ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ศิราพัชร ดวงใจนักรบ

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ศิราพัชร ดวงใจนักรบ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

มินาลิน รัฐอิสระเล็กๆที่มั่งคั่งด้วยเพชร ตั้งอยู่เหนือเมืองน่าน ระหว่างชายแดนสี่ประเทศคือไทย ลาว จีนและพม่า ปกครองโดยระบบผู้นำรัฐชื่อวาสิน มีสตรีหมายเลขหนึ่งภรรยาของผู้นำชื่อเนตรา ทั้งสองมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนคือ "พชร"

วาสินมีเพื่อนสนิทที่พ่อของเขานำมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมคือดารัณ ทั้งสองเติบโตมาด้วยกันจนวาสินขึ้นเป็นผู้นำรัฐ ดารัณจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ดูแลด้านการทหารของมินาลิน มีอำนาจรองจากวาสิน

ต่อมาดารัณคิดการใหญ่ทำการกบฏโดยใช้กองโจรที่แอบซ่องสุมไว้ วาสินมอบหมายให้ทหารที่ไว้ใจได้พาเนตราและพชรหนี แต่ทหารผู้นั้นกลับหักหลังวาสินและเข้าเป็นพวกของดารัณ โดยลวงสองแม่ลูกไปเพื่อจะฆ่าทิ้ง แต่ถูกพชรฆ่าตายก่อน ขณะที่สองแม่ลูกกำลังถึงขั้นวิกฤติหนีไม่พ้น ก็ได้รับการช่วยเหลือจากทหารของมาดิสร์ ผู้นำรัฐมินทุ ที่มีชายแดนติดกับมินาลิน
มาดิสร์มีลูกชายหญิงสองคนคือภูษณะกับบาจรีย์ บาจรีย์ ดีใจมากที่ได้เจอพชรอีกเพราะเธอหลงรักเขาอยู่  ยามนี้ที่เขากับแม่บาดเจ็บมา เธอจึงดูแลเขาอย่างดี แต่ดูเหมือนพชรจะไม่ได้คิดอะไรกับเธอเกินความเป็นพี่น้อง

เสียงร่ำไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจของเนตราดังมาจากเรือนรับรอง ตวิษา ภรรยาของมาดิสร์เฝ้าปลอบใจเนตราด้วยความสงสารจับใจ โดยมีมาดิสร์ยืนมองอย่างเข้าใจความรู้สึกของเธอผู้สูญเสีย

"เนตรา...เธอต้องเข้มแข็งนะ เธอต้องผ่านมรสุมร้ายนี้ไปให้ได้"

"พี่วาสิน...ไม่จริง พี่ต้องไม่ตาย พี่จะตายไม่ได้ น้องไม่เชื่อ มันไม่ใช่เรื่องจริง"

พชรกับบาจรีย์เข้ามาได้ยินเสียงคร่ำครวญของเนตรา ทั้งคู่ตกใจกับข่าวร้าย เนตราดวงตาแดงก่ำด้วยความเสียใจ ลุกขึ้นวิ่งไปกอดพชร

"พชร...พ่อไม่อยู่กับเราแล้วลูก พ่อไม่อยู่แล้ว..."

"ไอ้ดารัณ!" พชรคำรามลั่น แล้วมองไปยังมาดิสร์กับตวิษา "ท่านป้า ท่านลุง ผมฝากแม่ไว้ด้วย"

"เดี๋ยวสิ หลานจะรีบผลุนผลันไปไหน"

"ผมจะไปฆ่าไอ้ดารัณ" พชรหันหลังจะเดินไป ทว่าภูษณะเดินมาขวางเขาไว้

"หยุดก่อนไอ้เพื่อนรัก ลำพังนายคนเดียวจะทำอะไรไอ้ดารัณได้"

ภูษณะยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ขณะที่พชรยังเดือดดาลจัด

ooooooo

ดารัณก่อกบฏสำเร็จและกำลังชื่นมื่นกับตำแหน่งผู้นำรัฐคนใหม่ที่ตั้งตนขึ้นมาเอง ท่ามกลางผู้ที่ยังจงรัก ภักดีต่อวาสินหลายคน แต่แล้วดารัณก็เด็ดหัวไปทีละคนอย่างโหดเหี้ยม ก่อนจะสั่งราชิต สมุนมือขวานำกองกำลังตามหาพชรแล้วตัดหัวมันมาให้ได้ พร้อมนำสร้อยศิราพัชรกลับคืนมาสู่เราผู้ครองนครแห่งมินาลิน

มาดิสร์ให้เนตราเอาหีบสมบัติเข้ามาซ่อนไว้ในตู้เซฟภายในห้องลับที่เป็นฐานบัญชาการของเขา โดยย้ำให้เนตรามั่นใจได้ว่าที่นี่ปลอดภัยที่สุด

"ขอบคุณท่านทั้งสองที่เป็นที่พึ่งพิงแก่เราและลูก ขอบคุณจริงๆ" เนตรายกมือไหว้สองสามีภรรยา ตวิษารีบจับมือเนตราไม่ให้ไหว้ตน

"อย่าถึงกับต้องไหว้เลย มินทุกับมินาลินก็เหมือนบ้านพี่เมืองน้องกัน"

"แต่พวกท่านและชาวมินทุอาจจะต้องเดือดร้อน เพราะดารัณมันต้องการชีวิตเราและลูก และที่สำคัญมันต้องการศิรา–พัชรเหนือสิ่งอื่นใด"

"ฉันให้สัญญาว่าฉันและชาวมินทุจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ดารัณได้ในสิ่งที่มันต้องการ" มาดิสร์ให้คำสัตย์แก่ เนตรา...บาจรีย์ที่ยืนอยู่ด้วยเอ่ยปากว่าตนอยากไปดูพี่ภูษณะฝึกรบ พ่อกับแม่ทำหน้าแปลกใจ ทุกทีลูกสาวไม่เคยสนใจพี่ชายฝึกรบ บาจรีย์ยิ้มเขินๆก่อนบอกว่า ครั้งนี้มีพี่พชรด้วยนี่นา...

ขณะพชรทดสอบฝีมือกับภูษณะอยู่นั้น ราชิตนำกำลังทหารจำนวนหนึ่งเข้ามาโจมตีเพื่อจะฆ่าพชรให้ได้ตามคำสั่งของดารัณ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว เพราะพชรมีทั้งภูษณะ และพาริณ สาวสวยฝีมือดีจากมินาลินซึ่งเป็นเพื่อนของพชรตั้งแต่เด็กตามมาช่วย

ทหารที่มาด้วยถูกฆ่าตายหมด ส่วนราชิตเกือบเอาชีวิตไม่รอด ถ้าไม่จับบาจรีย์เป็นตัวประกันแล้วปาระเบิดควันเปิดทางให้ตัวเองหนีไป...จากนั้นพาริณก็ตามพชรเข้าไปพบเนตรา พร้อมด้วยคณะของมาดิสร์ที่แสดงความห่วงใยสองแม่ลูกอย่างเห็นได้ชัด แต่กับพาริณนั้น บาจรีย์รู้สึกไม่ถูกชะตาจึงหาทางไล่เธอกลับไปมินาลิน พชรจึงต้องออกโรงว่า

"พาริณภักดีต่อท่านวาสินและราชวงศ์ หากกลับมินาลิน คิดเหรอว่าดารัณจะปล่อยให้พาริณรอดชีวิต"

"ถ้างั้นก็อยู่ที่นี่ก็ได้ ถ้าไม่ช่วย ฉันคงกลายเป็นคนใจดำ" ภูษณะกล่าวด้วยมาดเคร่งขรึม พาริณมองหน้าเขาอย่างไม่ชอบใจนัก

"ถึงท่านไม่ให้ฉันอยู่ ฉันก็ไม่ฟังเพราะฉันต้องรับใช้ท่านพชร หวังว่าคงเข้าใจ"

ภูษณะรู้สึกเสียหน้าที่โดนพาริณย้อน...พชรเหลือบมองไปยังมาดิสร์ที่สีหน้าเครียดๆ จึงถามท่านลุงว่า คิดอะไรอยู่หรือ?

"การบุกมินทุของราชิตครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่ ตราบใดที่ดารัณไม่ได้ในสิ่งที่มันต้องการ และหากว่าดารัณยกกองกำลังทหารทั้งหมดบุกมินทุ เราต้านไม่อยู่แน่ๆ เพื่อความปลอดภัยของหลานและเพื่อการกู้บัลลังก์แห่งมินาลินกลับคืน เราต้องมีพันธมิตรคอยช่วยเหลือ"

"พันธมิตรที่ท่านว่าหมายถึง..."

"ประเทศไทย" สิ้นคำของมาดิสร์ พชรนิ่งไปอย่างคาดไม่ถึง

ooooooo

เพียงเช้าวันใหม่ อดิศร นายพลผู้บังคับการหน่วยรบพิเศษของประเทศไทยซึ่งเป็นเพื่อนรักของมาดิสร์ก็เตรียมตัวเดินทางไปมินทุ ท่ามกลางความแปลกใจของศิรดาผู้เป็นภรรยา ว่าสามีมีงานด่วนอะไรถึงได้รีบร้อนนัก แถมก่อนไปยังบอกให้เธอสั่งคนช่วยทำความสะอาดเรือนรับรองใหญ่ไว้ด้วย

อดิศรไปพบมาดิสร์และยินดีที่จะช่วยเหลือดำเนินการเรื่องการลี้ภัยและการฝึกทหารให้แก่พชร แต่พชรจะต้องไปในฐานะคนธรรมดาสามัญ มิใช่ในฐานะของรัชทายาทแห่งมินาลิน และเพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย เราทุกคนต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ

"ในฐานะของผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินแห่งราชอาณาจักรไทย เรารับรองความปลอดภัยให้ท่านได้ ท่านพชรเตรียมตัวให้พร้อม เราจะไปเมืองไทยกันเดี๋ยวนี้แล้ว"

ขาดคำของอดิศร พาริณที่ร่วมประชุมอยู่ด้วยลุกขึ้นยืนทันที

"ดิฉันขอตามไปพิทักษ์ท่านพชรตามคำสั่งของท่านวาสิน"

"ผมอนุญาต หากไปในฐานะเพื่อน มิใช่ในฐานะองครักษ์"

"ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือผม แล้วผมจะกลับมาเพื่อทวงมินาลินกลับคืน" พชรลั่นวาจาอย่างมุ่งมั่น

จากนั้นทุกคนพากันออกไปส่งพชรกับพาริณที่รถยนต์ พชรฝากมาดิสร์กับตวิษาดูแลแม่ของตนด้วย มาดิสร์รับปากจริงจังขอพชรอย่าได้กังวล ขณะที่ภูษณะก็กำชับเพื่อนรักว่า

"ตั้งใจซ้อมรบนะพชร นายคือความหวังของมินาลิน"

พชรโอบไหล่ภูษณะ ก่อนที่จะก้มลงกราบเท้าเนตรามารดาสุดที่รัก เนตราพยุงพชรให้ลุกขึ้นแล้วจุมพิตหน้าผากลูก หยิบถุงกำมะหยี่จากกระเป๋าเสื้อออกมา ซึ่งมีสร้อยเส้นหนึ่งที่ด้านหลังจี้เพชรรูปหัวใจสลักคำว่า "รักเท่าชีวิต" มอบให้ลูกชาย

"แม่อยากให้ลูกเก็บสร้อยเส้นนี้เอาไว้ มันคือตัวแทนความรักของพ่อที่มอบไว้ให้แม่ และหากวันใดลูกเจอหญิงอันเป็นที่รัก แม่อยากให้เธอได้เก็บมันเอาไว้เหมือนที่แม่รักษามันเท่าชีวิต...ในถุงนี้มีเพชรมากพอที่จะแปรเปลี่ยนเป็นเงินได้มหาศาล เอาไว้ใช้ยามอยู่ต่างบ้านต่างเมืองนะลูก"

พชรเก็บถุงกำมะหยี่แล้วสวมกอดมารดาด้วยความรักอีกครั้ง

"เมื่อผมพร้อมรบ ผมจะรีบกลับมาครับ"

พชรผละไปขึ้นรถยนต์ที่พาริณกับอดิศรรออยู่ แล้วรถคันนั้นก็แล่นฝ่าความมืดออกไป โดยมีกลุ่มของมาดิสร์ยืนมองตามจนลับตา

ooooooo

เมื่อราชิตทำงานพลาดกลับมาเผชิญหน้ากับดารัณในวันรุ่งขึ้น ดารัณโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ตะคอกใส่จนราชิตหน้าถอดสี

"การฆ่าไอ้พชรมันยากนักรึไงวะ ถึงปล่อยให้มันรอดไปได้"

"ถ้าไม่มีนังพาริณเข้ามาช่วย ผมเอาหัวพชรมาให้ท่านได้แน่นอน"

"เราไม่ต้องการคำแก้ตัว จำใส่กะโหลกไว้ซะว่าอย่าทำงานพลาดซ้ำสองอีก"

"ครับท่านดารัณ ผมจะตามไปล่ามันเอง"

"ไอ้โง่ แกคิดว่ามันยังอยู่มินทุรึไง ป่านนี้มันหนีไปไหนต่อไหนแล้วโว้ย" ดารัณโวยวายหยิบของใกล้มือปาราชิตที่ก้มหน้าก้มตาอย่างเกรงกลัว...

