ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เงาหัวใจ

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

เงาหัวใจ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ในความฝันที่น่ากลัวก่อนรุ่งสาง...

อรุษาร้องไห้น้ำตานองหน้าอยู่หน้าห้องขัง ตรงหน้าเธอคือเจ้าทุกข์ชายที่ยืนทะมึนราวกับเงาเพชฌฆาต!

"ฉันไม่ได้ทำ ปล่อยฉันไปเถอะ..." อรุษาร้องไห้น้ำตานองหน้าอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา เธอจะก้มกราบเจ้าทุกข์ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจรั้งมือไว้ไม่ให้กราบแต่กลับจับใส่กุญแจมือทั้งสองข้าง

เจ้าทุกข์หันหลังให้อรุษา เธอยิ่งร้องไห้หนักถลาเข้าไปอ้อนวอนอีกว่าตนไม่ผิด สาบานได้ขอให้เชื่อสักครั้งเถิด

เจ้าทุกข์หันกลับมา เงาพาดดำทำให้เห็นเพียงครึ่งหน้า แต่เสียงของเขานั้นเหี้ยมเฉียบขาด

"ผู้หญิงแพศยาอย่างเธอต้องตกนรกหมกไหม้ ฉันไม่มีวันให้อภัย  ไม่มีวัน!"  เสียงสุดท้ายของเขาก้องราวกับจะกลบทุกเสียงตรงนั้น

อรุษาถูกผลักเข้าไปในห้องขัง เธอยังผวามาเกาะกรงร้องไห้เสียงดัง ในขณะที่เจ้าทุกข์หันหลังเดินห่างออกไป...เสียงฝีเท้าของเขาเหมือนกระชากความหวังของอรุษาสลายไปด้วย

นั่นคือความฝันอันโหดร้ายก่อนรุ่งสาง แล้วอัญชิสาในความจริงเวลานี้ก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงปลุกของไข่ตุ๋น ลูกชายวัย 5 ขวบที่ช่างเจรจาและเป็นหนึ่งเดียวที่ทำให้ชีวิตของเธอมีความหวัง

"แม่จ๋า...แม่ษาฝันว่าปีศาจมาจับตัวอีกแล้วเหรอ" เสียงไข่ตุ๋นเจื้อยแจ้ว  แววตาไร้เดียงสา  เมื่อเธอบอกว่าแม่

ฝันร้าย ไข่ตุ๋นทำหน้าขึงขังบอกว่า "วันหลังปีศาจมาอีก ไข่ตุ๋นจะต่อยให้กระเด็นเลย"

"จ้า...คนเก่ง รีบอาบน้ำไปโรงเรียนกันเถอะ" อัญชิสาลุกขึ้นกระวีกระวาดจะพาลูกไปอาบน้ำ ปรากฏว่าไข่ตุ๋นอาบเสร็จแล้ว ยืนอวดตัวเองที่ประแป้งขาววอกกระดำกระด่าง ติดกระดุมเสื้อเบี้ยวไปมา บอกแม่ษาอย่างภูมิใจว่า

"ไข่ตุ๋นอาบแล้ว แต่งตัวเองด้วยคับ"

ooooooo

ที่ถนนหน้าโรงงานทอผ้าใหญ่ที่ทอผ้าขายทั้งในประเทศและส่งออก...

บรรดาพนักงานบ้างเดินบ้างขี่จักรยานจากบ้านพักจะไปโรงงาน ขณะที่ชิดชมตั้งหน้าตั้งตาปั่นจักรยานอยู่นั้น เสียงแตรรถข้างหลังทำให้เธอตกใจจักรยานเสียหลักเกือบล้ม

เป็นเสียงแตรจากรถสปอร์ตป้ายแดงเปิดประทุนของไวณิกชายหนุ่มวัย 25 ปี ผู้มีอุปนิสัยสนุกสนานเฮฮา แต่จะเครียดและสู้หัวชนฝาในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ

ไวณิกจอดรถเอี๊ยดลงมาเรียก  "นี่เธอ"  ชิดชมรีบยก

มือไหว้ ชายหนุ่มถามสั้นๆ "ษาล่ะ" อึดใจเดียวไวณิกก็ขับรถคันหรูแล่นฉิวไปทางบ้านพัก

"ใครน่ะ ซิ่งรถยังกะจะรีบไปตาย" สร้อยถามนิดที่ขี่และซ้อนท้ายจักรยานกันมา นิดทำเสียงสูงบอกว่า

"อ๊าว...ก็คุณไวณิกเจ้าของโรงงานคนใหม่ไงพี่ สงสัยเปลี่ยนรถคันใหม่อีกแล้ว"

สร้อยอุทานตื่นเต้นตาโต ส่วนชิดชมที่ยังยืนจูงรถตัวเองอยู่ มองตามรถของไวณิกไปแล้วถอนใจเฮือกใหญ่

ooooooo

ที่หน้าห้องพักของษา   เธอกำลังเร่งไข่ตุ๋นไปโรงเรียนเพราะสายแล้ว ไข่ตุ๋นเดินอ้อยอิ่งอยู่ษาเลยคว้าขึ้นมาอุ้มวิ่งลงบันไดไป พอลงถึงข้างล่างมองหามอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ยังไม่เห็น เธอดูนาฬิกาข้อมือท่าทางร้อนใจ

ทันใดนั้น รถสปอร์ตของไวณิกแฉลบเข้ามาจอด ชายหนุ่มเดินออกมา ไข่ตุ๋นดีใจวิ่งเข้าไปหา ไวณิกก้มอุ้มหนูน้อยขึ้นมา คนแถวนั้นพากันมองงงๆ ษาอายเลยเดินเข้าไปปรามลูกเบาๆว่า ทำอย่างนั้นเสื้อคุณไวณิกยับหมด บอกให้ลงมาเสีย

"ไม่ยับหรอก ยับก็ไม่เป็นไร ผมรีบแทบแย่กลัวจะมารับคุณกับไข่ตุ๋นไม่ทัน" ไวณิกพูดอย่างร่าเริงแจ่มใส แต่ษากลับตีหน้านิ่งบอกเขาว่าไม่ต้องหรอกเราไปกันเองได้ ไวณิกเลยกระซิบอะไรที่ข้างหูไข่ตุ๋น หนูน้อยพยักหน้า พอเขาวางลงษาจะจูง ไข่ตุ๋นก็วิ่งจู๊ดไปนั่งในรถแล้ว ไวณิกหัวเราะชอบใจหันมาบอกษา "รีบขึ้นมาสิครับ เดี๋ยวสายทั้งแม่ทั้งลูกนะ"

ษาเลยต้องขึ้นไปนั่งในรถด้วยสีหน้าท่าทางที่ฝืนใจ

ooooooo

เมื่อไปถึงโรงเรียน ไวณิกก็ทำให้ษาต้องขุ่นมัวใจอีก เมื่อเห็นเขาแอบส่งเงินให้ไข่ตุ๋น 100 บาท ษารีบเข้าไปแย่งเงินจากไข่ตุ๋นแล้วเอาเหรียญ 10 บาทส่งให้แทน ไข่ตุ๋นหน้าจ๋อยๆจนษาพาไปส่งคุณครู เธอจึงเดินกลับมาส่งเงินคืนให้ไวณิก ต่อว่าเขาว่าทำให้เด็กเสียนิสัย เพราะแบงก์ร้อยไม่เหมาะกับเด็ก 5 ขวบอย่างไข่ตุ๋นเลย

ส่งเงินคืนให้แล้วษาเดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง ไวณิกรีบเดินตามพยายามชี้แจงว่า

"เดี๋ยวซิ ผมก็แค่อยากให้ไข่ตุ๋นได้ซื้อของอร่อยๆกิน ก็เท่านั้น ษา...นี่คุณไม่พอใจผมเรื่องอะไรบอกผมซิ"

ษาหันมองเขาอย่างเหนื่อยใจบอกว่าเปล่าไม่มีอะไร เราแยกกันตรงนี้เลยก็แล้วกันเพราะตนต้องไปทำงาน ไวณิกหาเหตุจนได้บอกว่าตนก็จะเข้าโรงงาน งั้นไปด้วยกันเลย

เมื่อษาปฏิเสธ ไวณิกฉุดมือไว้พูดติดตลกว่าถือเสียว่าช่วยชาติประหยัดน้ำมันก็แล้วกัน ษาเห็นทีพูดดีด้วยเรื่องคงไม่จบเลยตีหน้าขรึมเข้มบอกเขาว่า

"คุณไวณิกคะ ฉันขอร้อง อย่าทำอย่างนี้เลยค่ะ" ไวณิกหน้าเจื่อนรีบปล่อยมือและขอโทษ แต่ก็ยังจะมีข้อแม้อีก ษาเลยตัดบทว่า "คุณไม่ควรลืมว่าเราอยู่คนละสถานะกัน มีผู้หญิงอีกมากมายที่คุณควรจะไปเสียเวลาด้วย ไม่ใช่ลูกจ้างที่มีลูกติดอย่างฉัน ขอบคุณนะคะที่มาส่งไข่ตุ๋น ฉันต้องไปทำงานก่อน"

พูดจบษาเดินไปเลย ไวณิกตะโกนตามหลังอย่างไม่ยอมแพ้ว่า

"คุณไม่เชื่อใช่ไหมว่าผมจริงใจกับคุณ" พอดีษารีบขึ้นรถสองแถวที่ผ่านมา เขาเลยหยุดพึมพำอย่างมุ่งมั่น "แล้วคุณจะได้เห็น"

เมื่อถึงโรงงาน ษากึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าประจำที่ตรวจงานของตัวเอง ชิดชมที่เป็นเพื่อนสนิทโผล่มาถามว่าไข่ตุ๋นไปโรงเรียนวันแรกเป็นอย่างไรบ้าง ษาบ่นๆว่าเกือบสายแต่พอดีไวณิกผ่านมาเลยแวะไปส่ง

"อืม...ดูท่าทางคุณไวณิกเขาจะไม่ยอมถอยง่ายๆนะ" ชิดชมตั้งข้อสังเกต

"มันก็เรื่องของเขา แต่สำหรับษาความรักมันตายไปจากหัวใจษานานแล้ว" พูดแล้วรีบทำงานเหมือนไม่อยากแม้แต่จะพูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว

ooooooo

ไวณิกมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ตัวเองให้ได้   เขาตรงไปร้านเพชร หยิบแหวนเพชรขึ้นมาดู ถามคนขายว่ามั่นใจใช่ไหมว่านี่คือแหวนหมั้นที่สวยที่สุดในร้าน เมื่อคนขายยืนยัน เขาบอก "ผมเอาวงนี้"

รูดบัตรเครดิตเสร็จไวณิกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด ตายังดูแหวนอย่างพอใจ พอต่อติดเขาพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่า

"พี่วิศ  ผมมีเรื่องสำคัญมากถึงขั้นคอขาดบาดตาย โทร.กลับผมด้วยนะครับ"

พอวางสายไวณิกก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มอย่างหมายมาดกับโทรศัพท์ในมือ

"พี่วิศ" ที่ไวณิกโทร.ถึงคือวิศเวศ พี่ชายต่างบิดาของเขาที่อยู่อเมริกา แม้จะต่างบิดาแต่ไวณิกก็รักและนับถือวิศเวศ มากถือเป็นไอดอลในหัวใจเลยทีเดียว

ขณะที่ไวณิกโทร.ไปหาวิศเวศนั้นที่อเมริกาเป็นเวลาค่ำคืนพอดี วิศเวศกำลังมีความสุขอยู่กับแหม่มในห้องนอนกร เลขาของเขาเป็นคนรับสายและถือโทรศัพท์ไปให้เขาที่ห้องนอน บอกว่ามีข้อความด่วนจากไวณิก

วิศเวศได้รับข้อความแล้วเขารีบโทร.กลับถึงไวณิกทันที บอกน้องชายด้วยน้ำเสียงห่วงใยว่า

"ฉันจะรีบกลับไปให้เร็วที่สุด แกอย่าเพิ่งทำอะไรทั้งนั้นนะนายไว รอฉันไปถึงก่อน" จากนั้นสั่งกร "ติดต่อริชาร์ด ขอใช้เครื่องบินส่วนตัว ฉันต้องถึงกรุงเทพฯพรุ่งนี้"

แม้ว่ากรจะท้วงติงเรื่องงานที่นัดไว้กับผู้บริหารกองทุนและงานเลี้ยงของดีลเลอร์รายใหญ่ตอนค่ำ วิศเวศก็สั่งให้เลื่อนนัดทั้งหมดและถ้ามีเรื่องไหนสำคัญค่อยนัดทำวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ประชุมที่เมืองไทย

เห็นวิศเวศร้อนใจรีบเร่งจนขนาดนี้ กรถามว่าไวณิกมีเรื่องอะไรหรือ วิศเวศบอกว่า

"มันบอกว่าปัญหาส่วนตัวแต่เล่าทางโทรศัพท์ไม่ได้ สงสัยไปก่อเรื่องที่โรงงาน"

"จะให้ผมโทร.เช็กที่โน่นไหมครับ"

"ไม่ต้อง...ไม่ต้อง ฉันไปจัดการเองดีกว่า เดี๋ยวนายไวจะเสียเครดิต"

วิศเวศให้กรช่วยจัดการเรื่องสาวฝรั่งคู่นอนให้ด้วย เขาเซ็นเช็คให้ใบหนึ่ง พอแหม่มสาวเห็นตัวเลขก็ขว้างทิ้งด่าว่าคิดว่าเงินตัวเองใหญ่นักรึไง ทำไมถึงดูถูกกันอย่างนี้ ตนไม่ใช่โสเภณีนะ

วิศเวศเลยหันมาเซ็นเช็คอีกใบหนึ่งให้ แถวตัวเลขยาวกว่าเก่า พอแหม่มสาวเห็นก็รับไป ก่อนออกจากห้องยังพูดส่งท้ายอย่างสาปส่งว่า "คิดว่าเราไม่เคยรู้จักกันเลยก็แล้วกัน"

"เอารถไปส่งด้วย" วิศเวศสั่งกรแล้วสบถ "ผู้หญิง! มันก็เหมือนกันทั้งโลกนั่นแหละ!"

ooooooo

ได้เวลาเลิกงาน ชิดชมถามษาว่าจะไปรับไข่ตุ๋นใช่ไหมตนจะไปด้วย ษาชวนรีบเก็บของก่อนแต่พอพากันออกไปที่ทางเดินก็เจอไวณิกเดินยิ้มกริ่มเข้ามา ษาถอยกรูดขอให้ชิดชมช่วยด้วยแล้วษาก็หลบไปอีกทาง เมื่อไวณิกเดินมาถึงเจอชิดชม เขามองหาษาบอกว่าเมื่อกี้ยังเห็นอยู่แว้บๆ

ไวณิกทำท่าจะเดินไปทางที่ษาเพิ่งหลบไป ชิดชมรีบเรียกไว้แล้วบอกว่ามีเรื่องด่วนจากออฟฟิศใหญ่ทำให้ไวณิกชะงัก แต่เมื่อพากันไปถึงห้องโถงใหญ่ไวณิกก็หัวเสียเพราะในห้องไม่มีใครเลย ครู่หนึ่งชิดชมถือโทรศัพท์เข้ามา เขาเข้าไปถามอย่างเอาเรื่องว่า

"ไหนว่ามีลูกค้าต่างประเทศจะมาดูโรงงานไง  มันเลตเป็นชั่วโมงแล้วนะ"

"คือ...ลูกค้าแจ้งไปที่ออฟฟิศใหญ่บอกว่ามาไม่ทันแล้วค่ะ" ชิดชมพยายามพูดให้เนียน เธอถูกไวณิกกระชากแขนอย่างฉุนเฉียวจนร้องโอ๊ย ไวณิกจึงรู้สึกตัวขอโทษถามว่าแขนเธอเป็นแผลหรือ ชิดชมเลยโทษว่า "จักรยานล้มเมื่อเช้าน่ะคะ ถลอกนิดหน่อย"

ไวณิกบ่นว่าร้องเสียตกใจ ถามว่าตกลงเรามารอเก้อใช่ไหม ต้องไปเล่นงานทางโน้นหน่อยประสานงานกันยังไง พูดแล้วเดินออกไป สร้อยกับนิดมาแอบดูชิดชมอยู่ ทั้งคู่หาว่าชิดชมอ่อยไวณิก ดังนั้นพอไวณิกเดินออกมาสร้อยก็ทำเป็นเซหมายล้มเข้าไปในอ้อมกอดของไวณิก

เจ้ากรรม! ไวณิกเกิดเปลี่ยนใจเดินไปอีกทาง สร้อยเลยล้มกระแทกพื้นอย่างจัง นิดรีบเข้าไปถามว่าเจ็บไหม ส่วนชิดชมแอบยิ้มอย่างรู้ทัน สร้อยทั้งเจ็บทั้งอายแถเข้าหาชิดชมถามว่าคิดจะอ่อยไวณิกหรือ

พอดีสันต์พ่อของชิดชมซึ่งเป็นผู้จัดการร้านเข้ามาเจอถามนิดกับสร้อยว่ามาทำอะไรตรงนี้ ทำไมไม่เฝ้าหน้าร้านลูกค้ามารอซื้อของอยู่ สร้อยปดว่ามาขอยาที่ห้องพยาบาล สันต์ดุอย่างรู้ทันว่าชอบอู้งานอยู่เรื่อยแล้วหันไปถามชิดชมว่า

"ชม เดี๋ยวพ่อจะแวะเข้าบ้าน จะกลับรึยัง"

"จ้ะ" ชิดชมเดินกลับบ้านไปพร้อมสันต์ผู้เป็นพ่อ

ooooooo

ษารับไข่ตุ๋นกลับไปถึงห้องเช่า ระหว่างไขกุญแจประตูเธอถามไข่ตุ๋นที่คุยกันมาระหว่างทางว่าไข่ตุ๋นจะเป็นนักร้องแทนเป็นหมอแล้วหรือ ไข่ตุ๋นตอบฉะฉานว่าจะเป็นหมอที่เป็นนักร้อง คุยอย่างมีแผนการว่าพอหยอดกระปุกเต็มก็จะเอาเงินไปเรียนร้องเพลง ษาเลยให้ไปเหรียญสิบกับเหรียญห้าในกระเป๋าร่วมสมทบทุนด้วย ไข่ตุ๋นยกมือไหว้รับเงินไปด้วยความดีใจที่จะเอาไปหยอด
กระปุกจะได้เต็มเร็วๆ

แต่พอเปิดประตูเข้าห้อง ทั้งษาและไข่ตุ๋นถึงกับตะลึงอึ้ง เมื่อเห็นห้องถูกรื้อค้น กระปุกออมสินตัวหมูของไข่ตุ๋นก็ถูกทุบแตก ไข่ตุ๋นร้องไห้เสียใจมากบอกษาว่าไข่ตุ๋นเป็นนักร้องไม่ได้แล้ว

มีเสียงชักโครกในห้องน้ำ ษารีบพาไข่ตุ๋นออกไปนอกห้องแล้วตัวเองคว้าม็อบถูพื้นกำไว้แน่น พอประตูห้องน้ำเปิดออกก็มีเสียงผู้ชายร้องทักออกมาอย่างขี้เล่น "จ๊ะเอ๋..."

ษาไม่ฟังเสียงเธอฟาดไม้ม็อบใส่ทันที แต่เป้าหมายฉากหลบได้หวุดหวิด

ที่แท้เขาคือ อติคุณ พ่อของไข่ตุ๋นนั่นเอง อติคุณเป็น ทาสการพนันจนโงหัวไม่ขึ้น เขาถามหยอกษาว่า "เฮ้ย จะฆ่าพี่เลยหรือ" ษาจึงลดไม้ม็อบในมือ ส่วนไข่ตุ๋นพอเห็นว่าเป็นใครก็วิ่งเข้ามาร้องเรียก "พ่อติ!"

