ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สิงห์รถบรรทุก

SHARE
ตอนที่ 15

อัลบั้ม: ‘อ๊อฟ-เพลง-อานัส-เบนซ์’ ดวลบู๊สนั่นใน “สิงห์รถบรรทุก”



เช้าตรู่สายสุนีย์ขับรถยนต์ของตนไปตามถนนเล็กๆ มุกดานั่งเบาะข้างและอาจารย์เป๋อนั่งหลับตาเข้าสมาธิอยู่เบาะหลัง

ตอนที่ 14

อัลบั้ม: ‘อ๊อฟ-เพลง-อานัส-เบนซ์’ ดวลบู๊สนั่นใน “สิงห์รถบรรทุก”



ทันทีที่มองเห็นพรหมบุญในบ้าน เสือเล็กยิงปืนขึ้นฟ้าและตะโกนท้าทายเสียงดังลั่น

ตอนที่ 13

อัลบั้ม: ‘อ๊อฟ-เพลง-อานัส-เบนซ์’ ดวลบู๊สนั่นใน “สิงห์รถบรรทุก”



สายสุนีย์กับมุกดาช่วยกันทำอาหารไว้เลี้ยงพวกสีหราชที่จะมารวมตัวกันที่เกษมขนส่งในค่ำนี้ มุกดาแสดงออกว่ารู้ใจสีหราชชอบอาหารรสจัด เลยขอปรุงด้วยตัวเอง

ตอนที่ 12

อัลบั้ม: ‘อ๊อฟ-เพลง-อานัส-เบนซ์’ ดวลบู๊สนั่นใน “สิงห์รถบรรทุก”




การเจรจาเรื่องโรงงานอาวุธเคมีจบลงอย่างสวยงาม พรหมบุญคาดหวังผลประโยชน์มหาศาลถ้าโปรเจกต์นี้สำเร็จ และแน่นอนว่าปลัดฉกาจต้องได้ส่วนแบ่งไม่น้อยเหมือนกัน

ตอนที่ 11

อัลบั้ม: ‘อ๊อฟ-เพลง-อานัส-เบนซ์’ ดวลบู๊สนั่นใน “สิงห์รถบรรทุก”



หลังทราบเส้นทางไปถ้ำเขาวัวแดงจากเสี่ยเกษมกันแล้ว พวกสีหราชวางแผนเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์เพื่อป้องกันการโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม

ตอนที่ 10

อัลบั้ม: ‘อ๊อฟ-เพลง-อานัส-เบนซ์’ ดวลบู๊สนั่นใน “สิงห์รถบรรทุก”



ภายในบ้านหลังใหญ่ของพรหมบุญ แก้วจัดฉากกระชากหวานสวาทด้วยท่าทีข่มขู่ให้พรหมบุญเห็น พอเขาเดินมาถามว่ามีอะไรกัน ทั้งคู่ก็อึกอักมีพิรุธ ได้แต่มองหน้ากันไปมา

พรหมบุญระแวงแก้วจะเป็นสายให้ตำรวจอยู่แล้วจึงคาดคั้นเป็นการใหญ่ หวานสวาทไม่พูด เอาแต่แสดงอาการหวาดกลัว แก้วเลยตอบเสียเองว่าเรากำลังซ้อมมิวสิกเพลงใหม่กันอยู่

“แน่ใจเหรอ แต่เมื่อกี้ที่ฉันเห็นมันเหมือนว่านาย...”

“คือเป็นเพลงแง่งอนน่ะครับ แบบชายหญิงทะเลาะกันน่ะ ไม่มีอะไร”

“จริงเหรอ หวานสวาท”

“ค่ะ เรากำลังซ้อมแอ็กติ้งถ่ายมิวสิกกันอยู่ค่ะ ไม่มีอะไรจริงๆค่ะ”

พรหมบุญไม่เชื่อแต่ไม่ได้แสดงออกมากนัก

ถามว่าซ้อมกันเสร็จแล้วใช่ไหม

“เสร็จแล้วครับ”

“งั้นฉันขอคุยอะไรกับหวานสวาทหน่อย ตามมา”

พรหมบุญเดินนำไป หวานสวาทก้าวตาม แก้วยิ้มน้อยๆเพราะทุกอย่างเป็นไปตามแผน หวังว่าพรหมบุญจะเข้าใจว่าตนกับหวานสวาทไม่ค่อยลงรอยกัน เพื่อกันไม่ให้หวานสวาทตกเป็นผู้ต้องสงสัยเป็นสายตำรวจไปด้วย

เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องกันสองต่อสอง พรหมบุญให้หวานสวาทพูดความจริงมาว่าเกิดอะไรขึ้น หวานสวาทเล่นละครต่อไป ปฏิเสธไม่มีอะไรจริงๆ แต่เขาไม่เชื่อ จับคางเธอบีบอย่างแรง

“เธอยังเห็นว่าฉันเป็นนายของเธองั้นเหรอ”

“ค่ะนาย หวานสวาทมีนายที่รักและเทิดทูนเหนือหัวอยู่คนเดียว”

“งั้นก็บอกความจริงฉันมาเดี๋ยวนี้”

หวานสวาทน้ำตาไหลพราก ท่าทีอัดอั้นตันใจ ปากบอกว่าไม่มีอะไร...พลันเสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามด้วยเสียงอาเหมยดังแว่วเข้ามา

“นายคะ ปลัดฉกาจมาแล้วค่ะ”

พรหมบุญหงุดหงิดผลักหวานสวาทเซล้มลงกับพื้น “แล้วเราจะได้เห็นดีกัน”

หวานสวาทร้องไห้สะอึกสะอื้น แต่พอพรหมบุญเดินออกจากห้องเธอก็ยิ้มพรายออกมา

ปลัดฉกาจนั่งรออยู่ในห้องรับแขก พรหมบุญเดินเข้ามาด้วยสีหน้าท่าทีปกติ ปกปิดสิ่งที่กำลังหงุดหงิดอยู่เมื่อครู่ ถามปลัดว่ามีอะไร

“ก็เรื่องที่คุณพรหมบุญให้ผมจับตาดูชาญนั่นแหละครับ”

“มีความคืบหน้าอะไร”

“คนของผมรายงานมาว่าช่วงหลังชาญมันชอบไปขลุกอยู่ที่ปั๊มน้ำมันของมุกดาบ่อยๆ”

“เรื่องนี้ฉันก็พอจะรู้เลาๆอยู่เหมือนกัน แต่มันบอกว่าเอารถไปล้าง เช็กน้ำมันเครื่อง”

“แต่ผมว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น”

“อะไร”

“ถ้าคุณพรหมบุญอยากรู้ ผมว่าคงต้องส่งคนไปสอบถามมุกดาดู เผื่อจะเจอข้อมูลอะไรดีๆ”

“ได้...เดี๋ยวจะจัดการให้” พรหมบุญคล้อยตามปลัด แล้วเรียกโขนกับหนุมานมาสั่งการ

ooooooo

แล้ววันเดียวกันนี้เอง มุกดาก็ถูกสองสมุนของพรหมบุญบุกเข้ามาจับตัวถึงในบ้านไปพร้อมกระดาษโน้ตข้อความของสีหราชที่เคยเขียนทิ้งไว้ให้มุกดาในวันที่เธอช่วยเหลือเขาพ้นการตามล่าของพวกพรหมบุญ

ชาญ สีหราช และแก้วเห็นการกระทำอันป่าเถื่อนของสมุนพรหมบุญแต่ตัดใจไม่เข้าไปช่วยมุกดา สีหราชเชื่อว่าพวกมันไม่ทำอะไรมุกดาจนกว่าจะรู้ความจริงที่ต้องการ เขาอยากให้แก้วกับชาญทำตัวเนียนๆกลับไปอยู่ในแก๊งนั้นเหมือนเดิม ถ้ามีโอกาสค่อยหาทางช่วยมุกดา

ทั้งคู่เชื่อที่สีหราชแนะนำ รีบกลับเข้ามาที่บ้านพรหมบุญแล้วแอบฟังพรหมบุญกับปลัดฉกาจสอบสวนมุกดา อยากรู้ว่าชาญไปทำอะไรที่ปั๊มน้ำมันของเธอบ่อยๆ

“เขาเป็นลูกน้องคุณ ทำไมไม่ถามกันเอง”

พรหมบุญไม่พอใจในคำตอบและท่าทียโสของมุกดา ตรงเข้าไปจิกผมเธอหน้าหงาย ส่งเสียงดุดัน

“แต่ฉันกำลังถามเธอนะมุกดา ตอบมา!”

