นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เรือนซ่อนรัก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เมืองใหญ่  ฟองจันทร์ และศักดิ์กายตามเมืองเล็ก จนทัน  ต่างพูดขอร้องเป็นทำนองเดียวกันให้ปล่อยคุณนิจ ไป แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร เมืองเล็กก็ไม่ฟัง ถามคุณนิจ ว่าจะไปอยู่กับเขาหรืออยู่กับพี่สาว  ดารารุ่งวิ่งตามออกมาได้ยินพอดี  โมโหมาก  ตะคอกถามคุณนิจว่าจะอยู่กับใคร คุณนิจอึกๆอักๆพูดไม่ออก

    "แค่นี้ก็น่าจะรู้ว่า คุณนิจเลือกที่จะอยู่กับใคร" เมืองเล็ก ยิ้มเย้ย

    "ดารานิจ...นังน้องสารเลว...ฉันจะฆ่าแก" ดารารุ่งทั้งเจ็บ ทั้งแค้น กระโจนเข้าหาคุณนิจ ตบอย่างบ้าคลั่ง ทุกคนกรูเข้ามาห้าม ลากดารารุ่งออกจากคุณนิจ ศักดิ์กายเสนอทางออกว่า คืนนี้ให้คุณนิจอยู่บ้านตนก่อน ไว้ดารารุ่งใจเย็นเมื่อไหร่ พวกเราจะกลับมาคุยกัน

    "ไม่...ฉันไม่คุยอะไรทั้งนั้น นังน้องไม่รักดี ถ้าแกรักคนอื่นมากกว่าฉันแกไปเลย...ไป...โอ๊ย"

    ดารารุ่งทรุดฮวบ เจ็บหน้าอกหายใจไม่ออก ป้าพริ้งร้องไห้โฮ คุณนิจตกใจ สะบัดมือออกจากเมืองเล็ก วิ่งกลับไปหา ดารารุ่ง บอกว่าจะไม่ไปไหนทั้งนั้นจะอยู่กับเธอที่นี่  เมืองเล็กจะเข้ามาดึงตัวคุณนิจ แต่ไกรกับเมืองใหญ่รั้งไว้ ไกรจะพาดารารุ่ง ไปหาหมอ แต่เธอไม่ยอม ตัดพ้อว่าปล่อยให้เธอตายดีกว่า

    "ไม่...นิจไม่ยอม นิจไม่ให้คุณรุ่งเป็นอะไรทั้งนั้น" คุณนิจกอดดารารุ่งไว้แน่น

    "ถ้าคุณนิจรักเขา คุณนิจก็ไปอยู่กับเขาเถอะค่ะ ปล่อยให้คนบ้าอย่างพี่อยู่คนเดียว"

    ดารารุ่งพูดด้วยเสียงแผ่ว จับมือน้องสาวออก ลุกขึ้น เดินโผเผเข้าบ้าน แต่แววตาของเธอกลับตรงกันข้าม มันดุกร้าว ป้าพริ้งรีบเดินตามด้วยความเป็นห่วง เมืองเล็กเข้ามาดึงมือ คุณนิจให้ไปกับตน แต่เธอสะบัดออกอย่างแรง วิ่งร้องไห้อย่างสำนึกผิดเข้าไปหาดารารุ่ง เมืองเล็กมองตามตาละห้อย...

    คุณนิจโผเข้ากอดดารารุ่งจากด้านหลัง ร้องไห้ขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ ดารารุ่งแกะมือออกบอกว่าเธอต่างหากต้องเป็นฝ่ายขอโทษที่คอยขัดขวางความรักของน้อง เธอจะไปจากที่นี่ คุณนิจจะได้สมรักกับเมืองเล็กได้ตามใจชอบ แล้วหันไปบอกป้าพริ้งจัดกระเป๋าให้ด้วย เธอจะไปพักที่หัวหิน

    "นิจรู้ว่าคุณรุ่งยังโกรธนิจอยู่ อภัยให้นิจเถอะนะคะ นิจสาบานว่านิจจะไม่ไปไหน นิจจะอยู่กับคุณรุ่ง จงรักภักดีต่อคุณรุ่ง...ให้อภัยนิจนะคะ" คุณนิจก้มกราบแทบเท้าพี่สาว ดารารุ่งยืนนิ่งน้ำตาไหลพราก

    "คุณรุ่งอภัยให้คุณนิจเถอะนะคะ...ป้าขอร้อง"

    "รุ่งบอกแล้วไงคะว่า ไม่ได้โกรธคุณนิจ แต่ในเมื่อคุณนิจเห็นผู้ชายดีกว่ารุ่ง รุ่งก็ให้ไป" ดารารุ่งก้มลงดึงมือคุณนิจ ออก "จำไว้...พี่ทำทุกอย่างเพื่อคุณนิจ ถึงหัวใจพี่จะแหลกสลาย ก็ตาม"

    ดารารุ่งมองน้องอย่างเฉยชา เดินเข้าห้องปิดประตูลงกลอน ปล่อยโฮ ตะโกนก้องว่าอยากตาย แล้วล้มตัวลงนอนกับพื้น กุมขมับปวดหัวแทบระเบิด เสียงกรีดร้องของเธอทำเอา หัวใจของคุณนิจเจ็บปวดรวดร้าว ทุบประตูเรียกให้เปิด ดารารุ่ง ไม่ตอบ มีเพียงเสียงร้องไห้ปานจะขาดใจดังออกมา คุณนิจคร่ำครวญ

    "เพราะนิจ...นิจคนเดียว นิจทำร้ายคุณรุ่ง คุณรุ่งขาอภัยให้นิจด้วย"

    ดารารุ่งลุกขึ้นยิ้มอย่างผู้ชนะ คิดในใจว่า "พี่จะทำให้ คุณนิจรู้สึกผิด จนทิ้งพี่ไปไม่ได้"...

