สมาชิก

เงาหัวใจ

ตอนที่ 16

ติดต่อกับเสี่ยถนิมแล้ว วิศเวศเอาเงิน 30 ล้านขับรถไปตามทางที่เสี่ยบอก   โดยไม่รู้ว่าถูกอติคุณขี่มอเตอร์ไซค์สวมหมวกกันน็อกตามไปห่างๆจนถึงที่หมาย เป็นบ้านมีประตูรั้วรอบขอบชิด กำแพงสูงทึบมองไม่เห็นข้างในเลย

ขณะ เสี่ยกำลังปล้ำลูซี่อย่างเมามันหมายเผด็จศึกให้ได้นั้น มีเสียงเคาะประตูดังถี่ๆ เสี่ยกำลังหน้ามืดไม่สนใจ จนเสียงเคาะประตูกลายเป็นเสียงทุบปึงปัง เสี่ยโมโห

"เฮ้ย! ไรวะ...มันจะมาขัดจังหวะอะไรเวลานี้ทุกทีวะ!"

เสี่ยลุกไปเปิดประตูอย่างหัวเสีย พอฟังลูกน้องบอก เสี่ยเดินลงไปทั้งที่หัวยังยุ่งและกระดุมเสื้อก็ยังกลัดไม่หมด

ลงมาถึงห้องโถง วิศเวศยืนคอยอยู่ พอเห็นสภาพของเสี่ยเขาปราดเข้าไปถามว่าษาอยู่ไหน

"ใจเย็น...ใจเย็น...ไม่ใช่ษาของลื้อหรอก ฮ่าๆๆ นั่งๆ นั่งตามสบาย ไหนขออั๊วดูของในกระเป๋านั่นหน่อย"

วิศเวศยืนอยู่ที่เดิมไม่เดินไปนั่งตามที่เสี่ยบอก เขาชู กระเป๋าใส่เงินขึ้นมีข้อแม้ว่า

"แกจะนับเงินได้ ก็ต่อเมื่อมีษามาอยู่ ตรงนี้เท่านั้น"

"ก็ได้...ไปพาษามาที่นี่" เสี่ยหันไปสั่งลูกน้อง

ooooooo

เวลา เดียวกันนั้น ที่หน้ารั้วบ้านเสี่ย อติคุณกำลังต่อล้อต่อเถียงกับรปภ.ที่ไม่ยอมให้เขาเข้าไปข้างในว่า เมื่อก่อนตนติดตามเสี่ยเข้าไปบ่อยๆ รปภ.แย้งว่าเห็นลูกพี่ตนบอกว่าเสี่ยไล่เขาออกไปแล้วไม่ใช่หรือ อติคุณทำขึงขังอ้างว่า

"แต่นี่เสี่ยเรียกฉันให้เข้าไปพบ คงหายโกรธแล้ว"

รปภ.พาซื่อร้อง "อ้าวเหรอ ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก" แล้วเปิดประตูให้เข้าสบายๆ

อติคุณเดินเข้าไปอย่างผ่าเผย พอพ้นสายตา รปภ.ก็หลบแว้บย่องไปซุ่มดูเหตุการณ์ในห้องโถง ที่วิศเวศกำลังเผชิญหน้ากับเสี่ยถนิมอยู่

ooooooo

ครู่ หนึ่ง ษาถูกพามาที่ห้องโถงในสภาพถูกมัดปากมัดมือ วิศเวศจะถลาเข้าไปหาถูกเสี่ยเบรกว่าให้อยู่ที่เดิม ยังไม่ถึงเวลา วิศเวศเลยต้องหยุดกึกอยู่ตรงนั้น

เสี่ยพยักหน้าให้ลูกน้องไปเอา กระเป๋าเงินจากวิศเวศ พอเปิดเห็นเงินเรียงเป็นตับอยู่ก็หยิบปึกหนึ่งขึ้นมากรีดดู ถามดักคอว่าคงไม่มีใครหรือตำรวจตามมานะ

"แล้วแกเห็นว่าฉันพาใครมาด้วยล่ะ" วิศเวศย้อนเอาฉุนๆ

เช็ก เงินแล้ว เสี่ยพยักหน้าให้ลูกน้อง ลูกน้องคนนั้นเข้าไปผลักษาไปหาวิศเวศ เขารีบรับร่างที่เซถลาเข้ามากอดไว้ ช่วยแก้มัดปากษาเอ่ยเป็นคำแรกว่า "คุณวิศ..."

วิศเวศตกใจ แค้นใจ เมื่อเห็นที่มุมปากษามีเลือดออก เขาด่า "ไอ้เลว แกทำร้ายษาทำไม"

"อั๊วไม่ได้ทำ ไม่เชื่อถามเมียลื้อดู" เสี่ยเถียง

ษา ไม่สนใจถามเขาว่ามาทำไม ตนไม่มีค่าพอกับเงินมากมายที่เขาต้องเอามาไถ่ตัว วิศเวศบอกษาว่าอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลย เรารีบหนีไปกันเถอะ แต่พอทั้งสองจะเดินออกไป ก็ถูกลูกน้องเสี่ยมาขวางไว้

"อะไรอีก ฉันเอาค่าไถ่ให้แกครบจำนวนแล้ว แกจะหักหลังเหรอ" วิศเวศฉุนขาด

เสี่ย เดินเข้ามาหา พูดอย่างเป็นต่อว่า "อั๊วเพิ่งนึกออกว่าลื้อเป็นคนวางแผนให้ตำรวจมาปิดบ่อนของอั๊ว ค่าไถ่แค่นี้ไม่พอค่าเสียหายคราวนั้นหรอก"

เสี่ยพูดไม่ทันขาดคำดี ก็เจอจระเข้ฟาดหางจากวิศเวศเข้าอย่างจังจนเซ ลูกน้องเสี่ยรุมกันเข้าเล่นงานวิศเวศ แม้เขาจะสู้จนสุดฤทธิ์มีษามาคอยช่วยขวางเป็นระยะ แต่ก็สู้ลูกน้องเสี่ยไม่ได้

อติคุณที่มาซุ่มอยู่ ทนดูต่อไปไม่ได้โผล่พรวดไปช่วยวิศเวศและษา แต่สุดท้ายวิศเวศก็ถูกเล่นงานจนหมอบ ษาถลาเข้ามาประคองเขาไว้ ส่วนอติคุณหนีไปได้หวุดหวิด เสี่ยสั่งลูกน้องให้ตามจับให้ได้

ooooooo

วิศเวศ ในสภาพสะบักสะบอม ถูกลูกน้องเสี่ยหิ้วปีกโยนเข้าไปในห้อง แล้วผลักษาเข้าไปอีกคน พอประตูปิดสนิท ษาก็ตรงไปทุบประตูให้เปิด ตะโกนบอกพวกมันว่าต้องการอะไรอีกให้บอกมา

ปรากฏว่าข้างนอกเงียบเพราะพวกมันไปกันหมดแล้ว แต่ภายในห้องเสียงวิศเวศครางออกมาอย่างเจ็บปวด "โอย..."

