นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เรือนซ่อนรัก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    จากนั้นป้าน้อมวิ่งหน้าตื่นเข้าไปรายงานเรื่องนี้กับฟองจันทร์และศักดิ์กาย   ฟองจันทร์ร้องเอะอะไม่อยากจะเชื่อ ศักดิ์กายหัวเราะในลำคอ

    "ทำไมถึงจะไม่เชื่อ ลืมไปแล้วหรือไง คุณนิจเป็นน้องคุณรุ่ง ถูกเลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออก ก็คงได้เชื้อกันมาบ้างแหละน่า"

    ฟองจันทร์ยิ่งหน้าเสียเข้าไปใหญ่ เป็นห่วงเมืองเล็ก ชวนศักดิ์กายขึ้นไปดูที่ห้องพักรับรองแขก ได้ยินเสียงตุ้บ แล้วตามมาด้วยเสียงร้องโอดโอยของเมืองเล็ก ฟองจันทร์ตกใจ ทำท่าจะเคาะประตูเรียก แต่ศักดิ์กายห้ามไว้ บอกว่าปล่อยเป็นเรื่องของหนุ่มๆ
    สาวๆ เดี๋ยวทั้งคู่ก็ดีกันเอง...

    ในเวลาเดียวกัน ดารารุ่งเอากล้วยที่ชาตรีให้มาทำอาหารหลากหลายรายการทั้งของคาวของหวานด้วยสีหน้ามีความสุข จัดอาหารใส่ปิ่นโต บอกป้าพริ้งว่าจะเอาไปให้ชาตรีกิน ป้าพริ้งมองดารารุ่งที่มีสีหน้ายิ้มแย้มสดใส หิ้วปิ่นโตกับกล่องพลาสติกขึ้น
    รถอย่างเป็นกังวล

    "อย่าเป็นอย่างที่ป้าคิดเลยนะคะคุณรุ่ง"

    ถึงป้าพริ้งจะไม่เคยมีความรัก แต่เธอก็เข้าใจสีหน้าท่าทางที่ดารารุ่งแสดงออกว่าหมายถึงอะไร...

    ที่โรงหมอ หนูนกประคองคุณน้อยที่ไม่ค่อยสบายมากับยายแหวว พลางปลอบแม่ว่าอย่าคิดมาก เธอจะหาทางคุยกับพ่อเอง คุณน้อยท้วงว่าคุยไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร ในเมื่อมาโนชนอกใจเธอไปแล้ว หนูนกว่าเรื่องราวอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่แม่คิดก็ได้
    อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้

    จังหวะนั้น เสียงเจ้าหน้าที่เรียก "คุณดาราน้อย สุกรมกิจ" คุณน้อยลุกขึ้นแสดงตัว เจ้าหน้าที่พาคุณน้อยเข้าห้องตรวจ หนูนกเหลือบไปเห็นดารารุ่งหิ้วปิ่นโตเดินผ่านอีกด้านหนึ่งในระยะไกล จึงหันไปบอกยายแหววว่าเดี๋ยวมา แล้ววิ่งตามดารารุ่งไปอย่าง
    รวดเร็ว

    "คุณหนูนกจะไปไหนคะ...อย่าไปเลยค่ะ เดี๋ยวคุณน้อยออกมาไม่เจอ เธอจะโกรธ"

    ยายแหววมองไปทางห้องตรวจ แล้วมองตามหนูนก ก่อนตัดสินใจตามหนูนกไป...

    ด้านดารารุ่งยืนรอชาตรีอย่างกระวนกระวายใจอยู่หน้าห้องพยาบาล สักพัก ชาตรีออกมาหา ขอโทษเธอที่ต้องรอนาน พอดีเขาติดงาน ดารารุ่งหรือคุณทิพย์เข้าใจดีเพราะเธอมาโดยไม่ได้นัดล่วงหน้า ถามเขาว่าหิวไหม เธอทำอาหารด้วยกล้วยที่เขาให้ มี
    ทั้งคาวทั้งหวาน ชาตรีฟังรายการอาหารแล้วตะลึง

    หนูนกเดินตามมาเห็นทั้งคู่ ชะงัก ยายแหววชะงักตาม คุณทิพย์ถามย้ำว่าหิวหรือยัง ชาตรีหิวแล้ว และเที่ยงนี้เค้าคงต้องฝากท้องไว้กับเธอสักมื้อ คุณทิพย์สบตา ยิ้ม บอกว่าฝากท้องไว้หลายๆมื้อก็ได้ ชาตรีช่วยหิ้วปิ่นโตพาคุณทิพย์เดินออกไป หนูนกมอง
    ตามงงๆ

    "คุณดารารุ่งเธอสวยจังเลยนะคะ ดูไม่ออกเลยว่าอายุอานามจะมากแล้ว แล้วเด็กหนุ่มคนนั้นใครหรือคะ" ยายแหววอดสอดรู้สอดเห็นไม่ได้

    "หนูนกก็ไม่รู้จัก อาจจะเป็นคนรู้จักเธอมั้งคะ"

    "แต่แหววว่าไม่น่าจะใช่ค่ะ ท่าทางอย่างนั้น แววตาที่มองกันอย่างนั้น ต้องเป็นคู่รักกันแน่ๆ"

    หนูนกถึงกับตาโต หญิงสูงวัยกับเด็กหนุ่มจะเป็นคู่รักกันได้อย่างไร...

    ครู่ต่อมา ชาตรีพาคุณทิพย์มานั่งที่สวนหย่อมร่มรื่น เธอตักอาหารให้ชาตรีอย่างเอาอกเอาใจ ชาตรีชมไม่หยุดปากว่าอาหารอร่อย คุณทิพย์บอกเขาให้กินเยอะๆ ชาตรีตักอาหารให้เธอบ้าง

    "คุณทิพย์ก็ต้องกินให้เยอะๆเหมือนกันนะครับ กล้วยมีประโยชน์มาก  โดยเฉพาะกับระบบประสาท ลดอาการเวียนหัว มึนงง"

    "หรือจ๊ะ...งั้นฉันจะพยายามกินเยอะๆแล้วกัน" คุณทิพย์ ยิ้มสดใส หัวใจกระชุ่มกระชวย

    หลังจากกินอาหารเสร็จ  ชาตรีหิ้วปิ่นโตเดินมาส่งคุณทิพย์ ที่รถ เธอบอกว่าจะทำอาหารมาให้เขากินอีก แล้วเขาก็ไม่ต้องห้ามเธอให้เสียเวลา เพราะถึงอย่างไรเธอก็จะมา ระหว่างนั้นคุณป้าผู้ร่วมงานของชาตรีร้องทักว่าพาป้ามาหาหมอหรือ คุณทิพย์
    กรี๊ดใส่ทันที

    "ฉันน่ะหรือป้า...ป้าน่ะมันเธอ ฉันยังสาวยังแส้ มาเรียกป้าได้ยังไง"

