นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เรือนซ่อนรัก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    กว่าจะมีคนรู้ว่าวิไลผูกคอตายกับขื่อในห้องตัวเองก็สายมากแล้ว ทุกคนในบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมมองศพวิไลด้วยสีหน้าสลด ป้าพริ้งตัดสินใจบอกดารารุ่งว่าเมื่อคืนเธอเห็นเอกชยาเข้าหาวิไล ดารารุ่งโกรธมาก ตามมาเอาเรื่องเอกชยาทันที สดศรีเห็นหน้าตาบูดบึ้งของลูกสาวสงสัยว่ามีเรื่องอะไร

    "วิไลตายเพราะคุณพ่อ...เมื่อคืนคุณพ่อบุกเข้าไปข่มขืนใจวิไล จนวิไลคิดสั้น...การกระทำที่มักง่ายโสมมโสโครก เต็มไปด้วยตัณหาราคะของคุณพ่อได้ทำลายชีวิตคนคนหนึ่ง วิไลมันคงขยะแขยงตัวเอง ที่ถูกข่มเหงรังแก จนไม่อยากอยู่เป็นผู้เป็นคนอีก"

    สดศรี คุณรัตน์ และคุณน้อยถึงกับตะลึง แต่แทนที่เอกชยาจะสำนึก   กลับบอกดารารุ่งว่า   เธอน่าจะขอบคุณเขามากกว่ามาด่า ที่เขาซึ่งเป็นถึงคุณชายเอกชยา ยอมลดตัวลงไปเป็นผัวนังคนรับใช้อย่างวิไล

    "พูดเอาแต่ได้...ต่ำช้าเหมือนสัตว์" ดารารุ่งด่าพ่ออย่างไม่ไว้หน้า

    เอกชยาตบหน้าเธอสุดแรงจนเซถลา ดารารุ่งตั้งหลักได้ ด่าพ่อตัวเองอีก และอธิษฐานว่าเกิดชาติหน้าชาติไหน ขออย่า ได้พบได้เจอกับเขาอีก เอกชยาโกรธจนตัวสั่น ตรงเข้ามากระชากดารารุ่งไปตบซ้ำ คุณน้อยกับคุณรัตน์วิ่งเข้าไปห้ามพ่อ ส่วนสดศรีรับไม่ได้ถึงกับเป็นลมล้มพับ ลูกๆรีบเข้ามาประคอง

    "ตายๆไปให้หมดบ้านไปเลย...ฉันจะได้อยู่คนเดียวสบายใจ"

    เอกชยาเดินกระแทกเท้าออกไปโดยไม่สนใจสดศรี ลูกๆช่วยกันพยาบาลแม่จนฟื้น ดารารุ่งบ่นว่าอยากไปให้พ้นจากบ้านหลังนี้   จะได้บาปน้อยลงที่ไม่ต้องคอยด่าพ่อตัวเอง แล้วปล่อยโฮอย่างอัดอั้น วิ่งออกไป ทุกคนมองตามดารารุ่ง สงสารและเห็นใจ โดยเฉพาะคุณนิจ...

    ดึกคืนเดียวกัน ปกรณ์ย่องมาถึงหน้าบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรม เป่าขลุ่ยเพลง "ขวัญของเรียม" คุณรัตน์ยังไม่หลับ ได้ยินเสียงขลุ่ยสะดุ้งเฮือก ชะเง้อคอมองน้องๆก่อนย่องออกไปอย่างเงียบกริบ คุณน้อยรู้สึกตัวลืมตามอง ค่อยๆย่องตาม ครู่ ต่อมา คุณรัตน์เปิดประตูรั้วผลุบออกไปข้างนอกอย่างว่องไว

    คุณน้อยรีบหลบมุมแอบมอง เห็นคุณรัตน์ดึงแขนปกรณ์ให้หลบมุมมืด ถึงกับตาโต ที่พี่สาวจับมือถือแขนผู้ชาย ปกรณ์บ่นคิดถึงคุณรัตน์มาก ไม่ได้เห็นหน้าเห็นตากันหลายวัน เธอไม่คิดถึงเขาบ้างหรือ คุณรัตน์คิดถึง แต่วันนี้ที่บ้านมีเรื่องยุ่งๆเธอไม่สบายใจ เลยอยากให้เขากลับไปก่อน ปกรณ์ตาละห้อย

    "หมดเรื่องยุ่งๆเมื่อไหร่ รัตน์จะไปพายเรือเล่นกับคุณปกรณ์"

    ปกรณ์ยิ้มได้ ดึงคุณรัตน์เข้ามากอด คุณรัตน์ไม่ทันตั้งตัวถึงกับอ้าปากค้างตกใจ เท่านั้นยังไม่พอเขาถือโอกาสหอมแก้มเธออย่างรวดเร็ว ก่อนผละจากไป คุณน้อยตกตะลึงคาดไม่ถึงว่าพี่สาวจะกล้าขนาดนี้ คุณรัตน์มองตามปกรณ์ทั้งตกใจทั้งตื่นเต้น อบอุ่นวาบหวาม แต่ต้องสะดุ้งโหยง เมื่อได้ยินเสียงประตูรั้วเปิด หันขวับไปมองยิ่งตกใจที่เห็นคุณน้อยยืนอยู่...

    คุณน้อยลากแขนพี่สาวเข้ามาในบ้าน   เตือนว่าอย่าทำอย่างนี้อีก ถ้าคุณรุ่งรู้เข้าเป็นต้องเกิดเรื่องแน่ คุณรัตน์เถียงว่าทีคุณรุ่งยังคบหากับคุณไกรได้   แล้วทำไมเธอจะคบหากับปกรณ์ไม่ได้

    "คุณรุ่งไม่ได้คบหากับคุณไกรเสียหน่อย มีแต่คุณไกร ฝ่ายเดียวที่เทียวไล้เทียวขื่อ แต่น้อยว่า ยิ่งเกิดเรื่องวิไล คุณรุ่งคงไม่มีกะจิตกะใจคิดถึงเรื่องอื่นแน่"

    "คุณรุ่งไม่อยากมีความรัก แล้วจำเป็นด้วยหรือคะ ที่คุณรุ่งจะห้ามคนอื่น"

    "อย่างที่คุณรัตน์ว่าก็ถูก แต่คุณรุ่งเกลียดผู้ชาย แล้วก็ห่วงพวกเรามาก คงยากนะคะที่เธอจะปล่อยให้พวกเราคบหาผู้ชาย...มีทางเดียวเท่านั้น...นั่นคือ เราต้องสนับสนุนให้คุณรุ่งมีคนรักเร็วๆค่ะ"...