    คืนเดียวกัน เมืองเล็กนอนไม่หลับ ผุดลุกผุดนั่ง ชะเง้อคอมองไปทางบ้านคุณนิจตลอดเวลา ในที่สุดเขาตัดสินใจจะไปหาเธอ เดินออกมาที่สนามหน้าบ้าน ชะงัก เห็นเมืองใหญ่ยืนขรึมถือผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไว้ในมือ เมืองเล็กเลยหันหลังกลับ แต่เมืองใหญ่ร้องทักว่า ทำไมรีบเข้าบ้าน เมืองเล็กอ้ำๆอึ้งๆพูดไม่ออก

    "มันเป็นของเล็กไม่ใช่หรือ...เก็บไว้ซับน้ำตาให้คุณนิจ" เมืองใหญ่ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้

    เมืองเล็กขอโทษที่รักคุณนิจ ทั้งๆที่รู้ว่าพี่ใหญ่ก็รักคุณนิจเหมือนกัน เมืองใหญ่ยอมทำร้ายหัวใจตัวเอง แต่จะไม่ยอมทำร้ายหัวใจน้องชายของเขาเด็ดขาด และย้ำว่าเมืองเล็ก ต้องพาคุณนิจฝ่าฟันอุปสรรคทุกอย่างไปให้ได้ โดยเฉพาะกำแพงในหัวใจของดารารุ่ง เมืองเล็กรับปาก สองพี่น้องกอดกันแน่น

    ooooooo

    วันต่อมา ดารารุ่งแกล้งนอนซมไร้เรี่ยวแรงอยู่ บนเตียง คุณนิจเอาข้าวต้มมาป้อนให้ก็ไม่ยอมกิน เอา แต่นอนนิ่ง น้ำตาไหลเป็นทาง คุณนิจยิ่งใจเสีย ร้องไห้ สะอึกสะอื้น

    "คุณรุ่งขา...อย่าทำอย่างนี้เลยนะคะ นิจขอโทษ นิจสัญญา ต่อไปนิจจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคุณเล็กเด็ดขาด...คุณรุ่งพูดกับนิจนะคะ"

    ป้าพริ้งแตะมือคุณนิจ พยักหน้าเป็นเชิงให้ออกมา พอ คุณนิจออกไป ดารารุ่งยิ้มสะใจ...

    คุณนิจกับป้าพริ้งออกมายืนคุยกันหน้าห้องดารารุ่ง โดยที่ประตูห้องเปิดแง้มอยู่ ป้าพริ้งเสนอทางออกให้คุณนิจว่า ดารารุ่งเป็นโรคหัวใจ คงทนความเจ็บช้ำที่ต้องเสียคุณนิจไปไม่ได้ มีทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้เธออยู่กับเรานานๆ ก็คือ คุณนิจต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับเมืองเล็ก ต้องสาบานต่อหน้าเธอว่าชาตินี้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเมืองเล็กอีก ไม่อย่างนั้นชีวิตของคุณนิจจะต้องมีอันเป็นไป

    "ค่ะ นิจรับปาก นิจยอมทำทุกอย่าง ขอให้คุณรุ่งอยู่ กับนิจไปจนวันตายก็พอ"

    ดารารุ่งแอบฟังอยู่ตรงประตูห้อง ยิ้มพอใจ...รุ่งขึ้น คุณนิจ เข้ามากราบขอโทษ สาบานต่อหน้าพี่สาวว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเมืองเล็กอีก ถ้าผิดคำสาบานขอให้ชีวิตมีอันเป็นไปและขอให้เธออภัยให้ ดารารุ่งค่อยๆพยักหน้า ให้อภัย ดึงคุณนิจเข้ามากอดสีหน้าอิ่มเอมใจ ขณะที่คุณนิจร้องไห้หัวใจสลาย...

    หลังจากเดินมาส่งไกรหน้าบ้าน เมืองเล็กมองตาละห้อยไปทางบ้านดารารุ่ง เมืองใหญ่เข้ามาพูดดักคอว่าอย่าทำอะไรบ้าๆอีก เมืองเล็กเถียงว่าถ้าทำเพื่อความรักและต้องเป็นบ้า ป่านนี้คงมีคนบ้าเดินกันเต็มถนน เขาจะไปหาคุณนิจ และเขารู้ว่าเมืองใหญ่จะต้องห้าม เมืองใหญ่ยิ้มอย่างรู้ใจ

    "งั้น...เช้าๆแบบนี้ เรามาออกกำลังกายกันซักหน่อยดีมั้ยนายเล็ก"

    เมืองเล็กยิ้มตอบ ออกวิ่งสุดกำลัง จุดหมายคือบ้านดารารุ่ง เมืองใหญ่วิ่งตาม สองพี่น้องวิ่งกวดกันมาตามท้องถนน เมืองใหญ่แข็งแกร่งกว่า แต่เมืองเล็กเจ้าเล่ห์กว่า กำลังวิ่งแซงพี่ชาย จังหวะนั้น รตีขี่จักรยานสวนมาพอดี เมืองเล็กไม่ทันระวัง จะพุ่งชน รตีเสียหลักร้องกรี๊ด คนกับรถล้มกันไปคนละทาง

    สองหนุ่มรีบขอโทษ ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า รตีเงย หน้าขึ้นมาจะด่า แต่เห็นความหล่อของทั้งคู่เปลี่ยนเป็นยิ้มให้แทน แล้วทำมารยาร้องโอดโอยจับข้อเท้า สงสัยจะเท้าแพลงเดินไม่ไหว ทั้งคู่หน้าเสีย นายบรรเจิดคนรถของศักดิ์กาย เดินมาเห็นเหตุการณ์รีบวิ่งกลับบ้าน ส่วนปรางเชยยืนอยู่บ้านดารารุ่งเห็นพอดี แอบยิ้ม เดินเข้าบ้าน เมืองเล็กโยนเรื่องรตีให้พี่ชายจัดการ แล้วตัวเองวิ่งปร๋อไปบ้านดารารุ่ง

    เมืองใหญ่ตะโกนเรียกให้รอด้วย แต่เมืองเล็กไม่หันกลับมามอง รตีออดอ้อนว่าสงสัยต้องไปหาหมอ เมืองใหญ่ยังไม่ทันตอบ นายบรรเจิดขับรถมาจอดเทียบ วิ่งลงมาถามเมืองใหญ่ว่ามีอะไรให้ช่วย

    "พาคุณไปโรงหมอที แล้วจัดการรถจักรยานให้คุณเขาด้วย"

    เมืองใหญ่พยุงรตีขึ้นรถแล้ววิ่งตามน้อง พอเมืองใหญ่ ไปพ้นสายตา รตีไม่ยอมไปหาหมอ ก้าวลงจากรถ เดินหน้าคว่ำ คว้าจักรยานที่ล้มอยู่ขึ้นมาขี่ เหมือนไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร บรรเจิดเกาหัวงง...