    คุณ ทิพย์พูดอย่างไม่สบอารมณ์ เดินหน้าเชิดคอตั้งขึ้นรถ...พอกลับถึงบ้าน ดารารุ่งยังโกรธเพื่อนร่วมงานของชาตรีไม่หาย เหวี่ยงกระเป๋าถือลงบนเตียงนอน ตรงดิ่งไปที่กระจกเงา คิดเข้าข้างตัวเองว่าแก่ตรงไหน เธอยังสาวยังสวยเหมือนเดิม แล้วหัน
    ไปถามความเห็นป้าพริ้ง ป้าพริ้งอึกๆอักๆ โกหกว่า

    "ค่ะ...ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี คุณรุ่งก็ยังเป็นคุณรุ่งของป้าเหมือนเดิม"

    "แล้วก็สวยเหมือน เดิม...ให้ตายรุ่งก็ไม่ยอมแก่หรอกค่ะ ป้าพริ้ง แล้วรุ่งก็จะไม่ยอมให้ชาตรีขายหน้าใครเขาด้วย เดินไปไหนมาไหน คนจะต้องบอกว่า รุ่งเป็นน้องของชาตรี" ดารารุ่ง เพ้อฝันไปไกล

    ooooooo

    เช้า วันรุ่งขึ้น ดารารุ่งไปแปลงโฉมใหม่ตั้งแต่หัวจดปลายเท้า เปลี่ยนทั้งเสื้อผ้าหน้าผม เป็นแบบกระชากวัย ยืนส่องกระจกเงามองสำรวจตัวเองยิ้มอย่างพอใจ ก่อนหันมาถามป้าพริ้ง

    "รุ่ง อยากรู้จัง ถ้าชาตรีเห็นรุ่ง เขาจะทำหน้าอย่างไรหนอ"

    ดารารุ่งสีหน้า เต็มไปด้วยความสุข ป้าพริ้งแอบยิ้มแหยๆ ทำหน้าไม่ถูกกับโฉมใหม่ของเจ้านาย...

    จากนั้น ดารารุ่งในคราบคุณทิพย์ไปหาชาตรีที่ทำงาน ชาตรีเห็นคุณทิพย์ในรูปลักษณ์สาวน้อยก็แปลกใจ ออกปากว่าจำแทบไม่ได้ เธออยากรู้ว่าเขาคิดอย่างไร ด้วยความที่ชาตรีเทิดทูน คุณทิพย์มาก   จึงชมว่าทุกอย่างที่เธอทำดีและสวยไปหมด คุณทิพย์
    ยิ้มแก้มแทบปริ ชวนเขาไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน ผู้คนผ่านไปผ่านมา ต่างมองคุณทิพย์กับชาตรีเป็นตาเดียวกัน

    คุณทิพย์เดินนำชาตรีมาที่รถ ของเธอ ชาตรีไม่อยากให้เป็นที่ครหา เกี่ยงให้ไปรถสามล้อของเขา ถ้าเธอไม่รังเกียจ ถึงตอนนี้ชาตรีว่าอะไร คุณทิพย์เห็นดีเห็นชอบทุกอย่าง ชาตรีรีบกุลีกุจอไปที่รถสามล้อเก่าๆของตน เปิดเบาะหยิบผ้าขี้ริ้วจะมาเช็ดเบาะ
    แต่ผ้าขี้ริ้วช่างดำเหลือใจ ชาตรีเปลี่ยนใจหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวในกระเป๋ากางเกงออกมาเช็ดเบาะแทน คุณทิพย์ร้องทักว่า เอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเบาะทำไม

    "ผมกลัวว่าชุดสวยๆ ของคุณทิพย์จะเลอะน่ะครับ...ผ้าเช็ดเบาะของผมมันดำ"

    "โธ่เอ๊ย...วัน หลังไม่ต้องนะ ถึงชุดจะเลอะก็ซักออกได้ แต่ผ้าเช็ดหน้าของเธอเป็นสีขาวจะซักไม่ออก"

    "ถึงจะเลอะผมก็ใช้ได้ ครับ สำหรับผม...สิ่งที่ทำให้คุณทิพย์ต้องดีที่สุดเท่านั้น เชิญคุณทิพย์ขึ้นรถครับ" ชาตรีมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างเทิดทูนและจริงใจ

    "ไว้ วันหลัง ฉันจะสอนให้เธอขับรถแล้วกัน เธอจะได้ขับให้ฉันนั่ง" คุณทิพย์ก้าวขึ้นรถสามล้อ...

    ขณะที่หนูนาออกตามหาอรอนงค์ไปตามย่าน ร้านค้าที่แม่เคยมาเป็นประจำ แต่สอบถามเจ้าของร้านไหนไม่มีใครเห็นเธอสักคน ระหว่างนั้น หนูนาเห็นดารารุ่งนั่งยิ้มสดใสอยู่บนรถสามล้อ กำลังยื่นหน้าคุยกะหนุงกะหนิงกับเด็กหนุ่มหน้าตาดีคนถีบรถ ถึง
    กับตาโต มองตามอย่างสงสัย ดูท่าแล้วไม่เหมือนผู้โดยสารกับสามล้อรับจ้าง เพราะดารารุ่งคอยเอาหมวกยื่นบังแดดให้หนุ่มคนนั้นตลอด

    ฤกษ์ขับรถผ่าน มาเห็นหนูนาพอดี รีบจอดรถ สงสัยว่า เธอกำลังมองอะไรอยู่ บังเอิญเพื่อนนักศึกษาชายคนหนึ่งของหนูนาเดินมาทักเธอว่ามาทำอะไรแถวนี้ พอรู้ว่าหนูนากำลังจะไปเรียน เลยชวนไปด้วยกัน ฤกษ์เห็นทั้งคู่เดินเคียงกันไป ก็ไม่พอใจ พาน
    ตำหนิหนูนาที่แม่หายไปทั้งคน แต่ยังมีใจนัดเจอกับผู้ชาย เร่งเครื่องรถขับผ่านไป หนูนาเห็นฤกษ์แปลกใจ น้อยใจ ว่าทำไมเขาไม่จอดรถทักทาย...

    ในเวลาต่อมา ที่มหาวิทยาลัย หนูนาบ่นให้หนูนกฟังด้วยสีหน้าเป็นกังวลว่าเรื่องแม่ของเธอไม่มีอะไรคืบหน้า เลย แล้วนึกขึ้นได้ บอกว่าเมื่อกี้เธอเห็นดารารุ่งนั่งสามล้อมากับใครก็ไม่รู้ เป็นเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเรา อ่อนแก่ กว่าเราสองคนสักปี
    สองปี ดูท่าทางทั้งคู่สนิทสนมกันมาก

    "ดูเหมือนคนรักกันด้วยใช่ไหม" หนูนกตั้งข้อสังเกต หนูนาพยักหน้าหงึกๆ คิดเหมือนกันเลย...

