ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ศิราพัชร ดวงใจนักรบ

SHARE
ตอนที่ 18

เมื่อมินาลินกลับมาสงบร่มเย็น ปกครองด้วยวาสินดังเดิม เนตราที่ลี้ภัยไปอยู่กับตวิษาและมาดิสร์ ที่มินทุก็เดินทางกลับมา และเตรียมจัดพิธีอภิเษกให้กับพชรและบาจรีย์ในเร็ววัน

อดิศรได้รับคำชมจากทั้งวาสินและมาดิสร์ที่เขาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อมินาลิน รวมทั้งบุตรชายกับบุตรสาวของอดิศรที่กล้าหาญสมเป็นบุตรของท่านนายพลแห่งกองทัพไทย ยังความปลาบปลื้มให้แก่อดิศรและศิรดาผู้เป็นภรรยา ที่เพิ่งเดินทางจากเมืองไทยมาสมทบ

ธามและลำธารดีใจมากที่ได้พบแม่ หลังจากไม่ได้เห็นหน้ากันเป็นเดือนๆ แต่จากนั้นไม่นานความดีใจของทั้งคู่ก็ค่อยๆเหือดหายกลายเป็นซึมเศร้า เมื่อรู้ว่าวันอภิเษกของพชรกับบาจรีย์ถูกกำหนดชัดเจนแล้วในวันพรุ่งนี้

แม้จะทำใจเอาไว้บ้างแล้ว แต่เมื่อถึงเวลานี้จริงๆ ลำธารก็ทนที่จะอยู่ร่วมงานด้วยไม่ได้ วันนี้เธอตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าข้าวของเตรียมจะกลับเมืองไทย แต่จู่ๆพชรมาปรากฏตัวตรงหน้า ทำให้ลำธารแทบจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่

"นายมาที่นี่ทำไม นายก็รู้ว่าตัวเองกำลังจะต้องอภิเษก"

"ผมรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ผมแค่อยากมาอยู่ใกล้ๆคุณ อยากใช้เวลาที่เหลืออยู่ทั้งหมดเพื่อจดจำทุกๆอย่างเกี่ยวกับคุณเอาไว้ จะได้ไหมครับ"

"พชร..." ลำธารโผเข้ากอดพชรแน่น พลางสะอื้นไห้ ด้วยความเสียใจ

พชรกอดลำธารแน่นไม่แพ้กัน รับรู้ถึงความเจ็บปวดของเขาและเธอ กับความรักที่ไม่มีวันสมหวัง...พชรเหลือบไป เห็นกระเป๋าของลำธารก็ชะงักด้วยความแปลกใจ มองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

"ฉันจะกลับบ้าน...จะกลับประเทศไทย"

พชรอึ้ง หัวใจหล่นวูบ มองลำธารอย่างปวดร้าว

"ขอโทษนะ ถึงฉันอยากจะอยู่กับนายมากกว่านี้ ให้เวลามันยาวนานออกไปไม่มีที่สิ้นสุด แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ ฉันคงอยู่ร่วมงานอภิเษกของนายกับเจ้าหญิงบาจรีย์ไม่ได้"

"ลำธาร...เพราะผมเอง ผมไม่น่าไปรักคุณตั้งแต่แรก"

"ไม่...มันไม่ใช่ความผิดของใคร บางทีมันอาจจะเป็นกรรมของฉันเอง ที่มีโอกาสได้พบกับรักแท้ แต่ว่า...ไม่มีสิทธิ์ที่จะครอบครอง"

ลำธารผละออกมาจากพชร กลั้นใจเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าต่อ เก็บไปก็พยายามกลั้นน้ำตา พชรไม่อาจทนดูต่อไปได้ ต้องเดินหนีออกมาทุบผนัง ทั้งเจ็บใจและเสียใจ ที่ความรักของเขาและเธอต้องลงเอยด้วยการจากลาแบบนี้...

ความรู้สึกของบาจรีย์กับธามก็ไม่ต่างจากพชรและลำธาร...บาจรีย์เดินไปหาธามที่หลบมานั่งซึมเศร้าอยู่ในสวนคนเดียว

"อยู่นี่เองเหรอ ฉันเดินหานายแทบแย่"

"เจ้าหญิงมีธุระอะไรกับผมเหรอ หรือว่าอยากให้ไปช่วยเลือกเครื่องประดับ"

"นายล่ำ...ฉันรู้ นายไม่อยากให้ฉันเศร้า แต่นายอย่าทำอย่างนี้อีกเลย ถึงจะฝืนยิ้มแค่ไหนมันก็กลบเกลื่อนอะไรไม่ได้อยู่ดี"

"ใช่สิ ผมมันเล่นละครไม่เนียน แต่ว่าอย่างน้อยรอยยิ้มก็พอปลอบใจตัวเองได้ว่าเหตุการณ์มันไม่ได้เลวร้ายไปซะหมด คุณไม่รู้หรอกว่ามันยากแค่ไหนที่ผมต้องพยายามยิ้ม ยิ้มออกมาให้ได้...ใช่ ผมต้องกลบเกลื่อน กลบเกลื่อนว่าผมไม่ได้เสียใจจนแทบจะบ้า กลบเกลื่อนว่าผมไม่ได้น้อยใจที่เกิดมาเป็นแค่นายทหารธรรมดาๆ ไม่ใช่เจ้าชาย ไม่มีสิทธิ์รักคุณได้ คุณรู้ไหมว่าผมเสียใจแค่ไหนที่ทำอะไรให้คุณไม่ได้เลย อย่างน้อยผมก็อยากจะทำให้คุณยิ้มออกมาได้บ้าง"

บาจรีย์สะอึกอึ้ง นึกไม่ถึงว่าธามจะพยายามทำเพื่อเธอมากขนาดนี้

"ธาม...นายเข้าใจผิดแล้ว ใครว่านายทำอะไรเพื่อฉันไม่ได้ นายคือคนที่สอนให้ฉันรู้ว่าฉันก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนนึง ที่หิวได้ ร้อนได้ หนาวได้ เจ็บปวดได้ และรักได้ นายทำให้ฉันได้รู้จักความรัก และนั่นเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ฉันเคยรู้จัก"

บาจรีย์น้ำตาท่วม กอดธามแน่น แล้วต่างคนก็ต่างบอกรักกันอีกครั้ง...เป็นครั้งสุดท้าย

ooooooo

อดิศรกับศิรดาพอรู้ว่าลำธารจะกลับเมืองไทยในเย็นนี้ ทั้งคู่ไม่เห็นด้วย ยกเหตุผลขึ้นมาว่า เราอุตส่าห์ ช่วยกู้บ้านกู้เมือง เสร็จแล้วน่าจะอยู่ร่วมพิธีสำคัญด้วย ถ้าเราด่วนกลับไปก่อนจะไม่เหมาะสม  ลำธารนิ่ง

พูดไม่ออก แต่อดิศรมองออกว่าลูกสาวรู้สึกอย่างไร จึงเข้ามาโอบไหล่ลูกและพูดด้วยเสียงค่อนข้างเบา ตั้งใจไม่ให้ศิรดาได้ยิน

"พ่อรู้ว่าที่ลูกอยากกลับไม่ใช่เพราะงานที่โน่น พ่อมองดูลูกตลอด ทำไมพ่อถึงจะไม่เข้าใจหัวอกลูก แต่พ่อก็ยังอยากให้ลูกอยู่ร่วมงาน เพราะการเยียวยาบาดแผลที่ดีที่สุดก็คือการยอมรับ อดทนอีกนิดนะลูก แล้วเราก็จะกลับไปมีชีวิตของเราตามเดิม"

"ค่ะพ่อ ลำธารจะอดทน จะยอมรับมันให้ได้"

ผละจากพ่อแม่มาแล้ว ลำธารก็ได้รับคำปลอบโยนจากพี่ชายอีกว่า

"ไม่ต้องคิดมากนะลำธาร เดี๋ยวพ้นวันพรุ่งนี้เราก็จะได้กลับบ้าน แล้วทุกอย่างก็จะกลายเป็นแค่ความทรงจำ"

"แต่มันก็เป็นความทรงจำที่เราสองคนคงไม่มีวันลืมนะพี่ธาม"

สองพี่น้องต่างก็เศร้าหมอง โอบกอดให้กำลังใจกันและกัน พชรเดินมาเห็น เขาตัดสินใจเข้ามาขออนุญาตธามขอคุยกับลำธารสักครู่ ธามไม่ต้องถามความเห็นลำธาร แค่มองหน้าก็รู้ใจ จึงปล่อยลำธารไปกับพชร

พชรนำสร้อยรักเท่าชีวิตที่เขายังเก็บรักษาไว้อย่างดีมาสวมใส่คอให้ลำธาร แต่ลำธารทักท้วงว่าสร้อยนี้เป็นของประจำ ตระกูลของเขาที่จะต้องมอบให้กับบาจรีย์?

"มันเป็นของคุณ เป็นของคุณคนเดียวเท่านั้น ผมไม่ สามารถยกดวงใจให้กับใครอื่นได้ แล้วผมจะยกสร้อยเส้นนี้ให้กับคนอื่นได้ยังไง"

"แต่ว่า..."

"คุณไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องบาจรีย์ ผมเชื่อว่าบาจรีย์จะเห็นด้วย ลำธาร...ได้โปรดรับมันไว้เถอะ อย่างน้อยขอให้มันเป็นเครื่องเตือนใจคุณว่า ณ แผ่นดินมินาลินแห่งนี้ยังมีชายคนหนึ่งที่รักคุณมาก และเขาจะรักคุณตลอดไป"

"พชร...ฉันจะเก็บรักษาสร้อยเส้นนี้ไว้อย่างดี ขอให้ นายจดจำไว้เหมือนกันว่า...ที่ประเทศไทยมีผู้หญิงคนหนึ่งที่รักนายมาก และผู้หญิงคนนั้นจะรักนายตลอดไป"

แล้วทั้งคู่ก็สวมกอดกันแนบแน่น ราวกับไม่อยากจะพรากจากกันอีกเลย...

ooooooo

เช้าวันอภิเษกที่จัดขึ้นอย่างสมเกียรติของเจ้าหญิงและเจ้าชาย มีแขกเหรื่อจำนวนไม่น้อยมาร่วมแสดงความยินดี แต่ขณะพิธีดำเนินไปนั้น บาจรีย์กลับไม่ ยอมรับแหวนจากพชร ทั้งยังตัดสินใจพูดความจริงว่าเธอไม่ได้รักพชรแล้ว เธอรักธาม ส่วนพชรก็ไม่ได้รักเธอ เขารักลำธารต่างหาก

ทุกคนภายในงานต่างฮือฮาขึ้นมา แต่ลำธารซึ่งทำใจไม่ได้ลุกหนีออกไปก่อนหน้านี้จึงไม่มีโอกาสรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ลำธารตัดใจนั่งรถออกจากวังมินาลินไปโดยไม่รอพ่อแม่ และพี่ชาย ส่วนในวัง ผู้ใหญ่ทั้งหมดกำลังมึนงงว่าเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง และเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่
แต่เมื่อพชรอธิบาย และยืนยันว่าเขารักบาจรีย์อย่างน้องสาว ส่วนบาจรีย์ก็ยืนกรานว่าเธอจะไม่อภิเษกกับพชร ผู้ใหญ่ สองฝ่ายต่างจึงตัดสินใจไม่ถูก ส่วนอดิศรกับศิรดานั้นหน้าเสีย ที่ลูกชายตัวเองเข้ามามีส่วนพัวพัน

"ท่านประมุขของทั้งสองแคว้น กระผมขอประทานอภัยแทนลูกชายซื่อบื้อคนนี้ด้วย ไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าทำเรื่องไร้กาลเทศะอย่างนี้"

"พ่อครับ ถึงมันจะไม่ถูกธรรมเนียม แต่ว่าผมจริงใจนะครับ ท่านมาดิสร์ ผมรักเจ้าหญิงบาจรีย์ลูกสาวท่านจริงๆ ไม่รู้ว่ารักตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งๆที่เจ้าหญิงก็ไม่ใช่คนน่ารักเลย ทั้งดื้อ ทั้งซน แล้วก็หยิ่งเป็นที่หนึ่ง"

"นายล่ำ! นายพูดอย่างนี้ได้ไงเนี่ย ตัวเองดีตายล่ะ ชอบใช้กำลัง เอาแต่ใจ เผด็จการ ก้าวร้าวก็ที่หนึ่ง"

"หยุด...พอได้แล้วทั้งสองคน ท่านวาสิน เราต้องขอโทษด้วยที่ลูกสาวของเราผิดคำสัญญา ช่างน่าละอายเหลือเกิน เราไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว"

"ท่านอย่าโทษตัวเองเช่นนั้นเลย ลูกชายของเราก็ผิดคำสัญญาเหมือนกัน เอ๊ะ พชรหายไปไหน มีใครเห็นพชรบ้างมั้ย" วาสินและทุกคนเหลียวหาพชรที่ไม่รู้ว่าหายไปตอนไหน...

พชรนั่งรถตามลำธารออกไป เมื่อทันกันก็บอกข่าวดีกับเธอด้วยความตื่นเต้นว่า บาจรีย์ปฏิเสธที่จะอภิเษกกับเขา ต่อไปนี้พันธะสัญญาของมินาลินกับมินทุหมดลงแล้ว เขามีสิทธิ์ ที่จะทำตามหัวใจตัวเองแล้ว...ลำธารดีใจสุดชีวิต สวมกอดพชรทั้งน้ำตา

แต่ในวังมินาลิน พ่อแม่ของสองฝ่ายยังหาทางออกไม่ได้ว่าจะทำยังไง ในเมื่อพิธีถูกจัดขึ้นแบบนี้แล้ว ที่สุดมาดิสร์ กับตวิษาก็ยอมให้ธามเป็นเจ้าบ่าวแทนพชร บาจรีย์กับธามจึงได้สมรสสมรักอย่างไม่ทันตั้งตัว

อีกครู่ต่อมา วาสินกับเนตราออกมาตามพชรกับลำธารที่หน้าวัง วาสินบอกให้พชรพาลำธารเข้าไปร่วมพิธี

"พิธี? พิธีอะไรกันครับท่านพ่อ ก็ลูกสารภาพแล้วว่าลูกไม่ได้รักบาจรีย์"

"พ่อรู้ แต่งานอภิเษกก็ได้จัดขึ้นแล้ว จะให้พ่อล้มเลิกมันก็ไม่ถูกต้อง อีกอย่างเจ้าสาวเขาก็รออยู่"

พชรกับลำธารหน้าเสียขึ้นมาทันที เนตราก็เลยอดรนทนไม่ไหว

"ดูสิลูกหน้าเสียใหญ่แล้ว...ท่านพ่อล้อเล่นน่ะลูก เราจะจัดพิธีอภิเษกให้เจ้าหญิงบาจรีย์กับคุณธาม บุตรชายท่านอดิศรต่างหากล่ะ ส่วนพิธีอภิเษกของลูกทั้งสองคงต้องรอก่อน เจ้าสาวยังต้องจัดเตรียมเสื้อผ้าข้าวของให้พร้อมก่อน...ใช่ไหมจ๊ะ"

"ท่านพ่อ...ท่านแม่" พชรตะลึง แทบไม่เชื่อหูตัวเอง

"แม่น่าจะสังเกตตั้งแต่ทีแรกว่าคุณหมอลำธารสวมสร้อยรักเท่าชีวิต คุณหมอนี่เองที่เป็นคนกุมหัวใจของลูก...เก็บสร้อยเส้นนี้ไว้ให้ดีนะจ๊ะ เพราะมันคือสร้อยที่ต้องส่งมอบให้กับเจ้าสาวประจำตระกูลของเราทุกๆรุ่นไป"

ลำธารกับพชรซาบซึ้งใจรีบทรุดลงนั่งคุกเข่าก้มศีรษะขอบคุณท่านทั้งสอง จากนั้นเนตราก็เร่งให้พชรพาลำธารตามไปข้างใน

พอท่านทั้งสองเดินลับกาย พชรก็ยิ้มกริ่มชวนว่าที่เจ้าสาวควงแขนเข้างาน ลำธารกลับยึกยักว่าเธอแค่รับคำเชิญร่วมงาน แต่เรื่องเป็นว่าที่เจ้าสาวต้องขอคิดดูก่อน

"อ้าว ทำไมล้อผมเล่นแบบนี้ล่ะครับ"

ลำธารยิ้มๆไม่ตอบ เดินนำหน้าไปก่อนเลย...พชรเดินบ่นโอดโอยและออดอ้อนตามหลัง แต่ลึกๆก็สุขใจ

ooooooo

ธามกับบาจรีย์สมหวังในรักไปนานพอสมควรแล้ว แต่คู่ของพชรกับลำธารยังไม่มีวี่แววว่าจะได้แต่ง ทั้งที่บาจรีย์ก็อยากเป็นเพื่อนเจ้าสาวใจจะขาด ส่วนภูษณะกับพาริณ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่คืบหน้ามีแต่ความหวานชื่น

วันนี้พชรทนรอต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เขามาตัดพ้อลำธารว่าเธอรักษาแต่แผลกาย แต่แผลใจไม่ยอมรักษาให้เขาสักที

"แผลใจอะไรกัน ฉันไม่เห็นเคยตรวจเจอว่านายเป็นโรคหัวใจ"

"ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เลย ก็แผลใจที่ผู้หญิงเขาไม่ยอมตกลงแต่งงานด้วยซะที ตอนนี้ใครๆก็สงสารผมกันหมดแล้ว เป็นถึงรัชทายาท แต่ผู้หญิงไม่ยอมแต่งงานด้วย"

"พูดเกินไปรึเปล่า ใครเขาจะว่า"

"ลำธาร...นี่คุณจะแกล้งทรมานผมทำไม คุณไม่รู้เหรอว่าผมรักคุณมากและต้องการให้คุณอยู่เคียงข้างผมแค่ไหน"

"ฉันรู้ แต่ฉันยังไม่อยากจะเชื่อ มันไม่ใช่ความฝันใช่ไหมพชร นี่ฉันไม่ได้ฝันใช่ไหม คุณกำลังขอฉันแต่งงาน"

"แบบนี้...เป็นความฝันรึเปล่า" พชรพูดพร้อมกับดึงลำธารเข้ามากอด แต่ลำธารยังแกล้งส่ายหน้าเหมือนยังไม่แน่ใจ พชรเลยจูบหน้าผาก แถมด้วยจุมพิตที่ปากอย่างอ่อนโยน "แล้วแบบนี้ล่ะ"

"ฉัน...ฉันยิ่งรู้สึกเหมือนอยู่ในฝันใหญ่เลย"

"ไม่เป็นไร ผมจะอยู่ข้างๆคุณจนกว่าคุณจะเชื่อว่ามันเป็นความจริง...ลำธาร คุณเป็นคนที่พิเศษจริงๆ คุณคือ

ศิราพัชร เพชรแท้ในดวงใจของผม แต่ถ้าคุณยังไม่พร้อม และอยากจะให้ผมรอคุณแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก็ได้ครับ ผมยินดีที่จะรอคุณไปตลอดชีวิตเลย ไม่ว่าพรุ่งนี้  มะรืนนี้  หรือว่าวัน..."

"ไม่ต้องแล้ว...แต่งงานกับฉันวันพรุ่งนี้เลยนะ"

พชรยิ้มกว้าง ก้มลงจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผากเธออีกครั้ง ก่อนจะตระกองกอดกันและกันอย่างมีความสุข...สมหวัง


ooooooo

-อวสาน-

ตอนที่ 17

เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้นำจากมิตรประเทศทั้งห้าเกิดความคิดเห็นไม่ตรงกัน แบ่งเป็นสองฝ่ายคือยอมกับไม่ยอมให้พชรเข้าร่วมประชุมเพื่อขอความช่วยเหลือในการรบกับพวกดารัณ ดังนั้นพชรจึงต้องหยิบยกเหตุผลด้วยความเป็นจริงเกี่ยวกับความชั่วร้ายของดารัณที่ตั้งแต่ยึดอำนาจการปกครองมินาลินไป ประชาชนมีแต่เดือดร้อนและล้มตาย  เพียงเพราะพวกเขาไม่ยอมรับในตัวดารัณ

บาจรีย์กับลำธารก็ช่วยพชรยืนยันความเป็นจริง แต่หนึ่งในผู้นำที่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับวาสินยังยืนยันไม่ให้พชรร่วมประชุม อีกทั้งดารัณที่รู้ข่าวนี้จากทหารของตนที่มาซุ่มดูเมื่อวานตอนพชรต่อสู้กับราชองครักษ์หลวงทั้งสอง ก็สื่อสารผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์เข้ามายังที่ประชุมด้วย ดารัณวางอำนาจพูดจาให้ร้ายพชร และโน้มน้าวผู้นำทั้งห้า แต่ระหว่างนี้เองมาดิสร์ ปรากฏตัวพร้อมสร้อยศิราพัชรที่ดารัณถวิลหามานานเพื่อการเป็นกษัตริย์ที่สมบูรณ์ มาดิสร์นำมาสวมใส่ให้พชรต่อหน้าทุกคน รวมทั้งดารัณที่ยังจ้องเขม็งผ่านจอด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย

"บัดนี้สร้อยแห่งกษัตริย์ได้อยู่กับท่านพชรแล้ว" มาดิสร์ ประกาศก้อง

"เท่ากับว่าท่านดารัณไม่มีสิทธิ์เป็นเหนือหัวแห่งมินาลินตั้งแต่แรก..."

"ท่านผู้นำเข้าใจถูกต้องแล้ว และที่สำคัญคือกษัตริย์ วาสินยังมีชีวิตอยู่...มันผู้นี้เป็นได้เพียงกบฏในคราบผู้นำเท่านั้น จริงไหมล่ะท่านดารัณ"

ดารัณโกรธแค้น ด่ากราด ชี้นิ้วใส่หน้าบรรดาผู้นำ

"จะอย่างไรก็ตาม พวกท่านทั้งหลายจงสำนึกว่าหากคิดเป็นปฏิปักษ์ต่อเรา ชีวิตท่านและประชาชนของพวกท่านจะหาไม่"

แล้วสัญญาณภาพดารัณก็ขาดหายไป บรรดาผู้นำต่างหันมามองหน้ากันอึ้งๆ หนึ่งในกลุ่มย้ำถามพชรว่าจริงหรือ ที่ท่านวาสินยังไม่สิ้นบุญ

"ครับ...เมื่อรู้เช่นนี้ ท่านจะเลือกช่วยใครระหว่างคนชั่วที่กระหายในอำนาจ กับเราและกองกำลังกู้ชาติผู้ยอมตายเพื่อรักษาชาติมินาลิน"

ผู้นำทั้งห้านิ่งคิดอย่างตัดสินใจ...เมื่อได้คำตอบเป็นที่พอใจแล้ว สองพ่อลูกมาดิสร์กับบาจรีย์มีโอกาสทักทายแสดงความคิดถึงต่อกันเพียงเล็กน้อย เพราะพชรต้องรีบกลับค่ายทำหน้าที่ของตนเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองต่อไป แต่ระหว่างการเดินทางที่ต้องบุกป่าฝ่าดงในตอนค่ำ  รถเกิดหม้อน้ำรั่วทำให้คณะของพชรต้องหยุดพักค้างคืนที่บ้านของชาวบ้านก่อน

โอกาสนี้พชรอยากพูดคุยปรับความเข้าใจกับลำธาร แต่เธอยืนยันเสียงแข็งไม่อยากให้เขาเข้าใกล้ มันสายไปแล้วที่จะคุยเรื่องนี้อีก

"แต่คุณตัดสินผมในมุมของคุณฝ่ายเดียว มันยุติธรรมแล้วเหรอ"

"แล้วยังไง จะให้ฉันเข้าใจนาย จะให้ฉันยอมเป็นคนโง่ ที่ถูกนายหลอกลวงมาตลอดใช่มั้ย นายรู้อยู่แก่ใจว่าสุดท้ายเราไม่มีวันรักกัน ฉันผิดใช่มั้ย ที่ฝากความหวังไว้กับนาย ฉันผิดใช่มั้ยที่โง่รักนายเอง ฉันผิดใช่..."

ทันใด พชรดึงลำธารเข้ามาจูบ ลำธารทั้งรักทั้งแค้นผลักเขาออกแล้วตะเบ็งเสียงใส่

"ฉันเกลียดนาย!"

"แต่ผมเลิกรักคุณไม่ได้"

เพี้ยะ! เสียงฝ่ามือลำธารฟาดเข้าที่หน้าพชรเต็มแรง

"อย่าให้ฉันต้องเกลียดนายมากไปกว่านี้ ไปให้พ้นหน้าฉัน ออกไป!"

ลำธารผลักไสไล่เขาออกไปด้วยใจที่เจ็บปวด พชรเองก็รู้สึกไม่ต่างจากลำธาร เดินคอตกน้ำตาคลอออกไปอย่างร้าวรานใจ

ส่วนบาจรีย์กับธามที่ต่างคนต่างก็รัก โดยธามได้เผยใจออกไปแล้ว แต่บาจรีย์ยังกั๊กความรู้สึกเอาไว้ด้วยความสับสน จนเมื่อคืนนี้ธามมาพูดแขวะเรื่องการอภิเษก บาจรีย์ เลยระบายความรู้สึกนึกคิดจริงๆออกมาว่าเธอเองก็ชอบเขา ธามดีใจและเป็นสุข ทั้งๆที่รู้ว่ารักครั้งนี้ไม่มีวันสมหวัง จึงขอกอดเธอในคืนนี้ให้นานเท่าที่จะนานได้

เช้าแล้ว ทั้งสี่คนขึ้นรถมุ่งหน้ากลับค่ายโดยไม่มีใครพูดกับใครเลย จนกระทั่งใกล้ถึงค่าย ลำธารกรีดร้องขึ้นมาอย่างตกใจเพราะเห็นศพชาวบ้านหลายคนข้างทาง เมื่อจอดรถลงไปดู ปรากฏว่าศพถูกฆ่าด้วยอาวุธสงครามและขวาน ทุกคนหน้าเครียดขึ้นมาทันที ต่างตระหนักถึงอันตรายที่กำลังจะมา

คามิน คเชนทร์ และทหารกลุ่มหนึ่งกำลังปะทะกับพวกภูษณะที่ลาดตระเวนรอบค่าย ภูษณะได้รับบาดเจ็บเพราะปกป้องพาริณ โชคดีไม่ถึงตายเพราะอดิศรกับจ่าแสงนำกำลังมาสมทบ ส่วนที่ประตูค่ายอีกด้าน เวคินและสหายกลุ่มใหญ่กำลังปะทะกับราชิตและฟารุตที่นำกำลังมาไม่น้อย เวคินฮึดสู้จนตัวตาย โดยที่คณะของพชรมาช้าไป ทุกคนเศร้าเสียใจต่อการจากไปของเวคิน หัวหน้ากองกำลังใต้ดินผู้จงรักภักดี พชรแค้นราชิตแทบ
กระอัก ตามไล่ล่ามันไปอย่างไม่คิดชีวิต โดยไม่ฟังคำทัดทานของใครๆ

แล้วความบุ่มบ่ามขาดสติของพชรก็ทำให้อดิศรบาดเจ็บสาหัสด้วยคมกระสุนของราชิตที่ตั้งใจยิงพชร แต่อดิศรพุ่งตัวเข้ามาบัง ธามวิ่งตามมาช่วยพาอดิศรหลบไปหลังพุ่มไม้ ส่วนพาริณเข้าช่วยพชร เพราะราชิตยิ่งฮึกเหิมสั่งทหารฆ่าพวกมันให้ได้ แต่แล้วมีชาวบ้านกลุ่มใหญ่ที่เป็นแนวร่วมกองกำลังใต้ดินบุกเข้ามา ราชิตเห็นว่ากำลังของตนน้อยกว่า จึงเป็นฝ่ายล่าถอยไป

ooooooo

อดิศรถูกพากลับค่ายอย่างเร่งด่วน ลำธารพอรู้ว่าพชรเป็นต้นเหตุให้พ่อของเธอบาดเจ็บ ก็โกรธจัดถึงกับตบหน้าพชรทันทีที่เขากล่าวคำขอโทษ

"คำขอโทษของนายมันไม่มีความหมายอะไรเลย กี่ครั้งแล้วที่นายวู่วาม บ้าดีเดือด กี่คนแล้วที่ต้องตายเพราะนาย ถ้าพ่อฉันเป็นอะไรไป ฉันจะไม่ให้อภัยนายเลย"

จากนั้นลำธารก็รีบเข้าไปช่วยธีรัชรักษาอดิศรในห้อง พชรจะเดินตามไปแต่ถูกธามผลักอกแทบล้ม

"ไม่ต้องมายุ่ง ไป!" ธามตวาดไล่ แล้วเดินตามลำธารเข้าไปข้างใน พชรรู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ เดินคอตกกลับไปห้องพัก แล้วเฝ้าโทษตัวเองไม่ดี ทำให้ทุกคนต้องมาเจ็บมาตายแทนแบบนี้...

ภูษณะที่บาดเจ็บเพราะช่วยพาริณ แต่อาการของเขาไม่หนักเท่าอดิศร จึงไม่มีอะไรน่าห่วง แต่ที่บาจรีย์กับพาริณ เป็นห่วงก็คือพชร ที่เข้าไปเก็บตัวเงียบในห้องนานแล้ว...

ด้านราชิตกับฟารุตที่วังมินาลิน ทั้งคู่กำลังถูกดารัณระเบิดอารมณ์ใส่อย่างเกรี้ยวกราดที่ฆ่าพชรไม่สำเร็จ  

"ขออภัยท่านดารัณ แต่ถึงเราถอนรากถอนโคนมันไม่ได้ ก็ตัดกำลังมันไปได้มาก ไอ้เวคินก็ตายแล้ว มันเคยฆ่าคนของเราไปมาก"

"แต่พวกมันก็จะได้กลุ่มมิตรประเทศมาช่วย หลักการของเราคือตัดต้นหญ้าก่อนมันจะมีโอกาสงอก ไอ้พวกชาวบ้านมันเหิมเกริมกล้าออกมาร่วมกับพชร จะปล่อยไว้ไม่ได้ เรียกทหารที่ช่องเขาขาดรวมพลรอรับคำสั่งข้า"

"ท่านจะเดินทาง..."

"เออสิวะ ต้องไปแสดงให้พวกมันเห็นหน่อย จะได้รู้ตัวว่าแผ่นดินนี้มันเป็นของใคร"

ราชิตฟังแล้วไม่สบายใจ ขณะที่สีหน้าฟารุตก็มีแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด...แล้วจากนั้นอีกไม่นานพชรก็ได้รับรู้ข่าวนี้จากใครบางคนที่ส่งเป็นรหัสเข้ามายังเครื่องรับในค่าย พชรสีหน้ามุ่งมั่นคิดทำการบางอย่าง แล้วแอบไปดักพบลำธารตรงหน้าบ้านพักของเธอ

ลำธารเพิ่งกลับจากรักษาอดิศร ท่าทางเธอเหนื่อยและเพลียมาก ไม่อยากพูดหรือทะเลาะอะไรกับพชรอีกแล้ว เธอจะรีบเข้าที่พักแต่พชรก้าวมายืนขวางหน้าประตู ซ้ำยังจับมือถือแขนเธอด้วย เธอเลยตบหน้าเขาอย่างสุดจะทน

"บอกแล้วไงอย่ามายุ่งกับฉัน พ่อฉันเสียสละชีวิตให้นายยังไม่พอใช่มั้ย นายยังต้องการอะไรจากฉันอีก"

"ถึงคุณจะโกรธจนไม่อยากจะมองหน้า ไม่อยากจะพูดกับผมอีก ผมก็มีสิ่งสุดท้ายที่ต้องจะพูดกับคุณ...ต่อไปผมจะไม่รบกวนคุณอีก ผมจะไม่ทำให้คุณไม่สบายใจอีกแล้ว ผมมาเพื่อจะขอบคุณ ทุกๆอย่างที่คุณทำให้กับพวกเรา ทำให้ชาวมินาลิน เหมือนที่ผมเคยบอกคุณ...ศิราพัชร คุณคือเพชร เพชรที่ส่องแสงให้โลกนี้สว่าง และทำให้ผมได้รู้จักกับความรัก หลังจากนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้คุณรู้ว่าดวงใจของผมจะไม่เงียบเหงา ดวง
ใจของผมมีสหายที่ร่วมรบ มีเพื่อนและทุกๆคน คุณไม่ต้องเป็นห่วงผมอีกต่อไปแล้ว"

ฟังเขาจนจบ ลำธารรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก...มองตามพชรที่เดินห่างออกไปทุกที ด้วยน้ำตาที่รื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

แล้วค่ำนั้นเอง บาจรีย์ก็ลนลานมาบอกธามว่าพชรหายตัวไป แต่ธามเหมือนไม่ใส่ใจ บาจรีย์จึงไปบอกลำธาร และพูดคุยปรับความเข้าใจกันเรื่องความรักระหว่างเธอกับพชรที่ต้องเป็นไปเพราะความจำเป็น ทั้งที่ตอนนี้เธอเองก็รักชายอีกคนหนึ่งอยู่

ลำธารคิดหนักเรื่องพชรหายไป จนเผลอร้องไห้ออกมาให้ธามเห็น ธามเลยซักด้วยท่าทีโมโหว่าใครมาบอก พี่จะได้ไปบอกพวกเขาว่าอย่าเอาเรื่องผู้ชายคนนี้มากวนใจน้องอีก

"พี่ธาม...อย่า...ใครจะบอกก็ไม่สำคัญ มันสำคัญที่ใจของลำธาร ลำธารไม่เข้มแข็งเอง ลำธารอาจจะเสียใจเพราะผู้ชายคนนี้ ให้เขาหายไปเลยอาจจะดีซะกว่า แต่มันจะเลวร้ายที่สุดกับประชาชนมินาลิน ที่จะสูญเสียความหวังเดียวของพวกเขาไป พี่ธาม เราสองคนมาอยู่ที่นี่เพื่ออะไรกันแน่ เราก็มีหน้าที่ของเราไม่ใช่เหรอ"

ธามนิ่งฟังอย่างแสนจะบีบคั้นหัวใจ ใจหนึ่งก็ยังโกรธพชร แต่ใจหนึ่งก็ตระหนักถึงหน้าที่

ooooooo

ที่ช่องเขาขาด พชรปลอมตัวเข้ามาปะปนในกลุ่มสมุนของดารัณ   แล้วตั้งใจจะจัดการกับดารัณให้ จงได้   ทั้งที่รู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย  แต่พชรก็ยอมแลกด้วย ชีวิตของตัวเอง

ไม่ทันที่พชรจะลงมือ ดารัณไหวตัวทัน พชรจึงตกอยู่ในอันตรายที่แวดล้อมไปด้วยสมุนของดารัณ ยังดีที่พวกธามและภูษณะยกโขยงตามมาช่วย หลังจากพวกเขาพบกระดาษข้อความที่พชรทิ้งเอาไว้ ส่วนลำธารกับบาจรีย์ก็แอบออกจากค่ายไล่หลังมาเหมือนกัน

การต่อสู้ของสองฝ่ายดุเดือดเลือดพล่าน พชรพลาดท่าถูกจับและถูกดารัณทรมานหมายให้ตายช้าๆ ลำธารที่มาพร้อมบาจรีย์กล้าที่จะเข้าไปช่วยพชรอย่างไม่กลัวตาย ทั้งที่คนอื่นๆกำลังวางแผนช่วยเหลือพชรอยู่

เมื่อลำธารกับบาจรีย์กล้าบ้าบิ่นแบบนี้ พวกธามเลยไม่ต้องรีรออะไรอีกแล้ว ภูษณะเองที่ยังไม่หายดีก็สู้ยิบตา โดยมีพาริณร่วมแรงแข็งขัน จนพวกเขาสามารถล้มคามินกับคเชนทร์ได้ แต่ก็ยากที่จะต้านราชิตกับทหารของดารัณอีกจำนวนมาก

ทันใดทั้งชาวบ้านที่จงรักภักดีต่อวาสินและพชรก็รวมตัวกันกลุ่มใหญ่เข้ามาช่วย รวมทั้งกองกำลังจากมิตรประเทศที่วาสินไปเจรจาด้วยตัวเองจนพวกเขาพร้อมใจกันมาช่วยเหลือ

"ท่านพ่อ ลูกไม่รู้จะขอบพระทัยได้อย่างไร"

"มินาลินก็คือชีวิตของพ่อเช่นกัน มันถึงเวลาแล้วที่เราจะคืนความสงบสุขให้กับบ้านเมือง"

"เพราะฉะนั้น นี่ก็คือสงครามครั้งสุดท้าย อย่าถอยแม้แต่ก้าวเดียว ตายเป็นตาย เพื่ออิสรภาพแห่งมินาลิน"

สิ้นเสียงจริงจังแข็งกร้าวของพชร ทุกคนต่างชูอาวุธในมือขึ้นอย่างฮึกเหิม พลันดารัณที่เมื่อครู่ถอยไปตั้งหลักก็เดินเข้ามาพร้อมทหารรายล้อม

"ทหารทุกคน จัดการกับไอ้พวกกบฏเดี๋ยวนี้ ราชิต ฆ่าไอ้วาสิน ฆ่าพวกมันให้หมด"

ราชิตก้าวออกมาตามคำสั่งของดารัณทันที สีหน้าดุดันไม่เกรงกลัวใดๆ

"เพื่อองค์เหนือหัวดารัณ ฆ่าพวกมันให้หมด" ราชิตตะโกนปลุกเร้า...วาสินก้าวออกไปเผชิญหน้าอย่างหาญกล้า

"ถ้าเจ้าต้องการฆ่าชาวเมืองมินาลินที่ต่อสู้เพื่อเรา ก็จงฆ่าเราเพียงคนเดียว เอาสิ พวกเจ้ายิงเราเลย เราวาสินผู้ครองแคว้นมินาลินที่ถูกพวกดารัณก่อการกบฏ"

ทหารทั้งหมดเพ่งมองวาสิน แล้วหันกลับมามองกันเองเลิ่กลั่กลังเล ราชิตรีบตะโกนสำทับ

"อย่าไปฟังมัน มันโกหก วาสินตายแล้ว ฆ่ามันสิ พวกเจ้าฆ่ามัน"

"เอาสิ ถ้าพวกเจ้าเป็นชาวมินาลินจริงก็จงยิงเลย ยิง

พวกเราให้ตาย แต่นี่คือกษัตริย์วาสิน ท่านพ่อของเราและเหนือหัว ของพวกท่านทุกคน ก่อนที่ไอ้ดารัณจะวางแผนฆ่า"

"ไม่จริง มันเป็นตัวปลอม พวกแกดูหน้ามันสิ ใช่วาสินที่ไหน แกเอาคนพิกลพิการมาหลอกพวกโง่งมให้หลงเชื่อ วาสินตายไปแล้ว"

"คนตายไปแล้วจะมีศิราพัชรอย่างนี้หรือ" วาสินชูศิราพัชรขึ้นเหนือศีรษะ ทหารทุกคนตะลึงมองแทบไม่เชื่อสายตา พชรฉวยโอกาสนี้ขอร้องทหารและพี่น้องชาวมินาลินทุกคนร่วมมือกันจัดการดารัณเพื่อชาติบ้านเมืองที่จะกลับมาสงบร่มเย็นดังเดิม

"หุบปากซะ...อย่าไปฟังมัน" ดารัณตะโกนลั่น แล้วเล็งปืนจะยิงวาสิน แต่ถูกฟารุตเตะปืนกระเด็น

ที่แท้ ฟารุตก็คือคนที่คอยส่งข่าวไปทางพชรนั่นเอง!

"พวกเราทุกคนจงรับรู้ว่าดารัณได้ลอบฆ่ากษัตริย์วาสินจริง แต่ท่านยังไม่ตาย ท่านยืนอยู่ตรงหน้าพวกเรา ขอให้ ทุกคนวางอาวุธและช่วยกันกำจัดพวกทรราชตัวจริงคือดารัณ กับราชิต"

ดารัณกับราชิตแค้นแทบคลั่ง ระดมยิงไม่ยั้ง แต่เพราะทหารที่เคยยืนอยู่ข้างดารัณกลับตัวกลับใจทำให้ทั้งคู่หมดตัวช่วย แถมยังถูกรุกไล่จนหมดทางสู้ ดารัณถูกพชรแทงด้วยกริชขาดใจตาย ขณะที่ราชิตเลือกที่จะตายด้วยน้ำมือตนเอง คว้ากริชมาปาดคอดับดิ้นสิ้นใจไปอีกคน!

ตอนที่ 16

หลังรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นและเห็นน้องสาวร้องไห้ อย่างหนักราวกับหัวใจจะแตกสลาย ธามรู้สึกเจ็บปวดไม่ แพ้กัน พร้อมกันนี้ก็เจ็บแค้นพชรไม่น้อยด้วยเหมือนกัน...

"ร้องซะลำธาร ร้องให้พอ แล้วจากนี้ไปลำธารต้องเข้มแข็งขึ้น อย่าไปเสียใจให้กับคนสับปลับไม่จริงใจอย่างนายพชรอีก"

"พี่ธาม ลำธารผิดเอง ลำธารไม่น่าไว้ใจคนอย่างเขาเลย ลำธารทำให้พี่ธาม ให้พ่อ ให้แม่ผิดหวัง"

"อย่าโทษตัวเองอย่างนั้นสิ ลำธารไม่ได้ผิดอะไร ไอ้พชรต่างหากที่มันรังแกน้องพี่ ชาตินี้พี่ไม่มีวันให้อภัยมันเด็ดขาด"

"ตอนนี้ลำธารตื้อไปหมด ลำธารไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไปดี"

"อยากกลับบ้านมั้ย พี่จะหาทางพาเรากลับบ้านเอง"

ลำธารชะงักไปด้วยความสับสน ตัดสินใจไม่ถูก จนเมื่อพี่ชายเร่งเร้าจะเอาคำตอบให้ได้ เธอจึงโพล่งขึ้นมาว่า

"ไม่ค่ะ ลำธารรู้ว่าลำธารมาทำอะไรที่นี่ ลำธารจะไปก็ต่อเมื่อทุกอย่างจบลงด้วยดี"

"แล้วหัวใจลำธารล่ะ ไม่เป็นห่วงมันบ้างเหรอ"

"จากนี้ไป ลำธารจะเก็บหัวใจตัวเองไว้กับตัว จะไม่ยกให้ใครง่ายๆอีกแล้ว โดยเฉพาะคนอย่างนายพชร ลำธารจะตัดเขาไปจากชีวิตลำธารให้ได้"

ธาม ไม่พูดอะไรอีก นอกจากดึงตัวน้องสาวมากอดแทนการปลอบใจ ขณะที่ในใจตัวเองก็ร้าวรานไม่ต่างกัน เมื่อนึกถึงว่าบาจรีย์จะต้องอภิเษกกับพชรในอนาคตอันใกล้นี้...

แยก จากพี่ชายมาแล้ว ลำธารกลับเข้าไปในห้องพัก แต่ครู่เดียวก็ได้ยินเสียงเคาะประตูจึงเดินมาเปิด  ปรากฏว่าเป็นพชรที่พยายามจะมาอธิบายเรื่องราวเพราะไม่อยากให้เธอเข้าใจผิด

"ใช่...ฉัน เข้าใจผิดมาตลอด เข้าใจผิดว่านายรักฉัน แล้วก็จริงใจกับฉัน แต่ความจริงนายมันก็แค่ผู้ชายเห็นแก่ตัว ที่เห็นความรักของคนอื่นเป็นแค่เรื่องสนุก"

"ลำธาร...ผมรักคุณจริงๆ รักด้วยความบริสุทธิ์ใจ"

"หยุด โกหกซักที ต่อไปนี้ฉันจะไม่เชื่อคำพูดนายอีกแล้ว" ลำธารพูดใส่หน้าพชรแล้วกระชากประตูปิดดังปัง และไม่ว่าพชรจะพยายามเคาะและเรียกเธออีกแค่ไหน เธอก็เอาแต่เงียบกริบ นั่งน้ำตาไหลพรากด้วยความเสียใจ

บาจรีย์เดินผ่านมาเห็นพชรกำลังเคาะ ประตูห้องลำธารอย่างเว้าวอนก็ชะงักหน้าเสีย เจ็บปวดร้าวรานใจจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ตัดสินใจหันหลังวิ่งออกไป แล้วไปชนกับธามอย่างแรง ตอนแรกธารตั้งท่าจะต่อว่า     แต่พอเห็นน้ำตาของบาจรีย์ก็สงสารขึ้นมาทันที   ถามเธอว่าเป็นอะไร แต่บาจรีย์ไม่ตอบ   วิ่งต่อไปทั้งน้ำตา

ธามเดินตามเธอไปด้วยความเป็น ห่วง กลับถูกเธอสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้ เขาอยากจะไปไหนก็ไป เธออยากอยู่คนเดียว ธามเลยไม่กล้าตอแย หันหลังกลับทันใด แต่กลายเป็นว่าไม่เป็นที่ถูกใจบาจรีย์ซะอีก

"นี่...ไล่แค่นี้จะไปเลยรึไง"

"อ้าว ก็คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าอยากอยู่คนเดียว"

"ใช่สิ ตอนนี้ใครๆคงไม่อยากอยู่ใกล้ฉันแล้ว แม้แต่พี่พชร"

"ฉัน เข้าใจนะว่าเธอรู้สึกยังไง เพราะจริงๆฉันเองก็ไม่ได้ต่างกับเธอหรอก คนที่ถูกปฏิเสธความรักและถูกมองข้ามมันเจ็บปวดแค่ไหน ฉันรู้ดี"

"มันไม่ใช่แค่นั้นนะ แต่ฉันรับไม่ได้ที่เจ้าหญิงอย่างฉันต้องแพ้ผู้หญิงสามัญชนธรรมดาอย่างน้องสาวนาย มันเสียหน้านายเข้าใจมั้ย"

"แล้วถ้าไม่เกี่ยวกับเรื่องศักดิ์ศรีหรือฐานันดรของเธอล่ะ เธอตอบฉันมาสิว่าเธอจะเสียใจรึเปล่า ถ้าเธอรู้ว่าพชรไม่มีวันรักเธอ"

บาจรีย์หน้าเจื่อนพูดไม่ออก ขณะที่ธามลุ้นแทบขาดใจ อยากให้บาจรีย์ปฏิเสธเหลือเกิน

"นายจะถามฉันทำไม ในเมื่อนายก็รู้ว่าฉันรักพี่พชรมาตลอด แล้วก็คงไม่มีอะไรมาเปลี่ยนใจฉันได้"

"แล้วถ้ามีผู้ชายอีกซักคนที่เขา...รักคุณมากกว่าพชรล่ะ"

"ต่อ ให้ใครดีแค่ไหนก็ไม่มีทางแทนที่พี่พชรได้ พี่พชรคนเดียวที่ฉันจะมอบหัวใจให้ และต่อให้เขาไม่รักฉันเลย ฉันก็จะรักเขาไปอย่างนี้ตลอดไป เข้าใจรึยังล่ะ"

ธามหน้าม่อยลงทันทีด้วยความผิดหวัง แต่ยังฝืนยิ้ม แข็งใจพูดต่อ

"งั้น คุณวางใจได้ ผมเชื่อว่าสุดท้ายแล้วยังไงพชรก็ต้องเลือกคุณ เพราะคุณกับเขามีภาระหน้าที่ที่จะต้องร่วมมือกัน ถ้าคุณไม่เป็นไรแล้ว งั้นผมขอตัวแล้วกัน"

ธามพูดจบก็เดินออกไป บาจรีย์ทำท่าจะเดินตาม... แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจ ได้แต่พึมพำกับตัวเองด้วยความสงสารและเห็นใจเขา

"ทำไมกับคนดีๆอย่างนายฉันถึงไม่เคยทำดีด้วยเลยนะ"

ooooooo

เมื่อ ธีรัชมาหาลำธารที่ห้องพัก พชรที่ยังวนเวียนอยู่แถวนี้รีบฉวยโอกาสแทรกตัวเข้ามาหาลำธาร แล้วพยายามจะอธิบายและปรับความเข้าใจกับเธอ แต่ ไม่เป็นผลเพราะลำธารเอาแต่เลี่ยงหนี ซ้ำยังตวาดไล่ จนพชรหน้าจ๋อย ส่วนธีรัชก็ติดร่างแหถูกเธอดุจนหน้าเจื่อนไปด้วย...

แยกจากกันไปสักพัก บาจรีย์ก็นำอาหารหนึ่งจานมาง้อขอโทษธาม แต่คำพูดของเธอยังคงไว้ฟอร์มเจ้าหญิงอย่างเช่นเคย

"รับไปสิ ฉันทำมาให้"

"เก็บไว้ให้เจ้าชายพชรกินเถอะ คนอย่างผมเจียมตัวเองดี ไม่เหมาะจะได้กินของดีๆจากฝีมือเจ้าหญิงหรอก"

"แต่ ฉันตั้งใจทำมาให้นายจริงๆนะ นายน่าจะรู้ว่าปกติฉันไม่ค่อยง้อใคร ฉันจะง้อแต่เฉพาะคนที่ฉันแคร์จริงๆเท่านั้น ของกินพวกนี้นายจะกินหรือไม่กินก็ช่าง แต่ฉันตั้งใจทำมาให้นายคนเดียว"

พูดจบ บาจรีย์ผละไปทันที ธามมองอาหารในถาดอย่างชั่งใจ จังหวะนี้เองจ่าแสงวิ่งเข้ามาบอกธามว่า

"ท่านอดิศรให้ผมมาตามผู้กองครับ ได้ยินว่ามีประชุมด่วน"

ภายในห้องประชุม วาสิน ภูษณะ ธาม เวคิน จ่าแสง และแกนนำของชาวบ้านต่างก็ฟังอดิศรชี้แจงด้วยความสนใจ

"เรื่อง ต่อไปที่เราจะต้องรีบทำให้เร็วที่สุดคือการหาทางโค่นอำนาจของดารัณ ตราบใดที่ดารัณมันยังอยู่ ผมเชื่อว่ามันจะส่งคนมาทำลายค่ายเราอย่างแน่นอน"

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย พชรเพิ่งเดินเข้ามา ธามมองแวบเดียวก็เบือนหน้าหนีอย่างไม่สบอารมณ์

"ท่านพชร ผมกำลังพูดถึงแผนการที่ได้วางไว้สำหรับวันพรุ่งนี้"

"ว่ายังไงเหรอครับท่านนายพล"

"ท่า นมาดิสร์เพิ่งส่งข่าวมาว่า ตอนนี้มีการประชุมของเหล่ามิตรประเทศที่เขตชายแดนเพื่อนบ้านมินาลิน ผมคิดว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่เราจะได้รับความช่วยเหลือในการโค่นอำนาจขอ งดารัณ"

"ท่านนายพลกำลังจะบอกว่าเราจะส่งคนเข้าไปเจรจาเพื่อขอให้มิตรประเทศเป็นแนวร่วมกับเรางั้นรึ"

"ใช่ ครับ ในตอนนี้ความจำของท่านวาสินยังไม่ฟื้นกลับมา ท่านพชรในฐานะองค์รัชทายาทจึงสมควรไปเป็นตัวแทนเพื่อเจรจาต่อรองกับเหล่า มิตรประเทศ"

"ถ้าเช่นนั้นผมคิดว่าน่าจะให้บาจรีย์ติดตามพชรไปในฐานะ ว่าที่คู่หมั้นของพชรและเจ้าหญิงแห่งมินทุ เพราะจะช่วยให้การเจรจาต่อรองมีน้ำหนักมากขึ้น" ภูษณะจงใจเสนอ อดิศรพยักหน้าคล้อยตาม แต่สีหน้าพชรดูมีแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด

"ดี เหมือนกัน แต่การเดินทางครั้งนี้ต้องไปอย่างเงียบๆ และให้มีคนไปน้อยที่สุด เพราะไม่งั้นหากทางดารัณรู้เข้ามันอาจจะส่งคนมาขัดขวางเราได้" อดิศรเน้นย้ำ

"แล้วหากเกิดอะไรขึ้นกับท่านพชร ใครจะเป็นคนดูแลท่านล่ะครับ" เวคินทักท้วง

"ลำธาร จะติดตามท่านพชรในฐานะหมอ ที่สำคัญในสงครามจำเป็นต้องมีเวชภัณฑ์และเครื่องมือรักษาที่เพียบพร้อม ลำธารจะช่วยประสานงานตรงจุดนี้"

"แต่พ่อยังไม่ได้ถามลำธารเลยนะครับ ว่าเต็มใจจะไปด้วยรึเปล่า" ธามค้านขึ้นมาเพราะไม่อยากให้ลำธารต้องไปสะเทือนใจใดๆอีก แต่อีกครู่ต่อมาเมื่อสองพ่อลูกไปบอกกับลำธาร กลับได้คำตอบที่เด็ดเดี่ยวจากเธอว่า

"ไม่เป็นไรหรอกพี่ธาม ถ้าพ่อคิดว่าลำธารสมควรจะไป ลำธารก็จะไป ลำธารไม่เป็นไรหรอก"

"แน่ใจนะว่าเราทำใจเรื่องพชรกับบาจรีย์ได้"

"มัน คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้วค่ะพ่อ ลำธารรู้ดีว่ามาที่นี่เพื่ออะไร เพราะฉะนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ลำธารก็จะอดทนจนกว่าภารกิจกอบกู้มินาลินจะสำเร็จ"

"งั้นพี่จะไปกับลำธารด้วย เพราะพี่ไม่ไว้ใจไอ้พชร มีพี่อยู่มันจะได้ไม่กล้ายุ่งกับเราอีก ตกลงมั้ย"

ลำธารพยักหน้า...รู้สึกคลายกังวลไปได้เปลาะหนึ่ง

ooooooo

คืน นี้ ทหารของดารัณจับตัวชายชาวบ้านได้ คนหนึ่ง ดารัณข่มขู่คาดคั้นเขาถึงแหล่งที่ซ่อนตัวของพวกพชร แต่ชายคนนี้ไม่ยอมบอก จึงถูกดารัณจิกผมแล้วใช้ปืนจี้ที่ท้อง

"เราจะถามเป็นครั้งสุดท้ายว่า พวกไอ้พชรมันอยู่ที่ไหน ถ้าคิดจะแลกชีวิตตัวเองกับไอ้พวกสวะอย่างมันก็ลองดู เราจะสงเคราะห์ให้ ว่าไงฮึ" ท่าทางดารัณขึงขังเอาจริงจนเขาหน้าเสีย แววตาลนลานกลัวตายขึ้นมาทันที...

เช้าแล้ว ที่ค่ายแห่งใหม่ของพชร...บาจรีย์หิ้วกระเป๋าออกมาจากห้องอย่างไม่ค่อยเต็มใจ นัก  ภูษณะกำลังจะมาตาม พอเห็นสีหน้าและท่าทางน้องสาวก็อดแปลกใจไม่ได้

"มัวทำอะไรอยู่ น้องก็รู้ว่าวันนี้ต้องรีบเดินทางแต่เช้า"

"บาจรีย์ต้องไปจริงๆเหรอพี่ภู"

"ทำไม ล่ะ ก็ในเมื่อเราเป็นคู่หมั้นของพชร แล้วก็ยังเป็นเจ้าหญิงของมินทุด้วย เราก็ต้องไปช่วยพชรเจรจากับมิตรประเทศ ทำไมถึงถามอย่างนั้น"

"เปล่า หรอก น้องแค่สับสนอะไรนิดหน่อย ถามอะไรนิดนึงสิ สมมติว่าน้องกับพี่พชรไม่อภิเษกกัน พี่ภูว่ามันจะกระทบต่อความสัมพันธ์ของมินทุกับมินาลินมั้ย"

"แน่นอน มินาลินกับมินทุต้องรวมเป็นหนึ่งเพื่อความเป็นปึกแผ่น เพราะฉะนั้นไม่ว่ายังไงการอภิเษกต้องเกิดขึ้น ไม่มีทางเลือกอื่น"

บาจรีย์ฟังแล้วถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่กับเหตุผลต่างๆที่บีบรัดเธออยู่

"เฮ้อ นี่ถ้าบาจรีย์ไม่เป็นเจ้าหญิงมินทุ อะไรๆก็คงจะดีกว่านี้"

"ปกติ เราเองไม่ใช่เหรอที่เป็นฝ่ายอยากลงเอยกับพชร นี่อะไร ทำท่าทางอิดออดอย่างกับไม่อยากอภิเษกกับพชรอย่างนั้นล่ะ หรือว่ามีใครทำให้เราเปลี่ยนใจรึเปล่า"

บาจรีย์ชะงักกึก รีบปฏิเสธอย่างลนลาน "มีที่ไหนกันเล่า น้องก็แค่ถามๆดู น้องรู้หรอกน่าว่าจะต้องทำอะไรเพื่อมินาลินและมินทุบ้าง"

"คิด ได้อย่างนั้นก็ดีแล้ว การที่เราเป็นเจ้าหญิงมันไม่ใช่แค่เราเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขกษัตริย์ แต่มันหมายถึงภาระหน้าที่ที่เจ้าหญิงจะต้องเสียสละเพื่อประชาชนและคนหมู่ มาก"

"ค่ะพี่ภู ไม่ว่ายังไงภาระหน้าที่ของเจ้าหญิงก็ต้องสำคัญกว่าทุกสิ่ง งั้นน้องไปก่อนนะคะ"

ภูษณ ะโอบกอดให้กำลังใจน้องสาว แล้วมองตามเธอไปด้วยความรู้สึกที่ค้างคาใจในคำพูดและท่าทีที่เปลี่ยนไปของ เธอ...บาจรีย์เดินออกไปเจอธามที่สะพายเป้เตรียมจะเดินทางเช่นเดียวกัน ธามเห็นกระเป๋าใบโตของบาจรีย์ก็อดกระแนะกระแหนไม่ได้ว่าจะไปทำงานหรือไป ทัวร์ยุโรป...แต่แล้วธามก็แสดงน้ำใจจะช่วยถือให้ บาจรีย์กลับไม่ปล่อยมือบอกว่าไม่เป็นไร ตนถือเองได้

"อย่าดื้อน่า คนจะช่วยอย่าขัดศรัทธาได้มั้ย หรือว่าเรื่องเทกแคร์ดูแลคุณมันสมควรเป็นหน้าที่พี่พชรคนเดียวเท่านั้น"

ถูกธามเหน็บเข้าแบบนี้ บาจรีย์เลยของขึ้นทันที

"ใช่ นายมันเป็นแค่คนนอก ไม่ต้องมายุ่งเลยดีกว่า"

"ก็จริง ผมไม่น่าสาระแนยุ่งเรื่องของคนอื่นเลย" ว่าแล้วธามหันหลังเดินจากไปทันที แต่ก็ต้องชะงักเมื่อบาจรีย์ตะโกนไล่หลังว่า

"รู้ไว้อย่างนี้ก็ดีแล้ว เพราะอีกไม่นานฉันก็ต้องแต่งงานกับพี่พชร ฉันไม่อยากให้เขาเข้าใจอะไรผิดๆ"

ธา มก้าวต่อไปด้วยความเสียใจ ขณะที่บาจรีย์พูดไปแล้วก็รู้สึกผิด พอจะแยกไปอีกทางก็เจอลำธารสะพายกระเป๋าสวนมา สองสาวมองหน้ากันนิ่ง ไม่มีคำทักทายใดๆ แล้วบาจรีย์ก็เดินเชิดหน้าออกไปอย่างหยิ่งในศักดิ์ศรีของตนที่เหนือกว่า...