“ก็แค่เอารถไปล้าง ไปถ่ายน้ำมันเครื่อง เช็กลมยาง ไปทำอย่างที่คนไปปั๊มน้ำมันเขาทำกันนั่นแหละ”

“แน่ใจนะว่าแค่นั้น”

“ก็จะให้ทำอะไรได้อีก ปั๊มน้ำมันก็มีอยู่แค่นั้นแหละ”

“แล้วที่ไอ้ชาญมันไปตะโกนบอกรักเธอที่กลางตลาดเมื่อวันก่อนล่ะ เธอจะว่าไง”

มุกดาชะงักไปนิด ไม่คิดว่าปลัดฉกาจจะรู้เรื่องนี้ แต่ก็ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า

“ก็ไม่ว่าไง แม่ม่ายอย่างฉันผู้ชายที่เข้ามามันก็คงคิดว่าฉันจะยอมพวกมันง่ายๆทุกคนนั่นแหละ คิดเหรอว่าแค่บอกรักแล้วฉันจะหลงเชื่อง่ายๆ”
โขนหยิบกระดาษโน้ตของสีหราชส่งให้พรหมบุญ ข้อความประโยคเดียวนั้นทำให้พรหมบุญข้องใจ

“นี่คือเรื่องประทับใจที่ผมจะจำไว้ไม่ลืม...สีหราช” อ่านจบ พรหมบุญอยากรู้ว่ามุกดาทำอะไรให้สีหราชประทับใจ แล้วระหว่างเธอกับเขามีความสัมพันธ์อะไรกัน

“ก็ได้...ถ้าอยากให้ฉันพูดฉันก็จะพูด ฉันรักคุณสีหราช รักมาตั้งแต่แรกเห็น ถึงตอนนี้ฉันก็ยังรักเขาอยู่”

“แสดงว่าเธอเป็นเมียมันใช่มั้ย”

“แน่นอน...แม่ม่ายอย่างฉันจะไม่มีวันปล่อยให้ผู้ชายอย่างคุณสีหราชหลุดมือเป็นอันขาด ทั้งหล่อทั้งเก่ง ผู้หญิงคนไหนได้เป็นเมียถือว่าโชคดีที่สุด”

“แล้วไอ้ชาญล่ะ เธอจะว่าไง”

“ก็ไม่ว่าไง คนอย่างฉันรักเดียวใจเดียว คนอื่นฉันไม่สน”

มุกดาส่งสายตาท้าทาย แสดงท่าทีไม่กลัวเกรง... ชาญได้ยินทุกคำ ผิดหวังหัวใจแหลกสลาย ผละไปจากตรงนั้น แล้วกระแทกหมัดกับกำแพงจนได้เลือด

ooooooo

พรหมบุญสั่งสมุนเอามุกดาไปขังไว้ มาดหมายว่าถ้าสีหราชรู้ต้องมาช่วยผู้หญิงของมันอย่างแน่นอน ตกกลางคืนชาญแอบเอาอาหารไปให้มุกดากิน โดยไม่รู้ว่าเสือเล็กกับฟ้ารุ่งจับตามองในมุมมืด

“นังมุกดาเป็นศัตรูของนาย...แล้วชาญมันเข้าไปทำไม”

“ฟ้ารุ่ง...เธอนี่ไร้เดียงสาจริงๆ”

“ทำไม บอกฉันหน่อยว่าเธอหมายความว่ายังไง”

“ไอ้ชาญน่ะมันคือพวกของไอ้สีหราช”

“อะไรนะ!” ฟ้ารุ่งตกใจเผลอตัวอุทานเสียงดัง เสือเล็กรีบตะครุบปากเธอไว้...

มุกดากินอาหารเสร็จ ชาญจัดการมัดมือเธอกลับไปเหมือนเดิม แต่มัดไว้หลวมๆจะได้ไม่เจ็บมาก เธอถามเขาว่าทำไมไม่พาตนหนีออกไปจากที่นี่ ชายหนุ่มบอกว่ายังไม่ถึงเวลา

“แต่ฉันกลัว พวกมันต้องฆ่าฉันตายแน่ๆ”

“มันจะจับเธอเอาไว้เป็นเหยื่อล่อให้สีหราชเข้ามาติดกับดัก”

“งั้นนายต้องบอกคุณสีหราชนะว่าไม่ต้องมาช่วยฉัน ฉันไม่อยากให้คุณสีหราชเป็นอะไร”

ชาญฟังแล้วสะเทือนใจ แต่ปกปิดความรู้สึกนั้นไว้ รีบบอกลาเธอเพราะกลัวใครมาเห็น

“ผมต้องไปแล้ว”

“เดี๋ยวสิ นายมีอะไรในใจหรือเปล่า”

ชาญไม่ตอบ มุกดาสังเกตเห็นรอยเลือดที่หลังมือเขา ถามว่าโดนอะไรมา ชาญบอกปัดว่าไม่มีอะไร แต่เธอไม่เชื่อ ดึงมือเขามาดูใกล้ๆ

“ดูซิ เลือดยังซิบๆอยู่เลย เจ็บมั้ย”

“คนอย่างผมมันด้านชา ไม่มีอะไรเหลือให้เจ็บอีกแล้ว”

“นายมันดื้อ น่าหมั่นไส้...โอเค ฉันไม่สนก็ได้” มุกดาปล่อยมือชาญด้วยท่าทีงอนเล็กๆ

“นอนเถอะ” ชาญตัดบทเสียงแผ่วแล้วค่อยๆย่องออกจากห้องเดินหายไปในความมืด

เสือเล็กกับฟ้ารุ่งโผล่ออกจากที่ซ่อนตัว เห็นการกระทำของชาญทุกอย่าง แต่เสือเล็กไม่คิดจะบอกพรหมบุญ

“ทำไมเธอไม่บอกนาย นายจะได้เห็นความดีความชอบของเธอไง”

“เรื่องอะไรฉันจะบอก เพราะฉันไม่เคยคิดที่จะเป็นลูกน้องมันอยู่แล้วนี่”

“แล้วจะปล่อยมันไว้ทำไม ฉันไม่เข้าใจ”

“ปล่อยมันไว้เป็นหอกข้างแคร่แบบนี้ดีจะตายไป เพราะมันจะได้ช่วยเรากำจัดไอ้พรหมบุญโดยที่เราไม่ต้องออกแรงไงที่รัก”

“เสือเล็ก...เธอนี่มันเลวได้ใจฉันจริงๆ”

เสือเล็กยิ้มรับ แล้วฉุดฟ้ารุ่งเข้าห้องให้รางวัลเป็นการส่วนตัว

ooooooo

ตอนที่ 9

อัลบั้ม: ‘อ๊อฟ-เพลง-อานัส-เบนซ์’ ดวลบู๊สนั่นใน “สิงห์รถบรรทุก”



คืนนี้พรหมบุญเห็นกับตาว่าเสือเล็กเดินหายเข้าไปในห้องฟ้ารุ่ง หลังจากเธอโดนลดบทบาทหน้าที่ในบ้านเหลือเพียงสาวใช้แล้วรับไม่ได้ร้องไห้เสียอกเสียใจเป็นวรรคเป็นเวร

ความโกรธแค้นทำให้พรหมบุญบีบแก้วแตกบาดมือเลือดไหล แล้วหุนหันกลับไปที่ห้องหวานสวาท ยอมให้เธอทำแผลทายาก่อนจะเรียกโขนกับหนุมานมาสั่งฆ่าเสือเล็ก

ขณะเดียวกัน เสือเล็กอยู่กับฟ้ารุ่งที่ยังสะอึกสะอื้นร่ำไห้ไม่เลิก เขาไม่คิดจะปลอบแต่บอกให้เธอหยุดร้องซะ เพราะร้องให้ตายก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น

“ก็เธอไม่มาเป็นฉันนี่ ใครจะทนได้ เคยทำหน้าที่คุมคนทั้งบ้าน ตอนนี้ก็ตกมาเป็นคนใช้ เคยอยู่ห้องใหญ่โต ตอนนี้ต้องมานอนห้องรูหนู”

“หัดกินง่ายอยู่ง่ายซะบ้าง ชีวิตมันมีสิ่งที่ต้องคิดต้องทำอีกเยอะ”

“โอ๊ย...ทำไม่ได้หรอก ฉันเคยเป็นที่หนึ่ง ยังไงฉันก็จะต้องกลับไปเป็นที่หนึ่งเหมือนเดิม เธอก็เหมือนกัน จะยอมเป็นลูกน้องไอ้แก่นั่นอีกนานแค่ไหน”

“นี่เธอกำลังพูดอะไร”

“ฉันรู้ว่าเธอเองก็ไม่ชอบเป็นลูกน้องใคร และที่เธอมายอมลงให้กับนายพรหมบุญก็เพราะเงินมันดีใช่ไหม”

“ก็ใช่”

“ก็ในเมื่อรู้ว่ามันมีเงิน เราจะมามัวรอเศษเงินของมันอยู่ทำไม หาโอกาสจัดการมันซะ แล้วเอาเงินมันไปสร้างอาณาจักรของตัวเองไม่ดีกว่าเหรอ”

“อย่าพูดมาก” เสือเล็กดุดัน

“นี่เธอจงรักภักดีกับนายขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ฉันไม่เคยเรียกไอ้พรหมบุญว่านาย”

“เธอหมายความว่าไง”

“ฉันกำลังรอโอกาสที่จะจัดการมัน เพียงแต่ตอนนี้ฉันอยากให้เธอเงียบเอาไว้ให้มากที่สุด ห้ามแสดงออกให้ใครรู้เด็ดขาด”