ษา หันกลับถลาเข้าพลิกตัวเขาขึ้นมาถามว่าเป็นอย่าง–ไรบ้าง  พอเห็นหน้าตาปูดบวมมุมปากมีเลือดไหลของเขา  ษาก็ลุกวิ่งไปห้องน้ำ แต่ในสายตาที่เลือนรางของวิศเวศเห็นเหมือนษาลุกวิ่งหนีไป เขาถามอย่างหวาดหวั่นว่า จะหนีไปไหน พยายามจะมองตามแต่หมดแรงฟุบไปเสียก่อน

จน เมื่อษากลับมาพร้อมผ้าขนหนูชุบน้ำมานั่งพับเพียบข้างๆประคองหัวเขาขึ้นหนุน ตัก ค่อยๆเช็ดรอยเลือดและรอยช้ำบนใบหน้าเขา วิศเวศลืมตาขึ้นอีกครั้ง พึมพำเสียงแผ่ว

"ฉันนึกว่าเธอจะหนีฉันไปอีก"

"ฉันจะทำอย่าง นั้นได้ยังไง"ษาน้ำตาร่วง วิศเวศจับมือษาไว้ถามว่า ที่ผ่านมาทำไมเธอไม่บอกความจริง โกหกตนทำไม เมื่อษาถามอย่างมีพิรุธว่าเรื่องอะไร เขาเลยบอกความจริงว่า "พี่ชายกับพ่อของษา บอกฉันหมดแล้ว ทำไมล่ะษา...ทำอย่างนั้นทำไม"

ความเจ็บปวดรวดร้าวใจทำให้ษากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เธอต้องแหงนมองเพดานกะพริบตาถี่ๆกลืนน้ำตาเข้าในอก วิศเวศกำมือเธอแน่นขอร้อง

"ษา...มองตาฉัน แล้วพูดความจริงมา"

ษากลืนก้อนสะอื้น ปล่อยน้ำตาให้ไหลอย่างที่ใจอยากร้องไห้ เล่าความจริงให้ฟังว่า

"เพราะ ฉันไม่มีค่าพอสำหรับคนดีๆอย่างคุณ วันที่ฉันจากคุณมา เป็นวันที่ฉันเพิ่งรับรู้ว่าครอบครัวมีปัญหา บ้านแตกสาแหรกขาด และยิ่งรู้ว่าพี่ติขโมยเงินคุณมา ฉันยิ่งไม่มีหน้าจะไปพบคุณอีก ฉันอยากลืมเรื่องราวทั้งหมด แล้วก็ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่"

"ลืมฉัน แล้วทิ้งให้ฉันเจ็บปวดแทบเอาชีวิตไม่รอด"

วิศเวศพึมพำอย่างน้อยใจ

"ฉัน ไม่รู้ ฉันคิดว่าไม่นานคุณก็ลืมฉัน ฉันแค่ต้องการให้อรุษาตายไปจากโลกนี้ คนที่มีชีวิตอยู่คืออัญชิสา" วิศเวศถามว่าเธอถึงได้โกหกใช่ไหม ษาพยักหน้า "ค่ะ พอโกหกครั้งแรก ครั้งต่อไปก็ยิ่งต้องโกหกมากขึ้น...มากขึ้น สร้างปมปัญหาให้ใหญ่ขึ้นไปเรื่อยจนมันรัดคอฉันตาย..."

ษาร้องไห้อย่างหนัก วิศเวศเช็ดน้ำตาให้ ทั้งสองกอดกันด้วยความรักและเข้าใจกัน

ทันใดนั้น ประตูห้องเปิดผลัวะ ร่างอติคุณถูกโยนเข้ามาในสภาพสะบักสะบอม

ooooooo

พอ วิมาลารู้ว่าวิศเวศหายไปเรื่องษาก็โกรธจนแทบจะเป็นลม สั่งไวณิกให้โทร.เรียกวิศเวศให้กลับมาเดี๋ยวนี้ พอดีมีโทรศัพท์เข้ามา โชว์ที่หน้าจอว่า "ลูกวิศ"

แม้จะดีใจแต่วิมาลาทิฐิไม่ยอมคุยด้วยส่งโทรศัพท์ให้ไวณิกคุยแทน

ปรากฏ ว่าเป็นสายจากเสี่ยถนิมโทร.จากเครื่องของวิศเวศโทร.มาบอกให้วิมาลาเตรียม เงิน 30 ล้าน มาไถ่ตัวลูกชายถ้าไม่อย่างนั้นก็ให้ติดต่อศาลาวัดจัดงานศพได้เลย

ไวณิ กด่ากลับไปว่าไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระแล้วกดตัดสายเลย วิมาลาตกใจร้องไห้ต่อว่าไวณิกอย่างรุนแรงแล้วสั่งให้โทร.กลับพูดกับเขาให้ รู้เรื่อง พอไวณิกโทร.ไปปรากฏว่าสายถูกตัดไปแล้ววิมาลาจึงให้โทร.หากร ตามตัวมาที่นี่เดี๋ยวนี้

กรกำลังดูแลไข่ตุ๋นอยู่ บอกไข่ตุ๋นว่าตนมีธุระด่วนต้องไปจัดการ บอกไข่ตุ๋นอย่าซนอย่าเดินไปไหน ไข่ตุ๋นรับคำตาปริบๆแล้วนั่งปักหลักอยู่ตรงนั้น

เมื่อกรมาถึง วิมาลาบอกอย่างร้อนใจว่าวิศเวศถูกจับไปเรียกค่าไถ่ ไวณิกยังไม่เชื่อขอให้กรช่วยบอกแม่ทีว่ามันเป็นไปไม่ได้เพราะวิศเวศไม่ใช่ เด็ก กรฟังแล้วหน้าเครียดยืนยันว่า

"มันเป็นไปได้ครับ วันนี้คุณวิศเอาเงินเรียกค่าไถ่ของคุณษาไปให้กับเสี่ยถนิมเป็นไปได้ที่มันจะหักหลังคุณวิศ"

พอ รู้ความจริง วิมาลาโวยวายตีโพยตีพายเสียดายเงิน 30 ล้าน ด่าษาว่าทำให้ลูกชายตนเดือดร้อน ไวณิกเสนอว่าให้ไปแจ้งความ ถูกทั้งกรและวิมาลาค้านพร้อมกันว่าไม่ได้!

ooooooo

เมื่อ เตรียมเงิน 30 ล้าน เพื่อไปไถ่ตัววิศเวศ ปรากฏว่าชื่อบัญชีเป็นของวิศเวศคนอื่นเบิกไม่ได้ ไวณิกเองก็มีไม่ถึง มีหุ้นอยู่ในโรงแรมก็คงขายได้ไม่ง่าย วิมาลาตัดสินใจบอกให้ทุกคนรอเดี๋ยว แล้วลุกออกจากห้องไป

ครู่หนึ่ง   วิมาลามาพร้อมกับกล่องเครื่องประดับ

บอกให้เอาไปขายคงเปลี่ยนเป็นเงินได้เร็วที่สุด ไวณิกถามแม่

อย่างเห็นใจว่า ของพวกนี้แม่รักมากไม่ใช่หรือ วิมาลาตอบอย่าง เด็ดเดี่ยวว่า

"มันไม่มากไปกว่าพวกแกสองคนหรอก"

ขณะ ไวณิกกำลังอึ้งนั่นเอง วิมาลาสั่งกรให้ต่อสายกลับไปและนัดวันให้เร็วที่สุด ย้ำกับกรให้บอกมันว่า "ถ้านายวิศเป็นอะไร มันจะไม่มีแผ่นดินอยู่แน่นอน!"