ทางฝ่ายอดิศร เมื่อพาพชรกับพาริณมาถึงบ้านของตน ก็รีบนำพาไปยังเรือนรับรองซึ่งมีเครื่องอำนวยความสะดวกหลายอย่าง

"อาจจะไม่สุขสบายเท่ากับอยู่ในวัง ต้องขออภัยด้วย เรื่องเสื้อผ้า ข้าวของจำเป็นต่างๆ ผมให้คนจัดเตรียมให้คุณทั้งสองแล้ว ขาดเหลืออะไรบอกได้ไม่ต้องเกรงใจ"

"แค่นี้เราก็ไม่รู้จะขอบคุณท่านอย่างไร ที่ให้ความช่วยเหลือเรา บุญคุณของท่าน เราพร้อมทดแทนในทุกเมื่อ"

"ถ้าอยากจะทดแทน ก็ขอให้อดทนและตั้งใจกับการฝึกหนักกับหน่วยนาวิกโยธินจะดีกว่า ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัว อ้อ พชร อย่าลืมว่าตอนนี้คุณคือคนธรรมดาสามัญ ไม่ใช่รัชทายาทแห่งมินาลิน"

"ผมเข้าใจ ต่อไปนี้กรุณาเรียกผมว่า...วิน"

อดิศรยิ้มให้และขอตัวไป พชรหันไปหาพาริณ กำชับว่า

"นับแต่นี้เธอคือเพื่อนฉัน ฉันไม่ใช่นายของเธอ เข้าใจมั้ยพาริณ"

"ค่ะ คุณวิน"

ทันใดเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ทั้งพชรและพาริณหันไปยังต้นตอของเสียงด้วยความสงสัย...อีกครู่ต่อมา พชรก็เดินออกไปยังลานซ้อมยิงปืน เห็นสาวสวยคนหนึ่งกำลังซ้อมยิงเป้าอย่างแม่นยำมาก พอเธอรู้สึกตัวว่ามีคนมอง จึงคว้าปืนขึ้นมาเล็ง ทำเอาพชรหลบวูบวิ่งหนีไป

เธออดคิดไม่ได้ว่าเขาคือไอ้โรคจิต พวกถ้ำมอง จึงถือปืนวิ่งตามล่า พลางตะโกนเรียกอย่างเอาเรื่อง พชรซ่อนตัวแล้วฉวยจังหวะเหมาะล็อกเธอจากด้านหลัง บิดข้อมือเธอจนปืนร่วงลงพื้น แล้วคว้ากริชออกมาจ่อที่คอเธอ

"คุณเป็นใคร มีใครสั่งให้คุณมาฆ่าผมรึเปล่า" พชรเสียงแข็งอย่างระแวงระวัง

"ไอ้บ้า ไอ้เพ้อเจ้อ แกนั่นแหละเป็นใคร"

"ผมเป็นใครไม่สำคัญ"

"เอ๊า ไอ้บ้านี่ กวนอวัยวะเบื้องล่างซะแล้ว"

พชรอึ้งๆ แต่แล้วพลันชายหนุ่มอีกคนก็โผล่เข้ามา เขาชักปืนยิงขู่ลงพื้นหลายนัดซ้อน

"ปล่อยน้องสาวฉัน ไม่งั้นแกตาย"

ไม่ทันที่พชรจะทำอะไร มีดบินก็ลอยมาเฉียดแขนของชายผู้ออกคำสั่งไปนิดเดียว พาริณนั่นเองที่เป็นมือมีด เธอก้าวเข้ามาด้วยมาดทะมัดทะแมง แล้วสั่งหญิงชายที่เป็นพี่น้องให้ปล่อยวินซะ ถ้าไม่อยากตาย แต่ทั้งคู่ไม่ยอม ทำท่าจะเล่นงาน พชรหรือวินให้ได้

ทันใดนั้นเอง อดิศรโผล่เข้ามาห้ามขวางทางปืนไว้...ที่แท้ สองพี่น้องก็คือลูกชายกับลูกสาวของอดิศรนั่นเอง

"ธาม...ลำธาร...พวกเขาคือแขกของเรา" พูดแล้วอดิศรหันไปทางพชรกับพาริณ "สองคนนี้ลูกชายและลูกสาวผมเอง"

สองฝ่ายมองหน้ากันไปมา จู่ๆพชรก็เดินออกไปเฉยๆ ลำธารตะโกนไล่หลังอย่างฉุนๆ

"เอ้า เฮ้ย นี่ไม่คิดจะขอโทษกันเลยเหรอไง"

จากนั้นพากันกลับเข้าบ้าน ลำธารกับธามถามคาดคั้นอดิศรว่าสองคนนั้นเป็นใคร อดิศรบอกความจริงไม่ได้ ได้แต่พูดคำเดิมว่าพวกเขาคือแขก

"แขกที่ไหน อินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา หรือเนปาล"

"มันใช่เวลามาเล่นตลกมั้ย พี่ธาม" ลำธารดีดหูพี่ชายไปทีอย่างหงุดหงิด

"คุณก็บอกลูกไปสิคะ ว่าสองคนนั้นเป็นใครมาจากไหน" ตวิษาเอ่ยขึ้น

"รู้ไปแล้วได้อะไร    ก็แค่เป็นคนที่มาฝึกกับหน่วยนาวิกโยธินด้วย"

"มาฝึกที่หน่วย? แต่สองคนนั้นเป็นประชาชน ไม่ใช่ ทหาร พ่อ แบบนี้มันอภิสิทธิ์เกินไปแล้วนะ กว่าผมจะฝึกได้ต้องสอบ ต้องฝึกฝนตั้งเท่าไหร่ๆ"

อดิศรไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด ตัดบทว่า "เอาน่ะ ผูกมิตรกันเข้าไว้ ต้องเจอหน้ากันไปอีกนาน" แล้วอดิศรก็เดินจากไป ทิ้งให้ธามและลำธารมองหน้ากันเองอย่างสงสัย

เมื่อยังไม่ได้ความกระจ่าง ลำธารก็ยังข้องใจไม่หาย เธอเดินหน้านิ่วคิ้วขมวดออกไปทางสวนข้างบ้าน แล้วไปเจอพชรมาแอบมองเธออีก พชรมาเพื่อจะผูกมิตรกับเธอ แต่เธอกลับเรียกเขาว่านายโรคจิต พชรจึงแนะนำตัวว่าเขาชื่อวิน ไม่ได้ชื่อโรคจิต แล้วเขาก็ไม่ได้แอบมองเธอด้วย

"คุณชื่ออะไรนะ อ๋อ ผมนึกออกแล้ว...ลำเจียก"

"ลำเจียกบ้านนายสิ ฉันชื่อลำธาร" เจ้าหล่อนเสียงเขียว

"ขอโทษ...ลำธาร" พชรหยิบเพชรเม็ดหนึ่งออกจากถุงกำมะหยี่ยื่นให้ลำธารเป็นสินน้ำใจที่ครอบครัว ของเธอให้ที่พักพิงเขาและเพื่อน แต่ลำธารไม่รับ แถมท่าทีโมโหด้วยซ้ำ "รับไว้เถอะ เอาไปขายก็ได้ มูลค่าของมันไม่ต่ำกว่าสิบล้านบาทไทยเชียวนะ"

"นี่คิดว่าฉันเป็นพวกหน้าเงินเหรอ คิดว่าฉันอยากได้ของของคนอื่นฟรีๆรึไง"

"เปล่า คุณเข้าใจฉันผิด ผมแค่อยากผูกมิตร"

"อ๋อ เอาของมาล่อนี่เหรอวิธีผูกมิตรของนาย" เธอผลักอกเขาหลายครั้ง จนนิ้วไปเกี่ยวกระดุมเสื้อของเขาหลุด เผยให้เห็นแผงอกที่มีรอยแผลเป็นเด่นชัด "ไปโดน...อะไรมา"

เหมือนโดนของมีคมจี้ซ้ำเข้ากลางใจ พชรโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที ปัดมือลำธารออกแล้วหันหลังเดินจากไปเลย ลำธารได้แต่มองตามอย่างงงงวย...พชรกลับเข้าห้องพัก ถอดเสื้อมองแผลเป็นที่หน้าอก แล้วคิดย้อนเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดแผลเป็นนี้ วันนั้นเขาต่อสู้กับราชิตด้วยกริช แล้วถูกราชิตแทงเกือบตาย ถ้าพาริณไม่เข้ามาช่วยไว้ทัน

พชรยืนมองกระจกดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น ยิ่งนึกว่าพ่อของตนถูกพวกมันฆ่าตายไปแล้วก็ยิ่งทำใจรับไม่ได้ ตะโกนระบายอารมณ์ออกมาจนพาริณตกใจ วิ่งพรวดเข้ามาถามเขาว่าเป็นอะไร พชรไม่ตอบแต่กลับย้อนถามพาริณว่า พ่อของตนตายยังไง

"คุณอย่ารู้เลยดีกว่าค่ะ"

"เธอบอกฉันมาเถอะ พ่อฉันทรมานแค่ไหน ไอ้ดารัณมันต้องทรมานกว่าร้อยเท่าพันเท่า ฉันไม่อยากลบความแค้นไอ้ดารัณออกจากใจแม้แต่นาทีเดียว"

"ไอ้ดารัณมัน...มันจับท่านวาสินทรมานให้มอบเพชรในคลังสมบัติให้มันทั้งหมด เมื่อสมใจแล้วมันยังต้องการศิราพัชร เพียงแต่ท่านวาสินไม่ยอมปริปากบอก หลังจากนั้นมันจับท่านวาสินมัด แล้วผูกเชือกให้รถลากไปทั่วมินาลิน และสุดท้ายมันจับท่านวาสินที่หมดสติแล้วถ่วงลงทะเล"

พชรกำมือแน่นด้วยความเจ็บแค้นสุดๆ พาริณมองอย่างเข้าใจความรู้สึกของเขา เมื่อเขาเอ่ยปากต้องการอยู่คนเดียว เธอจึงจำยอมออกไป ทั้งที่ยังเป็นห่วง...พชรจมอยู่กับความเจ็บปวดเจ็บแค้นจนนอนไม่หลับ เขาลุกออกไปเดินทอดอารมณ์ในสวน แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นลำธารนั่งอ่านหนังสืออยู่ ลำธารรู้สึกเหมือนมีใครมองจึงหันกลับมา ก็พอดีพชรกำลังจะเดินกลับ เธอรีบลุกไปขวางเขาไว้ พร้อมตั้งคำถามอย่างข้องใจว่า เขาเป็นอะไร ทำไมถึงแอบมองเธออยู่ได้

"เปล่า ผมนอนไม่หลับ ออกมาเดินเล่น พอเจอคุณ ผมก็จะเดินหนีเพราะกลัวคุณจะว่าอีก"

"อ๋อเหรอ มีแฟนมาอยู่ด้วย ฉันก็นึกว่าจะนอนหลับฝันดีซะอีก"