“ก็ได้ ฉันจะเก็บความรู้สึก ก้มหน้าก้มตาทำงานไปให้มันตายใจ ถึงเวลาเมื่อไหร่เราค่อยจัดการพวกมันด้วยกันนะเสือเล็ก”

เสือเล็กไม่ตอบ แต่ดึงหญิงสาวเข้ามาซุกไซ้ซอกคออย่างร้อนแรง

ooooooo

เช้าวันนี้ สายสุนีย์ต้อนรับนักข่าวกับตากล้องด้วยความยินดี เธอนำพวกเขาดูร่องรอยสถานที่เกิดเหตุภายในบริษัทเกษมขนส่งที่โดนพวกพรหมบุญถล่มเมื่อหลายวันก่อน ก้องภพให้ตากล้องของตนเก็บภาพหลักฐานไว้ โดยที่สายสุนีย์คอยอธิบาย

ตอนที่ 8

อัลบั้ม: ‘อ๊อฟ-เพลง-อานัส-เบนซ์’ ดวลบู๊สนั่นใน “สิงห์รถบรรทุก”



สายสุนีย์กับสีหราชไม่ถอดใจเรื่องล่าลายเซ็นชาวเขาชุมสิงห์ แต่ผ่านไปสองวันได้ไม่ถึงสิบคน

เสี่ยเกษมบ่นว่าตนรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ ไม่มีใครกล้ากับผู้มีอิทธิพลอย่างนายพรหมบุญ

จู่ๆอาจารย์เป๋อพรวดพราดเข้ามาบอกทุกคนว่าคำอ้ายเพิ่งส่งข่าวว่าตอนนี้ปลัดฉกาจเอารถไปรับ

ผู้ตรวจการเพื่อส่งเข้ากรุงเทพฯ สีหราชกับสายสุนีย์ตกใจ เร่งรีบกันออกไปเพื่อเอารายชื่อที่มีอยู่น้อยนิดส่งให้ถึงมือผู้ตรวจการ

แต่ระหว่างทางชาญรับคำสั่งพรหมบุญให้มาขัดขวาง ชาญกับสีหราชรู้กัน เสือเล็กแอบเห็นอีกครั้ง แต่ยังไม่บอกพรหมบุญ

สายสุนีย์ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์สีหราชขับตามรถตู้ท่านผู้ตรวจการที่ปลัดฉกาจนั่งมาด้วย ปลัดล่วงรู้ จึงพยายามขัดขวางสองคนนั้นอย่างเต็มที่

คำอ้ายกับอาจารย์เป๋อซิ่งรถมาช่วยสีหราชอีกแรง เสือเล็กส่งสมุนเข้ามาป่วน ขณะที่ชาญรับคำสั่งจากพรหมบุญแต่แอบช่วยเหลือพวกสีหราช

ในที่สุดสายสุนีย์ตามผู้ตรวจการทันที่ปั๊มน้ำมัน แต่ปลัดฉกาจก็ไวทายาดสลับเอกสารในแฟ้มตบตาผู้ตรวจการไปได้

ภายในแฟ้มแทนที่จะเป็นเอกสารร้องเรียนอิทธิพลเถื่อนของพรหมบุญ กลับกลายเป็นเอกสารประกาศขายที่ดิน ปลัดฉกาจรีบพาผู้ตรวจการเดินทางต่อ ทิ้งให้
สายสุนีย์ยืนมองน้ำตาคลอ คับแค้นใจ

ooooooo

สายสุนีย์กลับมาที่สำนักงานของตนด้วยความเสียใจ สีหราชกับชาญตามมาสมทบ ทั้งคู่เห็นใจและสงสารเธอจนพูดไม่ออก

เช่นเดียวกับเสี่ยเกษมที่พยายามปลอบโยน

ลูกสาวให้คลายความเสียใจ “ไม่ต้องเสียใจนะ ถึงคราวนี้จะร้องเรียนไม่ได้ แต่วันหน้ายังมี”

มุกดานั่งอยู่ด้วย เสนอให้ยกขบวนไปร้องเรียนที่กรุงเทพฯเลยดีไหม เสี่ยเกษมบอกว่าเสียเวลาเปล่า

ถ้าไปที่นั่นยังไงก็เข้าไม่ถึงตัวผู้ใหญ่แน่นอน

“ถ้าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเอาใจใส่ ดูแลทุกข์ของชาวบ้านให้มากขึ้น พวกเราก็คงไม่ต้องเผชิญชะตากรรมแบบนี้หรอก” มุกดาบ่นอุบ

“อย่าเพิ่งท้อแท้สิ้นหวังง่ายๆเลยครับ ถึงวันนี้ฟ้าจะมืด แต่ต้องมีสักวันที่ฟ้าสว่าง”

สีหราชให้กำลังใจ ขณะที่ชาญถามว่าจะลองเล่นกับสื่อกันดีไหม บางทีถ้าเป็นข่าวขึ้นมา อะไรๆก็น่าจะง่ายขึ้น

“จริงด้วย ไม่นึกเลยว่านายจะฉลาดแบบนี้”

คำชมของมุกดาทำให้ชาญยิ้มเขิน...สายสุนีย์

เริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง บอกทุกคนว่าตนจะเก็บหลักฐานพวกนี้เอาไว้แล้วหาทางฟ้องกับสื่อให้ได้

สีหราชนึกอะไรบางอย่างได้ ถามชาญว่าเมื่อสักครู่ที่เราถูกดักก่อกวนเป็นฝีมือพวกไหน

“ลูกน้องเสือเล็ก”

คำตอบนั้นทำให้สีหราชมั่นใจว่าเสือเล็กรู้เรื่องชาญหมดแล้ว มุกดาพลอยเป็นห่วง อุทานด้วยความตกใจ

“ตายจริง! อย่างนี้ชาญก็ตกอยู่ในอันตรายสิคะ”

ooooooo

ตอนที่ 7

อัลบั้ม: ‘อ๊อฟ-เพลง-อานัส-เบนซ์’ ดวลบู๊สนั่นใน “สิงห์รถบรรทุก”



ในขณะที่พวกสีหราชถูกพวกเสือเล็กปิดล้อมโจมตีด้วยอาวุธปืนและระเบิด ไม่มีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองสักคนโผล่มา ทั้งที่บริเวณนั้นไม่ไกลจากตลาดและ ชุมชน

การปะทะกันมีคนบาดเจ็บด้วยกันทั้งสองฝ่าย สายสุนีย์ถูกยิงแขนเลือดอาบ และอาจพลาดท่าเสียทีมากกว่านี้ถ้าไม่ได้คำอ้ายกับอาจารย์เป๋อมาช่วยไว้

เสียงปืนถูกกลบด้วยเสียงประทัดของปลัดฉกาจที่กำลังพาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่รายหนึ่งตรวจตลาด

ปลัดทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้นที่เกษมขนส่งจึงสั่งคนของตนจุดประทัดอย่างต่อเนื่อง อ้างว่าจุดเพื่อต้อนรับท่านผู้ตรวจการ

แต่เมื่อนานเข้าก็อ้างไม่ออก ปลัดจึงต้องแอบโทร.ขอร้องพรหมบุญให้ยุติสงครามครั้งนี้ก่อนจะเป็นเรื่องราวใหญ่โต เสือเล็กรับคำสั่งจากพรหมบุญอีกทีถึงกับหัวเสียหนัก เพราะเพิ่งเห็นชาญอยู่ในกลุ่มของสีหราช ตั้งใจจะเล่นงานแต่มาโดนสั่งให้ยุติ เลยกราดยิงใส่พวกสีหราชอีกชุดใหญ่ก่อนจะถอนกำลังออกไปอย่างจำยอม

มุกดาพาสายสุนีย์หลบมาทำแผลที่แขนภายในปั๊มของเธอ สีหราชตามมาสมทบหลังจากมั่นใจว่าเสี่ยเกษมกับลูกน้องปลอดภัย แต่ภายในบริษัทต้องเคลียร์พื้นที่กันยกใหญ่เพราะโดนพวกเสือเล็กถล่มย่อยยับ

สีหราชแสดงความห่วงใยสายสุนีย์อย่างเปิดเผยทำให้มุกดาเสียใจ พอได้ยินอาจารย์เป๋อแซวสีหราชว่าอดกินอาหารฝีมือสายสุนีย์ทั้งที่นัดกันดิบดี มุกดาสะเทือนใจและรู้สึกไม่พอใจเพื่อนสาวว่าทำไมปิดบังทั้งที่รู้ว่าตนจะไปทำอาหารให้สีหราชกิน

สายสุนีย์รับรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของมุกดาแต่ไม่รู้จะพูดอะไรเพราะกลัวสถานการณ์จะยิ่งแย่ มุกดาซ่อนน้ำตาเดินออกไปนอกปั๊ม แล้วไปหยุดยืนร้องไห้ริมถนนครู่หนึ่งก่อนที่ชาญจะตามมาส่งผ้าเช็ดหน้าให้ซับน้ำตา แต่เธอไม่รับเพราะมันเลอะฝุ่นมอมแมม