ที่แท้เขาคือ "อติคุณ" พ่อของไข่ตุ๋นหรือเด็กชายศิกวัสนั่นเอง อติคุณเอาใจลูกด้วยการเอาตุ๊กตาหมีเก่าๆมีฝุ่นเขรอะมาล่อบอกว่าซื้อมาฝาก ที่มันเก่าเพราะทำตก

ษาถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าพวกตนอยู่ที่นี่ อติคุณพูดอย่าง เจ้าเล่ห์ว่ายังไงไข่ตุ๋นก็ต้องเข้าโรงเรียน หาไม่ยากเลย แล้วหันไปลูบหัวไข่ตุ๋นรำพันว่าไม่เจอกันตั้งนานคิดถึงจะแย่

ษาไม่เล่นด้วยทวงเงินของไข่ตุ๋นคืน อติคุณทำหน้าตาย ถูกษาเอามือตบกระเป๋าที่ตุงเงินอยู่ก็แก้ตัวหน้าด้านๆว่าตนไม่ได้ ขโมย แค่ขอยืมไปใช้เท่านั้นเอง แล้วหันไปปะเหลาะไข่ตุ๋นว่า

"พ่อกำลังจะเป็นเศรษฐีแล้วรู้ไหมไข่ตุ๋น พ่อจะเปิดร้านขายของกับเพื่อน รับรองเงินของไข่ตุ๋นต้องเพิ่มเป็นแสนเป็นล้าน"

"จริงเหรอคับ แต่พ่อพูดอย่างนี้หลายหนแล้วไม่เห็นจะได้เงินล้านสักที"

ษาทนไม่ไหวกระชากอติคุณจากไข่ตุ๋นไปที่หน้าประตูพูดเสียงแข็งว่าได้ของที่ต้องการแล้วก็กลับไปได้แล้ว อติคุณยังหันมาบอกไข่ตุ๋นว่าพ่อจะซื้อกระปุกใหญ่ๆมาให้หยอดเงินอีก เลยถูกษาผลักออกนอกห้องตามไปบอกว่าไปให้พ้นแล้วไม่ต้องกลับมาอีก

อติคุณยังอ้อนแกมบังคับขอเงินอีกสองพันจะเอาไปไถ่สร้อยที่จำนำไว้ ได้แล้วจะเอามาคืน

"ษาบอกแล้วไงว่าต่อไปนี้ษาจะไม่ให้เงินพี่อีกแม้แต่ บาทเดียวตราบใดที่พี่ยังไม่เลิกเข้าบ่อน"

ไม่เพียงไม่รับ อติคุณยังสาบานว่าตนเลิกแล้วจริงๆต้องมีคนใส่ร้ายตนแน่ๆ ษาเลยว่าเอาอย่างไม่เกรงใจว่า "ถ้าพี่ละอายต่อบาป เราทุกคนก็ไม่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้ ต่อไปนี้พี่อย่ามาที่นี่อีก ษาไม่ต้องการให้ไข่ตุ๋นเห็นตัวอย่างที่ไม่ดี"

อติคุณโวยวายว่าษาจะแยกพ่อลูกอย่างนี้ไม่ได้ ษาย้อนถามว่าแน่ใจหรือว่าเขาต้องการไข่ตุ๋น ทำเอาอติคุณนิ่งอึ้งตอบไม่ออก

ขณะนั้นเอง หญิงอ้วนคนหนึ่งจูงเด็กหญิงมาแต่ไกล เด็กหญิงชี้มาที่อติคุณ พออติคุณเห็นเท่านั้นก็เตรียมเผ่น แต่ขอเงินอีกสักร้อย ษาควักให้ตัดรำคาญ พอได้เงินอติคุณก็วิ่งอ้าวไป ชนเข้ากับสันต์อย่างจังจนสันต์กระเด็น แต่แทนที่จะขอโทษ อติคุณกลับเรียกค่าเสียหายที่ถูกชนสองพัน

ชิดชมสะอึกเข้าใส่ "อะไรกัน คุณนั่นแหละมาชนพ่อฉัน"

ทันใดนั้น คนงานคนหนึ่งวิ่งตามลูกสาวมาด่าอติคุณว่าหัวขโมย เอาตุ๊กตามาคืนลูกสาวตนเดี๋ยวนี้ อติคุณเลิ่กลั่กแต่ยังหันมาชี้หน้าสันต์บอกว่าฝากไว้ก่อนวันหลังจะมาเอาค่าเสียหายแล้ววิ่งอ้าวไปเลย

พวกคนงานร้องบอกสันต์ว่า "ผู้จัดการจับไอ้นั่นก่อน ไอ้ขี้ขโมย" ชิดชมจะไล่ตามแต่อติคุณกระโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์ หนีไปแล้ว ษาถือตุ๊กตามาร้องเรียกคนงานถามว่า

"พี่ขา เดี๋ยวค่ะ นี่ตุ๊กตาพี่ใช่ไหม" แล้วษาก็คืนตุ๊กตาตัวนั้นให้คนงานไป

ooooooo

เมื่อกลับเข้าห้องพักของษา ชิดชมด่าอติคุณอย่างไม่หายเจ็บใจว่าทำเป็นหัวหมอจะมาเรียกร้องค่าเสียหาย ที่แท้ก็หัวขโมยนี่เอง พวกสิบแปดมงกุฎชัดๆ

ไข่ตุ๋นถามษาว่าเขาจะเรียกตำรวจมาจับพ่อไหม ษาบอกว่าไม่เพราะเราคืนของเขาไปแล้ว

ไข่ตุ๋นบ่นประสาเด็กว่าเมื่อไรพ่อติจะเป็นคนดีเสียที ษาเลยบอกว่าไข่ตุ๋นต้องเรียนให้เก่งๆ พ่อเห็นไข่ตุ๋นจะได้เอาเป็นตัวอย่าง

ระหว่างนั้น ชิดชมฟังอย่างสงสัยทำท่าจะพูดแต่ถูกสันต์จับแขนไว้ส่ายหน้าไม่ให้พูด จนเมื่อไข่ตุ๋นไปอาบน้ำแล้ว ชิดชมจึงถามษาว่าไอ้กะล่อนนั่นเป็นพ่อไข่ตุ๋นจริงๆหรือ พอษาพยักหน้า ชิดชมร้องอย่างเหลือเชื่อ

"เฮ้ย ไอ้ผู้ชายห่วยๆ คือคนที่ทำให้เธอต้องหอบลูกหนีมาอยู่ที่นี่งั้นเหรอ"

"ใช่" ษาตอบเรียบๆ แต่ทำเอาทุกคนอึ้ง มึนไปหมด

ooooooo

พอวิศเวศมาถึงกรุงเทพฯ รีบไปฟังเรื่องราวของน้องชาย ฟังแล้วเขาฉุนขาดถามว่านี่หรือคือเรื่องคอขาด บาดตายจนเขาต้องบินด่วนมา โมโหมากบอกว่าพรุ่งนี้จะกลับแล้ว ไวณิกรู้ว่าพี่ชายรักมากเลยทั้งอ้อนทั้งขู่ว่า

"งั้นผมก็จะคืนโรงงานนี้ให้พี่ ผมจะพิสูจน์ตัวเองเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเขา เขาคือรักแท้ของผม" ครั้นวิศเวศปรามาสว่าถ้าไวณิกเหลือแต่ตัวสองตาเธอก็ไม่แล ไวณิกตอบอย่างมั่นใจเต็มร้อยว่า "เขาไม่ได้เป็นคนเห็นแก่เงิน เขาไม่เคยรับความช่วยเหลือหรือของขวัญอะไรจากผมเลย"

วิศเวศที่เชื่อว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง เขาถามว่าแล้วพ่อแม่ ของผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ไวณิกบอกว่าพ่อแม่เธอเสียหมดแล้วและไม่ใช่คนดังอะไร แล้วอ้อนว่า

"ผมถึงต้องพึ่งพี่ให้ช่วยพูดกับคุณแม่ พี่ก็รู้ว่าแม่เราเป็นยังไง พี่วิศก็เหมือนพ่อผม ถ้าพี่วิศไม่ช่วยผมก็ไม่รู้จะไปพึ่งใคร" ไม่พูดเปล่ายังจะเข้าไปกอดพี่ชายด้วย ถูกวิศเวศสลัดปรามว่าอย่าทำแบบนี้

ในที่สุด ไวณิกก็ทั้งอ้อนทั้งขู่จนสุดท้ายวิศเวศยอมอยู่ช่วยเรื่องคอขาดบาดตายของน้องชาย

ooooooo

เพียงบ่ายวันต่อมา ไวณิกก็เข้าไปเอาตัวษาออกจากโรงงานจะพาไปขึ้นรถ ชิดชมเห็นเพื่อนรักถูกเอาตัวไปก็วิ่งเข้าไปถาม แทนที่จะช่วยเพื่อนได้กลับถูกไวณิกในฐานะเจ้าของโรงงานสั่งให้ชิดชมช่วยไปรับไข่ตุ๋นที่โรงเรียนและอยู่ดูแลจนกว่าษาจะกลับ แล้วควักเงินให้เป็นค่ารถไปห้าร้อย

เมื่อบังคับพาษาไปขึ้นรถแล้ว เธอนั่งปั้นปึ่งเขาถามว่าโกรธหรือ ษาพูดประชดว่าลูกจ้างอย่างตนมีสิทธิ์โกรธหรือ

ไวณิกอ้างเรื่องคอขาดบาดตายอีกแล้ว หลอกษาว่าพี่ชายบินมากะทันหันคงถามเรื่องโรงงาน ตนเพิ่งมารับงานไม่ค่อยรู้เรื่องอยากให้เธอช่วยเหลือ ครั้นษาถามว่าทำไมไม่พาลุงสันต์ไป ไวณิกก็กะล่อนเอาตัวรอดไปได้เนียนๆว่า

"พี่ชายผมเขามักใจอ่อนกับผู้หญิงมากกว่า คุณไม่รู้หรอกว่าเขาอยากจะขายต่อโรงงานนี้แค่ไหน ถึงเวลานั้นเพื่อนคุณรวมทั้งคุณก็ต้องตกงานกันหมด"

เจอไม้นี้เข้า ษานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยถาม "แล้วฉันต้องทำไงบ้างคะ"

ไวณิกยิ้มสมใจแผนนี้ได้ผลชะงัดจริงๆ!

ooooooo

ไวณิกพาษาไปเข้าร้านเสริมสวย แต่งหน้าทำผมเปลี่ยนชุดจนเขาเองเห็นเข้าถึงกับตะลึงชมเปาะว่าสวยสมบูรณ์แบบเหมือนคุณหนูลูกสาวผู้ดีที่พ่อแม่หวง ษารีบพูดว่าตนแค่สาวโรงงานไม่เหมาะกับร้านอาหารหรูที่เขาพามาด้วยซ้ำ

วิศเวศไปรออยู่ที่ร้านอาหารนั้นแล้ว เขาหงุดหงิดที่ไวณิกมาสายตามเคย พอเจอหน้าก็ถามอย่างหงุดหงิดว่าคราวนี้สายเพราะใคร เขาหรือแฟน

ษาในชุดกระโปรงยาวไม่ได้ยินเพราะมัวก้มดูชายกระโปรงที่เกี่ยวอะไรเข้า ได้ยินไวณิกหันมาบอกว่า "ษา นี่พี่ชายผมครับ" เธอสะดุดพรมเสียหลักพุ่งเข้าไปทางวิศเวศพอดี วิศเวศจับตัวไว้ มองหน้ากันตะลึงค้างไปทั้งสองคน

ไวณิกรีบเข้าประคองษาออกมา แนะนำแก่พี่ชายว่า

"อัญชิสาครับพี่ เธอเป็นพนักงานที่โรงงานของเรา"

วิศเวศจ้องมองษาอย่างจับสังเกตถามเหมือนจับพิรุธว่า

"อัญชิสาหรือ...นามสกุลล่ะ"

"ธรรมบรรจงค่ะ อัญชิสา ธรรมบรรจง" ษาตั้งสติแทบไม่ทัน เงยหน้าสบตาเขาพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น "เป็นเกียรติมากที่ได้รู้จักคุณวิศเวศค่ะ"

"เรานั่งคุยกันดีกว่านะครับ" ไวณิกเอ่ยชวนด้วยความเร่าร้อนอยากให้พี่ชายช่วยเต็มที่

ooooooo

เมื่อพากันนั่งแล้ว ไวณิกแนะนำแก่วิศเวศว่าตั้งแต่เขามาอยู่ที่โรงงานนี้ ก็มีษานี่แหละที่คอยแนะนำช่วยเหลือทุกอย่าง วิศเวศยังจับจ้องษาไม่วางตา ถามอย่างละเอียดยิบว่าเป็นคนที่ไหน ไวณิกทำท่าจะตอบ ถูกเบรกว่า "แกยังไม่ต้องพูด"

ษาโกหกว่าตนเป็นคนโคราชเพิ่งย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ เมื่อห้าหกปีที่แล้ว วิศเวศถามอย่างจับผิดว่างั้นพ่อแม่เธอก็เป็นคนโคราชใช่ไหม แล้วเธอเรียนที่ไหน จบอะไรมา มีฝาแฝดหรือเปล่า

ษาตอบได้เนียนๆว่าตนเรียนจบมอหกแล้วไม่ได้เรียนต่อ เป็นลูกสาวคนเดียว ยังถูกวิศเวศย้ำถามว่าแน่ใจนะ ทำให้ไวณิกอึดอัดรู้สึกพี่ชายบีบคั้นษามากเกินไป เลยชวนสั่งอาหารกันดีกว่า ทานไปคุยไป

แต่วิศเวศไม่สนใจ ถามษาอีกว่า "เธอรู้จักผู้หญิงที่ชื่ออรุษา พิทักษ์ชนรึเปล่า" ไวณิกถามแทรกขึ้นว่าเป็นใครหรือ ถูกพี่ชายเอ็ดว่า "ฉันถามแฟนแก!"

ษาได้ทีรีบชี้แจงว่าตนไม่ใช่แฟนไวณิก อย่าเข้าใจผิด ตนแต่งงานและมีลูกแล้วด้วย ทำเอาทั้งไวณิก และวิศเวศอึ้ง

ษารีบฉวยโอกาสขอตัวอ้างว่าลูกชายไม่ค่อยสบาย ว่าแล้วลุกเดินอ้าวไปเลย

ไวณิกรีบตามไป ส่วนวิศเวศยังอึ้งไม่หาย แต่ไวณิกตามไปก็แค่ทันเห็นษาขึ้นแท็กซี่บึ่งหนีไปแล้ว

ooooooo

กลับถึงห้องเช่าด้วยความตื่นตระหนกจนไข่ตุ๋นชมว่าวันนี้แม่สวยเหมือนนางฟ้า ษาก็ไม่สนใจ เร่งให้รีบเก็บของจะย้ายหนี ชิดชมถามว่าจะไปไหน หรือว่าพ่อไข่ตุ๋นตามมาไถเงินอีก ษาขอร้องว่าไม่เกี่ยวกับพี่ติแต่อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลย พลางก็รีบไปค้นลิ้นชักหยิบกล่องออกมาใบหนึ่ง

แล้วษาก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อชิดชมเห็นไข่ตุ๋นที่กำลังเร่งเก็บหนังสือเรียนมีเลือดหยดจากจมูกติ๋งๆ ษาตกใจจนกล่องหลุดจากมือ รูปในกล่องกระจายที่พื้น เป็นรูปถ่ายคู่ระหว่างษากับวิศเวศสมัยที่ทั้งคู่เรียนอยู่ที่เชียงใหม่นั่นเอง!

เมื่อพาไข่ตุ๋นไปโรงพยาบาล หมอตรวจแล้วบอกว่าถ้าจะวินิจฉัยสาเหตุให้ชัดเจนคงต้องตรวจเลือด แต่ขั้นต้นนี้สงสัยว่าเป็นโรคเกล็ดเลือดต่ำกว่าปกติหรือที่เรียกว่า ไอทีพี. ส่วนการรักษาคงต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง

คืนนี้เอง  ไวณิกก็ตามไปที่โรงพยาบาลเพราะเขาไปที่ห้องพักเจอชิดชม รู้เรื่องอาการป่วยของไข่ตุ๋นจึงรีบตามมาที่โรงพยาบาล โชคดีที่เจอหมอที่รู้จักกับคุณแม่ของเขาซึ่งเป็นแพทย์เฉพาะทาง ที่หมอทางนี้ที่เป็นลูกศิษย์โทร.ไปปรึกษาจึงมาช่วยดูให้พอดี

ษาขอร้องหมอได้โปรดรับไข่ตุ๋นไว้เป็นคนไข้ด้วย ไวณิกช่วยขอร้องอีกคน หมอตอบอย่างใจดีว่า

"คนกันเองอย่างนี้ หมอจะดูแลเป็นพิเศษเลย"

ษาโล่งใจไปมาก  ส่วนไวณิกก็ดีใจที่มีส่วนช่วยเธอเผลอกุมมือเธอไว้จนษารู้ตัวค่อยๆดึงมือออกอย่างนุ่มนวล

ooooooo

วิศเวศติดใจสงสัยเรื่องคนรักของไวณิกมาก จนดึกเมื่อไวณิกกลับมาเจอถามว่ายังไม่นอนอีกหรือ วิศเวศทำเป็นไม่พอใจถามว่า ผู้หญิงคนนั้นวิเศษมาจากไหนถึงกล้าลุกออกไปกลางคันแบบนั้น

ไวณิกจึงยอมรับว่าตนหลอกเธอมาว่าจะไปคุยเรื่องงานพอพี่ถามเรื่องส่วนตัวเธอเลยโกรธ ยอมรับอีกว่าษาไม่เคยยอมรับว่าตนรู้สึกอย่างไรกับเธอ เพราะเธอเจียมตัวว่าเป็นแค่ลูกจ้างซ้ำมีลูกติดด้วย

วิศเวศถามว่าสามีเธอเป็นใคร แล้วทำไมถึงเลิกกัน ไวณิกตอบอย่างไม่สนใจว่าตนไม่ได้ถาม สำหรับตนแล้วเรื่องนั้นไม่สำคัญ วิศเวศเลยย้ำหนักๆว่า

"สำคัญซิ สำคัญมาก คนระดับแกไม่ควรต้องใช้สินค้ามือสอง"

"พี่วิศ ษาเป็นคนดีมากนะครับ เขาช่วยชีวิตผม ไม่งั้นผมคงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้หรอก"

เมื่อวิศเวศถามว่าเป็นยังไง ไวณิกเล่าถึงตอนที่เขามารับงานที่นี่ใหม่ๆว่าเกือบถูกเครนทับตาย โชคดีที่ษาช่วยไว้ทัน ตอนนั้นเขาล้มไปลืมตาขึ้นมาเบลอๆ เห็นษาจับตัวเขาเขย่าให้รู้สึกตัว แต่เขาก็หมดสติไปอีก

ฟังแล้ววิศเวศมองว่า นั่นอาจจะเป็นวิธีอ้อมๆที่เอาชนะใจเขาได้มากกว่าวิธีตรงๆ

ทั้งสองโต้เถียงกัน   เมื่อไวณิกยืนยันว่าษาไม่ใช่คน

อย่างนั้นหาว่าพี่ชายอคติกับเธอเพียงเพราะเธอไม่ใช่ไฮโซ วิศเวศยืนยันว่าผู้หญิงจนๆก็หิวเงินจ้องจับผู้ชายอย่างเขาทั้งนั้น ผู้หญิงแบบนี้มองปราดเดียวก็ดูออกแล้ว

"ผู้หญิงไม่ได้เป็นอย่างนี้ทุกคน" ไวณิกชักโกรธ

"แต่ผู้หญิงคนนี้เป็น ฉันรู้จักผู้หญิงอย่างนี้ดี มีทั้งลูกมีทั้งผัว   ถ้าผัวเก่าเขามาเล่นงานแก   แกจะทำยังไง"   วิศเวศเสียงแข็ง

"พี่วิศอคติ พี่ไม่รู้จักษาอย่ามาพูดดีกว่า ผู้หญิงอื่นเคยทำอะไรพี่ไว้ผมไม่รู้ แต่อย่ามาเหมาว่าษาจะเป็นอย่างนั้น" ไวณิกโมโหเดินออกไป วิศเวศก็โมโหทำอะไรไม่ได้เลยนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น

ooooooo

ษามาเฝ้าไข่ตุ๋น เห็นหลับปุ๋ยก็ลูบผมหนูน้อยด้วยความสับสนว้าวุ่นกับเรื่องที่ประดังประเดเข้ามา ไหนไข่ตุ๋นจะป่วย ไหนจะถูกวิศเวศจับผิด เธอจะเอาตัวรอดได้สักกี่น้ำ พึมพำภาวนา

