นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เรือนซ่อนรัก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    จากนั้นคุณนิจเดินไปตามถนนอย่างอารมณ์ดี เมืองเล็กในชุดนักศึกษาขับรถยนต์ตามหลัง  เห็นคุณนิจ เลยแกล้งขับรถช้าๆมาเทียบ ไม่ว่าเมืองเล็กจะพูดอะไรด้วย คุณนิจไม่ตอบ เมืองเล็กแกล้งยั่ว

    "น่าเสียดายจังเลยนะครับ คนสวยๆอย่างคุณนิจ ไม่น่าพูดไม่ได้เลย...ถ้าพูดไม่ได้ โบราณท่านว่าให้เอาคางคกตบปาก รับรองพูดได้คล่องปรื๋อ...พอดีผมมีคางคกติดมาด้วย...รอเดี๋ยวนะครับ"

    เมืองเล็กล้วงเข้าไปในกระเป๋า ทำท่ากำมือเหมือนหยิบ อะไรออกมา แล้วปาผ้าเช็ดหน้าใส่ คุณนิจตกใจคิดว่าเป็นคางคก รีบหลบเลยหกล้ม เมืองเล็กรีบจอดรถลงไปดู เมืองใหญ่ในชุด นายตำรวจวิ่งเข้ามา ถามคุณนิจว่าเป็นอะไรหรือเปล่า พร้อมกับยื่นมือให้ คุณนิจบอกว่าไม่เป็นอะไร ยันตัวลุกขึ้นเอง เมืองใหญ่หน้าเจื่อน หันไปต่อว่าน้องชายที่ชอบแกล้งคุณนิจ เมืองเล็กทำท่าจะค้าน เมืองใหญ่ร้องห้าม หันมาถามคุณนิจว่าจะไปเรียนใช่ไหม เดี๋ยวเขาจะไปส่ง คุณนิจส่ายหน้าขอไปเอง

    "งั้นเจอกันใหม่นะครับ...นายเล็กรีบไปเรียน  แล้วต่อไป ห้ามแกล้งคุณนิจอีก"

    เมืองเล็กทำไม่รู้ไม่ชี้ แต่แอบดีใจที่คุณนิจไม่ไปกับ พี่ชาย เมืองใหญ่ส่ายหน้า ขอโทษคุณนิจแทนน้องชาย เดินไป ขึ้นรถขับออกไป  เมืองเล็กทำเป็นเดินไปที่รถ  รอจนพี่ชายขับรถลับสายตา หันมาต่อว่าคุณนิจที่ปล่อยให้พี่ชายตำหนิเขาโดยที่เขาไม่ได้ทำอะไร นอกจากโยนผ้าเช็ดหน้าให้เธอแค่นั้น

    "ทำผิดแล้วยังไม่รู้ตัวว่าผิดอีก ไม่มีมารยาท" คุณนิจ มองอย่างดูถูก แล้วจะเดินหนี

    แต่เมืองเล็กเข้ามาขวางสีหน้าไม่พอใจ ต่อว่าว่าแค่ล้อเล่น นิดหน่อยทำไมต้องด่าด้วย คุณนิจมองเยาะ บอกว่าถ้าไม่เกรงใจท่านนายพลกับคุณหญิง เธอคงด่าเขาไปแล้วว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน เมืองเล็กโกรธมาก กระชากแขนคุณนิจอย่างแรง...

    ด้านดารารุ่งเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมให้เงินคุณนิจติดตัว คว้ากระเป๋าถือจะเดินออกจากบ้าน   คุณนิจซึ่งยังอยู่ไม่ห่างจากหน้าบ้าน มองมือเมืองเล็กสลับกับหน้าบ้านตัวเองอย่างหวั่นๆ บอกเมืองเล็กให้ปล่อยมือเดี๋ยวนี้ เมืองเล็กไม่ยอมปล่อย ความที่กลัวพี่สาวมาเห็นจับมือถือแขนกับผู้ชาย คุณนิจจึงสะบัดมือ ออกแล้วผลักเขาอย่างแรงจะวิ่งหนี แต่กลับเสียหลักล้มเสียเอง เมืองเล็กรีบเข้ามาประคอง

    ขณะเดียวกัน ดารารุ่งเดินเกือบจะถึงประตูรั้ว แต่เจ็บแน่นหน้าอกขึ้นมาก่อนล้มลงหมดสติ ปรางเชยในชุดนักศึกษาเดินมาถึงประตูรั้วบ้านดารารุ่งพร้อมๆกับป้าพริ้งกลับ มาพอดี ทั้งสองคนตกใจรีบวิ่งเข้าไปพยุงดารารุ่ง ป้าพริ้งวานปรางเชย ช่วยไปตามหมอด่วน ปรางเชยวิ่งออกมาทันที...