มุกดาออกเดินหนีชาญไปเรื่อยๆ ชาญขี่มอเตอร์ไซค์ตามตื๊อแต่ไม่สำเร็จ ก็เลยต้องจอดรถแล้วอุ้มเธอ

มาซ้อนท้ายพาไปเตะกระสอบทรายระบายอารมณ์ขุ่นมัวที่มีต่อสายสุนีย์ มุกดาเตะมั่วจนดูตลก ชาญกลั้นหัวเราะไม่ไหวและแซวเสียจนเธอเขินอาย ค่อยๆยิ้มออกมาได้

เมื่อพากันกลับมาที่ปั๊มน้ำมันเห็นสายสุนีย์บาดเจ็บนอนหลับหน้าซีดเซียว มุกดาสงสารเพื่อน แทบลืมความขุ่นเคืองที่มีอยู่ในใจ

ooooooo

ภายในห้องรับแขกหรูหรา เสือเล็กนั่งหน้าบึ้งไม่ค่อยสบอารมณ์นัก เห็นพรหมบุญก้าวเข้ามาก็ถามทันทีว่าทำไมถึงสั่งให้หยุดห้ำหั่นกับพวกสีหราช

“ปลัดฉกาจขอมา”

คำตอบนั้นทำให้เสือเล็กฉุนกึก บ่นว่าตนกำลังจะจัดการพวกมันได้อยู่แล้ว

“วันหลังยังมี ยังไงฉันก็จะไม่ปล่อยพวกมันเอาไว้อย่างงี้แน่นอน”

“ยังไงวันหลังถ้าคำสั่งเปลี่ยนแปลงอีก ผมอยากให้คุณพรหมบุญถามความเห็นผมก่อน”

ท่าทางยโสของเสือเล็กทำให้พรหมบุญชักสีหน้าไม่พอใจ

“แต่เสือเล็กไม่ได้ทำงานให้ฉันฟรีๆนะ อย่าลืมสิว่าทุกงานไม่ว่าสำเร็จหรือว่าล้มเหลว ฉันก็ให้ค่าจ้างพวกเสือเล็กตลอด และในเมื่อฉันเป็นคนให้ค่าจ้าง ฉันก็ควรจะเป็นคนสั่งและตัดสินใจเอง ไม่จำเป็นต้องถามความเห็นใคร เข้าใจไว้ด้วย”

พรหมบุญเดินออกจากห้องไปด้วยความไม่พอใจ เช่นเดียวกับเสือเล็กที่เริ่มไม่ถูกชะตากับพรหมบุญ...

ฟ้ารุ่งจับตามองอยู่มุมหนึ่ง รู้สึกได้ถึงความไม่ลงรอยของทั้งคู่

ด้านสายสุนีย์พอฟื้นขึ้นมาเจอมุกดาก็ยังวางหน้าไม่ถูก กลัวเพื่อนผิดหวังเสียใจ แต่กลายเป็นมุกดาต่อว่าเล็กน้อยและทำใจยอมรับเรื่องสีหราชได้แล้ว เธอทราบดีด้วยว่าสายสุนีย์รู้สึกยังไงกับสีหราช

“เธอชอบเขา...ผู้หญิงด้วยกัน ทำไมฉันจะอ่านสายตาเธอไม่ออก เธอปิดบังเรื่องคุณสีหราชมาตลอด ปล่อยให้ฉันหลงเพ้อเป็นบ้าเป็นหลังอยู่ได้คนเดียว”

“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้นเลยจริงๆ มันเป็นเรื่องที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูกจริงๆ” สายสุนีย์น้ำตาคลอรู้สึกผิด

“ฉันรู้สึกเหมือนโดนเพื่อนทรยศ”

“ไม่จริง ฉันไม่ได้ทำแบบนั้น ไม่ได้ตั้งใจที่จะให้มันเป็นแบบนี้เลย เชื่อฉันนะมุกดา ฉันไม่ได้ทรยศเธอ... ก็ได้ ต่อไปฉันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคุณสีหราช ไม่พบ ไม่เจอกับเขาอีกต่อไป ฉันสัญญา”

“ไม่ต้อง เรื่องที่เกิดขึ้นฉันจะพยายามเข้าใจ เอาเป็นว่าต่อไปฉันจะตัดใจจากเขาเอง ฉันจะไม่สนใจ ไยดีคุณสีหราชอีกต่อไป”

“แต่ว่า...”

“ยังจะมีแต่อะไรอีก ทำแบบนี้มันดีที่สุดแล้ว”

“แล้วหัวใจเธอล่ะมุกดา”

“แม่ม่ายอย่างฉันหัวใจมันผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนชินแล้ว ยังไงฉันก็ยังไม่ตายง่ายๆหรอก”

“แล้วเธอจะยังเป็นเพื่อนฉันอยู่ใช่ไหม”

“แน่นอน...ในเมื่อคุณสีหราชเขาไม่เคยมองฉันเลย ฉันก็ไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะไปหวงห้ามเขาไว้ ฉันควรยินดีกับเธอถึงจะถูก...สายสุนีย์เพื่อนรัก”

สองสาวสวมกอดกันแน่น ปลอบโยนซึ่งกันและกันด้วยสายสัมพันธ์ของความเป็นเพื่อน

ooooooo

สายวันนี้มีตำรวจมาหาเสี่ยเกษมถึงบริษัท ท่าทางเสี่ยเกษมไม่ค่อยพอใจนัก ถามประชดว่าพวกเขามาทำอะไรกัน

“ผมมาตามหน้าที่”

“แล้วตอนผมต้องการให้ช่วยไม่เห็นมีใครมาสักคน”

“เสี่ยครับ เสี่ยก็น่าจะรู้นะว่าอำเภอเขาชุมสิงห์ของเราตอนนี้มันเป็นยังไง”

“ที่มันเป็นอย่างงี้ก็เพราะผู้รักษากฎหมายไม่ทำ หน้าที่ ยอมก้มหัวให้ผู้มีอิทธิพล...หรือว่าไม่ใช่”

เสี่ยเกษมเสียงดัง สีหราชอยู่ในเหตุการณ์รีบเข้ามาแทรกเพื่อดับไฟที่คุกรุ่น

“เสี่ยครับ ผมว่าพูดอะไรไปตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกครับ เสี่ยเข้าไปข้างในก่อนดีกว่า ทางนี้เดี๋ยวผมจัดการให้เอง”

อาจารย์เป๋อเห็นด้วยรีบรุนหลังเสี่ยเกษมเข้าไปนั่งในห้อง ส่วนสีหราชยิ้มให้ตำรวจแล้วชวนไปคุยกันอีกทาง ชาญกับคำอ้ายที่มาช่วยดูแลความเรียบร้อยบริษัทจับตามองสีหราชด้วยความสงสัย ทำไมดูเหมือนเขาสนิทกับตำรวจ

ผ่านไปไม่นานตำรวจพากันกลับ สีหราชจึงกลับเข้ามาหาทุกคนในห้องทำงาน บอกว่าตนรู้แล้วทำไมวันนั้นพวกเสือเล็กถึงยกทัพกลับไป

“พอดีตำรวจเมื่อกี้เขาบอกมาว่ามีข้าราชการผู้ใหญ่จากกรุงเทพฯมาที่ตลาด สงสัยว่าปลัดฉกาจจะโทร.ติดต่อนายพรหมบุญให้ถอยไปก่อน เพราะกลัวเรื่องจะถึงผู้ใหญ่น่ะครับ”

“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง แต่พูดก็พูดเถอะนะ ผมไม่เข้าใจพวกตำรวจจริงๆ ว่าพวกเขามาทำไมกันป่านนี้”

“นั่นสินะเสี่ย ถ้าจะปล่อยให้โจรเหิมเกริมกันขนาดนี้ เอาเงินเดือนไปจ้างยามกันซะยังจะดีกว่า”

“ถูกต้องเลยครับ กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน แต่ทำหูหนวกตาบอดกันแบบนี้ มันน่าอายจริงๆ”

อาจารย์เป๋อกับคำอ้ายเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย สีหราชทนฟังไม่ได้ท้วงขึ้นว่า

“ใจร่มๆหน่อยครับพวกเรา ตำรวจก็เหมือนอาชีพอื่นนั่นแหละ มีทั้งคนดีคนไม่ดี ยังไงซะตำรวจดีๆ ก็ยังมีอยู่อีกเยอะ ปัญหาบางอย่างแก้วันเดียวไม่เสร็จหรอกครับ ต้องค่อยๆแก้กันไป”

“นายเป็นตำรวจหรือเปล่า...สีหราช” ชาญถามจู่โจม สีหราชร้องเฮ้ย! พลางหัวเราะเหมือนได้ฟังเรื่องตลก คำอ้ายเลยวิเคราะห์ต่อไปว่า

“ถ้าไม่ใช่ตำรวจ เอ็งก็น่าจะเป็นสาย ถ้าไม่ใช่สาย เอ็งก็ต้องเป็นพวกโลกสวยแน่นอน”

“โอเคๆ งั้นผมเป็นพวกคิดบวกแบบที่ตอนนี้เขานิยมกันไง ฮ่ะๆๆ”

