นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เรือนซ่อนรัก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ไม่นาน หนูนาได้สติลืมตาขึ้นตกใจว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ปรางเชยบอกว่านี่บ้านของเธอ แล้วแต่งเรื่องว่าเมื่อกี้เธอเห็นหนูนานอนหมดสติอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งแถวถนนเฟื่องนคร หนูนาจำได้ว่าเธอถูกผู้หญิงคนหนึ่งบีบคอ ปรางเชย
    หาว่าหนูนาเพ้อไปเอง หนูนายืนยันว่าถูกบีบคอจริงๆเพราะยังเจ็บอยู่เลย

    "คุณต่างหากล่ะค่ะที่นอนบีบคอตัวเอง" ปรางเชยโกหกหน้าตาเฉย

    หนูนาย้ำว่าผู้หญิงในบ้านนั้นต่างหากที่ทำ ปรางเชยบอกว่าหนูนาโดนผีหลอก เพราะบ้านหลังนั้นไม่มีคนอยู่นานแล้ว ชาวบ้านลือกันให้แซ่ดว่ามักเห็นอะไรแปลกๆ บางทีก็มีเสียงโซ่ตรวน ปรางเชยทำท่าขนลุกขนพอง กำชับว่า
    อย่าไปเหยียบที่บ้านหลังนั้นอีก หนูนางง สับสนในสิ่งที่ตัวเองเจอ...

    ในเวลาต่อมา หลังจากนั่งคิดนอนคิดหลายตลบ หนูนาเชื่อว่าสิ่งที่เธอเจอเป็นคนไม่ใช่ผี จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้แม่ฟัง แล้วสรุปว่า ผู้หญิงซึ่งท่าทางเหมือนคนเสียสติที่บีบคอเธอคือดารารุ่ง

    "นังดารารุ่งเป็นบ้า" อรอนงค์ตาเป็นประกายด้วยความสะใจ...

    ตกค่ำ   บ้านดารารุ่งมืดสนิท   ดารารุ่งสอดส่ายสายตา

    มองไปรอบบ้านอย่างระแวดระวัง ถอนใจโล่งอกเมื่อไม่เห็นใครมาด้อมๆมองๆ หันกลับมาสะดุ้งเฮือก เห็นปรางเชยยืนอยู่ ต่อว่าต่อขานที่เธอมายืนเงียบๆไม่ให้สุ้มให้เสียง แล้วถามว่าเรื่องผู้หญิงคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง

    "เรียบร้อยค่ะ   ต่อไปผู้หญิงคนนั้นคงไม่กล้าเข้ามาที่นี่อีก...แต่...ปรางกลัว...กลัวว่าคุณเล็กจะไม่ได้เป็นอย่างผู้หญิงคนนั้นน่ะสิคะ คุณเล็กต้องกลับมาที่นี่อีกแน่"

    ท่าทางปรางเชยกังวลใจมากจนผิดสังเกต  แต่ดารารุ่งไม่ยักเฉลียวใจ

    ooooooo

    เช้าวันต่อมา ขณะยายแหววกำลังปัดกวาดเช็ดถูบ้านจนเหงื่อไหลเข้าตาเลยต้องถอดแว่นสายตาออกด้วยความรำคาญ  พลันมีเสียงรถแล่นมาจอด  ยายแหววชะโงกหน้ามองด้วยสายตาฝ้าฟางเพราะไม่ได้ใส่แว่น เห็นมาโน
    ชประคองหญิงสาวคนหนึ่งลงจากรถ ตกใจ ทิ้งไม้ขนไก่วิ่งหน้าตั้งขึ้นไปที่ห้องคุณน้อย เคาะประตูรัวปังๆ คุณน้อยกำลังเขียนคิ้วอยู่ชะงัก วิ่งมาเปิดประตู

    "เอ่อๆ...คุณมาโนชพาผู้หญิงเข้าบ้านค่ะ" ยายแหววละล่ำละลัก

    คุณน้อยไม่รอช้าแทบจะเหาะลงมาจากห้อง หน้าตาบูดบึ้งเอาเรื่อง ยายแหวววิ่งตามมาติดๆเห็นมาโนชนั่งหันหลังกอดผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ หญิงสาวเอนซบอกเขาแถมป้อนขนมให้กันด้วย คุณน้อยวิ่งเข้าไปกระชากหญิงสาวคน
    นั้นอย่างแรง พอเห็นหน้าหญิงสาว ยายแหววแทบลมจับ

    "หนูนกเองหรือลูก" คุณน้อยหน้าเจื่อน

    มาโนชตำหนิคุณน้อยที่ปล่อยให้ความหึงบังตาจนไม่ได้ดูว่าอะไรเป็นอะไร หนูนกหัวเราะคิกคัก คุณน้อยถลึงตาใส่สามี ตัดพ้อที่เขาว่าเธอต่อหน้าลูก ลูกเลยขำเธอใหญ่ หนูนกกลั้นหัวเราะบอกว่าไม่ได้ขำเรื่องนั้น แล้วจะหลุด
    หัวเราะอีก  มาโนชเลยพูดแทนหนูนกว่าลูกขำที่คุณน้อยวิ่งไปหน้าบ้านทั้งที่ยังเขียนคิ้วไม่เสร็จต่างหาก คุณน้อยจับคิ้วตัวเองอย่างเขินๆรีบวิ่งกลับห้อง...