    ด้านยาย แหววเล่าเรื่องดารารุ่งกับเด็กหนุ่มให้คุณน้อยฟัง ยิ่งยายแหววย้ำว่าทั้งคู่ดูแล้วไม่น่าเป็นแค่คนรู้จักกันธรรมดา เพราะดารารุ่งคอยทำตาหวานใส่ตลอด คุณน้อยยิ่งแปลกใจ

    "ไม่น่าเป็นไป ได้ คุณรุ่งเกลียดผู้ชายจะตาย"

    "เวลาเปลี่ยนอะไรก็คงจะเปลี่ยนบ้าง ล่ะค่ะ อีกอย่าง เด็กหนุ่มๆกระดูกอ่อนๆ น่าเคี้ยวเล่นจะตาย"

    คุณน้อย สีหน้าไม่สบายใจ ครุ่นคิดถึงพี่สาวที่ริจะมีคู่รักเป็นเด็กหนุ่ม...

    ฝ่าย คุณทิพย์เดินเข้าร้านอาหารกับชาตรี กลายเป็นจุดสนใจของผู้คน ลูกค้าผู้หญิงในร้านพากันนินทาสาวแก่ควงเด็กหนุ่มอย่างสนุกปาก แถมหาว่าชาตรีคงมาหลอกเอาเงิน แต่คนอย่างคุณทิพย์ไม่ยอมให้ใครว่าข้างเดียว ลุกขึ้นชี้หน้าด่าพวกนั้นอย่างสาด
    เสียเทเสีย ก่อนชวนชาตรีออกจากร้าน

    ส่วน อีกมุมหนึ่งนอกร้านอาหาร อรอนงค์กำลังคุ้ยหาเศษอาหารในถังขยะข้างร้านนั้นอย่างหิวโหย เจ้าของร้านถือไม้กวาดออกมาไล่ อรอนงค์เงอะๆงะๆวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว แต่มือยังไงคว้าเศษข้าวเหนียวปิ้งติดมือมาด้วย

    ชาตรีเห็นคุณทิพย์ยัง อารมณ์เสียไม่เลิก ปลอบว่าไม่ต้องไปสนใจพวกนั้น คุณทิพย์ถามว่าไม่อายหรือที่คนมองเขาแบบนั้น ชาตรีไม่อายเพราะสิ่งที่พวกนั้นพูดไม่เป็นความจริง

    "อีกอย่าง ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เดินเคียงข้างคุณทิพย์ นางฟ้าของผม"

    "ขอบใจ มากจ้ะชาตรี...งั้นเราไปซื้อของกันนะ ฉันมี ของจะซื้อเยอะแยะเลย"

    ชาตรี ยิ้ม เดินเคียงคู่ไปกับคุณทิพย์ ไม่สนใจสายตาชาวบ้านที่พากันจ้องไม่วางตา

    ooooooo

    ระหว่าง ที่คุณนิจกำลังเลือกซื้อผ้าคาดผมอยู่ในร้านค้า  ต้องสะดุ้งหน้าตาตื่น  เมื่อได้ยินเสียงดารารุ่ง อยู่อีกมุมหนึ่งของร้าน เธอหันไปมองตามเสียง เห็นดารารุ่งกำลังเลือกซื้อผ้าตัดเสื้ออยู่กับเด็กหนุ่มหน้าตาดี คนหนึ่งอยู่ เด็กหนุ่มคนนั้นปฏิเสธว่าไม่ต้อง
    การผ้าชิ้น ที่ดารารุ่งเลือกให้ เพราะยังมีเสื้อเก่าใส่อยู่

    "ตามใจ งั้นฉันซื้อไหมพรมไปถักเป็นสร้อยให้เธอดีกว่า จะได้เอาไปร้อยจี้ดอกลั่นทม"

    เด็ก หนุ่มพยักหน้าขอบคุณ ดารารุ่งหันไปเลือกไหมพรม พลางถามเขาว่าชอบสีไหน หลังจากได้สีถูกใจ เด็กหนุ่มควักเงินจ่ายให้คนขาย ก่อนเดินออกไป คุณนิจยืนตะลึงจนเมืองเล็กเข้ามาสะกิดถามว่ามองอะไรอยู่ เธอรีบปฏิเสธว่าเปล่า เมืองเล็กชวนเธอ
    ไปซื้อดอกไม้ที่ร้านขายดอกไม้ข้างๆ แต่ดอกไม้สวยๆในร้าน ไม่ได้ทำให้คุณนิจคลายความกังวลเรื่องดารารุ่ง...

    ทาง ด้านดารารุ่งเดินซื้อข้าวของอย่างมีความสุข โดยมีชาตรีคอยช่วยหิ้วถุงใส่ของให้ เดินผ่านหน้าอรอนงค์ซึ่งเนื้อตัวมอมแมมนั่งก้มหน้าก้มตากินข้าวเหนียวปิ้ง อรอนงค์ได้ยินเสียงดารารุ่ง จำได้ว่าเสียงนี้เคยขู่ฆ่าเธอมาก่อน ตกใจตัวสั่น ร้องลั่นว่ากลัวๆ
    แล้ววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ดารารุ่งจำอรอนงค์ได้

    "แค่คนบ้า...อย่าไปสนใจเลยจ้ะชาตรี" ดารารุ่งยิ้มเหยียด กระตุกแขนชาตรีให้เดินต่อ...

    ระหว่างที่คุณนิจ กำลังยืนรอเมืองเล็กซื้อน้ำมาให้ดื่ม อรอนงค์วิ่งเตลิดมาชนคุณนิจจนล้ม คุณนิจตะลึงจำได้ว่าคนที่วิ่งชนเธอคืออรอนงค์ เมืองเล็กรีบวิ่งมาประคองเธอลุกขึ้น หันไปมอง แต่อรอนงค์หายไปกับฝูงชนแล้ว เมืองเล็กบ่นอุบว่าคนอะไรไม่มี
    มารยาท ชนแล้วไม่ขอโทษสักคำ คุณนิจได้แต่นิ่งเงียบ  สายตายังมองตามอรอนงค์ซึ่งท่าทางเหมือนคนเสียสติ พลางสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น...