ระหว่าง กรไปหาวิมาลานั้น ไข่ตุ๋นยังนั่งรออยู่ที่เดิมตามคำสั่งของกร จนค่ำยุงเริ่มออก หนูน้อยตบยุงอย่างน่าสงสารแต่ก็ยังทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ไม่แม้แต่จะขยับเปลี่ยนที่นั่ง

จนกรกลับมารับไข่ตุ๋นพาไปฝากไวณิกที่บ้าน ย้ำกับไวณิกว่าอย่าให้วิมาลารู้เป็นอันขาดว่าไข่ตุ๋นเป็นลูกของษา

แต่ พอไวณิกบอกไข่ตุ๋นว่าห้ามบอกใครว่าเป็นลูกของษา ไข่ตุ๋นอ้างว่าแม่ษาไม่ให้พูดโกหก ไวณิกเลยต้องบอกว่า ถ้าทำให้ คนอื่นสบายใจก็ไม่เป็นไร ปลอบใจไข่ตุ๋นว่า "อาบอกให้ไข่ตุ๋นโกหก ไข่ตุ๋นไม่บาป อาต่างหากที่บาป เข้าใจไหม"

พอวิมาลาเจอไข่ตุ๋นมากับไวณิกก็ตำหนิลูกชายว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเล่นกัน ไวณิกบอกแม่อย่างกำกวมว่า

"ก็พี่กรเขากำลังจะพาเด็กไปส่งแม่ แต่เราเรียกเขามากะทันหัน เลยไม่รู้จะเอาเด็กไปไว้ที่ไหน"

กลาย เป็นเรื่องดี เมื่อวิมาลาเข้าใจเอาเองว่าเป็นลูกของกร บ่นว่าไปมีลูกตั้งแต่เมื่อไหร่ ไวณิกเลยรีบตัดบทขอให้ แม่ไปพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้เราต้องทำอะไรอีกหลายอย่าง พลางประคองวิมาลาขึ้นไป ไข่ตุ๋นตัวนิดเดียวรีบเข้าไปช่วยประคองด้วย ทำให้วิมาลาอดนึกเอ็นดูไม่ได้

ooooooo

อติ คุณถูกเหวี่ยงเข้ามานอนแผ่อยู่ที่พื้นห้อง ษากับวิศเวศรีบเข้าไปดูแล ษาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ในขณะที่วิศเวศถามว่ามาที่นี่อีกทำไม อติคุณยันตัวขึ้นมาตอบอย่างยากลำบากว่า

"ผมสะกดรอยตามคุณมา คิดว่าถ้ามีอะไรตุกติก ยังจะพอช่วยคุณกับษาได้ แต่..."

"มันหักหลังผม" วิศเวศพูดอย่างแค้นใจ

อติ คุณมองสำรวจไปรอบห้อง บอกว่าตนเคยมาที่บ้านนี้ มันมีบริวารอยู่หลายคน เขาเดินไปมองจากหน้าต่างเห็นยามสองคนเดินอยู่ที่สนาม เขาลองเคาะผนังและปีนเตียงขึ้นไปเคาะฝ้าเพดาน คิดหาทางหนี เมื่อวิศเวศปรารภว่ากลัวมันจะย้ายเราไปที่อื่น อติคุณเสนอว่าเราต้องลงมือก่อนมันจะย้าย

"ลงมือทำอะไร" ษาทั้งตกใจและสงสัย

กลาง ดึกคืนนี้ ขณะทุกคนกำลังหลับทั้งเพราะอ่อนเพลียและบอบช้ำ มีบางอย่างทำให้อติคุณสะดุ้งตื่น วิศเวศเองก็ตื่นทั้งสองพากันไปชะโงกดูที่หน้าต่าง เห็นเสี่ยถนิมออกไปข้างนอก วิศเวศเสนอว่าถ้าอย่างนั้นก็ถึงเวลาของเราแล้ว แต่พออติคุณพยักหน้าเห็นด้วย วิศเวศกลับถามว่าตนจะไว้ใจเขาได้แค่ไหน

"ที่ ผ่านมาทั้งชีวิต ผมทำทุกอย่างผิดพลาดมาตลอด แล้วก็ทำให้ทุกคน ทั้งน้อง ทั้งลูก มาแก้ปัญหารับกรรมกับสิ่งที่ผมทำ นี่เป็นโอกาสครั้งแรกที่ผมจะตอบแทนพวกเขาได้ คุณให้โอกาสผมพิสูจน์ตัวเองได้ไหม"

ความจริงจังจริงใจของอติคุณ ทำให้วิศเวศพยักหน้ารับทราบ จากนั้นปฏิบัติการก็เริ่มขึ้น...

ขณะลูกน้องเสี่ยสองคนเฝ้าอยู่หน้าห้องกำลังเคลิ้มๆจะหลับมิหลับแหล่นั่นเอง มีเสียงตึงตังโครมครามดังขึ้นในห้อง ทั้งสองสะดุ้งเฮือกถามว่าอะไร แล้วก็รีบหากุญแจไขห้องเข้าไปดู

ภายในห้อง หน้าต่างเปิด ม่านปลิวตามแรงลม พอมันวิ่งไปชะโงกดูเห็นผ้าปูที่นอนที่ถูกฉีกเป็นริ้วยาวผูกต่อกันห้อยลงไปข้างล่างจากหน้าต่าง มันตกใจรีบวิ่งออกจากห้องไป

ทันใดนั้นษากับวิศเวศก็เปิดตู้เสื้อผ้ารีบออกมา ส่วนอติคุณออกจากห้องน้ำ อติคุณบอกว่าให้สองคนออกไปทางด้านหลัง ตนจะล่อมันไปทางด้านหน้า ษาเป็นห่วงพี่ชาย แต่เขามั่นใจตัวเอง ลูบหัวน้องสาวพูดเหมือนสั่งเสีย

"ที่ผ่านมาพี่ขอโทษ พี่ฝากลูกด้วย เขาเป็นลูกของษา" ษาใจคอไม่ดีเสนอให้เราไปด้วยกันทั้งสามคนดีกว่า อติคุณ ไม่เห็นด้วย ขอให้ทำตามแผนของตน แล้วบอกวิศเวศ "ผมฝากน้องด้วย"

จากนั้นจึงแยกย้ายกันไปตามแผนการ โดยอติคุณทำผลุบๆโผล่ๆ ล่อพวกลูกน้องเสี่ยให้สนใจและไล่ตามตน โยนของลงไปลวงให้พวกมันวิ่งไปดูบ้าง และเมื่อเขาปีนผนังถูกตะปูครูดที่แขนจนเลือดออก เขาก็เอาอีกมือป้ายเลือดแล้วไปทาที่กำแพง ลวงพวกนั้นว่าหนีไปทางนั้น

