาหาเรื่องผม ให้คนมาถ่ายรูปผมและให้ข่าวว่าผมทำร้ายคุณ เรื่องแบบนี้ถ้าสืบพยานหาหลักฐานจริงๆ คุณคิดว่าผมจะทำอะไรคุณไม่ได้รึ"
ปยุตรพูดตัดบทก่อนผละไปว่าตนไม่อยากยุ่งกับเธอเราต่างคนต่างอยู่ดีกว่า แต่น้ำหวานไม่ยอมเดินไปขวางหน้า พูดอย่างท้าทายว่า
"คนอย่างฉันไม่ชอบให้ใครมาทำกร่างใส่ แกกับฉัน
ยังต้องเจอกันอีกนาน!" พูดแล้วผลักปยุตรพ้นทางแล้วเดินผ่านไป ปยุตรมองตามอย่างสุดเซ็ง
เมื่อเจอกับเหมย เธอบอกเขาว่าอย่าคิดมากเลย ใครๆก็เจอฤทธิ์เดชน้ำหวานทั้งนั้น ปยุตรถามว่าคนดังเป็นแบบนี้ทั้งนั้นหรือ แล้วเหมยล่ะจะเป็นอย่างนี้ไหม
"ยังไม่ดัง กร่างไม่ได้" เหมยตอบขำๆ พอเขาถามว่าถ้าดังแล้วจะเปลี่ยนไหม เหมยบอกว่าตอบไม่ได้จริงๆเพราะไม่เคยดัง ตัดบทว่า "เอาเป็นว่ายังไงฉันก็ไม่ลืมคุณหรอก"
แค่นั้นปยุตรก็ยิ้มออกเข้าใจทั้งคำพูดและสายตาที่เหมยมองมา
ooooooo
เหมยยังหารายได้พิเศษจากการเต้นโชว์ในผับ เธอทั้งร้องทั้งเต้นด้วยลีลาที่เร้าใจจนบรรดาคนที่มาเที่ยวพากันลุกเต้นตาม ในนั้นรวมทั้งฟรุตตี้ ปุ๊โกะ ที่มากินข้าวที่นั่น ทั้งสองพลอยสนุกไปด้วย
แต่มีหญิงสาววัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเขม่นเหมยที่ได้รับความสนใจจากแขกที่มาเที่ยว จำได้ว่าเหมยแสดงละครเป็นตัวประกอบด้วย ก็เข้าไปพูดดูถูกว่าไม่ว่าจะทำอย่างไรหรือถึงขนาดแก้ผ้าไปล้างรถยั่วผู้ชายสุดท้ายก็ยังเป็นได้แค่ตัวประกอบอยู่ดี
กันต์ที่ไปเป็นเพื่อนเหมยไม่พอใจที่คนไม่รู้จักกัน
จู่ๆก็มาด่ากันซึ่งหน้า ฟรุตตี้ก็ไม่พอใจจนปุ๊โกะหมั่นไส้ว่าตัวเหมยเองยังไม่ว่าอะไรเลยตัวเองไปเดือดร้อนทำไม
"ฉันไม่ว่าให้เสียปากหรอกเจ๊ คนอย่างฉันไม่ยอมให้ใครมาด่าฟรี คอยดูนะ...สักวันฉันจะได้ดีให้มันดูให้ได้..." เหมยพูดอย่างมุ่งมั่น เสียงเครืออย่างเจ็บช้ำ
ooooooo
นับวันน้ำหวานก็ยิ่งยโสทำตัวเป็นนางเอกที่ใครแตะต้องไม่ได้ ทุกอย่างต้องได้ดั่งใจ วันนี้ไปถึงสตูดิโอ สวัสดิการเอาน้ำส้มคั้นมาให้ตามปกติ แต่วันนี้คุณเธอกลับจะเอาชาซีลอนหรือไม่ก็ชาดาร์จีลิงขึ้นมา แล้วนั่งลงราวกับนางพญา ฟรุตตี้กับปุ๊โกะเข้ามาพอดีรีบจะไปแต่งหน้าแต่งผมให้ น้ำหวานบอกให้สองคนนี้ไปแต่งให้ตัวประกอบดีกว่าเพราะตนมีช่างส่วนตัวแล้ว
ครู่หนึ่งมดแดงพาสองผัวเมียฝรั่งเข้ามาแต่งหน้าแต่งผมให้ ถามน้ำหวานเบาๆว่าสองคนนี้ค่าตัวแพงน้ำหวานจะจ่ายเป็นเช็คหรือเงินสด คำตอบของน้ำหวานทำเอามดแดงใบ้กินสนิทคือ
"ก็แล้วแต่เจ๊สิคะ เจ๊เป็นคนจ่าย"
