นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เรือนซ่อนรัก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เช้ารุ่งขึ้น ดารารุ่งนั่งพับกลีบดอกบัวอย่างมีความสุข พร่ำเพ้อให้ป้าพริ้งฟังว่าชาตรีให้ดอกบัวพวกนี้กับเธอ และเขาไม่ได้เอาสร้อยจี้ดอกลั่นทม

    ไปขาย แต่เก็บไว้กับตัวตลอดเวลา เพื่อระลึกถึงเธอ

    "ถึงใครจะไม่รักรุ่ง ไม่เห็นคุณค่าของรุ่ง แต่รุ่งยังมีชาตรีค่ะป้าพริ้ง รุ่งยังมีชาตรี"

    ดารารุ่งน้ำตาไหลพราก ก่อนสะอื้นฮักๆหัวใจที่อ่อนแอของเธอกำลังเรียกหาใครสักคนไว้ยึดเหนี่ยว   และคนคนนั้นก็คือชาตรี...

    ด้านชาตรีเล่าให้แม่ฟังอย่างเศร้าๆว่าเจอคุณทิพย์แล้ว แต่เธอเป็นโรคประสาทอ่อนๆ คุณรัตน์สงสารที่คุณทิพย์ต้องประสบโชคร้ายเช่นนี้ ชาตรีคิดว่าเธอคงมีปูมหลังบางอย่างที่ทำให้เจ็บปวดทุกข์ใจ และกลายเป็นความฝังใจอย่างรุนแรง แต่ที่น่าเสียใจ
    ก็คือ เธอไม่ยอมรักษา


    "ไม่ได้นะชาตรี ลูกต้องพยายามพาเธอไปรักษาให้ได้"

    ชาตรีรับปากแม่ว่าจะไม่มีวันปล่อยให้คุณทิพย์ต้องต่อสู้กับความทุกข์เพียงลำพังอย่างเด็ดขาด...

    ทางฝ่ายสลวยบ่นกับฤกษ์ว่าสงสารคุณนิจที่ยังหวาดผวากับเรื่องที่เกิดขึ้น ฤกษ์รู้สึกเบาใจที่มีเมืองเล็กคอยดูแลเอาใจใส่ คุณนิจไม่ห่าง และจะพาเธอกลับไปดูแลต่อที่บ้านบุรีราชกรม

    "ดีแล้วล่ะลูก ความรักของคุณเล็กจะได้ช่วยเยียวยาใจเธอ"

    "ผมก็ว่าดี สงสารก็แต่คุณรุ่งนะสิครับแม่ ใครจะฉุดเธอขึ้นมาจากปมร้ายในใจได้" ฤกษ์ถอนใจเฮือกเป็นห่วงดารารุ่งมาก เก็บไปคิดทั้งคืนว่าจะช่วยพี่สาวต่างมารดาได้อย่างไร... ฤกษ์ตัดสินใจชวนแม่ไปหาคุณน้อยที่บ้านของเธอแต่เช้า เล่าเรื่องทั้งหมด
    ให้ฟังและตบท้ายว่า

    "ตอนนี้คุณรุ่งคงจะรู้สึกโดดเดี่ยว อ้างว้างไม่มีใคร ผมกลัวคุณรุ่งจะคิดสั้น"

    "น้อยจะไปหาคุณรุ่งเอง จะไปคุยให้เธอเข้าใจ ถึงเวลา ทุกคนก็ต้องมีครอบครัว แต่ใช่ว่าจะลืมกันเสียเมื่อไหร่ พี่เองก็ยังคงรักและคิดถึงคุณรุ่งเสมอ"

    "ได้ฟังอย่างนี้ น้าเบาใจจริงๆค่ะ กลัวเหลือเกินว่าพี่น้องจะยังผิดใจกัน"

    "น้อยไม่เคยโกรธเคืองคุณรุ่งเลยค่ะ...แต่คุณรุ่งอาจจะยังเคืองๆน้อยอยู่...แล้วคุณรัตน์ล่ะคะ"

    ฤกษ์พยายามตามหาคุณรัตน์ แต่ไม่มีใครได้ข่าวเธอเลย คุณน้อยเป็นห่วง ไม่รู้ป่านนี้คุณรัตน์จะเป็นอย่างไรบ้าง เท่าที่รู้นายปกรณ์ไม่ใช่คนดีนัก ระหว่างนั้น ยายแหววนำ หนูนกเข้ามา คุณน้อยแนะนำลูกสาวให้รู้จักคุณยายสลวย กับน้าฤกษ์ น้องชายของเธอ
    หนูนกยกมือไหว้

    "สวัสดีค่ะ...หนูนกดีใจจังเลยค่ะที่ได้เจอคุณยาย แล้วก็คุณน้าฤกษ์ ทำไมที่ผ่านมาคุณแม่ไม่เคยเล่าให้หนูนกฟังเลยคะว่า...มีพี่มีน้อง"

    คุณน้อยเสียงอ่อย อ้างว่าเรื่องมันยาว วันหลังจะเล่าให้ฟัง แล้วชวนกันไปหาดารารุ่ง...ครู่ต่อมา คุณน้อย หนูนก สลวยกับฤกษ์มาถึงบ้านดารารุ่ง ฤกษ์ชวนเข้าไปในบ้าน สลวยยังแหยงๆ คราวที่แล้วเพิ่งโดนดารารุ่งตะเพิดออกมา พวกเราน่าจะรอหน้าบ้าน
    ดีกว่า คุณน้อยเลยตะโกนเรียก "คุณรุ่งๆ"

    ดารารุ่งกำลังกินอาหารมื้อกลางวันได้ยินเสียงเหมือนคุณน้อย ชะงัก ป้าพริ้งจะออกมาดู ดารารุ่งสั่งว่าไม่ต้อง ก้มหน้า ก้มตากินอาหารต่อ คุณน้อยร้องเรียกอยู่นาน ไม่มีใครมาเปิดประตูรับทั้งๆที่มีคนอยู่บ้าน เธอเลยถือวิสาสะเดินดุ่มๆเข้าบ้าน ฤกษ์ สลวย
    กับหนูนกตามมาติดๆ ดารารุ่งวางช้อนส้อม หันมา มองตาขวาง พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าที่นี่ไม่ต้อนรับพวกเธอ

    "โธ่...คุณรุ่งคะ อย่าเอาแต่อารมณ์เลยนะคะ" สลวยอ่อนใจ

    "ใช่ค่ะ อายุพวกเราก็ปูนนี้แล้ว หันหน้ามาคุยกันดีๆ ดีกว่า หรือคุณรุ่งต้องจัดการพวกเราแบบคุณนิจทุกคน คุณรุ่งถึงจะสาแก่ใจ" คุณน้อยพูดแทงใจดำ ดารารุ่งเจ็บแปล๊บ น้ำตาคลอ กระชากผ้าปูโต๊ะออกอย่างแรง ข้าวของจานชามหล่นแตกกระจาย

    "ยังไงพวกเธอก็ไม่เคยเห็นความรักความหวังดีของฉัน...ยังมองฉันในแง่ร้ายเหมือนเดิม"

    "ไม่มีใครมองคุณรุ่งในแง่ร้ายเลยนะครับ พวกเราทุกคน เป็นห่วงคุณรุ่ง" ฤกษ์บอกอย่างจริงใจ

    "แล้วที่ดาราน้อยเข้ามายืนด่าฉันฉอดๆหมายความว่าอย่างไร...ปากดีนักก็เอาตัวให้รอดแล้วกันดาราน้อย...เพราะแก่ปูนนี้แล้ว ฉันก็ยังเห็นเธอวิ่งตามมาโนช...เหมือนเดิม"

    "คุณรุ่งเห็น" คุณน้อยหน้าเสีย

    "เห็น...แล้วก็ได้แต่สมเพชสงสาร นายนั่นคงนอกลู่ นอกทางบ่อยสินะ...เฮ่อ...นี่ถ้าฉันหลับหูหลับตาแต่งงานกับนายมาโนชไปซะ เขาคงไม่เป็นแบบนี้หรอก นี่เพราะเขาไม่ได้ รักเธอ แต่รักฉัน...ดาราน้อย"

    คำพูดของดารารุ่งปาดเข้าไปถึงหัวใจ คุณน้อยถึงกับร้องกรี๊ด แล้วปล่อยโฮอย่างอัดอั้น...