สีหราชหัวเราะกลบเกลื่อนความจริงที่ปิดบัง ขณะที่ชาญรู้สึกสงสัยตงิดๆ

ooooooo

แยกจากทุกคนมาแล้ว สีหราชกับสายสุนีย์ออกไปคุยกันแถวปั๊มน้ำมันของมุกดา โดยไม่รู้ว่าเจ้าของปั๊มยืนมองมาหน้าตาหมองเศร้า

“ถ้าพวกมันกลัวว่าเรื่องจะถึงผู้ใหญ่ เราก็น่าจะทำให้เรื่องถึงผู้ใหญ่จริงๆไปเลย”

“คุณหมายความว่ายังไง”

“เมื่อเช้าฉันเห็นปลัดฉกาจอยู่กับท่านผู้ตรวจการจากกระทรวงที่ตลาด”

“นี่อย่าบอกนะว่าคุณจะบุกไปหาท่านผู้ตรวจการ”

“ใช่ ฉันจะหอบหลักฐานทุกอย่างที่มีไปร้องทุกข์ ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจะได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับอำเภอเขาชุมสิงห์ของเราซะที”

“งั้นก็ต้องให้พวกชาวบ้านช่วยกันลงชื่อสนับสนุน ไม่งั้นหลักฐานของเราจะไม่น่าเชื่อถือ”

“ไม่มีปัญหาค่ะ พรุ่งนี้ฉันจะล่ารายชื่อพวกชาวบ้านเอง”

“ครับ งั้นเดี๋ยวผมไปส่ง ป่านนี้เตี่ยคุณคงจะรอแล้ว”

สีหราชเดินมาที่รถมอเตอร์ไซค์ สายสุนีย์ตามมาซ้อนท้าย มุกดาแอบมองไม่วางตา ความรู้สึกแวบหนึ่งผิดหวัง แต่ที่สุดเธอพยายามทำใจยอมรับ

ooooooo

ฟ้ารุ่งพยายามเอาอกเอาใจพรหมบุญด้วยการแต่งชุดนอนเซ็กซี่ฉีดน้ำหอมหอมฟุ้งทั่วร่างกาย หมายใจว่าคืนนี้ต้องได้ร่วมเตียงกับเขาอย่างแน่นอน หลังจากห่างหายมาหลายวัน

แต่แล้วเธอพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย พรหมบุญไม่พอใจที่เธอบีบนวดไหล่แล้วไล่เลยขึ้นมาที่ศีรษะ เธอโดนเขาตวาดดุแล้วผลุนผลันไปหาหวานสวาทอีกห้อง ทิ้งฟ้ารุ่งฮึดฮัดขัดใจ สุดท้ายคว้ากุญแจรถขับออกไปหาเสือเล็กที่ไร่ โดยมีโขนกับหนุมานรู้เห็นว่าเธออารมณ์เสียจากเจ้านาย

เสือเล็กกำลังดื่มกินกับสมุนกลุ่มหนึ่ง ฟ้ารุ่งเข้ามาร่วมวงดับอารมณ์ที่ค้างเติ่ง เสือเล็กไม่ขัดข้อง เฝ้ามองเธอเงียบๆ แววตาเรียบนิ่งสุดจะคาดเดาความรู้สึกนึกคิด

ส่วนในห้องหวานสวาท เวลานี้พรหมบุญนั่งอยู่บนเตียง หวานสวาทนั่งกับพื้นแสดงละครเยี่ยงนางทาสผู้ซื่อสัตย์ จะบีบนวดตรงไหนก็ขออนุญาตเขาทุกครั้ง ท่าทางเจียมตัวของเธอทำให้พรหมบุญยิ่งเอ็นดู และมีความสุขมากมายยามได้อยู่ใกล้ชิดเธอ

ด้านฟ้ารุ่งดื่มเหล้าจนเมามาย สุดท้ายเธอหลับไม่รู้เรื่อง เสือเล็กอุ้มเข้าบ้านโดยมีสว่างทำหน้าที่อำนวยความสะดวกเปิดประตูให้

เสือเล็กวางร่างเธอบนเตียง สว่างเดาออกว่าเขาจะทำอะไร อดท้วงไม่ได้เพราะกลัวพรหมบุญรู้เข้าจะเป็นเรื่อง ปรากฏว่าเสือเล็กไม่พอใจ กระชากคอเสื้อสว่างพร้อมกับสั่งให้หุบปาก ตนไม่อยากได้ยินชื่อนี้อีก

“ครับพี่” สว่างรับคำหน้าจ๋อย

ฟ้ารุ่งนอนบนเตียงเริ่มละเมอไม่พอใจความเจ้ายศเจ้าอย่างของพรหมบุญ...เสือเล็กยิ้มพราย สั่งสว่างให้ออกไป จากนั้นก็ค่อยๆปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น

ooooooo

บรรยากาศยามเช้าหน้าเกษมขนส่งยังคงมีร่องรอยของสงครามปรากฏให้เห็น...เสี่ยเกษมนั่งอยู่ภายในสำนักงาน แวดล้อมด้วยลูกน้องอีกสองสามคนที่กำลังรับโทรศัพท์มือเป็นระวิง

ลูกค้าโทร.มายกเลิกงานที่ตกลงว่าจ้างกันไว้ เสี่ยเกษมและทุกคนจนใจ สีหน้าหมองๆไปตามกัน สายสุนีย์เข้ามาได้ยิน ถามเสี่ยเกษมว่า

“เตี่ยคะ เห็นพี่เจริญบอกว่าลูกค้าโทร.มายกเลิกงานเหรอคะ”

“อืม...ส่วนใหญ่พอรู้ว่าเราโดนยิงก็ไม่กล้าลงสินค้าที่บริษัท บางรายก็ยกเลิกไปเลย”

สายสุนีย์นิ่งอึ้ง ไม่รู้จะทำยังไงต่อไป เสี่ยเกษมหนักใจไม่น้อย แต่พยายามปลอบใจลูกสาว

“ไม่เป็นไร ลูกค้าเก่าๆที่ยังอยากทำงานกับเราก็พอมี ถึงจะไม่มากแต่ถ้าประหยัดๆกันหน่อยก็คงเอาตัวรอดไปได้”

“ค่ะ วันนี้หนูจะออกไปล่าลายเซ็นชาวบ้านที่ตลาด ยังไงเตี่ยกับพวกเราในออฟฟิศเซ็นกันเป็นตัวอย่างก่อนนะคะ เวลาไปหาชาวบ้านจะได้ง่ายขึ้น”

“ได้สิ มาเดี๋ยวเตี่ยเซ็นให้คนแรกเลย”

สายสุนีย์ส่งแบบฟอร์มร้องเรียนให้เสี่ยเกษมเซ็น แล้วจากนั้นพนักงานก็ทยอยมาเซ็นชื่อจนครบทุกคน

ooooooo

ตอนที่ 6

อัลบั้ม: ‘อ๊อฟ-เพลง-อานัส-เบนซ์’ ดวลบู๊สนั่นใน “สิงห์รถบรรทุก”



แก้วและคำอ้ายนำกำลังเข้าจู่โจมช่วยเหลือเสี่ยเกษมกับมุกดาที่บ้านกลางดงของพรหมบุญ แต่ไม่สามารถเอาตัวเสี่ยเกษมมาจากพวกเสือเล็กได้

ตอนที่ 5

อัลบั้ม: ‘อ๊อฟ-เพลง-อานัส-เบนซ์’ ดวลบู๊สนั่นใน “สิงห์รถบรรทุก”



ปลัดฉกาจล่วงรู้ว่าอาจารย์เป๋อดูแลเสือแผ้วอยู่ที่วัดเทียวไปเทียวมาทุกวันเหมือนมีแผนอะไรบางอย่าง

ตอนที่ 4

อัลบั้ม: ‘อ๊อฟ-เพลง-อานัส-เบนซ์’ ดวลบู๊สนั่นใน “สิงห์รถบรรทุก”



เมื่อได้รถบรรทุกคืนมาสายสุนีย์วางใจในตัวสีหราชมากขึ้น แต่แค่ข้ามคืนเสือเล็กก็สืบค้นจนเจอแล้วให้สมุนแอบเข้าไปวางระเบิดเพื่อทำลายรถทั้งหมดแต่ไม่สำเร็จเพราะอาจารย์เป๋อตาทิพย์ล่วงรู้เสียก่อน

สองฝ่ายปะทะกันไม่นานก่อนที่ระเบิดจะทำงานส่งผลให้สมุนเสือเล็กล้มตาย เหลือเพียงสว่างที่ยิง คำอ้ายบาดเจ็บแล้วหนีรอดออกมาได้ พรหมบุญทราบจากเสือเล็กก็สั่งการให้เอารถบรรทุกคืนมาอย่าให้มันตั้งตัวติด ส่งคนไปคอยเฝ้าตามคลินิก โรงพยาบาล และท่าเรือ ถ้าเจอพวกมันให้จัดการได้เลย