    ในเวลาเดียวกัน ปรางเชยทำหน้าซื่อตาใสเข้ามาทักคุณนิจที่ยืนซึมว่ากลับมาแล้วหรือ ป้าพริ้งเดินมาด้านหลังปรางเชยไม่ทันเห็น คาใจกับคำถามนี้มาก คุณนิจตอบอย่างเย็นชาว่าถ้าคิดว่าไม่มีคนอยู่ แล้วมาทำไม ปรางเชยอ้างว่ามาทำความสะอาดบ้านให้

    "อ้อ...เมื่อกี้ปรางเห็นคุณเล็กอยู่กับรตีเพื่อนข้างบ้านปราง ท่าทางคุณเล็กสนใจรตีด้วยนะคะ"

    คุณนิจไม่อยากฟัง เบือนหน้าหนีเดินเข้าบ้าน ป้าพริ้งเข้ามาต่อว่าปรางเชยว่า รู้อยู่แก่ใจว่าวันนี้ต้องมีคนอยู่บ้าน เพราะเธอโทร.บอกดารารุ่งเรื่องเมืองเล็กเอง ปรางเชยก้มหน้างุด

    "ป้าไม่รู้ว่าปรางทำเพื่ออะไร แต่รู้ไว้ด้วยเมื่อคืนคุณนิจแทบตาย" ป้าพริ้งเดินเข้าบ้าน ปรางเชยหน้าหมอง หึงจนลืมนึกถึงคุณนิจ พลันมีเสียงดังขึ้นแถวริมรั้ว ปรางเชยหันไปมอง เห็นเมืองเล็กกับเมืองใหญ่ปีนรั้วเข้ามารีบไปฟ้องดารารุ่งทันที ดารารุ่งโกรธมาก เปิดลิ้นชักหยิบปืนออกมา...

    ขณะสองหนุ่มวิ่งเข้ามาในบ้าน ถึงกับสะดุ้งโหยง เมื่อมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด หันไปตามเสียงเห็นดารารุ่งยืนถือปืนอยู่ สั่งเสียงเข้มว่าออกไปจากบ้านเธอเดี๋ยวนี้ เมืองเล็กไม่ไป ตายเป็นตาย ดารารุ่งไม่พูดอะไร เล็งปืนไปที่เมืองเล็ก คุณนิจวิ่งเข้ามาแย่งปืนมาถือไว้เอง ดารารุ่งบีบน้ำตา

    "ไหนคุณนิจสาบานกับพี่แล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับมัน แล้วคุณนิจทำอย่างนี้ทำไม"

    คุณนิจอ้างว่าทำเพื่อดารารุ่ง ไม่อยากให้เธอต้องเป็นฆาตกร หันไปไล่เมืองเล็กกลับไป เมืองเล็กไม่ยอมไป ดารารุ่งขอปืนคืน แต่ถ้าไม่คืน คุณนิจต้องยิงเมืองเล็กด้วยตัวเอง คุณนิจไม่กล้า ดารารุ่งรำคาญแย่งปืนจากมือคุณนิจมายิงใส่เมืองเล็กเป็นชุด เมืองใหญ่ดึงน้องหลบ แล้วปราดเข้าไปแย่งปืนมาได้ สั่งเมืองเล็กให้หนี เมืองเล็กรีบคว้าข้อมือคุณนิจ วิ่งออกมาหน้าบ้าน ดารารุ่งวิ่งตาม เมืองใหญ่ขวางไว้

    ปรางเชยยอมให้คุณนิจไปกับเมืองเล็กไม่ได้ วิ่งเข้าไป หยิบปืนอีกกระบอกมาให้ดารารุ่ง ดารารุ่งจ่อปืนไปที่เมืองเล็ก สั่งให้ปล่อยคุณนิจ คุณนิจสะบัดมือ วิ่งกลับมาหาพี่สาว บอกเมืองเล็กกลับไป เรื่องของเราจบแล้ว เมืองเล็กรู้ว่าคุณนิจถูกบังคับให้ทำอย่างนี้ เลยไม่ยอมกลับ

    "พิสูจน์ให้มันเห็นทีว่าพี่บังคับคุณนิจหรือเปล่า" ดารารุ่งยื่นปืนให้คุณนิจ

    คุณนิจรับปืนมาท่ามกลางความตกใจของทุกคน และโดยที่ไม่มีใครคาดคิด เธอหลับหูหลับตาเหนี่ยวไก เมืองใหญ่ จะพาเมืองเล็กหนี แต่เขาไม่ยอมไป ถ้าคุณนิจอยากฆ่าเขาก็เชิญ ดารารุ่งหมั่นไส้แย่งปืนมายิงเอง กระสุนเฉี่ยวแขนเมืองใหญ่เลือดอาบ

    เมืองเล็กเห็นพี่ชายบาดเจ็บจำต้องล่าถอย แต่ไม่วายตะโกนด่าดารารุ่งว่าโรคจิต และยืนยันว่าจะกลับมาพาคุณนิจหนีไปให้ได้ ดารารุ่งแค้นมากยิงไล่หลังจนสองพี่น้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน...

    สักพัก เมืองใหญ่ลากคอเมืองเล็กกลับบ้าน ฟองจันทร์ เห็นเลือดเต็มแขนเมืองใหญ่ร้องเอะอะว่าเกิดอะไรขึ้น เมืองใหญ่ ไม่ตอบ กลับขอกุญแจจากแม่ ลากเมืองเล็กเข้าไปในห้องนอนของเขา ฟองจันทร์กับศักดิ์กายตามขึ้นมาพร้อมกับกุญแจส่งให้เมืองใหญ่ เมืองเล็กตาโต

    "เฮ้ยพี่ใหญ่ เอาจริงเหรอ...อย่านะพี่ อย่า...เล็กยอมเชื่อฟังพี่ใหญ่ทุกอย่าง อย่าขังเล็ก...อย่า"

    เมืองใหญ่ไม่ฟังเสียง ล็อกกุญแจทันที เมืองเล็กอาละวาดทุบประตูร้องตะโกน "เปิดประตูๆ" ลั่นแบบเด็กถูกขัดใจ

    "เลิกคลั่งได้แล้ว ถึงเล็กจะไม่ห่วงตัวเอง แต่เล็กต้องคิดถึงเกียรติและศักดิ์ศรีของคุณนิจ ขืนทำเรื่องเสื่อมเสียอีก พ่อจัดการเราแน่" ศักดิ์กายตะโกนใส่ เมืองเล็กหยุดส่งเสียงได้พักเดียว ก็ร้องตะโกนให้เปิดประตู พร้อมกับทุบประตูห้องปังๆๆๆ ทุกคนต่างส่ายหัว เอือมระอากับความดื้อรั้นเอาแต่ใจของเมืองเล็ก