    คุณน้อยร้องห่มร้องไห้ตั้งแต่บ่ายยันค่ำ โทษว่าเป็นเพราะ มาโนชทำตัวไม่ดี เธอเลยโดนดารารุ่งเหน็บแนม ยายแหววกับหนูนกปลอบเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหยุดร้องไห้ มาโนชกลับจากทำงานมาเห็นเข้า ถามคุณน้อยว่ามีเรื่องอะไรกัน

    "ไม่ต้องมาทำหน้าตาแบบนี้ใส่น้อยนะ ถ้าเสียใจนักที่มาแต่งงานกับน้อยก็ไปเลย จะไปไหนก็ไป"

    คุณน้อยอาละวาดทั้งด่าทั้งปาข้าวของใส่ มาโนชทนไม่ไหวเดินหนีขึ้นรถขับออกไป คุณน้อยวิ่งตามร้องเรียก ให้กลับมา แต่มาโนชไปไม่เหลียวหลัง...ไม่นานนัก มาโนช กลับไปที่สำนักทำงาน อารีม่ายสาวใหญ่กำลังนั่งทำงานอยู่ แปลกใจที่เห็นเจ้า
    นายกลับมาอีก ถามว่าลืมอะไรหรือ

    "เปล่า...แค่อยากมาทำงานต่อ นี่ก็ดึกแล้ว ทำไมคุณยังไม่กลับบ้านอีก"

    อารีอยากสะสางงานให้เสร็จไม่อยากทิ้งค้างไว้ แล้วถามเขาว่าต้องการกาแฟไหม มาโนชปฏิเสธว่าไม่ต้อง มีงานจะให้เขาเซ็นก็เอามา อารีหยิบเอกสารมาให้ มาโนชนั่งเซ็นงานอยู่ตรงโต๊ะอารี จังหวะนั้นมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ที่บ้านอารีโทร.มาตามกลับ
    ลูกสาวของเธอไม่สบายมาก อารีเลยขอตัวกลับก่อน มาโนชอาสาจะไปส่ง อารีเกรงใจบอกว่ากลับเองได้

    "ลูกคุณไม่สบายไม่ใช่หรือ...ไม่ต้องเกรงใจ เผื่อลูกคุณเป็นอะไร จะได้พาไปโรงหมอได้ทัน"

    ooooooo

    ในเวลาต่อมา มาโนชกับอารีมาถึงบ้านเช่าที่อารีพักอยู่กับแม่และน้ำหวานลูกสาววัยสองขวบของเธอ แม่ของอารีบอกว่าเพิ่งให้หลานกินยาแก้ไข้ไป ตอนนี้ไข้ เริ่มลดแล้ว น้ำหวานเพ้อเรียกหาพ่อ อารีถึงกับสะอื้นไห้ มาโนชอดถามไม่ได้ว่าพ่อของน้ำหวาน
    ไปไหน อารีกับสามีแยกทางกันหลายเดือนแล้ว  แต่ไม่ได้บอกลูก  กลัวลูกจะเสียใจ มาโนชชมเธอว่าเข้มแข็งมาก

    "มันจำเป็นค่ะ...นี่ถ้าไม่มีลูก อารีก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะเป็นยังไง ก็ได้แต่บอกตัวเองให้มีสติ ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไขได้"

    "ใช่...ปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้ ถ้าเรามีสติ ขอบคุณมาก ที่ช่วยเตือนสติผม...คนทุกคนมีปัญหาหมดแหละอารี ผมก็เหมือนกัน...มีอะไรให้ช่วยบอกนะอย่าเกรงใจ"

    มาโนชขอตัวกลับ...ไม่ช้า เขาก็ขับรถมาจอดหน้าบ้านตัวเอง กำลังจะบีบแตรรถ แต่ต้องชะงัก เมื่อคิดถึงความเจ้าอารมณ์ของคุณน้อย ตัดสินใจไม่เข้าบ้าน ไปนอนค้างที่สำนักงานแทน...

    ขณะเดียวกัน ไกรหอบงานมานั่งทำที่หน้าบ้าน สายตาจับจ้องที่ประตูรั้ว ราวกับรอคอยอรอนงค์ แต่พอได้ยินเสียงหนูนาเดินเข้ามา ไกรทำไก๋ก้มหน้าก้มตาทำงาน หนูนาต่อว่าว่าทำไมเขาถึงไม่ออกไปตามหาแม่ ไกรอ้างว่าทำอย่างนั้นอรอนงค์จะได้ใจ

    "แล้วทีคุณพ่อไปตามหาคุณดารารุ่ง คุณพ่อทำไมไม่เห็นกลัวว่าเธอจะได้ใจ...หนูนาเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณแม่ถึงได้คอยแต่น้อยใจ เสียใจ ก็คุณพ่อไม่รักคุณแม่จริงๆ...ถ้าหนูนาเป็นคุณแม่ หนูนาจะไม่กลับมาหาคุณพ่ออีกเลย" หนูนาเสียใจมากร้องไห้วิ่งหนี
    เข้าบ้าน

    ไกรมองไปทางหน้าบ้าน ชักเป็นห่วงว่าป่านนี้ทำไมอรอนงค์ยังไม่กลับ...ด้านอรอนงค์เดินเหม่อลอยมาตามทางเนื้อตัวสกปรกมอมแมม ทั้งกลัวทั้งหิว สอดส่ายสายตาหาของกิน เหลือบเห็นถังขยะ รีบพุ่งไปค้นหาเศษอาหารกิน คุณรัตน์ หอบกระจาด
    ขนมผ่านมา เห็นคนคุ้ยขยะ สงสารเดินเข้าไปหา ยื่นข้าวต้มมัดที่ขายไม่หมดให้ อรอนงค์หันมามอง คุณรัตน์เห็นหน้าชัดๆถึงกับตะลึง

    "คุณอรอนงค์...ทำไมคุณถึงเป็นแบบนี้คะ" คุณรัตน์จับมืออรอนงค์มากุมด้วยความเป็นห่วง

    อรอนงค์ตกใจสะบัดมือออกอย่างแรง คุณรัตน์ผงะหงายหลังตึง ผ้าคลุมหน้าหลุดออก อรอนงค์เห็นหน้าคุณรัตน์ หน้าตาตื่นตะโกนลั่นว่า "ผี" แล้ววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว คุณรัตน์ รีบลุกขึ้นคว้ากระจาดวิ่งตาม แต่ไม่ทัน สงสัยว่าใครกันที่ทำร้ายอรอนงค์
    จนมีสภาพน่าเวทนาอย่างนี้ ทันใดนั้น มีมือมาจับแขนเธอ

    คุณรัตน์ตกใจกรีดร้องสุดเสียง ชาตรีรีบบอกว่าเขาเอง ดึกแล้วไม่เห็นแม่กลับบ้าน เลยออกมาตามหา แล้วถามว่าวิ่งตามหาใครอยู่หรือ คุณรัตน์รีบปฏิเสธอว่าเปล่า ชาตรีไม่อยากเซ้าซี้ ชวนกลับบ้าน

    ooooooo

    เจ็ดโมงเช้าแล้ว มาโนชยังไม่กลับบ้าน คุณน้อยกัดฟันกรอดๆเจ็บใจ หนูนกต่อว่าแม่ว่าไม่น่าไล่พ่อ น่าจะใจเย็นๆพูดจากับพ่อดีๆ เอาอกเอาใจท่านบ้าง

    ขี้คร้านจะไปไหนไม่รอด ยายแหววสนับสนุนคำพูดของหนูนก คุณน้อยคิดคล้อยตาม ตัดสินใจเข้าครัวเตรียมอาหารให้มาโนชด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม...

    ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านบุรีราชกรม เมืองเล็กเตรียมอาหารเช้าให้คุณนิจอย่างสุดฝีมือ บอกเธอให้กินข้าวมากๆจะได้แข็งแรงเร็วๆ คุณนิจจะตักอาหารเข้าปาก แต่เมืองเล็กแย่งช้อนจากมืออาสาจะป้อนให้ คุณนิจเขินขอกินเอง เมืองเล็กแหย่ว่าทีปรางเชย
    ทำไมเธอยอมให้ป้อน คุณนิจถึงกับหน้าถอดสี

    "อืม...เขาหายไปไหนหรือครับ ระยะหลังผมไม่เห็นเขาเลย"

    คุณนิจฉุกคิดถึงตอนที่เห็นดารารุ่งฆ่าปรางเชย หวาดกลัวขึ้นมา วิ่งหนีออกไปซ่อนอยู่มุมตู้ เอามือปิดหูปิดตาตัวสั่นเทา เมืองเล็กวิ่งตามมาเห็นสภาพคุณนิจสงสารจับใจ ดึงเธอออกมากอด สัญญาว่าจะไม่พูดเรื่องนี้เอง เมืองใหญ่เข้ามาเห็นพอดี เมืองเล็ก
    รีบปล่อยคุณนิจ

    "คุณนิจเป็นอะไรหรือเปล่า ท่าทางหน้าซีดๆเหมือนไม่สบาย"

    คุณนิจนิ่งไม่ตอบ เมืองเล็กพลอยนิ่งเงียบไปด้วย พยักพเยิดกับพี่ชายเป็นทำนองให้ออกมาคุยกันข้างนอก... พอเมืองใหญ่ได้ยินเรื่องคุณนิจ ตกใจว่าทำไมเธอถึงต้องกลัวขนาดนั้น เมืองเล็กคิดว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล เมืองใหญ่ อาสาจะไปสืบเรื่อง
    ปรางเชยเอง...

    ครู่ต่อมา เมืองใหญ่แวะมาด้อมๆมองๆอยู่หน้าบ้านดารารุ่ง หนูนกเดินมาด้านหลัง ร้องทักว่าผู้หมวดมาทำอะไรที่นี่ เมืองใหญ่สะดุ้งโหยง หันขวับมองตามเสียง เห็นหนูนกยืนอยู่ ถอนใจเฮือก หนูนกหัวเราะคิกคัก กระเซ้าว่าถ้าเธอเป็นผู้ร้าย เขาคงถูกทุบ
    หัวบี้แบนไปแล้ว

    "ถ้าคุณ เป็นผู้ร้าย ไม่ต้องถึงกับทุบหรอก แค่เห็นหน้าผมก็กลัวแล้ว"

    หนูนก ยัวะ ด่าเมืองใหญ่ว่าปากจัด เมืองใหญ่ด่ากลับว่าจุ้นจ้าน หนูนกย้อนถามว่าใครกันแน่ที่จุ้นจ้าน ที่นี่เป็นบ้านป้าของเธอ เธอจะมาเมื่อไหร่ตอนไหนย่อมได้ ทันใดนั้น ดารารุ่งโผล่ออกมาจากในบ้านไล่ทั้งคู่กลับ ไม่สนใจว่าใครจะเป็นหลานใคร สอง
    หนุ่มสาวหน้าจ๋อยรีบกลับทันที...

    หลังจากนั้น หนูนกเดินกอดตำราเรียนมาตามทาง เมืองใหญ่ขับรถช้าๆเทียบข้าง พูดแหย่ว่าเธอหน้าแก่กว่าดารารุ่งน่าจะเป็นป้ามากกว่าเป็นหลาน หนูนกโกรธ หน้าหงิกหน้างอ เมืองใหญ่หัวเราะขำ

    "โห...ยิ่งทำหน้าอย่างนี้ ยายคุณรุ่งชัดๆ...สวัสดีครับคุณยาย" เมืองใหญ่ยกมือไหว้ล้อเลียน แล้วขับรถหนี ทิ้งหนูนกโกรธจนควันแทบออกหู...

    พออารีรู้ว่าเมื่อคืน มาโนชค้างที่สำนักงาน เป็นห่วงอาสาจะไปหาอะไรให้กิน มาโนชปฏิเสธ อ้างว่าไม่อยากกินอะไรเลย

    "คุณมาโนชบอกอารีเองมิใช่หรือคะ...ปัญหา ทุกอย่างมีทางแก้ไขเสมอถ้าเรามีสติ อารีไม่รู้ว่าคุณมาโนชกำลังมีปัญหาอะไร แต่อารีเชื่อว่าคนเก่งอย่างคุณมาโนชต้องผ่านไปได้ค่ะ...คุณมาโนชไปอาบน้ำ ก่อนนะคะ พอสบายตัวสบายใจจะได้คิดอะไรออก
    เดี๋ยวอารีจะไปซื้อเสื้อผ้า แปรงสีฟัน ยาสีฟันมาให้ค่ะ"

    อารีค้อมตัวเดินออกไปอย่างสุภาพ มาโนชมองเธอด้วยความรู้สึกดีๆ...

    ผ่านไปพักใหญ่ คุณน้อยเดินยิ้มแย้มเข้ามาในสำนักงานของมาโนช โดยมียายแหววหิ้วตะกร้าใส่อาหารฝีมือคุณน้อยเดินตาม แต่พอเห็นมาโนชอยู่ในห้องทำงานเพียงลำพังกับอารี คุณน้อยถึงกับหุบยิ้ม หึงหน้ามืด ปรี่เข้าทุบตีมาโนช หาว่าที่เขาหายไป
    ทั้งคืนเพราะมัวแต่มาขลุกอยู่กับผู้หญิง แล้วหันไปด่าอารี

    "หน้าตา อย่างนี้มิน่าถึงหาผัวไม่ได้ อย่าหวังเลยว่าฉันจะยอมให้แกแย่งผัวฉันไปได้ นังหน้าด้าน"

    คุณน้อยตรงเข้าไปตบอารีอุตลุด มาโนชดึงตัวอารีหลบ คุณน้อยก็หาว่าเขาเห็นคนอื่นดีกว่าเธอ มาโนชสั่งให้หยุดพูด อย่าโทษคนอื่น ตัวเธอนั่นแหละที่ทำให้เขาไม่อยากกลับบ้าน ทนความเจ้าอารมณ์ของเธอไม่ได้อีกแล้ว หันมาชวนอารีกลับ คุณน้อยไม่
    ยอมแพ้ จะเข้าไปจิกหัวอารี มาโนชขวางไว้