"อย่าเป็นอะไรมากเลยนะไข่ตุ๋น ตอนนี้แม่ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว...ในที่สุดสิ่งที่แม่กลัวที่สุดในชีวิตก็มาถึงจนได้"

ส่วนวิศเวศ เมื่อกลับไปทบทวนเรื่องราวที่ห้องนอน ก็ยิ่งสงสัย บอกกับตัวเองอย่างมุ่งมั่นว่า

"ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเธอเป็นใครกันแน่"

เช้าวันรุ่งขึ้น ษาจูงไข่ตุ๋นไปที่ห้องเด็กมีของเล่นอยู่ มากมาย เธอบอกไข่ตุ๋นว่าคุณพยาบาลบอกให้อยู่ในห้องนี้จนกว่าแม่จะมาหา ถามว่าอยู่ได้ไหม ไข่ตุ๋นตอบเสียงใสว่าได้ ไข่ตุ๋นไม่เหงาหรอก แล้ววิ่งไปหยิบลูกบอลเล่นให้ษาดู แต่พอษาเดินออกไปไข่ตุ๋นก็หน้าจ๋อยลง

ส่วนที่บ้านวิศเวศ ไวณิกมาที่โต๊ะอาหารจึงรู้จากปานที่เป็นแม่บ้านว่าวิศเวศออกไปโรงงานตั้งแต่เช้าแล้ว ไวณิกใจหายวาบข้าวปลาไม่เป็นอันกิน ลุกได้ก็เดินอ้าวไปขับรถออกจากบ้านทันที

ooooooo

วิศเวศให้สันต์พาไปตรวจแผนกงานต่างๆจนถึงห้องที่ษาทำงาน สันต์แนะนำแก่ทุกคนว่า

"นี่คุณวิศเวศ ท่านเป็นประธานฝ่ายบริหารของบริษัท และก็เป็นพี่ชายคุณไวณิกท่านผู้จัดการใหญ่ด้วย"

ษานั่งตัวแข็งทื่อพยายามก้มหน้างุด วิศเวศเองก็ทำเป็น ไม่สนใจทำเป็นถามโน่นถามนี่แล้วเดินผ่านไป

ษาตัดสินใจเขียนใบลาออกจากงาน ชิดชมไม่ยอมให้ ลาออกเตือนเธอว่าเวลานี้ไข่ตุ๋นไม่สบายรายจ่ายยิ่งมากขึ้นลาออกไปจะเอาเงินที่ไหนใช้ ษาพูดได้แค่ว่า "เธอไม่เข้าใจหรอก"

"ใช่ ฉันไม่เข้าใจ แล้วก็จะไม่ยอมให้เธอหอบไข่ตุ๋นไปตกระกำลำบากอีก" พอษาจะแย้ง ชิดชมก็ขัดขึ้นว่า "ไม่มีแต่ สองปีก่อนถ้าเธอไม่บังเอิญมาเจอพ่อฉันเป็นลมอยู่กลางถนนแล้วพาส่งโรงพยาบาล ตอนนี้ฉันก็กลายเป็นกำพร้าไปแล้ว

นับแต่นั้นมาฉันก็ถือว่าเธอเป็นญาติสนิทนะษา ฉันจะช่วยเธอจนถึงที่สุด"

ษาพูดไม่ออกได้แต่ทำหน้าลำบากใจ

ส่วนวิศเวศหลังจากดูงานแผนกต่างๆแล้วถามเจาะเรื่องของษา สันต์เล่าความสัมพันธ์กับษาให้ฟัง วิศเวศสรุปว่า แสดงว่าสันต์รับษาเข้ามาทำงานเพราะความสัมพันธ์ส่วนตัวใช่ไหม สันต์รับรองว่าษาเป็นคนขยัน เรียนรู้งานเร็วมาก ทำงานก็หนักเอาเบาสู้

"แต่ผมว่าตำแหน่งระดับนี้ควรจะจบปริญญาตรีหรือ ปวส. ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าปัญหาของที่นี่คืออะไร ผมคงต้องมาช่วยนายไวอีกแรง ผมอยากเดินดูโรงงานให้ทั่วแล้วค่อยมาคุยกันว่าจะเริ่มตรงไหน"

วิศเวศทำทุกอย่างด้วยความมุ่งมั่นที่จะรู้ให้ได้ว่า "ษา" คนนี้เป็นใครกันแน่

ooooooo

ไผ่ หนุ่มในโรงงานที่เป็นคนบ้านเดียวกับสร้อย เขาไม่ชอบนิสัยทะเยอทะยานขี้อิจฉาของสร้อย แต่มาแอบชอบษา ยิ่งเมื่อษาช่วยสอนภาษาอังกฤษให้จนสามารถ สื่อสารกับนายช่างฝรั่งได้ไผ่ก็ยิ่งชื่นชม วันนี้เลยซื้อของขวัญเล็กๆมาให้หาเรื่องมาใกล้ชิดษาด้วย ษาขอไม่รับของขวัญ แต่ขอยืมโทรศัพท์มือถือเพราะจะโทร. ไปไถ่ถามอาการของไข่ตุ๋น

ไวณิกรีบมาที่โรงงานเจอสร้อยกับนิดหลบมาเม้าท์กันมันปากที่มุมหนึ่งหลังร้าน ไวณิกเข้าไปถามว่าเห็นพี่ชายตนไหม สองสาวงงไม่รู้ว่าเป็นใคร พอไวณิกบอกว่าผู้จัดการสันต์พา เขาตรวจโรงงานอยู่เห็นหรือเปล่า สร้อยเลยชี้ให้ดูบอกว่าไปทางโน้น

วิศเวศไปเจอษากำลังโทรศัพท์สอบถามอาการของไข่ตุ๋นพอดี เขานิ่งฟังจนเธอพูดเสร็จจึงพูดเสียงเข้มขึ้นว่า

"เท่าที่รู้ โรงงานนี้มีกฎห้ามโทรศัพท์เรื่องส่วนตัวในเวลางาน"

ษาตกใจรีบขอโทษและพยายามจะเลี่ยงไป ถูกวิศเวศดักคอว่าทำผิดแล้วจะหนีไปง่ายๆหรือ ษาบอกว่าตนจะรีบไปทำงาน เขาจะลงโทษตามกฎของโรงงานยังไงก็แล้วแต่เขา

วิศเวศกลับถามอย่างหาเรื่องว่ากลัวตนหรือ ษาย้อนถามว่าทำไมต้องกลัว พอวิศเวศถามว่าแล้วทำไมต้องลาออก ษาอ้างว่าลูกตนไม่สบายต้องไปดูแลลูก

"ไม่ใช่คิดจะเรียกร้องความสนใจจากน้องชายฉันเหรอ" วิศเวศจ้องหน้าถาม

"ฉันขอยืนยันนะคะว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับคุณไวณิก แต่เขาจะคิดยังไงฉันไม่ทราบ"

"ฟังดูแล้วน้องชายของผมมันดูช่างไร้ค่า ไม่คู่ควรกับผู้หญิงอย่างเธอจริงๆเลย อรุษา!"

ษาชาวูบไปทั้งตัวพยายามควบคุมอารมณ์เต็มที่ข่มเสียงให้เป็นปกติบอกเขาว่า

"ฉันชื่ออัญชิสาค่ะ คุณจำผิดแล้ว"

วิศเวศสั่งให้เธอเงยหน้าขึ้น เธอทำเฉย เขาสั่งดุดัน "ฉันบอกให้เงยหน้า"

ทันทีที่ษาเงยหน้าขึ้น ภาพในอดีตก็แจ่มชัดขึ้นในความทรงจำ ครั้งนั้น ษาเงยหน้าขึ้นยิ้มหวานเรียกเขา "พี่วิศ"

ชายหนุ่มประคองหน้าเธอขึ้นมา

แต่เวลานี้ นาทีนี้ ษาเงยหน้าขึ้นแต่มือกำแน่นไม่กล้าสบตาวิศเวศ แต่วิศเวศตกอยู่ในภวังค์เขาเอามือจับแก้มเธอเบาๆ และแล้วเสียงโทรศัพท์ก็กระชากเขาจากภวังค์ ชายหนุ่มสะดุ้งถอยออกมาแล้วเดินไปเลย ปล่อยให้ษายืนตัวแข็งทื่อ ก่อนที่จะรูดลงเป็นลมหมดสติไปตรงนั้น

วิศเวศเดินดุ่มๆไปสวนกับไวณิกที่เดินอ้าวเข้ามา

เขาเรียกแต่พี่ชายไม่ได้พูดอะไรด้วย มองเขาแวบหนึ่งแล้วเดินผ่านไปเลย

ไวณิกมองไปข้างหน้าจึงเห็นษานอนอยู่ที่พื้น เขาถลาเข้าไปประคองเธอขึ้นมาแล้วอุ้มพาไปห้องพยาบาล ได้รับการปฐมพยาบาลครู่หนึ่งเธอรู้สึกตัวถามว่า "ฉันเป็นอะไร"

ไวณิกบอกว่าเธอเป็นลม ตนตกใจแทบตาย หน้าเธอยังซีดอยู่ให้นอนพักก่อน ษาบอกว่าตนไม่เป็นไรแล้ว คงเพราะเมื่อคืนนอนน้อยไปเท่านั้น

"พี่วิศเขามาข่มขู่คุณใช่ไหม" ไวณิกถามอย่างรู้นิสัยพี่ชายดี

เมื่อษาปฏิเสธไวณิกไม่เชื่อยํ้าชัดลงไปอีกว่าพี่ชายต้องมาขู่ให้เธอเลิกกับตนแน่ๆ ษารีบแก้เพราะไม่อยากให้พยาบาลเข้าใจผิดว่า

"คุณไวณิกคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ" ทำให้ไวณิกหน้าเจื่อนแก้เป็นว่าหมายถึงเลิกยุ่งเกี่ยวกัน ษายํ้าอีกครั้งว่า "ที่จริงมันก็ควรเป็นอย่างนั้น ฉันต้องไปทำงานแล้ว ขอบคุณค่ะ"

ษาลุกเดินไปเลย เธอขอบคุณพยาบาลขณะเดินผ่าน ไวณิกพยายามเรียกแต่เธอไม่สนใจ เขาเลยพานโมโหวิศเวศหนักขึ้นไปอีก

ooooooo

ตอนที่ 2

ลูซี่สาวลูกครึ่งวัย 25 บุตรีของท่านชายอภินพกับแหม่ม วันนี้เธอมีเดทกับวิศเวศชายหนุ่มที่เธอรักด้วยความจริงใจหมดหัวใจ เธอแต่งตัวเสร็จจะเอาสร้อยเพชรมาใส่ปรากฏว่าหายไป เธอฉุกคิดอะไรได้ วิ่งลงไปถามพ่อ ปรากฏว่าถูกพ่อเอาไปใช้หนี้เสี่ยแล้ว

ลูซี่ถามว่าตนจะออกเดทกับวิศเวศแล้วจะให้เอาอะไรใส่ติดตัวไป อภินพพูดหน้าตาเฉยว่าก็ให้วิศเวศซื้อให้ใหม่เอาให้ เส้นใหญ่กว่าเดิม ลูซี่บอกว่าตนจะไม่ขออะไรจากเขาอีกแล้ว ก็ถูกพ่อขู่ว่า

"ก็เอาซิ ไม่นานบ้านนี้ก็จะถูกยึด แกกับฉันก็จะกลายเป็นเจ้าไม่มีศาล ถึงเวลานั้นเขาก็ไม่อยู่ให้แกขอหรอก"

เสียงแตรรถดังขึ้น ทั้งคู่ชะงัก เมื่อลูซี่จะออกไป อภินพ ส่งเอกสารให้ย้ำว่า

"เอาให้เขาดูแล้วก็ทำให้เขาตกลงซื้อที่แปลงนี้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้แกต้องไปหาเสี่ยสาครกับฉัน"

แต่หลังจากวิศเวศพาลูซี่เปิดห้องในโรงแรมหรูอยู่ด้วยกันแล้ว ก่อนกลับเขาบอกว่าจะให้รถที่โรงแรมไปส่งพร้อมกับมอบบัตรเครดิตเสริมให้เธอไว้ใช้ แต่พอลูซี่เอาเอกสารเกี่ยวกับที่ดินให้ เขารับไปบอกแค่ว่าแล้วว่างๆจะดูให้ จากนั้นก็เดินออกไปเลย ลูซี่ได้แต่น้อยใจเสียใจที่เขาทำเหมือนไม่เห็นค่าของตน

ooooooo

ส่วนไข่ตุ๋นหมอตรวจอย่างละเอียดแล้วลงความเห็นว่าเป็นโรคเกล็ดเลือดต่ำกว่าปกติแต่ไม่ต้องตกใจถ้ารักษาอย่างสม่ำเสมออาจหายขาดได้ภายใน 2–3 เดือน

เมื่อษารับไข่ตุ๋นจะพากลับบ้านไปเคลียร์ค่าใช้จ่ายที่ ห้องยาและแผนกการเงิน ยอดสูงถึงสองหมื่นสามพันห้าร้อยบาท เธออึ้งไปนิดหนึ่งแล้วต่อรองขอผ่อนจ่ายได้ไหม ปรากฏว่าไวณิกมาจ่ายให้หมดแล้ว เธอเพียงแต่เซ็นชื่อในใบเสร็จก็เรียบร้อย

พอกลับถึงห้องเช่า ษาโทร.ไปหาไวณิกเพื่อขอบคุณและบอกว่าจะหาเงินมาคืนให้เขา ปรากฏว่าไวณิกขัดใจกับวิศเวศที่ไม่ช่วยพูดกับแม่เรื่องเขากับษา บอกพี่ชายว่าในเมื่อพี่ไม่ช่วยตนก็จะช่วยตัวเอง แล้วหุนหันออกจากห้องไป ลืมโทรศัพท์ไว้ ษาโทร.ไปเลยกลายเป็นวิศเวศรับแทน แต่เขาไม่แสดงตัวษาจึงไม่รู้ พอเขาตัดสาย ษาคิดว่าแบตหมด บอกชิดชมว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปพูดกับเขาด้วยตัวเอง

ooooooo

ไวณิกเสียใจไปเข้าผับดื่มจนเมา อติคุณไปหาเหยื่อที่นั่นพอดีเห็นเข้าก็เข้าไปเต๊าะทำทีตีขลุมว่ารู้จักกันมาก่อน ไวณิกกำลังเมาเลยเชื่อพรรณนาความรักความผิดหวังให้ฟังอย่างหมดเปลือก

เมื่อชวนกันกลับ ไวณิกควานหากุญแจรถทำกระเป๋าเงินแพลมออกมา อติคุณแอบจิ๊กไปหมายจะเอาเงินแต่พอเปิดกระเป๋าเห็นรูปของษาที่ไวณิกแอบถ่าย ความคิดอุบาทว์แวบขึ้นมาทันที แสดงความหวังดีจะขับรถให้อ้างว่าเพราะไวณิกเมามากแล้ว แต่แทนที่จะขับไปส่งที่บ้านเขา กลับพาไปส่งที่ห้องเช่าของษา วางร่างไวณิกกองไว้หน้าห้องแล้วเคาะประตู จากนั้นหลบไปแอบดู

ครู่หนึ่ง ษาตื่นขึ้นมาเปิดประตูเจอไวณิกนอนอยู่เลยช่วยประคองเข้าไปในห้อง อติคุณยิ้มสะใจที่แผนให้ษาจับเศรษฐีของตนสำเร็จง่ายดาย

จนเช้า วิศเวศรู้จากแม่บ้านว่าเมื่อคืนไวณิกไม่กลับบ้านและปกติก็ไม่เคยเป็นอย่างนี้ เขาเลยเข้าไปดูในห้อง เห็นรูปของษาที่ไวณิกแอบถ่ายใส่กรอบวางอยู่ ฉุนขึ้นมาเลยสั่งแม่บ้านเอาไปทิ้งให้หมด แม่บ้านปฏิบัติตามงงๆ

เมื่อกลับห้องตัวเองวิศเวศหยิบรูปของษาที่ถ่ายสมัยเรียนขึ้นมาดู แต่มันเหลือเพียงซีกเดียวอีกซีกถูกไฟเผาไปแล้ว พอดีโน้ตบุ๊กที่เปิดไว้มีสัญญาณขึ้นมาเขาจึงไปกดดู

ที่จอปรากฏภาพของวิมาลาแม่ของเขาเอง วิมาลาต่อว่าที่เขากลับกรุงเทพฯไม่บอกกันเลย แล้วแสดงความเป็นห่วงไวณิกว่าไม่ทันคนเรื่องผู้หญิง แต่คราวนี้แม่จะแนะนำน้องฝนลูกสาวประธานหอการค้าให้รู้จักไว้เพราะทั้งสวยทั้งเก่งเพิ่งจบดีไซน์ โดยจะบินจากฝรั่งเศสกลับมาด้วยกัน

จากการคุยกับแม่ ทำให้วิศเวศคิดถึงอดีตที่เขาคบหากับอรุษา ทั้งคู่รู้จักกันเมื่อตอนที่ไปออกค่ายโครงการสร้างฝายกั้นน้ำที่ อ.แม่แจ่ม ตอนนั้นษาเรียนอยู่คณะมนุษยศาสตร์ปี 4 และตัวเขาเองเรียน ป.โท เป็นคนออกแบบฝายนั้นด้วย แม้ความสัมพันธ์ตอนนั้นจะจิกๆกัดๆกัน แต่พอกลับมาที่ ม.เชียงใหม่ ความสัมพันธ์ก็พัฒนา

วันที่ทั้งสองไปลอยโคมด้วยกัน วิศเวศถามษาว่า

อธิษฐานว่าอะไร  เธอไม่ตอบแต่กลับถามเขาว่า  "แล้วพี่วิศล่ะคะ อธิษฐานว่าอะไร"

"พี่ขอให้ษารักพี่เหมือนที่พี่รักษา แล้วอยากอยู่กับษาตลอดไป แต่ไม่รู้ว่าคำขอของพี่จะเป็นจริงหรือเปล่า"

อรุษายิ้มแล้วช่วยกันปล่อยโคมลอยขึ้นฟ้า  จากนั้นเธอจึงบอกเขาว่า

"เมื่อกี้ษาไม่ได้อธิษฐานอะไร แต่ษาฝากโคมไปบอกพระจันทร์ว่า...ษารักพี่วิศคนเดียวค่ะ"

วิศเวศดีใจมากบอกเธอว่ากลับไปจะไปขอคุณแม่เมื่อเธอเรียนจบเราจะแต่งงานกันทันที

ooooooo

แต่เมื่อกลับไปบอกแม่จริงๆ กลับถูกแม่ปฏิเสธ เขาตัดสินใจออกจากบ้าน บอกแม่ว่า

"ผมกับษาจะอยู่กันอย่างมีความสุขให้ทุกคนเห็นโดยไม่พึ่งพาเงินของแม่"

เขาไปเบิกเงินในธนาคารหมดและปิดบัญชี จากนั้นเอาเงินไปที่หอพักษาที่เชียงใหม่ เอาเงินมากองแจกแจงว่า ก้อนนี้เอาไว้ทำทุน ก้อนนี้เอาไว้เป็นค่าเช่าบ้าน และก้อนโน้นเอาไว้งานแต่งงาน

ระหว่างนั้นเอง อติคุณออกจากห้องน้ำ พอสองชายเห็นกันต่างก็เขม่นกันถามว่าอีกฝ่ายเป็นใคร วิศเวศสะอึกจะเข้าไปเล่นงานอติคุณ ถูกฝ่ายโน้นถีบเสียหลักแล้วคว้าขวดแก้วฟาดหัววิศเวศลงไปกอง

อติคุณตกใจทิ้งขวดจะวิ่งหนี เหลือบเห็นเงินก็หันไปโกยเข้ากระเป๋าแล้วยังตรงไปปลดเครื่องประดับมีค่าของวิศเวศไปด้วย เขาบังคับพาษาหนีไปด้วยกัน ระหว่างที่ทั้งสองขึ้นรถนั้น วิศเวศโผเผออกมาดูที่ระเบียง เขาเจ็บปวดหัวใจแทบสลายเมื่อเห็นษาขึ้นรถไปกับอติคุณ

วิศเวศไปโรงพยาบาลในสภาพเลือดกรังที่หัว หลังจากทำแผลแล้ว วิมาลามายืนเกาะเตียงตำหนิ

"ฉันเตือนแกแล้วว่านังแพศยานั่นมันจะหลอกแก ตอนนี้ มันหอบเงินของแกไปกับชู้แล้ว แกมันโง่!"