    ฝ่ายเมืองเล็กเห็นมือของคุณนิจเป็นรอยถลอกเลือดซึม รีบขอโทษ จับมือคุณนิจไว้ ควักผ้าเช็ดหน้าสีขาวขึ้นมาพันมือให้ คุณนิจมองไปทางบ้านอย่างหวาดกลัว บอกเสียงดุว่าอย่ามายุ่ง แล้วยันตัวลุกขึ้น แต่ขาเจ็บเลยยืนเซ เมืองเล็กรีบเข้ามาประคอง

    ระหว่างนั้นปรางเชยเข้ามาดึงตัวคุณนิจออกแล้วยืนแทรกตรงกลาง ต่อว่าเมืองเล็กว่าเกลียดคุณนิจมาแต่ชาติปางไหนถึงได้ชอบแกล้งเธอนัก

    "แกล้งที่ไหนกันปรางเชย คุณนิจเท้าเจ็บมือเจ็บ ฉันจะพาคุณนิจไปหาหมอ"

    "ไม่ต้องหรอกค่ะ เพราะป้าพริ้งให้มาตามคุณนิจ...คุณรุ่งนอนหมดสติที่หน้าบ้านค่ะ"

    ooooooo

    คุณนิจถึงกับร้องเอะอะเมื่อได้ยินป้าพริ้งบอกว่าดารารุ่งเป็นโรคหัวใจ   ดารารุ่งติงว่าจะตกใจอะไรมากมายก็แค่โรคหัวใจ อย่าไปกังวลกับมันเลย คุณนิจโผกอดดารารุ่ง จะไม่ให้เธอเป็นกังวลได้อย่างไรในเมื่อเธอทั้งรักและเป็นห่วงพี่สาวยิ่งกว่า ชีวิตของตัวเอง ถ้าดารารุ่งเป็นอะไรไปเธอจะอยู่ได้อย่างไร

    "พี่ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ยิ่งได้ยินคุณนิจพูดอย่างนี้ พี่ยิ่งไม่เป็นอะไร จะอยู่ดูแลคุณนิจเป็นร้อยเป็นพันปีเชียว...คนดีของพี่ อย่าได้กังวลใจไปเลยนะ"

    ดารารุ่งหันมาขอบใจปรางเชยมากที่มาพบเธอก่อน ไม่อย่างนั้นเธอคงจะแย่ คุณนิจยังคงกำผ้าเช็ดหน้าของเมืองเล็กไว้แน่นขณะที่มองปรางเชยอย่างซึ้ง ใจ...จากนั้นคุณนิจปล่อยให้ดารารุ่งพักผ่อน  ชวนปรางเชยลงมาเดินที่สนามหน้าบ้าน ขอบใจปรางเชยที่ช่วยชีวิตพี่สาวของเธอ

    "สำหรับคุณนิจ ปรางยินดีทำให้ทุกอย่าง แต่คุณรุ่งจะว่ายังไงนะ ถ้ารู้ว่าระหว่างที่เธอนอนสลบไสลไม่ได้สติ คุณนิจกำลังจับมือถือแขนกับผู้ชาย ซ้ำยังอาลัยอาวรณ์ถึงขั้นเก็บผ้าเช็ดหน้าของเขาไว้อีก"

    "อย่าพูดอย่างนี้อีกนะปราง...ถ้าคุณรุ่งมาได้ยินเข้า นิจตายแน่ๆ"

    ปรางเชยแนะว่าถ้าคุณนิจไม่อยากมีเรื่องกับพี่สาวก็อย่าไปยุ่งกับเมืองเล็ก คุณนิจไม่เคยยุ่งอะไรด้วย เขาต่างหากเป็นฝ่ายมายุ่งกับเธอตลอดตั้งแต่เล็กจนโต ปรางเชยตั้งข้อสังเกตว่าเมืองเล็กอาจจะชอบคุณนิจก็ได้ เพราะคอยตามไม่เคยห่าง แล้วมองไปที่รั้ว เห็นเมืองเล็กมาด้อมๆมองๆอยู่

    ด้วยความหึงหวงคุณนิจ ปรางเชยปรี่เข้าไปหาเมืองเล็ก ออกปากไล่เขากลับ เมืองเล็กไม่พอใจ ปรางเชยมีสิทธิ์อะไรมาไล่เขา เจ้าของบ้านก็ไม่ใช่ ปรางเชยขู่ว่าจะไปฟ้องดารารุ่ง เมืองเล็กหน้าเสีย

    "คุณนิจ...ผมเป็นห่วงคุณนิจนะครับ"

    ปรางเชยหมั่นไส้ เดินมากอดคุณนิจอวดเมืองเล็ก คุณนิจทำหน้าแหยมองปรางเชยแปลกๆ เมืองเล็กก็เช่นกัน ปรางเชยไม่สนใจ ขู่ซ้ำว่าถ้าไม่ยอมกลับไปดีๆเธอจะไปฟ้องดารารุ่ง เมืองเล็กจำใจกลับ คุณนิจหันหลังจะเข้าบ้าน ปรางเชยตามมาพูดดักคอว่าอย่าได้คิดสนใจเมืองเล็ก เพราะดารารุ่งคงไม่มีวันยอมให้คุณนิจสานสัมพันธ์กับเขาแน่ คุณนิจไม่พอใจ ขอร้องปรางเชยอย่าทำตัวเป็นพี่สาวเธออีกคน...