ธาม ทั้งเซ็งทั้งเสียใจ แล้วยังต้องมาอึดอัดใจร่วมเดินทางไปกับพชรและบาจรีย์...ลำธารเองก็รู้สึกไม่ ต่างไปจากธาม เธอเดินซึมๆ หิ้วกระเป๋ามาใส่รถที่ธามรออยู่ก่อน

"จาก ที่นี่คงใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงกว่าจะถึงเขตชายแดน แต่เราคงต้องเร่งเดินทางกันหน่อย เพราะไม่รู้ว่าระหว่างทางจะเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า"

"ไม่ต้องห่วงหรอกพี่ธาม เราผ่านอะไรมาตั้งเยอะ อีกแค่ไม่กี่ชั่วโมง ลำธารไม่กลัวอยู่แล้ว"

"ฉันก็ไม่กลัวเหมือนกัน" บาจรีย์ก้าวเข้ามา "ขนาดอยู่กับนายเจอทั้งปืนทั้งมีดไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ เราก็ยังผ่านมาได้"

"ก็ยังดีที่คุณยังจำเหตุการณ์เหล่านั้นได้ ผมนึกว่าคุณจะลืมมันไปหมดแล้วซะอีก"

บา จรีย์ชะงัก เผลอสบตาธามโดยไม่รู้ตัว...พชรสะพายเป้เดินเข้ามาเป็นคนสุดท้าย ลำธารเลี่ยงไปเปิดประตูรถขึ้นนั่งเบาะหน้าข้างธามซึ่งเป็นคนขับ พชรจึงต้องขึ้นนั่งเบาะหลังกับบาจรีย์

"รีบไปเถอะค่ะพี่ธาม ลำธารอยากใช้เวลาอยู่ในรถให้น้อยที่สุด"

ธามเหลือบมองพชรอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ ก่อนออกรถไปด้วยความเร็ว

ooooooo

ที่ ค่าย จ่าแสงกับเวคินรู้สึกแปลกใจที่อยู่ๆพาริณ ก็ลุกขึ้นมาแต่งหน้าทาปาก ผมที่เคยรวบตึงก็ปล่อยสยายกลายเป็นสาวหวานแทนสาวห้าว พอสองคนกระเซ้าพาริณว่ามีความรักรึเปล่า พาริณออกอาการเขินอายก่อนไล่พวกเขาไปลาดตระเวน เธอเองก็จะออกไปเฝ้ายามเหมือนกัน

พอจ่าแสงกับเวคินผละไปแล้ว ภูษณะเข้ามาหาพาริณ อาสาไปเฝ้าเวรยามกับเธอด้วย...ขณะสองคนช่วยกันสำรวจตรวจดูความปลอดภัยรอบๆ ค่าย ไม่พบอะไรผิดปกติ

"หรือว่าราชิตมันจะถอนกำลังกลับแล้ว" พาริณเอ่ยขึ้น

"คน อย่างมันไม่ยอมกลับไปมือเปล่าแน่   ในตอนนี้ ความหวังของเราทุกคนขึ้นอยู่กับพชร ถ้าการเจรจาสำเร็จ เราคงได้ทำสงครามครั้งสุดท้ายกับพวกมันซะที"

"ห่วงก็แต่ความรู้สึกของท่านพชร หากปัญหายังคงรบกวนจิตใจอยู่แบบนี้"

"พชรไม่มีทางเลือกอื่น เขาต้องยอมรับความจริงได้แล้วว่าคนที่ต้องครองคู่ด้วยคือบาจรีย์เท่านั้น"

"แม้ว่าท่านพชรจะไม่ได้รักเจ้าหญิงอย่างนั้นหรือ"

"ผู้นำ ประเทศเห็นแก่เรื่องส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ ส่วนรวมไม่ได้หรอกพาริณ พชรต้องทำใจให้ได้ เหมือนที่เจ้าทำใจได้ยังไงล่ะ หรือว่าเราพูดอะไรผิด บอกสิว่าเจ้ายังรักพชรอยู่"

ภูษณะจ้องตาพาริณอย่างอยากได้ยินคำตอบให้ชัดเจน แต่พาริณไม่กล้าสบตา...ภูษณะจึงจับมือพาริณมากุมไว้

"บอกเราได้มั้ย ว่าในใจของเจ้าไม่มีพชรอยู่อีกแล้ว"

พาริณเขินอายกับสายตาหวานๆของภูษณะ แล้วพยักหน้าน้อยๆอย่างยอมรับ

"แล้วตอนนี้ในหัวใจเจ้ามีใครจับจองรึเปล่า"

คราวนี้พาริณอึกอักอายหน้าแดง ค่อยๆชักมือกลับอย่างสุภาพ

"ฉันว่า...เรารีบไปดูทางนั้นดีกว่า" พาริณรีบเดินหนีไป ภูษณะก้าวตาม สีหน้าเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข

ooooooo

คณะ ของพชรมาถึงสถานที่ประชุมมิตรประเทศในตอนบ่าย แต่แทนที่พชรจะได้เข้าประชุมอย่างสง่าผ่าเผยในฐานะรัชทายาทแห่งมินาลิน เขากลับถูกบรรดาผู้นำจากห้าประเทศคัดค้านไม่ยอมให้เข้าประชุม ด้วยเหตุผลที่ว่าตอนนี้พชรเป็นเพียงกบฏกองกำลังใต้ดิน ส่วนประมุขแห่งมินาลินคือดารัณต่างหาก

"แต่กบฏคนนี้คือความหวังเดียว ของชาวมินาลิน และกบฏคนนี้คือคนที่จะช่วยพวกเขาออกจากนรกภายใต้การปกครองของคนที่ชั่วช้า ถ้ากบฏคนนี้พิสูจน์ได้ว่าเหมาะสมเป็นผู้นำแห่งมินาลินมากกว่าดารัณ ท่านจะยอมให้โอกาสเรารึเปล่า" พชรต่อรอง...ผู้นำมิตรประเทศมองความตั้งใจอันเปี่ยมล้นของพชรแล้วครุ่นคิดจะ พิสูจน์พชรอย่างไรดี

จากนั้นไม่นาน ทุกคนก็ไปอยู่ยังลานประลองฝีมือ พชรต้องพิสูจน์ฝีมือด้วยการประลองกับราชองครักษ์หลวงพยัคฆ์ขาวและเหยี่ยวดำ ซึ่งสองคนนี้กิตติศัพท์ด้านการรบเป็นที่เลื่องลือ บาจรีย์เองก็รู้จักพวกเขาเป็นอย่างดี เธอจึงหวาดหวั่นว่าพชรจะสู้ไม่ได้ อีกอย่างตอนนี้พชรก็ยังบาดเจ็บอยู่ด้วย

แต่เพื่อมินาลิน พชรก็สู้ไม่ถอย บาดเจ็บจนเลือดโชก ผู้นำมิตรประเทศเห็นว่าสองรุมหนึ่งไม่แฟร์ จึงอนุญาตให้สหายของพชรช่วยเหลือได้ บาจรีย์จึงเร่งธามให้ลงไปช่วย ตอนแรกธามก็ยึกยักเพราะยังเคืองแค้นที่พชรทำให้ลำธารผิดหวังและเสียใจ แต่เมื่อเห็นสภาพพชรว่าไม่ไหวแน่ อาจบาดเจ็บถึงตาย แล้วสิ่งที่ร่วมทำกันมาทั้งหมดเพื่อมินาลินก็จะสูญเปล่า ธามจึงโดดลงสนามประลอง ร่วมกันสองแรงแข็งขันจนเอาชนะพยัคฆ์ขาวกับเหยี่ยวดำได้ในที่สุด

"พี่พชรชนะแล้ว พวกท่านต้องทำตามสัญญา ให้เราทั้งหมดเข้าประชุมในครั้งนี้ด้วย" บาจรีย์เรียกร้อง

"เรายังไม่ได้ตกลงอะไรกับพวกท่าน" ผู้นำกล่าวอย่างเคร่งขรึม

"แต่พชรก็พิสูจน์ให้พวกท่านได้ยอมรับแล้วว่าเขาเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำไม่ใช่เหรอคะ" ลำธารค้านอีก

"ใช่ แต่การจะให้ความช่วยเหลือพชรในการกู้ชาติ เราเหล่าผู้นำจะหารือเรื่องนี้อย่างละเอียด แล้วพวกท่านจะได้รับคำตอบในวันพรุ่งนี้"

พชร ธาม ลำธารและบาจรีย์ ต่างมองหน้ากันด้วยความผิดหวัง...แต่ตอนนี้พชรกับธามต้องรีบทำแผลโดยด่วน ทหารจึงพาพวกเขาไปส่งยังบ้านพัก ลำธารจะรีบทำแผลให้ธาม ส่วนบาจรีย์ขอทำให้พชรด้วยตัวเองอีกห้อง

แม้จะพยายามแยกเรื่องส่วนตัวกับหน้าที่ออกจากกัน แต่ลำธารก็อดเหม่อลอยไม่ได้ เผลอทำแผลให้ธามหนักมือจนธามสะดุ้งร้องโอ๊ย...

"แสบเหรอพี่ธาม"

"ใช่สิ เล่นทาซะแรง นี่กะให้พี่ตายคามือเลยรึไง"

"ขอโทษๆ ลำธารเหม่อไปหน่อยน่ะ"

"พี่พอเข้าใจนะว่าเรารู้สึกยังไง แต่เชื่อสิว่า...แล้วมันก็จะผ่านไป ไม่ช้าก็เร็ว"

"ลำธารจะพยายามให้ผ่านมันไปให้เร็วที่สุดนะพี่ธาม"

"ดีมาก อย่างนี้ถึงจะสมกับเป็นน้องพี่หน่อย จะ

ว่าไปพี่เองยังเจ็บตัวไม่เท่าไหร่นะ   คนที่เจ็บหนักคือนายพชรต่างหาก ที่สำคัญพี่ว่ายัยเจ้าหญิงทำแผลใหญ่แบบนั้นไม่ได้หรอก"

ลำธารนิ่งไป รู้สึกเห็นใจพชรขึ้นมา ธามเห็นสีหน้าน้องสาวก็รีบตัดบท

"แต่อึดอย่างนายนั่นพี่ว่าคงไม่ตายง่ายๆ เดี๋ยวพี่กลับห้องก่อนดีกว่า เราเองก็พักผ่อนซะ"

ลำธารพยักหน้ารับ แต่ใจยังครุ่นคิดเป็นห่วงพชร...

ส่วนที่ห้องพชร บาจรีย์มาพร้อมอุปกรณ์ทำแผล พอเห็นเลือดใกล้ๆ บาจรีย์ก็ลมแทบใส่ พชรจึงรีบพูด

"ขอบใจมากนะ แต่พี่ทำเองได้ น้องบาจรีย์ไปพักผ่อนเถอะ"

"งั้นก็ตามใจพี่ บาจรีย์ไปก่อนนะ"

บาจรีย์ออกจากห้องไปครู่เดียว ลำธารก็หิ้วกล่องยาและอุปกรณ์ทำแผลเข้ามา แต่พอเห็นในห้องมีอุปกรณ์พร้อมอยู่แล้ว เธอก็ทำท่าจะกลับออกไป

"เดี๋ยวก่อนลำธาร อย่าเพิ่งไป"

"ฉันแค่จะเอายามาทำแผลให้นาย แต่ดูเหมือนคนที่นายต้องการจะไม่ใช่ฉัน"

"ไม่ใช่นะ เมื่อกี้บาจรีย์เขามา แต่เขากลับไปแล้ว"

"ช่างเถอะ ฉันไม่ได้สนใจอยากรับรู้เรื่องของนาย ฉันไปล่ะ"

"เดี๋ยวก่อน...ลำธาร"

ลำธารตัดใจจะออกจากห้อง แต่พอได้ยินพชรร้องโอ๊ยเพราะเจ็บแผล เธอก็ใจอ่อนหันกลับมาดูแลทำแผลให้เขาทันที ส่วนบาจรีย์ที่กำลังจะกลับห้อง เธอเดินไปเจอธามจังๆ ธามยังอยู่ในอารมณ์เศร้าเสียใจ เขาแดกดันบาจรีย์ว่าทำไมไม่อยู่ในห้องออเซาะคู่หมั้นให้หนำใจ รอโอกาสนี้มานานแล้วไม่ใช่เหรอ... บาจรีย์หน้าตึงไม่พอใจ ประชดกลับทันทีว่า

"จริงๆฉันก็เพิ่งออกมาจากห้องพี่พชรนั่นแหละ นี่ฉันแค่ลืมของเลยจะออกมาเอา แล้วก็จะกลับไปอยู่เป็นเพื่อนพี่พชรที่ห้องอีก ตอนนี้พี่พชรอ่อนแอทั้งทางร่างกายแล้วก็ทางจิตใจ ฉันเลยต้องดูแลเขาอย่างใกล้ชิด"

ธามหึงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว จับไหล่บาจรีย์ดึงเข้ามา...

หาว่าเธอจงใจยั่วให้เขาโมโห

"ก็นายพูดจาหาเรื่องฉันตลอด ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาคอยกระแนะกระแหนฉันด้วย...ทำไม"

"โธ่เว้ย แม้แต่แมวมันยังรู้เลย ก็เพราะผมหึงคุณน่ะสิ"

"หึงฉัน นายบอกว่านายหึงฉันงั้นเหรอ หมายความว่ายังไง เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่ได้เป็น...ฉันไม่ใช่แฟนนาย นายไม่มีสิทธิ์มาหึงหวงฉัน...บอกฉันเดี๋ยวนี้ ทำไมนายต้องหึงฉันด้วย ทำไม..."

เสียงโวยวายของบาจรีย์เงียบหายไปทันที เพราะถูกธามประกบปากอย่างดูดดื่ม บาจรีย์อึ้งไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนผลักธามออกแล้วตบหน้าเขาอย่างแรง

"นายมันบ้าไปแล้ว นายล่ำ"

จากนั้นบาจรีย์ก็วิ่งกลับห้องพักโดยเร็ว ธามมองตามด้วยความรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วบาจรีย์คิดยังไงกับเขากันแน่...ฝ่ายลำธารที่ทำแผลให้พชรเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่พชรยังไม่อยากให้เธอกลับออกไป กอดรัดเว้าวอนเธอไว้ อย่างรู้สึกผิด

"ผมขอโทษกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ผมผิดเองที่ไม่ได้บอกความจริงกับคุณ ที่ผมปิดบังเรื่องบาจรีย์กับคุณ แต่มันเป็นเพราะผมกลัวว่า ถ้าคุณรู้ความจริง ผมอาจจะต้องเสียคุณไป"

"คนเห็นแก่ตัว ฉันนึกไม่ถึงเลยว่านายจะกล้าพูดกับฉันอย่างนี้"

"ลำธาร คุณฟังผมก่อน"

"ไม่ แค่นี้ฉันก็รู้แล้วว่าฉันไม่น่ารักคนอย่างนายเลย นายรู้มั้ยว่านายมันทั้งอ่อนแอ แล้วก็ใจร้ายที่สุด จำไว้นะว่า อย่ามายุ่งกับฉันอีก นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะทำดีกับนาย แต่ต่อไปนี้ฉันจะถือว่าเราไม่เคยรู้จัก ไม่เคยรัก และไม่เคยรู้สึกอะไรทั้งนั้น ฉันเกลียดนาย...ฉันเกลียดนาย!"

พชรอึ้งงัน ได้แต่มองตามลำธารที่ผลุนผลันจากไปด้วยความเจ็บปวดเสียใจ

ตอนที่ 15

ภูษณะกับพาริณเดินบุกป่ามาจนถึงลำธาร จึงหยุดพักล้างหน้าล้างตา จากนั้นภูษณะก็อาสาไปหาของกิน พาริณจึงฉวยโอกาสลงอาบน้ำชำระร่างกายอย่างสบายใจ แต่พอขึ้นจากน้ำคว้าเสื้อผ้ามาใส่  ปรากฏว่ามีบุ้งติดเสื้อมาด้วย   พาริณเกลียดกลัวบุ้งมากกรีดร้องจนภูษณะวิ่งพรวดเข้ามาอย่างแตกตื่น

"เกิดอะไรขึ้นพาริณ"

"บุ้ง ฉันเกลียดบุ้ง เอามันออกให้ฉันที"

ภูษณะอึกอักทำตัวไม่ถูกที่โดนพาริณกอดแน่น

"เร็วๆสิ ท่านภูษณะ เอามันออกไปที"

"ไหน มันอยู่ตรงไหน"

พาริณบอกที่ไหล่ แต่ภูษณะมองหาไม่เจอ จึงสรุปว่ามันไปแล้ว พูดพลางก็อมยิ้มอย่างขำๆ จนพาริณรู้ตัวผละออกห่างเขา

"ผู้หญิงแกร่งปานภูผาอย่างเธอ  ไม่นึกว่าจะกลัวตัวบุ้งตัวนิดเดียว"

พา ริณหน้าเจื่อนเสียฟอร์มเล็กๆ ภูษณะเห็นที่ไหล่พาริณ มีรอยแดงๆ เขาทักถามอย่างเป็นห่วง พาริณกลับทำท่าไม่ เดือดร้อนอะไร บอกว่ารอยแพ้ตัวบุ้งตนเป็นมาจนชินแล้ว

"แต่เจ้าไม่ควรปล่อยไว้อย่าง นี้นะ ถ้าเกิดอาการแพ้ มากกว่านี้ขึ้นมาจะว่าไง เอาอย่างนี้ สมัยเด็กๆแม่นมของเราเคยใช้สมุนไพรทารอยแพ้แมลงให้ เดี๋ยวจะหามาทาให้เจ้าก็แล้วกัน"

"ไม่ต้องหรอกท่านภูษณะ"

"เจ้ารอเราอยู่นี่ก็แล้วกัน" พูดจบภูษณะก็รีบเดินออกไปทันที

ooooooo

ทางคณะของอดิศร พวกเขาโชคดีไปเจอชาวบ้านสองคนที่เข้ามาล่าสัตว์  จึงรู้ว่าไม่ไกลจากที่นี่มีหมู่บ้าน

"พวก เรากำลังต้องการความช่วยเหลือ ตอนนี้ชาวบ้านทั้งเด็กทั้งผู้หญิงต้องการที่พัก ถ้าผมขอให้พวกคุณพาไปที่หมู่บ้านให้ทุกคนได้พักเหนื่อยจะได้มั้ย"

"แล้วเราจะแน่ใจได้ยังไงว่าพวกท่านมาดี เกิดท่านเป็นคนของไอ้ดารัณปลอมตัวมารังแกพวกเรา จะทำยังไง"

"เจ้าพูดอย่างนี้แสดงว่าเจ้าไม่ได้อยู่ข้างท่านดารัณงั้นรึ" เวคินถามทันที

"คนที่พวกเราจงรักภักดีมีแต่ท่านวาสินคนเดียวเท่านั้น กบฏชั่วอย่างไอ้ดารัณ พวกเราไม่มีทางยอมรับมันเป็นเจ้าเหนือหัวเด็ดขาด"

"งั้น พวกเจ้าก็จงวางใจได้ว่าพวกเราจะไม่มีทางก้มหัวให้ ดารัณเช่นกัน" วาสินเดินแทรกเข้ามา ชาวบ้านทั้งสองมองเพ่ง พินิจก่อนคุกเข่าลงทันทีอย่างจำได้ "ถ้าคนที่เจ้าจงรักภักดีหมายถึงเรา งั้นเราอยากขอให้เจ้าร่วมมือกับพวกเราจะได้หรือไม่"

"ถ้าเป็นพระบัญชาของท่านวาสิน ต่อให้แลกด้วยชีวิตพวกเราก็ยอม"

"ดี งั้นฝากท่านสองคนไปกระจายข่าวบอกชาวบ้านทุกคนที่สวามิภักดิ์ต่อท่านวาสินให้ ร่วมมือกัน ทันทีที่พวกเราเดินทางไปถึงหมู่บ้านทางตะวันตก เราจะตั้งค่ายขึ้นมาใหม่ เพื่อตั้งรับมือกับพวกดารัณ นี่เป็นโอกาสที่พวกท่านจะได้ ต่อสู้เพื่อแผ่นดินของท่านแล้ว"

"พวกเราจะทำตามพระบัญชาของท่านวาสิน ขอให้พวกท่านจงวางใจ"

ooooooo

อาการแพ้บุ้งของพาริณเริ่มปวดแสบปวดร้อน โชคดีที่ภูษณะไปหาสมุนไพรมาช่วยได้ พาริณขอบคุณ เขา และอดเปรยขึ้นมาไม่ได้ว่า

"ทำไมคนที่ทำเช่นนี้กับเราถึงไม่ใช่ท่านพชร"

ขณะ เดียวกันนั้น พชรกับลำธารยังลัดเลาะไปตามริมน้ำ ช่วงหนึ่งที่พชรทำถุงสร้อยหล่นลงน้ำ พชรจะลงไปงมหาให้ได้ แต่ลำธารไม่ยอม เพราะเขายังไม่หายไข้ดี สองคนยื้อยุดทุ่มเถียงกันอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่พชรจะวิ่งลงน้ำไป ส่วนลำธารหันกลับขึ้นฝั่งด้วยความโมโห

ขณะ ที่พชรงมหาสร้อย พลันก็มีทหารของดารัณสองคนโผล่จากพุ่มไม้ใกล้ๆ พชรต่อสู้และเกือบเอาชีวิตไม่รอด ลำธารได้ยินเสียงปืนดังก็วิ่งกลับมาหา แต่ไม่มีพชรเสียแล้ว มีแต่รอยเลือดเต็มไปหมด ลำธารใจเสียจะกระโดดลงน้ำไปตามหาพชร ทันใดนั้นเองพชรก็โผล่มาฉุดมือเธอเอาไว้ แต่แล้วพชรก็ล้มฟุบหมดสติไปต่อหน้าต่อตาเธอ

ฟากฝั่งของบาจรีย์กับธาม นึกไม่ถึงว่าธามจะทำเซอร์ไพรส์วันเกิดบาจรีย์ด้วยการทำมงกุฎดอกไม้มาให้เธอ รวมทั้งมีผลไม้ป่าและปลาเผามาให้เธอกินด้วย ทำเอาบาจรีย์ ประทับใจจนน้ำตาคลอ

ooooooo

ลำธารดูแลพชรด้วยใจที่ร้อนรนเป็น กังวล กว่าพชรจะฟื้นก็ทำเอาเธอร้องไห้ไปหลายตลบ แต่พอเขาถามหาสร้อย ทั้งที่มือยังกำมันแน่น ลำธารเกิดน้อยใจขึ้นมา นึกว่าพชรห่วงหวงสร้อยเส้นนี้มากก็เพื่อบาจรีย์

"นายหาสร้อยเจอจนได้จริงๆ แบบนี้บาจรีย์ก็คงไม่เสียใจแล้ว"

พูดแล้วน้ำตาพานจะไหล จนต้องรีบลุกหนีไป พชรต้องพยุงกายเดินตามไป

"เขารอดกลับมาก็ดีแล้ว ทำไมต้องมาบ่อน้ำตาตื้นด้วยนะเรา...ไม่เอาไหนเลย ทำไมเป็นแบบนี้" ลำธารตำหนิตัวเองอย่างอัดอั้น

"คุณว่าตัวเองทำไม" เสียงทักถามของพชรทำให้ลำธารสะดุ้งเฮือก

"ไม่ ไม่มีอะไร ฉันแค่ดีใจที่นายไม่เป็นอะไร ถ้าหากเจ้าชายรัชทายาทแห่งมินาลินเกิดเป็นอะไรขึ้นมา ฉันก็เดือดร้อนน่ะสิ จะแก้ตัวกับทุกคนว่ายังไง แล้วนี่นายลุกมาทำไม กลับไปพักผ่อน ฉันมาเอาของแป๊บเดียว"

"ผมไม่ได้หาสร้อยนั่นเพื่อบาจรีย์"

"นาย...นายจะหาให้ใคร หรือไม่ให้ใคร ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันนี่ ไม่จำเป็นต้องมาบอกฉันหรอก"

"เกี่ยวสิ เพราะว่าผมหามันมาเพื่อให้คุณ"

ลำธารอึ้งงันไปทันที มองสร้อยในมือเขา แล้วเงยหน้าสบตาเขาอย่างไม่เชื่อสายตา

"ขอโทษที่ทำให้คุณเป็นห่วง แต่ผมปล่อยให้สร้อยเส้นนี้หายไปไม่ได้จริงๆ เพราะมันเป็นเหมือนดวงใจของผม ที่ผมจะมอบให้กับคุณ"

"พชร..."

"อภัยให้ผมได้ไหม กับทุกสิ่งที่ผมทำให้คุณเสียใจ"

"ใช่ นายทำให้ฉันเสียใจ แต่ไม่รู้ทำไมฉันถึงเกลียดนายไม่ลง ฉันเป็นห่วงนายมากแค่ไหนรู้มั้ย ถึงสร้อยเส้นนี้จะสำคัญ แต่รู้ไหมว่าถ้านายเป็นอะไรไป ฉันจะทำยังไง...ถ้านายเป็นอะไรไป ฉันจะอยู่ได้ยังไง ฉันจะอยู่ต่อไปได้ยังไง" ลำธารระบายความในใจออกมาทั้งน้ำตา

"ผมขอโทษ...ลำธาร...ผมขอโทษ"

"รับปากฉันนะ ว่านายจะไม่ทำอย่างนี้อีก นายต้องไม่เสี่ยงตายแบบนี้อีก ไม่ว่าจะเพื่ออะไรทั้งนั้น"

พชรไม่ตอบแต่ดึงเธอมากอดไว้แน่น และเช็ดน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยน

ooooooo

หลังจากปรับความเข้าใจกันได้เมื่อคืน...ทันทีที่

ตื่นนอนในเช้าวันรุ่งขึ้นลำธารก็บอกกับพชรอย่างหมดความคลางแคลงใจว่า

"พชร...ฉันจะไม่สงสัยอะไรในตัวนายอีกแล้ว ฉันเคยคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงที่โชคร้ายที่สุดในโลกที่รักเจ้าชายอย่างนาย แต่ถึงตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันคือผู้หญิงที่โชคดีที่สุด เพราะคงไม่มีใครรักฉันได้เท่านายอีกแล้ว ขอบคุณนะ ขอบคุณที่นายรักฉัน"

"ศิราพัชร...คุณคือดวงใจของผม"

"สร้อยเส้นนี้เตือนใจให้ฉันรู้ว่า ฉันมีความสำคัญกับนายมากแค่ไหน ฉันสัญญาว่าฉันจะรักษาไว้อย่างดีที่สุด"

พชรยิ้มอบอุ่นสบายใจ แล้วสวมกอดลำธารด้วยความรักที่ล้นหัวใจ...

ooooooo

สายวันเดียวกัน ราชิต ฟารุต และทหารอีกจำนวนหนึ่งมาเจอศพทหารสี่คนนอนตายในป่า จากสภาพศพที่ถูกยิง ราชิตไม่แน่ใจว่าเป็นฝีมือพวกไหน จึงหันมาถามความเห็นจากฟารุต

"เจ้าคิดว่าไงฟารุต"

"โดนยิงด้วยลูกซอง...พวกมันไม่ได้ตายเพราะอาวุธสงคราม บางทีพวกมันไม่ได้ปะทะกับกองกำลังใต้ดินด้วยซํ้า"

"แล้วเจ้าคิดว่าใครมันฆ่าไอ้พวกนี้"

"บางทีอาจจะมีชาวบ้านที่เข้าร่วมกับกองกำลังใต้ดินลอบสังหารคนของเรา"

"เป็นไปไม่ได้ ในเมื่อไอ้พวกชาวบ้านมันก็รู้ดีว่าการเข้าร่วมกับกบฏใต้ดินก็ไม่มีทางโค่นล้มท่านดารัณได้ แล้วที่สำคัญพวกมันไม่ยอมตายเพราะไอ้พชรหรอก"

"เว้นเสียแต่...พวกมันรู้แล้วว่ากษัตริย์วาสินคนที่มันเคารพยิ่งชีวิตยังหายใจอยู่"

"ไอ้วาสิน!" ราชิตขบกรามแน่นโกรธแค้นขึ้นมาทันที

ขณะนั้นเอง คณะของอดิศรเดินไปเจอชาวบ้านอีกกลุ่ม ทุกคนระวังตัวแจ  ไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่ฝ่ายไหนกันแน่  แต่ชาวบ้านกลุ่มนั้นยืนยันว่า

"พวกเราไม่ใช่ศัตรู เราอยู่ฝั่งเดียวกับพวกท่าน เราเพิ่งฆ่าพวกทหารที่ลาดตระเวนแถวนี้ไปเพื่อเปิดทางให้พวกท่าน"

"นี่พวกท่านได้รับข่าวเรื่องท่านวาสินแล้วใช่มั้ย"

"ใช่ ตอนนี้พวกเราหลายหมู่บ้านแยกกันตั้งเป็นกองโจรคอยซุ่มดักโจมตีทหารดารัณอยู่ พวกเรารับหน้าที่มานำทางพวกท่านให้พ้นพวกทหารลาดตระเวน"

"ขอบใจ...ขอบใจพวกเจ้ามาก"   วาสินพูดจากใจจริง

ชาวบ้านทุกคนก้มกราบวาสินอย่างจงรักภักดี...อดิศรยิ้มอย่างมีความหวัง หันไปบอกทุกคนทันที

"ค่ายอยู่ไม่ไกลจากนี้แล้วล่ะ เราคงไม่มีเวลาหยุดพักที่ไหน รีบไปกันเถอะ ก่อนที่ราชิตมันจะไหวตัวทัน"

สีหน้าทุกคนเกิดความฮึกเหิมขึ้นมา ตัดสินใจรีบรุดหน้ามุ่งสู่ค่ายใหม่

ooooooo

ด้านภูษณะกับพาริณ   สองคนเดินทางอย่าง ระแวดระวังภัย พาริณยังดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด ภูษณะเฝ้ามองอย่างเป็นห่วง

"ท่าทางเจ้าไม่ค่อยมีแรง เราไปทางนั้นดีกว่า เผื่อจะมีผลไม้ป่าให้รองท้องบ้าง"

"อย่าเสียเวลาเพราะหม่อมฉันเลย"

"ยังดีกว่าปล่อยให้ท้องว่าง เชื่อเราสิ"

ภูษณะเดินนำไป  พลันพาริณก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวละแวกพุ่มไม้สองข้างทาง

"ท่านภูษณะ หลบ!"

ภูษณะพลิกตัวหลบ พาริณปามีดไปที่พุ่มไม้โดนทหารอย่างจังจนมันล้มคว่ำ   ส่วนภูษณะก็กระหน่ำยิงทหารอีกสองคนดับดิ้นสิ้นใจ

ooooooo

ฟากลำธารกับพชร ทั้งคู่กำลังมีความสุขกับธรรมชาติป่าเขาจนลืมอันตรายไปชั่วขณะ ลำธารเด็ดดอกไม้ป่าทัดหูให้พชร พอเขาจะเอาออก เธอก็ร้องห้ามทันที

"อย่าเอาออกสิ"

"แต่ว่า...ไม่มีผู้ชายคนไหนทัดดอกไม้"

"อะไรกัน ผู้ชายที่เมืองไทยทัดกันเต็มเลยนะ เรื่องปกติ แค่นี้นายทำเพื่อฉันไม่ได้เหรอ"

พชรชะงักไป เห็นลำธารงอนหันหลังให้ก็รีบง้อ

"ผมขอโทษ ถ้านี่เป็นประเพณีที่บ้านเมืองคุณ ผมทัดก็ได้...แค่นี้พอรึยัง"

ลำธารยิ้มดีใจ แล้วก็อดขำไม่ได้ พชรเลยเอะใจ

"นี่...นี่คุณอำผมใช่รึเปล่า อ๋อ เดี๋ยวนี้กล้าแกล้งผมแล้วเหรอ"

"ฉันก็กล้าแกล้งนายมาตั้งนานแล้ว ลืมรึไง"

"เมื่อก่อนคุณแกล้ง ผมยกให้ แต่ตอนนี้ผมจะคิดบัญชีเอาคืนบ้างล่ะ"

พชรวิ่งไล่จับลำธารที่วิ่งไปหัวเราะไปอย่างสนุกสนาน... แต่อีกด้านของป่า ธามกำลังหน้าเครียด หลังเดินมาพบรอยล้อรถยนต์

"น่าจะเป็นเส้นทางลาดตระเวนของพวกไอ้ราชิต เรารีบหนีไปทางอื่นดีกว่า"

"แต่อาจเป็นเส้นทางสัญจรของชาวบ้าน หรือไม่ก็เป็นเส้นทางลำเลียงของเข้าสู่ตัวเมือง ไม่แน่ถ้าโชคเข้าข้างอาจจะได้เจอคนที่ให้ความช่วยเหลือเราก็ได้"

"เชื่อผมเหอะน่า ไปทางอื่น"

"ฉันไม่ไป ฉันเชื่อนายมาเยอะแล้ว นายต้องเชื่อฉันบ้าง"

ทันใดนั้นเองเสียงเครื่องยนต์ดังแว่วมา ธามกับ

บาจรีย์รีบซ่อนตัวหลังต้นไม้แอบมองรถกระบะคันหนึ่งที่แล่นผ่านมา จากสภาพที่เห็นบาจรีย์มั่นใจว่าเป็นพ่อค้าจึงวิ่งออกไปขวางหน้ารถไว้ โดยที่ธามก็ห้ามเธอไม่ทัน

"หยุดรถ หยุดๆๆๆ หยุดรถเดี๋ยวนี้"

รถกระบะหยุดกึกทันที ธามรีบวิ่งออกมาปกป้องบาจรีย์ ชายฉกรรจ์ลงจากรถพร้อมอาวุธปืนยาวเล็งใส่ทั้งคู่อย่างระวังตัวแจ

"หยุดอยู่ตรงนั้น พวกเจ้าเป็นใคร"

"เราเจ้าหญิงบาจรีย์แห่งมินทุ เจ้าไม่รู้จักเรารึไง"

เขาขยับเดินเข้ามาใกล้ เพ่งมองบาจรีย์ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆลดปืนในมือลง แล้วคุกเข่าคำนับเจ้าหญิงอย่างจำได้

"เจ้าหญิงแห่งมินทุ ท่านจริงๆด้วย"

"เราอยากขอความช่วยเหลือ ท่านพอจะรู้ทางไปหมู่บ้านในหุบเขาทางทิศตะวันตกรึเปล่า ผมกับเจ้าหญิงจะไปรวมกับกองกำลังของท่านพชรที่นั่น"

"กองกำลังของเจ้าชายพชร...ข้ารู้จักเส้นทางไปหมู่บ้านนั้น"

"ขอบใจเจ้ามาก แล้วเราจะให้ท่านพ่อมอบของกำนัลแก่เจ้านะ"

"ขอเชิญเจ้าหญิงและพระสวามีขึ้นรถ ข้าจะไปส่งท่านทั้งสองเอง"

"เปล่านะ เขาเป็นเพียงสหาย ไม่ใช่สวามีของเรา ไม่ใช่คนรัก และไม่แม้แต่จะใกล้เคียงเลยด้วย" บาจรีย์รีบอธิบายปากคอสั่น ธามเห็นแล้วหมั่นไส้ ย้อนเข้าให้

"ยังกับอยากเป็นสวามีเธอนักล่ะ ขี้โวยวายแบบนี้แถมฟรียังต้องคิดเลย"

"นาย...นายล่ำปากกรรไกร ทุเรศที่สุด หมิ่นเกียรติเจ้าหญิงแบบนี้ได้ไง ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้เลย ถอนๆๆ"

"เอ๊ะ คุณนี่ยังไง ตกลงอยากให้ผมเป็นสวามี หรือไม่ อยากกันแน่ฮึ"

บาจรีย์ถึงกับชะงักไปด้วยความเขินอายที่ธามยื่นหน้ามาใกล้แก้ม แล้วเดินเลี่ยงไปนั่งบนท้ายรถกระบะคนละมุมกับเขา แต่พอรถแล่นออกไปได้ครู่เดียว หนทางที่ขรุขระอย่างมากก็ทำให้ทั้งคู่หัวสั่นหัวคลอน ธามห่วงบาจรีย์จะหล่นจากรถจึงจับเธอมานั่งตัก โดยที่เธอก็ไม่ได้โวยวายอะไรมากนักเพราะรู้ว่าเขาหวังดี

เมื่อไปถึงเป้าหมายซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดย่อม ปรากฏว่าทั้งธามและบาจรีย์ต่างก็หลับซบกันอย่างแนบแน่น จนเจ้าของรถไม่กล้าปลุก พอบาจรีย์รู้สึกตัวก็สะดุ้งโหยงผลักธามพัลวัน จังหวะนี้เองหัวหน้าหมู่บ้านเดินเข้ามา ตามหลังด้วยชาวบ้านชายหญิงอีกสองสามคน

เจ้าของรถกระบะรายงานหัวหน้าหมู่บ้านว่าตนรับเจ้าหญิงแห่งมินทุกับพระสหายมาส่งที่นี่ พวกเขาคือกองกำลังใต้ดินต่อต้านดารัณ หัวหน้าหมู่บ้านเห็นบาจรีย์ก็จำได้ คุกเข่าลงกับพื้นทำความเคารพ คนอื่นๆทำตามเช่นกัน จากนั้นบาจรีย์ก็แจ้งต่อหัวหน้าหมู่บ้านว่าเจ้าชายพชรมีประสงค์ให้ที่นี่เป็นกองกำลังใต้ดินแห่งใหม่ ธามเสริมทันทีว่า พชรและทุกคนที่เหลือคงจะใกล้มาถึงแล้ว ตนอยากขอร้องให้พวกเขาส่งคนไปเฝ้าระวังรอบหมู่บ้าน อย่าให้พวกทหารชั่วของดารัณเข้ามาได้

"ข้ายินดี นับเป็นเกียรติอย่างสูงสุดที่ได้รับใช้ท่านพชร และกองกำลังใต้ดินทุกคน ข้าเพิ่งได้รับข่าวท่านวาสิน จริงรึไม่ ที่ท่านยังคงมีชีวิตอยู่"

"ใช่ ท่านวาสินจะเดินทางมาที่นี่เป็นขวัญและกำลังใจให้ทุกคน"

ทุกคนยิ้มด้วยความปลาบปลื้ม พนมมือพร้อมกับส่งเสียงพร้อมเพรียงกันว่า

"ขอพระองค์ทรงพระเจริญ"

ooooooo

เมื่อบาจรีย์ได้ห้องพัก เธอรีบจัดแต่งห้องใหม่ ด้วยตัวเอง โดยมีธามป้วนเปี้ยนดูความเรียบร้อย บางช่วงสองคนก็ทุ่มเถียงโต้แย้งเพราะคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่ จู่ๆบาจรีย์กลับเป็นฝ่ายโดดเข้ากอดธามเพียงเพราะเห็นหนูวิ่งเข้ามาในห้อง

ด้วยความตกใจและไม่ทันระวังตัวทำให้ทั้งคู่ล้มไปบนเตียงในลักษณะปากต่อปากประกบกันอย่างเหมาะเจาะ ต่างคนต่างอายหน้าแดง ทันใดจ่าแสงก็พรวดพราดเข้ามา ตามด้วยอดิศรที่เพิ่งเดินทางมาถึงหมู่บ้าน หนุ่มสาวตกใจรีบผละออกจากกันทันที แล้วอธิบายเป็นเสียงเดียวกันว่ามันเป็นอุบัติเหตุ

"ไม่มีเรื่องร้ายแรงอะไรก็ดีแล้วครับ พวกเราได้ยินเสียงดังเลยถือวิสาสะเข้ามา ว่าไงไอ้ลูกชาย นึกว่าจะมาไม่ถึง ที่ไหนได้ มาถึงก่อนพ่อซะอีก แล้วนี่ดูแลเจ้าหญิงดีรึเปล่า"

บาจรีย์เขยิบห่างออกมาจากธามอย่างไม่อยากให้ทุกคนเข้าใจผิด ธามอดรู้สึกจ๋อยๆในใจไม่ได้...

ตกกลางคืน ชาวบ้านจัดงานเลี้ยงต้อนรับท่านวาสินและคณะ โดยมีการฟ้อนรำและดื่มกินกันตามอัตภาพ ขณะทุกคนกำลังสนุกสนานอยู่นั้น ภูษณะกับพาริณก็เดินทางมาถึง บาจรีย์ ดีใจที่ได้พบพี่ชาย แต่ไม่พอใจที่พาริณมาด้วย แล้วก็ผิดหวังที่ไม่เห็นพชร ขณะที่ธามก็อดเป็นห่วงลำธารไม่ได้ ทั้งๆที่มั่นใจว่าลำธารน่าจะอยู่กับพชร

ooooooo

ลำธารกับพชรยังอยู่ด้วยกันในป่าตามลำพัง ต่างคนต่างแสดงความรักและห่วงใยกันตลอดการเดินทาง ทั้งเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายด้วยกันก็หลายหน นั่นยิ่งทำให้ทั้งคู่ รักและเข้าใจกันมากขึ้น มากเสียจนหัวใจของทั้งคู่ทนเสียงเรียกร้องไม่ไหว ตกเป็นของกันและกันด้วยความยินยอมพร้อมใจในคืนนี้

พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าแล้ว พชรกับลำธารลืมตาตื่นขึ้นมาในอ้อมแขนของกันและกัน

"อรุณสวัสดิ์ครับ" พชรกล่าวด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข ลำธารหลุบตาลงอย่างเขินอาย "ลำธาร...ผมไม่รู้จะพูดยังไง คุณถึงจะรู้ว่าผมมีความสุขมากแค่ไหน ที่ได้กอดคุณเอาไว้แบบนี้ ถึงวันข้างหน้าจะเกิดเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้น ผมก็คงไม่เสียใจ"

"พชร นายจะต้องอยู่ จะต้องรอด จะไม่มีเรื่องร้ายอะไรทั้งนั้น"

"ผมขอโทษ ผมจะไม่พูดให้คุณกังวลอีกแล้ว มีคุณอยู่ทำให้ผมรู้สึกว่าผมสามารถทำได้ทุกๆอย่าง...ลำธาร ผมรักคุณคนเดียวนะครับ คุณอย่าลืมเด็ดขาดนะครับ"

พชรกุมมือลำธารแน่น แม้ใจจะอิ่มเอิบแค่ไหน แต่ความกลัว ลึกๆทำให้ต้องกล่าวย้ำออกไปอย่างนั้น

ooooooo

ที่หมู่บ้านซึ่งเป็นค่ายแห่งใหม่ บาจรีย์เดินออกมาเก็บดอกไม้ ในใจยังว้าวุ่นไม่สงบด้วยเรื่องระหว่างตนเองกับธาม เธอเก็บดอกไม้ไป สายตาสอดส่ายเหมือนหาใครบางคน...อีกมุม ธามเดินมาเมียงมองที่เรือนบาจรีย์ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเหมือนกัน

แล้วบังเอิญสองคนเดินมาชนกันโครมใหญ่ ธามรีบคว้าตัวเธอไว้ก่อนที่เธอจะล้ม

"นี่นาย...ปล่อยฉันได้แล้ว"

"เดินเซ่อซ่าไม่มองทางเลยนะคุณ ใจน่ะลอยไปอยู่ที่ไหน คงจะไปอยู่กับคนที่เขายังไม่มาล่ะสิ"

"ถ้าบอกว่าฉันเซ่อ นายก็พอกันแหละ ไม่งั้นก็ไม่โดนฉันชนหรอก...นี่ถามจริง จะพูดดีๆบ้างไม่ได้รึไง เพราะงี้ไงล่ะ ฉันถึงคิดถึงคนที่เขายังไม่กลับมามากกว่าคนแถวนี้" บาจรีย์ ประชดกลับ แล้วจะผละหนีเข้าบ้าน แต่ถูกเขาคว้ามือไว้อย่างรวดเร็ว

"เดี๋ยว แล้วถ้าหากผมไม่ปากเสีย คุณจะหันมามองคนแถวนี้บ้างรึเปล่า"

คำถามของธามฮุกเข้ากลางใจ ทำเอาบาจรีย์จุกจนพูดไม่ออก ธามมองตาเธออย่างเว้าวอน บาจรีย์หวั่นไหวไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ทันใดนั้นเอง จ่าแสงวิ่งพรวดเข้ามาหาทั้งคู่ รายงานว่าท่านพชรกับหมอลำธารมาถึงแล้ว นั่นแหละสองคนถึงดึงความรู้สึกนึกคิดของตัวเองกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง

ทุกคนแสดงความดีใจที่พชรกับลำธารปลอดภัย แต่พอภูษณะสังเกตเห็นสร้อยรักเท่าชีวิตที่คอลำธาร เขาก็ชะงักไปด้วยความขุ่นเคืองใจ จนเมื่อได้ยินพชรอาสาพาลำธารไปส่งที่บ้านพัก ภูษณะจึงแอบเดินตามไปเงียบๆ

เมื่อคิดว่าพ้นสายตาทุกคนมาแล้ว พชรกอดเอวลำธารทันที ลำธารตกใจรีบตีมือเขา และสั่งให้ปล่อย เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า

"ผมไม่กลัว มาเห็นก็ดี จะได้รู้กันสักทีว่าคุณเป็นคนพิเศษของผม"

ภูษณะกำมือแน่นด้วยอารมณ์โมโห ปรากฏตัวออกมายืนตรงหน้าทั้งคู่

"ขอโทษที่มาขัดจังหวะ คุณลำธาร ผมขอเสียมารยาทขอคุยกับพชรตามลำพังสักครู่"

"ฉันขอไปส่งลำธารก่อน แล้วจะกลับมาคุยกับนาย...ไปครับ"

"แต่ฉันต้องคุยกับนายเดี๋ยวนี้ ขอโทษนะครับคุณลำธาร" ภูษณะกระชากแขนพชรไว้ พชรเริ่มโกรธ สลัดแขนออก แล้วย้ำว่า

"ฉันบอกแล้วว่าฉันต้องไปส่งคุณลำธารก่อน"

ท่าทีภูษณะยิ่งโมโห ลำธารเห็นแล้วไม่สบายใจ พอดีธามโผล่เข้ามาขัดจังหวะ

"ยัยลำธาร กลับมาจนได้นะเรา สบายดี ไม่สึกไม่หรอตรงไหนใช่มั้ย" ธามพูดเล่นๆ แต่แทงใจพชรและลำธารเข้าเต็มๆ

"พี่ชายของคุณลำธารมาแล้ว ทีนี้นายคงไปคุยกับฉันได้" พูดแล้วภูษณะเดินนำไปทันที พชรมองหน้าลำธารเหมือนจะบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง แล้วก็ผละไป ส่วนธามไม่ได้เอะใจสงสัยเพราะมัวแต่ดีใจที่ได้เจอน้องสาว...

ทันทีที่เดินกลับไปถึงเรือนพัก ภูษณะก็คาดคั้นพชรว่าสร้อยรักเท่าชีวิตไปอยู่กับลำธารได้ยังไง พชรอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนยอมรับอย่างลูกผู้ชายว่า

"ฉันเป็นคนให้เธอเอง"

"นี่นาย...นายนึกว่ากล้ายอมรับ ก็กล้าหาญแล้วงั้นเหรอ แล้วสัญญาที่จะรวมมินทุกับมินาลินล่ะ น้องสาวของฉันล่ะ นายทำแบบนี้ได้ยังไง"

"ฉันเสียใจ แต่ลำธารเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ฉันรัก ฉันรักบาจรีย์อย่างน้องสาว และใจฉันไม่มีวันเปลี่ยน ไม่มีวัน..."

พชรยังพูดไม่ทันจบ กำปั้นภูษณะก็กระแทกเข้าที่ใบหน้าของเขาเต็มๆ พชรถึงกับผงะแทบหงายหลังล้มทั้งยืน!

ตอนที่ 14

หลังตัดสินใจกระโดดหน้าผาหนีพวกพชร สองนักฆ่าคามินกับคเชนทร์รอดชีวิตแต่ก็บาดเจ็บสาหัส ต้องกระสนกระเสือกไปอย่างยากลำบากเพื่อจะกลับไปยังวังมินาลินให้ได้...

ส่วนพชรกับธาม และสหายในกองกำลังใต้ดินจำนวนไม่น้อยที่ได้รับบาดเจ็บ ทุกคนได้รับการรักษาจากลำธารและธีรัชเป็นอย่างดี โดยมีบาจรีย์คอยประกบดูแลพชรอย่างใกล้ชิดด้วยความเป็นห่วงและหึงหวงไม่อยากให้ลำธารได้เข้าใกล้

ฝ่ายพาริณที่หนีเตลิดออกไปจากค่ายด้วยความอับอายหลังถูกบาจรีย์ประณามอย่างรุนแรง พาริณแทบจะฆ่าตัวตายหนีอาย แต่เสี้ยวนาทีก็ทำให้พาริณเปลี่ยนใจเพราะสำนึกได้ว่า หาก แม้ตนต้องตาย ก็ไม่ควรตายอย่างไร้ค่า ไร้ความหมายแบบนี้...

เสร็จจากรักษาสหายกองกำลังใต้ดินก็มืดค่ำ แต่ลำธารก็ยังแวะไปดูอาการวาสิน ทำให้วาสินซึ้งน้ำใจและเมตตาเอ็นดูลำธารยิ่งขึ้น พชรแอบดูสิ่งที่ลำธารกระทำต่อบิดาของเขาอย่างปลาบปลื้มชื่นชม พอเห็นเธอฟุบหลับเพราะเพลียจัด หลังจากดูแลวาสินจนหลับไปแล้ว พชรจึงเข้ามาอุ้มลำธารออกจากห้องเพื่อจะไปส่งที่เรือนพักของเธอ

ขณะนั้นเอง ธามกับบาจรีย์กำลังทุ่มเถียงเอาชนะกันอยู่ด้วยเรื่องไร้สาระ ธามรู้สึกสุขใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้แกล้งบาจรีย์ เช่นเดียวกับบาจรีย์ที่พอออกฤทธิ์จนพลาดเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของเขา เธอถึงกับอึ้งไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ หวั่นไหววูบวาบยังไงพิกล

ต่างคนต่างจ้องหน้ากันนิ่งนาน จนบาจรีย์เป็นฝ่ายผละออกห่าง จังหวะนี้เองธามเหลือบไปเห็นพชรอุ้มลำธารไปยังเรือนพัก ธามตกใจแต่ก็ไม่ทำให้บาจรีย์รู้เห็น เพราะเกรงจะเกิดเรื่องขึ้นอีก   หลังจากบาจรีย์เพิ่งเล่นงานพาริณไปแล้วคนหนึ่ง

พชรอุ้มลำธารเข้ามาส่งถึงเตียงในห้อง ห่มผ้าให้แล้วผละออกไปเงียบๆ แต่เขาต้องสะดุ้งเมื่อเจอธามยืนจ้องมองมาด้วยสายตาเอาเรื่อง ไม่พอใจ

"เจ้าหญิงบาจรีย์เพิ่งจะไล่พาริณออกไป นายจะทำให้ ลำธารต้องเดือดร้อนอีกคนรึยังไง ถ้าเจ้าหญิงบาจรีย์เห็นนายอุ้มลำธารขึ้นเรือน อะไรจะเกิดขึ้น"

"ขอโทษ ฉันแค่พาเธอมาพักผ่อน"

"คราวหน้าฉันไม่ได้อยากได้ยินคำขอโทษอีก"

"ธาม...ฉันจะไม่ขอโทษ เพราะจะไม่มีครั้งหน้า และจะไม่มีใครมาลบหลู่เกียรติของลำธารได้" พชรกล่าวหนักแน่นจริงจัง ทำเอาธามอึ้งไป รู้สึกได้ถึงความตั้งใจลึกๆของพชร

ooooooo

แล้วแผนการสังหารดารัณเพื่อพชรก็เริ่มต้นขึ้นในเช้าวันนี้ พาริณปลอมตัวเข้าไปรวมกลุ่มกับคณะนางรำ แล้วใช้จังหวะที่ร่ายรำต่อหน้าดารัณจะใช้มีดสังหารเขา  แต่ราชิตเกิดไหวตัวทันเข้ามาขัดขวาง ทำให้พาริณ ต้องหนีหัวซุกหัวซุนและแทบเอาชีวิตไม่รอด ถ้าคามิน กับคเชนทร์ไม่โผล่เข้ามาดึงความสนใจไปจากราชิตได้

สองนักฆ่าในสภาพบาดเจ็บสาหัสกลับมาขอความช่วยเหลือ พร้อมรายงานราชิตว่ารู้ที่ตั้งค่ายของพชรแล้ว และที่สำคัญวาสินยังไม่ตายอย่างที่ใครๆคิด ดารัณพอรู้ข้อมูลนี้ก็สั่งราชิตเตรียมนำกำลังทหารไปถล่มค่ายพชรให้ราบคาบ ไม่ให้เหลือแม้แต่ซาก!

ไม่ทันที่กองกำลังของราชิตจะเคลื่อนพล เวคินที่ค่ายพชรก็ได้รับข้อมูลนี้จากใครบางคน พชรแปลกใจเหลือเกินว่าผู้หวังดีคนนี้เป็นใคร แต่อดิศรให้เลิกคิดอย่างอื่น ตอนนี้เราต้องรีบป้องกันค่าย ต้องรีบวางแผนจุดป้องกันต่างๆ ไม่ใช่ตั้งรับ แต่ต้องโจมตีไม่ให้มันบุกเข้ามาในค่ายได้

เมื่อทุกคนในค่ายทั้งเด็ก ผู้ใหญ่และผู้หญิงมารวมกลุ่มกันพร้อมหน้า พชรก็แจ้งสถานการณ์เลวร้ายซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

"ที่ผ่านมาพวกเราทุกคนยอมสละเลือดเนื้อ ชีวิต เพื่อคืนอิสรภาพให้แก่แผ่นดินมินาลิน แต่ตอนนี้ค่ายของพวกเราตกเป็นเป้าโจมตีของดารัณแล้ว หากรักษาค่ายไว้ไม่ได้ ชัยชนะที่พวกเราต้องการจะไม่มีวันเกิดขึ้น...เราในฐานะผู้นำ จะไม่มีวันยอมให้มินาลินอยู่ใต้การปกครองของคนชั่ว ศึกใหญ่ที่จะเกิดขึ้นขอให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจเพื่อความเป็นหนึ่ง เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องชนะ ชนะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น"
สหายชายทุกคนชูปืนประจำกายขึ้นโห่ร้องอย่างฮึกเหิม ธีรัชยืนข้างลำธารก็พลอยคึกคักไปด้วย

"ขนลุกสุดๆ เราอยากรบด้วยเลยนะเนี่ย ดูสิ ท่านพชรมั่นใจสุดๆเลยเนอะ"

"ไม่หรอก ศึกครั้งนี้พชรกังวลมากกว่าครั้งไหนๆต่างหาก" ลำธารพูดด้วยสีหน้าเป็นกังวล...เป็นห่วงพรชรอย่างที่สุด

หลังจากนั้นคณะผู้นำก็ประชุมวางกำลังไปแต่ละทิศเพื่อสกัดกองกำลังของดารัณให้ได้ โดยใช้ระเบิดฝังไว้ตามทางเข้าออก โดยเฉพาะทิศใต้ที่เป็นจุดบอดต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะครั้งที่แล้วนักฆ่าสองคนลอบเข้ามาได้

หลังสั่งการไปพักใหญ่ๆ เวคินก็กลับมารายงานพชรว่าสหายของเรากำลังเร่งมือฝังระเบิดเส้นทางเข้าออกป่าจากทั้งสี่ทิศ คาดว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงน่าจะแล้วเสร็จ

"ดี เมื่อมันเข้ามาแล้วอย่าให้พวกมันออกจากป่านี้ได้ เราจะตั้งกองกำลังตั้งจุดซุ่มยิงทั่วทุกทิศ ป่าแห่งนี้ต้องเป็นหลุมฝังศพของพวกมัน...ภูษณะ ฝากนายประจำตำแหน่งทางทิศเหนือ ส่วนธาม นายคุมพื้นที่ทิศตะวันออก เวคินประจำทิศตะวันตก ส่วนเราจะคุมพื้นที่ทิศใต้เอง"

"ไม่มีปัญหา แต่แห่ออกมากันหมดเนี่ย แล้วใครจะเป็นหัวหน้าเฝ้าค่ายล่ะ"

คำพูดทักท้วงของธามทำให้พชรนึกขึ้นได้ จากนั้นพชรจึงไปมอบหมายหน้าที่ให้ลำธารเป็นหัวหน้าเฝ้าค่าย

"หา! ให้ลำธารเนี่ยนะเป็นหัวหน้าเฝ้าค่าย หมอนะครับ ไม่ใช่ทหาร" ธีรัชค้านเสียงดังอย่างตกใจ แต่ลำธารกลับยกปืนขึ้นประทับอย่างทะมัดทะแมง

"ผู้ชายเกือบทั้งหมดต้องออกไปป้องกันข้างนอกค่าย เพื่อความรอบคอบต้องมีคนที่ทำหน้าที่คุ้มกันผู้หญิงและเด็ก" พชรย้ำ

"ถึงจะเป็นหมอ แต่ถ้าถึงคราวคับขันที่ต้องปกป้องชีวิตตัวเองและคนบริสุทธิ์ ก็ต้องยิงคนชั่วๆได้เหมือนกัน" ลำธารพูดเด็ดเดี่ยวไม่กลัว

"บ๊ะ เข้าท่าเว้ยไอ้น้องคนนี้ มิเสียแรงที่เกิดเป็นลูกทหาร พลังอันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง ปกป้องทุกคนแทนพี่ด้วยนะน้อง"

บาจรีย์เดินเข้ามาได้ยินธามชื่นชมน้องสาวตัวเอง  ก็ตรงเข้าไปแย่งปืนจากลำธารมาถืออย่างเก้ๆกังๆ

"ฉันก็ปกป้องทุกคนได้ หน้าที่นี้ฉันรับผิดชอบเอง พี่พชรขัดข้องรึเปล่าคะ"

"ผมขัดข้อง" ธามสวนทันควัน "นั่นมันอาวุธสงครามนะคุณ ดูซิ แค่ถือปืนยังไม่ไหว"

"ไหวไม่ไหวก็ยิงนายทะลุแล้วกัน ลองมั้ย"

"ซ่าจริงนะตัวแค่เนี้ย เดี๋ยวเหอะ"

"เอาล่ะๆ เราดีใจที่ทุกคนมีใจร่วมปกป้องค่าย ลำธาร บาจรีย์ ฝากรับภาระนี้ไว้ด้วย"

"ด้วยความเต็มใจค่ะ บาจรีย์จะทำอย่างสุดความสามารถ และขออวยพรให้พี่ชนะ อย่าได้รับบาดเจ็บนะคะ"

พชรยิ้มบางๆให้บาจรีย์ แล้วเดินออกไปพร้อมธาม โดยมีสายตาของสองสาวมองตามด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

เพิ่งจะฝังระเบิดเสร็จใหม่ๆ ราชิตก็นำกองกำลังดาหน้าเข้ามาจัดการกับเจ้าหน้าที่ของค่ายพชรตายหมด จากนั้นราชิตสั่งกระจายกำลังไปกู้ระเบิดทุกจุด โดยมีฟารุตเป็นหัวหน้าผู้ชำนาญการ

"ฟารุต สมแล้วที่เจ้าเป็นครูฝึกทหารของเรา เรื่องเก็บกู้ วัตถุระเบิดไม่มีใครชำนาญเท่ากับเจ้า"

"ขอน้อมรับคำชมจากท่านราชิต...เส้นทางนั้นไม่มีระเบิดแล้ว ผมจะรีบไปสมทบกับหน่วยจู่โจมภาคพื้นดินที่กระจายกำลังอยู่แถบนั้น"

"เราไม่เคยผิดหวังในตัวเจ้า เสียดายที่ข้าไว้ใจชาคร

มากไป ไม่เช่นนั้นมือขวาของเราคงเป็นเจ้าเท่านั้น"

"ไอ้คนชั่วช้าอย่างชาคร อย่าว่าแต่มือขวาของท่าน แม้แต่ความเป็นมนุษย์มันก็ไม่สมควรได้รับเกียรติ"

"พูดถูกใจข้าจริงๆว่ะ ทำผลงานให้ดีนะฟารุต แล้วเราจะให้ตำแหน่งใหญ่ๆแก่เจ้า"

ฟารุตทำความเคารพราชิตแล้วเดินจากไป...จากนั้นอีกไม่กี่อึดใจ อดิศรก็ได้รับแจ้งทางวิทยุสื่อสารว่าราชิตนำกำลังกระจายอยู่ทั่วป่าแล้ว

ทางทิศเหนือ ภูษณะกำลังปะทะกับทหารของดารัณ เช่นเดียวกับธามและจ่าแสงที่อยู่ทางทิศตะวันออก พวกเขากำลังห้ำหั่นกับคามินและทหารกลุ่มใหญ่ ในขณะที่พชรทางทิศใต้ก็ถูกคเชนทร์นำทหารเข้ามาโจมตีอย่างหนัก ในที่สุดพชรก็ต้องสั่งทุกคนทุกหน่วยรีบกลับค่าย แล้วติดต่ออดิศรให้เตรียมรับมือ

เสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นลั่นค่าย อดิศร ธีรัช ลำธาร ช่วยกันต้อนพาสหายหญิงและเด็กวิ่งหาที่หลบซ่อน ทุกคนอยู่ในอาการตระหนกตกใจ...บาจรีย์รีบพาวาสินเข้ามารวมกลุ่ม

"รีบไปที่ทางออกฉุกเฉินเร็ว เร็วเข้า" อดิศรตะโกนเร่ง

"ทางนั้นต้านทหารดารัณไม่ได้แล้วใช่ไหมคะพ่อ"

"อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ พาทุกคนไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยก่อน ธีรัช ลำธาร เจ้าหญิงบาจรีย์ ฝากดูแลท่านวาสิน ผู้หญิง คนแก่ และเด็กด้วยนะ"

"เพราะความสะเพร่าของพาริณ ค่ายถึงโดนเจาะเข้ามา แล้วนี่พวกมันก็กำลังเข้ามาถล่มพวกเราทั้งหมด"

"บาจรีย์...ไม่ใช่เวลามาโทษว่าใครผิด เราต้องช่วยกันพาทุกคนให้รอด"

บาจรีย์ไม่พอใจลำธารที่ขัดขึ้นมา ทันใดนั้นเองเสียงปืนดังสนั่น อดิศรสั่งสมุนเตรียมต่อสู้ แล้วให้พวกลำธารพาทุกคนหลบไปยังทางออกฉุกเฉินโดยเร็ว

ทั้งเสียงปืนเสียงระเบิดจากสองฝ่ายที่ปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว บาจรีย์ประคองวาสินตามพวกลำธารไป วาสินเป็นห่วงพชร ถามว่าตอนนี้พชรอยู่ที่ไหน ทันใดคเชนทร์พร้อมทหารกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามาขวางหน้า ธีรัชยกปืนขึ้นขู่ สั่งพวกมันถอยไป ถ้าไม่ถอยโดนยิงไส้แตกแน่

คเชนทร์หัวเราะลั่น พร้อมก้าวเข้าหาคนทั้งกลุ่มอย่างไม่กลัว

"คิดว่าเป็นผู้หญิงแล้วจะสู้ไม่เป็นเหรอ คนที่จะตาย

คือพวกแก" ขาดคำบาจรีย์ก็ยิงกราดใส่พวกคเชนทร์ ลำธารร่วมด้วยช่วยกัน พลางก็สั่งธีรัชให้พาทุกคนหนีไป เธอกับบาจรีย์จะต้านไว้เอง

ขณะเกิดการยิงปะทะกันนั้น ธามกับจ่าแสงและสหายที่รอดตายวิ่งเข้ามาช่วยยิงสกัดกั้น จนคเชนทร์และทหารต้องถอยร่นไปบ้าง

"คุ้มกันทุกคนหนีออกจากค่ายเดี๋ยวนี้" ธามสั่งเฉียบ

"แล้วพชรล่ะพี่ธาม พชรอยู่ไหน"

"หนีเอาตัวรอดก่อน พวกมันมากันเป็นฝูง ต้านไม่ไหวหรอก ไปเร็ว ไปซี่ พี่จะเข้าไปช่วยพ่อ"

จ่าแสงและสหายช่วยกันยิงคุ้มกันพาทุกคนวิ่งหนีออกไป ธามวิ่งกลับเข้าไปช่วยอดิศร คเชนทร์เจ็บใจรีบหันไปสั่งทหารให้ตามพวกมันไป อย่าให้หนีรอดแม้แต่คนเดียว!

อดิศรและกำลังพลอีกจำนวนหนึ่งยังคงซุ่มยิงตอบโต้พวกทหารดารัณ แต่ก็ทำท่าจะต้านไม่ไหวเพราะทหารดารัณมากมายเหลือเกิน โดยการนำของราชิตผู้โหดเหี้ยมกระหายสงคราม

"ท่านอดิศร...คิดไว้ไม่มีผิดว่าท่านต้องร่วมมือกับกองกำลังกบฏ ท่านจะต้องเสียใจที่ทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้...เผาค่ายมันซะ แล้วฆ่าทุกคนให้หมด จบสิ้นสงครามกันซะที"

ราชิตและทหารตามยิงพวกอดิศรอย่างหนักหน่วง ในที่สุดกองกำลังที่อยู่กับอดิศรก็โดนยิงตายทั้งหมด อดิศรโดนราชิตและทหารล้อมกรอบไว้ไร้ทางหนี

ขณะที่อดิศรอยู่ในภาวะเป็นตายเท่ากัน โชคดีที่พชร ภูษณะ  เวคินและสหายเข้ามาช่วยได้ทันท่วงที  ทุกคนกราดยิงใส่กลุ่มของราชิตจนกระเจิงไปคนละทิศละทาง

"ไอ้พชร ยังไม่ตายอีกเหรอวะ" ราชิตคำรามลั่น...พชรโยนระเบิดเข้าใส่ตูม

"พชร ถึงเวลาที่ต้องสละค่ายทิ้งแล้ว ก่อนที่ทุกคนจะตายทั้งหมด"อดิศรโพล่งขึ้น...พชรไม่เห็นด้วย บอกว่าถ้าหนีก็เท่ากับเราแพ้พวกมัน "การถอยไม่ใช่การพ่ายแพ้ แต่การดันทุรังทั้งที่ไม่มีทางชนะต่างหาก คือการพ่ายแพ้"

พชรตัดสินใจอย่างหนัก พอควันระเบิดจางลง ราชิต

และทหารก็ลุกขึ้นมาเตรียมบุก พร้อมๆกับธามวิ่งพรวดมาจากอีกทาง

"มาทางนี้ ทุกคนไปรอที่ทางออกแล้ว เร็ว! พชร ต้องสละค่ายแล้วโว้ย หนีก่อนเร็ว"

พชรโยนระเบิดสกัดพวกราชิตอีกลูก ก่อนจะพากันวิ่งหนีออกไปได้ ราชิตเจ็บใจตะโกนสั่งทหารของตนทันที

"พวกเจ้าเผาค่ายนี้ทิ้งให้เหลือแต่เพียงขี้เถ้า...ส่วนฟารุตและพวกเจ้าตามเรามา อย่าให้พวกมันหนีออกจากค่ายได้!"