เมื่อรักษาตัวจนปลอดภัยแล้ว วิศเวศกลับมาที่ห้องเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับษา  โดยเฉพาะรูปถ่ายไปเผาไฟ แต่รูปใบสุดท้ายที่โยนเข้ากองไฟนั้น เขาเกิดทำใจไม่ได้ขึ้นมา หยิบรูปออกมาดับไฟ จึงเหลือรูปอยู่เพียงครึ่งใบ

รูปนั้น...คือรูปนี้ที่อยู่ในมือเขานั่นเอง!

ooooooo

วิศเวศขับรถไปที่โรงงานเพราะจำได้ว่าสันต์เคยบอกว่าษาพักอยู่ที่บ้านพักคนงาน เขาให้ยามพาไปห้องษา เจอแต่ไข่ตุ๋นงัวเงียลุกขึ้นมา

ษาไปซื้อโจ๊กกับน้ำเต้าหู้กลับมาพอเข้าไปในห้องเห็นวิศเวศอุ้มไข่ตุ๋นออกจากห้องน้ำ เธอตกใจจนถุงโจ๊กกับน้ำเต้าหู้หล่นแตกกระจาย ถามเสียงปร่าว่าเข้ามาในห้องตนได้ยังไง ไข่ตุ๋นเล่าเสียงใสว่า

"คุณลุงคนนี้มาหาแม่แต่ไข่ตุ๋นปวดอึ คุณลุงเลยพาเข้าห้องน้ำ"

"เมื่อคืนนายไวมาที่นี่ใช่ไหม" วิศเวศถามตรงๆ ขึงขัง พอษาอึกอักก็ถูกเขาคาดคั้น

แต่ไม่ว่าเขาจะคาดคั้นอย่างไร เธอก็ยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่รู้ไม่เห็น ขณะนั้นเอง วิศเวศเหลือบเห็นเข็มขัดของไวณิก ตกอยู่ข้างเตียง เขาทำไม่รู้ไม่ชี้เดินกลับไป จนเมื่อษามาทำความสะอาดห้องเห็นเข็มขัดเข้า เธออึ้งไปนาน ใจคอไม่ดีที่มีหลักฐานของไวณิกอยู่คาตา

ที่แท้ษาให้ไวณิกนอนที่ห้อง แต่เขาร้อนถอดเข็มขัดวางไว้ข้างตัว ษาสงสารเลยตามชิดชมให้มาช่วยรับไวณิกไปอยู่ที่บ้านเธอ

ooooooo

ไวณิกตื่นขึ้นมาจึงรู้ว่ามาอยู่บ้านชิดชม แต่มาได้อย่างไรเขาไม่รู้ เขาบอกชิดชมว่าอยากกลับบ้านไปอาบน้ำจะได้ไปทำงาน ชิดชมเลยให้ซ้อนจักรยานพาไปเอารถที่จอดทิ้งไว้

พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จไวณิกรู้สึกว่าของสำคัญในห้องหายไป ถามวิศเวศที่เข้ามาในห้องว่ารูปหายไปไหน วิศเวศชูรูปให้ดูบ่นว่าน่าจะใส่กรอบแพงกว่านี้เพราะมันไม่แมตช์กับห้องนอนนี้เท่าไรนัก

ไวณิกไม่สนใจเพราะขอแต่มีรูปของษาเขาก็รู้สึกว่าห้องนี้น่าอยู่แล้ว เอารูปไปวางที่เดิม

วิศเวศบอกว่า "เมื่อเช้าแม่โทร.มาบอกว่าหาผู้หญิงที่เหมาะกับแกไว้ให้แล้ว กำลังจะพามาให้รู้จัก"

"แต่ผมมีคนรักอยู่แล้วพี่ก็รู้"

วิศเวศยักไหล่บอกว่าตนรู้แต่แม่ไม่รู้ให้บอกกันเอาเองก็แล้วกัน ทำให้ไวณิกกลุ้มใจอ้อนวอนพี่ชายให้ช่วยอีก วิศเวศจะช่วยแต่มีข้อแม้ว่าต้องยอมให้ตนทดสอบษาด้วยตัวเอง ทำให้ ไวณิกลังเล  ถามว่าจะทดสอบอย่างไร  ก็ได้รับคำตอบแบบตัดบทว่า

"ฉันคงไม่ต้องมาแจกแจงให้แกฟังหรอกนายไว ที่สำคัญฉันมีเงื่อนไขว่าแกห้ามเข้ามายุ่งเด็ดขาด"  พูดแล้วทำท่าจะเดินไปอย่างไม่สนใจคำตอบ จนไวณิกไปดักบอกว่าตกลง วิศเวศจึงยิ้มอย่างสมใจ

ooooooo

บ่ายวันรุ่งขึ้น ษาไปหาไวณิกที่ห้องทำงานของเขา กลายเป็นเจอวิศเวศเพราะไวณิกไม่เข้าโรงงาน เมื่อไม่เจอไวณิกเธอจะกลับก็ถูกประชดว่า เธอตั้งใจจะรบกวนไวณิกคนเดียวหรือ รบกวนกันมากี่หนแล้ว ษาฉุกคิดถามว่าเรื่องเงินหรือ ตนไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียว ไวณิกมาจ่ายค่ารักษาลูกให้เอง

"งั้นวันนี้เธอก็คงเอาเงินมาคืนซิ" วิศเวศบีบคั้น ษาจึงขอผัดไปอีกสองวันแล้วจะออกไป ปรากฏว่าวิศเวศไม่ให้ออก โยนแฟ้มประวัติของเธอให้ดูถามว่าทำไมไม่มีอะไรเลย ทั้งหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน หลักฐานการศึกษา

ษาใจหายแต่ปดไปว่าตนทำหายเลยยังไม่ได้เอามาให้ใหม่ ตัดสินใจบอกเขาว่ายินดีรับผิดชอบในความบกพร่องนี้ด้วยการลาออก วิศเวศบีบคั้นเธอด้วยการจะให้สันต์ออกเพราะเป็นคนรับเธอเข้าทำงาน

ษาร้อนใจมากคิดหาทางหาเงินมาคืนให้ ไปกดเอทีเอ็มก็เหลือเงินไม่กี่บาท ตัดสินใจโทร.ไปขอยืมสร้อยที่ทำตัวเป็นนายทุนเงินกู้ในโรงงาน

ดีที่ชิดชมมาเจอเลยขวางไว้ไม่ให้ษายืมเพราะดอกเบี้ยโหดมาก เลยเกิดปากเสียงกับสร้อยถึงขั้นจะลงมือลงไม้กัน ดีที่สันต์กับ รปภ.มาระงับเหตุได้ทัน ชิดชมปดพ่อว่าเราแค่ซ้อมมวยปล้ำกันเท่านั้น สร้อยเองก็ไม่อยากมีปัญหาเลยพยักหน้าผสมโรงไปด้วย

ษายอมรับกับชิดชมที่เตือนเพื่อนรักว่าอย่าไปยุ่งกับสร้อยอีกว่า  ที่ตนทำก็เพราะชิดชมเคยแนะนำว่าให้เลิกหนีให้ลุกขึ้นสู้ ตนก็เลยอยากแก้ปัญหาหนี้คุณไวณิกให้เรียบร้อย

ชิดชมแนะนำให้ไปขอกู้ที่ "สวัสดิการเงินกู้พนักงาน" ของโรงงานแทน

ooooooo

ฝ่ายวิศเวศหาทางที่จะทดสอบพิสูจน์ษาแบบจับให้มั่นคั้นให้ตาย วันนี้เขาลงไปทานอาหารในโรงอา-หารพนักงาน แกล้งใช้ษาไปสั่งผัดซีอิ๊วให้ เพราะสมัยเรียนเขาเคยให้ษาช่วยเลือกผักคะน้าออกจากผัดซีอิ๊ว ให้ แต่ษาก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ยกไปให้ทั้งจาน ทั้งที่รู้ว่าถูกแกล้งแต่วิศเวศก็ทำอะไรเธอไม่ได้

รุ่งขึ้นลูซี่ไปหาวิศเวศที่ห้องทำงาน วิศเวศนึกว่าเธอมาเรื่องที่พ่อเธอเอาบัตรเสริมของเขาไปรูดแล้วไม่ผ่าน  เมื่อกรรู้เรื่องจึงจัดการให้ วิศเวศบอกลูซี่ว่ากรเคลียร์กับทางแบงก์และเพิ่มวงเงินให้แล้ว ลูซี่หอมแก้มขอบคุณเขา

ษาเอากาแฟเข้ามาพอดี เธอตกใจ และยิ่งไม่สบายใจเมื่อถูกวิศเวศตำหนิว่าจุ้นจ้าน แต่พอเธอจะออกไปเขากลับเรียกไว้ เป็นจังหวะที่ลูซี่ออกไปทำธุระข้างนอกห้องพอดี วิศเวศตำหนิเธออีก แล้วทวงเงินที่ไวณิกจ่ายไป ย้ำว่าเธอขอเวลาสองวันไม่ใช่หรือ ให้รีบเอามาคืนเสีย

"ได้ค่ะ ฉันจะหามาให้ครบทุกบาททุกสตางค์"

พอดีลูซี่กลับเข้ามาษาจึงรีบเลี่ยงออกไป

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น วิศเวศยังกัดไม่ปล่อย สั่งสันต์

ให้ตามอัญชิสามาพบ เขารู้ว่าษากู้เงินกองสวัสดิการสามหมื่นบาทเพราะเขาต้องเซ็นอนุมัติ แต่ครู่หนึ่งชิดชมเดินเข้ามา เขาถามดุๆว่ามีธุระอะไร ชิดชมกลัวจนแทบกลั้นใจตายตรงนั้น เธอมาบอกว่าษาไม่อยู่

เมื่อคืนไข่ตุ๋นป่วยหนักจึงต้องพาไปส่งโรงพยาบาลและเฝ้าอยู่ที่นั่น

พอชิดชมกลับมาที่ห้องโถง ปรากฏว่าไวณิกแอบมาเพื่อจะพบษา เขาบอกว่าถูกพี่ชายแกล้งใช้ไปตรวจงานที่พระประแดงเพื่อกันไม่ให้มาที่นี่ ไวณิกเกือบถูกวิศเวศจับได้ กระซิบบอกชิดชมว่า ถ้าวิศเวศจับได้ทุกอย่างจบแน่ แล้วไวณิกก็ฝากชิดชมบอกษาด้วยว่าคิดถึงแล้วรีบไปเลย

วิศเวศขับรถไปจับเท็จษาถึงที่ห้องพัก  เขาซุ่มดู  เห็นไผ่ ที่ช่วยษาพาไข่ตุ๋นไปส่งโรงพยาบาลและพากลับมาห้องพัก ษาขอบคุณด้วยความซึ้งใจ ไผ่ปลื้มปีติมากที่ได้ใกล้ชิดและช่วยษา พอออกจากษาก็ร้องเพลงอย่างครึ้มใจ

วิศเวศดูทั้งสองหน้าเครียด ยิ่งเข้าใจผิดและเกลียดษามากขึ้นไปอีก

ooooooo

เมื่อชิดชมได้เจอกับไผ่  เล่าให้ไผ่ฟังว่าช่วงนี้ษามีแต่เรื่องไม่สบายใจ เพราะไข่ตุ๋นไม่สบายเลยต้องไปกู้เงินสวัสดิการซึ่งคนอื่นผ่านหมดแล้วแต่ของษายังไม่ผ่านคนเดียว

เมื่อษารู้จากชิดชมว่าเมื่อวานวิศเวศเรียกไปพบสงสัยเกี่ยวกับเงินกู้ ษาตัดสินใจเข้าไปหาวิศเวศขอคำอธิบายที่กู้ไม่ผ่าน เขาบอกให้เธอเอาหลักฐานสำคัญทุกอย่างมาแสดงถึงจะให้กู้ได้ เมื่อษาอึ้งไปเขาเย้ยว่า

"เธอทำตัวของเธอเองทั้งนั้น คนอย่างฉันไม่ใช้ความรู้สึกมาตัดสินหรอกนะ อ้อ อีกอย่างอย่าประเมินตัวเองสูงไปนัก เธออาจจะดูน่าสนใจสำหรับนายไวแต่ไม่ใช่สำหรับฉัน"

ษากลั้นน้ำตา ทั้งเจ็บใจที่ถูกว่า ทั้งเสียใจที่กู้เงินไม่ได้ แต่พอออกมาไผ่ก็ดักเอาเงินมาให้ ษาปฏิเสธบอกให้ไผ่เก็บไว้ก่อนถ้าจำเป็นจริงๆแล้วจะเอ่ยปาก จะคิดถึงเขาเป็นคนแรกเลย

ไผ่ซึ้งใจมากยกมือแตะมือษาเบาๆด้วยความเอ็นดู แต่วิศเวศมองจากโรงอาหารกลางน้ำเห็นภาพนั้นเต็มตา ยิ่งตอกย้ำความเกลียดชังษาให้กับเขาหนักขึ้นไปอีก

ooooooo

ที่งานเลี้ยงปาร์ตี้ในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง เป็นงานเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ที่แพงที่สุดในโลก อติคุณแต่งสูทโก้หรูจะเข้าไปในงานแต่พอการ์ดขอเช็กชื่อและให้แสดงบัตรเชิญก็อ้างว่าอยู่ที่รถแล้วย้อนจะไปเอา

เจออภินพกำลังถูกนักข่าวแคะคุ้ยฐานะที่กำลังย่ำแย่ก็แทรกเข้าไปเบนความสนใจช่วยอภินพพ้นจากการถูกขุดคุ้ย จากนั้นคุยกันถึงเรื่องที่ดิน อติคุณคุยโตว่าตนสนใจไร่แถวภูเก็ต อภินพตาโตที่เจอเหยื่อ คุยโวว่าตนรู้จักกับผู้ว่าฯภูเก็ตเผื่อจะถามให้ ทั้งสองต่างวางฟอร์มคุยอวดกันทั้งที่ต่างกลวงจนโบ๋แล้ว

เหตุที่อติคุณเข้าไปในงานได้เพราะทำทีไปช่วยคนแก่

ที่ห้องน้ำแล้วล้วงบัตรเชิญเอาไปแสดงถึงได้เข้าไปวางท่าโก้ในงาน จนได้พบกับอภินพและคุยโวกันจนถูกคอ

ooooooo

วันต่อมา ไวณิกซื้อกระต่ายมาให้เป็นของขวัญษา  โดยฝากผ่านชิดชมไป  ชิดชมแกะกล่องออกดูกระต่ายกระโดดหนีผ่านหน้าวิศเวศ ไวณิกเลยบอกพี่ชายว่าตนจะเอาไปเป็นของขวัญให้ษา  วิศเวศนึกได้ว่าจะแกล้งษายังไง  เขาขอกระต่ายตัวนั้นไปมอบให้ษาเอง เพราะรู้ว่าษาแพ้ขนกระต่าย

แต่ษาก็รับกระต่ายไปอุ้มอย่างตื่นเต้นดีใจไม่มีอาการอะไรเลย ทำเอาวิศเวศงง

หารู้ไม่ว่าชิดชมบอกษาไว้ก่อนแล้วว่าไวณิกไม่ยอมถอยจากเธอแน่ๆ วันนี้ก็ไปซื้อกระต่ายจะมอบให้เป็นของขวัญ ทำให้ษารีบไปขอยาแก้แพ้ที่ห้องพยาบาลกินเข้าไปก่อน เธอจึงอุ้มกระต่ายได้สนิทมือจนวิศเวศชักลังเล

เมื่อเจอลูซี่เขาถามว่าเคยมีไหมที่คนหน้าเหมือนกันแทบจะทุกอย่าง ลูซี่พูดขำๆว่าสมัยนี้ศัลยกรรมแพร่หลายใครก็อยากสวยจนหน้าซ้ำกันไปหมดแล้ว วิศเวศฟังแล้วยิ่งมีคำถามในใจมากขึ้น

คืนนี้เขาจึงขับรถไปซุ่มดูที่แถวห้องพักของษาอีก ที่จริงษาแพ้ขนกระต่ายเริ่มหอบจึงออกมายืนที่ระเบียง แต่พอเหลือบเห็นรถของวิศเวศเธอจึงค่อยๆหลบไป วิศเวศจับผิดอะไรไม่ได้จึงขับรถกลับ

ooooooo

เมื่อทดสอบหลายครั้งยังจับพิรุธอะไรไม่ได้ วิศเวศโทร.สั่งกรให้กลับมาด่วนตนมีงานให้ทำ เป็นดึกคืนเดียวกับที่อภินพถูกนักเลงทวงหนี้ลากมาซ้อมที่หน้าบ้าน ลูซี่เห็นพ่อถูกซ้อมทนไม่ได้ตัดสินใจจะไปหาวิศเวศ

เช้าวันใหม่วิศเวศไปดักจับผิดษาอีกจนเลยเวลาทำงานเธอยังไม่มา ครู่หนึ่งเธอกระหืดกระหอบมาบอกว่ารถสองแถวชนกันตนเลยเพิ่งวิ่งมาถึง

วิศเวศทำเป็นลืมเอกสารที่จะประชุมไว้ในห้องสั่งษาให้ไปหยิบให้ ที่แท้เขาซ่อนเงิน  5  หมื่นไว้ใต้แฟ้มเพื่อทดสอบษา ษาเห็นเงินเธอรีบเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อยแล้วเอาเอกสารไปให้เขา

วันเดียวกัน ลูซี่จนแต้มจำต้องมาหาวิศเวศเพื่อขอยืมเงินช่วยพ่อ เธอรออยู่นานเขาก็ไม่มาสักทีโทร.ตามก็บอกแต่ประชุมอยู่ ไม่มีเวลาแม้แต่จะคุยกับเธอ สุดท้ายลูซี่ทนไม่ไหวคว้ากระเป๋าสะพายออกไป

เมื่อวิศเวศกลับมาเลขาฯบอกว่าลูซี่กลับไปแล้วบอกว่ามีธุระด่วน วิศเวศรีบเข้าไปตรวจเงินที่ซ่อนไว้ปรากฏว่าหายไปจริงๆ เขาเชื่อเต็มที่ว่าษาเป็นคนเอาไป บ่ายๆก็เรียกษาไปคาดคั้นโทษว่าขโมยเงินของตนไป เมื่อษายืนกรานว่าตนไม่ได้ขโมย เขาตัดบทว่าให้ตำรวจมาจัดการก็แล้วกันแล้วลุกไปเลย

วิศเวศสั่งสันต์ให้โทร.เรียกตำรวจ สันต์พยายามพูดช่วยษาแต่เขาไม่เชื่อ แม้ชิดชมจะมายืนยันรับรองษาอีกคนเขาก็ไม่เชื่อ ชิดชมเลยตัดสินใจโทร.ไปบอกไวณิก

ooooooo

ษาถูกเอาตัวไปสอบปากคำที่โรงพัก เธอยังยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่ได้ขโมยเงินไป วิศเวศตัดบทบอกตำรวจว่าเอาไปขังเลย ไวณิกมาถึงพอดี เขาโกรธมากบอกพี่ชายให้ปล่อยษาเสีย เงินที่หายตนจะชดใช้ให้เอง แต่วิศเวศไม่ยอมถือว่าเป็นการขโมย จะห้าบาทหรือห้าแสนก็คือขโมย