    เมืองใหญ่ห่วงว่าถึงจะขังน้องไว้ แต่เขาคงหาทางหนีออกไปพบคุณนิจจนได้ ศักดิ์กายจะให้บรรเจิดจัดการเรื่องนี้เอง ไม่นานนัก บรรเจิดเอาลวดหนามกองใหญ่มาสุมไว้ที่พื้นใต้ หน้าต่างห้องเมืองเล็ก เมืองเล็กเดินมาชะโงกดู บรรเจิดกระเซ้าเมืองเล็กว่า ถ้ากระโดดลงมาไม่เจ็บก็ตาย

    "กลัวตายล่ะ...เมืองเล็กซะอย่าง ยังไงก็ต้องหาทางออกไปจนได้ ไม่เชื่อคอยดู" เมืองเล็กแสยะยิ้ม

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ ขณะชาตรีกับคุณรัตน์หอบกล้วยเครือใหญ่เดินตามหาดารารุ่งในคราบคุณทิพย์จน ใกล้ถึงหน้าบ้านดารารุ่ง แต่ปกรณ์ขี่สามล้อเข้ามาขวางเสียก่อน ตรงมาแย่งกล้วยไป คุณรัตน์ยื้อไว้ ขอร้องว่าอย่าเอาไป เธอเอามาฝากคุณทิพย์

    "คนใช้...เอามาให้ทำไมไม่มีประโยชน์...เอามานี่ ฉันจะเอาไปแลกเหล้า" ปกรณ์แย่งไปจนได้

    ชาตรีไม่ยอมให้เข้ามาแย่งคืน ปกรณ์โมโห พาลตบตีทั้งแม่ทั้งลูกไม่ยั้ง เสียงร้องเอะอะดังเข้าไปถึงในบ้านดารารุ่ง ดารารุ่งลุกขึ้นชะเง้อมอง ถามป้าพริ้งว่าเสียงใครมาโวยวาย

    "เหมือนคนตีกันเลยค่ะ...คงเป็นผัวเมียที่ไหนตีกันน่ะค่ะ"

    "ผัวเมียตีกันมีที่ไหน มีแต่ผัวตีเมีย...รุ่งจะออกไปดู ถ้าเจอจะแจ้งตำรวจจับมัน" ดารารุ่งทนไม่ได้ เมื่อรู้ว่ามีผู้หญิงถูกผู้ชายรังแก รีบเดินออกไป โดยมีป้าพริ้งตามติด...


    ปกรณ์ยังทุบตีลูกเมียไม่เลิก เมืองใหญ่ในชุดนายตำรวจขับรถผ่านมาพอดี รีบลงมาห้าม ปกรณ์ทำกร่าง อ้างว่าเป็นเรื่องของผัวเมียตำรวจไม่เกี่ยว แต่พอเห็นเมืองใหญ่ทำท่าเอาจริง ปกรณ์เสียงอ่อย คุณรัตน์สบโอกาส ถามคุณตำรวจว่ารู้จักคุณทิพย์ที่เป็นคนรับใช้หรือเปล่า เมืองใหญ่นิ่งคิดอยู่อึดใจ บอกว่าเท่าที่จำได้ แถวนี้ไม่มีคนชื่อนี้ ชาตรีกับคุณรัตน์ หน้าเศร้า ส่วนปกรณ์ยิ้มสะใจ

    "พวกแกสองคนจำผิดแล้ว นังทิพย์อะไรนั่นมันไม่ได้ อยู่แถวนี้หรอก...กลับๆๆไอ้ชาตรีมาถีบรถ"

    "เป็น พ่อประสาอะไรกินแรงลูก...คุณนะแหละมาถีบ... มา" เมืองใหญ่เสียงเขียวใส่ ปกรณ์กลัวโดนเล่นงาน รีบขี่สามล้อพาชาตรีกับคุณรัตน์กลับ...ดารารุ่งเดินออกมาเห็นสามล้อปั่นไป ไกลลิบๆและเห็นเมืองใหญ่ยืนอยู่ เบ้ปาก หาว่าเขาทำดีเอาหน้า เดินเชิดกลับเข้าบ้าน...

    เมืองเล็กรอจนค่ำ จึงวางแผนหนีออกจากห้องได้สำเร็จ โดยหลอกบรรเจิดกับป้าน้อมว่ามีงูเลื้อยเข้ามาในห้องของเขา

    ป้าน้อม กับบรรเจิดหลงกล ไขกุญแจห้องให้ เมืองเล็กรีบเผ่นแน่บ...

    ในเวลา เดียวกัน คุณนิจนั่งซึมกอดปุยอยู่ในห้องนอน ป้าพริ้งยกอาหารเข้ามาให้ คะยั้นคะยอให้กินอะไรบ้างจะได้มีแรง ถ้าเกิดคุณนิจเป็นอะไรไป ดารารุ่งจะอยู่อย่างไร คุณนิจยอมกินข้าว ป้าพริ้งยิ้มออก

    "เดี๋ยวป้า ไปจัดสำรับให้คุณรุ่งก่อนนะคะ"

    พอป้าพริ้งเดินพ้นประตูห้อง คุณนิจก็วางช้อน น้ำตาร่วงด้วยความคิดถึงเมืองเล็ก เดินไปที่หน้าต่างห้อง มองไปทางบ้านของเขา ตัดสินใจเดินออกมานอกห้อง...

    ที่ห้องกินข้าว ดารารุ่งกินมื้อค่ำอย่างเอร็ดอร่อย พลอยทำให้ป้าพริ้งสุขใจไปด้วยที่เห็นดารารุ่งกินข้าวได้เยอะ ดารารุ่ง สบายใจที่ไม่มีไอ้หน้าลิงทโมนอย่างเมืองเล็กมาคอยกวนใจ นึกขึ้นได้ ถามว่าคุณนิจไปยุ่งเกี่ยวกับไอ้หน้าลิงอีกไหม ป้าพริ้งบอกเสียงอ่อยว่า คุณนิจเอาแต่ขลุกอยู่ในห้องไม่ออกไปไหน

    ระหว่างนั้น คุณนิจผ่านมาอีกมุมหนึ่งของห้องกินข้าวโดยไม่มีใครเห็น ได้ยินเสียงดารารุ่ง หยุดฟัง