กองกำลังของราชิตรุกไล่พวกพชรอย่างไม่ลดละ จนกลุ่มคนของพชรล้มตายจำนวนมาก บ้างก็หนีหายแตกกระจายกันไปคนละทาง แม้แต่พวกพชรเองก็แตกเป็นกลุ่มย่อยจนผลัดหลงกันไปในป่า พชรได้แต่สลดหดหู่ที่เห็นค่ายแตกสลายและพี่น้องผู้บริสุทธิ์ต้องมาตายด้วย น้ำมือคนชั่ว

หลังจากหนีตายกันไปพร้อมสัมภาระที่พอจะหยิบฉวยได้ พชรไม่ลืมสร้อยประจำราชวงศ์และแผนที่ค่ายสำรองที่ตกลงกันไว้กับคนอื่นๆว่า หากค่ายนี้แตกเราจะไปเจอกันที่ค่ายสำรอง แล้วพชรกับลำธารก็มุ่งหน้าบุกป่าฝ่าดงไปตามแผนที่ ขณะที่อีกด้านของป่าธามกับบาจรีย์ยังวนเวียนเหมือนคนหลงทาง ส่วนภูษณะหนีไปพร้อมพาริณที่ย้อนกลับมาช่วยที่ค่าย ภูษณะเป็น
ห่วงพาริณมากเพราะเธอบาดเจ็บไม่น้อย

ยาม คับขันทุกข์ยากจากเหตุการณ์เลวร้ายนี้พิสูจน์ใจคนได้เป็นอย่างดี  ไม่ว่าจะเป็นลำธารที่สัมผัสได้ถึงความรักความจริงใจที่พชรมีต่อเธอไม่ เปลี่ยนแปลง บาจรีย์เองก็รู้สึกดี

กับธามที่ดูแลช่วยเหลือเธอเป็น อย่างดี แม้แต่พาริณที่เป็นเพียงองครักษ์ธรรมดาๆคนหนึ่งก็ยังได้รับความเอาใจใส่จาก เจ้าชายภูษณะ  ทำให้พาริณรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณและประทับใจเขาอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ใกล้ ค่ำ ทุกคนต้องหาที่พักค้างคืนแล้วค่อยเดินทางต่อมุ่งหน้าไปยังค่ายสำรอง แต่ปรากฏว่าคืนนี้บาจรีย์ได้เอากระดาษจดแผนที่ค่ายสำรองของธามไปเป็นจุดก่อ กองไฟโดยไม่ตั้งใจ นึกว่าเป็นเศษกระดาษธรรมดา ธามหัวเสียสุดๆแต่ก็โกรธบาจรีย์ ไม่ลง เพราะเธอหวังดีไม่อยากให้เขาหนาว

ooooooo

เช้า แล้ว ลำธารลืมตาตื่นพบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมแขนของพชร และรู้สึกได้ว่าพชรตัวร้อนเป็นไข้เพราะพิษบาดแผล จึงรีบนำยาแก้อักเสบให้เขากินก่อนจะออก เดินทางกันต่อ ขณะเดียวกันทางฟากธามกับบาจรีย์  ธามต้องปลุกบาจรีย์ที่ยังนอนขี้เซา   แล้วพากันคลำทางกันต่อไปเพราะไม่มีแผนที่ แต่ธามก็พอจะจำทางได้บ้าง เพราะเป็นคนวาดแผนที่นั้นกับมือ

ส่วนที่ค่ายของพชรที่บัดนี้ถูกราชิต เข้ายึดพื้นที่ไว้ หมดแล้ว ราชิตกำลังเกรี้ยวกราดใส่ลูกน้องทุกคนด้วยความโมโห ที่ไม่สามารถตามจับตัวพวกพชรได้ คเชนทร์กับคามินก็เจ็บใจที่จัดการกับวาสินและพชรไม่ได้เสียที

"พวก เจ้าทุกคนจงฟังเรา เราต้องการเห็นพวกมันกลายเป็นศพ...กระจายออกสกัดพื้นที่ทั้งหมดในป่าแห่งนี้ ถ้าไม่เจอพวกมัน พวกเจ้าก็ไม่ต้องออกจากป่า"

"พวกเราทหารหาญมีหน้า ที่ทำตามคำสั่ง เบื้องบนสั่งมายังไง พวกเราต้องปฏิบัติให้ได้ ขอให้ท่านอดทนรอ ไม่ช้างานของเราจะต้องสำเร็จ ข้าสาบานด้วยชีวิต"

"มัน ต้องได้ยังงี้ พวกเจ้าดูฟารุตเขาไว้เป็นเยี่ยงอย่าง ข้าต้องได้หัวของไอ้พวกกองกำลังใต้ดินไปกำนัลท่านดารัณ" ราชิตประกาศกร้าวอย่างเหิมเกริม...

ooooooo

ภูษณะกับพารินออก เดินทางได้สักพักก็ผ่านมาเจอกองไฟที่บาจรีย์ก่อไว้เมื่อคืน และสัญลักษณ์ที่บาจรีย์ตั้งใจทำเอาไว้ ภูษณะกับพาริณสำรวจอย่างละเอียด ก็พบว่ามีรองเท้าผู้ชายด้วย คาดเดาว่าน่าจะเป็นของธาม และพวกเขาคงจะกำลังมุ่งหน้าไปยังค่ายสำรอง...

อีกด้านของป่า อดิศร วาสิน เวคิน ธีรัช จ่าแสงและสหายจำนวนหนึ่งจากกองกำลังใต้ดินกำลังเดินทางสู่ค่ายสำรองเช่นกัน ระหว่างทางเจอทหารของดารัณซุ่มทำร้าย โชคดีที่ธีรัชก็ตาไว เห็นพวกมันก่อน ทำให้ทุกคนปลอดภัย ส่วนพวกมันถูกฆ่าตายหมด

ทหารอีกกลุ่มที่กระจายกัน ออกค้นหาตามคำสั่งของราชิต พวกเขากำลังจับตาความเคลื่อนไหวของพชรกับลำธารอยู่เงียบๆ เพื่อรอจังหวะจัดการพชรให้จงได้ จนเมื่อพชรกับลำธารไปอยู่ในบริเวณที่โล่งซึ่งง่ายต่อการโจมตี ทหารทั้งสี่จึงปรากฏตัว พชรกับลำธารยิงต่อสู้พร้อมกับวิ่งหนีไปตามลำน้ำที่ไหลเชี่ยว แล้วตัดสินใจพากันข้ามไปอีกฝั่ง แต่กว่าจะหนีข้ามไปได้ พชรก็
ถูกทหารยิงเข้าที่ไหล่ได้รับบาดเจ็บอีก แต่พชรก็กัดฟันทนพาลำธารหนีต่อไป

ฟาก ธามกับบาจรีย์ก็กำลังถูกทหารดารัณคุกคามเหมือนกัน ธามปกป้องบาจรีย์สุดชีวิต และสังหารทหารตายหมด ก่อนจะฉุดมือบาจรีย์วิ่งออกไปทันที แต่วิ่งกันไปสักพักบาจรีย์ก็ไปต่อไม่ไหว นั่งลงโอดโอยเป็นการใหญ่ ยิ่งพอธามเผลอตัวดุซ้ำเข้าอีก บาจรีย์ถึงกับเป่าปี่เหมือนเด็กๆ จนธามเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก

"เฮ้ย ผมพูดเล่นอย่าร้องไห้สิ แล้วกัน...โอ๋ๆๆ อย่าร้องไห้นะ ผมยิ่งแพ้น้ำตาผู้หญิงอยู่ด้วย ไม่ร้องนะ ไม่ร้อง"

"ฉัน...ฉัน เพิ่งนึกได้ว่าวันนี้วันเกิดฉัน ดูซิ แทนที่ฉันจะได้ฉลองวันเกิดหรูๆที่มินทุ แต่กลับต้องมาหลงป่ากับผู้ชายปากเสียอย่างนาย นึกแล้วมันน่าเศร้าไหมล่ะ"

ธามได้ฟังก็ชะงักกึก รู้สึกสงสารบาจรีย์ขึ้นมาจับใจ

"ช่างเถอะ พูดไปก็เท่านั้น เดินทางต่อดีกว่า จะได้เลิกฟุ้งซ่านซักที" ว่าแล้วบาจรีย์ก็ลุกเดินนำหน้าธามไปอย่างเศร้าๆ

ooooooo

เมื่อแน่ใจว่ารอดพ้นปลอดภัยจากทหารดารัณแล้ว ลำธารให้พชรหยุดพักแล้วจัดการเอากระสุนปืนออกจากไหล่ให้เขา ก่อนจะทำแผลให้อย่างชำนาญ

"กว่าจะถึงค่ายใหม่ ไม่รู้ว่าต้องเจออุปสรรคอีกแค่ไหน"

"แม้ต้องเฉียดตายนับครั้งไม่ถ้วน แต่ผมเชื่อแล้วว่าคุณไม่มีวันทิ้งผมแน่"

"ทำเป็นรู้ดี ฉันอาจจะหนีนายไปก็ได้"

"ไม่จริงหรอก คุณเองก็เสี่ยงอันตรายช่วยชีวิตผมไว้ ขอบคุณมากนะครับ อย่างน้อยผมก็รู้ว่า คุณยังรักผมอยู่"

"อย่ามัวเสียเวลาเลย ถ้านายหายเจ็บแล้วก็รีบเดินทางต่อเถอะ" ลำธารกลบเกลื่อนความเขิน เก็บอุปกรณ์ทำแผลลงกระเป๋าสัมภาระของตัวเอง

แต่ ออกเดินทางกันต่อลัดเลาะไปตามตลิ่งได้พักเดียว ลำธารเดินสะดุดหินเสียหลักจะล้ม พชรรีบดึงประคองเธอไว้ ทำให้แผลที่แขนของเขามีเลือดซึมออกมาอีก ลำธารตกใจและร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั้น

"ลำธาร...คุณร้องไห้ทำไม"

"นาย ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ ตั้งแต่ที่นายรู้จักกับฉัน อยู่ใกล้ๆฉัน ฉันมีแต่ทำให้นายเดือดร้อน ต้องเจ็บตัว ต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่ตลอด พชร ฉันขอโทษ ฉันขอโทษนะ"

"คุณจะขอโทษในสิ่งที่คุณไม่ผิดทำไม ผมต้องขอบคุณคุณต่างหาก เพราะคุณทำให้ผมรู้ว่าทุกลมหายใจของผมมีค่า เมื่อได้มีชีวิตอยู่เพื่อดูแลคนที่ผมรัก นอกจากภารกิจเพื่อมินาลินแล้ว คุณคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ผมอยากมีชีวิตอยู่"

ลำธารฟังแล้วตะลึงไปด้วยความซาบซึ้งตื้นตัน รู้สึกมีกำลังใจที่จะสู้กับเขาต่อไปจนถึงที่สุด

ooooooo

ตอนที่ 13

ด้วยความเป็นห่วงที่มีต่อพชร ค่ำนี้ลำธารทำน้ำสมุนไพรมาให้เขาถึงเรือนพัก สองคนจึงมีโอกาสใกล้ชิดกันตามลำพัง พชรแสดงออกว่ารักลำธารและไม่อยากปกปิดความรู้สึกนี้อีกต่อไป ลำธารเองก็รักเขา แต่เธอยั้งใจไม่โอนอ่อนยอมให้เขาหอมแก้ม   ตัดใจลุกหนีออกไปโดยไม่เห็นภูษณะยืนจ้องมายังพชรอย่างเดือดดาล

แล้ว เช้าวันใหม่ จู่ๆภูษณะก็มาขอประดาบกับพชรที่ลานฝึก ธามเฝ้าดูอย่างมันมือเพราะการฝึกดูสมจริงมาก โดยเฉพาะภูษณะที่อยู่ในอารมณ์ขุ่นข้องไล่ฟันพชรไม่ยั้ง บาจรีย์ ที่ยืนดูอยู่ด้วยเริ่มรู้สึกแปลกๆ   กระทั่งคมดาบของภูษณะเฉี่ยวที่แขนพชรเลือดไหล และพชรถูกภูษณะถีบล้มไปกับพื้น บาจรีย์รู้สึกได้ทันทีว่าภูษณะจริงจังเกินเหตุ จึงบอกให้ธามรีบเข้าไปห้าม ธามกลับย้อนว่าห้ามทำไม ไม่มีอะไรหรอก

พชรลุกขึ้นได้ก็เอาแต่ตั้งรับ ขณะที่ภูษณะยังฟาดฟันไม่ยั้ง จนพชรทนไม่ไหวโยนดาบทิ้งลงกับพื้น ภูษณะเกือบยั้งมือไม่ทัน คมดาบห่างจากใบหน้าพชรนิดเดียวเท่านั้น

"หยิบดาบขึ้นมาสิวะ" ภูษณะตะคอก

"ไม่! นายคงไม่ได้อยากประดาบกับฉันจริงๆ มีเรื่องอะไรก็พูดมาตรงๆเถอะ"

ภูษณะเดินมาประจันหน้าพชร พูดสำทับได้ยินกันแค่ สองคน

"หลัง สงคราม มินาลินกับมินทุต้องรวมเป็นหนึ่ง แต่ว่าที่กษัตริย์กลับไม่เห็นถึงความสำคัญข้อนี้ นายไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าไม่มีการอภิเษก การรวมประเทศย่อมไม่เกิดขึ้น นายจะรักใครอื่นไม่ได้ เข้าใจใช่มั้ย"

"ภูษณะ ฉันอยากให้นายรู้ว่า...ฉันห้ามหัวใจตัวเองไม่ได้"

ภูษณ ะโมโหชกพชรกระเด็น แล้วตามเข้าไปชกซ้ำอีกครั้งจนพชรล้มลง บาจรีย์ตกใจกรีดร้องลั่น ให้ธามเข้าไปห้ามทั้งคู่เดี๋ยวนี้   ธามเข้ามาคว้าหมับที่ข้อมือภูษณะที่กำลังจะอัดพชรอีก

"เลิกบ้าได้แล้วภูษณะ ฉันรู้แล้วว่านายเก่ง"

บาจรีย์วิ่งไปประคองพชรอย่างห่วงใย พลางก็ตำหนิพี่ชายตัวเองเป็นบ้าอะไร ทำไมทำพี่พชรเจ็บขนาดนี้

"เรา แค่ฝึกรบกัน ไม่มีอะไรมากกว่านี้หรอก" พชรชิงพูดก่อน...ภูษณะจ้องหน้าพชรแล้วเดินออกไปด้วยความผิดหวัง ธามสังเกตสีหน้าท่าทีของทั้งคู่แล้วครุ่นคิดคาดเดาได้ไม่ยาก

ครู่ต่อมา บาจรีย์ตามไปทำแผลให้พชรที่เรือนพัก แล้วก็ยังบ่นภูษณะว่าทำรุนแรงเกินไป

"แผลแค่เล็กน้อย ไม่ต้องลำบากน้องหรอก อย่าห่วงเลย"

"ไม่ ห่วงได้ยังไง บาจรีย์คือว่าที่ชายาของพี่นะคะ สำหรับบาจรีย์แล้วพี่พชรเป็นคนสำคัญที่สุด ทำไมพี่พชรถึงได้เย็นชา กับน้องนักล่ะ...พี่พชรรู้อะไรมั้ย ไม่ใช่แค่บาจรีย์ที่จะเสียใจอย่างที่สุด ถ้างานอภิเษกสมรสของเราไม่เกิดขึ้น แต่คนที่เสียใจมากกว่านั้นก็คือประชาชนชาวมินทุและมินาลิน ถ้าการรวมประเทศล้มเหลว แต่มันคงไม่มีวันนั้นใช่ไหมคะ"

บาจรีย์มองหน้าพชรอย่างขอคำตอบ พชรทำได้ดีที่สุดแค่เพียงพยักหน้าน้อยๆ แม้ใจจะไม่รู้สึกเช่นนั้นก็ตาม

ooooooo

ณ จุดสังเกตการณ์ ธามกับจ่าแสงส่องกล้องไปยังป่ารอบๆค่าย แต่ไม่มีอะไรผิดสังเกต ทุกอย่างในค่ายยังปกติ   มีการจัดเวรยามทุกช่องทางเข้าออก โดยที่ป่ารอบๆค่ายพาริณเป็นหัวหน้าหน่วย  ก็ไม่มีการรายงานความผิดปกติเช่นกัน แต่ถึงกระนั้น อดิศรก็ย้ำกับทุกคนว่าอย่าประมาทข้าศึก โดยเฉพาะดารัณ

จริงดังคำของ อดิศร ดารัณฉลาดพอที่จะไม่ทำอะไรกระโตกกระตาก แต่ส่งคเชนทร์กับคามิน สองนักฆ่าจอมโหดคืบคลานเข้ามาทางทิศใต้ซึ่งเป็นป่ารกชัฏ สองคนลอบเข้ามาฆ่าเจ้าหน้าที่เวรยามตายขณะกำลังสื่อสารกับพาริณที่อยู่อีก จุด พาริณแปลกใจทำไมสัญญาณขาดหาย เกรงจะเกิดเหตุร้าย จึงบอกสหายว่าเธอจะกลับไปเอารถที่ค่าย แล้วจะไปดูจุดเฝ้าระวังทิศใต้เอง ฝากทุกคนดูทางนี้ด้วย

แต่เมื่อพาริณกลับมาในค่ายเพื่อมาเอารถ เธอเดินผ่านเรือนพักพชรเห็นเขาเมามายไม่รู้สติ เนื่องจากกลัดกลุ้มกับปัญหารักของตนเอง พาริณเป็นห่วงพชรจึงพาเขาเข้าไปนอนที่เตียง และหาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้เขา ระหว่างนี้เองพชรเพ้อถึงลำธาร บอกรักเธอ รักเท่าชีวิต พาริณชะงัก เสียใจแทบน้ำตาร่วง

"ลำธาร...คุณยังรักผมอยู่ใช่ไหม" เสียงพชรยังเพ้อครวญ

"รัก...รัก เสมอมา และจะรักตลอดไป" พาริณสวมรอยเพราะมิอาจสะกดอารมณ์แห่งความปรารถนาอันรุนแรงได้อีกต่อไป เธอโน้มตัวลงนอนเคียงข้างพชร และจุมพิตที่หน้าผากเขาด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม

บัดนี้ที่หน้าเรือน ลำธารถือถาดอุปกรณ์ทำแผลมาเจอกับบาจรีย์ที่ถือถาดข้าวต้มเดินมาพอดี สองสาวหยุดยืนมองหน้ากันอย่างประเมิน

"ได้ข่าวว่าพชรบาดเจ็บ ฉันจะมาดูแลเขาตามหน้าที่" ลำธารออกตัว

"ไม่ต้อง ฉันทำแผลให้พี่พชรแล้ว แล้วการดูแลพี่พชรก็ไม่ใช่หน้าที่ของเธอ"

พูด จบบาจรีย์ก็เดินขึ้นเรือน   ลำธารถอนใจอย่างเหนื่อยล้า แล้วหันหลังกลับ แต่พลันก็ได้ยินเสียงของแตก ตามด้วยเสียงกรีดร้องของบาจรีย์  ลำธารหันขวับกลับมาด้วยความตกใจ

บาจรีย์ช็อกกับภาพพาริณนอนอยู่เคียง ข้างพชร พาริณ เองก็ช็อกทำอะไรไม่ถูก รีบคว้าเสื้อตัวนอกมาสวมทับเสื้อกล้าม บาจรีย์ไม่พูดพล่ามทำเพลงตรงเข้ามาผลักพาริณอย่างโมโหสุดขีด

"บัดสีที่สุด ทำบ้าอะไรของเจ้า"

ลำธารวิ่งเข้ามาสมทบ ตกใจที่เห็นพชรนอนไม่รู้สติ

"พา ริณ...นี่เจ้ามอมเหล้าพี่พชร น่าเกลียด ไร้ยางอาย นี่เจ้าหวังในตัวพี่พชรมานานแล้วใช่มั้ย" บาจรีย์ตวาดลั่น พาริณไม่กล้าสู้หน้า น้ำตาแห่งความกลัวและเสียใจเอ่อท้นออกมา

"ไม่...เจ้าหญิงเข้าใจหม่อมฉันผิด"

บา จรีย์โมโหผลักพาริณกระแทกผนัง สร้อยของพชรที่พาริณขโมยไปหลุดหล่นออกจากกระเป๋าเสื้อพาริณ ทั้งบาจรีย์และลำธารต่างก็อึ้งตะลึงไปอย่างไม่คาดคิด

"สร้อยรักเท่า ชีวิต" บาจรีย์หยิบสร้อยขึ้นมาถือไว้ "พี่พชรบอกว่าหายไป ที่แท้...เจ้านี่เองที่เป็นคนขโมย เจ้ามันหน้าด้านที่สุด เป็นเพียงองครักษ์กลับคิดเกินหน้าที่ อยากเทียบตนเสมอเรางั้นรึ"

บา จรีย์เงื้อฝ่ามือตบหน้าพาริณสุดแรง พาริณไม่หนีและไม่ป้องกันใดๆทั้งสิ้น   ลำธารรีบเข้าห้าม บาจรีย์ยังฮึดฮัดจะเอาเรื่องพาริณอีก พาริณทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งร้องไห้ จนเมื่อพชรรู้สึกตัวขึ้นมาเห็นสามสาวอยู่ในห้องของตน ก็ถามขึ้นอย่างแปลกใจ

"นี่มันเกิดอะไรขึ้น"

พาริณทนสู้หน้าพ ชรไม่ไหว รีบลุกขึ้นวิ่งหนีออกไป บาจรีย์ตามไปทันที พร้อมกับตะโกนสั่งทหารให้จับตัวพาริณไว้เดี๋ยวนี้ ทหารทั้งสองจึงเข้าล็อกตัวพาริณ

"เธอจะทำอะไรพาริณน่ะ" ลำธารวิ่งตามเข้ามา

"ทำเรื่องน่าอับอายขนาดนี้   ทำไมไม่กล้ายอมรับความผิด"

ภูษณะกับธามวิ่งเข้ามาอีกทาง ซักถามด้วยความสงสัย บาจรีย์จึงชูสร้อยในมือขึ้นมา

"พา ริณขโมยสร้อยรักเท่าชีวิตไปเป็นของตน ทำตัวบัดสีพลีกายให้พี่พชร นี่รึราชองครักษ์แห่งมินาลิน น่าสมเพช ทำตัวไม่ต่างอะไรกับหญิงเริงเมือง"

"เป็นความจริงเหรอพาริณ" ภูษณะคาดคั้น...พาริณ

เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ พชรตามเข้ามาอธิบายว่า

"เป็นความผิดของเราเองที่มีเรื่องเครียดและหาทางออกโง่ๆด้วยการกินเหล้า  พาริณคงมาดูแลเรา  แล้วเกิดเรื่องเข้าใจผิด มันก็แค่นั้น"

"แล้ว สร้อยรักเท่าชีวิตนี่ล่ะคะ   พาริณจะขโมยไปเพื่ออะไร มันคงอยากเก็บไว้กับตัว พี่พชรจะได้ไม่มีโอกาสให้บาจรีย์...ต่ำช้าที่สุด!" บาจรีย์แผดเสียงอย่างโกรธแค้น พาริณร่ำไห้จนตัวโยน โดยไม่พูดอะไรสักคำ

"แค่นี้พาริณก็เจ็บมากพอแล้ว เลิกซ้ำเติมเธอซะที" ลำธารขอร้องบาจรีย์ แต่ภูษณะโกรธและผิดหวังในตัวพาริณมาก โพล่งขึ้นทันทีว่า

"ในฐานะที่พาริณเป็นหัวหน้าหน่วยเฝ้าระวังภัยนอกค่าย แต่กลับทิ้งความรับผิดชอบ เธอต้องได้รับการลงโทษ"

พาริณถูกควบคุมตัวไปขังในห้องอับทึบ พชรท้วงภูษณะว่าไม่ต้องทำรุนแรงขนาดนี้ก็ได้ บาจรีย์เลยจี๊ดขึ้นมาอีก

"พี่พชรยังจะสงสารอะไรมันอีก ทิ้งความรับผิดชอบในหน้าที่มาทำเรื่องน่าอาย ลงโทษแบบนี้ก็สาสมแล้ว"

จาก นั้นภูษณะก็สั่งเจ้าหน้าที่ปิดล็อกประตูให้แน่นหนา เสร็จแล้วสั่งให้เจ้าหน้าที่ออกไปทำหน้าที่แทนพาริณทางทิศใต้ เพราะข้าศึกอาจจะบุกเข้ามาได้

ooooooo

หลังจากเจ้าหน้าที่ออก ไปได้สักพักก็ถูกคเชนทร์ กับคามินฆ่าตายเรียบ ธามกับจ่าแสงส่องกล้องตรวจตราความเคลื่อนไหวรู้สึกแปลกใจที่ไม่เห็นเจ้า หน้าที่สักคนเดินลาดตระเวนทางทิศใต้ จนเมื่อไปตรวจสอบพบศพเจ้าหน้าที่ และยังพบรอยรองเท้าบูตที่ไม่ใช่ของพวกเราด้วย ธามแน่ใจแล้วว่ามีคนบุกเข้ามา จึงกดสัญญาณเตือนภัยทันที

ทุกคนในค่ายตื่นตัว อดิศรสั่งปิดทางเข้าออกทุกทาง และให้กระจายกำลังกันค้นหาในจุดที่มีคนพักอาศัย จุดเก็บอาวุธและคลังเสบียง...ภูษณะสงสัยว่าพวกมันอุกอาจบุกเข้ามาแบบนี้ มีจุดประสงค์อะไรกันแน่

"เข้ามาน้อยคน เหมือน...พวกนักฆ่า" พชรโพล่งขึ้น

"แล้วมันจะฆ่าใคร ถ้าไม่ใช่แม่ทัพอย่างนาย" คำพูดของธามทำให้พชรสะดุ้งวาบนึกถึงท่านพ่อ เขาคว้าอาวุธรีบผลุนผลันออกไปทันที

ลำธาร กำลังตรวจอาการวาสิน เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณก็ตกใจ เธอจะกลับออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น โดยกำชับท่านวาสินห้ามเปิดประตูห้องให้ใครเด็ดขาด นอกจากพชร

"ระวังตัวด้วยนะคุณหมอ"

ลำธารพยักหน้า หันไปฉวยกรรไกรตัดผ้าก๊อซในกล่องเครื่องมือหมอ...แต่ไม่ทันที่เธอจะเปิดประตูออกไป ประตูก็ถูกถีบเข้ามาอย่างแรง คเชนทร์กับคามินถืออาวุธยืนจังก้า ลำธารรีบปกป้องวาสิน และเผลอเรียกชื่อเขาออกมา ทำให้สองนักฆ่าชะงัก เขม้นมองชายสูงวัย แล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

"ฮ่ะๆๆ ไอ้วาสิน ไม่น่าเชื่อ  คิดจะมาฆ่าลูกแต่กลับได้ตัวพ่อ สะใจจริงโว้ย  แกต้องชดใช้ที่เคยสั่งประหารพวกข้า...ไอ้วาสิน"

แล้วคามินก็พุ่งพรวดลากเอาตัววาสินออกไป คเชนทร์ลากลำธารตามหลัง ทั้งวาสินและลำธารดิ้นรนขัดขืนแต่ก็สู้แรงสองนักฆ่าไม่ได้...พชรเข้ามาเห็นร่องรอยการต่อสู้ ธามตามมาอีกคน เห็นกล่องอุปกรณ์หมอของลำธาร สองหนุ่มมองหน้ากัน รู้ทันทีว่าเกิดเหตุร้ายกับท่านวาสินและลำธารขึ้นแล้ว!

คเชนทร์กับคามินใช้วาสินและลำธารเป็นตัวประกันเพื่อเปิดทางหนีออกจากค่าย เวคินกับสมุนเลยไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามเพราะเกรงจะเป็นอันตรายต่อตัวประกัน และในที่สุดก็ต้องยอมเปิดทางให้พวกมันหนีออกไป
พชรกับธามตามมาเจอกลุ่มของเวคิน พอรู้ว่าคนร้ายทั้งสองพาวาสินกับลำธารออกนอกค่ายไปแล้วก็ร้อนรนเป็นห่วง พชรกับธามจะรีบติดตามไป โดยพชรให้พวกเวคินคุ้มกันอยู่ที่นี่ เพราะไม่รู้ว่าพวกคนร้ายมีแผนอะไรอีกหรือเปล่า

ต่อมาเมื่อบาจรีย์รู้ข่าวนี้จากภูษณะ บาจรีย์อยากจะตามภูษณะไปช่วยพวกพชรด้วย แต่ภูษณะไม่ยอม กำชับให้บาจรีย์ อยู่ดูแลเด็กและผู้หญิงซึ่งเป็นบุคคลอันเป็นที่รักของกองกำลังใต้ดินอยู่ที่นี่  ส่วนการติดตามคนร้ายขอให้เป็นหน้าที่ของพวกผู้ชาย

ด้านพาริณในห้องคุมขัง หลังได้ยินสัญญาณเตือนภัย พาริณก็ดิ้นรนร่ำร้องจะออกจากห้อง อยากรู้ว่าเกิดเรื่องอะไร แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมเปิดประตูให้ บอกให้พาริณทำใจให้สงบ ตอนนี้มีคนไปช่วยท่านวาสินแล้ว
"ใคร? ใครจับตัวท่านวาสินไป" พาริณตะโกนถามอย่างแตกตื่น

"ยังไม่รู้ แต่ว่ามันบุกเข้ามาทางทิศใต้"

"ทิศใต้...เป็นความผิดของฉันที่ไม่เฝ้าระวังจุดนั้น ฉันจะไปช่วยท่านวาสิน เปิดประตูเดี๋ยวนี้ บอกให้เปิดประตูไงเล่า"

"หากไม่ได้รับคำสั่ง ยังไงผมก็ปล่อยท่านไม่ได้"

พาริณทุบผนังห้องอย่างเจ็บใจตัวเองที่ไม่รับผิดชอบหน้าที่จนเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น

ooooooo

วาสินกับลำธารถูกสองนักฆ่าลากถูลู่ถูกังไปในป่า วาสินสงสารลำธารที่ต้องมาตกอยู่ในอันตรายโดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงปกป้องเธอด้วยการบอกคนร้ายให้ปล่อยเธอไป จะทำอะไรตนก็เชิญ ตนแก่แล้ว จะตายวันนี้ก็ไม่เสียใจ

"แก่แล้วยังอวดเก่ง ไม่ต้องท้า มีสิ่งดีๆรอแกอยู่แล้ว"

"ทำไม แกจะทำอะไร"

"บอกก็ไม่สนุกน่ะสิ ไป!" คเชนทร์ส่งสัญญาณให้คามินลากวาสินต่อไป ลำธารคิดอ่านหาทางรอด แกล้งร้องโอดโอยปวดท้อง จะขอไปทำธุระหลังพุ่มไม้ คามินทำท่าจะไม่ยอม แต่คเชนทร์ชิงตกลง แล้วควบคุมลำธารไปทางพุ่มไม้ ปล่อยให้คามินคุมตัววาสินอยู่ทางนี้

ลำธารเข้าไปหลังพุ่มไม้แล้วพยายามจะแก้เชือกที่มือตัวเองออก คเชนทร์รู้ทันอ้อมมาทางด้านหลังแล้วคุกคามจะทำมิดีมิร้าย แต่โชคดีเป็นของลำธารที่คามินตามมากำราบคเชนทร์เสียก่อน

"เฮ้ย ไม่ใช่เวลาเหลวไหล จัดการไอ้วาสินก่อน"

คเชนทร์จำต้องปล่อยลำธารทั้งที่แสนเสียดาย จากนั้นลำธารกับวาสินก็ถูกพวกมันลากขึ้นไปบนหน้าผา

"แกจำที่แห่งนี้ได้หรือไม่ไอ้วาสิน แกสั่งประหารพรรคพวกของเราที่นี่ วันนี้ข้าจะสังเวยร่างแกให้กับขุนเขา"

"เราจะหั่นแกออกทีละชิ้นๆ วางไว้ให้ทั่ว...เริ่มจากชิ้นนี้" คามินจ่อขวานไปที่ขาของวาสิน

"ไม่นะ พวกนายจะทำแบบนั้นไม่ได้นะ อย่า!" ลำธารร้องห้ามเสียงหลง แต่สองนักฆ่าไม่สน เงื้ออาวุธในมือจะฟันขาวาสิน ทันใดนั้นเองพชรกับธามเข้ามาทันเวลา ทำให้อาวุธของพวกมันพลาดเป้า แล้วเป็นฝ่ายถูกพชรกับธามเล่นงาน

แต่ด้วยพละกำลังที่แข็งแกร่งกว่าของสองนักฆ่าเดนตาย พชรกับธามเริ่มเป็นฝ่ายเสียเปรียบ และก่อนที่จะถูกพวกมันสับด้วยมีดและขวาน อดิศรได้พุ่งเข้ามาฟาดฟันทั้งคู่ด้วยดาบ จากนั้นการสู้รบของฝ่ายสองก็ดุเดือดขึ้นอีกครั้ง แต่ที่สุดคเชนทร์

กับคามินก็ต้องตัดสินใจโดดหน้าผาหนี เพราะภูษณะกับจ่าแสงตามมาสมทบด้วยอาวุธปืนครบมือ...ทันทีที่ร่างของทั้งคู่ร่วงลงสู่ผืนป่าเบื้องล่าง ภูษณะกับจ่าแสงวิ่งเข้ามากราดยิงซ้ำ แต่ก็ไร้ ร่องรอยของสองวายร้ายแล้ว

"ถ้ารอดไปได้ พวกมันก็ไม่ใช่คนแล้ว" อดิศรกล่าวอย่างมั่นใจ...

ooooooo

กลับมาถึงค่ายได้สักพัก พชรก็มุ่งหน้าไปที่ห้องคุมขังพาริณ  จัดการเปิดประตูปล่อยตัวพาริณออกมา

พาริณดีใจอยากจะขอบคุณและขอโทษต่อเรื่องที่เกิดขึ้น แต่พชรชิงตัดบทเสียก่อนว่า

"เธอยังไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เรื่องที่ผ่านมาเราจะถือซะว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น และมันจะไม่เกิดขึ้นอีกใช่หรือไม่"

"ท่านพชร หม่อมฉันขอโทษ...มันจะไม่เกิดขึ้นอีก...ไม่มีวัน"

บาจรีย์ตามหาพชร จนมาเจออยู่กับพาริณ บาจรีย์ ยังโกรธแค้นพาริณไม่หายตั้งป้อมจะเล่นงานเธออีก พชรรีบบอกบาจรีย์ว่า...พี่ให้อภัยพาริณแล้ว

"พาริณ...ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันจะไม่ก้าวออกมาเลย รู้ไหมว่าท่านวาสินเกือบถูกคนร้ายปลิดชีพ พี่พชรก็เกือบเป็นอันตราย ทั้งหมดมันเป็นเพราะเธอ จำใส่หัวไว้ เพราะเธอคนเดียว เพราะเธอละเลยหน้าที่ จนคนร้ายมันเข้ามาได้ ยังมีหน้าเรียกตัวเองว่าองครักษ์ได้อีกยังงั้นเหรอ"

พาริณเจ็บชาไปทั้งตัวจนพูดอะไรไม่ออก พชรรู้สึกเห็นใจพาริณ บอกบาจรีย์ว่าพอได้แล้ว

"อย่ามาห้ามน้อง ผู้หญิงไร้ยางอายคนนี้สมควรได้รับโทษ เธอทำเรื่องแบบนี้แล้วยังจะมีหน้ามายืนอยู่ต่อหน้าฉัน ต่อหน้าพี่พชรได้อีก เธอมันไม่คู่ควรกับความไว้ใจของพวกเรา"

พาริณสะอึกไปถึงหัวใจ วิ่งเตลิดออกไปทันที ลำธารที่เห็นเหตุการณ์โดยตลอดรีบตามไปขวางพาริณไว้ด้วยความสงสาร แต่พาริณกลับจ้องมองลำธารตาขวาง

"พาริณ...อยู่ด้วยกันที่นี่ อย่าหนีไปไหนเลยนะ" ลำธารขอร้องจากใจจริง

"เลิกทำดีตีหน้าซื่อกับฉันซะที อยากจะต่อว่าอะไรก็เอาเลย มันเป็นทีของเธอแล้ว เอาสิ"

"ฉันจะว่าเธอทำไม ฉันมาขอร้องให้เธออยู่...แล้วยังมีคนที่ต้องการให้เธออยู่ที่นี่ โดยเฉพาะพชร"

"อย่าเอาชื่อท่านพชรมาอ้าง เธออยากให้ฉันอยู่เพราะอยากเห็นฉันอับอายงั้นสิ อย่ามาทำดีกับฉัน มันน่าสมเพช เธอชนะฉันแล้ว เธออาจจะได้หัวใจท่านพชร แต่อย่าหวังว่าคนอย่างเธอจะซื้อใจฉันได้"

พาริณผลักลำธารกระเด็นไปด้วยความโมโห พอเหลือบไปเห็นบาจรีย์กับพชรตามออกมา พาริณก็รีบวิ่งหนีต่อไป โดยไม่ฟังเสียงเรียกของลำธารที่ห่วงใยเธอจริงๆ

ตอนที่ 12

ที่หน้าค่าย คณะของพชรพร้อมเคลื่อนกำลังพลแล้ว แต่ธามยังเหลียวซ้ายแลขวาเหมือนมองหาใครบางคน

"แล้วนี่อดีตขุนศึกร้อยสงครามหายไปไหนเนี่ย ว่าจะขอกำลังใจซะหน่อย"

"ได้ยินว่าท่านอดิศรไปให้ขวัญและกำลังใจหน่วยแพทย์ สากลน่ะ"

คำตอบของภูษณะทำเอาพชรชะงัก พอรู้ว่าอดิศรไปคนเดียวก็ยิ่งเป็นห่วง

"ไม่ต้องห่วงหรอก เอาฉันกับนายมามัดรวมกัน ฝีมือยังไม่ได้ครึ่งพ่อฉันเลย แล้วทางที่ไปหน่วยแพทย์ก็ปลอดทหารดารัณด้วย"

พชรคลายความกังวล สั่งทุกคนขึ้นรถ ได้เวลารบแล้ว... ขณะทุกคนทยอยกันเดินขึ้นรถ บาจรีย์ก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามาร้องเรียก ธามมองบาจรีย์อย่างจับผิด รีบดักคอไว้เลย

"นี่เขาจะไปรบกัน ไม่ได้ไปดูคอนเสิร์ต ถ้าคิดจะไปด้วยล่ะก็ ลืมไปเลยนะจ๊ะ"

"ฉันรู้แล้วย่ะนายล่ำ ฉันก็ไม่ได้จะไปด้วยซะหน่อย... หลีก" บาจรีย์ผลักธามแล้วเดินมายืนตรงหน้าพชรกับภูษณะ "บาจรีย์ขออวยพรให้พี่ภูกับพี่พชรปลอดภัยกลับมาพร้อมกับความสำเร็จนะคะ"

บาจรีย์โผเข้ากอดภูษณะ จากนั้นก็หันไปกอดพชร จังหวะนี้เองลำธารเดินเข้ามาพอดี เธอหยุดกึกแล้วค่อยๆถอยกลับไป โดยที่ธามมองตามน้องสาวอย่างเข้าใจความรู้สึก

ลำธารเดินกลับเข้ามาในห้องพยาบาล ธีรัชกระดี๊กระด๊าเข้ามาฉอเลาะ ก่อนนึกได้ถามลำธารว่าไปส่งพชรมาหรือเปล่า

"เปล่า" ลำธารตอบเสียงแผ่ว

"นี่ลำธาร ถึงน็อตจะรักและหวงลำธารสุดขั้วหัวใจ แต่น็อตก็รู้ว่าลำธารมีใจให้ท่านพชร อย่างน้อยๆไปให้กำลังใจซักหน่อยก็ยังดี น็อตได้ยินมาว่าการบุกคลังแสงครั้งนี้อันตรายมาก บางทีเจ้าชายอาจจะไม่มีโอกาสกลับมาอีกก็ได้ บอกตรงๆ ถึงน็อตจะทั้งหวงทั้งหึงลำธาร แต่นาทีนี้กำลังใจของลำธารสำคัญต่อท่านพชรมากที่สุดนะ"

ฟังธีรัชแล้วลำธารได้คิด ขอให้ธีรัชช่วยพาเธอตามขบวนของพชรไปด้วยรถมอเตอร์ไซค์ ธีรัชซิ่งรถโดยมีลำธารซ้อนท้ายไล่ตามขบวนของพชร แต่ดูท่าว่าจะตามไม่ทัน ลำธารจึงให้ธีรัชเปลี่ยนไปใช้เส้นทางลัด
ภายในรถยีเอ็มซีที่กำลังแล่นไป พชรเน้นย้ำกับทุกคนอีกครั้งว่า

"คลังแสงอยู่ไม่ไกลจากราชวังมินาลิน เราต้องใช้เวลาให้น้อยที่สุด หากมันไหวตัวทันอาจจะส่งกำลังมาเสริมได้อย่างรวดเร็ว ถึงตอนนั้นพวกเราจะลำบาก"

"ไม่ต้องห่วง ฉันจะปิดจ็อบให้เร็วที่สุด ฟังนะทุกคน สิ่งที่เราต้องทำคือขนเอาอาวุธของพวกมันมาให้มากที่สุด แล้วทำลายคลังแสงของมันซะ" ธามรับปากแข็งขัน ขณะคนอื่นๆก็ฮึกเหิมพร้อมสู้

แต่ทันใดรถเบรกเอี๊ยดจนทุกคนตกใจ  ต่างคว้าอาวุธอย่างระแวดระวังภัย พชรตะโกนถามว่าเกิดอะไรขึ้น...แทนคำตอบคือลำธารเดินกึ่งวิ่งมาจากหน้ารถ ที่ธีรัชจอดมอเตอร์ไซค์ ขวางอยู่ ทุกคนงงงันว่าลำธารมาได้อย่างไร แต่พชรผุดยิ้มขึ้นมาอย่างดีใจ

พชรลงมาคุยกับลำธารตามลำพัง โดยธีรัชจอดมอเตอร์ไซค์ รออยู่ไม่ไกล

"คุณตามมาทำไม รู้ไหมว่ามันอันตรายแค่ไหน"

"ฉันแค่เปลี่ยนใจอยากมาส่งนาย"

"คุณตั้งใจมาส่งผม?"

ลำธารพยักหน้ารับอย่างไว้ฟอร์ม แต่พชรยิ้มกว้างมีความสุขอย่างเปิดเผย

"ผมดีใจจริงๆ ที่คุณทำถึงขนาดนี้"

"ฉันก็แค่อยากตามมาให้กำลังใจนาย เพราะตอนนี้ชีวิตของชาวมินาลินฝากไว้ที่นาย ถ้านายทำสำเร็จ ได้ชัยชนะกลับมา ทุกคนก็จะมีความสุขกันซักที"

"ลำธาร...คุณก็รู้ว่าผมไม่เคยยอมแพ้ แต่ผมคาดเดาไม่ได้ว่าภารกิจนี้จะสำเร็จรึเปล่า แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าผมจะรอดชีวิตกลับมาได้ไหม แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ขอให้คุณจำไว้ว่า หัวใจของผมเป็นของคุณคนเดียว"

"นายอย่าพูดอย่างนี้สิพชร ยังไงนายก็ต้องปลอดภัยกลับมา นายต้องดูแลตัวเองดีๆรู้มั้ย สัญญากับฉันสิว่านายจะต้องไม่เป็นอะไร"

"ผมสัญญาว่าผมจะดูแลตัวเองและทุกๆคนให้ดีที่สุด เท่าที่คนอย่างพชรจะทำได้" พชรบีบมือลำธารที่เริ่มใจคอไม่ดี ตาแดงๆเหมือนจะร้องไห้

"ลำธาร...เราว่ารบกวนเวลาท่านพชรมากแล้วล่ะ กลับเถอะ" เสียงธีรัชดังขึ้นมา ลำธารจึงผละจากพชรกลับค่ายไปกับธีรัช โดยมีสายตาของพาริณมองตามไปอย่างไม่พอใจ

ooooooo

ในอาคารคลังแสง บรรดาทหารของดารัณเมามายไร้สติ บางคนถึงกับนอนเหยียดยาวหมดสภาพ...กระทั่งราชิตพร้อมทหารติดตามเดินเข้ามาเห็น ราชิตโมโหสุดขีดตะเบ็งเสียงสั่งทุกคนหยุดเดี๋ยวนี้ ทหารทุกคน
ถึงกับแตกตื่นตกใจลุกพรวดขึ้นทำเคารพราชิตทั้งเมาๆ

"ใครใช้ให้พวกเจ้ามาสนุกสนานกันอย่างนี้ นี่ถ้าเราไม่มาตรวจดูคงไม่รู้ว่าทหารของเราเหลวไหลแค่ไหน"

"ก็ท่านชาครบอกพวกเราเองว่าท่านราชิตเป็นคนจัดเตรียมสุราและอาหารเหล่านี้"

"ไอ้ชาครพูดอย่างนั้นเหรอ"

ทหารพยักหน้ารับ แล้วก้มหน้างุดอย่างกลัวๆ

"ไปล้างหน้าล้างตากันให้หมด เดี๋ยวพวกเจ้าทุกคนจะถูกลงโทษที่มาดื่มกินกันในหน้าที่ แล้วยังเมามายอย่างนี้ แล้วนี่ใครบอกได้บ้างว่าตอนนี้ชาครอยู่ที่ไหน"

ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ตอบไม่ถูก พลันเสียงโทรศัพท์ มือถือราชิตดังขึ้น ราชิตกดรับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

"มีอะไร...ฮะ! ใครวะที่บังอาจบุกเข้าสู่ราชวัง มันเป็นใคร...ควบคุมตัวไว้ก่อน เราจะรีบไป"

ราชิตตัดสายหน้าเครียด   เมื่อรับรู้ว่าบุคคลปริศนาผู้นั้นเป็นใคร

ooooooo

คณะของพชรใช้เส้นทางลับที่รู้มาจากชาครเพื่อบุกเข้าไปยังคลังแสง แต่พอถึงจุดหนึ่งซึ่งเป็นทางแคบ จึงต้องจอดรถแล้วเดินเท้าเข้าไป แต่ระหว่างทางมีทหารดารัณจำนวนหนึ่งที่เข้าเวร ธาม ภูษณะ และเวคินจึงจัดการทุกคนอย่างเงียบกริบด้วยมีด เสร็จแล้วธามกำชับคนขับรถให้เฝ้าอยู่ที่นี่ ถ้าตนยิงพลุไฟให้สัญญาณก็รีบเอารถมารับได้เลย

กำลังจะเข้าไปประชิดคลังแสง ชาครปรากฏตัวตรงหน้า... ทุกคนจ่อปืนใส่ชาครทันที ยกเว้นพชรที่ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจชาครดุจเพื่อนคนหนึ่ง

"ไม่ต้องระแวงชาครหรอก ขอให้เชื่อเราว่าชายคนนี้คือกุญแจสำคัญของเราในการทลายคลังแสงดารัณ นับแต่นี้ชาครจะร่วมรบร่วมตายกับพวกเรา หวังว่าคงไม่มีใครคัดค้าน"

ธาม ภูษณะ พาริณ เวคิน มองชาครอย่างประเมิน แต่ก็ไม่มีใครกล้าทัดทานพชร

"ผมมอมเหล้าพวกทหารที่เฝ้าคลังแสงแล้ว ด้วยสติที่ไม่เต็มร้อยของพวกมัน ง่ายต่อการที่พวกท่านจะกำชัย"

ชาครหยิบลังบรรจุระเบิดยื่นให้เวคิน "เก็บไว้ใช้สำรองยามที่จวนตัว...พวกท่านคงรู้ว่าหากทำลายคลังแสงได้ แผนสุดท้ายในการที่จะบุกประชิดราชวังก็คงไม่ใช่เรื่องยาก"

"เออ ฉันรู้ แต่ที่ยากก็คือถล่มคลังแสงนี่แหละ" ธามเสียงแข็งหน้าเครียด

"พวกเรา...เตรียมตัว" พชรสั่งเฉียบ ทุกคนกระชับอาวุธเตรียมพร้อมออกรบอย่างไม่เกรงกลัวต่ออันตราย...

รถประจำตำแหน่งของราชิตพุ่งเข้ามาเทียบรถจี๊ปของผู้มาเยือน ที่เจ้าตัวถูกทหารใช้ปืนจ่ออย่างไม่ยอมให้หนีไปไหนได้

"สวัสดีท่านราชิต ลูกน้องท่านต้อนรับผมซะสมเกียรติเลยนะ" อดิศรทักทายราชิตที่เดินตรงเข้ามา ราชิตส่งสายตาสั่งทหารให้ลดปืนลงทันที "ผมตั้งใจจะมาเยี่ยมหน่วยแพทย์อาสา แต่ดันหลงทางขับเข้าเขตราชวังซะได้"

"ราชวังมินาลินไม่ใช่สถานที่ให้ท่านนายพลเข้าออกโดยสะดวกเหมือนตอนที่ท่านวาสินครองราชย์ ท่านต้องการอะไร"

"เข้าเฝ้าท่านดารัณ"

"ในนามของใคร และเพื่อจุดประสงค์อะไร"

"ถ้าท่านดารัณรู้ว่าทหารเอกของท่านซักไซ้สหายคนสนิทของพระองค์เยี่ยงนักโทษ ท่านคงจะไม่พอใจนัก ท่านว่าไหมล่ะ"

ราชิตชะงักไป ไม่กล้าต่อปากต่อคำอีก อดิศรยิ้มอย่างผู้ที่เหนือกว่า...หลังจากนั้นไม่นาน อดิศรก็ได้เข้ามานั่งประจันหน้า กับดารัณในห้องรับรองชั้นดี ทั้งสองคนต่างเก็บอาการของตน ไว้ไม่ให้อีกฝ่ายล่วงรู้ความรู้สึกนึกคิด

"ดื่มให้แก่มิตรภาพอันแน่นแฟ้นของเรา" ดารัณยื่น แก้วไวน์ให้อดิศรชนแก้ว

"ปากท่านไม่เคยตรงกับใจเช่นเดิม ท่านก็รู้ว่ามิตรภาพของเราไม่เหมือนเดิมเท่าไรนัก ตั้งแต่ท่านก่อการกบฏล้มราชบัลลังก์"

"ระวังปากด้วย" ราชิตโพล่งขึ้นอย่างไม่พอใจแทนนาย

"ใจเย็นราชิต ท่านนายพลสหายเราก็เป็นเช่นนี้แหละ ปากกับใจตรงกัน เหมือนที่มาหาเราถึงวัง คงไม่ได้มาเพียงเพื่อเยี่ยมเยียน จริงไหมท่านนายพล"

"ถูกของท่าน...ผมมาในฐานะผู้ดูแลรับผิดชอบหน่วยแพทย์สากลที่มาปฏิบัติงานเพื่อมนุษยธรรมอยู่ในมินาลิน และขอชื่นชมที่ท่านให้ความสะดวกพวกเขาเป็นอย่างดี เว้นแต่..."

"เว้นแต่กบฏกองกำลังใต้ดินจับตัวแพทย์จากประเทศไทย สองคนไป และหนึ่งในนั้นก็คือลูกสาวท่านนายพล เราขอแสดงความเห็นใจแก่ท่าน ทางเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามสืบหา อยู่ทุกวิถีทาง และหากเราพบว่าค่ายกองกำลังมันอยู่ไหน เราจะฆ่าพวกมันทิ้งให้หมด เพื่อแผ่นดินมินาลินจะได้สงบสุขเสียที"

ดารัณยิ้มเหี้ยมเกรียม จ้องอดิศรอย่างจับพิรุธ แต่อดิศรก็เก๋าพอที่จะไม่หลุดให้เห็น

"หากท่านต้องอยู่ดูแลหน่วยแพทย์อาสา ในภาวะสงคราม เช่นนี้คงไม่ปลอดภัยต่อท่านนัก ในมินาลินมีที่ที่ปลอดภัยเพียงสองแห่งเท่านั้น แห่งแรกราชวังของเรา และแห่งที่สองก็คือค่ายกองกำลังใต้ดินของไอ้พวกกบฏ  หากไม่รังเกียจขอเชิญ ท่านพักอาศัยที่วังของเราเสมือนบ้านของตัวเอง"

"ผมคิดว่าสองที่นี่คือที่อันตรายที่สุดต่างหาก เพราะไม่ที่ใดที่หนึ่งคงจะถูกทำลายในไม่ช้า จริงไหมท่านดารัณ"

ดารัณโกรธแต่ยังเก็บอาการได้ พลันทหารนายหนึ่งเดินเข้ามากระซิบราชิต ดารัณเห็นสีหน้าราชิตก็สงสัย ถามว่ามีอะไรรึเปล่า?

"กองกำลังใต้ดินบุกเข้าคลังแสง ผมจะนำกองกำลังไปสมทบ"

"อะไรกันท่านราชิต กองกำลังใต้ดินมีเพียงหยิบมือ ถึงกับต้องขนกองทัพออกไปปราบปรามเลยเหรอ" คำทักท้วงของอดิศรทำเอาดารัณสะอึกไปด้วยความเจ็บใจ "แต่เอาเถอะ ทหารของท่านคงอ่อนประสิทธิภาพถึงปราบกบฏไม่ได้เสียที"

"ราชิต เจ้าตามไปสมทบที่คลังแสง อย่าพากองกำลังออกไป" ดารัณสั่งเฉียบ ราชิตอ้าปากจะท้วง แต่ดารัณชิงตัดบท "ไม่มีแต่...ไม่ได้ยินรึไงท่านนายพลดูถูกเจ้าอยู่ เจ้าไม่ขายหน้าหรืออย่างไร"

ราชิตรับคำสั่งโดยดี พลางชำเลืองมองอดิศรอย่างเจ็บแค้น... อาฆาต

ooooooo

แผนของชาครทำให้พวกพชรบุกเข้าไปถึงคลังแสงจนได้ แต่ขณะที่กำลังจะขนอาวุธใส่รถออกจากคลังแสง ชาครก็เข้ามาบอกพวกพชรว่าตอนนี้ดารัณรู้ข่าวแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานคงนำกำลังบุกมาถึงที่นี่ ทุกคนต้องรีบขนอาวุธแล้วออกจากที่นี่โดยด่วน ตนได้ เปิดทางให้แล้ว

"แล้วนายล่ะชาคร"

"ผมจะดูต้นทางให้อีกที หากมีเหตุจำเป็น ขอให้พวกท่านรุดหน้าไปทันที ไม่ต้องห่วง ไม่ว่ายังไงภารกิจนี้ต้องสำเร็จ"

"ขอบใจเจ้ามากนะชาคร เราจะไม่ลืมความภักดีของเจ้าที่มีต่อท่านพ่อ"

"เพื่อองค์วาสินและองค์รัชทายาทต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตกระหม่อมก็ยอม"

พชรจับบ่าชาครแน่นด้วยความซาบซึ้ง...ส่วนในวัง

มินาลิน อดิศรกำลังจะกลับ ดารัณตามออกมาส่งโดยมารยาท ไม่ทันที่อดิศรจะขึ้นรถ ทหารคนหนึ่งก็วิ่งมารายงานดารัณว่า ตอนนี้คลังแสงโดนทำลายแล้ว ดารัณสีหน้าโกรธขึ้ง ตรงข้ามกับอดิศรที่ยิ้มหยันก่อนขึ้นรถจากไป

"อดิศรเพื่อนรัก ถ้าเรารู้ว่าเจ้าร่วมมือกับกองกำลังใต้ดิน หัวเจ้าจะหลุดจากบ่า!" ดารัณคำราม ดวงตาดุดันเหี้ยมเกรียม...

หลังจากขนอาวุธขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว ภูษณะเร่งทุกคน ออกเดินทาง แต่พชรนึกห่วงชาคร อยากจะรอชาครกลับไปด้วย... ทันใดนั้นเอง เสียงปืนจากทหารดารัณดังสนั่นหวั่นไหว ชาคร วิ่งหลบหลีกหนีตายออกมาหาพวกพชร

"หนีไปเร็ว เดี๋ยวข้าจะกันไว้ให้"

ขาดคำของชาคร ราชิตและทหารกลุ่มหนึ่งรุกเข้ามาใกล้

"เจ้าต้องไปกับพวกเรา ราชิตฆ่าเจ้าแน่" พชรตะโกนสั่งชาคร

"ได้โปรดเชื่อข้าเถอะท่านพชร โปรดอย่ารอช้า เดี๋ยวทุกคนจะเป็นอันตรายกันหมด รีบไปสิท่านพชร"

พชรและทุกคนยิงต่อสู้กับพวกของราชิต ก่อนรีบขึ้นรถ... ไม่นานนักรถยีเอ็มซีแล่นออกไป ชาครควักระเบิดออกไปโยนสกัดพวกราชิต แล้วตัวเองก็วิ่งหนีไป

"พวกเจ้ารีบตามไอ้พชรไป อย่าให้มันหนี ส่วนไอ้ชาคร มันต้องตายด้วยมือของเรา"

ราชิตสั่งทหาร แล้วรุกเร่งตามชาครไปอย่างไม่คิดชีวิต ที่สุดก็ตามไปทันในระยะประชิด

"นึกไว้ไม่มีผิดว่าเจ้าจะต้องเป็นหนอนบ่อนไส้"

"ช่วยไม่ได้ ในเมื่อข้าจงรักภักดีต่อองค์วาสินเพียงผู้เดียว"

"ดี งั้นก็จงตายด้วยเงื้อมมือของข้า ที่ภักดีต่อองค์ดารัณผู้เดียวเช่นกัน"

ราชิตปราดเข้าต่อสู้กับชาคร ทั้งปืนทั้งมือเปล่า แต่ ชั้นเชิงของชาครดูจะด้อยกว่าราชิตมาก ไม่นานชาครก็เพลี่ยงพล้ำ หลายหมัด จนเลือดทะลักออกจากปาก

"จงจำไว้ ว่าผู้ที่เหมาะกับตำแหน่งเหนือหัวแห่งมินาลิน มีเพียงองค์ดารัณผู้เดียวเท่านั้น" ราชิตประกาศกร้าว หยิบมีดขึ้นมาเดินเข้าใส่ชาคร แต่ชาครคว้าฝุ่นดินสาดใส่หน้าราชิต แล้วฉวยโอกาสหลบหนีไปได้อีก แต่ราชิตก็ยังตามไม่ลดละ แล้วจัดการกับชาครด้วยมีดจนเลือดท่วมกาย

ฝ่ายพชรที่หนีรอดออกไปได้แล้ว เกิดเป็นห่วงชาครขึ้นมา พชรสั่งรถวนกลับไปยังคลังแสง เป็นเวลาที่ชาครวิ่งกระเสือกกระสนออกมา พชรโดดลงจากรถประคองชาครทันที

"เราจะพาเจ้ากลับไปที่ค่าย แข็งใจไว้ชาคร...ถ้าไม่มีเจ้า เราคงโจมตีคลังแสงดารัณไม่สำเร็จ เจ้าคือนักรบคนสำคัญของเรา"

ชาครน้ำตาไหล หายใจรวยริน บีบมือพชรแน่น "หากต้องตายเพื่อท่าน เพื่อมินาลิน นับเป็นเกียรติสูงสุดของชีวิต"

"อย่าพูดแบบนั้น เจ้าต้องรอด!"

แต่ในที่สุดชาครก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหว สิ้นลมทั้งดวงตาที่ยังเบิกโพลง   พชรเสียใจสุดซึ้งปิดเปลือกตาให้

ชาครหลับสนิท คนอื่นๆที่รายล้อมต่างเศร้าสลดกับการจากไป ของชาคร

ooooooo

รุ่งขึ้น  พิธีศพของชาครจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย  ทุกคนอยู่ในอารมณ์โศกเศร้า แม้แต่วาสินที่แม้จะยังจำอะไรไม่ค่อยได้ก็เกือบจะหลั่งน้ำตา เพราะชาครคือ คนที่ช่วยชีวิตเขาไว้...