"แฟน? คุณหมายถึงพาริณ" พอเธอพยักหน้า เขาปฏิเสธทันทีว่าพาริณไม่ใช่แฟนของตน พูดจบก็จะผละไป แต่ถูกเธอเรียกไว้อีก เขาเลยบ่นขึ้นมา "อะไรของคุณ คุณไม่อยากเจอผม ผมก็จะกลับ แต่ดันไม่ให้ผมไป หรือว่า...จริงๆแล้วคุณอยากเจอผมกันแน่ครับ"

ลำธารหงุดหงิดเพราะนึกว่าอีกฝ่ายกวนประสาท กำลังจะต่อปากต่อคำก็พอดีมีงูเลื้อยผ่านเฉียดเท้าไป เธอตกใจร้องกรี๊ดพร้อมกับกระโดดกอดเขาแน่น แต่พอรู้ตัวก็เด้งออก หาว่าเขาแต๊ะอั๋ง

"อะไร คุณกระโดดกอดผมเองนะ"

หญิงสาวอึ้งไปอย่างเสียหน้า ทำอะไรไม่ถูกก็เลยกระฟัดกระเฟียดเดินหนีไป พชรยิ้มบางๆกับความน่ารักของเธอ พอเขาจะเดินกลับห้องก็สะดุดตากับผ้าเช็ดหน้าที่เธอทำหล่นไว้ จึงเก็บมันติดมือกลับไปด้วย

ooooooo

ตอนที่ 2

เช้าขึ้นลำธารจะมาถามหาผ้าเช็ดหน้า ผืนโปรดจากนายวิน เพราะค่อนข้างแน่ใจว่าตนน่าจะทำตกไว้ เมื่อคืนตอนคุยกับเขา แต่ยังไม่ทันได้เจอพชรหรือวิน ก็เกือบจะโดนมีดบินของพาริณเข้า...
สองสาวเกิดปะทะและทุ่มเถียงกันไปมา กระทั่งพชรต้องเข้ามาห้าม และตำหนิพาริณที่คิดมากเกินไปไม่ไว้ใจแม้แต่เจ้าของบ้านอย่างลำธาร

ถึง แม้พชรจะเป็นกลางไม่เข้าข้างคนของเขา แต่ลำธารก็ยังขุ่นเคืองใจอยู่ดี จะไม่ยอมให้เขาประคบรอยช้ำที่แขนของ เธอที่เกิดจากน้ำมือพาริณ แต่พชรยืนยันขอรับผิดชอบโดยรวบรัดอุ้มเธอขึ้น
ไปยังเรือนพักของเขา แล้วเอาลูกประคบมาประคบรอยช้ำบนแขนของเธออย่างนุ่มนวล แต่ไม่วายบ่นว่า เธออุตส่าห์เป็นถึงนักเรียนแพทย์ แต่กลับไม่ดูแลตัวเอง ลำธารโกรธจี๊ดขึ้นมาจะผละออกห่าง

แต่เขาไม่ยอมปล่อยมือจากเธอ แถมยังเอ่ยปากขอโทษอย่างจริงจังว่าเขาไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่อง แย่ๆกับเธอเลยจริงๆ

พา ริณซึ่งหลงรักพชรแอบมองสองคนใกล้ชิดกันด้วยความแสลงใจเป็นที่สุด แล้วหันหลังกลับออกไป จึงไม่ทันเห็นอาการขึงขังไม่เป็นมิตรของลำธารที่มีต่อพชรในอีกอึดใจต่อมา

"นาย ไม่ต้องมาแกล้งทำดีกับฉันเลยนะ คิดว่าตบหัวแล้วลูบหลังแล้วฉันจะให้อภัยนายเหรอ ฝันไปเถอะ" พูดจบลำธารก็ลุกขึ้นผลุนผลันหนีไปทันที พชรได้แต่มองตามด้วยความอ่อนใจ

เมื่อ ลำธารกลับมาฟ้องพี่ชายว่าถูกผู้อาศัยทำร้ายร่างกาย ธามโมโหขึ้นมาทันทีจะไปเล่นงานพาริณกับวิน แต่อดิศรก้าวมาขวางเสียก่อน สองพี่น้องช่วยกันเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ พ่อฟัง และโชว์
แขนลำธารที่ยังเป็นรอยช้ำไม่หาย อดิศรกลับบอกลูกๆว่า พ่อเพิ่งคุยกับวินมา เขาบอกพ่อแล้วว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน

"เขาทำน้องเจ็บขนาดนี้นะพ่อ" ธามโพล่งขึ้น

"ยัย ลำธารซ้อมเทควันโดเป็นรอยมากกว่านี้ ไม่เห็นแกเคยโวยวาย แล้วเราน่ะ จู่ๆไปย่องเข้าบ้านเขา ทำไมไม่ขออนุญาตเจ้าของบ้านก่อน พ่อให้เขาพักอยู่ที่เรือนหลังสวนนั่น ก็ถือเป็นที่ของเขา ไม่
ใช่ว่าใครก็มีสิทธิ์เข้าไปยุ่มย่ามได้ เข้าใจมั้ย"

"แต่ว่าที่นี่มันบ้านเรา..."

"ไม่ มีต่งมีแต่อะไรทั้งนั้น ตั้งแต่นี้ไป เราต้องให้เกียรติและเคารพความเป็นส่วนตัวของพวกเขา อย่าให้พ่อต้องมาพูดซ้ำอีก" อดิศรทิ้งท้ายหนักแน่นแล้วผละไป ทิ้งให้ลูกสาวลูกชาย มองหน้ากัน
อึ้งๆ เหวอๆ ไม่อยากจะเชื่อ

แล้ว สองพี่น้องก็ทนอยู่เฉยไม่ได้เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อต้องให้อภิสิทธิ์กับ ผู้อาศัยขนาดนั้น จนพวกเรากลายเป็นหมาหัวเน่า สองพี่น้องวางแผนจะล้างแค้นวินกับพาริณให้ได้ โดยธามเสนอตัว
เป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง

ผู้กองธามให้จ่าแสงซึ่งเป็น ครูฝึกการทหารของพชรทำการกลั่นแกล้งพชรในระหว่างฝึกร่วมกับพลทหารแห่งหน่วย นาวิกโยธิน พชรถูกจ่าแสงติวเข้มมากกว่าทุกคน แต่ด้วยร่างกายที่แข็งแรง
ของพชร แม้จะถูกฝึกโหดขนาดไหน ก็ไม่ทำให้เขาถอดใจไปง่ายๆ ฝ่ายลำธารที่เฝ้าสังเกตการณ์ พอเห็นพี่ชายรวมหัวกับจ่าแสงแกล้งฝึกวิชาการทหารทั้งในและนอกหลักสูตรให้พชร ด้วยวิธี
โหดๆ ก็เริ่มจะใจคอไม่ดีขึ้นมาบ้างเหมือนกัน กลัวว่าเขาจะโดนเล่นงานหนักถึงตาย

ขณะที่พชรลี้ภัยมาอยู่ประเทศไทย ส่วนที่มินาลิน ดารัณ ซึ่งตั้งตัวเป็นผู้นำคนใหม่ก็ยังไม่นิ่งนอนใจ คิดจะขุดรากถอนโคน ผู้นำคนเก่าให้สิ้นซาก โดยเฉพาะลูกกับเมียของวาสินที่หนีไปได้ เมื่อรู้
เบาะแสว่าสองแม่ลูกไปอยู่ที่ไหน จึงสั่งราชิตให้ตามไป จัดการ โดยราชิตได้ดึงเอาทหารฝีมือดีอีกคนคือชาครมาร่วมทีมตามล่าด้วย

ทา งมาดิสร์ผู้นำรัฐมินทุ เมื่อรู้ระแคะระคายว่าดารัณยังไม่หยุดตามล่าพชร เขาตัดสินใจส่งภูษณะไปคุ้มกันช่วยเหลือพชรที่ประเทศไทย บาจรีย์ซึ่งอยากอยู่ใกล้ชิดพชรแอบตามขึ้นรถมาด้วยโดย
ที่ภูษณะไม่รู้ จนมาเกือบครึ่งทางถึงรู้ว่าน้องสาวอยู่ในรถ แต่น้องสาวก็วิงวอนและหยิบยกเหตุผลขึ้นมาอ้าง ทำให้ภูษณะต้องปล่อยเลยตามเลย แล้วส่งข่าวไปบอกพ่อเพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง

เมื่อสองพี่น้องมา ถึงบ้านอดิศร...ด้วยความดีใจบาจรีย์ โผเข้ากอดพชรและเกือบจะเรียกชื่อของเขาออกมา ดีเสียว่า ภูษณะชิงเรียก "วิน" ขึ้นมาเสียก่อน บาจรีย์เลยนึกได้เรียกพี่วินอย่างสนิทสนม

อดิศรมา ต้อนรับแขกทั้งสอง โดยมีลำธารตามหลังมาด้วย พอเห็นบาจรีย์เกาะกอดแขนวินและพูดจาหวานๆใส่ ลำธารก็ชักสีหน้าหมั่นไส้ แล้วจะถามพ่อว่าสองคนนี้เป็นใคร แต่อดิศรตัดบทว่า

เรื่องของผู้ใหญ่ ให้เธอกลับ เข้าบ้านไปก่อน พ่อมีธุระต้องทำ

ลำธารหน้างอไม่พอใจ แต่ก็ไม่กล้าหือกับพ่อ ได้แต่แอบบ่นพึมพำว่า หมอนี่เอาอีกแล้ว ชอบทำให้เราเป็นส่วนเกินตลอดเลย...

อดิศร พาพชร ภูษณะ และบาจรีย์ไปคุยในห้องทำงาน ภูษณะบอกว่าสายของตนรายงานมาว่าดารัณรู้ข่าวเรื่องที่รัชทายาท มาซ่อนตัวอยู่ที่นี่แล้ว ท่านพ่อจึงมอบหมายให้ตนนำกำลังบางส่วนมา
ช่วยคุ้มกัน โดยคนของตนจะกระจายกำลังแฝงตัวกันอยู่รอบๆ หากมีความจำเป็น อดิศรกับพชรสามารถส่งสัญญาณ ขอความช่วยเหลือได้ทันที

พชรขอบใจภูษณะที่ตามมาช่วย แต่สำหรับบาจรีย์ตามมาอย่างนี้ท่านลุงไม่เป็นห่วงแย่หรือ ภูษณะหันมองน้องสาว ด้วยสีหน้าเอือมๆ ก่อนบอก

"ความจริงท่านพ่อไม่ได้อนุญาตให้บาจรีย์มาด้วย แต่ยัยเด็กดื้อนี่แหละที่แอบหนีตามมาเอง"

"ช่วยไม่ได้นี่คะ ก็น้องเป็นห่วงพี่วินนี่"

"ห่วงหรือหวงกันแน่ฮึ"

"แหม น้องก็ต้องมาดูให้แน่ใจสิคะ ว่าพี่วินมาอยู่ที่นี่ จะไม่มีผู้หญิงคนไหนมาเกาะแกะ" บาจรีย์พูดหน้าตาเฉย แต่ภูษณะกับพชรชะงัก แล้วมองหน้ากันอย่างเอือมๆ เซ็งๆ

ตกกลางคืน ลำธารลงมานั่งเล่นที่สวนหย่อม แล้วก็เจอกับพชรอีกจนได้ แต่พอเขาเห็นเธอ ชายหนุ่มก็ทำท่าจะหันหลังกลับ

"เดี๋ยวก่อน จะรีบไปไหน"

"เปล่า ผมรู้สึกว่าคุณคงกำลังคิดอะไรเพลินๆเลยไม่อยากรบกวน"

"สายไปซะแล้วล่ะที่เพิ่งจะมาเกรงใจ รู้ไว้ด้วยว่านายน่ะ รบกวนฉันตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่ที่นี่แล้ว"

"ผมขอโทษ แต่ผมไม่มีทางเลือกจริงๆ"

"ช่าง เถอะ ไหนๆพ่อก็ให้นายมาอยู่แล้วนี่ ฉันบ่นไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก จะว่าไป นายนี่ก็เนื้อหอมใช้ได้เลยนะ ตั้งแต่มาเห็นมีผู้หญิงมาเกาะแกะสองคนแล้ว ไหนจะยัยสาวมีดบิน ไหนจะคุณหนู
เสียงแปดหลอด นี่ถ้าเป็นผู้หญิงคงต้องบอกว่าหัวกระไดไม่แห้งล่ะมั้ง"