    "ดีแล้วค่ะ ไม่ต้องออกมา รุ่งจะได้ไม่ปวดหัว ที่ผ่านมาก็ปวดหัวจะแย่ที่ต้องทำตัวเป็นคนป่วยพะงาบๆทำท่าเหมือนจะตาย...วัน นั้นรุ่งไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ แล้วก็ไม่ได้อยากตายด้วย รุ่งแค่รู้ว่าจะเอาชนะใจคุณนิจด้วยวิธีไหนแค่นั้นเอง และรุ่งก็ทำสำเร็จซะด้วยสิ...คุณนิจเลิกยุ่งเกี่ยวกับไอ้เมืองเล็กแถมยัง กล้าจะยิงมันให้ตาย แต่น่าเสียดายที่ดันพลาด ไม่งั้นป่านนี้ ไอ้เมืองเล็กชักแหง็กๆในนรกไปแล้ว...รุ่งเก่งไหมคะป้าพริ้ง" ดารารุ่งหัวเราะชอบใจ ป้าพริ้งยังไม่ทันตอบ คุณนิจที่ยืนร้องไห้ชิงตอบเสียงเครือ

    "เก่งค่ะ...คุณรุ่งเก่งมาก ...แต่ในสายตานิจ คุณรุ่งไม่ต่างอะไรจากแม่มด ทั้งเจ้าเล่ห์เพทุบาย ใจดำใจร้าย...นิจเกลียดคุณรุ่ง" คุณนิจผละออกไปทั้งน้ำตา ดารารุ่งตะลึง หัวใจแทบหยุดเต้น รีบวิ่งตามมาคว้าแขนไว้ พยายามจะพูดแก้ตัวแต่คุณนิจไม่ฟัง สั่งว่าอย่ามายุ่งกับเธอ เธอเกลียดคุณรุ่ง

    ดารารุ่งโมโหตบหน้าคุณ นิจอย่างแรง คุณนิจเจ็บใจมาก ท้าว่าอยากจะฆ่าก็เชิญ แต่เธอจะไม่นับถือคุณรุ่งอีกต่อไป และเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณรัตน์กับคุณน้อยถึงเกลียดคุณรุ่ง เพราะสิ่งที่คุณรุ่งทำมาทั้งหมดเป็นเพราะคุณรุ่งรักตัวเอง ดารารุ่งไล่ส่งว่าอยากจะไปอยู่กับผู้ชายที่ไหนก็ไป

    คุณนิจยืนยันหนัก แน่นว่าไปแน่ เธอทนอยู่กับคนที่เห็นความรักเป็นยาพิษต่อไปไม่ได้ วิ่งหนีออกมาหน้าบ้าน ดารารุ่งกลับไม่ยอมให้เธอไป วิ่งตามมากระชากผมไว้ สั่งให้กลับบ้านเดี๋ยวนี้ จังหวะนั้น เมืองเล็กวิ่งเข้ามาดึงตัวคุณนิจไว้ ดารารุ่งเลยหันไปเล่นงานเมืองเล็กแทน เมืองเล็กปัดป้อง ผลักดารารุ่งออก ร่างของเธอกระเด็นหงายหลัง ดารารุ่งโกรธมาก หาว่าคุณนิจพาผู้ชายเข้ามาทำร้ายเธอ

    "หยุดเพ้อเจ้อได้แล้วคุณรุ่ง ตั้งแต่นาทีนี้ไป ผมจะไม่ยอม ให้คุณบังคับคุณนิจเด็ดขาด ไปคุณนิจไปกับผม" เมืองเล็กดึงมือคุณนิจไป

    ดารารุ่งจะเป็นจะตายขึ้นมาทันที แน่นหน้าอกหายใจไม่ออก ทรุดฮวบลงกับพื้น ป้าพริ้งรีบวิ่งมาประคอง แต่คุณนิจ ไม่เชื่อว่าดารารุ่งป่วยจริง วิ่งตามเมืองเล็ก โดยไม่เหลียวกลับมามองอีกเลย...

    ขณะที่บรรเจิดกับป้าน้อมคิดไม่ตกว่า จะทำอย่างไรดีที่เมืองเล็กหนีไป เมืองเล็กจูงมือคุณนิจวิ่งผ่านหน้าทั้งคู่ตรงไป ที่รถ ป้าน้อมกับบรรเจิดยังไม่ทันได้พูดอะไร เมืองเล็กพาคุณนิจ ขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็วโดยไร้จุดหมายปลายทาง รู้แค่ว่า ต้องไปให้พ้นจากดารารุ่ง...

    ครั้งนี้โรคหัวใจของดารารุ่งอาการกำเริบ จริงๆ ป้าพริ้ง ป้อนยาให้ก็ไม่ดีขึ้น หายใจแผ่ว แต่พยายามจะยันตัวลุกขึ้น จากเตียงไปตามคุณนิจ ก้าวยังไม่ถึงสองก้าว ดารารุ่งเจ็บหน้าอก ขึ้นมาอีก ล้มลง ชักกระตุกมือเกร็งหมดสติ ป้าพริ้งตกใจ รีบคว้า โทรศัพท์เรียกหมอทันที...

    ด้านเมืองเล็กขับรถพาคุณนิจมาถึงบ้านพัก ริมทะเลหัวหิน คุณนิจชักใจไม่ดี ขอร้องเขาพาเธอกลับ เมืองเล็กเหมือนรู้ทัน สาบานด้วยเกียรติลูกผู้ชายว่าจะไม่ล่วงเกินเธอให้เสื่อมเสียเด็ดขาด ที่พามาที่นี่ก็แค่อยากให้เธอสบายใจ คุณนิจคลายกังวล ครู่ต่อมา เมืองเล็กพาคุณนิจเข้าห้องพัก

    "คุณนิจนอนในห้องนี้นะครับ ผมจะไปนอนข้างนอก อย่าคิดมาก ทำใจให้สบาย ฝันดีนะครับ"

    เมืองเล็ก เดินออกไปนั่งที่ระเบียงหน้าห้องพัก ส่วนคุณนิจทรุดตัวนั่งลงบนเตียง ว้าวุ่นใจ ร้องไห้จนหลับไปทั้งน้ำตา ตกดึก คุณนิจยังเก็บเอาเรื่องดารารุ่งไปฝันร้าย ละเมอเรียก "คุณรุ่งๆ" ลั่น ร้องห่มร้องไห้ทั้งๆที่หลับ เมืองเล็กได้ยินเสียง รีบวิ่งเข้ามาจับมือไว้ เช็ดน้ำตาให้ แล้วตัวเองก็เผลอหลับไป

    ooooooo

    เช้าวันต่อมา ชาตรีคิดอยู่หลายตลบว่าจะให้อะไรคุณทิพย์เป็นการตอบแทนที่เธอดีกับเขา และที่สำคัญต้องเป็นของที่พ่อไม่สนใจ ไม่อย่างนั้นจะถูกแย่งไปอีกเหมือนกล้วยเครือนั้น จึงตกลงใจว่าจะถักมงกุฎดอกไม้ให้ ขณะชาตรีกำลังนั่งถักมงกุฎกับแม่เพลินๆ ปกรณ์วิ่งหน้าตื่นเข้ามาชนชาตรีจนมงกุฎในมือหล่น