    คืนวันเดียวกัน ปรางเชยนั่งถอนหายใจเฮือกๆ ครูเสรีพ่อของปรางเชยสงสัยว่าลูกกลุ้มใจเรื่องอะไร ปรางเชยเป็นห่วงคุณนิจ กลัวเธอจะโดนผู้ชายหลอก

    "กลัวทำไม...ผู้หญิงคู่กับผู้ชายเป็นเรื่องธรรมดา"

    ปรางเชยลุกพรวด ทำเสียงห้าว เถียงว่าผู้หญิงไม่จำเป็น ต้องคู่กับผู้ชาย ครูเสรีเตือนให้พูดจาดีๆหน่อย และระวังกิริยามารยาทด้วย เธอเป็นผู้หญิงอย่าทำห้าวเหมือนผู้ชาย

    "ปรางอยากเป็นผู้ชาย ปรางอยากเข้มแข็งเหมือนชายชาตรีเหมือนพ่อ จะได้ปกป้องดูแลคุณนิจ ปรางเป็นห่วง แล้วก็หวงคุณนิจจริงๆนะพ่อ" ปรางเชยสีหน้าจริงจังจนครูเสรีอดห่วงไม่ได้

    ooooooo

    ชาตรีวัยสิบขวบเศษในชุดนักเรียนปราดเข้ามาช่วยคุณรัตน์ผู้เป็นแม่ยกลังถึงลง จากเตา  สองแม่ลูกช่วยกันหยิบข้าวต้มมัดออกจากลังถึงวางเรียงในกระจาด คุณรัตน์เตือนว่ามาช่วยแม่อย่างนี้เดี๋ยวก็ไปโรงเรียนสาย ชาตรีอยากช่วยแบ่งเบาภาระแม่จะได้ไม่เหนื่อย ปกรณ์ เดินตุปัดตุเป๋ กลิ่นเหล้าคลุ้งเข้ามา

    "เหนื่อยแล้วมีเงินก็ยังดี แต่แม่ของแกเหนื่อยแล้วยังได้เงินเท่าเดิม...พูดแล้วโมโห...โธ่เอ๊ยนังร่วง"

    ปกรณ์เดินมาตบหัวคุณรัตน์หน้าคะมำ ชาตรีเข้ามาขวาง เลยโดนปกรณ์ตบจนล้มคว่ำทับลงบนถาดข้าวต้มมัด ชาตรีจ้องหน้าปกรณ์เขม็ง คุณรัตน์ปราดเข้ามาปกป้องลูก บอกชาตรีเอายาขึ้นไปป้อนยายมาลี ยายจะได้หายเร็วๆ ชาตรีรับคำ ปกรณ์เบื่อแม่ที่เอาแต่ป่วยไม่หายเสียที เปลืองเงินค่ารักษา

    "เปลืองแค่ไหนผมก็จะช่วยแม่หาเงินมารักษายายเอง" ชาตรีหันมาบอกพ่อ

    ปกรณ์กัดฟันกรอดๆไล่ชาตรีให้ไปขอเงินป้า จะได้ร่ำรวยมีเงินมีทองใช้ไม่ต้องยากจนอย่างนี้ คุณรัตน์ไม่อยากให้ลูกรู้เรื่องดารารุ่ง รีบปฏิเสธว่าเธอไม่มีญาติ ไล่ชาตรีไปดูยาย ปกรณ์หาว่าคุณรัตน์สอนลูกให้กระด้างกระเดื่องกับเขาเลยตบสั่งสอนอีกหนึ่งฉาด คุณรัตน์น้ำตาร่วง ปวดร้าวใจ...

    ตกเย็นชาตรีกลับจากโรงเรียนเห็นแม่นั่งร้องไห้เข้ามาปลอบ แล้วถามว่าถ้าอยู่กับพ่อแล้วไม่มีความสุขทำไมแม่ถึงไม่ไปอยู่กับป้าที่ชื่อ ดารารุ่ง คุณรัตน์โกหกลูกว่าไม่มีญาติที่ไหน ปกรณ์เมาเลยพูดเรื่อยเปื่อย เธอตัวคนเดียว เธอคือ "นังร่วง ชาญบุรี" คุณรัตน์ตอกย้ำความเจ็บปวดให้ตัวเอง

    ooooooo

    ขณะที่ดารารุ่งยืนรอป้าพริ้งอยู่ข้างร้านชำ มีคนร้ายวิ่งราวกระเป๋าถือของเธอไป ชาตรีซึ่งกำลังขนของอยู่หน้าร้านชำ เห็นเหตุการณ์รีบวิ่งตามจับคนร้ายจนแย่งกระเป๋าคืนมาได้ ดารารุ่งจะให้เงินเป็นการตอบแทน ชาตรีไม่รับ อ้างว่าแม่สอนไม่ให้เอาของของใคร ดารารุ่งท้วงว่าเงินจำนวนนี้เธอให้เขาต่างหาก

    "เหมือนกันครับ แม่บอก...ทำอะไรอย่าหวังผลประโยชน์"

    ดารารุ่งทั้งเอ็นดูทั้งชื่นชมที่เด็กคนนี้ได้รับการสั่งสอนมาดี ยังไม่ทันจะถามชื่อแซ่ เจ้าของร้านชำตะโกนเรียกชาตรีมาช่วยเขาขนของต่อ ชาตรียกมือไหว้ดารารุ่งก่อนวิ่งปร๋อกลับไป ดารารุ่งขาเจ็บตอนถูกกระชากกระเป๋า เดินกะเผลกๆตาม

    สักพัก ดารารุ่งมาถึงร้านชำ ได้ยินเสียงเจ้าของร้านถามชาตรีว่าจะฝากขนมไว้ที่นี่ก่อนไหม ชาตรีจะเอาขนมติดไปด้วย เผื่อระหว่างทางไปส่งของมีคนซื้อ ดารารุ่งขอเหมาขนมทั้งหมด แล้วให้ธนบัตรหนึ่งร้อยบาท กำชับว่าไม่ต้องทอน ชาตรีลังเล เพราะเงินจำนวนมากเกินราคาขนม ดารารุ่งคะยั้นคะยอให้รับ ชาตรียกมือไหว้ขอบคุณอย่างนอบน้อม เสียงเจ้าของร้านตะโกนเร่งชาตรีให้รีบไปส่งของ