เสร็จพิธี อดิศรย้ำเตือนทุกคนว่าหมดเวลาแห่งความเสียใจแล้ว แม้เราจะทำลายคลังแสงได้แต่ยังห่างไกลจากชัยชนะ... พชรเห็นด้วย กล่าวเสริมขึ้นทันที

"ซ้ำยังเติมเพลิงแค้นให้แก่ดารัณ นับแต่วินาทีนี้เตรียม รับมือการโจมตีของมันให้ดี"

ขณะเดียวกันนั้น ดารัณกำลังบ้าคลั่งกับความสูญเสียครั้งใหญ่ เดินพล่านทั่วกองบัญชาการ จนไปพบศพทหารตายเกลื่อน ดารัณกดสัญญาณเตือนภัย พร้อมตะโกนเรียกราชิตและทหารเอ็ดอึง

"ราชิต ทหาร อยู่ไหนกันหมดวะ นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรวะ"

พูดไม่ทันขาดคำ ดารัณก็สะดุ้งเฮือก เมื่อมีขวานและกริชมาจ่อที่คอของตนจากทางด้านหลัง

"เราสองคนรอวันที่จะฆ่าแกมานานแล้ว"

"พวกแกเป็นใครวะ"

"จำสองนักฆ่าเดนตายแห่งมินาลินไม่ได้รึไง"

พลันแสงไฟในห้องก็สว่างพรึ่บ พร้อมกับราชิตและทหารตรงเข้ามารุมล้อม ทุกคนจ่อปลายกระบอกปืนไปยังสองนักฆ่าจอมโหด

"วางอาวุธลงเดี๋ยวนี้" ราชิตออกคำสั่ง

คเชนทร์กับคามินชะงัก เมื่อเห็นคนที่มันเอาอาวุธจ่อคอไม่ใช่คนที่พวกมันต้องการฆ่า

"แกไม่ใช่วาสิน...ไอ้วาสินอยู่ที่ไหน"

"ข้ามาตัดหัวไอ้วาสิน มันต้องรับผิดชอบชีวิตพี่น้องของข้าด้วยความตาย"

"ไอ้โง่ วาสินมันตายไปแล้วโว้ย ท่านดารัณคือเหนือหัวคนใหม่แห่งมินาลิน"

สองนักฆ่าเดนตายมองหน้ากันอึ้งๆ นึกไม่ถึงว่าคนที่พวกมันอยากฆ่าชิงตายไปเสียแล้ว แต่ดารัณกลับยิ้มอย่างมีแผนการ

"วางอาวุธซะเถอะ เสียใจด้วยนะที่วาสินตายไปแล้ว แต่ทว่าลูกชายของมันยังคงมีชีวิตอยู่"

"ทายาทไอ้วาสินงั้นรึ ข้าจะเอาเลือดมันมาล้างเท้า มันอยู่ที่ไหน"

"ที่ไหนซักที่ ในป่าที่พวกเจ้าเคยหลบหนีคดีไงล่ะ มันคงไม่ยากที่จะตามล่ามัน พชร มันคือศัตรูของเรา ถ้าพวกเจ้าฆ่ามันได้ เราจะทำให้เจ้าสุขสบายไปทั้งชีวิต"

"ตกลง นับแต่นี้ท่านดารัณคือนายของพวกข้า" คเชนทร์ตอบรับทันทีทันใด ดารัณยิ้มพอใจ แต่ราชิตท่าทีหนักใจ รีบเข้าไปกระซิบดารัณ

"ท่านดารัณ ถึงพวกมันจะฝีมือดี แต่ท่านก็รู้ว่าพวกมันอันตรายเกินกว่าจะควบคุม"

"จะกลัวทำไม ในเมื่อมันก็กระหายอยากฆ่าพชร

อยู่แล้ว ถ้าชาครผู้ล่วงลับคืออาวุธสำคัญของพชร ไอ้สองคนนี้ก็คืออาวุธลับของเราเช่นกัน"

ดารัณแสยะยิ้มสะใจ ที่แปรเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสได้อย่างชาญฉลาด

ตอนที่ 11

ตอนกลางวันมีการประชุมเตรียมการรบภายในห้องบัญชาการ อดิศรร่วมฟังและแนะนำบางสิ่งบางอย่างที่เป็นประโยชน์ ซึ่งครั้งนี้พชรต้องการทำลายคลังอาวุธของดารัณ และมั่นใจด้วยว่าจะมีใครคนหนึ่งที่ช่วยพวกเราได้

ขณะเดียวกัน ดารัณซึ่งรับรู้ความเป็นไปของชาครจากราชิตก็กำลังวางท่าคุกคามข่มขู่ชาครที่สูญเสียดวงตาไปแล้วหนึ่งข้าง

"ในฐานะที่เราเป็นเจ้าของแผ่นดินนี้ ใครที่มันคิดก่อการกบฏมันต้องตาย จริงไหมชาคร ทหารเอกของเรา"

"ครับ กบฏกองกำลังใต้ดินมันสมควรตาย"

"พวกเจ้าไปได้แล้ว เราอยากคุยกับราชิตเพียงลำพัง"

ทหารทุกคนปฏิบัติตามคำสั่ง รวมทั้งชาครที่แอบเหลือบมองดารัณอย่างหวั่นๆ ก่อนเดินพ้นไป

"ไอ้หนอนบ่อนไส้มันคือชาคร" ดารัณคำรามขึ้นทันทีที่อยู่ตามลำพังกับราชิต

"ท่านรีบด่วนสรุปไปรึไม่ ผมยังคิดว่ามันไว้ใจได้"

"ที่เราเป็นใหญ่มาได้ทุกวันนี้ เพราะเราไม่เคยปล่อยให้ สิ่งที่น่าสงสัยเล็ดลอดไป เจ้าก็รู้ แต่ในเมื่อเจ้าเชื่อใจชาคร เราจะให้โอกาสมันพิสูจน์ตัวอีกครั้ง"

"แต่ผมจะส่งคนไปจับตาดูพฤติกรรมมันทุกฝีก้าว"

"ดี...ถ้าไอ้หนอนตัวนี้มันถูกไฟจี้ มันต้องเต้นแน่ แล้วทีนี้ถ้ามันเผยธาตุแท้ออกมา เจ้าก็จง...ฆ่ามันซะ" ดารัณไม่พูดเปล่า ยิงปืนไปยังเป้าซ้อมจนกระสุนหมด เป้าซ้อมแตกกระจุย ราชิตพยักหน้ารับคำสั่ง และรับรู้ได้ถึงความเหี้ยมของเจ้านาย

จากนั้นไม่ว่าชาครจะไปที่ใด ราชิตก็ส่งทหารตามประกบทุกฝีก้าว แต่ชาครก็ยังอุตส่าห์ติดต่อกับพชรผ่านทางคนกลางจนได้ ซึ่งเธอก็คือแม่ค้าในเมืองนั่นเอง...

ตกเย็น ลำธารกำลังจะออกจากเรือนพักของพชร หลังมาช่วยดูแลและพยายามฟื้นความจำให้วาสินตลอดทั้งวัน จังหวะนี้พชรกลับเข้ามาพอดี วาสินจึงให้พชรเดินไปส่งลำธาร แต่ทั้งคู่เดินออกไปไม่ทันจะพ้นเรือนพัก พาริณก็ปรากฏตัวอาสาไปส่งลำธาร พชรท่าทีลังเลเพราะอยากไปส่งลำธารด้วยตัวเอง พาริณจึงย้ำอีกครั้งว่า

"ท่านทำภารกิจมาทั้งวันแล้ว ควรจะต้องพักผ่อน อย่าให้มีคนตำหนิหม่อมฉันเลย ว่าปล่อยให้ผู้นำของเราต้องเสียเวลาไปกับ...เรื่องอื่น"

"ที่ฉันจะไปส่งคุณลำธารไม่ใช่เรื่องเสียเวลา ลำธารเป็นคนดูแลท่านพ่อของฉัน"

"ไม่เป็นไร พาริณพูดถูก คุณควรจะไปพักผ่อนมากกว่า ให้พาริณไปส่งน่ะดีแล้ว"  ลำธารตัดบทจนพชรนิ่งไป  พาริณจึงผายมือเชิญลำธาร แล้วขณะสองสาวเดินตามกันไป ต่างคนต่างไม่พูดอะไรกัน ทำให้ลำธารรู้สึกอึดอัดจนต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปาก

"ส่งแค่นี้ก็พอ เธอเองก็เหนื่อยมาทั้งวันเหมือนกัน กลับไปพักเถอะ"

แต่พาริณยังไม่หยุดเดิน ลำธารเห็นความดื้อของพาริณ พึมพำขึ้นมาเบาๆ

"นอกจากพชร คงไม่มีใครสั่งเธอได้สินะ"

"ฉันต้องส่งเธอให้ถึงที่ เพราะถ้ามีอะไรผิดพลาด ท่านพชรก็อาจจะต้องมาคอยเป็นห่วงเธอโดยไม่จำเป็น"

"ฉันก็ไม่ได้ขอให้เขาต้องมาเป็นห่วงนี่ เธอเองก็รู้ดีว่าใครคือคนที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา ไม่เห็นต้องกลัวว่าเขาจะมาวุ่นวายอะไรกับฉันอีก" ลำธารตอบโต้ด้วยความโมโหก่อนจะเดินต่อไป

"เดี๋ยว..." พาริณก้าวไปขวาง มองลำธารด้วยสายตาไม่เป็นมิตร "ใช่ ฉันรู้ว่าใครสำคัญที่สุดสำหรับท่านพชร ฉันถึงต้องคอยดูแลไม่ให้คนอื่นๆเห็นเธอกับท่านพชรแล้วเข้าใจผิดยังไงล่ะ ยิ่งเธอมารักษาท่านวาสินอย่างนี้ด้วย"

"นี่เธอมองว่าเรื่องที่ฉันมารักษาท่านวาสินมีเจตนาแอบแฝงงั้นเหรอ"

พาริณนิ่งไม่พูดอะไร แต่สายตาแข็งกร้าวนั้นตอบแทนอยู่แล้ว ลำธารถึงกับโกรธจี๊ดที่ถูกเข้าใจผิดๆ เน้นย้ำอย่างมีอารมณ์

"ฉันรักษาท่านวาสินตามจรรยาบรรณของหมอ ถ้าเธอมองเป็นอย่างอื่น ก็ไม่ต้องมาทำอะไรเพื่อฉัน เพราะฉันไม่ต้องการการช่วยเหลือที่ไม่จริงใจ!"

ลำธารผละไปแล้ว พาริณมองตามตาขวาง ไม่เชื่อในสิ่งที่ลำธารพูด

ด้วยความปรารถนาดีต่อพชรและอยากเอาชนะลำธาร บาจรีย์หาวิธีช่วยฟื้นความจำให้วาสินท่านพ่อของพชรด้วยการแอบพาเขาออกไปทาง ป่าที่คุ้นเคย แต่แล้วการไปครั้งนี้กลับทำให้เกิดเหตุการณ์ยุ่งยากเกินแก้ไข เมื่อวาสินปวดหัวและคลั่งจะทำร้ายบาจรีย์ แต่ตัววาสินเองกลับเสียหลักล้มหัวฟาดต้นไม้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ขณะที่บาจรีย์ตกใจทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้น ลำธารตามมาทันและพยายามจะพาวาสินที่สลบไปแล้วกลับมายังค่าย ฝ่ายธามและคนอื่นๆพอรู้ว่าบาจรีย์ วาสิน และลำธารหายไป ทุกคนเป็นกังวลและเป็นห่วง กลัวทั้งสามคนจะได้รับอันตรายจากทหารของดารัณ ขณะเดียวกันพชรก็ไม่อยู่ เขาออกไปพบชาครตามนัดเพื่อวางแผนเข้าโจมตีคลังแสงของดารัณทางเส้นทางลับ ซึ่งการพบกันครั้งนี้ของชาครกับพชรก็ทำให้พชรเกือบถูกทหารของดารัณสังหาร ถ้าไม่ได้ชาครเสี่ยงชีวิตช่วยเอาไว้

ทหารทั้งสามคนของดารัณถูกชาครฆ่าตายหมด จึงหมดโอกาสกลับไปรายงานดารัณ นั่นยิ่งทำให้พชรรู้สึกดีกับชาคร และให้ความไว้วางใจเขามากขึ้น

เมื่อพชรแยกจากชาครกลับมาถึงค่าย เป็นเวลาที่ธามกำลังจะออกไปตามหาลำธาร ธามจึงฉุดพชรไปด้วยกัน แล้วค่อยเล่าเรื่องราวให้ฟังขณะเดินทาง...เป็นความโชคดีที่ธามกับพชรตามไป เจอลำธารกับบาจรีย์กำลังพยายามจะพาวาสินกลับค่ายอย่างทุลักทุเล เมื่อทุกคนพาวาสินกลับมาถึงค่าย ปรากฏว่าวาสินอาการน่าเป็นห่วงเพราะเสียเลือดมาก ลำธารตัดสินใจให้เลือดซึ่งเป็นกรุ๊ปเดียวกับวาสินทันที ทำให้วาสินพ้นขีดอันตราย แต่ยังคงต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป

บาจรีย์รู้สึกผิดอย่างมากจนไม่กล้าสู้หน้าพชร เดินปาดน้ำตาแยกตัวออกไป ธามที่ภายนอกดูเหมือนไม่ได้สนใจไยดีบาจรีย์ แต่ลึกๆแล้วเขาเป็นห่วงเธอไม่น้อยเหมือนกัน ธามตามไปปลอบบาจรีย์ที่กำลังร้องไห้เสียใจเพราะคิดว่าพชรคงเกลียดเธอแล้ว

"นี่คุณ...ถึงคุณจะทำเรื่องยุ่งๆ แต่อย่างน้อยคุณก็หวังดีต่อท่านวาสินและพชร เอางี้ ผมไม่อยากเห็นคุณเศร้า ผมมีวิธีทำให้พชรรู้สึกดีกับคุณ สนใจไหมล่ะ"

บาจรีย์ชะงักไป สนใจธามขึ้นมาทันที...ธามชี้มือไปที่ครัว

"ทำอาหารดีๆ อร่อยๆ ให้พชรกับท่านวาสินสิ"

"ช่วยได้จริงๆเหรอ"

"จริง...ไอ้ของหยั่งงี้มันต้องใช้เสน่ห์ปลายจวัก เชื่อผมสิ" ธามยิ้มให้อย่างจริงใจ จนบาจรีย์รู้สึกเบาใจและมีความหวังขึ้นมา...

ในห้องพยาบาล พชรนั่งกุมมือวาสินที่ยังไม่ฟื้น ลำธารยืนมองอย่างเข้าใจความรู้สึกของพชร แล้วบอกกับเขาว่า

"ท่านวาสินหลับเพราะฤทธิ์ยา หากท่านฟื้นขึ้นมาฉันอยากให้ท่านเจอหน้านายคนแรกนะ นายคือคนที่ท่านวาสินไว้ใจและรู้สึกปลอดภัยมากที่สุด"

"ขอบคุณนะครับ ถ้าไม่ได้คุณช่วย ไม่รู้ว่าท่านพ่อจะเป็นตายร้ายดียังไง คุณมีบุญคุณต่อผมและพี่น้องชาวมินาลินทุกคน" พชรไม่พูดเปล่า ลุกมาสวมกอดลำธารด้วยความรัก ลำธารเกือบจะกอดตอบเขาอยู่แล้ว แต่นึกขึ้นได้ว่าไม่เหมาะ จึงหักห้ามใจดันตัวเขาออกห่าง

"ฉันจะไปพักหน่อยนะ ถ้ามีอะไรให้คนไปเรียกฉันก็แล้วกัน"

พชรพูดไม่ออก ได้แต่เศร้าหมองมองตามเธอไป...

ส่วนที่ห้องครัว   บาจรีย์กำลังต้มข้าวต้มหม้อใหญ่ โดยมีธามยืนกำกับการอยู่ข้างๆ

"อีกนิดนึงจะได้เข้าน้ำเข้าเนื้อละ น่านอย่างนั้น"

"นี่นายก้ามปู ให้ฉันทำเยอะไปไหมเนี่ย ท่านลุงวาสินกับพี่พชรจะทานหมดเหรอ"

"ทำๆไปเหอะน่า อย่าบ่นเลย"

บาจรีย์เทหัวหอม ผักชี กระเทียมเจียวใส่ในข้าวต้มเป็นขั้นตอนสุดท้าย แล้วคนจนกลิ่นหอมโชยกรุ่น ธามเห็นว่าเสร็จเรียบร้อยดีแล้วก็หยิบนกหวีดขึ้นมาเป่ายาวนานจนบาจรีย์แสบ แก้วหู

"นายล่ำ ทำบ้าอะไรของนาย"


ทันใด ธีรัช จ่าแสง และสหายอีกกลุ่มใหญ่ก็โผล่กันเข้ามาพรึบพรับพร้อมชามกับช้อนในมือ

"มากันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วใช่มั้ย ขอเชิญชิมข้าวต้มฝีมือเจ้าหญิงบาจรีย์"

"ขอบคุณครับเจ้าหญิง" ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียว แต่บาจรีย์ทำหน้าเหวอๆ

"นี่มันหมายความว่ายังไงเนี่ย"

"จะยังไงซะอีกล่ะ ผมก็ไปบอกเจ้าพวกนี้ว่าคุณทำข้าวต้มเลี้ยงทุกคนน่ะสิ ดูซิเนี่ยเขามารอกินข้าวกันหน้าสลอนแล้ว เอ้าตักๆซะสิ"

ทุกคนเข้าแถวรอคิว บาจรีย์ต้องปล่อยเลยตามเลย ตักข้าวต้มให้ทุกคนอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่พอได้ยินทุกคนชมเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยมาก กินแล้วหายเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวัน บาจรีย์ถึงกับอมยิ้มรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เดินกลับไปทางเรือนพักด้วยความสบายใจ

ธามเดินตามมาขวางเธอไว้ มองเธอยิ้มๆจนเธอแปลกใจ ถามเขาว่ายิ้มอะไร?

"ก็ยิ้มตามคุณน่ะสิ ไง รู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้วใช่มั้ย"

"ทำไม? ทำไมฉันต้องรู้สึกดีด้วย นายหลอกให้ฉันทำอาหารให้คนพวกนั้นกิน"

"เพราะผมอยากช่วยคุณ"

"อยากช่วย..."

"บาจรีย์ คุณหมกมุ่นแต่เรื่องของตัวเองมากเกินไป คุณสนใจก็แต่พชร อะไรๆก็พชร แต่คุณรู้มั้ยว่าคุณยังมีประโยชน์ คุณน่ะทำดีให้กับคนอื่นๆได้อีกตั้งเยอะ แบ่งเวลาเอาใจพชรหันมาใส่ใจคนอื่นๆรอบตัวคุณบ้าง แล้วคุณจะมีความสุขมากขึ้น"

"แต่ความสุขอย่างเดียวของฉันคือได้เป็นคนพิเศษของพี่พชร" พูดแล้วบาจรีย์ก็เดินหนีไป ธามเข้าใจจึงไม่ตามตอแยเธออีก ได้แต่พึมพำกับตัวเองอย่างเป็นห่วง

"แต่คนพิเศษของพชรมีได้แค่คนเดียว แล้วอาจจะไม่ใช่คุณก็ได้"

ooooooo

ดึกแล้ว วาสินยังคงหลับสนิท พชรนั่งเฝ้าอยู่ ข้างเตียง ลำธารหายไปพักใหญ่ๆก็กลับเข้ามาอีกครั้ง บอกให้พชรไปพัก เธอจะเฝ้าท่านวาสินเอง พรุ่งนี้เขาต้องออกไปรบอีกไม่ใช่เหรอ

"คุณห่วงผม"

"ใช่ ฉันเป็นห่วงนาย ถ้าเห็นแก่ฉัน นายต้องห่วงตัวเองบ้างนะ"

"ลำธาร...ความรู้สึกที่คุณมีให้ผม มันยังไม่เปลี่ยนไปใช่ไหมครับ"

"ฉันไม่พร้อมจะคุยปัญหาที่มันผ่านมาแล้ว ฉันไม่อยากรื้อฟื้นมัน ปล่อยให้มันเป็นสายลมที่พัดผ่านไปเถอะพชร"

"แม้ว่าเราจะไม่เข้าใจกันอย่างนั้นเหรอ"

"บางทีการที่ฉันไม่รับรู้ปัญหาของนายมากไปกว่านี้ คงทำให้ฉันอยู่ที่นี่ด้วยความทุกข์ที่น้อยลง"

พชรเศร้าสลดก่อนหันหลังเดินจากไป ลำธารเองก็เศร้า ถอนใจระบายความกลัดกลุ้มกับปัญหาหัวใจที่คาราคาซัง

"พชร...ฉันกลัวที่จะรู้เหตุผลว่าทำไมเราถึงรักกันเหมือนเดิมไม่ได้"

สิ้นเสียงบ่นของลำธาร พาริณปรากฏตัวทันที หลังจากแอบดูทั้งคู่อยู่ตั้งแต่แรก

"ฉันเห็นด้วยที่เธอไม่ควรรับรู้ แต่ความจริงมันก็คือ

ความจริง สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับความรักก็คือการที่ไม่มีวันรักกันได้ อีกไม่นานหรอก เธอจะเข้าใจมันเอง"

"ไม่มีวันรักกันได้...เธอหมายความว่ายังไง"

พาริณเหยียดยิ้มไม่ตอบ เดินจากไปด้วยความสะใจ ลำธารหันมองตามอย่างค้างคาและข้องใจในสิ่งที่พาริณต้องการจะสื่อ

แยกจากลำธารมาแล้ว พาริณรีบแอบเข้าไปในห้องพักของพชรเพื่อขโมยสร้อยรักเท่าชีวิตที่บาจรีย์อยาก ได้ไว้ครอบครอง แล้วพาริณก็ได้สร้อยนั้นมาเก็บไว้สมใจ โดยที่พชรไม่ได้เอะใจสงสัย เมื่อเดินมาเห็นพาริณตรงหน้าห้อง ซึ่งพาริณบอกว่ามาตรวจดูความปลอดภัยให้เขา พอพชรเข้าห้องไปแล้ว พาริณก็ยิ้มร้าย ก้มมองสร้อยในมือตัวเองอย่างมาดหมาย

"ท่านพชรจะไม่มีโอกาสให้สร้อยรักเท่าชีวิตแก่ใครอีกต่อไป...ตลอดกาล"

ooooooo

เช้าขึ้นเป็นวันที่คณะของพชรต้องออกโจมตีคลังแสงของดารัณตามที่วางแผนกันไว้ ซึ่งพชรจะใช้ เส้นทางลับที่ล่วงรู้มาจากชาคร และขณะที่คณะของพชรเตรียมความพร้อมเพื่อจะออกเดินทางจากค่าย ชาครก็ได้ไปปรากฏตัวที่คลังแสง ทั้งที่ไม่มีคำสั่งใดๆจากดารัณหรือราชิต แต่ชาครอ้างชื่อดารัณเพื่อให้ทหารทุกคนยำเกรง

"ท่านดารัณให้เรามาเพื่อให้กำลังใจพวกเจ้าทุกคน และต้องการขอบคุณที่พวกเจ้าสวามิภักดิ์ต่อท่านดารัณ ด้วยการจัดงานฉลองเล็กๆเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจให้พวกเจ้าในการร่วมรบเพื่อ องค์ท่านดารัณ"

ทหารทุกคนยิ้มแย้มให้กันด้วยความตื่นเต้น ระหว่างนี้เองชาวบ้านชายสองคนยกลังบรรจุขวดเหล้าเข้ามาวาง

"นี่เป็นเพียงของกำนัลเล็กน้อยจากท่านดารัณ ด้านในข้าได้จัดเตรียมอาหารเอาไว้แล้ว ขอให้พวกเจ้าทุกคนเฉลิมฉลองกันอย่างเต็มที่"

ทหารทุกคนดีใจทำท่าจะแยกย้ายกันไปสังสรรค์ แต่ ทันใดทหารคนหนึ่งก็ตะโกนขึ้นมา ทำให้คนอื่นๆหยุดชะงักกันไปหมด

"เดี๋ยวก่อน...ท่านช่วยตอบคำถามผมสักข้อได้ไหมท่านชาคร"

"ว่ามา"

"ทำไมในเวลาที่แผ่นดินกำลังระส่ำระสาย เต็มไปด้วยกบฏแห่งค่ายกองกำลังใต้ดินอย่างนี้ ท่านดารัณถึงยังมีความประสงค์จะให้พวกเราเฉลิมฉลองอีก"

ชาครหน้าเสียไปนิด แต่พยายามควบคุมสถานการณ์ อย่างใจเย็น

"เอาล่ะ ถ้าเจ้าอยากรู้ความจริง ข้าก็จะยอมบอก ความจริงท่านดารัณไม่ได้เป็นคนจัดเหล้ายาและอาหารมาเลี้ยงพวกเจ้าหรอก แต่คนที่จัดการทุกอย่างในวันนี้คือท่านราชิต"

"ท่านราชิตงั้นเหรอ"

"ถึงแม้ท่านราชิตจะเป็นคนจริงจังและมุ่งมั่นกับการรบเพื่อท่านดารัณมากแค่ ไหน แต่ท่านราชิตก็เห็นใจทหารทุกคนที่เหน็ดเหนื่อยกันมาตลอด อีกอย่างการฉลองครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเจ้าจะได้ใช้ชีวิตอย่าง มีความสุข เพราะหลังจากวันนี้ ท่านราชิตได้วางแผนการรบใหม่ และพวกเจ้าอาจจะต้องผลัดกำลังออกไปรบ ซึ่งพวกเจ้าคงรู้ว่ามีไม่กี่คนที่จะโชคดีรอดชีวิตกลับมา...คราวนี้ยังสงสัย อะไรอีกหรือไม่"

ทหารทุกคนเงียบกริบ สีหน้ามีแววกังวลกับภารกิจครั้งใหม่อย่างเห็นได้ชัด

พชรยังพยายามใกล้ชิดลำธารก่อนที่จะออกไปรบ แต่ลำธารก็พยายามเลี่ยงหลบเขา โดยใช้ธีรัชเป็นตัวช่วย...ตรงกันข้ามกับบาจรีย์ที่อยากใกล้ชิดพชร เธออุตส่าห์ทำอาหารอร่อยมาให้พชร แต่พชรกลับไม่สนใจ  แถมยังให้จ่าแสงเอาไปกิน  หลังจากบาจรีย์กลับออกไปแล้ว

ภูษณะเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความเห็นใจน้องสาว แล้วเดินตามไปปลอบบาจรีย์ที่หลบไปนั่งหน้าเศร้าอยู่คนเดียว

"แค่นี้ก็ท้อแล้วเหรอ"

"น้องไม่ได้ท้อ...แต่บางทีมันก็เหนื่อยใจนะพี่ภู รู้สึกเหมือนตัวเองทำอะไรก็ไม่ดีซักอย่าง ไม่เคยถูกใจพี่พชรเลย"

"บางทีเราอาจจะพยายามมากเกินไปก็ได้ น้องลองเป็นตัวของตัวเอง แล้วทำอะไรเท่าที่จำเป็นบ้างสิ"

"โธ่ พี่ภู ขนาดทำแทบตายพี่พชรยังไม่ค่อยพอใจ ไม่เห็นสนใจบาจรีย์เลย"

"เอาน่ะ อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ ยังไงสุดท้ายแล้วคนที่พชรจะอภิเษกสมรสด้วยก็ต้องเป็นน้องอยู่ดี พี่อยากให้น้องรอคอยอย่างเข้มแข็ง เหมือนที่พวกเราทุกคนไม่ท้อถอยต่อการกอบกู้มินาลิน อีกไม่นานมินาลินและมินทุก็จะรวมประเทศกันแล้ว ถึงวันนั้นน้องก็จะสมหวังในความรักเช่นกัน เชื่อพี่สิ"

ภูษณะเอามือลูบศีรษะน้องสาวอย่างปลอบโยน บาจรีย์ พยักหน้ารับรู้ แต่ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลย...ขณะเดียวกันนั้น พชรไปด้อมๆมองๆที่ห้องพยาบาลก่อนตัดสินใจเข้าไปขอเวลาคุยกับลำธารสักครู่ ลำธารบอกมีอะไร
จะพูดก็พูดได้เลย ตนกำลังยุ่ง

"ผมก็แค่อยากมาลาคุณเท่านั้นเอง พวกเราจะออกเดินทางไปบุกคลังแสงดารัณ แล้วผมก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเจอคุณอีกรึเปล่า"

ลำธารใจหายวาบ แต่ทำเหมือนไม่ใส่ใจ พูดโดยไม่มองหน้าเขา

"งั้นก็ขอให้โชคดีแล้วกัน"

"ขอบคุณ งั้นผมขอตัวไปก่อนนะ" พชรเดินหน้าเศร้าออกไป ลำธารเหลียวมองตามด้วยความเป็นห่วงเขาจับใจ

ooooooo

ตอนที่ 10

ที่ห้องบัญชาการรบของดารัณในเช้าวันต่อมา ดารัณระเบิดอารมณ์ต่อหน้าราชิตและทหาร แค้นใจที่ไม่สามารถจัดการกับพชรได้เสียที พอได้ยินราชิตบอกว่าส่วนหนึ่งที่พวกตนฆ่าพชรไม่ได้เป็นเพราะชาคร ดารัณก็โมโหฉุนเฉียวขึ้นมาอีก ถามหาชาครตอนนี้อยู่ที่ไหน?

ขณะนั้น ชาครไปอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งย่านชานเมือง ซึ่งที่นี่ชาครได้พาชายสูงอายุคนหนึ่งมาพักและเพียรมาดูแลไม่ขาด เพราะชายสูงอายุคนนี้คือคนที่ชาครเคารพเทิดทูนสุดชีวิต แม้ใบหน้าของเขาจะไม่เหมือนเดิม และความทรงจำก็รางเลือนเหมือนคนความจำเสื่อม แต่ชาครก็ยังจงรักภักดีมิเสื่อมคลาย แล้วยังพยายามจะฟื้นความทรงจำให้เขาด้วย...

ตั้งแต่เมื่อวานเย็น จนถึงเช้านี้พชรก็ยังไม่ยอมออกจากห้อง ขังตัวเงียบจนบาจรีย์ใจคอไม่ดี ยิ่งพอมาเคาะประตูเรียกเขาก็ยังเงียบกริบ บาจรีย์เลยคว้ามีดไม้จะพังประตูให้ได้ ภูษณะต้องมาห้ามบาจรีย์ และพูดตำหนิพชรที่ทำตัวอ่อนแอ พชรถึงยอมเปิดประตูออกมา   แต่ก็อยู่ในสภาพเหมือนคนไร้ วิญญาณน้ำเสียงเย็นชาไร้เยื่อใย

"ใช่ เราเป็นตัวปัญหา ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อน เพราะ ฉะนั้นอย่ามายุ่งกับเราอีก"

พ ชรเดินตัวปลิวออกไป บาจรีย์ค้อนพี่ชายก่อนวิ่งตามไปเรียกพชรให้หยุดก่อน แต่พชรก็ใจแข็งไม่ยอมหยุด ขนาดบาจรีย์สะดุดล้มร้องโอดโอย  พชรก็ยังไม่เหลียวกลับมามอง

"พี่พชร ทุกคนที่นี่ต้องการพี่ เป็นกำลังใจให้พี่ แต่พี่จะหันหลังให้พวกเรางั้นเหรอ"

"เราอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ ไม่ว่าใครก็อย่าตามเรามา"

"พี่ พชร...บาจรีย์ไม่ให้พี่ไป พี่จะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น" บาจรีย์ยันตัวลุกขึ้นวิ่งไปดึงมือพชร แต่เขากลับแกะมือเธอออกแล้วเดินลิ่วไป ภูษณะทนดูไม่ได้เข้ามาดึงน้องสาวไว้ สั่งห้ามไม่ให้ตามเขาไปอีก ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา เขายังไม่เห็นค่าของตัวเอง จะให้เราเห็นค่าเขาได้ยังไง...พชรได้ยินทุกคำประชดของภูษณะ แต่ก็ยังแข็งใจเดินต่อไป ธามที่เฝ้าดูเหตุการณ์ ตั้งแต่แรกกับลำธารถึงกับทนไม่ไหว เดินไปขวางหน้าพชรด้วยท่าทีฉุนๆ

"พชร เนี่ยน่ะเหรอที่นายบอกว่าจะกู้ชาติ"

"หยุดนะ ห้ามก้าวร้าวกับท่านพชร" พาริณก้าวเข้ามาสีหน้าดุดัน

"ถ้า ที่ฉันทำเรียกว่าก้าวร้าว ที่พชรทำเรียกว่าอะไร ฉัน จ่าแสง ลำธาร ทุกคนมาที่นี่เพื่ออะไรกัน มาดูนายท้อใจ ไม่ยอมรับความหวังดีจากใคร นายตอบแทนความตั้งใจของพวกเราแบบนี้เองเหรอ"

"ฉันบอกแล้วว่าห้ามก้าวร้าวท่านพชร" พาริณเตรียมจะหยิบมีด พชรรีบยกมือขึ้นห้าม...แล้วข่มใจ พูดสิ่งตรงข้ามกับใจตัวเอง

"พวกเจ้ากลับไปกันให้หมด มินาลินเป็นบ้านของเรา ไม่ใช่ที่ของพวกเจ้า"

ธา มอึ้งเมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่รักษาน้ำใจแม้แต่น้อยของพชร และเขายังมองมาที่ลำธารเหมือนจะบอกเธอด้วย จากนั้นเขาก็เดินผ่านไปโดยที่ไม่มีใครกล้าขวางอีก พาริณขยับจะตาม ก็ยังถูกเขาสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด

"โธ่เว้ย ไม่ต้องมาไล่หรอก สภาพอย่างนายไม่มีสิทธิ์

มา ไล่ฉัน รู้ไว้ซะด้วย" ธามตะโกนไล่หลังแล้วผละไปอีกทาง สหายร่วมค่ายต่างมองอย่างหมดหวังเมื่อพชรก้าวออกไป มีแต่ลำธารที่มองตามพชรด้วยแววตาที่เห็นอกเห็นใจ และเข้าใจอย่างสุดซึ้ง

ooooooo

ชาคร ยังขลุกอยู่ที่บ้านย่านชานเมืองกับชายสูงวัย ซึ่งชายผู้นี้ก็คือวาสิน ประมุขแห่งมินาลินที่ใครๆก็คิดว่าเขาตายไปแล้วด้วยน้ำมือดารัณ...ขณะชาคร พยายามฟื้นความจำให้วาสินอยู่นั้น ด้านนอกมีทหารคนหนึ่งเฝ้าสังเกตการณ์ เมื่อชาครรู้ตัวจึงไม่รอช้าที่จะออกไปจัดการ แต่พอเห็นเป็นทหารของดารัณ ชาครก็ชะงักมือ

"เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเราอยู่ที่นี่"

"ข้าเห็นรถของท่านจอดอยู่ไกลๆทางโน้น ว่าแต่ท่านมาทำอะไรที่แถบชานเมืองนี่"

"ไม่มีอะไร   ข้าแค่มาหาญาติ   ขอโทษที่ทำรุนแรง   ข้านึกว่าเจ้าเป็นคนร้าย"

ชาครผละไป ทำเนียนเหมือนไม่มีอะไร ทหารยังสงสัยแต่แกล้งหันหลังกลับ พอชาครลับตาก็พึมพำอย่างประหลาดใจ

"ทำไมถึงต้องระแวงพวกเดียวกันด้วย"

ooooooo

พ ชรหลบทุกคนขึ้นไปยืนบนหน้าผา สักพักได้ยินเสียงฝีเท้ามาทางด้านหลัง พชรตวาดโดยไม่หันกลับมามองด้วยซ้ำ "เราบอกแล้วว่าอยากอยู่คนเดียว ไม่ต้องการพบใคร"

"ป่านี้เป็นของนายคนเดียวรึไง"

พชรจำเสียงนี้ได้ดี ค่อยๆหันกลับมามองลำธาร...แม้ใจจะอ่อนยวบแต่เขาก็ฝืนยืนยันคำเดิม

"ผมบอกให้พวกคุณกลับไปไม่ใช่เหรอ คุณไม่ได้ยินรึไง"

"ได้ยิน สิ ก็ไม่ได้หูหนวกสักหน่อย แล้วใครบอกนายว่าฉันจะไม่กลับล่ะ...ฉันจะกลับก็ต่อเมื่อมินาลินกลับสู่ความ สงบสุขแล้ว....ฉันรู้ และทุกคนก็รู้ว่านายเสียใจมากขนาดไหน เสียใจจนให้อภัยตัวเองไม่ได้ แล้วที่นายออกปากไล่ทุกคน ก็เพราะไม่อยากจะให้ทุกคนมาเสี่ยงอีกใช่ไหมล่ะ แต่ว่าพวกเราน่ะไม่ถูกหลอกหรอกนะ นายอยากเสียใจแค่ไหน อยากอ่อนแอแค่ไหนก็ทำให้เต็มที่ แต่พอตัดสินใจจะเดินกลับเข้าไปในค่ายแล้ว ก็ขอให้ทิ้งความเสียใจ ความโกรธแค้น ความเจ็บปวดทิ้งทุกอย่างเอาไว้ที่นี่ แล้วกลับไปทำเพื่อชาวมินาลิน"

พชรอึ้งไป ไม่นึกว่าลำธารจะเข้าใจเขาได้มากขนาดนี้

"สิ่ง ที่ฉันบอกให้นายทำ ความจริงฉันเองก็อาจจะทำไม่ได้ ฉันอาจจะกระโดดลงไปข้างล่างเพื่อจะได้ไม่ต้องยอมรับความผิดพลาดที่ตัวเองก่อ ไว้ แต่ว่า...นายน่ะไม่เหมือนกัน เคยมีคนบอกฉันว่าคนบางคนไม่ได้เกิดมาเพื่อตัวเอง แต่เกิดมาเพื่อคนอื่น ถ้ามันไม่ใช่แค่คำพูดที่สวยหรู ก็ทำเพื่อชาวมินาลินให้สำเร็จซะก่อน แล้วจากนั้นจะทำอะไรก็ค่อยทำ ถึงตอนนั้นฉันจะไม่มาห้ามนาย จะไม่ห้ามอีกเลย"

"ลำธาร..." พชรครางเสียงแผ่ว

"จริงๆ นะ ฉันจะไม่รบกวนนายอีกจริงๆ" ลำธารพูดแล้วปาดน้ำตาทิ้ง พชรเข้าใจและซึ้งใจ เดินเข้าหาเธอเหมือนจะกอด แต่เธอกลับหันหลังวิ่งจากไปทันที

ooooooo

คืน นี้ที่เมืองไทย ศิรดาคิดถึงและเป็นห่วงลูกๆจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ขนาดอดิศรปลอบใจว่าธาม ติดต่อมาแล้วว่าเขาและน้องปลอดภัยดี   แต่หัวอกคนเป็นแม่ก็ยังอดห่วงลูกไม่ได้อยู่ดี ศิรดาไม่อยากนั่งรอเพียงอย่างเดียว ขอร้องอดิศรคิดหาทางช่วยลูกๆและ

ทุกคนทางโน้น สงครามยังอีกยาวเพราะดารัณโหดเหี้ยมผิดมนุษย์...อดิศรรับฟัง สีหน้าครุ่นคิดหาทาง

ส่วน ที่ค่ายกองกำลังใต้ดิน ธามทั้งผิดหวังและยังเซ็งไม่หายกับการกระทำของพชร ขณะธามนั่งคุยกับจ่าแสงตอนอยู่เวรยาม ธามสังเกตเห็นแสงไฟวับแวมมาจากด้านหนึ่ง จึงย่องไปทางต้นตอ ปรากฏว่าเป็นบาจรีย์ที่ส่องไฟฉายกึ่งเดินกึ่งวิ่ง พอถูกธามจู่โจมจับตัว บาจรีย์ตกใจร้องกรี๊ด

"นายล่ำ...ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ นายไม่มีสิทธิ์มาจับตัวฉันไว้แบบนี้นะ"

"ทำไมจะไม่มี ก็สิทธิ์ที่ผมต้องดูแลความเรียบร้อยของค่ายนี้น่ะสิ   คุณออกมาเพ่นพ่านทำอะไรลับๆล่อๆกลางดึก

ไม่ทราบฮึคุณเจ้าหญิง   แต่ถึงไม่บอกผมก็ทายถูก   จะลุยป่า

ไป หาพชรล่ะสิ คงเพิ่งจะหนีพี่ชายตัวเองออกมาได้ เฮ้อ เชื่อเขาเลย ผู้ชายเขาหนีขนาดนั้นแล้วก็ยังไปตามอยู่ได้ ผมไม่แปลกใจหรอกที่พชรเขาจะหนีคุณ"

บาจรีย์ฟังแล้วสะอึกอึ้งไปทันที น้ำตาค่อยๆเอ่อออกมาโดยที่ธามไม่ทันสังเกต

"เป็น ผู้หญิงต้องให้ผู้ชายมาวิ่งตามถึงจะถูก ทำแบบนี้ผู้ชายเขาก็จะยิ่งเบื่อ ยิ่งไม่อยากเจอ ไม่มีใครทนผู้หญิงขี้ตื๊อไหวหรอก เอ้า นี่เป็นใบ้รึไงคุณ ทุกทีเถียงคำไม่ตกฟาก" ทันทีที่จ้องเข้ามาใกล้ๆ ธามถึงสะดุ้งเฮือก "เฮ้ย พูดแค่นี้ทำไมต้องร้องไห้ด้วย"

"ใช่ นายพูดถูกทุกอย่าง ฉันมันทำตัวเหมือนคนไม่มีค่า ฉันรู้ รู้ว่าตอนนี้พี่พชรเขาไม่ต้องการเจอ แต่อย่างน้อยก็อยาก

เห็นว่าเขาปลอดภัยดี แค่นั้นก็ไม่ได้รึไง" บาจรีย์สะอื้นแรงขึ้น

จนธามทำตัวไม่ถูก   เก้ๆกังๆกว่าจะตัดสินใจแตะไหล่เธอเพื่อปลอบใจ

"คุณ...คือ...ตกลงคุณรักเขาจริงๆใช่รึเปล่า"

"เห็นอย่างนี้แล้วยังจะมาถามอีก สมองถั่วเขียวรึเปล่าเนี่ย"

"เออ ให้มันได้ยังงี้...ถ้าคุณรักเขา รู้ไหมว่าผู้ชายเขาต้องการอะไร เขาต้องการให้ผู้หญิงที่เขารักเชื่อมั่นในตัวเขา ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม คุณจะไม่เชื่อก็ได้ แต่ที่ผมพูด จริงหรือไม่จริงลองคิดดู คุณก็จะรู้"

แล้ว ธามก็เลี่ยงไปเพื่อให้บาจรีย์ตัดสินใจเอง บาจรีย์ นิ่งคิดสักครู่ก่อนจะเดินกลับไปทางเรือนพัก ธามแอบมองจากหลังต้นไม้ ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก

"เฮ้อ...ก็เป็นเด็กดีเหมือนกันนี่นา"

ooooooo

รุ่ง ขึ้นบาจรีย์ลงครัวแต่เช้า สักพักภูษณะร้อนรนเข้ามาตามบาจรีย์ไปดูพชรฝึกซ้อมกำลังพล สองพี่น้องดีใจมากที่เห็นพชรกลับมาเข้มแข็งดังเดิม พชรขอโทษทุกคนที่ทำให้ต้องเป็นห่วง   โดยเฉพาะธามที่เมื่อวานเขาพูดไม่ดี ทั้งที่ธามหวังดีและทำทุกอย่างเพื่อตนและคนมินาลิน

เป็นอันว่าธามยก โทษให้พชร ทุกคนพลอยสุขใจและมีความหวังที่จะทำภารกิจต่อไป แต่ภูษณะยังข้องใจอยู่อีกนิดว่าอะไรที่ทำให้พชรหายเป็นบ้าเป็นบอได้ พชรไม่ตอบแต่ส่งสายตาไปยังลำธาร พาริณสังเกตเห็น บาจรีย์ก็เช่นกัน เธอเลยควงแขนพชรแนบแน่นแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเด่นชัด...

หลังจากส่งทหารติดตามความเคลื่อนไหวของชาครจนค่อนข้างแน่ใจว่าชาครคิดไม่ซื่อ ดารัณจึงกำชับทหารให้ตามสืบต่อไป แล้วกลางวันวันนี้ทหารก็ได้แอบเข้าไปถึงบ้านที่วาสินพัก และเจอวาสินซึ่งหน้าแต่ทหารจำวาสินไม่ได้ แล้วถูกวาสินที่หวาดระแวงมีอาการคุ้มดีคุ้มร้ายใช้ก้อนหินทุบหัวจนชักขาดใจตายคาที่ ก่อนที่ชาครจะกลับมาเจอ

เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ชาครไม่ไว้วางใจอีกต่อไป และเพื่อความปลอดภัยของวาสิน  ชาครจึงตัดสินใจพาวาสินออกจากบ้านหลังนี้ทันที

พชรกลับมาทุ่มเทใจกายเพื่อการกอบกู้บัลลังก์อีกครั้ง แต่เมื่อโหมฝ–กซ้อมเกินไปก็รู้สึกอ่อนเพลีย บาจรีย์จึงเข้ามาปรนนิบัติดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้ลำธารรู้สึกเจ็บแปลบทุกทีที่เห็น แต่ความรู้สึกของพชรที่่มีต่อลำธารยังมั่นคงไม่แปรเปลี่ยน เมื่อมีจังหวะและโอกาสพชรจึงไม่รีรอที่จะปรับความเข้าใจกับลำธาร แต่ลำธารเองต่างหากที่ดูเหมือนจะขีดเส้นกั้นความสัมพันธ์ของเธอกับเขา เพราะยังไม่แน่ใจว่าพชรคิดยังไงกับบาจรีย์กันแน่

ตกเย็น ขณะที่พชรพยายามใกล้ชิดลำธาร เวคินก็เข้ามารายงานพชรว่ากองกำลังของเราจับตัวชาครได้พร้อมกับชายแก่อีกคน ซึ่งชาครบอกว่าชายแก่คนนี้เป็นคนที่พชรอยากพบมากที่สุด พชรสีหน้าแปลกใจ ก่อนจะตามเวคินไปพบชาคร แล้วก็ได้พบว่าชายแก่คนที่ว่าก็คือวาสินพ่อของเขานั่นเอง

พชรดีใจจนพูดไม่ออกที่พ่อซึ่งตนเองคิดว่าตายไปแล้วกลับยังมีชีวิตอยู่ คนอื่นๆก็พลอยยินดีกับพชรด้วย แต่ภายใต้ ความยินดีนี้ ภูษณะกับธามกลับยังไม่ไว้วางใจในตัวชาคร เพราะสิ่งที่ชาครทำอาจเป็นแผนตบตาให้ฝ่ายเราหลงเชื่อใจก็เป็นได้

"ขอให้จงเชื่อ...พวกท่านคงไม่รู้ว่าท่านวาสินเกิดความแคลงใจดารัณมานานแล้วว่ามันคิดจะก่อกบฏ เลยส่งข้าเข้ามาเป็นไส้ศึก นั่นหมายความว่าทุกความเคลื่อนไหวของดารัณ ข้าเท่านั้นที่ล่วงรู้"

"แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเจ้าไม่ใช่นกสองหัว" ธามยังเค้น

"ไม่ใช่แค่พวกท่านหรอกที่ระแวงข้า ข้ารู้ดีว่าราชิตเองก็คงคิดเช่นเดียวกัน แต่มันต่างกันตรงที่นกสองหัวตัวนี้เลือกที่จะภักดีต่อกษัตริย์วาสินต่างหาก ข้าต้องไปแล้ว ถ้ามีความเคลื่อนไหวของดารัณ ข้าจะรีบรายงานทันที"

ว่าแล้วชาครเดินลิ่วออกไปทางหน้าค่าย โดยมีสายตาของธามกับภูษณะมองตามอย่างก้ำกึ่งเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

ครู่ต่อมาที่ห้องพยาบาล วาสินอยู่ท่ามกลางผู้คนอย่างหวาดระแวงไม่ไว้ใจ ลำธารบอกพชรว่า การฟื้นความทรงจำเป็นเรื่องที่ทำนายไม่ได้ว่าผู้ป่วยจะฟื้นความจำได้เมื่อไหร่ แต่ผู้ป่วยส่วนหนึ่งก็กลับมาจำได้จริงๆ แต่อาจจะต้องใช้เวลาบ้าง บางทีเป็นเดือน หรือไม่ก็อาจจะเป็นปีๆ

"แล้วในเคสแบบท่านวาสินนี่ เราจะทำอะไรได้บ้าง" ธามซักด้วยความสนใจ

"ที่ทำได้ตอนนี้คือพยายามเรียกความทรงจำจากสิ่งที่คุ้นเคย ข้าวของ ผู้คน เรื่องราวต่างๆ พชร...คุณต้องอยู่เคียงข้างช่วยฟื้นความทรงจำให้กับท่านวาสิน"

"คุณหมอลำธารจะช่วยผมใช่ไหม"

บาจรีย์ฟังอยู่ด้วย มองมาที่ลำธาร ลำธารเห็นสายตาของบาจรีย์ ก็ตอบอย่างระวัง

"หมอต้องช่วยผู้ป่วยทุกคนอยู่แล้ว"

"ถ้าอย่างนั้นผมก็วางใจ ขอบคุณคุณมากนะลำธาร ถ้าไม่ได้คุณ ผมก็ไม่รู้จะช่วยท่านพ่อยังไง"

ลำธารนิ่งๆ ไม่พยายามแสดงความรู้สึก เพราะทราบดีว่าถูกสายตาของบาจรีย์จับจ้องมองตลอด...ทางด้านชาครที่กลับออกไปจากค่าย เขาบ่ายหน้าไปยังบ้านพักที่ชานเมืองแล้วเก็บหลักฐานทุกอย่างเผาทำลายจนไร้ร่องรอย

แต่แล้วเช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่ชาครกำลังจะกลับเข้าเมือง พลันราชิตและสมุนก็ปรากฏตัวราชิตไม่พูดพล่ามฟาดด้ามปืนเข้าท้ายทอยชาครจนล้มลงกับพื้น แล้วเตะเสยหน้าซ้ำอีกที

"ไอ้คนทรยศ!"

"ท่านราชิต นี่มันเรื่องอะไรกัน"

ราชิตส่งสัญญาณให้สมุนโยนศพทหารลงมาตรงหน้าชาคร...ชาครเห็นแล้วอึ้งไปทันที

"จำทหารคนนี้ได้มั้ย มันตามมาสอดแนมเจ้า แต่สุดท้ายเจ้าก็ฆ่ามัน ที่แท้ความผิดพลาดที่พชรมันรอดไปได้ทุกครั้งเพราะฝีมือแกนี่เอง ทำข้าเจ็บแสบนัก อย่าอยู่เลย"

ทหารสามคนล้อมเข้ามาพร้อมอาวุธปืนในมือ ชาครตกใจตะโกนลั่น

"เดี๋ยว! มันไม่ใช่อย่างที่ท่านเข้าใจ"

"เรื่องมาถึงขนาดนี้ ไม่มีทางเข้าใจเป็นอย่างอื่นได้"

ชาครตัดสินใจชั่วพริบตา หยิบตราประจำตำแหน่งของตัวเองออกมา แล้วโยนไปที่ศพทหาร

"ทำอะไร คืนตำแหน่งให้ก่อนตายยังงั้นเหรอ"

"ข้าให้มันไงล่ะ มันอยากจะได้ตำแหน่งของข้านักถึงกับไปเป่าหูท่านว่าข้าเป็นไส้ศึก มันเข้ามาจู่โจมจะเอาชีวิตข้า คงกะว่าข้าตาย มันจะได้ขึ้นแทน"

"ปากดีนัก คิดว่าข้าจะเชื่อรึไง ถ้าอย่างนั้นทำไมเจ้าถึงไม่รีบไปรายงาน"

"ก็ข้าตกผาไปพร้อมกับมัน...กว่าจะกลับขึ้นมาได้"

"เจ้าคิดว่าข้าจะใจอ่อนงั้นเหรอ รู้มั้ยว่าทำไมข้าสวา มิภักดิ์แก่ท่านดารัณ นอกจากลาภยศ นั่นก็เพราะข้าชอบความเด็ดขาดของท่าน อะไรที่ไม่ชอบมาพากล ก็ต้องปราบให้ราบคาบ"

ชาครใจแกว่ง คิดว่าไม่รอดแน่แล้ว ราชิตถอยห่างออกมา และให้สัญญาณแก่ทหารทั้งสามจัดการชาคร แต่ทันใดนั้นเองเกิดเหตุการณ์ที่ใครก็คาดไม่ถึง ชาครใช้มีดปาดเข้าที่ดวงตาข้างหนึ่งของตนจนเลือดสาดกระจาย

"ข้าไม่มีอะไรให้ท่านเชื่อ นักรบที่นายไม่เชื่อใจก็มืดมนดังคนตาบอด ข้าโง่ที่ปล่อยให้เพื่อนมาทรยศได้ ต้องได้รับผลตอบแทนเช่นนี้" พูดจบชาครลุกขึ้นอย่างไม่กลัวเกรง ทิ้งอาวุธทั้งหมดเดินโซเซออกไป ทหารตั้งท่าเล็งจะยิง แต่ราชิตกลับไม่พยักหน้า แล้วอีกครู่ต่อมา ชาครที่เดินหัน
หลังให้ก็ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว...ราชิตและทหารหายไปหมด ชาครโล่งอก แต่กุมแผลที่ตาอย่างเจ็บปวด

"ท่านวาสิน...ท่านจะต้องกลับมาจำความได้ และกลับมาเป็นมิ่งขวัญให้แก่มินาลินของเรา" ชาครพึมพำ กัดฟันอย่างแน่วแน่ที่จะต่อสู้เพื่ออุดมการณ์

ooooooo

ที่ค่ายกองกำลังใต้ดิน จ่าแสงได้รับรายงานว่ามีกลุ่มคนผ่านมาทางทิศเหนือ ท่าทางไม่ธรรมดา ธามจึงอาสาพชรออกไปดูด้วยตัวเอง ปรากฏว่ากลุ่มคนน่าสงสัยขนอาวุธจำนวนมากใส่โลงมา ที่สำคัญคนนำทีมก็คืออดิศร บิดาของธามนั่นเอง

ธามดีใจสุดๆ นำพาคณะของบิดาเข้าไปในค่าย พชรพอเห็นอดิศรก็ตะลึงอย่างคาดไม่ถึง

"ขอบคุณท่านนายพลมากจริงๆ ผมไม่รู้จะตอบแทนท่านได้ยังไง"

"อย่าคิดมาก ฉันมาในฐานะสหายของพ่อเธอ ไม่เกี่ยวกับทางกองทัพ อาวุธนี่ก็เทียบไม่ได้เลยกับน้ำใจที่พ่อเธอเคยมีต่อฉัน"

"เป็นเกียรติที่กองกำลังของเรามีนายพลผู้เชี่ยวชาญการศึกเช่นท่าน"

สิ้นเสียงสรรเสริญของภูษณะ ลำธารก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ตามด้วยธีรัชที่กระหืดกระหอบยิ่งกว่าเพราะตามลำธารแทบไม่ทัน

"พ่อ...นี่พ่อจริงๆใช่ไหมคะ ลำธารไม่ได้ฝันไปใช่ไหม"

"ลำธาร..."

"พ่อ! ลำธารได้เจอพ่อจริงๆ พ่อจริงๆด้วย" ลำธารกระโดดเข้าไปกอดพ่ออย่างโหยหาความรัก พชรมองสองพ่อลูกกอดกันแน่นด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ

หลังจากนั้นอดิศรขอไปดูเรือนพยาบาลสถานที่ทำงานของลำธาร  อยากเห็นว่าลูกสาวทำอะไรบ้าง  แล้วสิ่งที่เห็นก็ไม่ทำให้อดิศรผิดหวัง กลับรู้สึกชื่นชมและภูมิใจในตัวลูกสาวมากๆ

"ที่พ่อตัดสินใจมาที่นี่ เพราะลูกทำให้พ่อคิดได้ว่าเราควรมีส่วนช่วยเพื่อนมนุษย์คนอื่นที่เขาเดือดร้อนกว่าเรา...ว่าแต่ลูกดูผอมลงนะ มีอะไรที่ไม่สบายใจรึเปล่า"

"เปล่านี่คะพ่อ ก็ไม่มีอาหารฝีมือแม่ ลำธารจะกินเยอะเหมือนเดิมได้ยังไง ลำธารสบายดี จริงๆนะคะ"

อดิศรยังมองพินิจพิจารณาลูกสาว พอเห็นพชรเดินตามเข้ามา แล้วท่าทีลำธารเมินๆตึงๆ ยิ่งทำให้อดิศรสงสัยในความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีนักของทั้งคู่ พชรมาเชิญอดิศรไปพบวาสินที่เรือนพัก อดิศรทั้งแปลกใจและดีใจที่วาสินยังมีชีวิต และพร้อมที่จะช่วยฟื้นความทรงจำของวาสินกลับมาให้จงได้ โดยลำธารก็รับปากแข็งขันจะช่วยด้วยอีกแรง

แต่บาจรีย์รู้สึกไม่ชอบใจนักที่ลำธารได้ใกล้ชิดทั้งวาสินและพชร บาจรีย์พยายามเข้าแทรกจนบางครั้งทำให้การฟื้นความจำของวาสินหยุดชะงัก พชรรู้ว่าบาจรีย์ปรารถนาดี แต่เขาก็จำเป็นต้องพูด ทั้งที่รู้ว่าบาจรีย์อาจจะน้อยใจ

"พี่ไม่อยากทำร้ายน้ำใจน้อง แต่ดูเหมือนท่านพ่อจะรวบรวมสมาธิได้ยาก ตอนนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณหมอลำธารก่อนเถอะ"

บาจรีย์สะอึก ซ่อนความเสียใจไว้ไม่มิด

"ค่ะ ถ้าพี่พชรต้องการเช่นนั้น แต่น้องก็จะหาทางช่วยท่านลุงให้ได้ ถ้าคนอื่นทำได้ บาจรีย์ก็ทำได้เหมือนกัน" บาจรีย์พูดทิ้งท้าย พร้อมกับจ้องลำธารอย่างไม่ยอมแพ้...

ธามกำลังเพลินกับการตรวจเช็กอาวุธ พลันต้องสะดุ้งตกใจกับกิ่งไม้ที่ปลิวมาโดนศีรษะ

"โอ๊ย ใครวะ ปาลงมาได้ เดี๋ยวเจอจระเข้ฟาดหาง" ธามฮึดฮัดเดินหาที่มาของกิ่งไม้ ปรากฏว่าเป็นเจ้าหญิงจอมแก่นคู่ปรับของธามนั่นเอง

"จระเข้ฟาดหางเหรอ เอาสิ ถ้านายกล้า" บาจรีย์ ลอยหน้าท้าทาย

"เปลี่ยนใจละ ผมสู้ไม่ได้หรอก ผมกลัวคุณจะฟาดงวงฟาดงาใส่เอา"

บาจรีย์ไม่อยากตอแยจะเดินหนี ธามรีบเข้าไปขวาง กะแหย่เล่นสนุกๆ

"นี่ ปาไม้ใส่หัวคนอื่นแล้วจะชิ่งหนีไปง่ายๆเหรอคุณ"

"กะอีแค่กิ่งไม้เล็กๆ ทำไมต้องเจ้าคิดเจ้าแค้นด้วย เป็นผู้ชายซะเปล่า"

"คุณก็เป็นเจ้าหญิงซะเปล่า แทนที่จะมีความรอบคอบกว่านี้หน่อย เมื่อกี้ผมกำลังเช็กอาวุธอยู่ มีของลอยมาไม่รู้ตัว เกิดมันโป้งป้างขึ้นมาทำยังไง ที่คุณอยู่เนี่ยไม่ใช่สวนสนุกนะ ทุกย่างก้าวมันต้องรู้จักรอบคอบ"

"ใช่สิ ฉันมันไม่รอบคอบ ไม่รู้กาลเทศะ ไม่มีใครมาสนอกสนใจ ไม่อยู่ในสายตาใคร แถมไม่มีความรู้พอที่จะช่วยใครๆได้ด้วย สะใจนายรึยัง" บาจรีย์ใส่ฉอดๆราวกับอัดอั้นอะไรมา แล้ววิ่งพรวดจากไป ทิ้งธามยืนเกาหัวแกรกๆอย่างเป็นงง

ตอนที่ 9

เช้าขึ้น บาจรีย์ก็ก่อเรื่องขึ้นมาจนได้ เธอพลุ่งพล่านตามหาพชรไปทั่ว พอไม่เจอเขาก็วิ่งเข้ามาในสนามฝึกซ้อมที่ธามกับจ่าแสงกำลังฝึกทหารอยู่ ธามต่อว่าเธอด้วยความโมโห ก่อนอาสาพาไปยังเรือนพยาบาล แต่ก็ไม่พบพชร อีกทั้งรู้ว่าลำธารก็หายตัวไปเหมือนกัน

ธามเป็นห่วงสองคนที่น่าจะออก ไปข้างนอก เพราะรถของพชรไม่อยู่ ขณะที่บาจรีย์ก็ยิ่งร้อนรนกระวนกระวายจนกลายเป็นมีปากเสียงกับธาม ส่วนพาริณก็ต่อว่าธามเหมือนกัน หาว่าลำธารเป็นตัวปัญหาทำให้พชรต้องเดือดร้อน ธามจึงตอกกลับพาริณไปหลายคำ แล้วจับบาจรีย์ไปขังไว้ในห้อง ก่อนจะพากองกำลังออกไปตามหาพชรกับลำธาร

พ ชรขับรถพาลำธารไปในป่าเพื่อหาสมุนไพร แต่ระหว่าง ทางเจอกับกองกำลังของราชิต พชรพาลำธารหนีตาย เป็นเวลาที่คณะของธามและเวคินมาถึงพอดี สองฝ่ายยิงต่อสู้กันหูดับตับไหม้ สมุนของราชิตที่มีน้อยกว่าล้มตายไปหลายคน ราชิตจึงจำต้องถอนกำลังถอยหนีตามที่ชาครแนะนำ

พาริณได้รับบาดเจ็บ เมื่อกลับถึงค่าย ลำธารจึงพาพาริณไปยังห้องพยาบาลโดยเร็ว ส่วนพชรต้องตามภูษณะกับธามไปพบบาจรีย์ในห้องที่ขังเอาไว้

ลำธารจัดการเอากระสุนออกจากต้นขาพาริณ ขณะที่ธีรัชก็ช่วยทำแผลให้ทหารที่บาดเจ็บกลับมา พอเอากระสุนออกได้แล้ว พาริณก็จะลุกขึ้นทันที

"เดี๋ยว จะรีบไปไหนยังไม่ได้เย็บแผลเลย"

"ไม่จำเป็น"

"พา ริณ ฉันรู้ว่าเธอไม่ชอบฉันเท่าไหร่ ซึ่งฉันก็ไม่สนใจ เธอจะคิดอย่างไรกับฉันก็ช่าง แต่เธอบาดเจ็บและเป็นกำลังสำคัญของค่ายแห่งนี้ ฉันมีหน้าที่ต้องรักษาและดูแลเธอให้ดีที่สุด"

"ไม่ต้องทำดีต่อหน้าฉันหรอก"

"แม้ลับหลังเธอ ฉันก็ไม่เคยคิดร้าย นอนพักเถอะพาริณ" ลำธารกล่าวจริงใจ พาริณยอมนอนลง แต่ไม่วายหันมาแขวะ

"เอาเวลาที่จะมาดูแลฉัน ไปดูแลท่านพชรดีกว่ามั้ง แต่เอ... ต่อไปนี้คงไม่มีสิทธิ์อีกแล้ว"

"เธอหมายความว่ายังไง"

"ถ้าอยากรู้คำตอบ ก็ลองไปที่เรือนท่านภูษณะ แล้วเธอก็จะตาสว่างซะที ว่าความจริงมันคืออะไรกันแน่"

ลำธารขมวดคิ้วอย่างสงสัยใคร่รู้ ว่าคำพูดของพาริณ ต้องการสื่อความหมายอะไรกันแน่

ขณะเดียวกันนั้น บาจรีย์กำลังออดอ้อนพชรทั้งน้ำตาคลอๆ พชรสงสาร เห็นใจ และเข้าใจดีว่าบาจรีย์รักตนมากแค่ไหน

"บาจรีย์คิดถึงพี่พชรจะขาดใจอยู่แล้ว ได้ยินมั้ยพี่พชร บาจรีย์คิดถึงพี่"

"อย่าร้องนะ พี่อยู่กับบาจรีย์ตรงนี้แล้ว"

"บาจรีย์ไม่ยอมให้พี่พชรไปไหนอีกแล้ว บาจรีย์จะอยู่กับพี่พชร อยู่กับพี่พชรตลอดไป"

ที่ หน้าห้อง ลำธารมายืนอยู่ครู่หนึ่งแล้ว เธอมองผ่านประตูเข้าไปเห็นบาจรีย์กอดพชร และพชรเช็ดน้ำตาให้บาจรีย์ อย่างอ่อนโยน...ลำธารตะลึงงันทำอะไรไม่ถูก แล้วหันหลังจะกลับ แต่ความรีบทำให้ไม่ทันระวัง เดินชนโต๊ะจนแจกันร่วงตกแตก สองคนในห้องจึงหันขวับมาเห็น

"ลำธาร..."