    "ถ้าคุณทำอะไรอารีแม้แต่นิดเดียว เรื่องใหญ่แน่...ไปอารี"

    มาโนชจูงอารีออกไป  คุณน้อยกรีดร้อง  ตะโกนก้องว่าถ้ามาโนชมีผู้หญิงคนนั้นก็จะไม่มีเธอ ยายแหววได้แต่ตกตะลึง ทำอะไรไม่ถูก

    ooooooo

    มาโนชหน้าเครียดไม่พูดไม่จาขับรถพาอารี มาถึงร้านอาหารแห่งหนึ่งนอกเมือง  หันมาขอโทษที่เธอต้องมารองรับอารมณ์คุณน้อย อารีพยายามเกลี้ยกล่อมให้กลับบ้าน แต่มาโนชไม่ยอมกลับ

    "ผมเบื่อบ้าน  เบื่อคุณน้อย  อยากจะลืมทุกอย่างที่เกี่ยวกับดาราน้อย ราชศักดิ์มนตรีธรรม"

    ผ่าน ไปจนพลบค่ำ มาโนชดื่มเหล้าอย่างหนัก อารีเห็นว่าเขาเมามากแล้วจึงดึงแก้วออกจากมือ มาโนชขัดใจ เดินโงนเงนออกจากร้าน อารีหยิบเงินวางบนโต๊ะอาหารแล้วรีบตาม แต่ไม่ทัน มาโนชเมาพับล้มคว่ำลงไปก่อน อารีรีบเข้าไปพยุงให้ลุกขึ้น ไม่รู้
    จะทำอย่างไรดี ตัดสินใจเปิดห้องที่บังกะโลแถวนี้ กะจะให้เขานอนพักจนหายเมาแล้วค่อยกลับ หาผ้าชุบน้ำเย็นมาเช็ดหน้าตาให้ มาโนชสะลึมสะลือ มองเห็นลางๆ

    "คุณดีกับผมเหลือเกิน" มาโนชเอื้อมมือมาดึงตัวอารีลงมาหา อารีพยายามดันตัวออก แต่ฤทธิ์ของสุราทำให้มาโนชไม่มีสติยั้งคิด กอดอารีไว้แน่น มือของอารีทิ้งลงข้างตัวปล่อยให้เขาทำตามใจ...

    ด้านดารารุ่งเดินถือ ตะเกียงไปที่หลุมฝังศพปรางเชย มองอย่างเกลียดชัง ตั้งใจว่าต้องไม่มีใครมาขุดเจอศพมันอีก คว้าจอบมาขุดหลุมเหนือหลุมฝังศพปรางเชย แล้วเอาต้นลั่นทมขนาดย่อมลงไปปลูก

    "ได้ ปุ๋ยชั้นดีอย่างนี้ ลูกของแม่คงจะโตอย่างรวดเร็ว เป็นลั่นทมที่ทั้งหอม ทั้งสวย และทั้งหวาน"

    ดารารุ่งตาขวางกระชากกิ่งลั่นทมเอาใส่ปาก เคี้ยว เห็นยางสีขาวขมปี๋ของต้นลั่นทมไหลออกมา เธอพูดหน้าตาเฉยว่าหวานอร่อยจริงๆ แต่แล้วร่างของดารารุ่งก็กระตุกเกร็ง ปากขยับไม่ได้ ต่อมาร่างกายทุกส่วนก็ขยับไม่ได้เช่นกัน ริมฝีปากของเธอสั่น
    ระริก ก่อนจะล้มลง...

    ป้าพริ้งเตรียมดอกไม้สำหรับ ไหว้พระเสร็จ เดินไปเคาะประตูห้องเรียกดารารุ่ง  แต่ไม่มีเสียงตอบ  เปิดประตูเข้าไปก็ไม่เจอใคร ป้าพริ้งเดินไปชะโงกที่หน้าต่าง เห็นแสงตะเกียงอยู่ในสวน สงสัยว่าดึกป่านนี้ดารารุ่งออกไปทำอะไร รีบเดินไปดู ต้อง
    ตกใจที่เห็นเธอนอนตาเหลือกน้ำลายไหล มีกิ่งลั่นทมคาอยู่ที่ปาก

    "ตายแล้ว คุณรุ่งกินกิ่งลั่นทม...คุณรุ่งรอป้าเดี๋ยวนะคะ...รอป้าเดี๋ยว"

    ป้า พริ้งตาลีตาเหลือกวิ่งเข้าครัว หยิบกระจาดไข่ไก่ อารามรีบร้อนสะดุดธรณีประตูหกล้ม ไข่ตกพื้นแตก ป้าพริ้งร้องไห้โฮ ถลันไปหยิบจานมาโกยไข่ที่แตก วิ่งหน้าตั้งกลับมาหาดารารุ่ง...

    ใน เวลาเดียวกัน ที่บ้านบุรีราชกรม ภายในห้องพักรับรองแขก คุณนิจเดินออกจากห้องน้ำ สะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นปรางเชยยืนอยู่ เธอหลับตาปี๋ เนื้อตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แต่พอลืมตาขึ้นมาอีกทีไม่เห็นปรางเชยแล้ว เห็นแต่เสื้อคลุมตัวยาวที่แขวนไว้ คุณ
    นิจใจคอไม่ดีพนมมือพร้อมกับอธิษฐาน

    "ขอ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองคุณรุ่งด้วยเถอะค่ะ" คุณนิจมองไปทางบ้านดารารุ่งอย่างเป็นห่วง...

    ฝ่ายดารารุ่งนอนตัวแข็ง ทื่อ เมื่อเห็นปรางเชยโผล่พรวดเข้ามองหน้าอย่างอาฆาตแค้น ชวนเสียงเย็นเยือกให้ไปอยู่ด้วย ดารารุ่งพยายามจะหนีแต่ขยับไม่ได้ เหลือบมองไปอีกทางเจอผีจำนงถึงกับผงะ

    "กลัวเป็นด้วยหรือคุณรุ่ง คนใจร้ายใจดำอำมหิต...คนอย่างคุณไม่มีทางได้ตายดี...จำเอาไว้"

    ดารา รุ่งตาเหลือกลานตกใจกลัวสุดขีด จิตสำนึกบอกตัวเองให้ยอมรับกรรมที่ตามสนอง ทันใดนั้น ป้าพริ้งวิ่งกระหืดกระหอบถือจานใส่ไข่เข้ามาประคองศีรษะดารารุ่งขึ้นกรอกไข่ ไก่ดิบใส่ปาก สักพักดารารุ่งสำรอกไข่พร้อมกับยางพิษของต้น
    ลั่นทมออกมา ป้าพริ้งถอนใจโล่งอก...