    ขณะเดียวกัน ป้าพริ้งเห็นไฟในห้องนอนของดารารุ่งยังเปิดอยู่ จึงเคาะประตูห้องเบาๆก่อนเปิดเข้ามา เห็นดารารุ่ง นอนร้องไห้ไม่ยอมหลับยอมนอน นึกเป็นห่วง ดารารุ่งสงสารวิไลมาก ก่อนตายวิไลคงทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง เพราะความใคร่ เพียงชั่วครู่ชั่วยามของพ่อ ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องตายทั้งเป็น

    "รุ่งเกลียดผู้ชาย เกลียดคุณพ่อ รุ่งอยากไปจากบ้านหลังนี้ป้าพริ้ง" ดารารุ่งปล่อยโฮ

    "ถ้าคุณรุ่งแต่งงานกับคุณไกร คุณรุ่งก็ออกไปจากบ้านหลังนี้ได้นี่คะ" คำพูดของป้าพริ้งทำให้ดารารุ่งฉุกคิดอะไรบางอย่าง

    ooooooo

    เช้านี้ไกรยิ้มอย่างอารมณ์ดี คุยอวดพ่อว่าเรื่องของเขากับดารารุ่งกำลังไปได้สวย แต่ต้องหุบยิ้มเมื่อเรไรเข้ามารายงานว่ากันยากับสักมาขอพบ กรุณมองเป็นเชิงถามว่าใคร ไกรรีบแต่งเรื่องกลบเกลื่อน

    "ชาวบ้านแถวนี้น่ะครับ เพื่อนวานให้หาคนรับใช้ ใหม่ให้หน่อย"

    กรุณไม่ติดใจอะไร ตรงไปขึ้นรถ ขับออกไป ไกรหน้าเครียด สั่งเรไรว่าห้ามใครรบกวนเขาเด็ดขาด รวมทั้งเธอด้วย เรไรหน้างอเดินเข้าครัว...ส่วนที่หน้าประตูรั้ว อรอนงค์เดินดุ่มๆเข้ามา ทันเห็นหลังไกรไวๆรีบวิ่งตาม...ไกรเดินมายังสวนข้างบ้าน เห็นกันยากับสักนั่งอยู่กับพื้น ต่อว่าทั้งคู่ว่าค่าจ้างค่าแรงเขาจ่ายไปหมดแล้ว ทำไมยังตามมาที่นี่อีก กันยาอ้างว่าลูกไม่สบาย ไม่มีเงินค่ารักษาพยาบาล

    ไกรรู้ทัน รีบหยิบเงินในกระเป๋าโยนให้ สั่งเสียงเข้ม ว่าไม่ต้องมาให้เขาเห็นหน้าอีก ไม่อย่างนั้นเจอดีแน่ แล้วเรื่องที่จ้างวานทั้งคู่ให้ทำต้องปิดปากให้สนิทด้วย สองคนผัวเมียก้มเก็บเงิน รับคำ อรอนงค์แอบฟังอยู่มุมหนึ่ง อยากรู้ว่าไกรจ้างให้สองคนนี้ทำอะไร ลอบตามไปถึงบ้านกันยา

    รอจนสักแยกไปอีกทาง อรอนงค์ถึงเข้าไปหากันยา อ้างว่าตนเองเป็นน้องสาวไกร อยากรู้ว่าเขาจ้างสองผัวเมียทำอะไร กันยาปิดปากเงียบไม่ยอมพูด อรอนงค์ใช้เงินปึกใหญ่

    ง้างปาก ความลับทุกอย่างจึงเปิดเผยอย่างง่ายดาย...จากนั้น อรอนงค์ตรงลิ่วไปหาดารารุ่งที่บ้านด้วยท่าทีเบิกบาน

    "นังดารารุ่งเอ๊ย...ถ้าแกรู้ว่าพี่ไกรสร้างเรื่องจ้างพวกกุลีมาทำดีเพื่อเอาชนะใจแก แกได้ชักตายแน่"

    อรอนงค์กดกริ่งหน้าบ้าน สักพักป้าพริ้งเดินมาเปิดประตูรั้ว อรอนงค์ขอพบดารารุ่ง ป้าพริ้งโกหกว่าคุณรุ่งไม่อยู่ อรอนงค์จะรอจนกว่าเธอจะกลับ แล้วเดินแทรกระหว่างป้าพริ้งกับประตูรั้วเข้าไปข้างในทันที ป้าพริ้งดูท่าแล้วอรอนงค์คงไม่มาดี รีบเดินมาขวาง ไม่ยอมให้เข้า อรอนงค์ผลักป้าพริ้ง

    ล้มหงายหลัง ก่อนวิ่งปรูดไปทางเรือนใหญ่ ป้าพริ้งลุกขึ้นได้ รีบวิ่งตามมาคว้าแขนไว้ สองคนยื้อยุดฉุดกันไปมา

    ระหว่างนั้น คุณน้อยเดินผ่านมาเห็น รีบวิ่งเข้ามาห้าม ป้าพริ้งฟ้องว่าอรอนงค์ถือวิสาสะจะเข้ามาพบคุณรุ่งให้ได้ ทั้งๆที่เธอบอกว่าคุณรุ่งไม่อยู่ คุณน้อยมองอรอนงค์อย่างระแวง

    "คุณมีธุระอะไรกับคุณรุ่ง"

    "ขืนฉันพูดตรงนี้ก็จะเป็นการประจานกันเปล่าๆ เรื่อง อย่างนี้ฉันต้องคุยกับดารารุ่งเพียงคนเดียว"

    ทันใดนั้น ป้าพริ้งเหลือบเห็นดารารุ่งเดินเลี้ยวพ้นมุมบ้าน ตกใจ อรอนงค์หันไปมองตามสายตาป้าพริ้ง เห็นดารารุ่ง ดีใจจะวิ่งไปหา ป้าพริ้งรีบบอกคุณน้อยอย่าให้อรอนงค์ถึงตัวคุณรุ่งเด็ดขาด เธอจะรีบไปกันคุณรุ่งเอง คุณน้อยไม่รอช้าดึงแขนอรอนงค์ลากออกไปทันที