    "ขอบพระคุณอีกครั้งครับ ผมจะกลับไปบอกแม่ว่าเจอผู้หญิงที่สวยและใจดีที่สุดตั้งแต่ผมเคยเห็น"

    ดารารุ่งยิ้มเอ็นดู ขอบใจในคำชม ชาตรีวิ่งไปที่รถเข็น แล้วหันกลับมาบอกดารารุ่งว่าเท้าที่เจ็บให้เอาใบพลับพลึงย่างไฟแล้วห่อเท้า ไว้ จะได้หายเร็วๆ ดารารุ่งขอบใจเขาอีกครั้ง จังหวะนั้นป้าพริ้งหิ้วของพะรุงพะรังเข้ามาเห็นพอดี...ครู่ต่อมา ดารารุ่งกับป้าพริ้งกลับถึงบ้าน

    ระหว่างเดินตามทางเข้าบ้าน ดารารุ่งชมชาตรีให้ป้าพริ้งฟังไม่ขาดปาก เธอไม่เคยเห็นเด็กผู้ชายที่ไหนน่ารักน่าเอ็นดู ขยันขันแข็งเท่าเขามาก่อน ไม่เหมือนเมืองเล็กซึ่งทำแต่เรื่องกวนประสาท คุณนิจเดินออกมาชะงักที่ได้ยินดารารุ่งด่าเมืองเล็ก ป้าพริ้งถาม
    ว่าชาตรีเป็นลูกเต้าเหล่าใคร

    "ไม่ทราบค่ะ แต่เด็กท่าทางแบบนั้น พื้นเพพ่อแม่คงเป็นได้แค่กุลีในตลาด หรือไม่ก็ขายขนม...นี่รุ่งเหมาขนมข้าวต้มมัดมาด้วยนะคะ" ดารารุ่งหยิบข้าวต้มมัดจากถุงออกมาแกะกิน แล้วส่งให้คุณนิจกินด้วย

    "อร่อยจังเลยค่ะ แต่เห็นขนมแล้วคิดถึงคุณรัตน์จังเลยนะคะ"

    ดารารุ่งปวดหัวจี๊ดทันที ตวาดใส่คุณนิจให้หยุดพูดเดี๋ยวนี้ ห้ามพูดชื่อนี้ให้ได้ยินอีก อาละวาดขว้างขนมแบบควบคุมตัวเองไม่ได้ ตัวสั่นเจ็บแน่นหน้าอก คุณนิจตกใจรับเข้าไปกอด ขอโทษ สัญญาว่าต่อไปจะไม่พูดอีก ดารารุ่งปัดมือออก เดินเข้าบ้าน คุณนิจกอดป้าพริ้งร้องไห้ คิดถึงคุณรัตน์กับคุณน้อย...

    จากนั้น ดารารุ่งเดินขึ้นห้อง คว้ายามากิน ยังเจ็บใจคุณรัตน์กับคุณน้อยไม่หาย และไม่มีวันให้อภัยทั้งคู่เด็ดขาด ดารารุ่งเจ็บอกด้านซ้ายจนต้องทรุดตัวลงนั่ง   บอกเงาในกระจก

    "เย็นไว้...ดารารุ่งเย็นไว้ คุณนิจแค่ไม่ตั้งใจ คุณนิจ ไม่เคยรักใครเท่ากับเธอ"

    จังหวะนั้น ป้าพริ้งเคาะประตูห้องก่อนเปิดเข้าไป เห็นดารารุ่งนั่งหน้าตาซีดเซียว ปลอบว่าอย่าคิดมาก ยิ่งคิดมากร่างกายจะยิ่งทรุดโทรม   ดารารุ่งไม่อยากให้น้องพูดถึงคนพวกนั้นอีก ป้าพริ้งเห็นว่าเรื่องผ่านมาตั้งนานแล้ว น่าจะให้อภัยกันได้แล้ว และเท่าที่รู้ชีวิตของทั้งสองคนก็ไม่มีความสุข

    "ใช่...มันสองคนไม่มีใครมีความสุข   แล้วจะต้องทุกข์ จนตาย" ดารารุ่งสีหน้าเคียดแค้น...

    ทั้งสองสาวไม่มีความสุขอย่างที่ดารารุ่งว่าจริงๆ...แทนที่คุณรัตน์จะได้เงิน ที่ดารารุ่งจ่ายค่าข้าวต้มมัดจากชาตรีเก็บไว้ เป็นค่ารักษายายมาลี ปกรณ์มาฉกเงินไปจากมือลูกอย่างหน้าด้านๆ ชาตรีจะแย่งคืนก็โดนปกรณ์ตบหน้าคว่ำ คุณรัตน์ทำได้แค่กอดลูก แล้วร้องไห้...