    "นักเลงมันจะฆ่า ฉัน...หนี...เร็ว" ปกรณ์จะวิ่งหนีขึ้นบ้าน คุณรัตน์กับชาตรีวิ่งตาม

    "แล้ว ทำไมนักเลงต้องตามมาฆ่าคุณด้วยคะ"

    "ฉันค้างเงินพนันมัน...จะเซ้าซี้ อะไร รีบเก็บของพาแม่หนีเร็ว ก่อนที่พวกมันจะตามมาฆ่ายกครัว"

    คุณ รัตน์รีบตามปกรณ์ขึ้นบ้าน ชาตรีมองมงกุฎดอกไม้ในมือ ก่อนตะโกนบอกแม่ว่าเดี๋ยวมา แล้ววิ่งถือมงกุฎดอกไม้ตรงไปยังตลาด สักพักชาตรีมาถึงหน้าร้านขายของชำ กวาดตามองหาคุณทิพย์แต่ไม่เจอเลยฝากมงกุฎไว้กับเจ้าของร้าน ช่วยฝากต่อให้คุณทิพย์ด้วย เจ้าของร้านงงว่าคุณทิพย์ไหน ชาตรีต้องทวนความจำให้ว่าคนสวยๆที่ชอบช่วยเหลือเขา เจ้าของร้านถึงจำได้ สงสัยว่าทำไมชาตรีไม่ให้เอง

    "พ่อจะพาผมย้ายบ้านหนีพวกนักเลง ผมคงไม่ได้เจอคุณทิพย์อีก ฝากเถ้าแก่เอามงกุฎให้เธอด้วย ฝากบอกคุณทิพย์ ว่าสักวันผมจะกลับมาตอบแทนบุญคุณของเธอ"  ชาตรียื่นมงกุฎให้ รีบวิ่งกลับบ้าน...

    ในเวลาเดียวกัน ป้าพริ้งทนไม่ได้ที่เห็นดารารุ่งเอาแต่ซึมเศร้า หมดอาลัยตายอยากไม่ยอมกินข้าวกินปลา อาสาจะไปตามคุณนิจกลับมา ดารารุ่งดีใจ รอคอยอย่างมีความหวัง...

    ส่วนที่บ้านบุรีราชกรม ศักดิ์กายโวยวายใส่ป้าน้อมกับบรรเจิดเสียงลั่นว่าเขาไม่อยู่บ้านแค่คืนเดียว ทำไมถึงปล่อยให้เกิดเรื่องขนาดนี้ ฟองจันทร์คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี ศักดิ์กายแนะว่าอย่างแรกที่ต้องทำคือ ไปขอโทษดารารุ่ง ฟองจันทร์เห็นด้วย

    สอง ผัวเมียยังไม่ทันจะออกพ้นประตูบ้าน ป้าพริ้งพรวดพราดเข้ามาถามหาเมืองเล็กกับคุณนิจ พอรู้ว่าทั้งสองคนไม่อยู่ที่นี่ และไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน ป้าพริ้งต่อว่าต่อขานศักดิ์กายกับฟองจันทร์ที่ไม่รู้จักดูแลลูกให้ดี เมืองเล็กถึงทำอะไรโดยไม่สนใจคนอื่น และสิ่งที่เขาทำเท่ากับว่าได้ฆ่าดารารุ่งให้ตายทั้งเป็น...

    จากนั้น ศักดิ์กายกับฟองจันทร์มาที่บ้านดารารุ่ง พอดารารุ่งเห็นหน้าทั้งคู่ คิดว่าจะมาเยาะเย้ยสมน้ำหน้าตนเอง ฟองจันทร์หน้าเสีย รีบบอกว่าพวกเรามาขอโทษต่างหาก และจะขอรับผิดชอบทุกอย่าง

    "รับผิดชอบ ยังไง เกียรติยศศักดิ์ศรีของราชศักดิ์มนตรีธรรมที่เสียไป ยังไงก็ไม่มีทางได้กลับคืน มันยับเยินป่นปี้ไปแล้วเพราะดารานิจ...โอ๊ย..." ดารารุ่งกุมหน้าอก สีหน้าเจ็บปวด ป้าพริ้งรีบวิ่งมาหยิบยาให้

    ดารา รุ่งกินยาเสร็จล้มตัวลงนอนอย่างเหนื่อยอ่อน บอกพวกบุรีราชกรมกลับไปได้แล้ว และอย่ามายุ่งกับเธออีก ส่วนนิจก็ไม่ต้องเอามาคืน เกียรติยศศักดิ์ศรีของราชศักดิ์มนตรีธรรม เธอจะรักษาไว้เอง

    "ยังไงผม ก็จะรับผิดชอบเรื่องนี้ให้ดีที่สุด ไม่ให้ราชศักดิ์มนตรีธรรมต้องมัวหมองอย่างเด็ดขาด"

    ศักดิ์กายกับฟอง จันทร์พากันกลับ ป้าพริ้งตามมาส่ง ระหว่างเดินมาหน้าบ้าน ฟองจันทร์บอกป้าพริ้งว่าจะรีบจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด และฝากความห่วงใยให้ดารารุ่งด้วย พอมาถึงหน้าบ้าน เห็นป้าน้อมกับบรรเจิดรออยู่ ศักดิ์กายสั่งบรรเจิดให้ไปตามเมืองใหญ่กลับบ้านเดี๋ยวนี้...หลังจากเมือง ใหญ่ รู้เรื่องทั้งหมด กลุ้มใจไม่แพ้พ่อกับแม่ แต่ยังโชคดีที่เขาพอจะเดาออกว่าเมืองเล็กพาคุณนิจไปที่ไหน...