รมมี่มาถึงรีบไปนั่งข้างๆพีท เขายิ้มให้แต่รมมี่กลับหันไปทักเหมยที่นั่งถัดไป ทำให้พีทไม่พอใจเพราะระแวงอยู่แล้วว่ารมมี่กับเหมยมีอะไรกันเลยลุกเดินหนีไปข้างนอก เหมยบอกให้รมมี่ตามไปคุยเสีย
รมมี่ตามไปถามว่าทำหน้าบึ้งใส่ตนทำไม พีทตอบอย่างเสียความรู้สึกว่าก็รู้อยู่ว่าตนคิดอย่างไรกับเธอแล้วจู่ๆเธอกับเหมย...พีทพูดแค่นั้นแล้วถอนใจรับตรงๆว่า "เจออย่างนี้ผมพูดตรงๆ ผมไปไม่เป็นเลย"
พูดแล้วพีทจะเดินหนี รมมี่คว้าแขนไว้พูดเป็นนัยให้เขารู้ว่าถ้าใจเสาะอย่างนี้ก็ไม่เป็นไร เพราะตนชอบคนแมนๆ ใครที่จะมาเป็นแฟนตนต้องเข้มแข็งไม่หวั่นไหว ไม่อย่างนั้นคงได้ตีกันทุกวันแน่
ฟังรมมี่พูดแล้วพีทตาเป็นประกายด้วยความดีใจตะโกนเสียงดัง "เยสสสส..."
น้ำหวานแอบมองอยู่อย่างไม่พอใจ พอดีมดแดงวิ่งเข้ามาตามว่า "โปรดิวซ์เชิญซ้อมเพลงโชว์ค่ะ"
ooooooo
น้ำหวานไปร้องเพลงโชว์ในรายการ "สุขสโมสร" โดยมีพีทกับรมมี่ไปยืนคุยกันหนุงหนิงคอยคิว น้ำหวานมองตาขวางร้องเนื้อผิดบ้าง เสียงเพี้ยนบ้างจนนักดนตรีปวดหัว
พอโปรดิวซ์ติติงก็ถูกน้ำหวานโทษว่าทำไมเอาเพลงที่ตนไม่ชอบมาให้ร้อง แล้วถามอย่างไม่แยแสว่าจะเอาอย่างไร จะให้ตนร้องแบบที่ตนอยากร้องหรือจะพาตนไปห้องอัด ทีมงานมองหน้ากัน ยังไม่ทันตัดสินใจอะไร น้ำหวานก็บอกว่าคิดได้ค่อยไปบอก ว่าแล้วโยนไมค์ให้มดแดงก่อนเดินสะบัดออกไป
ทีมงานปรึกษากันแล้วว่าไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่ทันสุดท้ายฟรุตตี้เสนอว่าให้หาคนมาร้องเพลงแทนแล้วให้น้ำหวานซิงค์ต่างหาก คุณต้อมถามว่าจะไปหาใครที่ไหน ฟรุตตี้เสนออย่างมั่นใจ "เหมยไงคะ"
สุดท้ายเหมยเลยต้องร้องเพลงแทนน้ำหวาน ซึ่งก็เป็นที่พอใจของน้ำหวานเพราะเหมยร้องได้เพราะ เมื่อออกไปโชว์จะกลายเป็นว่าน้ำหวานหน้าสวยเสียงดีร้องเพลงเพราะ
ดูดีไปหมดทุกอย่าง แต่เวลาเดียวกันก็สะใจที่ไปๆมาๆเหมยก็เป็นได้แค่เงาเสียงของตนเท่านั้น
เมื่อน้ำหวานออกโชว์โดยเหมยยืนร้องเพลงอยู่หลังเวที น้ำหวานแค่ลอยหน้าขยับปากตามเนื้อเพลงเท่านั้นเธอได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราวจากพวกรับจ้างปรบมือ
เมื่อพิธีกรเชิญทีมนักแสดงแรมพิศวาสขึ้นเวที พีทกับรมมี่ที่แสดงเป็นคุณพจน์กับคุณเพ็ญจันทร์ขึ้นไปโชว์ตัว น้ำหวานปรายตามองอย่างไม่ชอบหน้า แต่พอหันไปทางหน้าเวทีก็ยิ้มหวานกับผู้ชม
ooooooo
ความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจเหมยของปยุตร ทำให้ทั้งสองมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน เหมยเองก็ไม่ปฏิเสธเขา ไปไหนมาไหนกันด้วยความไว้วางใจ