ไวณิกพยายามยกเรื่องราวต่างๆที่แสดงถึงความซื่อสัตย์ของษาแต่วิศเวศฟังไม่ เข้าหู

จนกระทั่งชิดชมถือวีซีดีวิ่งเข้ามาบอกไวณิกว่าให้ดูกล้อง วงจรปิดในห้องวิศเวศ

"ดีจริง แกจะได้เลิกเถียงฉันเสียที" วิศเวศยิ้มอย่างเป็นต่อ

แต่พอเปิดแผ่นวีซีดีดูกันแล้วกลายเป็นว่าลู ซี่เป็นคนเอาเงินนั้นใส่กระเป๋าตัวเองไป ทำให้วิศเวศเสียหน้ามาก ส่วน

คน อื่นๆพากันดีใจที่พิสูจน์แล้วว่าษาบริสุทธิ์

ไวณิกชวนไปฉลองกัน ษาขอตัวเพราะเหน็ดเหนื่อยกับเรื่องร้ายๆมาจนแทบหมดแรงแล้ว

ความ อับอายแค้นใจทำให้วิศเวศลุยไปหาลูซี่ที่บ้านในคืนนี้เลย ตวาดให้เธอสารภาพมาว่าทำอะไรลงไป ลูซี่ยังปากแข็ง แต่พอวิศเวศปาแผ่นวีซีดีใส่หน้า เธอถึงกับหน้าเสียโผเข้ากอดวิศเวศ สารภาพว่าตนจำเป็นจริงๆเพราะพ่อถูกนักเลงทำร้าย ตนต้องช่วยพ่อ ตนผิดไปแล้วยกโทษให้ด้วย

อภินพเดินลงมาทำเป็นทักทายวิศเวศโกหกว่ารอย ฟกช้ำที่เห็นเป็นเพราะลื่นหกล้มในห้องน้ำ เห็นนิสัยของพ่อแล้ว วิศเวศ สงสารลูก สุดท้ายก็ใจอ่อนไม่เอาเรื่องกับลูซี่

ooooooo

หลัง จากให้วิศเวศทดสอบษาจนไวณิกรู้สึกจะโหดร้ายรุนแรงขึ้นทุกที วันนี้เขาเสนอว่าจะไม่ให้ทดสอบอีกต่อไปแล้วและเขาเองก็จะมาอยู่ใกล้ๆษาเพื่อ ปกป้องเธอไม่ให้เขาทำร้ายอีก

วิศเวศพูดไม่ออกเพราะตัวเองทำไม่สำเร็จ และร้ายกับษาจริงๆ

ในที่สุดษาเอ่ยปากขอยืมเงินไผ่เพื่อเอาไปให้อติ คุณช่วยทำเอกสารปลอมให้ อติคุณบอกว่าตนล้างมือจากงานนี้มานานแล้ว แต่เพื่อน้องก็จะทำให้อีกสักครั้ง แล้วรับเงินไปสามหมื่นบ่นว่าไม่พอ ษาบอกว่ามีแค่นี้ไม่พอก็ไม่ต้องทำ อติคุณรีบคว้าเงินไป ษาบอกเขาว่าต่อไปอย่ามาที่นี่อีกเพราะเป็นอันตรายทั้งต่อตัวเขา ต่อตัวเธอ และไข่ตุ๋น

หลังจากนั้นไม่นานอติคุณก็ไปรับเอกสารปลอมทั้งชุด อติคุณต่อรองราคาจนเหลือแค่หมื่นกว่า ที่เหลือก็เอาไปเข้าบ่อน และที่บ่อนนี้เองก็ได้เจอกับอภินพที่คุยเขื่องกันไว้ที่งานแสดงนาฬิกาเมื่อ หลายวันก่อน

ต่างฝ่ายต่างหาทางหลอกอีกฝ่าย ในที่สุดทะเลาะกัน อติคุณโมโหฉีกไพ่ทิ้งสบถอย่างหัวเสีย

ขณะทั้งคู่กำลังปีนเกลียวกัน นั่นเอง ลูซี่ก็นวยนาดเข้ามา อภินพทักทายอย่างวางมาดว่า

"อ้าว มาแล้วเหรอลูก พ่อเรียกมาชิมค็อกเทลตัวใหม่ของที่นี่ หนูต้องชอบแน่ๆ"

อติ คุณเห็นลูซี่ก็ตาลุกรีบลูบหน้าลูบผมให้ดูดี   เมื่อ

อภินพแนะนำให้ รู้จักกัน แนะนำอติคุณว่าเป็นเพื่อนใหม่ของพ่อ อติคุณรีบพูดแทรกว่าเป็นนักธุรกิจอสังหาจากอเมริกา ลูซี่แค่ยิ้มให้พอเป็นพิธีเท่านั้น

ooooooo

เมื่อได้เอกสาร แล้ว ษารีบเอาไปให้วิศเวศ ไม่วายถูกเขาดักคออีกว่าลาไปคัดลอกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่เห็นมีใบลา ษาปดว่าตนเพิ่งหาเจอ แล้วขอว่าเรื่องเงินของเขาเธอไม่มีเงินก้อนให้แต่ยินดีให้หักจากเงินเดือน ตัวเอง 30% ทุกเดือนจนกว่าจะหมด

วิศเวศปรามาสว่าถ้าทำแบบนั้นแล้วเธอ อยู่ได้ก็ดี ยังดีที่ยังมีความรับผิดชอบอยู่บ้าง หมดธุระแล้วให้กลับไปเสีย และเมื่อษาออกไปแล้ววิศเวศจึงหยิบเอกสารเหล่านั้นขึ้นดูอีกครั้ง

พอดี กรเข้ามา วิศเวศบอกว่ามีเขาอยู่ด้วยก็ดี ดีกว่าที่ตนทำอยู่คนเดียว กรถามว่าจะให้ตนสืบเรื่องอะไร วิศเวศส่ายหน้าบอกว่า "มันอาจไม่จำเป็นแล้ว"

ooooooo

ไข่ ตุ๋นเกล็ดเลือดลดลงอีก หมอจึงให้ยาตัวใหม่ ต้องกินทุก 3 ชั่วโมง ย้ำให้เธอดูแลลูกให้ดี

เธอกำชับไข่ตุ๋นว่าอย่าให้ใครรู้ว่าอยู่ที่ ห้องนี้  และเพื่อ หารายได้เพิ่มเธออ้อนวอนสันต์ขอทำงานสองกะ  โดยเอาไข่ตุ๋นไปซ่อนไว้ในโรงงาน  ไข่ตุ๋นเชื่อฟังอย่างดี  แต่แล้วก็เสียแผนจนได้ เมื่อไข่ตุ๋นเห็นวิศเวศเดินมาทางนี้เลยลุกไปเดินเลียนแบบประสาเด็ก

วิศเวศ เห็นเข้าถามว่าเข้ามาอยู่ในโรงงานนี้ได้ยังไง มันอันตราย บอกให้รอตรงนี้แล้วเขาจะเดินไปหาษาอย่างเอาเรื่อง ไข่ตุ๋นกลัวแม่จะโดนดุเลยทำท่าแข็งแรงให้เขาดู   กระทั่งขึ้นไปกระโดดจากเก้าอี้ลงมาแต่พลาดตกหัวเข่าแตก ทีแรกเลือดแค่ซิบๆ แต่นานไป...นานไปเลือดออกมากและไม่หยุด

วิศเวศตกใจเห็นไข่ตุ๋นหน้า ซีดจึงรีบพาไปหาหมอ ตะโกนบอกสันต์ว่าให้บอกอัญชิสาด้วยว่าเขาพาไข่ตุ๋นไปโรงพยาบาล

ษาตาม ไปถึงโรงพยาบาล และเมื่อวิศเวศรู้ว่าไข่ตุ๋น

เป็นโรคไอทีพี เขานึกสงสารเด็ก

"เด็กมีเกล็ดเลือดต่ำมาก ต่ำกว่าปกติถึง 5 เท่า เรากำลังรอผลการใช้ยาอยู่ แต่เด็กต้องนอนเฉยๆ ห้ามเคลื่อนไหว 1 สัปดาห์" หมอมาบอก

ษาฟังแล้วเข่าอ่อนทรุดเป็นลม ดีที่วิศเวศรับไว้ทัน

ooooooo

ตอนที่ 3

ษาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในสภาพหมดสติ  เธออยู่ห้องพิเศษกับไข่ตุ๋น ทั้งสองนอนอยู่ในห้องคู่กัน หมดสติทั้งคู่ ทั้งยังมีสายระโยงระยางจากน้ำเกลือและยา

วิศเวศยืนเอาสำลีมียาดมรออ ยู่แถวจมูกของษา แววตาที่เขามองเธอในยามนี้อ่อนโยนโดยไม่รู้ตัว แล้วเขาก็สะดุ้งโยนสำลีทิ้งทันทีเมื่อเห็นษามีการเคลื่อนไหว เปลือกตาขยับไปมาแล้วลืมตาขึ้น ชายหนุ่มหันหลังให้ทำไม่รู้ไม่ชี้ทันที

ษา ผวาลุกขึ้นอุทานเรียกหาไข่ตุ๋น วิศเวศจึงหันมองเธอหน้าตาตื่นเลิกผ้าห่มลุกจากเตียง ดึงสายน้ำเกลือจนตึง เธอร้องโอ๊ยอย่างตกใจ วิศเวศปราดเข้าไปเอ็ดให้อยู่เฉยๆไม่เห็นรึว่าให้น้ำเกลืออยู่

"ไข่ ตุ๋น...ไข่ตุ๋นอยู่ไหนคะ  ไข่ตุ๋นเป็นยังไงบ้าง"  ษาเผลอ จับมือชายหนุ่มเขย่าถามอย่างร้อนใจเมื่อวิศเวศบอกไข่ตุ๋น นอนอยู่เตียงข้างๆ ษาลุกดึงสายน้ำเกลือออกวิ่งเข้าไปที่เตียงไข่ตุ๋น เอามือลูบแขนไข่ตุ๋นอย่างเป็นห่วง

วิศเวศตกใจที่ษาห่วงไข่ตุ๋นจน ลืมตัวเอง  ตามไปเอ็ดว่าถอดสายน้ำเกลือออกได้ยังไง   ษายืนยันเสียงแข็งว่าตนไม่เป็นอะไร  โรคของไข่ตุ๋นสำคัญกว่าโรคอ่อนแอของตนมากมาย

"เธอนี่มัน..." วิศเวศส่ายหน้าอย่างหงุดหงิด ตำหนิว่า "ทำไมไม่บอกฉันเรื่องไข่ตุ๋น"

"มัน ไม่จำเป็นนี่คะ ฉันไม่อยากแบมือขอความช่วยเหลือ จากใครอีก  แค่นี้ก็ดูถูกมากพอแล้ว"  พูดแล้วษาเงยหน้ามองเขา ตาต่อตาสบกันเต็มตา  แล้วก็หลุดจากภวังค์เมื่อพยาบาลเข้ามาเชิญทั้งสองคนไปพบหมอ

ooooooo

หมอ ขอตรวจเลือดของคุณพ่อคุณแม่เด็ก ทั้งสองปฏิเสธพร้อมกันว่าตนไม่ใช่ ทำเอาหมองง ษาชี้แจงว่าวิศเวศไม่ใช่คุณพ่อของเด็ก ครั้นหมอถามว่าแล้วพ่อที่แท้จริงเด็กอยู่ไหน วิศเวศเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวที่ษาอาจไม่สบายใจที่จะพูดต่อหน้าบุคคลที่ สาม  เขาจึงขอตัวไปรอข้างนอก

แต่เขาก็ยังไม่ทันได้ยินษาบอกหมอว่าจะ รีบตามพ่อแท้ๆของเด็กมาให้ได้ ส่วนเรื่องแม่แท้ๆของเด็ก...วิศเวศได้ยินแค่นั้นเพราะเขาออกพ้นประตูห้องไป ก่อนแล้ว

พอวิศเวศออกมาข้างนอกก็เจอไวณิกหน้าตาตื่นเข้ามา  ถามว่าเขาเป็นคนพาไข่ตุ๋นมาโรงพยาบาลใช่ไหม  แล้วษา อยู่ไหน วิศเวศเบือนหน้าตอบอย่างไม่อยากบอกว่า "อยู่กับหมอ"

ไวณิกขอบคุณแล้ว จะเข้าไปในห้อง วิศเวศคว้าไหล่จับหันกลับมาถามเกือบเป็นตวาดว่า

"แก จะเข้าไปทำไม แกเป็นอะไรกับพวกเขา เป็นพ่อของเด็กรึไง"

"ทำไมพี่ถาม แบบนี้" ไวณิกมองหน้าพี่ชายอย่างแปลกใจทั้งคำถามและอารมณ์ วิศเวศไม่ตอบหากพยายามระงับอารมณ์แล้วเดินอ้าวออกไปเลย

ooooooo

ชิด ชมมาเจอไวณิกพอดีทั้งคู่รีบเข้าไปในห้องเจอษากำลังป้อนผลไม้ให้ไข่ตุ๋นอยู่ ข้างเตียง เขาถามว่าหมอว่ายังไงบ้าง ษาบอกว่าไม่มีอะไรแค่บอกข้อห้ามต่างๆเท่านั้น ส่วนชิดชมบอกษาว่าเอาใบลามาให้ษาเซ็น ษาบอกว่าพรุ่งนี้ตนก็จะไปทำงานแล้ว ตอนกลางวันก็ให้ไข่ตุ๋นอยู่กับพยาบาลที่นี่

ไวณิกขอให้เธอหยุดงานไป เลยดีกว่า ษาไม่อยากมีสิทธิพิเศษกว่าคนอื่น ไวณิกหน้าเสียพูดอย่างน้อยใจที่ทำอะไรก็ถูกษาปฏิเสธหมดว่า

"ตามใจ ครับ คุณต้องการยังไงก็ได้ ผมแค่อยากช่วยคุณ"

"ถ้าจะช่วย ก็ช่วยห่างเราสองแม่ลูกก็พอค่ะ"

ไวณิกสะอึกอึ้งหันหลังเดินออกไป ชิดชมบ่นษาว่าทำให้ไวณิกน้อยใจ แต่ษากลับดีใจที่เขาจะได้เลิกมายุ่งกับพวกตนเสียที

ชิดชมเดินออกมา รีบซอยเท้าจ้ำตามไวณิกที่เดินช้าๆอย่างพยายามทำใจ  เธอร้องเรียกเขา  ไวณิกหยุดกึกชิดชมเบรกไม่ทันเลยถลำเข้าไปในอกเขา ไวณิกกอดชิดชมไว้แน่นคิดว่าเป็นษาตามมาง้อ แต่พอเห็นหน้าเต็มๆ ไวณิกรีบคลายมือ

ชิดชมทั้งโกรธทั้งอาย ถามประชดว่าผิดหวังมากไหมที่ไม่ใช่ษาแต่เป็นตน

กระนั้นไวณิกก็ยังถาม อีกว่าษาให้มาตามใช่ไหม ชิดชมตอบเซ็งๆว่าเปล่า ตนจะกลับพอดี ไวณิกเลยชวนว่า "เลิกงานแล้วนี่ งั้นผมไปส่งคุณเอง" ชิดชมแอบดีใจ

ระหว่างทาง ทั้งสองแวะทานอาหารกันริมทางเป็นสวนอาหารแบบบ้านๆ ชิดชมพูดออกตัวว่าแถวนี้ไม่มีร้านไหนหรูๆ มีแต่แบบนี้แหละ ไวณิกตอบอย่างไม่สนใจว่า

"ร้านหรู ร้านบ้านๆก็เมาได้เหมือนกัน" ชิดชมถามว่าทำไมต้องเมา "คุณไม่เข้าใจหรอกว่าการไปรักใครสักคนแล้วเขาไม่เคยเห็นค่ามันเจ็บยังไง ผมต้องทำยังไงชม ถึงจะเอาชนะใจเขาได้" ไวณิกจับแขนชิดชมที่เมินหน้าไปทางอื่นเซ็งๆเขย่าถามรบเร้า "บอกผมหน่อยซิชม"

"ก็ ทำเป็นไอ้ขี้แพ้อย่างนี้ไง ทำตัวอย่างนี้จะมีผู้หญิงคนไหนเขาชอบ เคยต่อสู้อะไรเพื่อษาบ้างล่ะ บอกฉันมาหน่อยซิ" ชิดชมถามอย่างหัวเสีย

"ใช่ ผมยังไม่ได้สู้อะไรเพื่อษาเลย ขอบคุณนะชม" ไวณิกลิงโลดลุกขึ้นควักเงินออกมาสองพันยัดใส่มือบ๋อยแล้วบอกชิดชมว่า "กินอะไรก็กินไปเลย ผมจ่ายให้แล้ว ผมไปก่อนล่ะ"

ไวณิกเดินอ้าวออกไป เลย ชิดชมนั่งเซ็ง ตื้อจนกินอะไรไม่ลง

ooooooo

คืนนี้ ไวณิกได้รับโทรศัพท์จากวิมาลาผู้เป็นแม่ เป็นการโทร.มาสั่งการแล้ววางหูเลย ไวณิกพยายามจะชี้แจงแต่ปลายสายกดตัดสายไปแล้วเมื่อโทร.กลับไปก็ไม่รับสาย

พอ ดีวิศเวศกลับมา ไวณิกถลาเข้าไปขอให้พี่ชายช่วยด้วยเพราะแม่โทร.มาบอกว่าจะพาคู่หมั้นมาหาตน พูดอย่างหัวเสียหวาดผวาว่า

"แม่จะให้ผมหมั้นกับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่ รู้ทั้งๆที่ผมมีคนที่ผมรักอยู่แล้ว พี่รู้ไหม ผมสงสารษากับไข่ตุ๋นจนจะบ้าอยู่แล้ว แม่ยังเอาปัญหาบ้าๆมาให้ผมอีก"

วิศเวศ มองหน้าน้องชายฟังและคิดตาม ไวณิกเห็นพี่ชายไม่ว่าอะไรก็หว่านล้อมต่อ

"พี่ เห็นแล้วใช่ไหมว่าษาเป็นคนดีเขาทำให้ผมรู้สึกอยากเป็นคนดี มีความรับผิดชอบ เป็นผู้นำครอบครัว แล้วพี่วิศคิดยังไง ษาผ่านในสายตาพี่วิศหรือยังครับ"

"เอา เป็นว่าฉันจะไม่คัดค้านเรื่องของแกก็แล้วกัน แต่เรื่องอื่นฉันไม่รู้จะช่วยแกยังไง"

"พี่พูดอย่างนี้ได้ยังไง จะให้ผมทำยังไงกับแม่"

"ก็ไม่ต้องทำอะไร ปิดเรื่องนี้ไว้ก่อน ระยะนี้ก็ทำตัวดีๆให้แม่ไว้ใจ เขาคงยอมรับฟังแกบ้าง"

ฟังพี่ชายแล้ว ไวณิกมองหน้าสงสัยถามว่ามันจะได้ผลหรือ เมื่อวิศเวศยักไหล่แบบไม่สนใจ ไวณิกก็รีบบอกว่า "ผมจะทำตามที่พี่บอกทุกอย่าง แต่พี่วิศต้องอยู่ข้างผมนะ แม่ฟังพี่วิศอยู่แล้ว"

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ษาไปทำงานเจอวิศเวศเขาถามว่าทำไมเธออยู่ที่นี่แล้วไข่ตุ๋นล่ะ เมื่อษาบอกว่าตนมาทำงานส่วนไข่ตุ๋นอยู่กับพยาบาล วิศเวศอนุญาตให้เธอหยุดงานพอเธอปฏิเสธเขาตำหนิว่าเป็นแม่ประสาอะไร

"ฉัน ต้องทำงานเพื่อค่าใช้จ่ายไข่ตุ๋น จะได้ไม่ต้องขโมยหรือแบมือขอใคร" ษาตอบแล้วจะเดินไปถูกวิศเวศกระชากเสียงถามว่า เธอมีสิทธิ์อะไรมาประชดตน ษาตอบหน้าตาเฉยว่า "เปล่าค่ะ ดิฉันไม่ได้ประชด แค่อธิบายถึงเหตุผล"