สีหราชกับอาจารย์เป๋อเป็นห่วงคำอ้ายที่โดนยิงบาดเจ็บ เมื่อสายสุนีย์ได้รับการติดต่อจากสีหราช ก็รีบขับรถรับคำอ้าย จุดหมายคือโรงพยาบาลในตัวจังหวัดคิดว่าปลอดภัยจากสมุนเสือเล็ก ระหว่างทางไม่คิดว่า จะเจอชาญมาให้ข้อมูลว่าถูกตามล่าแถมเขายังอาสาขับรถให้จนสามารถหลบหลีกพวกวายร้ายไปได้

เสือเล็กนำสมุนไปที่ไร่คำอ้ายแล้วไม่พบใคร แม้แต่รถบรรทุกก็หายไปเกลี้ยง เขาเจ็บแค้นใจกราดยิงบ้านคำอ้ายก่อนกลับออกมา ด้านชาญที่ช่วยพวกสีหราชรอดพ้นกลุ่มสมุนเสือเล็กรีบมุ่งหน้าไปเซฟเฮาส์ของสีหราชแล้วทำแผลให้คำอ้ายตามวิธีที่พ่อเคยสอน

ทุกคนโล่งใจที่คำอ้ายปลอดภัยแต่ยังต้องกินยาแก้อักเสบและคอยทำความสะอาดแผลต่อไป สีหราชขอบใจเพื่อนรักแล้วรำลึกความหลังให้สายสุนีย์ฟัง ว่าเขากับชาญและสีทองผูกพันกันมาก ช่วยเหลือกันมาตลอด พวกเรามีคำอ้ายเป็นครูสอนวิชาหมัดมวยป้องกันตัว รวมทั้งสอนการทำประทัดที่ไม่ธรรมดา ซึ่งชาญเก่งเรื่องนี้มาก

เมื่อเสือเล็กกลับมารายงานพรหมบุญว่าไม่มีรถบรรทุกที่ไร่คำอ้าย พรหมบุญหัวเสียบ่นว่ารถตั้งห้าคันจะหายไปง่ายๆไม่ได้ มันต้องอยู่ในเขตเขาชุมสิงห์อย่างแน่นอน

“เดี๋ยวผมจะส่งคนไปดูให้ทั่ว แล้วจะมารายงานอีกที”

“อย่าลืมเรื่องไอ้ทิดคำอ้ายด้วย ถ้าแกะรอยมันได้ เราก็จะเจอไอ้สีหราช”

“ได้ครับ”

พรหมบุญเห็นฟ้ารุ่งเดินเข้ามา ถามเธอว่าชาญไปไหนมีใครเห็นบ้าง หญิงสาวไม่เห็น บอกว่าตนก็หาตัวชาญอยู่เหมือนกัน

“นี่มันไม่ได้สั่งใครไว้เลยเหรอว่ามันจะไปไหน”

“ถ้ามาเมื่อไหร่ ฟ้ารุ่งจะจัดการให้ค่ะ”

“เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปนวดตัว ยังไงให้อาเหมยจัดเด็กให้หน่อย”

“ได้ค่ะ”

พอพรหมบุญลับกายออกจากห้องรับแขก ฟ้ารุ่งหันมาถามเสือเล็กว่าไม่เมื่อยบ้างหรือ เสือเล็กพูดน้อย

เหมือนเดิมว่าไว้เมื่อยเมื่อไหร่จะบอก ฟ้ารุ่งยิ้มน้อยๆ มองเขาด้วยความสนใจ

ผละจากฟ้ารุ่งออกมา เสือเล็กเจอชาญที่เพิ่งกลับ เขาสะดุดตารอยแดงๆที่เสื้อชาญ ถามว่าไปไหนมา ชาญโกหกว่ามีธุระด่วนที่บ้าน ฟ้ารุ่งออกมาสมทบตำหนิชาญว่าจะไปไหนมาไหนทำไมไม่บอก โทรศัพท์ไม่มีหรือยังไง

ชาญย้ำว่าธุระด่วนมากและโทรศัพท์ตนไม่ได้เติมเงิน ฟ้ารุ่งไม่พอใจสำทับว่าอย่าทำแบบนี้อีกเจ้านายไม่ชอบ ชาญไม่ตอบรับแต่ส่งยิ้มน้อยๆแล้วเดินจากไป

เสือเล็กติดใจสงสัยรอยแดงที่เสื้อชาญแต่ไม่ปริปากอะไรกับฟ้ารุ่ง ส่วนชาญพอเข้าห้องพักถอดเสื้อเห็นคราบ เลือดก็เข้าใจทันทีว่าทำไมเสือเล็กถึงจ้องตนแปลกๆ

ไม่ทันจะใส่เสื้อตัวใหม่มีข้อความจากเพื่อนส่งมาบอกว่ายาใกล้หมดรบกวนหน่อย ชาญส่งข้อความตอบรับกลับไปคำเดียวแล้วรีบตามฟ้ารุ่งไปพบพรหมบุญที่กำลังนอนให้สองสาวนวดน้ำมัน

ชาญเตรียมคำตอบไว้แล้วจึงไม่อึกอักแม้แต่นิดเดียวเมื่อพรหมบุญซักถามว่ามีธุระด่วนอะไร

“ญาติผมป่วย โดนนักเลงทำร้าย”

“นักเลงที่ไหน เดี๋ยวส่งคนของฉันไปช่วยจัดการให้”

“ผมจัดการเองได้”

“ชาญจะขอลาไปดูแลญาติค่ะนาย”

พรหมบุญอยากรู้ชาญจะไปกี่วัน ครั้นได้คำตอบว่าสี่ห้าวันก็บอกให้รีบไปรีบกลับ ฟ้ารุ่งไม่ชอบใจที่พรหมบุญยอมง่ายเกินไป แต่พอเธอท้วงติงก็โดนเขาไล่เสียงเขียวออกจากห้อง

ooooooo

เสือเล็กสะกดรอยตามชาญอย่างไม่ไว้วางใจ ชาญรู้ตัวจึงหลบหลีกจนเดินไปตัดหน้ารถมอเตอร์ไซค์ของมุกดาที่กำลังซิกแซ็กตามรถกระบะขนป้าย

“ปิดกิจการชั่วคราว” มุ่งหน้าไปทางหนึ่ง

มุกดาเสียหลักรถพุ่งชนท่อประปาแตกน้ำไหลกระฉูดเปียกเสื้อผ้าค่อนข้างบางของเธอแทบเห็นหน้าอกหน้าใจ ส่วนรถมอเตอร์ไซค์เสียหายเล็กน้อย ชาญถอดเสื้อของตนคลุมตัวเธอเพื่อกันสายตาหนุ่มๆที่มองมา แล้วอาสาไปส่งเธอ แต่มุกดาปฏิเสธ เขาเลยอุ้มเธอตัวลอยถามว่าจะให้ไปส่งที่ไหน

หญิงสาวดีดดิ้นสั่งให้เขาปล่อย แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าขัดขืนยอมซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์กลับมาที่ปั๊มน้ำมันชาญสังเกตเห็นเสือเล็กยังติดตามไม่เลิก จึงเดินตามมุกดาเข้ามาในห้องทำงานเพื่อตบตา แต่ขณะเดียวกันชาญก็เริ่มตกหลุมเสน่ห์ของม่ายสาว

มุกดาเปลี่ยนเสื้อตัวใหม่แล้วเอาเสื้อคืนชาญก่อนจะไปรินน้ำใส่แก้วมาส่งให้ด้วยสีหน้าตึงๆ

“ดื่มซะ เดี๋ยวจะหาว่าฉันใจจืดใจดำ น้ำสักแก้วก็ไม่เลี้ยง” ชาญรับแก้วน้ำมาดื่มโดยดีไม่มีโต้ตอบ “แล้วอีกอย่าง...ขอบคุณที่ช่วย แต่อย่าคิดนะว่าฉันจะลืมเรื่องที่นายมาเดินตัดหน้ารถ ทำให้รถฉันเกิดอุบัติเหตุ”

“ตกลงเป็นเพราะผม?”