    ในเวลาเดียวกัน คุณรัตน์จับได้ว่าปกรณ์แอบไปติดผู้หญิงที่อยู่ห้องแถวโทรมๆหลังตลาด ตอนที่เอาขนมไปส่งลูกค้า แทนที่ปกรณ์จะสะดุ้งสะเทือนกลับเดินรี่เข้ามาไถเงินค่าขายขนมจะเอาไปให้ผู้หญิงคนนั้น คุณรัตน์ไม่ยอม
    เดินหนี ปกรณ์กระชากแขนเธอแล้วตบซ้ำจนล้ม คุณรัตน์เงื้อไม้คานในมือขึ้นสู้

    "แกกล้าเหรอนังร่วง แกกล้าตีฉันเหรอ...เอาเงินมา"

    ปกรณ์โถมใส่ คุณรัตน์ไม่รอช้าฟาดไม้คานเต็มแรงเข้าหัวปกรณ์แตกเลือดอาบ ปกรณ์ไม่ยอมแพ้จะเข้ามาอีก คุณรัตน์ เงื้อไม้รอ ท้าให้เข้ามาถ้าไม่กลัวหัวแตกซ้ำ ปกรณ์ชะงัก คาดไม่ถึง

    "ที่ฉันไม่พูดไม่ใช่ว่าฉันไม่เจ็บปวด แต่ฉันพยายามอดทนหวังให้คุณเห็นความดีฉันบ้าง แต่ถ้าคุณไม่เห็นค่าแล้วยังมาเหยียบย่ำน้ำใจกันขนาดนี้ ฉันก็ไม่มีความจำเป็นต้องทนอีก นับจากวันนี้เราเลิกกัน"

    คุณรัตน์ผละจากไป ปกรณ์ตะโกนลั่นว่าไม่เลิก หญิงสาวตรงเข้ามาทุบตีเขา ถามว่าทำไมถึงไม่เลิกกับเมีย ปกรณ์ ตะคอกใส่ว่าถ้าขืนเลิกกับนังร่วงจะเอาเงินที่ไหนใช้ ตะโกนไล่หลังคุณรัตน์อีกว่า จนตายก็ไม่ยอมเลิก คุณรัตน์รีบ
    เดินให้พ้นจากตรงนั้น พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล

    เดินมาได้สักพัก คุณรัตน์ทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ราวกับทำนบแตก ดารารุ่งขับรถผ่านมาเห็นผู้หญิงนั่งอยู่กับพื้น มีผ้าคลุมหน้าสะอื้นไห้ตัวโยน มองอย่างเวทนา ดารารุ่งตัดสินใจจอดรถ เดินเข้าไปทางด้านหลังแตะไหล่เธอเบาๆ
    ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า คุณรัตน์สะดุ้งเฮือก นานเกือบยี่สิบปีแล้วที่ไม่ได้ ยินเสียงนี้ แต่ยังจำได้ดี ดารารุ่งถามซ้ำว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอกำลังจะไปหาหมอจะไปด้วยกันไหม

    คุณรัตน์ไม่กล้าตอบ ก้มหน้างุดๆดึงผ้ามาพันหน้าให้ มากที่สุด ส่ายหน้า ดารารุ่งเดินไปหยิบเงินเอามาให้ด้วยความสงสาร คุณรัตน์ส่ายหน้าอีก ดารารุ่งจับมือเธอมายัดเงินใส่

    คุณรัตน์ขืนตัว

    "ไม่เป็นไรค่ะ...ขอบคุณ"

    ดารารุ่งชะงัก น้ำเสียงช่างคุ้นหู ยิ่งอีกฝ่ายพยายามหลบหน้า เธอยิ่งใจไม่ดี คว้าผ้าคลุมดึงออกทันที คุณรัตน์ไม่ทันตั้งตัวร้องสุดเสียง หันมามอง สองพี่น้องเผชิญหน้ากัน ดารารุ่งเห็นใบหน้าน้องสาวเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นน่า
    เกลียด ถึงกับตะลึงน้ำตาคลอ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น คุณรัตน์ทั้งอายทั้งเสียใจ ไม่ตอบคว้ากระจาดกับไม้คานวิ่งหนี ดารารุ่งวิ่งตาม แต่ความที่เธอไม่คุ้นทางเลยตามคุณรัตน์ไม่ทัน

    ครู่ต่อมา ดารารุ่งขับรถกลับถึงบ้านด้วยท่าทางอ่อนแรง ปรางเชยรีบวิ่งเข้ามาบอกว่าคุณนิจกำลังอาละวาดหนัก ดารารุ่งตรงดิ่งเข้ามาในห้องเก็บของ เห็นคุณนิจกำลังคลุ้มคลั่ง เข้าไปกอดปลอบให้หยุด คุณนิจไม่ยอม ดิ้นรนจะ
    ออกไปข้างนอก

    "พี่ก็อยากจะปล่อยคุณนิจ แต่พี่ปล่อยไม่ได้ ได้ยินไหม พี่ปล่อยไม่ได้...เพราะพี่ไม่อยากให้คุณนิจต้องมีชะตากรรมอย่างกับคุณรัตน์" ดารารุ่งกอดคุณนิจแน่นน้ำตาไหลพราก สงสารน้องจับใจ...

    ดึกแล้ว ดารารุ่งยังนอนไม่หลับ ควานเข้าไปใต้เตียง ดึงหีบใบย่อมออกมาเปิดดู ภายในเต็มไปด้วยรูปภาพเก่าๆหยิบรูปคุณรัตน์ขึ้นมาดู ลูบไล้ภาพ น้ำตาไหล ฉุกคิดถึงตอนที่น้องสาวลำบาก แทนที่เธอจะช่วยกลับซ้ำเติม แถมลั่น
    วาจาว่าถ้าคุณรัตน์ ออกไปจากบ้านแล้วก็อย่าได้ซมซานกลับมาอีก

    "เพราะพี่เองที่ไม่ดี พี่ผลักไสให้คุณรัตน์ไปอยู่กับผู้ชายเลวๆพรรค์นั้น พี่น่าจะฉุดรั้งคุณรัตน์ให้มากกว่านี้ ทัดทานห้ามปรามคุณรัตน์ให้มากกว่านี้ เป็นความผิดของพี่เองคุณรัตน์ พี่ผิดเอง"

    ดารารุ่งกอดรูปคุณรัตน์ร้องไห้ สงสารในชะตากรรมของน้องสาว ก่อนเดินไปจุดธูปกับเทียนไหว้พระที่หิ้งพระในห้อง แล้วยกมือไหว้อธิษฐาน

    "ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองน้องๆของลูกด้วยเถอะเจ้าค่ะ ขอให้น้องๆของลูกทุกคนแคล้วคลาดจากสิ่งชั่วร้าย อันตรายทั้งปวง" ดารารุ่งปักธูปลงในกระถางธูป

    ทันใดนั้น เธอเกิดแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก กัดฟันเดินไปหยิบยาที่หัวเตียงมากิน นั่งหายใจหอบ ความเสียใจรุมเร้าจนต้องกรีดร้องหมดสติไป แสงไฟจากเปลวเทียนวาววับ น้ำตาเทียนเริ่มไหล...