วิศเวศ เดินไปอย่างหัวเสีย

สร้อยกับนิดที่จ้องจะจับทั้งไวณิกและวิศเวศอยู่ มองอย่างไม่พอใจ จะเข้าไปเล่นงานษาก็พอดีเสียงออดเข้างานทั้งสองจึงฝากไว้ก่อนเดี๋ยวค่อย จัดการ

เมื่อษาไปเข้างาน ไวณิกเอากล่องกระดาษใส่ของเด็กเล่นมาให้ บอกว่าฝากของพวกนี้ไปที่แผนกเด็กของโรงพยาบาลด้วยแล้วรีบไปประชุม ษาไม่รู้จะทำอย่างไรเลยรับไว้ หารู้ไม่ว่าสร้อยกับนิดมาคอยจ้องหาเรื่องอยู่ ทั้งสองแค้นใจที่ทั้งวิศเวศและไวณิกต่างมาสนใจษา

สบโอกาสเมื่อษาหอบ ผ้าที่ตรวจแล้วจะเอาไปเก็บ ถูกสร้อยดึงเข้าไปในซอกด่าว่า ษาเป็นนางวันทองตอนเช้าดักจับวิศเวศตอนสายอ่อยแย่งแฟนเพื่อน โชคดีไผ่โผล่มาเจอ ไผ่รู้นิสัยสร้อยคนบ้านเดียวกันดีเลยเข้าช่วยษา สร้อยลุยเข้าจิกข่วนไผ่

ษาเลยร้องขู่ว่า

"ลุงสันต์คะ ทางนี้เกิดเรื่องค่ะ ลุงสันต์"

สร้อยตกใจผละจากไผ่วิ่งหนีไป ไผ่เตือนษาให้ระวังตัวด้วยเพราะสร้อยตั้งใจมาเล่นงานษา

ooooooo

สร้อย มาหาเรื่องษาที่โรงอาหารจนได้ เมื่อเจอกันก็แถเข้าไปขู่ว่าให้อยู่ห่างๆวิศเวศเอาไว้ไม่อย่างนั้นเป็นศพแน่ ชิดชมเห็นจะเอาเรื่องสร้อยแต่ษาไม่อยากมีเรื่อง ชวนชิดชมไปนั่งทานอาหารกัน

สร้อย ได้ใจยิ่งหาทางแกล้งทำกระดูกไก่กระเด็นไปที่โต๊ะษา ชิดชมทนไม่ไหวลุกไปเอาเรื่อง ษาดึงเพื่อนรักไว้บอกว่าเดี๋ยวลุงสันต์มาเห็นชวนไปกันดีกว่า

ทั้ง สร้อยและชิดชมต่างยังหาทางแกล้งกัน ชิดชมแกล้งโยนเปลือกกล้วยลงพื้นขณะสร้อยเดินผ่านทำให้สร้อยลื่นล้ม เลยได้เรื่อง ลุกขึ้นมาได้ก็คว้าจานชามและเครื่องปรุงบนโต๊ะขว้างปาใส่ชิดชมกับษาชุลมุน

เป็น เรื่องใหญ่โตขึ้นมาเมื่อวิมาลาที่กะมาเซอร์ไพรส์ลุก ออกจากห้องอาหารผู้บริหารมาเจอลูกหลงเข้าเต็มๆ โกรธจัดถึงกับประกาศิตให้ไล่ทั้งษา ชิดชม และสร้อยออกจากงานเดี๋ยวนี้

"คุณ แม่" ไวณิกวิ่งเข้ามาตกใจเมื่อเห็นสภาพของวิมาลา

ไวณิกขอให้แม่กลับไปอาบน้ำใหม่ก่อน   วิมาลาไม่ยอมต้องไล่พวกนี้ออกไปก่อน สร้อยสาระแนลุกขึ้นชี้หน้าษาฟ้องว่า

"ไม่ได้นะคะ สร้อยแค่จะปกป้องโรงงาน เพราะยัยนี่มันตามจับคุณไวณิก คุณวิศเวศ"

เลยยิ่งเป็นเรื่อง วิมาลาตาลุก ไวณิกรีบชี้แจ้งว่า ษาไม่ได้จับใครตนรับรองได้ วิมาลาหันมาคาดคั้นไวณิกว่า "มันเป็นเมียแกแล้วหรือ"

"ไม่ครับ เราเป็นแค่แฟนกัน ษาไม่ได้จับอะไรผมนะครับ" ไวณิกพลั้งปากพูดแล้วรีบหยุดเอามือปิดปาก วิมาลาตรงเข้าไปกระชากไวณิกสั่งให้ไปกับตน ส่วนพวกคนงานให้เก็บของออกไปเดี๋ยวนี้

ไวณิกยื่นคำขาดว่าถ้าแม่ไล่ษาออกตนก็จะออกจากบ้านไปอยู่กับเธอ ทำเอาวิมาลาตกใจ เรียกอย่างไรไวณิกก็ไม่หยุด เขาลากษาออกจากห้องอาหารไป ทำให้วิมาลาร้อนใจรีบไปหาวิศเวศที่ห้องทำงานตำหนิว่าทำไมปล่อยให้พวกคนงาน หิวเงินมาจับไวณิกอย่างนี้

"นายไวอารมณ์แรง ถ้าเราหักไปตรงๆ เขาต้องเตลิดหนีไปแน่ๆ แม่พูดเหมือนไม่รู้จักนายไว ผมพยายามห้ามแล้วแต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ผมเลยให้สองคนอยู่ในสายตา" เมื่อวิมาลากลัวษาจะท้องขึ้นมาย้ำให้ไล่ออกไปเสีย วิศเวศพยายามกล่อมอีกว่า "ใจเย็นครับ ผมไม่ปล่อยให้นายไวคว้าผู้หญิงคนนี้มาเป็นน้องสะใภ้แน่ เชื่อผมเถอะครับ ให้ผมจัดการเอง"

ส่วนไวณิกที่ลากษาออกมา เธอสะบัดหลุดต่อว่าเขาว่าทำแบบนี้ตนยิ่งเดือดร้อน บอกให้เขาต้องกลับไปหาคุณแม่ขอโทษท่านเสีย เมื่อไวณิกมองอย่างไม่เข้าใจ ษากุมมือเขาขอร้อง
"นะคะ ทำเพื่อฉัน ฉันไม่อยากออกไปจากที่นี่"

ไวณิกดีใจที่ษารักที่นี่ ขอให้เธอรอตนจะทำให้คุณแม่ใจอ่อนยอมรับเรื่องของเรา ษาตกใจกำลังจะชี้แจ้ง ชิดชมก็วิ่งตามมาถามไวณิกว่าคุณแม่เขาว่าอย่างไร พวกเราจะถูกไล่ออกหรือเปล่า

"ไม่ต้องกลัว จะไม่มีใครต้องออกจากที่นี่ ผมสัญญา" ไวณิกฮึดที่จะต่อสู้เพื่อษา

ooooooo

กรที่ถูกเรียกตัวมาจากอเมริกาเป็นการด่วน ถามวิศเวศว่ามาสองวันแล้วยังไม่เห็นให้ทำอะไร  วิศเวศบอกตามตรงว่า  ทีแรกคิดจะให้เขาไปสืบเรื่องคนนี้ พลางโยนแฟ้มประวัติของษาให้ดู แล้วชี้แจงว่า แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว เพราะเขาแค่หน้าเหมือนกับรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยคนหนึ่งเท่านั้น

กรสงสัยว่าวิศเวศคิดว่าเธอเป็นสายของคู่แข่งหรือ

"เปล่า ไม่ใช่อย่างนั้น เขาเป็นคนที่นายไวมาติดพัน" เมื่อกรก้มดูรูปษาอีกที วิศเวศบอกว่าแบบนี้ไม่มีทางผ่านคุณแม่ได้หรอก

แต่เพราะรู้ปัญหาความยากลำบากของษากับไข่ตุ๋น ทำให้วิศเวศใจอ่อนลง วันนี้เขาไปเยี่ยมไข่ตุ๋นเล่านิทานให้ฟัง ษากลับมาเจอ ไข่ตุ๋นบอกว่าลุงคนนี้เล่านิทานไม่สนุก อาไว เล่าสนุกกว่า วิศเวศหน้าขรึมลงบอกษาว่ามีเรื่องจะคุยกับเธอ ษาจึงให้ไข่ตุ๋นระบายสีไปก่อนแม่ไปคุยธุระเดี๋ยวมา

วิศเวศถามว่าทำไมย้ายไข่ตุ๋นมาอยู่ห้องรวม พยายามจะให้ไปอยู่ห้องพิเศษอีก ษายืนยันว่าไข่ตุ๋นอยู่ห้องนี้ดีแล้วสะดวกและค่าใช้จ่ายก็ไม่แพง ลูกของตนตนเลี้ยงดูได้

เมื่อเสนออะไรษาก็ปฏิเสธ เขาจึงพูดเรื่องคุณแม่ของเขา พอเอ่ยถึงคุณแม่เท่านั้น ษาก็ตัดบท
"ฉันกราบขอโทษท่านด้วย ที่มาเจอเรื่องวุ่นวายพอดี เรียนท่านด้วยนะคะ ฉันไม่เคยใฝ่ฝันเกินตัวที่จะเป็นแฟนคุณไวณิกและจะพยายามห่างเขาให้มาก ที่สุด"

"แต่นายไวเขาไม่คิดอย่างเธอ เอาเถอะ ถ้าเธอสองคนรักกันจริงก็คงต้องผ่านอุปสรรคอย่างมากเชียวแหละ" พูดแค่นั้นแล้วเขาก็ผละไปเหมือนมีอะไรแฝงอยู่ในใจ ษาได้แต่มองตามหลังเขาไปอย่างสงสัย

ooooooo

เมื่อมีปัญหาทำให้แม่โกรธขนาดนั้น ไวณิกไม่กล้าเข้าบ้านจอดรถห่างบ้านรอจนวิศเวศกลับมาจึงขับรถตามส่งสัญญาณให้ หยุด ลงไปบอกพี่ชายว่าไม่อยากเจอแม่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

"ก็ตามใจแม่ ยอมให้แม่ด่าและก็ห่างๆอัญชิสาไว้ก่อน ฉันเตือนนายแล้วไม่ใช่หรือว่าให้ปิดเรื่องนี้ไว้ ฉันพิสูจน์เขาเสร็จเมื่อไหร่ฉันจะคุยกับแม่ให้" ไวณิกบอกว่าตนพลั้งปากไปแม่คงโกรธมาก "แม่โกรธนายไม่นานหรอก เอาใจเขาให้มากๆ แล้วฉันจะหาทางช่วยนายเอง"

ไวณิกดีใจจนจะกระโดดกอด แต่เจอพี่ชายชูกำปั้นตั้งรับเลยหัวเราะแหะๆพูดเสียงอ่อย

"ขอบคุณพี่วิศครับ ผมรักพี่จังเลย ช่วงที่ผมห่างษาฝากพี่วิศดูแลษาด้วยนะครับ" ว่าแล้ววิ่งกลับไปที่รถขึ้นขับออกไปอย่างลิงโลด

เมื่อกลับบ้านไวณิกทำตามที่วิศเวศแนะนำ เขาออดอ้อนเอาใจวิมาลาเหมือนเด็กๆ วิศเวศเห็นแล้วถอยออกมากลับไปที่ห้องทำงานตัวเอง แต่ทำงานไม่ได้เลยรินบรั่นดีดื่มแทน

กรเดินเข้ามาทักว่า ถ้าไม่ใช่ดื่มเพื่อสังคมก็ไม่เคยเห็นเขาดื่ม วิศเวศหัวเราะหยันๆ ขณะบอกกรว่า "ใช่ หลังจากดื่มเป็นบ้าเป็นหลังจนอาเจียนเป็นเลือด ฉันก็ไม่ดื่มมันอีกเลย"

กรพึมพำว่าไม่น่าเชื่อว่าเขาจะเคยเป็นอย่างนั้น วิศเวศยักไหล่เมื่อพูดถึงอารมณ์ตอนนั้นว่า

"มันคงเป็นได้ครั้งเดียวในชีวิต สมัยเรายังหนุ่มๆไง นายว่าคนคนหนึ่ง สามารถจะเปลี่ยน ทั้งสังคม นิสัยใจคอหรือโรคประจำตัวได้ไหม"

"ข้อแรกผมเห็นบ่อยๆ ข้อสองก็เคยเห็น ข้อสามผมว่ามันก็คงมี คุณวิศหมายถึงใครหรือครับ"
วิศเวศรู้สึกตัวพูดแก้ว่า "ฉันหมายถึงทั่วๆไปน่ะ ฉันมันก็ประสาท หลักฐานทางกฎหมายทุกอย่างก็บอกว่าเป็นคนละคน ยังมาสงสัยกับนิสัยใจคอได้" พูดแล้วปล่อยใจให้เหม่อโดยไม่รู้ตัว กรนิ่งเงียบ แต่มองอย่างจับสังเกต

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงษากับไข่ตุ๋น ไวณิกให้แม่ปานช่วยตุ๋นโสมให้แล้วให้ตักใส่กระบอกเก็บความร้อนเอาไปไว้ที่รถ ก่อนตนจะออกจากบ้าน สั่งไม่ทันไรเด็กก็มาเร่งให้ไวณิกรีบไปที่รถเพราะคุณแม่เขารออยู่ วันนี้จะพาออกไปด้วยกัน

ไวณิกเซ็งจนพูดไม่ออกสุดท้ายหาทางเอาไปฝากวิศเวศให้เอาไปให้ไข่ตุ๋นและให้ษา กินด้วย ทีแรกวิศเวศปฏิเสธแต่พอไวณิกอ้างว่าก็ให้ตนห่างษาไว้ไม่ใช่หรือแล้วจะให้ตน ทำยังไง

สุดท้ายวิศเวศต้องรับปากเอาไปให้ ทั้งยังถูกสั่งให้เอาไปเร็วๆเดี๋ยวจะเย็นเสียหมดด้วย
เมื่อเอาโสมตุ๋นไปให้ที่โรงพยาบาล เขาบอกษาว่าไวณิกฝากเอามาให้ไข่ตุ๋นเพราะตัวเองติดธุระ ษาขอบคุณแต่ติงว่าตนควรจะห่างจากไวณิกไม่ใช่หรือ วิศเวศพูดหน้าตาเฉยว่า

"ห่างตัวไงแต่ความห่วงใยหรือความรู้สึก ฉันคงไม่สามารถไปห้ามใครได้"

พอดีพยาบาลเข้ามาถามษาว่า นี่คุณพ่อเด็กที่ษาบอกว่าจะมาตรวจเลือดวันนี้ใช่ไหม วิศเวศทำหน้าเย็นชา ในขณะที่ษากระอักกระอ่วนใจ

แล้วทั้งสองก็ไปบริจาคเลือดกัน ระหว่างนั้นวิศเวศบอกว่าแม้ตนจะไม่ใช่พ่อแท้ๆของไข่ตุ๋นแต่ก็ทำเพื่อไข่ตุ๋น ได้และที่จริงตนก็ทำอย่างนี้อยู่บ่อยๆ

หลังจากบริจาคเลือดแล้ว ษาลุกมาหน้าซีดๆ วิศเวศเตือนว่าเธอควรจะพักและโสมที่ไวณิกฝากมาเธอก็ควรจะกินด้วย ษายังปากแข็งบอกว่าตนไม่เป็นไรรีบไปกันเถอะไข่ตุ๋นรออยู่

แต่พอก้าวเท้า เธอก็เป็นลมจนวิศเวศต้องพาเข้าห้องพยาบาล ปรากฏว่าความดันต่ำและยังไม่ได้กินข้าวเช้าด้วย เมื่อพยาบาลออกไปแล้วเขาสั่งอาหารมาหลายอย่างล้วนน่ากิน บอกให้ษากินเสีย ษาถามว่าสั่งมาเยอะขนาดนี้จะกินหมดได้ยังไง

"ใครให้เธอกินคนเดียว ฉันจะกินด้วย" ว่าแล้วลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง นอกจากตักกินเองเขายังตักให้ษาด้วย พูดปะเหลาะว่า "กินเยอะๆ จะได้มีแรงเฝ้าลูกแล้วก็ทำงานให้บริษัท"

ษาแอบมองหน้าเขา แต่วิศเวศกลับเป็นฝ่ายไม่กล้าสบตาเธอ

ooooooo

วิมาลาพาไวณิกไปที่บ้านสมศรีเพื่อนรักของตัวเอง  ซึ่งเป็นคุณแม่ของฝนที่หมายตาจะให้เป็นสะใภ้ ไวณิกอึดอัดใจ พอส่งแม่ถึงบ้านเพื่อนก็จะกลับอ้างว่า

คุณแม่เจอเพื่อนแล้วตนขอตัวก่อน ว่าแล้วยกมือไหว้ลาสมศรีแล้วออกไปเลย วิมาลาเรียกก็ไม่ฟังเลยบอกสมศรีว่าสงสัยเข้าใจผิด ให้รอแป๊บนึงแล้ววิ่งตามไวณิกออกไป

วิมาลาจะลากไวณิกกลับไปให้ได้ เขาอ้างว่าจะไปหาเพื่อน เลยถูกขู่ว่า

"ถ้าแกไป นังคนงานคนนั้นได้ออกจากงานวันนี้เลย" พูดแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้าน ไวณิกเซ็งจนบอกไม่ถูกเลยหันไปเตะยางรถระบายอารมณ์

สุดท้ายต้องกลับเข้าไปใหม่ ฝืนใจนั่งโต๊ะอาหารที่ฝนมาร่วมด้วย สมศรีคุยอวดว่าลูกสาวเก่งเรื่องทำอาหารบอกให้ตักให้ไวณิกชิมดู วิมาลาคุยผสมโรงว่าอาหารฝรั่งแบบนี้ของโปรดตาไวเลย พลางหันไปถามไวณิกว่าจริงไหมลูก

"เมื่อก่อนใช่ แต่เดี๋ยวนี้ผมว่าเลี่ยน จืดชืด น่าเบื่อ" ไวณิกจงใจพูดกระแทก

วิมาลาฟังออกเลยเหน็บลูกให้สมศรีฟังว่า "เนี่ย ไปทำงานบ้านนอก ดันติดใจส้มตำปลาร้าซะนี่ ตลกมั้ยคะฮ่าๆๆ"

สมศรีพยักหน้างงๆ ไวณิกรู้ว่าถูกแม่เหน็บก็ยกน้ำดื่มแก้คอแห้ง ส่วนฝนไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เอาแต่ก้มหน้าเอียงอายไปมา

ooooooo

ไวณิกถูกวิมาลาบีบคั้นอย่างหนักหาว่าเขาไม่มีมารยาทฉีกหน้าตนต่อหน้าเพื่อนรัก ยื่นคำขาดว่า

"เดือนหน้าฉันจะจัดงานหมั้นแกกับฝน แล้วถ้าแกบิดพลิ้วหนีงานนี้ ฉันจะเล่นงานนังผู้หญิงคนนั้นให้แกไม่ได้เจอไปตลอดชีวิต"

คำขู่ของวิมาลาทำให้ไวณิกร้อนรนไม่รู้จะทำอย่างไรเลยไปที่โรงพยาบาล เจอชิดชมมาเยี่ยมไข่ตุ๋นแต่ไข่ตุ๋นหลับเลยนั่งพลิกหนังสือดูไปเรื่อยๆ ไวณิกถามว่าษาไปไหน ชิดชมไม่รู้คาดว่าคงไปทำเรื่องส่วนตัวกระมัง

"ผมคิดถึงเขาเหลือเกิน ผมแค่จะมาบอกเขาว่าคงมาหาเขาบ่อยๆไม่ได้แล้ว" ไวณิกพูดอย่างท้อแท้ และเมื่อชวนไปนั่งคุยกันที่สวนหย่อมโรงพยาบาล เขาระบายให้ชิดชมฟังว่าเขาไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว แม่ก็บีบ วิศเวศก็ให้ตามใจแม่

เมื่อเล่าเรื่องถูกแม่บีบให้หมั้นกับฝนที่ตนไม่ได้รักแล้ว ไวณิกพร่ำถามชิดชมว่าจะทำยังไงดี เคี่ยวเข็ญให้ชิดชมช่วย ชิดชมส่ายหน้าดิกบอกว่าตนไม่ได้เป็นอะไรกับเขาจะช่วยได้ยังไง