    คืนเดียวกัน ศักดิ์กายกับฟองจันทร์ที่เพิ่งกลับจากต่างจังหวัด ได้ฟังเมืองเล็กเล่าเรื่องคุณนิจ ต่างมองสบตากัน แล้วพากันถอนใจเฮือกๆ ศักดิ์กายว่าเรื่องเลยเถิดถึงขนาดนี้แล้วเราคงต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้องตาม ธรรมเนียม ฟองจันทร์ บอกว่าเธอไม่มี
    ปัญหาอะไรเพียงแต่หวาดกลัวดารารุ่งเท่านั้น

    "กลัวถูก คุณรุ่งฉีกอกใช่มั้ยครับคุณแม่" เมืองใหญ่ กระเซ้า

    "น้อยไปจ้ะ...แม่ กลัวถูกคุณรุ่งฝังทั้งเป็นอยู่ตรงนั้น" ฟองจันทร์ทำท่าสยอง ขณะที่ทุกคนเงียบกริบ

    ooooooo

    เช้าวันต่อมา ที่บังกะโล อารีนั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจ มาโนชก็เสียใจและขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป ยินดีรับผิดชอบเธอทุกอย่าง อารีปาดน้ำตา สูดลมหายใจเข้าเรียกความเข้มแข็ง

    "ครอบครัว ของคุณต่างหากล่ะค่ะที่คุณต้องรับผิดชอบ อารีเองก็ไม่ใช่สาวใช่แส้ ปล่อยให้ทุกอย่างมันผ่านไปเถอะค่ะ...กลับเถอะค่ะ แล้วลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืน" อารีลุกออกไปทั้งน้ำตา มาโนชเครียดจัด ไม่รู้จะหาทางออกเรื่องนี้ อย่างไร...

    สายแล้ว ดารารุ่งตื่นขึ้นด้วยท่าทางอิดโรย ป้าพริ้งเตือนว่าทีหน้าทีหลังอย่ากินอะไรโดยไม่รู้จัก ดารารุ่งพยักหน้ารับคำเหมือนเด็กๆ จังหวะนั้น มีเสียงกริ่งประตูบ้านดังขึ้น ป้าพริ้งลุกขึ้นไปดู หันมาบอกว่าคุณนิจกับพวกบุรีราชกรมมา

    ครู่ต่อ มา ดารารุ่งออกมาพบกับคุณนิจและครอบครัวบุรีราชกรม เห็นพานสินสอดทองหมั้นวางอยู่บนโต๊ะรับแขก เมืองเล็กกับคุณนิจนั่งกับพื้น โดยที่คุณนิจเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมสบตาพี่สาว ศักดิ์กายแจ้งกับดารารุ่งว่าเขาเอาสินสอดทองหมั้นมาสู่ขอคุณ
    นิจให้เมืองเล็ก

    "ข้าวสาร กลายเป็นข้าวสุกไปแล้ว จะมาสู่ขออะไร...กลับไปเถอะ"

    "ถ้าอย่างนั้น คุณรุ่งได้โปรดรับสินสอดทองหมั้นไว้ด้วยนะคะ" ฟองจันทร์ขอร้อง

    "ฉัน ไม่เคยขายน้องให้ใคร และตอนนี้ฉันก็ไม่นับว่าดารานิจเป็นน้อง"

    คุณ นิจเสียใจน้ำตาไหลพราก เมืองเล็กจับมือเธอไว้ เพื่อปลอบ ดารารุ่งยิ่งมองตาขวาง เมืองเล็กขอโทษในทุกสิ่งที่ได้ล่วงเกินดารารุ่ง และรับปากว่าจะดูแลคุณนิจให้ดีที่สุดยิ่งกว่าชีวิตของตนเอง

    "จะพากัน ไปไหนก็รีบไปเถอะ สักวันดารานิจจะรู้ว่าดิ้นรนเดินลงนรกเอง" ดารารุ่งไม่ยอมอ่อนให้

    "ก็แค่สักวัน...ซึ่งก็ไม่รู้ว่าวันไหน แต่คนบางคน ตอนนี้ อาจจะกำลังตกอยู่ในนรกก็ได้นะครับ...กลับเถอะครับคุณพ่อ คุณแม่ นายเล็ก...คุณนิจ" เมืองใหญ่แดกดันอย่างเหลืออด เดินนำทุกคนกลับ เมืองเล็กประคองคุณนิจออกไป โดยที่คุณนิจไม่หันมามอง
    ดารารุ่งแม้แต่น้อย...

    พอก ลับถึงบ้านบุรีราชกรม ศักดิ์กายบอกเมืองเล็กว่าต้องทำให้ดารารุ่งยอมรับในตัวเมืองเล็กให้ได้ เขาจะต้องกลับไปเรียนต่อให้จบ แล้วจะได้เริ่มต้นชีวิตคู่กับคุณนิจ เมืองเล็กสีหน้ากังวล แต่ก็รับปากพ่อ

    "ไม่ต้องห่วงนะคะคุณนิจ พ่อกับแม่จะให้ความรักความห่วงใยกับคุณนิจเหมือนกับเป็นลูกแท้ๆ"

    ฟองจันทร์ยิ้มให้คุณนิจอย่างเอ็นดู คุณนิจยิ้มตอบ ยกมือไหว้ขอบคุณ...

    ตกค่ำ ดารารุ่งคิดมากเรื่องคุณนิจจนอาการโรคหัวใจกำเริบ ป้าพริ้งเอายาจะป้อนให้ แต่ดารารุ่งหมดสติเสียก่อน ป้าพริ้งตกใจ รีบพาไปหาหมอ ทันทีที่ถึงโรงหมอ เจ้าหน้าที่เข็นเตียงดารารุ่งเข้าห้องฉุกเฉิน หมอกับพยาบาลต้องช่วยกันปั๊มหัวใจให้เธอ
    ชาตรีมองดารารุ่งหรือคุณทิพย์อย่างห่วงใยสุดชีวิต ในที่สุด ชีพจรของเธอกลับมาเต้นอีกครั้ง ชาตรีถอนใจ โล่งอก รีบออกมาบอกข่าวดีกับป้าพริ้ง

    "ป้าดีใจจริงๆที่คุณ...ทิพย์ปลอดภัย ขอบใจชาตรีจริงๆ นะลูก" ป้าพริ้งเกือบหลุดปากเรียกคุณรุ่ง

    "คุณทิพย์ไม่เคยบอกผมเลยว่าเธอเป็นโรคหัวใจ"

    ป้าพริ้งอ้างว่าคุณทิพย์ไม่อยากให้ใครๆเป็นห่วง ชาตรีเตือนว่าเธอกับคนที่บ้านต้องคอยดูแลคุณทิพย์ให้ดีๆ ป้าพริ้งเสียงอ่อยบอกว่าที่บ้านตอนนี้ มีแต่เธอกับคุณทิพย์อยู่เพียงลำพังสองคนเท่านั้น น้องๆของคุณทิพย์ทิ้งคุณทิพย์ไปหมดแล้ว ชาตรีฟังด้วย
    สีหน้าสลด

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้น ชาตรีขี่สามล้อของพ่อมาส่งผู้มีพระคุณกับป้าพริ้งที่บ้าน แล้วกลับไปทำงานต่อ ดารารุ่งมองตามเขาอย่างชื่นชมจนออกนอกหน้า ป้าพริ้งอดเป็นห่วงไม่ได้ เตือนดารารุ่งอย่าให้ใจกับชาตรีมากนัก เดี๋ยวจะประวัติศาสตร์ช้ำรอยเหมือนไกร

    "ไม่มีทางเหมือนหรอกค่ะ และรุ่งก็ไม่ได้คิดอะไรกับชาตรีอย่างนั้น รุ่งก็แค่เอ็นดู แต่ป้าพริ้งไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ รุ่งจะพิสูจน์ความจริงใจของชาตรีเอง" ดารารุ่งรีบออกตัว...