    ตั้งแต่กลับจากซื้อของ คุณนิจสีหน้าเคร่งเครียด ยิ่งได้ ยินเมืองใหญ่บ่นกับเมืองเล็กว่ายังตามหาอรอนงค์ไม่เจอ  สงสัยว่าจะเกิดเหตุร้ายกับเธอ  คุณนิจยิ่งเครียดหนัก  ลุกพรวดพราดเดินออกไปหน้าบ้าน เมืองเล็กแปลกใจ รีบเดินตามมาถามว่าเป็นอะไร
    คุณนิจโกหกว่าอึดอัดเลยอยากออกมารับลม

    "ผมก็นึกว่าคุณรุ่งโผล่มาที่ นี่ซะอีก"  เมืองเล็กเห็นคุณนิจหน้าซีดตัวสั่น รีบบอกว่า "ผมล้อเล่นน่ะครับ คุณรุ่งตัดขาด เราแล้ว คงไม่มาที่นี่อีกหรอก...ถ้าไปตามคุณน้าอนงค์ก็อีกอย่าง"

    "ทำไมคุณ รุ่งต้องไปตามคุณอรอนงค์ด้วยคะ" คุณนิจทำเสียงเขียวกลบเกลื่อน

    "ก็...เขา ไม่ถูกกันไม่ใช่เหรอครับ"

    "ถึงไม่ถูกกัน ก็ไม่ได้แปลว่าคุณรุ่งจะคอยทำร้ายคุณอรอนงค์นี่คะ"

    เมืองเล็กรู้ตัว รีบตบปากตัวเอง ขอโทษที่ชอบพูดอะไร เรื่อยเปื่อย แล้วรีบตัดบทชวนคุณนิจเข้าบ้าน อ้างว่าดึกแล้ว น้ำค้างแรงเดี๋ยวจะไม่สบาย คุณนิจเดินตามเขาเข้าบ้าน แต่ยังอดเป็นห่วงดารารุ่งไม่ได้...

    ดึก แล้ว ชาตรีเพิ่งขี่สามล้อมาส่งดารารุ่งหรือคุณทิพย์ ที่บ้าน ยกถุงใส่ข้าวของลงมาให้ บอกว่าพรุ่งนี้เขาจะวานคนที่ทำงานเอารถมาคืนเธอ คุณทิพย์ขอบใจชาตรีมากที่เกงานอยู่เป็นเพื่อนเธอทั้งวัน

    "ผมออกเวรพอดีน่ะครับ...ถ้าคุณทิพย์อยากไปไหนอีก บอกผมนะครับ ผมจะพาไป"

    คุณทิพย์ขอบใจเขาอีกครั้ง ยื่นถุงใบหนึ่งให้ชาตรี เป็นของฝากให้แม่ของเขาเอาไว้ตัดเสื้อใส่ ชาตรีขอบคุณเธอมาก แม่ของเขาคงดีใจ เพราะตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยเห็นแม่มีเสื้อผ้าใหม่ๆสักตัว   ชาตรียิ้มให้   ก่อนขึ้นสามล้อถีบกลับไป คุณทิพย์ยืนมอง
    จนเขาลับสายตา...

    ป้าพริ้งไม่สบายใจเรื่องชาตรี   จึงเตือนดารารุ่งว่าไปไหนมาไหนกับชาตรีดึกๆดื่นๆคนอื่นจะมองไม่ดี ดารารุ่งชักสีหน้าทันที เธอไม่สนใจว่าใครจะมองอย่างไร แล้วเปลี่ยนเรื่องพูด บอกว่าเธอซื้อของมาฝากป้าพริ้งด้วย   หยิบผ้าสีสวยยื่นให้ ก่อนคว้า
    ไหมพรมขึ้นมาถักเป็นสร้อยสายเล็กๆให้ชาตรีด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม...

    ในเวลาเดียวกันคุณรัตน์หยิบผ้าสีสวยที่คุณทิพย์ซื้อฝากขึ้นมาดู ปกรณ์มองตาวาวรู้ว่าเป็นของมีราคา คุณรัตน์ตำหนิชาตรีที่ปล่อยให้คุณทิพย์ซื้อของแพงๆอย่างนี้ให้เธอ ปกรณ์ขัดขึ้นว่า

    "เธอซื้อให้ก็ดีแล้ว จะบ่นกันทำไม...แหม...แต่เธอน่าจะซื้อให้พ่อบ้าง"

    "คุณทิพย์เธอคิดว่าพ่อชาตรีตายไปแล้วน่ะค่ะ"

    ปกรณ์ชักสีหน้าไม่พอใจ พอเห็นคุณรัตน์จ้องอยู่ เขารู้ตัวแสร้งหัวเราะ "จริงสิ...พ่อทิ้งลูกกับแม่ไปนาน แต่ต่อไป พ่อไม่ทิ้งไปไหนแล้วล่ะ ถ้ามีโอกาส พาพ่อไปรู้จักคุณทิพย์บ้างนะลูก พ่ออยากรู้จักเธอ"

    คุณรัตน์มองปกรณ์อย่างไม่ไว้ใจ รอจนได้อยู่ลำพังกับลูก แอบกระซิบเตือนชาตรีว่าอย่าให้พ่อรู้จักคุณทิพย์เด็ดขาดไม่อย่างนั้น เขาต้องไปคอยรบกวนคุณทิพย์แน่ ชาตรีรับคำ สองแม่ลูกมองหน้ากันอย่างเป็นกังวล ปกรณ์แอบฟังอยู่ แสยะยิ้ม

    "ใครบอกว่าฉันจะรบกวน ฉันจะไปสูบเลือดสูบเนื้อมันให้หมดต่างหาก"

    ooooooo

    ปกรณ์ไม่รอช้า หอบเครือกล้วยมากดกริ่งหน้าบ้านดารารุ่งแต่เช้า พร้อมตะโกนถามว่ามีใครอยู่ไหม ป้าพริ้งกำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัวกับดารารุ่ง ขยับจะออกไปดู ดารารุ่งบอกอย่างอารมณ์ดีว่าจะไปดูเอง ปกรณ์ชะเง้อคอมอง พลางบ่นว่าทำไมถึงออก
    มาช้านัก คุณรัตน์หน้าตาเอาเรื่อง เดินมาด้านหลัง

    "เพราะเขารู้ละมั้งว่าจะมีคนมารบกวน"

    ปกรณ์อ้างว่าไม่ได้รบกวน แต่จะเอากล้วยมาให้ คุณรัตน์ ไม่เชื่อ บอกให้กลับบ้านเดี๋ยวนี้ ถ้าขืนดื้อดึงเธอจะบอกชาตรีไม่ต้องให้เงินเขาใช้อีก ปกรณ์ไม่กล้าหือ จำใจยอมกลับไปกับคุณรัตน์ ส่วนดารารุ่งเดินมาถึงหน้าบ้านไม่เจอใคร หน้างอ อารมณ์ เสียตาม
    เคย...