    เย็น วันเดียวกัน ที่หัวหิน เมืองเล็กกับคุณนิจกำลังเดินเล่นอยู่บนชายหาด เมืองเล็กเห็นสีหน้ากลัดกลุ้มของเธอแล้วเป็นห่วง เลยเก็บหอยสังข์สีขาวตัวเล็กตัวหนึ่งยื่นให้ คุณนิจชมว่าน่ารักดี

    "ผมไม่ได้ถามว่าน่ารักหรือไม่น่ารักซักหน่อย...ผมรู้ว่าคุณนิจกำลังทุกข์ใจ เลยเอาหอยสังข์มาให้คุณนิจอธิษฐาน... หอยสังข์เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะ คุณนิจรับไว้แล้วอธิษฐานนะครับ บางทีเรื่องร้ายๆอาจกลายเป็นดี...เราจะฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคทุกอย่างไปด้วยกันนะครับ...คุณนิจ"

    ทั้งสองคนมองสบตากันและยิ้มให้กำลังใจกัน เมืองใหญ่ มองเห็นน้องชายมีความสุข เลยไม่อยากขัดขวาง เดินกลับไปที่รถ แต่พอนึกถึงเสียงของพ่อกับแม่ที่สั่งให้เขาเอาตัวน้องกลับมาให้ได้ อย่าให้น้องทำลายเกียรติยศศักดิ์ศรีของคุณนิจเด็ดขาด เมืองใหญ่ตัดสินใจกลับไปหาเมืองเล็ก

    ระหว่างที่เมืองเล็กกับคุณนิจกำลังจะขึ้นบ้านพัก หยุดกึก เมื่อเห็นเมืองใหญ่ยืนรออยู่ เมืองใหญ่บอกว่าพ่อกับแม่ให้เขามาตามทั้งคู่กลับบ้าน เมืองเล็กยังไม่อยากกลับ เพราะรู้ว่าดารารุ่งยังไม่หายโกรธ

    "ใช่คุณรุ่งโกรธและอาการคงจะทรุดหนักที่รู้ว่าเล็กไม่ยอมพาคุณนิจกลับไป"

    พอคุณนิจรู้ว่าดารารุ่งไม่สบายมากเพราะเรื่องนี้ ถึงกับตกใจ หน้าซีดเผือด...

    ไม่นานนัก เมืองใหญ่ก็พาทั้งคู่กลับบ้านบุรีราชกรม ศักดิ์กายขอคุยเป็นการส่วนตัวกับลูกชายตัวดีทันทีที่ประตูห้องทำงานของศักดิ์กายปิด ศักดิ์กายตบหน้าเมืองเล็กอย่างแรง เมืองเล็กไม่ทันตั้งตัว เซเสียหลักชนเก้าอี้ ทั้งคนทั้งเก้าอี้พากันล้มโครม ฟองจันทร์ตกใจ จะเข้าไปดู แต่เมืองใหญ่รั้งตัวไว้ เตือนว่าพ่อกำลังโกรธ อย่าเพิ่งเข้าไปขวาง คุณนิจโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด

    "ไม่ใช่ครับ...ต้นเหตุมาจากนายเล็กที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด และนายเล็กก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ" เมืองใหญ่สีหน้าเคร่งเครียด ขณะที่คุณนิจไม่สบายใจมาก...

    ภายในห้องทำงานของศักดิ์กาย เมืองเล็กหน้าเสีย ลุกขึ้นยกมือไหว้ขอโทษพ่อ ศักดิ์กายต่อว่าว่าขอโทษแล้วทดแทนกับความเสื่อมเสียที่เกิดขึ้นได้ไหม เมืองเล็กสาบานว่าไม่เคยล่วงเกินคุณนิจแม้แต่ปลายเล็บ  ศักดิ์กายไม่อยากฟังคำแก้ตัว สั่งเมืองเล็กพาคุณนิจกลับไปหาดารารุ่ง และต้องขอโทษดารารุ่งด้วยตัวเอง เมืองเล็กท่าทางไม่ค่อยพอใจนัก

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้น ศักดิ์กาย ฟองจันทร์กับเมืองใหญ่พาเมืองเล็กไปขอโทษดารารุ่งแต่เช้า แทนที่ทุกอย่างจะดีขึ้น กลับเลวร้ายลง เพราะเมืองเล็กขอโทษแบบขอไปที ยิ่ง ทำให้ดารารุ่งโกรธ   เมืองใหญ่เห็นท่าไม่ดี   รีบคุกเข่าขอโทษแทนน้องชาย   และจะรับผิดทุกอย่างขอเพียงเราสองตระกูลอย่าบาดหมางน้ำใจกัน

    "จะรับผิดชอบแทนบุรีราชกรมหรือ...ได้" ดารารุ่งปราดเข้ามาตบหน้าเมืองใหญ่อย่างแรง และจะอาละวาดซ้ำ เมืองเล็กกระโจนเข้ามาผลักเมืองใหญ่ออก ยืนเผชิญหน้ากับดารารุ่ง ท้าทายว่าถ้าอยากทำร้ายเขาก็ทำเลย อย่าไปทำคนอื่น ศักดิ์กายเกรงว่าเรื่องราวจะบานปลาย รีบปรามเมืองเล็ก

    "พอได้แล้วเมืองเล็ก...คุณดารารุ่ง...ผมขออภัยจริงๆ ที่นายเล็กได้ล่วงเกิน เพื่อเป็นการตัดปัญหาทุกอย่าง ผมจะส่งนายเล็กไปเรียนต่อเมืองนอกให้เร็วที่สุด" ศักดิ์กายสีหน้าจริงจัง...

    ครู่ต่อมา ศักดิ์กาย ฟองจันทร์กับลูกชายทั้งสองคน กลับถึงบ้านบุรีราชกรม เมืองเล็กอาละวาดยกใหญ่ ไม่ยอมไปเรียนเมืองนอก จะอยู่แต่งงานกับคุณนิจที่นี่ ขอร้องแม่ให้ช่วย ฟองจันทร์ไม่ยอมช่วย เมืองเล็กหันไปส่งสายตาอ้อนวอนพี่ชาย เมืองใหญ่ก็ไม่ยอมช่วยเช่นกัน เมืองเล็กพาล หาว่าเมืองใหญ่ ต้องการคุณนิจไว้เอง ถึงได้พยายามเสือกไสไล่ส่งตน

    "เมืองเล็ก เลิกพูดได้แล้ว ยังไงแกก็ต้องไปเรียนต่อเมืองนอก ไม่ใช่แค่อนาคตของแกคนเดียว แต่มันรวมถึงอนาคตคุณนิจด้วย" ศักดิ์กายเสียงเข้ม เมืองเล็กไม่ยอมไปเมืองนอกเด็ดขาด ผลุนผลันออกจากห้องไปอย่างโกรธเกรี้ยว...