ส่วนลูกน้องอีกกลุ่มที่ตามไปทางหลังบ้าน ก็ถูกวิศเวศซุ่มเล่นงานจนหมอบกระแตแล้วเอาปืนมันมา พาษาวิ่งไปที่กำแพงด้านหลัง เขาบอกษาว่าจะปีนขึ้นไปก่อนแล้วดึงษาขึ้นไป

แต่พอปีนขึ้นไปบนกำแพงคว้าเหล็กที่ปักอยู่ วิศเวศถึงกับร้องโอ๊ย เพราะมีกระแสไฟฟ้า เขาพลัดตกลงมา บอกษาว่าเราต้องหาทางอื่นกันแล้ว

ooooooo

ลูซี่ถูกมัดมือมัดเท้าขังอยู่ในอีกห้องหนึ่ง เธอพยายามใช้มือที่ถูกมัดและเท้าถีบประตู ปากก็ตะโกนให้เปิดประตู

อติคุณปีนขึ้นไปบนฝ้าเพดานหนีไปทางช่องแอร์ได้ยินเสียงร้องตะโกน จำได้ว่าเป็นเสียงลูซี่ เขาเปิดฝ้าตรงห้องนั้นหย่อนตัวลงไปช่วยลูซี่ บอกเธอว่า "ผมจะพาคุณหนีเอง"

แล้วอติคุณก็กระแทกประตูจนเปิดออก ลูกน้องเสี่ยบ่นว่าลูซี่เอาแรงจากไหนมาพังประตูพลางเดินเข้าไป เลยถูก

อติคุณที่ดักอยู่เอาก้านโคมไฟฟาดรวดเดียวสองคน

ลูซี่ตกใจร้องกรี๊ดแล้ววิ่งหนีเอาตัวรอด ทิ้งให้อติคุณต่อสู้กับลูกน้องเสี่ยสองคน คนหนึ่งเห็นลูซี่วิ่งหนีก็ยิงไล่หลังแต่ไม่ถูก อติคุณฟาดอีกคนจนสลบ เอาปืนมายิงคนที่ยิงลูซี่พลางวิ่งตามลูซี่ลงบันไดไป

ส่วนวิศเวศพาษาหนีไปทางด้านหลัง ถูกลูกน้องเสี่ย

ไล่ยิง ส่วนอีกคนอ้อมไปด้านหลังจับวิศเวศไว้ได้ แต่เขาก็พลิกสถานการณ์ เมื่อแย่งปืนมันได้เขายิงใส่ลูกน้องอีกคน ปรากฏว่ามันยิงรัวมาจนกระสุนหมด มันทิ้งปืนแล้วชักมีดพุ่งเข้าใส่

เมื่อตะลุมบอนกันด้วยมีด วิศเวศถูกแทงเข้าที่ต้นขาแต่เขาก็ยิงมันที่ท้องจนฟุบคาที่ เขาพยายามกัดฟันวิ่งกะเผลกไปหาษาแล้วพากันวิ่งไปที่มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่จอดอยู่ พอดีมีกุญแจค้างที่รถ เขาพาษาซ้อนท้ายขับฝ่าป้อม รปภ.ออกไป

ฝ่ายอติคุณถูกลูกน้องเสี่ยไล่ยิงขณะวิ่งลงบันได เขาเหวี่ยงลูซี่หลบเอาตัวรับกระสุนแทน ถูกยิงเข้ากลางหลังและถากที่แขนแต่เขาอดกลั้นไม่ยอมปริปากบอก พาลูซี่หนีลงไปถึงข้างล่าง แต่พอดีรถของเสี่ยขับเข้ามาเขาจึงดึงเธอหลบเข้าหลังต้นไม้

เสี่ยด่าโขมงโฉงเฉงว่าตนไปธุระแค่แป๊บเดียวพวกตัวประกันหนีไปหมด เงิน 30 ล้าน กำลังบินไปจากมือเห็นๆแล้วไหนจะความแค้นที่ถูกพาตำรวจมาปิดบ่อนตนอีก สั่งลูกน้องเฉียบขาดว่า

"พลิกแผ่นดินหาพวกมัน โดยเฉพาะไอ้วิศเวศ จับเป็นไม่ได้ก็ให้จับตาย"

อติคุณได้ยินดังนั้น เลยพาลูซี่หลบอยู่ในบ้านบอกเธอว่าออกไปก็เป็นเหยื่อกระสุนเท่านั้น ลูซี่ถามว่าแล้วอยู่ที่นี่ไม่ตายหรือ

"เคยได้ยินไหมที่หนังจีนกำลังภายในพูดไว้ว่า ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด"

"ฉันไม่เชื่อแก"

"ถ้าคุณจะหนีไป ผมก็ไม่มีแรงจะปกป้องคุณแล้ว ผมคงจะหลบอยู่ที่นี่" อติคุณตัดเชือก ลูซี่ด่าว่าพูดเสียดีที่แท้ก็ขี้ขลาดตาขาว อติคุณจึงบอกว่า "ผมบาดเจ็บ" แต่ลูซี่กลับหัวเราะเยาะหยันว่าบาดเจ็บแค่นี้ไกลหัวใจตั้งเยอะ ใจเสาะจริงๆ

ที่จริงเขาบาดเจ็บถูกยิงที่กลางหลัง แต่ที่ลูซี่เห็นนั้นคือเฉี่ยวที่แขนเท่านั้น

ooooooo

วิมาลาตึงเครียดจนนอนไม่หลับ นั่งรอกรว่าเมื่อไรจะกลับ ไวณิกบอกว่ากรขับรถไปขายเครื่อง ประดับของแม่ถึงเมืองจันท์ แต่คาดว่าคงทันกลับมาไถ่ตัวพี่ชาย

ระหว่างนั้น ไข่ตุ๋นที่หลับอยู่ก็ละเมอร้องขอให้ช่วยแม่ด้วย...ช่วยแม่ด้วย...วิมาลามองอย่างเวทนาอุ้มไข่ตุ๋นขึ้นมา กอดปลอบ

เป็นเวลาที่วิศเวศขี่มอเตอร์ไซค์พาษาหนี แต่เพราะขาเขาถูกแทงได้รับบาดเจ็บหนัก ทำให้ขาชาขับต่อไปไม่ไหว ต้องลงจากรถ ษาเอามือจับขาเขาปรากฏว่าเลือดเต็มมือ เธอตกใจจะพาไปหาหมอบอกให้เขาอยู่ที่นี่ตนจะไปหาคนมาช่วย

"ไม่ได้ ผมปล่อยให้คุณไปตามลำพังไม่ได้ มันอันตรายอยู่ด้วยกันที่นี่แหละ"