    เย็นวันต่อมา ดารารุ่งลอบตามชาตรีไปจนถึงบ้านพักของเขา คลาดกับคุณรัตน์ซึ่งออกไปส่งขนมให้ลูกค้าอย่างฉิวเฉียด ชาตรีทักทายกับคุณป้าบ้านอยู่ติดกันก่อนเข้าบ้าน จากนั้น เขาทำความสะอาดบ้านอย่างขะมักเขม้น ดารารุ่งแอบมองปลื้ม คุณป้าเดิน
    ผ่านมา ดารารุ่งร้องถามว่าเด็กหนุ่มคนนั้นเป็นใคร

    "อ้อ...ชาตรี ลูกนังร่วงที่ขายขนมไง...ไม่รู้จักรึ"

    ดารารุ่งส่ายหน้า โกหกว่าไม่รู้จัก ซักอีกว่าเด็กคนนั้น อยู่กับแม่สองคนหรือ พอดารารุ่งรู้จากคุณป้าว่าพ่อของชาตรีชอบตีลูกเมีย ไถ่เงินไปเล่นการพนัน แถมยังทำย่าของชาตรีตายอีก เขาเลยต้องหนีหัวซุกหัวซุน นึกเวทนา สงสารชาตรีถึงกับน้ำตาซึม สัก
    พักก็ยิ้มให้กับความขยันของเขาสลับกันไปมา ที่ด้านหลังดารารุ่ง มาลัยสาวน้อยเพื่อนบ้านอีกคนของชาตรีมองเธองงๆ คนอะไรยิ้มไปร้องไห้ไป...

    ขณะที่คุณรัตน์กับชาตรีกำลังกินมื้อเย็น มาลัยถือถ้วยแกงส้มเข้ามา บอกว่าแม่ของเธอฝากมาให้ คุณรัตน์ขอบใจมาลัยมาก ชวนกินข้าวด้วยกัน มาลัยจะกลับไปกินข้าวกับแม่ ขยับจะไป นึกขึ้นได้

    "เมื่อกี้มีใครไม่รู้มาแอบมองพี่ชาตรี มองไปยิ้มไปยังกับคนบ้า ทั้งที่หน้าตาสะสวย เป็นผู้ดี"

    ระหว่างนั้น ปกรณ์ที่หนีหน้าไปนานกลับมาพอดี ชะงัก แอบฟัง ชาตรีฟังที่มาลัยบรรยายแล้วรู้ทันทีว่าเป็นคุณทิพย์ ผู้มีพระคุณและเป็นนางฟ้าของเขา มาลัยซักอีกว่า คุณทิพย์รวยมากไหม คุณรัตน์ติงว่าอย่าถามอะไรอย่างนี้อีก ฟังแล้วไม่น่ารัก ปกรณ์
    สงสัยว่าคุณทิพย์เป็นใคร...

    กลับถึงบ้าน  ดารารุ่งเฝ้าแต่นั่งมองมงกุฎดอกไม้ในมือ พลางเล่าให้ป้าพริ้งฟังเรื่องของชาตรี เวทนาสงสาร ทำไมคนดีๆอย่างเขาถึงมีชีวิตที่ลำบากขนาดนั้น ป้าพริ้งโทษว่าเป็นเวรเป็นกรรมที่เขาเคยทำไว้แต่ชาติปางก่อน ชาตินี้เลยต้องมาชดใช้กรรมที่
    ตัวเองก่อ

    "รุ่งอยากให้ชีวิตของชาตรีไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนๆมีแต่ความสุขความเจริญ จะได้พ้นบ่วงกรรมเสียที...พรุ่งนี้เราไปทำบุญด้วยกันนะคะ"  ดารารุ่งไม่ได้คิดถึงกรรมที่ตัวเองก่อ คิดแต่จะให้ชาตรีพ้นทุกข์

    ป้าพริ้งได้แต่มองดารารุ่งอย่างเวทนา...ด้านหนูนกกลับถึงบ้าน วานยายแหววช่วยจัดกระเช้าผลไม้ให้เธอที พรุ่งนี้ เธอจะแวะไปหาคุณป้ารุ่ง...

    ส่วนมาโนช คืนนี้กะว่าจะมานอนที่สำนักงานเช่นเคย พนักงานทำความสะอาดของบริษัทเอาจดหมายลาออกของอารีมายื่นให้ มาโนชรับมาเปิดอ่านด้วยความตกใจ แล้วผลุนผลันออกไปทันที  ไม่นานนัก  เขามาถึงบ้านพักของอารี เห็นเธอกำลังเก็บข้าว
    ของเตรียมย้ายบ้าน มาโนชเข้ามาห้ามไม่ให้เธอไปไหนทั้งนั้น อารีทนอยู่ในสภาพนี้ไม่ได้ มาโนช ย้ำว่าเขาจะรับผิดชอบทุกอย่าง

    "ไม่ใช่อยู่ที่คุณจะรับผิดชอบหรือไม่ค่ะคุณมาโนช แต่สิ่งที่เรากำลังทำมันผิด กลับไปเถอะค่ะ อารีไม่อยากให้แม่กับน้องน้ำหวานรู้"

    มาโนชหยิบเงินออกมายัดใส่มืออารี บอกว่าเก็บไว้ใช้ อารีเงยหน้ามองมาโนช  ทั้งสองคนสบตากัน  ความผูกพันและเห็นใจซึ่งกันและกันเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ

    ooooooo

    เช้านี้ คุณรัตน์กับชาตรีเอากล้วยใส่รถสามล้อตรงไปบ้านดารารุ่ง โดยไม่ทันสังเกตว่าปกรณ์แอบนั่งสามล้ออีกคันตามมาห่างๆ  เห็นชาตรีจอดรถสามล้อหน้าบ้านหลังใหญ่ ปกรณ์ถึงกับตาวาว ออกปากว่าทำไมบ้านนังทิพย์ถึงได้ใหญ่โตขนาดนี้ คนขับสาม
    ล้อเสนอหน้าทันที

    "ทำไมจะไม่รวย เขาเป็นผู้ดีเก่า ทั้งสาวทั้งสวย ยังโสดด้วย"

    ปกรณ์จ่ายเงินให้แล้วไล่สามล้อกลับ แอบมองชาตรีกดกริ่งหน้าประตูรั้ว สักพักชาตรีตะโกนเรียก"คุณทิพย์ๆ" แต่เงียบไม่มีเสียงตอบ ตัดสินใจเขียนจดหมายเหน็บกับเครือกล้วยวางไว้หน้าบ้าน แล้วพาแม่ขึ้นรถสามล้อออกไป หนูนกนั่งสามล้ออีกคันเข้า
    มาทันเห็นชาตรีกับคุณรัตน์ ซึ่งมีผ้าคลุมหน้า มองตามแปลกใจ ก่อนหิ้วกระเช้าลงจากรถ ชะโงกเข้าไปในบ้านดารารุ่ง สีหน้าผิดหวังเมื่อรู้ว่าไม่มีใครอยู่...

    ในเวลาต่อมา หนูนกถือกระเช้าผลไม้กลับบ้าน คุณน้อยถามลูกว่าเจอดารารุ่งไหม หนูนกบอกสีหน้าเศร้าว่าไม่มีใครอยู่ แล้วนึกขึ้นได้

    "เอ่อ...คุณแม่คะ หนูนกเห็นผู้ชายคนหนึ่งไปหาคุณป้ารุ่งด้วยค่ะ หน้าตาดีเชียว หล่อคมเข้ม จะอ่อนจะแก่กว่าหนูนกก็คงไม่เกินสองปี ท่าทางดูสนิทสนมคุ้นเคยกับคุณป้าจังเลย คุณแม่พอจะรู้ไหมคะว่าเขาเป็นญาติฝ่ายไหนของเราหรือเปล่า"

    "ไม่น่าจะมีนะ...แต่ก็น่าแปลก ปกติคุณรุ่งไม่ยอมให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้บ้านเด็ดขาด แล้วเด็กหนุ่มคนนั้นเป็นใครกัน" คุณน้อยสีหน้าครุ่นคิดสงสัย...