    ส่วนคุณน้อยก็ไม่มีความสุขเช่นกัน วันๆเอาแต่คอยหึงหวงมาโนชกลับบ้านดึก เธอก็ไม่ยอมเปิดประตูให้เข้าบ้าน ทั้งๆที่เขาทำงานมาเหน็ดเหนื่อย มาโนชลงจากรถมาเกาะรั้วเรียกให้เปิดประตู เธอไม่สนใจ เดินหน้างอเข้าบ้าน ยายแหวววิ่งตามมาถามว่าทำไมไม่เปิดประตูให้คุณมาโนช

    "อยากกลับบ้านดึกนัก ก็ให้นอนตรงนั้นล่ะค่ะ"

    "แต่คุณมาโนชจะไม่นอนตรงนั้นน่ะสิคะ...ผู้ชายร้อยทั้งร้อย ลองว่าได้นอนนอกบ้าน รับรองเตลิด เผลอๆไปแล้ว ไปเลยไม่กลับมาอีกนะคะ"

    ยายแหววพูดยังไม่ทันขาดคำ คุณน้อยได้คิดวิ่งออกตามสามี เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาขึ้นรถขับออกไป คุณน้อยวิ่งตาม ตะโกนเรียกให้หยุด มาโนชมองกระจกส่องหลัง เห็นคุณน้อยร้องห่มร้องไห้วิ่งตามยกมือยกไม้ตะโกนโหวกเหวก   เขายิ่งเอือมระอา เร่งเครื่องเร็วขึ้นจนคุณน้อยวิ่งตามไม่ทัน ทรุดตัวร้องไห้อยู่ตรงนั้น ยายแหวววิ่งตามมาประคองจะพาเข้าบ้าน คุณน้อยไม่เข้า จะนั่งรอมาโนชอยู่ตรงนี้

    "เข้าบ้านเถอะนะคะ คนออกมามุงดูเต็มเลย"

    "ช่าง...ใครจะมองก็ช่าง น้อยจะนั่งรอคุณมาโนช ตรงนี้" คุณน้อยทุบพื้นร้องกรี๊ดๆอย่างไม่อายใคร

    ooooooo

    เช้าวันใหม่   ดารารุ่งโกหกคุณนิจว่าตัวเองไม่ค่อยสบายโรคหัวใจกำเริบ ต้องไปหาหมอ คุณนิจเป็นห่วงจะตามไปด้วย   ดารารุ่งไม่ให้ไปอ้างว่ามีป้าพริ้งไปเป็นเพื่อนแล้ว บอกคุณนิจอยู่บ้านอ่านหนังสือดีกว่า พอเดินมาถึงรถ ป้าพริ้งกระซิบถามว่าทำไมถึงบอกคุณนิจอย่างนั้น ทั้งๆที่ดารารุ่งจะไปธนาคาร

    "รุ่งอยากให้คุณนิจรู้สึกผิดต่อรุ่งเยอะๆ ต่อไปคุณนิจจะได้ไม่กล้าขัดใจอะไรรุ่งอีก คุณนิจจะต้องอยู่ในอาณัติของรุ่งตลอดไป"

    ดารารุ่งก้าวขึ้นรถ ป้าพริ้งรู้สึกได้ถึงความน่ากลัวของดารารุ่ง...

    ในเวลาเดียวกัน ยายแหววพยุงคุณน้อยที่หน้าซีดเซียวเพราะอดหลับอดนอนรอมาโนชทั้งคืนเข้าบ้าน มีเสียงรถแล่นมาจอดหน้าบ้าน พอคุณน้อยรู้ว่าเป็นรถของมาโนชดีใจรีบวิ่งไปเปิดประตูรั้ว มาโนชขับรถเข้ามาจอด ก้าวฉับๆขึ้นบ้านโดยไม่มองหน้าคุณน้อย คุณน้อยร้องไห้วิ่งตาม

    "คุณมาโนชจะไม่พูดกับน้อยหรือคะ"

    "พูดทำไม พูดไปก็รังแต่จะทะเลาะกันเปล่าๆ"

    ไม่ได้ผิดจากที่มาโนชพูด ทั้งสองคนทะเลาะกันอีก มาโนชเบื่อมากที่คุณน้อยหึงหวงอย่างไม่มีเหตุผล ดีแล้วที่หนูนกไปวิปัสสนาที่วัดกับคุณแม่ ไม่อย่างนั้นเขาคงอายลูกที่เมื่อคืนแม่ของแกทำตัวราวกับสาวๆอายุสิบแปด คุณน้อยบอกหน้าตาเฉยว่าไม่อาย

    "แต่ผมอาย อายชาวบ้านเขาด้วย เราเป็นพ่อเป็นแม่คนกันแล้วนะ คุณน้อย จะหึงหวงอะไรนักหนา เลิกทำนิสัยแบบนี้เสียทีเถอะก่อนที่ผมจะทนคุณน้อยไม่ได้" มาโนชเดินหนี

    คุณน้อยกรีดร้องลั่น...

    ขณะคุณนิจกำลังนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบ เมืองเล็กตามมาแหย่เธออีก ปีนข้ามรั้วเข้าหา คุณนิจขู่ว่าถ้าไม่ออกไปจะเรียกดารารุ่ง เมืองเล็กรู้ทันว่าวันนี้ดารารุ่งไม่อยู่บ้านเลยจะมาขออ่านหนังสือด้วย คุณนิจไม่ให้อ่าน คว้าหนังสือขึ้นมาฟาดที่ไหล่
    เมืองเล็ก

    "โอ้โห...กับผมล่ะดุเสียจริง แต่กับปรางเชยล่ะก็...คุณนิจปล่อยให้โอบซ้ายโอบขวา...ถามจริงคุณนิจชอบผู้หญิงรึเปล่า ผมเห็นคุณนิจเกลียดผู้ชายจะตาย...ฮั่นแน่...ท่าทางคุณนิจจะชอบผู้หญิงแน่ๆเลย"

    คุณนิจปฏิเสธเสียงแข็งว่าเปล่า เมืองเล็กล้อไม่หยุดว่าคุณนิจชอบผู้หญิง คุณนิจเอาหนังสือฟาด เมืองเล็กวิ่งหนี สองหนุ่มสาววิ่งไล่ไปรอบบ้าน เมืองเล็กหันมาคว้ามือคุณนิจไว้ คุณนิจไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอเซเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขา ทั้งคู่ต่างตะลึงงัน คุณนิจได้สติสะบัดมือสุดแรง แต่กลับเสียหลักล้มลงพลอยดึงเมืองเล็กล้มตามทับร่างเธอ หน้าเกือบชิดกัน ทั้งสองคนใจเต้นรัว โลกเหมือนจะหยุดหมุน

    แต่แล้วทั้งคู่ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อมีเสียงแตรรถดารารุ่ง ดังขึ้น  สองหนุ่มสาวผละจากกัน  ตกใจสุดขีด  คุณนิจฉุดมือเมืองเล็กลุกขึ้น ละล่ำละลักบอกให้รีบหลบ เมืองเล็กอารามตกใจ ไปไม่เป็น หันรีหันขวาง เสียงแตรรถดังขึ้นอีก คราวนี้เมืองเล็กวิ่งหน้าตั้งไปซ่อนตัว คุณนิจมองเมืองเล็กก่อนวิ่งไปเปิดประตูรั้ว

    ดารารุ่งสงสัยว่าทำไมคุณนิจมาเปิดประตูช้า คุณนิจแต่งเรื่องว่าอ่านหนังสือแล้วเผลอหลับไป ดารารุ่งทักว่าคุณนิจดูท่าทางแปลกๆ คุณนิจยิ่งปากคอสั่น ถามว่าแปลกอย่างไร

    "ก็...ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าราวกับซุกผู้ชายไว้ในบ้านอย่างงั้น แหละ" ดารารุ่งว่าแล้วจ้ำพรวดๆเดินสำรวจรอบบ้าน คุณนิจใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม รีบตามมาคว้ามือพี่สาว ดารารุ่งจ้องหน้าเขม็ง ก่อนจะจับมือเธอออก กวาดสายตาไปรอบๆ เมืองเล็กซ่อนตัวอยู่ใต้พุ่มไม้ ตัวสั่นไม่แพ้คุณนิจ มองตามดารารุ่งไม่วางตา

    ป้าพริ้งเพิ่งมาถึง สงสัยว่าหาอะไรกันอยู่ ดารารุ่งมองคุณนิจแล้วตอบว่าไม่มีอะไร คุณนิจรีบชวนพี่สาวเข้าบ้าน ดารารุ่งไม่เห็นอะไรผิดปกติ  เดินเข้าบ้าน  คุณนิจถอนใจโล่งอก เมืองเล็กก็เช่นกัน

    แต่โล่งอกได้แค่อึดใจ ดารารุ่งเห็นอากาศร้อนคิดอยากจะรดน้ำต้นไม้ขึ้นมา คุณนิจตกใจร้องเสียงหลง ทั้งป้าพริ้งกับดารารุ่งแปลกใจ  แค่รดน้ำต้นไม้  ทำไมคุณนิจต้องตกใจขนาดนั้น

    "นั่นสิคะ...มาคุณนิจ มาช่วยป้าทำกับข้าวดีกว่าค่ะ"

    "นิจไปช่วยคุณรุ่งรดน้ำต้นไม้ดีกว่าค่ะ" คุณนิจเดินตามดารารุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว...

    ด้านเมืองเล็กกำลังจะย่องออกจากพุ่มไม้ ได้ยินเสียงดารารุ่งสั่งคุณนิจไปเปิดน้ำ เมืองเล็กหน้าเสียรีบกลับเข้าไปซ่อนที่เดิม นั่งหลับตาปี๋ ก่อนสะดุ้งเฮือก เมื่อดารารุ่งรดน้ำใส่อย่างจัง คุณนิจเผลอหัวเราะขำ ดารารุ่งสงสัยว่าขำอะไร คุณนิจหยุดกึก รีบปฏิเสธว่าเปล่า

    ดารารุ่งทำท่าจะไม่ยอมเข้าบ้าน คุณนิจโกหกว่าหิวข้าว มาก  ดารารุ่งเป็นห่วง  เกรงจะหิวจนปวดท้อง  รีบจูงมือคุณนิจ เข้าบ้าน คุณนิจเหลือบมองเห็นมดแดงไต่เมืองเล็กเต็มขา นึกเป็นห่วง หลอกดารารุ่งว่าลืมหนังสือไว้ที่สวน อ้างว่าจะเอาไปอ่านตอนกิน
    ข้าว ดารารุ่งท้วงว่าไม่มีใครอ่านหนังสือตอนกินข้าว

    "แต่นิจจะสอบแล้ว คุณรุ่งอนุญาตนะคะ นิจอยากได้ คะแนนดีๆ"