"หัวกระไดอะไร" พชรถามอย่างงงๆ ลำธารชะงัก รู้สึกเหมือนโดนกวนประสาท

"นี่นายไม่รู้หรือว่าแกล้งโง่กันแน่ หนังสือน่ะไม่ได้เรียนรึไง หัวกระไดไม่แห้ง แค่นี้ก็ไม่รู้จัก"

"ผมไม่ได้แกล้งโง่ แต่ผมไม่รู้จริงๆ"

"งั้น เหรอ ได้ งั้นฉันจะบอกให้เอาบุญ หัวกระไดไม่แห้ง คือชื่อหัวปืนรบชนิดนึง เอาไว้ตอนนายฝึกนายก็รู้เองแหละ" ว่าแล้วเธอก็เดินยิ้มๆออกไป เปรยเบาๆกับตัวเองว่า "ตาบ๊องเอ๊ย"

ส่วนพชรไม่เข้าใจจริงๆ เดินท่องชื่อปืนประหลาดๆนี้ กลับเข้าบ้านพักของตนไป จนวันรุ่งขึ้นได้เข้าสนามฝึก เขาจึงคิด จะหาคำตอบให้กระจ่าง

จ่าแสงเดินเข้ามายืนหน้าแถวทหารในชุดพรางรัดกุม แล้วประกาศก้อง

"วัน นี้เราจะไต่ระดับความเข้มข้นของการฝึกให้ยากขึ้นไปอีก ด้วยการฝึกหลบหนีข้าศึก ในการฝึกครูจะให้ทุกคน จับคู่กันแล้วพาทุกคนไปทิ้งยังจุดเริ่มต้นโดยไม่ให้รู้ว่าคือที่ไหน จากนั้นจะมีการ
สมมติเหตุการณ์ว่าทุกคนจะต้องหนีข้าศึกเพื่อกลับมายังฐานทัพ ของตัวเองให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด"

ทันใดนั้นเอง ธามเดินเข้ามาในชุดพราง ไม่ติดยศ ทำเอา จ่าแสงชะงักแปลกใจ

"อ้าว ทำไมผู้กองถึงมาชุดนี้ล่ะครับ"

"ผมจะขอเข้าร่วมฝึกด้วย" ว่าแล้วธามก็เรียกรหัสของพชรทันที พชรจึงก้าวออกมาจากแถวหนึ่งก้าว

"เนื่องจาก ความสามารถของนายยังจัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่ามาตรฐาน ฉันจึงอาสาที่จะเป็นพี่เลี้ยงให้นายในการฝึกครั้งนี้ นายจะมีปัญหา อะไรมั้ย"

"ไม่มีครับผม"

"ดี...ถ้างั้นเริ่มฝึกได้" ธามบอกผ่านจ่าแสง แล้วหันมาจ้องหน้าวินหรือพชร ทั้งคู่ต่างหยั่งเชิงกันและกันสุดๆ

อดิศรใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูการฝึกของพชรและทหาร ภูษณะกับบาจรีย์ก็สนใจร่วมสังเกตการณ์ด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะบาจรีย์ดูจะสนใจนายวินเป็นพิเศษ ทำให้ลำธารแอบหมั่นไส้เธอยิ่ง
ขึ้น

ธามจับคู่ฝึกกับพชร ระหว่างตระเวนไปในป่านอกหน่วยนาวิกโยธินนี่เอง พชรถือโอกาสให้ธามอธิบายลักษณะปืนรบที่เรียกว่าหัวกระไดไม่แห้ง ธามได้ฟังก็ชะงักกึก

"นายว่าอะไรนะ"

"ผมได้ยินมาว่ามีหัวปืนรบที่มีชื่อว่าหัวกระไดไม่แห้ง ผมอยากรู้ว่ามันมีลักษณะยังไง"

"นี่ถ้าตอนนี้นายกับฉันอยู่ที่หน่วย ฉันคงสั่งลงโทษนายไปแล้ว ฉันจะบอกให้นะว่าการฝึกหลบหนีไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ทุกตารางนิ้วล้วนแต่มีอันตรายทั้งนั้น เพราะฉะนั้น อย่ารบกวนสมาธิฉันเด็ด
ขาด" ธามด่าพชรด้วยความรำคาญแล้วเดินนำลิ่วไป พชรสีหน้ายังงงๆไม่หาย ไม่เข้าใจตัวเองพูดอะไรผิด

อีกพัก ธามกับพชรและพลทหารอีกจำนวนหนึ่งก็มาเจอจุดโจมตีที่ครูฝึกจัดทหารให้ซุ่ม อยู่เป็นระยะ แต่การโจมตีนี้กลับกลายเป็นมีกระสุนปืนจริงยิงเข้าใส่ทหารจนเลือดทะลัก พชรรู้สึกไม่ชอบ
มาพากล ยิ่งเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์

มินาลินที่แขนทหารที่ถูกยิงสวนล้มตายก็รู้ทันทีว่าอันตรายกำลังมาเยือนตนเอง จึงรีบบอกกับธามว่า

"ผู้กอง...เราไม่ควรอยู่ด้วยกัน ถ้าคุณแยกกับผม คุณอาจจะรอดตายก็ได้"

"พูดอะไรของนายวะวิน ถ้าแยกกับฉัน นายนั่นแหละจะตาย เออ แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าพวกมันตามนาย ไม่ได้ตามฉัน"

"เอาเป็นว่า เชื่อผมดูซักครั้งก็แล้วกัน" พชรตัดบทแล้ววิ่งออกไปเลย ธามตกใจและลังเลว่าควรจะทำอย่างไรต่อดี

ฝ่าย จ่าแสง เมื่อรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากทหารที่กลับมาส่งข่าวก็แตกตื่นไม่น้อย พอดีอดิศรเข้ามาสอบถามการฝึก จึงรู้ว่าเกิดเหตุร้ายขึ้น ทั้งอดิศร ภูษณะ และบาจรีย์ ไม่เว้นแม้แต่ ลำธารก็อยากจะไปช่วยธามและพชร  แต่อดิศรไม่ยอมให้ ผู้หญิงไป เพราะมันอันตรายมาก

"แต่พ่อคะ ให้ลำธารไปด้วยเถอะค่ะ ลำธารเป็นหมอ เผื่อใครเป็นอะไร"

"เชื่อ พ่อนะลำธาร ในป่ามันอันตรายเกินไป ลูกอยู่รอธามกับวินที่นี่ดีกว่า" พูดจบอดิศรก็สตาร์ตรถขับออกไปทันที ลำธารครุ่นคิดก่อนจะวิ่งออกไป บาจรีย์ร้องถามว่าจะไปไหนเธอก็ไม่ตอบ บาจรีย์จึงตัดสินใจวิ่งตามเธอไป

ooooooo

รา ชิตกับชาครนำกำลังทหารกลุ่มหนึ่งตามล่าพชรไม่ลดละ ขณะที่พชรจวนตัว ธามเข้ามาช่วยได้ทัน แต่แล้วทั้งคู่ก็ถูกพวกราชิตควบคุมตัวจนได้ ราชิตต้องการ "ศิราพัชร" อัญมณีประจำตำแหน่งผู้นำแคว้นไปให้ดารัณ แต่คาดคั้นพชรยังไงก็ไม่ได้คำตอบ ระหว่างนี้เองมีดบินของพาริณก็พุ่งเข้ามาปักอกทหารของราชิตล้มตาย ราชิตและสมุนจึงตื่นตัวและตามจับตัวพาริณมารวมกับพชรและธาม

ทั้งสาม คนยังดิ้นรนต่อสู้จนได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะพชรที่เสี่ยงชีวิตรับคมมีดแทนธาม พชรถูกราชิตแทงเข้าที่ท้อง แต่ก่อนที่ราชิตจะซ้ำอีก คณะของอดิศรก็ตามมาช่วยทัน ทำให้ราชิตกับชาครต้องล่าถอยไป เพราะกำลังทหารที่มาด้วยตายหมด ส่วนทหารของอดิศรก็ล้มตายไปจำนวนหนึ่งเหมือนกัน

ลำธารข้องใจสุดๆกับ เหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้น เธออยากรู้ว่าทำไมถึงมีคนตามฆ่านายวิน แล้วนายวินกับพวกของเขาเป็นใคร แต่ก็ไม่มีใครให้คำตอบกับเธอ แม้แต่พ่อของเธอเอง

เมื่อพากันกลับมาถึงบ้านตามคำสั่งของอดิศร ธามซึ้งน้ำใจของวินที่ช่วยชีวิตเขาไว้ จึงเอ่ยปากขอเป็นเพื่อนกับเขา จากนั้นก็กล่อมวินให้พูดความจริงว่าเขาเป็นใครกันแน่ ทำไมทหารพวกนั้นถึงเรียกเขาว่าพชร

พชรชะงักไปอย่างคิดหนัก แล้วตัดสินใจจะบอกความจริง ก็พอดีอดิศรเข้ามาขัดจังหวะ บอกให้วินไปพักผ่อนเพราะบาดเจ็บมาก...เมื่อพชรเดินเข้าเรือนไปแล้ว อดิศรทำท่าจะเดินหนี แต่ถูกธามขวางไว้และคาดคั้นจริงจังจนอดิศรไม่อาจเลี่ยงได้อีก แต่อดิศรก็ขอสัญญากับธามด้วยว่า ถ้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้วลูกจะไม่บอกใครอีกเด็ดขาด ธามจึงรับปากด้วยเกียรติของชายชาติทหารเมื่อรู้ความจริงว่าพชรเป็น ใครมาจากไหน ธามถึงกับอึ้งงันไปทันที จากนั้นเขารีบไปบอกลำธารให้ไปทำแผลให้วิน เพราะนายนั่นบาดเจ็บมากกว่าพี่

"จะบ้าเหรอ น้องไม่ชอบนายวิน นายนั่นทำให้พี่ธามเกือบตายนะ"

"แต่วินเจ็บเพราะช่วยชีวิตพี่ ลำธารไปทำแผลให้เขาเถอะ"

"ถึงวินจะช่วยชีวิตพี่ แต่เขาเป็นตัวการทำให้ทหารของเราตายตั้งหลายคนนะพี่ธาม"

"พ่อ บอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับวินเลย ลำธารอย่าสงสัยเรื่องนี้อีก ไปทำแผลให้วินได้แล้ว" ธามตัดบทเสียงแข็งจนลำธารไม่กล้าดึงดันดื้อรั้นอีก ได้แต่เดินกระฟัดกระเฟียดถืออุปกรณ์ทำแผลออกไปทางเรือนรับรอง

บาจรี ย์เองก็ห่วงพชรมาก เธอจัดแจงจะไปดูแลเขา แต่ธามตาไวรีบเดินตามไปดักเธอไว้ตรงศาลาก่อนถึงเรือนรับรอง ฝ่ายลำธารพอเข้าไปในเรือนรับรองก็เจอพาริณกำลังจะทำแผลถูกแทงที่ท้องให้พชร เห็นดังนี้เธอเลยจะกลับ แต่พชรไม่ยอมเพราะอยากผูกมิตรกับเธอใจจะขาด

ลำธาร ยังขุ่นเคืองใจที่พวกเขาทำให้คนของพ่อเธอล้มตายไปหลายคน จึงเปิดฉากต่อว่าและตำหนิพชรไปหลายคำ ทำให้พาริณไม่พอใจถึงกับชี้หน้ากำราบลำธารให้พูดจาระวังปาก ลำธารมีหรือจะยอมลงให้ สองคนจึงทุ่มเถียงกันเสียงดัง จนภูษณะต้องเข้ามาขวาง พชรเห็นท่าไม่ดีรีบแยกพาริณให้ไปทำแผลให้ภูษณะ ตนกับลำธารมีเรื่องต้องปรับความเข้าใจกัน พาริณไม่พอใจแต่ก็ไม่กล้าขัดขืนคำสั่งพชร...หลังจากสองคนนั้นผละไปแล้ว พชรก็อ้อนลำธารให้ทำแผลที่ท้อง ลำธารลงมืออย่างกระแทกกระทั้นไม่เต็มใจ แถมยังเย็บแผลสดๆให้เขา ทั้งที่ยาชาก็มีแต่ไม่ใช้