    ระหว่างทางกลับบ้าน ปกรณ์ยังอารมณ์ค้างที่ไม่ได้ไถ เงินคุณทิพย์ เลยขุดเรื่องเก่ามาด่าคุณรัตน์ว่าโง่ ทำไมไม่รู้จักกลับไปทวงสมบัติดารารุ่ง คุณรัตน์เถียงว่าเพราะเธอมียางอายไม่เหมือนเขา

    "สมบัติก็ไม่ใช่ของตัวเอง ยังอยากได้ สมแล้วที่ถูกคุณรุ่ง ด่าเหมือนหมูเหมือนหมา...น่าไม่อาย"

    ปกรณ์โกรธ เงื้อมือจะตบ คุณรัตน์เชิดหน้าใส่อย่างไม่เกรงกลัว คิดแล้วว่าสักวันลายต้องออก และเขาอย่าได้หวังว่าจะไปรบกวนคุณทิพย์เพราะเธอจะขัดขวางจนถึงที่สุด คุณรัตน์ สะบัดหน้าเดินไป ปกรณ์รำพึงกับตัวเองว่าสักวันเขาต้องหาทางเจอคุณ
    ทิพย์ให้ได้ และจะสูบเอาสมบัติของเธอให้หมด...

    ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ไกรไม่พูดถึงอรอนงค์ให้หนูนาได้ยิน ยังความไม่พอใจให้เธอมาก หนูนาเลยจงใจเล่าเรื่องที่เธอเห็นดารารุ่งกับเด็กหนุ่มคนนั้นให้เขาฟัง โดยคอยจ้องจับผิดตลอด ไกรถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่าเจอที่ไหน หนูนาไม่พอใจ แว้ดใส่
    ว่าเวลาพูดถึงดารารุ่ง เขาจะให้ความสนใจขึ้นมาทันที แต่ทีเรื่องของแม่ เขากลับไม่ไยดี ถ้าแม่กลับมาเมื่อไหร่ เธอจะยุให้แม่หย่าขาดจากพ่อ

    "ขอบใจหนูนาที่ช่วยพ่อ เพราะตลอดเวลากว่ายี่สิบปี พ่อขอหย่าแม่หนูตลอด แต่แม่หนูไม่เคยตกลงเลย" ไกรประชดประชัน หนูนาต่อว่าเขาว่าใจร้าย แล้ววิ่งหนีไป

    ไกรมองตาม ถอนใจ ที่จริงแล้วเขาให้คนคอยติดตามข่าวคราวของอรอนงค์อยู่ตลอด...

    ขณะเดียวกัน หนูนกตัดสินใจขอคุยกับมาโนชเป็นการส่วนตัว โดยเริ่มเรื่องด้วยการกราบขอโทษพ่อที่วันก่อนเธอแสดงกิริยาไม่ดีกับเขา เพราะเธอตกใจและเสียใจที่รู้ว่าพ่อมีผู้หญิงอื่น แต่ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วที่พ่อบอกว่าอยู่กับแม่แล้วไม่มีความสุข แต่เธอ
    อยากให้พ่อเข้าใจแม่บ้าง

    "หลายวันก่อน หนูนกพาคุณแม่ไปหาหมอ คุณหมอ บอกว่าคุณแม่เครียดมาก นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณแม่มักจะทำอะไรเกินกว่าคนธรรมดา แต่นอกเหนือจากนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพราะคุณแม่รักคุณพ่อมาก...คุณพ่อเลิกกับผู้หญิงคนนั้นนะคะ แล้ว
    เรามาช่วยให้คุณแม่กลับมาเป็นคนปกติด้วยกัน"

    มาโนชนิ่งเงียบ หนูนกอ้อนให้เขารับปาก มาโนชพยักหน้าอย่างเครียดๆ

    ooooooo

    วันถัดมา รตียังตามตื๊อเมืองเล็กไม่เลิก ถือกระเช้ามะม่วงมาดักรอเขาที่หน้าบ้านบุรีราชกรม พอเห็นเมืองเล็กกำลังจะออกจากบ้าน เธอรีบถลันเข้ามาหา ยื่นกระเช้าให้ คุณนิจมองลงมาจากหน้าต่างห้องเห็นทั้งคู่ รีบวิ่งมาอย่างรวดเร็ว เมืองเล็กขอบใจรตี
    แล้วรับกระเช้าแล้ววางไว้ที่โต๊ะหน้าบ้าน รตีเข้ามาอ้อน

    "คุณเล็กจะออกไปข้างนอกใช่มั้ยคะ...รตีไปด้วย"

    "คงไม่สะดวก ผมจะรีบไปเรียน" เมืองเล็กอึกๆอักๆ

    รตีตื๊อจะไปด้วยให้ได้ เอามือคล้องแขนเมืองเล็กหน้าตาเฉย คุณนิจจ้ำพรวดๆเข้ามาถามว่าจะไปไหนกัน เมืองเล็กสะดุ้งโหยงทำหน้าไม่ถูก คุณนิจยิ้มเหี้ยม หยิบมะม่วงขึ้นมามอง หันไปแดกดันรตีว่าวันนี้เอามะม่วงแรดมาให้ ท่าทางจะแรดสมชื่อ เผลอ
    ทีไรเป็นแล่นมาหาผู้ชายถึงที่ตลอด

    "ว้าย...คุณนิจด่ารตี" รตีทำท่าดัดจริตน่าตบ

    "ถ้าจะให้ฉันสรรเสริญผู้หญิงที่พยายามทอดสะพานให้สามีฉันถึงที่ ฉันคงบ้าไปแล้วล่ะค่ะ"

    เมืองเล็กอ้าปากหวอ ทั้งตกใจทั้งขำที่คุณนิจหึง แถมเรียกเขาว่าสามี รติปฏิเสธลั่นว่าไม่ได้มีอะไรกับเมืองเล็ก คุณนิจบ้าไปแล้วที่มาด่าว่าเธอ

    "งั้นอย่าถือสาอะไรกับคนบ้าเลยนะคะ" คุณนิจว่าแล้ว คว้ามะม่วงจะปาใส่รตี

    เมืองเล็กรีบดึงมือไว้ ตะโกนบอกรตีที่เอาแต่ร้องวี้ดว้ายให้รีบหนี รตีได้สติคว้าจักรยานได้ปั่นหนีหน้าตั้ง คุณนิจโกรธหาว่าเมืองเล็กบอกชู้รักให้หนี เลยหันมาเล่นงานเขาแทน เมืองเล็กเห็นท่าไม่ดีวิ่งขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว ป้าน้อมมองเหตุการณ์อยู่
    ตลอด ถึงกับเอามือทาบอกด้วยความตกใจ...

    ด้านรตีกลับถึงบ้านด้วยความเจ็บใจที่เมืองเล็กไม่สนใจตนเอง บอกนางกลั่นผู้เป็นแม่ว่าเธอจะเบนเข็มไปจับเมืองใหญ่แทน นางกลั่นทักท้วงว่าคนอย่างเมืองใหญ่จะสนใจเธอหรือ

    "ไม่สนใจก็ช่าง ยังไงนังรตีก็ต้องหาผู้ชายรวยๆดีๆตระกูลใหญ่ๆให้ได้สักคน จะเป็นม่าย เมียตาย เมียหนี นังรตีเอาทั้งนั้น" รตีเชิดหน้า อารมณ์เสีย...