คืนนี้ หลังจากไปหาซื้อของกันแล้วพากันมานั่งที่สะพานริมน้ำ เหมยหายไปนานแล้วกลับมาบอกให้เขาหลับตาแล้วนับ 1...2...3 พอเขาลืมตาขึ้นก็เห็นเนกไทที่เหมยซื้อมาให้ บอกว่าไม่เคยเห็นเขาผูกเนกไทเลยซื้อมาให้เผื่อใส่ตอนได้รางวัลนักข่าวยอดเยี่ยม ทั้งยังบอกด้วยว่าจะเก็บเงินซื้อเสื้อเชิ้ตให้อีกตัว
ปยุตรซึ้งใจมาก บอกให้เหมยหลับตาแล้วนับ 1...2...3 บ้าง พอเหมยลืมตาก็เห็นรูปหัวใจมีดาวอยู่ตรงกลางยื่นมาตรงหน้า ปยุตรพูดออกตัวเหนียมๆว่า
"มันอาจจะไม่ใช่ของมีค่าแต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า คุณคือดาวในใจผม"
เหมยยิ้มเขินๆ ขำๆ ปยุตรเองก็เขินพูดกลบเกลื่อนว่า
"สะเหร่อใช่ไหม ผมก็ว่าสะเหร่อ แต่มันเป็นความรู้สึกในใจจริงๆ"
"ฮิ้วววววว" เหมยร้องอย่างยินดีแล้วทั้งสองก็หัวเราะให้กันเสียงดังอย่างมีความสุข
หลังจากนั้น ปยุตรทำสกู๊ปเหมยขายกล้วยทอดและตอนเป็นนังเจิม เอาไปเสนอเฮียใหญ่เฮียถามว่าจะให้เอาลงหรือ เขาพูดอย่างเกรงใจว่า "ก็...อยากให้เฮียช่วยพิจารณาหน่อยครับ"
"ยุตร...เฮียบอกแล้วใช่ไหม อะไรที่ยังไม่ถึงเวลา เราอย่าไปเร่ง"
"การให้โอกาสคนเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่นะเฮีย อีกอย่าง เหมยก็เป็นคนดีน่าสนับสนุน"
"เป็นเพราะยุตรชอบเหมย เพราะจริงๆแล้ว ดารามากมายหลายคนในวงการก็มีชีวิตไม่ต่างจากเหมยนักหรอก...ก็ได้ เฮียจะเอาลง และที่เฮียลงไม่ใช่เพราะเหมยน่าสนใจ แต่เป็นเพราะยุตร" เฮียใหญ่พูดแค่นั้นแล้วพิมพ์แก้หัวข้อเป็นว่า "จากลูก แม่ค้าขายกล้วยแขก สู่ตัวประกอบของเหมย เหมือนฝัน"
ปยุตรดูแล้วยิ้มดีใจ ปลื้มใจ
พอหนังสือพิมพ์ลงเท่านั้น ฟรุตตี้ฟันธงว่า "ลองไทยนิวส์ลงข่าวอย่างนี้อีกหน่อยเหมยก็ดัง"
ส่วนน้ำหวานดูข่าวแล้วเบ้หน้าพูดอย่างดูถูกใส่หน้าเหมยว่า
"ขนาดทำฉาว ทั้งจูบกับนังรมมี่ ทั้งล้างรถท่าพิสดาร ยังไม่ดัง แล้วคิดว่าจะให้นักข่าวกระจอกเขียนข่าวให้น่ะ จะดังเหรอยะ"
ไม่เพียงเท่านั้น ยังตราหน้าว่า "จำไว้ น้ำหน้าอย่างแกไม่มีวันดังได้ อย่างดีก็เป็นได้แค่เมียน้อยอย่างที่ผ่านมาเท่านั้นแหละย่ะ"
พูดแล้วน้ำหวานเดินกระแทกไหล่เหมยผ่านไป เหมยเจ็บใจน้ำตาคลอที่ไม่ว่าที่ไหนก็มีแต่คนดูถูก โดยไม่รู้ว่า ที่ด้านหลังเธอนั้น จิมมี่ที่มาทำข่าวยืนอยู่ เขาได้ยินได้เห็นที่ทั้งสองพูดกันทั้งหมด
ooooooo
ที่มุมหนึ่งในกองถ่าย จิมมี่ที่ทำทีไปสัมภาษณ์
น้ำหวาน แต่ที่แท้วางแผนเล่นงานเหมยกัน จิมมี่ เลียบเคียงว่าน้ำหวานพูดแบบนี้แสดงว่ารู้ว่าเหมยเป็นเมียน้อยใคร แต่พอถาม น้ำหวานกลับยักท่าย้อนว่า