ด้านบาจรีย์ที่ถูก ธามทัดทานขัดขวางไม่ให้ไปหาพชร เพราะมีคนไปทำแผลให้พชรแล้ว บาจรีย์รู้สึกไม่พอใจและไม่ชอบหน้านายคนนี้ซะจริง แต่ก็หนีเขาไม่พ้น เพราะท่าทางเขาดุดันเอาจริงจนเธอไม่กล้าหือมากนัก แต่พอมีโอกาสพยศกลั่นแกล้งเขาได้ เธอก็ไม่รีรอที่จะลงมือ

หลังจากทำ แผลให้พชรเสร็จแล้ว ลำธารหยิบซองยาแก้อักเสบออกมาส่งให้เขา ก่อนจะทวงบุญคุณให้เขาตอบแทนเธอด้วยการพูดความจริงเรื่องตัวตนของเขาว่าเป็น ใคร แล้วคนที่ตามฆ่าเขาต้องการอะไร

"ขอบคุณมากที่ช่วยทำแผล ผมขอตัวไปนอน" พชรรวบรัดแล้วลุกขึ้นทันที ลำธารไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ เดินมาดักหน้าเขาไว้

"นายต้องบอก นายทำให้ฉัน พ่อ พี่ธาม จ่าแสง ทหารทุกคนต้องเดือดร้อนไปกับนายด้วย บอกความจริงฉันมา"

"คุณ ลำธาร...นับแต่นี้ ผมจะไม่ให้ใครต้องมาเสี่ยงตายเพราะผมอีก ขอให้คุณสบายใจได้" พชรกล่าวจริงจังแล้วเดินหนีเข้าห้องปิดประตูทันที ทิ้งลำธารยืนอึ้ง กำมือแน่นอย่างไม่มีวันยอม

"นายวิน ฉันต้องรู้ให้ได้ว่านายเป็นใคร!"

ooooooo

ตอนที่ 3

แม้ดารัณจะตั้งตนขึ้นเป็นผู้นำแคว้นคนใหม่ แต่ราษฎรมินาลินจำนวนไม่น้อยก็ยังไม่ให้การยอมรับ พวกเขายังต้องการรัชทายาทมาดำรงตำแหน่งนี้ ไม่ใช่ กบฏอย่างดารัณ พอมีราษฎรลุกฮือต่อต้าน ดารัณก็ยิงทิ้งทีละคนอย่างโหดเหี้ยม

ยิ่งพอ รู้ว่าราชิตกับชาครเด็ดหัวพชรไม่สำเร็จเพราะมีคนอื่นเข้ามาช่วย  ดารัณโกรธมาก  ก่อนจะจัดส่งคนของตน ไปช่วยพวกราชิต และย้ำว่ายังไงก็ต้องฆ่าพชรให้จงได้ ถ้าไม่ สำเร็จ ราชิตก็ไม่ต้องกลับมาเหยียบมินาลินอีก

ต่อมาเมื่อพชรทราบข่าวความ เคลื่อนไหวที่มินาลินจากสายของพาริณ พชรเดือดดาลที่ดารัณฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์เพียงเพราะพวกเขาไม่ยอมก้มหัวรับ การปกครองของดารัณ ซึ่งพาริณมั่นใจว่า ถ้าดารัณยังครองแผ่นดิน ประชาชนมินาลินต้องล้มตายไม่จบสิ้นแน่

"เมื่อรู้แบบนี้ ท่านต้องกลับไปกู้ชาติกลับคืนแล้วนะ" พาริณสรุป

"ฉันอยากกลับไปกู้แผ่นดินมินาลินทุกวินาที แต่เรายังไม่พร้อม ขืนดันทุรังไปโอกาสแพ้มีสูง"

"เราต้องชนะสิ ที่มินาลินยังมีกองกำลังใต้ดินสนับสนุนเราอยู่"

ภูษณ ะกับบาจรีย์ก้าวเข้าร่วมวงสนทนา ภูษณะบอกว่าทหารของมินทุทุกคนพร้อมร่วมรบกับพชร เราจะกลับไปวางแผนการรบที่มินทุตอนนี้ก็ได้ ถ้าพชรต้องการ บาจรีย์เห็นด้วยกับพี่ชาย เธอย้ำว่า ตอนนี้หมดเวลาลี้ภัย ได้เวลากู้แผ่นดินแล้ว แต่ท่าทีพชรยังครุ่นคิดหนัก

"ทุกคนฟังฉันให้ ดี แม้ว่าฉันต้องตายเพื่อปกป้องมินาลิน ก็ไม่คิดเสียดายชีวิต แต่ถ้าเราแพ้ดารัณ คนที่เดือดร้อนที่สุดก็คือประชาชนชาวมินาลิน"
ธามซึ่ง แอบฟังอยู่แต่แรก แต่ทำเนียนเดินเข้ามาเหมือนไม่ได้ยินว่าทั้งหมดพูดคุยกันเรื่องอะไร เขาแกล้งทักทุกคนว่าอยู่กันครบทีมเลย คุยเรื่องอะไรกัน ขอแจมด้วยคน

"ไม่มีอะไรนี่ คุณมีเรื่องธุระอะไรเหรอธาม จะตามวินไปฝึกเหรอ" ภูษณะรีบกลบเกลื่อน

"มี ธุระกับวินหน่อยน่ะ ขอยืมตัวแป๊บนะ" ว่าแล้วธามก็กอดคอพชรที่ยังงงๆเดินออกไปหน้าตาเฉย ภูษณะ บาจรีย์ และพาริณเหลียวมองตามไปอย่างสงสัยใคร่รู้

ธามกอดคอพชรออกมามุมหนึ่ง แล้วบอกให้รู้ว่าตนรู้ความจริงหมดแล้วว่าพชรคือเจ้าชายแห่งมินาลินที่มาฝึก วิชาทหารเพื่อกลับไปกู้บัลลังก์กลับคืน

"ท่านอดิศรเล่าเรื่องของฉันให้นายฟังหมดแล้วงั้นเหรอ" พชรถามย้ำอย่างประหลาดใจ

"ใช่ ทุกเรื่องและละเอียดยิบ แต่สบายใจได้เลยว่าจะฉันจะเป็นคนสุดท้ายที่รู้เรื่องราวของนาย เออ แล้วหม่อมฉันต้องพูดราชาศัพท์กับพระองค์มั้ย"

"ไม่ต้อง"

"นี่ วิน ฉันขอเตือนนายด้วยความหวังดีว่าการที่นายจะไปกู้แผ่นดินกลับคืน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความพร้อมในการศึกสงคราม ผู้ที่มีความพร้อมที่สุดก็กำชัยชนะตั้งแต่ยังไม่ได้รบ ฉันรู้ว่านายรักชาติ แต่อย่าวู่วาม...วิน ฉันไม่มีวันทิ้งนาย ฉันกับพ่อและหน่วยนาวิกจะฝึกให้นายเป็นเจ้าชายยอดนักรบเอง"

ธามพูด เสียยืดยาว แล้วตบไหล่พชรก่อนจากไป ทิ้งให้พชรยืนครุ่นคิดว่าจะรีบไปรบดี หรือจะอยู่ฝึกให้พร้อมรบก่อน ขณะเขายืนคิดลังเลก็เหลือบไปเห็นลำธารถือจานผลไม้ เดินตรงมาหา แถมยังยิ้มพิมพ์ใจ ไม่บึ้งตึงเหมือนแต่ก่อน ทำเอาพชรเป็นงงว่าเจ้าหล่อนคิดจะมาไม้ไหนกันแน่...ลำธารได้ยินเสียงบ่นพึมพำ ของเขาก็รีบออกตัวว่า

"ฮื้อ...ไม้เม้ยอะไร คิดมากน่า ฉันก็แค่รู้สึกว่าเราไม่ค่อยลงรอยกันนิดหน่อย"

"มากเลยล่ะครับ"

"ฉัน มาคิดๆดู เป็นฉันเองที่มีอคติกับนาย ทั้งๆที่นายก็เป็นแขกของพ่อ จริงๆแล้วก็เหมือนแขกของฉัน ฉันสัญญานะ ต่อไปนี้ฉันจะทำตัวน่ารักๆกับนาย"

"แน่นะ"

"อืม...ถ้าไม่เชื่อนะ ฉันป้อนผลไม้นายก็ยังได้" ลำธารยืนยันคำพูดด้วยการป้อนผลไม้ให้เขา พชรยิ้มในความน่ารักของเธอ แล้วตัดสินใจอ้าปากชิมผลไม้หวานๆ พาริณแอบมองมาจากมุมหนึ่งด้วยแววตาเจ็บช้ำ ก่อนที่เธอจะเดินจากไปอย่างทนไม่ไหว โดยไม่ทันเห็นว่าที่แท้ลำธารก็แกล้งตีหน้าซื่อตาใสเพื่อล้วงความลับของพชร ต่างหาก

"เออนี่ ไหนๆเราก็จะเป็นเพื่อนกันแล้ว ฉันยังไม่รู้จักนายดีพอเลย เล่าเรื่องนายให้ฉันฟังมั่งสิ"

"กะแล้วว่าแกล้งทำดีเพื่อหลอกถาม" พชรลุกขึ้นเดินหนีทันที ลำธารเหวอที่อุตส่าห์ทำดีแต่ดันไม่ได้ผล

"นายวิน ฉันต้องง้างปากนายให้พูดความจริงให้ได้ คอยดู" ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็เดินตามไปดักหน้าเขาไว้ พอเขาถามว่าคราวนี้จะมาไม้ไหนอีก เธอตอบผลัวะว่า "ไม้ตาย" พร้อมกับชักปืนออกมาเล็งไปที่เขาอย่างดุดัน "ฉันจะถามนายเป็นครั้งสุดท้าย นายวิน...นายเป็นใคร"

แทนที่พชรจะกลัวปืนในมือลำธาร เขากลับเดินเข้าหา แล้วจับข้อมือเธอแน่นจ่อปลายกระบอกปืนตรงหัวใจของเขา ลำธารตกใจถึงร้องลั่นเพราะกลัวปืนจะลั่นโป้งป้างขึ้นมา

"อ้าว...ตกลงคุณไม่ได้อยากยิงผมจริงๆหรอกเหรอ"

"ไอ้คนบ้า ปล่อยนะ ฉันบอกให้ปล่อย" เธอจะดึงมือออก แต่เขาไม่ยอมปล่อย "โธ่เว้ย ปล่อยสิ ไม่กลัวโป้งป้างไส้แตกรึไง"

พชรยิ้มชอบใจที่ได้แกล้งลำธารคืนบ้าง แถมแกล้งแรงเสียด้วย ทำปืนลั่นเหมือนตัวเองถูกยิง เล่นเอาลำธารแตกตื่นตกใจปากคอสั่นเป็นห่วงกลัวเขาจะตาย แต่พอเห็นเขาทำหน้าเป็นยิ้มแป้น ถึงรู้ว่าถูกหลอกเข้าแล้ว

"นายวิน...นายแกล้งฉันแล้วยังมีหน้ามายิ้มสะใจอีกเหรอ"

"เปล่าครับ ผมยิ้มเพราะดีใจ อย่างน้อยคุณก็ไม่ได้เกลียดผมจริงๆ"

ลำธารโมโหทุบตีเขาอย่างแรง ทั้งประกาศชัดว่าเธอเกลียดเขา แต่พชรไม่เชื่อ จับมือสองข้างของเธอไว้ แล้วโน้มตัวเข้าใกล้ สบตากันนิ่งนานในระยะประชิด จนลำธารเขินทำตัวไม่ถูก ทันใดนั้นเอง บาจรีย์กับพาริณก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามา หลังจากได้ยินเสียงปืนดังเมื่อสักครู่ พอเห็นใบหน้าสองคนแนบชิดเหมือนจูบกัน บาจรีย์แทบคลั่ง ตะเบ็งเสียงถามทั้งคู่ว่าทำอะไรกัน?