    ค่ำวันเดียวกัน ป้าพริ้งพาคุณนิจคลานเข่าเข้ามาก้มกราบขออภัยดารารุ่ง แต่เธอกลับยกเท้าหนี หาว่าคุณนิจ ถูกเมืองเล็กเชยชมสมใจแล้วเขี่ยทิ้ง  ถึงได้ซมซานกลับมา ที่นี่

    "คุณเล็กไม่ได้ทิ้งนิจค่ะ   แล้วคุณเล็กก็ไม่ล่วงเกินอะไรนิจด้วย"

    "คนสกปรก ถ้าฉันเชื่อแกก็บ้าแล้ว แต่ในเมื่อแกอุตส่าห์มากราบขอโทษ ฉันก็จะยกโทษให้...นับจากนาทีนี้ เป็นต้นไป  แกจะไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกเลย"  ดารารุ่งกระชากตัวคุณนิจ ลากไปที่ห้องเก็บของ

    คุณนิจดิ้นรนสุดชีวิต ผลักดารารุ่งออกแล้ววิ่งหนี

    ดารารุ่งพุ่งคว้าข้อเท้าเธอไว้ได้ คุณนิจเสียหลักหน้าคว่ำ หอยสังข์ ตัวเล็กที่เก็บไว้ในกระเป๋าหล่นพื้น รีบคว้าคืน ดารารุ่งหันมาเห็น รู้ทันทีว่าต้องเป็นของรักของหวงที่เมืองเล็กให้ แย่งจากมือคุณนิจ โยนทิ้ง จิกผมเธอลากเข้ามาในห้องเก็บของจนได้

    ปุยวิ่งเข้ามาจะปกป้องคุณนิจ ดารารุ่งถีบปุยกระเด็น คว้าโซ่เส้นโตที่เตรียมไว้ล่ามขาคุณนิจ คุณนิจขัดขืนร้องจะไปหาเมืองเล็กให้ได้ ดารารุ่งเลยต้องเชือดไก่ให้ลิงดู ข่มขวัญ กระชากปุยขึ้นมา

    "ถ้าแกก้าวขาออกจากที่นี่เพียงแค่ก้าวเดียว แกจะโดนอย่างนี้" ดารารุ่งคว้ามีดจ้วงแทงปุย

    คุณนิจกรีดร้องสุดเสียง ตาเบิกค้างตัวแข็งทื่ออยู่อย่างนั้น ป้าพริ้งตกตะลึงไม่แพ้กัน เสียงดารารุ่งสั่งให้เอาปุยไปฝัง ปลุกป้าพริ้งได้สติรีบคว้าร่างปุยออกไป ดารารุ่งเดินตามปิดประตูห้องล็อกกุญแจ...

    หลังจากฝังปุย ป้าพริ้งเข้ามาขอร้องดารารุ่งอย่ากักขังน้องไว้อย่างนั้นเลย แค่ฆ่าปุยต่อหน้า คุณนิจก็แทบสติไม่สมประดีแล้ว ถึงคุณนิจจะทำให้ดารารุ่งผิดหวัง แต่ครั้งนี้ดารารุ่งทำรุนแรงเกินไป ดารารุ่งตาขวาง หาว่าป้าพริ้งว่าเธอ ป้าพริ้งแก้ตัวเป็นพัลวันว่าไม่ได้ว่า เธอแค่เป็นห่วงคุณนิจเท่านั้น

    "เป็นห่วงคุณนิจ...ถ้าเป็นห่วงมากนักป้าพริ้งก็เข้าไปอยู่ในห้องกับคุณนิจแล้วกัน"

    ดารารุ่งกระชากแขนป้าพริ้งสุดแรง ป้าพริ้งขืนตัวไว้ ร้องเสียงหลงว่าอย่า ดารารุ่งเหวี่ยงป้าพริ้งล้มลง ตะคอกใส่ว่าทีหน้าทีหลังจำให้ขึ้นใจว่าเธอไม่ชอบให้ใครตำหนิ ป้าพริ้งขอโทษเสียงอ่อย เธอไม่ได้มีเจตนาจะตำหนิ แค่ไม่อยากให้ใครมาว่าดารารุ่งเป็นคนบ้าโรคจิต

    "คนบ้า...โรคจิต...ถ้าป้าพริ้งทนรุ่งไม่ได้ก็ไสหัวไปเลย ไป"

    ดารารุ่งตรงเข้ามาผลักป้าพริ้งเป็นการใหญ่ ป้าพริ้งไม่อยากไป  อ้อนวอนขออยู่ที่นี่  ดารารุ่งไม่ให้อยู่  จับคาง ป้าพริ้งมองด้วยแววตาแข็งกร้าว ขู่ว่าถ้าไม่ยอมไปแต่โดยดี ก็จะมีจุดจบแบบนังปุย   ป้าพริ้งกลัวลนลานรีบเข้าไปเก็บเสื้อผ้าข้าวของ...ครู่ต่อมา   ป้าพริ้งหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าออกจากบ้าน หันกลับมามองอย่างอาวรณ์ ดารารุ่งแอบมองอยู่ มุมมืดข้างในบ้านจนป้าพริ้งเดินลับสายตา

    "ไม่มีใครรักฉัน   ไม่มีใครอยู่กับฉัน   ฉันก็จะอยู่ที่นี่ คนเดียว" ดารารุ่งปล่อยโฮอย่างสุดกลั้น...

    ดึกแล้ว กว่าเมืองเล็กจะใจเย็นลงและรู้ตัวว่าทำผิด ตัดสินใจยอมไปเรียนต่อต่างประเทศตามที่พ่อต้องการ แต่เขาต้องไปบอกคุณนิจก่อนว่าเขาจะรีบเรียนให้จบ แล้วจะกลับมาหาเธอให้เร็วที่สุด เมืองเล็กค่อยๆย่องออกจากบ้านตรงไปหาคุณนิจ

    ลมพัดแรงราวกับจะมีพายุ ไม่นาน ฝนตกเปาะแปะและแรงขึ้นๆ เมืองเล็กลัดเลาะมาตามแนวรั้วเหมือนเช่นเคย ดารารุ่งซึ่งยืนซึมซังกะตายอยู่ในบ้านเหลือบเห็นเมืองเล็ก แววตากลับเป็นประกายน่ากลัว

    "อยากอยู่ที่นี่นัก...ฉันก็จะให้แกอยู่จนนิรันดร์...ไอ้เมืองเล็ก"

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 10:09 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์