"บอกได้ไง ถ้าอยากรู้นายก็ต้องสืบเอาเอง แต่ฉันว่า เรื่องนี้ถ้านายขยายทำเป็นสกู๊ปใหญ่ๆขายได้ชัวร์"
จิมมี่ยิ้มอย่างหมายมาด กลับไปถึงออฟฟิศดนัยก็ขอยืมภาพประกอบจากเขา อ้างว่าตนกำลังทำสกู๊ปดาราหน้าใหม่ ดนัยอนุญาตแต่ช่วยให้เครดิตโมตนหน่อย คนเขาจะได้รู้ว่าเด็กที่เขาเอาไปลงมาจากโมไหน พูดแล้วชี้ให้ดูว่า อยู่ในคอมฯโน่น
จิมมี่เดินไปอย่างเร็ว คลิกเม้าส์หาภาพเด็กโม เห็นเด็กสาวมากมาย แต่ที่สะดุดตาคือภาพที่เหมยนั่งดริ๊งก์กับแขก จิมมี่เซฟเอาไว้ทันที
ส่วนน้ำหวาน หลังจากคุยกับจิมมี่แล้วก็กลับไปพูดอย่างสะใจอยู่ที่คอนโดฯว่า
"แกดับก่อนดังแน่ นังเหมยฮัว" พลางเปิดโทรศัพท์ ไฟล์เสียงการุณกับเหมยที่แอบอัดไว้แล้วอัพลงอินเตอร์เน็ต
เพียงวันต่อมาก็กลายเป็นข่าวฮือฮาทั้งในบ้าน ตามร้านอินเตอร์เน็ต ทั้งดูภาพและเปิดเสียงเหมยกับการุณ ส่วนหนังสือพิมพ์ก็พาดหัว "สร้างภาพขายกล้วยแขก ฉากหลัง น้อง ม.อดีตเด็กนั่งดริ๊งก์เป็นเมียน้อยเสี่ย ก.เจ้าของโรงแรมดัง" แล้วลงภาพเหมยนั่งดริ๊งก์กับแขกประกอบด้วย
แต้วเห็นข่าวนี้ทางอินเตอร์เน็ตก็ยิ้มสะใจ แล้วเอาซีดีที่ขโมยจากเหมยโพสต์ลงบนเน็ตหน้าตาเฉย จากนั้นเก็บแผ่นซีดีไว้ในตู้เสื้อผ้าส่วนที่เป็นของตัวเอง
มิ้นต์เป็นคนเจอข่าวนี้ในเน็ต เธอตกใจมากเรียกการุณมาดู พอการุณเห็นรูปและฟังเสียงก็ถึงกับหน้าซีดเผือด!
ooooooo
วันรุ่งขึ้น การุณรีบไปหาคุณพิมลผู้จัดคนหนึ่งที่ออฟฟิศบอกว่าตนกับเหมยไม่เคยมีอะไรกันอย่างที่ลงข่าว ลงข่าวแบบนี้เสียหายหมดโดยเฉพาะเหมย
คุณพิมลอยากให้เขาทำเงียบๆ ไปเลย แต่ก็คิดถึงเหมยคิดถึงชื่อเสียงของเหมย เลยคิดว่าเขากับเหมยควรช่วยกันแก้ข่าว
"แก้ข่าว...ผมก็อยากทำอย่างนั้น แต่ผมเป็นห่วงความรู้สึกของคุณกันยา ถ้าเธอรู้ อาการของเธออาจจะทรุดหนัก" การุณเสียงเครียด
แล้วคืนนี้เองเขาก็ไปหากันยา ภรรยาที่ป่วยเป็นอัมพาตอยู่กระบี่ มือถือเอกสารเข้าไปหา เธอถามอย่างแปลกใจว่าจะกลับมาทำไมไม่บอก จะได้สั่งเด็กเตรียมอาหารไว้ให้ แต่ดูสีหน้าเขาแล้วถามว่า
"แต่ท่าทางคุณเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจ มีอะไรรึเปล่าคะ"
การุณทรุดลงนั่งข้างๆเธอ บอกอย่างอ่อนโยนว่า
"ผมรักคุณนะกันยา" ทำให้กันยายิ่งสงสัยว่าเขาต้องมีเรื่อง
ในใจแน่ๆ บอกเขาว่าให้พูดมาเถิดตนพร้อมจะรับฟังและอยู่เคียงข้างเขาทุกอย่าง
แต่พอเขาเอาหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวเขากับเหมยให้ดู กันยาก็หน้าซีดเผือด!