ลำธารสะบัดมือออกจากพชรแล้วยืนยันกับสองสาวว่าเราไม่ได้ทำอะไร และตนก็ไม่ได้พิศวาสอะไรหมอนี่เลยด้วย พาริณมองพชรด้วยสายตาตำหนิและผิดหวังก่อนจะเดินจากไป ส่วนลำธารแยกไปอีกทาง คงเหลือแต่บาจรีย์ที่ยังคาดคั้นอยากรู้ความจริงจากพชร

บาจรีย์เดินตามพชรทุกฝีก้าว ขนาดภูษณะเห็นแล้วยังรำคาญแทน ตำหนิน้องสาวว่าทำตัวเป็นเด็กๆไปได้ พลันสายตาทุกคู่ของทุกคนก็ไปหยุดที่พาริณซึ่งหอบสัมภาระออกมา พาริณจะกลับมินาลิน เพราะเธอรอให้พชรพร้อมรบไม่ไหวแล้ว

"ลำพังเธอคนเดียวจะทำอะไรได้" พชรเสียงดัง

"ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย คุณลืมไปรึเปล่าว่าฉันต่อสู้เพื่อคุณ...ท่านภูษณะ เจ้าหญิงบาจรีย์ ทหารฝ่ายมินทุก็ยืนหยัดเคียงข้างคุณ แทนที่คุณจะมุ่งไปที่การกู้ชาติบ้านเมือง แต่กลับเสียสมาธิกับเรื่องผู้หญิง"

"เป็นครั้งแรกที่น้องเห็นด้วยกับพาริณ...พี่พชร พี่คิดอะไรกับลำธารรึเปล่า" บาจรีย์แทงใจดำจนพชรชะงัก ภูษณะจึงย้ำว่า

"พชร...ถ้าที่นี่ทำให้หัวใจนายไม่ได้มุ่งไปที่การรบ  ที่นี่ อาจไม่เหมาะกับนาย"

"ถ้าเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าเวลานี้ฉันควรจะกลับไปรบเพื่อชาติ ฉันก็จะเชื่อ"

"ท่านพชร ท่านยังกลับไม่ได้ เตรียมตัวออกไปฝึกรบได้แล้ว" อดิศรส่งเสียงและก้าวเข้ามายืนตรงหน้าทุกคน แล้วย้ำหนักแน่นอีกครั้งกับทุกคนที่เหลือ หลังจากพชรผละออกไปแล้ว

"หน้าที่ของผมคือฝึกท่านพชรให้เป็นนักรบ  หน้าที่การตัดสินใจในการอยู่หรือไปของท่านพชรขึ้นอยู่กับผมคนเดียวเท่านั้น"

"แต่มินาลินใกล้ลุกเป็นไฟแล้ว" พาริณแย้ง

"ผมจะฝึกให้พชรพร้อมที่จะไปดับไฟ นับแต่นี้ไปเราไม่ควรเร่งเวลารบ ในขณะที่พชรยังแกร่งไม่พอ และในฐานะของผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินแห่งราชอาณาจักรไทย ขอให้ทุกคนเคารพในการตัดสินใจของผม"

ทั้งสามคนอ่อนลง ยอมเชื่อฟังการตัดสินใจของอดิศรในที่สุด...แล้วการฝึกหนักของพชรก็เริ่มขึ้น ในเย็นนี้ทันทีเลย โดยมีอดิศรเฝ้าสังเกตการณ์อย่างพอใจ ส่วนผู้กองธามกับจ่าแสงในฐานะครูฝึกก็ติวเข้มจนพชรเหนื่อยหอบแทบขาดใจ แล้วยังปล่อยให้พชรลากสังขารจากสนามฝึกกลับบ้านคนเดียว โชคดีที่ลำธารมาเห็นเข้า จึงช่วยเขาด้วยจรรยาบรรณแพทย์ แล้วยังให้วิตามินหลายอย่างไว้กินด้วย ยังความซาบซึ้งแก่พชรเป็นที่สุด เพราะเดิมทีเขาก็รู้สึกดีๆกับเธออยู่แล้ว

เมื่ออยู่คนเดียวในห้องพัก พชรนึกย้อนเหตุการณ์ต่างๆที่ได้ใกล้ชิดลำธาร ก่อนตัดสินใจหยิบสร้อยจี้รูปหัวใจที่สลักด้านหลังไว้ว่ารักเท่าชีวิตออกจาก ถุงกำมะหยี่ที่เนตราให้มา

"ผมเจอผู้หญิงที่จะเก็บรักษาสร้อยเส้นนี้แล้วครับแม่" พชรพึมพำขึ้นมาด้วยรอยยิ้มสุขใจ

แล้วเช้าวันใหม่ พชรพยายามเข้าใกล้ลำธารขณะเธอออกไปวิ่งจ๊อกกิ้ง แต่แล้วบาจรีย์ก็เข้ามาแทรก ซ้ำยังหาเรื่องลำธารเพราะความหึงหวงพชร ทำให้ลำธารโมโหตอบโต้ไปอย่างดุเดือด บาจรีย์โกรธจัดเผลอเผยตัวตนความเป็นเจ้าหญิงออกมา ดีที่ธามอยู่ในเหตุการณ์รีบแก้ไขสถานการณ์เพราะกลัวลำธารจะสงสัย
ธามรู้ความจริงทุกอย่างอยู่แล้ว เขารีบดึงบาจรีย์ออกไปก่อนที่ความลับของพชรจะถูกเปิดเผยไปด้วย บาจรีย์ฮึดฮัดโวยวายแล้วกระแทกเข่าเข้าเป้าของธามจนหน้าเขียว ขณะที่ลำธารก็ยังมองตามบาจรีย์ออกฤทธิ์อย่างงงๆไม่หาย พอหันกลับจ้องหน้าพชร เขาก็ส่ายหน้าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

ลำธารวิ่งไปนั่งพักเหนื่อยที่ขอบสนาม พชรตามเอาน้ำดื่มมาให้ แต่เธอจะลุกเดินหนีไปอีก

"เดี๋ยวสิ คุณจะไม่ญาติดีกับผมบ้างเลยรึไง"

"ทำไมฉันต้องดีกับนายด้วยล่ะ ในเมื่อฉันยังไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของนายเลย และที่สำคัญ นายน่ะมันตัวปัญหา คนอื่นๆต้องมาเดือดร้อนเพราะนาย เลิกตอแยฉันได้แล้ว รีบไปฝึกทหารซะสิ ไปเลยไป นายนี่มันน่ารำคาญได้อีกนะเนี่ย"

พูดจบ ลำธารเดินหันหลังหนีไปชนเข้ากับช่อกุหลาบสีแดงสดของหมอธีรัช ที่ตั้งใจเอามามอบให้เธอ พชรเห็นชายหนุ่มทำท่าหวานซึ้งใส่ลำธารก็จ้องตาไม่กะพริบ ยิ่งพอเห็นสองคนทักทายกันอย่างสนิทสนม แถมคำพูดของฝ่ายชายก็ดูรักใคร่ฝ่ายหญิงจนเดาได้ไม่ยากว่าเขาคิดยังไง พชรถึงกับคอตกเดินจากไปอย่างคนใจสลาย

พอถึงเวลาเข้าสนามฝึก พชรยังอดคิดเรื่องลำธารกับชายหนุ่มหน้าตาดีคนนั้นไม่ได้ คิดมากถึงกับไม่มีสมาธิฝึก ทำให้พลาดบ่อยครั้งจนเป็นที่แปลกใจของธามและจ่าแสง

ตกเย็นที่บ้าน อดิศรจัดปาร์ตี้วันเกิดให้ลำธาร ธามไม่ยอมให้บาจรีย์แต่งตัวสวยเกินหน้าเกินตาเจ้าของงาน จึงบังคับเคี่ยวเข็ญให้ลำธารเปลี่ยนชุดใหม่ที่สวยที่สุดออกมาประชัน แต่กลายเป็นว่าลำธารที่สวยกว่าเริดกว่าก็จริง แต่กลับซุ่มซ่ามเดินสะดุดชายกระโปรงเกือบหน้าคะมำ ถ้าธีรัชไม่เข้ามาประคองเธอไว้ทัน

พชรมองภาพสองคนแนบชิดกันอย่างหมด อารมณ์ที่จะร่วมงาน แต่เขาก็ปลีกตัวออกมาไม่ได้เพราะต้องรักษามารยาท ยืนร่วมร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้ลำธารจนจบลง จากนั้นอดิศรกับศิรดาก็มอบเค้กให้ลูกสาวเป่า ตามด้วยธามมอบของขวัญ ส่วนธีรัชให้ทั้งของขวัญและดอกไม้ ธามสังเกตเห็นสีหน้าพชรที่มองธีรัชกับลำธารแล้วพอจะเดาออกว่ารู้สึกอย่างไร และก็เข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไมวันนี้พชรถึงไม่มีสมาธิในการฝึกซ้อม

บา จรีย์ที่เขม่นลำธารไม่หายก็ยิ่งหมั่นไส้เมื่อเห็นลำธารได้รับการเอาอกเอาใจ จากชายหนุ่ม เลยพูดประชดขึ้นมาไม่ดังนัก แต่ธามก็พอจะได้ยิน จึงเดินตามไปเอาเรื่องขณะบาจรีย์ไปตักอาหาร สองคนเกิดทุ่มเถียงกันจนกลายเป็นสงครามย่อยๆ เพราะธามแกล้งเอาผ้าพันคอของเธอมาเช็ดน้ำที่เธอทำหกใส่เป้ากางเกงของเขา พอเห็นเธอโกรธร้องกรี๊ดๆ เขาก็แอบหัวเราะสะใจที่แกล้งเธอได้

จา กนั้นธามแยกไปหาพชรที่มุมหนึ่ง พูดรู้ทันว่าพชรทนเห็นภาพบาดตาบาดใจไม่ได้เลยหลบมาอยู่ตรงนี้ พชรนิ่งไม่ปฏิเสธ เท่ากับเป็นการยอมรับ ธามจึงรุกต่อไปขอให้พชรรวบรวมความกล้าเอาของขวัญไปให้ลำธารเพราะอุตส่าห์ เตรียมใส่กล่องมาอย่างดี

พชรทำตามที่ธามแนะนำ แถมยังได้รับการปูทางจากธาม อย่างดีด้วยการนำพาลำธารมายังจุดที่เขาวางกล่องของขวัญเอาไว้ แล้วธามก็วิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว   โดยที่พชรยังคงซุ่มแอบดูลำธารเปิดกล่องหยิบสร้อยของเขาออกมาด้วยสีหน้า ประหลาดใจสุดๆ

"รักเท่าชีวิต" ลำธารอ่านข้อความที่สลักไว้ด้านหลังจี้รูปหัวใจ พลางเหลียวมองไปรอบๆอย่างสงสัยว่าใครกันเอาของแบบนี้มาให้เธอ

"ผมทำให้คุณได้แค่นี้...ขอโทษด้วย" พชรพึมพำกับตัวเองหน้าเศร้า...

ooooooo

ตอนที่ 4

พชรเร่งวันเวลาที่จะกลับไปจัดการกับดารัณ เพราะนับวันดารัณยิ่งหนักข้อขึ้น ประชาชนชาวมินาลินเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ถูกโกงและถูกฆ่าไม่เว้นแม้แต่ ผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้

คืนนี้พชรต้องฝึกการทหารในหลักสูตรสุดท้าย ก่อนจบ ซึ่งเขาและทหารทุกคนต้องว่ายน้ำฝึกความอดทนในทะเล และจุดหมายคือธงที่ปักอยู่กลางทะเล แต่พอจะเริ่มต้นครูฝึกก็ต้องสั่งยกเลิกเพราะบรรยากาศไม่ดีเหมือนจะมีพายุ เข้า แต่พชร อยากจบหลักสูตรเร็วๆเพื่อจะได้กลับสะสางภารกิจสำคัญ

ของ ตนที่มินาลิน เขาจึงมุ่งมั่นว่ายน้ำออกไปเอาธงที่กลางทะเลคนเดียว แล้วเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ถ้าไม่นึกถึงคำสอนของพ่อมาช่วยในยามคับขัน