    ค่ำวันเดียวกัน ขณะชาตรีกำลังช่วยคุณรัตน์ทำขนมอยู่ หน้าบ้านเช่า ต้องแปลกใจอย่างมากที่อยู่ๆปกรณ์ทำมาดขรึมเดินเข้ามาหา ขอกลับเข้ามาในชีวิตของสองแม่ลูก แถมพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

    "ที่ผ่านมาพ่อผิดไปแล้ว ยกโทษให้พ่อเถอะนะชาตรี คุณระ..."

    คุณรัตน์สวนทันที "ฉันชื่อร่วง...เคยเรียกฉันนังร่วงก็เรียกอย่างนั้นล่ะ ไม่ต้องมาเรียกคงเรียกคุณ"

    "จ้ะแม่ร่วง ฉันสัญญาจริงๆ ต่อไปฉันจะเป็นคนดี จะไม่ทำตัวชั่วๆอย่างที่แล้วมาอีก แม่ร่วงกับชาตรีให้อภัยฉันนะ" ปกรณ์ทำเป็นสำนึกผิด

    ชาตรีมองหน้าคุณรัตน์ก่อนหันไปบอกปกรณ์ "พ่อให้ชีวิตผม ไม่ว่าพ่อจะทำอะไร ผมก็ไม่เคยโกรธพ่อ แต่พ่อต้องสัญญากับผมนะครับ ว่าจะไม่ทำให้แม่ต้องเสียใจทุกข์ใจอีก"

    "จ้ะชาตรี พ่อสัญญาว่าจะไม่ทำให้แม่แล้วก็ลูกต้องเสียใจทุกข์ใจอีก...ขอบใจมากที่ให้อภัยพ่อ...ขอบใจจริงๆ" ปกรณ์ ดึงลูกเข้ามากอด แต่แววตาแอบเจ้าเล่ห์...

    ในเวลาเดียวกัน หนูนาบ่นกับไกรว่าแม่หายไปหลายวันแล้ว แต่พ่อกลับนิ่งเฉยไม่ทำอะไรสักอย่าง จะแจ้งความก็ไม่แจ้ง อ้างโน่นอ้างนี่ตลอด เธอเลยงอน ตั้งใจว่าถ้าพ่อไม่ตามหาแม่ เธอจะไปตามเอง

    ooooooo

    เช้าวันถัดมา หนูนาเล่าเรื่องที่แม่หายตัวไปไม่กลับบ้านให้หนูนกฟัง หนูนกเลยพามาปรึกษากับน้าฤกษ์ซึ่งเป็นทนายความ ฤกษ์แนะนำว่าอย่างไรเสียต้องแจ้งความ หนูนาเกรงว่าถ้าพ่อรู้เธอต้องโดนดุ หนูนกถามฤกษ์ว่าถ้าเราแอบแจ้งความจะทำได้ไหม
    "งั้นก็คงต้องรบกวนตำรวจที่รู้จัก แต่ไม่ต้องลงบันทึกประจำวัน"

    หนูนาตาเป็นประกาย "จริงด้วย...หนูนามีพี่เป็นตำรวจ... งั้นหนูนกไปเป็นเพื่อนหนูนาหน่อยนะ"

    ฤกษ์แอบเคืองที่ตนเองหมดความสำคัญสำหรับหนูนา...

    หลังจากคร่ำเคร่งอ่านหนังสือมาทั้งวัน เมืองเล็กแวะมาเคาะประตูเรียกคุณนิจที่ห้องนอน คุณนิจมาเปิดประตูรับ เมืองเล็กดันประตูห้องเข้ามาแล้วปิดตามหลัง คุณนิจขู่ว่าถ้าไม่ยอมออกจากห้อง เธอจะฟ้องแม่ของเขา เมืองเล็กบอกว่าตอนนี้ยังไม่มีใคร
    กลับถึงบ้านให้ฟ้อง แล้วคำรามทำท่าเป็นราชสีห์

    "หนูน้อยเอ๋ย เจ้าตกเป็นเหยื่อของราชสีห์แล้วล่ะ" เมืองเล็กย่างเท้าเข้าหาคุณนิจ

    สองหนุ่มสาววิ่งไล่หยอกล้อกันไปรอบเตียง คุณนิจร้องห้ามเมืองเล็กไปหัวเราะไปอย่างสนุกสนาน เมืองใหญ่เดินผ่านหน้าห้องได้ยินเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของทั้งคู่ อดยิ้มไม่ได้ เมืองเล็กกับคุณนิจวิ่งไล่กันจนล้มลงไปบนเตียงนอน ทั้งคู่จ้องตากัน
    หวานซึ้ง เมืองเล็กจูบหน้าผากเธอแผ่วเบา คุณนิจประหม่า

    "ไม่ต้องกลัวนะครับคุณนิจ ผมจะรอจนกว่าจะถึงวันแต่งงานของเรา"

    เมืองเล็กโอบกอดคุณนิจ เธอก็กอดเขาตอบ อบอุ่นและสุขใจเหลือเกิน...ด้านเมืองใหญ่ออกมาเดินเล่นที่สนามหน้าบ้าน ทอดสายตาขึ้นมองท้องฟ้า

    "เมื่อไหร่ฟ้าจะส่งเนื้อคู่มาให้ผมเสียที"

    ทันใดนั้น ป้าน้อมเดินเข้ามาเรียก เมืองใหญ่สะดุ้งเฮือก ร้อง "เฮ้ย" ป้าน้อมสงสัยว่าทำไมต้องตกอกตกใจขนาดนั้น เมืองใหญ่เล่าว่าเมื่อกี้เขาเพิ่งอธิษฐานขอเนื้อคู่จากฟ้า จู่ๆป้าน้อมก็โผล่เข้ามา จะไม่ให้เขาตกใจได้อย่างไร ป้าน้อมว่าแกไม่ใช่เนื้อคู่กระดูก
    คู่ของเขา นอกจากเขาจะชอบสาวแก่ที่ไม่ใช่แค่แก่ธรรมดาแต่แก่มาก เมืองใหญ่หัวเราะชอบใจ กอดป้าน้อมไว้

    "ป้าน้อมแก่ที่ไหนกัน ดูเผินๆยังกับรุ่นเดียวกับคุณนิจ...