“นี่จะโทษว่าฉันขับรถไม่ดีว่างั้นเหอะ”

“คุณขับรถไม่ดูทาง ผมเห็นคุณมองรถกระบะข้างหน้า”

มุกดาชะงักแล้วรีบหาคำแก้ตัว “ก็มองไง แล้วก็ดูทางด้วย แต่นายนั่นแหละมาเดินตัดหน้ารถทำให้ฉันเสียหลักรถล้ม เสื้อเปียก โดนลวนลามด้วยสายตา รู้ไหมว่าฉันเสียหาย”

“เอาเป็นว่าผมจะมาชดใช้ค่าเสียหายให้คุณ”

ชาญใส่เสื้อเดินติดกระดุมออกไป พลางสอดส่ายสายตามองหาเสือเล็ก ปรากฏว่าไม่มีเขาแล้ว แต่มุกดายังไม่เลิกราตามออกมาเพื่อตกลงเรื่องค่าเสียหาย

ชาญบอกว่ายังไม่ว่าง เธอโมโหหาว่าเขาคิดหนีไม่มีความรับผิดชอบ

“ถ้าจะหนี ผมหนีไปนานแล้ว คนอย่างผม พูดคำไหนคำนั้น”

“ก็ได้ แต่ถ้านายเบี้ยวล่ะก็ น่าดู”

ชาญไม่สนใจเดินห่างออกไป มุกดามองตามนึกถึงแผงอกที่เต็มไปด้วยขนดกๆของเขาแล้วใจหวิวไหวยังไง ชอบกล

ooooooo

เมื่อแน่ใจว่าสลัดเสือเล็กหลุดแล้ว ชาญรีบนำยาไปให้คำอ้ายที่เซฟเฮาส์ของสีหราชพร้อมกับเล่าเหตุการณ์ที่โดนเสือเล็กสะกดรอยตามแต่หนีรอดมาได้เพราะผู้หญิงที่ปั๊มน้ำมันช่วยเอาไว้

สีหราชมั่นใจว่าเป็นมุกดา ชาญสงสัยว่าเขารู้จักเธอด้วยหรือ

“ก็รู้จักบ้าง” สีหราชตอบแล้วเห็นชาญยิ้มบางๆ จับทางได้ว่าเพื่อนคงปิ๊งมุกดาเข้าให้แล้ว แถมพอแซวก็ยังอมยิ้มไปมาเหมือนยอมรับ

ขณะเดียวกันนั้น มุกดาตั้งใจไปหาสายสุนีย์แล้วเผอิญเห็นป้ายปิดกิจการที่รถกระบะเพิ่งเอามาส่ง

“ที่แท้ก็เป็นป้ายของที่นี่ นึกแล้วเชียว”

มุกดาบ่นพึมพำก่อนเดินเข้าไปในสำนักงาน ได้ยินเสียงเสี่ยเกษมกำลังเถียงกับสายสุนีย์ดังแว่วจึงหยุดยืนฟังเงียบๆ

“ทำไมเตี่ยต้องทำแบบนี้ ทำไมไม่ปรึกษากันก่อน”

“ไม่จำเป็น เพราะที่ฉันทำไปมันดีที่สุดแล้ว”

“แต่เราได้รถกลับมาแล้วครบทุกคันนะคะ เตี่ยยังจะกลัวอะไรอีก”

“แกไปชิงรถกลับมา ก็เหมือนกับแกเหยียบหน้ามัน มันไม่ปล่อยเราไปง่ายๆแน่”

“หนูไม่กลัว”

“แล้วเราจะต้องตายกันอีกเท่าไหร่”

สายสุนีย์นิ่งเงียบไม่ตอบ เพราะสิ่งที่เตี่ยพูดออกมานั้นไม่เกินเลยจากความเป็นจริง

“ก็ได้ค่ะ เราจะปิดกิจการ แต่แค่ชั่วคราวเท่านั้น ระหว่างนี้หนูจะเอารถที่ได้กลับมาไปแปลงโฉมแล้วออกข่าวไปว่าเราไปหาซื้อรถมือสองมาใช้งาน”

“ก็ยังดี...อย่างน้อยถ้ามีเรื่องอะไรขึ้นมาอีก เราก็จะยังมีหนทางผ่อนหนักให้เป็นเบาได้บ้าง”

สายสุนีย์หันกลับมาเจอมุกดายืนฟัง มุกดายิ้มแหะๆ แล้วยกมือไหว้เสี่ยเกษมก่อนเดินตามเพื่อนสาวออกไป โดยทั้งคู่ไม่เห็นสว่างสมุนมือขวาของเสือเล็กแอบบันทึกภาพป้ายปิดกิจการและบรรยากาศเงียบเหงาภายในบริษัทแล้วหลบออกมา

มุกดานั่งรถออกไปกับสายสุนีย์และพูดคุยกันเรื่องเสี่ยเกษมต้องการปิดกิจการ

“ตอนเห็นป้ายที่ตลาดฉันก็สังหรณ์ใจอยู่แล้วเชียวว่าอาจจะเป็นบริษัทแก แล้วมันก็เป็นแบบที่ฉันคิดไว้จริงๆ”

“ป่านนี้คนคงร่ำลือกันไปทั่วทั้งเขาชุมสิงห์แล้วล่ะว่าเกษมขนส่งเจ๊ง ปิดกิจการ”

“นายพรหมบุญได้ยินมันคงจะหัวเราะเยาะแกแน่ แล้วต่อไปธุรกิจขนส่งสินค้าก็คงตกอยู่ในมือมันคนเดียว”

“ปล่อยให้มันหัวเราะไปก่อน เพราะอีกไม่นานเกษมขนส่งจะต้องกลับมาอีกครั้ง และคราวนี้อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด”

“แล้วนี่แกจะพาฉันไปไหน”

“อู่คุณสุรเกียรติ”

สายสุนีย์นำรถบรรทุกห้าคันไปให้สุรเกียรติ

แปลงโฉมใหม่เพื่อไม่ให้พวกพรหมบุญจำได้ สุรเกียรติ ต้อนรับสองสาวด้วยความยินดี ทั้งที่ความจริงเขากำลังจะปิดอู่ไปหากินที่อื่น

“รถตัวเองแท้ๆ กลับต้องมาเสียเงินแปลงโฉมเพราะไม่อยากมีเรื่องกับโจร” มุกดาบ่น

“นั่นสิครับ ผมเองรู้เรื่องจากสีหราชแล้วก็เจ็บใจแทนจริงๆ เมื่อไหร่ทางการจะส่งคนมาปราบไอ้มาเฟียพวกนี้ให้มันสิ้นซากซะทีก็ไม่รู้นะครับ”

มุกดาได้ยินชื่อสีหราชก็ตาโตขึ้นมาทันที ถามสุรเกียรติว่ารู้จักสีหราชด้วยหรือ

“ครับ รู้จักกัน ตอนเขาติดต่อว่าจะเอารถของคุณสายสุนีย์มาทำ ผมก็โอเคทันที เพราะเตี่ยผมกับเสี่ยเกษมก็รู้จักกันมานมนาน”

“นี่เธอก็รู้จักสีหราชด้วยเหรอสายสุนีย์”

“รู้จัก ทำไมเหรอมุกดา”

มุกดายิ้มเก้อเขินเริ่มหน้าแดง บอกสุรเกียรติว่าขอตัวสักครู่ แล้วดึงสายสุนีย์ไปมุมหนึ่งบอกว่าจุดไต้ตำตอจริงๆไม่นึกเลยว่าเธอกับสีหราชจะรู้จักกัน

“ทำไมล่ะมุกดา”

“ก็คนนี้ไงที่ฉันอดหลับอดนอนถักเสื้อให้เขาน่ะ”

สายสุนีย์นิ่งอึ้ง ไม่คาดว่าผู้ชายที่มุกดาคลั่งไคล้จะกลายเป็นสีหราช

“แล้วเธอรู้จักคุณสีหราชได้ยังไง ไหนเล่าให้ฟังหน่อยซิ”

“น้องชายเขาเคยทำงานที่บริษัทฉัน แล้วเขาก็มาช่วยฉันตามรถที่ถูกปล้นไปกลับคืนมาได้”

“เก่งจริงๆเลย...แล้วเธอว่าคุณสีหราชเป็นยังไงบ้างล่ะ”

“ก็ไม่เป็นไง...ก็แค่ผู้ชายคนหนึ่ง”

“ฉันหมายถึงว่า...ถ้าเขามาเป็นแฟนกับฉัน เธอจะว่ายังไงบ้าง”

สายสุนีย์ใจแป้วถามมุกดาว่าเขาจีบเธอเหรอ มุกดาหน้าแดงตอบแบ่งรับแบ่งสู้ว่าไม่รู้เหมือนกัน แต่เขาคุยกับตนดี ว่างๆก็เคยมาดื่มกาแฟที่ออฟฟิศ บางทีเขาอาจจะมีใจให้ตนไม่มากก็น้อย

สายสุนีย์สะเทือนใจเล็กๆ แต่ฝืนยิ้มเก็บอารมณ์ไว้ ประเมินเสียงเรียบว่า ถ้าถึงขนาดไปนั่งดื่มกาแฟกับเธอที่ออฟฟิศ เขาคงมีใจให้แล้ว

“นั่นสินะ ถ้าเขาไม่คิดอะไร เขาก็คงไม่มาสุงสิงกับฉันหรอก ขอบใจจริงๆสายสุนีย์ที่บอก ต่อไปถ้าเจอกันอีก ฉันจะได้เปิดโอกาสให้เขามากขึ้นอีกหน่อย”

มุกดายิ้มมีความสุข ขณะที่สายสุนีย์รู้สึกหวิวไหวหัวใจแต่เก็บซ่อนอาการไว้มิดชิด

ooooooo

ขณะสายสุนีย์ขับรถมาส่งมุกดาที่ปั๊มน้ำมัน อาจารย์เป๋อซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์สีหราชเข้ามาเติมน้ำมันพอดี มุกดาเห็นชายในฝันก็ทึกทักว่าเขาคงมาจีบตน

พอได้ทักทายกัน มุกดานึกได้รีบไปหยิบเสื้อไหมพรมที่ถักเสร็จแล้วมามอบให้สีหราช บอกว่าตนใช้เวลาถักทั้งวันทั้งคืน ไม่เชื่อถามสายสุนีย์ดูได้