"ลำธาร...นี่เธอมามินาลินตั้งแต่เมื่อไหร่"

ลำธาร รีบเดินลงจากเรือนโดยไม่ตอบคำถามของบาจรีย์... บาจรีย์จะก้าวตามแต่ถูกพชรขวางเอาไว้...ลำธารกลับมานั่งน้ำตาคลอที่หน้า เรือนพักของตน ธามเดินมาเรียกน้องหลายคำ แต่เธอก็ยังเหม่อไม่รู้สึกตัว กระทั่งธามตะโกนขึ้นมา ลำธารถึงสะดุ้งเฮือก

"เอ้า...เหม่อถึงใครอยู่เนี่ย"

"เปล่า พี่ธามมีอะไรเหรอ"

"พี่มาเตือนว่าอย่าลืมส่งข่าวกลับไปหาพ่อกับแม่ด้วย เดี๋ยวพ่อแม่เป็นห่วงแล้วยกพลขึ้นตามมาที่นี่มันจะยุ่งเอา เข้าใจมั้ย"

"ค่ะ"

"เออ นี่ น้องรู้รึยังว่ายัยเจ้าหญิงนกหวีดหนีออกจากมินทุมาที่นี่แล้วนะ แค่มาวันแรกก็ก่อเรื่องแล้ว อยู่ๆก็จะตามไปรบกับเขาด้วยซะงั้น ดีนะเนี่ยที่พี่จับขังไว้ได้ก่อน" ธามคุยจ้อ โดยไม่รู้ว่าน้องสาวลุกหนีเข้าห้องไปแล้ว...

ลำธารกลับเข้ามาในห้อง หยิบสร้อยของพชรออกมาดู พลางยิ้มอย่างปลอบใจตัวเองว่า

"พชร...นายจะไม่มีวันทำให้ฉันเสียใจใช่มั้ย"

แต่ที่นอกหน้าต่าง พาริณกำลังลอบมองลำธารด้วยแววตาสะใจอยู่ลึกๆ หลังยั่วยุทำให้ลำธารได้ไปเห็นภาพบาดตาบาดใจระหว่างพชรกับบาจรีย์มา

"นับ แต่เจ้าหญิงบาจรีย์ก้าวเข้ามาที่นี่ เวลาแห่งความสุขของเธอมันจบลงแล้วล่ะลำธาร" พาริณพึมพำ...พลันสายตาไปสะดุดกับสร้อยที่ลำธารถืออยู่ในมือ "นั่นมัน...สร้อยรักเท่าชีวิต สร้อยประจำราชวงศ์ ไปอยู่กับลำธารได้ยังไง หรือว่าท่านพชรเป็นคนให้ แล้วเจ้าหญิงบาจรีย์รู้เรื่องนี้รึยังเนี่ย"

ทันใดนั้นเอง บาจรีย์ก้าวพรวดเข้ามายืนจังก้าตรงหน้าพาริณที่ยังตื่นตะลึงไม่หาย

"พาริณ...ลำธารพักอยู่ที่นี่ใช่มั้ย ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเขา"

พาริณมัวแต่อึกอักอ้ำอึ้งไม่ทันใจ บาจรีย์เลยเดินขึ้นเรือนไปทันที

ลำธารสะดุ้งตกใจที่จู่ๆบาจรีย์พรวดพราดเข้ามาในห้อง เธอรีบเก็บสร้อยของพชรก่อนที่บาจรีย์จะเห็น แล้วทำท่าจะเลี่ยงออกจากห้อง แต่ถูกบาจรีย์ยืนขวางประตู จ้องมองด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

"ไม่คิดว่าจะได้เจอเธออีกครั้ง...ลำธาร เธอตอบคำถามฉันมาก่อน เธอมาที่นี่ทำไม"

"กรุณาอย่าขวาง ฉันมีธุระต้องทำ"

"มินาลินมันไม่ใช่ที่ของเธอ เธอไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับรัฐนี้แม้แต่น้อย เธอมีเหตุผลอะไรถึงต้องดั้นด้นมาถึงที่นี่ ตอบฉันมาซิ"

ลำธารนิ่งเงียบอย่างอึดอัดลำบากใจที่จะตอบ...บาจรีย์ ยิ่งระแวง คาดคั้นว่าลำธารตามใครบางคนมาใช่ไหม

"อยากรู้นักใช่มั้ย...ใช่ ฉันตามเขามา พอใจรึยัง"

"คนคนนั้นคือใคร เธอหมายถึงใคร"

"ผมเอง...ลำธารตามมาดูแลผมที่นี่" ธามก้าวเข้ามา

บาจรีย์หันขวับไปตวัดเสียงใส่เขาอย่างไม่พอใจ

"ฉันถามลำธาร นายไม่ต้องมายุ่ง"

"ไม่ยุ่งไม่ได้ ไม่มีใครอยากตอบคำถามไร้สาระของคุณ...ลำธาร จะไปทำอะไรก็ไปเถอะ"

ลำธารรีบเดินออกจากห้องทันที บาจรีย์ฮึดฮัดโวยวายผลักไสธามที่จับตัวเธอไว้

"ปล่อยนะ ฉันยังคุยกับลำธารไม่รู้เรื่องเลย"

"ก็แหงล่ะ ใครจะอยากไปคุยกับคนพูดไม่รู้เรื่องอย่างคุณ...คุณอยากรู้มากใช่ไหมว่าลำธารมาทำอะไร"

"ใช่"

"ถ้างั้นก็ตามมาดูให้เห็นกับตาของตัวเอง จะได้หายข้องใจซะที" ว่าแล้วธามจูงมือบาจรีย์ออกไปทางห้องพยาบาล ซึ่งลำธารและธีรัชกำลังรักษาพยาบาลทหารที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ "ชัดพอรึยัง คราวนี้ไม่จำเป็นต้องสงสัยเลยว่าลำธารมาที่นี่เพราะใคร หรือว่ามาทำไม เพราะคุณคงรู้แล้วใช่ไหมว่าลำธารทำตัวมีประโยชน์มากแค่ไหน ทีนี้ผมขอถามคุณบ้างนะ พชร ผม จ่าแสง พาริณ ภูษณะ เวคิน ทหารมินทุ และกองกำลังทุกคน มาทำอะไรที่นี่"

"ก็มารบน่ะสิ ถามได้"

"แล้วทุกคนทำเพื่อใคร"

"ก็เพื่อชาวมินาลินไง"

"โอเค เก่งมาก สรุปได้ว่าทุกคนมาทำเพื่อประโยชน์แก่ ส่วนรวม แล้วคุณล่ะ มาทำประโยชน์อะไรให้คนที่นี่ ตอบมาซิ"

โดนจี้ด้วยคำถามนี้ บาจรีย์ถึงกับสะอึกอึ้งไปทันที

"อ้าว อึ้งกิมกี่เลยรึไง งั้นขอถามอีกข้อ ในเมื่อมีใครบางคนในค่ายทำตัวไม่มีประโยชน์เลย เราควรทำยังไงกับเขาดี ข้อหนึ่งไล่ออกไป ข้อสองส่งตัวกลับ ข้อสามถูกทุกข้อ"

"นายไม่ต้องมาสั่งมาสอนฉัน ฉันมีค่ามากพอที่จะอยู่ที่นี่"

"ถ้างั้นเจ้าหญิงช่วยทำให้ผมและทุกคนได้เห็นเป็นขวัญตาทีเถอะ ว่าช่วยอะไรได้บ้าง"

"ได้ นายได้เห็นแน่ จับตาดูก็แล้วกัน"

ธามแกล้งซื่อจับไปที่ตาบาจรีย์...เจ้าหล่อนเลยเม้งแตกด้วยความโมโห แล้วประกาศจะพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่าเธอก็มีประโยชน์เหมือนกัน

ooooooo

ดารัณโมโหกราดเกรี้ยวใส่ราชิตที่ทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า จากนั้นดารัณก็วางกลยุทธใหม่สั่งให้นำกำลังไปเผาหมู่บ้านเพื่อล่อให้พชร ปรากฏตัว เพราะพชรรักประชาชนของมันมาก มันต้องทนอยู่เฉยไม่ได้แน่...

บาจรีย์เริ่มทำตัวเป็นประโยชน์ด้วยการเป็นแม่ครัวทำอาหารเย็นอย่างตั้ง อกตั้งใจ ปรากฏว่าอาหารรสชาติใช้ได้ ไม่อายใคร แถมบาจรีย์ยังแสดงความเป็นเจ้าของพชร ตักกับข้าวเอาใจเขาโดยไม่แคร์สายตาใครทั้งนั้นว่าจะมองยังไง

ลำธารทนเก็บความหึงหวงไม่ไหวขอตัวลุกออกจากโต๊ะอาหาร พชรมองตามเธอไปอย่างเป็นห่วงความรู้สึก จนเมื่อสบโอกาสเขาจึงไม่รีรอที่จะตามไปเพื่อปรับความเข้าใจกับเธอ และมาทันได้ยินเธอบ่นกับตัวเองว่า

"ทำไมต้องหึงพชรด้วยนะ"

"นั่นน่ะสิครับ...ทำไมคุณต้องหึงผมด้วย"

ลำธารชะงัก แล้วจะลุกหนีเมื่อเขาลงนั่งข้างๆ แต่เขาไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ ดึงเธอเข้ามาสวมกอด ลำธารท่าทีอ่อนลงแต่แล้วนึกได้รีบบอกให้เขาปล่อยก่อนที่เจ้าหญิงจะมาเห็น

"ผมไม่ปล่อยจนกว่าจะรู้ว่าทำไมคุณต้องทำตัวเหินห่างผมด้วย"

"ไม่รู้ทำไมฉันถึงคิดว่าการมาของเจ้าหญิงบาจรีย์จะทำให้ความสัมพันธ์ของเรา เปลี่ยนไป พชร นายช่วยยืนยันกับฉันได้ไหม ว่าฉันคิดมากไปเอง...ไม่มีอะไรทำให้ความรักของเราต้องเปลี่ยนไปใช่ไหม"

พชรอึ้งไม่ตอบเพราะไม่แน่ใจ ลำธารหน้าเศร้าค่อยๆผละออกห่างเขา

"นายให้คำตอบฉันไม่ได้ นายยืนยันกับฉันไม่ได้เหรอว่าฉันคิดมากไป"

"ลำธาร ผมบอกคุณได้แต่เพียงว่า...คนเดียวที่ผมรักก็คือคุณ"

"แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้รักกันอย่างนั้นน่ะเหรอ มันหมายความว่ายังไง ฉันไม่เข้าใจ มันมีเรื่องอะไรที่ฉันควรรู้แต่นายไม่บอกฉันรึเปล่า"

พชรนิ่งเงียบ ไม่กล้าแม้สบสายตาเธอ...ลำธารยิ่งใจไม่ดี น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้

"นายปิดบังอะไรฉันอยู่เหรอ"

ลำธารคาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ แต่แล้วพาริณก็เดินเข้ามาบอกพชรว่า ท่านภูษณะเรียกพบด่วน มีใครบางคนแจ้งข่าวสำคัญแก่เรา...

ooooooo

ที่กองบัญชาการรบของดารัณ ราชิตกับชาครยืนอยู่หน้าแผนที่เมืองมินาลิน โดยมีทหารกลุ่มใหญ่ ยืนฟังอย่างตั้งใจ ชาครชี้ไม้ไปบนแผนที่ตรงตำแหน่งหมู่บ้านซึ่งเป็นเป้าหมายในครั้งนี้

"ท่านราชิตและกำลังส่วนหนึ่งจะเผาทำลายหมู่บ้านตามคำสั่งท่านดารัณ ส่วนเราจะนำกองกำลังซุ่มรออยู่รอบนอก เมื่อพวกพชรบุกเข้ามากำลังทั้งหมดจะล้อมกรอบแล้วบุกเข้าโจมตีทันที"

"ชาคร...แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าพชรจะนำกำลังบุกเข้ามาช่วยคนในหมู่บ้าน ถ้าพวกมันไหวตัวทันแผนที่วางไว้ก็ล้มเหลว"

"พวกกองกำลังใต้ดินหูตามันเป็นสับปะรด แล้วผมก็เชื่อว่า เมื่อพชรรู้ว่าจะมีการสังหารหมู่ประชาชน พชรอยู่ เฉยไม่ได้แน่ นี่คือโอกาสครั้งสำคัญในการดับชีวิตเจ้าชายรัชทายาท...ทหาร พวกเจ้าออกไปเตรียมตัวได้แล้ว ศึกครั้งนี้เราจะพลาดไม่ได้"
ทหารรับคำสั่งแล้วออกจากห้องทันที ราชิตยิ้มพอใจ ออกปากชื่นชมชาคร

"เราภูมิใจในตัวเจ้าจริงๆ ความคิดเจ้ารอบคอบเสมอ"

"การที่แผนจะล้มเหลวมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือเรามีไส้ศึกภายใน"

ราชิตกระตุกวาบด้วยความโกรธ กำชับชาครสอดส่องเรื่องไส้ศึกให้ด้วย เขาอยากรู้นักว่ามันเป็นใคร?

ooooooo

ส่วนที่ห้องบัญชาการรบในค่ายของเวคิน ทุกคนหน้าเครียดหลังรับฟังเวคินรายงานว่ามีใครบางคนส่งข่าวมาว่าพรุ่งนี้จะ มีการสังหารหมู่ประชาชน แต่ไม่ได้ บอกว่าที่ไหน แต่เขาเตือนพวกเราอย่านำกองกำลังบุกเข้าไปช่วยเหลือเด็ดขาด

"ไอ้คนที่คาบข่าวมาบอกคือมิตรหรือศัตรู" ภูษณะโพล่งขึ้นมา

"จะมิตรหรือศัตรูก็ช่าง แต่ใจความสำคัญที่เขาแจ้งแก่เราไม่ใช่แค่เรื่องสังหารประชาชนแน่ๆ แต่มันหมายถึงการที่พวกมันล่อให้เราไปติดกับต่างหาก"

"ฉันเห็นด้วยกับธาม พวกมันบุกมาค่ายเราไม่ได้ เลยเลือกที่จะให้เราเป็นฝ่ายไปหามันเอง โดยใช้ประชาชนเป็นเหยื่อล่อ" พาริณวิเคราะห์ได้ถูกต้อง...แต่พชรเครียดจัดขึ้นมาทันที ทุบโต๊ะปัง!

"ไม่ว่ามันจะใช้วิธีการไหนในการโจมตีเรา แต่เราจะปล่อยให้ประชาชนล้มตายไม่ได้ พรุ่งนี้เราจะยกกำลังไปรบกับพวกมัน"

"เฮ้ย จะบ้าเหรอ ถ้าคำเตือนนั่นเป็นเรื่องจริง เท่ากับเราออกไปให้มันฆ่า"

"แต่คนบริสุทธิ์ต้องตายเพราะเรา เรายอมไม่ได้"

"ธามพูดมีเหตุผล ท่านควรเปิดใจรับฟังบ้าง" พาริณ ท้วงติง

"ถ้าใครไม่เห็นด้วยกับเรา ก็อยู่ที่นี่ ไม่ต้องตามเราไป" พชรผลุนผลันออกจากห้อง ทุกคนมองหน้ากันอย่างเคร่งเครียด หนักใจ...

เช้าวันใหม่ พชรมาดักพบลำธารที่หน้าเรือนพักของเธอ โดยไม่รู้ว่าพาริณตามมาซ่อนตัวอยู่ไม่ไกล

"ลำธาร...ผมจะต้องออกไปช่วยชีวิตประชาชน ศึกครั้งนี้อันตรายมาก ถ้าผมยังมีเรื่องว้าวุ่นใจอยู่คงไม่มีสมาธิ ผมไม่อยากจะกวนใจคุณ แต่ขอให้ผมได้ย้ำกับคุณอีกครั้งว่า ไม่ว่าปัญหาอะไรที่เกิดขึ้นระหว่างเรา ขอให้คุณเชื่อมั่นในตัวผม ความรักที่ผมให้กับคุณไม่มีวันเปลี่ยนแปลง"

พูดจบพชรก็หันหลังเดินหนีออกไป ลำธารมองตามหน้าเศร้า บ่นพึมพำกับตัวเอง

"ฉันไม่เข้าใจหรอกพชร  ฉันจะเชื่อมั่นในตัวนายได้

ยังไง  ในเมื่อนายดูเหมือนว่ามีความลับบางอย่างที่ไม่อยากบอกฉัน"

พาริณได้ยินถนัด วางแผนโดยเร็วที่จะช่วยทำให้ลำธารตาสว่างด้วยการไปเสี้ยมบาจรีย์ว่าพชรกำลังปันใจให้ลำธาร

"พูดอะไรของเจ้า ไร้สาระ อย่าพูดเรื่องนี้ให้ระคายใจเราอีก" บาจรีย์เสียงเขียวใส่พาริณ

"หม่อมฉันหวังดี ถึงได้มาเตือน แต่หากองค์หญิงเชื่อใจว่าท่านพชรจะไม่ปันใจให้หญิงอื่น ก็หมดประโยชน์ที่หม่อมฉันจะพูดเรื่องนี้อีก" พาริณหันหลังเดินหนีได้สองก้าวก็ต้องหยุดกึก และคลี่ยิ้มออกมาเมื่อบาจรีย์ร้องเรียก

"เดี๋ยว! เราไม่เชื่อเธอหรอกว่าพี่พชรจะมีใจให้ลำธาร แต่เราเชื่อว่าลำธารเองนั่นแหละที่มีใจให้พี่พชร ไม่งั้นคงไม่ตามพี่พชรมาถึงที่นี่ แล้วเราก็ยอมไม่ได้ที่ลำธารคิดเทียบตัวเสมอกับเรา"

"ลำธารเทียบเคียงองค์หญิงไม่ได้แม้แต่น้อย แต่ผู้หญิงลองได้รักใครแล้วจะให้เลิกรักคงเป็นไปได้ยาก"

"ใช่...ถ้าทำให้เลิกรักไม่ได้ เราก็จะทำให้เขาได้รู้ตัวซะทีว่าพี่พชรไม่มีทางรักเขาได้" บาจรีย์ยิ้มอย่างมีแผน แต่พาริณ ยิ้มอย่างผู้ที่สมหวังยิ่งกว่า...

ooooooo

ขณะลำธารกับธีรัชช่วยงานอยู่ในห้องพยาบาล ทั้งคู่ได้ยินเสียงธามดังโหวกเหวกโวยวายมาจากห้องบัญชาการรบ...ธามไม่พอใจ ที่พชรยังดึงดันจะนำกำลังบุกเข้าไปที่หมู่บ้าน ทั้งที่รู้ว่าพวกดารัณต้องวางกับดักไว้

"แล้วจะให้เราอยู่เฉยๆ ในขณะที่ประชาชนของเรากำลังจะถูกฆ่าตายอย่างนั้นใช่มั้ย"

"พชร ฉันเข้าใจนายนะ แต่นี่มันคือกับดัก แมลงเม่าบินเข้ากองไฟมันก็มีแต่ตายกับตาย นายเองก็รู้ ทุกคนที่นี่ก็รู้"

"พชร...ไม่ว่านายจะตัดสินใจอย่างไร พวกเราพร้อมที่จะร่วมมือด้วย แต่ก็ใช่ว่าพวกเราจะไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง" ภูษณะไกล่เกลี่ย

"แต่ถ้าท่านยืนยันที่จะบุกไปรบทั้งๆที่รู้ว่าเสี่ยงต่อชีวิต เราก็ต้องวางแผนการรบอย่างรัดกุมที่สุด แต่ทุกท่านคงรู้ดีว่าโอกาสรอดมีน้อยมาก" พาริณออกความเห็น

"เราไม่เคยขาดเขลา" พชรย้ำ...ธามถึงกับตบโต๊ะปัง อย่างหงุดหงิด

"ฉันก็ไม่กลัวไอ้ดารัณ ฉันยอมตายที่มินาลิน แต่ไม่ขอตายแบบคนโง่โว้ย" ธามเดินชนไหล่พชรออกไปอย่างเดือดดาล จ่าแสงเดินตามไปติดๆ พชรสีหน้าเครียดอย่างเห็นได้ชัด

"ถึงธามจะไม่เห็นด้วย แต่ในฐานะที่นายเป็นแม่ทัพ สุดท้ายแล้วฉันเชื่อว่าพวกเราต้องชนะ...พวกเราจะสู้ใช่มั้ย"

พวกเวคินทุกคนยิ้มสู้และเชื่อมั่นในตัวพชร ทำให้พชรรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง แต่ที่นอกหน้าต่าง ลำธารแอบฟังสีหน้าเป็นกังวลอดเป็นห่วงพชรไม่ได้...ลำธารครุ่นคิดอยู่

สักครู่ก่อนตัดสินใจจะไปให้กำลังใจคนที่เธอรัก แต่ปรากฏว่าบาจรีย์มาตัดหน้าเสียก่อน

บาจรีย์แสดงความรักและห่วงใยพชรด้วยใจจริง ซึ่งพชรเองก็รับรู้และสัมผัสได้ แต่พอบาจรีย์เอ่ยปากขอสร้อยประจำราชวงศ์เพื่อความเชื่อมั่นในรักของเราที่ ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง พชรถึงกับตะลึง แล้วจำเป็นต้องโกหกว่าตนทำหายตอนอยู่เมืองไทย ลำธารได้ยินก็แทบช็อกที่พชรไม่กล้ายอมรับว่ามอบให้แก่เธอไปแล้ว

"หาย? ที่พี่พชรไม่ให้บาจรีย์ คงไม่ใช่เพราะพี่พชร ได้ให้สร้อยเส้นนี้กับใครไปแล้วใช่ไหม"

"เปล่า พี่ทำหายจริงๆ"

ลำธารเจ็บช้ำถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ค่อยๆหันหลังเดินออกไปจากตรงนั้น โดยที่พชรและบาจรีย์ไม่เห็น...

ถึงแม้ธามกับจ่าแสงตัดสินใจไม่ร่วมทีมไปกับกองกำลังของพชร แต่ธามก็อวยพรให้ทุกคนโชคดี พชรไม่ขุ่นเคืองอะไรธามแม้แต่นิด แต่ธามยังอยากจะคุยกับพชรเป็นการส่วนตัว เพราะรู้สึกได้ว่าพชรจะออกรบแต่เหมือนคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

"พชร ฉันไม่อยากรู้ว่าปัญหาอะไรที่กลัดกลุ้มรุมเร้าให้นายเครียด แต่นายต้องไปเคลียร์สิ่งที่ค้างคาใจให้เรียบร้อย ถ้านายตัดสินใจรบสิ่งเดียวที่ต้องคิดก็คือการรบ นายเข้าใจมั้ย"

พชรมองไปทางเรือนพักลำธาร ก่อนตัดสินใจเดินตรงไปเพื่อเคลียร์สิ่งที่ยังค้างคาใจ จังหวะนั้นลำธารเดินออกมาจากเรือนพักพอดี

"ผมจะออกไปรบแล้ว แต่ใจผมไม่สงบเลย ผมห่วงความรู้สึกของคุณ" พชรเปิดฉาก

"นายไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันพอจะเข้าใจแล้วจะยอมรับมันให้ได้"

"คุณหมายถึงอะไร"

"เรื่องระหว่างเรา ถ้ามันจะจบลงแค่นี้ ฉันก็คงต้องทำใจยอมรับ"

"ผมไม่เข้าใจ ในเมื่อผมไม่เคยเปลี่ยนแปลงความรู้สึกจากคุณ อะไรทำให้คุณคิดว่ารักของเราต้องจบลง"

"พอเถอะพชร หยุดซะที ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว นายอยากรู้นักใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงคิดว่าความรักของเรามันต้องจบลง"
พชรอึ้งไปกับท่าทีของลำธาร แล้วผงะเล็กน้อยเมื่อลำธารยื่นถุงสร้อยคืนให้เขาทั้งน้ำตา

"นายทำหายไม่ใช่เหรอ ฉันเอามาคืนให้แล้ว"

"ลำธาร...คุณฟังผมอธิบายก่อน"

"ฉันไม่อยากรับรู้ ไม่อยากฟังคำอธิบายอะไรอีก ในเมื่อฉันเข้าใจแล้วว่าความรักของเรามันเป็นไปไม่ได้ ขอให้โชคดี ขอให้รบชนะ อย่าแพ้กลับมานะ"

ลำธารแข็งใจพูดจนจบ แล้ววิ่งหนีจากไปทั้งน้ำตาที่ไหลเป็นทาง พชรมองสร้อยในมือด้วยความเศร้าใจ ธามซึ่งยืนดูจากมุมหนึ่งกำหมัดแน่นด้วยความโมโหสุดๆ พุ่งเข้าไปชกหน้าพชรเต็มเหนี่ยว พาริณผ่านมาเห็นก็ตกใจตวาดธามว่าทำบ้าอะไร?

"นายทำให้ลำธารต้องเสียใจ ฉันไม่รู้เหตุผลหรอกว่าทำไม แต่น้ำตาของลำธารมันก็อธิบายทุกอย่างได้หมดแล้ว"

"ถ้านายแค้นฉันก็เชิญระบายให้หายแค้น เพราะคนผิดมันคือฉันเอง"

"ในฐานะพี่ชายฉันอยากจะชกหน้านายให้หายแค้น แต่ในฐานะเพื่อนร่วมรบนายยังคือผู้นำที่ฉันนับถือ แม้ครั้งนี้ฉันไม่เห็นด้วยเลยก็ตาม" ธามสะกดอารมณ์โกรธหันหลังเดินจากไป พาริณสังเกตเห็นสร้อยในมือพชรสีหน้าครุ่นคิดสงสัยว่าลำธารน่าจะเป็นคนเอามา คืน...

ooooooo

เมื่อภูษณะและเวคินเคลื่อนกองกำลังเข้าไปใกล้เขตหมู่บ้าน เวคินส่องกล้องเห็นทหารดารัณจำนวนมากแอบซุ่มอยู่บริเวณสุมทุมพุ่มไม้ นึกไม่ถึงว่าพวกมันจะยกมาทั้งกองทัพ ขณะนั้นพชรกับพาริณกำลังนั่งรถตามออกมา พอพาริณได้รับแจ้งจากเวคินก็รีบรายงาน พชรอย่างแตกตื่นตกใจ

"ท่านพชร เราคงต้องล้มเลิกภารกิจ ราชิตและชาครนำกำลังจำนวนมากบุกล้อมรอบหมู่บ้านแล้วกำลังพลของเราเทียบกับ มันไม่ได้เลย แล้วถ้าจะดักซุ่มโจมตีพวกมันก็ไม่มีทางเป็นไปได้ พวกมันจับจองอาณาเขตอยู่ชายป่าปากทางเข้าหมู่บ้าน"

"เราจะไม่ถอนกำลังเด็ดขาด"

"แม้รู้ว่าสู้ไม่ได้งั้นเหรอ"

"ถ้าคิดว่าสู้ไม่ได้ก็แพ้ตั้งแต่แรกแล้ว ยืนยันตามแผนเดิม บอกทุกคนให้เตรียมพร้อม เราจะเข้าไปช่วยชาวบ้าน ที่เหลือยิงสกัดไม่ให้ทหารที่เหลือเข้าหมู่บ้าน"

"แต่ว่า..."

"ไม่มีแต่ นี่คือคำสั่ง"

พาริณแทบไม่เชื่อหูตัวเองที่พชรไม่คิดถอนกำลังกลับ...ทางฝ่ายธามกับจ่าแสง ที่ค่ายหลังได้รับแจ้งข่าวล่าสุดจากภูษณะ ธามนึกไม่ถึงว่าพชรจะบุ่มบ่ามบ้าบิ่นขนาดนี้

ฟากชาครที่ควบคุมกำลังทหารอยู่อีกด้านของหมู่บ้าน โดยปล่อยให้ทีมของราชิตบุกเข้าไปเผาหมู่บ้าน พอรู้เห็นว่าพชรมาถึงแล้ว แทนที่ชาครจะรีบนำกำลังเข้าโอบล้อมตามที่ตกลงไว้กับราชิต เขากลับสั่งทหารให้เฉยไว้ก่อน อ้างว่าพวกกองกำลังใต้ดินต้องบุกเข้ามาเพิ่มอีกแน่ๆ รอให้พวกมันมารวมกันแล้วเราค่อยโอบล้อมทีเดียว

"แต่ถึงพวกมันมาเพิ่ม กำลังของมันก็ต่อกรกับพวกเราไม่ได้อยู่ดี"

"ไอ้โง่...เราเสียทีมันเพราะความไม่รอบคอบหลายครั้งแล้ว พวกเจ้าฟังคำสั่งจากเราก็พอ เราสาบานว่าวันนี้ต้องเป็นวันตายของพชร" ชาครขึงขังจนทหารที่โต้แย้งจำต้องเงียบไป...

พชรกับพาริณบุกเข้าไปถึงหมู่บ้านที่ราชิตและทหารของดารัณกำลังห้ำหั่น ประชาชน พชรสู้อย่างไม่กลัวตาย สองฝ่ายผลัดกันรุกผลัดกันรับ แต่ที่สุดพชรก็เสียทีให้ราชิต

"มองอะไรเจ้าชายรัชทายาท" ราชิตเยาะหยัน

"ฉันสาบานว่าฉันจะฆ่าแกให้ได้"

ราชิตเอาด้ามปืนกระแทกหน้าพชรอย่างแรง "ยังจะปากดีอีกเหรอ ถุย อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลไปฝึกรบถึงเมืองไทย แต่กลับมาใช้แผนกระจอกกับเรา ป่านนี้คนของเจ้าที่ซุ่มอยู่คงจะโดนชาครฆ่าตายหมดแล้ว"

พชรฮึดสู้ รวบรวมกำลังกระแทกตัวเข้าใส่ราชิตจน

ราชิตเซเสียหลัก ทันใดนั้นมีดของพาริณก็ลอยละลิ่วเข้าปักที่แขนราชิตจนปืนหลุดจากมือ พร้อมๆกับรถกองกำลังของภูษณะที่วิ่งตรงเข้ามาสาดกระสุนใส่ฝ่ายราชิต

ภูษณะเร่งพชรให้ขึ้นรถ เวลานี้เราต้องหนีเอาตัวให้

รอดก่อน พชรลังเลไม่น้อยกว่าจะยอมขึ้นรถ โดยพวกเวคินก็พาทหารที่บาดเจ็บขึ้นรถหนีออกมาด้วย ราชิตทั้งโมโหทั้งเจ็บใจ สั่งทหารของตนตามพวกมันไปอย่าให้หนีรอดไปได้ แล้วก็เอะใจสงสัยว่าทำไมชาครยังไม่นำกำลังพลมาตามแผน?

ที่ชายป่าห่างจากหมู่บ้านซึ่งเป็นจุดที่กำลังพลของชาครซุ่มอยู่ ทหารส่องกล้องเห็นพวกพชรกำลังจะหนี จึงถามชาครว่าทำไมไม่รีบสั่งการ

"เคลื่อนพลไปโอบล้อมได้" ชาครออกคำสั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้ พอทหารทั้งกองทยอยขึ้นรถ พลันก็มีรถจี๊ปทหารติดปืนกลคันหนึ่งตะบึงตรงเข้ามา

"พวกไหนวะ หยุด อย่าเพิ่งเคลื่อนขบวน" ชาครสั่งเฉียบ กองกำลังเลยได้แต่ยิงสู้พวกธามที่ตามมาช่วยพชร สักพักรถจี๊ปก็พุ่งตรงเข้าไปทางหมู่บ้าน โดยที่ชาครไม่คิดจะสั่งทหารให้ตามไป...

ขณะที่ภูษณะและพาริณพยายามพาพชรหนีออกจากหมู่บ้าน โดยมีทหารของดารัณจำนวนมากรุกไล่ไม่ลดละตามคำสั่งของราชิต พชรเสี่ยงตายโดดลงจากรถแล้วใช้ระเบิดสกัดพวกมัน แต่แล้วพชรกลับถูก ราชิตไล่ยิงจนต้องวิ่งหลบกระสุนล้มลุกคลุกคลาน และอาจจะถึงแก่ชีวิต ถ้าไม่ได้จ่าแสงกับธามพุ่งรถจี๊ปเข้ามาช่วยทันเวลา

ชาครและกำลังพล เพิ่งมาถึงหลังจากพวกพชรหนีออกไปได้ ราชิตเจ็บแค้นแทบคลั่ง ฝ่ายพชรนั้นเศร้าสะเทือนใจกับภาพเปลวเพลิงที่ยังมอดไหม้หมู่บ้าน   อีกทั้งทหารและชาวบ้านที่ล้มตายนับไม่ถ้วน

เมื่อกลับมาถึงค่าย ผู้บาดเจ็บจำนวนไม่น้อยถูกส่งไปรักษายังเรือนพยาบาลโดยลำธารกับธีรัชช่วยกัน อย่างเต็มที่ ส่วนพชรที่เสียใจและทำใจไม่ได้กับการวางแผนผิดพลาดของตนจนเป็นสาเหตุให้เกิด ความสูญเสียมหาศาล เขาตรงไปยังเรือนพักแล้วตัดสินใจจะปลิดชีพตัวเองด้วยกริชประจำตัว  แต่

พา ริณตามเข้ามาห้ามและพยายามเกลี้ยกล่อมด้วยเหตุและผล ซึ่งก็ทำให้พชรเปลี่ยนใจไม่คิดฆ่าตัวตาย แต่ยังคงปิดประตูห้องขังตัวเองอยู่ ข้างในเงียบเชียบ

ภูษณะยอมรับว่าเขาพลาดที่ไม่ช่วยทัดทานพชร และขอบใจธามที่เปลี่ยนใจตามไปช่วยทันเวลา   แต่ธามยังสงสัยไม่หายว่าพชรนอกจากจะวู่วามแล้วยังขาดสมาธิ เหมือนมีอะไรอยู่ในใจ การไปรบเหมือนไปเพื่อระบายความทุกข์ บาจรีย์ฟังแล้วขุ่นมัวอยากรู้เหมือนกันว่าพชรมีเรื่องอะไรต้องคิดต้องทุกข์ ขนาดนั้นด้วย

ลำธารซึมไปเพราะแน่ใจว่าเธอเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ แต่ธามก็ปลอบน้องสาวว่า พชรเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ ไม่ใช่ ความผิดของลำธาร อย่าได้คิดมาก ลำธารเป็นหมอก็ต้องทำหน้าที่ของตนต่อไปอย่าให้บกพร่อง แต่ลำธารก็อดคิดไม่ได้อยู่ดี ธีรัชที่ยังรักปักใจลำธารสังเกตเห็นท่าทีหงอยๆเหม่อๆของเธอ จึงพยายามหาวิธีทำให้เธอคลายความเครียด แต่ทว่ายิ่งทำก็ดูจะยิ่งแย่เสียมากกว่า

ooooooo

ตอนที่ 8

หลังจากภูษณะ พาริณ และคณะของเวคินกลับไปแล้ว ลำธารได้เข้ามาถามพชรว่าทำไมเขาถึงไม่กลับค่ายพร้อมคณะของภูษณะ แต่พชรนิ่งเงียบไม่ตอบ ทำให้ลำธารมีความ
กังวลขึ้นมา

"เพราะฉันรึเปล่า   ฉันทำให้นายกังวลกับเรื่องกู้ชาติของนายใช่ไหม ฉันเป็นตัวปัญหาใช่ไหม"

"ไม่ใช่" พชรสวนทันควัน พร้อมจับไหล่เธอ จ้องลึกลงในดวงตา "คุณฟังผมนะ ในหัวผมคิดแต่เรื่องการกู้ชาติ แต่ใน หัวใจผมมันคิดถึงแต่คุณ คืนนี้อาจเป็นค่ำคืนสุดท้ายที่เราจะ
ได้เจอกันอีก ผมขอใช้ราตรีนี้กับอีกหนึ่งดวงใจของผมให้มีค่ามากที่สุด"

ลำธารรู้สึกดีขึ้นบ้าง ไม่อยากให้พชรเห็นเธอสำคัญกว่าบ้านเมือง...ธีรัชแอบมองมาจากมุมหนึ่ง ไม่รู้หรอกว่าทั้งคู่คุยอะไรกัน แต่จากท่าทีของทั้งคู่ก็ทำให้ธีรัชหน้าเศร้าสุดๆ

ในค่ำคืนเดียวกันนี้ ที่ตึกบัญชาการของดารัณ ราชิตกับชาครที่เอาชีวิตรอดกลับมาจากเมืองไทย พวกเขาเกือบต้องมาตายด้วยน้ำมือของดารัณเพียงเพราะทำงานพลาดไม่อาจเด็ด
หัวพ ชรกลับมาได้ แต่เสี้ยววินาทีที่ดารัณเปลี่ยนใจทำให้ทั้งคู่ยังมีลมหายใจต่อไป และยังต้องทำงานให้ดารัณอย่างจงรักภักดี โดยเฉพาะราชิตนั้นเทิดทูนดารัณถึงกับลั่นวาจาว่า

หากตนจะต้องตาย ก็ขอตายอย่างสมเกียรติด้วยน้ำมือกษัตริย์ดารัณแห่งมินาลินเพียงผู้เดียว

เมื่อรู้ว่าบัดนี้พวกกาชาดสากลเข้ามาตั้งฐานที่มินาลินแล้ว ดารัณไม่ต้องการให้ประเทศอื่นข้องเกี่ยวใดๆกับมินาลิน จึงสั่งพวกราชิตไปกดดันให้กาชาดสากลกลับออกไป ทำให้
พวกมันตระหนักว่ามินาลินไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร ถ้าไม่จำเป็นอย่าใช้ความรุนแรงเด็ดขาด เพราะตนยังไม่อยากสร้างศัตรูกับพวกต่างชาติ

ที่เต็นท์ของหน่วยแพทย์ฯ คืนนี้มีการละเล่นรอบกองไฟ ที่จัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ลำธารอยู่ในชุดชาวมินาลินเต็มตัว แล้วนำสร้อยที่พชรแอบให้เมื่อวันเกิดมาให้เขาเป็นคนใส่ให้
สองคนดื่มด่ำกับความสุขไม่ต่างจากคู่รัก แต่แล้วความสุขก็มีอันสะดุดหยุดลง เมื่อราชิตและชาครเข้ามาป่วน และพร้อมที่จะจัดการกับพชรที่คิดไม่ถึงว่าจะอยู่ที่นี่ด้วย

แต่ขณะสู้รบกันนั้น ธามกับจ่าแสงเข้ามาช่วยพชร ทำให้ ราชิตกับชาครต้องล่าถอยกลับไปในที่สุด อีกครู่ต่อมาก็มีทหารจากกองกำลังใต้ดินของเวคินมาแจ้งพชรว่า ภูษณะกำชับ
ให้พชร กลับไปที่ค่ายเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ดารัณจะยกโขยงมาโจมตีที่นี่อีก

พชรเป็นห่วงลำธารมาก อยากให้เธอรีบกลับเมืองไทยเดี๋ยวนี้ แต่ลำธารยังดึงดันด้วยใจจริง

"ก่อนที่จะมา ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่กลับจนกว่าที่นี่จะสงบ...พชร คนที่นี่ยังต้องการความช่วยเหลือ ดารัณไม่กล้าทำอันตรายกาชาดสากลหรอก ถ้ามันลงมือเมื่อไหร่นานา
ประเทศก็พร้อมคว่ำบาตรมินาลินทันที"

"ผมรู้...คนอื่นๆอาจจะปลอดภัย แต่คุณคิดเหรอว่า ถ้าคุณอยู่ที่นี่ราชิตจะปล่อยให้คุณรอด ผมจะไม่มีวันให้อภัยตัวเอง หากว่าคุณต้องมาเดือดร้อนเพราะผม...ลำธาร กลับบ้าน
เถอะนะครับ ผมขอร้อง"

"ไม่...นายจะให้ฉันเดินหันหลังจากไปได้ยังไง ในเมื่อหัวใจฉันอยู่ที่นี่ ฉันไม่มีวันไปจากมินาลิน"

ลำธารบอกความรู้สึกจากใจ พชรสุดซึ้งจับมือเธอขึ้นมาจูบอย่างแผ่วเบา ทันใดธามกับธีรัชก็เดินตรงดิ่งเข้ามา

"ไม่ได้นะลำธาร...น้องต้องรีบเก็บของกลับเมืองไทยซะ ตอนนี้คำว่าอันตรายมันยังน้อยเกินไปสำหรับน้อง พี่ยอมให้ อยู่ที่นี่ไม่ได้อีกเด็ดขาด"

ลำธารไม่พูดอะไร ถอดสร้อยเก็บใส่ถุงกำมะหยี่แล้วเก็บในกระเป๋าเสื้อผ้า ก่อนจะเก็บอุปกรณ์การแพทย์ของเธอแล้วสะพายที่บ่าเตรียมพร้อม

"พูดง่ายอย่างนี้ก็ดี พี่กับพชรจะไปส่งน้องที่ชายแดนก่อน แล้วจะกลับไปที่ค่ายกองกำลังใต้ดิน"

"ลำธารไปด้วย อย่างน้อยที่ค่ายก็ควรมีแพทย์ดูแลรักษากำลังพล"

"ไม่ได้!" ธามกับธีรัชพูดเป็นเสียงเดียวกัน

"ถ้าไม่ให้ลำธารไป ลำธารก็จะอยู่กับกาชาดสากล ลำธาร จะไม่กลับเมืองไทยเด็ดขาด จนกว่าสถานการณ์มินาลินจะสงบ ถ้ารู้จักนิสัยลำธารดี คงรู้ว่าลำธารพูดจริงทำจริง"

สามหนุ่มมองหน้ากันอย่างเคร่งเครียด จังหวะนี้เองทหารเข้ามาเร่งเวลาเดินทางของพชร ทำให้พชรไม่มีทางเลือก ต้องพาลำธารร่วมทางไปด้วย

กองกำลังใต้ดินของเวคินอยู่ในหุบเขา กว่าพวกพชรจะไปถึงก็เกือบสว่าง พาริณพอเห็นลำธารมาด้วยก็ชักสีหน้าใส่ทันที

"ลำธาร...ไม่รู้หรอกหรือว่าเธอจะเป็นภาระให้เรา ทุกคนที่นี่มีภารกิจมากพออยู่แล้ว ไม่มีใครว่างพอที่จะคอยดูแลปกป้องเธอหรอกนะ"

"พาริณ! ฉันไม่ได้เป็นภาระให้เธอ หรือให้ใครทั้งนั้น ฉันมาเพื่อช่วยเหลือทุกคน"

"ช่วยเหลือทุกคน ฉันมองไม่เห็นว่าคนอย่างเธอจะช่วยใครได้ ช่วยชีวิตตัวเองยังไม่ได้เลย ฉันไม่ลืมว่าที่เมืองไทย เธอเป็นตัวถ่วงทำให้ท่านพชรเกือบเอาชีวิตไม่รอด"

"เลิกทำตัวเกเรไร้ เหตุผลได้แล้วน่าพาริณ" พชรตวัดเสียงดุใส่พาริณ แล้วแจ้งกับกองกำลังทุกคนว่า "หมอลำธารและหมอธีรัชจะเข้ามาช่วยเหลือด้านการแพทย์ให้แก่กองกำลังของเรา เราควรขอบคุณเขาไม่ใช่ต่อว่า...หมอลำธารและหมอธีรัช เชิญพักผ่อนก่อน ส่วนพวกท่านทุกคนขอเชิญเข้าประชุมยุทธศาสตร์โค่นล้มดารัณ"

เวคินและ สหายกองกำลังโห่ร้องอย่างฮึกเหิม ลำธารเห็นพชรจริงจังกับภารกิจกู้ชาติก็รู้สึกปลาบปลื้มไปด้วย โดยไม่ทันสังเกตว่าพาริณลอบมองมาที่เธออย่างริษยา ชิงชัง...

ขณะที่ พชร ภูษณะ ธาม และพาริณเข้าร่วมประชุมกับเวคินภายในห้องบัญชาการกองกำลังใต้ดินเพื่อหาช่อง ทางเข้าประชิดวังโจมตีพวกดารัณอยู่นั้น ลำธารเองก็ทำตัวเป็นประโยชน์ช่วยปรับปรุงซ่อมแซมอาคารไม้เก่าเพื่อใช้เป็น ที่รักษาพยาบาลคนเจ็บ แต่แล้วความมุ่งมั่นตั้งใจดีของลำธารกลับทำให้พาริณไม่พอใจ แค่ลำธารประสบอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยแล้วทำให้พชรเป็นห่วง พาริณก็ต่อว่าลำธารเสียยกใหญ่

"มาถึงไม่ทันไรเธอก็ทำเรื่องแล้ว แล้ววันข้างหน้าทุกคนไม่ต้องคอยประคบประหงมเธอรึไง ที่นี่เราต้องการนักรบ ไม่ต้องการนักสร้างปัญหา"

"แล้วถ้านักรบบาดเจ็บ ใครล่ะที่จะช่วย เธอมีปัญญาพอที่จะแบกรับภาระนี้เพิ่มรึเปล่าพาริณ"

ถูกลำธารตั้งคำถามย้อนกลับอย่างไม่ยอม พาริณถึงชะงัก รู้สึกเสียหน้า

"ฉัน ต้องการปรับปรุงอาคารแห่งนี้ให้เป็นที่รักษาพยาบาล พวกคุณจะได้ไม่ต้องรักษากันเองตามยถากรรม อย่ามุ่งความสำคัญแค่การรบ หากมีใครบาดเจ็บต้องมีระบบการรักษาที่ดีด้วย"

"กำลังพลของเราไม่ว่างงานพอที่จะช่วยคุณหรอก"

"ขอโทษ นะพาริณ ฉันไม่คิดร้องขอให้ใครช่วยอยู่แล้ว ฉันจัดการเองได้ พชร คุณช่วยเป็นพยานด้วยว่าฉันไม่ต้องการรับความช่วยเหลือจากพวกคุณ เรื่องนี้ฉันรับผิดชอบเอง"

พชรพยักหน้ารับกับความใจสู้ของลำธาร แต่พาริณ กลับพูดโพล่งขึ้นว่าอวดเก่ง!

"อดใจหน่อยแล้วกันพาริณ ฉันเก่งให้เธอดูแน่"

พา ริณยิ้มหยันแล้วเดินออกไป ลำธารสีหน้ามุ่งมั่น พชรอดยิ้มออกมาไม่ได้กับความตั้งใจเกินร้อยของลำธาร หลังจากนั้นพชรก็เฝ้ามองลำธารพิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงานทุกอย่างราวกับ ช่างไม้ โดยมีธีรัชเป็นลูกมือ พอเห็นเธอเหงื่อไหลไคลย้อย พชรก็เอาผ้ามาซับเหงื่อให้อย่างห่วงใยเป็นกำลังใจ พาริณแอบมองภาพความชิดใกล้ของคนทั้งคู่แล้วทำใจเย็นไม่ไหวจะเดินออกไปเอา เรื่องลำธาร แต่ถูกภูษณะมาดึงไว้เสียก่อน

"เดี๋ยว...จะทำอะไร"

"ท่านเองก็เห็นอยู่แล้ว ลำธารเป็นสาเหตุให้ท่านพชรพะวงและขาดสมาธิมากแค่ไหน ในการศึกหากไร้ความมุ่งมั่นก็ยากมาซึ่งจะได้ชัยชนะ"

"สอน ตัวเองเถอะพาริณ รู้ตัวรึเปล่าว่าเจ้าจับผิดสองคนนั้นจนทำให้เจ้าเองนั่นแหละที่ขาดสมาธิ เราเชื่อว่าพชรรู้ตัวดีว่าความสำคัญเดียวที่เขาควรตระหนักคือต่อสู้เพื่อชาว มินาลิน รึเจ้ากลัวว่าพชรจะรักคุณลำธาร" ภูษณะถามตรงจุดจี้ใจดำจนพาริณชะงักงันไป "เรายังไม่กังวล เพราะพชรรู้ดีว่าคู่ครองของเขาคือน้องสาวของเรา"

"เรื่องนั้นไม่เกี่ยวอะไรกับหม่อมฉัน"

"ถ้า เช่นนั้น เรื่องที่เจ้าควรกังวลคือการรบไม่ใช่เหรอ จำไว้นะพาริณ ก่อนที่จะเตือนสติใคร เตือนสติตัวเองให้ได้ก่อน กลับเข้าที่ประชุมได้แล้ว"

พา ริณเถียงไม่ออก ทำได้เพียงโค้งทำความเคารพภูษณะ แล้วเดินออกไปอย่างขุ่นเคือง...ภูษณะหันไปมองพชรที่เอาใจใส่รินน้ำป้อนให้ ลำธาร อดรู้สึกหนักใจขึ้นมาไม่ได้ เหมือนกัน

ในห้องประชุม ทุกคนช่วยกันวางแผนการรบ วิเคราะห์ กันอย่างละเอียดรอบคอบที่จะเข้าไปถึงตัวดารัณในวังให้ได้...อีกพักใหญ่ๆ พชรก็ได้ข้อสรุปว่า

"เราจะแยกกำลังเป็นสองกลุ่ม เรา ธามและพาริณ ดักซุ่มโจมตีขบวนรถขนส่งเสบียงและอาวุธ เพื่อหลอกให้พวกมันหลงทาง ส่วนภูษณะ เวคิน จ่าแสง จะนำกำลังอีกส่วนนึงอ้อมไปที่นี่...แล้วซุ่มรอ เราจะรีบมาสมทบเพื่อทำลายฐานที่มั่นย่อยของดารัณที่นี่" พชรอธิบายพร้อมกับใช้ปากกาวงลงไปในแผนที่ จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง

"แยกย้ายไปเตรียมตัวให้พร้อมรบ อย่าลืมว่าศึกหนนี้ต้องไม่มีคำว่าแพ้" ภูษณะสำทับหนักแน่น

"งานเบาๆ ขืนแพ้ขึ้นมาเสียชื่อผู้กองธามกระดูกเหล็กหมดสิครับ"

ว่า แล้วธามลุกขึ้นโค้งทำความเคารพก่อนเดินออกไปเป็นคนแรก ตามด้วยเวคินและพาริณ ภูษณะรั้งท้ายพลางเหลียวมองมายังพชรที่หยิบผ้าเช็ดหน้าของลำธารออกจากอก เสื้อ พอภูษณะเดินพ้นไปแล้ว ธามย้อนกลับเข้ามาหยิบปืนสั้นที่ลืมไว้บนโต๊ะ เห็นพชรยังนั่งอยู่ที่เดิมกับผ้าเช็ดหน้าที่ธามคุ้นตา จึงเดินเข้ามาดูใกล้ๆ จำได้ว่าเป็นผ้าเช็ดหน้าของลำธาร แต่สงสัยทำไมถึงมาอยู่กับพชรได้

"นี่ ไปแอบสอยมาตอนไหนเนี่ย ชักแหม่งๆนะ นายชอบลำธารใช่มั้ย บอกฉันมาตรงๆเลยดีกว่าว่านายคิดอะไรกับน้องสาวฉัน...ว่าไง ตกลงคิดกับเธอจริงจังแค่ไหนพชร"

พชรชะงักไปนิด ก่อนตอบเรียบๆแล้วลุกหนีทันที  "เราคิดแต่เรื่องการรบ"

ภูษณะแอบมองมาจากนอกห้อง ได้ยินคำพูดพชรชัดเจน ก็ได้แต่หวังว่าพชรคงจะคิดอย่างที่พูดออกมาจริงๆ

ooooooo

ที่ฐานบัญชาการรบของดารัณ ราชิตกำลังยืนหน้าซีดสลด เพราะดารัณมีท่าทีโกรธขึ้งไม่สบอารมณ์ที่จนป่านนี้ยังฆ่าพชรไม่ได้

"ตอนนี้ไอ้พชรมันอยู่ที่ไหน" เสียงดารัณคำราม

"คน ของเรารายงานว่าไม่พบพชรและพรรคพวกอยู่กับหน่วยแพทย์แล้ว เป็นไปได้ว่าพวกมันคงอยู่กับพวกกองกำลังใต้ดิน ที่มีไอ้เวคินเป็นหัวหน้าภาคประชาชน"

"ในเมื่อไอ้พชรมันดิ้นรนหาที่ตาย ก็จงสนองมันซะ สั่งกำลังออกค้นหาค่ายกองกำลัง แล้วทำลายมันให้ราบ"

ราชิตโค้งรับคำสั่ง แล้วออกไปสั่งการกับชาครที่ด้านนอก ให้ชาครและทหารขนอาวุธขึ้นรถออกตามล่าพชรที่ค่ายของเวคินมาให้จงได้

ขณะเดียวกัน คณะของพชรก็กำลังเตรียมเดินทางตามที่วางแผนกันไว้แล้ว ลำธารแสดงความเป็นห่วงทุกคน ไม่เว้นแม้แต่พาริณ...

แล้วก องกำลังของสองฝ่ายก็เผชิญหน้าปะทะกันจนได้ ฝ่ายของดารัณที่นำโดยชาครได้เปรียบฝ่ายพชรอยู่มาก จนเมื่อพวกพชรถูกล้อมกรอบหมดทางสู้ ชาครกลับยิงทหารฝ่ายของตนตายทั้งหมด ทำให้พชร ธาม พาริณ เวคิน และจ่าแสงตะลึงไปตามๆกัน

"ทำไมเจ้าสังหารพวกเดียวกันเอง"

ขาดคำของพชร ชาครคุกเข่าลงตรงหน้าเขาทันที

"ผมภักดีต่อท่านวาสิน และสวามิภักดิ์แด่องค์รัชทายาทแต่เพียงผู้เดียว"

"ไม่จริง ฉันไม่เชื่อ ท่านพชรอย่าหลงเชื่อลูกไม้ตื้นๆของมัน" พาริณสวนทันควัน

"ขอ ให้จงเชื่อ...พวกท่านคงไม่รู้ว่าท่านวาสินเกิดความ แคลงใจดารัณมานานแล้ว ว่ามันคิดจะก่อการกบฏ เลยส่งผมเข้ามาเป็นไส้ศึกภายใน นั่นหมายความว่าทุกความเคลื่อนไหวของดารัณ ผมเท่านั้นที่ล่วงรู้"

"ฉันจะเชื่อใจแกได้ยังไง" พาริณถามเสียงกร้าว...ชาครไม่ตอบคำถาม แต่หันไปบอกกับพชร

"พวก ท่านรีบกลับค่ายเถอะ แล้วจงระวังด้วย ตอนนี้ ดารัณส่งกำลังพลออกตามหาค่ายกองกำลังใต้ดินอย่างหนัก ถ้ามีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมผมจะหาทางรายงานทันที" พูดจบชาครก็โค้งทำความเคารพภูษณะและพชร ก่อนจะเดินขึ้นรถขับออกไป พชรและทุกคนมองหน้ากันอย่างสับสน ไม่รู้จะเชื่อใจชาครผู้ลึกลับได้มากน้อยแค่ไหน...

เวลาต่อมา เมื่อชาครกลับไปถึงวังมินทุ...ดารัณโกรธจัดจ้องหน้าชาครอย่างไม่พอใจ ราชิตเองก็ไม่พอใจชาครเช่นกัน

"พลาด...มันพลาดกันได้ยังไง ทั้งๆที่คนของเรามากกว่าพวกมันถึงสองเท่า"

ชาครก้มหน้ารับความผิด ดารัณคว้าปืนยิงเปรี้ยง เฉียด ศีรษะชาครไปนิดเดียว

"เจ้า เป็นนายทหารฝีมือดี แต่กลับทำงานพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนสุดท้ายเราก็ยังไม่รู้ว่าค่ายกองกำลังของพวกมันอยู่ที่ไหน" ดารัณระบายอารมณ์ตบหลังมือที่ใบหน้าชาครเต็มแรง "หากเจ้าไม่ภักดีต่อเรา เจ้าตายไปนานแล้ว จำใส่หัวไว้ซะชาคร"

ดารัณผลุนผลันออกจากห้องด้วยความโกรธ ส่วนราชิต เขม่นมองชาครด้วยความผิดหวัง

ooooooo

เมื่อ คณะของพชรพากันกลับมาที่ค่าย เป็นเวลาที่ลำธารซ่อมแซมอาคารเสร็จพอดี และลำเลียงอุปกรณ์ การแพทย์ทั้งหมดเข้ามาจัดวางอย่างเหมาะเจาะลงตัว... ลำธารพอรู้ว่าพชรบาดเจ็บกลับมาก็รีบให้เขานอนบนเตียงพยาบาล แล้วจัดการทำแผลให้ด้วยความรักและเป็นห่วง พาริณเห็นภาพบาดตาบาดใจนี้อีก ถึงกับกลั้นน้ำตาแห่งความเสียใจไม่อยู่

พาริณเดินปาดน้ำตาออกไปทาง หนึ่ง แล้วชนกับภูษณะที่ผ่านมา ภูษณะสีหน้าแปลกใจซักถามพาริณว่าร้องไห้ทำไม พาริณอึกๆอักๆ ปฏิเสธว่าไม่มีอะไร

"ถ้าไม่ใช่เรื่องเศร้า แล้วอะไรที่ทำให้องครักษ์มือหนึ่งแห่งมินาลินเสียน้ำตาได้ ว่าไงล่ะพาริณ"

พา ริณไม่ตอบคำถาม แต่ภูษณะสังเกตเห็นว่าไฟที่ห้องพยาบาลดับลง แล้วพชรกับลำธารเดินเคียงข้างกันออกจากห้อง...ภูษณะหันกลับมาที่พาริณอีกที ก็เห็นพาริณจ้องสายตาเขม็งไปทางพชรและลำธารอย่างยากที่จะทำใจ

"อย่า บอกนะว่าเจ้าไปวุ่นวายกับคุณลำธารเขาอีก ลำพังแค่เรื่องการศึกก็มีเรื่องให้ต้องคิดมากพออยู่แล้ว เจ้าไม่ควรคิดกังวลถึงเรื่องอื่น เข้าใจใช่มั้ย"

"หม่อมฉันเข้าใจ และขอชื่นชมท่านภูษณะที่ไม่คิดกังวลแทนเจ้าหญิงบาจรีย์แม้แต่น้อย ว่าเจ้าหญิงจะโศกเศร้าแค่ไหน ถ้าเจ้าชายของเธอมีใจให้หญิงอื่น" พาริณจงใจพูดกระทบกระเทียบแล้วเดินจากไป ทิ้งให้ภูษณะยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ สีหน้าและแววตาบ่งบอกว่าวิตกกังวล...

ooooooo

ด้วยความรักและความเป็นห่วงที่มีต่อพชร คืนนี้บาจรีย์ถึงกับปลอมตัวเป็นทหารปะปนไปกับกองกำลังเสริมที่มาดิสร์ส่งไปยังมินาลิน...