ษาบอกว่าเราต้องหนีไปให้พ้นจากที่นี่ พลางประคองเขาลุกขึ้น วิศเวศขอเวลาไปทำลายหลักฐานด้วยการเข็นรถลงข้างทางหากิ่งไม้มาอำพรางไว้แล้วจึงประคองกันเดินไปจากตรงนั้น...

ooooooo

ลูซี่ตัดสินใจหลบซ่อนตัวอยู่กับอติคุณในห้องเก็บของที่บ้านเสี่ย ทั้งสองหลับไปพักใหญ่ ลูซี่ตื่นขึ้นมามองแขนอติคุณที่เลือดแห้งกรังแล้วพูดอย่างหมั่นไส้ว่าแผลนิดเดียวทำท่าเหมือนจะตาย

นั่งครู่หนึ่งลูซี่ลุกขึ้นจะเดินไป ถูกอติคุณจับขาไว้พูดอย่างอ่อนแรงน่าสงสารถามว่าจะทิ้งตนแล้วหรือ ลูซี่ตอบประชดประชันว่าใช่ ทำไม จะห้ามหรือ อติคุณส่ายหน้าปล่อยมือจากข้อเท้าเธอ พูดเสียงแผ่ว

"ระวังตัวด้วย ผมเป็นห่วง..."

"คิดเหรอ พูดอย่างนี้แล้วฉันจะซาบซึ้ง เฮอะ ที่ฉันยังอยู่เพราะไม่มีปัญญาหนี ไม่ได้เป็นห่วงแกหรอก จะดูว่าในนี้มีอะไรกินได้บ้าง" พูดเย้ยหยันแล้วก็เดินไปมองรอบๆ

ห้องนี้เป็นห้องเก็บของในครัวรวมทั้งพวกอาหารแห้งต่างๆ เดินค้นๆดูแล้วหยิบบะหมี่สำเร็จรูปมาสองซอง เอามายื่นให้อติคุณซองหนึ่ง เขาบอกว่าไม่หิว

ลูซี่นั่งลงบ่นว่า ตนปวดท้องไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันทั้งคืน ไม่มีน้ำด้วยคงต้องกินแห้งๆอย่างนี้ ว่าแล้วก็ฉีกซองหยิบบะหมี่แห้งๆยัดเข้าปาก อติคุณมองอย่างสงสารจนเธอเขิน ทำเสียงแข็งถาม

"มองอะไร จะกินด้วยเหรอ"

"ผมรักคุณ"

"ประสาท มาพูดอะไรหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ ฉันไม่อินไปด้วยหรอก"

"ผมแค่อยากจะพูดตอนที่ยังสามารถบอกรักคุณได้ อย่างน้อย มันอาจเป็นความทรงจำให้กับคุณ ว่าผมรักคุณจนสามารถตายแทนคุณได้"

ลูซี่เบะปากบอกว่าเสียใจ เพราะตนไม่ได้รักเขา อติคุณ ฝืนยิ้มบอกว่าไม่เป็นไร ตนเข้าใจ ลูซี่เลยเปลี่ยนเรื่องว่า

"ช่วยกันคิดดีกว่า ว่าจะอยู่ในนี้อีกนานแค่ไหน ฉันยังไม่อยากตายไปพร้อมกับนายหรอก"

ooooooo

ษาประคองวิศเวศหนีไปทั้งคืนจนหมดแรงนั่งพิงกันหลับที่ใต้ต้นไม้ จนกระทั่งฟ้าสาง ษาตื่นขึ้นมามองไปรอบๆ เธอดีใจเมื่อเห็นมีบ่อกุ้งและมีที่พักอยู่หลังหนึ่ง เธอเขย่าวิศเวศบอกว่าตรงโน้นมีคนอยู่

วิศเวศตื่นขึ้นเพลียๆ ประคองกันเดินไปที่บ้านพักหลังนั้น ษาพยายามส่งเสียงก่อนเข้าใกล้ตัวบ้าน ไม่มีเสียงตอบรับ แต่พอมองเข้าไปเห็นหญิงคนหนึ่งท่าทางเป็นคนงานหน้าตาตื่นตกใจ ร้องอยู่คำเดียว

"ไป...ไป...ไป..."

ษาพยายามอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ ขอให้ช่วยพาไปหาตำรวจด้วย หญิงคนนั้นได้ยินคำว่าตำรวจก็ยิ่งตกใจ ร้องลั่น

"ตำรวจ...ไม่...ไม่...กลัว กลัว!"

ษาเอะใจถามว่าเธอพูดไทยได้ไหม หญิงคนนั้นไม่ตอบเอาแต่ร้องให้ไป...ไป...

"ช่วยฉันด้วย ฉันมีคนบาดเจ็บ" ษาพูดไม่ทันขาดคำ วิศเวศก็ทรุดลงไปกองกับพื้น

ษาประคองเขาไปนอนบนแคร่ ใช้ผ้าขาวม้าเช็ดหน้าให้เขา เห็นที่ขากางเกงชุ่มเลือด มองหาเจอมีดเธอคว้ามีดมาตัดขากางเกงออก เห็นแผลที่ถูกแทงเป็นแผลใหญ่มาก ษาค่อยๆซับเลือดออก แต่เลือดก็ยังไหลซึมไม่หยุด ถามเขาว่าจะพาไปหาหมอดีไหม วิศเวศส่ายหน้าบอกว่ามันอันตราย

พอดีหญิงคนนั้น ความจริงเธอเป็นคนงานพม่าพูดไทยไม่ได้ แอบดูเห็นวิศเวศมีแผลฉกรรจ์ ษาพยายามส่งภาษาใบ้ ขอยา เธอคนนั้นพยักหน้าพลางวิ่งไป ษาดีใจบอกเขาว่าเรามียาแล้ว ทนอีกนิดเดียว

ooooooo

เมื่อกรไปจัดการหาเงินมาได้แล้ว เขากับไวณิก แอบไปที่บ้านถนิมโดยไม่บอกวิมาลา กรเป็นคนติดต่อ นัดคนของเสี่ยมาพบกันที่กลางซอยก่อนเข้าไปที่บ้าน

เมื่อเข้าไปนั่งกันที่ห้องโถง เสี่ยคุยโน่นคุยนี่ถ่วงเวลา ไวณิกไม่พอใจถามโพล่งขึ้นว่า ตัวประกันอยู่ไหน เสี่ยหัวเราะร่าบอกให้ใจเย็นๆ รับรองว่าพวกเขากินอิ่มนอนหลับดี รอสักประเดี๋ยวเดียว

เสี่ยจ้องไปที่กระเป๋าบนตักกรตลอดเวลา ถามว่าจะไม่ให้ตนดูหน่อยหรือว่ากระเป๋านั้นเงินหรืออะไรแปลกปลอมมา กรแค่เปิดกระเป๋าให้ดูห่างๆ พอเสี่ยชะโงกมาดูเขาก็รีบปิด เร่งว่า

"ผมว่าคุณวิศคงไม่อยากพักผ่อนที่นี่ พาเขาเข้ามาก่อนเถอะ เรื่องจะได้จบอย่างเรียบร้อย"