    ขณะเดียวกัน คุณรัตน์นั่งร้องไห้โทษว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นความผิดของเธอเอง ถึงดารารุ่งจะให้อภัยแต่เธอก็ไม่กล้าแบกหน้ากลับไปอยู่ดี ปกรณ์เมาแอ๋กลับมาเห็นหน้าคุณรัตน์ เข้ามาไถเงิน คุณรัตน์รำคาญจะเดินหนี ปกรณ์
    กระชากเธอกลับมาทุบตี คุณรัตน์จ้องหน้าตาขวาง ยึดมือปกรณ์ไว้

    "ถ้าครั้งนี้ฉันไม่สู้...ฉันก็ไม่ใช่คน" คุณรัตน์ฮึดสู้ ถึงรู้ว่าสู้แรงเขาไม่ได้

    มาลีได้ยินเสียงเอะอะพยายามฝืนลุกขึ้น ชาตรีเพิ่งกลับจากทำงานเห็นพ่อกำลังทุบตีแม่ รีบเข้ามาขวาง ปกรณ์หันมาทำร้ายลูกแทน มาลีเดินโผเผเข้ามาห้ามถูกปกรณ์ผลักอย่างแรง ล้มลงหัวกระแทกเสาร้องโอ๊ยได้คำเดียวก็นอน
    แน่นิ่งเลือดไหลนองพื้น ปกรณ์ยืนตะลึง พอตั้งสติได้กลับวิ่งหนี ขณะที่คุณรัตน์ กับชาตรีวิ่งเข้าช่วยกันอุ้มมาลีไปหาหมอ แต่หมอช่วยยื้อชีวิตไม่สำเร็จ มาลีสิ้นลมในคืนนั้น...

    ด้านปรางเชย เห็นดารารุ่งหายเข้าห้อง ไม่เห็นออกมาหาคุณนิจก่อนนอนเหมือนเช่นเคย จึงเดินมาเคาะประตูห้องเรียก เงียบไม่มีเสียงตอบ ปรางเชยเห็นผิดสังเกต ค่อยๆเปิดประตู เข้าไปเห็นดารารุ่งนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น รีบวิ่ง
    เข้าไปประคอง พาส่งโรงหมอทันที

    จากนั้นไม่นาน เทียนที่จุดไว้ในห้องดารารุ่งละลายจนเหลือแต่ไส้ที่ติดไฟ ก่อนค่อยๆไหม้ลามมาที่โต๊ะบูชาทีละน้อยๆจนขยายเป็นวงกว้าง คุณนิจนอนหลับอยู่ในห้องเก็บของที่เท้าถูกล่ามโซ่ไว้ ได้กลิ่นไหม้ของอะไรบางอย่าง
    รู้สึกตัวตื่นขึ้น ไฟในห้องดารารุ่งไหม้ลามมายังพื้นอย่างรวดเร็วจนเกิดควันคลุ้งไปทั่ว คุณนิจนั่งตัวสั่นจะหนีก็หนีไม่ได้ ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีเสียงออกมาเช่นเคย...

    ฝ่ายเมืองเล็กนอนไม่หลับ จะแอบไปบ้านดารารุ่งค่อยๆกะเผลกออกมาจากห้อง ระหว่างนั้นมีเสียงรถแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน ไฟในบ้านเปิดสว่างขึ้น เมืองเล็กหาที่ซ่อนตัวอย่างทุลักทุเลได้ทัน ก่อนที่ป้าน้อมกับเมืองใหญ่จะเดิน
    เข้ามา ได้ยินเสียงพี่ชายบอกป้าน้อมว่าจะขึ้นมาดูที่ห้องของเขาก่อนเข้านอน เมืองเล็กรีบย่องกลับเข้าห้อง ปิดประตูอย่างเงียบกริบ ตรงไปที่เตียงทำท่านอนหลับสนิท

    เมืองใหญ่เดินมาที่ห้องนอนของเมืองเล็ก ขยับจะเคาะประตูห้องแต่เปลี่ยนใจเดินกลับห้องตัวเอง เมืองเล็กนอนรออยู่นาน ไม่เห็นเมืองใหญ่เข้ามาสักที รอจนเผลอหลับไป...

    ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านดารารุ่ง ควันไฟฟุ้งกระจายเข้ามาในห้องเก็บของหนาขึ้นเรื่อย คุณนิจกลัวจนตัวสั่น ก่อนหมดสติไป ไฟในห้องดารารุ่งลามไปติดอัลบั้มรูปที่วางอยู่กับพื้น แล้วมอดดับไปพร้อมกับรูปถ่ายใบสุดท้าย

    ooooooo

    เช้าขึ้น ดารารุ่งรู้สึกตัวตื่น ตกใจที่ตัวเองไม่ได้ อยู่ที่บ้าน ขยับตัวจะลุกขึ้น ปรางเชยนั่งสัปหงกอยู่ ข้างเตียง ลืมตาขึ้นมอง ปรามว่าอย่าเพิ่งลุก หมอบอกว่าเธอความดันสูง   ถ้าโรคหัวใจกำเริบขึ้นมาอีกจะแย่ ดารารุ่งไม่สนใจตัว
    เอง  เป็นห่วงคุณนิจที่ไม่มีใครดูแล ปรางเชยจะกลับไปดูให้ แต่ดารารุ่งร้องห้าม

    "ไม่ต้อง ไปรอฉันข้างนอก ฉันจัดการทางนี้เสร็จแล้วจะออกไป"

    ปรางเชยทำหน้างงๆ ดารารุ่งสั่งอีกครั้งให้ออกไปรอข้างนอก   ปรางเชยรีบออกไป   ดารารุ่งลุกขึ้นกระชากสาย

    น้ำเกลือออก เปลี่ยนเสื้อผ้า โดยไม่ฟังคำทัดทานของพยาบาล...