    ด้านดารารุ่งเห็นอรอนงค์ไวๆ พอป้าพริ้งเข้ามาหา ถามว่าอรอนงค์มาทำไม ป้าพริ้งแต่งเรื่องว่าอรอนงค์ลืมของไว้ตั้งแต่วันงาน พอได้ของแล้ว คุณน้อยเลยเดินไปส่ง แล้วรีบชักชวนดารารุ่งเข้าบ้าน ส่วนคุณน้อยกับอรอนงค์ยังยื้อยุดกันไม่เลิก คุณน้อยถามคาดคั้นว่าอรอนงค์ต้องการพบดารารุ่งเรื่องอะไร

    "บอกแล้วไง ว่าเรื่องนี้ฉันต้องพูดกับดารารุ่งเพียงคนเดียว"

    "งั้นถ้าให้ฉันเดาก็คงไม่แคล้วเป็นเรื่องของคุณไกร เพราะดูท่าทางคุณแล้วคงไม่อยากให้คุณรุ่งกับคุณไกร

    สานสัมพันธ์กันเท่าไหร่ ซึ่งถ้าพวกฉันอยู่ด้วย คุณคงสร้างความเท็จใส่ไฟคุณไกรไม่เต็มปาก เพราะพวกฉันคงจะคอยขัดคอ...ที่ฉันพูดมาถูกหรือเปล่าคะ" คุณน้อยพูดแทงใจดำ

    อรอนงค์โกรธตัวสั่น "รู้ไว้ด้วยนะคุณน้อย พี่ไกรไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่คุณคิด พี่ไกรวางแผนสร้างเรื่องนังกันยาให้ดารารุ่งตายใจ เชื่อว่าเป็นคนดี และถึงคุณจะไม่ให้ฉันเข้าไป สักวันดารารุ่งก็ต้องรู้เรื่องนี้อยู่ดี เพราะความลับไม่มีในโลก...และวันนั้น...ดารารุ่งจะเจ็บปวดที่สุด...จำเอาไว้"

    อรอนงค์เดินออกไปอย่างสะใจ คุณน้อยสีหน้าเป็นกังวล...ครู่ต่อมา คุณน้อยเรียกคุณรัตน์กับป้าพริ้งมาช่วยกันถกเรื่องที่อรอนงค์เอามาพูด คุณรัตน์ไม่อยากเชื่อว่าไกรจะเป็นอย่างที่อรอนงค์ว่า คุณน้อยเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน ป้าพริ้งเสนอว่าไม่ควรให้เรื่องนี้รู้ถึงหูคุณรุ่ง อรอนงค์อาจจะกุขึ้นมาเองก็ได้

    "ก่อนที่เรื่องราวจะลุกลามไปใหญ่ ป้าว่าเราควรหาทางให้คุณรุ่งตกลงปลงใจกับคุณไกรเร็วที่สุด"

    คุณน้อยกับคุณรัตน์พร้อมใจกันพยักหน้าเห็นด้วย...

    สดศรีก็อยากให้ดารารุ่งแต่งงานกับไกรเช่นกัน อยากเห็นเธอมีครอบครัวและมีความสุข ดารารุ่งยังไม่แน่ใจว่าไกรจะแตกต่างจากผู้ชายคนอื่น

    "แม่บอกแล้วไงว่าผู้ชายไม่ได้เหมือนกันทั้งโลก แม่เชื่อว่าคุณไกรเป็นคนดี ให้โอกาสเขานะลูก"

    ดารารุ่งนิ่งคิด ไม่ตอบเช่นเคย...ดึกแล้ว ดารารุ่งนอนไม่หลับ เดินครุ่นคิดมายังสวนหน้าบ้าน มองต้นลั่นทมที่ผลิดอกสีขาวบานสะพรั่ง หวนคิดถึงเรื่องดีๆที่ไกรทำให้ สลับกับคิดถึงการกระทำเลวร้ายที่พ่อทำต่อทุกคนในบ้าน ดารารุ่งสับสน ดอกลั่นทมดอกหนึ่งร่วงลงสู่พื้นใกล้กับเธอ ดุจเป็นสัญญาณบอกว่าความทุกข์ระทมจะยังคงอยู่ข้างเธอ...

    ขณะเดียวกัน ไกรเครียดหนัก ต้องใช้เหล้าดับอารมณ์ กรุณเพิ่งกลับเข้ามา สงสัยว่าลูกมีเรื่องกลุ้มใจอะไรถึงต้องดื่มหนักขนาดนี้ ไกรสารภาพเรื่องสองผัวเมียที่เขาจ้างเพื่อจะเอาชนะใจดารารุ่ง เป็นกังวลว่าถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูดารารุ่ง ชาตินี้เขากับเธอคงไม่ต้องเผาผีกัน

    "งั้นลูกต้องทำให้คุณรุ่งยอมแต่งงานกับลูกให้เร็วที่สุด แล้วจำความผิดพลาดครั้งนี้เอาไว้เป็นบทเรียน อย่าให้ เกิดเรื่องแบบนี้อีก เพราะถ้าชีวิตคู่ขาดศรัทธาความเชื่อมั่น ไปไม่รอดสักราย"

    ไกรรับคำ แต่สีหน้ายังเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

    ooooooo

    วันถัดมา ไกรรีบไปหาดารารุ่งแต่เช้า เห็นสีหน้าไม่สบายใจของเธอ ถามด้วยความเป็นห่วงว่ามีเรื่องอะไร ดารารุ่งปฏิเสธว่าไม่มีอะไร ทั้งๆที่เธอเครียดเรื่องพ่อและเรื่องวิไล

    "คุณรุ่งบอกว่าเปล่า แต่ผม...ก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่าคุณรุ่ง มีเรื่องไม่สบายใจ"

    ดารารุ่งประทับใจมากที่เขาใส่ใจเธอ ไกรอยากแบ่งเบาความทุกข์ในใจของเธอบ้าง ไม่อยากเห็นเธอทรมานใจแม้แต่ เสี้ยววินาที และถ้าเธอไม่รังเกียจ เขาจะขอดูแลเธอตราบจนสิ้นลมหายใจของเขา ดารารุ่งตะลึง คาดไม่ถึง ไกรยังคงสารภาพความในใจที่มีต่อเธอ

    "คุณรุ่งก็รู้ว่าผมรักคุณรุ่ง รักมาก ถ้าคุณรุ่งไม่รังเกียจ ผมจะให้คุณพ่อมาสู่ขอคุณรุ่งนะครับ..."