เสี่ยทำเป็นพยักหน้าเข้าใจ มองไปที่ลูกน้องให้สัญญาณกัน

ooooooo

ที่ห้องเก็บของบ้านเสี่ยนี่เอง  ลูซี่กับอติคุณยังซ่อนตัวอยู่  พอนอนได้แรงลูซี่ก็ลุกขึ้นมาบ่นถามว่า

"ตกลงเราจะต้องมาติดอยู่ในห้องนี้รอวันให้ไอ้เสี่ยมันมายิงทิ้งรึไง"

"ผมนึกวิธีได้แล้ว ไอ้คนที่เรายิงมันไป อาจมีโทรศัพท์ เราไปค้นตัวมันขอความช่วยเหลือได้"

ลู ซี่เร่งให้รีบทำเลย ดักคอว่าอย่าบอกนะว่าเจ็บจนลุกไม่ไหว แผลแค่นี้เอง อติคุณกัดฟันพยุงตัวลุกขึ้นแต่ทรุดลงไปเขากัดฟันลุกขึ้นอีก จนลุกได้ก้าวช้าๆ

ลูซี่มองไปที่ผนังที่อติคุณนั่งพิงตลอดเวลาที่อยู่ ในนี้ เห็นเลือดดวงโตเปรอะที่ผนัง เธอมองขวับไปที่เสื้อแจ็กเกตของเขา เห็นชุ่มเลือดไปหมด

"เอ๊ะ..." ลูซี่อุทานถลาไปจับตัวเขา พอดีอติคุณหมดแรงล้มคว่ำลง มือลูซี่คว้าร่างเขาไว้ มือเธอชุ่มไปด้วยเลือด ลูซี่ตกใจร้องไห้ "ถูกยิง...ถูกยิงมาทำไมไม่บอก ไอ้บ้า ปิดไว้ทำไม!!"

เห็นลูซี่ร้องไห้ตกใจ อติคุณกลับยิ้มสดชื่นเหมือนได้กำลังใจ แต่เป็นรอยยิ้มที่อ่อนแรงเต็มที...

ooooooo

หญิง พม่าคนนั้นวิ่งไปครู่หนึ่งก็วิ่งกลับมายื่นซองผงชูรสให้ษา ษารับถามงงๆว่าเอาผงชูรสมาให้ตนทำไม เดาว่าหญิงคนนั้นคงไม่เข้าใจสิ่งที่ตนพยายามบอก แต่หญิงคนนั้นก็ใช้ความพยายามอย่างมากจนพูดออกมาได้ว่า "ยา...ยา...เจ็บ..."

เมื่อษายังงงๆ หญิงคนนั้นคว้าซองผงชูรสไปฉีกโรยที่แผลวิศเวศ ษาจับมือไว้อย่างตกใจ วิศเวศลืมตาดูพอดี เขาบอกษาว่า

"ผมเคยได้ยิน เวลาฉุกเฉินอย่างในสงคราม เขาเอาไว้ห้ามเลือด"

ษาถามว่าจริงหรือ เขาตอบแค่ว่า "เดี๋ยวก็รู้" แล้วหลับตาลงอีก

แม้ ชีวิตจะยากแค้นลำเค็ญ แต่หญิงพม่าคนนั้นก็ไม่แล้งน้ำใจ เธอหุงข้าวต้มและทอดปลาเค็มมาให้ ษาขอบคุณอย่างซาบซึ้งใจ แล้วปลุกวิศเวศให้ลุกขึ้นมากินข้าวต้ม แต่พอเขาลุกขึ้นกลับตักข้าวต้มป้อนษา

"คุณทานเถอะ ฉันไม่หิว" ษาเบือนหน้าไปทางอื่น

"ผมไม่ได้ป้อนคุณ  ผมป้อนข้าวลูกในท้องของเรา กินเถอะ คุณไม่กินผมก็ไม่กิน"

ข้อแม้ ของเขาทำให้ษาจำต้องกิน แต่เพียงคำเดียวเธอก็พะอืดพะอมวิ่งไปข้างนอก วิศเวศตกใจลุกวิ่งเขยกๆตามไป เจอษาอาเจียนอย่างหนักก็ลูบหลังให้ ปรากฏว่าษาอาเจียน

จนหมดแรง พอหยุดเขาประคองมานั่งพิงต้นไม้ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ษาบอกว่าเดี๋ยวก็หาย เขามองหน้าเธออย่างรู้สึกผิด ขอโทษที่ทำให้เธอต้องลำบาก

"ฉันต่างหากที่ทำให้คุณมาเดือดร้อนอย่างนี้ ฉันขอโทษ"

"ขอโทษ ทำไม ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของผม ทำให้รู้ว่าผมไม่ได้โดดเดี่ยวไม่ว่าจะลำบากหรืออันตรายแค่ไหน ผมมีคุณอยู่ข้างๆเสมอ"

คำพูดจากใจนี้ ทำให้หนุ่มสาวมองตากันด้วยความซาบซึ้ง วิศเวศดึงษาเข้าไปกอดอย่างแสนรัก...

ooooooo

ลูก น้องเสี่ยถนิมที่ออกตามหาวิศเวศกับษา ไปเจอรถมอเตอร์ไซค์คันนั้น คนหนึ่งบอกว่า นี่เป็นรถของตน อีกคนกวาดตามองหาเชื่อว่าสองคนยังคงหนีไปได้ไม่ไกล แล้วหันไปสั่งพวกพ้องให้รีบตามไป

ส่วนที่ห้องโถงบ้านเสี่ย ยังมีการเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียด ไวณิกจ้องหน้าเสี่ยถามว่าโกหกกันใช่ไหม พี่ชายตนไม่ได้อยู่ที่นี่ พูดแล้วเอะใจตกใจถามเสียงดัง "หรือว่า...แกทำร้ายพี่วิศ"

ไวณิกพุ่งเข้าไปหาเสี่ย ถูกลูกน้องเสี่ยขวางไว้ เสี่ยพูดกวนๆว่า ถ้ารอไม่ได้ก็กลับไปก่อน กรเอะใจถามว่าหมายความว่ายังไง เสี่ยยักไหล่พูดกวนๆ

"อยากกลับก็กลับไป แต่ทิ้งกระเป๋านั่นไว้ที่นี่"

พอ เสี่ยพูดจบลูกน้องเสี่ยก็เล็งปืนใส่สองหนุ่ม เสี่ยหัวเราะอย่างเป็นต่อ แต่พริบตานั้นเองพอไวณิกสบตากับกร กรก็เปิดกระเป๋าอีกด้าน สปริงเด้งออกมีปืนอยู่ 2 กระบอก เขาส่งให้ไวณิกกระบอกหนึ่ง ตัวเองกระบอกหนึ่ง แล้วทั้งสองก็หมอบลงในท่าพร้อมสู้

กรถูกลูกน้อง เสี่ยยิงแต่เขาก็แค่ผงะไปนิดหนึ่ง เพราะใส่เสื้อเกราะมา เกิดการยิงต่อสู้กันเอาเป็นเอาตายในห้องโถงนั้น ลูกน้องเสี่ยถูกยิงตายไปหลายคน หลายคนบาดเจ็บ