    ที่บ้านบุรีราชกรม ขณะเมืองเล็ก เมืองใหญ่ กับพ่อและแม่ กำลังกินอาหารเช้ากันอยู่ บรรเจิดวิ่งถือถุงปาท่องโก๋ เข้ามาหน้าตาตื่น บอกกับทุกคนว่าเมื่อกี้ตอนเขาขับรถผ่านหน้าบ้านดารารุ่ง เห็นคนมุงอยู่เต็ม เลยแวะลงไปดู ชาว
    บ้านบอกว่าเมื่อคืนไฟไหม้บ้านหลังนั้น ทุกคนต่างตื่นตระหนก...

    ด้านดารารุ่งตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อกลับถึงบ้านแล้วรู้ว่าไฟไหม้บ้าน ขยับจะเข้าไปดูคุณนิจ เมืองเล็กวิ่งขาลากจะตามเข้ามา ปรางเชยเห็น ร้องบอกดารารุ่ง ดารารุ่งชะงักฝีเท้าหันขวับมาชี้หน้า

    "หยุด...อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นมีเรื่อง"

    เมืองเล็กไม่สนใจเสียงห้ามจะเข้ามาให้ได้ ดารารุ่งสั่งปรางเชยปิดประตูรั้วแล้วรีบวิ่งเข้าบ้าน ปรางเชยเดินมาปิดประตู แต่เมืองเล็กเอามือดันไว้ เธอผลักประตูปิดเต็มแรง เมืองเล็กถึงกับเสียหลัก ล้มลงก้นกระแทก ชาวบ้านเข้า
    มาช่วยประคอง เตือนว่าอย่าไปยุ่งกับคนบ้านนี้ พวกเธอไม่ชอบให้ใครมายุ่ง

    "ที่ผ่านมา เขาอยู่ที่นี่กันทุกวันหรือครับ"

    พอรู้จากชาวบ้านว่าดารารุ่งอยู่ที่นี่ตลอด เมืองเล็กมั่นใจว่าคุณนิจต้องอยู่ในบ้าน...

    ดารารุ่งดีใจมากที่คุณนิจไม่เป็นอะไร ดึงน้องเข้ามา กอดไว้แน่น ปรางเชยโพล่งขึ้นว่าถ้าเมื่อคืนไฟไหม้มาถึงตรงนี้ คุณนิจคงถูกเผาทั้งเป็น ดารารุ่งด่าสวนทันทีว่าปากเสีย แต่อดคิดตามที่ปรางเชยพูดไม่ได้ลุกขึ้นไปหยิบกุญแจ
    มาไขโซ่ออกจากเท้าคุณนิจ ปรางเชยร้องเอะอะว่าปล่อยคุณนิจทำไม เห็นอยู่แล้วว่าเมืองเล็กกลับมา ดารารุ่งไม่สนใจต่อให้มีอีกสิบเมืองเล็ก ก็ไม่สามารถพรากคุณนิจไปจากเธอได้...

    ทางฝ่ายคุณรัตน์ปลอบชาตรีว่าอย่าคิดมากเรื่องมาลีตาย จนเผลอพูดเรื่องตัวเองว่ามีญาติพี่น้อง ชาตรีมองอย่างสงสัย คุณรัตน์ต้องรีบเปลี่ยนเรื่องพูด...

    สายวันเดียวกัน ดารารุ่งอยากเจอหน้าคุณรัตน์มาก อยากไถ่โทษที่ทำไม่ดีกับน้อง ขับรถตระเวนหาไปทั่ว ความที่อยากเจอน้องมาก เลยเห็นใครต่อใครเป็นคุณรัตน์ไปหมด...

    ส่วนคุณน้อยหึงหวงมาโนชจนกลายเป็นคนวิตกจริต คอยชำเลืองมองเขาทุกฝีก้าว มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ยายแหววจะลุกไปรับ มาโนชตัดหน้ารับเสียเอง คุณน้อยมองตาขวาง พยักพเยิดกับยายแหวว ยายแหววรู้งาน ทำทีเอา
    ผ้าไปเช็ดถูตู้ แถวโทรศัพท์ คอยเงี่ยหูฟัง

    "ครับ...ผมจะรีบไปพบคุณโฉมโสภาให้เร็วที่สุด...กรุณาคอยผมสักครึ่งชั่วโมง ขอบคุณครับ"

    มาโนชวางสาย เดินขึ้นบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ยายแหววรีบถ่ายทอดคำพูดทุกคำที่ได้ยินมาโนชพูดให้คุณน้อยฟัง คุณน้อยพยายามระงับอารมณ์พลุ่งพล่าน แต่พอเห็นสามีในชุดหล่อ คุณน้อยตาขวางเหมือนหมาบ้า แต่ยังข่มใจไว้
    ได้

    "ผมจะออกไปทำธุระนะคุณน้อย เย็นนี้ไม่ต้องรอกินข้าว"

    คุณน้อยเข่นเขี้ยวรับคำ กำมือแน่น หลับตาสั่งจิตให้ใจเย็นๆ แต่ทำไม่ได้ ลุกพรวดขึ้น หนูนกเดินเข้ามาเห็นแม่ท่าทางร้อนรนถามว่ามีอะไร คุณน้อยไม่ตอบ ลากลูกไปที่รถ สั่งให้ขับตามพ่อให้ทัน พ่อจะไปหาเมียน้อย ชื่อโฉมโสภา
    หนูนกรีบขึ้นประจำที่คนขับ แล้วขับออกไปแบบงงๆ...