    คุณนิจรีบผละออกไปทันที ดารารุ่งมองตามก่อนเดินเข้าในบ้าน คุณนิจหันมามองพี่สาว รอจนลับตาแอบหยิบยาหม่องที่วางอยู่ในตู้ยาติดมือไปด้วย...เมืองเล็กยืนรออยู่ริมรั้ว เนื้อตัวเปียกปอนมอมแมมเต็มไปด้วยดินที่กระเด็นใส่ แถมคันยิกไปทั้งตัว

    คุณนิจวิ่งออกมามองซ้ายมองขวายื่นยาหม่องให้ไว้ทาแก้คัน  เมืองเล็กยิ้มดีใจที่เธอเป็นห่วง  คุณนิจเร่งให้รีบออกไป  เมืองเล็กปีนขึ้นรั้วมองคุณนิจตาละห้อย

    จังหวะนั้น ดารารุ่งเห็นคุณนิจหายไปนานผิดปกติ ส่งเสียงเรียก สองหนุ่มสาวสะดุ้งโหยง เมืองเล็กพลัดตกจากรั้ว คุณนิจถึงกับร้องว้าย ดารารุ่งตกใจจะวิ่งออกมา เป็นจังหวะเดียวกับป้าพริ้งกลับส่งเสียงร้องลั่นอย่างเจ็บปวดมาก ดารารุ่งพะว้าพะวัง เสียงคุณนิจเงียบไปแล้ว มีแต่เสียงร้องโอดโอยของป้าพริ้ง เธอตัดสินใจวิ่งกลับเข้าครัวไปดูป้าพริ้ง ปรากฏว่าถูกน้ำร้อนลวกมือ ดารารุ่งรีบทำแผลให้

    ฝ่ายคุณนิจรีบประคองเมืองเล็กให้ปีนรั้วข้ามไปอย่างทุลักทุเล คราวนี้เขาไม่อิดออด ปีนออกไปแต่โดยดี ซ้ำยังทะเล้นส่งจูบให้ คุณนิจถลึงตาใส่แต่แอบยิ้มเขิน ไม่ทันสังเกตว่าเสื้อผ้าเนื้อตัวเปรอะดิน เดินกลับเข้าบ้านทั้งอย่างนั้น ดารารุ่งเอะใจว่าไปทำ
    อะไรมาถึงได้เลอะเทอะแบบนี้

    คุณนิจก้มมองตัวเองสะดุ้งโหยง แก้ตัวไม่ทัน อ้ำๆอึ้งๆ ดารารุ่งถามเสียงเครียดว่ามีคนอยู่หน้าบ้านใช่ไหม เธอไม่รอคำตอบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว คุณนิจกลัวลนลานโผกอดป้าพริ้ง...

    ดารารุ่งเดินสำรวจหน้าบ้าน เห็นรอยเท้าปรากฏบนพื้นเปียกเด่นชัด ป้าพริ้งพาคุณนิจตามออกมา ดารารุ่งถามคุณนิจเสียงเขียวว่ารอยเท้าใคร คุณนิจละล่ำละลักว่าไม่ทราบ ดารารุ่งไม่เชื่อทั้งหยิกทั้งทึ้งน้องอุตลุด ก่อนที่คุณนิจจะเจ็บตัวมากไปกว่านี้ ปรางเชยปีนรั้วเข้ามา ยอมรับว่าเป็นรอยเท้าของเธอเอง

    เธอกำลังจะเข้าบ้าน แต่เห็นขโมยปีนรั้วออกไปจึงปีนรั้วตาม แต่ไม่ทันขโมยหนีไปได้ ดารารุ่งยังไม่หมดข้อสงสัย ถามคุณนิจว่าทำไมเสื้อผ้าเนื้อตัวของเธอถึงได้สกปรกมอมแมม

    "นิจทำหนังสือตก...จะก้มลงเก็บ...แต่พอดีลื่นล้มเสียก่อนค่ะ"

    ดารารุ่งไม่ปักใจเชื่อนัก แต่ในเมื่อยังไม่มีหลักฐาน เธอจะยกผลประโยชน์ให้จำเลย แต่ถ้าวันไหนที่เธอรู้ว่าคุณนิจโกหก คุณนิจคงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณนิจพยักหน้ารับคำ สีหน้าหวาดกลัว...

    พอได้อยู่กันตามลำพัง คุณนิจขอบใจปรางเชยที่ช่วยเหลือ ปรางเชยยินดีและเต็มใจทำให้คุณนิจทุกอย่าง อดสงสัยไม่ได้ว่าแล้วรอยเท้าพวกนั้นเป็นของใคร คุณนิจโกหกว่าไม่รู้ ปรางเชยว่าน่าจะเป็นของเมืองเล็ก คุณนิจสวนทันทีว่าเขามาเกี่ยวอะไรด้วย

    ปรางเชยอยากกันเมืองเล็กไม่ให้มายุ่งกับคุณนิจ เลยแต่งเรื่องว่าเธอชอบเมืองเล็ก และขอร้องว่าถ้าคุณนิจไม่ได้ชอบเมืองเล็กก็อย่าเข้าใกล้เขาอีก

    คุณนิจพยักหน้าลำบากใจ ปรางเชยยิ้มโล่งใจ ดึงคุณนิจมากอด บอกว่ารักเธอที่สุด แล้วค่อยๆไล้มือไปตามแผ่นหลังคุณนิจอย่างนุ่มนวล คุณนิจรู้สึกแปลกๆชอบกลกับสัมผัสนั้น...