เสี่ยเห็นท่าไม่ดีหันหลังวิ่งหนี แต่ช้าไปแล้วเพราะกรพุ่งไปเอาปืนจ่อหัวพอดี!

ooooooo

พอ เห็นว่าอติคุณถูกยิงที่กลางหลัง ลูซี่ก็นึกได้ว่าต้องถูกยิงตอนที่เขาเอาตัวบังเธอไว้ที่บันได แต่เธอเห็นว่าเขาถูกยิงแค่ถากๆที่แขน เธอเสียใจร้องไห้ไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับอติคุณที่บาดเจ็บปางตายตรงหน้า

แล้ว เธอก็ยิ่งสะเทือนใจ เมื่ออติคุณบอกเธอว่าไม่ต้องห่วงตน ให้รีบหนีไปเสีย ลูซี่บอกว่าเขาต้องการหมอแต่อติคุณก็เร่งให้เธอหนีไปไม่อยากถ่วงเธอไว้ ลูซี่ร้องไห้เอามือปิดปากเขาไว้ ข่มความสะเทือนใจพยายามพูดอย่างเข้มแข็งว่า

"ไม่ ต้องพูดอะไรแล้ว ฉันไม่ฟังคำสั่งเสียอะไรทั้งนั้น นายจะต้องไม่เป็นอะไร" อติคุณยังพยายามจะขอโทษเธอ พยายามจะสั่งเสียถึงษา แต่เสียงปืนดังขึ้น ลูซี่ผวาเข้ากอดอติคุณซบหน้ากับอกเขาร้องไห้บอกเขาว่า "ช่างมัน ฉันจะอยู่กับนาย ตายก็ตายด้วยกัน..."

ooooooo

เมื่อเสี่ยถนิมหนีไปกรกับไวณิกสามารถควบคุมสถานการณ์ภายในบ้านได้แล้ว จึงออกค้นหาวิศเวศไปตามห้องต่างๆ

เมื่อเข้าไปในห้องนอนหนึ่ง ไม่มีใครเลยนอกจากกระเป๋าใส่เงินของวิศเวศที่เอามาไถ่ตัวษาวางอยู่บนเตียง กรหันไปบอกไวณิกหน้าเครียดว่า

"นี่คือกระเป๋าใส่เงินที่คุณวิศเอามา"

"แปลว่าอะไร พี่วิศหนีไปได้หรือถูก..."

"ไม่ครับ ต้องไม่มีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นกับคุณวิศกรพูดอย่างมั่นใจ แล้วเดินนำออกไปดูห้องอื่น เมื่อไปถึงห้องนอนอีกห้องหนึ่ง ไม่มีคนเหมือนกัน แต่พบร่องรอยการหนีจากผ้าปูที่นอนที่ถูกฉีกห้อยลงไปทางหน้าต่าง

"พี่วิศคงจะหนีไปได้จริงๆ"

กรเห็นด้วย แล้วพากันออกจากห้องเพื่อสำรวจค้นหากันต่อไป

ในห้องเก็บของที่ลูซี่กับอติคุณซ่อนตัวอยู่ ทั้งสองตกใจผงะเมื่อประตูถูกเปิดผางออก

"ยกมือขึ้น นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ!" ตำรวจส่องปืนเข้ามา

พอเห็นตำรวจเท่านั้น ลูซี่ร้องไห้โฮ ขอความช่วยเหลือ บอกว่ามีคนถูกยิง ตำรวจจึงพากันวิ่งเข้าไปดูอติคุณซึ่งอาการสาหัสแล้ว

ครู่หนึ่ง ตำรวจช่วยกันนำร่างอติคุณไปขึ้นรถ โดยลูซี่วิ่งตามเกาะแจร้องไห้ด้วยความเป็นห่วง กรกับไวณิกออกมาเห็นแต่ไกล ไวณิกร้องเรียกอย่างขวัญเสีย

"พี่วิศ!!!"

กรกับไวณิกถลาเข้าไปดูร่างที่ตำรวจนำออกมา เห็นเป็นอติคุณที่นอนหายใจระรวยอยู่ กรถามว่าวิศเวศอยู่ไหน อติคุณพยายามเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบากได้แค่ว่า "หนี กับ ษา"

"ฉันได้ยินเสี่ยมันสั่งจับตายคุณวิศ" ลูซี่รีบบอก

กรหน้าเครียดจัด หันบอกไวณิกว่าให้เขาดูแลทางนี้ไว้ ตนจะไปตามหาวิศเวศเอง

"ครับ" ไวณิกรับคำ ทั้งที่ห่วงพี่ชายมาก แต่ในสถานการณ์ เช่นนี้ เขาเข้าใจดีว่าควรทำอย่างไร

ooooooo

ที่บ้านพักคนงานที่ริมบ่อกุ้งในสวนรกๆ...

วิศเวศนั่งบนแคร่หน้าซีดเซียวเพราะเสียเลือดมากและแผลอักเสบ ษาเข้ามายื่นถ้วยยาน้ำสมุนไพรดำๆให้

"พี่เขาเอานี่มายื่นให้ คงเป็นยาสมุนไพร ฉันก็พูดกับเขาไม่รู้เรื่องเสียด้วย"

"แล้วผมจะกินดีไหมเนี่ย" วิศเวศมองยาในถ้วยทำหน้าพะอืดพะอม

"ก็ผงชูรสมันยังได้ผลเลย ยานี่ก็น่าจะลองนะคะ"

ขณะที่วิศเวศรับยาไปดูและยกดม พยายามทำใจจะกล้ำกลืนมันเข้าไปนั่นเอง เสียงหนึ่งก็แผดขึ้น

"ถึงยาอายุวัฒนะแกก็ไม่รอดแล้ว"

ทั้งสองชะงักผงะหันมอง มันคือลูกน้องของเสี่ยที่ตามล่ามานั่นเอง! วิศเวศดึงษาเข้าไปกอดไว้อย่างปกป้อง ถูกลูกน้องเสี่ยตะคอกถามว่า

"จะยอมตามกลับไปดีๆ หรืออยากเป็นศพเฝ้ากระท่อมนี้ เลือกเอา!"