    ที่บ้านการุณพินิจ ขณะไกรกำลังนั่งทำงาน แม่บ้านเข้ามาเรียนว่าผู้กำกับอรุณโทรศัพท์มาหา ไกรสีหน้าตื่นเต้นรีบเดินออกมารับสาย

    "ผมไกรครับท่าน...ไม่เจออรอนงค์...ขอบคุณมากครับท่านที่ให้กำลังใจ ถ้าอรอนงค์กลับมาอย่างที่ท่านว่า ผมจะรีบเรียนให้ท่านทราบทันที...ขอบคุณอีกครั้งครับ ฝากเรียนภรรยาท่านด้วยว่าผมระลึกถึง"

    หนูนาเดินเข้ามาทันได้ยินคำว่า "ระลึกถึง" คิดว่าพ่อกำลังคุยโทรศัพท์กับดารารุ่ง หน้าหงิกทันที ว่าประชดว่าถ้าคิดถึงดารารุ่ง ทำไมไม่ไปหาที่บ้าน มาบอกกันทางโทรศัพท์ทำไม ไกรย้อนถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าเขาโทร.หาดารารุ่ง หนูนาโต้ไม่ยอมแพ้
    ว่าถ้าไม่ใช่ดารารุ่งแล้วจะเป็นใคร

    "ใครก็ได้ พ่อไม่จำเป็นต้องบอกหนู แต่รู้เอาไว้ด้วย กิริยาที่หนูทำกับพ่อมันต่ำสิ้นดี"

    ไกรโกรธมากขยับจะเดินหนี หนูนาเข้ามาขวาง แดกดันว่าถ้าคิดถึงกันมากก็ไปอยู่กับดารารุ่งได้เลย ตอนนี้แม่ก็ไม่อยู่

    เป็นก้างขวางคอเขาแล้ว ไกรก็อยากไปถ้าดารารุ่งอนุญาต หนูนาเสียใจน้ำตาซึม

    "ที่คุณพ่อไม่ยอมไปตามคุณแม่ เป็นเพราะคุณพ่อรอที่จะไปหาคุณรุ่งนี่เอง คุณพ่อใจร้าย หนูอยากรู้นักว่าคุณแม่ ทำอะไร คุณพ่อถึงได้จงเกลียดจงชังคุณแม่นัก บอกหนูมาสิคะ บอกหนูมา"

    "แล้วถ้าพ่อบอก หนูจะยอมรับมันได้ไหม" ไกรจ้องหน้าลูกเขม็ง หวนคิดถึงเรื่องเลวร้ายที่อรอนงค์ทำในอดีต แล้วถอนหายใจ "เอาเป็นว่า...พ่อจะพยายามลืมเรื่องพวกนั้นแล้วกัน แต่ขอให้หนูรู้ว่า ถ้าไม่ติดว่าอรอนงค์เป็นแม่ของลูก... พ่อไม่ตามเขากลับ
    มาจริงๆ"

    ไกรพูดสีหน้าจริงจังแล้วเดินจากไป  หนูนาปล่อยโฮด้วยความปวดร้าวใจ...

    ค่ำวันเดียวกัน เคราะห์ซ้ำกรรมซัดอรอนงค์ไม่หยุดหย่อน ขณะกำลังคุ้ยขยะอยู่กลางสายฝนข้างทางเปลี่ยว มีคนร้ายสองคนเข้ามาฉุดเข้าพงหญ้าข้างทางหวังจะทำมิดีมิร้าย อรอนงค์ทั้งร้องทั้งดิ้นสุดฤทธิ์ โชคดีมีพลเมืองดีผ่านมาได้ยินเสียงร้องจึงเข้า
    มาช่วย อรอนงค์หนีไปได้ แต่ไปได้ไม่ไกลก็ล้มลงหมดสติ...

    ในเวลาเดียวกัน เมืองเล็กกลับจากเรียนหนังสือ เดินเข้าบ้านท่าทางอิดโรย คุณนิจที่นั่งรออยู่ลุกพรวดขึ้นโวยวายใส่ หาว่าเขากลับบ้านค่ำๆมืดๆเพราะไปหารตี ปราดเข้ามาทั้งหยิกทั้งตีเมืองเล็กอุตลุด เมืองเล็กปฏิเสธลั่นว่าไม่ได้มีอะไรกับรตี คุณนิจไม่เชื่อ
    เมืองเล็กจับมือเธอไว้ กระซิบข้างหู ทำหน้าทะเล้น

    "แต่คุณนิจต้องเชื่อ...เพราะผมจะมีอะไรกับคุณนิจแทน"

    "คุณเล็กพูดอย่างนี้ออกมาได้อย่างไร" คุณนิจอายหน้าแดง

    "ทำไมจะไม่ได้ หรือลืมไปแล้วว่าคุณนิจบอกคุณรตีว่า ผมเป็นสามี" เมืองเล็กทำท่ากรุ้มกริ่ม คุณนิจบอกว่าพูดเล่น แต่เมืองเล็กแหย่ว่าไม่ได้เล่นด้วย ตรงรี่เข้าหา คุณนิจร้องลั่นวิ่งหนีขึ้นบ้าน เมืองเล็กวิ่งตาม ทั้งสองคนวิ่งไล่กันเข้าไปในห้องพักของคุณนิจ
    วิ่งวนรอบเตียงนอน เมืองเล็กโดดขึ้นเตียงดักหน้า

    คุณนิจหยิบหมอนมาดันเมืองเล็กจนตกเตียง เสียงดังตุ้บ เมืองเล็กร้องโอ๊ยลั่น เสียงเอะอะอึกทึกดังไปถึงห้องนอนของศักดิ์กายกับฟองจันทร์ สองสามีภรรยาทำหน้าแหย ศักดิ์กายส่ายหัว คิดว่าเมืองเล็กกับคุณนิจทะเลาะกันอีกแล้ว ฟองจันทร์ สีหน้าครุ่น
    คิด

    "ถ้าเป็นอย่างนี้ เราให้แยกกันสักพักดีไหมคะ" สองคน มองหน้ากัน หนักใจ

    ooooooo

    ฟองจันทร์ไม่รอช้า   รุ่งเช้าเรียกเมืองเล็กกับคุณนิจมาคุย สองหนุ่มสาวยืนยันเสียงแข็งว่าจะไม่ยอมแยกกันเด็ดขาด ฟองจันทร์เลยขอให้ทั้งคู่รับปากว่าจะไม่ทะเลาะกันอีก เตือนว่าใจคนเหมือนแก้ว ถ้ามีรอยร้าว ไม่นานก็จะแตก เมืองเล็กสีหน้าจริงจัง พูด
    ว่า

    "ไม่ครับ ผมรักคุณนิจ ยังไงผมก็ไม่มีวันปล่อยให้ความรักของผมเป็นแก้วแตกเด็ดขาด"