    ฝ่ายเมืองใหญ่  เห็นสภาพเปียกปอนมอมแมมของ เมืองเล็กถามว่าไปทำอะไรมา เมืองเล็กทำหน้าทะเล้นบอกว่าโดนดารารุ่งแผลงฤทธิ์ใส่ เมืองใหญ่เตือนว่าอย่าทำอะไรให้ดารารุ่งโกรธ เพราะจะไม่เป็นผลดีกับคุณนิจ เมืองเล็กชะงัก คิดคล้อยตาม ขณะที่เมืองใหญ่เป็นห่วงคุณนิจมาก

    ooooooo

    ผ่านไปหลายวันกว่าเมืองใหญ่จะกล้าไปหาคุณนิจ ที่มหาวิทยาลัย ขอโทษเธอที่เมืองเล็กสร้างความวุ่นวายให้ตลอด คุณนิจชินแล้ว และไม่ถือสาหาความอะไร เมืองใหญ่เป็นห่วง เกรงว่าถ้าดารารุ่งรู้เข้า คุณนิจจะเดือดร้อน

    "งั้นนิจคงต้องรบกวนคุณใหญ่ช่วยบอกคุณเล็กให้นิจที ว่าอย่ามายุ่งวุ่นวายกับนิจอีก"

    คุณนิจมองไปด้านหลังเมืองใหญ่ เห็นปรางเชยทำท่ากวาดตามองหาเธอ คุณนิจกึ่งเดินกึ่งวิ่งหลบอีกทางไม่อยากให้ปรางเชยเห็นเธออยู่กับผู้ชาย เมืองใหญ่หันไปเห็นปรางเชย รีบเดินตามคุณนิจ...

    ด้านคุณนิจมัวแต่เหลียวมองด้านหลัง ไม่ทันดูว่าตัวเองกำลังก้าวลงไปที่ถนน เกือบถูกรถเฉี่ยว ดีที่เมืองใหญ่ดึงตัวเธอไว้ทัน ร่างของคุณนิจเซอยู่ในอ้อมกอดเขา ก่อนที่เขาจะเสียหลักล้มลง ฝ่ามือกระแทกพื้นถลอกเลือดซิบ คุณนิจตกใจ รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าของเมืองเล็กที่พกติดตัวออกมาเช็ดเลือดให้

    "ขอบคุณคุณใหญ่นะคะที่ช่วยนิจ...เจ็บมากไหมคะ"

    ท่าทีเป็นห่วงเป็นใยของคุณนิจ ทำให้เมืองใหญ่คิดลึกซึ้ง โดยที่เธอไม่ได้คิดอะไรด้วย จังหวะนั้น คุณนิจเหลือบไปเห็นปรางเชยเดินเข้ามาอีก รีบขอตัวผลุนผลันออกไป ลืมผ้าเช็ดหน้าสนิท...

    ในเวลาต่อมา ปรางเชยดีใจตามหาคุณนิจจนเจอ คืนนี้ พ่อของเธอไม่อยู่บ้าน เธอเลยจะขอมาค้างกับคุณนิจ และอยากให้คุณนิจติวหนังสือให้ คุณนิจไม่นึกระแวงสงสัย เลยตอบตกลง...

    ตกกลางคืน คุณนิจนอนกอดปุยกระสับกระส่ายคิดถึงเมืองเล็ก แล้วนึกขึ้นได้ว่าลืมทวงผ้าเช็ดหน้าคืนจากเมืองใหญ่ สีหน้าเป็นกังวล ปรางเชยอาบน้ำเสร็จเปิดประตูห้องเข้ามาเห็น คุณนิจยังไม่หลับ ถามว่าคิดอะไรอยู่ คุณนิจรีบกลบเกลื่อน บอกว่าเปล่า

    "กลับไปได้แล้ว ถ้าไม่อยากให้นิจตัดขาดปรางจริงๆ... ไปสิ"

    "ก็ได้ ปรางจะกลับ...แต่ปรางจะไม่ยอมให้คุณนิจตัดขาดปรางเด็ดขาด" ปรางเชยสีหน้าเด็ดเดี่ยว คุณนิจมองหวาดระแวง เดินตามไปส่งปรางเชยแล้วปิดประตูรั้วแน่นหนา พลางถอนใจโล่งใจ  แต่พอหันกลับมาตกใจร้องลั่นเมื่อเห็นเมืองเล็กยืนอยู่ เมืองเล็กรีบเอามือปิดปากคุณนิจ

    "อย่าร้องสิครับคุณนิจ...เดี๋ยวคุณรุ่งได้เอาผมตาย"

    คุณนิจเงียบ เมืองเล็กมองซ้ายมองขวารีบพาคุณนิจหลบ พอเห็นว่าปลอดภัย เมืองเล็กเอามือออก คุณนิจถามว่ามาทำไม เมืองเล็กกระเซ้าว่าถ้าไม่มาก็ไม่เห็นคุณนิจกับปรางเชยจู๋จี๋กัน คุณนิจปฏิเสธว่าไม่ใช่อย่างที่เขาคิด เมืองเล็กตั้งข้อแม้ว่าถ้าไม่อยากถูกล้อ คุณนิจก็อย่าให้ปรางเชยกอดหรือหอมแก้ม...

    คืนวันเดียวกัน พอครูเสรีรู้ว่าลูกสาวรักคุณนิจแบบคนรัก รับไม่ได้ ถึงกับช็อกเป็นลมหมดสติ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 20:16 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์