พ ชรเอาธงกลับมาในสภาพที่ตัวเองอ่อนล้าเต็มที ธามจึงให้พชรนอนพักที่หอทหาร แล้วสั่งจ่าแสงจัดเวรยามดูแล พร้อมกันนี้ก็ไปบอกลำธารให้มาตรวจดูอาการของพชรที่เหมือนจะมีไข้ ลำธารกำลังจะนอนเลยหงุดหงิดหน้าหงิกมาพร้อมกล่องเครื่องมือหมอ พชรเกรงใจ บอกกับเธอหน้าเศร้าๆว่าคงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เขาจะรบกวนเธอ ลำธารชะงักเล็กน้อยก่อนบอกให้เขาถอดเสื้อออกเพื่อตรวจฟังจังหวะการเต้นของ หัวใจ

การตรวจทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกันมาก พชรแทบหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ และจะสารภาพรักเธอ แต่จ่าแสงเข้ามาแทรกเสียก่อนโดยไม่ได้ตั้งใจ...หลังจากนั้นในตอนดึกสงัดก็มี ชายสองคนบุกเข้ามาทำร้ายพชรถึงห้องนอน แต่ไม่สำเร็จเพราะจ่าแสงและทหารยามช่วยสกัดจนพวกมันต้องถอยหนีไป

การ มาครั้งนี้ของคนร้าย พชรเดาได้ถูกเผงว่ามันแค่จะมาสืบข่าว พอบ่ายวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นกำหนดวันเดินทางของพชรและคณะ อดิศรจึงวางแผนให้อย่างแยบยลรัดกุม ทำให้พวกราชิตที่จับจ้องสะกดรอยตามหลงกล กว่าจะรู้ว่าถูกหลอกก็ต้องปะทะกับทหารของอดิศรเสียเวลาไปมาก

ขณะที่ ทหารสองฝ่ายเกิดปะทะกันหูดับตับไหม้ ราชิตโกรธมากเปลี่ยนเส้นทางไล่บี้พชรไปอย่างบ้าระห่ำ แล้วใช้ทั้งอาวุธและมือเปล่าต่อสู้กัน พชรหนีตายเข้าไปในป่า แล้วบังเอิญไปเจอลำธารที่กำลังจะไปเข้าเวรที่โรงพยาบาล พชรโดดขึ้นรถลำธารแล้วจะขอเป็นคนขับเอง  ลำธารตกใจมาก ถามว่าพวกนั้นเป็นใคร แล้วมาตามฆ่าเขาทำไม พชรไม่ตอบ แต่สัญญาว่าเขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้เรารอดตาย

ลำธารยังมึนตึ้บ แต่พอเสียงปืนดังประชิดเข้ามา เธอก็เร่งความเร็วรถพรืดไปทันที พชรรีบหยิบปืนในรถยิงสกัด ราชิตกับชาครชะงักที่เห็นรถทิ้งห่าง แต่ยังไงก็จะไม่ยอมให้ พชรหนีไปได้แน่

ทางด้านธาม ภูษณะ และพาริณที่ปะทะกับสมุนของราชิต ทุกคนเพิ่งจะปลอดภัยหลังเคลียร์พื้นที่ได้ ต่างก็เป็นห่วงพชรที่ไม่รู้หายไปทางไหนแล้ว พชรกับลำธารกำลังหนีตายกันสุดชีวิต พชรตัดสินใจให้ลำธารหักรถเข้าสู่ป่าแล้วข้ามสะพานที่จวนเจียนจะพังไปจนได้ แต่ของราชิตหมดสิทธิ์ เพราะสะพานพังลงทันทีที่รถลำธารข้ามพ้นไป

ธามก ลับไปยังศูนย์บัญชาการนาวิกโยธิน รายงานอดิศรว่าทางขาด พวกตนติดตามไปทันทีไม่ได้ ก็เลยต้องกลับมาเตรียมกำลังเสริม แต่ตอนนี้ภูษณะกับพาริณล่วงหน้าไปค้นหาก่อน บาจรีย์พอรู้ว่าพชรหายไปก็เป็นห่วงออกนอกหน้า อดิศรก็ได้แต่หวังว่า ทางเราจะพบพชรก่อนพวกคนร้าย

ในป่ายามเย็น พชรกับลำธารพยายามหาทางออกจากป่า พชรให้ลำธารขับไปเรื่อยๆทางทิศตะวันออกประมาณหกไมล์ จะเจอทางออกถนนสายหลัก แต่ลำธารไม่ไว้ใจ ย้อนถามเขาว่า

"นายรู้ได้ยังไง"

"ผมศึกษาเส้นทางมาแล้ว"

"ศึกษาเส้นทาง? นี่ถึงกับต้องศึกษาเส้นทางป่าแถบนี้ด้วย นายกับพวกของนายกำลังทำอะไรอยู่กันแน่...ฉันถามทำไมนายไม่ตอบ"

"มีเรื่องอื่นสำคัญกว่าที่จะมาพูดเรื่องนี้"

ลำธารหยุดรถดังเอี๊ยด แล้วหันมาคาดคั้นเขาอย่างดุดัน

"คราวนี้ไม่มีเรื่องอื่นแล้ว จะบอกมาได้รึยัง"

"คุณลำธาร...เรายังไม่ปลอดภัย พวกนั้นกำลังตามเรามาแน่ๆ ออกรถต่อเดี๋ยวนี้"

"ไม่! จนกว่านายจะยอมบอกมาก่อนว่าที่ฉันต้องมาเสี่ยงตายไปกับนายด้วยเนี่ย มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่"

"ผมยังบอกคุณตอนนี้ไม่ได้จริงๆ ออกรถ!"

"ไม่! ยังไงฉันก็ไม่ขับ จนกว่านายจะ..."

พชรไม่ยอมเหมือนกัน เอื้อมมือไปบิดสตาร์ตเครื่องและเบียดเข้าไปจะเหยียบคันเร่ง

"นาย วิน นี่นายจะทำอะไรของนาย...ออกไปห่างๆนะ" ลำธารกรี๊ดลั่น พชรไม่สน พยายามจะขับรถต่อไปให้ได้ แต่ เครื่องเกิดสะดุดแล้วดับสนิท ลำธารลองสตาร์ตใหม่อีกที คราวนี้เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับควันลอยคลุ้งออกจากกระโปรงหน้ารถ

"สงสัยตอนหลบหนีเครื่องยนต์จะทำงานมากไป" พชรคาดเดา ขณะที่ลำธารยังนั่งเหวอคาดไม่ถึง

ooooooo

ที่ ศูนย์บัญชาการ ศิรดาหน้าตาตื่นมาบอกอดิศรว่าทางโรงพยาบาลโทร.มาบอกว่าป่านนี้ลำธารยังไม่ไป เข้าเวร เธอโทร.ติดต่อลูกเป็นสิบๆหนก็ติดต่อไม่ได้...ศิรดาเป็นห่วงลำธาร กลัวจะเกิดอะไรขึ้น เพราะ ลำธารไม่เคยเหลวไหลเรื่องงานมาก่อน อดิศรฟังแล้วยิ่งกลัดกลุ้มเพิ่มขึ้นอีก ส่วนบาจรีย์ก็พยายามโทร.หาภูษณะเป็นระยะ แต่กี่ครั้งกี่หนก็ติดต่อไม่ได้เหมือนกัน

พชรตัดสินใจแบกลำธารขึ้น หลังแล้วเดินเท้าต่อ ทั้งที่แขนตัวเองก็บาดเจ็บ ลำธารดิ้นรนทุบตีจนแผลของเขาเลือดไหล นั่นแหละเธอถึงรู้ว่าเขาถูกยิง ไม่ใช่แผลธรรมดาอย่างที่เข้าใจตอนแรก

"มันแค่ถากๆ ผมไม่เป็นไร"

"เลือดออกขนาดนี้ยังบอกว่าไม่เป็นไรอีก แล้วนายก็ยังปล่อยให้ฉันทุบ...นายนี่มันบ้าจริงๆ มานี่ ห้ามเลือดก่อน"

ลำธาร ตัดสินใจฉีกชายเสื้อมาพันแขนห้ามเลือดให้พชร อย่างคล่องแคล่ว พลางก็บ่นว่าเวรกรรมอะไรของตน นอกจากจะแก้แค้นเขาไม่ได้ ยังต้องมารักษาให้อีก

"แล้วนี่เราจะไปไหนกันต่อ"

"ต้องหาทางติดต่อกับศูนย์บัญชาการทหารให้ได้ อย่างที่ผมบอก ไปทางทิศตะวันออกเราจะเจอเส้นทางสายหลัก"

"มา ถึงขั้นนี้แล้ว...ได้ ฉันจะยอมไปกับนาย แต่เราจะแน่ใจได้ยังไงว่าไอ้พวกนั้นมันจะไม่ตามมาเก็บเราซะก่อน" ลำธารยอมสงบศึกชั่วคราว เดินตามหลังเขาไปเงียบๆ โดยระหว่างทางพชรก็เด็ดหักกิ่งไม้ที่กีดขวาง ลำธารมองแล้วทำหน้างงๆ

"เราจะทำให้พวกนั้นเข้าใจว่านี่คือทางที่เราจะไป"  พชรเฉลย ก่อนจะหันไปอีกทาง "แต่จริงๆแล้ว ที่เราจะไปคือทางนี้"

"แล้วเราต้องคอยลบรอยเท้าตัวเองตลอดทางงั้นเหรอ"

"ทำแบบนั้นตลอดไม่ได้หรอก แค่ระยะต้นๆเท่านั้น ก็คงพอถ่วงเวลาให้พวกมันตามผิดทางไปได้สักพัก ที่เหลือก็ต้องเร่งเดินทาง และไม่ประมาท"

ลำธาร พยักหน้าเข้าใจ แล้วเดินตามและทำทุกอย่างตามเขาแต่โดยดี พอสักพักเห็นเขาทำสัญลักษณ์รูปเพชรไว้ที่ด้านหลังต้นไม้ เธอถามเขาทันทีว่าทำอะไร?

"ให้คนของเราตามมาถูก"

"ไปสลักไว้ด้านหลังแบบนั้นใครจะเห็น...ใช่สิ ถ้าทำไว้ด้านหน้า พวกนั้นก็จะตามมาถูก"

"คุณ ฉลาด ใช่ เราต้องสลักในที่ที่ศัตรูจะไม่สังเกต พาริณกับผมเคยตกลงกันว่าเวลาติดตามให้สังเกตที่หลังต้นไม้ขนาดกลาง คือกว้างประมาณครึ่งศอก อย่างต้นนี้"

"อ๋อ ที่แท้ก็ตกลงกับแฟนไว้นี่เอง"

พชรสะอึก อยากจะปฏิเสธ แต่ลำธารไม่สน สะบัดหน้าเดินหนีไปซะก่อน

ooooooo

ไม่ทัน จะมืด พาริณกับภูษณะก็บุกป่ามาเจอรถของลำธารซึ่งมีรอยเลือดเป็นหย่อมๆที่เบาะข้าง คนขับ   คาดว่าต้องมีคนได้รับบาดเจ็บแต่คงไม่ถึงขั้นรุนแรง   ภูษณะจำรถของลำธารได้   แปลกใจว่าทำไมรถของเธอถึงมาอยู่ที่นี่ หรือว่าพชรจะหนีไปกับลำธาร?