    ครู่ต่อมา หนูนกขับตามรถมาโนชมาอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันใจคุณน้อย สั่งให้เพิ่มความเร็ว หนูนกทำตามสั่ง ขับรถแบบบ้าดีเดือด คุณน้อยชี้ไปที่รถมาโนชเบื้องหน้า สั่งเร่งความเร็วขึ้นอีก ส่วนอีกฝั่งถนน เมืองใหญ่ขับรถมา
    อย่างสบายอารมณ์

    คุณน้อยเห็นรถมาโนชเข้ามาในระยะ สั่งหนูนกชนท้ายทันที หนูนกส่ายหน้าไม่ยอมทำ คุณน้อยแย่งพวงมาลัยรถจะขับเอง หนูนกแย่งคืน เมืองใหญ่มองไปเบื้องหน้าเห็นรถอีกฝั่งแล่นส่ายไปมาอย่างน่ากลัว ทันใดนั้น รถคันนั้น
    วิ่งข้ามฝั่งมาอย่างรวดเร็วชนโครมเข้ากับรถของเขา ดารารุ่งที่ขับตามหลังรถเมืองใหญ่ถึงกับอ้าปากค้าง ตกใจ จะขับเลี่ยง แต่สายตากลับเห็นคุณน้อยกับมาโนชลงจากรถ

    มาโนชถลันเข้ามาหาหนูนก ถามว่ามีเรื่องอะไรกัน เมืองใหญ่พอมองออก รีบแก้สถานการณ์บอกว่าไม่มีอะไร แค่รถคันนี้ พุ่งมาชนรถของเขา มาโนชรู้ทันถามว่าเป็นฝีมือคุณน้อยใช่ไหม

    "ไม่ต้องมาขึ้นเสียงกลบเกลื่อน ฉันรู้ว่าคุณกำลังจะไปหาเมียน้อย" คุณน้อยแว้ดใส่

    มาโนชไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วย บอกหนูนกว่าทำอะไรไว้จัดการเองก็แล้วกัน เดินกลับไปที่รถ คุณน้อยไม่ยอมรามือ รีบเดินตามไปนั่งเบาะข้างๆคนขับ ทิ้งลูกหน้าตาเฉย เมืองใหญ่มองสีหน้าตื่นๆ หนูนกเลยพาลใส่ว่าเป็น
    ตำรวจไม่เคยเห็นเรื่องแบบนี้หรือ เมืองใหญ่เคยเห็น แต่ไม่ถึงกับติดขอบสนามอย่างนี้ หนูนกถามว่าจะให้เธอจัดการอย่างไรก็ว่ามา ดารารุ่งเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง พึมพำ

    "จะผ่านไปกี่สิบปี เธอก็ยังต้องทุกข์เพราะความรักหรือดาราน้อย" ดารารุ่งถอนใจ ความโกรธเกลียดหายไป มีแต่ ความสลดใจเข้ามาแทนที่...

    ในเวลาต่อมา คุณน้อยเดินตามมาโนชเข้าไปในร้านอาหาร แห่งหนึ่งท่าทางเอาเรื่อง แต่เธอกลับต้องยิ้มหน้าเจื่อน ที่นั่นมีแค่ชายหญิงชราคู่หนึ่งนั่งรออยู่ มาโนชยกมือไหว้

    "สวัสดีครับคุณโฉมโสภา...คุณบดินทร์...นี่คุณดาราน้อย ภรรยาผม"

    ooooooo

    ความหมางเมินที่ไกรทำกับอรอนงค์ยิ่งทำให้ เธอโกรธเคืองดารารุ่งมากขึ้น คิดหาทางแก้แค้น ชวนหนูนาไปบ้านดารารุ่งโดยที่หนูนาไม่ได้ระแคะระคายว่าแม่จะไปหาเรื่องดารารุ่ง ครู่ต่อมา สองแม่ลูกเปิดประตูรั้วบ้านดารารุ่ง
    เข้ามา ไม่รู้ว่าดารารุ่งแอบมองอยู่ในบ้าน ปรางเชยเดินมาด้านหลังดารารุ่ง เห็นผู้บุกรุกทั้งสองคน อาสาจะไปไล่ให้

    "ไม่ต้อง ฉันจัดการได้ เธอไปดูคุณนิจ อย่าให้ใครเข้าใกล้เด็ดขาด"

    ปรางเชยรีบทำตามคำสั่ง ดารารุ่งยืนนิ่งแต่ตาวาวเห็นชัดว่าไม่ชอบใจ...ด้านหนูนาเดินนำแม่เข้ามาในบ้าน ดารารุ่ง โผล่ออกมาท่าทางเย็นชา

    "แก่ปูนนี้ยังบ้าผู้ชายไม่เลิกอีกหรืออรอนงค์"

    อรอนงค์สวนทันที "เธอน่ะสิบ้า บ้าอยากได้สามีคนอื่น"

    ดารารุ่งแหย่ว่าสามีคนอื่นต่างหากที่ตามก้นเธอ ไล่ เท่าไหร่ก็ไม่ยอมไป พูดยั่วไปยั่วมา อรอนงค์ตบะแตก จิกผมดารารุ่งตบฉาด หนูนาตกตะลึง คาดไม่ถึงว่าลีลาของแม่จะเหมือนนางร้ายขนาดนี้ ดารารุ่งโกรธจัดตบอรอนงค์คืน
    อรอนงค์สู้ ไม่ได้ตะโกนเรียกลูกให้ช่วย เสียงทะเลาะกันดังไปถึงห้องคุณนิจ

    คุณนิจนั่งตัวสั่น ปรางเชยเข้ามากอด คุณนิจทำท่าสะอิด สะเอียนผลักออก ปรางเชยโมโหตรงเข้ามากอดอีก ถูกคุณนิจตบตีอุตลุดถึงเจ็บแต่ปรางเชยก็กอดเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ฤกษ์ขับรถมาจอดหน้าบ้านดารารุ่ง แปลกใจที่
    เห็นประตูรั้วเปิด ยิ่งเห็นรอยไฟไหม้ที่ตัวบ้านยิ่งตกใจรีบวิ่งเข้าไปทันที

    ฝ่ายหนูนาได้สติรีบวิ่งมาแยกดารารุ่งออก อรอนงค์ได้ที ตรงเข้าตบหน้าดารารุ่งอย่างแรง ฤกษ์เข้ามาพอดี ภาพที่เห็นคือหนูนาจับดารารุ่งให้อรอนงค์ตบ ฤกษ์ไม่พอใจคิดว่าพี่สาวถูกรุม วิ่งเข้ามาผลักหนูนาออก กันดารารุ่งไว้ไม่
    ให้โดนรังแก ต่อว่าสองแม่ลูกที่เข้ามาทำร้ายดารารุ่งถึงในบ้าน