ooooooo
คืนนี้ขณะช่วยกันขายของที่แผง เหมยเห็นแต้วหน้าตาเย็นชาเฉยเมยจึงถามอย่างเป็นห่วงว่าเกรดเทอมนี้เป็นอย่างไรบ้าง แต้วตอบอย่างเสียไม่ได้ว่า "ก็โอเค" แต่พอเหมยถามว่าโอเคน่ะเท่าไหร่ แต้วก็ของขึ้นทันที ตวาดว่าเหมยไม่ใช่แม่ไม่ต้องมาถามเซ้าซี้ ตนโตแล้วเอาตัวรอดได้ไม่ต้องห่วง
"ทำไมแต้วพูดกับพี่อย่างนี้ล่ะ" เหมยงง
"เพราะพี่เหมยชอบเจ้ากี้เจ้าการไง เฮอะ! ทำเป็นอวดดีอวดเก่ง ทั้งๆที่เรื่องตัวเองยังเอาไม่รอด อยากดังไม่ใช่เหรอ อ่านรึยังล่ะ ข่าวที่ว่าเป็นเมียน้อยเสี่ยน่ะ หนังสือพิมพ์เขาลงให้แล้วนะ หน้าเบ้อเริ่มอย่างที่อยากได้เลยล่ะ"
เหมยดูหนังสือพิมพ์แล้วหน้าซีดเผือด จนเมื่อแม่กุ้งถามว่าเหมยไปถ่ายรูปแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมแม่ไม่รู้ เหมยไม่ตอบเพราะมัวแต่คิดเจ็บใจว่า ต้องเป็นฝืมือของดนัย
เหมยไปที่ออฟฟิศดนัยคืนนั้นเลย ไปเอาเรื่องที่เขาเอารูปตนไปลงแบบนั้น ดนัยยืนยันว่าเขาไม่ได้ทำ ให้เหมยทบทวนตัวเองดูว่าแผ่นซีดีที่ตนให้ไปนั้นเก็บดีหรือเปล่า หายไปไหนไหมให้ลองกลับไปหาดู
เหมยฉุกคิดขึ้นมารีบกลับไปที่บ้านเช่าค้นอย่างไรก็ไม่เจอ นิ่งคิดทบทวนจำได้ว่าเก็บเอาไว้ในกระเป๋าแต่หาแล้วก็ไม่มี หรือเอาไปไว้ในลิ้นชัก แต่พอแม่กุ้งถามว่าเอาเก็บไว้ในตู้หรือเปล่า เหมยก็จะไปดู
"ไม่มีหรอกแม่ แต้วใช้ตู้อยู่ทุกวัน" แต้วรีบกันท่าแล้วบอกเหมยว่าเก็บไว้ในกระเป๋ามันอาจหล่นหายไปแล้วก็ได้ถึงได้มีคนเอามาโพสต์ในเน็ตขนาดนั้น
กันต์ด่าคนที่เอาไปโพสต์ในเน็ต แต้วสะดุ้งอย่างวัวสันหลังหวะแต่กลบเกลื่อนว่า
"รูปโป๊ๆ พวกนี้ใครเห็นก็คงอยากดูทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกผู้ชายบ้ากาม ถ้าจะผิดก็ผิดที่พี่เหมย ถ่ายมาได้ยังไง"
เหมยบอกว่าตนทำเพราะคิดว่ามันเป็นงานและตนก็ไม่ได้ขายเนื้อขายตัว แต้วสวนไปทันทีว่าเหมยทำเพราะอยากดัง
"ที่เหมยอยากดังก็เพราะอยากให้พวกเราทุกคนอยู่สุขสบาย อีกอย่าง แต้วก็เป็นผู้หญิงเหมือนกันกับเหมย แต้วน่าจะเข้าใจถึงความอับอาย ไม่ใช่มาซ้ำเติมพี่เขาให้คิดมากอย่างนี้" แม่กุ้งพูดแล้วเดินออกไป
"มิน่า เธอถึงถูกแม่จริงๆ เอามาทิ้ง เพราะปากเธออย่างนี้นี่เองแต้ว" กันต์ตำหนิแล้วเดินออกไปอีกคน แต้วแผดเสียงกรี๊ดๆ อย่างแค้นใจ ในสายตาเธอนั้น มองเหมยอย่างอิจฉาชิงชังมากขึ้นทุกวัน...
ooooooo