    ว่าไงครับ มีอะไรกับผม"

    "คุณหนูนามาหาค่ะ บอกว่ามีธุระสำคัญ"

    ครู่ต่อมา เมืองใหญ่มาพบหนูนาที่ห้องรับแขก พอหนูนกเห็นว่าพี่ชายที่หนูนาว่าคือเมืองใหญ่ นึกหมั่นไส้ขึ้นมา

    ทันที ขอตัวออกไปรอข้างนอก เมืองใหญ่กับหนูนาคุยธุระเสร็จ เดินออกมาสมทบกับหนูนก เมืองใหญ่ปลอบหนูนาว่าไม่ต้องเป็นห่วง เขาจะให้เพื่อนๆช่วยกันตามหาอรอนงค์ให้

    "ขอบคุณมากค่ะพี่ใหญ่ เอ่อ...หนูนาไปลาป้าน้อมก่อนนะคะ" หนูนาเดินออกไป หนูนกตะโกนไล่หลังเร่งให้รีบกลับ เมืองใหญ่กระเซ้าว่าจะรีบกลับทำไม เธออยากจะมาบ้านเขาไม่ใช่หรือ หนูนกมองตาโต

    "รึไม่จริง...ก็เราเคยเจอกันที่บ้านหนูนา แล้วเราก็มาเจอกันอีกที่บ้านคุณรุ่ง ถ้าไม่ให้คิดว่าอยากมาบ้านผม แล้วจะให้คิดยังไง" สองหนุ่มสาวต่อปากต่อคำกันไปมา หนูนกเป็นฝ่ายงอนเดินสะบัดออกไป...

    พอยายแหววเห็นหนูนกเปิดประตูรั้วเข้ามา รีบบอกคุณน้อยหยุดร้องไห้ เดี๋ยวหนูนกเห็นแล้วจะไม่สบายใจ คุณน้อยรีบปาดน้ำตา แต่ไม่อาจพ้นสายตาช่างสังเกตของหนูนกไปได้ จึงร้องทักว่าแม่ร้องไห้หรือ คุณน้อยรีบปฏิเสธว่าเปล่า แล้วขอตัวไปนอน
    หนูนกหันมาถามยายแหววว่าแม่เป็นอะไร ยายแหววอึกอัก

    "คุณมาโนช...เออ...มีผู้หญิงคนใหม่คะ"

    หนูนกหน้าซีดเผือด ตัดสินใจนั่งรอพ่อกลับ ตั้งใจว่าคืนนี้ต้องถามท่านให้รู้เรื่อง มาโนชขับรถเข้าบ้านยังไม่ทันจอดสนิท หนูนกปราดเข้าไปหาถามว่าทำไมทำกับแม่อย่างนี้ มาโนชนิ่งรู้ว่าลูกหมายถึงอะไร หนูนกเห็นพ่อนิ่ง น้ำตาไหลพราก ตัดพ้อว่าถ้าเขา
    ไม่ปฏิเสธแสดงว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริง

    "พ่อขอโทษลูก...แต่อยู่กับแม่ พ่อไม่มีความสุข"

    "ยังไงมันก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่คุณพ่อจะมีคนใหม่ คุณพ่อรู้ไหมคะ หนูนกเคยปกป้องคุณพ่อ เชื่อมั่นในตัวคุณพ่อว่าคุณพ่อจะไม่มีใคร แต่สุดท้ายคุณพ่อก็นอกใจคุณแม่จริงๆ หนูนกผิดหวังในตัวคุณพ่อที่สุดค่ะ"

    หนูนกวิ่งร้องไห้ออกไป โดยไม่ฟังเสียงร้องเรียกของพ่อ เธอวิ่งร้องไห้ออกมานอกบ้านแบบไม่มองทาง เมืองใหญ่ขับรถผ่านมาพอดี เหยียบเบรกเสียงดังเอี๊ยด หนูนกล้มลงหน้ารถ เมืองใหญ่ลงมาดู ถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรหรือเปล่า หนูนก
    สะบัดหน้าหนีบอกไม่เป็นอะไร

    เมืองใหญ่จับหน้าเธอหันมาดู เห็นร้องไห้น้ำตาอาบแก้ม สงสัยว่าเป็นอะไรไป หนูนกทนอัดอั้นไม่ไหวเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เมืองใหญ่ฟัง เมืองใหญ่เตือนว่านี่เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เราเป็นเด็กไม่ควรเข้าไปยุ่ง

    "มันเป็นแค่เหตุผลที่ผู้ใหญ่ชอบอ้างเวลาทำผิด อีกอย่าง ท่านเป็นพ่อของฉัน ฉันย่อมมีสิทธิ์ที่จะรู้"

    "แล้วคุณใจเย็นพอจะรับฟังท่านหรือเปล่าล่ะ...ถ้าคุณใจเย็นมากกว่านี้ ผมว่าคุณพ่อคุณต้องอยากคุยกับคุณแน่ๆ และมันก็จะทำให้คุณเข้าใจความรู้สึกของท่านว่าท่านกำลังคิดอะไรและท่านต้องการอะไร ลองเชื่อผมสักครั้งนะ ใจเย็นๆแล้วหาโอกาสคุย
    กับคุณพ่อดู"

    หนูนกเชื่อทุกคำที่เขาพูด แต่ทำวางมาดบอกว่าจะรับคำแนะนำนี้ไว้พิจารณา

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ ขณะเมืองเล็กกำลังออกกำลังกายอยู่ที่สนามหน้าบ้าน รตีขี่จักรยานผ่านมาเห็นรีบจอดรถลงมากดกริ่งหน้าบ้าน เมืองเล็กหันมามอง รตีโบกมือเรียกไหวๆ เมืองเล็กทำหน้าสงสัยว่าใคร เดินมาเปิดประตูรับ รตีชิงแทรกตัวเข้ามาในบ้านทันที

    "เอ่อ...นี่ชมพู่ที่สวนของรตีค่ะ รตีเก็บมาให้ ชมพู่ที่บ้านรตีอร๊อยอร่อยนะคะ คุณเล็กลองชิมดู"

    รตีไม่พูดเปล่า หยิบชมพู่ป้อนใส่ปากเมืองเล็ก เมืองเล็กตกใจรีบดันมือเธอออก คุณนิจกำลังเปลี่ยนผ้าม่านหน้าต่างที่ชั้นบน มองลงมาเห็นเหมือนเมืองเล็กกำลังจับมือรตี ตาวาวโรจน์ พุ่งออกจากห้องทันที ด้านรตียังดึงดันจะป้อนชมพู่ให้เมืองเล็กชิมทั้งๆที่
    เขาปฏิเสธว่าไม่ต้อง เดี๋ยวเขาชิมเอง

    "ชิมเดี๋ยวนี้ก็ได้นะคะ...คุณเขาเอามาให้ถึงที่ ถ้าเราไม่ชิม คุณเขาจะเสียใจแย่"

    เมืองเล็กหันขวับไปมองตามเสียง เห็นคุณนิจยืนอยู่ ถึงกับสะดุ้งโหยง คุณนิจเข้ามาคว้าชมพู่จากมือรตีใส่ปากตัวเองเคี้ยวหน้าตาเฉย รตีถึงกับอึ้ง เมืองเล็กถามว่าอร่อยไหม

    "รสชาติดีนะคะ แต่เหมือนว่าจะเน่า" คุณนิจคายชมพู่ใส่มือ "...แต่ก็ขอบคุณมากค่ะที่มีน้ำใจเอาชมพู่มาให้ชิมถึงที่...คุณเล็กคะ...ส่งแขก"

    เมืองเล็กสีหน้าหวั่นๆรีบเชิญรตีออกไป รตีถอยหลังออกนอกประตูรั้วอย่างงงๆ เมืองเล็กปิดประตูทันที ป้าน้อมวิ่งเข้ามาถามว่าใครมา เมืองเล็กยังไม่ทันตอบ คุณนิจคว้าหูเขาดึงอย่างแรงพาเข้าบ้าน เมืองเล็กร้องโอดโอยไปตลอดทาง ป้าน้อมถึงกับอ้า
    ปากค้าง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 20:10 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์