    หนูนาพยายามอธิบาย แต่ฤกษ์ไม่ฟัง ไล่ทั้งคู่กลับไป ขู่ว่าถ้ามาทำร้ายดารารุ่งอีก เขาจะเรียกตำรวจมาจับ แล้วจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องไกรด้วย หนูนาเห็นท่าไม่ดีชวนแม่กลับ ฤกษ์ มองตามหนูนาสีหน้าผิดหวัง ดารารุ่งเดินหนี ฤกษ์
    เดินตามร้องเรียกดารารุ่งทั้งดีใจทั้งเป็นห่วง ดารารุ่งหันมามองอย่างเฉยชา

    "ถ้าตามมาเพื่อทวงคำขอบใจจากฉัน ได้ ขอบใจ แต่กรุณา ไสหัวแกออกไปจากบ้านฉันให้เร็วที่สุด"

    ฤกษ์พยายามพูดดีด้วย แต่ดารารุ่งไม่อยากฟัง ออกปากไล่เขาอีก   พร้อมกับหยิบข้าวของปาใส่ ฤกษ์บอกว่าป้าพริ้งเป็นห่วงและคิดถึงเธอมากจนตรอมใจล้มป่วย ดารารุ่งได้ยินชื่อป้าพริ้ง มือที่กำลังจะขว้างของสั่นระริก ลึกๆแล้ว
    เธอคิดถึงป้าพริ้งตลอด

    "ไม่จริง...ถ้าป้าพริ้งรักฉัน ป้าพริ้งต้องไม่ทิ้งฉันไป"

    ดารารุ่งทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ ฤกษ์สงสารเธอจับใจ ด้านคุณนิจได้ยินเสียงของฤกษ์จะออกจากห้องให้ได้ ปรางเชยพยายามดึงเอาไว้จนคุณนิจล้มลง คุณนิจไม่พอใจหันมาคำรามใส่ปรางเชย แล้วผลักออก ฤกษ์ได้ยินเสียงโครม
    คราม หันไปมองตามเสียง ดารารุ่งรู้ตัวรีบไล่ฤกษ์กลับ ทันใดนั้น เสียงปรางเชยดังขึ้น

    "อย่าค่ะคุณนิจ...อย่า"

    ฤกษ์จะถลันเข้าไป ดารารุ่งผลักออกอย่างแรง แล้วกระชากแขนเขาลากออกไปที่ประตูรั้ว ฤกษ์ขืนตัวไม่ยอมไป ดารารุ่งวิ่งไปหยิบปืนออกมาเล็งใส่ ฤกษ์จำใจล่าถอยกลับไป

    ดารารุ่งโยนปืนทิ้ง วิ่งขึ้นไปที่ห้องคุณนิจ เปิดประตูผลัวะเข้าไป เห็นคุณนิจพยายามจะออกมา โดยมีปรางเชยฉุดรั้งเอาไว้ ดารารุ่งคว้าโซ่ที่วางขึ้นมา ขู่ว่าถ้าไม่อยากให้โซ่เส้นนี้ กลับไปอยู่ที่ขา อย่าแผลงฤทธิ์อะไรอีก คุณนิจ
    หยุดนิ่งตัวแข็งทื่อ ด้วยความหวาดกลัว...

    ในเวลาต่อมา ไกรเห็นสภาพของสองแม่ลูกที่เดินหัวกระเซิงกลับถึงบ้าน ถามว่าไปทำอะไรกันมา

    "แต่ไหนแต่ไร พี่ไกรไม่เคยสนใจอนงค์ จะมาสนใจอะไรตอนนี้คะ"

    อรอนงค์ฉุดมือลูกสาวเข้าบ้าน ไกรมองตาม อดสงสัยท่าทางแปลกๆของทั้งคู่ไม่ได้...

    ด้านเมืองเล็กเห็นว่าดารารุ่งกลับมาอยู่บ้านอย่างเดิมแล้ว จึงมาปรึกษากับเมืองใหญ่ว่า เขาตัดสินใจจะกลับไปเรียนให้จบ เมืองใหญ่มองน้องชายอย่างคาดไม่ถึง

    "และทันทีที่เรียนจบ ผมจะขอให้คุณพ่อคุณแม่ไปสู่ขอคุณนิจ...พรุ่งนี้พี่ใหญ่ไปเรียนคุณรุ่งกับผมนะครับ ผมจะบอกเธอว่าจะไม่ทำให้คุณนิจต้องเสื่อมเสียเหมือนอย่างที่ผ่านมาเด็ดขาด"

    เมืองใหญ่อวยพรให้น้องโชคดี ดึงเมืองเล็กเข้ามากอด ดีใจไปกับน้อง แต่แววตาแอบหมอง

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ เมืองใหญ่กับเมืองเล็กซึ่งตัดเฝือกแล้ว เดินออกจากบ้านหน้าตายิ้มแย้ม รตีขี่จักรยานผ่านมาเห็นสองคนพี่น้อง ดีใจรีบจอดรถกลางถนนเข้ามาทักทาย ทั้งคู่ทำหน้างงๆ รตีต้องเท้าความให้ฟัง ทั้งคู่ถึงจำได้ ระหว่างนั้น
    ดารารุ่งขับรถผ่านหน้า จอดรถ บีบแตรไล่ ไขกระจกลงมา

    "รู้จักคำว่ามารยาทบ้างไหม...มายืนขวางถนนอยู่ได้... หลีก"

    รตีรีบจูงจักรยานหลบ ดารารุ่งเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว  เมืองเล็กตะโกนเรียกดารารุ่งรอด้วย  หันมาบอกเมืองใหญ่ว่าฝากดูแลรตีด้วย แล้ววิ่งตามดารารุ่ง รตีแทบกระโจนใส่เมืองใหญ่ ขณะที่เขาทำหน้าบอกไม่ถูก ไม่รู้จะ
    ปฏิเสธยังไง ป้าน้อมเดินมาหน้าบ้าน เห็นรตีกำลังออดอ้อนเมืองใหญ่ก็ทำตาโต...