สีหราชยิ้มเจื่อนๆให้สายสุนีย์ที่วางหน้านิ่งมาก พอเธอขอตัวกลับไม่อยากทิ้งเตี่ยไว้คนเดียว อาจารย์เป๋อมองออกว่าสายสุนีย์รู้สึกยังไงจึงเปิดโอกาสให้สีหราชตามเธอไปปรับความเข้าใจ

สายสุนีย์ทำเป็นไม่สนใจกับคำพูดของสีหราชที่บอกว่าผู้หญิงที่ตนแคร์คือเธอคนเดียวไม่ใช่มุกดา แต่ลึกๆดีใจ พอโดนเขารวบตัวมาจูบมัดจำ เธอหวั่นไหวแต่ผลักไสประสาผู้หญิงแกร่งที่ไม่ยอมเสียทีใครง่ายๆ

เมื่อสีหราชกลับบ้านพร้อมอาจารย์เป๋อแล้วเจอชาญ สองคนเล่าเรื่องพบมุกดาให้ฟังพลางสังเกตท่าทีชาญเขินๆ แซวว่าหมั่นไส้คนกำลังมีความรัก สีหราชนึกได้เอาเสื้อไหมพรมฝีมือมุกดาให้ชาญบอกว่าเธอฝากมา ชาญยิ้มปลื้มรับเสื้อมาใส่ทันที เลยโดนสีหราชกับอาจารย์เป๋อแซวจนเขินไปอีกรอบ...

วันรุ่งขึ้น เสือแผ้วในวัยโรยราเดินกระย่องกระแย่งสวมหมวกปิดบังใบหน้าเข้ามาในบ้านพรหมบุญ เสือแผ้วเคยเป็นลูกน้องคนสนิทของพรหมบุญ แต่ถูกยิงแขนขวาพิการใช้งานไม่ได้ ส่วนเท้าเอ็นขาดเดินไม่ถนัด เขาได้เงินก้อนหนึ่งไปรักษาตัว บัดนี้เงินหมดจึงบากหน้ากลับมาหาพรหมบุญอีกครั้ง โดยยังหลงตัวเองคิดว่าเป็นคนสำคัญของเจ้านาย

แต่กลายเป็นว่าได้รับการปฏิเสธจากพรหมบุญอย่างไร้เยื่อใย เดินหน้าเหี่ยวออกไปตามถนนแล้วโดนรถแก้วที่มีหวานสวาทนั่งมาด้วยเฉี่ยวชนจนสลบขณะจะข้ามไปอีกฝั่ง

เพียงเห็นหน้าตาของเสือแผ้ว หวานสวาทก็จำได้แม่นว่าเขาคือตัวการคนหนึ่งที่ทำร้ายครอบครัวของเธอเมื่อสิบปีที่แล้ว หวานสวาทบอกแก้วว่าเสือแผ้วเคยเป็นลูกน้องพรหมบุญ มันฆ่าพ่อแม่ของเธอ ไม่คิดว่ามันจะโผล่มาให้เธอแก้แค้น

แก้วรีบเตือนสติหวานสวาทอย่าวู่วาม ฆ่าเสือแผ้วตอนนี้ก็ฆ่าได้คนเดียว แต่ถ้าเธอใจเย็นเราจะฆ่ามันได้ทุกคน

ตอนที่ 3

อัลบั้ม: ‘อ๊อฟ-เพลง-อานัส-เบนซ์’ ดวลบู๊สนั่นใน “สิงห์รถบรรทุก”




ตอนที่ 2

อัลบั้ม: ‘อ๊อฟ-เพลง-อานัส-เบนซ์’ ดวลบู๊สนั่นใน “สิงห์รถบรรทุก”




ตอนที่ 1

อัลบั้ม: ‘อ๊อฟ-เพลง-อานัส-เบนซ์’ ดวลบู๊สนั่นใน “สิงห์รถบรรทุก”





สีหราช...ชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มพื้นเพเป็นคนบ้านเขาชุมสิงห์ ครอบครัวทำงานขับรถบรรทุกมาตั้งแต่รุ่นบิดา ทำให้สีหราชคุ้นเคยกับการขับรถบรรทุกมาตั้งแต่เด็ก ชำนาญเส้นทาง เชี่ยวชาญเรื่องการขับรถ ใช้ชีวิตปีนป่ายอยู่บนรถบรรทุกจนเป็นเรื่องปกติ

สิงห์รถบรรทุก เรื่องย่อละคร

สร้างสรรค์งานบู๊อลังการตามสไตล์ถนัดของ ต๊ะ–นิรัตติศัย กัลย์จาฤก ผู้จัดและผู้กำกับมือทอง แห่งบริษัท ป๊าสั่งย่าสอน จับภาพยนตร์ดังยุคก่อน มารีเมกลงจอเป็นละครแนวแอ็กชันดราม่าเรื่อง “สิงห์รถบรรทุก” ดึงพระนางคู่เอก “อ๊อฟ–ชนะพล สัตยา” ในบท “สีหราช” บู๊สนั่นเปิดซิง “เพลง–กวิตา รอดเกิด” ที่ขึ้นแท่นนางเอกละครหลังข่าวเรื่องแรกในบท “สายสุนีย์” และคู่ของหนุ่มมาดเข้ม “อานัส ฬาพานิช” รับบท “ชาญ” ประกบสาวสวย “เบนซ์–ปุณยาพร พูลพิพัฒน์” ในบท “มุกดา”

ในเรื่องราวของ สีหราช สายสืบหนุ่มจากหน่วยราชการลับที่แฝงตัวเข้ามาทำงานในอู่รถบรรทุกเกษมขนส่ง นอกจากต้องทำภารกิจสืบเรื่องผู้มีอิทธิพลที่ลอบค้าอาวุธเถื่อนแล้ว เขายังต้องการสืบหา คนร้ายที่ สีทอง ฆ่าน้องชายของเขารวมทั้งทำให้พ่อแม่เสียชีวิต สีหราช โกรธแค้นทุกคนที่เกี่ยวข้อง พาลไปถึง เสี่ยเกษม และ สายสุนีย์ ลูกสาวของเสี่ยเจ้านายของ สีทอง แม้ สายสุนีย์ จะอธิบาย แต่ สีหราช ไม่เปิดใจยอมรับ ทั้งคู่จึงไม่ค่อยชอบหน้ากันนัก

ด้าน พรหมบุญ เจ้าของบริษัท พรหมบุญยานยนตร์ คู่แข่งที่แท้จริงแล้วเป็นคนจ้างคนมาฆ่า สีทอง ส่งคนมาป่วนงานศพ แต่ กลับถูก ชาญ บ้านสั้น เพื่อน สมัยเด็กของ สีหราช ซึ่งเป็นลูกน้องของน้องชาย พรหมบุญ มาขวางไว้ สีหราช ยังคงหาทางแก้แค้นแทนครอบครัว ด้วยความใกล้ชิดและความมีน้ำใจของเขาที่ช่วยเหลือพ่อของ สายสุนีย์ ให้รอดพ้นจากอันตราย ทำให้ สายสุนีย์ ยอมเชื่อใจและหันมาร่วมมือกับเขากำจัดคนชั่ว ด้าน มุกดา ซึ่งเป็นเพื่อนกับ สายสุนีย์ เห็นว่า สีหราช มาทำงานกับ สายสุนีย์ ก็แสดงออกว่าสนใจ ทำให้ สายสุนีย์ เข้าใจผิด แต่ สีหราช พยายามตีตัว ออกห่าง เพราะรู้ว่า ชาญ แอบชอบ มุกดา อยู่ก่อน ขณะที่ พรหมบุญ เริ่มเครียดและหนักใจในฝีมือของ สีหราช อยากหาทางเอา ชนะส่งคนมาป่วนสร้างปัญหา

ภารกิจสำคัญนี้ สีหราช ได้เพื่อนรักมากฝีมือถึงสองคนทั้ง ชาญ และ มุกดา มาร่วมขบวนการภารกิจเพื่อชาติ พร้อมๆกับภารกิจหัวใจที่เริ่มก่อตัวขึ้น เรื่องราวจะเป็นอย่างไร เหล่าธรรมะจะชนะอธรรมหรือไม่

เปิดฉากบู๊จัดเต็มกันตั้งแต่ต้นเรื่อง ถูกใจคนรักความมันส์ ร่วมแท็กทีมด้วยนักแสดง อาทิ อนุวัฒน์ นิวาตวงศ์, กิตติวงศ์ โพธิ์ปี, ชัชฎาภรณ์ ธนันทา, ปราบต์ปฎล สุวรรณบาง, จาตุรงค์ โกลิมาศ, อนุสรณ์ เดชะปัญญา จะ สนุกเข้มข้นแค่ไหนติดตามชม ละคร “สิงห์รถบรรทุก” ออกอากาศ ทุกคืนวันศุกร์-อาทิตย์ ทางช่อง 7 และหาอ่านได้ใน นสพ.ไทยรัฐ ทุกวัน.

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สนุก–อร่อยหน้าจอ

สนุก–อร่อยหน้าจอ
14 พ.ค. 2564

22:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:58 น.