    "ได้ยินแล้วใช่มั้ย...คุณนิจต้องเชื่อมั่นและศรัทธาในความรักที่นายเล็กมีต่อคุณนิจ"

    คุณนิจรับคำกับศักดิ์กายอย่างหวั่นๆ ไม่มั่นใจ ศักดิ์กายขู่ว่าถ้าเขาได้ยินทะเลาะกันอีก เขาจะจับทั้งคู่แยกกัน...จากนั้น คุณนิจกับเมืองเล็กออกมานั่งปรึกษากันที่โต๊ะสนาม คุณนิจท่าทางเสียขวัญ บอกเมืองเล็กเสียงเครือว่าเธอไม่มีใครอีกแล้ว อย่าทิ้งเธอไป
    ไหน เมืองเล็กกุมมือเธอไว้

    "ผมจะทิ้งคุณนิจได้ยังไง ในเมื่อผมรักคุณนิจ เชื่อใจไว้ใจผมนะครับว่าผมรักคุณนิจคนเดียว"

    "ค่ะ...นิจจะเชื่อคุณเล็ก นิจจะไว้ใจคุณเล็ก คุณเล็กอย่าทิ้งนิจไปนะคะ นิจกลัว"

    เมืองเล็กกอดคุณนิจปลอบใจ แต่คุณนิจกอดเขาเหมือนเด็กกลัวจะถูกทิ้ง ดวงตามีแต่ความไหวหวั่นแบบคนที่ไม่เชื่อมั่นในความรัก...

    ด้านดารารุ่งอารมณ์ดีแต่เช้า ลุกขึ้นแต่งตัวสวยเตรียมไปหาชาตรี แต่กลับต้องหน้าซีดเผือดเมื่อป้าพริ้งเข้ามารายงานว่าครูเสรีพ่อของปรางเชยมาหา   ดารารุ่งปรับสีหน้าเป็นปกติ เดินลงไปหาครูเสรีที่ห้องรับแขก ถามว่ามีธุระอะไรกับเธอ ครูเสรีคิดถึงลูก
    ไม่เห็นเธอกลับบ้านนานแล้ว เลยมาตาม

    "อ๋อ...ปรางเชยกับคุณนิจไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่ต่างจังหวัดน่ะค่ะ...ปรางเชยไม่ได้บอกครูเสรีหรือคะ"

    "เปล่าครับ...ผมเลยเป็นห่วงอยู่นี่...ยังไงถ้าปรางเชยกลับมาแล้ว รบกวนบอกด้วยว่าผมมาหา"

    "ค่ะ...ถ้าปรางเชยกลับมา...ฉันจะบอกให้ไปหาครูเสรีเป็นคนแรกเลย"

    ดารารุ่งยิ้มหลอนๆ ครูเสรีไม่ติดใจสงสัยอะไร แต่มองดารารุ่งด้วยสายตาแปลกๆ ดารารุ่งกับป้าพริ้งมองตามครูเสรีออกไป ด้วยสีหน้าวิตกกังวล...ครู่ต่อมา ดารารุ่งเดินนำป้าพริ้งมาที่สวนหลังบ้าน ตรงมายังหลุมฝังศพปรางเชยที่มีต้นลั่นทมปลูกทับ
    มองอย่างโกรธเกรี้ยว

    "อย่าได้คิดนะปรางเชยว่าแกจะลุกขึ้นมาเรียกร้องอะไรได้ คนอย่างแกต้องเป็นผีเร่ร่อนอย่างนี้ล่ะ"

    "แต่ป้ากลัว กลัวจริงๆค่ะคุณรุ่ง ถ้าครูเสรีกลับมาอีกแล้วแกไม่เห็นปรางเชย เราแย่แน่ๆเลยค่ะ"

    "ไม่...รุ่งไม่มีวันปล่อยให้ใครมาทำอะไรรุ่งกับป้าพริ้งอย่างเด็ดขาด...โอ๊ย" ดารารุ่งเจ็บหน้าอกทรุดลงกองกับพื้น ป้าพริ้งรีบเข้ามาพยุงเข้าไปพักในบ้าน แต่เธอไม่ยอม ยืนยันจะไปหาชาตรีให้ได้

    "รุ่งต้องเข้มแข็ง รุ่งจะไม่มีวันให้ใครๆเห็นว่ารุ่งอ่อนแอ" ดารารุ่งยันตัวลุกขึ้น มองหลุมศพปรางเชยอดหวั่นใจไม่ได้...

    ในเวลาต่อมา ดารารุ่งหรือคุณทิพย์มาหาชาตรีที่ที่ทำงาน ชาตรีวิ่งกระหืดกระหอบถือล่วมยาเล็กๆเข้ามาหา ขอโทษเธอที่ปล่อยให้รอนาน เขาเพิ่งเสร็จงาน แต่พอชาตรีเห็นหน้าเธอชัดๆทักว่าไม่สบายหรือเปล่า คุณทิพย์บอกว่าไม่เป็นอะไร วันนี้ขอให้ไป
    รถเธอ เพราะเธอจะหัดเขาขับรถ

    "จะดีหรือครับ"

    "ดีสิ...น่า...ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอก ขับรถเป็นเมื่อไหร่ เธอจะได้ขับรถให้ฉันนั่งไง"

    ชาตรียิ้ม เดินออกไปกับคุณทิพย์ โดยมีสายตาของเพื่อนร่วมงานมองตาม    หัวเราะกันคิกคักที่เห็นชาตรีควงสาวแก่คราวแม่...

    คุณทิพย์ไม่ค่อยสบาย แต่ยังฝืนพาชาตรีไปหัดขับรถ สอนเขาให้คอยดูว่าเธอขับอย่างไร จังหวะนั้นเธอเหลือบมองข้างทาง ตาลายเห็นคนอื่นเป็นครูเสรีเดินมากับตำรวจ หน้าตื่นตระหนกคิดว่าเขาพาตำรวจมาจับ รถเฉออกข้างทางจะพุ่งชนต้นไม้ ชาตรี
    ตะโกนเตือนคุณทิพย์ถึงได้สติ กระแทกเบรกอย่างแรง

    ทำให้คุณทิพย์ได้รับบาดเจ็บ เล็บเท้าฉีกเลือดออก ชาตรีพาเธอออกมานั่งที่ขอนไม้ข้างทาง เอาล่วมยาออกมาจากรถ คุกเข่าลงกับพื้น ยกเท้าของคุณทิพย์วางไว้ที่หน้าขาของเขา ทำแผลให้เธอโดยมิรังเกียจ คุณทิพย์ได้แต่นั่งอึ้ง ก่อนจะหยิบสร้อยไหม
    พรมยื่นให้ ชาตรีขอบคุณ เอาสร้อยเส้นนั้นใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านซ้าย แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้ามาพันข้อเท้าเธอไว้