ไวณิกจ้องหน้าชิดชมยิ้มอย่างมีแผนการ

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้น ษาไม่อยู่ห้องเพราะนัดอติคุณมาพบที่โรงพยาบาลเพื่อให้เขามาเจาะเลือด อติคุณผวาเฮือกเพราะกลัวเข็ม ยืนกระต่ายขาเดียวไม่ยอมเจาะเลือดซ้ำยังขอเงินค่ารถษากลับอีกสองร้อย

ษาไม่ให้ก็แย่งกระเป๋าเงินเอาไปสองร้อยแล้วโยนกระเป๋าคืนพูดก่อนวิ่งไปว่า

"พี่ช่วยไม่ได้จริงๆ  ษา  พี่ยืมเงินไปก่อนนะ"  ว่าแล้ว วิ่งอ้าวไปเลย

วิศเวศที่เพิ่งแยกจากษามากำลังคุยโทรศัพท์ที่ลูซี่โทร.มานัดไปงานครบรอบนิตยสารชื่อดัง  ระหว่างนั้นอติคุณวิ่งผ่านหน้าไป วิศเวศคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหนแต่นึกไม่ออก ถามลูซี่ว่าจะให้ไปรับเธอที่ไหนแล้ววางสาย

ลูซี่ไปถึงที่จัดงานก่อน เธอยืนคุยกับเพื่อนๆอยู่มุมหนึ่ง ครู่หนึ่งอติคุณแต่งสูทหรูเข้าไปในงานเพื่อหาเหยื่อ เห็นลูซี่เข้าก็คาบดอกกุหลาบไปคุกเข่าขอเต้นรำด้วย ทำเอาเพื่อนๆลูซี่พากัน หัวเราะขำ แต่ลูซี่เองอายแทบแทรกแผ่นดินหนี บอกให้เขาลุกขึ้น อติคุณยังไม่รู้ตัวลุกขึ้นยื่นมือไปรอมือลูซี่ไปเต้นรำกัน

ลูซี่โมโหมากปัดมืออติคุณทิ้งแล้วเดินอ้าวออกไป อติคุณยังตามไปอีก ลูซี่เลยพูดใส่หน้าว่า

"นี่ คุณเป็นใครฉันไม่รู้หรอกนะ จำได้แค่เป็นเพื่อนคุณพ่อไม่ใช่เพื่อนฉัน แล้วก็อย่ามาตามฉันอย่างนี้" พูดแล้วเดินหนีถูกอติคุณดักหน้าไว้รำพันว่าเพียงเจอกันครั้งแรกก็รู้แล้วว่าเธอคือคู่ชีวิต ลูซี่โกรธจัดตวาด "บ้าเหรอ รู้ไว้ซะด้วย ฉันมีแฟนแล้ว"

เมื่อทนลูกตื๊อดื้อด้านของอติคุณไม่ไหวเธอเลยวิ่งหนีไปจากตรงนั้น มองไปเห็นวิศเวศอยู่ฝั่งตรงข้ามพอดีเลยโบกมือเรียกกัน  ในสายตาวิศเวศเห็นอติคุณ  เขามองอย่างสะดุดตา พลันก็จำได้ว่าคือคนที่เอาขวดแก้วฟาดหัวเขาและขโมยเงินกับเครื่องประดับในตัวเขาไปหมดนั่นเอง

วิศเวศวิ่งตามอติคุณไปแต่ไม่ทัน เขาโทรศัพท์ถึงกรทันทีเรียกให้มาหาตนด่วน!

ooooooo

ตอนที่ 4

เมื่อพาลูซี่มาถึงรถ ลูซี่ยังงอนอยู่ เขาจับเธอเข้าไปนั่งในที่คนขับส่งกุญแจรถให้ก้มบอกว่าให้ขับรถกลับไปเองก่อนตนมีธุระสำคัญจริงๆ พูดอย่างห่วงใยว่า "ขับรถดีๆนะ บายครับ"

ลูซี่ขับกลับไปงอนๆ วิศเวศหันกลับไปที่จัดงานเจอกร เขาสั่งให้กรตรวจสอบรายชื่อแขกที่มางานนี้ทั้งหมด ทำก๊อบปี้เทปของกล้องวงจรปิดทุกตัวส่งให้ดูแล้วถามว่า

"คิดว่าจะทำได้รึเปล่า ฉันจ่ายเต็มที่สำหรับงานนี้"

"ไม่มีปัญหาครับ บอกผมได้หรือเปล่าว่าคุณวิศกำลังหาใคร" กรเพิ่งมีโอกาสถามหลังจากฟังคำสั่ง วิศเวศมองหน้าแต่ไม่ตอบ

ooooooo

วันนี้ ไวณิกแต่งตัวใส่เชิ้ตผูกไทเรียบร้อยไปรับฝนที่บ้าน สมศรีดีใจบอกไวณิกว่าคุณแม่เขาเพิ่งโทร. มาบอกน้องเลยยังไม่ได้เตรียมตัว ไวณิกตอบสุภาพแต่รีบร้อนว่า "ไม่เป็นไรหรอกครับผมใจร้อน"

"เดือนหน้าก็จะหมั้นกันแล้ว ยังใจร้อนกว่านี้อีกเหรอจ๊ะ" สมศรีหัวเราะเอ็นดู

ไวณิกบอกว่าเวลามีน้อย ต้องทำให้ฝนประทับใจตน สมศรีฝากให้ดูแลน้องด้วย กินข้าวดูหนังกลับดึกก็ไม่เป็นไร ฝนเดินหนีบก้มหน้ามาอย่างเอียงอาย

เมื่อพาไปถึงสวนอาหาร ไวณิกเดินวางก้ามกร่างเข้าไปที่โต๊ะ ฝนมองอย่างตกใจกับท่าทางไม่สุภาพของเขา ไวณิกตรงไปนั่งที่โต๊ะหนึ่งที่วางป้ายไว้ว่า "จองแล้ว" เขาหยิบป้ายโยนทิ้ง บ๋อยรีบเข้ามาบอกว่าโต๊ะนี้จองแล้ว ต้องไปที่โต๊ะโน้น พลางชี้ให้ดู ไวณิกมองขวับตวาดเสียงดังลั่น

"ก็อั๊วจะนั่ง ไมวะ!" น้ำฝนตกใจรีบขอให้เปลี่ยนโต๊ะอย่ามีเรื่องกันเลย ไวณิกผลักบ๋อยเซไปลุกขึ้นพูดใส่หน้า "แฟนอั๊วขอร้องนะเว้ย ถึงปล่อยผ่าน มาจ้ะน้องฝนไปนั่งโต๊ะนั้นกัน"

ฝนทำหน้าแหยงๆเหวอๆเดินตามไปหงอๆ บ๋อยรีบเอาเมนูมาให้ดู ขณะที่ฝนก้มดูเมนูนั้น ไวณิกกางแขนพาดพนักพิงไขว่ห้างสั่งเสียงดัง

"มีอะไรมั่งที่กินแล้วเมาเอาแบบแรงๆ ของฝรั่งไม่เอานะเว้ยเอาของไทย" ฝนท้วงติงกลัวๆกล้าๆว่าดื่มตั้งแต่กลางวันเลยหรือ ไวณิกตอบโพล่งแบบไม่ออมเสียงว่า "พี่กินทั้งวันแหละ ตื่นเช้าก็แทนกาแฟ ไม่งั้นมือสั่น ฝนจะกินอะไรสั่งเลย พี่เต็มที่เพื่อฝนอยู่แล้ว ฮ่าๆๆ" ไวณิกหัวเราะแบบไม่เกรงใจใคร

ครู่ใหญ่อาหารก็ถูกลำเลียงมาวางเต็มโต๊ะ ไวณิกดื่มไปตักกับข้าวแกล้มไป ไม่นานก็เริ่มเมาเรอเสียงดังลั่นจนฝนผวา ซ้ำยังเอามือโบกไล่กลิ่นอีก เขาถามฝนว่าเอาของหวานไหม ฝนหน้าเจื่อนยิ้มแหยงๆ ชวนกลับบ้านกันดีกว่า

แล้วละครฉากสำคัญก็เริ่มขึ้น เมื่อจู่ๆชิดชมในชุดคลุมท้องเดินท้องโย้เข้ามาร้องไห้กระซิกๆตรงเข้ามาตัดพ้อต่อว่าไวณิกอ้อนวอนให้สงสารตนกับลูกด้วย อย่าทำอย่างนี้เลย

ไวณิกสวมบทโหดไล่ชิดชมไปให้พ้นตนกำลังจะแต่งงานกับฝนอยู่แล้วอย่ามายุ่ง ส่วนลูกในท้องก็ไปทำแท้งเสีย ไล่ไม่พอยังทำท่าลุกไปจะทำร้ายด้วย ระหว่างนั้นก็เหล่มองฝน เห็นเธอตกใจอ้าปากค้างก็ยิ่งเหี้ยม ไล่ตะเพิดชิดชมไปให้พ้นอย่ามาให้ตนเห็นหน้าอีก แล้วหันไปโอบฝนพูดหวานปานน้ำผึ้ง

"ไปจ้ะน้องฝน  เราไปเตรียมงานแต่งงานกันดีกว่า อ้อ ไม่ต้องบอกผู้ใหญ่นะจ๊ะ พี่กำจัดนังนี่ได้ง่ายๆ ไม่ต้องให้ ผู้ใหญ่เดือดร้อน"

พูดหวานแต่มือที่โอบฝนนั้นบีบต้นแขนเธอแรงๆ ฝนได้แต่พยักหน้าหงึกหงักกลัวๆ เดินตามเขาออกไป พอทั้งสองออกไปแล้วชิดชมค่อยๆลุกขึ้น ถอนใจเฮือกใหญ่...

ooooooo

วิศเวศเฝ้าไข่ตุ๋นที่เล่นของเล่นอยู่บนเตียงจนตัวเองฟุบหลับไป พยาบาลเข้ามาปลุกบอกว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว พยาบาลบอกไข่ตุ๋นว่าคุณแม่ฝากมาราตรีสวัสดิ์ ไข่ตุ๋นถามว่าฝากหอมแก้มด้วยไหม พยาบาลเข้าไปหอมแก้มแทนษาแล้วออกไป

"นี่แม่เราเขาไม่มาแบบนี้บ่อยๆเหรอ" วิศเวศถามไม่พอใจ ไข่ตุ๋นบอกว่าแม่ต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินมารักษาตน วิศเวศฟังแล้วอึ้งไปนิดหนึ่งส่งโทรศัพท์ให้ "งั้นโทร.ไปคุยกับแม่ไหม"

ไข่ตุ๋นดีใจแต่นึกได้ว่าแม่ไม่มีโทรศัพท์ ชายหนุ่มอึ้งไปนิดหนึ่งก่อนพึมพำว่าเครื่องละกี่ตังค์เชียว แม้แต่เด็กประถม ยังมีเลย ไข่ตุ๋นเลยเอาตุ๊กตามาสมมติเป็นโทรศัพท์คุยเป็นเรื่องเป็นราวอวดเขา วิศเวศมองด้วยความสงสารจับใจ

เมื่อออกจากโรงพยาบาลเขาขับรถไปที่ห้องพักของษา พอไปถึงเห็นห้องปิด นึกได้บ่นตัวเองว่า

"เราจะมาที่นี่ทำไม เขาพิสูจน์แล้วไงว่าไม่ใช่ผู้หญิงเจ้ามารยาคนนั้น"

ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือเขาดังขึ้น วิศเวศกดรับ ได้ยินเสียงไข่ตุ๋นทักอย่างตื่นเต้นว่า

"สุดยอดเลยฮะคุณลุง นี่ไข่ตุ๋นกดหาคุณลุงเองเลยนะ"

"เก่งนี่ งั้นก็เก็บไว้นะ เวลาไข่ตุ๋นเหงาก็โทร.มาคุยกันดีไหม"

ไข่ตุ๋นดีใจ แต่อึดใจเดียวก็เสียงอ่อย บอกว่าคุณแม่ต้องไม่ อนุญาตแน่เลย วิศเวศเลยแนะว่าก็อย่าให้คุณแม่รู้สิ นี่เป็นความลับ ระหว่างลูกผู้ชายอย่างเรา บางอย่างพวกผู้หญิงก็ไม่เข้าใจหรอก

ไข่ตุ๋นดีใจย้ำว่าจะเก็บไว้เป็นความลับสุดยอดเลย แต่พอตัดสายจากไข่ตุ๋นวิศเวศก็ได้รับเมสเสจดังขึ้น กดดูเป็นรูปตัวการ์ตูนของไข่ตุ๋นนอนห่มผ้า ดูแล้วอดหัวเราะไม่ได้

ชายหนุ่มเลี้ยวรถออกมาถึงถนนแถวโรงงานเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อษาเดินมาถึงที่เปลี่ยวถูกวัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์ โฉบเข้ามากระชากกระเป๋าถือ ษายื้อไว้สุดฤทธิ์ วิศเวศจอดรถลงไปช่วย พวกวัยรุ่นวายร้ายพากันวิ่งหนี เขารีบเข้าไปถามษาว่าเป็นอะไรไหม

ษาน้ำตาคลออย่างเสียขวัญ วิศเวศปลอบว่าเธอปลอดภัยแล้วนะ พลางเดินไปหยิบกระเป๋าถือแล้วเดินมา ส่งมือให้จะช่วยดึงขึ้น แต่มีอีกมือหนึ่งยื่นแซงเข้ามาประคองษาลุกขึ้น

ไผ่นั่นเอง ไผ่แสดงความสนิทสนม โกรธแค้นพวกวายร้ายแทน อดบ่นไม่ได้ว่าบอกแล้วว่าเลิกกะดึกแบบนี้ให้ตนมารับก็ได้

"ษากลับทางนี้ทุกทีก็ไม่เคยมีอะไร อาจจะเป็นคนมาจากที่อื่นก็ได้"

"ยังไงก็ควรระวังตัวไว้ รู้ว่าเลิกงานดึกก็น่าจะเกาะกลุ่มกลับพร้อมคนอื่น เอาล่ะ เมื่อ...แฟนมาแล้ว ฉันกลับล่ะ" วิศเวศประชดนิดๆ

ไผ่ดีใจมากที่ได้ยินวิศเวศบอกว่าตนเป็นแฟนษา ถามว่าแล้วเขามาทำอะไรแถวนี้ดึกๆดื่นๆ

"ฉันเอ่อ...ฉันลืมของที่ โรงงานเลยกลับมาเอา"

"มิน่าถึงมาช่วยน้องษาทัน งั้นเราไปเถอะน้องษา" ไผ่หันไปไหว้วิศเวศ "ขอบคุณมากนะครับ"

วิศเวศยื่นกระเป๋าถือของษา คืนให้ ษารับกระเป๋าแล้วเดินไปกับไผ่ เดินไปไม่กี่ก้าวก็อดไม่ได้ที่จะหันมองชายหนุ่ม ส่วนวิศเวศทำใจแข็ง แต่สุดท้ายทนไม่ได้หันกลับไปมองษา ทั้งสองใจตรงกันแต่น่าเสียดายที่เป็นคนละจังหวะ...

ตกดึกมีเสียงเคาะ ประตูห้อง ษาเปิดดูเห็นแต่ยาทาแก้ช้ำวางอยู่ นึกว่าต้องเป็นฝีมือไผ่แน่ๆแต่หาใช่ไม่ วิศเวศแอบดูอยู่ พอเห็นษาหยิบยาเข้าห้องก็พูดเหมือนหลอกตัวเองว่า

"เราทำเพื่อไข่ตุ๋น กับนายไวหรอก"

เห็นยาแก้ช้ำแล้วษาก็อดคิดถึงอดีตสมัยไปออกค่ายไม่ได้ เวลานั้นเธอขนหินจนปวดเมื่อย บางทีก็ช้ำเพราะโดนกระแทก ตอนนั้นวิศเวศเป็นคนหายาแก้ปวดแก้ช้ำมาทาให้ คิดแล้วก็เผลอยิ้มออกมา

แต่ แล้วษาก็ตกใจเมื่อได้ยินเสียงชิดชมตะโกนโหวกเหวกอยู่ข้างล่างให้ษารีบหลบ เข้าห้อง พอษาชะโงกออกไปดูจึงเห็นชิดชมเอาหินขว้างอติคุณที่โหนต่องแต่งอยู่ที่ ระเบียงร้องขอความช่วยเหลือ

ooooooo

เมื่อษาช่วยพาอติคุณเข้า ห้อง ชิดชมตามขึ้นมาอย่างเอาเรื่อง ษาต้มบะหมี่สำเร็จรูปให้อติคุณ เขาซดอย่างหิวโหย ษาถามว่าคิดยังไงถึงได้ปีนระเบียงเข้ามา อติคุณอ้างว่าษาเป็นคนบอกเองว่าระวังอย่าให้ใครเห็นว่ามาที่นี่ ษาเลยถือโอกาสบอกว่าพรุ่งนี้ไปเยี่ยมไข่ตุ๋นด้วยกันเพราะไข่ตุ๋นต้องการ เลือดแต่เลือดตนคนละกรุ๊ปกับไข่ตุ๋น

อติคุณปฏิเสธ อ้างว่าตนกลัวทั้งเลือดทั้งเข็ม เลือดตนกับเลือดษาก็กรุ๊ปเดียวกันนั่นแหละ เลยถูกชิดชมด่าว่าเป็นพ่อประสาอะไรปล่อยให้ษาดูแลอยู่คนเดียว มีที่ไหนที่ทั้งพ่อแม่เลือดคนละกรุ๊ปกับลูก

ถามไปด่าไปจนในที่สุดชิด ชมรู้ว่าที่แท้ษากับอติคุณเป็นพี่น้องกัน ษาไม่อยากให้เรื่องยืดยาวเลยเร่งให้อติคุณรีบกินๆเสียอย่าพูดมาก แต่ชิดชมติดใจมองทั้งสองอย่างค้นหา

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะวิศเวศแต่งตัวเตรียมไปทำงานพูดถึงไข่ตุ๋นอย่างสงสารเด็ก กรถามอย่างสงสัยว่าไม่เคยเห็นเขาเป็นห่วงเด็กขนาดนี้ เป็นเพราะแม่เขาด้วยหรือเปล่า วิศเวศบอกว่าษาเป็นผู้หญิงของไวณิกที่ให้ตนช่วยดูแล

ทีแรกกรก็ยังไม่ เชื่อสนิทใจ จนไวณิกเข้ามาถามว่าษาเป็นยังไงบ้างตนคิดถึงและเป็นห่วง กรจึงเชื่อว่าษาเป็นผู้หญิงของไวณิกที่วิศเวศช่วยดูแลอยู่จริงๆ

เพราะ วิมาลาต้องการให้ว่าที่สะใภ้ใหญ่กับว่าที่สะใภ้เล็กได้รู้จักกันไว้จึงนัด แนะลูซี่มาทานข้าวที่บ้าน แล้วเอารูปของฝนลูกสาวท่านทูตฝรั่งเศสให้ลูซี่ดู บอกว่าอาจจะจัดงานพร้อมกันไปสองคนก็ได้

แต่ปรากฏว่าเมื่อคนสนิทของวิ มาลาที่ไปรับฝนกลับมาคนเดียว คุณหญิงถามงงๆว่า

"อ้าว...หนูฝนล่ะ"

ปรากฏ ว่าฝนหนีกลับฝรั่งเศสไปแล้วเพราะทนความบ้าระห่ำทำทุเรศของไวณิกไม่ไหว ซ้ำก่อนแยกกันคืนนั้นไวณิกยังแสดงให้เห็นว่าตัวเองติดยาด้วย ทำให้วิมาลาโกรธมากเชื่อว่าต้องเป็นเพราะษาแน่ๆ ลิ่วไปที่ห้องทำงานของวิศเวศทันที

ฝ่ายษาได้รับข่าวดีจากชิดชมว่า วิศเวศเซ็นอนุมัติเงินกู้สหกรณ์ให้แล้ว เธอดีใจมากรีบไปที่ห้องทำงานของเขาเพื่อจะขอบคุณ แต่พอเปิดประตูเข้าไปกลับเจอวิมาลานั่งตีหน้ายักษ์อยู่