แต่ ยามนี้ที่กองกำลังใต้ดินของเวคิน...พาริณ องครักษ์ สาวที่แอบหลงรักพชรสุดหัวใจ เธอแอบจับตามองพชรทุกฝีก้าว ขนาดดึกดื่นก็ยังคอยระแวดระวังภัยให้ พอเธอเห็นพชรจะเดินออกจากที่พัก ความระแวดระวังภัยกลับกลายเป็นระแวงว่าเขาจะไปหาลำธาร จึงตรงเข้าไปถามอย่างจับผิด

"ดึกมากแล้ว ไม่ทราบว่าท่านจะออกไปไหน"

"เธอเป็นองครักษ์หรือผู้คุมนักโทษกันแน่ ฮึ"

"หม่อมฉันแค่เห็นว่าท่านกรำศึกมา ก็ควรจะพักผ่อน แล้วอีกอย่าง ท่านก็บาดเจ็บด้วย"

"เรา แค่นอนไม่หลับอยากออกไปชมแสงจันทร์ แล้วสูดอากาศเมืองมินาลินให้หายคิดถึง...ขอบใจมากที่ห่วงเรา แต่เธอต้องห่วงตัวเองด้วยนะ ไปนอนได้แล้ว ไม่ต้องตามดูแลเราหรอก"

"ท่านจะว่าอะไรรึไม่ ถ้าหม่อมฉันขอชมจันทร์กับท่านด้วย"

"อย่าเลย...อากาศเย็นแล้วนะ พักผ่อนเถอะเดี๋ยวจะไม่สบาย ถ้าเธอป่วยเราคงไม่มีนักรบคู่ใจเคียงข้าง"

พ ชรยิ้มให้พาริณแล้วเดินออกจากเรือนพักไป พาริณ มองตามหน้าเศร้า ที่พชรเห็นเธอเป็นเพียงนักรบคู่ใจเท่านั้น... พชรตรงไปหาลำธารจริงๆ เป็นจังหวะที่ธีรัชเพิ่งจะงอนลำธารที่ไม่ยอมรับรักแล้วเดินหนีหายไปพอดี พชรจึงเข้านั่งแทนที่ธีรัช แล้วชวนลำธารไปนอนดูดาวด้วยกันบนพื้นหญ้าหน้าค่าย

จ่าแสงเห็นทั้งคู่ โดยบังเอิญ เขารีบสะกิดให้ธามดูด้วย ธามแม้จะมั่นใจว่าพชรชอบพอน้องสาวของตน แต่ก็อยากได้ยินจากปากพชรให้ชัดๆ สักพักเมื่อพชรเดินไปส่งลำธารที่เรือนพักแล้ว ธามจึงไปดักเจอพชร คาดคั้นให้พูดความจริงออกมาว่า คิดยังไงกับน้องของตน

พชรอ้ำๆอึ้งๆก่อนยอมรับว่าเขารักลำธาร ธามยิ้มพอใจ แล้วสำทับหนักแน่นว่า

"นาย คงรู้ใช่มั้ยว่าลำธารมาที่มินาลินเพราะนาย เพราะ ฉะนั้นฉันขอเตือนนายไว้ก่อนว่าอย่าทำให้น้องสาวฉันเสียใจเด็ดขาด ฉันไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น ถึงแม้ว่านายจะเป็นที่เคารพรักของคนที่นี่ แต่ถ้านายทำน้องสาวฉันเสียน้ำตาเมื่อไหร่ เมื่อนั้นเราเป็นศัตรูกัน...นายเป็นเพื่อนที่ดี และฉันก็เชื่อว่านายจะเป็นคนรักที่ดีของลำธาร ฉันไว้ใจให้นายดูแลเธอ อย่าทำให้ลำธารเสียใจนะเพื่อน"

พชรนิ่งฟังธามอย่างหวั่นวิตก เพราะก่อนหน้านี้ภูษณะพี่ชายของบาจรีย์ก็เพิ่งพูดคาดหวังเรื่องนี้ไว้กับตน เหมือนกัน... พอพชรกับธามจะแยกย้ายไปพักผ่อน ก็ได้ยินเสียงรถดังกระหึ่มเข้ามา พชรคาดว่าคงเป็นกำลังเสริมจากมินทุ ธามจึงอาสาไปดูเอง พชรยังบาดเจ็บควรกลับไปพักผ่อน

ภูษณะรอรับกำลัง เสริมอยู่ก่อนแล้ว ธามเดินมาสมทบ พอทหารทั้งหมดลงจากรถมายืนเรียงแถว บาจรีย์ที่ปลอมตัวมาด้วยก็เผยตัวตนทันทีที่ถูกธามค่อนแคะ ทุกคนตกใจมาก โดยเฉพาะภูษณะ คิดไม่ถึงว่าบาจรีย์จะกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้

"บาจรีย์ น้องต้องกลับวังเดี๋ยวนี้ น้องจะอยู่ที่นี่ไม่ได้"

"ได้...ไม่มีใครมีสิทธิ์ไล่น้อง"

"รู้ตัวรึเปล่าว่าทำผิด ทำให้ท่านพ่อท่านแม่ห่วง แล้วที่นี่มันอันตรายเกินกว่าที่น้องจะอยู่ได้"

"ถ้า อยากดุ จะด่าจะว่าน้องก็เอาไว้ทีหลัง พี่พชรอยู่ไหน... ไม่ได้ยินเหรอ พี่พชรอยู่ที่ไหน" บาจรีย์โวยวายเสียงดังจนธามทนไม่ไหวเดินเข้าไปประจันหน้า

"นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วครับเจ้าหญิง ป่านนี้พชรนอนหลับฝันร้ายไปแล้ว รู้ไว้ซะด้วย"

"ฝันร้าย ทำไมต้องฝันร้ายด้วย...พี่พชรไม่สบายเหรอ"

"ฝันร้ายเพราะว่าเธอโผล่มานี่ไง ถ้าอยากเจอพชรก็รอให้ถึงตอนเช้าก่อน เข้าใจมั้ย"

"เวรกรรมอะไรของฉันนะถึงต้องมาเจอนายที่นี่"

"มันก็เวรกรรมตัวเดียวกับผมนั่นแหละ ที่ดันต้องมาเจอหน้าคุณอีกครั้ง"

ธามกับบาจรีย์ตอบโต้กันไปมา แล้วก็จ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร

ooooooo

ตอนที่ 7

ลำธารนั่งรถกลับบ้านพร้อมธามและคณะของจ่าแสง  ตลอดทางเธอเหม่อลอยไม่พูดคุยกับใคร จน กระทั่งถึงบ้านก็ยังหงอยเหงาพิกล ทำให้ศิรดาอดสงสัยในท่าทีของลูกสาวไม่ได้  แต่เรื่องที่พชรคือรัชทายาททำให้ศิรดาตื่นเต้นตกใจมากกว่า  เธอจึงตำหนิธามที่ไม่บอกให้แม่รู้บ้าง ขณะที่ลำธารก็ต่อว่าพ่อว่าปิดบังกันได้

"นี่ถ้าแม่รู้ว่าเป็นเจ้าชายแห่งมินาลิน แม่คงดูแลท่านให้ดีกว่านี้"

"โธ่ แม่ครับ นายวิน เอ๊ย ท่านพชรท่านไม่ถือตัวหรอกครับ ขนาดโดนผมแกล้ง แถมโดนยัยลำธารด่ากรอกหูอยู่ทุกวันท่านยังไม่เคยปริปากบ่น  อยากรู้จริงๆว่าท่านคิดยังไง กับเธอ ถึงไม่เคยโกรธ ไม่เคือง ไม่แค้นอะไรทั้งนั้น แถมยังช่วยชีวิตยัยลำธารตั้งไม่รู้กี่หน"

ลำธาร ชะงักกึก นึกถึงความดีของพชรแล้วใจหายวาบขึ้นมาทันที แต่แล้วความนึกคิดของลำธารก็สะดุดหยุดลง เมื่อธีรัชแทรกเข้ามาทักทายเธอด้วยความดีใจสุดๆ แต่ลำธารดูจะเฉยๆ เหมือนไม่ยินดียินร้าย

ธีรัชแสดงความห่วงใยลำธารที่ต้องไปเสี่ยง อันตรายอยู่ในป่าหลายวัน คิดไปคิดมาธีรัชอยากจะจัดงานเลี้ยงปลอบขวัญลำธาร พร้อมกันนี้ก็หาแนวร่วมจากธามด้วย แต่ก็ถูกธามเบรก  ขณะที่ลำธารเองก็ปฏิเสธด้วยท่าทีเนือยๆ

"ขอบใจมากนะน็อต เราเองก็ดีใจที่มีคนเป็นห่วงเรามากขนาดนี้ แต่ตอนนี้เราอยากพัก"

"เหนื่อย  ลำธารเหนื่อยใช่มั้ย  งั้นเข้าไปพักในบ้านก่อนมั้ย เดี๋ยวเราเป็นคนปรนนิบัติพัดวีให้ลำธารเอง นะๆ ไปนะๆ"

"ไม่ต้องหรอกน็อต ฉันว่าเธอกลับไปก่อนดีกว่า"

"อ้าว แต่เราเพิ่งมานะ มาก็ไกล รถก็ติด แต่เพราะคิดถึงจึงมาหา"

"ฉันเหนื่อยจริงๆ ขอโทษนะน็อต กลับไปก่อนแล้วกัน"

ธีรัชสีหน้าจ๋อยสนิท ต้องยอมจำนนแต่โดยดี

"จ้ะๆ ไปก็ไป แต่ลำธารอย่าลืมนะว่า ถ้าต้องการคนดูแล น็อตคนนี้พร้อมจะดูแลลำธารเสมอ"

"จ้ะ ขอบใจมากนะน็อตที่อุตส่าห์แวะมา"

พอ ธีรัชเดินออกไปแล้ว  ลำธารถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ออกอาการเศร้าขึ้นมาทันที ศิรดาลอบมองลูกสาวด้วยความสนใจใคร่รู้ หลังจากพากันเข้าบ้าน ศิรดาจึงไม่รีรอที่จะจิกธามมาซักถาม

"ไหนเล่ามาซิธาม ว่าอยู่ที่โน่นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทำไมยัยลำธารกลับมาถึงได้หงอยอย่างนั้น"

"โธ่ ผมจะไปรู้ได้ยังไงครับ ผมเองไม่ได้อยู่กับยัยลำธารตลอดซักหน่อย คนที่ผมอยู่ด้วยคือยัยคุณหนูนกหวีดนั่นต่างหาก"

"ตาธาม ไปเรียกเจ้าหญิงอย่างนั้นได้ยังไง"

"เอ๊า ก็มันจริงนี่ครับแม่ ยัยนั่นน่ะน่ารำคาญสุดๆ ขนาดแมลงหวี่ยังอายเลยล่ะ"

"แล้วที่เราแซวว่าลำธารลืมหัวใจไว้ที่นั่นมันหมายความว่ายังไง"

"ผม ก็แซวไปอย่างนั้นเองแหละครับแม่ เรื่องนี้ถ้าแม่ อยากรู้ก็ไปถามเจ้าตัวเองสิครับ ขอตัวไปอาบน้ำนอนตีพุงก่อนนะครับ" ธามเดินหาวออกไป ศิรดามองค้อน บ่นงึมงําอย่างขัดใจ

"ดูซิ  อุตส่าห์ตามน้องไปตั้งหลายวัน ไม่รู้เรื่องอะไรซักอย่าง"

ooooooo

ทาง ฝ่ายคณะของภูษณะกลับไปถึงมินทุกลางดึก มาดิสร์กับตวิษาและเนตราอยู่รอรับ เห็นพชรบาดเจ็บ เนตราสงสารลูกจับใจ แต่ลึกๆก็ดีใจที่ลูกเข้มแข็งสมเป็นรัชทายาทแห่งมินาลิน

เช้าขึ้นแม่ลูกเผชิญหน้าในห้องอาหาร เนตราถือโอกาสเกริ่นเรื่องสำคัญที่เธอได้ตกลงกับมาดิสร์และตวิษาเอาไว้แล้วแก่พชร

"พชร...ลูกในฐานะตัวแทนแห่งราชวงศ์มินาลิน เราได้ตกลงทำการสำคัญบางอย่างกับราชวงศ์มินทุ"

"อะไรเหรอครับท่านแม่"

"เรื่อง นี้ให้ท่านมาดิสร์เป็นคนบอกก็แล้วกัน แต่แม่อยากขอร้องให้ลูกเชื่อฟังแม่และปฏิบัติตาม เพราะแม่เชื่อว่ามันจะส่งผลดีทั้งต่อตัวลูกและต่อชาวมินาลินทุกคน"

พ ชรสีหน้าแปลกใจสงสัย อีกครู่ มาดิสร์ ตวิษา ภูษณะและบาจรีย์ เดินเข้ามานั่งประจำที่ มาดิสร์มองหน้าเนตราอย่างรู้กัน ก่อนจะเอ่ยเป็นงานเป็นการ

"วันนี้พ่อมีเรื่องสำคัญจะบอกกับพวกเราทุก คน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พ่อแม่และท่านหญิงเนตราได้คุยกันไว้สักพัก  ถึงหนทางที่จะทำให้มินทุและมินาลินมีความเป็นปึกแผ่นมั่นคง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เหมือนที่เกิดขึ้นในมินาลินซ้ำรอยอีก ครั้ง...พชร"

"ครับท่านลุง"

"หลานเองคงพอจะรู้ว่าหนทางที่จะ กอบกู้มินาลินนั้นมีเพียงไม่กี่วิธี หนึ่งในวิธีที่ลุงกับแม่ของหลานได้คิดไว้คือการทำให้มินาลินและมินทุรวมเป็น ปึกแผ่นเดียวกัน ซึ่งทางออกที่ลุงกับแม่ของหลานได้เลือกไว้คือการให้หลานและบาจรีย์ อภิเษกสมรสกัน"

พชรนิ่งอึ้ง ตรงกันข้ามกับบาจรีย์ที่แทบกรีดร้องด้วยความดีใจสุดขีด

"ท่านพ่อ นี่ท่านพ่อพูดจริงๆเหรอคะ"

ตวิษายิ้มรับและตอบแทน "จริงสิลูก ไหนๆลูกกับพชรก็รู้จักกันมานานอยู่แล้ว แม่คิดว่าบาจรีย์และพชรไม่น่าขัดข้องอะไรใช่มั้ยลูก"

"ไม่ขัดข้องค่ะท่านแม่"

"น้อยๆหน่อยยัยบาจรีย์ ถามพชรซักคำรึยังว่าเขาเต็มใจจะแต่งงานกับเราด้วยรึเปล่า"

"ไม่เห็นต้องถามเลยพี่ภู พี่พชรต้องเต็มใจอยู่แล้ว จริงไหมคะพี่พชร"

พชรยิ้มเจื่อนๆแทนคำตอบ ในใจไม่ได้เต็มใจแม้แต่น้อย

"หาก เวลาที่เหมาะสมเดินทางมาถึง งานอภิเษกสมรสจะเกิดขึ้นทันที" มาดิสร์สรุปหนักแน่น พาริณที่ยืนอยู่มุมหนึ่งในห้องมองพชรด้วยความเจ็บปวด เธอค่อยๆเลี่ยงออกไปเงียบกริบอย่างคนหมดหวังในรัก ภูษณะชำเลืองตามพาริณอย่างจับสังเกต

ตกกลางคืน พชรนั่งเหม่อมองผ้าเช็ดหน้าของลำธารที่ยังพกติดตัวตลอดเวลา หวนนึกถึงเหตุการณ์ในป่าที่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเธอก็ยิ่งเศร้า...หารู้ ไม่ว่ามุมหนึ่งใกล้ๆกัน พาริณ ยืนปาดน้ำตาด้วยความเสียใจ กระทั่งพาริณเป็นฝ่ายหันไปเห็นพชร จึงเดินเข้าไปทักเขาด้วยน้ำเสียงปกติ

"ท่านไม่ควรมานั่งคนเดียวมืดๆอย่างนี้"

"วังมินทุคงไม่มีใครอุกอาจกล้าเข้ามาทำร้ายฉันได้หรอกพาริณ"

"เอ๊ะ ผ้านั่น"

"ของ ลำธารน่ะ...ตลอดเวลาที่เราอยู่ประเทศไทย แม้ว่าในใจของเราจะรู้สึกโดดเดี่ยวแค่ไหน แต่ลำธารทำให้ความรู้สึกของชายพลัดถิ่นคนหนึ่งมีกำลังใจและมีชีวิตชีวาขึ้น ได้ นี่คือสิ่งวิเศษที่เราได้รับจากลำธาร"

พาริณน้ำตาคลอขึ้นมาอีกครั้ง เจ็บปวดกับทุกคำพูดของพชร แต่พยายามดึงตัวเองกลับสู่โลกแห่งความจริง

"ไย ท่านคำนึงถึงหญิงอื่น ท่านอย่าลืมว่าผู้หญิงที่ท่านจะอภิเษกสมรสด้วยมีเพียงเจ้าหญิงบาจรีย์คน เดียวเท่านั้น แต่ถึงยังไงท่านก็ไม่ควรจะเห็นแก่ความรักมากกว่ามินาลินหรอกนะ"

"เรื่อง นั้นไม่ต้องห่วงหรอก เรารู้ตัวดีว่าเราเป็นใคร กำลังทำอะไร หน้าที่เราคือการกอบกู้มินาลินคืนมา ไม่ว่ายังไง เราก็ไม่มีทางเห็นความสุขส่วนตัวของตัวเองมากไปกว่าบ้านเกิด เมืองนอนหรอกพาริณ"  พชรเน้นย้ำทั้งที่รู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน ที่ต้องทนฝืนใจตัวเองขนาดนี้...

ooooooo

เควิน หัวหน้ากองกำลังใต้ดินผู้จงรักภักดีต่อราชวงศ์แห่งมินาลินกำลังรวบรวมกอง กำลังให้ได้มากที่สุดเพื่อทำการต่อต้านพวกดารัณ เมื่อดารัณทราบข่าวจากสายของตนจึงไม่รีรอที่จะสั่งสมุนตามล่า ทำให้ พลพรรคของเควินบาดเจ็บล้มตายไปไม่น้อย แต่เมื่อเควินทราบข่าวว่าบัดนี้พชรเดินทางกลับมาที่มินทุแล้ว และในไม่ช้าจะมากอบกู้มินาลินคืนจากดารัณ ความฮึกเหิมของเควินก็กลับคืนขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อที่มินาลินเกิด สงครามกลางเมือง พชรจึงต้องเร่งวันเดินทางให้เร็วขึ้นอีก ขณะเดียวกันทางโรงพยาบาลที่ลำธารสังกัดอยู่ก็ได้รับแจ้งจากทางกาชาดสากล ว่าที่มินาลินต้องการหน่วยแพทย์อาสาเคลื่อนที่ไปดูแลคนบาดเจ็บจากเหตุการณ์ ไม่สงบ ลำธารรับฟังข่าวนี้ด้วยความสนใจ และเป็นห่วงพชรเหลือเกิน

ถึง เวลาที่พชรต้องเดินทางจากมินทุสู่มินาลินในวันพรุ่งนี้ บาจรีย์ร้องไห้น้ำตานองหน้า เว้าวอนไม่อยากให้เขาไปเลย เพราะกลัวว่าเขาจะไม่ได้กลับมา

"แล้วชาวมินาลินนับล้านที่เฝ้ารอการกลับมาของพี่ล่ะ ฟังพี่นะ  ไม่มีอะไรสำคัญสำหรับพี่มากกว่าแผ่นดินมินาลิน หวังว่าน้องคงเข้าใจ"

"บาจรีย์เข้าใจดี แล้วพี่พชรเคยรู้ไหมว่าคนสำคัญขนาดที่บาจรีย์ยอมแลกชีวิตด้วยคือใคร บาจรีย์ทิ้งความสุขสบายที่

มิ นทุแล้วหนีไปเมืองไทย จนเกือบเอาชีวิตไปทิ้งในป่าก็เพราะใคร" บาจรีย์ระเบิดอารมณ์ด้วยความน้อยใจ พาริณได้ยินเสียงบาจรีย์จึงเดินเข้ามาดู ทันเห็นบาจรีย์โผกอดพชรด้วยความรักสุดดวงใจ

"คนคนเดียวที่บาจรีย์ รักก็คือพี่พชร...พี่กลับไปกู้ชาติเพื่อคืนความสุขให้แผ่นดิน น้องไม่มีสิทธิ์ห้าม แต่อยากให้พี่พชรรู้ไว้ว่าดวงใจน้องเฝ้ารอทุกวินาทีให้พี่กลับมา ถ้าพี่พชรเห็นแก่ ความรักของน้องที่รักพี่เหนือกว่าชีวิตตัวเอง พี่พชรรับปากได้

ไหมว่า ไม่ว่ายังไงจะต้องรอดชีวิตกลับมาแต่งงานกับบาจรีย์ อนาคตข้างหน้าเราต้องปกครองแคว้นร่วมกัน แล้วเราจะครองรักกันจนชั่วนิรันดร์"

พชรมิอาจปฏิเสธความตั้งใจของเธอ ได้ เขาทำได้เพียงรักษาน้ำใจด้วยการยิ้มและพยักหน้า ค่อยๆเช็ดน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยน...พาริณเห็นภาพบาดใจตรงหน้า น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ก่อนหันหลังเดินหนีไป

"บาจรีย์ให้พี่พชรไว้ดูต่างหน้าเวลาไปรบ พี่พชรจะได้ ไม่เหงาเวลาคิดถึงบาจรีย์ไงคะ"

พ ชรรับผ้าเช็ดหน้าที่บาจรีย์ยื่นให้ ทั้งที่ในใจไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น ความรู้สึกของเขามีต่อเธอคือพี่ชายที่รักน้องสาว และหญิงเดียวที่เขารักก็คือลำธารเท่านั้น

หลังจากแยกย้ายเข้าห้องพัก บาจรีย์คิดหนักอยากจะแอบหนีไปกับคณะของพชรด้วย แต่ก็ถูกตวิษาดักทางปิดโอกาสอย่างรู้ทัน...

ฟาก ลำธารที่ประเทศไทย เธอเก็บเอาข่าวสารความไม่สงบของมินาลินมานอนคิดจนฝันร้าย ฝันว่าพชรถูกพวกดารัณฆ่าตาย พอสะดุ้งตื่นถึงกับใจคอไม่ดี ร้องไห้ออกมาอย่างขวัญเสีย

ooooooo

เช้าแล้ว พชรบอกลาเนตราและให้สัญญาว่าตนจะกู้บัลลังก์ของท่านพ่อคืนมาจากดารัณให้ได้ เนตรายิ้มเชื่อมั่นในความกล้าหาญและตั้งใจจริงของลูก แล้วหันไปทางพาริณ บอกให้ดูแลตัวเอง และฝากดูแลพชรด้วย

"หม่อมฉันจะปกป้องรัชทายาทให้เท่าชีวิตของหม่อมฉัน ขอท่านหญิงจงอย่ากังวล"

"ขอบใจเธอมาก ฉันดีใจนะพาริณ ว่าถึงแม้พชรจะเป็นเพียงเจ้าชายไร้บัลลังก์ แต่เจ้าก็ยังคงจงรักภักดีต่อพชร"

"หม่อมฉันเป็นองครักษ์แห่งราชวงศ์ ไม่ว่าอย่างไรสถานะของหม่อมฉันก็ไม่มีวันเป็นอื่น"

"โชคดีของเราและพชรที่มีทหารดีๆอย่างเจ้า  เอาล่ะ ออกเดินทางได้แล้ว ขอให้ทุกคนโชคดี"

ทุกคนแยกย้ายเตรียมขึ้นรถ มาดิสร์เดินมาจับบ่าให้กำลังภูษณะที่ร่วมขบวนไปกับพชรด้วย

"ระวังเนื้อระวังตัวให้ดีด้วยนะภูษณะ อย่าลืมว่าดารัณมีทหารมีฝีมือรายล้อมมากมาย"

"ท่านพ่ออย่ากังวลไปเลย ลูกจะระวังตัวเป็นอย่างดี ว่าแต่ทำไมไม่เห็นบาจรีย์มาส่งเลย"

มาดิสร์ไม่ตอบ แต่ยิ้มมีเลศนัย...บาจรีย์ถูกตวิษาจับขังไว้ในห้อง เธอร่ำร้องจะไปกับพชร ขอร้องท่านแม่ปล่อยเธอไปเถอะ

"ไม่ได้ เราเป็นผู้หญิงจะตามเขาไปทำไม พี่เขามีงานใหญ่ต้องทำ ขืนไปก็เป็นภาระพี่เขาเปล่าๆ"

"แต่ลูกเป็นห่วงพี่พชรกับพี่ภูษณะ ลูกอยากตามไปช่วยด้วยนี่ท่านแม่"

"ยังไงแม่ก็ไม่ให้ไปเด็ดขาด ลูกต้องอยู่ที่นี่ ห้ามไปไหนเด็ดขาด จำไว้"

"ขอเจอหน้าพี่พชรนิดหนึ่งก็ยังดีนะคะ...นะคะท่านแม่"

ต วิษาไม่ฟังคำออดอ้อนของลูกสาวอีกแล้ว สั่งกำชับทหารให้เฝ้าหน้าห้องไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามให้เจ้าหญิงออกจากห้อง เว้นเสียแต่ตนจะสั่งเท่านั้น

ooooooo

ทางเมืองไทย ลำธารตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าเธอจะร่วมเดินทางไปมินาลินกับหน่วยแพทย์อาสา แต่ธีรัชซึ่งรู้เป็นคนแรกไม่เห็นด้วยอย่างแรง เขาพยายามทักท้วงเธอเพราะที่นั่นอันตรายมาก อีกอย่างถ้าเธอไป เขาต้องคิดถึงจนเป็นไข้แน่ๆ
ลำธารทำหน้าปูเลี่ยนๆกับถ้อยคำลิเกของธีรัช จากนั้นก็ยืนยันกับเขาว่า ยังไงเธอก็ต้องเดินทางไปมินาลินให้ได้ แต่เมื่อกลับบ้านมาขออนุญาตพ่อกับแม่ พวกท่านกลับเสียงแข็งไม่ยอม

"ไม่ได้นะลำธาร แม่ไม่ให้เราไปเด็ดขาด คราวก่อน

ที่หายตัวไปแม่ก็เป็นห่วงแทบแย่ นี่อะไรจะหาเรื่องไปมินาลินอีก คิดอะไรของเราฮึ"

"ลำธารไปกับหน่วยแพทย์อาสา ไปช่วยรักษาคนเจ็บ รับรองว่าไม่อันตรายหรอกค่ะ"

"แต่สถานการณ์ที่โน่นตอนนี้กำลังวิกฤติ พ่อว่าลูกอย่าเสี่ยงไปเลยดีกว่า"

"พ่อคะ ลำธารเคยเสี่ยงมาแล้ว ลำธารดูแลตัวเองได้ ขอลำธารไปนะคะ"

"ลำธาร...ทั้ง ชีวิตนี้พ่อไม่เคยห้ามอะไรลูกเลย แต่ครั้งนี้พ่ออนุญาตให้ลูกเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่นไม่ได้ อย่าพูดกับพ่อเรื่องนี้" อดิศรตัดบทแล้วเดินหนีทันที ศิรดาเองก็ยื่นคำขาดเหมือนกัน

"ถ้าลูกยังรักพ่อกับแม่อยู่ อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีก"

ลำธาร ยืนหน้าจ๋อย มองตามพ่อกับแม่ไปด้วยความผิดหวัง ธามซึ่งแอบฟังอยู่ก้าวเข้ามายืนตรงหน้าน้องสาว ถามว่าคิดยังไงถึงจะเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยง ลำธารไม่ตอบแต่กลับขอร้องพี่ธามช่วยพูดกับพ่อแม่ให้หน่อย

"เฮ้อ เรื่องอื่นพี่ก็พอช่วยได้นะ แต่เรื่องนี้พี่เห็นด้วยกับพ่อกับแม่ ว่าเธอไม่น่าไปตอนนี้ รอให้สถานการณ์ดีกว่านี้ค่อยไปไม่ดีกว่าเหรอ"

"ที่ ลำธารอยากไปช่วยชาวมินาลินก็เพราะเห็นทุกคนกำลังลำบาก ถ้าทุกคนปลอดภัยดีกันหมดแล้วลำธารจะไปทำไมล่ะพี่ธาม หรือว่าพี่ธามไม่เป็นห่วงคนที่นั่น"

"คนที่นั่น...น้องหมายถึงพชร?"

"พ ชรมีบุญคุณกับลำธาร เขาเกือบต้องตายเพราะช่วยชีวิตลำธาร ในฐานะที่น้องอยู่ในสถานะที่ช่วยเหลือได้จะให้ น้องงอมืองอเท้า ในขณะที่พชรและพลเมืองของเขาต้องการความช่วยเหลือเหรอคะพี่ธาม"

ธามอึ้งไปกับเหตุผลที่เขามิอาจปฏิเสธความปรารถนาดีของน้องได้

"นะ คะพี่ธาม    ช่วยพูดกับพ่อและแม่ให้หน่อยนะ นะๆๆๆๆ" ลำธารเกาะกอดอ้อนสุดชีวิต ที่สุดธามก็ใจอ่อนยอมไปเจรจากับพ่อแม่ โดยมีลำธารตามมาฟังผลอยู่ข้างๆด้วย

"ผมว่าพ่อกับแม่ลองฟังยัยลำธารซักครั้งเถอะครับ"

"ไม่ห้ามน้องแล้วยังจะเข้าข้างอีกเหรอ ไม่เห็นรึไงว่าที่ที่น้องจะไปมันอันตรายขนาดไหน"

"รู้ครับ แล้วผมเองก็ห่วงยัยลำธารด้วย ผมเลยคิดว่าจะไปกับยัยลำธารด้วยอีกคน"

"อะไรกัน นี่ลูกสองคนเพี้ยนกันไปหมดแล้วหรือไง"

"เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของมินาลิน พ่อไม่อยากให้ แกเข้าไปยุ่ง"

"ถ้า ในฐานะทหารนาวิกโยธินผมเห็นด้วยครับพ่อ แต่ ถ้าในฐานะเพื่อน ยังไงผมก็คิดว่าผมคงทิ้งเจ้าชายรัชทายาทไปไม่ได้ เช่นเดียวกับที่พ่อเป็นเพื่อนรักกับเจ้าครองแคว้นมินาลิน พ่อถึงได้ช่วยเป็นภาระให้พชรมาฝึกรบกับหน่วยของเรา หวังว่าพ่อคงเข้าใจความรู้สึกของผมนะครับ"

อดิศรชะงักกึก เถียงไม่ออก มองหน้าศิรดาอย่างลำบากใจเหลือเกิน

"พ่อจะถือว่าลูกพร้อมที่จะรับผลที่เกิดจากการตัดสินใจของตัวเอง...พ่ออนุญาต"

ธามกับลำธารที่ลุ้นอยู่หันมองหน้ากันขวับแล้วยิ้มอย่างดีใจ แต่ศิรดาแทบเต้น โกรธอดิศรขึ้นมาทันที

"คุณ...นี่คุณปล่อยให้ลูกไปง่ายๆได้ยังไง ถึงพ่อจะอนุญาต แต่แม่ไม่...ไม่เด็ดขาด"

สองพี่น้องมองพ่อขอความเห็นใจ อดิศรได้แต่ถอนหายใจ ลำธารจึงโผไปกอดแม่

"แม่ คะ ลำธารรู้ดีว่าการไปมินาลินจะทำให้พ่อแม่เป็นห่วง แต่ขอให้ลำธารเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยอีกหลายชีวิตในมินาลิน ขอให้ลำธารไปลบฝันร้ายให้คนที่นั่นนะคะ นะคะแม่"

"ไม่...แม่ไม่อนุญาต...จนกว่าจะสัญญาก่อนว่าจะติดต่อกลับมาหาพ่อและแม่ทุกๆวัน"

สองพี่น้องยิ้มกว้างดีใจสุดๆ รีบให้คำมั่นสัญญาก่อนก้มลงกราบที่ตักพ่อและแม่...

นอกจากธามกับลำธารแล้ว จ่าแสงก็ได้รับอนุญาตให้ เดินทางไปมินาลินด้วย โดยจ่าแสงจะไปพร้อมธาม หลังเตรียมสัมภาระและจัดการเรื่องลาราชการเสร็จแล้ว ส่วนลำธารเดินทางไปก่อนพร้อมกับหน่วยแพทย์อาสา ที่มีธีรัชร่วมทีมไปด้วยอีกคน

ooooooo

ทันทีที่เดินทางถึงมินาลิน หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ได้ปักหลักรักษาชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บจากการสงคราม กลางเมืองที่เกิดขึ้นจากความโหดเหี้ยมของดารัณที่ต้องการยึดอำนาจ

รวมทั้งผู้คนมาเป็นฝ่ายของตน    หากผู้ใดยังจงรักภักดีต่อพชร   มันผู้นั้นก็ต้องตายอย่างเจ็บปวดทรมาน

เมื่อคณะของพชรเดินทางมาถึงมินาลินและได้พบกับเวคิน หัวหน้ากองกำลังใต้ดินที่ยังจงรักภักดีต่อราชวงศ์ เวคินดีใจเป็นที่สุด และแสดงพลังของพวกตนที่พร้อมจะกอบกู้บัลลังก์ คืนแก่พชรให้จงได้ นั่นยิ่งทำให้พชรรู้สึกมีกำลังใจและมีความหวังเต็มเปี่ยม

วันแรกของการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ นึกไม่ถึงว่าลำธารจะได้เจอกับพชร สองคนโผกอดกันแนบแน่นด้วยความคิดถึงและโหยหา ก่อนจะจูงมือกันเดินห่างออกไปจากหน่วยแพทย์ฯ

"คุณน่าจะรู้ว่าที่มินาลินไม่มีความปลอดภัยหลงเหลืออยู่ คุณมาที่นี่ทำไม"

"แล้วนายล่ะ เมื่อรู้ว่ามันอันตรายแล้วกลับมาทำไม"

"คุณก็รู้ว่าผมมาเพื่อกอบกู้มินาลิน"

"เหตุผลก็ไม่ต่างกัน  นายกับฉันต่างก็ต้องการช่วยเหลือคนไม่ใช่เหรอ"

"แต่คุณไม่มีความผูกพันกับคนที่นี่เท่าผม"

"ใครบอกนายว่าฉันไม่มีความผูกพันกับคนที่นี่"

"คนที่นี่...คุณหมายถึงใคร"

"ไม่รู้ ลองหาคำตอบเอาเองสิ" ลำธารหันหลังให้เขาอย่างงอนๆ พชรยิ้มบางๆ เดินมายืนตรงหน้าเธอ

"คุณหมายถึงผม...ใช่ไหมลำธาร"

ลำธารยิ้มแทนคำตอบ พชรดีใจทำท่าจะกอดเธอ แต่ พลันธีรัชก็วิ่งหน้าเริดเข้ามาร้องเรียกลำธาร ทำให้สองคนต้องผละออกจากกันโดยเร็ว

ธีรัชเห็นพชรก็รู้สึกเกรงขามในความเป็นเจ้าชาย ธีรัชพูดผิดพูดถูกหลังพยายามจะใช้ราชาศัพท์ จนพชรต้องเอ่ยปากว่า
"พูดกับเราแบบปกติเถอะ อย่าลำบากเลย เราขอตัวลำธารสักครู่ได้ไหม"

"ไม่ได้ เอ๊ย ได้ขอรับ...ตามสบายครับ" พูดแล้วธีรัชก็หน้าสลดตาละห้อย มองตามทั้งคู่จูงมือกันออกไปทางเนินเขา

พชรกับลำธารดื่มด่ำกับความสุขได้ครู่เดียวก็มีมารเข้ามาผจญอีกจนได้...พาริณ โผล่เข้ามาแจ้งข่าวแก่พชรว่าท่านภูษณะมีเรื่องต้องประชุมด่วน พูดพลางเธอชำเลืองมองลำธารอย่างไม่พอใจ...

กว่าจะประชุมเสร็จก็ค่ำพอดี พาริณทักท้วงอย่างแปลกใจ ที่พชรจะไม่กลับค่ายพร้อมกับพวกเธอ ทั้งที่กองกำลังของเวคินก็เฝ้ารอการกลับมาของพชรอยู่

"พาริณ ภูษณะ เวคิน รุดหน้าไปก่อนเถอะ ไม่ต้องห่วงเรา"

"ไม่...องครักษ์จะอยู่ห่างรัชทายาทไม่ได้ หากท่านอยู่ที่นี่ ฉันก็ไม่ไปไหน" พาริณเสียงแข็ง...ภูษณะเหลือบมองไปทางเต็นท์เห็นลำธารยืนชะเง้อมองพชรด้วยใจ ที่ห่วงหา ก็เข้าใจอะไรๆได้ทันที

"เราขอเวลาอยู่ที่นี่แค่ชั่วข้ามคืนเท่านั้น หวังว่าเจ้าคงไม่ขัดคำสั่งเรา"

พาริณทำท่าจะไม่ยอมอีก ภูษณะเลยต้องออกโรง

"พาริณและพวกเจ้าทุกคนออกไปรอก่อน เราขอคุยกับพชรแต่เพียงลำพัง"

ทุกคนจำต้องทำตามคำสั่งของภูษณะ จากนั้นภูษณะขยับมาใกล้พชร ตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมา

"เหตุผลของนายในการไม่กลับพร้อมกับพวกเราก็คือคุณลำธาร"

พชรไม่มีทางเลี่ยง พยักหน้าให้ภูษณะด้วยอาการสุขุม

"ระยะเวลาที่ลำบากด้วยกันในเมืองไทย คงทำให้นาย ผูกพันกับเธอ ฉันคงห้ามอะไรนายไม่ได้ ถ้านายอยากมีเวลากับเธอสักคืนหนึ่ง พรุ่งนี้เช้าฉันจะให้คนมารับ"

"ขอบคุณที่เข้าใจ"

"แต่ความผูกพันของนายคงไม่สร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินคำว่าเพื่อน อย่าลืมว่ามินาลินและมินทุต้องผนึกเป็นแผ่นดินเดียว และการรวมประเทศจะไม่สำเร็จ หากงานอภิเษกสมรสระหว่างนายกับบาจรีย์ไม่เกิดขึ้น ฉันไม่ได้เตือนนายหรอกนะ เพราะรู้ดีว่านายคงตระหนักถึงความสำคัญข้อนี้ จริงไหมพชร"

พชรสะอึกอึ้งที่ภูษณะอ่านใจเขาได้อย่างปรุโปร่ง

ooooooo

ตอนที่ 6

ในที่สุดลำธารก็ตกหลุมพรางของพวกราชิตจนได้ ถูกพวกมันล้อมกรอบก่อนจับตัวมัดไว้กับต้นไม้ พชรตามมาช่วยเธอได้ทันเวลา แต่พชรก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดถูกราชิตยิงเข้าที่แขนเพราะเอาตัวบังลำธารไว้

"ราชิต...เธอไม่เกี่ยว ปล่อยเธอไปซะ"

"เฮ้ย ยังกล้าให้ทางเลือกกับฉันอีกเหรอ เจ้าชายแห่งมินาลิน ลืมไปแล้วมั้งว่าตอนนี้ชีวิตพวกแกอยู่ในกำมือฉัน"

ลำธารชะงักกึก ได้ยินชัดว่าเขาคือเจ้าชายแห่งมินาลิน

"เลิกพล่ามได้แล้ว ถ้าต้องการชีวิตฉันก็เอาฉันไป" พชรยืดอกไม่กลัวตาย...ลำธารตกใจและตื่นเต้นกับสถานการณ์ระทึกขวัญ แต่เมื่อพชรบอกให้เธอรีบหนีไป เธอกลับยืนนิ่งไม่ไปไหน

"ไม่ ฉันทิ้งนายไม่ได้"

"แต่คุณต้องหนี หนีไปซะ หนีไป!"

"พวกแกจะไม่ได้ไปไหนทั้งนั้น น่าสมเพชจริงๆ แกเห็นผู้หญิงคนนี้สำคัญกว่าชีวิตและบ้านเกิดเมืองนอนของแก ถ้าแกไม่ย้อนกลับมาช่วยมัน แกอาจจะรอด แต่แกกลับเลือกทางเดินลงนรกเอง...ตายซะพชร"

ราชิตเล็งปืนใส่ พชรรวบรวมกำลังครั้งสุดท้ายพุ่งชาร์จ ใส่ราชิตจนล้มกลิ้งปืนหลุดจากมือ  พชรคว้าปืนขึ้นมายิงใส่ราชิต

จนกระสุนหมด แล้วกระชากแขนลำธารวิ่งหนีออกไปโดยเร็ว

วิ่งกันไปได้สักพัก ลำธารบอกให้เขาหยุดก่อน เธอขอดูแผลที่แขนของเขาหน่อย พชรทำท่าจะไม่ยอม เพราะกลัวเป็นเป้านิ่งให้ราชิตอีก แต่ลำธารเห็นเลือดไหลเป็นทางที่แขน จึงบังคับเขาว่ายังไงก็ต้องหยุด พชรเลยจำต้องนั่งลงที่โคนต้นไม้

"นายพอมีผ้าสะอาดๆติดตัวอยู่บ้างมั้ย"

พชรนิ่งไปนิด ก่อนตัดสินใจหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา ลำธารเห็นแล้วอึ้ง เพราะมันคือผ้าเช็ดหน้าของเธอที่ทำหล่นหายนั่นเอง

"นายเก็บไว้ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ฉันขอก็แล้วกัน" ว่าแล้วเธอหยิบผ้าเช็ดหน้ามาพับหลายทบก่อนเอากดลงอย่างแรงที่ต้นแขนของเขา "เจ็บหน่อยนะ"

"ขอบคุณนะครับ"

"ขอบคุณทำไม ฉันแค่ห้ามเลือดให้นาย แต่นายช่วยชีวิตฉันไว้นะนายวิน...ขอบคุณที่นายไม่ทิ้งฉัน และขอโทษที่นายต้องเกือบตายเพราะฉัน"

พชรยิ้มให้อย่างไม่ถือโทษโกรธเคือง ลำธารกดบาดแผลห้ามเลือดให้เขา แทนที่จะเจ็บปวด พชรกลับยิ้มบางๆอย่างมีความสุขที่ได้รับการช่วยเหลือดูแลจากเธอ

ด้านราชิตที่ถูกยิงจนแน่นิ่ง ที่แท้เขาแค่สลบไปเท่านั้น เพราะเสื้อกันกระสุนที่ใส่ช่วยชีวิตไว้ แต่พอรู้จากชาครว่าพชรกับผู้หญิงคนนั้นหนีไปได้ ราชิตโกรธแทบคลั่ง ยิงปืนขึ้นฟ้าหลายนัด ก่อนออกคำสั่งเฉียบขาด

"พลิกแผ่นดินหาให้เจอ ถ้าเจอตัวอย่าเพิ่งฆ่ามัน เพราะมันต้องตายด้วยน้ำมือของฉัน...ของฉันคนเดียว!"

ooooooo

หลังจากห้ามเลือดที่แขนให้พชรแล้ว ลำธารก็ย่างก้าวตามหลังพชรไปด้วยสีหน้าครุ่นคิดค้างคาใจ พชรมัวแต่มุ่งมั่นเรื่องเส้นทางจึงไม่ทันสังเกต

"ทางโน้นคือเป้าหมายที่เราต้องเดินทางไป ลงจากเนินเขาฝั่งนี้ไปแล้วเส้นทางคงไม่ลำบากเท่าไหร่ อย่างน้อยถ้ายิ่งเข้าใกล้เขตชายแดน เราอาจเจอชาวบ้านที่จะขอความช่วยเหลือได้บ้าง"

ไม่มีเสียงแสดงความคิดเห็นใดๆกลับมา ให้สงสัยจนเขาต้องหันหลังกลับมามอง

"คุณคิดอะไรอยู่ครับ"

"พชร...เจ้าชายแห่งมินาลิน" เสียงพูดคล้ายรำพึงของลำธารทำให้พชรสะอึกอึ้งไปทันที "ฉันจะถามนายเป็นครั้งสุดท้าย ในฐานะที่ฉันต้องฝากชีวิตไว้กับนายที่ป่าผืนนี้ ฉันต้องรู้ว่านายคือใคร เรื่องเลวร้ายทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นมันคืออะไร"

แทนคำตอบ พชรตัดสินใจจูงมือลำธารขึ้นไปบนเนินเขา

"ด้านหลังทิวเขาไกลๆทางโน้นคือมินทุ และเลยจากมินทุไปอีกคือบ้านเกิดของผม...รัฐอิสระมินาลิน ดินแดนที่เคยสงบสุข แต่ถึงวันนี้คนดีไม่มีแผ่นดินให้เหยียบยืน เพราะทหาร

ชั่วดารัณ และราชิตผู้หลงใหลในอำนาจ แล้วในเมื่อมันอยากขึ้นเป็นใหญ่ มันก็ต้องโค่นล้มคนที่ใหญ่กว่า" พชรเริ่มย้อนอดีตอันเจ็บปวด โดยมีแววตาของลำธารจับจ้องรอฟังอย่างตั้งใจ

พชรเล่าเหตุการณ์ตอนดารัณก่อกบฏ ฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ รวมทั้งวาสินพ่อของเขาอย่างโหดเหี้ยมทารุณ แล้วมันพยายามตั้งตนเป็นผู้นำคนใหม่ แต่ยังขาดศิราพัชรอัญมณี

ประจำผู้นำแคว้น อีกทั้งยังต้องกำจัดรัชทายาทซึ่งก็คือเขานั่นเอง

ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากพชรแล้ว ความสงสัยที่ค้างคาใจมาตลอดหายไปสิ้น กลายเป็นความสงสารและเห็นใจเข้ามาแทนที่

"ตอนนี้ที่มินาลินเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ดารัณกอบโกยเอาผลประโยชน์ใส่ตัว ทิ้งให้ประชาชนอยู่อย่างอดๆอยากๆ ทั้งที่บูรพกษัตริย์แห่งมินาลินดูแลบ้านเมืองมาอย่างดี ทั้งป่าเขา สายน้ำ และเหมืองเพชรที่อุดมสมบูรณ์ ทุกอย่างกำลังจะถูกผลาญหมดในพริบตา เพราะไอ้ดารัณ ตอนนี้ชาวมินาลินกำลังรอคนไปกอบกู้ความหวังของพวกเขา"

"แต่ฉันมองไม่เห็นว่านายจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ในเมื่ออำนาจทุกอย่างตกอยู่กับดารัณ"

"แต่ชาวมินาลินฝากความหวังไว้ที่รัชทายาทของพวกเขา มันคือภารกิจพลีชีพเพื่อแผ่นดิน ผมจะไม่ยอมตาย หากมินาลินไม่พบวันสงบสุข"

สีหน้าพชรเปี่ยมด้วยอุดมการณ์ ลำธารถึงกับขนลุกเมื่อสำนึกได้ว่าตนยืนอยู่ต่อหน้าว่าที่องค์กษัตริย์

"ท่านพชร...ฉันขอโทษที่ล่วงเกินท่าน"

"ลำธาร...ผมยังคือวินคนเดิม ถึงจะเป็นคนที่คุณเกลียด คนที่คุณโกรธก็ตาม"

"ฉันโกรธนายไม่ลงแล้วล่ะ เดินทางต่อเถอะ ไม่ว่าจะไปที่ไหน ฉันจะไม่หนีนายไปอีกแล้ว ฉันจะส่งนายขึ้นรถกลับไปกู้ชาติเอง เราต้องรอดด้วยกัน โอเคมั้ย"

เป็นครั้งแรกที่เธอส่งยิ้มจริงใจมา พชรยิ้มตอบอย่างสุขใจ

ooooooo

ราชิตหงุดหงิดโมโหไปกันใหญ่ เมื่อชาครและทหารกลับมาบอกว่าตามหาพชรไม่พบ แต่คาดว่ามันไม่ย้อนกลับเส้นทางเดิมแน่ นั่นหมายความว่ามันต้องมุ่งหน้าไปชายแดนเขตรอยต่อของป่ากับหมู่บ้าน

เมื่อแน่ใจเช่นนี้แล้ว ราชิตจึงวางแผนต่อโดยเร็ว...ขณะนั้นเป็นเวลาที่พาริณกับภูษณะไปถึงถ้ำที่พชร กับลำธารค้างแรมเมื่อคืน จากร่องรอยที่หลงเหลือคาดว่าพชรกับลำธารอาจ

แวะมาพักที่นี่ แล้วก็จริงดังคาด เมื่อภูษณะไปเจอสัญลักษณ์ของพชรที่ทำไว้ พร้อมมีลูกศรชี้บอกทางไปชายแดน

ภูษณะแปลกใจว่าทำไมพชรถึงเปลี่ยนเส้นทาง แต่ก็ชวนพาริณรีบไปต่อ แล้วสักพักทั้งคู่ก็ไปเจอบาจรีย์กับธามเข้าอย่างจัง

"บาจรีย์...ใครใช้ให้มาด้วย รู้ไหมว่าในป่านี้โอกาสตายมีทุกนาที" ภูษณะตำหนิน้องสาว

"รู้พอๆกับทุกคนนั่นแหละ แต่ความรักย่อมชนะความเห็นแก่ตัว น้องยอมเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่เพื่อช่วยพี่วิน...ยัยองครักษ์ ตัวดี เพราะเธอคนเดียว พี่วินถึงต้องเสี่ยงชีวิต เพราะความไม่ เอาไหนของเธอ" บาจรีย์ตบหน้าพาริณด้วยความโมโห พาริณ กลับยืนนิ่งไม่หลบ ไม่ตอบโต้ จนภูษณะต้องเข้าขวาง

"หลบสิ ทำไมยอมให้เขาทำร้ายอยู่ได้"

"ท่านบาจรีย์พูดถูก ข้าสมควรโดนลงโทษ"

แต่ธามทนไม่ไหว เข้ามาล็อกตัวบาจรีย์ที่ยังคลั่งไม่หยุด บาจรีย์ยิ่งดิ้นขัดขืน ธามเลยจับเธอแบกใส่บ่าแล้วหมุนเพื่อให้งง

"นายจะทำอะไร หยุดนะ ไอ้...ไอ้คนทุเรศ ป่าเถื่อน ปล่อยฉัน"

"รับปากมาก่อนว่าจะหยุดอาละวาด"

"นายบังอาจที่สุด หยุดเดี๋ยวนี้"

"จะรับปากมั้ย"

"ได้ๆ ฉันรับปาก ปล่อยซะทีสิ"

ธามปล่อยบาจรีย์ลง แล้วหันไปก้มศีรษะให้ภูษณะ

"ขอโทษด้วยนะกระหม่อม"

"กระหม่อม...นี่นายรู้มาตลอดเลยเหรอว่าพี่ภูกับฉันเป็นใคร"

"เจ้าชายภูษณะกับเจ้าหญิงบาจรีย์แห่งรัฐมินทุ ผมรู้เรื่องทั้งหมดทุกอย่างเกี่ยวกับพชรและพวกคุณ"

"ทั้งที่รู้ว่าฉันเป็นเจ้าหญิง นายยังกล้าทำป่าเถื่อนใส่ นายจงใจแกล้งฉันใช่มั้ย นายมันบังอาจที่สุด"

"ขอโทษ ผมไม่ใช่พาริณที่คุณจะมาตบตีได้ ที่ผ่านมาคุณแอบตามผมเข้าป่ามาเอง ไม่ใช่ความผิดของผม"

บาจรีย์ชะงัก พูดอะไรไม่ออก ดึงกำปั้นออกมาจากมือธามอย่างฉุนๆ

"พี่เห็นด้วย และถ้ามัวแต่เถียงกัน พชรจะยิ่งน่าเป็นห่วง ตอนนี้เราต้องสามัคคีกันไว้ถึงจะถูก"

บาจรีย์เห็นจริง แม้จะยังมองพาริณโกรธๆ แต่ก็เถียงไม่ออก ธามชี้ไปที่สัญลักษณ์ตัว T ที่ต้นไม้ ย้ำหนักแน่นว่ามันไม่ใช่ของตน เป็นฝีมือของคนร้ายแน่นอน

"เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม ตอนนี้เราเข้ามาใกล้พวกมันแล้ว"

ฟังธามแล้ว ทุกคนกระชับอาวุธในมือพร้อมลุยในทุกสถานการณ์

ooooooo

พชรกับลำธารเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง เบื้องหน้าคือทุ่งโล่งและร้อน ซึ่งค่อนข้างอันตรายหากพวกราชิตตามมา

"จากนี้ไปการเดินทางจะมีอันตราย  เพราะต้องผ่านทุ่งโล่ง มันเป็นจุดสังเกตได้ง่าย ห้ามห่างกันเด็ดขาด ผมจะคอยระวังภัยให้"

"ความจริง...ถ้านายเดินทางคนเดียว คงจะไปได้เร็วกว่านี้ และเสี่ยงน้อยกว่านี้"

"ไม่หรอก ถ้าไม่มีคุณ...ผมก็ตายตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะว่าคุณขับรถผ่านมาและช่วยรับผมขึ้นรถ ผมถึงได้รอดมาจนถึงวันนี้ คุณลำธาร ผมเป็นหนี้ชีวิตคุณ เพราะฉะนั้นผมจะปก

ป้องคุณด้วยชีวิต...เราจะไปด้วยกัน รอดชีวิตด้วยกัน ผมไม่มีวันทิ้งคุณ"

ลำธารรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก รับรู้ถึงความจริงใจอันลึกซึ้งของเขา จึงยอมให้เขากุมมือก้าวเดินเคียงกันไปด้วยความเต็มใจ

แต่แล้วผ่านไปสักพักใหญ่ๆ นึกไม่ถึงว่าจะต้องเผชิญหน้ากับพวกราชิตอีกครั้ง พชรพยายามอย่างเต็มที่ที่จะปกป้องและพาลำธารหนีจากความตาย ในที่สุดเขาก็พาเธอวิ่งหนีพวก

ราชิตไปจนมุมที่หน้าผา ราชิตบังคับให้พชรบอกที่ซ่อนศิราพัชร แต่ลำธารห้ามพชรพูดเด็ดขาด ราชิตโมโหกำลังจะยิงลำธาร ก็พอดีคณะของธามโผล่มาสกัด จากนั้นการต่อสู้ดุเดือดของสองฝ่ายก็เริ่มขึ้น
กองกำลังของจ่าแสงได้ยินเสียงปืนจึงรีบตามมาสมทบ เพราะจุดที่อยู่ไม่ห่างจากกันนัก เสียงปืนยิ่งทวีคูณดังสนั่นลั่นป่า ราชิตเห็นท่าไม่ดีปาระเบิดจนอีกฝ่ายกระโดดหนีล้มลุกคลุกคลาน แล้วธามก็สั่งบาจรีกับลำธารพาพชรหนีไป แต่ราชิตไม่ยอม พุ่งเข้ามาชนและกระชากพชรไปด้วย ร่างทั้งคู่กลิ้งลงเนินไปด้วยกัน ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของบาจรีย์และลำธาร

พชรยังเจ็บแผลที่แขนอยู่ จึงเป็นรองราชิต แต่ช่วงหนึ่งของการต่อสู้ พชรใช้กริชจ้วงแทงราชิตเต็มแรง ร่างราชิตถึงกระตุกตาค้างกลิ้งลงไปตามทางลาด พชรจะตามไปซ้ำ แต่พาริณมาดึงเขาไว้

"ท่านพชร...ให้ทหารจัดการมันเถอะ ท่านบาดเจ็บมากแล้ว"

แผลที่แขนพชรเลือดท่วม พาริณรีบประคองเขากลับไปยังกลุ่มของธาม โดยที่จ่าแสงกับทหารยังคงต้องสู้กับพวกชาครอีกด้าน แต่แล้วชาครก็สั่งสมุนสลายตัว เพราะแน่ใจว่าขืนสู้ต่อก็รังแต่จะพลาดท่าล้มตาย
บาจรีย์แสดงความห่วงใยพชรมากมายจนลำธารรับรู้ได้ถึงความรักที่บาจรีย์มีต่อ พชร แต่ยามนี้ลำธารต้องตั้งสติเพื่อเย็บแผลให้พชรที่ปริแยกจนน่ากลัว ลำธารมือสั่นใจไม่ดี ทำไปห่วงเขาไป ขณะเดียวกันพชรก็ห่วงลำธาร ธามเฝ้ามองอากัปกิริยาของคนทั้งคู่อย่างรู้ทัน

เย็บแผลเสร็จ พชรถูกพาเข้ามานอนพักในเต็นท์สนาม บาจรีย์ตามมาดูแลใกล้ชิด ลำธารจำต้องถอยห่างด้วยความรู้สึกสะท้อนสะท้านอยู่ในอก ส่วนพาริณที่อยู่นอกเต็นท์ลอบมอง

ภาพความห่วงใยของบาจรีย์ที่มีต่อพชรอย่างเจ็บปวดมากเช่นกัน ที่สุดพาริณก็ทนดูต่อไปไม่ไหว เบือนหน้าเดินหนีห่างออกไป แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาของภูษณะไปได้

ภูษณะเดินตามไปบอกพาริณให้ตามเขามา เขามีเรื่องสำคัญให้เธอช่วย แต่พอเธอตามมาและนั่งลงอย่างที่เขาต้องการ เขากลับเรียกทหารให้เอาอุปกรณ์ทำแผลเข้ามาให้ พาริณอึ้งๆ มองภูษณะสวมถุงมือก่อนหยิบสำลีมาชุบแอลกอฮอล์จะทำแผลให้

"ไหนบอกว่ามีเรื่องสำคัญ...ท่าน...ท่านจะทำแผลให้ฉัน"

"ทำไม...ไม่เชื่อใจเรารึไง อยู่เฉยๆเถอะ ถ้าไม่อยากให้แผลติดเชื้อ"

ภูษณะจับแขนพาริณมาเช็ดแผลให้อย่างเบามือ พาริณ เกร็งและประหม่าพยายามจะดึงแขนกลับ บอกว่าตนไม่เป็นอะไรมาก ท่านพชรน่าเป็นห่วงยิ่งกว่า แต่ภูษณะจับพาริณ ไม่ให้ลุกขึ้น แล้วเช็ดแผลให้ต่ออย่างไม่สนว่าพาริณจะคิดหรือพูดอย่างไร

"พชรมีคนดูแลแล้ว ส่วนเจ้า...อย่างน้อยก็ควรจะดูแลตัวเองบ้าง"

"ไม่จำเป็น"

"จำเป็น  ถ้าเจ้าอยากอยู่ดูแลพชรไปนานๆ  เจ้าก็ต้องดูแลตัวเจ้าเองก่อน ถ้าองครักษ์ไม่แข็งแรงพอ จะช่วยรัชทายาทได้ยังไง เราสงสัยนัก ทำไมเจ้าถึงห่วงพชรมากกว่าชีวิตตัวเอง"

"มันคือหน้าที่ขององครักษ์"

"แน่ใจ หรือว่าเพราะหน้าที่เพียงอย่างเดียว...หากเป็นตัวเรา เหตุผลที่เราจะยอมสละชีวิตตัวเองมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ก็คือทำเพื่อคนที่เรารัก...พาริณ เจ้าเห็นด้วยกับเรารึไม่"

"ฉันไม่ทราบ" น้ำเสียงพาริณเริ่มไม่ชอบใจ

"แต่เรารู้ว่าเจ้ามีคำตอบให้กับตัวเองแล้ว"

"หากท่านเดาใจฉันได้ ท่านรู้รึไม่ว่าตอนนี้ฉันรู้สึกยังไง"

"เจ้า ก็คงอยากลุกหนีไป  เพราะไม่อยากให้เราซักไซ้เจ้าอีก แต่ขอโทษด้วยนะ เจ้าคงจะไม่ได้หนีไปไหนทั้งนั้น จนกว่าเราจะทำแผลให้เจ้าเสร็จ"

พาริณฮึดฮัด แต่ด้วยศักดิ์ที่ด้อยกว่าพาริณมิอาจปฏิเสธได้แม้ว่าจะไม่พอใจ

ooooooo

รอบๆ ค่ายพักยามค่ำคืน จ่าแสงตรวจดูเวรยามอย่างรอบคอบระแวดระวัง กระทั่งมาถึงหน้าค่ายเจอพชร ออกมาจากเต็นท์ จ่าแสงชะงักทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะเรียก เขาว่ายังไง แล้วต้องพูดราชาศัพท์ด้วยหรือไม่ แต่พชร

บอกให้พูดธรรมดา และเรียกเขาว่าพชรก็พอ จ่าแสงค่อยยิ้มสบายใจ มองตามพชรไปอย่างเป็นปลื้มชื่นชม

พชรเดินออกไปบนเนินกว้าง แหงนดูดาวที่พร่างพรายบนท้องฟ้า ก่อนจะเหลือบไปเห็นลำธารนั่งอยู่คนเดียวไม่ไกลจากจุดที่ตัวเองยืน

"คุณก็นอนไม่หลับเหมือนกันเหรอ"

เสียงทักถามของพชรทำให้ลำธารที่กำลังเหม่อถึงกับสะดุ้งหันขวับมามอง

"พชร...นี่นายเดินได้แล้ว"

"ผม มีคุณหมอเก่ง ก็ฟื้นเร็วแบบนี้แหละ" เขาพูดยิ้มๆ เดินมานั่งข้างๆเธอ  "เหมือนวันแรกที่เราเจอกันเลยนะ  ผมออกมาข้างนอก  แล้วก็มาเจอคุณ...ผมจำได้  ผมจำทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณได้"

"เป็นไปไม่ได้ นายเพิ่งจะเจอฉันไม่นาน จะจำอะไรได้เท่าไหร่กัน"

"คุณชอบนั่งเล่นเงียบๆ  บางทีโดนยุงกัดก็ไม่รู้ตัว  แล้วก็... คุณจะกินแต่ผักกรอบๆเท่านั้น ถ้าเละแล้วจะไม่กิน"

"นี่นายแอบสังเกตเวลาฉันกินด้วยเหรอ"

"คุณพูด...ไม่ค่อยมีหางเสียง แต่จริงๆแล้วเป็นคนใจดี"

"รู้ได้ยังไง เย็บแผลให้นาย ฉันยังไม่ใช้ยาชาเลย"

"แต่คุณเย็บแผลเบามาก แทบไม่ช้ำเลย เพราะคุณอยาก ให้คนไข้หายเร็วที่สุด และคุณก็ไม่ค่อยชอบที่ผมทำเป็นรู้จักคุณแบบนี้"

"เปล่าสักหน่อย...พูดต่อสิ นายรู้อะไรเกี่ยวกับฉันอีก"

"ที่สำคัญ คุณเป็นคนที่หายาก เหมือนกับเพชร เพชรมีทั้งความแกร่งและความงาม  คุณเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ  แต่ก็งดงาม"

"นายก็เหมือนผู้ชายทุกคน ที่ชอบอ้อล้อชมผู้หญิง"

"ผมเปล่า ผมหมายถึงความงามข้างในนี้ต่างหาก"  เขาชี้ที่อกข้างซ้ายตัวเอง  ลำธารเหล่มองไม่อยากเชื่อ  "คุณหมอ

ลำธาร โลกเราทุกวันนี้ น้อยคนที่เขาจะใช้ชีวิตของตัวเองเพื่อคนอื่น  และคุณเป็นหนึ่งในนั้น  คุณเรียนหมอเพราะอยากช่วยคน และด้วยความกล้าหาญของคุณ  ผมมั่นใจว่าต่อไปคุณจะ

ช่วยผู้คนได้อีก มาก แม้เราจะลำบากและเจออันตรายมามาก แต่ลึกๆแล้วผมดีใจที่เราได้ร่วมเผชิญช่วงเวลาเหล่านั้นด้วยกัน มันทำให้ผมได้พบกับเพชรเม็ดงามที่สุดก็คือคุณ"

พชรสบตาลำธารและยิ้ม ให้อย่างจริงใจ จากนั้นสองคน เดินเคียงกันกลับไปยังที่พัก ลำธารแวะส่งเขาที่หน้าเต็นท์ แล้วตัดสินใจถามสิ่งที่ยังค้างคาใจ

"ฉัน ถามอะไรอย่างนึงได้มั้ย ทั้งๆที่นายเป็นคนสำคัญของประเทศ  เป็นรัชทายาทที่ต้องกลับไปกอบกู้บ้านเมือง  แล้วทำไม ทำไมนายถึงยอมเสี่ยงชีวิตช่วยฉัน"

"หน้าที่เป็นสิ่งสำคัญสูงสุดก็ จริง แต่วันใดที่คุณพบใครบางคน คนที่เข้ามาเป็นแสงสว่าง เติมความหวังให้หัวใจที่อ่อนล้ากลับมีพลังขึ้นมาใหม่ คุณจะไม่มีวันปล่อยให้คนคนนั้นเป็นอันตรายไปได้เลย"

"นายหมายความว่าฉันคือคนที่..."