    ไกรพูดยังไม่ทันขาดคำ ดารารุ่งก้าวพรวดๆออกไป ไกรใจเสีย รีบเดินตาม ดารารุ่งเดินเข้าบ้านสับสนไปหมด ทั้งอยากและไม่อยากแต่งงานในเวลาเดียวกัน ไกรรีบตามมาดักหน้า ทรุดตัวลงคุกเข่า

    "คุณรุ่งอาจจะไม่เชื่อใจ ไว้ใจ แต่ได้โปรดให้โอกาสผมพิสูจน์ความจริงใจที่ผมมีต่อคุณรุ่ง ผม...นายไกร การุณพินิจ ขอสาบานว่าจะปกป้องดูแลคุณรุ่งด้วยชีวิต ผมจะไม่ยอมให้ใครมาข่มเหง ทำร้ายจิตใจให้คุณรุ่งต้องทุกข์ทรมานใจเป็นอันขาด ได้โปรดแต่งงานกับผมนะครับ"

    ดารารุ่งซึ้งใจมาก แต่ยังไม่ตอบอะไร เห็นพ่อเดินเข้ามา ความคิดที่อยากไปให้พ้นจากที่นี่ผุดขึ้นมาในสมองของดารารุ่ง เธอตอบตกลงแต่งงานกับไกรทันที ไกรยิ้มปลาบปลื้มใจ จากนั้นไกรรีบเอาข่าวดีนี้มาแจ้งให้กรุณทราบ กรุณพลอยตื่นเต้นดีใจไปกับลูกด้วย

    เรไรแอบฟังอยู่ เสียใจมาก วิ่งออกไปทั้งน้ำตา อรอนงค์ เห็นเรไรร้องไห้เป็นเผาเต่า หัวเราะเยาะ คิดว่าเธอกำลังจะถูกไกรเฉดหัว แต่พอรู้จากเรไรว่าไกรกำลังจะแต่งงานกับดารารุ่ง อรอนงค์ ตกใจแทบล้มทั้งยืน กรีดร้องลั่นว่าไม่จริง
    "ฉันไม่ยอม ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้แกแต่งงานกับพี่ไกรเด็ดขาด นังดารารุ่ง"  อรอนงค์ร้องกรี๊ดๆเต้นเป็นเจ้าเข้าทั้งที่ยังคิดไม่ออกว่าจะล้มงานแต่งงานอย่างไร...

    ระหว่างกินอาหารมื้อเย็น เอกชยาหัวเราะชอบใจที่ดารารุ่งยอมแต่งงานกับไกร ถึงกับชมว่าตั้งแต่เลี้ยงเธอมา มีครั้งนี้ที่ลูกคิดถูก ดารารุ่งยังไม่แน่ใจว่าการแต่งงานของเธอกับไกรจะขึ้นสวรรค์หรือลงนรก แต่ที่แน่ๆก็คือเธอได้หลุดพ้นจากขุมนรกแห่งนี้ เอกชยาฟังคำแดกดันของลูกแล้วหน้าบูดทันที

    "เดี๋ยวทางคุณไกรจะพาผู้ใหญ่มาสู่ขอลูก คุณพ่อจะเรียกค่าสินสอดเท่าไหร่ ก็เชิญตามสบายค่ะ"

    "ถ้าไม่เห็นแก่หน้าตาของราชศักดิ์มนตรีธรรม แดงเดียวฉันก็ไม่เอา แค่แกพ้นหูพ้นตาพ้นชายคาบ้าน ฉันก็พอใจแล้ว... ดารารุ่ง" สองพ่อลูกมองหน้ากันถมึงทึง ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลงให้กัน...

    การที่ดารารุ่งตกลงปลงใจจะแต่งงานกับไกรทำให้ คุณรัตน์มีความหวังว่าทางรักของเธอกับปกรณ์คงจะสะดวกขึ้น แต่ความต่างกันของฐานะยังเป็นอุปสรรคที่เธอต้องฝ่าฟันไปให้ได้

    ooooooo

    เช้าวันต่อมา มาโนชเพิ่งกลับจากต่างประเทศ พอหายเพลียจากการเดินทางรีบมาหาดารารุ่งพร้อมกับของฝาก ทำใจกล้าชวนเธอไปดูละครแล้วกินข้าวมื้อเย็นต่อ ดารารุ่งปฏิเสธอย่างสุภาพว่าไม่ว่าง มาโนช ขอนัดเป็นวันพรุ่งนี้ก็ได้ ดารารุ่งท่าทางอึกๆอักๆลำบากใจมาโนชรู้ตัว หน้าสลด

    "ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ เชิญคุณรุ่งตามสบาย ผมขอตัวกลับก่อน"

    มาโนชค้อมศีรษะให้ดารารุ่งเดินคอตกกลับไป คุณน้อยมองอยู่ตลอด วิ่งตามมาโนชทันตรงที่จอดรถ ทักว่าทำไมหายหน้าไปนาน มาโนชมีงานต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ

    "มัวแต่ทำงานอย่างนี้ มิน่า...คุณมาโนชถึงยังไม่รู้ว่าคุณรุ่งจะแต่งงานกับคุณไกร การุณพินิจ"

    มาโนชตกใจ หน้าซีดเผือด โลกของเขาแทบจะพังทลายลงตรงนั้น...

    หลังมื้อเย็น สาวๆบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมมารวมตัวกันที่ห้องโถง รวมทั้งสดศรีกับป้าพริ้ง คุณรัตน์อาสาจะถักไหมพรมรูปหัวใจเป็นของชำร่วยงานแต่งงานของพี่สาว ดารารุ่งเหม่อใจลอยไม่ได้ยินคุณรัตน์พูดจนคุณน้อยต้องพูดซ้ำ เธอถึงรู้สึกตัว บอกว่าไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้และชักไม่อยากจะแต่งงาน

    "ไม่ได้นะคะคุณรุ่ง คุณไกรส่งผู้ใหญ่มาทาบสู่ขอคุณรุ่งแล้ว และคุณชายก็ตอบตกลงไปแล้ว"

    "แต่รุ่ง...ไม่รู้จริงๆค่ะว่ารุ่งรักคุณไกรหรือเปล่า"

    "คุณรุ่งลองคิดถึงความดีของคุณไกรสิคะ ป้าว่า คุณรุ่งคงจะรักคุณไกรได้ไม่ยากค่ะ"

    ดารารุ่งเก็บเอาคำพูดของป้าพริ้งไปคิดใคร่ครวญ ทบทวนแล้วพบว่าไกรมีความดีหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องที่ช่วยกันยา ในที่สุด เธอก็เผลอยิ้มออกมา...

    ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำ มีเสียงเพลงรักดังไปทั้งบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรม ป้าพริ้งแปลกใจ เดินตามต้นเสียงมาจนเห็นดารารุ่งยืนอมยิ้มฟังเพลงอยู่ ถึงกับน้ำตารื้น ดีใจที่ดารารุ่งเปิดล็อกหัวใจตัวเอง ทุกคนในบ้านพอรู้ว่าดารารุ่งเป็นคนเปิดเพลงรักต่างยิ้มอย่างมีความสุข...

    เช้าวันใหม่ คุณรัตน์ลอบออกมาพายเรือเล่นกับปกรณ์ เช่นเคย ปกรณ์แสดงความยินดีที่พี่สาวของเธอกับไกรจะแต่งงานกัน คุณรัตน์แปลกใจที่เขารู้เรื่องนี้ ปกรณ์บอกว่าข่าวดังขนาดนี้ไม่มีใครไม่รู้ ชมว่าทั้งสองคนเหมาะสมกันมาก แล้วตีหน้าเศร้าบ่นอย่างเจียมตัวว่าไม่เหมือนคู่ของเราซึ่งแตกต่างกันมาก

    "คุณรัตน์สูงส่งราวนางฟ้ามาจากสวรรค์ แต่ผมช่างต่ำต้อยด้อยค่าราวกับธุลีดิน"

    คุณรัตน์ขอร้องว่าอย่าคิดมาก ฐานะชาติตระกูลเป็นสิ่งที่เรากำหนดเองไม่ได้ หัวใจรักของเราต่างหากที่ยิ่งใหญ่  ปกรณ์

    จับมือคุณรันต์มาแนบแก้ม สาบานว่าจะรักและเทิดทูนเธอตราบจนสิ้นลมหายใจ สองหนุ่มสาวยิ้มให้กัน ซาบซึ้งใจ ปกรณ์ ทำหน้าสลดลงอีก

    "แต่เอาเข้าจริง ผมก็อดคิดมากไม่ได้ หนำซ้ำตอนนี้ พ่อของผมก็ไม่สบาย...ผมไม่มีเงินพาพ่อไปหาหมอ ท่านป่วยกระเสาะกระแสะมานานจน...จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้"

    คุณรัตน์เป็นห่วงขอไปเยี่ยมพ่อของปกรณ์ ปกรณ์ทำเป็นตกใจ แต่ในใจสุดแสนจะลิงโลด จากนั้นปกรณ์ขี่รถสามล้อพาคุณรัตน์มาถึงหน้าบ้านตนเอง บอกให้รอตรงนี้ เขาจะขอเข้าไปทำความสะอาดหน้าบ้านก่อน อ้างว่าบ้านซอมซ่อ เกรงเธอจะรังเกียจ คุณรัตน์ไม่เคยคิดเช่นนั้น แถมอาสาจะช่วย แต่

    ปกรณ์ไม่ยอมไม่อยากให้มืออันบอบบางของเธอต้องตรากตรำงานหนัก คุณรัตน์ซึ้งใจมาก ยอมรอหน้าบ้าน

    ปกรณ์เดินเข้าบ้านเห็นสังข์นั่งกินยาดองอย่างสบายอารมณ์ ปรี่เข้าไปดึงแก้วออกจากมือ สังข์โวยวายใส่ ทำฮึดฮัดจะลุกขึ้นเตะ ปกรณ์รีบเอามือปิดปากพ่อ สั่งให้เงียบ คุณรัตน์ รออยู่ข้างนอก พอสังข์ได้ยินชื่อคุณรัตน์ดีใจจะออกไปหา ปกรณ์ดึงมือไว้ สั่งพ่อให้แกล้งป่วยและต้องทำตัวให้น่าสงสาร

    "เรื่องแค่นี้เอง สบายมาก ข้าจะแกล้งป่วย เอ็งรีบไปพาคุณรัตน์เข้ามาเร็วๆข้าอยากเห็นหน้าว่าที่ลูกสะใภ้จะแย่" สังข์กระวีกระวาดเก็บขวดยาดองแล้วลงนอนทำท่าป่วยหนัก ปกรณ์ยิ้มพอใจ...

    ด้านมาลีหาบกระจาดขายขนมจะเข้าบ้าน เห็นคุณรัตน์ นั่งรออยู่บนรถสามล้อ ถามว่ามาหาใคร คุณรัตน์ยังไม่ทันตอบ ปกรณ์ออกมาเชิญเธอเข้าบ้าน เหลือบเห็นแม่ ชะงัก คุณรัตน์ รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป“นแม่ของปกรณ์รีบยกมือไหว้ทักทาย มาลีตกใจ แปลกใจว่าคุณรัตน์มาที่นี่ทำไม

    "คุณปกรณ์บอกว่าคุณพ่อไม่สบาย รัตน์เลยออกมาเยี่ยมค่ะ"

    มาลีงง สังข์ป่วยตอนไหน เมื่อเช้ายังเห็นนั่งซดยาดองอยู่เลย ปกรณ์รีบขัดหาว่าแม่พูดจาเหลวไหล พ่อนอนแบ็บอยู่

    อย่างนั้นจะเอาแรงที่ไหนไปกินยาดอง แล้วพาคุณรัตน์เข้าข้างใน มาลีเห็นไม่ชอบมาพากลรีบตาม...คุณรัตน์มองสภาพของสังข์แล้วแนะปกรณ์ให้รีบพาไปหาหมอ ปกรณ์อ้างว่าไม่มีเงิน คุณรัตน์หลงกลรีบหยิบเงินจากกระเป๋าถือยื่นให้ ปกรณ์ทำเป“นเกรงใจปฏิเสธว่ารับไม่ได้

    สังข์มือไวคว้าเงินจากมือคุณรัตน์มาถือหน้าตาเฉย ขอบคุณเธอเป“นการใหญ่ มาลีมองปราดเดียวรู้ว่าสังข์แกล้งป่วย... หลังกลับจากพาคุณรัตน์ไปส่งบ้าน ปกรณ์ทวงเงินคืนจากสังข์ ทันที สังข์เบี่ยงตัวหนีไม่ยอมคืน สองพ่อลูกแย่งเงินกันอุตลุด มาลีเข้ามาเห็น

    "ทำไมถึงได้ทำตัวน่าสมเพชกันอย่างนี้ ไม่มียางอายกันรึไงวะเที่ยวหลอกเงินชาวบ้าน"

    "เงินชาวบ้านที่ไหนแม่...เงินว่าที่เมียฉันต่างหาก"

    "เมีย...เฮอะ....พูดไม่อายปาก ข้าจะบอกอะไรให้ ต่อให้คุณรัตน์จะรักแกปานจะกลืนกิน ที่บ้านของเธอก็ไม่มีทางให้ผู้ดีอย่างเธอมาร่วมหอลงโรงกับกุลีอย่างแกหรอกโว้ย"

    ปกรณ์กลับบอกอย่างหน้าด้านๆว่าถ้าขอกันดีๆไม่ให้ เขาจะใช้วิธีฉุด สังข์หัวเราะร่วน มาลีด่าลั่นว่าสารเลว เธอจะไม่ยอมให้คุณรัตน์มาตกนรกกับปกรณ์เด็ดขาด สองพ่อลูกไม่ใส่ใจยื้อแย่งเงินกันต่อ

    ooooooo

    มาลีตัดสินใจไปบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมแต่เช้า ป้าพริ้งเพิ่งกลับจากตลาดเห็นมาลียืนลับๆล่อๆอยู่หน้าบ้านถามว่ามีธุระอะไร มาลีจะขอพบคุณชายเอกชยา ป้าพริ้งซักไซ้ไล่เลียงถามไถ่จนได้ ความจริงเรื่องระหว่างปกรณ์กับคุณรัตน์ แล้วเธอก็เอาคำพูดพวกนี้ไปถ่ายทอดให้ดารารุ่งฟังอีกที

    "ตายจริง คุณรัตน์ไปคบหาสมาคมกับพวกกุลีได้ อย่างไร"

    ป้าพริ้งสงสัยว่าน่าจะเป็นตอนที่คุณรัตน์ไปซื้อของที่ตลาดแล้วถูกลวนลาม ปกรณ์เลยเข้ามาช่วย ดารารุ่งนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงนึกออกว่าปกรณ์เป็นใคร รู้สึกไม่พอใจที่คุณรัตน์ปิดบังพวกเรามาตลอด

    "ดีนะคะที่มาลีมาบอกว่าไม่อยากให้คนที่ดีๆสูงส่งอย่างคุณรัตน์ไปคบหากับกุลีอย่างลูกชายของแก และที่สำคัญมาลีบอกว่านายปกรณ์ไม่ใช่คนดีค่ะ"

    "คุณรัตน์นะคุณรัตน์ไม่รู้จักถือเนื้อถือตัวเสียบ้าง ลดตัว ไปคบกับพวกกุลีได้อย่างไร"

    ป้าพริ้งอยากรู้ว่าคุณรุ่งจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ ดารารุ่ง

    คงจะต้องคุยกับคุณรัตน์ให้รู้เรื่อง...ครู่ต่อมา  ขณะที่คุณรัตน์ คุณน้อยรวมทั้งสดศรีและสลวยกำลังช่วยกันเตรียมของชำร่วยอยู่ในห้องโถง ดารารุ่งเดินหน้าเครียดเข้ามาขอคุยธุระกับคุณรัตน์ โดยมีป้าพริ้งคอยตามติด คุณรัตน์แปลกใจว่าเรื่องอะไร

    "ปกรณ์ ชาญบุรี"

    คุณรัตน์หน้าเสีย ดารารุ่งไม่รอช้าด่าน้องว่าใฝ่ต่ำไม่รักศักดิ์ศรี ลดตัวลงไปคบหากับกุลีขี่สามล้อแถมโกหก ปิดบังเรื่องนี้มาตลอด คุณรัตน์โกรธจนเลือดขึ้นหน้า ย้อนว่าคนที่ดารารุ่งจะแต่งงานด้วยก็ไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่ใครๆคิด ดารารุ่งชะงักมองอย่างสงสัย

    "รู้เอาไว้ด้วยนะคะว่าคุณไกรวางแผนสร้างเรื่องกันยาให้คุณรุ่งคิดว่าคุณไกรเป็นคนดี คนเราถ้าลองวางแผนหลอกลวงกันได้ขนาดนี้ก็หาความซื่อสัตย์ความจริงใจไม่เจอหรอกค่ะ...

    คุณปกรณ์ไม่เคยโกหกไม่เคยหลอกลวงรัตน์ เอาเข้าจริง กุลีที่คุณรุ่งรังเกียจยังเป็นคนดีกว่าว่าที่เจ้าบ่าวคุณรุ่งอีกนะคะ"

    คุณรัตน์ผลุนผลันออกไป ดารารุ่งรีบวิ่งตามไป สดศรีทำท่าจะเป็นลม คุณน้อยรีบวิ่งมาประคองแม่ สลวยเข้ามาช่วยอีกแรงพยุงไปนอนพักที่โซฟา ระหว่างที่ดารารุ่งวิ่งตามน้องมายังลานหน้าบ้าน ไกรขับรถเข้ามาพอดี ดารารุ่งได้ทีซักถามเรื่องกันยา ไกรถึงกับหน้าเสีย ดารารุ่งจับพิรุธได้ เขาไม่ปฏิเสธตรงๆว่าไม่ได้จัดฉากเรื่องกันยา เพียงแต่ขอให้เธอเชื่อมั่นในตัวเขาว่าจะไม่มีวันโกหกหลอกลวงเธอเด็ดขาด

    "ถ้าคุณไกรรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ ฉันก็จะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก ขอโทษนะคะที่วันนี้ฉันคงอยู่รับรองคุณไกรไม่ได้ คงต้องขอตัวค่ะ" ดารารุ่งหันหลังกลับเข้าบ้าน ไกรมองตาม

    อย่างไม่สบายใจ...

    ดารารุ่งเดินคิ้วขมวดมาถึงห้องโถง เห็นแม่นอนนิ่ง มีสลวย คุณน้อยกับป้าพริ้งกำลังช่วยกันบีบนวดเอายาลมให้ดื่ม ตกใจวิ่งเข้ามาหา สดศรีขอร้องดารารุ่งอย่าดุด่าคุณรัตน์อีก ดารารุ่งของขึ้นท้วงว่าทำไมถึงจะด่าน้องไม่ได้ ในเมื่อน้องทำตัวสิ้นคิดใฝ่ต่ำลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับพวกไพร่

    "คุณรุ่งลืมไปแล้วหรือว่าแม่ก็เคยเป็นไพร่เป็นคนรับใช้มาก่อน บางทีปรกณ์อาจจะเป็นคนดีก็ได้"

    "เป็นไปไม่ได้ค่ะคุณแม่ ในเมื่อคนที่มาบอกว่านายปกรณ์เป็นคนเลวร้ายกาจคือแม่ของมันเอง รุ่งไม่อยากให้น้องเสียใจภายหลังเพราะเชื่อคำหลอกลวงของผู้ชาย...แม้กระทั่งตัวของรุ่งเอง"

    "ทำไมคุณรุ่งถึงพูดอย่างนี้คะ" ป้าพริ้งอดถามไม่ได้ ดารารุ่งตอบเสียงเครือว่าเธอเริ่มไม่ไว้ใจไกร

    ooooooo

    ขณะเดียวกัน ไกรขับรถกลับบ้านด้วยอารมณ์ ขุ่นมัว บ่นอุบว่าใครกันที่ปากโป้งคาบเรื่องกันยาไปฟ้องดารารุ่ง และยิ่งอารมณ์เสียมากขึ้นเมื่ออรอนงค์ตามมาออเซาะออดอ้อนน่ารำคาญ จนเขาต้องขอร้องให้เธอกลับบ้าน อ้างว่าอยากอยู่คนเดียว แล้วจ้ำพรวดๆเข้าบ้าน

    เรไรถือน้ำเย็นจะเอามาให้ไกร มองเยาะเย้ยอรอนงค์ ก่อนเดินตามไกร อรอนงค์เจ็บใจแอบตามไปดู เรไรเห็นไกรนั่งหน้าเครียด วางน้ำเย็นลงบนโต๊ะตรงหน้า เดินมานวดต้นคอให้เขาอย่างเอาอกเอาใจ ไกรผ่อนคลายลงอย่างมาก ชมว่าไม่มีใครรู้ใจเขาเท่าเธอ แล้วดึงเรไรมากอด เรไรน้ำตาซึมกอดตอบ

    "เรไรรักคุณไกรค่ะ รักยิ่งกว่าชีวิต สิ่งไหนที่ทำให้คุณไกรสบายใจ ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหนเรไรพร้อมที่จะทำ" เรไรสีหน้าจริงจัง ไกรจูบเธอ ตระกองกอดไปยังห้องของเธอ อรอนงค์ แอบมองอยู่ขัดใจมาก

    "ไหนบอกว่าอยากอยู่คนเดียว พี่ไกรนะพี่ไกร เห็นนังคนใช้ดีกว่าอนงค์ได้ยังไง" อรอนงค์โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง เดินออกมารอรถสามล้อหน้าบ้าน ทันใดนั้น มีรถแล่นมาจอดเทียบ ดารารุ่งก้าวลงมา

    อรอนงค์เบ้ปากยิ้มเยาะ "นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณดารารุ่ง ราชศักดิ์มนตรีธรรมผู้สูงศักดิ์นี่เอง ไหนบอกว่าไม่เคยมีพี่ไกรอยู่ในสายตา แล้วเหตุไฉนถึงได้ตามพี่ไกรมาถึงบ้านล่ะจ๊ะ...ในที่สุดเธอก็กลืนน้ำลายตัวเองจนได้ หน้าไม่อาย"

    ดารารุ่งย้อนว่าอรอนงค์ต่างหากที่หน้าไม่อาย ไกรกับเธอกำลังจะแต่งงานกันแท้ๆ ยังอุตส่าห์มาพันแข้งพันขาเขาอยู่ได้ ดารารุ่งจะเดินเข้าบ้าน อรอนงค์พูดยั่วว่าที่ดารารุ่งมาที่นี่คงเป็นเพราะอยากรู้เรื่องของกันยา แล้วเล่าทุกฉากทุกคำพูดของกันยาได้ถูกต้อง ดารารุ่งหน้าเสีย อรอนงค์ลอยหน้าลอยตาพูดต่อ

    "แต่ฉันว่าตอนนี้เรื่องของกันยาคงเป็นเรื่องรองแล้วล่ะ เพราะพี่ไกรว่าที่เจ้าบ่าวที่แสนดีของเธอกำลังนัวเนีย พัวพันเข้าด้ายเข้าเข็มกับนังเรไรคนใช้ในบ้าน ถ้าไม่เชื่อ จะเข้าไปดูให้เห็นกับตาตัวเองก็ได้นะดารารุ่ง" อรอนงค์ได้โอกาสกำจัดดารารุ่งศัตรูหัวใจหมายเลขหนึ่งไปพ้นทาง รีบเดินนำไปยังห้องเรไร

    พอดารารุ่งเคาะประตูห้องเรไร อรอนงค์รู้งานผลุบหายไปท่ามกลางความมืด เรไรนุ่งกระโจมอกเปิดประตูรับ ดารารุ่งแทรกตัวเข้าไปในห้อง ไกรตกใจที่เห็นดารารุ่ง รีบคว้าเสื้อผ้ามาใส่อย่างลนลาน ดารารุ่งเห็นกับตาแล้วว่าไกรไม่ต่างอะไรจากพ่อของเธอ ทั้งเจ็บปวดทั้งเกลียดชัง รีบออกจากห้อง

    ไกรวิ่งตาม พยายามพูดแก้ตัวแต่ไร้ประโยชน์ ดารารุ่ง ไม่ต้องการคำอธิบายใดๆทั้งสิ้น ขอให้เขาออกไปจากชีวิตของเธอและอย่ากลับเข้ามาอีก ไกรถึงกับเข่าอ่อน

    "คุณรุ่ง...ได้โปรดอย่าไปจากผม...ผมรักคุณ...คุณรุ่ง"

    เรไรสงสารไกรมาก รีบเข้ามาประคอง ไกรผลักเธออย่างไม่ไยดีจนหงายหลัง สั่งว่าอย่ามายุ่ง แล้วเดินพรวดๆจากไป เรไรร้องไห้โฮ อรอนงค์ลอบมองเหตุการณ์ตลอด ยิ้มสะใจ

    "ทำไมเธอโชคดีเช่นนี้นะอรอนงค์ ยิงปืนนัดเดียวได้นกตั้งสามตัว"

    ooooooo

    ดารารุ่งกลับถึงบ้าน ด้วยอารมณ์โกรธ ชิงชังที่ถูกหักหลัง บอกแม่ว่าจะไม่มีงานแต่งงานระหว่างเธอกับไกร เพราะเธอทนอยู่กับผู้ชายหลอกลวง ซุกผู้หญิงไว้ในบ้านแบบเดียวกับพ่อไม่ได้ พาลด่าผู้ชายทั้งโลกว่าเลวร้ายเหมือนกันหมด คุณรัตน์ทนไม่ไหว เถียงว่าผู้ชายไม่ได้เหมือนกันทั้งโลก คนดีๆก็ยังมี

    ดารารุ่งตวาดลั่น "คุณรัตน์ อย่าได้พูดถึงไอ้กุลีปกรณ์ ให้พี่ได้ยินเป็นอันขาด"

    คุณรัตน์เสียงแข็ง ย้อนถามว่าทำไมเธอจะพูดไม่ได้ ในเมื่อคุณรุ่งไม่มีเหตุผล เอาความเจ็บปวดและความผิดหวังของตัวเองมาตัดสินคนอื่น เธอมั่นใจว่าปกรณ์เป็นคนดีและเขาก็รักเธอ

    "ความรักจอมปลอมน่ะสิ"

    "คุณรุ่งเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้ายสิ้นดี แต่เอาเป็นว่ารัตน์จะไม่ถือสาคำพูดเพ้อเจ้อของคุณรุ่งแล้วกัน เพราะรัตน์ เข้าใจ คุณรุ่งไม่มีความสุขก็เลยไม่อยากให้คนอื่นมีความสุขไปด้วย คนเห็นแก่ตัวอย่างคุณรุ่ง...รัตน์ให้อภัยค่ะ" คุณรัตน์ผละจากไปอย่างไม่ยี่หระ

    ดารารุ่งโกรธแทบคลั่ง คาดไม่ถึงว่าน้องจะกล้าด่า กรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง ทรุดฮวบลงกับพื้น สดศรีกับคุณน้อยรีบวิ่งมาประคอง ทุกคนสงสารและเห็นใจดารารุ่ง...

    ตกดึก คุณรัตน์ คุณน้อย และคุณนิจยังนอนไม่หลับ คุณน้อยตำหนิคุณรัตน์ว่าไม่น่าไปต่อปากต่อคำกับคุณรุ่ง ทั้งๆที่รู้ว่าเธอกำลังเสียใจเรื่องไกร คุณรัตน์ก็เสียใจเช่นกันที่ทุกคนมองว่าปกรณ์เป็นคนไม่ดีเพียงเพราะเขาเป็นกุลี คุณน้อยเตือนพี่สาวว่าอย่าดื้อดึงจนไม่ฟังเสียงทัดทานของคนอื่น คุณรัตน์ ไม่อยากฟังอะไรอีก พลิกตัวนอนหันหลังให้ทันที...

    ฝ่ายดารารุ่งนอนมองชุดแต่งงานด้วยความแค้นใจ ลุกขึ้นคว้าชุดมาฉีกจนขาดไม่มีชิ้นดี แล้วปล่อยโฮอย่างสุดกลั้น... ส่วนไกรดื่มเหล้าเมามาย ลูบคลำชุดแต่งงานด้วยความทุกข์ ทรมานใจ...

    ขณะเดียวกัน ปกรณ์บ่นกับพ่อว่าเบื่อที่ต้องฝืนใจตัวเอง คอยทำตัวพินอบพิเทาพูดจาอ่อนหวานกับคุณรัตน์ จนอยากจะเลิกกับเธอให้รู้แล้วรู้รอด สังข์สั่งห้ามเลิกกับคุณรัตน์เด็ดขาด ยุส่งว่าปกรณ์ต้องเอาเธอมาทำเมียให้ได้ ฉุดได้เป็นฉุด พาหนี ได้เป็นพาหนี ก่อนที่จะมีคนอื่นตัดหน้า

    ปกรณ์ได้แรงยุจากพ่อ รีบไปหาคุณรัตน์ทันที...พอมาถึงหน้าบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรม ปกรณ์หยิบขลุ่ยขึ้นมาเป่าเพลง "ขวัญของเรียม" สักพัก คุณรัตน์วิ่งลัดเลาะออกมาหาด้วยน้ำตานองหน้า โผกอดเขาแน่น บอกว่าคุณรุ่งรู้เรื่องของเราสองคนแล้ว และห้ามไม่ให้เราคบกัน

    "ผมไม่ยอมเด็ดขาด...ยอดดวงใจของผม คุณรัตน์พร้อมจะล่มหัวจมท้ายกับกุลีคนนี้ไหมครับ"

    "ค่ะ...รัตน์พร้อมจะล่มหัวจมท้ายกับคุณปกรณ์ จะตกนรกหรือขึ้นสวรรค์รัตน์ก็ยอม"

    "งั้นคืนข้างแรม 15 ค่ำ ที่จะถึงนี้ สองยาม คุณรัตน์ไปรอผมที่บึงของเรานะครับ ผมจะพาคุณรัตน์ยอดรักยอดดวงใจของผมไปจากคนใจร้ายใจดำอย่างคุณดารารุ่ง"

    คุณรัตน์พยักหน้าไม่มีการลังเลแม้แต่น้อย

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:48 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์