ขณะกำลังงุนงงสงสัยกันอยู่ โทรศัพท์มือถือภูษณะดังขึ้น...บาจรีย์นั่นเองที่เพียรพยายามจนสำเร็จ แต่สองพี่น้องคุยกันได้ไม่กี่ประโยคสัญญาณก็ขาดหายไป เมื่อรู้จากภูษณะว่าเจอรถของลำธาร และพชรน่าจะยังอยู่ในป่า บาจรีย์จึงแอบขึ้นรถของธามออกไปด้วย โดยมีจ่าแสงนำขบวนทหารอีกคันรถล่วงหน้าไปก่อนแล้ว

เมื่อธามรู้ว่าบา จรีย์แอบขึ้นรถมาด้วย เขาทำท่าจะพาเธอกลับเพราะไม่อยากเอาไปเป็นภาระ แต่บาจรีย์ดื้อดึงไม่ยอม แถมยังโกหกว่าเธอรู้ว่าน้องสาวสุดที่รักของเขาอยู่ที่ไหน ถ้าไม่ให้เธอไปด้วย เขาจะไม่มีวันเจอน้องสาวแน่ๆ

คำพูดของบาจรีย์ทำให้ธามเกิดความลังเล   แล้วในที่สุดเขาก็ยอมให้เธอไปด้วย โดยไม่ลืมที่จะแจ้งกลับไปยังอดิศรซึ่งรอฟังข่าวอยู่ที่บ้าน

ทาง ด้านลำธารกับพชรเริ่มอ่อนล้าหลังจากเดินบุกป่ามาตั้งแต่บ่ายยันมืด ถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ พชรให้หยุดพักค้างคืน แต่ลำธารเกี่ยงว่าจะนอนยังไง ตนคงข่มตาหลับไม่ลง ไหนยังจะต้องระวังพวกคนร้ายที่ตามล่าเขาอีก พชรจึงให้ความมั่นใจว่าเขาจะอยู่ยามเอง รับรองจะไม่ให้อันตรายมากล้ำกรายเธอได้

ฟากธามกับบาจรีย์ก็เกิดมีปาก เสียงกันขึ้นจนได้ เมื่อธามถือไฟฉายเดินวนเวียนไปทุกทิศเพื่อหารถของลำธารแล้วไม่เจอ พอเขาซักไปซักมา บาจรีย์ก็ยอมรับว่าเธอไม่รู้ตำแหน่ง รู้แต่ว่าพี่ชายของเธอเจอรถลำธาร ธามโมโหหัวเสียที่บาจรีย์ ทำให้เขาเสียเวลา ส่วนบาจรีย์ก็เริ่มเหนื่อยและง่วง จึงบอกให้เขาพาเธอกลับไปนอน แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่

"กลับไปนอน? กลับไปนอนที่บ้านน่ะเหรอ" พอเธอพยักหน้าทำตาใสแบ๊ว เขาเลยเขกหัวเธอดังโป๊ก

"ยัยต๊อง!... เชิญคุณไปกลับคนเดียว ไร้สาระจริงๆ ถ้าอยากนอนก็นอนตรงนี้"

"จะบ้ารึไง ใครจะไปกล้านอน"

ธาม ไม่สน โยนถุงนอนใส่เธอทันที "เลิกงอแงได้แล้ว อย่าพูดอะไรที่มันทำให้ผมรู้สึกในแง่ลบกับคุณมากไปกว่านี้เลย ที่ไหนก็นอนได้เหมือนกัน"

"นอนให้ดูก่อนสิ"

ธามเดินไปหาที่ ไม่รก แล้วล้มตัวลงนอนทันทีเลย เธอร้องลั่นว่า ถ้างูเงี้ยวเขี้ยวขอมาจะทำยังไง...ธามไม่สนใจ นอนตะแคงหันหลังให้ บาจรีย์ทำอะไรไม่ได้นอกจากฮึดฮัดบ่นด่าไปตามเรื่อง

ooooooo

เพียง ฟ้าสาง พชรกับลำธารก็ต้องเผชิญหน้ากับราชิตและสมุนอีกสามคน ทั้งคู่วิ่งหนีไปถึงหน้าผาแล้วต้องตัดสินใจโดดลงไปเมื่อจวนตัว โชคดีไปติดอยู่ที่ชะง่อนหิน แต่แล้วลำธารก็ทำให้ตกลงไปด้วยกันจนได้โดยที่เธอไม่ตั้งใจ ลำธารถึงสลบไปพักหนึ่ง พอพชรจะประกบปากผายปอดให้ เธอกลับฟื้นลืมตาขึ้นมาทันทีเลยเกิดทุ่มเถียงกันอีกยก ก่อนที่ลำธารจะเป็นฝ่ายเดินหนีไป

ส่วนราชิตมั่นใจว่าทั้งคู่หายไปใน น้ำเบื้องล่าง แต่จะแน่ใจว่าพชรตายแล้วก็ต่อเมื่อต้องเจอศพ...ขณะเดียวกันนั้นอีกด้านของ ป่า ธามกับบาจรีย์ก็เร่งฝีเท้า พลางก็ช่วยกันทำสัญลักษณ์ไว้ตามต้นไม้ด้วย

พ ชรกับลำธารเดินตามกันไปตามลำน้ำที่คดเคี้ยว สักพักพชรก็คิดได้ว่าต้องทำแพเพื่อล่องไปตามลำน้ำ เขาจัดแจงไปตัดไม้ไผ่มาทำแพ โดยมีลำธารเฝ้ามองอย่างไม่เชื่อฝีมือว่าเขาจะทำได้ แต่ใช้เวลาไม่นานแพไม้ไผ่ที่มัดด้วยเถาวัลย์ก็สำเร็จเสร็จเรียบร้อยและใช้ งานได้จริงจนลำธารรู้สึกทึ่งจัด

หลังจากทั้งคู่ล่องแพไปตามลำน้ำได้ สักพัก พวกราชิตก็ปรากฏตัว เมื่อเห็นร่องรอยและหลักฐานเศษวัสดุที่เหลือจากการทำแพ ราชิตมั่นใจทันทีว่าพชรยังไม่ตาย และก็ไม่ยากด้วยที่พวกเขาจะติดตามไปจัดการ เพราะพชรต้องล่องแพไปตามลำน้ำนี้แน่ๆ ราชิตจึงวิทยุบอกชาครที่แยกไปค้นหาอีกด้านก่อนจะพาสมุนของตนลุยเลียบฝั่งไป โดยเร็ว

แล้วพวกราชิตก็ตามไปทันพชรกับลำธารที่กำลังหยุดพักริมฝั่ง   ทั้งคู่ตกอยู่ในอันตรายที่ใกล้แค่เอื้อมรีบช่วยกันถ่อแพออกจากฝั่งแต่ก็ไป ไม่รอด แพถูกยิงจนเถาวัลย์เส้นหนึ่งขาดกระจุย ลำธารตกใจร้องกรี๊ดตลอดเวลา ขณะที่ราชิตสะใจหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เล็งปืนไปยังคนทั้งคู่

"ฉัน อยากรู้นักว่าพวกแกจะหนีรอดได้ยังไง...เอางี้ดีกว่า ฉันจะให้พวกแกตายช้าลง ฉันจะปล่อยให้แกได้หนีอีกครั้ง แต่มีข้อแม้ว่าแกต้องยอมบอกว่าศิราพัชรอยู่ที่ไหน ถ้าอยากมีโอกาสรอด บอกมา ศิราพัชรอยู่ไหน"

"อยู่นี่" ลำธารโพล่งขึ้นมาจนทุกคนมองหน้ากันอึ้งๆ ไม่เว้นแม้แต่พชรที่ไม่เข้าใจว่ายามหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ลำธารยังจะมาพูด เป็นเล่นอยู่อีก

"ลำธาร คุณพูดอะไรของคุณน่ะ"

"ก็ฉันนี่ไง ศิราพัชร ฉันไม่รู้ว่าพวกนายเป็นบ้าอะไรกัน แต่ฉันคือคนที่แกถามถึง ในเมื่อรู้แล้วก็ทำตามสัญญาสิ ปล่อยฉันหนีได้แล้ว"

"ขอโทษที่ฉันไม่ขำมุกตลกของพวกแก พชร...แกไม่มีวันได้กลับไปกอบกู้แผ่นดินอีกแล้ว"

"กอบกู้แผ่นดิน?" ลำธารหันขวับไปจ้องหน้าพชรเขม็ง

แต่ ไม่ทันที่เธอจะซักอะไร เสียงปืนจากฝ่ายทหารไทยที่นำโดยจ่าแสงก็ดังขึ้นลั่นป่า พวกราชิตผงะ ก่อนจะแยกย้ายกันเข้าที่กำบังแล้วยิงต่อสู้กันราวกับสงครามก็ไม่ปาน

พ ชรฉวยโอกาสนี้รีบถ่อแพหนีไป แต่แพก็โคลงแคลงน่ากลัวเพราะถูกยิงเสียหาย โชคดีที่น้ำไม่เชี่ยวนักจึงยังประคองต่อไปได้ พอพ้นห่ากระสุนมาแล้ว ลำธารกลับโวยวายใส่พชร อย่างนึกได้ว่า

"นายรีบหนีทำไม เมื่อกี้คนที่ช่วยเราต้องเป็นพี่ธามกับจ่าแสงแน่ๆ โธ่เอ๊ย เราเกือบรอดอยู่แล้ว"

"ถ้าเราขืนอยู่ตรงนั้น เราจะเป็นเป้านิ่งให้พวกมันยิงพรุน ถ้าผมไม่พาคุณหนี คุณตายแน่ลำธาร"

"แต่มันเป็นความผิดของนาย เราถึงต้องหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้อีก เพราะนายคนเดียวเลย"

"ผมไม่มีอะไรจะแก้ตัว นอกจากคำว่าขอโทษ"

"ฉันเอียนกับคำขอโทษของนายเต็มทีแล้ว ตอนนี้ฉันต้องรู้ว่าทำไมไอ้บ้านั่นถึงพูดเรื่องกู้แผ่นดิน ฉันไม่เข้าใจ"

พชรนิ่งเงียบ ไม่ยอมสบตาเธอ

"ตอบมาสิ...อ้อ แล้วทำไมพวกมันถึงต้องตามหาฉันด้วย"

"มันตามหาศิราพัชร ไม่ได้ตามหาคุณ"

ลำธารโมโหหยิบกระเป๋าสตางค์ดึงบัตรประชาชนออกมายื่นตรงหน้าพชร

"คุณชื่อ...ศิราพัชร" พชรตะลึงอย่างเหลือเชื่อ

"นายคิดว่าประเทศเรามีคนชื่อศิราพัชรสักกี่คนฮึ บอกฉันมาได้แล้ว มันตามหาฉันทำไม"

"ศิราพัชรที่พวกมันตามหาไม่ใช่คน"

"ไม่ใช่ คนแล้วมันเป็นอะไร สำคัญยังไง ถึงต้องยกโขยงมาฆ่านาย นายวิน นายต้องอธิบายเรื่องบ้าๆทั้งหมดให้ฉันฟังเดี๋ยวนี้ ทั้งเรื่องกู้แผ่นดินบ้าบอของนายและเรื่องศิราพัชรด้วย"

"ตอนนี้คือเวลาหนี ไม่ใช่เวลาอธิบาย" พชรตัดบท แล้วหันไปถ่อแพเร็วขึ้น ลำธารทั้งงงทั้งโกรธ จ้องหน้าเขาอย่างขัดใจสุดๆ

ส่วน ทางสองฝ่ายที่ยังสาดกระสุนใส่กันไม่หยุดหย่อน ฝ่ายราชิตที่กำลังคนน้อยกว่ารู้ดีว่าสู้ต่อก็รังแต่จะพลาดท่า ราชิตจึงสั่งสมุนให้ถอยหนีไปเจอที่จุดนัดพบ โดยหลบหนีเข้าไปในป่าทึบจนพวกจ่าแสงตามไม่ทัน

"โธ่เว้ย..." จ่าแสงตะโกนอย่างเจ็บใจ

ทหารของจ่าแสงสำรวจไปรอบทิศไม่เห็นแพ แสดงว่าแพต้องล่องไปตามกระแสน้ำ จ่าแสงจึงสั่งทหารให้รีบไปดักเจอสองคนนั้นทางปลายน้ำ

ฟาก พาริณกับภูษณะที่ตามมาถูกทาง เมื่อสักครู่ได้ยินเสียงปืนปะทะกันทางทิศตะวันตกห่างจากจุดนี้ราวหนึ่งไมล์ พาริณตั้งท่าว่าเราต้องตามเสียงปืนไป ภูษณะกระชับปืนแล้วบอกว่า

"ทาง ข้างหน้าเป็นหุบเหวเดินผ่านไม่ได้  คงต้องอ้อมไป ที่สำคัญเราไม่รู้ว่าฝ่ายไหนอยู่ฝ่ายไหนรอด ศัตรูอาจอยู่รอบตัวเรา...พาริณ เธอพร้อมรบแล้วใช่มั้ย"

"ทุกเวลา" พาริณตอบหนักแน่น...แล้วทั้งคู่ก็ออกเดินทางด้วยสีหน้ามุ่งมั่นไม่ครั่นคราม

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.9 บุญวดี เผยด้านมืด เล่าเรื่องเลวๆ ของพีทให้ชาครีย์ฟัง
20 เม.ย. 2564

09:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 15:30 น.