แทนคำพูด พชรประคองดวงหน้าลำธารอย่างแผ่วเบา กำลังจะจุมพิต ก็พอดีบาจรีย์ส่งเสียงเข้ามาก่อนตัว สองคนจึงผละจากกันในทันที

"พี่พชร...บาจรีย์จะมาดูอาการพี่" มองไปยังลำธารอย่างไม่ไว้ใจ "นี่เธอมาทำอะไร"

"พี่ออกไปสูดอากาศ แล้วเกิดเจ็บแผล คุณหมอลำธารช่วยพี่กลับมาที่พัก"

"ทีหลังพี่พชรอย่าทำแบบนี้อีกนะ ทำให้บาจรีย์เป็นห่วงทุกทีเลย"

ลำธารมองบาจรีย์ออดอ้อนพชร รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างประหลาด

"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อน"

พ ชรยิ้มรับบางๆ มองตามลำธารไปด้วยสายตาอาวรณ์ คำถามเมื่อสักครู่ของเธอยังก้องในโสตประสาท จนเช้ารุ่งขึ้นมีโอกาส เขาจึงมาตอบคำถามของเธอก่อนจะออกเดินต่อไปยังมินทุพร้อมคณะของภูษณะ

"ผมมาตอบคำถามที่คุณถามผมเมื่อคืน คำตอบอยู่ที่หลังสร้อยเพชรที่คุณได้รับในวันเกิด"

"นายรู้ได้ยังไง ว่าฉันได้สร้อย หรือว่าสร้อยนั่น นายเป็นคนให้ฉันเหรอ"

"ผมขออะไรคุณอย่างหนึ่งได้มั้ย ต่อจากนี้ผมไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้พบคุณอีกรึเปล่า ผมขอกอดคุณสักครั้ง"

โดย ไม่รอคำตอบ พชรโน้มตัวลงมากอดลำธารอย่างอ่อนโยนและแนบแน่น เป็นนานที่ลำธารอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างไม่ต่อต้าน ก่อนที่พชรจะค่อยๆปล่อยเธอ

"ขอบคุณมาก ศิราพัชร คุณคือเพชรในดวงใจของผม"

แล้วพชรก็เดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเคลิบเคลิ้มงงงันประดุจอยู่ในฝันแก่ลำธาร

ooooooo

ตอนที่ 5

แม้จะเบื่อหน่ายความเอาแต่ใจของบาจรีย์ แต่ ธามก็ต้องอดทน เพราะไหนๆก็บุกป่าฝ่าดงมาด้วยกันถึงขนาดนี้แล้ว พอเขาจะเร่งการเดินทางหลังได้รับการติดต่อทางวิทยุสื่อสารจากจ่าแสงว่าเจอ วินกับลำธารแล้ว กลับต้องมาเสียเวลากับบาจรีย์ที่ถูกหนามตำเท้าอีก

ด้านพชรกับลำธารที่ล่องแพกันต่อไป แต่แพค่อนข้างเสียหายเพราะฝีมือพวกราชิต เมื่อลำธารแสดงอาการหงุดหงิดคับแค้นใจที่พชรไม่ยอมพูดความจริงว่าเขาเป็นใคร ด้วยการโวยวายทุบทึ้งแพเป็นการใหญ่  ทำให้แพที่สภาพแย่อยู่แล้วโคลงเคลงแล้วพลิกคว่ำจนเธอเองแทบเอาชีวิตไม่รอด ถ้าไม่ได้พชรช่วยเอาไว้

เมื่อแพแตก สองคนจำต้องเดินเท้าต่อ ลำธารเริ่มเห็นความดีความจริงใจของพชร แต่เธอก็พยายามไม่แสดงออก เพราะยังเคืองเรื่องที่เขาไม่ยอมพูดความจริงเกี่ยวกับตัวตนของเขา

ข้างฝ่ายธามที่ต้องแบกบาจรีย์ขึ้นหลังเพราะขาเธอเจ็บ จนมาถึงจุดริมน้ำที่ซากแพลอยอยู่ สองคนรู้สึกมีความหวังที่จะได้เจอพชรกับลำธาร แต่ธามก็ยังต้องเหนื่อยต่อไปเพราะบาจรีย์ยังเดินเองไม่ไหว

พชรกับลำธารดั้นด้นจนมาเจอถ้ำที่พอจะหลบแดดหลบฝนได้ เขาเข้าไปสำรวจข้างในแล้วกลับออกมาบอกเธอว่า

"โอเค ไม่มีสัตว์ร้าย"

"แต่ยังมีคนร้าย"

"พวกคนร้ายมันไม่กล้าตามล่าเราหรอก เพราะตอนนี้คงหนีทหารไทยอยู่"

"ฉันไม่ได้หมายถึงพวกมัน ฉันหมายถึงนายต่างหาก นายน่ะคนร้ายสำหรับฉัน อยู่ใกล้ๆนาย ฉันเกือบตายนับครั้งไม่ถ้วน"

"ลำธาร...ผมรู้สึกผิดพออยู่แล้วที่พาคุณมาเสี่ยงด้วย เข้าใจผมบ้างนะครับ"

"จะให้ฉันเข้าใจนายได้ยังไง บ้ารึเปล่า ในเมื่อฉันสงสัยเรื่องลึกลับของนายตั้งแต่วันแรกที่เจอหน้า จนกระทั่งตอนนี้นายก็ยังไม่มีคำตอบให้ฉันเลย"

"แต่เรื่องของผมไม่ใช่เรื่องสำคัญที่ใครต้องรู้"

"การที่ฉัน พ่อ แม่ พี่ธาม ทหารไทย ที่ต้องเดือดร้อนกับนาย มันไม่สำคัญอย่างนั้นสิ ทั้งหมดนี่มันก็เป็นเพราะความลับที่นายปกปิดไม่ใช่เหรอ...วิน อ้อ พชร ฉันยอมรับความหวังดีที่นายมีให้ แต่อย่าหวังเลยว่าฉันจะดีกับนาย" พูดแล้วเธอทำท่าจะเดินหนี แต่ต้องชะงักกึกเมื่อได้ยินเขาตั้งคำถามขึ้นว่า

"คุณยังอยากรู้เรื่องราวของศิราพัชรรึเปล่า"

ลำธารหันกลับมามองหน้าพชรอย่างสนใจ จากนั้นพชรก็เริ่มลำดับคำพูดออกมาเท่าที่จำเป็น

"ศิราพัชรคืออัญมณีคู่บ้านคู่เมืองของชาวมินาลิน"

"มินาลินที่เป็นรัฐอิสระน่ะเหรอ อย่าบอกนะว่านาย... เป็นคนที่นั่น"

"ครับ"

"แสดงว่าพวกคนร้ายต้องการศิราพัชร แล้วนายเป็นคนครอบครองศิราพัชรเหรอ"

"ผมเป็นคนที่รู้ว่าศิราพัชรซ่อนไว้ที่ไหน"

"แล้วทำไมพ่อฉันต้องพาตัวนายมาฝึกรบที่เมืองไทย ทำไมนายต้องปกปิดชื่อและฐานะของตัวเอง แล้วทำไมมันต้องเป็นความลับ"

"ผมว่าคุณรู้เรื่องเยอะแล้วนะครับ เท่านี้น่าจะเพียงพอ"

"เดี๋ยว แล้วเรื่องกอบกู้แผ่นดินอะไรนั่นล่ะ มันยังไง"

พชรไม่ตอบ  เดินหนีไปทันที  ลำธารยังคาใจ  ก้าวตามไปติดๆ

"นี่นายจะหนีไปไหน ฉันยังไม่เคลียร์เลยนะ"

เดินบ่นตามหลังเขามาครู่หนึ่งก็มีอันต้องสะดุดหยุดลงอีก เพราะเห็นเขาถอดเสื้อออกแขวนไว้กับกิ่งไม้

"นายวิน...นายถอดเสื้อทำไม"

"ก็มันเปียก เดี๋ยวปอดบวมก็ถามหาสิ คุณเองก็หาที่ตากเสื้อซะ เดี๋ยวจะไม่สบาย"

"จะบ้ารึไง พูดอะไรคิดบ้างสิ ฉันเป็นผู้หญิงนะ จะให้ถอดเสื้อซี้ซั้วแบบนายได้ไง"

พชรเดินอมยิ้มเข้ามาใกล้ๆ โน้มหน้าไปประชิดแกล้งแหย่เธอเล่น

"ผมไม่มองคุณหรอกน่า ลุยป่าฝ่าดงกันมาตั้งนาน ไว้ใจ ผมได้แล้วนะ"

ลำธารสังเกตเห็นแผลเป็นที่อกซ้ายของเขา จำได้ว่าเคยเห็นและเคยสงสัยมาก่อน แต่ตอนนั้นถามแล้วเขาไม่ยอมตอบว่าไปโดนอะไรมา

"นี่...ตกลงแผลเป็นนั่น โดนอะไรมาน่ะ"

พชรชะงักเล็กน้อยก่อนตัดบทแล้วเดินหนีทันที

"ผมบอกคุณในสิ่งที่คุณควรจะรู้หมดแล้ว"

"อะไรของเขา ฉันยังไม่รู้อะไรเลย เป็นบ้าอะไรกันเนี่ย น่าเบื่อจริงๆ"

พชรเดินห่างถ้ำออกไปยืนโดดเดี่ยว นึกถึงบ้านเมืองก่อนก้มลงมองรอยแผลเป็นที่อกของตน

"รอยแผลนี่มันเตือนให้ผมระลึกอยู่เสมอว่าผมจะมีความรักไม่ได้ ผมต้องกลับไปทำให้มินาลินสงบสุขดังเดิม" พชรบอกกับตัวเองอย่างมุ่งมั่น หลังจากนั้นก็กลับมาขุดหลุมใกล้ๆบริเวณถ้ำ ลำธารเดินมาเมียงมองแล้วเยาะหยันว่า จะขุดหาหัวเผือกหัวมันรึไง พชรอ้าปากจะอธิบาย แต่เธอชิงตัดบทอย่างรวดเร็ว

"ฉันจะไปหาอาหารเอง"

"ผมจัดการเอง หาของกินในป่า ต้องรู้จักของป่านะคุณ คุณไม่ต้องไปหรอก เชื่อผมสิ"

"ฉันควรจะเชื่ออะไรนายอีก นายรู้จักดีงั้นสิ ถึงได้พามาหลงป่า แพแตก ถูกตามล่าสารพัด พอใจรึยัง ก็เพราะเชื่อนายไม่ใช่รึไง ถึงได้เป็นแบบนี้"

เธอระบายความอัดอั้นออกมา พชรถึงกับอึ้งหน้าจ๋อย

"แค่หาของกินแค่นี้หมูๆ ฉันจัดการเองได้ไม่ต้องพึ่งนายหรอก" ว่าแล้วเธอเดินดุ่มออกไป พชรมองตามอย่างห่วงใย ร้องบอกไล่หลัง

"คุณลำธาร อย่าไปไกลนะ ผมหาไว้เผื่อคุณแล้ว"

"ขอบใจ แต่ฉันหาได้ดีกว่าหัวเผือกหัวมันของนายแน่ๆ" เธอตะโกนสวนทันควันแล้วเดินกระแทกกระทั้นออกไปอย่างหงุดหงิดและอวดดี

ooooooo

อีกด้านหนึ่ง บาจรีย์ได้ทีขี่หลังธามอย่างสบายใจเฉิบ พอนึกจะหยุดเธอก็กระตุกคอเสื้อเขาอย่างไม่ปรานี

"โอ๊ย ทำอะไรเนี่ย ดึงยังกับบังคับม้า" ธามร้องลั่น

"มันก็เหมือนกันนั่นแหละ"

"เฮ่ย...พูดอย่างงี้ก็ลงไปเลยไป" เขาทำท่าจะปล่อยเธอลงน้ำ เธอร้องกรี๊ดและกอดเขาแน่นขึ้นอีกอย่างกลัวตกสุดๆ แต่พอเขายอมปล่อยเธอลงโดยดี เธอก็ออกปากไล่เขาไปไกลๆ

"อ้าว อะไรกัน อยู่ดีๆมาไล่"

"ฉันจะทำธุระส่วนตัว"

"ทำธุระ? ในป่านี่มีธุระอะไรให้ทำ"

"มีก็แล้วกัน ธุระของฉันนายต้องไปยืนไกลๆ ไกลๆเลยเข้าใจมั้ย"

บาจรีย์ท่าทีอายๆ ธามเลยถึงบางอ้อ เดินถอยห่างไปอย่างเข้าใจ

แต่พอรอนานก็ชักจะหงุดหงิด ธามเดินไปที่พุ่มไม้ใกล้ลำธารใส ป้องปากตะโกน

"วู้...เสือคาบไปกินรึยัง ทำไมทำธุระนานแบบนี้"

บาจรีย์แหวกว่ายในสายน้ำเพลินจนไม่ได้ยิน โดยถอดเสื้อผ้าพับวางไว้บนโขดหินใกล้ๆ ธามเอะใจที่เธอเงียบผิดปกติ จึงขยับเข้ามาอีก เป็นจังหวะที่บาจรีย์หันมาเห็นเขาพอดี

"นี่นาย...ไอ้บ้าธาม ใครใช้ให้นายมาแอบดูฉัน"

ธามตกใจหลบวูบไปยืนหลังต้นไม้ ตะโกนออกมา

"ไหนว่าไปทำธุระส่วนตั๊วส่วนตัว    ที่แท้ก็แอบมาว่ายน้ำสบายใจอยู่นี่"

"ก็ฉันเหนียวตัวนี่ ไปไกลๆเลยไป...ไป๊"

"แน่ะ ยังจะมาไล่เขาอีก คนอุตส่าห์อยู่โยงดูแลความปลอดภัยให้ เดี๋ยวงูน้ำ งูดินอะไรมันเลื้อยผ่านจะว่ายังไง"

"คนบ้า เข้าป่าเขาห้ามพูดถึงงู ผู้ใหญ่ไม่เคยสอนรึไง"

"แต่งูมันมีจริงๆนะคุณ ไม่ได้ล้อเล่น"

"ถ้าจะมีมันก็คงอยู่บนหัวนายนั่นแหละ นายล่ำหัวงู"

"เอ๊า...ว่าเราหัวงู เซ็งนะเนี่ย รีบทำธุระเร็วๆเข้า ยิ่งใกล้ๆน้ำอย่างงี้นะ อาจจะมีไอ้เข้"

"พูดบ้าอะไรอีกเนี่ย แถวเนี้ยไม่มีหรอก"

พูดขาดคำ ผลไม้หล่นจากต้นลงมาใกล้ๆ เธอตกใจร้องกรี๊ดรีบคว้าเสื้อผ้าปิดตัวขึ้นจากน้ำแทบไม่ทัน   ธามหัวเราะ

เป็นบ้าเป็นหลัง    แต่อึดใจก็โดนผลไม้ที่หล่นจากต้นปา

มาใส่   ตามด้วยเสียงด่าและกำปั้นของบาจรีย์ที่พุ่งเข้าทุบตีเขาไม่ยั้ง

"บ้า!! นายหลอกฉัน แกล้งฉันเหรอ นี่แน่ะๆ"

"เฮ้ย ใจเย็น ทำไมแค่นี้ต้องโกรธจะเป็นบ้าด้วย"

"ฉันก็แค่อยากจะอาบน้ำ ทำไมนายจะต้องแกล้งฉันด้วย รู้มั้ย ผู้หญิงไม่ได้อาบน้ำมันอึดอัด ฉันไม่ได้สกปรกเหมือนนาย"

"คุณจะอาบ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ไม่ใช่เอ้อระเหย คุณก็รู้นี่ว่าเราเข้ามาที่นี่เพื่ออะไร"

บาจรีย์ชะงักเถียงไม่ออก ทั้งเธอและเขาต่างก็นึกถึงคนที่ตัวเองมาตามหา

ooooooo

พชรก่อไฟย่างปลาจนเกือบสุก ลำธารเพิ่งจะเดินกลับมาพร้อมห่อใบตองขนาดย่อมในมือ

"ผมไม่ได้ขุดหาหัวเผือกหัวมันอย่างที่คุณเข้าใจ แต่เนี่ยคือหลุมโจนล่อพวกปลาที่กำลังหาทางออกจากแหล่งน้ำเดิม"

ได้ยินเขาชี้แจงขึ้นมาแบบนี้ ลำธารถึงกับจ๋อย มองของในห่อใบตองของตัวเองอย่างไม่มั่นใจ แต่พอเขาหันมา เธอก็ฟอร์มมั่นเดินเชิดไปอีกมุม หยิบไม้แห้งขึ้นมาเตรียมจุดไฟด้วยตัวเอง

"จะก่อไฟเหรอ ไม่ต้องจุดไฟให้เสียเวลาหรอกครับ ใช้ด้วยกันนี่แหละ ไหนล่ะของที่คุณหามาได้"

ลำธารชะงักกึก รีบออกตัวจนผิดพลาด "บอกไว้ก่อนนะว่า...ว่าฉันกินมังสวิรัติวันพุธ"

"แต่...นี่มันวันอังคาร"

เธอเหวอไปนิด แต่แล้วก็แถกไปว่า มันก็ใกล้ๆกันนั่นแหละ พชรอมยิ้ม ดึงห่อใบตองมาดู อยากรู้ว่าอะไรอยู่ข้างใน ปรากฏว่าเป็นเห็ดพิษทั้งนั้น จึงโยนมันทิ้งทันที

"ใช่เลย ถ้าคุณกินเห็ดพวกนี้ คุณจะไม่ได้อยู่กินชีวิตสัตว์อื่นอีก เห็ดพิษทั้งนั้น"

"นี่นาย...ฉันอุตส่าห์หามาแทบตายเลยนะ"

"หามาแทบตายก็ยังดีกว่าหามาแต่กินแล้วตายนะครับ"

"ก็...อย่างอื่นมันไม่มีอะไรให้เก็บเลยนี่ ไม่เห็นเหมือนในหนังเลย ที่มีทั้งกล้วย มีผลไม้อะไรตั้งหลายอย่าง แต่จริงๆมีแค่ใบไม้เขียวๆ" พูดแล้วเห็นเขายิ้มๆ เธอก็แว้ดใส่ "ขำอะไร ฉันไม่ได้ฝึกทหารมาเหมือนนาย เลยเก็บได้แต่เห็ดพิษ น่าขำใช่ไหมล่ะ แต่ยังไงฉันก็ไม่ง้อนายหรอกนะ"

"ปลาพวกนี้ ไหนๆมันก็เสียชีวิตไปแล้ว คุณจะงดเป็นมังสวิรัติสักครั้งได้มั้ย"

เธออิดออดอีกเล็กน้อย ก่อนจะรับปลาจากเขามากินแบบเสียไม่ได้ แต่ความจริงหิวไส้แทบขาด...พชรมองออก ส่งในส่วนของเขาให้เธอไปอีก

"ผมไม่ค่อยหิว คุณกินเถอะ เดี๋ยวปลามันจะตายเปล่า"

"ก็ได้ นี่เพราะฉันเสียดายของหรอกนะ"

พชรพยักหน้า แล้วหยิบกระบอกไม้ไผ่สำหรับใส่น้ำขึ้นมา บอกเธอว่าจะไปตักน้ำเพิ่ม พอเดินห่างไปหน่อย เขาเหลียวกลับมามองเธอที่กินเอาๆ หน้าตามอมแมมด้วยเหงื่อไคลเหมือนเด็ก...พชรยิ้มขึ้นแวบหนึ่งก่อนจะสลด พูดพึมพำกับตัวเองอย่างรู้สึกผิด

"ขอโทษนะ ที่ผมทำให้คุณต้องมาลำบาก"

ooooooo

ฟากภูษณะกับพาริณ ทั้งคู่ยังดั้นด้นบุกป่าฝ่าดงเพื่อตามหาพชร ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะมาถูกทาง เพราะมาเจอจุดที่แพแตก หลังจากธามกับบาจรีย์ผ่านไปได้ไม่นาน...ภูษณะหาผลไม้ป่ามายื่นให้พาริณเพื่อ ประทังความหิว แต่เธอปฏิเสธอย่างนุ่มนวลว่า

"เชิญท่านก่อน ฉันคงทานอะไรไม่ลงหรอก ป่านนี้ท่านพชรเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้"

"กินเถอะ ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยนี่ องครักษ์แห่งมินาลินดื้อด้านถึงเพียงนี้เลยเหรอ เรารู้ว่าเจ้าห่วงพชร แต่เจ้าต้องห่วงตัวเองด้วย"

ด้วยศักดิ์ที่ต่ำต้อยกว่า ปฏิเสธเจ้าชายมิได้ พาริณ จำยอมกินผลไม้

"ถ้าเราไม่รู้ว่าเจ้าคือองครักษ์รัชทายาท เราคงคิดว่าเจ้าเป็นคนรักของพชร"

ถูกแทงใจดำ...พาริณถึงกับกลืนผลไม้ไม่ลง

"เป็นอะไร ไม่ถูกปากรึไง"

"เราเข้ามาลึกเกินไปแล้ว ไม่มีสัญลักษณ์ที่ท่านพชรทิ้งไว้ให้เลย คงต้องย้อนกลับทางเดิม รีบเดินทางต่อเถอะค่ะ" พาริณเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนแล้วลุกขึ้นยืน

"พักเหนื่อย กินให้หายหิวก่อนเถอะ เราก็ห่วงพชรไม่แพ้เจ้าหรอก"

พาริณจำใจลงนั่งกินผลไม้อย่างพยายามไม่ให้มีพิรุธ แต่กลืนไม่ค่อยจะลง ภูษณะมองอย่างสงสัย...หรือว่าพาริณจะลึกซึ้งกับพชรเกินหน้าที่

ooooooo

เมื่อจุดหมายคือคนที่ตนรักและเป็นห่วง ธามกับบาจรีย์จึงสู้ทนเดินทางกันต่อ โดยเฉพาะบาจรีย์ ที่แม้ขาจะยังเจ็บ แต่เธอก็ไม่ย่อท้อ ธามซึ่งเดินนำหน้าเหลียวกลับมามองบาจรีย์ที่รั้งท้ายค่อนข้างไกล จึงร้องบอกให้หยุดก่อน หาที่พักก่อนดีกว่า

"อะไรของนาย ไหนว่าเราต้องไม่ลืมจุดหมาย รีบหา พวกเขาให้เจอไง ฉันอดทนอยู่เนี่ย เพราะอยากจะหาพี่วินให้ เจอนะ"

"คุณอดทนดีมาก แต่ระดับความเร็วร้อยกำลังทากของคุณคงไปไม่ได้ไกล ขาก็ยิ่งสั้นๆอยู่แล้วด้วย"

บาจรีย์ไม่ชอบใจที่ธามวิจารณ์อย่างไม่เกรงใจ แกล้งเตะไม้ที่พื้นกลิ้งไป เป็นจังหวะที่ธามก้าวเดินพอดี เขาเลยสะดุดล้มเค้เก้

"โอ๊ยคุณ...ทำอะไร"

"อุ๊ย ระดับความเร็วเท่าช้างล้ม ผสมสายตาชราฝ้าฟางมองทางไม่เห็น เลิกๆๆ ฉันเห็นด้วยว่าพรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ" บาจรีย์ยอกย้อนแล้วยิ้มเยาะ ธามยันตัวลุกขึ้นลูบคลำสะโพกป้อยๆ พลางนึกในใจว่าแสบนักนะยัยเจ้าหญิงจอมกวน!

ooooooo

ค่ำแล้ว พชรนั่งเหม่ออยู่หน้าถ้ำ ส่วนลำธารเงียบอยู่ข้างใน แต่แล้วจู่ๆลำธารก็โผล่พรวดออกมาจนพชรผงะแปลกใจ

"บาจรีย์ พาริณ ภูษณะ เป็นอะไรกับนาย ทำไมต้องยกโขยงมาที่นี่ด้วย ทำไมบาจรีย์ถึงดูเย่อหยิ่ง ภูษณะก็เก๊กมาดคุณชาย พาริณก็ยังกะเป็นบอดี้การ์ดของนาย ตอบคำถามฉันมาให้หมด"

เจอคำถามชุดใหญ่ พชรถึงอึ้งไปอึดใจ

"นี่คุณ...ตกลงยังคงสงสัยไม่เลิก คุณอยากรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวผมเลยเหรอ"

"ก็คงงั้น ทำไม อย่าลืมสิ นายคือคนแปลกหน้าของฉันนะ"

"ถ้างั้นแลกกัน ผมขอถามคุณบ้าง"

"ได้ ฉันตอบได้ทุกเรื่อง ไม่ตอบกั๊กๆเหมือนนายหรอก"

"คุณมีคนรักรึยัง"

"มีไม่มี แล้วเกี่ยวอะไรกับนาย"

"คุณเคยมีความรักรึเปล่า"

"ตาบ้า คนไม่สนิทกันมาถามอะไรแบบนี้"

"แล้ว...คุณเคยตกหลุมรักใครมั้ย"

"แน่ะ ยังมีหน้ามาถามอีก ฉันไม่บอกนายหรอก ตาบ้า เอ๊ย!"  ลำธารเดินหนีด้วยอาการเขินปนโกรธ  ที่พชรกล้าถามเรื่องส่วนตัวถึงขนาดนี้

หายเข้าไปในถ้ำพักใหญ่ๆ กลับออกมาอีกทียังเห็นพชรนั่งลับกริชใต้แสงดาว ลำธารถามเขาอย่างข้องใจว่า เมื่อไหร่ จะนอนสักที ตนง่วงจะแย่อยู่แล้ว พชรเลยหันมากล่าวราตรีสวัสดิ์ แต่เธอกลับเสียงเขียวใส่เขาซะงั้น

"หว่งหวัดอะไรฮึ ฉันไม่มีทางหลับก่อนนาย ฉันไม่ ไว้ใจนาย"

"จะให้ผมหลับก่อนเหรอ ไม่หรอก ผมก็ไม่ไว้ใจคุณ"

"นี่นายหาเรื่องเหรอ"

"เปล่าครับ ถ้าผมหลับก่อนคุณ แล้วคุณหนีไปล่ะ คุณยิ่งไม่ชอบหน้าผมอยู่ด้วย"

หญิงสาวย่นจมูกใส่เขาอย่างหงุดหงิด "แล้วนั่นทำอะไร สว่างแค่เนี้ยนายมองเห็นรึไง ไม่กลัวโดนบาดเหรอ...ประมาทจริงๆ"

"ถึงรอบด้านจะมืด ถ้าเรามีประสาทสัมผัสที่ไวพอ ก็จะไม่เป็นไร"

ลำธารเบ้หน้าไม่อยากเชื่อ พลางขยับเข้ามาใกล้...ใกล้ จนเป็นเรื่อง เกิดพลาดล้มในอ้อมแขนของเขา ต่างคนต่างมองกันนิ่งเหมือนมีแรงดึงดูด แต่แล้วลำธารเป็นฝ่ายผลักเขาออกห่างอย่างหวั่นไหว

"ฉันจะนอนแล้ว ในถ้ำที่ของฉัน นอกถ้ำที่นอนของนาย เข้าใจตามนี้ ราตรีสวัสดิ์ มิสเตอร์ลึกลับ"

เธอเดินหนีกลับเข้าถ้ำ พอล้มตัวลงนอนก็อดคิดถึงความใกล้ชิดที่ชวนวาบหวามหวั่นไหวเมื่อครู่ไม่ ได้...เป็นนานกว่าจะข่มตาให้หลับลงได้ แต่แล้วตกดึกเธอละเมอดิ้นรนเรียกหาพ่อแม่และพี่ชาย พชรตกใจวิ่งเข้ามาโอบปลอบก่อนจะถอดเสื้อตัวนอกของเขาห่มคลุมร่างเธอ

"ไม่ต้องกลัวนะครับ ศิราพัชร...ผมจะพาคุณกลับไปอย่างปลอดภัย" พูดจบจ้องดวงหน้ายามหลับของเธออย่างหลงใหล และหักห้ามใจถอยห่างออกมาเมื่อแน่ใจว่าเธอไม่เป็นอะไรแล้ว

ooooooo

ลืมตาตื่นเพราะแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาในถ้ำ ลำธารพิจารณาเสื้อที่คลุมร่างตัวเองอย่างงงๆ ก่อนจะเอามันไปส่งคืนให้พชรที่เพิ่งกลับจากการสำรวจ เส้นทางโดยรอบบริเวณนี้ จากนั้นพชรก็รีบเข้าไปเคลียร์ ร่องรอยในถ้ำ ลำธารเดินตามมามองอย่างแปลกใจ... แล้วโพล่งขึ้นทันทีหลังฟังเขาบอกกล่าวเรื่องเปลี่ยนเส้นทาง

"อะไรนะ เราจะไม่ไปทางตะวันออกแล้ว...แล้วเราจะกลับไปเข้าเมือง ไปที่ศูนย์บัญชาการได้ยังไง"

"คุณลำธาร เส้นทางเดิมมันใช้ไม่ได้แล้ว ศัตรูรู้ทันเรา เราจะไปทางอื่น ขอให้เชื่อผม ไม่ว่ายังไงผมจะพาคุณกลับออกไปอย่างปลอดภัย"

"ไม่ เรามาไกลขนาดนี้แล้ว ต้องหาทางกลับค่ายสิ มาเปลี่ยนแผนอะไรตอนนี้"

"ผมเปลี่ยนแผนเพื่อความปลอดภัยของคุณ"

"แล้วที่ใหม่ที่นายจะไป มันเป็นที่ไหนไม่ทราบ"

"ชายแดน"

แม้จะไม่ค่อยเห็นด้วยกับเส้นทางใหม่ที่พชรวางแผน แต่เธอก็ไม่ดึงดันขัดขืน เดินตามเขาไปอย่างไม่ปริปากบ่น จนนานเข้าพชรเห็นว่าเธอจะไม่ไหว จึงหันกลับมาถามว่า

"คุณเป็นอะไรรึเปล่า เจ็บขาเหรอ"

"เปล่า...นายบอกว่าจะไปชายแดน มันอีกไกลแค่ไหน"

"ระยะทางเป็นสองเท่าของเส้นทางเดิม"

"หา!  แปลว่าฉันยังต้องอยู่ในป่านี้อีกหลายวันงั้นเหรอ"

"แต่มันเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด เราไม่มีอาวุธ เผชิญหน้ากับพวกนั้นไม่ได้"

"พอกันที จะไม่มีคำว่าเราอีกแล้ว ฉันถลำลึกกับนายเกินไปแล้ว  นายเชิญกลับประเทศของนาย  ฉันจะหาทางกลับบ้านของฉัน" ลำธารปรี๊ดแตก หันหลังกลับ...พชรรีบวิ่งไปขวาง

"คุณลำธาร ได้โปรดมีเหตุผลด้วย"

"เหตุผลของฉันคือพวกนั้นตามหานาย ไม่ใช่ตามหาฉัน เราเพิ่งรู้จักกัน แล้วฉันก็ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของนายแม้แต่นิดเดียว"

"แต่ผมยอมให้คุณเดินทางไปคนเดียวไม่ได้ มันอันตราย!"

"ฉันจะกลับบ้าน" ลำธารดึงดันวิ่งกลับไปเส้นทางเดิม แล้วหลบหลีกซ่อนตัวจนพชรมองไม่เห็น พอเขาเดินผ่านไป เธอค่อยๆออกจากที่ซ่อนมุ่งหน้าต่อไป  จนไปเจอสัญลักษณ์ตัว T ที่ต้นไม้ เธอมั่นใจว่าเป็นของธามทำเอาไว้ จึงเดินตามสัญลักษณ์ ไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าสัญลักษณ์นี้เป็นฝีมือของพวกราชิตที่ทำซ้อนแผนไว้ต่างหาก

ooooooo

ตอนที่ 4

พชรเร่งวันเวลาที่จะกลับไปจัดการกับดารัณ เพราะนับวันดารัณยิ่งหนักข้อขึ้น ประชาชนชาวมินาลินเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ถูกโกงและถูกฆ่าไม่เว้นแม้แต่ ผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้

คืนนี้พชรต้องฝึกการทหารในหลักสูตรสุดท้าย ก่อนจบ ซึ่งเขาและทหารทุกคนต้องว่ายน้ำฝึกความอดทนในทะเล และจุดหมายคือธงที่ปักอยู่กลางทะเล แต่พอจะเริ่มต้นครูฝึกก็ต้องสั่งยกเลิกเพราะบรรยากาศไม่ดีเหมือนจะมีพายุ เข้า แต่พชร อยากจบหลักสูตรเร็วๆเพื่อจะได้กลับสะสางภารกิจสำคัญ

ของ ตนที่มินาลิน เขาจึงมุ่งมั่นว่ายน้ำออกไปเอาธงที่กลางทะเลคนเดียว แล้วเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ถ้าไม่นึกถึงคำสอนของพ่อมาช่วยในยามคับขัน

พ ชรเอาธงกลับมาในสภาพที่ตัวเองอ่อนล้าเต็มที ธามจึงให้พชรนอนพักที่หอทหาร แล้วสั่งจ่าแสงจัดเวรยามดูแล พร้อมกันนี้ก็ไปบอกลำธารให้มาตรวจดูอาการของพชรที่เหมือนจะมีไข้ ลำธารกำลังจะนอนเลยหงุดหงิดหน้าหงิกมาพร้อมกล่องเครื่องมือหมอ พชรเกรงใจ บอกกับเธอหน้าเศร้าๆว่าคงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เขาจะรบกวนเธอ ลำธารชะงักเล็กน้อยก่อนบอกให้เขาถอดเสื้อออกเพื่อตรวจฟังจังหวะการเต้นของ หัวใจ

การตรวจทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกันมาก พชรแทบหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ และจะสารภาพรักเธอ แต่จ่าแสงเข้ามาแทรกเสียก่อนโดยไม่ได้ตั้งใจ...หลังจากนั้นในตอนดึกสงัดก็มี ชายสองคนบุกเข้ามาทำร้ายพชรถึงห้องนอน แต่ไม่สำเร็จเพราะจ่าแสงและทหารยามช่วยสกัดจนพวกมันต้องถอยหนีไป

การ มาครั้งนี้ของคนร้าย พชรเดาได้ถูกเผงว่ามันแค่จะมาสืบข่าว พอบ่ายวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นกำหนดวันเดินทางของพชรและคณะ อดิศรจึงวางแผนให้อย่างแยบยลรัดกุม ทำให้พวกราชิตที่จับจ้องสะกดรอยตามหลงกล กว่าจะรู้ว่าถูกหลอกก็ต้องปะทะกับทหารของอดิศรเสียเวลาไปมาก

ขณะที่ ทหารสองฝ่ายเกิดปะทะกันหูดับตับไหม้ ราชิตโกรธมากเปลี่ยนเส้นทางไล่บี้พชรไปอย่างบ้าระห่ำ แล้วใช้ทั้งอาวุธและมือเปล่าต่อสู้กัน พชรหนีตายเข้าไปในป่า แล้วบังเอิญไปเจอลำธารที่กำลังจะไปเข้าเวรที่โรงพยาบาล พชรโดดขึ้นรถลำธารแล้วจะขอเป็นคนขับเอง  ลำธารตกใจมาก ถามว่าพวกนั้นเป็นใคร แล้วมาตามฆ่าเขาทำไม พชรไม่ตอบ แต่สัญญาว่าเขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้เรารอดตาย

ลำธารยังมึนตึ้บ แต่พอเสียงปืนดังประชิดเข้ามา เธอก็เร่งความเร็วรถพรืดไปทันที พชรรีบหยิบปืนในรถยิงสกัด ราชิตกับชาครชะงักที่เห็นรถทิ้งห่าง แต่ยังไงก็จะไม่ยอมให้ พชรหนีไปได้แน่

ทางด้านธาม ภูษณะ และพาริณที่ปะทะกับสมุนของราชิต ทุกคนเพิ่งจะปลอดภัยหลังเคลียร์พื้นที่ได้ ต่างก็เป็นห่วงพชรที่ไม่รู้หายไปทางไหนแล้ว พชรกับลำธารกำลังหนีตายกันสุดชีวิต พชรตัดสินใจให้ลำธารหักรถเข้าสู่ป่าแล้วข้ามสะพานที่จวนเจียนจะพังไปจนได้ แต่ของราชิตหมดสิทธิ์ เพราะสะพานพังลงทันทีที่รถลำธารข้ามพ้นไป

ธามก ลับไปยังศูนย์บัญชาการนาวิกโยธิน รายงานอดิศรว่าทางขาด พวกตนติดตามไปทันทีไม่ได้ ก็เลยต้องกลับมาเตรียมกำลังเสริม แต่ตอนนี้ภูษณะกับพาริณล่วงหน้าไปค้นหาก่อน บาจรีย์พอรู้ว่าพชรหายไปก็เป็นห่วงออกนอกหน้า อดิศรก็ได้แต่หวังว่า ทางเราจะพบพชรก่อนพวกคนร้าย

ในป่ายามเย็น พชรกับลำธารพยายามหาทางออกจากป่า พชรให้ลำธารขับไปเรื่อยๆทางทิศตะวันออกประมาณหกไมล์ จะเจอทางออกถนนสายหลัก แต่ลำธารไม่ไว้ใจ ย้อนถามเขาว่า

"นายรู้ได้ยังไง"

"ผมศึกษาเส้นทางมาแล้ว"

"ศึกษาเส้นทาง? นี่ถึงกับต้องศึกษาเส้นทางป่าแถบนี้ด้วย นายกับพวกของนายกำลังทำอะไรอยู่กันแน่...ฉันถามทำไมนายไม่ตอบ"

"มีเรื่องอื่นสำคัญกว่าที่จะมาพูดเรื่องนี้"

ลำธารหยุดรถดังเอี๊ยด แล้วหันมาคาดคั้นเขาอย่างดุดัน

"คราวนี้ไม่มีเรื่องอื่นแล้ว จะบอกมาได้รึยัง"

"คุณลำธาร...เรายังไม่ปลอดภัย พวกนั้นกำลังตามเรามาแน่ๆ ออกรถต่อเดี๋ยวนี้"

"ไม่! จนกว่านายจะยอมบอกมาก่อนว่าที่ฉันต้องมาเสี่ยงตายไปกับนายด้วยเนี่ย มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่"

"ผมยังบอกคุณตอนนี้ไม่ได้จริงๆ ออกรถ!"

"ไม่! ยังไงฉันก็ไม่ขับ จนกว่านายจะ..."

พชรไม่ยอมเหมือนกัน เอื้อมมือไปบิดสตาร์ตเครื่องและเบียดเข้าไปจะเหยียบคันเร่ง

"นาย วิน นี่นายจะทำอะไรของนาย...ออกไปห่างๆนะ" ลำธารกรี๊ดลั่น พชรไม่สน พยายามจะขับรถต่อไปให้ได้ แต่ เครื่องเกิดสะดุดแล้วดับสนิท ลำธารลองสตาร์ตใหม่อีกที คราวนี้เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับควันลอยคลุ้งออกจากกระโปรงหน้ารถ

"สงสัยตอนหลบหนีเครื่องยนต์จะทำงานมากไป" พชรคาดเดา ขณะที่ลำธารยังนั่งเหวอคาดไม่ถึง

ooooooo

ที่ ศูนย์บัญชาการ ศิรดาหน้าตาตื่นมาบอกอดิศรว่าทางโรงพยาบาลโทร.มาบอกว่าป่านนี้ลำธารยังไม่ไป เข้าเวร เธอโทร.ติดต่อลูกเป็นสิบๆหนก็ติดต่อไม่ได้...ศิรดาเป็นห่วงลำธาร กลัวจะเกิดอะไรขึ้น เพราะ ลำธารไม่เคยเหลวไหลเรื่องงานมาก่อน อดิศรฟังแล้วยิ่งกลัดกลุ้มเพิ่มขึ้นอีก ส่วนบาจรีย์ก็พยายามโทร.หาภูษณะเป็นระยะ แต่กี่ครั้งกี่หนก็ติดต่อไม่ได้เหมือนกัน

พชรตัดสินใจแบกลำธารขึ้น หลังแล้วเดินเท้าต่อ ทั้งที่แขนตัวเองก็บาดเจ็บ ลำธารดิ้นรนทุบตีจนแผลของเขาเลือดไหล นั่นแหละเธอถึงรู้ว่าเขาถูกยิง ไม่ใช่แผลธรรมดาอย่างที่เข้าใจตอนแรก

"มันแค่ถากๆ ผมไม่เป็นไร"

"เลือดออกขนาดนี้ยังบอกว่าไม่เป็นไรอีก แล้วนายก็ยังปล่อยให้ฉันทุบ...นายนี่มันบ้าจริงๆ มานี่ ห้ามเลือดก่อน"

ลำธาร ตัดสินใจฉีกชายเสื้อมาพันแขนห้ามเลือดให้พชร อย่างคล่องแคล่ว พลางก็บ่นว่าเวรกรรมอะไรของตน นอกจากจะแก้แค้นเขาไม่ได้ ยังต้องมารักษาให้อีก

"แล้วนี่เราจะไปไหนกันต่อ"

"ต้องหาทางติดต่อกับศูนย์บัญชาการทหารให้ได้ อย่างที่ผมบอก ไปทางทิศตะวันออกเราจะเจอเส้นทางสายหลัก"

"มา ถึงขั้นนี้แล้ว...ได้ ฉันจะยอมไปกับนาย แต่เราจะแน่ใจได้ยังไงว่าไอ้พวกนั้นมันจะไม่ตามมาเก็บเราซะก่อน" ลำธารยอมสงบศึกชั่วคราว เดินตามหลังเขาไปเงียบๆ โดยระหว่างทางพชรก็เด็ดหักกิ่งไม้ที่กีดขวาง ลำธารมองแล้วทำหน้างงๆ

"เราจะทำให้พวกนั้นเข้าใจว่านี่คือทางที่เราจะไป"  พชรเฉลย ก่อนจะหันไปอีกทาง "แต่จริงๆแล้ว ที่เราจะไปคือทางนี้"

"แล้วเราต้องคอยลบรอยเท้าตัวเองตลอดทางงั้นเหรอ"

"ทำแบบนั้นตลอดไม่ได้หรอก แค่ระยะต้นๆเท่านั้น ก็คงพอถ่วงเวลาให้พวกมันตามผิดทางไปได้สักพัก ที่เหลือก็ต้องเร่งเดินทาง และไม่ประมาท"

ลำธาร พยักหน้าเข้าใจ แล้วเดินตามและทำทุกอย่างตามเขาแต่โดยดี พอสักพักเห็นเขาทำสัญลักษณ์รูปเพชรไว้ที่ด้านหลังต้นไม้ เธอถามเขาทันทีว่าทำอะไร?

"ให้คนของเราตามมาถูก"

"ไปสลักไว้ด้านหลังแบบนั้นใครจะเห็น...ใช่สิ ถ้าทำไว้ด้านหน้า พวกนั้นก็จะตามมาถูก"

"คุณ ฉลาด ใช่ เราต้องสลักในที่ที่ศัตรูจะไม่สังเกต พาริณกับผมเคยตกลงกันว่าเวลาติดตามให้สังเกตที่หลังต้นไม้ขนาดกลาง คือกว้างประมาณครึ่งศอก อย่างต้นนี้"

"อ๋อ ที่แท้ก็ตกลงกับแฟนไว้นี่เอง"

พชรสะอึก อยากจะปฏิเสธ แต่ลำธารไม่สน สะบัดหน้าเดินหนีไปซะก่อน

ooooooo

ไม่ทัน จะมืด พาริณกับภูษณะก็บุกป่ามาเจอรถของลำธารซึ่งมีรอยเลือดเป็นหย่อมๆที่เบาะข้าง คนขับ   คาดว่าต้องมีคนได้รับบาดเจ็บแต่คงไม่ถึงขั้นรุนแรง   ภูษณะจำรถของลำธารได้   แปลกใจว่าทำไมรถของเธอถึงมาอยู่ที่นี่ หรือว่าพชรจะหนีไปกับลำธาร?

ขณะกำลังงุนงงสงสัยกันอยู่ โทรศัพท์มือถือภูษณะดังขึ้น...บาจรีย์นั่นเองที่เพียรพยายามจนสำเร็จ แต่สองพี่น้องคุยกันได้ไม่กี่ประโยคสัญญาณก็ขาดหายไป เมื่อรู้จากภูษณะว่าเจอรถของลำธาร และพชรน่าจะยังอยู่ในป่า บาจรีย์จึงแอบขึ้นรถของธามออกไปด้วย โดยมีจ่าแสงนำขบวนทหารอีกคันรถล่วงหน้าไปก่อนแล้ว

เมื่อธามรู้ว่าบา จรีย์แอบขึ้นรถมาด้วย เขาทำท่าจะพาเธอกลับเพราะไม่อยากเอาไปเป็นภาระ แต่บาจรีย์ดื้อดึงไม่ยอม แถมยังโกหกว่าเธอรู้ว่าน้องสาวสุดที่รักของเขาอยู่ที่ไหน ถ้าไม่ให้เธอไปด้วย เขาจะไม่มีวันเจอน้องสาวแน่ๆ

คำพูดของบาจรีย์ทำให้ธามเกิดความลังเล   แล้วในที่สุดเขาก็ยอมให้เธอไปด้วย โดยไม่ลืมที่จะแจ้งกลับไปยังอดิศรซึ่งรอฟังข่าวอยู่ที่บ้าน

ทาง ด้านลำธารกับพชรเริ่มอ่อนล้าหลังจากเดินบุกป่ามาตั้งแต่บ่ายยันมืด ถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ พชรให้หยุดพักค้างคืน แต่ลำธารเกี่ยงว่าจะนอนยังไง ตนคงข่มตาหลับไม่ลง ไหนยังจะต้องระวังพวกคนร้ายที่ตามล่าเขาอีก พชรจึงให้ความมั่นใจว่าเขาจะอยู่ยามเอง รับรองจะไม่ให้อันตรายมากล้ำกรายเธอได้

ฟากธามกับบาจรีย์ก็เกิดมีปาก เสียงกันขึ้นจนได้ เมื่อธามถือไฟฉายเดินวนเวียนไปทุกทิศเพื่อหารถของลำธารแล้วไม่เจอ พอเขาซักไปซักมา บาจรีย์ก็ยอมรับว่าเธอไม่รู้ตำแหน่ง รู้แต่ว่าพี่ชายของเธอเจอรถลำธาร ธามโมโหหัวเสียที่บาจรีย์ ทำให้เขาเสียเวลา ส่วนบาจรีย์ก็เริ่มเหนื่อยและง่วง จึงบอกให้เขาพาเธอกลับไปนอน แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่

"กลับไปนอน? กลับไปนอนที่บ้านน่ะเหรอ" พอเธอพยักหน้าทำตาใสแบ๊ว เขาเลยเขกหัวเธอดังโป๊ก

"ยัยต๊อง!... เชิญคุณไปกลับคนเดียว ไร้สาระจริงๆ ถ้าอยากนอนก็นอนตรงนี้"

"จะบ้ารึไง ใครจะไปกล้านอน"

ธาม ไม่สน โยนถุงนอนใส่เธอทันที "เลิกงอแงได้แล้ว อย่าพูดอะไรที่มันทำให้ผมรู้สึกในแง่ลบกับคุณมากไปกว่านี้เลย ที่ไหนก็นอนได้เหมือนกัน"

"นอนให้ดูก่อนสิ"

ธามเดินไปหาที่ ไม่รก แล้วล้มตัวลงนอนทันทีเลย เธอร้องลั่นว่า ถ้างูเงี้ยวเขี้ยวขอมาจะทำยังไง...ธามไม่สนใจ นอนตะแคงหันหลังให้ บาจรีย์ทำอะไรไม่ได้นอกจากฮึดฮัดบ่นด่าไปตามเรื่อง

ooooooo

เพียง ฟ้าสาง พชรกับลำธารก็ต้องเผชิญหน้ากับราชิตและสมุนอีกสามคน ทั้งคู่วิ่งหนีไปถึงหน้าผาแล้วต้องตัดสินใจโดดลงไปเมื่อจวนตัว โชคดีไปติดอยู่ที่ชะง่อนหิน แต่แล้วลำธารก็ทำให้ตกลงไปด้วยกันจนได้โดยที่เธอไม่ตั้งใจ ลำธารถึงสลบไปพักหนึ่ง พอพชรจะประกบปากผายปอดให้ เธอกลับฟื้นลืมตาขึ้นมาทันทีเลยเกิดทุ่มเถียงกันอีกยก ก่อนที่ลำธารจะเป็นฝ่ายเดินหนีไป

ส่วนราชิตมั่นใจว่าทั้งคู่หายไปใน น้ำเบื้องล่าง แต่จะแน่ใจว่าพชรตายแล้วก็ต่อเมื่อต้องเจอศพ...ขณะเดียวกันนั้นอีกด้านของ ป่า ธามกับบาจรีย์ก็เร่งฝีเท้า พลางก็ช่วยกันทำสัญลักษณ์ไว้ตามต้นไม้ด้วย

พ ชรกับลำธารเดินตามกันไปตามลำน้ำที่คดเคี้ยว สักพักพชรก็คิดได้ว่าต้องทำแพเพื่อล่องไปตามลำน้ำ เขาจัดแจงไปตัดไม้ไผ่มาทำแพ โดยมีลำธารเฝ้ามองอย่างไม่เชื่อฝีมือว่าเขาจะทำได้ แต่ใช้เวลาไม่นานแพไม้ไผ่ที่มัดด้วยเถาวัลย์ก็สำเร็จเสร็จเรียบร้อยและใช้ งานได้จริงจนลำธารรู้สึกทึ่งจัด

หลังจากทั้งคู่ล่องแพไปตามลำน้ำได้ สักพัก พวกราชิตก็ปรากฏตัว เมื่อเห็นร่องรอยและหลักฐานเศษวัสดุที่เหลือจากการทำแพ ราชิตมั่นใจทันทีว่าพชรยังไม่ตาย และก็ไม่ยากด้วยที่พวกเขาจะติดตามไปจัดการ เพราะพชรต้องล่องแพไปตามลำน้ำนี้แน่ๆ ราชิตจึงวิทยุบอกชาครที่แยกไปค้นหาอีกด้านก่อนจะพาสมุนของตนลุยเลียบฝั่งไป โดยเร็ว

แล้วพวกราชิตก็ตามไปทันพชรกับลำธารที่กำลังหยุดพักริมฝั่ง   ทั้งคู่ตกอยู่ในอันตรายที่ใกล้แค่เอื้อมรีบช่วยกันถ่อแพออกจากฝั่งแต่ก็ไป ไม่รอด แพถูกยิงจนเถาวัลย์เส้นหนึ่งขาดกระจุย ลำธารตกใจร้องกรี๊ดตลอดเวลา ขณะที่ราชิตสะใจหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เล็งปืนไปยังคนทั้งคู่

"ฉัน อยากรู้นักว่าพวกแกจะหนีรอดได้ยังไง...เอางี้ดีกว่า ฉันจะให้พวกแกตายช้าลง ฉันจะปล่อยให้แกได้หนีอีกครั้ง แต่มีข้อแม้ว่าแกต้องยอมบอกว่าศิราพัชรอยู่ที่ไหน ถ้าอยากมีโอกาสรอด บอกมา ศิราพัชรอยู่ไหน"

"อยู่นี่" ลำธารโพล่งขึ้นมาจนทุกคนมองหน้ากันอึ้งๆ ไม่เว้นแม้แต่พชรที่ไม่เข้าใจว่ายามหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ลำธารยังจะมาพูด เป็นเล่นอยู่อีก

"ลำธาร คุณพูดอะไรของคุณน่ะ"

"ก็ฉันนี่ไง ศิราพัชร ฉันไม่รู้ว่าพวกนายเป็นบ้าอะไรกัน แต่ฉันคือคนที่แกถามถึง ในเมื่อรู้แล้วก็ทำตามสัญญาสิ ปล่อยฉันหนีได้แล้ว"

"ขอโทษที่ฉันไม่ขำมุกตลกของพวกแก พชร...แกไม่มีวันได้กลับไปกอบกู้แผ่นดินอีกแล้ว"

"กอบกู้แผ่นดิน?" ลำธารหันขวับไปจ้องหน้าพชรเขม็ง

แต่ ไม่ทันที่เธอจะซักอะไร เสียงปืนจากฝ่ายทหารไทยที่นำโดยจ่าแสงก็ดังขึ้นลั่นป่า พวกราชิตผงะ ก่อนจะแยกย้ายกันเข้าที่กำบังแล้วยิงต่อสู้กันราวกับสงครามก็ไม่ปาน

พ ชรฉวยโอกาสนี้รีบถ่อแพหนีไป แต่แพก็โคลงแคลงน่ากลัวเพราะถูกยิงเสียหาย โชคดีที่น้ำไม่เชี่ยวนักจึงยังประคองต่อไปได้ พอพ้นห่ากระสุนมาแล้ว ลำธารกลับโวยวายใส่พชร อย่างนึกได้ว่า

"นายรีบหนีทำไม เมื่อกี้คนที่ช่วยเราต้องเป็นพี่ธามกับจ่าแสงแน่ๆ โธ่เอ๊ย เราเกือบรอดอยู่แล้ว"

"ถ้าเราขืนอยู่ตรงนั้น เราจะเป็นเป้านิ่งให้พวกมันยิงพรุน ถ้าผมไม่พาคุณหนี คุณตายแน่ลำธาร"

"แต่มันเป็นความผิดของนาย เราถึงต้องหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้อีก เพราะนายคนเดียวเลย"

"ผมไม่มีอะไรจะแก้ตัว นอกจากคำว่าขอโทษ"

"ฉันเอียนกับคำขอโทษของนายเต็มทีแล้ว ตอนนี้ฉันต้องรู้ว่าทำไมไอ้บ้านั่นถึงพูดเรื่องกู้แผ่นดิน ฉันไม่เข้าใจ"

พชรนิ่งเงียบ ไม่ยอมสบตาเธอ

"ตอบมาสิ...อ้อ แล้วทำไมพวกมันถึงต้องตามหาฉันด้วย"

"มันตามหาศิราพัชร ไม่ได้ตามหาคุณ"

ลำธารโมโหหยิบกระเป๋าสตางค์ดึงบัตรประชาชนออกมายื่นตรงหน้าพชร

"คุณชื่อ...ศิราพัชร" พชรตะลึงอย่างเหลือเชื่อ

"นายคิดว่าประเทศเรามีคนชื่อศิราพัชรสักกี่คนฮึ บอกฉันมาได้แล้ว มันตามหาฉันทำไม"

"ศิราพัชรที่พวกมันตามหาไม่ใช่คน"

"ไม่ใช่ คนแล้วมันเป็นอะไร สำคัญยังไง ถึงต้องยกโขยงมาฆ่านาย นายวิน นายต้องอธิบายเรื่องบ้าๆทั้งหมดให้ฉันฟังเดี๋ยวนี้ ทั้งเรื่องกู้แผ่นดินบ้าบอของนายและเรื่องศิราพัชรด้วย"

"ตอนนี้คือเวลาหนี ไม่ใช่เวลาอธิบาย" พชรตัดบท แล้วหันไปถ่อแพเร็วขึ้น ลำธารทั้งงงทั้งโกรธ จ้องหน้าเขาอย่างขัดใจสุดๆ

ส่วน ทางสองฝ่ายที่ยังสาดกระสุนใส่กันไม่หยุดหย่อน ฝ่ายราชิตที่กำลังคนน้อยกว่ารู้ดีว่าสู้ต่อก็รังแต่จะพลาดท่า ราชิตจึงสั่งสมุนให้ถอยหนีไปเจอที่จุดนัดพบ โดยหลบหนีเข้าไปในป่าทึบจนพวกจ่าแสงตามไม่ทัน

"โธ่เว้ย..." จ่าแสงตะโกนอย่างเจ็บใจ

ทหารของจ่าแสงสำรวจไปรอบทิศไม่เห็นแพ แสดงว่าแพต้องล่องไปตามกระแสน้ำ จ่าแสงจึงสั่งทหารให้รีบไปดักเจอสองคนนั้นทางปลายน้ำ

ฟาก พาริณกับภูษณะที่ตามมาถูกทาง เมื่อสักครู่ได้ยินเสียงปืนปะทะกันทางทิศตะวันตกห่างจากจุดนี้ราวหนึ่งไมล์ พาริณตั้งท่าว่าเราต้องตามเสียงปืนไป ภูษณะกระชับปืนแล้วบอกว่า

"ทาง ข้างหน้าเป็นหุบเหวเดินผ่านไม่ได้  คงต้องอ้อมไป ที่สำคัญเราไม่รู้ว่าฝ่ายไหนอยู่ฝ่ายไหนรอด ศัตรูอาจอยู่รอบตัวเรา...พาริณ เธอพร้อมรบแล้วใช่มั้ย"

"ทุกเวลา" พาริณตอบหนักแน่น...แล้วทั้งคู่ก็ออกเดินทางด้วยสีหน้ามุ่งมั่นไม่ครั่นคราม

ooooooo

ตอนที่ 3

แม้ดารัณจะตั้งตนขึ้นเป็นผู้นำแคว้นคนใหม่ แต่ราษฎรมินาลินจำนวนไม่น้อยก็ยังไม่ให้การยอมรับ พวกเขายังต้องการรัชทายาทมาดำรงตำแหน่งนี้ ไม่ใช่ กบฏอย่างดารัณ พอมีราษฎรลุกฮือต่อต้าน ดารัณก็ยิงทิ้งทีละคนอย่างโหดเหี้ยม

ยิ่งพอ รู้ว่าราชิตกับชาครเด็ดหัวพชรไม่สำเร็จเพราะมีคนอื่นเข้ามาช่วย  ดารัณโกรธมาก  ก่อนจะจัดส่งคนของตน ไปช่วยพวกราชิต และย้ำว่ายังไงก็ต้องฆ่าพชรให้จงได้ ถ้าไม่ สำเร็จ ราชิตก็ไม่ต้องกลับมาเหยียบมินาลินอีก

ต่อมาเมื่อพชรทราบข่าวความ เคลื่อนไหวที่มินาลินจากสายของพาริณ พชรเดือดดาลที่ดารัณฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์เพียงเพราะพวกเขาไม่ยอมก้มหัวรับ การปกครองของดารัณ ซึ่งพาริณมั่นใจว่า ถ้าดารัณยังครองแผ่นดิน ประชาชนมินาลินต้องล้มตายไม่จบสิ้นแน่

"เมื่อรู้แบบนี้ ท่านต้องกลับไปกู้ชาติกลับคืนแล้วนะ" พาริณสรุป

"ฉันอยากกลับไปกู้แผ่นดินมินาลินทุกวินาที แต่เรายังไม่พร้อม ขืนดันทุรังไปโอกาสแพ้มีสูง"

"เราต้องชนะสิ ที่มินาลินยังมีกองกำลังใต้ดินสนับสนุนเราอยู่"

ภูษณ ะกับบาจรีย์ก้าวเข้าร่วมวงสนทนา ภูษณะบอกว่าทหารของมินทุทุกคนพร้อมร่วมรบกับพชร เราจะกลับไปวางแผนการรบที่มินทุตอนนี้ก็ได้ ถ้าพชรต้องการ บาจรีย์เห็นด้วยกับพี่ชาย เธอย้ำว่า ตอนนี้หมดเวลาลี้ภัย ได้เวลากู้แผ่นดินแล้ว แต่ท่าทีพชรยังครุ่นคิดหนัก

"ทุกคนฟังฉันให้ ดี แม้ว่าฉันต้องตายเพื่อปกป้องมินาลิน ก็ไม่คิดเสียดายชีวิต แต่ถ้าเราแพ้ดารัณ คนที่เดือดร้อนที่สุดก็คือประชาชนชาวมินาลิน"
ธามซึ่ง แอบฟังอยู่แต่แรก แต่ทำเนียนเดินเข้ามาเหมือนไม่ได้ยินว่าทั้งหมดพูดคุยกันเรื่องอะไร เขาแกล้งทักทุกคนว่าอยู่กันครบทีมเลย คุยเรื่องอะไรกัน ขอแจมด้วยคน

"ไม่มีอะไรนี่ คุณมีเรื่องธุระอะไรเหรอธาม จะตามวินไปฝึกเหรอ" ภูษณะรีบกลบเกลื่อน

"มี ธุระกับวินหน่อยน่ะ ขอยืมตัวแป๊บนะ" ว่าแล้วธามก็กอดคอพชรที่ยังงงๆเดินออกไปหน้าตาเฉย ภูษณะ บาจรีย์ และพาริณเหลียวมองตามไปอย่างสงสัยใคร่รู้

ธามกอดคอพชรออกมามุมหนึ่ง แล้วบอกให้รู้ว่าตนรู้ความจริงหมดแล้วว่าพชรคือเจ้าชายแห่งมินาลินที่มาฝึก วิชาทหารเพื่อกลับไปกู้บัลลังก์กลับคืน

"ท่านอดิศรเล่าเรื่องของฉันให้นายฟังหมดแล้วงั้นเหรอ" พชรถามย้ำอย่างประหลาดใจ

"ใช่ ทุกเรื่องและละเอียดยิบ แต่สบายใจได้เลยว่าจะฉันจะเป็นคนสุดท้ายที่รู้เรื่องราวของนาย เออ แล้วหม่อมฉันต้องพูดราชาศัพท์กับพระองค์มั้ย"

"ไม่ต้อง"

"นี่ วิน ฉันขอเตือนนายด้วยความหวังดีว่าการที่นายจะไปกู้แผ่นดินกลับคืน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความพร้อมในการศึกสงคราม ผู้ที่มีความพร้อมที่สุดก็กำชัยชนะตั้งแต่ยังไม่ได้รบ ฉันรู้ว่านายรักชาติ แต่อย่าวู่วาม...วิน ฉันไม่มีวันทิ้งนาย ฉันกับพ่อและหน่วยนาวิกจะฝึกให้นายเป็นเจ้าชายยอดนักรบเอง"

ธามพูด เสียยืดยาว แล้วตบไหล่พชรก่อนจากไป ทิ้งให้พชรยืนครุ่นคิดว่าจะรีบไปรบดี หรือจะอยู่ฝึกให้พร้อมรบก่อน ขณะเขายืนคิดลังเลก็เหลือบไปเห็นลำธารถือจานผลไม้ เดินตรงมาหา แถมยังยิ้มพิมพ์ใจ ไม่บึ้งตึงเหมือนแต่ก่อน ทำเอาพชรเป็นงงว่าเจ้าหล่อนคิดจะมาไม้ไหนกันแน่...ลำธารได้ยินเสียงบ่นพึมพำ ของเขาก็รีบออกตัวว่า

"ฮื้อ...ไม้เม้ยอะไร คิดมากน่า ฉันก็แค่รู้สึกว่าเราไม่ค่อยลงรอยกันนิดหน่อย"

"มากเลยล่ะครับ"

"ฉัน มาคิดๆดู เป็นฉันเองที่มีอคติกับนาย ทั้งๆที่นายก็เป็นแขกของพ่อ จริงๆแล้วก็เหมือนแขกของฉัน ฉันสัญญานะ ต่อไปนี้ฉันจะทำตัวน่ารักๆกับนาย"

"แน่นะ"

"อืม...ถ้าไม่เชื่อนะ ฉันป้อนผลไม้นายก็ยังได้" ลำธารยืนยันคำพูดด้วยการป้อนผลไม้ให้เขา พชรยิ้มในความน่ารักของเธอ แล้วตัดสินใจอ้าปากชิมผลไม้หวานๆ พาริณแอบมองมาจากมุมหนึ่งด้วยแววตาเจ็บช้ำ ก่อนที่เธอจะเดินจากไปอย่างทนไม่ไหว โดยไม่ทันเห็นว่าที่แท้ลำธารก็แกล้งตีหน้าซื่อตาใสเพื่อล้วงความลับของพชร ต่างหาก

"เออนี่ ไหนๆเราก็จะเป็นเพื่อนกันแล้ว ฉันยังไม่รู้จักนายดีพอเลย เล่าเรื่องนายให้ฉันฟังมั่งสิ"

"กะแล้วว่าแกล้งทำดีเพื่อหลอกถาม" พชรลุกขึ้นเดินหนีทันที ลำธารเหวอที่อุตส่าห์ทำดีแต่ดันไม่ได้ผล

"นายวิน ฉันต้องง้างปากนายให้พูดความจริงให้ได้ คอยดู" ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็เดินตามไปดักหน้าเขาไว้ พอเขาถามว่าคราวนี้จะมาไม้ไหนอีก เธอตอบผลัวะว่า "ไม้ตาย" พร้อมกับชักปืนออกมาเล็งไปที่เขาอย่างดุดัน "ฉันจะถามนายเป็นครั้งสุดท้าย นายวิน...นายเป็นใคร"

แทนที่พชรจะกลัวปืนในมือลำธาร เขากลับเดินเข้าหา แล้วจับข้อมือเธอแน่นจ่อปลายกระบอกปืนตรงหัวใจของเขา ลำธารตกใจถึงร้องลั่นเพราะกลัวปืนจะลั่นโป้งป้างขึ้นมา

"อ้าว...ตกลงคุณไม่ได้อยากยิงผมจริงๆหรอกเหรอ"

"ไอ้คนบ้า ปล่อยนะ ฉันบอกให้ปล่อย" เธอจะดึงมือออก แต่เขาไม่ยอมปล่อย "โธ่เว้ย ปล่อยสิ ไม่กลัวโป้งป้างไส้แตกรึไง"

พชรยิ้มชอบใจที่ได้แกล้งลำธารคืนบ้าง แถมแกล้งแรงเสียด้วย ทำปืนลั่นเหมือนตัวเองถูกยิง เล่นเอาลำธารแตกตื่นตกใจปากคอสั่นเป็นห่วงกลัวเขาจะตาย แต่พอเห็นเขาทำหน้าเป็นยิ้มแป้น ถึงรู้ว่าถูกหลอกเข้าแล้ว

"นายวิน...นายแกล้งฉันแล้วยังมีหน้ามายิ้มสะใจอีกเหรอ"

"เปล่าครับ ผมยิ้มเพราะดีใจ อย่างน้อยคุณก็ไม่ได้เกลียดผมจริงๆ"

ลำธารโมโหทุบตีเขาอย่างแรง ทั้งประกาศชัดว่าเธอเกลียดเขา แต่พชรไม่เชื่อ จับมือสองข้างของเธอไว้ แล้วโน้มตัวเข้าใกล้ สบตากันนิ่งนานในระยะประชิด จนลำธารเขินทำตัวไม่ถูก ทันใดนั้นเอง บาจรีย์กับพาริณก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามา หลังจากได้ยินเสียงปืนดังเมื่อสักครู่ พอเห็นใบหน้าสองคนแนบชิดเหมือนจูบกัน บาจรีย์แทบคลั่ง ตะเบ็งเสียงถามทั้งคู่ว่าทำอะไรกัน?