    "ผมว่าท่าทางคุณทิพย์ดูไม่ค่อยสบายใจ...เดี๋ยวเราไปทำบุญที่วัดกันนะครับ"

    คุณทิพย์รับคำ มองชาตรีอย่างประทับใจ ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็มาถึงวัด หลังจากจุดธูปเทียนไหว้พระประธานในโบสถ์ ชาตรีแนะคุณทิพย์ลองนั่งสมาธิ เผื่อจิตใจจะได้สบายขึ้น คุณทิพย์ลองทำตาม แต่นั่งไปได้ชั่วครู่ ภาพในอดีตที่เธอ ทำร้ายและฆ่าผู้คนตามมาหลอกหลอน จนเธอทนไม่ไหวกรีดร้องออกมา

    "ไม่...ฉันไม่ได้ทำผิด...ฉันไม่เคยทำผิด"

    ชาตรีตกใจ รีบเข้ามาปลอบ บอกว่าจะพาเธอไปหาหมอ คุณทิพย์ไม่อยากไป ขอร้องให้พากลับบ้าน จากนั้นชาตรีพาคุณทิพย์กลับบ้าน ประคองเธอนอนลงบนเตียง หันไปขอผ้าชุบน้ำเย็นจากป้าพริ้ง  คุณทิพย์นอนร้องไห้น้ำตาไหลพราก ขอร้องชาตรีอย่าทิ้งเธอไปไหน เธอกลัว ชาตรีรับคำ จับมือเธอแน่น  ป้าพริ้งเอาอ่างน้ำกับผ้าเช็ดตัวเข้ามาให้  พร้อมกับ ยื่นยาให้คุณทิพย์

    "คุณ ทิพย์กินยาหน่อยนะครับ จะได้นอน" ชาตรีคะยั้นคะยอ

    "ไม่...ฉันไม่อยาก กิน ฉันไม่อยากนอนหลับ ไม่อยากฝันร้าย"

    "ถ้าคุณทิพย์ฝันร้าย ผมจะปลุกคุณทิพย์เอง"

    ชาตรีป้อนยาให้คุณทิพย์ เอาผ้าเย็นเช็ดหน้าตาให้ ในที่สุดคุณทิพย์ก็หลับไป ชาตรีมองเธออย่างเทิดทูน สัญญาว่าไม่มีวันทิ้งเธอไปไหน ป้าพริ้งมองชาตรีด้วยความชื่นชม แต่อดหนักใจไม่ได้

    ooooooo

    เมืองใหญ่เดินกลับไปกลับมาอยู่แถว โทรศัพท์ แบบกลัวๆกล้าๆ สุดท้ายหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.หาหนูนก แต่พอได้ยินเสียงเธอรับสาย เขากลับไม่กล้าพูด รีบวางหู หนูนกงงใครโทร.มาแล้วไม่พูด หันไปหยิบหนังสือมาอ่าน  สักพักเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีก  เมืองใหญ่ ไม่รู้จะพูดอะไร เลยถามว่าหนูนาเป็นอย่างไร

    หนูนกจำเสียงเมืองใหญ่ได้ "อยากรู้เรื่องหนูนาก็โทร.ไปถามเธอเองสิคะ โทร.มาที่นี่ทำไม"

    "นั่น สิ...งั้นแค่นี้นะครับ...สวัสดีคุณนกยักษ์" เมืองใหญ่ ไม่วายกระเซ้าหนูนกก่อนวางหู

    หนูนกวางสายอย่างเคืองๆ หยิบหนังสือมาอ่าน แต่ตามองโทรศัพท์อย่างเขม็ง รอให้เขาโทร.มาอีกครั้ง ฝ่ายเมืองใหญ่ถือโทรศัพท์ค้าง อยากจะโทร.อีก แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจ เกรงจะโดนด่า...

    ฤกษ์นั่งมองโทรศัพท์บนโต๊ะทำงาน แล้วบอกตัวเองว่าไม่โทร.หาดีกว่า เผื่อหนูนาจะรอโทรศัพท์คนอื่นที่ไม่ใช่เขา... ขณะเดียวกัน หนูนาถือโทรศัพท์ค้างไว้อย่างลังเล ตัดสินใจวางโทรศัพท์ลง เกรงว่าถ้าเป็นฝ่ายโทร.ไปหาฤกษ์ก่อน เขาจะว่าได้ว่าเธอสนใจเขา ทั้งที่ใจจริงอยากโทร.หาเขาใจแทบขาด...

    ดารารุ่งรู้สึกตัวตื่นขึ้น กลางดึก เห็นป้าพริ้งนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง ร้องถามว่าชาตรีไปไหน

    "เห็น ว่าดึกมากแล้ว ป้าเลยให้กลับบ้านไปค่ะ...ชาตรีท่าทางเป็นห่วงคุณรุ่งมากเลยนะคะ"

    "นอกจาก ป้าพริ้งก็มีชาตรีนี่ล่ะค่ะที่เป็นห่วงแล้วก็ดีกับรุ่งมาก...มากจนรุ่งกลัว ว่าชาตรีจะเกลียดรุ่ง...ถ้าเขารู้ความจริง" ดารารุ่งพูดเสียงเครือ

    "ป้า ไม่พูด คุณรุ่งไม่พูด ความลับต้องเป็นความลับตลอดไปค่ะ"

    "รุ่งก็หวัง อย่างนั้นล่ะค่ะป้าพริ้ง เพราะรุ่งอยากให้ชาตรีเห็นรุ่งเป็นนางฟ้าตลอดไป"

    ป้า พริ้งเห็นสายตาของดารารุ่งเวลาที่เอ่ยถึงชาตรีแล้วยิ่งเป็นกังวล...ดารารุ่ง นอนไม่หลับออกมาเดินเล่นที่สวนหน้าบ้าน คิดถึงสิ่งดีๆที่ชาตรีทำให้ แล้วอดหวั่นไหวไม่ได้ ต้องเตือนตัวเองไม่ให้คิดอะไรเกินเลยกับเขา ชาตรีเองก็นึกถึงความดีที่คุณทิพย์ทำ แอบมีใจให้เธอ แต่ต้องตัดใจบอกกับตัวเอง

    "ไม่...มันไม่ใช่ความรัก เราแค่เทิดทูนคุณทิพย์เท่านั้น อย่าคิดอะไรบ้าๆกับเธออย่างนั้นนะชาตรี"

    ชาตรี นึกได้ หยิบสร้อยไหมพรมที่คุณทิพย์ถักให้มาร้อยจี้ดอกลั่นทม ปกรณ์แอบมองอยู่ตาเป็นประกาย จี้นั่นดูมีราคาค่างวด ชาตรีเอาสร้อยกับจี้เก็บใส่ตู้ คว้าผ้าเช็ดตัวเดินไปอาบน้ำ ปกรณ์สบโอกาสดอดเข้าไปขโมยอย่างรวดเร็ว

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:49 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์