เมื่อษาหัน หลังกลับก็ถูกวิมาลาเรียกไว้แล้วลุกเดินไปตบหน้าฉาดใหญ่ ษามองหน้าอย่างไม่เข้าใจและพยายามควบคุมสติ กลับถูกหาว่าลองดีโดนตบซ้ำอีก คราวนี้ษาทนไม่ได้พูดอย่างพยายามอดกลั้นว่า

"ถึงดิฉันจะเป็นแค่ พนักงานในโรงงานของท่าน แต่ท่านก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายร่างกายดิฉันแบบนี้"

วิ มาลาหาว่าษาขู่ ควักเงินออกมาฟาดหัวเป็นค่าปรับที่ทำร้ายเธอแล้วตวาดถามว่าเธอไปทำอะไรฝน ษาปฏิเสธว่าตนไม่รู้เรื่อง ถูกวิมาลากระชากเข้าไปตะคอก

"กล้ามากนะ บอกมาซิว่าเธอทำอะไร ลูกชายฉันถึงได้หลงผู้หญิงต่ำๆอย่างเธอหัวปักหัวปา"

วิศเว ศกลับมาที่ห้องพอดีเขาเข้าไปร้องห้ามแม่ แล้วบอกสันต์ที่ตามเข้ามาให้พาอัญชิสาออกไปก่อน สันต์พาษาออกไปท่ามกลางคนงานที่มามุงดู แน่นอนว่าสร้อยกับนิดไม่พลาดงานนี้ ทั้งสองมายืนซุบซิบกันอยู่ สันต์ดุพวกคนงานว่า

"มามุงอะไร งานการไม่มีทำรึยังไง ไป...ไปทำงาน"

พวกคนงานรวมทั้งสร้อยกับนิดเลย ค่อยๆเร้นตัวหายไป

ส่วนวิศเวศเมื่อรู้ว่าแม่โกรธษาเพราะคิดว่าเธอ เป็นคนทำให้ฝนหนีกลับฝรั่งเศส วิศเวศยืนยันว่าตนคอยจับตาดูอัญชิสาตลอดเวลาเธออยู่ที่โรงงานไม่ได้ไปยุ่ง เกี่ยวกับไวณิกเลย

วิมาลาเชื่อว่าไวณิกเป็นคนหัวอ่อน จะไม่มีวันทำอะไรบ้าๆจนฝนหนีไปถ้าไม่มีใครเสี้ยมสอน วิศเวศบอกแม่ให้ไปถามไวณิกดูเองส่วนทางนี้ให้เป็นหน้าที่ของตน

ooooooo

เมื่อ ษากลับไปนั่งทำงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชิดชมรับไม่ได้ ถามว่าทำไมไม่บอกไปตามตรงว่าไวณิกเป็นคนมายุ่งกับษาเอง โดนทำร้ายขนาดนี้ยังนั่งทำงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง

"เรา คือพนักงานคนหนึ่งที่ทำงานในโรงงานของเขาแล้วชมจะให้ษาเรียกร้องเรื่องอะไร"

ชิด ชมถามว่าเธอยอมทำทุกอย่างเพื่อไข่ตุ๋นใช่ไหม แล้วพี่ชายเธอรู้บ้างไหมว่าเธอรักลูกเขาถึงขนาดนี้  ชิดชมเข้าไปกอดษาไว้ด้วยความสงสารเห็นใจ ษาได้แต่นิ่งแต่ในใจนั้นเริ่มหวั่นไหวกับคำถามนั้น

ผ่านไปไม่นาน วิศเวศมาพบสันต์จึงรู้ว่าษาลากลับก่อนหนึ่งชั่วโมง เขาถามว่าแล้วษาเป็นอย่างไรบ้าง สันต์มองหน้าเขาตอบอย่างหนักใจว่า

"ถ้า คุณวิศเวศหมายถึงเรื่องนั้น หนูษาแกนิ่งมากแต่ ข้างในเป็นไงผมไม่ทราบ"

เมื่อ ษากลับถึงห้องพักแล้ว ถามอย่างไม่เข้าใจตัวเองว่า

"ทำไม...ทำไมเรา ต้องทนกับเรื่องบ้าๆแบบนี้ เราทำเพื่อไข่ตุ๋นจริงๆเหรอ..."

ooooooo

ษา คิดถึงอดีตที่คบหากับวิศเวศ แม้ทั้งสองจะรักกันมากแต่ต่างก็อยู่ในขนบธรรมเนียมที่ดีงาม สัญญากันว่าทันทีที่เธอสอบเสร็จจะแต่งงานกัน

แต่ก่อนจะถึงวันนั้นก็ มีเหตุที่ทำให้ต้องกลายมาเป็นอย่างปัจจุบัน เมื่ออติคุณไปหาเธอที่หอพักเจอวิศเวศต่างไม่เข้าใจกันจนอติคุณตีหัววิศเวศ แตก ขโมยเงินที่เขาเตรียมมาแต่งงานและตั้งครอบครัวไปหมด ทั้งยังปลดของมีค่าในตัวไปจนหมดด้วย

ที่แท้อติคุณมาบอกษาว่าแม่ป่วย หนักอยู่ที่โรงพยาบาล ษาตกใจร้องไห้ อติคุณกอดษาปลอบใจ เมื่อษาจะขึ้นไปเก็บเสื้อผ้าเพื่อไปหาแม่ อติคุณเร่งให้รีบไปแล้วลากเธอขึ้นรถไปเลย

ทั้งหมดที่วิศเวศเผชิญและ เห็นในวันนั้นทำให้วิศเวศเข้าใจผิด ทั้งเจ็บปวดและโกรธแค้นฝังใจ ส่วนษาเมื่อไปถึงไม่นานแม่ก็เสีย เธอแต่งชุดดำออกไปใส่บาตรในเช้าวันหนึ่ง ก็ต้องเสียใจกับความจริงที่ได้ยินอติคุณทะเลาะกับพ่อเรื่องเงิน ที่แท้ทั้งพ่อและพี่ชายต่างถูกผีพนันเข้าสิงจนแม่ต้องขายบ้านใช้หนี้หมดตัว

"บ้าน แม่แกมันก็บ้านของฉันเหมือนกัน ไม่ต้องพูดมากเอาเงินมาแบ่งให้ฉัน ไม่งั้นฉันจะบอกยายษาว่าแกตีหัวแฟนมันแล้วขโมยเงินเขาจนหมดตัวแล้วถึงหนีมา"

ษา ฟังพ่อกับพี่ชายทะเลาะและสาวไส้กันแล้วเธอเข่าอ่อนทิ้งถาดหลุดมือปิดหน้า ร้องไห้เหมือนชีวิตสิ้นแล้วทุกอย่าง

นั่นคืออดีตที่เจ็บปวด

ษา เผลอร้องไห้ออกมาเมื่อนึกถึงอดีต ไข่ตุ๋นเห็นแม่ร้องไห้ก็ปลอบประสาเด็กทำให้ษายิ่งสะเทือนใจที่แม้ในยามมืดมน อย่างนี้ ก็ยังมีไข่ตุ๋นที่ยังไร้เดียงสาคอยปลอบและให้กำลังใจ

ooooooo

เมื่อ กล่อมไข่ตุ๋นจนหลับไปแล้ว ษายังอดคิดถึงเหตุการณ์หลังจากที่พ่อกับอติคุณทะเลาะกันไม่ได้ พ่อหิ้วกระเป๋าเอาตัวรอดไป  เธอถูกพี่ชายขอให้กลับไปหาวิศเวศ อ้อนขอโทษและให้แก้ต่างให้ว่าตนไม่ได้ตั้งใจทำ แต่ษาไม่มีหน้าจะกลับไปอีกแล้ว  แม้จะไม่มีบ้านอยู่ก็ขอไปตายเอาดาบหน้า

ขณะ นั้นเองมีหญิงทำงานบาร์คนหนึ่งอุ้มเด็กอ่อนเพิ่งคลอดมาให้อติคุณเลี้ยงเพราะ เป็นลูกเขา อติคุณตีหน้าตายว่าตนไม่รู้เรื่อง หญิงคนนั้นวางเด็กลงแล้วขึ้นแท็กซี่ไปเลย

เด็กร้องไห้จ้า ษาถามว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครและเด็กคนนี้เป็นลูกเขาใช่ไหม อติคุณไม่เพียงไม่รับแต่ยังจะทิ้งเด็กไว้ตรงนั้นชวนษารีบไปกันทิ้งเด็กไว้ ตรงนี้แหละ

"ทำอย่างนั้นได้ยังไง เด็กทั้งคน" ษาเข้าไปอุ้มเด็กขึ้นมาบอกเด็กในเบาะว่า "ไม่เป็นไร แม่ษาจะเลี้ยงหนูเอง"

แต่ นั้นมาษาก็กลายเป็นแม่ลูกอ่อน เลี้ยงไข่ตุ๋นมาจนถึงปัจจุบัน

รุ่ง เช้า ษาบอกไข่ตุ๋นก่อนไปทำงานว่าเดี๋ยวตอนเที่ยงจะกลับมา แม่ลูกบอกรักกันแล้วษาจึงออกไปทำงานโดยไม่รู้ว่าไวณิกมาดักพบอยู่

ไวณิก สงสารษามาก บอกว่าต่อไปนี้จะไม่ให้แม่หรือใครมาบังคับตนอีกแล้ว ตนจะอยู่ปกป้องเธอชวนหนีไปสร้างครอบครัวด้วยกัน ษาเตือนเขาว่าแม่เขาไม่มีทางปล่อยเขาไปง่ายๆ ท่านทำทุกอย่างก็เพราะรักเขา เมื่อไวณิกยืนกรานจะหนีไปให้พ้นจากแม่ให้ได้ ษาเตือนสติเขาว่า

"อย่าพูดแบบนี้ให้แม่คุณได้ยินนะคะ ฉันเป็นแม่เข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่ดีว่ารักลูกตัวเองแค่ไหน ถ้าคุณบอกว่ารักฉันคุณก็ต้องอยู่ที่นี่ ทำงานพิสูจน์ตัวเองให้แม่คุณเห็นว่าคุณสามารถจัดการชีวิตได้ดีแค่ไหน"

คำพูดของษาทำให้ไวณิกฮึดขึ้นมา แต่ขอให้ษาต้องคอยเป็นกำลังใจให้เขาอย่าหนีไปไหน เมื่อษาตอบรับ เขาขอกอดสักครู่เพื่อจะได้มีกำลังใจอย่างที่เธอบอก

ขณะที่ไวณิกกอดษานั่นเอง ถูกนักสืบที่วิมาลาจ้างมาถ่ายรูปไว้อย่างชัดเจน!

ooooooo

เช้านี้ วิศเวศไปยืนดูคนงานเข้าโรงงานแอบหวังว่าจะได้เจอษา  แต่ไม่เห็นษาจึงโทร.ไปทำทีทักทาย กับไข่ตุ๋น รู้จากไข่ตุ๋นว่าเมื่อคืนนี้แม่ษาร้องไห้ เขาวกรถกลับไปหาไข่ตุ๋นที่บ้านพัก

ระหว่างนั้นอติคุณแอบไปที่บ้านพักษาเข้าไปรื้อค้นหาของมีค่า ถามไข่ตุ๋นเมื่อหนูน้อยไม่ยอมบอกก็จับดันไปอยู่นอกห้อง แล้วค้นจนเจอกล่องสร้อยทองที่ก้นลิ้นชัก

วิศเวศมาเจอไข่ตุ๋นยืนร้องไห้อยู่ ถามว่าเป็นอะไร ไข่ตุ๋นชี้ไปในห้อง อติคุณได้ยินเสียงคนก็รีบยัดสร้อยใส่กระเป๋า แล้วปีนหนีไปทางระเบียงกระโดดลงไปจนขากะเผลก

วิศเวศไล่ตามไปจนทัน พอเห็นหน้าตาก็จำกันได้ อติคุณ ตกใจกลัวโยนสร้อยออกไปบอกว่าคืนให้ษา ฉวยโอกาสที่วิศเวศ เผลอวิ่งหนีไป วิศเวศรีบไปค้นหาสร้อยในพงหญ้า

พอหยิบสร้อยขึ้นมา ชายหนุ่มตะลึงพรึงเพริดเมื่อเห็นแหวนที่ตัวเองเคยให้ษาเป็นพยานรักห้อยอยู่กับสร้อย เขารีบกลับไปหาไข่ตุ๋นจะพาไปแจ้งความ ไข่ตุ๋นพูดเสียงใสว่า

"แม่ษาบอกเราแจ้งตำรวจจับพ่อตัวเองไม่ได้ มันบาป พ่อติอยากได้อะไรก็ให้เอาไป"

"พ่อติงั้นเหรอ?"

"ฮะ เค้าเป็นพ่อของไข่ตุ๋นเอง"

วิศเวศแค้นกระพือขึ้นมาทันที ปักใจเชื่อว่าเขาถูกษาหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แล้วความแค้นก็ยิ่งเพิ่มทวี เมื่อกรบอกว่าเอกสารที่ษาเอามาให้ในแฟ้มประวัตินั้นล้วนเป็นเอกสารปลอม

"ฉันโดนต้มจนเปื่อยเลยรึเนี่ย ฮึๆ!" วิศเวศพล่านไปด้วยความแค้น

และแล้ววิศเวศก็ถูกกระหน่ำซ้ำอีก เมื่อวิมาลาเรียก กลับบ้าน เอารูปที่สายลับถ่ายขณะไวณิกกอดกับษาให้ดู แล้วบอกว่าจะส่งไวณิกไปเมืองนอกไม่ให้เจอะได้เจอกันอีกเลย

"แล้วนายไวก็จะแอบหนีมาพบผู้หญิงคนนั้นอีก คุณแม่ก็เดานิสัยนายไวออกอยู่แล้ว"

"ก็จริงของแก แต่ยังไงฉันไม่รับนังนี่เป็นสะใภ้"

"แม่ไม่ต้องกลัว ผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน ผู้หญิงโสโครกหิวเงินแบบนั้นผมเจอมามาก" เมื่อวิมาลาถามว่าแล้วเขาจะทำอย่างไร วิศเวศพูดขึงขังว่า "แม่ไปฝรั่งเศสตามตัวหนูฝนกลับมาให้ได้เถอะ รับรองผมมีวิธีของผมที่จะทำให้นายไวเลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นไปตลอดชีวิตแน่นอน!" แล้วเขาก็ฉีกรูปออกครึ่งหนึ่ง เฉาะเอาส่วนที่เป็นหน้าษามาฉีกไม่มีชิ้นดี

ooooooo
ษาตกใจเมื่อกลับมาถึงห้องเห็นข้าวของกระจุย กระจายและไข่ตุ๋นร้องไห้ไปพยายามเก็บข้าวของไปด้วย พอเข้าไปกอดถามจึงรู้ว่าอติคุณมารื้อของ ษาบอกว่าแม่ไม่มีของมีค่าอะไรให้เอาไปอีกแล้ว ทำให้ไข่ตุ๋นค่อยโล่งใจ

แต่พอษานึกได้ไปรื้อในลิ้นชักดูเห็นมีแต่กล่องเปล่าอยู่ก็ตกใจค้นไปพูดไปอย่างว้าวุ่นใจ

"แหวน ไข่ตุ๋น พี่ติเอาแหวนแม่ไปใช่ไหม เขาเอาไปทำไม มันไม่ได้มีราคาเลย แต่รู้ไหมไข่ตุ๋นมันมีค่าที่สุดในชีวิตของแม่ มันคือหัวใจของแม่"

ษาร้องไห้ด้วยความเสียใจ ไข่ตุ๋นเข้าไปโอ๋ปลอบเหมือนที่ษาเคยปลอบตน แต่พอได้ยินไข่ตุ๋นบอกว่าเดี๋ยวลุงวิศต้องเอาแหวนมาคืนได้ ษาตกใจถามว่าเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่

"มาตอนพ่อติมาค้นของแล้วลุงวิศก็ตามพ่อติไปครับ" ไข่ตุ๋นเล่าจ๋อยๆ พอดีมีเสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นษาหันขวับนึกว่าอติคุณมา แต่พอเปิดประตูกลายเป็นวิศเวศ เขามาบอกให้เธอไปแจ้งความด้วยกัน ษาหน้าถอดสีถามตะกุกตะกักว่าแจ้งความเรื่องอะไร

เมื่อลงไปคุยกันที่โต๊ะม้าหินอ่อน ษายืนกรานไม่ไปกับเขาเพราะไม่ต้องการเอาเรื่อง แล้วถามอย่างกังวลว่าเขาเห็นหน้าคนร้ายหรือเปล่า พอวิศเวศปดว่าไม่เห็นเธอเลยฉวยโอกาสอ้างว่าเราไม่มีหลักฐานอะไรแม้แต่หน้าคนร้ายก็ไม่เห็น

วิศเวศยังพยายามเคี่ยวเข็ญแต่เธอก็ยืนกรานไม่เอาเรื่อง พูดให้เขาเชื่อแต่แกมประชดในทีว่า

"เพราะมันก็ไม่ได้เอาของมีค่าอะไรไป ฉันไม่อยากเอาเรื่อง"

วิศเวศเจ็บจี๊ดที่ใจที่ษาถือว่าแหวนที่เขาให้เมื่อครั้งรักกันนั้นเป็นของไม่มีค่าอะไร พูดประชดว่าเธอช่างเป็นคนใจบุญใจดีเหลือเกิน ผลการกระทำของเธอคงจะสนองเร็วๆนี้แน่ พูดแล้วปรายตามองอย่างดูถูกก่อนผละไป

ooooooo

ไวณิกไปร้องเรียกษาที่หน้าห้องเมื่อไม่มีเสียงตอบเขาหันกลับเซ็งๆ ดิ่งไปที่บ้านชิดชมเพื่อถามข่าวคราวของษา แต่ชิดชมกำลังงอนสันต์ที่ไม่ให้ขี่มอเตอร์ไซค์เพราะอันตราย ตอบสะบัดๆทุกคำถามของไวณิกว่าไม่รู้ไม่เห็น ไล่เขาให้กลับไปได้แล้วตนไม่มีอะไรจะบอก

"เฮ้ย แกจะทิ้งกันง่ายๆได้ไง เคยช่วยมาแล้วก็ต้องช่วยให้ตลอดสิ ว่าไปขนาดให้แต่งเป็นสาวท้องแก่น่ะเธอยังช่วยเลย" ไวณิกพูดไปหัวเราะไป

ชิดชมทั้งอายทั้งโกรธ ขึ้นมอเตอร์ไซค์ที่ยืมเพื่อนมาบิดบึ้นๆใส่แล้วพุ่งไปเลย ไวณิกมองตามบ่นงงๆ "เป็นอะไรของเขาฮึ..."

พอกลับบ้านไวณิกก็ถูกวิมาลาเกรี้ยวกราดใส่ว่าไปทำอะไรจนฝนหนีกลับฝรั่งเศสไปแล้ว ไวณิกทำไขสือนึกไม่ออกว่าตัวเองทำพลาดตรงไหน คาดว่าฝนคงไม่ชอบตนกระมัง เธออาจมีคนรักอยู่แล้วก็ได้

"ฉันไม่เชื่อแก แกต้องบินไปหาหนูฝนกับฉัน"

"คุณแม่ครับ ถ้าเขาอยากเจอผมเขาคงไม่หนีไปไกลถึงฝรั่งเศสหรอกครับ ลูกชายของแม่ไม่ได้วิเศษเลอเลิศแสนดีจนผู้หญิงคนไหนก็ไล่จับอย่างที่แม่เข้าใจหรอก"

ฟังเหตุผลของลูกชายขี้อ้อนแล้ววิมาลานิ่งอึ้ง เริ่มลังเล

สุดท้ายในวันเดินทางวิมาลาก็ไปคนเดียว ทั้งด้วยเหตุผลของไวณิกและวิศเวศที่รับปากแม่ว่าระหว่างที่แม่ไม่อยู่จะไม่ทำให้แม่ผิดหวังเด็ดขาด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 07:46 น.