ไม่ทันสิ้นเสียงมัน อีกคนที่มาด้วยก็จุดไฟแช็กเตรียมเผาบ้าน แต่ไม่ทันที่มันจะลงมือ หญิงคนงานก็เอาถังใส่ปลาสาดคนทั้งสองจากด้านหลัง ไฟแช็กที่จุดแล้วกระเด็นไปติดผนังบ้าน ไฟเริ่มลุกติดผนัง

วิศเวศถูกมันยิงใส่แต่เขากอดษาพาหลบเข้าข้างในได้ก่อน กอปรกับคนงานหญิงคนนั้นช่วยด้วยการเอาจอบฟาดอีกคนกระเด็น แม้เธอจะถูกตบแต่ก็พยายามสู้ ถูกมันเอาปืนจ่อจะยิง

"เปรี้ยง!" เสียงปืนดังขึ้น ลูกน้องเสี่ยคนนั้นล้มไม่เป็นท่า

กรนั่นเอง เขาตามมาเจอยิงลูกน้องเสี่ยคนนั้นบาดเจ็บ อีกคนที่เหลือพุ่งออกมาต่อสู้กับกร ในขณะที่ไฟเริ่มลามไปตามผนังห้องพักรุนแรงขึ้น

วิศเวศกอดษาอยู่ข้างใน ทั้งคู่สำลักควันไฟไอกันจนแทบหายใจไม่ออก เขาพยายามถีบฝาบ้านแต่มันแค่สะเทือนเท่านั้น กระแทกอีกครั้งก็ยังไม่พัง

ทันใดนั้น กรที่เล่นงานสมุนเสี่ยจนสิ้นฤทธิ์ หันไปคว้าขวานจามผนังอีกด้านหนึ่งพังลง

"ทางนี้ครับคุณวิศ คุณษา"

วิศเวศกับษาวิ่งไปทางผนังด้านที่กรเปิดทางให้ ทั้งคู่ สำลักควันไฟกันจนแทบจะหายใจไม่ออกแล้ว

ooooooo

ด้านนอกบ้านพักที่กำลังถูกไฟไหม้ ลูกน้องเสี่ยสองคนถูกจับมัดเป็นเสือสิ้นลายอยู่ตรงนั้น คนงานหญิงร้องไห้อย่างหวาดกลัว พูดได้แค่ "กลัว...กลัวตำรวจ"

ษากอดเธอไว้ ปลอบใจว่าไม่เป็นไรแล้ว เราจะช่วยเธอ ให้ไปทำเรื่องให้ถูกกฎหมายเสียจะได้ไม่ต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆอีก

กรเล่าให้วิศเวศฟังว่า "ทุกคนปลอดภัย เสี่ยถูกตำรวจจับไปแล้ว แต่...คุณอติคุณถูกยิงบาดเจ็บสาหัส"

แม้ว่ากรจะเล่าเบาๆ แต่ษาที่เงี่ยหูฟังอยู่ได้ยินชัดเจน เธอตกใจมากถามว่าพี่ติเป็นอะไร กรจึงจำต้องบอกว่าถูกยิง

"เขาอยู่ไหน พาฉันไปหาเขาเดี๋ยวนี้" ษาเข้าไปจับกรเขย่ามือไม้สั่นด้วยความตกใจเป็นห่วงพี่ชาย

ooooooo

ที่บ้านวิศเวศ...

วิมาลาในสภาพอิดโรย เดินกระวนกระวายอยู่ข้างๆโทรศัพท์ ตาคอยจ้องว่าเมื่อไรจะมีโทร.เข้ามา หวังจะได้รู้ข่าวลูกชาย ไข่ตุ๋นนั่งมองตาแป๋วอย่างสงสัย ครู่หนึ่งแม่บ้านเข้ามาถามว่าจะทานอาหารเที่ยงเลยไหม วิมาลาบอกว่าตนกินไม่ลง ให้เก็บโต๊ะไปเลย

แม่บ้านถามว่าแล้วเด็กนี่ล่ะ วิมาลานึกได้หันบอกไข่ตุ๋นว่า ให้ตามแม่บ้านไปกินข้าวเสีย

"แม่บอกว่าไม่กินข้าวตามเวลาจะเป็นโรคกระเพาะ ผมอยากให้คุณย่าไปกินด้วย"

เสียงใสๆ ไร้เดียงสาของไข่ตุ๋นทำให้วิมาลาฝืนยิ้มให้ เอ่ยอย่างเอ็นดูน้ำใจหนูน้อยว่า

"ขอบใจที่นึกถึงฉัน ยังไงฉันก็กินไม่ลง"

ทันใดนั้นมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น วิมาลาถลาไปรับมือไม้สั่น พอได้ยินเสียงปลายสายก็ถึงกับผงะยืนช็อก

"ลื้อหักหลังอั๊ว ลูกสองคนเลยเป็นศพ ฮ่าๆๆ"

ที่แท้เป็นสายจากเสี่ย ถนิมที่แอบขโมยโทรศัพท์ของตำรวจที่คุมตัวอยู่โทร.ไปขู่วิมาลา ตำรวจได้ยินเสียงหันไปตะครุบโทรศัพท์กดปิดทันที เสี่ยถนิมหัวเราะพูดอย่างสะใจว่า

"ให้มันหัวใจวาย ตายโหงไปเลยฮ่าๆๆ"

วิ มาลาหมดแรงปล่อยโทรศัพท์หลุดมือ เอามือทาบอกยืนโงนเงนจะล้ม โชคดีที่แม่บ้านยังอยู่ตรงนั้น ถลาเข้าประคองไว้ ร้องเรียกปากคอสั่นทำอะไรไม่ถูก ไข่ตุ๋นร้องบอกว่า

"โทร.เรียกรถพยาบาลสิครับ เวลาไข่ตุ๋นไม่สบายก็ไปโรงพยาบาล"

แม่บ้านรีบไปโทรศัพท์ ส่วนไข่ตุ๋นหยิบทิชชูมาซับเหงื่อบนใบหน้าวิมาลาที่นอนหมดสติอยู่

ooooooo

ที่โรงพยาบาล...

เป็นความบังเอิญอย่างไม่น่าเชื่อ  เมื่อไวณิกกับกรตามอติคุณมาที่โรงพยาบาล เจอกับปานแม่บ้านที่พาวิมาลามาโรงพยาบาลเช่นกัน

พอเห็นหน้าไวณิก แม่บ้านปานก็ร้องไห้ฮือๆ จนไวณิก ใจหายแว้บ ถามว่าแม่เป็นอะไร แม่บ้านจึงเล่าได้กระท่อน กระแท่นว่า

"คุณผู้หญิงหน้าเขียวเลย ฉันก็ไม่รู้ ฮือ...ฮือ..."

ไวณิก ไม่อาจรู้อะไรจากแม่บ้านได้มากกว่านั้น เขาเดินไปที่หน้าห้องไอซียู คอยฟังข่าวด้วยใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พลันก็สะดุ้งเมื่อรู้สึกขากางเกงถูกกระตุก

ไข่ตุ๋นนั่นเอง ไข่ตุ๋นเดินมากระตุกขากางเกงเรียกเขา บอกเสียงใสบริสุทธิ์ว่า

"คุณย่าไม่เป็นอะไรหรอกครับ คุณหมอบอก"

ไวณิกทรุดลงยองๆ บอกไข่ตุ๋นว่า "คุณพ่อของไข่ตุ๋นก็อยู่ที่นี่"

"พ่อติ...พ่อติไม่สบายหรือครับ แล้วพ่อติอยู่ไหน ไข่ตุ๋นจะไปเยี่ยมพ่อ..."

"ยังเยี่ยมไม่ได้ พ่อไข่ตุ๋นอยู่ในห้องนั้นเหมือนกับแม่ของอา" ไวณิกชี้ไปที่ห้องไอซียู

ลูซี่ที่พาอติคุณมาที่โรงพยาบาลค่อยๆเดินเลี่ยงออกไป...

ooooooo

เงาหัวใจ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด