นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เรือนซ่อนรัก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    รุ่งขึ้น ปกรณ์รีบเอาจี้ดอกลั่นทมไปขาย เจ๊ เจ้าของร้านทองมองอย่างพินิจพิเคราะห์จำได้คลับคล้าย คลับคลาถามดักคอว่า ไม่ได้ขโมยของใครมาใช่ไหม ปกรณ์อ้างว่าลูกสะใภ้ของตนให้มา แล้วรีบตัดบทถามว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ ถ้าไม่ซื้อเขาจะได้เอาไปขายร้านอื่น

    "ซื้อๆ รอเดี๋ยว จะไปหยิบเงินให้"

    ปกรณ์รับเงินแล้วยกขึ้นจูบ เดินออกไปอย่างลิงโลด เจ๊มองปกรณ์แล้วมองจี้ในมือ สงสัยอย่างมากจนทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว รีบมาหาดารารุ่งถึงบ้าน และเรื่องก็เป็นอย่างที่เจ๊เจ้าของร้านทองคาด จี้ชิ้นนี้เป็นของดารารุ่งจริงๆ

    "เจ๊พอจะรู้จักชื่อแซ่คนที่เอามาขาย ไหม"

    "ไม่ค่ะ เจ๊ลืมถาม แต่เป็นผู้ชายแก่ๆโทรมๆ กลิ่นเหล้าเหม็นหึ่ง ท่าทางน่าเกลียดน่ากลัว"

    "งั้นฉันว่าสร้อยเส้นนี้ต้องถูกขโมยมาแล้ว ล่ะ เอางี้...

    ถ้าเจ๊เจอไอ้หัวขโมยนั่นอีก รีบโทรศัพท์มาบอกฉัน ส่วนจี้ชิ้นนี้ฉันจะซื้อคืนไว้เอง" ดารารุ่งหยิบเงินให้ มองตามจนเจ๊ออก

    ไป พ้นประตูบ้าน อาฆาตแค้นว่า ถ้าเธอรู้ว่าใครขโมยของชาตรีไป เธอเอามันตายแน่...

    ในเวลาเดียวกัน คุณน้อยนั่งร้อยพวงมาลัย โดยมี

    ยาย แหววนั่งอยู่ใกล้ๆ ยายแหววอดชมไม่ได้ว่าวันนี้คุณน้อยร้อยพวงมาลัยได้สวยมาก

    "ก็ น้อยตั้งใจร้อยนี่...ไม่อยากคิดอะไรมาก"

    "ดีแล้วล่ะค่ะ คิดมากทุกข์มาก มันก็ใจเราทั้งนั้น สู้ทำใจไม่คิด ไม่ทุกข์ดีกว่า"

    มา โนชเดินถือกระเป๋าเอกสารลงมายังห้องโถงพอดี สองสามีภรรยาต่างมองหน้ากัน คุณน้อยวางมือจากการร้อยพวงมาลัย บอกยายแหววว่าขอตัวไปพักผ่อน และไม่ต้องการให้ใครรบกวน ลุกเดินออกไป ไม่ด่า ไม่ตำหนิอะไรสามี มาโนช มองตามไม่สบายใจ

    จังหวะนั้น หนูนกพาฤกษ์เข้ามา ไม่เห็นคุณน้อยอยู่ที่นั่น ถามพ่อว่าแม่ไปไหน พอรู้ว่าแม่ขึ้นห้องไปพักผ่อน บ่นเสียดายที่แม่ไม่ได้เจอกับน้าฤกษ์ มาโนชกล่าวทักทายฤกษ์ แล้วขอตัวไปทำงาน ฤกษ์เห็นสีหน้าเคร่งขรึมของมาโนช ถามหนูนกว่ามีเรื่องอะไรกัน ฤกษ์ได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากหนูนก ถึงกับถอนใจ

    "ทำไม คุณมาโนชถึงได้ทำเรื่องแบบนี้"

    "จะโทษคุณพ่อฝ่ายเดียวก็ไม่ได้หรอก ค่ะน้าฤกษ์ เพราะเท่าที่หนูนกคุยกับคุณย่า...คุณแม่ก็มีส่วนผิดเหมือนกัน... คุณแม่ขี้หึงแล้วก็ระแวงมาก เลยทะเลาะกับคุณพ่อทุกวัน"

    "คุณมาโนชทน ไม่ไหว ต้องไปหาคนอื่นที่เขาเข้าใจมากกว่า"

    "แต่คุณพ่อรับปากกับหนู นกแล้วนะคะว่าจะเลิกกับผู้หญิงคนนั้น"

    "น้าเอาใจช่วยให้เรื่องทุก อย่างจบลงเร็วๆ...เอ่อ...แล้วหนูนาเป็นยังไงบ้าง"

    "ก็กลุ้มใจน่ะค่ะ กินอะไรไม่ลง ผอมจะแย่ ไม่รู้เมื่อไหร่จะเจอคุณน้าอนงค์ซักที"

    ฤกษ์ คิดว่าเรื่องอรอนงค์คงต้องไปรบกวนให้เมืองใหญ่ช่วย แล้วชวนหนูนกไปหาเมืองใหญ่ด้วยกัน จะได้เยี่ยมน้านิจไปในตัว หนูนกส่ายหน้า

    "น้า ฤกษ์ไปคนเดียวเถอะ หนูนกจะโทร.ไปบอกหนูนาว่าน้าฤกษ์เป็นห่วง"

    ฤกษ์ ได้แต่ยิ้มเขิน...จากนั้นหนูนกโทร.ไปบอกหนูนาว่าน้าฤกษ์เป็นห่วงเธอมาก หนูนาถามซ้ำเหมือนไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง หนูนกยืนยันหนักแน่น

    "จริง สิ...นี่กำลังไปหาอีตาผู้หมวดเมืองใหญ่ ตามเรื่องน้าอนงค์อยู่เลย...หนูนาต้องเข้มแข็งนะ อย่าคิดมาก เพราะมีคนเป็นห่วงหนูนาตั้งหลายคน"

    หนูนายิ้ม รู้สึกดีใจอย่างประหลาดที่ฤกษ์คือหนึ่งในคนที่ห่วงใยเธอ...

    ผ่านไป ไม่นาน ฤกษ์มาถึงบ้านบุรีราชกรมเพื่อสอบถามความคืบหน้าเรื่องอรอนงค์ พอฤกษ์รู้ว่าเมืองใหญ่ไหว้วานเพื่อนฝูงช่วยตามหาอรอนงค์ เขาก็เบาใจ และหวังว่าพวกเราคงจะได้เจอเธอในไม่ช้า เมืองใหญ่ก็หวังเช่นนั้น ฤกษ์เห็นสีหน้าไม่สบายใจของเมืองใหญ่ ถามว่ามีเรื่องอะไร

    "เรื่องของ เมืองเล็กกับคุณนิจน่ะครับคุณฤกษ์" เมืองใหญ่ ถอนใจเฮือก เล่าเรื่องเมืองเล็กกับคุณนิจที่มักจะทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยๆให้ฟัง ฤกษ์รับปากว่าจะคุยกับคุณนิจเอง จากนั้นเขาเรียกคุณนิจมาเตือนว่าอย่าเอาคำพูดของดารารุ่งมาคิดมากว่าผู้ชาย เลวไปหมดทุกคน คุณนิจหน้าเจื่อน

    "นิจรู้ค่ะ ว่าผู้ชายดีๆยังมีคุณฤกษ์อีกคน"

    "ไม่ใช่...ยังมีคุณเล็กอีกคนด้วย ...ถ้าคุณนิจรักใคร คุณนิจต้องไว้ใจ ศรัทธาเชื่อมั่นในตัวเขาด้วยสิครับ ไม่อย่างนั้นชีวิตคู่ไม่มีทางรอด คุณนิจต้องมั่นใจในความรักที่คุณเล็กมีให้คุณนิจ และความรักที่คุณนิจมีให้กับคุณเล็ก" ฤกษ์บอกอย่างอ่อนโยน

    "นิจเชื่อ หัวใจตัวเอง แล้วนิจก็เชื่อว่าคุณเล็กรักนิจจริงๆ แต่บางทีนิจก็ไม่มั่นใจ นิจกลัว กลัวว่าสุดท้ายคุณเล็กก็เปลี่ยนใจเหมือนผู้ชายทั่วไป นิจกลัวจริงๆค่ะคุณฤกษ์" คุณนิจผวากอดฤกษ์แน่น ฤกษ์สงสารน้องสาวต่างมารดามาก สิ่งที่ดารารุ่งปลูกฝังให้คุณนิจมันหยั่งรากลึกเกินจะถอน

    ooooooo

    ทันที ที่เมืองใหญ่ถึงสถานีตำรวจ จ่าเวรเข้ามารายงานว่า  มีชาวบ้านมาแจ้งว่าเจอคนที่มีรูปพรรณสัณฐานคล้ายอรอนงค์นอนสลบอยู่ท้ายป่า เมืองใหญ่ทั้งดีใจทั้งตื่นเต้น รีบขึ้นรถขับออกไปยังที่เกิดเหตุ...

    ใน เวลาไล่เลี่ยกัน ฤกษ์ขับรถผ่านมาตามทาง เห็นชาวบ้านกำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่เต็มถนน ด้วยความมีน้ำใจ เขาเบนรถจอดข้างทาง เดินลงมาถามพวกชาวบ้านว่ามีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า

    "ผู้หญิงที่ไหนไม่รู้คุณ ถูกทำร้ายมานอนหมดสติอยู่แถวนี้"

    "คงจะอดข้าวอดน้ำมาหลายวันแล้วล่ะ...โทรมเชียว" ชาวบ้านอีกคนเสริม

    ฤกษ์แหวกกลุ่มชาวบ้านเข้าไปดู ระหว่างนั้นอรอนงค์ ฟื้นได้สติ เงยหน้าขึ้นมา ฤกษ์ตกใจที่เห็นอรอนงค์ ส่วนอรอนงค์ เห็นผู้คนมากมาย แถมชาวบ้านที่อยู่รอบๆตัวเธอส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย หน้าตื่นร้องลั่น

    "อย่า...อย่าทำฉัน...ฉันกลัว" อรอนงค์จะวิ่งหนี ฤกษ์คว้าตัวเอาไว้ อรอนงค์ทั้งกรีดร้องทั้งดิ้นรน

    "ผมเองครับ คุณอนงค์...ฤกษ์ครับ"

    แต่อรอนงค์จำไม่ได้ผลักฤกษ์เต็มแรง  วิ่งหนี  เป็นจังหวะเดียวกับเมืองใหญ่ขับรถมาพอดี  ทุกคนตกใจตะโกนลั่นว่าระวัง อรอนงค์หันมาเห็นรถอยู่ตรงหน้ากรีดร้องสุดเสียง ตกใจสุดขีด เป็นลมล้มพับไป เมืองใหญ่เหยียบเบรกได้ทัน รีบวิ่งลงมาช่วยกันกับฤกษ์ประคองอรอนงค์ขึ้นรถ พาไปบ้านของฤกษ์...

    คืนวันเดียวกัน สลวยจัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้อรอนงค์ซึ่งยังคงนอนสลบไสลไม่ได้สติ เธอเห็นสภาพอรอนงค์แล้วอดสงสารไม่ได้ ไม่รู้เป็นเวรเป็นกรรมอะไร ถึงได้เป็นแบบนี้

    "นั่นสิครับ ผมเห็นทีแรกแทบจำไม่ได้เลย" ฤกษ์มองอรอนงค์อย่างเวทนา

    "บอกตรงๆ ผมเห็นคุณน้าอรอนงค์เป็นแบบนี้ไม่กล้าบอกหนูนาเลย" เมืองใหญ่หนักใจ

    "เราพาคุณอนงค์ไปหาหมอ รอให้เธอหายดีแล้วค่อยบอกหนูนา ดีมั้ยครับแม่"

    "แม่ว่าไม่ดีหรอก ครอบครัวคุณอรอนงค์ย่อมรักและดูแลเธอได้ดีที่สุด  ถ้ากลับไปอยู่ที่บ้าน  คุณอรอนงค์อาจจะหายเร็วขึ้นก็ได้นะ"

    เมืองใหญ่กับฤกษ์มองหน้ากัน เห็นด้วยกับความคิดของสลวย

    ooooooo

    วันถัดมา เมืองใหญ่โทร.หาหนูนาแต่เช้า ไกรเดินมาด้านหลังได้ยินเสียงหนูนาคุยโทรศัพท์พอดี

    "อะไรนะคะพี่ใหญ่ เจอคุณแม่แล้ว ค่ะๆ หนูนาจะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ"

    หนูนาดีใจมากวางสาย หันมาเจอพ่อยืนตะลึงอยู่รีบวิ่งเข้ามากอด ละล่ำละลักบอกว่าเมืองใหญ่ตามหาแม่เจอแล้ว พอนึกขึ้นได้หน้าหงิก รีบปล่อยมือ

    "ขอโทษทีค่ะ  หนูนาลืมไปว่าคุณพ่อไม่ได้อยากให้คุณแม่กลับบ้าน เอาเป็นว่าหนูนาจะพาคุณแม่ไปอยู่ที่อื่นแล้วกัน" หนูนาเดินลิ่วออกไปไม่สนใจเสียงร้องของพ่อ ไกรได้แต่ถอนใจหนักใจ...

    ไม่นาน หนูนาขับรถมาถึงบ้านของฤกษ์ เห็นอรอนงค์นั่งอยู่กับสลวย ฤกษ์และเมืองใหญ่ หนูนาร้องไห้โฮด้วยความดีใจวิ่งเข้ามากอดอรอนงค์

    "หนูนาคิดถึงคุณแม่ เป็นห่วงคุณแม่แทบขาดใจ คุณแม่ไปอยู่ที่ไหนมาคะ"

    อรอนงค์เงียบ มองหนูนางงๆ หนูนามองแม่งงๆเช่นกัน ทำไมแม่ถึงไม่ดีใจที่เจอเธอ อรอนงค์ถามว่าหนูนาเป็นใคร หนูนาชักใจไม่ดีบอกว่าเธอเป็นลูกของแม่อนงค์ อรอนงค์ถามเหมือนไม่แน่ใจว่าตัวเองมีลูกด้วยหรือ หนูนาใจสลายกรีดร้องลั่นดึงแม่มากอด อรอนงค์ตกใจ ดิ้นหนี แล้ววิ่งเข้าบ้าน สลวยวิ่งตาม

    "คุณฤกษ์ขา พี่ใหญ่ขา เกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่คะ เกิดอะไรขึ้น" หนูนาร้องไห้โฮแทบขาดใจ เมืองใหญ่กับฤกษ์มองหนูนาด้วยความสงสารและเห็นใจ...

    ในที่สุด สลวยปลอบอรอนงค์จนหลับลงได้ หนูนา ฤกษ์กับเมืองใหญ่จึงตามเข้ามาสมทบ หนูนานั่งลงจับมือแม่ ร้องไห้น้ำตาไหลพราก

    "หนูนาสงสารคุณแม่จังค่ะ ปกติคุณพ่อก็รังเกียจคุณแม่ อยู่แล้ว ถ้าคุณพ่อเห็นคุณแม่ในสภาพนี้...หนูนาไม่อยากจะคิดเลย"

    "คุณไกรไม่ได้ใจจืดใจดำขนาดนั้นหรอกค่ะคุณหนูนา ก็คงแค่จะเคืองๆ" สลวยปลอบ

    "ไม่จริงหรอกค่ะ  คุณพ่อไม่ได้รักคุณแม่  คุณพ่อ

    เคยบอกหนูนาอีกด้วยนะคะว่า  ถ้าไม่ใช่แม่หนูนา  คุณพ่อไม่มีวันตามคุณแม่กลับเด็ดขาด"

    ทุกคนต่างมองหน้ากัน ยิ่งสลดใจไปใหญ่ หนูนาอยากรู้จริงๆ ว่าทำไมพ่อถึงได้จงเกลียดจงชังแม่เหลือเกิน ฤกษ์ปลอบว่าอะไรที่คิดแล้วทำให้ไม่สบายใจ หนูนาก็อย่าไปคิดถึงมันเลย

    "ใช่...มาคิดกันดีกว่า ว่าจะทำยังไงต่อไป" เมืองใหญ่เสนอ

    "ถ้าไม่อยากกลับบ้าน คุณหนูนากับคุณอรอนงค์จะอยู่ที่นี่ก็ได้นะครับ"

    "หนูนาเกรงใจคุณฤกษ์"

    "งั้นไปอยู่บ้านพี่...บ้านพี่มีคนอยู่หลายคน จะได้ช่วยกันดูแลน้าอนงค์"

    "ขอบคุณมากค่ะพี่ใหญ่" หนูนายกมือไหว้ แล้วหันมามองแม่น้ำตาซึมด้วยความสงสาร...

    หลังจากนั้น ฤกษ์ เมืองใหญ่ และหนูนา พาอรอนงค์มาบ้านบุรีราชกรม เมืองใหญ่บอกกับครอบครัวของเขาว่าอรอนงค์ จะมาพักอยู่กับเราที่นี่ อรอนงค์กวาดตามองไปรอบๆ อย่างไม่คุ้นหน้าคุ้นตา ทำท่าหวาดกลัว หนูนากอดปลอบแม่ น้ำตาซึม
    "ที่นี่ไม่มีใครทำอะไรคุณแม่ได้ค่ะ...ไม่ต้องกลัว"

    "พาคุณแม่ขึ้นไปพักบนห้องดีกว่าหนูนา" ฟองจันทร์แนะ

    อรอนงค์ร้องลั่นว่าไม่ไปๆ ลุกพรวดพราดวิ่งออกมานอกบ้านแบบตื่นกลัว หนูนารีบวิ่งตาม เมืองเล็กบ่นสงสารอรอนงค์มาก ไม่รู้เวรกรรมอะไรถึงทำให้เธอต้องเป็นอย่างนี้ คุณนิจได้แต่ก้มหน้าไม่พูดไม่จา ส่วนฤกษ์ขอตัวออกไปข้างนอก เผื่อหนูนามีอะไรให้ช่วย...

    ด้านอรอนงค์เดินมาที่ริมรั้ว หยุดกึก เมื่อเห็นดอกลั่นทมบ้านดารารุ่งที่อยู่ใกล้กัน แล้วกรีดร้องลั่นตื่นตระหนกที่เห็นดารารุ่งกับป้าพริ้งเดินออกมาจากบ้าน ดารารุ่งได้ยินเสียงร้องหันขวับไปมองตามเสียง ตกใจที่เห็นอรอนงค์ ทุกคนในบ้านบุรีราชกรมได้ยินเสียงร้องเช่นกัน ตกใจรีบกรูกันออกมาดู

    หนูนารีบวิ่งเข้ามากอดแม่ซึ่งยืนตัวสั่นเทาด้วยความกลัวสุดขีด โดยมีฤกษ์ตามมาติดๆ ดารารุ่งกับป้าพริ้งรีบผลุบหายเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว เป็นจังหวะเดียวกับเมืองใหญ่ เมืองเล็ก คุณนิจ ฟองจันทร์กับศักดิ์กายออกมาเห็นท่าทางหวาดกลัวของอรอนงค์ที่มีต่อดารารุ่ง เมืองเล็กอดทักไม่ได้ว่า

    "ทำไมคุณน้าอนงค์ถึงต้องกลัวคุณรุ่งด้วย"

    คุณนิจนิ่วหน้า ขณะที่เมืองใหญ่กระตุกมือน้องชาย ส่งสายตาดุใส่เป็นเชิงว่าพูดอะไรเกรงใจคุณนิจบ้าง

    ooooooo

    ศักดิ์กายมองหน้าตาตื่นกลัวของอรอนงค์แล้ว ชวนทุกคนกลับเข้าบ้าน เมืองเล็กเห็นคุณนิจหน้าซีดเลยขอตัวพาเธอขึ้นห้องพัก ฟองจันทร์กับหนูนาช่วยกันพาอรอนงค์ซึ่งตัวสั่นเทาขึ้นไปพักผ่อนเช่นกัน

    "เดี๋ยวผมจะไปรับคุณหนูนกมาอยู่เป็นเพื่อนนะครับ"

    ฤกษ์ร้องบอกหนูนา ก่อนหันมาพูดกับเมืองใหญ่และศักดิ์กายว่าถ้าดารารุ่งมีส่วนผิดที่ทำให้อรอนงค์เป็นแบบนี้ เขารับรองว่าเธอจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย แล้วค้อมหัว เดินออกไป...

    ฝ่ายดารารุ่งกับป้าพริ้งพากันมานั่งหลบมุม ท่าทางตื่นตระหนก คาดไม่ถึงว่าจะเจออรอนงค์ ป้าพริ้งตัวสั่นอย่างระงับไม่อยู่ ดารารุ่งต้องปลอบ โดยพยายามข่มไม่ให้เสียงตัวเองสั่นว่าไม่ต้องกลัว อรอนงค์เป็นบ้าไปแล้ว พูดอะไรไปคงไม่มีใครเชื่อ และที่สำคัญเราไม่ได้ทำอะไรผิด อรอนงค์ รนหาที่เองต่างหาก...

    ตกเย็น คุณนิจนั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องพัก นึกรู้ว่าที่อรอนงค์เป็นอย่างนี้ต้องเกี่ยวกับดารารุ่งแน่ๆ แต่เธอก็ไม่ต้องการให้ใครมองพี่สาวของเธอว่าทำผิด ทันใดนั้น เมืองเล็กเปิดประตูห้องเข้ามาหา คุณนิจถึงกับสะดุ้งเฮือก เมืองเล็กเป็นห่วง ถามว่าคิดมากเรื่องดารารุ่งกับอรอนงค์ใช่ไหม

    "นิจรู้ว่าตอนนี้ทุกคนกำลังสงสัยเรื่องคุณรุ่งกับคุณอรอนงค์ แต่คุณรุ่งไม่เกี่ยวนะคะ คุณรุ่งไม่เกี่ยว คุณเล็กก็รู้ว่า คุณรุ่งไม่ได้สุงสิงกับใคร"

    "ผมรู้ครับว่าคุณรุ่งไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่สุงสิงกับใคร แต่น้าอนงค์อาจจะมายุ่งกับคุณรุ่งเอง"

    "งั้น ถ้าเกิดอะไรขึ้น มันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณรุ่ง"

    "คุณนิจพูดเหมือนรู้ว่าคุณรุ่งทำอะไร" เมืองเล็กนิ่วหน้า

    "นิจไม่รู้หรอกค่ะ แต่นิจอยากให้ทุกคนยุติธรรมกับคุณรุ่งบ้าง แต่ไหนแต่ไรเธอก็อยู่ของเธอดีๆ ทุกคนไปยุ่งกับ เธอเองทั้งนั้น รวมทั้งคุณอรอนงค์" คุณนิจพรวดพราดออกไป เมืองเล็กได้แต่มองตาม สงสัย...

    คืนเดียวกัน ฤกษ์พาหนูนกมาที่บ้านบุรีราชกรม แต่แทนที่หนูนกจะมาอยู่เป็นเพื่อนหนูนา กลับชักชวนหนูนาให้พาอรอนงค์ไปหาดารารุ่ง เพื่อพิสูจน์ให้รู้แล้วรู้รอดไปว่า อรอนงค์กลัวดารารุ่งจริงหรือเปล่า หนูนาคัดค้าน เพราะเธอเอง ก็กลัวดารารุ่งเช่นกัน

    "ไม่ต้องกลัวหรอก หนูนกเป็นหลาน คุณป้ารุ่งไม่กล้าทำอะไรหรอก"

    หนูนกคะยั้นคะยอจนหนูนายอมทำตาม พาแม่ไปที่บ้านดารารุ่ง คุณนิจมองลงมาเห็นหนูนากับหนูนกพาอรอนงค์ ตรงไปบ้านดารารุ่ง ยืนลังเลอยู่อึดใจ  ก่อนตัดสินใจตามไป...

    อรอนงค์แค่เห็นบ้านดารารุ่งก็ตัวสั่นงันงกไม่ยอมก้าวเท้า ร้องลั่นว่าไม่ๆ หนูนาเห็นแม่กลัวเลยชวนกลับ หนูนกรั้นไม่ยอม

    "กลัวเพราะว่ามันมืดน่ะสิ...เถอะน่า...เข้าไปข้างในเราค่อยเปิดไฟก็ได้...เร็ว"

    สองสาวช่วยกันพาอรอนงค์เปิดประตูรั้วเข้าไป ยังไม่ทันไปถึงไหน ก็เจอดารารุ่งกับป้าพริ้งออกมาไล่ อรอนงค์เห็นสองเจ้านายกับบ่าวถึงกับกรีดร้องลั่นอย่างหวาดผวา  ดารารุ่งตรงเข้าผลักอรอนงค์จนล้มตึง หนูนารีบเข้ามาประคองให้ลุกขึ้น ดารารุ่ง เข้ามาผลักอีก  คุณนิจวิ่งเข้ามาห้ามพี่สาวไว้ ดารารุ่งโมโห

    "กลับมาทำไมนังน้องไม่รักดี พาญาติโกโหติกาของแกออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้...ไป๊"

    ดารารุ่งผลักคุณนิจเต็มแรงจนเธอล้ม ป้าพริ้งไม่รอช้าตามมาลากทุกคนออกไป เสียงเอะอะดังไปถึงบ้านบุรีราชกรม ป้าน้อมได้ยินเสียงวิ่งมาดู เป็นจังหวะเดียวกับเมืองเล็กเดินออกมา ป้าน้อมรีบรายงานว่า ที่บ้านดารารุ่งเกิดเรื่องอะไรไม่รู้ เสียงโวยวายลั่น เมืองเล็กเอะใจรีบตามไปดู...

    ที่บ้านดารารุ่ง เกิดการชุลมุนย่อยๆขึ้น เพราะหนูนกดื้อดึงจะอยู่ให้ได้ เลยโดนดารารุ่งตบจนเซถลา คุณนิจปราดเข้ามา พยุงหนูนก ขอร้องว่าอย่าทำร้ายหลาน อรอนงค์เห็นการทำร้ายกัน ยิ่งกลัวหนัก ร้องกรี๊ดๆตัวสั่นเทา ดารารุ่งหมดความอดทนตรงเข้าผลักคุณนิจอีก เมืองเล็กเข้ามารับคุณนิจไว้ได้ทัน

    ดารารุ่งเห็นหน้าเมืองเล็ก ยิ่งคลั่งคว้าเสียมที่วางอยู่แถวนั้นขึ้นมาขู่พร้อมกับไล่ทุกคนออกไป เมืองเล็กเห็นท่าไม่ดีรีบพาทุกคนกลับ ครู่ต่อมาพวกเมืองเล็กกลับถึงบ้านบุรีราชกรม เจอเมืองใหญ่กับฤกษ์ยืนรออยู่ เมืองใหญ่ตั้งข้อสังเกตว่าหนูนกต้องเป็นต้นคิดเรื่องยุ่งๆเหล่านี้แน่ หนูนกอ้าปากจะพูด

    "หยุดเลยนะ จะอ้าปากเถียงไปถึงไหน รู้ว่าอะไรเป็นอะไรยังจะพาคุณน้าอนงค์ไปหาคุณรุ่งอีก"

    หนูนกลอยหน้าลอยตาเถียงเมืองใหญ่ไม่ยอมแพ้ ทั้งคู่เลยต่อปากต่อคำกันไปมา หนูนกหมั่นไส้เมืองใหญ่ที่ว่าเธอหน้าแก่ แกล้งดึงจมูกเขา แล้ววิ่งหนีเข้าบ้าน...ส่วนภายในบ้านบุรีราชกรม คุณนิจกำลังตำหนิหนูนาว่าไม่น่าพาอรอนงค์เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับดารารุ่ง หนูนาหน้าจ๋อย รีบขอโทษ

    ฤกษ์ถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่า หนูนาคิดว่าดารารุ่งเป็น ต้นเหตุที่ทำให้อรอนงค์เป็นอย่างนี้ใช่ไหม หนูนาเกรงใจฤกษ์ อึกๆอักๆปฏิเสธว่าเปล่า จังหวะนั้น หนูนกเดินเข้ามาพอดี ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนผิด

    เมืองใหญ่เดินตามหนูนกมาอีกทอด ถึงกับออกปาก "ว่าแล้วเชียว"

    "แต่ก็ทำให้ทุกคนรู้นี่คะ...ว่าคุณน้าอนงค์กลัวทั้งคุณป้ารุ่งและคุณยายพริ้ง...ซึ่งก็หมายความว่าคุณน้าอนงค์ยังไม่เป็นปกติและคุณป้ารุ่งอาจไม่ได้เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดก็ได้"

    "มันก็จริงอย่างที่หนูนกว่านะคะ คุณแม่ยังไม่ปกติ เลยตกใจอะไรง่ายๆ"

    "ลุงว่าหนูนาทำใจให้สบายก่อนดีกว่านะ ไม่ต้องห่วง ไม่ว่าเรื่องจะเป็นยังไงมันต้องว่ากันไปตามถูกผิด...จริงมั้ยคุณฤกษ์" ศักดิ์กายว่าตบท้าย ฤกษ์พยักหน้ารับคำเสียงอ่อย หนูนามองฤกษ์อย่างสงสาร

    จากนั้น หนูนาเดินมาส่งฤกษ์ที่รถของเขาซึ่งจอดอยู่หน้าบ้าน ปลอบว่าอย่าคิดอะไรมาก และหวังว่าพวกเราจะพบสาเหตุที่ทำให้แม่ของเธอป่วย ดารารุ่งจะได้พ้นมลทินเสียที ฤกษ์ขอบใจสำหรับกำลังใจที่เธอให้ หนูนกแอบมองอยู่ด้านหลังทั้งคู่ อมยิ้ม เมืองใหญ่ย่องเข้ามาใกล้ๆหนูนก

    "ขบวนการสอดรู้สอดเห็นไม่มีใครเกิน"

    "ขบวนการปากปีจอก็ไม่มีใครเกินผู้หมวดเหมือนกัน...ฮึ" หนูนกสะบัดหน้าเดินไปขึ้นรถฤกษ์ เมืองใหญ่กับหนูนากลับเข้าบ้าน ดารารุ่งแอบมองอยู่ เห็นฤกษ์กับหนูนกไปแล้ว ถอนใจโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง

    ooooooo

    ผ่านมาหลายวัน  ดารารุ่งในคราบของคุณทิพย์ หลอกให้ชาตรีพาไปร้านทอง โดยเธอทำทีเป็นเข้ามาซื้อทอง แต่แอบส่งสายตาให้เจ๊เจ้าของร้าน พยักพเยิดไปทางชาตรี หันไปชวนชาตรีคุย

    "หลายวันก่อนมีชายคนหนึ่งหน้าตาเหมือนเธอมาก แต่ไม่ได้มาซื้อทองหรอกนะเขาเอาของมาขาย"

    ชาตรีทำหน้างง ขณะที่คุณทิพย์ลอบมองอย่างสังเกต... ระหว่างทางไปบ้านคุณทิพย์ ชาตรีสีหน้าไม่สบายใจอย่างมาก พอถึงบ้าน คุณทิพย์ชวนเข้าบ้านก่อน แต่ชาตรีปฏิเสธหน้าเครียดว่าไม่เข้า คุณทิพย์ปลอบว่าเจ๊เจ้าของร้านทองชอบพูดจาเรื่อยเปื่อย ชาตรีอย่าไปถือสาเลย

    "แต่ผมไม่สบายใจยังไงไม่รู้...ผมขอตัวกลับก่อนดีกว่า...คุณทิพย์...อย่าลืม กินยาที่หมอสั่งนะครับ"

    ชาตรีเดินหน้าเครียดออกไป ป้าน้อมบังเอิญกำลังทำงานอยู่หน้าบ้านบุรีราชกรม สายตาสอดส่ายมองตามชาตรี หันกลับมาอีกทีเห็นดารารุ่งถลึงตาใส่ ป้าน้อมไม่กล้าสบตา รีบหลบทันที...

    ที่บ้านเช่าของคุณรัตน์ ปกรณ์เมาแอ๋กลับเข้ามา คุณรัตน์ นึกสงสัยว่าเขาเอาเงินจากไหนไปซื้อเหล้า รอจนปกรณ์เมาหลับกรนครอกๆ เธอย่องเข้าไปค้นตามกระเป๋าเสื้อและกางเกงของเขา เจอเงินจำนวนมาก จังหวะนั้น ชาตรีกลับมาถึงพอดี คุณรัตน์เอาเงินให้ลูกดู

    "พ่อไปเอาเงินมาจากไหนตั้งเยอะแยะก็ไม่รู้ลูก"

    ชาตรีนึกถึงคำพูดของเจ๊ร้านทอง รีบวิ่งเข้าห้อง ค้นในตู้เสื้อผ้าตัวเอง แต่ไม่เจอจี้ดอกลั่นทม คุณรัตน์ตามเข้ามาถามว่าหาอะไร ชาตรีละล่ำละลักบอกว่าจี้ดอกลั่นทมหาย คุณรัตน์รู้ทันทีว่าเงินจำนวนนั้นปกรณ์ได้มาอย่างไร โกรธมากวิ่งกลับไปหาปกรณ์ เขย่าตัวปลุกให้ตื่น ปกรณ์โวยวายลั่นว่าปลุกทำไม คุณรัตน์ถามคาดคั้นว่า เขาขโมยจี้ดอกลั่นทมของลูกไปขายใช่ไหม ปกรณ์รีบปฏิเสธว่าเปล่า

    "เจ๊ร้านทองบอกผมแล้วครับว่าพ่อเอาจี้ไปขาย...พ่อทำกับผมยังงี้ได้ยังไง" ชาตรีผิดหวังในตัวพ่อมาก เดินลิ่วๆออกไป ปกรณ์รีบวิ่งตามมาง้อว่าแค่จี้เล็กๆชิ้นเดียวทำไมต้องโกรธขนาดนี้

    "แต่ผมรักของผม และที่สำคัญก่อนที่พ่อจะกลับมา พ่อสัญญาแล้วว่าจะเป็นคนดี"

    แทนที่ปกรณ์จะยอมรับผิด กลับโทษว่าที่พวกเราต้องยากจนดักดานอย่างนี้ เพราะคุณรัตน์ไม่ขอแบ่งสมบัติจากป้าดารารุ่งของชาตรี คุณรัตน์ชิงพูดว่าเธอไม่มีญาติ ปกรณ์ยอมเงียบไม่พูดถึงดารารุ่ง

    "แต่สำหรับคุณทิพย์ พ่อไม่ยอมนะชาตรี แกต้องทำทุกอย่างเพื่อให้คุณทิพย์แต่งงานกับแกให้ได้"

    "พ่ออย่าพูดอย่างนี้นะครับ คุณทิพย์คือผู้มีพระคุณของผม"

    ปกรณ์อ้างว่ามองปราดเดียวก็รู้ว่านังทิพย์อยากได้ชาตรี คุณรัตน์ไม่อยากให้ลูกได้ยิน รีบดึงเขาออกมา ปกรณ์ยังตะโกนไล่หลังว่าทั้งคู่มัวแต่โง่ เลยไม่ทันสังเกตเห็น คุณรัตน์ขอร้องว่าอย่าไปฟังคำพูดเพ้อเจ้อของพ่อ ส่วนเรื่องจี้ดอกลั่นทม พรุ่งนี้เธอจะไปขอโทษคุณทิพย์ด้วยตัวเอง ชาตรีไม่ต้องกังวล...

    ดึกคืนเดียวกัน ดารารุ่งบ่นกับป้าพริ้งว่าไม่สบายใจมากที่อรอนงค์ยังอยู่ที่บ้านบุรีราชกรม ป้าพริ้งเองก็เป็นกังวลไม่ต่างกัน เกรงว่าวันใดที่อรอนงค์ได้สติขึ้นมา เราสองคนอาจเดือดร้อน ดารารุ่งนิ่งคิดอึดใจ

    "งั้นเราหลบไปอยู่หัวหินสักพักดีมั้ยคะป้าพริ้ง รอให้อรอนงค์กลับไปอยู่ที่บ้านเขาก่อน ค่อยกลับมา"

    ดารารุ่งขอไปบอกลาชาตรีก่อน อ้างว่าถ้าหายไปเฉยๆ เดี๋ยวเขาจะเป็นห่วง ป้าพริ้งมองดารารุ่งสายตาเป็นกังวลไม่อยากให้เธอฝากความหวังไว้กับผู้ชาย หน้าไหนอีก

    ooooooo

    หลังจากนอนคิดเรื่องอรอนงค์มาทั้งคืน ไกรลุกขึ้นแต่เช้า คว้ารูปถ่ายของอรอนงค์กับหนูนาขึ้นมาดู

    "พ่อจะทำเพื่อลูก...หนูนา" ไกรตัดสินใจจะไปรับลูกเมียกลับบ้าน...

    ด้านดารารุ่งหรือคุณทิพย์กับป้าพริ้งหิ้วกระเป๋าเดินทางขึ้นรถ ขับออกไป คล้อยหลังไม่นาน ชาตรีถีบสามล้อพาคุณรัตน์มาถึงหน้าบ้านคุณทิพย์ คุณรัตน์ทักว่าทำไมบ้านเงียบ ชาตรีส่งเสียงเรียกคุณทิพย์แต่ไม่มีเสียงตอบ เป็นกังวลว่าคุณทิพย์อาจรู้เรื่องจี้ดอกลั่นทมเลยโกรธ จนไม่ยอมออกมาพบตน

    คุณรัตน์ปลอบว่าคุณทิพย์คงออกไปซื้อของ ชวนชาตรีรอที่นี่ก่อน เดี๋ยวเธอคงกลับ ขณะสองแม่ลูกกำลังยืนรออยู่นั้น คุณรัตน์หันไปเห็นไกรขับรถมาจอดหน้าบ้านบุรีราชกรม ตกใจ รีบขยับผ้าคลุมหน้ามาปิด ชวนชาตรีกลับดื้อๆ ก้าวขึ้นรถสามล้ออย่างลุกลี้ลุกลน เร่งชาตรีให้รีบไป ชาตรีถีบสามล้อมาได้สักพัก อดใจไม่ไหวถามแม่ว่ารู้จักผู้ชายคนนั้นด้วยหรือ คุณรัตน์ปฏิเสธเป็นพัลวันว่าเปล่า

    "แล้วทำไมแม่ต้องทำเหมือนหลบหน้าหลบตาเขาด้วย"

    คุณรัตน์อ้างว่า หน้าตาเธอน่ากลัวเลยไม่อยากให้ใครเห็น เกรงเขาจะตกใจ แล้วรีบตัดบท เร่งชาตรีให้ถีบรถไวๆ เธอจะกลับไปทำขนม ชาตรีรับคำได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ...

    ในเวลาเดียวกัน หนูนาดีใจมากที่พ่อมารับเธอกับแม่กลับบ้าน ไกรมองอรอนงค์ที่สติฟั่นเฟือนอย่างสลดใจ แล้วหันมาขอบคุณศักดิ์กายกับฟองจันทร์ที่ช่วยดูแลทั้งคู่อย่างดี ศักดิ์กายเดินเข้ามากระซิบไกร

    "ไกรต้องเข้มแข็งนะ เพราะการที่คุณอนงค์จะหายเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับไกรเหมือนกัน"

    ไกรรับคำ พาอรอนงค์และหนูนากลับ คุณนิจกับเมืองเล็กมองตามสามพ่อแม่ลูกอย่างเวทนา...

    จากนั้น เมืองเล็กพาคุณนิจออกมานั่งที่โต๊ะสนาม บอกว่าอรอนงค์ไปแล้ว ต่อจากนี้คุณนิจคงไม่มีอะไรให้กังวลใจอีก ป้าน้อมพาหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามา เสียงทักทายเมืองเล็กลั่น สองหนุ่มสาวหันไปมองตามเสียง คุณนิจเห็นสาวน้อยหน้าตาน่ารักเดินมาหา เมืองเล็กทักตอบ เรียกผู้หญิงคนนั้นว่า "น้องชมพู"

    ทั้งเมืองเล็กและชมพูต่างพูดคุยกระเซ้าเย้าแหย่กันอย่างสนิทสนม ทำให้คุณนิจหน้าบูดบึ้ง ยิ่งเห็นชมพูเข้ามากอดแขนเมืองเล็กทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ เธอยิ่งหึงหนัก แต่ ต้องเก็บอาการเอาไว้ ชมพูชวนเมืองเล็กเข้าบ้านไปกินคุกกี้รูปหัวใจที่เธอเอามาฝากเขาเป็นพิเศษ เมืองเล็กปฏิเสธว่าไม่ว่าง

    "ก็ได้ค่ะ...รอให้แขกกลับไปก่อนก็ได้...ชมพูจะรอ"

    "คุณนิจไม่ใช่แขก แต่เป็นคนรักของพี่" เมืองเล็กบอกสีหน้าจริงจัง

    ชมพูปรายตามองคุณนิจอย่างไม่ชอบใจ ขอตัวเข้าบ้าน เดินหน้าเชิดไปกับป้าน้อม เมืองเล็กหันมาบอกคุณนิจว่าชมพูเป็นลูกของเพื่อนพ่อกับแม่ของเขา คุณนิจพยักหน้ารับรู้ มองตามชมพูไม่วางตา...

    ระหว่างทางกลับบ้าน คุณรัตน์บอกชาตรีส่งเธอที่บ้านป้าผ่องก่อน ป้าผ่องจะสั่งขนมไว้ทำบุญ ชาตรีจะอยู่รอแม่ แต่คุณรัตน์บอกว่าไม่ต้องรอ แล้ววานชาตรีแวะเอาของที่ตลาดให้เธอก่อนเข้าบ้าน...

    ขณะเดียวกัน ดารารุ่งขับรถมาจอดหน้าปากซอยบ้านคุณรัตน์ สั่งป้าพริ้งรอที่นี่ ก่อนเดินเข้าซอย สักพักป้าพริ้งเอามือกุมท้อง บ่นอุบว่ามาปวดท้องอะไรตอนนี้ กวาดตามองบ้านชาวบ้าน ก่อนเดินลงไป

    ooooooo

    ครู่ต่อมา ดารารุ่งในคราบของคุณทิพย์มาถึงบ้านพักของชาตรี พอมาลัยเด็กสาวข้างบ้านรู้ว่าคุณทิพย์มาหาชาตรี รีบเสนอหน้าเข้ามาบอกว่าเขาไม่อยู่ออกไปตั้งแต่เช้า มีธุระอะไรฝากเธอไว้ก็ได้ คุณทิพย์หมั่นไส้ ทำไมต้องบอกเธอด้วย มาลัยอ้างว่าเธอกับชาตรีเจอกันบ่อย และค่ำนี้ก็จะกินข้าวด้วยกัน

    "แล้วพ่อแม่ไม่ว่าเอาหรือ ตัวเท่าเมี่ยง ตะลอนๆมาหาผู้ชายถึงบ้าน"

    มาลัยลอยหน้าลอยตาบอกว่าพ่อแม่ไม่ว่า เพราะอยากได้ชาตรีเป็นเขยใจแทบขาด คุณทิพย์เคืองมาก ตำหนิว่าเป็นสาวเป็นแส้ พูดจาไม่รู้จักอาย มาลัยชะงักที่โดนด่า ชาตรีถีบสามล้อมาถึงพอดี ดีใจมากที่เห็นคุณทิพย์ ถามว่ามีธุระอะไรกับเขาหรือ คุณทิพย์งอนเรื่องมาลัย พาลบอกว่าไม่มี สะบัดหน้าเดินหนี ชาตรีรีบตาม มาลัยยอมไม่ได้ถ้าต้องเสียชาตรีให้สาวแก่ ทำมารยาทิ้งตัวเองเข่ากระแทกพื้น ร้องลั่น

    คุณทิพย์กับชาตรีหันขวับมามอง มาลัยอ้อนชาตรีให้ช่วย ชาตรีรีบวิ่งกลับมาดู เห็นเข่าเธอแตกเลือดไหล บอกให้รอสักครู่ เดี๋ยวจะทำแผลให้ แล้ววิ่งเข้าบ้าน คุณทิพย์รู้ทัน เดินมากระชากแขนมาลัย ลากถูลู่ถูกัง ผลักให้นั่งลงบนแคร่ มาลัยร้องโอดโอย มองคุณทิพย์อย่างหวั่นๆ...

    ในเวลาเดียวกัน คุณรัตน์เดินมาถึงปากซอย เห็นรถดารารุ่งจอดอยู่จำได้ ดีใจคิดว่าพี่สาวมาตามเธอกลับ ขยับจะเดินเข้าซอย แต่ปกรณ์กระชากแขนไว้ ลากออกไป คุณรัตน์ดิ้นรนไม่ยอม ปกรณ์เสียงเข้มบอกว่าเธอต้องไปล้างจานใช้หนี้ให้เขาก่อน คุณรัตน์ขัดไม่ได้ จำต้องตามเขาไป...

    ระหว่างรอชาตรีขึ้นไปหยิบล่วมยา คุณทิพย์ด่าว่ามาลัยเสียๆหายๆ มาลัยก็ใช่ย่อย เถียงฉอดๆไม่ยอมแพ้ ชาตรีเดินถือล่วมยาลงมาจะทำแผลให้มาลัย คุณทิพย์อาสาทำแทน วานชาตรีไปหยิบผ้าพันแผลมาให้ เรียกคะแนนชื่นชมจากชาตรีได้มากมาย แต่พอชาตรีไปพ้นสายตา

    คุณทิพย์มองมาลัยตาเขียว กระชากขาเธอไว้ เอาทิงเจอร์ ราดลงบนแผล มาลัยร้องลั่น แต่ยังไม่หนำใจ คุณทิพย์เอาสำลี กดแผลอย่างแรง มาลัยทั้งเจ็บทั้งกลัว ผลักคุณทิพย์ออก วิ่งขากะเผลกกลับบ้าน คุณทิพย์ยืนหัวเราะสะใจ ชาตรีลงมาไม่เห็นมาลัย จึงถามหา คุณทิพย์โกหกว่าทำแผลเสร็จแล้ว เธอเลยขอตัวกลับ ย้อนถามว่าชาตรีอยากให้มาลัยอยู่หรือ ชาตรีส่ายหน้า เปลี่ยนเรื่องพูดว่าดีใจที่คุณทิพย์มาหา

    "ขอบใจมาก แต่ตอนนี้ ฉันไม่ไว้ใจเธอ ถือซะว่าฉันไม่ได้มาแล้วกัน"

    คุณทิพย์ผละจากไป โดยไม่สนใจเสียงเรียกของชาตรีและไม่ได้บอกเขาเรื่องที่เธอจะไปพักผ่อนที่ หัวหิน ขณะที่ชาตรีคิดว่าเธอโกรธเรื่องจี้ดอกลั่นทม...

    ตกค่ำ ไกรเข้ามาหาอรอนงค์กับหนูนาที่ห้องนอน ถามหนูนาว่าแม่เป็นอะไร หนูนาบอกตามที่หมอวินิจฉัยว่า แม่ความจำเสื่อม แต่สาเหตุจากอะไรไม่รู้ ออดอ้อนพ่อว่า แม่ป่วยหนักขนาดนี้ พ่อโปรดให้อภัยแม่ด้วย ไกรพยักหน้า ดึงลูกมากอด อรอนงค์มองไกร แม้จะจำอะไรไม่ได้ แต่เธอไม่ได้กลัวเขาเลย

    ooooooo

    รุ่งขึ้น หนูนาบอกข่าวดีกับหนูนกว่าพ่อของเธอหายโกรธแม่แล้ว แทนที่หนูนาจะยิ้มแย้มกลับหน้าสลด ห่วงความรู้สึกของฤกษ์ที่อุตส่าห์ช่วยแม่ของเธอไว้ แต่เธอกลับหาว่าดารารุ่งเป็นคนทำร้ายแม่ เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดี หนูนกแนะว่าควรไปขอโทษเขา หนูนาเห็นด้วย ชวนหนูนกไปเป็นเพื่อน แล้วนึกขึ้นได้

    "เราชวนพี่ใหญ่ไปด้วยดีกว่า เราเป็นผู้หญิง ไปหาผู้ชายสองคนมันจะน่าเกลียด"

    "แล้วหนูนาไปหาอีตาผู้หมวดเมืองใหญ่ ทำยังกับไม่น่าเกลียดงั้นล่ะ" หนูนกบ่นอุบ แต่ยอมให้หนูนาจูงมือไปแต่โดยดี...

    ขณะเดียวกัน เมืองเล็กกับคุณนิจกำลังคุยกันกะหนุง กะหนิงมีความสุข แต่คุณนิจกลับต้องอารมณ์บูดเมื่อชมพูโผล่เข้ามาออดอ้อนเมืองเล็กช่วยสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้ เมืองเล็กพยายามปฏิเสธ แต่ชมพูตรงเข้ามากอดแขนเขาไว้ ตื๊อไม่เลิก

    "สอนคุณชมพูเถอะค่ะคุณเล็ก ไม่ต้องห่วงนิจ" คุณนิจ ไม่อยากทะเลาะด้วยเดินเลี่ยงออกไป

    เมืองเล็กตำหนิชมพูทันทีที่คุณนิจไปพ้นสายตา ว่าเขากับคุณนิจเป็นคู่หมั้นคู่หมายกัน และเรียนจบเมื่อไหร่เราสองคนจะแต่งงานกัน เพราะฉะนั้น เธอไม่ควรมายุ่งวุ่นวายกับเขา ชมพูตะลึง คาดไม่ถึงว่าจะโดนว่า แทบจะร้องกรี๊ดๆ เดินกระแทกเท้าออกไปอย่างโกรธจัด ป้าน้อมแอบอมยิ้ม เดินตาม

    แต่แทนที่ชมพูจะสำนึก กลับมาพูดยุแยงคุณนิจจนเธอโกรธ ต่อว่าชมพูว่าไม่รู้หรือว่าเธอกับเมืองเล็กเป็นคู่รักกัน ชมพูตอบอย่างหน้าไม่มียางว่าถึงจะรู้เธอก็ไม่สนใจ ต่อให้แต่งงานกันก็หย่าได้ นับประสาอะไรกับเป็นแค่คนรัก คุณนิจทนไม่ไหว ด่าว่าหน้าด้าน ชมพูด่ากลับว่าคุณนิจนั่นแหละหน้าด้าน

    "รู้ทั้งรู้ว่าพี่เล็กแค่สงสาร ยังจะทำหน้าเป็นปลาขาดน้ำ อ้อนผู้ชายอยู่ได้ ถ้าชมพูเป็นคุณ ชมพูไม่อยู่ที่นี่หรอกค่ะ" ชมพูสะบัดหน้าเดินออกไป คุณนิจกำมือแน่น โกรธเมืองเล็ก กระแทกเท้าเข้าบ้าน

    ป้าน้อมไม่พอใจชมพู ตามมาเตือนด้วยความหวังดีว่าไปยุ่งกับผู้ชายที่มีคู่อยู่แล้วมันไม่ดี  หนูนากับหนูนกมาทันได้ยิน หนูนกถึงกับหัวเราะคิกคัก ชมพูหันมาแว้ดใส่ ถามอย่างเอาเรื่องว่าหัวเราะอะไร

    "หัวเราะขำ คนอยากมีคนรัก แต่ไม่ดูตาม้าตาเรือมาหลงรักคนมีเจ้าของ"

    ชมพูโกรธ ไม่สนใจว่าใครจะมีเจ้าของ ถึงพี่เล็กจะแต่งงานแต่ก็มีสิทธิ์หย่าได้ ว่าแล้วเดินพรวดๆขึ้นรถขับออกไปอย่างไม่ อารมณ์เสีย...

    คำพูดของชมพูทำให้คุณนิจกับเมืองเล็กทะเลาะกันใหญ่โต เมืองเล็กพยายามอธิบาย แต่เธอไม่ฟังเดินหนีขึ้นห้อง หนูนกแนะเมืองเล็กขึ้นไปง้อคุณนิจ เมืองเล็กออกปากว่าขืนขึ้นไปตอนนี้มีหวังเขาต้องแหลกไม่มีชิ้นดี เพราะเวลาคุณนิจโกรธ เชื้อดารารุ่งจะแล่นพล่านไปทั่วตัว

    "พูดอย่างนี้ไม่ดีเลยนะนายเล็ก อย่าลืมสิว่าเล็กรับปากกับคุณนิจแล้วว่าจะไม่ทำให้เธอเสียใจ ฉะนั้นไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น นายต้องดูแลหัวใจคุณนิจให้ดี" เมืองใหญ่โกรธ เดินออกไปไม่ยอมมองหน้าใคร

    เมืองเล็กมองขึ้นไปข้างบน ถอนใจ ตัดสินใจไปง้อคุณนิจ หนูนาอดถามป้าน้อมไม่ได้ว่าทำไมเมืองใหญ่ต้องโกรธเมืองเล็ก ขนาดนั้น  พอได้รู้ว่าเมืองใหญ่หลงรักคุณนิจมาก่อน  หนูนกใจหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่มแอบผิดหวังไม่น้อย สองสาวเพื่อนสนิท เลยต้องล้มเลิกแผนการไปหาฤกษ์

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 06:58 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์