    ขณะดารารุ่งกับปรางเชยกำลังขนข้าวของเข้าบ้าน เมืองเล็กวิ่งมาถึงพอดี เขามองดารารุ่งสีหน้าจริงจัง นั่งลงยกมือไหว้ขอโทษเธอในสิ่งต่างๆที่เขาเคยทำ ขอยืนยันว่าเขารักคุณนิจ จริงใจต่อคุณนิจ และอยากแต่งงานกับเธอ
    ดารารุ่งถามถึงผู้หญิงที่อยู่กับเขาเมื่อกี้ว่าเป็นใคร เมืองเล็กปฏิเสธว่าไม่รู้จัก

    "เฮ่อ...ผู้ชายก็เป็นซะอย่างนี้ ทันทีที่ถูกถามก็จะแก้ตัวสารพัด ทั้งที่ความจริงยืนคุยกันอยู่ได้ตั้งนานสองนาน แต่ฉันไม่ได้อะไรหรอกนะ แค่จะบอกว่า จนตายฉันก็ไม่มีวันให้คุณนิจแต่งงานกับเธอ"

    "งั้นผมก็ขอเรียนคุณรุ่งว่า ผมจะทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ ความจริงใจที่ผมมีต่อคุณนิจให้คุณรุ่งยอมรับให้ได้ และก่อนตาย ผมต้องแต่งงานกับคุณนิจให้ได้"

    เมืองเล็กลุกขึ้น ค้อมหัวให้ เดินออกไป ดารารุ่งมองตามอย่างไม่พอใจ ส่วนปรางเชยใจเต้นระรัวหน้าเสีย หวาดกลัวเหลือเกินว่าเมืองเล็กจะแย่งคุณนิจไป...

    และด้วยความหวาดกลัวนี้เอง ตกค่ำวันเดียวกันปรางเชยลงมือปลุกปล้ำคุณนิจ แต่คุณนิจไม่ยอมต่อสู้สุดชีวิตทั้งหยิกทั้งข่วน ดารารุ่งนอนไม่หลับ กะจะออกมาปรามน้องเรื่องเมืองเล็ก เดินมาถึงหน้าห้องคุณนิจ ต้องชะงัก ได้ยิน
    เสียงดังออกมาจากในห้อง

    "อย่าดิ้นนะคุณนิจ...อย่าดิ้น...คุณนิจต้องเป็นของปราง"

    ดารารุ่งโกรธจัด เปิดประตูห้องผลัวะ เห็นปรางเชยกำลังลวนลามคุณนิจ ดารารุ่งปราดเข้าไปจิกหัวปรางเชยกระชากติดมือ แล้วจับโขกพื้นหลายครั้งจนหัวแตก คุณนิจตกใจกลัว ถอยกรูดนั่งตัวสั่นที่มุมห้อง ดารารุ่งขึ้นคร่อม
    ปรางเชย บีบคอไว้แน่น ปรางเชยขอร้องว่าอย่าทำอะไรเธอเลย ให้อภัยเธอด้วย

    "จนตายฉันก็ไม่ให้อภัยแก แกต้องชดใช้ในสิ่งที่แกทำกับคุณนิจ"

    ดารารุ่งจิกหัวปรางเชยลากออกมาหลังบ้าน ตรงไปยังหลุมที่เคยจะใช้ฝังเมืองเล็ก ที่บัดนี้มันตื้นเขินตามกาลเวลา ดารารุ่งเหวี่ยงปรางเชยลงกับพื้น คว้าจอบขึ้นมาตั้งหน้าตั้งตาขุดหลุม ปรางเชยที่นอนหายใจรวยริน พยายาม
    กระเสือกกระสนหนีตาย แต่ดารารุ่งวิ่งมาขวาง เงื้อจอบในมือขึ้นหมายจะฟาด

    ปรางเชยฮึดสู้ เอามือดันจอบไว้ รวบรวมกำลังทั้งหมด ผลักออก ดารารุ่งหงายหลัง ปรางเชยได้ทีโดดขึ้นคร่อม ตบหน้าเธอหลายฉาด แล้วบีบคอเต็มแรง ดารารุ่งตาเหลือกร้องให้ปล่อย

    "ฉันไม่ปล่อยแกให้โง่หรอก รู้เอาไว้ ที่ฉันอดทนให้ แกโขกสับ เป็นเพราะฉันอยากได้คุณนิจ ถ้าแกตายไปซักคน คุณนิจก็จะเป็นของฉัน ฉันจะกอดจะจูบคุณนิจให้หนำใจฉันเลย...ดารารุ่ง"

    ดารารุ่งถึงกับของขึ้น ควานหาอะไรก็ได้ใกล้มือ คว้าได้ หินก้อนเขื่อง ฟาดเข้าที่หัวปรางเชยสุดแรงจนล้มคว่ำ เลือดอาบ...

    ในเวลาเดียวกัน มาโนชเพิ่งกลับจากทำงาน หนูนกรีบวิ่งเข้าไปอ้อนชวนกินด้วยกัน มาโนชไม่กินเพราะยังไม่หายโกรธเรื่องเมื่อวันก่อน บอกหนูนกว่าค่าซ่อมรถทั้งของลูกและคู่กรณี ลูกต้องจ่ายเอง อย่าให้คู่กรณีตามมาด่าถึงบ้าน
    ได้ว่า เราไม่มีความรับผิดชอบ มาโนชว่าแล้วเดินขึ้นบ้าน

    "เชอะ...เรื่องแค่นี้เองไม่ต้องห่วงนะหนูนก เดี๋ยวแม่ จ่ายเอง...แล้วนี่หนูโทร.หาคู่กรณีบ้างหรือยัง"

    พอคุณน้อยรู้ว่าหนูนกยังไม่ได้ติดต่อกลับไปหาคู่กรณี รีบเตือนให้จัดการเดี๋ยวนี้...

    ขณะเมืองใหญ่กำลังคุยกับเมืองเล็กเรื่องดารารุ่ง ป้าน้อม เข้ามาบอกเมืองใหญ่ว่ามีโทรศัพท์จากผู้หญิงชื่อ ณชนก เมืองใหญ่ งงว่าใครกัน ก่อนเดินออกไปรับสาย เมืองเล็กถือโอกาสจะออกไปนอกบ้าน ป้าน้อมพูดดักคอว่า อย่า
    ออกไปก่อเรื่องที่ไหนอีก เมืองเล็กหัวเราะขำ เขาไม่คิดจะออกไปหาเรื่องใส่ตัว เขาคิดถึง คุณนิจมาก ถ้าไม่ได้เห็นหน้า แค่เห็นหลังคาบ้านของเธอก็ยังดี...