ลำธารสะบัดมือออกจากพชรแล้วยืนยันกับสองสาวว่าเราไม่ได้ทำอะไร และตนก็ไม่ได้พิศวาสอะไรหมอนี่เลยด้วย พาริณมองพชรด้วยสายตาตำหนิและผิดหวังก่อนจะเดินจากไป ส่วนลำธารแยกไปอีกทาง คงเหลือแต่บาจรีย์ที่ยังคาดคั้นอยากรู้ความจริงจากพชร

บาจรีย์เดินตามพชรทุกฝีก้าว ขนาดภูษณะเห็นแล้วยังรำคาญแทน ตำหนิน้องสาวว่าทำตัวเป็นเด็กๆไปได้ พลันสายตาทุกคู่ของทุกคนก็ไปหยุดที่พาริณซึ่งหอบสัมภาระออกมา พาริณจะกลับมินาลิน เพราะเธอรอให้พชรพร้อมรบไม่ไหวแล้ว

"ลำพังเธอคนเดียวจะทำอะไรได้" พชรเสียงดัง

"ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย คุณลืมไปรึเปล่าว่าฉันต่อสู้เพื่อคุณ...ท่านภูษณะ เจ้าหญิงบาจรีย์ ทหารฝ่ายมินทุก็ยืนหยัดเคียงข้างคุณ แทนที่คุณจะมุ่งไปที่การกู้ชาติบ้านเมือง แต่กลับเสียสมาธิกับเรื่องผู้หญิง"

"เป็นครั้งแรกที่น้องเห็นด้วยกับพาริณ...พี่พชร พี่คิดอะไรกับลำธารรึเปล่า" บาจรีย์แทงใจดำจนพชรชะงัก ภูษณะจึงย้ำว่า

"พชร...ถ้าที่นี่ทำให้หัวใจนายไม่ได้มุ่งไปที่การรบ  ที่นี่ อาจไม่เหมาะกับนาย"

"ถ้าเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าเวลานี้ฉันควรจะกลับไปรบเพื่อชาติ ฉันก็จะเชื่อ"

"ท่านพชร ท่านยังกลับไม่ได้ เตรียมตัวออกไปฝึกรบได้แล้ว" อดิศรส่งเสียงและก้าวเข้ามายืนตรงหน้าทุกคน แล้วย้ำหนักแน่นอีกครั้งกับทุกคนที่เหลือ หลังจากพชรผละออกไปแล้ว

"หน้าที่ของผมคือฝึกท่านพชรให้เป็นนักรบ  หน้าที่การตัดสินใจในการอยู่หรือไปของท่านพชรขึ้นอยู่กับผมคนเดียวเท่านั้น"

"แต่มินาลินใกล้ลุกเป็นไฟแล้ว" พาริณแย้ง

"ผมจะฝึกให้พชรพร้อมที่จะไปดับไฟ นับแต่นี้ไปเราไม่ควรเร่งเวลารบ ในขณะที่พชรยังแกร่งไม่พอ และในฐานะของผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินแห่งราชอาณาจักรไทย ขอให้ทุกคนเคารพในการตัดสินใจของผม"

ทั้งสามคนอ่อนลง ยอมเชื่อฟังการตัดสินใจของอดิศรในที่สุด...แล้วการฝึกหนักของพชรก็เริ่มขึ้น ในเย็นนี้ทันทีเลย โดยมีอดิศรเฝ้าสังเกตการณ์อย่างพอใจ ส่วนผู้กองธามกับจ่าแสงในฐานะครูฝึกก็ติวเข้มจนพชรเหนื่อยหอบแทบขาดใจ แล้วยังปล่อยให้พชรลากสังขารจากสนามฝึกกลับบ้านคนเดียว โชคดีที่ลำธารมาเห็นเข้า จึงช่วยเขาด้วยจรรยาบรรณแพทย์ แล้วยังให้วิตามินหลายอย่างไว้กินด้วย ยังความซาบซึ้งแก่พชรเป็นที่สุด เพราะเดิมทีเขาก็รู้สึกดีๆกับเธออยู่แล้ว

เมื่ออยู่คนเดียวในห้องพัก พชรนึกย้อนเหตุการณ์ต่างๆที่ได้ใกล้ชิดลำธาร ก่อนตัดสินใจหยิบสร้อยจี้รูปหัวใจที่สลักด้านหลังไว้ว่ารักเท่าชีวิตออกจาก ถุงกำมะหยี่ที่เนตราให้มา

"ผมเจอผู้หญิงที่จะเก็บรักษาสร้อยเส้นนี้แล้วครับแม่" พชรพึมพำขึ้นมาด้วยรอยยิ้มสุขใจ

แล้วเช้าวันใหม่ พชรพยายามเข้าใกล้ลำธารขณะเธอออกไปวิ่งจ๊อกกิ้ง แต่แล้วบาจรีย์ก็เข้ามาแทรก ซ้ำยังหาเรื่องลำธารเพราะความหึงหวงพชร ทำให้ลำธารโมโหตอบโต้ไปอย่างดุเดือด บาจรีย์โกรธจัดเผลอเผยตัวตนความเป็นเจ้าหญิงออกมา ดีที่ธามอยู่ในเหตุการณ์รีบแก้ไขสถานการณ์เพราะกลัวลำธารจะสงสัย
ธามรู้ความจริงทุกอย่างอยู่แล้ว เขารีบดึงบาจรีย์ออกไปก่อนที่ความลับของพชรจะถูกเปิดเผยไปด้วย บาจรีย์ฮึดฮัดโวยวายแล้วกระแทกเข่าเข้าเป้าของธามจนหน้าเขียว ขณะที่ลำธารก็ยังมองตามบาจรีย์ออกฤทธิ์อย่างงงๆไม่หาย พอหันกลับจ้องหน้าพชร เขาก็ส่ายหน้าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

ลำธารวิ่งไปนั่งพักเหนื่อยที่ขอบสนาม พชรตามเอาน้ำดื่มมาให้ แต่เธอจะลุกเดินหนีไปอีก

"เดี๋ยวสิ คุณจะไม่ญาติดีกับผมบ้างเลยรึไง"

"ทำไมฉันต้องดีกับนายด้วยล่ะ ในเมื่อฉันยังไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของนายเลย และที่สำคัญ นายน่ะมันตัวปัญหา คนอื่นๆต้องมาเดือดร้อนเพราะนาย เลิกตอแยฉันได้แล้ว รีบไปฝึกทหารซะสิ ไปเลยไป นายนี่มันน่ารำคาญได้อีกนะเนี่ย"

พูดจบ ลำธารเดินหันหลังหนีไปชนเข้ากับช่อกุหลาบสีแดงสดของหมอธีรัช ที่ตั้งใจเอามามอบให้เธอ พชรเห็นชายหนุ่มทำท่าหวานซึ้งใส่ลำธารก็จ้องตาไม่กะพริบ ยิ่งพอเห็นสองคนทักทายกันอย่างสนิทสนม แถมคำพูดของฝ่ายชายก็ดูรักใคร่ฝ่ายหญิงจนเดาได้ไม่ยากว่าเขาคิดยังไง พชรถึงกับคอตกเดินจากไปอย่างคนใจสลาย

พอถึงเวลาเข้าสนามฝึก พชรยังอดคิดเรื่องลำธารกับชายหนุ่มหน้าตาดีคนนั้นไม่ได้ คิดมากถึงกับไม่มีสมาธิฝึก ทำให้พลาดบ่อยครั้งจนเป็นที่แปลกใจของธามและจ่าแสง

ตกเย็นที่บ้าน อดิศรจัดปาร์ตี้วันเกิดให้ลำธาร ธามไม่ยอมให้บาจรีย์แต่งตัวสวยเกินหน้าเกินตาเจ้าของงาน จึงบังคับเคี่ยวเข็ญให้ลำธารเปลี่ยนชุดใหม่ที่สวยที่สุดออกมาประชัน แต่กลายเป็นว่าลำธารที่สวยกว่าเริดกว่าก็จริง แต่กลับซุ่มซ่ามเดินสะดุดชายกระโปรงเกือบหน้าคะมำ ถ้าธีรัชไม่เข้ามาประคองเธอไว้ทัน

พชรมองภาพสองคนแนบชิดกันอย่างหมด อารมณ์ที่จะร่วมงาน แต่เขาก็ปลีกตัวออกมาไม่ได้เพราะต้องรักษามารยาท ยืนร่วมร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้ลำธารจนจบลง จากนั้นอดิศรกับศิรดาก็มอบเค้กให้ลูกสาวเป่า ตามด้วยธามมอบของขวัญ ส่วนธีรัชให้ทั้งของขวัญและดอกไม้ ธามสังเกตเห็นสีหน้าพชรที่มองธีรัชกับลำธารแล้วพอจะเดาออกว่ารู้สึกอย่างไร และก็เข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไมวันนี้พชรถึงไม่มีสมาธิในการฝึกซ้อม

บา จรีย์ที่เขม่นลำธารไม่หายก็ยิ่งหมั่นไส้เมื่อเห็นลำธารได้รับการเอาอกเอาใจ จากชายหนุ่ม เลยพูดประชดขึ้นมาไม่ดังนัก แต่ธามก็พอจะได้ยิน จึงเดินตามไปเอาเรื่องขณะบาจรีย์ไปตักอาหาร สองคนเกิดทุ่มเถียงกันจนกลายเป็นสงครามย่อยๆ เพราะธามแกล้งเอาผ้าพันคอของเธอมาเช็ดน้ำที่เธอทำหกใส่เป้ากางเกงของเขา พอเห็นเธอโกรธร้องกรี๊ดๆ เขาก็แอบหัวเราะสะใจที่แกล้งเธอได้

จา กนั้นธามแยกไปหาพชรที่มุมหนึ่ง พูดรู้ทันว่าพชรทนเห็นภาพบาดตาบาดใจไม่ได้เลยหลบมาอยู่ตรงนี้ พชรนิ่งไม่ปฏิเสธ เท่ากับเป็นการยอมรับ ธามจึงรุกต่อไปขอให้พชรรวบรวมความกล้าเอาของขวัญไปให้ลำธารเพราะอุตส่าห์ เตรียมใส่กล่องมาอย่างดี

พชรทำตามที่ธามแนะนำ แถมยังได้รับการปูทางจากธาม อย่างดีด้วยการนำพาลำธารมายังจุดที่เขาวางกล่องของขวัญเอาไว้ แล้วธามก็วิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว   โดยที่พชรยังคงซุ่มแอบดูลำธารเปิดกล่องหยิบสร้อยของเขาออกมาด้วยสีหน้า ประหลาดใจสุดๆ

"รักเท่าชีวิต" ลำธารอ่านข้อความที่สลักไว้ด้านหลังจี้รูปหัวใจ พลางเหลียวมองไปรอบๆอย่างสงสัยว่าใครกันเอาของแบบนี้มาให้เธอ

"ผมทำให้คุณได้แค่นี้...ขอโทษด้วย" พชรพึมพำกับตัวเองหน้าเศร้า...

ooooooo

ตอนที่ 2

เช้าขึ้นลำธารจะมาถามหาผ้าเช็ดหน้า ผืนโปรดจากนายวิน เพราะค่อนข้างแน่ใจว่าตนน่าจะทำตกไว้ เมื่อคืนตอนคุยกับเขา แต่ยังไม่ทันได้เจอพชรหรือวิน ก็เกือบจะโดนมีดบินของพาริณเข้า...
สองสาวเกิดปะทะและทุ่มเถียงกันไปมา กระทั่งพชรต้องเข้ามาห้าม และตำหนิพาริณที่คิดมากเกินไปไม่ไว้ใจแม้แต่เจ้าของบ้านอย่างลำธาร

ถึง แม้พชรจะเป็นกลางไม่เข้าข้างคนของเขา แต่ลำธารก็ยังขุ่นเคืองใจอยู่ดี จะไม่ยอมให้เขาประคบรอยช้ำที่แขนของ เธอที่เกิดจากน้ำมือพาริณ แต่พชรยืนยันขอรับผิดชอบโดยรวบรัดอุ้มเธอขึ้น
ไปยังเรือนพักของเขา แล้วเอาลูกประคบมาประคบรอยช้ำบนแขนของเธออย่างนุ่มนวล แต่ไม่วายบ่นว่า เธออุตส่าห์เป็นถึงนักเรียนแพทย์ แต่กลับไม่ดูแลตัวเอง ลำธารโกรธจี๊ดขึ้นมาจะผละออกห่าง

แต่เขาไม่ยอมปล่อยมือจากเธอ แถมยังเอ่ยปากขอโทษอย่างจริงจังว่าเขาไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่อง แย่ๆกับเธอเลยจริงๆ

พา ริณซึ่งหลงรักพชรแอบมองสองคนใกล้ชิดกันด้วยความแสลงใจเป็นที่สุด แล้วหันหลังกลับออกไป จึงไม่ทันเห็นอาการขึงขังไม่เป็นมิตรของลำธารที่มีต่อพชรในอีกอึดใจต่อมา

"นาย ไม่ต้องมาแกล้งทำดีกับฉันเลยนะ คิดว่าตบหัวแล้วลูบหลังแล้วฉันจะให้อภัยนายเหรอ ฝันไปเถอะ" พูดจบลำธารก็ลุกขึ้นผลุนผลันหนีไปทันที พชรได้แต่มองตามด้วยความอ่อนใจ

เมื่อ ลำธารกลับมาฟ้องพี่ชายว่าถูกผู้อาศัยทำร้ายร่างกาย ธามโมโหขึ้นมาทันทีจะไปเล่นงานพาริณกับวิน แต่อดิศรก้าวมาขวางเสียก่อน สองพี่น้องช่วยกันเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ พ่อฟัง และโชว์
แขนลำธารที่ยังเป็นรอยช้ำไม่หาย อดิศรกลับบอกลูกๆว่า พ่อเพิ่งคุยกับวินมา เขาบอกพ่อแล้วว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน

"เขาทำน้องเจ็บขนาดนี้นะพ่อ" ธามโพล่งขึ้น

"ยัย ลำธารซ้อมเทควันโดเป็นรอยมากกว่านี้ ไม่เห็นแกเคยโวยวาย แล้วเราน่ะ จู่ๆไปย่องเข้าบ้านเขา ทำไมไม่ขออนุญาตเจ้าของบ้านก่อน พ่อให้เขาพักอยู่ที่เรือนหลังสวนนั่น ก็ถือเป็นที่ของเขา ไม่
ใช่ว่าใครก็มีสิทธิ์เข้าไปยุ่มย่ามได้ เข้าใจมั้ย"

"แต่ว่าที่นี่มันบ้านเรา..."

"ไม่ มีต่งมีแต่อะไรทั้งนั้น ตั้งแต่นี้ไป เราต้องให้เกียรติและเคารพความเป็นส่วนตัวของพวกเขา อย่าให้พ่อต้องมาพูดซ้ำอีก" อดิศรทิ้งท้ายหนักแน่นแล้วผละไป ทิ้งให้ลูกสาวลูกชาย มองหน้ากัน
อึ้งๆ เหวอๆ ไม่อยากจะเชื่อ

แล้ว สองพี่น้องก็ทนอยู่เฉยไม่ได้เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อต้องให้อภิสิทธิ์กับ ผู้อาศัยขนาดนั้น จนพวกเรากลายเป็นหมาหัวเน่า สองพี่น้องวางแผนจะล้างแค้นวินกับพาริณให้ได้ โดยธามเสนอตัว
เป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง

ผู้กองธามให้จ่าแสงซึ่งเป็น ครูฝึกการทหารของพชรทำการกลั่นแกล้งพชรในระหว่างฝึกร่วมกับพลทหารแห่งหน่วย นาวิกโยธิน พชรถูกจ่าแสงติวเข้มมากกว่าทุกคน แต่ด้วยร่างกายที่แข็งแรง
ของพชร แม้จะถูกฝึกโหดขนาดไหน ก็ไม่ทำให้เขาถอดใจไปง่ายๆ ฝ่ายลำธารที่เฝ้าสังเกตการณ์ พอเห็นพี่ชายรวมหัวกับจ่าแสงแกล้งฝึกวิชาการทหารทั้งในและนอกหลักสูตรให้พชร ด้วยวิธี
โหดๆ ก็เริ่มจะใจคอไม่ดีขึ้นมาบ้างเหมือนกัน กลัวว่าเขาจะโดนเล่นงานหนักถึงตาย

ขณะที่พชรลี้ภัยมาอยู่ประเทศไทย ส่วนที่มินาลิน ดารัณ ซึ่งตั้งตัวเป็นผู้นำคนใหม่ก็ยังไม่นิ่งนอนใจ คิดจะขุดรากถอนโคน ผู้นำคนเก่าให้สิ้นซาก โดยเฉพาะลูกกับเมียของวาสินที่หนีไปได้ เมื่อรู้
เบาะแสว่าสองแม่ลูกไปอยู่ที่ไหน จึงสั่งราชิตให้ตามไป จัดการ โดยราชิตได้ดึงเอาทหารฝีมือดีอีกคนคือชาครมาร่วมทีมตามล่าด้วย

ทา งมาดิสร์ผู้นำรัฐมินทุ เมื่อรู้ระแคะระคายว่าดารัณยังไม่หยุดตามล่าพชร เขาตัดสินใจส่งภูษณะไปคุ้มกันช่วยเหลือพชรที่ประเทศไทย บาจรีย์ซึ่งอยากอยู่ใกล้ชิดพชรแอบตามขึ้นรถมาด้วยโดย
ที่ภูษณะไม่รู้ จนมาเกือบครึ่งทางถึงรู้ว่าน้องสาวอยู่ในรถ แต่น้องสาวก็วิงวอนและหยิบยกเหตุผลขึ้นมาอ้าง ทำให้ภูษณะต้องปล่อยเลยตามเลย แล้วส่งข่าวไปบอกพ่อเพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง

เมื่อสองพี่น้องมา ถึงบ้านอดิศร...ด้วยความดีใจบาจรีย์ โผเข้ากอดพชรและเกือบจะเรียกชื่อของเขาออกมา ดีเสียว่า ภูษณะชิงเรียก "วิน" ขึ้นมาเสียก่อน บาจรีย์เลยนึกได้เรียกพี่วินอย่างสนิทสนม

อดิศรมา ต้อนรับแขกทั้งสอง โดยมีลำธารตามหลังมาด้วย พอเห็นบาจรีย์เกาะกอดแขนวินและพูดจาหวานๆใส่ ลำธารก็ชักสีหน้าหมั่นไส้ แล้วจะถามพ่อว่าสองคนนี้เป็นใคร แต่อดิศรตัดบทว่า

เรื่องของผู้ใหญ่ ให้เธอกลับ เข้าบ้านไปก่อน พ่อมีธุระต้องทำ

ลำธารหน้างอไม่พอใจ แต่ก็ไม่กล้าหือกับพ่อ ได้แต่แอบบ่นพึมพำว่า หมอนี่เอาอีกแล้ว ชอบทำให้เราเป็นส่วนเกินตลอดเลย...

อดิศร พาพชร ภูษณะ และบาจรีย์ไปคุยในห้องทำงาน ภูษณะบอกว่าสายของตนรายงานมาว่าดารัณรู้ข่าวเรื่องที่รัชทายาท มาซ่อนตัวอยู่ที่นี่แล้ว ท่านพ่อจึงมอบหมายให้ตนนำกำลังบางส่วนมา
ช่วยคุ้มกัน โดยคนของตนจะกระจายกำลังแฝงตัวกันอยู่รอบๆ หากมีความจำเป็น อดิศรกับพชรสามารถส่งสัญญาณ ขอความช่วยเหลือได้ทันที

พชรขอบใจภูษณะที่ตามมาช่วย แต่สำหรับบาจรีย์ตามมาอย่างนี้ท่านลุงไม่เป็นห่วงแย่หรือ ภูษณะหันมองน้องสาว ด้วยสีหน้าเอือมๆ ก่อนบอก

"ความจริงท่านพ่อไม่ได้อนุญาตให้บาจรีย์มาด้วย แต่ยัยเด็กดื้อนี่แหละที่แอบหนีตามมาเอง"

"ช่วยไม่ได้นี่คะ ก็น้องเป็นห่วงพี่วินนี่"

"ห่วงหรือหวงกันแน่ฮึ"

"แหม น้องก็ต้องมาดูให้แน่ใจสิคะ ว่าพี่วินมาอยู่ที่นี่ จะไม่มีผู้หญิงคนไหนมาเกาะแกะ" บาจรีย์พูดหน้าตาเฉย แต่ภูษณะกับพชรชะงัก แล้วมองหน้ากันอย่างเอือมๆ เซ็งๆ

ตกกลางคืน ลำธารลงมานั่งเล่นที่สวนหย่อม แล้วก็เจอกับพชรอีกจนได้ แต่พอเขาเห็นเธอ ชายหนุ่มก็ทำท่าจะหันหลังกลับ

"เดี๋ยวก่อน จะรีบไปไหน"

"เปล่า ผมรู้สึกว่าคุณคงกำลังคิดอะไรเพลินๆเลยไม่อยากรบกวน"

"สายไปซะแล้วล่ะที่เพิ่งจะมาเกรงใจ รู้ไว้ด้วยว่านายน่ะ รบกวนฉันตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่ที่นี่แล้ว"

"ผมขอโทษ แต่ผมไม่มีทางเลือกจริงๆ"

"ช่าง เถอะ ไหนๆพ่อก็ให้นายมาอยู่แล้วนี่ ฉันบ่นไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก จะว่าไป นายนี่ก็เนื้อหอมใช้ได้เลยนะ ตั้งแต่มาเห็นมีผู้หญิงมาเกาะแกะสองคนแล้ว ไหนจะยัยสาวมีดบิน ไหนจะคุณหนู
เสียงแปดหลอด นี่ถ้าเป็นผู้หญิงคงต้องบอกว่าหัวกระไดไม่แห้งล่ะมั้ง"

"หัวกระไดอะไร" พชรถามอย่างงงๆ ลำธารชะงัก รู้สึกเหมือนโดนกวนประสาท

"นี่นายไม่รู้หรือว่าแกล้งโง่กันแน่ หนังสือน่ะไม่ได้เรียนรึไง หัวกระไดไม่แห้ง แค่นี้ก็ไม่รู้จัก"

"ผมไม่ได้แกล้งโง่ แต่ผมไม่รู้จริงๆ"

"งั้น เหรอ ได้ งั้นฉันจะบอกให้เอาบุญ หัวกระไดไม่แห้ง คือชื่อหัวปืนรบชนิดนึง เอาไว้ตอนนายฝึกนายก็รู้เองแหละ" ว่าแล้วเธอก็เดินยิ้มๆออกไป เปรยเบาๆกับตัวเองว่า "ตาบ๊องเอ๊ย"

ส่วนพชรไม่เข้าใจจริงๆ เดินท่องชื่อปืนประหลาดๆนี้ กลับเข้าบ้านพักของตนไป จนวันรุ่งขึ้นได้เข้าสนามฝึก เขาจึงคิด จะหาคำตอบให้กระจ่าง

จ่าแสงเดินเข้ามายืนหน้าแถวทหารในชุดพรางรัดกุม แล้วประกาศก้อง

"วัน นี้เราจะไต่ระดับความเข้มข้นของการฝึกให้ยากขึ้นไปอีก ด้วยการฝึกหลบหนีข้าศึก ในการฝึกครูจะให้ทุกคน จับคู่กันแล้วพาทุกคนไปทิ้งยังจุดเริ่มต้นโดยไม่ให้รู้ว่าคือที่ไหน จากนั้นจะมีการ
สมมติเหตุการณ์ว่าทุกคนจะต้องหนีข้าศึกเพื่อกลับมายังฐานทัพ ของตัวเองให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด"

ทันใดนั้นเอง ธามเดินเข้ามาในชุดพราง ไม่ติดยศ ทำเอา จ่าแสงชะงักแปลกใจ

"อ้าว ทำไมผู้กองถึงมาชุดนี้ล่ะครับ"

"ผมจะขอเข้าร่วมฝึกด้วย" ว่าแล้วธามก็เรียกรหัสของพชรทันที พชรจึงก้าวออกมาจากแถวหนึ่งก้าว

"เนื่องจาก ความสามารถของนายยังจัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่ามาตรฐาน ฉันจึงอาสาที่จะเป็นพี่เลี้ยงให้นายในการฝึกครั้งนี้ นายจะมีปัญหา อะไรมั้ย"

"ไม่มีครับผม"

"ดี...ถ้างั้นเริ่มฝึกได้" ธามบอกผ่านจ่าแสง แล้วหันมาจ้องหน้าวินหรือพชร ทั้งคู่ต่างหยั่งเชิงกันและกันสุดๆ

อดิศรใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูการฝึกของพชรและทหาร ภูษณะกับบาจรีย์ก็สนใจร่วมสังเกตการณ์ด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะบาจรีย์ดูจะสนใจนายวินเป็นพิเศษ ทำให้ลำธารแอบหมั่นไส้เธอยิ่ง
ขึ้น

ธามจับคู่ฝึกกับพชร ระหว่างตระเวนไปในป่านอกหน่วยนาวิกโยธินนี่เอง พชรถือโอกาสให้ธามอธิบายลักษณะปืนรบที่เรียกว่าหัวกระไดไม่แห้ง ธามได้ฟังก็ชะงักกึก

"นายว่าอะไรนะ"

"ผมได้ยินมาว่ามีหัวปืนรบที่มีชื่อว่าหัวกระไดไม่แห้ง ผมอยากรู้ว่ามันมีลักษณะยังไง"

"นี่ถ้าตอนนี้นายกับฉันอยู่ที่หน่วย ฉันคงสั่งลงโทษนายไปแล้ว ฉันจะบอกให้นะว่าการฝึกหลบหนีไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ทุกตารางนิ้วล้วนแต่มีอันตรายทั้งนั้น เพราะฉะนั้น อย่ารบกวนสมาธิฉันเด็ด
ขาด" ธามด่าพชรด้วยความรำคาญแล้วเดินนำลิ่วไป พชรสีหน้ายังงงๆไม่หาย ไม่เข้าใจตัวเองพูดอะไรผิด

อีกพัก ธามกับพชรและพลทหารอีกจำนวนหนึ่งก็มาเจอจุดโจมตีที่ครูฝึกจัดทหารให้ซุ่ม อยู่เป็นระยะ แต่การโจมตีนี้กลับกลายเป็นมีกระสุนปืนจริงยิงเข้าใส่ทหารจนเลือดทะลัก พชรรู้สึกไม่ชอบ
มาพากล ยิ่งเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์

มินาลินที่แขนทหารที่ถูกยิงสวนล้มตายก็รู้ทันทีว่าอันตรายกำลังมาเยือนตนเอง จึงรีบบอกกับธามว่า

"ผู้กอง...เราไม่ควรอยู่ด้วยกัน ถ้าคุณแยกกับผม คุณอาจจะรอดตายก็ได้"

"พูดอะไรของนายวะวิน ถ้าแยกกับฉัน นายนั่นแหละจะตาย เออ แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าพวกมันตามนาย ไม่ได้ตามฉัน"

"เอาเป็นว่า เชื่อผมดูซักครั้งก็แล้วกัน" พชรตัดบทแล้ววิ่งออกไปเลย ธามตกใจและลังเลว่าควรจะทำอย่างไรต่อดี

ฝ่าย จ่าแสง เมื่อรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากทหารที่กลับมาส่งข่าวก็แตกตื่นไม่น้อย พอดีอดิศรเข้ามาสอบถามการฝึก จึงรู้ว่าเกิดเหตุร้ายขึ้น ทั้งอดิศร ภูษณะ และบาจรีย์ ไม่เว้นแม้แต่ ลำธารก็อยากจะไปช่วยธามและพชร  แต่อดิศรไม่ยอมให้ ผู้หญิงไป เพราะมันอันตรายมาก

"แต่พ่อคะ ให้ลำธารไปด้วยเถอะค่ะ ลำธารเป็นหมอ เผื่อใครเป็นอะไร"

"เชื่อ พ่อนะลำธาร ในป่ามันอันตรายเกินไป ลูกอยู่รอธามกับวินที่นี่ดีกว่า" พูดจบอดิศรก็สตาร์ตรถขับออกไปทันที ลำธารครุ่นคิดก่อนจะวิ่งออกไป บาจรีย์ร้องถามว่าจะไปไหนเธอก็ไม่ตอบ บาจรีย์จึงตัดสินใจวิ่งตามเธอไป

ooooooo

รา ชิตกับชาครนำกำลังทหารกลุ่มหนึ่งตามล่าพชรไม่ลดละ ขณะที่พชรจวนตัว ธามเข้ามาช่วยได้ทัน แต่แล้วทั้งคู่ก็ถูกพวกราชิตควบคุมตัวจนได้ ราชิตต้องการ "ศิราพัชร" อัญมณีประจำตำแหน่งผู้นำแคว้นไปให้ดารัณ แต่คาดคั้นพชรยังไงก็ไม่ได้คำตอบ ระหว่างนี้เองมีดบินของพาริณก็พุ่งเข้ามาปักอกทหารของราชิตล้มตาย ราชิตและสมุนจึงตื่นตัวและตามจับตัวพาริณมารวมกับพชรและธาม

ทั้งสาม คนยังดิ้นรนต่อสู้จนได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะพชรที่เสี่ยงชีวิตรับคมมีดแทนธาม พชรถูกราชิตแทงเข้าที่ท้อง แต่ก่อนที่ราชิตจะซ้ำอีก คณะของอดิศรก็ตามมาช่วยทัน ทำให้ราชิตกับชาครต้องล่าถอยไป เพราะกำลังทหารที่มาด้วยตายหมด ส่วนทหารของอดิศรก็ล้มตายไปจำนวนหนึ่งเหมือนกัน

ลำธารข้องใจสุดๆกับ เหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้น เธออยากรู้ว่าทำไมถึงมีคนตามฆ่านายวิน แล้วนายวินกับพวกของเขาเป็นใคร แต่ก็ไม่มีใครให้คำตอบกับเธอ แม้แต่พ่อของเธอเอง

เมื่อพากันกลับมาถึงบ้านตามคำสั่งของอดิศร ธามซึ้งน้ำใจของวินที่ช่วยชีวิตเขาไว้ จึงเอ่ยปากขอเป็นเพื่อนกับเขา จากนั้นก็กล่อมวินให้พูดความจริงว่าเขาเป็นใครกันแน่ ทำไมทหารพวกนั้นถึงเรียกเขาว่าพชร

พชรชะงักไปอย่างคิดหนัก แล้วตัดสินใจจะบอกความจริง ก็พอดีอดิศรเข้ามาขัดจังหวะ บอกให้วินไปพักผ่อนเพราะบาดเจ็บมาก...เมื่อพชรเดินเข้าเรือนไปแล้ว อดิศรทำท่าจะเดินหนี แต่ถูกธามขวางไว้และคาดคั้นจริงจังจนอดิศรไม่อาจเลี่ยงได้อีก แต่อดิศรก็ขอสัญญากับธามด้วยว่า ถ้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้วลูกจะไม่บอกใครอีกเด็ดขาด ธามจึงรับปากด้วยเกียรติของชายชาติทหารเมื่อรู้ความจริงว่าพชรเป็น ใครมาจากไหน ธามถึงกับอึ้งงันไปทันที จากนั้นเขารีบไปบอกลำธารให้ไปทำแผลให้วิน เพราะนายนั่นบาดเจ็บมากกว่าพี่

"จะบ้าเหรอ น้องไม่ชอบนายวิน นายนั่นทำให้พี่ธามเกือบตายนะ"

"แต่วินเจ็บเพราะช่วยชีวิตพี่ ลำธารไปทำแผลให้เขาเถอะ"

"ถึงวินจะช่วยชีวิตพี่ แต่เขาเป็นตัวการทำให้ทหารของเราตายตั้งหลายคนนะพี่ธาม"

"พ่อ บอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับวินเลย ลำธารอย่าสงสัยเรื่องนี้อีก ไปทำแผลให้วินได้แล้ว" ธามตัดบทเสียงแข็งจนลำธารไม่กล้าดึงดันดื้อรั้นอีก ได้แต่เดินกระฟัดกระเฟียดถืออุปกรณ์ทำแผลออกไปทางเรือนรับรอง

บาจรี ย์เองก็ห่วงพชรมาก เธอจัดแจงจะไปดูแลเขา แต่ธามตาไวรีบเดินตามไปดักเธอไว้ตรงศาลาก่อนถึงเรือนรับรอง ฝ่ายลำธารพอเข้าไปในเรือนรับรองก็เจอพาริณกำลังจะทำแผลถูกแทงที่ท้องให้พชร เห็นดังนี้เธอเลยจะกลับ แต่พชรไม่ยอมเพราะอยากผูกมิตรกับเธอใจจะขาด

ลำธาร ยังขุ่นเคืองใจที่พวกเขาทำให้คนของพ่อเธอล้มตายไปหลายคน จึงเปิดฉากต่อว่าและตำหนิพชรไปหลายคำ ทำให้พาริณไม่พอใจถึงกับชี้หน้ากำราบลำธารให้พูดจาระวังปาก ลำธารมีหรือจะยอมลงให้ สองคนจึงทุ่มเถียงกันเสียงดัง จนภูษณะต้องเข้ามาขวาง พชรเห็นท่าไม่ดีรีบแยกพาริณให้ไปทำแผลให้ภูษณะ ตนกับลำธารมีเรื่องต้องปรับความเข้าใจกัน พาริณไม่พอใจแต่ก็ไม่กล้าขัดขืนคำสั่งพชร...หลังจากสองคนนั้นผละไปแล้ว พชรก็อ้อนลำธารให้ทำแผลที่ท้อง ลำธารลงมืออย่างกระแทกกระทั้นไม่เต็มใจ แถมยังเย็บแผลสดๆให้เขา ทั้งที่ยาชาก็มีแต่ไม่ใช้

ด้านบาจรีย์ที่ถูก ธามทัดทานขัดขวางไม่ให้ไปหาพชร เพราะมีคนไปทำแผลให้พชรแล้ว บาจรีย์รู้สึกไม่พอใจและไม่ชอบหน้านายคนนี้ซะจริง แต่ก็หนีเขาไม่พ้น เพราะท่าทางเขาดุดันเอาจริงจนเธอไม่กล้าหือมากนัก แต่พอมีโอกาสพยศกลั่นแกล้งเขาได้ เธอก็ไม่รีรอที่จะลงมือ

หลังจากทำ แผลให้พชรเสร็จแล้ว ลำธารหยิบซองยาแก้อักเสบออกมาส่งให้เขา ก่อนจะทวงบุญคุณให้เขาตอบแทนเธอด้วยการพูดความจริงเรื่องตัวตนของเขาว่าเป็น ใคร แล้วคนที่ตามฆ่าเขาต้องการอะไร

"ขอบคุณมากที่ช่วยทำแผล ผมขอตัวไปนอน" พชรรวบรัดแล้วลุกขึ้นทันที ลำธารไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ เดินมาดักหน้าเขาไว้

"นายต้องบอก นายทำให้ฉัน พ่อ พี่ธาม จ่าแสง ทหารทุกคนต้องเดือดร้อนไปกับนายด้วย บอกความจริงฉันมา"

"คุณ ลำธาร...นับแต่นี้ ผมจะไม่ให้ใครต้องมาเสี่ยงตายเพราะผมอีก ขอให้คุณสบายใจได้" พชรกล่าวจริงจังแล้วเดินหนีเข้าห้องปิดประตูทันที ทิ้งลำธารยืนอึ้ง กำมือแน่นอย่างไม่มีวันยอม

"นายวิน ฉันต้องรู้ให้ได้ว่านายเป็นใคร!"

ooooooo

ตอนที่ 1

มินาลิน รัฐอิสระเล็กๆที่มั่งคั่งด้วยเพชร ตั้งอยู่เหนือเมืองน่าน ระหว่างชายแดนสี่ประเทศคือไทย ลาว จีนและพม่า ปกครองโดยระบบผู้นำรัฐชื่อวาสิน มีสตรีหมายเลขหนึ่งภรรยาของผู้นำชื่อเนตรา ทั้งสองมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนคือ "พชร"

วาสินมีเพื่อนสนิทที่พ่อของเขานำมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมคือดารัณ ทั้งสองเติบโตมาด้วยกันจนวาสินขึ้นเป็นผู้นำรัฐ ดารัณจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ดูแลด้านการทหารของมินาลิน มีอำนาจรองจากวาสิน

ต่อมาดารัณคิดการใหญ่ทำการกบฏโดยใช้กองโจรที่แอบซ่องสุมไว้ วาสินมอบหมายให้ทหารที่ไว้ใจได้พาเนตราและพชรหนี แต่ทหารผู้นั้นกลับหักหลังวาสินและเข้าเป็นพวกของดารัณ โดยลวงสองแม่ลูกไปเพื่อจะฆ่าทิ้ง แต่ถูกพชรฆ่าตายก่อน ขณะที่สองแม่ลูกกำลังถึงขั้นวิกฤติหนีไม่พ้น ก็ได้รับการช่วยเหลือจากทหารของมาดิสร์ ผู้นำรัฐมินทุ ที่มีชายแดนติดกับมินาลิน
มาดิสร์มีลูกชายหญิงสองคนคือภูษณะกับบาจรีย์ บาจรีย์ ดีใจมากที่ได้เจอพชรอีกเพราะเธอหลงรักเขาอยู่  ยามนี้ที่เขากับแม่บาดเจ็บมา เธอจึงดูแลเขาอย่างดี แต่ดูเหมือนพชรจะไม่ได้คิดอะไรกับเธอเกินความเป็นพี่น้อง

เสียงร่ำไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจของเนตราดังมาจากเรือนรับรอง ตวิษา ภรรยาของมาดิสร์เฝ้าปลอบใจเนตราด้วยความสงสารจับใจ โดยมีมาดิสร์ยืนมองอย่างเข้าใจความรู้สึกของเธอผู้สูญเสีย

"เนตรา...เธอต้องเข้มแข็งนะ เธอต้องผ่านมรสุมร้ายนี้ไปให้ได้"

"พี่วาสิน...ไม่จริง พี่ต้องไม่ตาย พี่จะตายไม่ได้ น้องไม่เชื่อ มันไม่ใช่เรื่องจริง"

พชรกับบาจรีย์เข้ามาได้ยินเสียงคร่ำครวญของเนตรา ทั้งคู่ตกใจกับข่าวร้าย เนตราดวงตาแดงก่ำด้วยความเสียใจ ลุกขึ้นวิ่งไปกอดพชร

"พชร...พ่อไม่อยู่กับเราแล้วลูก พ่อไม่อยู่แล้ว..."

"ไอ้ดารัณ!" พชรคำรามลั่น แล้วมองไปยังมาดิสร์กับตวิษา "ท่านป้า ท่านลุง ผมฝากแม่ไว้ด้วย"

"เดี๋ยวสิ หลานจะรีบผลุนผลันไปไหน"

"ผมจะไปฆ่าไอ้ดารัณ" พชรหันหลังจะเดินไป ทว่าภูษณะเดินมาขวางเขาไว้

"หยุดก่อนไอ้เพื่อนรัก ลำพังนายคนเดียวจะทำอะไรไอ้ดารัณได้"

ภูษณะยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ขณะที่พชรยังเดือดดาลจัด

ooooooo

ดารัณก่อกบฏสำเร็จและกำลังชื่นมื่นกับตำแหน่งผู้นำรัฐคนใหม่ที่ตั้งตนขึ้นมาเอง ท่ามกลางผู้ที่ยังจงรัก ภักดีต่อวาสินหลายคน แต่แล้วดารัณก็เด็ดหัวไปทีละคนอย่างโหดเหี้ยม ก่อนจะสั่งราชิต สมุนมือขวานำกองกำลังตามหาพชรแล้วตัดหัวมันมาให้ได้ พร้อมนำสร้อยศิราพัชรกลับคืนมาสู่เราผู้ครองนครแห่งมินาลิน

มาดิสร์ให้เนตราเอาหีบสมบัติเข้ามาซ่อนไว้ในตู้เซฟภายในห้องลับที่เป็นฐานบัญชาการของเขา โดยย้ำให้เนตรามั่นใจได้ว่าที่นี่ปลอดภัยที่สุด

"ขอบคุณท่านทั้งสองที่เป็นที่พึ่งพิงแก่เราและลูก ขอบคุณจริงๆ" เนตรายกมือไหว้สองสามีภรรยา ตวิษารีบจับมือเนตราไม่ให้ไหว้ตน

"อย่าถึงกับต้องไหว้เลย มินทุกับมินาลินก็เหมือนบ้านพี่เมืองน้องกัน"

"แต่พวกท่านและชาวมินทุอาจจะต้องเดือดร้อน เพราะดารัณมันต้องการชีวิตเราและลูก และที่สำคัญมันต้องการศิรา–พัชรเหนือสิ่งอื่นใด"

"ฉันให้สัญญาว่าฉันและชาวมินทุจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ดารัณได้ในสิ่งที่มันต้องการ" มาดิสร์ให้คำสัตย์แก่ เนตรา...บาจรีย์ที่ยืนอยู่ด้วยเอ่ยปากว่าตนอยากไปดูพี่ภูษณะฝึกรบ พ่อกับแม่ทำหน้าแปลกใจ ทุกทีลูกสาวไม่เคยสนใจพี่ชายฝึกรบ บาจรีย์ยิ้มเขินๆก่อนบอกว่า ครั้งนี้มีพี่พชรด้วยนี่นา...

ขณะพชรทดสอบฝีมือกับภูษณะอยู่นั้น ราชิตนำกำลังทหารจำนวนหนึ่งเข้ามาโจมตีเพื่อจะฆ่าพชรให้ได้ตามคำสั่งของดารัณ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว เพราะพชรมีทั้งภูษณะ และพาริณ สาวสวยฝีมือดีจากมินาลินซึ่งเป็นเพื่อนของพชรตั้งแต่เด็กตามมาช่วย

ทหารที่มาด้วยถูกฆ่าตายหมด ส่วนราชิตเกือบเอาชีวิตไม่รอด ถ้าไม่จับบาจรีย์เป็นตัวประกันแล้วปาระเบิดควันเปิดทางให้ตัวเองหนีไป...จากนั้นพาริณก็ตามพชรเข้าไปพบเนตรา พร้อมด้วยคณะของมาดิสร์ที่แสดงความห่วงใยสองแม่ลูกอย่างเห็นได้ชัด แต่กับพาริณนั้น บาจรีย์รู้สึกไม่ถูกชะตาจึงหาทางไล่เธอกลับไปมินาลิน พชรจึงต้องออกโรงว่า

"พาริณภักดีต่อท่านวาสินและราชวงศ์ หากกลับมินาลิน คิดเหรอว่าดารัณจะปล่อยให้พาริณรอดชีวิต"

"ถ้างั้นก็อยู่ที่นี่ก็ได้ ถ้าไม่ช่วย ฉันคงกลายเป็นคนใจดำ" ภูษณะกล่าวด้วยมาดเคร่งขรึม พาริณมองหน้าเขาอย่างไม่ชอบใจนัก

"ถึงท่านไม่ให้ฉันอยู่ ฉันก็ไม่ฟังเพราะฉันต้องรับใช้ท่านพชร หวังว่าคงเข้าใจ"

ภูษณะรู้สึกเสียหน้าที่โดนพาริณย้อน...พชรเหลือบมองไปยังมาดิสร์ที่สีหน้าเครียดๆ จึงถามท่านลุงว่า คิดอะไรอยู่หรือ?

"การบุกมินทุของราชิตครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่ ตราบใดที่ดารัณไม่ได้ในสิ่งที่มันต้องการ และหากว่าดารัณยกกองกำลังทหารทั้งหมดบุกมินทุ เราต้านไม่อยู่แน่ๆ เพื่อความปลอดภัยของหลานและเพื่อการกู้บัลลังก์แห่งมินาลินกลับคืน เราต้องมีพันธมิตรคอยช่วยเหลือ"

"พันธมิตรที่ท่านว่าหมายถึง..."

"ประเทศไทย" สิ้นคำของมาดิสร์ พชรนิ่งไปอย่างคาดไม่ถึง

ooooooo

เพียงเช้าวันใหม่ อดิศร นายพลผู้บังคับการหน่วยรบพิเศษของประเทศไทยซึ่งเป็นเพื่อนรักของมาดิสร์ก็เตรียมตัวเดินทางไปมินทุ ท่ามกลางความแปลกใจของศิรดาผู้เป็นภรรยา ว่าสามีมีงานด่วนอะไรถึงได้รีบร้อนนัก แถมก่อนไปยังบอกให้เธอสั่งคนช่วยทำความสะอาดเรือนรับรองใหญ่ไว้ด้วย

อดิศรไปพบมาดิสร์และยินดีที่จะช่วยเหลือดำเนินการเรื่องการลี้ภัยและการฝึกทหารให้แก่พชร แต่พชรจะต้องไปในฐานะคนธรรมดาสามัญ มิใช่ในฐานะของรัชทายาทแห่งมินาลิน และเพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย เราทุกคนต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ

"ในฐานะของผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินแห่งราชอาณาจักรไทย เรารับรองความปลอดภัยให้ท่านได้ ท่านพชรเตรียมตัวให้พร้อม เราจะไปเมืองไทยกันเดี๋ยวนี้แล้ว"

ขาดคำของอดิศร พาริณที่ร่วมประชุมอยู่ด้วยลุกขึ้นยืนทันที

"ดิฉันขอตามไปพิทักษ์ท่านพชรตามคำสั่งของท่านวาสิน"

"ผมอนุญาต หากไปในฐานะเพื่อน มิใช่ในฐานะองครักษ์"

"ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือผม แล้วผมจะกลับมาเพื่อทวงมินาลินกลับคืน" พชรลั่นวาจาอย่างมุ่งมั่น

จากนั้นทุกคนพากันออกไปส่งพชรกับพาริณที่รถยนต์ พชรฝากมาดิสร์กับตวิษาดูแลแม่ของตนด้วย มาดิสร์รับปากจริงจังขอพชรอย่าได้กังวล ขณะที่ภูษณะก็กำชับเพื่อนรักว่า

"ตั้งใจซ้อมรบนะพชร นายคือความหวังของมินาลิน"

พชรโอบไหล่ภูษณะ ก่อนที่จะก้มลงกราบเท้าเนตรามารดาสุดที่รัก เนตราพยุงพชรให้ลุกขึ้นแล้วจุมพิตหน้าผากลูก หยิบถุงกำมะหยี่จากกระเป๋าเสื้อออกมา ซึ่งมีสร้อยเส้นหนึ่งที่ด้านหลังจี้เพชรรูปหัวใจสลักคำว่า "รักเท่าชีวิต" มอบให้ลูกชาย

"แม่อยากให้ลูกเก็บสร้อยเส้นนี้เอาไว้ มันคือตัวแทนความรักของพ่อที่มอบไว้ให้แม่ และหากวันใดลูกเจอหญิงอันเป็นที่รัก แม่อยากให้เธอได้เก็บมันเอาไว้เหมือนที่แม่รักษามันเท่าชีวิต...ในถุงนี้มีเพชรมากพอที่จะแปรเปลี่ยนเป็นเงินได้มหาศาล เอาไว้ใช้ยามอยู่ต่างบ้านต่างเมืองนะลูก"

พชรเก็บถุงกำมะหยี่แล้วสวมกอดมารดาด้วยความรักอีกครั้ง

"เมื่อผมพร้อมรบ ผมจะรีบกลับมาครับ"

พชรผละไปขึ้นรถยนต์ที่พาริณกับอดิศรรออยู่ แล้วรถคันนั้นก็แล่นฝ่าความมืดออกไป โดยมีกลุ่มของมาดิสร์ยืนมองตามจนลับตา

ooooooo

เมื่อราชิตทำงานพลาดกลับมาเผชิญหน้ากับดารัณในวันรุ่งขึ้น ดารัณโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ตะคอกใส่จนราชิตหน้าถอดสี

"การฆ่าไอ้พชรมันยากนักรึไงวะ ถึงปล่อยให้มันรอดไปได้"

"ถ้าไม่มีนังพาริณเข้ามาช่วย ผมเอาหัวพชรมาให้ท่านได้แน่นอน"

"เราไม่ต้องการคำแก้ตัว จำใส่กะโหลกไว้ซะว่าอย่าทำงานพลาดซ้ำสองอีก"

"ครับท่านดารัณ ผมจะตามไปล่ามันเอง"

"ไอ้โง่ แกคิดว่ามันยังอยู่มินทุรึไง ป่านนี้มันหนีไปไหนต่อไหนแล้วโว้ย" ดารัณโวยวายหยิบของใกล้มือปาราชิตที่ก้มหน้าก้มตาอย่างเกรงกลัว...

ทางฝ่ายอดิศร เมื่อพาพชรกับพาริณมาถึงบ้านของตน ก็รีบนำพาไปยังเรือนรับรองซึ่งมีเครื่องอำนวยความสะดวกหลายอย่าง

"อาจจะไม่สุขสบายเท่ากับอยู่ในวัง ต้องขออภัยด้วย เรื่องเสื้อผ้า ข้าวของจำเป็นต่างๆ ผมให้คนจัดเตรียมให้คุณทั้งสองแล้ว ขาดเหลืออะไรบอกได้ไม่ต้องเกรงใจ"

"แค่นี้เราก็ไม่รู้จะขอบคุณท่านอย่างไร ที่ให้ความช่วยเหลือเรา บุญคุณของท่าน เราพร้อมทดแทนในทุกเมื่อ"

"ถ้าอยากจะทดแทน ก็ขอให้อดทนและตั้งใจกับการฝึกหนักกับหน่วยนาวิกโยธินจะดีกว่า ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัว อ้อ พชร อย่าลืมว่าตอนนี้คุณคือคนธรรมดาสามัญ ไม่ใช่รัชทายาทแห่งมินาลิน"

"ผมเข้าใจ ต่อไปนี้กรุณาเรียกผมว่า...วิน"

อดิศรยิ้มให้และขอตัวไป พชรหันไปหาพาริณ กำชับว่า

"นับแต่นี้เธอคือเพื่อนฉัน ฉันไม่ใช่นายของเธอ เข้าใจมั้ยพาริณ"

"ค่ะ คุณวิน"

ทันใดเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ทั้งพชรและพาริณหันไปยังต้นตอของเสียงด้วยความสงสัย...อีกครู่ต่อมา พชรก็เดินออกไปยังลานซ้อมยิงปืน เห็นสาวสวยคนหนึ่งกำลังซ้อมยิงเป้าอย่างแม่นยำมาก พอเธอรู้สึกตัวว่ามีคนมอง จึงคว้าปืนขึ้นมาเล็ง ทำเอาพชรหลบวูบวิ่งหนีไป

เธออดคิดไม่ได้ว่าเขาคือไอ้โรคจิต พวกถ้ำมอง จึงถือปืนวิ่งตามล่า พลางตะโกนเรียกอย่างเอาเรื่อง พชรซ่อนตัวแล้วฉวยจังหวะเหมาะล็อกเธอจากด้านหลัง บิดข้อมือเธอจนปืนร่วงลงพื้น แล้วคว้ากริชออกมาจ่อที่คอเธอ

"คุณเป็นใคร มีใครสั่งให้คุณมาฆ่าผมรึเปล่า" พชรเสียงแข็งอย่างระแวงระวัง

"ไอ้บ้า ไอ้เพ้อเจ้อ แกนั่นแหละเป็นใคร"

"ผมเป็นใครไม่สำคัญ"

"เอ๊า ไอ้บ้านี่ กวนอวัยวะเบื้องล่างซะแล้ว"

พชรอึ้งๆ แต่แล้วพลันชายหนุ่มอีกคนก็โผล่เข้ามา เขาชักปืนยิงขู่ลงพื้นหลายนัดซ้อน

"ปล่อยน้องสาวฉัน ไม่งั้นแกตาย"

ไม่ทันที่พชรจะทำอะไร มีดบินก็ลอยมาเฉียดแขนของชายผู้ออกคำสั่งไปนิดเดียว พาริณนั่นเองที่เป็นมือมีด เธอก้าวเข้ามาด้วยมาดทะมัดทะแมง แล้วสั่งหญิงชายที่เป็นพี่น้องให้ปล่อยวินซะ ถ้าไม่อยากตาย แต่ทั้งคู่ไม่ยอม ทำท่าจะเล่นงาน พชรหรือวินให้ได้

ทันใดนั้นเอง อดิศรโผล่เข้ามาห้ามขวางทางปืนไว้...ที่แท้ สองพี่น้องก็คือลูกชายกับลูกสาวของอดิศรนั่นเอง

"ธาม...ลำธาร...พวกเขาคือแขกของเรา" พูดแล้วอดิศรหันไปทางพชรกับพาริณ "สองคนนี้ลูกชายและลูกสาวผมเอง"

สองฝ่ายมองหน้ากันไปมา จู่ๆพชรก็เดินออกไปเฉยๆ ลำธารตะโกนไล่หลังอย่างฉุนๆ

"เอ้า เฮ้ย นี่ไม่คิดจะขอโทษกันเลยเหรอไง"

จากนั้นพากันกลับเข้าบ้าน ลำธารกับธามถามคาดคั้นอดิศรว่าสองคนนั้นเป็นใคร อดิศรบอกความจริงไม่ได้ ได้แต่พูดคำเดิมว่าพวกเขาคือแขก

"แขกที่ไหน อินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา หรือเนปาล"

"มันใช่เวลามาเล่นตลกมั้ย พี่ธาม" ลำธารดีดหูพี่ชายไปทีอย่างหงุดหงิด

"คุณก็บอกลูกไปสิคะ ว่าสองคนนั้นเป็นใครมาจากไหน" ตวิษาเอ่ยขึ้น

"รู้ไปแล้วได้อะไร    ก็แค่เป็นคนที่มาฝึกกับหน่วยนาวิกโยธินด้วย"

"มาฝึกที่หน่วย? แต่สองคนนั้นเป็นประชาชน ไม่ใช่ ทหาร พ่อ แบบนี้มันอภิสิทธิ์เกินไปแล้วนะ กว่าผมจะฝึกได้ต้องสอบ ต้องฝึกฝนตั้งเท่าไหร่ๆ"

อดิศรไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด ตัดบทว่า "เอาน่ะ ผูกมิตรกันเข้าไว้ ต้องเจอหน้ากันไปอีกนาน" แล้วอดิศรก็เดินจากไป ทิ้งให้ธามและลำธารมองหน้ากันเองอย่างสงสัย

เมื่อยังไม่ได้ความกระจ่าง ลำธารก็ยังข้องใจไม่หาย เธอเดินหน้านิ่วคิ้วขมวดออกไปทางสวนข้างบ้าน แล้วไปเจอพชรมาแอบมองเธออีก พชรมาเพื่อจะผูกมิตรกับเธอ แต่เธอกลับเรียกเขาว่านายโรคจิต พชรจึงแนะนำตัวว่าเขาชื่อวิน ไม่ได้ชื่อโรคจิต แล้วเขาก็ไม่ได้แอบมองเธอด้วย

"คุณชื่ออะไรนะ อ๋อ ผมนึกออกแล้ว...ลำเจียก"

"ลำเจียกบ้านนายสิ ฉันชื่อลำธาร" เจ้าหล่อนเสียงเขียว

"ขอโทษ...ลำธาร" พชรหยิบเพชรเม็ดหนึ่งออกจากถุงกำมะหยี่ยื่นให้ลำธารเป็นสินน้ำใจที่ครอบครัว ของเธอให้ที่พักพิงเขาและเพื่อน แต่ลำธารไม่รับ แถมท่าทีโมโหด้วยซ้ำ "รับไว้เถอะ เอาไปขายก็ได้ มูลค่าของมันไม่ต่ำกว่าสิบล้านบาทไทยเชียวนะ"

"นี่คิดว่าฉันเป็นพวกหน้าเงินเหรอ คิดว่าฉันอยากได้ของของคนอื่นฟรีๆรึไง"

"เปล่า คุณเข้าใจฉันผิด ผมแค่อยากผูกมิตร"

"อ๋อ เอาของมาล่อนี่เหรอวิธีผูกมิตรของนาย" เธอผลักอกเขาหลายครั้ง จนนิ้วไปเกี่ยวกระดุมเสื้อของเขาหลุด เผยให้เห็นแผงอกที่มีรอยแผลเป็นเด่นชัด "ไปโดน...อะไรมา"

เหมือนโดนของมีคมจี้ซ้ำเข้ากลางใจ พชรโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที ปัดมือลำธารออกแล้วหันหลังเดินจากไปเลย ลำธารได้แต่มองตามอย่างงงงวย...พชรกลับเข้าห้องพัก ถอดเสื้อมองแผลเป็นที่หน้าอก แล้วคิดย้อนเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดแผลเป็นนี้ วันนั้นเขาต่อสู้กับราชิตด้วยกริช แล้วถูกราชิตแทงเกือบตาย ถ้าพาริณไม่เข้ามาช่วยไว้ทัน

พชรยืนมองกระจกดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น ยิ่งนึกว่าพ่อของตนถูกพวกมันฆ่าตายไปแล้วก็ยิ่งทำใจรับไม่ได้ ตะโกนระบายอารมณ์ออกมาจนพาริณตกใจ วิ่งพรวดเข้ามาถามเขาว่าเป็นอะไร พชรไม่ตอบแต่กลับย้อนถามพาริณว่า พ่อของตนตายยังไง

"คุณอย่ารู้เลยดีกว่าค่ะ"

"เธอบอกฉันมาเถอะ พ่อฉันทรมานแค่ไหน ไอ้ดารัณมันต้องทรมานกว่าร้อยเท่าพันเท่า ฉันไม่อยากลบความแค้นไอ้ดารัณออกจากใจแม้แต่นาทีเดียว"

"ไอ้ดารัณมัน...มันจับท่านวาสินทรมานให้มอบเพชรในคลังสมบัติให้มันทั้งหมด เมื่อสมใจแล้วมันยังต้องการศิราพัชร เพียงแต่ท่านวาสินไม่ยอมปริปากบอก หลังจากนั้นมันจับท่านวาสินมัด แล้วผูกเชือกให้รถลากไปทั่วมินาลิน และสุดท้ายมันจับท่านวาสินที่หมดสติแล้วถ่วงลงทะเล"

พชรกำมือแน่นด้วยความเจ็บแค้นสุดๆ พาริณมองอย่างเข้าใจความรู้สึกของเขา เมื่อเขาเอ่ยปากต้องการอยู่คนเดียว เธอจึงจำยอมออกไป ทั้งที่ยังเป็นห่วง...พชรจมอยู่กับความเจ็บปวดเจ็บแค้นจนนอนไม่หลับ เขาลุกออกไปเดินทอดอารมณ์ในสวน แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นลำธารนั่งอ่านหนังสืออยู่ ลำธารรู้สึกเหมือนมีใครมองจึงหันกลับมา ก็พอดีพชรกำลังจะเดินกลับ เธอรีบลุกไปขวางเขาไว้ พร้อมตั้งคำถามอย่างข้องใจว่า เขาเป็นอะไร ทำไมถึงแอบมองเธออยู่ได้

"เปล่า ผมนอนไม่หลับ ออกมาเดินเล่น พอเจอคุณ ผมก็จะเดินหนีเพราะกลัวคุณจะว่าอีก"

"อ๋อเหรอ มีแฟนมาอยู่ด้วย ฉันก็นึกว่าจะนอนหลับฝันดีซะอีก"

"แฟน? คุณหมายถึงพาริณ" พอเธอพยักหน้า เขาปฏิเสธทันทีว่าพาริณไม่ใช่แฟนของตน พูดจบก็จะผละไป แต่ถูกเธอเรียกไว้อีก เขาเลยบ่นขึ้นมา "อะไรของคุณ คุณไม่อยากเจอผม ผมก็จะกลับ แต่ดันไม่ให้ผมไป หรือว่า...จริงๆแล้วคุณอยากเจอผมกันแน่ครับ"

ลำธารหงุดหงิดเพราะนึกว่าอีกฝ่ายกวนประสาท กำลังจะต่อปากต่อคำก็พอดีมีงูเลื้อยผ่านเฉียดเท้าไป เธอตกใจร้องกรี๊ดพร้อมกับกระโดดกอดเขาแน่น แต่พอรู้ตัวก็เด้งออก หาว่าเขาแต๊ะอั๋ง

"อะไร คุณกระโดดกอดผมเองนะ"

หญิงสาวอึ้งไปอย่างเสียหน้า ทำอะไรไม่ถูกก็เลยกระฟัดกระเฟียดเดินหนีไป พชรยิ้มบางๆกับความน่ารักของเธอ พอเขาจะเดินกลับห้องก็สะดุดตากับผ้าเช็ดหน้าที่เธอทำหล่นไว้ จึงเก็บมันติดมือกลับไปด้วย

ooooooo

ศิราพัชร ดวงใจนักรบ เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"
18 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:13 น.