    ด้านเมืองใหญ่ได้ยินเสียงณชนกหรือหนูนกก็จำได้ทันที แต่แกล้งถามว่าใคร หนูนกเท้าความว่าเธอกับแม่ขับรถชนรถเขาวันก่อน เมืองใหญ่ทำเสียงตื่นเต้นว่าผู้หญิงอีกคนเป็นแม่ ของเธอหรือ เขานึกว่าเป็นลูกสาวของเธอเสียอีก
    หนูนกโกรธที่เขาว่าเธอหน้าแก่ กระแทกหูโทรศัพท์ใส่ เมืองใหญ่หัวเราะชอบใจ...

    ทางฝ่ายคุณนิจคลายความหวาดกลัว เหลือบไปเห็นประตูห้องเปิดอ้าอยู่ อิสรภาพที่ไม่ได้เห็นมานาน ลอยอยู่ตรงหน้า รีบวิ่งออกจากห้องไปยังสวนหลังบ้าน ชะงัก เห็นเงาตะคุ่มๆ ของใครบางคน ไม่รู้ว่ามีอะไรมาดลใจทั้งที่
    กลัวจนตัวสั่น คุณนิจ ค่อยๆสาวเท้าเข้าไปใกล้

    เห็นดารารุ่งกำลังเกลี่ยดินกลบร่างปรางเชย เธอหัวใจแทบหยุดเต้น ผละออกจากตรงนั้น อารามรีบร้อนวิ่งสะดุดขาตัวเองหกล้ม ดารารุ่งหันขวับมาเห็นคุณนิจ ตกใจ รีบวิ่งตาม... อีกมุมหนึ่งหน้าบ้านเมืองเล็กยืนเกาะรั้วอยู่ เห็น
    คุณนิจวิ่งหน้า ตื่นออกมา ทั้งสองคนต่างตะลึงงัน คิดถึงกันเหลือเกิน คุณนิจ แม้จะพูดไม่ได้ แต่ความรักท่วมใจจนน้ำตาคลอ ขยับจะวิ่งไปหา แต่ทันใดนั้น

    "หยุดตรงนั้นนะ...ดารานิจ...เข้าบ้าน" เสียงดารารุ่งสั่งเฉียบ

    คุณนิจหยุดกึก สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมา เมืองเล็กคุกเข่าขอร้องดารารุ่ง ขอเวลาให้เขาได้พูดคุยกับคุณนิจสักคำ ดารารุ่งถามคุณนิจว่าอยากพูดกับเมืองเล็กไหม คุณนิจปากคอสั่นอยากจะพูดใจแทบขาด แต่พูดไม่ได้ ดารารุ่ง
    ได้ทีเลยบอก เมืองเล็กว่าคุณนิจไม่อยากพูดด้วยและไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกแล้ว ช่วยกลับไปเสีย แล้วสั่งคุณนิจเข้าบ้าน คุณนิจจะชู หอยสังข์ให้เมืองเล็กดู

    ดารารุ่งรู้ทัน รีบคว้ามือเธอไว้ สั่งย้ำให้เข้าบ้าน คุณนิจ กลัวมาก จำต้องเดินไปกับพี่สาว สร้างความเจ็บช้ำเสียใจให้ เมืองเล็กอย่างมาก เดินร้องไห้กลับบ้านท่ามกลางสายฝน คิดว่า คุณนิจไม่รักเขาอีกแล้ว...

    ด้านดารารุ่งเหวี่ยงคุณนิจเข้าห้อง คว้ากรรไกรมากล้อน ผมเธอ แหว่งเหมือนหนูแทะ คุณนิจกลัวลนลาน หลับตาปี๋ ดารารุ่ง สั่งให้เปลี่ยนเสื้อเปียกออก ก่อนผละออกมา แล้วกลับไปที่สวน หลังบ้าน  จัดการเอาใบไม้มาโปรยปกปิด
    ร่องรอยหลุมศพปรางเชย จนมิด จากนั้นเธอแวะมาดูคุณนิจอีกครั้ง

    ปรากฏว่าคุณนิจไม่อยู่ในห้อง ดารารุ่งหน้าตื่น วิ่งตามหาคุณนิจจนทันกันหน้าบ้าน ลากตัวน้องสาวในสภาพเปรอะโคลนกลับมาอย่างทุลักทุเลโยนไว้ในห้องของเธอตามเดิม คว้าโซ่ขึ้นมา

    "เธอบังคับให้พี่ต้องทำอย่างนี้เองนะคุณนิจ"

    คุณนิจถอยกรูด ดารารุ่งจับข้อเท้าเธอไว้ เอาโซ่ล่ามทันที คุณนิจน้ำตาไหลพราก...

    ขณะเดียวกัน หนูนกฟ้องแม่ ที่เมืองใหญ่ว่าเธอหน้า แก่กว่าแม่ คุณน้อยโทษว่าเป็นเพราะมาโนชคนเดียว ทำให้ลูกเมียหน้าแก่กันไปหมด หนูนกจับหน้าตัวเอง ถามแม่ว่าตกลงเธอหน้าแก่จริงๆหรือ

    "ปะ...เปล่า...ลูก แม่หมายถึง คุณพ่อน่ะทำให้เราคิดมาก จนหน้าแก่ไปหมดแล้ว นี่เที่ยงคืนแล้วยังไม่กลับมาอีก"

    "งั้นเดี๋ยวหนูนกไปตามคุณพ่อที่สำนักงานให้ค่ะ"

    "อย่าเลยลูก มันดึกแล้ว"

    "ไม่เป็นไรค่ะ หนูนกไม่อยากให้คุณแม่คิดมาก สำนักงานก็ใกล้แค่นี้เอง อีกอย่าง...ไม่อยากคิดมากกับคำพูดของคนบางคน หนูนกไม่อยากหน้าแก่ค่ะ" หนูนกหยิบกระจกขึ้นมาส่องหน้าตัวเอง ก่อนเดินออกไป

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 09:11 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์